[เสียงดนตรี] (ครูณัฐทิยา) สวัสดีคุณครูที่อยู่ปลายทางนะคะ และนักเรียนที่น่ารักทุก ๆ คนด้วยค่ะ วันนี้กลับมาพบกันอีกเช่นเคยนะคะ กับรายวิชาการงานอาชีพ ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ โดยพบกับคุณครูณัฐทิยา เนียมสะอาด หรือที่เด็ก ๆ เรียกกันว่า "คุณครูฝ้าย" ค่ะ (ครูอรอนงค์) และคุณครูอรอนงค์ สุดสาคร หรือว่า "ครูแอร์" ค่ะ สำหรับวันนี้นะคะ เด็ก ๆ ของครูแอร์นั้น ดูหน้าตาสดชื่นแจ่มใสกันเลยทีเดียวนะคะ แสดงว่าตั้งหน้าตั้งตา รอครูแอร์และครูฝ้ายแล้วใช่ไหมคะ เอาล่ะค่ะ เด็ก ๆ พร้อมแล้วนะคะ เราไปดูเนื้อหาในวันนี้กันเลยค่ะ ว่าวันนี้เราจะเรียนรู้เกี่ยวกับเรื่องอะไรค่ะ ไปกันเลยค่ะ (ครูณัฐทิยา) ค่ะ ซึ่งวันนี้นะคะ เราจะเรียนรู้เกี่ยวกับเรื่อง ของการจัดเก็บเอกสารสำคัญนั่นเองนะคะเด็ก ๆ ซึ่งเดี๋ยวเราไปดูในส่วนของจุดประสงค์ การเรียนรู้กันเลยนะคะ ว่ามีอะไรบ้างนั่นเองค่ะ (ครูอรอนงค์) ค่ะ สำหรับจุดประสงค์ ของเราในวันนี้นะคะ จะมีอยู่ด้วยกันทั้งหมด ๓ ข้อค่ะ ข้อที่ ๑ นะคะ ยกตัวอย่างการจัดเก็บเอกสารสำคัญได้ ข้อที่ ๒ สามารถเก็บเอกสารสำคัญนะคะ ได้ถูกวิธีค่ะ และข้อที่ ๓ นะคะ เห็นประโยชน์ของการจัดเก็บเอกสารสำคัญค่ะ (ครูณัฐทิยา) ค่ะ และนี่ก็คือจุดประสงค์ การเรียนรู้ที่ง่าย ๆ นะคะ เด็ก ๆ ไม่ยากเลยนะคะ สำหรับวันนี้ค่ะ ตอนนี้เด็ก ๆ เตรียมสมุดพร้อมกันแล้วใช่ไหมคะ อย่าลืมเขียนวันที่ไว้ด้วยนะคะ และอะไรที่สามารถจดบันทึกได้ ก็สามารถที่จะจดบันทึกไว้นะคะ เพื่อเป็นการเรียนรู้นั่นเองนะคะ การจดดีกว่าการจำเสมอค่ะเด็ก ๆ ต่อไปค่ะ คุณครูก็มีในส่วนของคำถามนั่นเองนะคะ เด็ก ๆ มาอ่านคำถามไปพร้อมกัน กับคุณครูเลยนะคะ ซึ่งคำถามของเราค่ะ ไปดูที่เนื้อหาคำถามนะคะ ถ้านักเรียนต้องการจัดเก็บเอกสาร ประวัติ ผลงาน เกียรติบัตรของตนเอง จะเก็บไว้ที่ใด จึงจะเหมาะสมนะคะ อีกครั้งหนึ่งค่ะเด็ก ๆ ถ้านักเรียนต้องการจัดเก็บเอกสาร ประวัติ ผลงาน เกียรติบัตรของตนเอง จะเก็บไว้ที่ใด จึงจะเหมาะสมค่ะ เด็ก ๆ สังเกตแล้วใช่ไหมคะ ว่าคำถามของคุณครูนั้นนะคะ ไม่ยากเลยนะคะ ตอนนี้เด็ก ๆ สามารถที่จะตอบ กับคุณครูที่อยู่ปลายทางได้เลยนะคะ [เสียงดนตรี] (ครูณัฐทิยา) ได้ยินเสียงเด็ก ๆ ตอบมา (ครูอรอนงค์) ตอบเสียงดังชัดเจนค่ะ (ครูณัฐทิยา) ชัดมากมากเลยนะคะเด็ก ๆ เอาละคะเด็ก ๆ ก็อยากจะฟังความคิดเห็นของคุณครูแอร์นะคะ ว่าคุณครูแอร์นี่ ถ้าสมมุติว่าครูแอร์ ต้องการเก็บเอกสารนะคะ อย่างเช่น ประวัติผลงาน เกียรติบัตรนะคะ คุณครูแอร์นี่ จะเก็บไว้ที่ไหนนะคะ จึงจะเหมาะสมนั่นเองค่ะ (ครูอรอนงค์) ค่ะ สำหรับเอกสารนะคะ แล้วก็ผลงานของครูแอร์นะคะ ที่ได้รับมานะคะเด็ก ๆ เราก็ต้องดูขนาดก่อนนะคะ ว่าขนาดของเอกสารที่เรารับมานั้นนะคะ มีขนาดเท่าไรนะคะ แต่ถ้าเป็นเกียรติบัตรค่ะ ของครูแอร์ก็จะมีขนาด A4 นะคะ ซึ่งจะมีขนาดใหญ่ค่ะ ครูแอร์ก็จะเก็บใส่แฟ้มสะสมผลงาน ให้เรียบร้อยนะคะ เพื่อป้องกันไม่ให้ฝุ่นละอองมาเกาะ หรือว่าโดนน้ำนั่นเองค่ะ อันนี้ก็คือวิธีการจัดเก็บเอกสาร ของครูแอร์ค่ะครูฝ้าย (ครูณัฐทิยา) ค่ะ เอาล่ะค่ะ เรามาดูเฉลยกัน ว่าอย่างที่คุณครูแอร์ตอบนั้นถูกต้องหรือไม่ค่ะ เราไปดูกันเลยค่ะ นะคะ เราก็จะมีในส่วนของแฟ้มนะคะ แฟ้มเอกสารต่าง ๆ และในส่วนของกระเป๋าสตางค์ใช่ไหมคะ ตรงนี้นะคะ เด็ก ๆ สามารถที่จะจัดเก็บ ประวัติผลงานเกียรติบัตรไว้ในไหนดีคะ ระหว่างในแฟ้มหรือในกระเป๋าสตางค์นั่นเองค่ะ เด็ก ๆ เลือกอะไรคะ ถ้าเก็บเอกสารนะคะ ประวัติผลงานเกียรติบัตรค่ะ ที่มีขนาดใหญ่เราจะเก็บไว้ในไหนดีคะ (ครูอรอนงค์) ครูฝ้ายคะ เด็ก ๆ ตอบเหมือน ครูแอร์เลยค่ะ (ครูณัฐทิยา) เก็บไว้อย่างไรคะ (ครูอรอนงค์) ในแฟ้มสะสมผลงานนั่นเองค่ะ (ครูณัฐทิยา) ถูกต้องเลยค่ะเด็ก ๆ นะคะ ถูกต้องนะคะ ในส่วนของข้อนี้ค่ะ ไปดูที่กระเป๋าสตางค์ค่ะ ผิดนั่นเองนะคะ เก่งมาก ๆ เลยค่ะ เอาล่ะค่ะ เดี๋ยวเราไปดูในส่วน ของเอกสารสำคัญนะคะ ก็จะมีในส่วนของเอกสารส่วนตัวนะคะ เอกสารครอบครัวนะคะ ตามด้วยเอกสารการเงินนะคะ อันนี้เรียกว่าเอกสารสำคัญนั่นเองนะคะ ทั้งส่วนตัวที่เป็นของเรานะคะ แล้วก็เป็นในส่วนของครอบครัว ที่ครอบครัวใช้กันนะคะ รวมไปถึงในเรื่องของการเงิน เป็นสารหลักฐานเกี่ยวข้องกับการเงิน นั่นเองนะคะเด็ก ๆ (ครูอรอนงค์) ต่อไปค่ะ เราก็ไปดูเอกสารส่วนตัวกันบ้างนะคะ ว่าคืออะไรค่ะ เป็นเอกสารที่เกี่ยวข้องกับตัวนักเรียนนะคะ อย่างเช่น บัตรนักเรียนค่ะ บัตรประจำตัวประชาชนค่ะ สูติบัตรนะคะ ใบประกาศนียบัตร ใบแสดงผลการเรียน บัตร ATM บัตรเครดิต เป็นต้นนะคะ เอกสารส่วนตัวบางอย่างนะคะ เราก็จะต้องนำติดตัวไปตลอดเลยนะคะ โดยการเก็บในกระเป๋าสตางค์นั่นเองค่ะ (ครูณัฐทิยา) ถูกต้องแล้วค่ะ (ครูอรอนงค์) เดี๋ยวเราไปดูกัน ว่าเอกสารส่วนตัวนั้น ประกอบไปด้วยอะไรบ้างนะคะ ไปดูกันเลยค่ะ สำหรับอย่างที่ ๑ นะคะ ก็คือบัตรประจำตัวประชาชนนะคะ เชื่อว่าเด็ก ๆ ทุกคนจะต้องมีอยู่แล้วนะคะ (ครูณัฐทิยา) ถูกต้องค่ะ (ครูอรอนงค์) เป็นบัตรประจำตัวประชาชนนะคะ ที่รัฐออกให้แก่ผู้ที่มีสัญชาติไทยค่ะ ที่มีอายุตั้งแต่ ๗ ถึง ๗๐ ปีนะคะ เป็นเอกสารราชการที่มีความสำคัญนะคะ เพื่อใช้ในการพิสูจน์แล้วก็ยืนยัน สถานภาพของตัวบุคคลนั่นเองค่ะ ซึ่งในบัตรประชาชนนี้นะคะ ก็จะประกอบไปด้วยเลข ๑๓ หลักนะคะ ตามด้วยชื่อนามสกุลของเรานะคะ รวม... รวมถึงภาษาไทย แล้วก็ภาษาอังกฤษอีกด้วยนะคะ แล้วก็จะมีวันเดือนปีเกิดนะคะ ดั่งตัวอย่างที่เด็ก ๆ ได้เห็นอยู่บนจอเลยค่ะ (ครูณัฐทิยา) ถูกต้องแล้วค่ะ และในส่วนของบัตรประชาชนนะคะ จริง ๆ ก็จะมี... ที่เป็นลักษณะของตัวจริงด้วยใช่ไหมคะ ก็คือตัวบัตรเลยนะคะ ตัวสำเนาใช่ไหมคะ ถ้าอย่างนี้นะคะ ในส่วนของบัตรประชาชน ที่เป็นขนาดเล็กใช่ไหมคะ เด็ก ๆ คงจะเก็บไว้ในกระเป๋าสตางค์ แน่นอนเลยนะคะ และในส่วนของเวลาเราอยากจะไปยื่น เอกสารสำคัญทางราชการนะคะ (ครูอรอนงค์) ก็คือสำเนาบัตรประชาชนใช่ไหมคะ (ครูณัฐทิยา) ใช่ค่ะ เราก็ควรที่จะเก็บไว้ใน แฟ้มใช่ไหมคะ ใช่ค่ะ หรือว่าซองใส่นั่นเองนะคะเด็ก ๆ เยี่ยมมากเลยค่ะ (ครูอรอนงค์) ต่อไปค่ะ ก็คือบัตรประจำตัวนักเรียนนะคะ เป็นบัตรที่ใช้แสดงตัวตนในโรงเรียนนะคะ สามารถใช้ประโยชน์ทางการเรียน อย่างเช่น การเข้ายืม-คืน หนังสือจากห้องสมุดนะคะ การประกันอุบัติเหตุของโรงเรียนค่ะ แสดงบัตรก่อนเข้าห้องสอบนะคะ บางโรงเรียนค่ะครูฝ้าย บัตรนี้นะคะ ก็จะยืนยันตัวตนของเรานะคะ ในการเข้าโรงเรียนค่ะ อาจจะมี QR Code นะคะ ในการสแกนเข้านั่นเองค่ะ ซึ่งบัตรของเรานั้นนะคะ ก็จะประกอบไปด้วยนะคะ เรานั้นอยู่ชั้นอะไรนะคะ ประถมศึกษาที่เท่าไร หรือว่ามัธยมศึกษาที่เท่าไรนั่นเองค่ะ ตามไปถึงชื่อ นามสกุลของเรา แล้วก็รวมไปถึง เลขบัตรประจำตัวของเรานั่นเองค่ะ อันนี้ก็จะเป็นในส่วนของนักเรียนค่ะ ซึ่งวิธีการพกนะคะ เราก็จะพกหรือว่าจัดเก็บ ไว้ในกระเป๋าสตางค์นั่นเองค่ะ (ครูณัฐทิยา) ถูกต้องแล้วค่ะ เรามาดูในส่วนต่อไปกันเลยนะคะเด็ก ๆ (ครูอรอนงค์) ค่ะ สำหรับต่อไปนะคะ ก็คือสูติบัตรนั่นเองค่ะ ซึ่งเป็นเอกสารที่สำคัญนะคะ นายทะเบียนนั้น ออกให้เป็นหลักฐาน แสดงถึงสัญชาตินะคะ วัน เดือน ปี เวลา สถานที่เกิดของเราค่ะ แล้วก็รวมไปถึงชื่อของบิดา มารดา ของแต่ละบุคคลนั่นเอง เอกสารชิ้นนี้นะคะ ครูฝ้ายเป็นเอกสารที่สำคัญนะคะ ซึ่งจะมีขนาดเท่ากับกระดาษ A4 นะคะ วิธีการจัดเก็บเราควรจัดเก็บอย่างไรคะเด็ก ๆ เราจะพับแล้วก็เอาใส่กระเป๋าได้ไหมคะ ไม่ได้เลยนะคะ สำหรับวิธีนี้เราไม่นิยมทำนะคะ สำหรับวิธีการจัดเก็บเอกสารสำคัญ ขนาดเท่ากับกระดาษ A4 นั้นนะคะ ส่วนมากเราก็จะจัดเก็บ โดยจัดเก็บใส่ในให้เรียบร้อยค่ะ ต่อไปค่ะ มีอีก ๑ อย่าง จะเป็นอะไรนั้น ไปดูกันเลยค่ะ นี่เลยค่ะ สิ่งนี้นะคะเด็ก ๆ ก็จะต้องเคยเห็นอย่างแน่นอนนะคะ ก็คือใบแสดงผลการเรียนนั่นเองค่ะ เป็นเอกสารบันทึกผลการเรียนนะคะ ของนักเรียนในทุกกลุ่มสาระวิชาค่ะ และกิจกรรมต่าง ๆ ที่ได้เรียน ในแต่ละช่วงชั้นนะคะ ของหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานค่ะ เพื่อใช้เป็นหลักฐานแสดงสถานภาพ และผลการเรียนของนักเรียนแต่ละคนนะคะ ใช้เป็นหลักฐานในการสมัครเข้าเรียนต่อ หรือว่าสมัครเข้าทำงานค่ะ สำหรับใบแสดงผลการเรียนนะคะ เด็ก ๆ ก็จะระบุชื่อ นามสกุลของเรานะคะ วัน เดือน ปีที่เราเกิดค่ะ รวมไปถึง นี่เลยค่ะ เกรดแต่ละรายวิชานะคะ เด็ก ๆ ลองสังเกตเห็นนะคะ ว่าจะมีทุกกลุ่มรายวิชา ทุกกลุ่มสาระเลยนะคะ ด้านในก็จะระบุหน่วยกิตนะคะ แล้วก็รวมไปถึงเฉลี่ยด้วย ว่าเราได้เกรดเฉลี่ยเท่าไรนะคะ สำหรับวิธีการจัดเก็บค่ะ เด็ก ๆ มีขนาดเท่ากับกระดาษ A4 นะคะ เราควรจัดเก็บแบบไหนคะ ครูแอร์ได้บอกไปแล้ว เยี่ยมมากค่ะ ก็คือเก็บใส่ในแฟ้ม เอกสารส่วนตัวของเรานะคะ เมื่อเราไปสมัครเรียน หรือว่าไปสมัครงานค่ะครูฝ้าย ก็จะสามารถที่จะหยิบใช้ แล้วก็หาได้อย่างสะดวกนั่นเองค่ะ (ครูณัฐทิยา) อย่างเช่น เด็ก ๆ ป. ๖ ของเราใช่ไหมคะ เมื่อเขาจบการศึกษาออกไปนะคะ เขาก็จะได้ในส่วนของใบ ปพ. ๑ ใช่ไหมคะ ตรงนี้นะคะเด็ก ๆ ก็จัดเก็บให้ดีนั่นเองนะคะ แล้วก็เราก็ไม่ควรที่จะนำ ปพ. ๑ ที่เป็นของจริงนะคะ ไปยื่นใช่ไหมคะ แต่เราควรที่จะให้เอกสาร ที่เป็นสำเนานั่นเองนะคะ ก็คือถ่ายเอกสารไปนะคะ เพื่อไปยื่นหรือไปใช้ ในการประกอบการสมัครนั่นเองค่ะเด็ก ๆ ตรงนี้นะคะ ต้องเก็บให้ดีนะคะ แล้วก็ใช้อย่างให้ดีนั่นเองค่ะ เอาละคะ ต่อไปนะคะเด็ก ๆ ก็จะได้ดูวิธีการสาธิตนั่นเองนะคะ ซึ่งจะเป็นการสาธิต เอกสารการจัดเก็บเอกสารส่วนตัวนั่นเองค่ะ ถ้าพร้อมแล้วให้ไปดูกันเลยค่ะ [เสียงเอฟเฟกต์] [เสียงดนตรี] [เสียงเอฟเฟกต์] (ครูณัฐทิยา) ค่ะ ตอนนี้นะคะ คุณครูก็จะมาสาธิต วิธีการจัดเก็บเอกสารส่วนตัวนะคะ ซึ่งในส่วนของเอกสารส่วนตัวนะคะ เราก็อาจจะมีในส่วน ของแฟ้มสะสมผลงานนั่นเองนะคะ ซึ่งตรงนี้นะคะ ก็จะเป็นแฟ้มสะสมผลงาน ของน้องสาวคุณครูนั่นเองนะคะ ซึ่งในส่วนของด้านในค่ะเด็ก ๆ ก็จะมีในส่วนของการบอกว่าแฟ้มอะไรนะคะ ใส่เป็น Portfolio ต่าง ๆ นะคะ หรือว่าจะเป็นในส่วนของประวัติส่วนตัวนะคะ ที่ใส่ทางด้านนี้ ตามด้วยประวัติการศึกษาค่ะ ถัด... ถัดมาด้านนี้นะคะ ก็จะเป็นในส่วนของใบ ปพ. ๑ นั่นเองนะคะ ซึ่งเด็ก ๆ เดี๋ยวก็จะได้รับ ในส่วนของใบ ปพ. ๑ เช่นกันนะคะ หลังจากที่เด็ก ๆ นั้นจบการศึกษา ประถมศึกษาปีที่ ๖ นะคะ ก็ควรที่จะเก็บไว้ให้ดีนั่นเองนะคะ แล้วก็แยกเป็นหมวดหมู่ระหว่างตัวจริงนะคะ แล้วก็ตัวถ่ายเอกสารนั่นเองนะคะ ตามด้วยค่ะ ผลงาน ผลงานมีอะไรบ้างนะคะ ก็เรียงมาตั้งแต่ต้นเลยนะคะ จนถึงสุดท้ายนี้นะคะ ก็จะเป็นในส่วนของผลงานนะคะ ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันนะคะ ก็จะเป็นในส่วนของเกียรติบัตรนั่นเองค่ะ เกียรติบัตรการเข้าร่วมต่าง ๆ นะคะ อาจจะเป็นชมรมนะคะ กีฬา ในเรื่องของกีฬายิงปืนนะคะ เป็นต้นนะคะ หรือจะเป็นในส่วนของการเข้าอบรมนะคะ การจัดทำหนังสือเล่มเล็กนะคะ เด็ก ๆ ก็สามารถที่จะใส่มาได้เลยนะคะ หรือว่าเป็นในส่วนของการเข้าร่วม ในส่วนของการอบรมนะคะ หลักสูตรอำนวย... อำนวยความสะดวกเกี่ยวกับเรื่อง ของค่ายวิทยาศาสตร์ทางทะเลนะคะ ในส่วนนี้หรือว่าผ่านการฝึก การกระโดดหอมาแล้วนะคะ หรือจะเป็นการเข้าร่วมโครงการ ยุวชนต่าง ๆ นะคะ แบบนี้ อันนี้ก็จะเป็นในส่วนของเกียรติบัตรนะคะ เด็ก ๆ ก็สามารถที่จะสะสมได้ ตั้งแต่ชั้นอนุบาลนะคะ หรือว่าจนเด็ก ๆ โตเลยนะคะ ก็ถือว่าเป็นผลงานของเรานั่นเองค่ะ ส่วนนี้ก็จะเป็นโครงการค่ายศิลปะ เด็กต่าง ๆ นั่นเองค่ะ เกียรติบัตรนะคะ อบรมต่าง ๆ นะคะ เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ต่อไปค่ะ ก็จะเป็นวุฒิบัตรหลักสูตรการศึกษา ระบบนิเวศต้นน้ำนะคะ ต่อไปก็จะเป็นเกียรติบัตร ที่เกี่ยวข้องกับงานวิชาการนะคะ ก็สามารถที่จะใส่มาได้เลยค่ะเด็ก ๆ ซึ่งเด็ก ๆ อาจจะไปแข่งขันนะคะ เกี่ยวข้องกับงานวิชาการต่าง ๆ นะคะ เช่น คัดลายมือนะคะ หรือว่าอาจจะเป็นในส่วน ของการวิ่งต่าง ๆ นั่นเองนะคะ หรือว่าวาดภาพนะคะ เด็ก ๆ ก็สามารถที่จะเรียบเรียง ใส่มาได้นั่นเองนะคะ ตรงนี้ก็คร่าว ๆ นะคะ ที่คุณครูจะเปิดให้กับเด็ก ๆ ได้ดูนะคะ อันนี้ก็คือในส่วนของเกียรติบัตรทั้งหมดเลยนะคะ สำหรับต่อไปค่ะเด็ก ๆ คุณครูก็จะให้เด็ก ๆ นั้น ได้ดูเกี่ยวกับเรื่องของการทำงานนะคะ ซึ่งจะเป็นเกี่ยวข้องกับการทำงาน ที่เกี่ยวข้องกับส่วนรวมนั่นเองนะคะ อาจจะมีแบบว่าเป็นรูปภาพนะคะ แบบนี้เด็ก ๆ ก็สามารถที่จะใส่มาได้เลยนะคะ อย่างเช่น การแนะนำวิธีรักษาสุขภาพฟัน ให้กับน้อง ๆ นักเรียนนะคะ ก็สามารถที่จะใส่มาได้นะคะ หรือว่าจะเป็นการทำความสะอาด ชายทะเลต่าง ๆ นะคะ อันนี้ก็คือเป็นในส่วนของแฟ้มสะสมผลงานนะคะ ของเด็ก ๆ นะคะ ที่สามารถทำได้นั่นเองนะคะ เด็ก ๆ สามารถที่จะจัดเก็บได้เลยนะคะ ในส่วนของเอกสารส่วนตัวที่เป็นแฟ้มผลงานนะคะ สำหรับต่อไปค่ะ ก็จะเป็นเอกสารส่วนตัวอีกนั่นเองค่ะ ซึ่งตรงนี้ก็จะเป็นสูติบัตรนะคะ จะเป็นสูติบัตรค่ะ แล้วก็จะเป็นสำเนานะคะ ทะเบียนบ้าน เป็นสำเนาบัตรประชาชนนะคะ ซึ่งตรงนี้ค่ะ เราสามารถที่จะถ่ายเอกสารนะคะ แล้วก็จัดเก็บไว้ในนี้ได้เลยนะคะเด็ก ๆ ตรงนี้นะคะ ซึ่งเวลาที่เราจะไปใช้นะคะ เราก็จะต้องเซ็นสำเนาถูกต้องใช่ไหมคะ นำไปใช้ทางราชการก็ได้เช่นกันค่ะ ต่อไปค่ะ ในส่วนนี้เด็ก ๆ คงจะเห็นว่าอันนี้คุณครูฝ้าย ได้นำในส่วนของกระเป๋าสตางค์มานะคะเด็ก ๆ ซึ่งในนี้เด็ก ๆ ลองทายสิคะ ว่าเราสามารถจัดเก็บอะไรได้บ้างค่ะ ใช่นะคะ เราสามารถที่จะจัดเก็บนะคะ เอกสารนะคะ ที่เป็นขนาดเล็กนะคะ ก็คือในส่วนของบัตรประชาชนนะคะ ต่างๆ ในนี้นะคะ หรือว่าจะเป็นบัตรโรงพยาบาลนะคะ ซึ่งตรงนี้ค่ะ คุณครูฝ้ายก็ได้จัดเก็บไว้นะคะ ที่เป็นบัตรประชาชนนะคะ ตัวจริง บัตร ATM นะคะ และก็เป็นในส่วนของบัตรโรงพยาบาล ตรงนี้นะคะเด็ก ๆ ซึ่งก็จะเป็นบัตรที่สำคัญนะคะเด็ก ๆ เวลาที่เด็ก ๆ นั้น ป่วยไข้หรือไม่สบายนะคะ เราก็ควรที่จะมีบัตรนี้ติดตัวไว้นะคะ และในส่วนของบัตรประชาชนก็เช่นกันนะคะ เราต้องเก็บรักษาให้ดีนั่นเองค่ะ เพราะในนี้ ก็เป็นเลขสำคัญด้วย มีเลขบัตรประชาชนที่สำคัญต่อตัวเรานั่นเองค่ะ คุณครูฝ้ายก็จะใส่ไว้ ในกระเป๋าสตางค์แบบนี้นะคะเด็ก ๆ แล้วก็จัดเก็บให้ดีนั่นเองค่ะ ทั้งนี้ทั้งนั้นนะคะ ในส่วนของการ จัดเก็บเอกสารส่วนตัวนะคะเด็ก ๆ เราสามารถจัดเก็บได้ง่ายแบบนี้นะคะ ถ้าเด็ก ๆ ไม่มีแฟ้มนะคะ เราก็ยังมีจะเป็นซองน้ำตาลนะคะ หรือว่าเป็นแฟ้มต่าง ๆ ที่มีลักษณะแบบนี้นั่นเองค่ะเด็ก ๆ ซึ่งสามารถที่จะจัดเก็บได้นะคะ ง่าย ๆ แบบนี้นะคะ ไม่ยากเลยนะคะ เอาเลยค่ะ ต่อไปค่ะเด็ก ๆ เราไปดูว่าเราจะรู้กันในเรื่องอะไรค่ะ ไปดูกันเลยค่ะ [เสียงเอฟเฟกต์] (ครูณัฐทิยา) ต่อไปนะคะ ก็จะเป็น ในส่วนของเอกสารครอบครัวนั่นเองนะคะ คำว่า "ครอบครัว" ก็คืออาจจะประกอบ ไปด้วยคุณพ่อ คุณแม่ใช่ไหมคะ คุณปู่ คุณย่า คุณตา คุณยายนะคะ หรือว่าจะเป็นพี่เป็นน้องกันนะคะ ในครอบครัวนั้น ๆ เองนะคะ แน่นอนก็คือว่าเป็นเอกสารด้วยนั่นเองค่ะ สำหรับเอกสารสำคัญนะคะ ก็จะเกี่ยวข้องกับครอบครัว เช่น สำเนาทะเบียนบ้านนะคะ ทะเบียนสมรส เป็นเอกสารมีสมาชิกในครอบครัวนี่รวมกันนะคะ ดังนั้น ควรเก็บเข้าตู้หรือแฟ้มเอกสารนะคะ แล้วบอกให้ทุกคนในครอบครัวนี่ ทราบนะคะ ส่วนเอกสารที่ไม่ได้ใช้ประจำ เช่น อาจจะเป็นโฉนดที่ดินนะคะ ควรที่จะเก็บใส่ซองใสหรือตู้เก็บเอกสารนะคะ แล้วก็เก็บไว้ในลิ้นชัก ล็อกกุญแจให้เรียบร้อยนั่นเองนะคะ สำหรับเอกสารครอบครัวนะคะ ก็จะได้แก่ทะเบียนบ้านนั่นเองนะคะเด็ก ๆ ในส่วนของทะเบียนบ้านนะคะ เด็ก ๆ อาจจะเคยเห็นแล้ว ที่บ้านของเราใช่ไหมคะ ก็จะเป็นสมุดเล่ม ๆ สีน้ำเงินเลยนะคะ ที่เด็ก ๆ เคยพบเห็นนะคะ ซึ่งในทะเบียนบ้านนะคะ ก็จะประกอบไปด้วย เป็นการแสดงในเรื่อง ของเลขบัตรประจำตัวนะคะ หรือว่าเลขบัตรประจำบ้านนะคะ แล้วก็รายการของคนที่อยู่อาศัยในบ้านนะคะ ทั้งหมดที่อยู่ใน... อาศัยในบ้านหรือผู้ที่อยู่ในบ้านนั่นเองนะคะ ก็จะมีเรียงตั้งแต่เจ้าบ้านนะคะ แล้วก็รวมไปถึงสมาชิกในบ้านนั่นเองค่ะ ต่อไปกันเลยค่ะ ก็จะเป็นในส่วนของทะเบียนสมรสนะคะเด็กๆ ซึ่งทะเบียนสมรสนะคะ เด็ก ๆ อาจจะยังไม่มีนะคะ แต่คุณพ่อคุณแม่ของเด็กๆ นั้น คงจะมีกันแล้วใช่ไหมคะ แล้วก็บางคนนะคะ ก็อาจจะเคยเห็นของคุณพ่อคุณแม่ด้วยนะคะ ซึ่งในส่วนของทะเบียนสมรสนะคะ ก็จะเป็นหลักฐานที่จัดทำขึ้น เพื่อแสดงว่าได้มีการจดทะเบียนแล้วนะคะ เป็นสามีภรรยากันอย่างถูกต้องนะคะ ตามกฎหมายนะคะ เขาก็อาจจะไปจดที่อำเภอใช่ไหมคะ มีเจ้าหน้าที่ มีนายอำเภอมานะคะ เป็นสักขีพยานนะคะ แล้วก็จดทั้งฝ่ายชาย แล้วก็ฝ่ายหญิงนั่นเองนะคะ เป็นการแสดงถึงทางกฎหมาย ว่าเป็นสามีภรรยากันแล้วนะคะเด็กๆ ในส่วนนี้ก็เป็นเอกสารสำคัญนั่นเองนะคะ ที่เราใช้ในครอบครัวนะคะ ฉะนั้น วิธีการจัดเก็บของเรานะคะ เราก็จะต้องดูว่าอันไหน ที่มีขนาดเท่ากับกระดาษ A4 ใช่ไหมคะ เราก็อาจจะต้องใส่อะไรนะคะ ใส่ซองใส ใส่แฟ้มนะคะ ใส่ซองสีน้ำตาลก็ได้นะคะ แล้วก็เก็บให้เป็นหมวดหมู่นั่นเองนะคะ เพื่อที่จะเวลาที่เราหาเป็นอย่างไรคะ (ครูอรอนงค์) จัดหยิบหาง่ายได้สะดวก (ครูณัฐทิยา) ใช่นะคะ หยิบหาได้ง่าย หยิบได้สะดวกนะคะ นำมาใช้เมื่อไหร่ก็ได้นั่นเองค่ะ ซึ่งเดี๋ยวเราก็จะไปดูในส่วนของการสาธิต วิธีการจัดเก็บอะไรคะ เอกสารครอบครัวนั่นเองนะคะ ไปดูกันเลยค่ะ [เสียงเอฟเฟกต์] [เสียงดนตรี] [เสียงเอฟเฟกต์] (ครูอรอนงค์) ต่อไปนะคะ ครูแอร์ก็จะสาธิต วิธีการเก็บเอกสารสำคัญ อีก ๑ อย่างนะคะ เด็ก ๆ ก็คือเอกสารครอบครัวนั่นเองค่ะ ซึ่งเด็ก ๆ ก็ได้เรียนรู้ไปแล้วนะคะ ว่าเอกสารครอบครัวนั้น ได้แก่อะไรบ้าง ตอบคำถามครูแอร์ได้ไหมคะ เยี่ยมมากค่ะ ถ้าเด็ก ๆ ตอบได้นะคะ เราไปดูกันเลยนะคะ ว่าเอกสารครอบครัวนั้น มีวิธีการจัดเก็บอย่างไรนะคะ ครูแอร์ก็จะมีแฟ้มแบบนี้ค่ะเด็ก ๆ ด้านหน้านะคะ ครูแอร์ก็จะเขียนว่าเอกสารครอบครัวนะคะ สาเหตุที่ครูแอร์เขียนนะคะ เราก็จะได้หาได้ง่ายแล้วก็หาได้สะดวกนั่นเองค่ะ ต่อไปนะคะเด็ก ๆ เราไปดูด้านในกันเลยนะคะ ว่าสิ่งที่เด็ก ๆ นั้น ตอบได้นะคะ ตอบถูกมาเมื่อสักครู่นะคะ จะใช่หรือไม่นะคะ ด้านในค่ะ ก็จะเป็นตัวอย่าง เล่มทะเบียนบ้านนั่นเองค่ะ ก็จะมีลักษณะเป็นสีฟ้า ๆ ออกน้ำเงินนะคะ ต่อไปนะคะ ก็จะเป็นโฉนดที่ดินนะคะ ต่อไปเลยนะคะ ก็จะเป็นสำเนานะคะ ใบสำคัญการจดทะเบียนสมรสนั่นเองค่ะ อันนี้กรณีนะคะ ที่บ้านของเด็ก ๆ ก็อาจจะเป็นคุณพ่อหรือว่าคุณแม่ จดทะเบียนกันก็จะมีใบนี้นะคะ ต่อไปค่ะ นี่ก็จะเป็นใบพินัยกรรมนะคะ ก็จะระบุชื่อนะคะ ใครเป็นคนเขียนนะคะ แล้วก็เขียนให้ใครนั่นเองค่ะ แล้วก็อันนี้ค่ะ จะเป็นใบประกันภัยนะคะ และนี่นะคะเด็ก ๆ ก็คือวิธีการจัดเก็บเอกสารครอบครัวนะคะ อย่างที่ครูแอร์ได้บอกไปค่ะ ถ้าเราจะจัดเก็บเอกสารใส่ในแฟ้มนะคะ เราก็จะเขียนชื่อติดแบบนี้เรียบร้อยนะคะ สะดวกต่อการหานั่นเองค่ะ ต่อไปค่ะเด็ก ๆ ถ้าเกิดว่าเด็ก ๆ ไม่มีแฟ้มนะคะ เราก็สามารถที่จะเก็บ ใส่ในซองสีน้ำตาลแบบนี้ได้นะคะ เปิดแบบนี้เราก็สามารถที่จะเก็บได้เลยนะคะ แล้วก็ขนาดซองที่เรานำมาใส่นะคะ จะต้องมีขนาดเท่ากับกระดาษ A4 นั่นเองค่ะ หรือถ้าหากว่าหาซองสีน้ำตาลไม่ได้นะคะ เราก็สามารถใช้แฟ้มแบบนี้ก็ได้นะคะ ในการจัดเก็บเอกสาร แล้วก็รบกวนเขียนชื่อด้านหน้าตรงนี้นะคะ ให้เรียบร้อยว่าเป็นเอกสารอะไรค่ะ ต่อไปนะคะเด็ก ๆ เราก็ไปดูวิธีการจัดเก็บ เอกสารการเงินกันบ้างนะคะ ว่าเอกสารการเงินนั้น มีเนื้อหาว่าอย่างไร แล้วก็มีวิธีการจัดเก็บอย่างไรไปดูกันเลยค่ะ [เสียงเอฟเฟกต์] (ครูอรอนงค์) สำหรับต่อไปนะคะเด็ก ๆ ก็เป็นเอกสารการเงินนะคะ เดี๋ยวเรามาดูกันว่าเอกสารการเงินนั้น คืออะไรนะคะ มีความสำคัญอย่างไรค่ะ ไปดูกันเลยค่ะ เป็นเอกสารที่สำคัญนะคะ มีจุดมุ่งหมายเพื่อใช้เป็นหลักฐานทางกฎหมาย เพื่อยืนยันหรือว่าอ้างอิงเกี่ยวกับการดำเนินธุรกิจ ช่วยทำให้การติดต่อกันทางธุรกิจนะคะ มีความสะดวก รวดเร็วนะคะ แล้วก็ปลอดภัยค่ะ ใช้สร้างความน่าเชื่อถือนะคะ ในการติดต่อเกี่ยวกับการขอสินเชื่อนะคะ หรือว่าใช้เป็นข้อมูลในการบันทึก ทางการบัญชีนั่นเองค่ะ เดี๋ยวเราไปดูกันนะคะ ว่าเอกสารการเงินนั้น ประกอบไปด้วยอะไรบ้างนะคะ อย่างที่ ๑ ค่ะ ก็คือสมุดเงินฝากนั่นเองค่ะ เป็นเอกสารที่แสดงถึงเงินออมนะคะ จำนวนเงินที่ฝากแล้วก็ถอนในแต่ละครั้งค่ะ ซึ่งสามารถตรวจสอบได้ ตั้งแต่วันที่เราเริ่มฝากนะคะ จนถึงยอดเงินในปัจจุบันนะคะ ในกรณีสมุดเงินฝากนะคะ เด็ก ๆ ก็อาจจะมีอะไรคะ สมุดบัญชีรายรับรายจ่าย หรือว่าบัญชีเงินฝากของธนาคารโรงเรียนนะคะ เด็ก ๆ ก็อาจจะฝากเงินนะคะ เงินในบัญชีนะคะ จะขึ้นตั้งแต่วันที่เรานั้นเริ่มฝากนะคะ ไปจนถึงวันที่เราฝากวันสุดท้าย ก็คือยอดเงิน... (ครูณัฐทิยา) ปัจจุบันนั่นเองนะคะ (ครูอรอนงค์) ค่ะ ต่อไปค่ะ มีอะไรอีกคะครูฝ้าย (ครูณัฐทิยา) ค่ะ สำหรับต่อไปนะคะ ก็จะเป็นในส่วนของสมุดบันทึก รายรับ-รายจ่ายนั่นเองนะคะเด็กๆ ซึ่งตรงนี้นะคะ เด็ก ๆ เคยทำกันมาอย่างแน่นอนนะคะ เด็ก ๆ เคยจดบันทึกสมุด รายรับ-รายจ่ายนั่นเองนะคะ ซึ่งตรงนี้ค่ะ ก็จะเป็นในส่วนของเอกสาร ที่แสดงรายรับรายจ่ายนะคะ แล้วก็เงินคงเหลือนะคะ ในช่วงระยะเวลาหนึ่งนะคะ ซึ่งอาจจะเป็นบันทึกรายรับ รายจ่ายส่วนตัวนะคะ ครอบครัว หรือในขณะของห้องเรียนนะคะ ก็ได้เช่นกันนั่นเองค่ะ ก็จะมีลักษณะของดังภาพเลยนะคะ ก็จะใส่ในส่วนของวันที่ รายการ รายรับ รายจ่าย รวมไปถึงเงินคงเหลือนั่นเองค่ะ ก็มีช่องตาราง ดังนี้นะคะเด็ก ๆ ดังที่ในภาพของเรานั่นเองค่ะ สำหรับต่อไปล่ะคะ (ครูอรอนงค์) ค่ะ สำหรับต่อไปนะคะ ก็จะเป็นใบเสร็จสินค้าต่าง ๆ นั่นเองค่ะ เป็นเอกสารที่ผู้รับเงินออกให้นะคะ เพื่อเป็นหลักฐาน แสดงว่าได้รับเงินถูกต้องแล้วนะคะ การออกเอกสารดังกล่าว บางกรณีอาจเป็นเอกสารอิเล็กทรอนิกส์นะคะ ในใบเสร็จทั่วไป มักจะระบุรายการสินค้า หรือบริการที่ซื้อขายกันนะคะ และราคาที่ตกลงชำระนะคะ ซึ่งอาจจะระบุข้อมูลภาษีที่ผู้รับชำระนั่นเองค่ะ ซึ่งในส่วนของใบเสร็จสินค้านี้นะคะ เด็ก ๆ ก็อาจจะเคยพบเห็นนะคะ ในเรื่องของใบเสร็จค่ะครูฝ้าย ซึ่งกรณีตอนนี้นะคะ เด็ก ๆ อาจจะเคยซื้อค่าอุปกรณ์การเรียนนะคะ รวมไปถึงชุดนักเรียน รวมไปถึงเครื่องแบบนักเรียนนั่นเองค่ะครูฝ้าย ถ้าเด็ก ๆ ได้ใบเสร็จ ในลักษณะหน้าตาแบบนี้แล้วนะคะ ก็สามารถที่จะนำมาเก็บนะคะ ใส่แฟ้มให้เรียบร้อยนะคะ เพราะว่าใบเสร็จนั้น ก็ถือว่าเป็นเอกสารสำคัญอีก ๑ อย่างนะคะ ซึ่งเด็ก ๆ นั้น จะต้องเก็บไว้นะคะ เพื่อแสดงให้เห็นถึง... (ครูณัฐทิยา) เป็นหลักฐานในเรื่องของการเงิน นั่นเองนะคะเด็ก ๆ แล้วก็วิธีการเก็บนะคะ ก็ควรที่จะเรียงวันที่ด้วยนะคะ อาจจะเรียงตั้งแต่อดีต มาจนถึงปัจจุบันนั่นเองนะคะ เรียงให้เรียบร้อยนะคะ เพื่อที่จะหยิบมาดู ในเรื่องของการเป็นหลักฐานทางด้านการเงินนี่ ก็ค่อนข้างที่จะง่ายนั่นเองนะคะเด็ก ๆ ต่อไปนะคะเด็ก ๆ ก็จะเป็นในส่วนของใบแจ้งหนี้นะคะ ก็คือเป็นใบเสร็จค่าสาธารณูปโภคนั่นเองนะคะ ก็อาจจะเป็นเอกสารที่ออกให้กับลูกค้า เพื่อแจ้งหนี้นะคะ เช่น ค่าน้ำประปา ค่าไฟฟ้า และค่าโทรศัพท์นะคะ ให้กับลูกค้าทราบถึงจำนวนเงินนะคะ ที่จะชำระไปนะคะ และก็ยังไม่ชำระเงินนั่นเองนะคะ พร้อมทั้งแจ้งวันครบ วันกำหนดการชำระเงินนั่นเองนะคะ ดั่งตัวอย่างในภาพเลยนะคะ ก็จะเป็นในตัวอย่างของใบแจ้งหนี้นะคะ หรือว่าใบแจ้งค่าไฟฟ้านั่นเองนะคะ ซึ่งทุกบ้านนะคะ ก็ต้องมีอย่างแน่นอนนะคะ ก็จะมีในส่วนของค่าการที่เราใช้ไฟไปนะคะ เท่าไรนะคะ จำนวนมิเตอร์ที่ขึ้นไปใช่ไหมคะ ก็สามารถที่จะตรวจสอบได้เลยนะคะ แล้วก็จำนวนเงินนะคะ คิดเป็นเท่าไรต่อมิเตอร์นะคะ เด็ก ๆ ก็สามารถที่จะตรวจสอบนะคะ ซึ่งใบนี้สำคัญแน่นอนนะคะ ควรที่จะเก็บให้เรียบร้อยนะคะ เพื่อเป็นหลักฐานนะคะ เพื่อแสดงในเรื่องของการชำระค่าไฟแล้วนะคะ ในแต่ละเดือนนั่นเองนะคะ (ครูอรอนงค์) ต่อไปค่ะ เด็ก ๆ ลองสังเกตรูปภาพดูนะคะ ว่าเด็ก ๆ คิดว่าเป็นอะไรคะ ตอบเสียงดังค่ะ ก็คือบัตรประกันสินค้านั่นเองค่ะ ซึ่งเป็นเอกสารนะคะ แสดงระยะเวลาและเงื่อนไขในการประกันนะคะ ที่แนบมากับสินค้าที่เราซื้อนั่นเองค่ะ ส่วนใหญ่นะคะ ก็จะเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้านะคะ สังเกตจากรูปภาพนะคะ เด็ก ๆ เขาก็จะบอกสินค้าที่เราซื้อนะคะ เป็นรุ่นอะไร ยี่ห้ออะไรนะคะ แล้วก็ระบุวันเดือนปีที่เราซื้อนะคะ แล้วก็ประกันรับประกันถึงวันที่เท่าไรนะคะ แล้วก็ผู้ซื้อเป็นใครนะคะ แล้วก็ระบุที่อยู่ด้วยค่ะ ว่าอยู่ที่ไหน เบอร์โทรศัพท์อะไรนะคะ พร้อมอีเมลค่ะ อันนี้ก็จะเป็นบัตรประกันสินค้านะคะ ซึ่งเป็นบัตรที่สำคัญค่ะครูฝ้าย ถ้าหากว่าเราซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าไปแล้วนะคะ แล้วเราไม่มีบัตร เครื่องใช้ไฟฟ้าของเรานั้นเสีย เราไม่มีบัตรประกันไปยื่นให้กับทางร้านค้านะคะ แสดงว่าเขาจะรับประกันสินค้าเราไหมคะ (ครูณัฐทิยา) เขาก็ไม่รับประกันใช่ไหมคะเด็ก ๆ ฉะนั้น เราควรที่จะเก็บไว้ให้ดีใช่ไหมคะ ควรจะเก็บไว้ใส่ซองก็ได้นะคะ หรือจะใส่แฟ้มเรียงก็ได้นั่นเองนะคะ ควรจะเก็บเป็นหลักฐาน ของเรานั่นเองนะคะ เอาละคะ ต่อไปนะคะ ครูก็จะให้เด็ก ๆ นั้นนะคะ ไปดูวิธีการจัดเก็บเอกสารสำคัญ หรือว่าเอกสารการเงินนั่นเองค่ะ ไปดูกันเลยค่ะเด็ก ๆ [เสียงเอฟเฟกต์] [เสียงดนตรี] [เสียงเอฟเฟกต์] (ครูณัฐทิยา) ค่ะ ต่อไปนะคะ ครูก็จะมาสาธิตวิธีการจัดเก็บ เอกสารการเงินนะคะ ซึ่งเอกสารการเงินนะคะ เด็ก ๆ ทราบใช่ไหมคะว่ามีอะไรบ้างค่ะ เด็ก ๆ ตอบกันมาแล้วค่ะ เอาล่ะค่ะ เรามาดูว่ามีตรงกันหรือเปล่านะคะ สำหรับเอกสารการเงินของเราค่ะ ก็จะมีในส่วนด้านในนะคะ คุณครูก็ได้จัดเก็บไว้นะคะ ก็จะเป็นในส่วนของ... มีสมุดนะคะ บัญชีนะคะ ก็จะเป็นเอกสารการเงินนั่นเองนะคะ ตัวนี้นะคะ สำคัญมากมากเลยนะคะ เราอาจจะมีทั้งในส่วนของการฝากเงินไว้นะคะ เงินต่าง ๆ ก็จะอยู่ในนี้ตั้งแต่ยอด... ยอดที่เราเริ่มฝากนะคะ จนถึงปัจจุบันนะคะ ควรที่จะจัดเก็บให้ดีด้วยค่ะ ต่อไปก็จะมีในส่วนของสมุดบันทึก รายรับ-รายจ่ายนะคะเด็ก ๆ ซึ่งตรงนี้จะมีทั้งรายรับ-รายจ่าย และก็เงินคงเหลือนั่นเองนะคะ เป็นสมุดด้านในนะคะ ก็จะมีการทำรายรับรายจ่ายนะคะ เด็ก ๆ อาจจะเคยทำนะคะ มีทั้งในส่วนของครอบครัวนะคะ มีทั้งในส่วนของห้องเรียนนะคะ หรือว่าในชีวิตประจำของเรานะคะ เราก็เคยทำไว้นะคะ อันนี้ก็ควรจะเก็บไว้ให้เรียบร้อยนั่นเองค่ะ ต่อไปค่ะ ก็จะเป็นในส่วน ของใบเสร็จรับเงินนะคะ ค่าผลผลิตทางการเกษตรนะคะ เราก็ควรจะเก็บให้เรียบร้อยนะคะ แล้วก็เรียงวันที่ให้เรียบร้อยด้วยนะคะ เราอาจจะนำผลผลิตทางการเกษตร หรือครอบครัวของเรานะคะ นำไปจำหน่าย แล้วก็ได้ในส่วนของใบเสร็จมานะคะ ก็เก็บใส่ซองให้เรียบร้อยนะคะเด็ก ๆ ในส่วนนี้ค่ะ ต่อไปเลยนะคะ ก็จะเป็นในส่วนของ บัตรรับประกันสินค้านะคะเด็ก ๆ ซึ่งในส่วนนี้นะคะ ก็จะเป็นบัตรต่างๆ นั่นเองนะคะ รับประกันสินค้าที่เราซื้อมานะคะ ที่เราซื้อมา อาจจะเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าต่าง ๆ นะคะ เราก็ควรที่จะจัดเก็บให้เรียบร้อยนะคะ โดยวิธีการใส่ซองใสแบบนี้นะคะ หรือว่าใส่แฟ้มก็ได้นะคะ ซองน้ำตาลก็ได้นะคะ ซึ่งในหน้าจออาจจะระบุด้วย ว่าเป็นเอกสารอะไรนะคะ เพื่อที่จะง่ายต่อการหยิบจับนะคะ นั่นเอง ต่อไปมาที่อันนี้เลยนะคะเด็ก ๆ อันนี้นะคะ ก็จะเป็นในส่วนของใบเสร็จนะคะ หรือใบแจ้งหนี้นะคะ ค่าสาธารณูปโภค เป็นค่าไฟนะคะ ในแต่ละเดือนนะคะ ที่เราได้ใช้ไฟไปนะคะ เราชำระค่าไฟไปแล้วหรือยังนะคะ เพื่อเป็นการเตือนนะคะ แจ้งหนี้พวกนี้นะคะ ก็ควรที่จะเก็บให้ดี ๆ นะคะ โดยวิธีการจัดเก็บเอกสารสำคัญ ที่เกี่ยวข้องกับการเงินนะคะ เราจะเรียงวันนั่นเองนะคะ ตั้งแต่อดีตมาจนถึงปัจจุบันนั่นเองนะคะ ซึ่งตรงนี้เด็ก ๆ อาจจะเอาปัจจุบัน มาอยู่ด้านบนได้นะคะ เพื่อที่จะง่ายต่อการเปิดและค้นหา และเป็นหลักฐานนั่นเองค่ะ มาต่อไปกันเลยค่ะ นี่สุดท้ายของเราแล้วนะคะ ก็จะเป็นใบเสร็จค่าสินค้าต่าง ๆ นะคะ อันนี้ก็เดี๋ยวคุณครูจะเอาให้ดูนะคะ ด้านในนี่ คุณครูก็จะซื้อสินค้าต่าง ๆ นะคะ ก็จะเป็น... สมมุติว่าเป็นต้นไม้นะคะ คุณครูก็ซื้อแล้วก็เก็บใบเสร็จไว้ด้วยนะคะ เหมือนเด็ก ๆ เข้าไปซื้อของนะคะ ก็ควรที่จะเก็บไว้นะคะ แล้วก็เรียงวันให้เรียบร้อยนะคะ เรียงวัน เลขที่ต่าง ๆ นะคะ ก็จะเป็นใบเสร็จต่าง ๆ นะคะ หรือว่าใบค่าต่าง ๆ นั่นเองนะคะ ก็จะเรียงไว้ตามวันและเลขที่นะคะ แล้วก็เย็บ มุมไว้ด้วยแบบนี้นะคะ แล้วก็ใส่ในซองหรือว่าจะใส่ในแฟ้มนะคะ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นนะคะ เอกสารการเงินทุกอย่างนะคะ เราก็ควรที่จะจัดเก็บนะคะ ให้เป็นระบบระเบียบนะคะ เพื่อง่ายต่อการอย่างไรคะ หยิบจับด้วยนะคะ แล้วก็เอกสารพวกนี้นะคะ ต้องเก็บลงในลิ้นชักนะคะ แล้วก็ล็อกกุญแจให้เรียบร้อยด้วยนะคะ แล้วก็ควรที่จะบอกกับครอบครัว ว่าเอกสารเหล่านี้ เราเก็บไว้ที่ไหนนั่นเองค่ะ จะได้ง่ายต่อการหยิบใช้นะคะ และถ้าเกิดเด็ก ๆ ไม่มีกล่องแบบนี้นะคะ ก็สามารถใช้เป็นซองสีน้ำตาลแบบนี้ได้เลยค่ะ ก็คือง่ายได้เช่นกันนะคะ แบบนี้ และนี่ก็คือตัวอย่างวิธีการจัดเก็บเอกสาร การเงินนั่นเองค่ะเด็ก ๆ สำหรับต่อไป เราจะไปทำอะไรนั้น ไปดูกันเลยค่ะ [เสียงเอฟเฟกต์] (ครูณัฐทิยา) เป็นอย่างไรกันบ้างคะเด็ก ๆ หลังจากที่ได้ดูวิธีการสาธิตต่าง ๆ นะคะ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของเอกสารส่วนตัวนะคะ เอกสารครอบครัว แล้วก็ในเรื่องของการจัดเก็บเอกสาร การเงินนั่นเองนะคะ ตอนนี้คุณครูคิดว่าเด็ก ๆ คงจะพร้อมกันแล้วค่ะ เราไปดูว่าเราจะปฏิบัติกิจกรรมอะไรกันเลยค่ะ สำหรับการปฏิบัติกิจกรรมของเรานะคะ เราจะทำใบงานที่ ๖ เรื่อง การจัดเก็บเอกสารสำคัญนะคะ ในส่วนของ... (ครูอรอนงค์) บทบาทของคุณครูที่อยู่ปลายทางนะคะ คุณครูแจกใบงานที่ ๖ ค่ะ เรื่อง การจัดเก็บเอกสารสำคัญนะคะ แล้วก็ฝากคุณครูนะคะ ควบคุมดูแล แล้วก็ให้คำปรึกษา แก่นักเรียน ขณะที่ทำใบงานค่ะ (ครูณัฐทิยา) ค่ะ และในส่วนของใบงานนะคะ คำชี้แจงของเรานะคะ จะให้นักเรียนนั้น ยกตัวอย่างเอกสารนะคะ พร้อมทั้งวิธีการจัดเก็บเอกสารนะคะ สำคัญนะคะ ซึ่งจะมีดังนี้เลยนะคะ ในหัวข้อแรกของเรานะคะ ก็จะเป็นเอกสารส่วนตัวนะคะ ให้เด็ก ๆ นั้น ตอบลงมานะคะ มีทั้งหมด มีเอกสารอะไรบ้างนะคะ ก็ให้ใส่ลงมา ตอบลงมานั่นเองนะคะ พร้อมทั้งวิธีการจัดเก็บนะคะ เด็ก ๆ จัดเก็บเอกสารส่วนตัวนั้นนะคะ ไว้ตรงไหนนะคะ เช่น อาจจะเป็นในส่วนของบัตรประชาชนนะคะ ที่เป็นตัวจริง คุณครูก็จะเก็บใส่ในกระเป๋าสตางค์นั่นเองนะคะ ก็ให้ยกตัวอย่างวิธีการจัดเก็บมานะคะ รวมไปถึงเอกสารครอบครัวนะคะ ก็เช่นกันนะคะ และก็เอกสารการเงินนะคะ ก็บอกมาว่ามีเอกสารอะไรบ้างนะคะ แยกประเภทให้ถูกต้องนะคะ พร้อมทั้งวิธีการจัดเก็บนะคะ เอาล่ะค่ะ ตอนนี้คุณครูว่าเด็ก ๆ คงจะพร้อมกันแล้วนะคะ ให้เด็ก ๆ นั้น ไปลงมือทำเลยค่ะ แต่อย่าลืมเขียนชื่อ นามสกุล ชั้น และก็เลขที่ค่ะ [เสียงเอฟเฟกต์] [เสียงดนตรี] [เสียงเอฟเฟกต์] (ครูณัฐทิยา) ตอนนี้หมดเวลาแล้วนะคะเด็ก ๆ เรามาช่วยกันสรุปบทเรียน ในวันนี้กันเลยดีกว่านะคะ สำหรับการสรุปบทเรียนของเราในวันนี้นะคะ แน่นอนว่าเป็นเรื่องของ การจัดเก็บเอกสารสำคัญนั่นเองนะคะ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของเอกสาร ส่วนตัวนะคะ เอกสารครอบครัว รวมไปถึงเอกสารการเงินนั่นเองนะคะ เราจะต้องมีวิธีการจัดเก็บนั่นเองนะคะ แล้วก็ต้องรู้วิธีการจัดเก็บให้เป็นระเบียบนะคะ เพื่อให้ค้นหาได้ง่าย และสามารถนำมาใช้ได้สะดวกนั่นเองนะคะ ในเวลาที่เราหยิบจับนั่นเองนะคะ ซึ่งตรงนี้นะคะ หลังจากที่เด็ก ๆ ได้เรียนรู้กันไปนะคะ เด็ก ๆ อาจจะฝึกความเป็นระเบียบวินัย ของตนเองนะคะ โดยการไปฝึกการจัดเก็บที่บ้านก็ได้นะคะ หรือว่าเอกสารส่วนตัวของตนเองนะคะ ก็สามารถที่จะนำไปฝึกนะคะ วิธีการจัดเก็บนะคะ เพื่อที่จะ... เมื่อเราโตไปนะคะ เราก็สามารถที่จะนำไปใช้ ประโยชน์ได้นั่นเองนะคะ ในเรื่องของเอกสารนั่นเองค่ะ (ครูอรอนงค์) แล้วที่สำคัญค่ะครูฝ้าย ก็เป็นการฝึกระเบียบวินัยให้ตนเองอีกด้วยนะคะ (ครูณัฐทิยา) ใช่แล้วค่ะ สำหรับต่อไปกันนะคะ เราก็จะเรียนรู้กันในเรื่องของอะไรนะคะ การทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย ในชีวิตประจำวันนั่นเองค่ะ (ครูอรอนงค์) และสิ่งที่ต้องเตรียมนะคะ เด็ก ๆ นั้นเตรียมมาเป็นประจำอยู่แล้วนะคะ ก็คือในส่วนใบความรู้ค่ะ และใบงานที่ ๗ ในเรื่องการทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย ในชีวิตประจำวันนะคะ แล้วก็ในส่วนใบความรู้และใบงานนะคะ คุณครูปลายทางสามารถดาวน์โหลดได้ที่ www.dltv.ac.th ค่ะ (ครูณัฐทิยา) ค่ะ และในส่วนของวันนี้นะคะ คุณครูฝ้ายและคุณครูแอร์นั้น ต้องขอตัวลาไปก่อนค่ะ และพบกันใหม่ในครั้งหน้าค่ะ สวัสดีค่ะ (ครูอรอนงค์) สวัสดีค่ะ [เสียงดนตรี]