[เสียงดนตรี] (คุณปวีณา) สวัสดีค่ะ ต้อนรับคุณผู้ชมเข้าสู่การแถลงข่าว ของศูนย์บริหารสถานการณ์ COVID-19 จากที่ทำเนียบรัฐบาลนะคะ วันนี้ 26 เมษายน 2564 ค่ะ แน่นอน นอกจากเรื่องของสถานการณ์ COVID-19 ที่เราจะต้องติดตาม หลังจากที่หลายคนได้รับทราบ เรื่องของตัวเลขจำนวนผู้ติดเชื้อรายวัน ไปแล้วนะคะ วันนี้นอกจากที่จะมาดูในแต่ละเคส แต่ละพื้นที่แล้ว คำถามที่มาจากทั้งสื่อมวลชน และประชาชนจำนวนมาก ก็เป็นประเด็นที่ต้องติดตามในช่วงท้ายค่ะ โดยเฉพาะเรื่องของการเดินทางเข้ามา ของคนที่มีสัญชาติต่างชาตินะคะ ที่ไม่ใช่คนไทย ว่า ณ วันนี้ เราจะมีมาตรการดำเนินการอย่างไรบ้าง และที่สำคัญ หากมีจำนวนผู้ติดเชื้อ ที่เพิ่มขึ้นในแต่ละวัน จะมีมาตรการเพิ่มเติมอย่างไรบ้าง หรือไม่นะคะ ก่อนอื่นไปติดตามเรื่องของสถานการณ์ รวมถึงจำนวนของผู้ติดเชื้อล่าสุดวันนี้ค่ะ จากทางแพทย์หญิงอภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษก ศบค. เรียนเชิญคุณหมอค่ะ (แพทย์หญิงอภิสมัย) กราบสวัสดีพี่น้องประชาชนทุกท่านนะคะ วันนี้พบกันในวันจันทร์ต้นสัปดาห์นะคะ และในส่วนของกระทรวงสาธารณสุข ก็ได้เรียนในที่ประชุม ชี้แจงให้ทราบนะคะ ว่าทุกโรงพยาบาลทั่วประเทศ วันนี้นะคะ จะได้รับการจัดส่งยา Favipiravir นะคะ ก็จะมีการจัดกระจายไปยังทุก ๆ แห่งทั่วประเทศ ให้กับ... เป็นการรักษา ให้กับพี่น้องประชาชนด้วยนะคะ แล้วก็เรื่องราวที่จะต้องติดตามกันในวันนี้นะคะ นอกจากการรายงานสถานการณ์ผู้ติดเชื้อ คงต้องตอบคำถามทุก ๆ ท่าน ในเรื่องของการตรวจหาเชื้อ การจัดการเตียง และรวมไปถึงข้อคำถาม ที่มาจากสังคมนะคะ ว่าการจัดการตอนนี้ได้มีการปรับเปลี่ยน ไปในลักษณะอย่างไร เพื่อที่จะให้พี่น้องประชาชน ให้ความร่วมมืออย่างไรบ้างนะคะ ก่อนอื่นเราไปเริ่มที่สถานการณ์โลกนะคะ ที่เราติดตามกัน บ้านเราวันนี้ ประเทศไทยยังนับได้เป็นประเทศที่ 106 นะคะ ทั่วโลกมีการยืนยันผู้ติดเชื้อ 147 ล้านค่ะ บวกไปสำหรับยอดวันนี้ คือ 700,000 กว่าราย ถ้าไปดูกล่องสีดำขวาสุดนะคะ ยอดผู้เสียชีวิตทั่วโลก บวกไปอีก 9,000 กว่ารายนะคะ แล้วก็ประเทศที่มีรายงานผู้เสียชีวิตสูงสุดวันนี้ ยังคงเป็นอินเดียค่ะ 2,000 กว่ารายนะคะ แล้วก็เทียบกับยอดผู้ติดเชื้อยืนยันรายใหม่ ของอินเดีย วันนี้ขึ้นไปถึง 300,000 กว่า สหรัฐอเมริกายังเป็น 30,000 กว่านะคะ แล้วก็มียอดผู้เสียชีวิต อยู่ที่ 200 กว่ารายเช่นกันค่ะ ในส่วนของประเทศเยอรมนีนะคะ ผู้ติดเชื้อยัง 12,000 กว่าราย ตุรกี 38,000 กว่าราย และรวมไปถึงอิหร่านนะคะ 19,000 กว่าราย ที่อยู่ในสไลด์แรกอันนี้นะคะ ไปดูภูมิภาคเอเชียนะคะ จะเห็นว่าอินเดียนี่ติดอันดับ 1 แล้วก็เป็นอีกประเทศที่เรามีความกังวล ประชาชนสอบถามเข้ามาเยอะนะคะ แล้วก็ในประเทศเพื่อนบ้านของเราค่ะ มาเลเซียมีบวกผู้ติดเชื้อในวันนี้ 2,690 ราย รายงานผู้เสียชีวิต 10 ราย เมียนมามี 8 รายนะคะ แล้วก็สิงคโปร์ 40 ราย ซึ่งจากที่ข่าวที่เราติดตามกันนะคะ จากการที่สิงคโปร์กับฮ่องกง จะเปิดการเดินทาง Bubble อันนี้ก็ทำให้มีการชะลอโครงการ การเดินทางระหว่างประเทศไปด้วยเช่นกันค่ะ สถานการณ์ของประเทศไทย วันนี้หลายท่านได้เห็นตัวเลขก่อนหน้านี้นะคะ มีรายงานผู้ติดเชื้อ 2,048 ราย กล่องสีดำขวาสุดนะคะ มีผู้ติดเชื้อที่เสียชีวิตวันนี้ 8 คนนะคะ ไปดูสไลด์ถัดไป จะเห็นว่าใน 8 ท่านที่เสียชีวิตวันนี้นะคะ ทำให้ระลอกเมษายน บวกรวมยอดผู้เสียชีวิตไปอยู่ที่ 54 คนนะคะ นับตั้งแต่ 1 เมษายน ถึง 26 เมษายน และจำนวนผู้ที่รักษาอยู่นะคะ ตอนนี้ดูที่กล่องสีฟ้าด้านขวาล่าง 25,767 รายนะคะ ในจำนวนนี้เป็นผู้ที่มีอาการหนัก 563 ราย และสวมท่อช่วยหายใจอยู่ 150 รายค่ะ ผู้ที่รายงานติดเชื้อรายใหม่วันนี้นะคะ เป็นผู้ที่เข้ามารับการรักษาในโรงพยาบาล 1,991 ราย และพบจาก Active Finding ในชุมชน 47 ราย และมีผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศ 10 รายค่ะ ในรายงานผู้ที่อาการหนัก 563 รายนี่นะคะ อยากให้ความสำคัญนิดหนึ่งค่ะ ผู้ที่ใช้เครื่องช่วยหายใจตอนนี้นะคะ 150 ราย อยู่ที่ไหนบ้าง ส่วนใหญ่ก็จะเป็น กทม. ตอนนี้มี 60 รายค่ะ ชลบุรี 12 ราย, สมุทรปราการ 11, ปทุมธานี 6 นนทบุรีและเชียงใหม่ จังหวัดละ 5 ราย อันนี้คือกลุ่มที่มีอาการหนัก และจำเป็นต้องใช้เครื่องช่วยหายใจนะคะ ก็นับได้ว่าเป็น 1 ใน 4 ของผู้ที่มีอาการหนัก ก็ต้องสะท้อนให้เห็นว่าทรัพยากร บุคลากรทางการแพทย์ รวมทั้งเตียงและอุปกรณ์ช่วยหายใจต่าง ๆ ก็จำเป็นต้องสำรองไว้สำหรับกรณีนี้นะคะ ในส่วนของผู้ที่เสียชีวิต 8 ท่านในวันนี้นะคะ จะขออนุญาตเรียนสรุปนะคะ ใน 8 รายนี้ ส่วนใหญ่นี่นะคะ ยังเป็นกลุ่มที่มีการติดเชื้อ กับผู้ที่ยืนยันเป็นผู้ติดเชื้อก่อนหน้านี้ค่ะ กลุ่มก้อนหลัง ๆ จะเป็นลักษณะ ของกลุ่มที่มีรายงานเป็นผู้สัมผัสเสี่ยงสูงนะคะ และในที่สุดในระหว่างการกักตัว ก็ได้มีการตรวจพบว่าท่านเหล่านี้ ก็เป็นผู้ที่ติดเชื้อ และหลาย ๆ ท่านจะเห็นอายุน้อยลงนะคะ และระยะเวลาการป่วย จนกระทั่งมีอาการที่ทรุดลงจะค่อนข้างรวดเร็ว อาจจะเป็นเหตุผลหนึ่งนะคะ ที่หลายฝ่ายก็มีความเป็นห่วง ในการที่ทุกท่านรอเตียง หรือมีการพูดคุยถึงทางเลือก ที่จะดูแลตัวเองอยู่ที่บ้าน อันนี้อย่างที่ท่านเห็นน่ะค่ะ ตัวเลขมีรายงานอยู่เป็นระยะ ว่าแม้ว่าเป็นผู้ที่ร่างกายสุขภาพแข็งแรง แต่ว่าอาการนั้นอาจจะทรุดลงโดยเร็วนะคะ แล้วก็ทำให้การช่วยเหลือที่โรงพยาบาลนั้น อาจจะล่าช้าจนเกินไปค่ะ ไปดูทิศทางของกราฟสีแดง ที่เราติดตามกันมาอย่างต่อเนื่องนะคะ ท่านจะเห็นว่าทิศทางยอดกราฟ พุ่งสูงแหลมขึ้นไปนะคะ แล้วก็ดูเหมือนมีทิศทางจะลดลง แต่ว่าในช่วง 2-3 วันนี้นะคะ ส่วนหนึ่งทางภาครัฐ ก็พยายามที่จะเคลียร์เตียงผู้ที่มีการรออยู่ คิดว่าภายในระยะเร็ว ๆ นี้นะคะ ก็จะสามารถจัดสรรให้ผู้ที่รอเตียง ได้รับการดูแลอย่างครบถ้วนนะคะ แต่ว่าคงต้องฝากพี่น้องประชาชน ว่าเราพยายามที่จะจัดการดูแลที่เหมาะสม ให้กับพี่น้องที่ได้รับการยืนยันติดเชื้อก่อนหน้า ให้เขาได้เข้าสู่ระบบการดูแล พวกเราก็ต้องช่วยกัน ไม่เพิ่มยอดผู้ติดเชื้อด้วยนะคะ มาตรการส่วนบุคคล ยังเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งค่ะ ไปดูอีกกรณีหนึ่งนะคะ ในส่วนของผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศ อันนี้เป็นสิ่งที่มีคำถามเข้ามามากมาย โดยเฉพาะตัวเลขที่ท่านเห็นวันนี้ ก็คือผู้ป่วยชาวอินเดียนะคะ วันนี้มีรายงานเดินทางเข้ามา ในสหราชอาณาจักรนะคะ ก็คือประเทศไทย แล้วก็มีการได้รับการดูแล ในส่วนของ SQ, ASQ คือ สถานกักกันที่รัฐจัดให้ หลายท่านก็มีคำถามเข้ามานะคะ ว่ามีการรายงานก่อนหน้านี้ ว่ามีการเช่าเครื่องบินเหมาลำจากประเทศอินเดีย เพื่อเดินทางมายังประเทศไทย อันนี้ข้อเท็จจริง ทุกท่านที่ติดตามข่าวคงได้คำตอบแล้วนะคะ ขออนุญาตนำเรียนคำชี้แจง จากกระทรวงการต่างประเทศนะคะ ก็อธิบายชัดเจนว่าได้มีการตรวจสอบ ไปยังสถานเอกอัครราชทูต สถานกงสุลไทยในอินเดียนะคะ พบว่าไม่ได้มีการออก COE หรือเราเรียกว่า "Certificate of Entry" คือ ไม่ได้มีการออกเอกสารอนุญาต ให้พี่น้องชาวอินเดีย เดินทางเข้าประเทศไทยนะคะ โดย COE นี้ จะเป็นเอกสาร ที่สถานทูตออกให้กับบุคคลที่ไม่มีสัญชาติไทย เดินทางเข้าประเทศไทย สรุปว่ากระทรวงการต่างประเทศ ชี้แจงว่าไม่มีการออก COE และตรวจสอบแล้วด้วยนะคะ ไม่มีการเดินทางเข้าประเทศไทย โดยเครื่องบินเช่าเหมาลำจากอินเดีย และสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย ก็ยืนยันข้อมูลตรงกันนะคะ ดังนั้นนี่ ทางกระทรวงการต่างประเทศ ก็ได้ขอความร่วมมือไปยังพี่น้องสื่อมวลชน และอยากให้ท่านได้เห็นภาพ ของการที่ทางสถานี Thai PBS เองนะคะ ก็ได้กรุณาออกคำชี้แจงมาในทันควันเลยนะคะ ว่ามีการแปลรายงานข่าวคลาดเคลื่อน คือ มีการพูดถึง โดยมีพี่น้องชาวอินเดียเดินทางออกนอกประเทศ โดยเครื่องบินเช่าเหมาลำจริงค่ะ แต่ไม่มีจุดหมายปลายทางเป็นประเทศไทยนะคะ ก็ขอเรียนย้ำตรงนี้ ส่วนหนึ่งนี่นะคะ ก็อยากจะให้พี่น้องประชาชนชาวไทยค่ะ เราเดือดร้อนนะคะ ประเทศเรา ประชาชนเราเดือดร้อน ต้องการทรัพยากรทางสาธารณสุขอย่างสูงสุด ซึ่ง ศบค. ก็เข้าใจสถานการณ์ในประเทศค่ะ และก็จำเป็นต้องกำหนดมาตรการ เพื่อดูแลคนไทยให้ดีที่สุด แต่อย่างไรก็ตาม อินเดียก็ถือได้ว่าเป็นบ้านพี่เมืองน้องนะคะ แล้วตอนนี้เขากำลังประสบสถานการณ์ หนักหนาสาหัส เราก็อยากจะส่งกำลังใจ ให้กับพี่น้องประชาชนชาวอินเดียเหมือนกันนะคะ เพราะว่าก็ถือได้ว่าเป็นมิตรประเทศ ที่มีความสัมพันธ์กันมายาวนานนะคะ ไม่อยากให้ความเข้าใจผิดเหล่านี้นี่ กลายเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดความขัดแย้งในสังคม และที่สำคัญนะคะ พี่น้องสื่อมวลชน ก็ในสถานการณ์วิกฤตลักษณะนี้ ท่านเป็นกำลังสำคัญค่ะ ที่จะช่วยตรวจสอบข้อมูลข่าวสาร และทุก ๆ การนำเสนอนะคะ ก็จะมีผลทันทีกับพี่น้องประชาชน เข้าใจว่าท่านอยากเป็นส่วนหนึ่ง ในการช่วยให้สถานการณ์นี้ ผ่านพ้นไปได้อย่างปลอดภัย ไม่มีคนติดเชื้อ ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตนะคะ แต่ว่าการทำงานข่าวอย่างรวดเร็ว บางครั้งก็ต้องมีการตรวจสอบ ให้เข้มข้นนิดหนึ่งค่ะ ในส่วนของรายงานตัวเลขวันนี้นะคะ จะให้ทุกท่านได้เห็น Scoreboard ที่นำรายงานตรงนี้นะคะ แล้วก็หลาย ๆ ครั้งนี่ ทุกท่านจะเห็นว่าเราจะผ่านไปโดยเร็ว เพราะว่าอยากจะให้เห็นสรุป เป็นภาพรวมมากกว่านะคะ Scoreboard อันสุดท้าย ที่เป็นการรายงานผู้ติดเชื้อรายใหม่ จำนวน 10 อันดับแรก จะทำให้ท่านเห็นภาพชัดเจนยิ่งกว่านะคะ คือ ในส่วนของจังหวัดที่เราติดตาม 10 อันดับแรกนี่นะคะ ก็คือ กทม. รายวันในวันนี้นะคะ บวกไปตัวเลข คือ 901 นะคะ สมุทรปราการ 110 ค่ะ ชลบุรี 104, นนทบุรี 97 นะคะ เชียงใหม่ ซึ่งเคยอยู่อันดับ 2 นี้นะคะ วันนี้เป็น 84 แล้วก็ถ้าท่านเห็นการปรับสีเขียว นั่นหมายความว่า รายงานตัวเลขน้อยกว่าเมื่อวานนี้นะคะ แต่อย่างไรก็ตามนี่ อยากให้ท่านได้เห็นภาพนิดหนึ่งค่ะ ว่า กทม. นี่นะคะ ปัจจุบันมีการตรวจหาเชื้ออยู่ที่ประมาณ วันละ 10,000 นะคะ ดังนั้นนี่ การพบประมาณ 500 ขึ้น เราอาจจะยังมองเห็นในช่วง 2-3 วัน ถัดจากนี้ด้วยนะคะ ก็คือยังมีการพยายามที่จะระดมตรวจ แล้วก็พยายามค้นหาผู้ติดเชื้อ เพื่อคัดแยกให้เข้าสู่กระบวนการรักษาที่เหมาะสม เพื่อลดอัตราการเสียชีวิต หรือว่าการใช้ทรัพยากรผู้ป่วยหนัก อย่าง ICU เป็นต้นนะคะ ถ้าไปดูทิศทางของแต่ละจังหวัดนี่นะคะ อย่างที่เรียนนะคะ ว่า Scoreboard เราผ่านไปโดยเร็ว ทุกท่านไปติดตามที่ Facebook ศบค. ร่วมทั้งการรายงาน ของกระทรวงสาธารณสุขได้นะคะ สิ่งสำคัญ ก็คือแต่ละจังหวัดนี่นะคะ มีการรายงานปรับพื้นที่สีให้ท่านเห็นตามนี้ ตอนนี้นี่ส่วนพื้นที่สีขาวเริ่มมีกลับมาบ้างนะคะ หมายความว่าบางจังหวัด สามารถที่จะควบคุมสถานการณ์ได้พอสมควรนะคะ ก็เริ่มที่จะไม่มีรายงานผู้ติดเชื้อเพิ่ม หรือบางจังหวัดจากสีส้ม มีการปรับลงเป็นสีเหลือง สีเหลืองมีปรับเป็นสีเขียว ก็จะเห็นว่ากลุ่มที่ยังมีการแพร่ระบาด อย่างหนักนะคะ อย่างหนักที่สุด ก็จะอยู่ในส่วนของกรุงเทพ(มหานคร) และปริมณฑล ไปดูสไลด์สรุปรวม Cluster นิดหนึ่งนะคะ จะให้ท่านได้เห็นภาพที่ชัดเจน คือ สถานการณ์ส่วนใหญ่นี่ แต่ละจังหวัดไม่พบมี Cluster ใหม่ค่ะ ก็จะเห็นภาพการรายงาน ระบายสีเป็นสีเหลือง สีเขียวนี่นะคะ แต่หลาย ๆ จังหวัดที่ท่านเห็นตอนนี้นะคะ ยกตัวอย่าง เชียงใหม่ มี 6 Cluster รายงานผู้ป่วย 179 ราย อย่างนี้เป็นต้น นครพนมมีการพูดถึงในที่ประชุม ศบค. วันนี้ Cluster เดียวนะคะ แต่รายงานตัวเลขผู้ติดเชื้อ 31 นะคะ กทม. ทุกท่านจะเห็นหลายวันติดกัน เกิน 5 Cluster ผู้ติดเชื้อแต่ละ Cluster เกิน 50 อย่างนี้เป็นต้น หรือพระนครศรีอยุธยานะคะ ที่ 1 Cluster แต่มีรายงานผู้ติดเชื้อถึง 31 ราย อ่างทองก็ 1 Cluster แล้วก็มีรายงาน 3 ราย สมุทรปราการ 2 Cluster 23 ราย นครศรีธรรมราช 1 Cluster 23 ราย อย่างนี้เป็นต้น อยากให้ท่านเห็นความยากลำบาก ของการทำงาน ของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดค่ะ หลายท่านบอกว่าการติดตามผู้ติดเชื้อ เราพบเป็น Cluster เนื่องจากการสอบสวนไทม์ไลน์ค่ะ แต่บางครั้งผู้ที่ไปสอบสวนโรคนี่ค่ะ พบว่าผู้ป่วยจำนวนหนึ่ง ท่านอาจจะยังไม่ได้ให้ความร่วมมือนะคะ มีการปิดบังข้อมูล บางครั้งเจ้าหน้าที่ต้องไปทราบข้อมูลการเดินทาง จาก Facebook อย่างนี้เป็นต้นนะคะ ก็ทำให้ท่านเห็นสภาพของการรายงานที่ล่าช้า และก็นำเข้าสู่กระบวนการรักษาได้ไม่ทันด้วย อย่างนี้เป็นต้นค่ะ วันนี้นี่นะคะ มีการพูดคุยกันถึงศักยภาพเตียงที่รองรับ อยากให้ทุก ๆ ท่านได้เห็นภาพนิดหนึ่ง คือ ในระหว่างที่มีการรายงานผู้ติดเชื้อนี่นะคะ หลายท่านก็จะมีคำถามอยู่ 3-4 ประการ อันดับแรก ก็คือการตรวจหาเชื้อ หรือที่เราเรียกว่า "ตรวจแล็บ" นะคะ อันที่ 2 พอตรวจแล้วว่าเป็นผู้ติดเชื้อ ก็ต้องหาเตียง จะต้องมีการรอเตียง รถที่จะไปรับ เพื่อให้ผู้ติดเชื้อเหล่านี้ ได้เข้าสู่ระบบการดูแลที่เหมาะสมอย่างทันท่วงที จะได้ได้รับการดูแลได้อย่างปลอดภัย อันนี้สิ่งที่หลายท่านเกิดคำถามนะคะ ก็คือว่าตอนนี้ศักยภาพของกระทรวงสาธารณสุข จะยังไหวหรือไม่ บุคลากรตอนนี้สภาพจิตใจ สภาพแรงกายแรงใจเป็นอย่างไร อยากจะขออนุญาตให้ทุกท่าน เรียนรู้ร่วมกันในวันนี้สักนิดหนึ่งนะคะ จากการที่เราได้เห็นการเรียนรู้ จากกรณีสมุทรสาคร ถ้าทุกท่านจำได้นี่ 18 ธันวาคม นะคะ เรามีการรายงานผู้ติดเชื้อ เป็นกลุ่มก้อนใหญ่ ๆ ที่จังหวัดสมุทรสาครค่ะ จากนั้นนี่มีการระดมตรวจเชิงรุกในชุมชน Active Case Finding มีการลงพื้นที่โดยกรมควบคุมโรค ร่วมกับทางพื้นที่จังหวัด โรงงาน สถานประกอบการ ให้ความร่วมมือกันอย่างที่สุดเลยนะคะ ในช่วงของการลงพื้นที่นี่ เราพบว่าการตรวจหาเชื้อ ของสมุทรสาครในวันนั้นนะคะ ถ้าเทียบให้ท่านเห็นความต่าง สถานที่ตรวจ ตอนนั้นสมุทรสาครประกาศขอความช่วยเหลือ โรงพยาบาลรัฐ โรงพยาบาลเอกชนในพื้นที่ มีการลง Active Case Finding ในโรงงาน ตลาด ชุมชน แล็บที่ส่งตรวจมีการตรวจไปยัง... ระดมทั้งในพื้นที่สมุทรสาครเอง และจังหวัดรอบข้าง ตอนนั้นแล็บของ กทม. ก็ลงช่วยตรวจให้กับสมุทรสาครด้วยนะคะ และวิธีการตรวจ ถ้าท่านยังจำได้ ตอนนั้นด้วยความที่เราพบผู้ติดเชื้อ รวมเป็นกลุ่มก้อน 1 โรงงานอาจจะเจอ 100 ราย 500 ราย ที่ต้องมีการระดมตรวจวันละเป็นหมื่นในตอนนั้น แต่ท่านจะเห็นว่าระบบของการลงตรวจ การใช้วิธีการตรวจเป็นไปในทิศทางเดียว และทำในครั้งเดียวค่ะ บางครั้งก็จะมีการตรวจแบบ Pool Saliva คือ มีการให้เก็บตัวอย่างน้ำลาย 10 คน ลงไปอยู่ในกระบอกเดียวกัน ถ้าเจอติดเชื้อก็มีการนำกลุ่มตัวอย่างนั้น 10 คน มา Swab เพิ่มเติมเพื่อยืนยันผู้ติดเชื้อ ทีนี้ถ้าท่านมาดูเทียบกับการตรวจหาเชื้อ ใน กทม. และปริมณฑลนะคะ แล็บนี่มาจากทั่วสารทิศจริง ๆ นะคะ และบางรายนี่ท่านไปตรวจ กทม. และอาจจะใกล้บ้านก็ตรวจที่นนทบุรีด้วย สถานที่ตรวจแต่ละที่ก็มีมาตรฐานที่ไม่เท่ากัน อย่างที่เราได้เน้นย้ำไปแล้วนะคะ ว่าการตรวจที่เรียกว่า "Rapid Test" นี่ ผู้เชี่ยวชาญได้ออกมาระบุนะคะ ว่าบางครั้งจะมี False Negative ได้ 4-10 เปอร์เซ็นต์ หมายความว่าท่านติดเชื้อ แต่ผลออกมาว่าไม่ติด คือ ออกมาเป็นลบทั้ง ๆ ที่ผู้ป่วยนั้นติดเชื้อ อย่างนี้เป็นต้น ทำให้บุคลาการที่ทำหน้าที่ยืนยันผลตรวจนี่ ใช้เวลามากมายมหาศาลจริง ๆ ค่ะ และหลายครั้งนี่ในที่ประชุม ของกรมการแพทย์นะคะ ก็มีการรายงานว่าแล็บที่มาบางครั้งไม่ครบ มีแต่ผลแล็บ ไม่มีการยืนยันชื่อ บางรายมีการซ้ำกัน 2 จังหวัดหรือในจังหวัด หรือในจังหวัดเดียวกัน ผู้ตรวจคนเดียวกันไป 2 แล็บ อย่างนี้เป็นต้น ก็ทำให้มีกระบวนการค่ะ ที่บุคลากรในส่วนของการตรวจยืนยันหาเชื้อนี่ ใช้เวลา หลายท่านบอกว่าทำไมตัวเลขวันนี้ 1,400 อีกวันหนึ่ง 2,000 อันนั้นคือการรายงานที่ยืนยันแล้ว หมายความว่า ก็จะมีการค้างมาจากเมื่อวานบางส่วน แต่ทางกระทรวงสาธารณสุขก็เน้นย้ำนะคะ ว่าระบบการตรวจแล็บ ตรวจหาเชื้อตอนนี้นี่ เราเพิ่มศักยภาพการรับผลตรวจ ใช้ระบบที่เรียกว่า "Co-Lab" ทุก ๆ ที่ ทุกแล็บมีการนำมา Pool กันอยู่ที่... ที่มาก็คือกรมการแพทย์ ตอนนี้นะคะ การรายงานยืนยันผู้ตรวจ มีการตรวจสอบยืนยันตัวตน มันการยืนยันด้วยนะคะ ว่าแล็บที่บวกใช่คนเดียวกันกับที่มายืนยันหรือไม่ อันนี้นี่จะรวดเร็วขึ้นอย่างมากในช่วงนี้นะคะ แล้วก็ขอให้ทุกท่านติดตาม สาธารณสุขเอง ก็พยายามรับข้อคิดเห็นทุกอย่างนะคะ แล้วก็มีการทบทวน แล้วก็ปรับเปลี่ยนกระบวนการทำงาน อยู่ตลอดเวลาเลยนะคะ ท่านก็ถือได้ว่าเป็นกำลังสำคัญที่ช่วยกันตรวจสอบ ช่วยกันเสนอแนะได้นะคะ นอกจากนั้น พอได้มีการยืนยันผู้ติดเชื้อแล้ว คำถามต่อไป ก็คือการหาเตียงนะคะ ตอนสมุทรสาครนี่ เพราะว่าเราพบการติดเชื้อเป็นกลุ่มก้อนค่ะ พอพบการติดเชื้อ อย่างเช่น 500 ราย หรือมีผู้ต้องสงสัย ว่าอาจจะเป็นผู้สัมผัสเสี่ยงสูงเสี่ยงต่ำ ยกตัวอย่างตอนนั้นนี่ เราพบในโรงงาน พบในตลาดกลางกุ้ง ระบบบริหารจัดการเตียงตรงไปตรงมาค่ะ ถ้าท่านย้อนกลับไปดูรายงาน ศบค. ในวันที่ 24-25 มกราคม 2564 ท่านจะจำได้ว่าเราพบ 100 คน เรา Triage ก็คือมีการคัดแยก และตอนนั้นเราพบว่า 90 เปอร์เซ็นต์ จะอยู่ในสีเขียวค่ะ ไม่พบอาการ เป็นแรงงานเพื่อนบ้านของเรานะคะ ที่สุขภาพแข็งแรง ดังนั้นพอพบว่าเขาเป็นผู้ติดเชื้อ คัดแยกแล้ว ใน 500 คนนั้น 90 เปอร์เซ็นต์ อยู่กลุ่มสีเขียว การเปิดโรงพยาบาลสนาม ตอนนั้นถ้าท่านกลับไปดูรายงานนี่ จะเห็นเลยว่าสมุทรสาคร เปิดโรงพยาบาลสนามวันละ 1,000 เลยนะคะ และในแต่ละวันนี่ มีการเจอแล้วส่งเข้าโรงพยาบาลบ้าง โรงพยาบาลสนามบ้าง ภาคเอกชนเปิดโรงงาน กลายเป็นโรงพยาบาลสนาม ทุกวันเปิดเป็น 1,000 นะคะ ทีนี้มาดูการจัดการเตียง ของ กทม. และปริมณฑล คือ การที่ผู้ป่วยมาจากแล็บต่าง ๆ มีการรายงานเชื้อต่าง ๆ มีที่อยู่ที่แตกต่าง ตรงนี้นี่ในส่วนของการจะบริหารจัดการเตียง เรียกได้ว่าต้องทำทีละคน 2 คน ค่ะ คือ สมุทรสาครนี่... กรมควบคุมโรคกระทรวงสาธารณะสุข รวมทั้งระดมบุคลากรภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคทหาร ลงไปทีเดียว พื้นที่เดียว ทำงานวันเดียว ผู้ป่วยรับเข้า 500 เตียง อันนั้นเป็นไปได้ แต่ใน กทม. มีลักษณะ ของการจัดการบริหารจัดการเตียง ที่แตกต่างกันจริง ๆ เราไปดูรายละเอียดกันนิดหนึ่งนะคะ นี่คือการที่พอท่านได้รับการคัดแยก จากการยืนยันแล้วว่าเป็นผู้ติดเชื้อ ท่านเป็นสีเขียว ท่านจะต้องได้รับการจัดสรร ไปที่โรงพยาบาลสนาม สีเหลือง สีแดง เราพยายามจะให้ท่าน เข้าสู่โรงพยาบาลนะคะ เพราะอย่างที่เรียนน่ะค่ะ ว่าสีเหลืองส่วนหนึ่ง นี่คืออาจจะยังมีอาการดีนะคะ แต่ว่าพบว่ามีผู้ที่มีโรคประจำตัว มีการพูดคุยกันถึงน้ำหนักเกิน มากขึ้นเรื่อย ๆ ในตอนนี้นะคะ ว่ากลุ่มที่น้ำหนักเกินนี่ อาจจะต้องกลับมาทบทวน เป็นผู้มีความเสี่ยงสูง อยู่ในเกณฑ์ที่ควรจะได้รับ การฉีดวัคซีนในระยะหนึ่ง ร่วมกับโรคประจำตัว ที่มีความรุนแรงอื่น ๆ หรือไม่นะคะ อย่างเช่น เบาหวาน, ความดัน, โรคหัวใจ อย่างนี้เป็นต้น เพราะว่าหลายท่านเห็นการรายงานผู้เสียชีวิต ก็จะมีโรคอ้วนหรือนำหนักเกิน BMI สูงกว่าค่าปกติอย่างนี้เป็นต้นนะคะ ทีนี้ในส่วนของการจัดการเตียงนี่ค่ะ ตอนนี้นี่ กทม. และปริมณฑล มีความพยายามอย่างที่สุดนะคะ ที่จะเพิ่มศักยภาพ พาผู้ป่วยเข้าสู่ระบบการรักษา ท่านจะเห็นว่าสายด่วนต่าง ๆ ขออนุญาตนำเรียนย้ำ ๆ นะคะ สายด่วนต่าง ๆ ที่มีการเพิ่มคู่สายมาตอนนี้ การเพิ่มประสิทธิภาพของระบบนั้น จะทำให้การจัดหาเตียง การพาผู้ป่วยเข้าสู่ระบบการดูแลที่เหมาะสม เร็วและยังคงรักษามาตรฐานค่ะ เราไม่สามารถที่จะจัดหาให้ไปที่ไหนก่อนก็ได้ แล้วก็อาจจะเกิดความเสี่ยงภายหลังนะคะ ดังนั้น การโทรศัพท์สายด่วนเหล่านี้ ที่เราเรียนย้ำท่านไป 1669, 1668, 1330 ขอความกรุณานะคะ ว่าท่านอย่าเพิ่งหมดหวัง หมดกำลังใจโทร. ไม่ติดนี่ อันนี้ คือ ท่านมีสื่อมวลชน มีเพื่อนฝูงพี่น้อง ที่เป็นกระบอกเสียงได้นะคะ การที่ยังโทร. ไม่ติด ยังรอเตียงอยู่ ยัง... ระบบเพิ่มเตียงยังไม่ได้ อันนี้นี่ไม่มีใครนิ่งนอนใจเลยนะคะ แต่ว่าอยากให้เห็นภาพ ว่าการจัดการเตียงนั้นนี่ มีความยากลำบาก ท่านอาจจะเห็นภาพสมุทรสาครมาก่อน แต่ตอนนี้นี่การจัดการ จำเป็นต้องทำทีละรายจริง ๆ เมื่อวานนี้มีรายงานตัวเลขนะคะ คือ พอมีผู้ป่วยเข้าไปรับการรักษา ในโรงพยาบาลแต่ละวัน ท่านเห็นผู้ที่ยังรักษาอยู่ และจากนั้นท่านก็จะเห็นตัวเลข ว่าวันนี้มีผู้ป่วยกลับบ้านกี่ราย ยกตัวอย่างตัวเลขกลม ๆ เมื่อวานนี้ก็มีผู้ป่วยกลับบ้านไป 400 กว่าราย เฉพาะใน กทม. และปริมณฑลนะคะ ใน 400 กว่ารายนี้ ถ้าเอาเฉพาะ กทม. นี่นะคะ หมายความว่าจะมีเตียง ที่สามารถรองรับผู้ป่วยได้ จากการที่ผู้ป่วยเดิมนั้นกลับบ้านนี่ อีกประมาณ 100 กว่าเตียง ตัวเลขอยู่ที่ประมาณ 170 แต่หลายครั้งที่เราเข้าไปดู เราคิดว่าน่าจะมีเตียง 170 แต่เราพบว่าสถานการณ์การบริหาร ในโรงพยาบาลนี่ค่ะ โรงพยาบาลยังเปิดให้บริการผู้ป่วยปกติด้วย หมายความว่ายังมีผู้ป่วย ที่เข้ารับบริการผ่าตัด ผู้ป่วยเบาหวานที่อาจจะมีอาการรุนแรง ต้องใช้ ICU อย่างนี้เป็นต้น บางครั้งนี่ท่านจะเห็นภาพของเตียงทั้งหมด แยกกับเตียงที่โรงพยาบาล มีรองรับผู้ป่วยสำหรับการติดเชื้อ COVID หมายความว่าต่อให้มีเตียง บ้างครั้งนี่บุคลากรหรือทรัพยากร อาจจะไม่มีความพร้อม เช่น ผู้ป่วยที่รอเข้าเตียง แต่เป็นกลุ่มอาการหนัก จำเป็นต้องได้รับการดูแลใน ICU ต้องการเครื่องช่วยหายใจ เขาก็อาจจะจำเป็นต้องได้รับการจัดสรร ไปอยู่ในเตียงที่มีความเหมาะสม และปลอดภัยที่สุดนะคะ อย่างไรก็ตามเน้นย้ำนะคะ ว่าการจัดการเตียงนี้ มีความพยายามที่จะเพิ่มศักยภาพ อย่างเต็มที่เลยนะคะ แล้วก็อยากให้ท่านเห็นภาพนิดหนึ่ง ว่าในส่วนของการเพิ่มโรงพยาบาลสนาม ตอนนี้นี่นะคะ จาก Cluster คลองเตย ที่เพิ่งมีการรายงาน ก็มีการเตรียมโรงพยาบาลสนาม ที่สมุทรสาครเข้ามาช่วยด้วย รวมทั้งวันนี้ที่ประชุม ศบค. มีการพูดถึงการเปิดโรงพยาบาลสนาม โดยกองร้อย ตชด. เพิ่มอีก 14 แห่งนะคะ จะเรียกการจัดการว่าเป็น "OQ" Organizational Quarantine ไม่ว่าจะเป็นราชบุรี กาญจนบุรี หนองคาย เชียงราย ตาก อันนี้ถือได้ว่า 1 พฤษภาคมนี้นี่นะคะ จะมีอีก 14 แห่ง ที่ทาง ตชด. สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง รวมทั้งมหาดไทย พื้นที่จังหวัดนะคะ และกระทรวงสาธารณสุข ก็ระดมสรรพกำลังกันอย่างเต็มที่ค่ะ เพื่อที่จะเพิ่มศักภาพเตียงให้รองรับนะคะ แล้วก็สิ่งหนึ่งที่พวกเราช่วยได้ในตอนนี้นะคะ นอกจากเน้นย้ำในเรื่องของมาตรการส่วนตัว ของประชาชนแล้วนี่นะคะ ท่านให้กำลังใจ บุคลากรสาธารณสุขหน้างานนิดหนึ่งค่ะ หลายท่านจะเห็นในภาพข่าวนะคะ ว่าตอนนี้นี่เกิดเหตุการณ์ที่บางครั้งผู้ป่วย ผู้ติดเชื้อไม่ได้เปิดเผยไทม์ไลน์ ก็ทำให้บุคลากรสาธารณสุข ทั้งแพทย์ ทั้งพยาบาลนี่นะคะ ก็กลายเป็นผู้มีความเสี่ยงสูง หรือตอนนี้มีการรายงานบุคลากร ติดเชื้อเพิ่มขึ้นนะคะ แล้วก็ทำให้ต้องเกิดการกักตัว เสียบุคลากรที่จะเข้ามาดูแลท่านไปอีกนะคะ และสิ่งสำคัญก็คงจะต้องพูดถึงด้วย ว่าบุคลากรเหล่านี้นี่ ทำงานเหนื่อยและหนัก ก็อาจจะรู้สึกเสียขวัญและกำลังใจด้วยนะคะ ก็อยากให้พี่น้องประชาชนร่วมกัน ฉุดกราฟให้ลงค่ะ คือ ผู้ป่วยที่ได้รับการยืนยันแล้ว เขามีความเสี่ยงแล้ว ภาครัฐโดยกระทรวงสาธารณสุข และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ระดมกำลังกันอย่างที่สุดเลยนะคะ เพื่อที่จะจัดสรรให้พวกเขาได้รับการดูแล เราไม่อยากเห็นใครเสียชีวิตค่ะ ทุกครั้งที่มีการรายงานผู้เสียชีวิตนี่ เราติดตามอ่านเรื่องราวของพวกเขา พวกเราก็เสียใจกันไปทั้งหมดนะคะ ในส่วนของการติดตามข่าวสารข้อมูล ทางกรมสุขภาพจิตก็ฝากเน้นย้ำมาด้วยนะคะ ว่าการที่พวกเราติดตามข่าว ไม่ว่าเจอหน้ากัน ก็คุยกันแต่เรื่องข่าว มีความเป็นห่วงเป็นสิ่งที่ดีนะคะ แล้วก็ได้เห็นเลยว่าประชาชน ตื่นตัวและเฝ้าระวัง แต่อย่างไรก็ตามกรมสุขภาพจิตรายงานนะคะ ว่าการบริโภคข้อมูลข่าวสาร ในลักษณะที่ต่อเนื่องยาวนาน หลายครั้งอาจจะส่งผลกระทบ ให้เกิดภาวะเคลียด ภูมิคุ้มกันต่ำหรืออาจจะเกิดภาวะรุนแรงได้ ก็อยากให้ทุกท่านนี่ ดูแลตัวท่านเองนะคะ แล้วก็ช่วยได้ในการระมัดระวัง การเป็นผู้ไม่ติดเชื้อ และดูแลคนในครอบครัวค่ะ ในส่วนของพี่น้องสื่อมวลชนเองก็เช่นกันนะคะ ก็อยากจะเน้นย้ำในเรื่องการรายงาน แล้วก็การให้ข้อมูลพี่น้องประชาชน เราอยากเห็นท่านช่วยกันตรวจสอบค่ะ ช่วยกันรายงาน จะติเตียน จะมีการต่อว่า อันนี้นี่ท่านสามารถทำได้ เพราะเราถือว่าท่านเป็นห่วง และท่านก็อยากจะช่วยค่ะ แต่อย่างไรก็ตามนี่นะคะ ขอให้การเสนอแนะเหล่านั้น เป็นการนำไปสู่การร่วมด้วยช่วยกัน ช่วยกันดูแลพี่น้องของเราที่เขาติดเชื้อ ให้เขาได้รับการช่วยเหลือดูแลอย่างปลอดภัย แล้วก็จะทำอย่างไรให้พี่น้องที่ยังปกติสบายดีนี่ ไม่กลายเป็นผู้ติดเชื้อ อันนี้ถือได้ว่าพี่น้องประชาชน ที่เป็นสื่อมวลชน มีความสำคัญอย่างยิ่งนะคะ ก็ฝากไว้ด้วยค่ะ (คุณปวีณา) ค่ะ วันนี้ประเด็นคำถาม จากสื่อมวลชน มีค่อนข้างหลากหลายนะคะ ขออนุญาตคัดมา 2 ประเด็นหลัก ๆ ค่ะ ประเด็นแรกนี่ เป็นเรื่องของ การเดินทางเข้าประเทศ ในส่วนของคนต่างชาติ จะเป็นคำถามจาก Thai PBS นะคะ ที่ตั้งคำถามว่าที่ผ่านมานี่ เรามีการรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ หรือว่าคนที่เดินทางเข้ามา มากักตัวใน Quarantine ต่าง ๆ เป็นไปได้หรือไม่นะคะ ที่จะระงับการเดินทางเข้ามา ของคนต่างชาติ ที่เดินทางมาจากต่างประเทศไว้ก่อน เพื่อที่จะนำทั้งบุคลากร ทรัพยากรต่าง ๆ เข้ามาดูแลสถานการณ์ในประเทศก่อน กับสำนักงานข่าวต่างประเทศค่ะ ที่ถามถึงคนไทยที่เดินทาง มาจากกลุ่มประเทศที่มีความเสี่ยง ไม่ว่าจะเป็นปากีสถานหรือว่าอินเดีย ว่า ณ วันนี้การกักตัวนี่ กักตัว 14 วัน หรือ 21 วันคะ (แพทย์หญิงอภิสมัย) ในกรณีของการเดินทาง จากต่างประเทศนะคะ ตอนนี้ก็ท่านจะเห็นว่าระบบเดิม ที่ยังคงอยู่นี่นะคะ จะมีเรื่องของการออกใบอนุญาต ให้เดินทางเข้าในประเทศ โดยกระทรวงการต่างประเทศ และเมื่อเข้ามา เข้ามาอย่างถูกต้อง ก็ได้รับการดูแลอยู่ใน State Quarantine หรือ ASQ Alternative State Quarantine ในเรื่องของการชะลอการออก COE หรือว่า Certificate of Eligibility ในที่ประชุม ศบค. มีการทบทวนนะคะ และก็อยากให้ทุกท่านติดตาม ว่าการประกาศจากกระทรวงการต่างประเทศ จะเป็นอย่างไร แต่อย่างไรก็ตามนี่ ในส่วนของการดูแลที่เป็นประชาชนชาวไทย ที่จะเดินทางกลับบ้าน อันนี้ก็เป็นสิ่งที่เราพยายามที่จะ ไม่อยากให้มีการเปลี่ยนแปลง เพราะว่าในส่วนหนึ่ง ก็เป็นสิทธิที่พี่น้องประชาชนไทย จะเดินทางกลับบ้าน เพียงแต่ว่าเขาจำเป็นต้องได้รับการดูแล ไม่ให้เกิดการแพร่เชื้อ ออกมาจากระบบ SQ, ASQ และก็กลับมาถึงในเรื่องของศักยภาพนะคะ หลายท่านจะติดตามรายงาน ศบค. จะได้ทราบว่าก่อนหน้านี้ ที่มีรายงานตัวเลขของ SQ, ASQ ที่มียอดการใช้น้อยลงนี่นะคะ ได้มีการปรับเปลี่ยน เพื่อที่จะเข้ามาดูแลพี่น้องประชาชนไทย ในรูปแบบของ Hospital หรือ โรงพยาบาลสนามบ้างแล้วนะคะ อันนี้นี่ก็ขอบคุณสำหรับข้อเสนอแนะ หรือว่าความเป็นห่วงที่ท่านส่งมา อย่างไรก็ตามนี่นะคะ อยากให้ท่านติดตามการรายงาน ของกระทรวงสาธารณสุข รวมทั้งกระทรวงต่างประเทศ ให้ได้อย่างใกล้ชิดในระยะนี้นะคะ เพราะว่ามีการพูดคุยหารือกันอยู่ค่ะ แล้วก็มีการพูดคุยกันถึงในเรื่อง ของการกักตัวด้วยนะคะ คือ ตอนนี้นี่หลายท่านจะเห็นว่าหลายครั้ง พอเวลามีผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศ เราจะพบการติดเชื้อ ได้ในระยะหลัง 10 วันนะคะ เช่น 10 วัน 11, 13 วัน อย่างนี้เป็นต้น รายงานต่างประเทศนี่นะคะ มีแม้กระทั่งว่าหลังจากที่ผู้ที่ได้การรักษา ในโรงพยาบาล 14 วันแล้ว ออกจากโรงพยาบาลไปแล้วนี่ มีการยืนยันติดเชื้อ ได้ยาวถึง 21 วันอย่างนี้เป็นต้น นั่นจึงเป็นสิ่งที่ทางกรมควบคุมโรค ก็พิจารณาอย่างละเอียดรอบคอบค่ะ แล้วท่านยังต้องติดตามรายงานอย่างใกล้ชิดนะคะ และก็ในส่วนหนึ่งจะเน้นย้ำ ผู้ที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลสนาม หรือโรงพยาบาลของรัฐ หรือของเอกชนในช่วงนี้ด้วย ว่าหลังจากที่ท่านกลับไปแล้วนี่ โรงพยาบาลจะเน้นย้ำเลยนะคะ ว่าท่านยังต้องคัดแยก แยกกัก ต้องไม่พยายาม ที่จะเข้าไปสัมผัสผู้อื่น หรือแม้แต่คนในครอบครัวอีก เป็นระยะเวลา 14 วันนะคะ ก็อย่างไรก็ต้องติดตามการพิจารณา ในช่วงนี้ด้วยค่ะ (คุณปวีณา) ค่ะ อีก 1 คำถามค่ะ จาก Thai PBS เช่นเดียวกันนะคะ ถามเรื่องของสถานการณ์ในประเทศ ว่า ณ วันนี้มาตรการการกักตัวอยู่ที่บ้าน ของคนที่ป่วยและอาการไม่รุนแรง เป็นอย่างไรบ้าง กับอีก 1 เรื่อง ก็คือมีโอกาสไหมคะ ว่าจะมีการล็อกดาวน์พื้นที่บางจังหวัดน่ะค่ะ (แพทย์หญิงอภิสมัย) คือ การที่พี่น้องประชาชน รอเตียงนี่นะคะ อันนี้นี่ ต้องเรียนว่าไม่มีใครสบายใจเลยนะคะ และหลาย ๆ ครั้งนี่ ทุกท่าน ณ ตอนนี้ ก็คงจะยอมรับน่ะค่ะ ว่ามันเกิดกับตัวเรา คนรอบข้างเรา พวกเราก็ช่วยกันพยายามที่จะหาเตียง แต่ในแง่ของการจัดการเตียง ก็อย่างที่เรียนให้ทราบค่ะ ว่าอย่างเช่น กทม. มีผู้ป่วยกลับบ้าน 170 ราย กระบวนการทำเรื่องให้กลับบ้าน และจะต้องดูแลตัวเองอย่างไร ให้ปลอดภัยอันนี้นี่ บุคลากรได้เล่าให้ฟังนะคะ ว่าการ Discharge หรือให้ผู้ป่วยกลับบ้านนี่ มีกระบวนการเยอะมาก และการจะรับใหม่นี่ ไม่ใช่ทำได้ปุ๊บปั๊บทันที ต้องมีการเตรียมพื้นที่ เตรียมเตียง เพื่อที่จะรับผู้ป่วยใหม่ เพราะฉะนั้น ตรงนี้นี่ก็จะเกิดการรอเตียง แต่การรอเตียงแล้วก็เกิดคำถาม ว่า Home Isolation ล่ะ อยู่บ้านรอเตียงแล้วก็ไม่ต้องเข้ามาสู่ ระบบการรักษาเลยได้ไหม เรามีการทบทวนอยู่ทุกวันนะคะ แต่ว่าความไม่สบายใจ ในแง่ของรายงานในบางเคสน่ะค่ะ ว่าเริ่มต้นวันที่ 1 อาการยังเป็นปกติดี เข้าสู่ระบบนะคะ แต่ว่าได้รับการยืนยันจากโรงพยาบาล ว่ายังจำเป็นต้องรอเตียง จากนั้นนี่เราจะเห็นภาพของอาการ ทรุดลงอย่างรวดเร็ว หรืออันที่ 2 ก็คือการที่สภาพบ้าน ไม่เอื้ออำนวย เราจะเน้นย้ำว่าการแยกกักอยู่ที่บ้าน จะต้องมีการแยกพื้นที่กับบุคคลในครอบครัว ไม่รับประทานอาหารร่วมกัน พยายามไม่ใช้ห้องน้ำเดียวกัน หรือไม่มีการคลุกคลีใกล้ชิด ก็พบว่าทำได้ยากค่ะ แล้วท่านก็เห็นข่าวตลอด ว่าในกรณีผู้ป่วย 1 ราย ก็เกิดการติดเชื้อไปยังบุคคลในบ้าน แล้วเราก็พบผู้สูงอายุติดเชื้อ เด็กเล็ก 1 ขวบกว่าติดเชื้อ ก็เลยเป็นที่มาที่ทำให้ยังไม่สามารถนะคะ ที่จะระบุว่าให้ประชาชนกักตัว หรือว่าเรียกว่า "แยกกัก Isolate" อยู่บ้านนะคะ ก็ยังถือได้ว่ามาตรฐานนี่ ยังเป็นอันตรายอยู่ค่ะ (คุณปวีณา) ค่ะ เรื่องของล็อกดาวน์ ในบางจังหวัด มีโอกาสมากน้อยขนาดไหนคะ (แพทย์หญิงอภิสมัย) เรื่องล็อกดาวน์นี่นะคะ ในส่วนของวันพฤหัสบดี จะมีการทบทวนมาตรการ ในเรื่องของพื้นที่นะคะ อย่างที่ท่านเห็นตอนนี้นี่ พอเราดูแผนที่ทั้งประเทศนี่ ท่านจะเห็นว่าหลาย ๆ จุด ปรับเป็นขาว เป็นเขียว หรือแม้กระทั่งเหลือง นั่นหมายความว่า Cluster ที่พบ ก็เริ่มมีการระบุบ่งชี้ได้ ว่าผู้ติดเชื้อยู่ตรงไหน มีการเชื่อมต่อไปที่ใคร และก็จะเห็นว่ากลุ่มที่มีสีเข้ม ๆ จริง ๆ ยัง Active อยู่มาก ๆ จะมีอยู่ไม่กี่จังหวัดที่เน้นย้ำนะคะ ก็คือใน 6 จังหวัด ที่รายงานทุกท่านอยู่ทุกวัน แต่ว่าการจะล็อกดาวน์หรือไม่ จะต้องกำหนดมาตรการเพิ่มอย่างไร วันนี้นี่ทางกรมควบคุมโรค มีการหารือกับ ศบค. นะคะ และก็ในช่วงวัน 2 วันนี้นี่ ท่านคงได้เห็นมาตรการการปรับความเข้ม มากขึ้นในบางพื้นที่ แต่ละจุด แต่ละกิจการกิจกรรม ก็ขอให้ติดตามกันด้วย อย่างไรก็ตามนะคะ ก็คงต้องขอบคุณทุกฝ่ายเลยทีเดียวค่ะ อย่างที่เรียนย้ำนะคะ ว่าสื่อมวลชนสำคัญมาก ท่านสามารถที่จะเป็นกระบอกเสียง ให้กับพี่น้องประชาชน ท่านสามารถวิพากษ์วิจารณ์การทำงาน ของภาครัฐ ของสาธารณสุขได้นะคะ แต่อย่างไรก็ตามขอให้ท่านชี้แนะ และก็รวมไปถึงให้กำลังใจบุคลากร ในการทำงานด้วยค่ะ รวมไปถึงพี่น้องประชาชน ทุก ๆ ท่านจะเห็น ว่าความขัดแย้งที่เกิดขึ้นนี้นะคะ อาจมีความไม่พอใจ อาจจะมีการตําหนิติเตียน แต่ถ้าท่านดูที่มาที่ไปนี่ เพราะว่าเรามีความเป็นห่วงประเทศไทยค่ะ เรารักพี่น้อง ครอบครัวอาม่า ครอบครัวคุณอัพก็เหมือนกับครอบครัวเรา เพราะฉะนั้นนี่ การที่เราอาจจะ ส่งเสียงทะเลาะกันบ้างในวันนี้นี่ เพราะว่าเรามีความมุ่งมั่นเดียวกัน เราอยากทำให้ระบบดีขึ้น ก็ขออนุญาตให้ทุกท่านหันหน้าเข้าหากัน จับมือกันแล้วก็ร่วมมือกันนะคะ ถกเถียงกันได้บ้าง แต่อย่างไรเราก็ยังคงต้องร่วมมือกันค่ะ วันนี้ก็ขอฝากไว้เท่านี้นะคะ ขอบพระคุณค่ะ (คุณปวีณา) กราบขอบพระคุณค่ะ แพทย์หญิงอภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษก ศบค. นะคะ ท่านก็อธิบายชัดเจนนะคะ ตั้งแต่การเปรียบเทียบ เรื่องของกรณีการติดเชื้อ หรือว่าการแพร่ระบาด ในจังหวัดสมุทรสาคร เปรียบเทียบกับกรุงเทพมหานคร ทำให้เราเห็นถึงปัญหา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการจัดพื้นที่รองรับ สำหรับผู้ติดเชื้อ รวมถึงเรื่องของการตรวจในทุก ๆ อย่าง มีความแตกต่างกัน แต่ ณ วันนี้อาจจะเห็นปัญหาที่เกิดขึ้น 1 สิ่งที่เราทำได้ ก็คือช่วยกัน อาจจะสะท้อนปัญหา แต่ก็ต้องร่วมกันหาทางออก แล้วก็ให้ความร่วมมือด้วยค่ะ ลำดับต่อไปค่ะ ขออนุญาตเรียนเชิญ ทางท่านรองอธิบดีกรมสารนิเทศ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ท่านณัฐภาณุ นพคุณ สรุปประเด็นการแถลงวันนี้ ในภาคภาษาอังกฤษค่ะ (คุณณัฐภาณุ) สวัสดีครับ [ภาษาต่างประเทศ] สวัสดีครับ (คุณปวีณา) กราบขอบพระคุณค่ะ ท่านณัฐภาณุ นพคุณ รองอธิบดีกรมสารนิเทศ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศนะคะ สำหรับเรื่องของการบริหารจัดการเตียง การจัดสรรบุคลากรทางการแพทย์ ณ วันนี้เป็นอย่างไร รวมถึงการวางแผนในอนาคต จะมีการดำเนินการหรือว่าบริหารจัดการอย่างไร ให้สามารถที่จะควบคุมสถานการณ์การระบาด ของ COVID-19 ได้นะคะ คุณผู้ชมสามารถติดตามรายละเอียด ในช่วงของการสนทนาพูดคุยกันค่ะ ในรายการ NBT ร่วมใจ สู้ภัย COVID-19 @ ทำเนียบรัฐบาลนะคะ วันนี้เรามีแขกรับเชิญค่ะ เป็นทางท่านนายกสมาคมอุรเวชช์ แห่งประเทศไทยนะคะ ซึ่งเป็นรองศาสตราจารย์ นายแพทย์นิธิพัฒน์ เจียรกุล นะคะ ที่จะมาพูดในประเด็นนี้ รวมถึงหากป่วยเป็น COVID-19 บัตรทองรักษาฟรีหรือไม่ หรือว่าต้องเสียค่าใช้จ่ายอย่างไร มีเงื่อนไขอย่างไรบ้างค่ะ วันนี้นะคะ เราก็จะมี นายแพทย์จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการ สปสช. มาพูดคุยเช่นเดียวกัน ติดตามได้ในเวลา 14.00 น. ทางช่อง 2 NBT2HD ค่ะ วันนี้หมดเวลาแล้วนะคะ สำหรับการแถลงข่าว จากศูนย์แถลงบริหารสถานการณ์ COVID-19 ที่ทำเนียบรัฐบาล ดิฉัน ปวีณา ฟักทอง พร้อมทีมงาน ลาไปก่อนนะคะ สวัสดีค่ะ [เสียงดนตรี]