[เสียงดนตรี] (ครูจันทิมา) สวัสดีค่ะ สวัสดีนะคะ คุณครูและนักเรียนปลายทางที่น่ารักทุกคนค่ะ วันนี้นะคะ เรากลับพบกันในรายวิชาศิลปะ สาระดนตรีนาฏศิลป์นะคะ ในชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ ค่ะ วันนี้พบกับคุณครูจันทิมา อนุกูล หรือว่า "ครูแต๊ก" ค่ะ (ครูปิยะณัฐ) ครับ และคุณครูปิยะณัฐ หนูรัตน์ หรือ "คุณครูเบส" นั่นเองครับ (ครูจันทิมา) ค่ะ วันนี้นะคะ ครูแต๊กและครูเบสนะคะ ก็จะมีเนื้อหานะคะ เกี่ยวกับท้องถิ่นของนักเรียนค่ะ จะเป็นในส่วนของเครื่องดนตรี แล้วก็เพลงในท้องถิ่นนั่นเองค่ะนะคะ เดี๋ยวก่อนจะเข้าสู่เนื้อหาบทเรียนนะคะ เดี๋ยวเราไปดูจุดประสงค์ การเรียนรู้กันเลยค่ะนะคะ จุดประสงค์การเรียนรู้นะคะ ของเราวันนี้นะคะ ที่คุณครูจะให้เด็ก ๆ ได้เรียนรู้กันนะคะ ข้อ ๑ เลยค่ะ อธิบายความสำคัญของวัฒนธรรม ต่อดนตรีในท้องถิ่นค่ะ (ครูปิยะณัฐ) ครับ และข้อ ๒ นะครับ จำแนกวัฒนธรรมของดนตรี และบทเพลงท้องถิ่นได้ครับ (ครูจันทิมา) ค่ะ และข้อ ๓ นะคะ เห็นคุณค่าและความสำคัญของดนตรี และบทเพลงในท้องถิ่นค่ะ และนี่นะคะ ก็คือจุดประสงค์ ที่นักเรียนของครูนะคะ จะได้เรียนรู้กันวันนี้ค่ะ แต่ก่อนอื่นเลยนะคะ วันนี้คุณครูมีคำถามค่ะ มาให้เด็ก ๆ ได้ลองคิดแล้วก็ตอบดูนะคะ ว่าเด็ก ๆ นี่ ในท้องถิ่นนะคะ ของนักเรียนค่ะนะคะ มีเครื่องดนตรีนะคะ แล้วก็เพลงในท้องถิ่นอะไรบ้างคะ (ครูปิยะณัฐ) ที่นักเรียนเคยสัมผัส เคยได้ยินใช่ไหมครับครูแต๊กครับ (ครูจันทิมา) ใช่แล้วค่ะ ก็คือเป็นในส่วนของ เพลงพื้นบ้านนั่นเองค่ะนะคะ เครื่องดนตรีพื้นบ้าน เพลงพื้นบ้านอะไรบ้างคะ นักเรียนสามารถยกมือตอบ กับคุณครูปลายทางได้เลยนะคะ (ครูปิยะณัฐ) ครับ และนักเรียนก็ยังสามารถปรึกษา กับเพื่อนที่นั่งข้าง ๆ ได้เช่นกันนะครับ (ครูจันทิมา) ใช่แล้วค่ะ นะคะ แต่ละท้องถิ่นแต่ละพื้นที่นี่ ก็จะแตกต่างกันใช่ไหมคะ นักเรียนของครูนี่ ก็คือมีอยู่ทั่วประเทศเลยนะคะ ก็แต่ละภาคนะคะ ก็จะมีเครื่องดนตรีแล้วก็มีเพลงพื้นบ้าน ที่แตกต่างกันค่ะนะคะ นักเรียนรู้จักเพลงพื้นบ้านอะไรบ้างคะ แล้วก็เครื่องดนตรีอะไรบ้างคะ ครูเบสคะ ลองยกตัวอย่างให้เด็ก ๆ ได้ฟังนะคะ ว่ามีเครื่องดนตรีแล้วก็เพลงพื้นบ้านอะไรบ้างคะ (ครูปิยะณัฐ) ครับ สำหรับคุณครูเบสเองนะครับ อยู่ภาคกลาง เพราะฉะนั้นนะครับ คุณครูก็จะสัมผัสกับเครื่องดนตรีนะครับ ก็คือกลองยาวครับครูแต๊กครับ (ครูจันทิมา) ค่ะ (ครูปิยะณัฐ) ใช่แล้วครับ และในส่วนของถ้าเป็นเพลงพื้นบ้าน ครูเบสก็จะสัมผัสกับเพลงเกี่ยวข้าวนั่นเองครับ (ครูจันทิมา) ค่ะนะคะ ครูเบสจะรู้จักกลองยาวนะคะ กลองยาวก็จะเป็นเครื่องดนตรีนะคะ ของภาคกลางใช่ไหมคะ แล้วก็เป็นในส่วนของเพลงเกี่ยวข้าวนะคะ เพลงเกี่ยวข้าวก็คือเป็นเพลงพื้นบ้าน ของภาคกลางนั่นเองค่ะนะคะ วันนี้ล่ะค่ะ เราจะมาเรียนรู้กันค่ะ ว่าแต่ละภาคนี่ มีเครื่องดนตรีนะคะ แล้วก็เพลงพื้นบ้านอะไรบ้างค่ะ เราไปดูกันเลยค่ะ ในส่วนของเครื่องดนตรีนะคะ เพลงพื้นบ้านนะคะ เรามาดูกันเลยนะคะ ดนตรีและเพลงพื้นบ้านนะคะ ก็จะเป็นเพลงนะคะ บทเพลงในท้องถิ่นค่ะ ที่จะสะท้อนให้เห็นถึงการดำรงชีวิตค่ะ วัฒนธรรม ประเพณี และความเชื่อของคนในท้องถิ่นค่ะ ซึ่งจะแตกต่างกันไปนะคะ ในแต่ละท้องถิ่นค่ะ ซึ่งเรานะคะ จะแบ่งออกได้ทั้งหมด ๔ ภาคค่ะครูเบสนะคะ เราจะแบ่งได้ทั้งหมด ๔ ภาค มีภาคอะไรบ้างคะ (ครูปิยะณัฐ) ครับ ภาคที่ ๑ เลยนะครับ ภาคเหนือครับนักเรียนครับ ภาคที่ ๒ ครับ ภาคกลางครับ ภาคที่ ๓ ครับ ภาคอีสาน หรือภาคตะวันออกเฉียงเหนือครับ ภาคสุดท้ายครับนักเรียนครับ ภาคใต้นั่นเองครับ (ครูจันทิมา) ใช่แล้วค่ะ เราจะแบ่งออกได้ทั้งหมดนะคะ ๔ ภาคใช่ไหมคะ ก็จะมีภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคอีสาน แล้วก็ภาคใต้นั่นเองนะคะ อันนี้ก็คือเป็นในการแบ่งส่วนนะคะ เครื่องดนตรีแล้วก็เพลงพื้นบ้านค่ะนะคะ ทีนี้เราดูนะคะ เครื่องดนตรีและเพลงพื้นบ้าน ของภาคเหนือกันเลยค่ะ ว่ามีอะไรบ้างนะคะ วันนี้คุณครูมีตัวอย่างนะคะ มาให้เด็ก ๆ ได้ดูกันนะคะ เป็นภาพของเครื่องดนตรีนะคะ (ครูปิยะณัฐ) ครับ (ครูจันทิมา) ของภาคเหนือนะคะ นั่นก็คือภาพแรกเลยนะคะ จะเป็นในส่วนของสะล้อค่ะนะคะ สะล้อนี่ ก็จะเป็นเครื่องดนตรี ประเภทของเครื่องสีนั่นเองนะคะ (ครูปิยะณัฐ) ลักษณะคล้าย ๆ ซอ เลยครับครูแต๊กครับ (ครูจันทิมา) ใช่แล้วค่ะนะคะ เป็นในกลุ่มของซอนั่นเองค่ะ แต่อันนี้เป็นเครื่องดนตรีของภาคเหนือนะคะ เราเรียกว่า "สะล้อ" ค่ะ ค่ะ เครื่องดนตรีต่อไปนะคะ ก็คือพิณเพียะค่ะครูเบสนะคะ พิณเพียะนี่ ลักษณะของเขานะคะ ก็คือเป็นเครื่องดนตรีนะคะ ประเภทของเครื่องดีดนั่นเองค่ะ (ครูปิยะณัฐ) ใช่แล้วครับ แล้วก็พิณเพี้ยนนี่ครับ ก็จะเล่นเฉพาะผู้ชายเท่านั้น เพราะอะไรครับครูแต๊กครับ (ครูจันทิมา) ค่ะ เหตุผลที่ผู้ชายเล่นเท่านั้นนะคะ เพราะว่าเราจะให้ผู้ชายเล่นนะคะ เนื่องจากเราจะไม่สวมเสื้อค่ะ ในการเล่นนะคะ เพราะว่าเราจะใช้ตรงกะลาตรงนี้ค่ะนะคะ ครอบไว้ที่หน้าอกนะคะ แล้วก็ดีดแบบนี้ค่ะนะคะ ก็คือจะในส่วนที่ผู้ชายเล่นเท่านั้นค่ะ (ครูปิยะณัฐ) เท่านั้นครับ (ครูจันทิมา) ใช่แล้วค่ะ และนี่นะคะ ก็คือพิณเพียะนั่นเองค่ะ เรามาดูเครื่องดนตรีต่อไปกันค่ะ (ครูปิยะณัฐ) ครับ ต่อมาครับ ก็จะเป็นกระจับปี่ครับนักเรียนครับ (ครูจันทิมา) ค่ะ (ครูปิยะณัฐ) แล้วก็ซึงครับ (ครูจันทิมา) ค่ะนะคะ อันนี้ก็คือเป็นเครื่องดนตรีตัวอย่าง ของภาคเหนืออยู่นะคะ อันนี้ก็คือเป็นในส่วนของกระจับปี่ (ครูปิยะณัฐ) กระจับปี่นี่ เป็นเครื่องดนตรีประเภทไหนครับครูแต๊กครับ เพราะว่าคุณเบสสังเกตว่า คำว่า "ปี่" นี่ คิดว่าเป่านะครับ (ครูจันทิมา) ไม่ใช่เลยค่ะนะคะ เด็ก ๆ ตรงนี้สังเกตได้เลยนะคะ แล้วก็จำได้เลยว่ากระจับปี่นี่ ก็คือเป็นเครื่องดนตรีประเภทของเครื่องดีดนะคะ อันนี้สังเกตดูจะคล้าย ๆ กับเครื่องดนตรีสากลอะไรเอ่ย กีตาร์ ใช่แล้วค่ะนะคะ ก็คือจะทำหน้าที่นะคะ ในการดีดนั่นเองนะคะ อันนี้เราเรียกว่า "กระจับปี่" นะคะ ต่อไปค่ะ ซึงค่ะ เห็นไหมคะ ซึงนี่ ก็จะอยู่ในวงสะล้อ ซอ ซึงนั่นเองค่ะ ที่เขาจะใช้บรรเลงกันนะคะ ในวงดนตรีในส่วนของภาคเหนือ ค่ะ ซึงนะคะ ก็จะทำหน้าที่ในการดีดเช่นเดียวกันนะคะ จะคล้ายๆ กับกีตาร์เลยค่ะนะคะ ๒ ส่วนนี้ก็ทั้งกระจับปี่แล้วก็ซึงนี่ ก็คือจะทำหน้าที่เหมือนกันนะคะ ก็คือจะเป็นในส่วนของเครื่องดีดนั่นเองค่ะนะคะ และนี่ก็คือเครื่องดนตรีตัวอย่างนะคะ ของภาคเหนือที่คุณครูนำมาให้เด็ก ๆ ได้ดู ได้ชมกันนะคะ ต่อไปเรามาดูในส่วนของเพลงพื้นบ้าน ของภาคเหนือกันบ้างค่ะนะคะ เพลงพื้นบ้านของภาคเหนือนะคะ เขาก็จะพูดถึงค่ะ วิถีชีวิตนะคะ ของผู้คนในภาคเหนือค่ะ หรือว่าชาวล้านนานะคะ เขาก็จะผูกพันค่ะ อยู่กับเสียงเพลงนะคะ ตลอดเวลาเลยนะคะ เขาก็จะคิดคำร้องนะคะ ด้วยปฏิภาณไหวพริบค่ะ แล้วก็จะสืบทอดกันมานะคะ หลายชั่วอายุเลยค่ะ เพลงพื้นบ้านของภาคเหนือนะคะ ที่ยังเป็นที่รู้จักนะคะ แล้วก็ร้องเล่นกันอยู่นะคะ จนถึงปัจจุบันนี้ด้วยเลยค่ะ ทีนี้เรามาดูตัวอย่าง ของเพลงพื้นบ้านภาคเหนือกันบ้างค่ะ ว่ามีอะไรบ้างค่ะ (ครูปิยะณัฐ) ครับ สำหรับตัวอย่างนะครับ เพลงพื้นบ้านภาคเหนือนะครับ ก็จะประกอบไปด้วยเพลงซอครับนักเรียนครับ ต่อมาครับ เพลงจ๊อยครับ ต่อมาครับ เพลงค่าวครับ สุดท้ายครับ เพลงกล่อมเด็กครับ (ครูจันทิมา) และนี่นะคะ ก็คือตัวอย่างของเพลงพื้นบ้าน ของภาคเหนือนั่นเองค่ะ เรามาดูภาคต่อไปกันเลยค่ะครูเบสนะคะ ต่อไปนะคะ จะเป็นในส่วนของเครื่องดนตรี และเพลงพื้นบ้านของภาคกลางนั่นเองค่ะ เรามาดูในส่วนของเครื่องดนตรีกันก่อนเลยค่ะ ตัวอย่างของเครื่องดนตรีวันนี้นะคะ ที่คุณครูนำมาให้เด็ก ๆ ได้ชมกันวันนี้นั่นก็คือ (ครูปิยะณัฐ) ระนาดเอกครับนักเรียนครับ (ครูจันทิมา) ใช่แล้วค่ะเด็ก ๆ ก็คุ้นเคยเลยใช่ไหมคะ (ครูปิยะณัฐ) ใช่แล้วครับ แล้วก็ฆ้องวงครับนักเรียนครับ (ครูจันทิมา) ค่ะนะคะ ระนาดเอก แล้วก็ฆ้องวงนะคะ เรามาดูในส่วนของระนาดเอกกันก่อนนะคะ เด็ก ๆ ก็บางคนนะคะ รู้จักแล้วก็เคยเห็นเลยค่ะนะคะ เคยพบเห็นนะคะ อันนี้ก็คือเป็นในส่วนของเครื่องดนตรี ของภาคกลางอยู่นะคะ ระนาดเอกเห็นไหมคะ ระนาดเอกนี่ เป็นประเภทของเครื่องตีค่ะ ที่ทำจากไม้นะคะ ลองสังเกตดูนะคะ เขาก็จะเอาไม้นะคะ มาเรียงนะคะ เรียงติดกันนะคะ ก็คือจริง ๆ แล้วนี่ วิวัฒนาการมาจากกรับค่ะครูเบสนะคะ เอากรับหลาย ๆ อันนี่มาเรียงกัน (ครูปิยะณัฐ) ไหมให้เกิดเสียง ไล่ระดับใช่ไหมครับครูแต๊กครับ (ครูจันทิมา) ใช่แล้วค่ะ (ครูปิยะณัฐ) แล้วจริง ๆ ก็จะมีระนาดเอกเหล็ก อีกเช่นเคยนะครับ วิวัฒนาการ (ครูจันทิมา) ใช่แล้วค่ะ ก็จะพัฒนาไปเรื่อย ๆ นะคะ แล้วก็ในส่วนของฆ้องวงค่ะ ฆ้องวงนะคะ ก็คือเป็นประเภทของเครื่องตีค่ะ แต่ไหมจากโลหะนั่นเองค่ะ ก็คือเราจะดูในส่วนของรูปฆ้องค่ะ เขาก็จะทำจากโลหะนั่นเองค่ะ (ครูปิยะณัฐ) ครับ และฆ้องวงครับครูแต๊กครับ อยู่ในวงดนตรีประเภทไหนได้บ้างครับ (ครูจันทิมา) ก็จะมีวงปี่พาทย์ค่ะนะคะ วงปี่พาทย์ต่างๆ นี่ เขาก็จะใช้คล้องวงนะคะ ในการประกอบอยู่ในวงด้วยค่ะนะคะ และนี่นะคะ ก็คือเครื่องดนตรีของภาคกลางค่ะ เดี๋ยวเรามาดูกันอีกค่ะนะคะ ตัวอย่างวันนี้นะคะ ก็จะมี... (ครูปิยะณัฐ) กลองยาวนั่นไงครับครูแต๊กครับ (ครูจันทิมา) กลองยาวนะคะ แล้วก็ซออู้ค่ะนะคะ ดูในส่วนของกลองยาวก่อน ไหนนักเรียนคนไหนเคยพบเห็นกลองยาวบ้างคะ ยกมือสิคะ เด็ก ๆ เคยเห็นเยอะแยะเลยค่ะครูเบสนะคะ กลองยาวนะคะ เขาก็จะใช้บรรเลง ในงานรื่นเริงต่าง ๆ ใช่ไหมคะครูเบส เป็นในงานรื่นเริงต่าง ๆ (ครูปิยะณัฐ) ไม่ว่าจะเป็นขบวนขันหมาก เพราะฉะนั้น เราก็สามารถเห็นได้ใช่ไหมครับ มันมีอะไรอีกครับ แห่นาคใช่ไหมครับ (ครูจันทิมา) งานบวชนะคะ งานบุญต่าง ๆ (ครูปิยะณัฐ) แห่เทียนแห่พรรษา (ครูจันทิมา) ใช่แล้วค่ะ เป็นในส่วนของการแห่นะคะ งานแห่ต่างๆ นี่ งานที่มีความสนุกสนานรื่นเริงนะคะ เราก็จะใช้กลองยาวในการแห่นั่นเองค่ะ ต่อไปค่ะ ซออู้นะคะ ซออู้ก็คือเป็นเครื่องดนตรีของภาคกลางใช่ไหมคะ จะทำหน้าที่นะคะ เป็นเครื่องสีนั่นเองค่ะนะคะ ก็จะมีซออู้ ซอด้วง ซอสามสายค่ะ อันนี้ก็คือจะอยู่ในส่วนของเครื่องดนตรี ของภาคกลางเช่นเดียวกันค่ะ ทีนี้เรามาดูในส่วนของเพลงกันบ้างค่ะ เพลงพื้นบ้านของภาคกลางค่ะ (ครูปิยะณัฐ) สำหรับเพลงพื้นบ้าน ของภาคกลางนะครับ เกิดจากชาวบ้านเป็นผู้สร้างบทเพลงนะครับ และสืบทอดกันมาแบบปากต่อปากครับ โดยการจดจำบทเพลงนะครับ เป็นคำร้องง่าย ๆ ครับครูแต๊กครับ (ครูจันทิมา) ค่ะ (ครูปิยะณัฐ) ที่เป็นเรื่องราวใกล้ตัว ในท้องถิ่นนั้น ๆ นะครับ จึงทำให้เพลงพื้นบ้านเป็นสมบัติอันล้ำค่าครับ ที่บรรพบุรุษสั่งสมเพื่อเป็นมรดก ที่ลูกหลานไทยต้องดูแลนั่นเองครับ (ครูจันทิมา) ใช่แล้วค่ะ ต่อไปค่ะเป็นในส่วนของเพลงพื้นบ้าน ของภาคกลางกันค่ะ มีอะไรบ้างคะครูเบส (ครูปิยะณัฐ) ครับ สำหรับตัวอย่างนะครับ เพลงพื้นบ้านภาคกลาง ๑. เลยครับนักเรียนครับ ลำตัดครับ ๒. นะครับ เพลงอีแซวครับ ๓. ครับ เพลงพวงมาลัยครับ ๔. ครับ เพลงเกี่ยวข้าวครับ แต่ เอ๊ะ ครูแต๊กครับ ยังมีอีกหนึ่งบทเพลงใช่ไหมครับ ที่นำมาเป็นตัวอย่างเพลงอะไรครับ (ครูจันทิมา) ใช่แล้วค่ะนะคะ อีกหนึ่งเพลงก็คือเพลงฉ่อยนั่นเองค่ะ เด็ก ๆ ของคุณครูเมื่อภาคเรียนที่แล้วใช่ไหมคะ ได้เรียนกับครูเบสไปใช่ไหมคะ ในส่วนของเพลงพื้นบ้านของภาคกลางนั่นก็คือ (ครูปิยะณัฐ) เพลงเกี่ยวข้าวครับ (ครูจันทิมา) เพลงเกี่ยวข้าวนั่นเอง ยังจำกันได้ไหมคะ และเพลงเกี่ยวข้าวนะคะ ก็คือเป็นในส่วนของเพลงพื้นบ้าน ของภาคกลางนั่นเองค่ะนะคะ และนี่นะคะ ก็คือเครื่องดนตรี และเพลงพื้นบ้านของภาคกลางค่ะ เรามาดูภาคต่อไปกันค่ะ ภาคต่อไปนะคะ ก็คือเป็นเครื่องดนตรี และเพลงพื้นบ้านของภาคอีสานนะคะ หรือว่าภาคตะวันออกเฉียงเหนือค่ะ เราไปดูกันเลยค่ะนะคะ ตัวอย่างเครื่องดนตรี ที่คุณครูนำมาให้เด็ก ๆ ได้ชมกันวันนี้นะคะ ก็คือโปงลางค่ะนะคะ แล้วก็แคนค่ะ เห็นไหมคะ แต่ละภาคนี่ ก็จะมีเครื่องดนตรีที่แตกต่างกันใช่ไหมคะ เรามาดูในส่วนของโปงลางก่อน ลักษณะนี่ ก็จะคล้าย ๆ กับอะไรคะ เหมือนระนาดเอกไหมคะ (ครูปิยะณัฐ) คล้าย ๆ เลยครับครูแต๊กครับ (ครูจันทิมา) เห็นไหมคะ ก็คือเป็นการเอาไม้ค่ะ มาเรียงติดกันนะคะ อันนี้เขาวิวัฒนาการ มาจากระฆังแขวนคอสัตว์ค่ะครูเบสนะคะ เขาก็จะเอามาเรียงติดกันนะคะ แล้วก็จะมีไม้ ๒ อันนะคะ ในการตีนั่นเองค่ะ (ครูปิยะณัฐ) ครับ แล้วก็น้ำเสียงนี่ ก็จะไล่ระดับไปนะครับนักเรียนครับ (ครูจันทิมา) ใช่แล้วค่ะนะคะ แล้วก็เป็นในส่วนของแคนนะคะ แคนนี่ เราก็จะเป็นเครื่องดนตรี ประเภทของเครื่องเป่านะคะ เป่าแคนนี่สามารถเป่าลมออกได้ แล้วก็ดูดลมเข้าก็จะมีเสียงค่ะนะคะ ทั้งเป่าลมออกแล้วก็ดูดลมเข้านี่ ก็จะมีเสียงเหมือนกันนะคะ อันนี้ก็คือเป็นในส่วนของแคนนั่นเองค่ะ ต่อไปค่ะ (ครูปิยะณัฐ) ต่อมานะครับนักเรียนครับ เครื่องดนตรีตัวอย่างนะครับ ก็คือโหวดนะครับ แล้วก็พิณครับครูแต๊กครับ (ครูจันทิมา) ค่ะนะคะ โหวดนะคะ เด็ก ๆ สังเกตดูนะคะ โหวดนี่ ก็คือจะเป็นในส่วนของ เลียนแบบมาจากบั้งไฟค่ะนะคะ เป็นในส่วนของภาคอีสานใช่ไหมคะ เขาก็จะมีบั้งไฟใช่ไหมคะ โหวดนี่ค่ะ ก็คือมีลักษณะคล้าย ๆ กับบั้งไฟนั่นเองค่ะ (ครูปิยะณัฐ) ไหนนักเรียนปลายทางลองเดาสิครับ ว่าโหวดเป็นเครื่องดนตรีประเภทไหน ประเภทไหนครับนักเรียนครับ ประเภทเป่านั่นเองครับครูแต๊กครับ (ครูจันทิมา) ใช่แล้วค่ะ โหวดนะคะ ก็จะทำหน้าที่ในการเป่านั่นเองค่ะนะคะ ต่อไปค่ะ พิณค่ะ ลักษณะก็เหมือนกีตาร์เลยใช่ไหมคะ อันนี้ก็คือพิณนะคะ ก็จะมีลักษณะนะคะ มีสายนะคะ ทำหน้าที่ในการดีดนั่นเองค่ะ อันนี้ก็คือเป็นตัวอย่างของเครื่องดนตรี ภาคอีสานนั่นเองค่ะ เรามาดูนะคะ ในส่วนของเพลงพื้นบ้าน ของภาคอีสานกันบ้างค่ะ เพลงพื้นบ้านของภาคอีสานนะคะ ก็จะเป็นแหล่งรวมกลุ่มค่ะ ของชนนะคะ ที่มีวัฒนธรรมที่แตกต่างกันค่ะ ถึง ๓ กลุ่มนะคะ แล้วก็จะมีเพลงพื้นบ้านนะคะ แบ่งออกได้เป็น ๓ ประเภทค่ะ ๑. เลยนะคะ ก็จะเป็นเพลงพื้นบ้าน กลุ่มวัฒนธรรมไทย-ลาวค่ะนะคะ แล้วก็เพลงพื้นบ้าน กลุ่มวัฒนธรรมเขมร-ส่วย (กูย) ค่ะ แล้วก็เพลงพื้นบ้านนะคะ กลุ่มวัฒนธรรมไทยโคราชนั่นเองค่ะ ทีนี้เรามาดูตัวอย่างเพลงพื้นบ้านกันบ้างค่ะ (ครูปิยะณัฐ) ครับ สำหรับตัวอย่าง เพลงพื้นบ้านภาคอีสาน หรือภาคตะวันออกเฉียงเหนือนะครับนักเรียนครับ ๑. เลยนะครับ เพลงหมอลำครับ ต่อมานะครับ เซิ้งหรือลำเซิ้งครับ สุดท้ายครับ เพลงโคราชครับนักเรียนครับ (ครูจันทิมา) ใช่แล้วค่ะ และนี่นะคะ ก็คือตัวอย่างของเพลงพื้นบ้าน ของภาคอีสานนั่นเองค่ะ เรามาดูภาคสุดท้ายกันเลยค่ะครูเบส นั่นก็คือภาค... (ครูปิยะณัฐ) ภาคใต้ครับ (ครูจันทิมา) แล้วค่ะ ภาคใต้นั่นเองค่ะนะคะ เรามาดูเครื่องดนตรี และเพลงพื้นบ้านภาคใต้กันค่ะ ว่าจะมีความแตกต่างจากภาคอื่น ๆ อย่างไรค่ะ (ครูปิยะณัฐ) ครับ (ครูจันทิมา) เครื่องดนตรีนะคะ ของภาคใต้วันนี้นะคะ ที่คุณครูนำมาให้เด็ก ๆ ได้ดูกันนะคะ นั่นก็คือ... (ครูปิยะณัฐ) โทนชาตรีครับครูแต๊กครับ (ครูจันทิมา) ค่ะ โทนชาตรีนะคะ (ครูปิยะณัฐ) แล้วก็ฆ้องคู่ครับ (ครูจันทิมา) ฆ้องคู่นะคะ เครื่องดนตรีเหล่านี้นะคะ ส่วนมากนะคะ เราก็จะใช้บรรเลงในการนะคะ การเล่นโนราห์นั่นเองค่ะนะคะ ในส่วนของภาคใต้นี่ ก็คือจะเล่นโนราห์กันใช่ไหมคะ อันนี้ก็คือเป็นเครื่องดนตรีนะคะ ประกอบนะคะ มีอะไรอีกคะ (ครูปิยะณัฐ) ต่อมานะครับ ก็มีกลองชาตรีครับ (ครูจันทิมา) กลองชาตรีนะคะ ก็จะเล่นควบคู่กับโทนชาตรีนั่นเองค่ะ เขาก็จะเล่นคู่กันนะคะ แล้วก็เด็ก ๆ สังเกตดูนะคะ เครื่องดนตรีอีกชิ้นหนึ่ง (ครูปิยะณัฐ) นักเรียนเคยเห็นไหมครับ (ครูจันทิมา) นักเรียนของคุณครูนะคะ ในส่วนของภาคใต้ค่ะ เคยพบเห็นเครื่องดนตรีชนิดนี้ไหมคะ (ครูปิยะณัฐ) ครับ (ครูจันทิมา) เราเรียกว่า "แตระ" นะคะ มีลักษณะนะคะ เหมือนกับเวลาเราพับกระดาษใช่ไหมคะ ที่ไหมเป็นพัดน่ะค่ะ เวลาเราเอามาตีนี่ มันก็จะมีเสียงใช่ไหมคะ ลักษณะจะคล้าย ๆ แบบนั้นเลยค่ะนะคะ อันนี้ก็คือเป็นเครื่องประกอบจังหวะ อย่างหนึ่งนะคะ เขาเรียกว่า "แตระ" นั่นเองค่ะ อันนี้ก็คือเป็นเครื่องดนตรีตัวอย่าง ของภาคใต้นะคะ เครื่องดนตรีทุกภาคเลย ที่คุณครูนำมาให้เด็ก ๆ ได้ชมกันนี่ ก็คือเป็นแค่ตัวอย่างเท่านั้นนะคะ จริง ๆ แล้วแต่ละภาคนี่ ก็จะมีเครื่องดนตรีนะคะ เยอะแยะมากมายเลย ใช่ค่ะนะคะ ต่อไปเรามาดูในส่วนของเพลงพื้นบ้าน ของภาคใต้กันบ้างนะคะ (ครูปิยะณัฐ) ต่อมานะครับ เพลงพื้นบ้านภาคใต้นะครับ เพลงพื้นบ้านที่นิยมเล่นในกลุ่ม ชาวไทยมุสลิมครับครูแต๊กครับ กลุ่มไทยพุทธครับ นิยมเล่นในโอกาสเทศกาลต่าง ๆ นะครับ เพลงพื้นบ้านที่เล่นได้ทุกโอกาสนะครับ กลุ่มชาวไทยมุสลิม ก็จะได้แก่ เพลงตันหยงนะครับ ลิเกฮูลูนะครับ ส่วนกลุ่มชาวไทยพุทธนะครับ ก็จะได้แก่ เพลงกล่อมนาค หรือเพลงเรือครับ (ครูจันทิมา) ค่ะ แล้วก็จะแบ่งได้เป็น ๒ กลุ่มนะคะ ก็จะมีชาวไทยมุสลิม กับชาวไทยพุทธนะคะ แต่ละกลุ่มนี่ ก็จะมีเพลงพื้นบ้าน ที่แตกต่างกันนั่นเองค่ะ ตัวอย่างของเพลงพื้นบ้านวันนี้นะคะ มีอะไรบ้างคะ (ครูปิยะณัฐ) มีเพลงเรือครับนักเรียนครับ เพลงบอกครับนักเรียนครับ (ครูจันทิมา) ค่ะ (ครูปิยะณัฐ) ต่อมานะครับ เพลงตันหยงครับ (ครูจันทิมา) ค่ะ (ครูปิยะณัฐ) ลิเกฮูลูครับ และสุดท้ายเพลงลาครับนักเรียนครับ (ครูจันทิมา) ใช่แล้วค่ะนะคะ อันนี้ก็คือเป็นเพลงตัวอย่างนะคะ ของเพลงพื้นบ้านของภาคใต้นั่นเองค่ะ และในวันนี้ค่ะ คุณครูก็มีตัวอย่างการบรรเลงนะคะ เครื่องดนตรีพื้นบ้านนะคะ เรามาดูในส่วนของเครื่องดนตรีกันก่อนนะคะ โดยคุณครูนะคะ จะยกตัวอย่างมานะคะ ๑ ภาคค่ะ (ครูปิยะณัฐ) แต่คุณครูยังไม่บอกนะครับ ว่าเป็นภาคอะไร (ครูจันทิมา) ใช่แล้วค่ะ ให้เด็ก ๆ ลองชมนะคะ ลองฟังนะคะ ว่าเขามีการบรรเลงอย่างไร แล้วก็เป็นเครื่องดนตรีของภาคอะไรค่ะ ถ้าพร้อมแล้วเราไปชมกันเลยค่ะ [เสียงเอฟเฟกต์] [เพลง "ฟ้อนแคนบ้านแก่นท้าว"] [เสียงเอฟเฟกต์] (ครูปิยะณัฐ) จบไปแล้วครับนักเรียนครับ ก่อนอื่นนะครับ คุณครูก็จะต้องขอขอบคุณสื่อวีดิทัศน์นะครับ การบรรเลงแคน ประกอบการแสดงฟ้อนแคนครับนักเรียนครับ เผยแพร่โดยโรงละครแห่งชาติ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือจังหวัดนครราชสีมาครับ (ครูจันทิมา) ค่ะนะคะ เด็ก ๆ คะ เห็นไหมคะ ว่ามีเครื่องดนตรีอะไรคะ ที่เห็นชัด ๆ เลยนะคะ อันนี้ก็คือเป็นในส่วนของการบรรเลงนะคะ ฟ้อนแคนใช่ไหมคะ เพราะฉะนั้น เครื่องดนตรีนะคะ ที่เด็ก... ที่เด็ก ๆ ได้ชมไปนะคะ นั่นก็คือภาคอะไรคะ แคนภาคอีสานนั่นเองค่ะ (ครูปิยะณัฐ) ใช่แล้วครับ (ครูจันทิมา) นะคะ เห็นไหมคะ ว่าการบรรเลงนะคะ จะเป็นในส่วนของการบรรเลงคลอนะคะ สำหรับคลอในส่วนของการร้องนะคะ การรำเห็นไหมคะ (ครูปิยะณัฐ) ใช่แล้วครับ สวยงามมาก ๆ เลยครับครูแต๊กครับ (ครูจันทิมา) ใช่แล้วค่ะ อันนี้ก็คือเป็นตัวอย่างของเครื่องดนตรีนะคะ ที่คุณครูนำมาให้เด็ก ๆ ได้รับชมกัน เรามาดูในส่วนของตัวอย่างนะคะ ของเพลงพื้นบ้านกันบ้างค่ะนะคะ วันนี้คุณครูก็มีตัวอย่างเพลงพื้นบ้าน มาให้เด็ก ๆ ได้ชมกันค่ะ แล้วไปดูกันสิคะ ว่าเป็นเพลงพื้นบ้านของภาคอะไรนะคะ แล้วก็เป็นเพลงอะไรค่ะนะคะ ถ้าพร้อมแล้วเราไปชมกันเลยค่ะ (ครูปิยะณัฐ) ไปเลยครับ [เสียงเอฟเฟกต์] [เพลง "เกี่ยวข้าว"] (ครูปรเมษฐ) ตะวันก็บ่ายลงชายดง เสียงไอ้ฆ้องมันร้องหลง เสียเมื่อในดอนดงเอย (ครูปรเมษฐ ครูปิยะณัฐ) เสียงไอ้ฆ้องมันร้องหลง (ครูปรเมษฐ ครูปิยะณัฐ) เสียงไอ้ฆ้องมันร้องหลง (ครูปรเมษฐ) เสียเมื่อในดอนดงเอย (ครูปิยะณัฐ) เอ่อ เออ เอิงเอย ชะเอิงเงิงเงย ชะเอิงเงิงเอ้ย (ครูปิยะณัฐ ครูปรเมษฐ) เฮ้ เอ้า เฮ้ เฮ (ครูปิยะณัฐ) ทุกวันนี้สุพรรณบ้านหนู คุณย่าคุณปู่ท่านดูขยัน (ครูปรเมษฐ) เฮ้ เอ้า เฮ้ เฮ้ ครอบครัวฉันเป็นชาวนา ลงแขกกันมาแต่โบราณ (ครูปิยะณัฐ) เฮ้ เอ้า เฮ้ เฮ้ จำได้นะใครต้องไปช่วยเกี่ยว อีกหน่อยเดี๋ยวเดียวเขามาช่วยฉัน (ครูปิยะณัฐ ครูปรเมษฐ) เฮ้ เอ้า เฮ้ เฮ้ (ครูปรเมษฐ) ไม่มีการจ้างด้วยเงินด้วยทอง ตอบแทนพี่น้องไปด้วยอาหาร (ครูปิยะณัฐ) เฮ้ เอ้า เฮ้ เฮ้ ฉู่ฉี่ต้มยำแกงไก่แกงหมู น้ำพริกปลาทูแตงกวาแตงร้าน (ครูปิยะณัฐ ครูปรเมษฐ) เฮ้ เอ้า เฮ้ เฮ (ครูปรเมษฐ) น้ำเปล่าน้ำเย็นเป็นธรรมชาติ น้ำเปล่าน้ำเย็นเป็นธรรมชาติ อีกต้องไม่ขาดก็คือของหวาน (ครูปิยะณัฐ) เฮ้ เอ้า เฮ้ เฮ สืบทอดประเพณีกันเถิดท่าน สืบทอดประเพณีกันเถิดท่าน อย่าให้สูญพันธ์ลงแขกเอย (ครูปิยะณัฐ ครูปรเมษฐ) เอ่อ เอ้อลงแขกเอย (ครูปิยะณัฐ) สืบทอดประเพณีกันเถิดท่าน สืบทอดประเพณีกันเถิดท่าน อย่าให้สูญพันธ์ลงแขกเอย (ครูปิยะณัฐ ครูปรเมษฐ) เอ่อ เอ้อลงแขกเอย (ครูปิยะณัฐ) สืบทอดประเพณีกันเถิดท่าน สืบทอดประเพณีกันเถิดท่าน อย่าให้สูญพันธ์ลงแขกเอย [เสียงเอฟเฟกต์] (ครูจันทิมา) และตัวอย่างนะคะ ที่เด็ก ๆ ได้ชมไป นั่นก็คือเป็นเพลงเกี่ยวข้าวนะคะ เป็นเพลงพื้นบ้านของภาคกลางนั่นเองค่ะ แล้ววันนี้ค่ะ คุณครูมีคำถามค่ะ มาให้เด็ก ๆ ได้ลองคิดนะคะ แล้วก็ตอบคุณครูนะคะ ว่านักเรียนทราบหรือไม่ว่าการแสดงดนตรีนะคะ มีคุณค่าและความสำคัญต่อตัวนักเรียน และประเทศชาติอย่างไรบ้างคะ เห็นไหมคะ การบรรเลงทั้งการบรรเลงการฝึกซ้อมนะคะ การไปชมดนตรีนี่นะคะ ให้ความสำคัญต่อนักเรียนอย่างไรบ้างคะ นักเรียนสามารถยกมือตอบ กับคุณครูปลายทางได้เลยนะคะ (ครูปิยะณัฐ) ครับ (ครูจันทิมา) ดนตรีมีความสำคัญ กับนักเรียนอย่างไรบ้าง (ครูปิยะณัฐ) และให้คุณค่ากับนักเรียนอย่างไรครับ (ครูจันทิมา) ใช่แล้วค่ะ ครูเบสคะนะคะ การแสดงดนตรีนะคะ หรือว่าการบรรเลงดนตรีนี่ มีคุณค่าแล้วก็ความสำคัญอย่างไรบ้างคะ (ครูปิยะณัฐ) ครับ สำหรับตัวคุณครูเบสเอง นะครับนักเรียนครับ คุณครูเบสคิดว่านะครับ มันจะช่วยคัดเกลาจิตใจนะครับ อีกทั้งยังฝึกสมาธิครับนักเรียนครับ และยังใช้เวลาว่าง ให้เกิดประโยชน์ครับครูแต๊กครับ และสิ่งสำคัญครับ เป็นความสามารถติดตัวนักเรียนด้วยครับ (ครูจันทิมา) เห็นไหมคะ ว่าการบรรเลงดนตรีนี่ ถ้าเกิดเด็ก ๆ ได้ฝึกเองเลยใช่ไหมคะ ก็จะเป็นความสามารถพิเศษด้วยใช่ไหมคะ (ครูปิยะณัฐ) เหมือนคุณครูเบสเองนี่ ก็เป็นนักดนตรีไทยนะครับ สมัยที่คุณครูเรียน ม. ต้น ณ ปัจจุบันนี้คุณครูก็ยังเล่นดนตรีไทย ได้อยู่เลยครับนักเรียนครับ (ครูจันทิมา) เห็นไหมคะ มันจะติดตัวไป เรื่อย ๆ เลยใช่ไหมคะ เป็นความสามารถของตัวเราเอง เห็นไหมคะ ว่าดนตรีนะคะ มีความสำคัญมาก ๆ เลยค่ะ เรามาดูนะคะ ความสำคัญของดนตรีนะคะ ดนตรีนะคะ เป็นงานศิลปะค่ะ ที่มนุษย์สร้างขึ้นนะคะ โดยใช้เสียงนะคะ เป็นสื่อในการถ่ายทอดออกมาค่ะ เป็นลีลา ทำนอง อารมณ์ของเพลงนะคะ จะดำเนินไปตามจินตนาการ ของนักประพันธ์เพลงค่ะ และเป็นสิ่งที่มีคุณค่าต่อมนุษย์นะคะ ในการปรุงแต่งชีวิตให้มีความสุขนั่นเองค่ะ เห็นไหมคะ และนี่ก็คือความสำคัญของดนตรีนั่นเองค่ะ และกิจกรรมนะคะ วันนี้ที่คุณครูจะให้เด็ก ๆ ได้เรียนรู้กันนะคะ นั่นก็คือคุณครูจะให้เด็ก ๆ นะคะ เขียนแนวทางการอนุรักษ์ดนตรีค่ะนะคะ อย่างน้อย ๕ ข้อนะคะ นักเรียนมีแนวทางการอนุรักษ์ดนตรี อย่างไรบ้างคะนะคะ อย่างที่ครูเบสบอกไปนะคะ อย่างเช่นการฝึกหัดดนตรีนี่ ก็ถือว่าเป็นแนวทางการอนุรักษ์อย่างหนึ่งนะคะ เพราะว่าเราจะได้สืบทอดนะคะ ในส่วนของการฝึกเล่นดนตรีนั่นเอง (ครูปิยะณัฐ) ไม่ให้ดนตรีชนิดนั้นหายไปครับ (ครูจันทิมา) ใช่แล้วค่ะนะคะ คุณครูขอเพิ่มเติมนิดหนึ่งนะคะ โดยคุณครูจะให้นักเรียน ไหมเป็นแผนผังความคิดดีกว่าค่ะ เพราะว่าเด็ก ๆ นะคะ จะได้ใช้จินตนาการนะคะ ในการวาดภาพระบายสีนะคะ โดยเด็ก ๆ จะต้องไหมอย่างน้อยกี่ข้อคะ ๕ ข้อนั่นเองใช่ไหมคะ หัวข้อของเราวันนี้ ก็คือแนวทางการอนุรักษ์ดนตรีค่ะ (ครูปิยะณัฐ) ครับ (ครูจันทิมา) มาดูในส่วนของคุณครูปลายทางกันค่ะ (ครูปิยะณัฐ) ครับ สำหรับคุณครูปลายทางนะครับ ให้คุณครูปลายทางนะครับ ช่วยควบคุมชั้นเรียน ดูแลความเรียบร้อย และตรวจสอบความถูกต้องนั่นเองครับ (ครูจันทิมา) ใช่แล้วค่ะ อันนี้นะคะ ก็คือจะให้นักเรียนของคุณครูนะคะ ได้คิดแนวทางการอนุรักษ์นะคะ อย่างน้อย ๕ ข้อนะคะ ๕ ข้ออย่างน้อยนะคะ หรือว่าใครได้มากกว่านั้นยิ่งดีเลยนะคะ ยิ่งดีเลย แล้วก็จะทำเป็นแผนผังความคิดนะคะ โดยจะวาดภาพระบายสี ตกแต่งให้สวยงามค่ะนะคะ ถ้าพร้อมแล้วเราไปไหมกิจกรรมนี้กันเลยค่ะ [เสียงเอฟเฟกต์] [เสียงดนตรี] [เสียงนาฬิกานับถอยหลัง] [เสียงเอฟเฟกต์] (ครูจันทิมา) เอาล่ะค่ะ นักเรียนคะ เป็นอย่างไรบ้างคะ สำหรับแนวทางการอนุรักษ์นะคะ ที่เด็ก ๆ ได้คิดกันไปนะคะ เห็นไหมคะ นักเรียนก็สามารถปฏิบัติได้เลยนะคะ ปฏิบัติตัวได้เลยนะคะ ถือว่าเป็นแนวทางการอนุรักษ์ดนตรีนะคะ ที่เด็ก ๆ นะคะ จะได้เรียนรู้กันนะคะ แล้ววันนี้ค่ะ เด็ก ๆ ก็ได้เรียนรู้ ในส่วนของเครื่องดนตรีนะคะ และก็เพลงนะคะ ทั้ง ๔ ภาคเลยใช่ไหมคะ แล้วก็ยังได้เห็นความสำคัญของดนตรีอีกด้วยนะคะ และในครั้งต่อไปค่ะ เราจะมาเรียนรู้เรื่องอะไรกันดีคะครูเบส (ครูปิยะณัฐ) สำหรับในครั้งต่อไปนะครับ นักเรียนปลายทางของคุณครูจะได้เรียนรู้ ในเรื่องของท่าทางประกอบเพลงครับ จะเป็นอย่างไรรอติดตามครับ (ครูจันทิมา) ค่ะ และในส่วนของวันนี้นะคะ ครูแต๊กและครูเบสนะคะ ก็ฝากไว้เพียงเท่านี้ค่ะ แล้วพบกันใหม่ในครั้งหน้า สำหรับวันนี้สวัสดีค่ะ (ครูปิยะณัฐ) สวัสดีครับ [เสียงดนตรี]