(คุณสุชาดา) สวัสดีค่ะ ต้อนรับเข้าสู่จับประเด็นข่าวร้อนกับดิฉัน สุชาดา นิ่มนวล อีกหนึ่งช่องทางในการติดตามรายการนะคะ เข้าไปที่แฟนเพจ TV5HD1 ทางช่องทาง Youtube หรือว่า www.tv5.co.th ค่ะ วันนี้เราติดตามกันนะคะ หลังจากที่มีโรงงานแห่งหนึ่ง ในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ จู่ ๆ ก็ประกาศปิดโรงงานกะทันหัน ทำให้พนักงานกว่า 1,000 ชีวิตนะคะ ที่ทำงานอยู่ที่โรงงานแห่งนี้ ต้องถูกลอยแพ แล้วได้เห็นสภาพของพนักงานจำนวนมากนี่ ก็ไปเกาะประตูร้องไห้อยู่ที่หน้าโรงงานนะคะ วันนี้ทางกรมสวัสดีการแรงงานนี่ ลงพื้นที่ไปดูแลแรงงานกลุ่มนี้แล้วนะคะ เดี๋ยวเราไปติดตามกันในช่วงที่ 3 ของรายการค่ะ วันนี้ไปดูเหตุระทึกที่เกิดขึ้นเมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมานะคะ ประมาณสัก 15.30 น. ค่ะ มีรายงานว่ารถไฟจอดเลยชานชาลา ต้องวงเล็บว่าอีกแล้ว เพราะว่านี่ไม่ใช่เหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นครั้งแรกนะคะ เป็นอุบัติเหตุเกิดขึ้นที่สถานีรถไฟหัวลำโพงค่ะ เกิดขึ้นจากการที่เจ้าหน้าที่นี่เขาไปลากขบวนรถเปล่ามา จะไปเกี่ยวกับหัวรถจักร ปรากฏว่าจังหวะที่เกี่ยวนี่ ตัวน็อตมันหลุดนะคะ ก็เลยทำให้ตู้รถไฟนี่ไหลไปยังสถานีปลายทาง แล้วก็ไปเกยกับชานชาลาที่สถานีรถไฟหัวลำโพง เราไปดูภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกันหน่อยนะคะ นี่นะคะ โอ้โห สภาพที่เกิดขึ้นนี่ ก็มีกระถางต้นไม้ที่วางอยู่บริเวณนั้นพอดีนี่ แล้วนี่ก็เป็นตู้เปล่าที่ไหลมาแล้วก็เกยชานชาลาขึ้นมา คือจังหวะเหมือนกับตัวล้อข้างหลังนะคะ นี่เกยชานชาลาขึ้นมา กวาดไปทั้งยวงเลยค่ะ บริเวณนั้นนี่ คือเป็นต้นไม้ เป็นกระถางเล็ก ๆ น้อย ๆ นะคะ ที่ตั้งประดับประดาอยู่ในสถานีรถไฟหัวลำโพงค่ะ คือ ขบวนนี้นี่เป็นขบวนรถไฟโดยสารกรุงเทพ-ฉะเชิงเทรา ก็พุ่งชนกับเกาะกั้นที่สถานีรถไฟ บริเวณชานชาลาที่ 6 ทางเจ้าหน้าที่นี่ เขาก็ไปตรวจสอบนะคะ ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ เพราะว่าเป็นโบกี้ที่เป็นตู้เปล่าค่ะ คุณฐากูร อินทรชม ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการเดินรถของการรถไฟแห่งประเทศไทยนะคะ ก็ชี้แจงถึงเหตการณ์ที่เกิดขึ้น บอกว่าไม่อยากให้เข้าใจผิด นี่ไม่ใช่เหตุรถไฟชนที่หัวลำโพงนะคะ เดี๋ยวหลายคนเห็นภาพแล้วจะตกอกตกใจไป แต่ว่าเป็นอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น คือ ทางเจ้าหน้าที่เขาไปลากขบวนรถไฟที่เป็นขบวนรถเปล่า จะเข้าไปประจำรางที่สถานีหัวลำโพง จะเอาไปต่อพ่วงกับหัวรถจักร เพื่อที่จะเป็นขบวนรถเที่ยวกรุงเทพ-ฉะเชิงเทรา ค่ะ ทีนี้จังหวะที่ทางเจ้าหน้าที่นี่เขาดันขบวนรถเขามาประจำราง แล้วจังหวะที่ไปเกี่ยวกับขอ ขอพ่วงนี่นะคะ มันหลุดค่ะ ก็เลยทำให้ขบวนรถไหลไปกระแทกชานชาลาปลายทางด้วยความเร็วมาก แล้วก็เลยเห็นสภาพแบบนี้ ก็คือตู้ของรถนี่ ช่วงท้าย ๆ นี่ มันก็เลยไปเกยขึ้นที่สถานีนะคะ ไม่ได้ตกรางนะคะ ก็ไม่มีผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เคราะห์ดีที่ไม่ได้มีผู้โดยสารในขบวนรถสายนี้ด้วยค่ะ สลับไปดูความเคลื่อนไหวทางการเมืองกันหน่อยนะคะ วันนี้ที่เราต้องจับตากัน ญัตติของคุณไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส. จากพลังประชารัฐ แล้วก็คุณสมชาย แสวงการ ส.ว. นะคะ ที่ยื่นคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยอำนาจและหน้าที่ของสภา(ผู้แทนราษฎร)ในการตั้ง สสร. ขึ้นมาแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ ว่าทำได้หรือไม่ วันนี้ศาลมีคำวินิจฉัยออกมาแล้วว่าสภาฯ มีอำนาจที่สามารถทำได้ แต่จะต้องไปทำประชามติก่อน และประเด็นเรื่องการทำประชามตินี่ล่ะที่น่าสนใจ เพราะว่าไม่ได้ทำหนเดียว ต้องทำประชามติกันถึง 2 รอบนะคะ แต่ว่าพอไปอ่านคำวินิจฉัยของศาลก็เกิดการตีความกันในหลายรูปแบบค่ะ บางฝ่ายนี่เขาก็มองว่าจริง ๆ แล้วคำวินิจฉัยวันนี้นี่ เท่ากับว่ากระบวนการร่างรัฐธรรมนูญที่ผ่านมานี่คือต้องตกเป็นโมฆะเลยนะคะ โดยเฉพาะความเห็นคุณไพบูลย์ นิติตะวัน ค่ะ ทีนี้คำถามคือว่าแล้วการเดินหน้าร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญจะไปต่อถึงวาระที่ 3 ได้หรือเปล่า นี่ล่ะค่ะ เป็นประเด็นที่เราจะต้องติดตามกันนะคะ วันนี้นักข่าวก็เลยไปถามความเห็นของคุณไพบูลย์ นิติตะวัน ในฐานะที่เป็นผู้ยื่นคำร้องนะคะ ก็ไปถามคุณไพบูลย์ว่ามีความคิดเห็นอย่างไร หลังจากที่ศาลก็มีคำวินิจฉัยออกมาแล้ว คุณไพบูลย์บอกว่า คือ พอดูคำวินิจฉัยยังงง ๆ ด้วยซ้ำไป แต่ส่วนตัวนี่ก็เชื่อว่าเดี๋ยววันที่ 17 มีนาคมนี้ สภาฯ ก็จะเปิดประชุมสมัยวิสามัญนะคะ ที่นี้ล่ะที่ประชุมนี่ต้องมานั่งถกกันแล้ว มานั่งถกกันเรื่องความหมายของคำวินิจฉัยว่าเราจะเดินหน้าต่อไปอย่างไรล่ะ กับการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ แต่ถ้าเกิดถามความเห็นส่วนตัวของคุณไพบูลย์นะคะ คุณไพบูลย์ก็บอกว่าจริง ๆ สภาฯ นี่ ไม่สามารถจะลงมติในวาระที่ 3 ได้แล้วนะ ทีนี้นักข่าวก็ถามต่อว่าถ้าคุณไพบูลย์มองแบบนี้นะ จะถือว่าเข้าข่ายก้าวก่ายอำนาจนิติบัญญัติหรือเปล่า คุณไพบูลย์ก็บอกว่าไปดูคำวินิจฉัยของศาล ศาลรัฐธรรมนูญนี่มีผลผูกพันกับทุกองค์กรนะคะ ถ้าศาลวินิจฉัยออกมาว่าต้องไปทำประชามติก่อน ที่ประชุมร่วมรัฐสภานี่ล่ะ ก็ต้องมาคุยกัน ว่าเราจะตีความอย่างไร แล้วในศาลท่านที่มีคำวินิจฉัยออกมานี่ ก็ไม่ได้ระบุว่าจะต้องทำประชามติกี่ครั้ง ทำก่อนที่จะมีการเข้าสู่การพิจารณาของสภาฯ ตั้งแต่วาระที่ 1 หรือทำหลังจากวาระที่ 3 นี่ล่ะค่ะ เป็นประเด็นที่ยังเป็นข้อถกเถียงกันในเรื่องนี้นะคะ แต่ถ้าเกิดถามว่าพอใจไหม คุณไพบูลย์ก็บอกว่าพอใจคำวินิจฉัยของศาลค่ะ ที่ยืนยันในอำนาจของสภาฯ ต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นี้นะคะ ไม่ใช่ยกอำนาจให้กับองค์กรใดองค์กรหนึ่ง อย่างเช่น สสร. แต่ว่าทีนี้นี่ต้องไปลุ้นในวาระ 3 แล้วล่ะ ว่าโอกาสที่สภาฯ จะโหวตคว่ำร่าง ก็เป็นไปได้สูงเช่นเดียวกันนะคะ คุณไพบูลย์ส่วนตัวบอกเชื่อเลยว่าอาจจะเป็นโมฆะด้วยซ้ำไปนะคะ ทีนี้ล่ะ ถ้าเป็นไปอย่างที่คุณไพบูลย์ว่าไว้นี่ก็อาจจะเกิดการล้มกระดานในการร่างรัฐธรรมนูญ แล้วมันก็จะเป็นปัจจัยที่กดดันการเมืองนอกสภาฯ ด้วยนะคะ เดี๋ยวรอจับตาการประชุมในวันที่ 17-18 ที่จะถึงนี้ด้วยค่ะ สลับไปดูคดีบ่อนพนันในพื้นที่ภาคตะวันออกนะคะ เครือข่ายของหลงจู๊กับเสี่ยโป้ โป้ อานนท์ ค่ะ ซึ่งตอนนี้ชัดเจนแล้วว่ามีความเกี่ยวพันกัน ทาง ปปง. นี่เขาเดินหน้ายึดทรัพย์สินบางส่วนไปแล้ว แต่ว่าคดีนี้นี่ไม่ได้เกี่ยวพันเฉพาะนายทุนที่อยู่เบื้องหลังบ่อน มีนายตำรวจระดับสูง ที่ไปเกี่ยวพันกับคดีของบ่อนนะคะ ไล่มาตั้งแต่ชั้นนายพลนะคะ มาจนถึงสารวัตรค่ะ ทางฝั่งของจเรตำรวจแห่งชาตินะคะ บอกว่าเตรียมที่จะเสนอให้เอาผิดวินัยร้ายแรงตำรวจที่ไปเกี่ยวโยงกับคดีบ่อน ตัวเลขล่าสุดนี่ 253 นาย นะคะ ดูความคืบหน้าทางคดีกันนะคะ หลังจากที่มีการเดินหน้าสอบสวนตั้งกรรมการขึ้นมาสอบข้อเท็จจริงในเรื่องนี้แล้ว พลตํารวจเอก วิสนุ ปราสาททองโอสถ จเรตำรวจแห่งชาติ บอกว่าการดำเนินทางวินัยกับตำรวจที่ไปเกี่ยวพันกับบ่อนพนันอยู่ระหว่างขออนุมัติ จาก ผบ.ตร. ให้เรียกนายตำรวจ 253 นายค่ะ ที่ทางคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเห็นว่าต้องมีส่วนรับผิดชอบกับกรณีของบ่อน ต้องมารับทราบข้อกล่าวหาตามคำสั่งที่ 234 นะคะ ไปดูว่ามีตำรวจระดับไหนที่ไปเกี่ยวโยงกับบ่อนพนันในพื้นที่บ้าง เป็นตั้งแต่ระดับผู้บัญชาการไล่ไปจนถึง สารวัตร 53 นายค่ะ ระดับรองสารวัตรถึงผู้บังคับหมู่ 200 นาย แต่ว่าทั้งหมดนี้อยู่ในสังกัดของกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 ทั้งสืบสวนภูธรภาค 2, ภูธรจังหวัดชลบุรี, ระยอง, กองกำกับการสืบสวนภูธรจังหวัดชลบุรี, กองกำกับการสืบสวนภูธรระยอง, สถานีตำรวจภูธรระยอง, สถานีตำรวจภูธรบางละมุง ทางคณะกรรมการก็รายงานผลการสืบสวนพาดพิงเสนอต่อ ผบ.ตร. นะคะ ให้ดำเนินการสั่งทางวินัยต่อไปค่ะ ส่วนการเอาผิดนายตำรวจที่เคยดำรงตำแหน่งในพื้นที่ แต่ว่าย้ายออกไปก่อนที่มีการจับกุมเรื่องบ่อนพนันนะคะ จริง ๆ แล้วก็มีหลายระดับนะคะ ทางคณะกรรมการนี่ ก็จะมีการพิจารณาเอาผิดด้วย ก็มีตั้งแต่ระดับนายพลตำรวจ, ในส่วนของผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2, ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดตราด กับพวกอีก 13 นาย ตอนนี้รวบรวมพยานหลักฐานคืบหน้าไปมากแล้ว อยู่ในขั้นตอนการเรียกตัวเข้ามาแจ้งข้อกล่าวหานะคะ ส่วนผู้ที่ถูกแจ้งข้อกล่าวหาไปแล้วมี 7 นายค่ะ ที่ทางคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง มีมติให้แจ้งข้อกล่าวหา แล้วก็ดำเนินการแจ้งความกล่าวหาตั้งแต่วันที่ 22 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ก็จะมีผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดระยอง, ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรีค่ะ ปรากฏว่าตำรวจทั้ง 7 นาย ได้ร้องขอให้คณะกรรมการสอบปากคำพยานเพิ่มเติม ก็จะให้ขยายกรอบเวลาในการพิจารณาสืบสวนออกไปอีก 30 วัน ถ้าเสร็จสิ้นกระบวนการแล้ว ทางคณะกรรมการก็จะสรุปความผิดทางวินัย เสนอต่อ ผบ.ตร. สั่งการ ถ้าหากเห็นว่าทำผิดวินัยร้ายแรง ก็ต้องตั้งกรรมการสืบสวนวินัยร้ายแรงต่อไป แล้วก็อาจจะมีความผิดทางอาญาด้วย ฐานปฏิบัติ หรือว่า ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบนะคะ ก็อาจจะมีความผิดทางแพ่งร่วมด้วยค่ะ ช่วงนี้พักสักครู่นะคะ เดี๋ยวช่วงหน้าตามคดีที่คุณครูไปล่วงละเมิดทางเพศนักเรียนชั้น ม. 1 นะคะ ตอนนี้ถูกสั่งพักราชการแล้ว เดี๋ยวติดตามกันช่วงหน้าค่ะ กรณีที่คุณครูคณิตศาสตร์ ระดับชั้นมัธยมนะคะ ไปล่วงละเมิดทางเพศนักเรียนชั้น ม.1 แล้วคุณแม่นี่ ก็ไปแจ้งความแล้ว วันนี้ผลการสืบสวนข้อเท็จจริงในเบื้องต้นมีมูลนะคะ ทางศึกษาธิการจังหวัดบุรีรัมย์ สั่งพักราชการคุณครูที่กระทำความผิดรายนี้แล้วนะคะ เรามาดูความคืบหน้าทางคดีกันก่อนนะคะ หลังจากที่เป็นข่าวฉาวนี่ คลิปที่มีการล่วงละเมิดทางเพศเด็กนี่ ก็ถูกแชร์ต่อ ๆ กันไปเรื่อย ๆ ที่หน้าห่วงนี่คือสภาพจิตใจของน้องชั้น ม. 1 นี่ล่ะ คุณวิมลมาลย์ รินไธสงศึกษาธิการจังหวัดบุรีรัมย์นะคะ วันนี้บอกว่าหลังจากที่ทางผู้ปกครองของน้องไปแจ้งความร้องทุกข์ ที่สถานีตำรวจภูธรกระสังแล้ว ให้ดำเนินคดีกับครูคนนี้ ก็คือนายโอนะคะ เป็นครูสอนวิชาคณิตศาสตร์ อยู่ที่โรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่ง ในอำเภอกระสัง ไปหลอกล่วงละเมิดทางเพศน้องนักเรียนชั้น ม. 1 ค่ะ แล้วไม่พอนะ แอบถ่ายคลิปเอาไว้ด้วย แล้วก็มีการนำไปแชร์ต่อ ๆ กันในโลกโซเชียลนะคะ ตอนนี้ทางโรงเรียนได้สรุปผลการสืบข้อเท็จจริงแล้ว ปรากฏว่าเรื่องดังกล่าวมีมูลจริง ๆ พอหลังรับเรื่องมาก็ได้สั่งให้ตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายแรง และสั่งให้ครูคนนี้พักราชการเอาไว้ก่อนแล้ว มีผลวันนี้เลยค่ะ ก็จะให้ดำเนินการสอบวินัยร้ายแรงเป็นไปอย่างโปร่งใส และเป็นธรรมกับทุกฝ่ายด้วยนะคะ ถ้าผลการสอบวินัยพบว่าครูคนนี้ผิดจริงค่ะ ก็จะมีบทลงโทษตามระเบียบที่กำหนดเอาไว้ ก็คือไล่มาตั้งแต่ไล่ออก ปลดออก ส่วนเรื่องคดีก็ต้องแยกกันนะคะ ก็ว่ากันไปตามกระบวนการของกฎหมาย แต่ว่าที่ทางโรงเรียนเป็นห่วงนี่ บอกว่าสภาพจิตใจของน้องที่ตกเป็นเหยื่อในคดีนี้นะคะ ก็สั่งการให้โรงเรียนไปจัดหาคุณครูแนะแนวร่วมกับทางทีมนักจิตวิทยา เข้าไปดูแลเยียวยาสภาพจิตใจของน้องด้วย ต้องดูเรื่องการเรียนด้วยนะคะ เพราะว่าน้องก็ยังเรียน เพิ่งชั้นม. 1 เอง ก็ต้องทำให้น้องเรียนต่อไปให้ได้ ทีนี้ช่วงนี้นี่สภาพจิตใจที่ยังย่ำแย่ น้องยังไปโรงเรียนไม่ได้นะคะ ก็จะให้ทำการเรียนการสอนที่บ้านไปก่อน จนกว่าสภาพจิตใจจะดีขึ้น แล้วก็กลับมาเรียนได้ตามปกติ ส่วนความคืบหน้าการเอาผิดในคดีอาญาค่ะ พนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรกระสัง แจ้งข้อกล่าวหาเรียบร้อยแล้วนะคะ เจ้าตัวรับสารภาพทุกข้อกล่าวหา เพราะจำนนด้วยหลักฐาน ตอนนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน แล้วเดี๋ยวจะมีการสรุปสำนวนส่งพนักงานอัยการต่อไปค่ะ อีกเหตุการณ์หนึ่งนะคะ ถ้าเกิดหลายคนได้ดูภาพภาพนี้ แล้วคงจะตั้งคำถามเหมือนกัน ว่าจิตสำนึกนี่อยู่ตรงไหน คนเราที่มีร่างกายปกติ มีมือ มีแขนขาครบถ้วน อวัยวะครบ 100 เปอร์เซ็นต์ แต่คุณนี่ขับรถหรูแล้วก็ไปจอดบนที่จอดรถของคนพิการเขา คำถามคือว่าจิตสำนึกอยู่ตรงไหน แล้วประเด็นนี้นี่ ถูกวิพากษ์วิจารณ์ไปเป็นวงกว้างนะคะ ให้ไปดูภาพกันหน่อยค่ะ เหตุการณ์นี้นี่เกิดขึ้นที่สนามบินสุวรรรณภูมิ เดี๋ยวท่านผู้ชมลองดูคลิป คลิปนี้นะคะ นี่เป็นคลิปในลานจอดรถที่สนามบินสุวรรณภูมิเลย แล้วก็จะเห็นว่านี่เป็นช่องจอดรถ นี่รถสีเหลืองคันนี้ รถหรูด้วยนะคะ นี่ขับมา แล้วกำลังจะถอย เปิดประตูลงมาดูด้วย รู้ด้วยซ้ำว่านี่คือที่จอดรถของคนพิการ ก็ยังไปเอาที่กั้นออก แล้วก็เดินขึ้นรถ จากนั้นก็ถอยรถเข้าไปจอดหน้าตาเฉยเลย จริง ๆ จังหวะนี้นี่ มีทางเจ้าหน้าที่ รปภ. ที่เขามาเตือนแล้วนะ ว่านี่มันที่จอดรถคนพิการ คุณเป็นคนปกติคุณมาจอดได้อย่างไร แต่ว่าเขาก็ไม่ได้สนใจ ไม่ได้แคร์โลกเลยนะคะ ก็นี่จอดแล้วก็เดินเข้าไปที่สนามบินปกติ ทำเหมือนกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นนะคะ แล้วคลิป คลิปนี้นี่ ก็เลยถูกแชร์ออกไปในโลกออนไลน์ ปรากฏว่า โอ้โห ทัวร์ลงกระหน่ำเลยค่ะ มีคนตั้งคำถามว่าจิตสำนึกของคุณอยู่ตรงไหนนี่ เจ้าของ Facebook ท่านหนึ่งนะคะ ที่ชื่อว่า "คนข่าว ต้นปราการ” เขาเป็นคนแชร์คลิปคลิปนี้ค่ะ ไปจอดรถที่ชั้น 3 นะคะ ทีนี้คำถามคือว่าผู้ชายคนนี้นี่โดนบทลงโทษอะไรบ้าง สรุปคือว่าโดนปรับ 500 บาทเท่านั้น แล้วคุณผู้ชมคิดดูนะคะ ว่าขับรถหรูขนาดนี้ กับเงิน 500 คิดว่าเขาจะยอมจ่ายไหม คือ เงิน 500 สำหรับคนที่ขับรถระดับนี้ เขาคงมองว่าเป็นเรื่องธรรมดา เขาจ่ายไปแล้วได้จอดที่ ๆ สะดวกสบาย เขาก็ไม่ได้สนใจอะไรนะคะ นี่ล่ะค่ะ เรื่องนี้ถูกชาวเน็ตเข้ามาวิพากษ์วิจารณ์จำนวนมาก บางคนก็บอกว่า แหม ความรู้นะ มันไม่ได้ช่วยให้ระดับสมองของคนดีขึ้นเลย มีเงินขนาดไหน ถ้ารวยขนาดนี้ไปซื้อเครื่องบินส่วนตัวเลยดีไหม นี่เขาคอมเมนต์กันแบบนี้เลยนะคะ จะได้ไม่เป็นภาระของคนอื่นนี่ล่ะค่ะ พอเป็นข่าวเดี๋ยวก็จะมาขอโทษว่ารู้เท่าไม่ถึงการณ์ เจ้าหน้าที่เขาก็เอาที่ล็อกล้อมาล็อกด้วยนะคะ แต่เจ้าตัวก็คงไม่สน ทีนี้นี่ทางท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย ก็เลยชี้แจงบอกว่าเดี๋ยวต่อไปคงต้องเพิ่มความเข้มงวดมากขึ้น แล้วก็เพิ่มรอบในการเดินตรวจตาพื้นที่จอดรถ ป้องกันไม่ให้มีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีกค่ะ แล้วก็ต้องขอความร่วมมือในการเคารพกติกาด้วย แต่ว่าขอความร่วมมืออย่างเดียวไม่พอ คน ๆ หนึ่งนี่ต้องมีจิตสำนึกด้วยนะคะ ถ้าไม่มีจิตสำนึกก็จะเกิดภาพเหตุการณ์แบบนี้นี่ล่ะค่ะ สลับไปดูสถานการณ์ในต่างประเทศกันหน่อย ทางสภาร่างสหรัฐฯ ได้ผ่านแผนเยียวยาเศรษฐกิจจากพิษ COVID-19 แล้วนะคะ แต่ว่า COVID-19 ตอนนี้ที่น่าเป็นห่วงนี่ อยู่ที่บราซิล ติดตามรายละเอียดจากทีมข่าวต่างประเทศค่ะ (ผู้ประกาศข่าวหญิง) สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ผ่านร่างกฎหมายเยียวยาเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 มูลค่า 1.9 ล้านล้านดอลลาห์สหรัฐ โดยงบประมาณครั้งนี้รวมทั้งการให้เงินผู้ที่ผ่านคุณสมบัติคนละ 1,400 ดอลลาร์ ให้งบประมาณแก่สถาบันการศึกษา ที่จะเปิดการเรียนการสอนเร็ว ๆ นี้ เพื่อให้มั่นใจว่าเด็ก ๆ จะได้กลับไปเรียนอย่างปลอดภัย ให้ความช่วยเหลือมลรัฐและเมืองต่าง ๆ ให้เงินช่วยเหลือธุรกิจขนาดย่อม รวมทั้งเพิ่มงบประมาณในการค้นคว้าวิจัยการตรวจหาเชื้อ ด้วยการฉีดวัคซีนต้าน COVID-19 ด้วย ขณะที่ดัชนีหุ้นอุตสาหกรรมดาวโจนส์พุ่งทะยานทำสถิติครั้งใหม่ ฐานรัฐข่าวดีนี้ ด้านประธานาธิบดี โจ ไบเดน ซึ่งจะลงนามในร่างกฎหมายฉบับดังกล่าวในวันพรุ่งนี้ ให้คำมั่นว่าสหรัฐฯ จะแบ่งปันวัคซีนส่วนเกินให้กับประเทศต่าง ๆ หากชาวอเมริกันได้รับวัคซีนเพียงพอแล้ว ส่วนที่บราซิลตอนนี้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ระลอกใหม่ กำลังทำให้ระบบสาธารณสุขของบราซิลเข้าสู่ภาวะวิกฤติหนัก ซึ่งเมื่อวานนี้มียอดผู้เสียชีวิตรายวันเกิน 2,000 คนเป็นครั้งแรก โดยอยู่ที่ 2,268 คน ส่งผลให้ยอดรวมผู้เสียชีวิตจาก COVID-19 เพิ่มเป็นกว่า 268,000 คน หรือเฉลี่ย 128 คนต่อประชากร 100,000 คน ในขณะที่ยอดผู้ติดเชื้อก็พุ่งสูงขึ้นจนน่าตกใจ โดยมีมากกว่า 79,000 คน จนยอดติดเชื้อสะสมขณะนี้มีมากกว่า 11,200,000 คน (คุณสุชาดา) ช่วงนี้พักสักครู่นะคะ เดี๋ยวช่วงหน้าปัญหา COVID ที่ทำพิษทำให้โรงงานชุดชั้นในประกาศปิดกิจการโดยไม่แจ้งล่วงหน้า พนักงานนับพันชีวิตต้องถูกลอยแพนะคะ จะมีแนวทางในการช่วยเหลืออย่างไรบ้าง เดี๋ยวติดตามช่วงหน้าค่ะ หลายคนได้เห็นภาพเหตุการณ์ที่พนักงานของโรงงานชุดชั้นในแห่งหนึ่งนะคะ ต้องไปเกาะประตูรั้ว แล้วก็ร้องห่มร้องไห้กัน เพราะว่าโรงงานแห่งนี้นี่เขาเจอพิษ COVID-19 นี่ล่ะ ทำให้ต้องประกาศปิดโรงงานกะทันหันโดยที่ไม่แจ้งล่วงหน้ากับพนักงานเลย แล้วที่โรงงานแห่งนั้นมีพนักงาน 1,000 กว่าคนนะคะ ตอนนี้ไม่รู้ชะตากรรมว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป เพราะว่าเจ้าของโรงงานนี่ไม่ได้มีการชดใช้ หรือจะดำเนินการเยียวยาให้กับพวกเขาเลยค่ะ วันนี้จับประเด็นข่าวร้อนนี่ เราสอบถามเรื่องนี้ไปที่ฝั่งของคุณอภิญญา สุจริตตานันท์ อธิบดีกรมสวัสดิการแรงงาน และคุ้มครองแรงงานนะคะ จะมีแนวทางช่วยเหลือพวกเขาอย่างไรได้บ้าง อยู่ในสายแล้วค่ะ ท่านอธิบดีสวัสดีค่ะ (คุณอภิญญา) สวัสดีครับ (คุณสุชาดา) เหตุการณ์ที่โรงงานในอำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการนะคะ ที่ประกาศปิดโรงงานกะทันหัน โดยที่ไม่แจ้งล่วงหน้าเลย อันนี้เป็นความผิดของโรงงานชัดเจนเลยใช่ไหมคะ (คุณอภิญญา) ใช่ครับ ๆ คืออย่างนี้ครับ กรณีที่จะมีการเลิกจ้างนี่ ในกฎหมายนี่เขาจะต้องบอกกล่าวล่วงหน้าให้ลูกจ้างทราบก่อน 1 งวดการจ่ายค่าจ้างนี่นะครับ (คุณสุชาดา) ค่ะ (คุณอภิญญา) บังเอิญว่าเคสของที่สมุทรปราการนี่นะครับ ทางที่เป็นข่าว ก็คือว่าลูกจ้างไม่ได้รับการแจ้งว่าจะมีการเลิกจ้างจากนายจ้างเลยนะ อยู่ ๆ ก็มีการเลิกจ้างเลยนี่นะครับ ทีนี้ก็ 1. ก็คือไม่... เขาไม่แจ้งล่วงหน้า เขาก็ต้องจ่ายค่าบอกกล่าวล่วงหน้าให้ลูกจ้างทราบ 1 งวดการจ่ายค่าจ้าง อันนี้ชัดเจน (คุณสุชาดา) ค่ะ (คุณอภิญญา) อันที่ 2 เรื่องของเลิกจ้างโดยที่ลูกจ้างไม่ได้กระทำความผิดอะไร อยู่ ๆ ก็เป็นการเลิกจ้างลูกจ้างเลยนี่นะครับ อันนี้ก็เป็นเรื่องสิทธิตามกฎหมายที่ลูกจ้าง ก็คือเรื่องของค่าชดเชยน่ะนะครับ ตามอายุงาน อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่าอายุงานเท่าไร ก็เป็นไปตามกฎหมายที่ลูกจ้างมีสิทธิ์จะได้รับนะครับ อันที่ 3 ก็จะเป็นเรื่องของ… ต้องดูว่าลูกจ้างแต่ละคนนี่นะครับ เขามีสิทธิ์ในเรื่องของวันหยุดพักผ่อนประจำปีที่เขายังไม่ได้ใช้อยู่หรือไม่น่ะนะครับ อันนั้นก็ต้องดูแต่ละคนว่ามีสิทธิ์ในเรื่องของวันหยุดพักผ่อนประจำปีเหลืออยู่กี่วัน พอคิดเป็นตัวเงินออกมานะครับ (คุณสุชาดา) ค่ะ ถึงแม้ตอนนี้ เรายังไม่สามารถที่จะติดตามเจ้าของโรงงานเพื่อมารับผิดชอบกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้นี่ ทางฝั่งของลูกจ้างนี่ ก็ยังพอจะมีช่องทางที่ทางกระทรวงแรงงานพอจะช่วยเหลือได้อยู่ใช่ไหมคะ (คุณอภิญญา) ครับ เรียนอย่างนี้นะครับ ว่ากรณีที่ถูกเลิกจ้างในลักษณะแบบนี้นี่นะครับ ในส่วนของความช่วยเหลือของกระทรวงงานนี่ ในเบื้องต้นก็คือว่าหน่วยงานของกระทรวงแรงงานนะครับ ไม่ว่าจะเป็นกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน, ทางสำนักงานประกันสังคม, กรมการจัดหางาน แล้วก็กรมพัฒนาฝีมือแรงงานนี่นะครับ เมื่อเช้านี่ทั้ง 5 หน่วยนะครับ ของในสังกัดกระทรวงแรงงานก็ได้เข้าไปแจ้งปิด แล้วก็อำนวยความสะดวกให้กับพนักงานที่ถูกเลิกจ้างนะครับ โดยได้มีการประสานให้ลูกจ้างทราบว่ามีประมาณ 1,100 คนตอนนี้ที่ไปยื่นคำร้องนะครับ กับเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานสังกัดกระทรวงแรงงาน ที่สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน จังหวัดสมุทรปราการครับ (คุณสุชาดา) ค่ะ (คุณอภิญญา) ส่วนความเยียวยาในกรณีอื่นนี่นะครับ ก็ต้องเป็นเรื่องของทางสำนักงานประกันสังคมเองนี่นะครับ ที่จะต้องเยียวยาในส่วนของสิทธิประโยชน์ในกรณีว่างงานไปก่อนนะครับ (คุณสุชาดา) ค่ะ ใน 1,000 คนนี่นะคะ เขาอยู่ในระบบประกันสังคมทั้งหมดหรือเปล่า หรือบางคนอาจจะเป็นลูกจ้างชั่วคราวที่ไม่ได้มีสวัสดิการพิเศษอะไรค่ะ (คุณอภิญญา) อันนี้เดี๋ยวคงต้องเช็กกับทางสำนักงานประกันสังคมนะครับ เพราะว่าเนื่องจากวันนี้มันเป็นวันแรกที่ได้มีการไปตั้งเป้ารับคำร้องนะครับ ที่ลูกจ้างนี่นะครับ จะมีสิทธิ์นะครับ ส่วนการพิจารณาว่าใครเข้าอยู่ในระบบประกันสังคมหรือไม่ เดี๋ยวทางสำนักงานประกันสังคมอาจจะต้องตรวจสอบอีกทีหนึ่งนะครับ (คุณสุชาดา) ค่ะ ทีนี้ถ้าเกิดคนที่ไม่ได้อยู่ในระบบประกันสังคม แล้วไม่ได้มีสวัสดิการใด ๆ เลยนี่ เขาสามารถขอรับความช่วยเหลือได้ไหมคะ (คุณอภิญญา) ในส่วนของการช่วยเหลือ ถ้าไม่ได้อยู่ในระบบประกันสังคมนี่ก็อาจจะยุ่งยากสักนิดหนึ่ง (คุณสุชาดา) คือเงินชดเชยอย่างนี้ โอกาสจะไม่ได้ก็เป็นไปได้สูงใช่ไหมคะ (คุณอภิญญา) อันนี้มันต้องใช้เวลา แต่ว่าการใช้เวลานี่ ทางผมก็ได้เร่งรัดทางสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดสมุทรปราการ ให้วินิจฉัยโดยเร็ว ตามนโยบายของท่านรัฐมนตรีนะครับ ท่านสุชาติ ชมกลิ่น อยู่แล้วนะครับ ว่าเรื่องของกรณีที่มีการเลิกจ้างพนักงาน ในการวินิจฉัยคำร้องให้ลูกจ้างได้สิทธิ์นี่นะครับ จะต้องวินิจฉัยโดยเร็ว เพราะว่ามันจะส่งผลถงในเรื่องของความเยียวยาของหน่วยงานนะครับ ที่จะเยียวยาให้กับลูกจ้างในช่วงนี้นะครับ ที่มีความเดือดร้อนนี้นะครับ(คุณสุชาดา) ค่ะ ใช้เวลานานไหมคะ ขั้นตอนในการวินิจฉัยน่ะค่ะ (คุณอภิญญา) ในนโยบายที่เราออกไปนี่นะครับ ถึงแม้ว่าเรา… ในข้อกฎหมายจะกำหนดให้วินิจฉัยคำร้องนี่นะครับ ไม่เกิน 60 วันก็ดีนะครับ แต่ว่าในนโยบายที่ออกไป ที่เราได้ทำความเข้าใจกับพนักงานทั่วประเทศนี่นะครับ ก็คือว่าเราขอให้วินิจฉัยให้ไม่เกิน 30 วันนะครับ (คุณสุชาดา) ค่ะ ๆ กรณีเข้าข่ายนี่ จะต้องเข้าข่ายลักษณะไหนบ้างคะท่านอธิบดี ถึงจะมีสิทธิ์ที่จะได้รับความช่วยเหลือค่ะ (คุณอภิญญา) ในส่วนของค่าชดเชย ผมพูดในส่วนค่าชดเชยก่อนนะ ในส่วนที่กรมสวัสดิการบังคับใช้กฎหมายนี่ ก็คือว่าในเรื่องค่าชดเชย ก็คือเลิกจ้างโดยที่ลูกจ้างไม่ได้กระทำความผิดตามระเบียบข้อบังคับในการทำงาน ที่นายจ้างกำหนดว่าเป็นกรณีร้ายแรงนะครับ หรือเลิกจ้างโดยที่เราจะเข้าใจว่าลูกจ้างไม่ได้กระทำความผิดเลย อยู่ ๆ นายจ้างก็เลิกจ้าง ซึ่งกรณีนี้นี่ก็ชัดเจนนะครับ ว่าลูกจ้างไม่ได้กระทำความผิดใด ๆ เลย อยู่ ๆ นายจ้างก็ปิดกิจการนะครับ (คุณสุชาดา) ค่ะ (คุณอภิญญา) การปิดกิจการ ก็ถือเสมือนเป็นการเลิกจ้างลูกจ้างน่ะครับ เพราะฉะนั้นนี่ ในส่วนนี้นี่นะครับ ก็การใช้ระยะเวลานานวัน เนื่องจากคนจากจำนวน 1,000 กว่าคนนี่นะครับ (คุณสุชาดา) ค่ะ (คุณอภิญญา) เพราะฉะนั้น การใช้เวลารวบรวมตัวเลขนะครับ มันก็มีแค่จำนวนตัวเลขแค่นั้นเอง ว่าจำนวนตัวเลขของพนักงานแต่ละคนนี่ สิทธิที่เขาจะได้รับในแต่ละคนนี่ มันมีความแตกต่างกันนะครับ ก็อาจจะไม่ค่อยยุ่งยาก (คุณสุชาดา) ทีนี้เขามีหนังสือสัญญาจ้างเป็นหลักฐานยืนยันไหมคะท่านอธิบดีฯ ถ้าเกิดสมมติบางคนไม่มีอย่างนี้มันจะมีปัญหาไหมคะ (คุณอภิญญา) คือ อย่างนี้ครับ คือ สัญญาจ้างแรงงานนี่ ในกฎหมายไม่ได้กำหนดว่าจะต้องทำเป็นหนังสือนะครับ เพราะฉะนั้น ในรูปแบบสัญญาจ้างแรงงานนี่ อาจจะเป็นสัญญามีการตกลงกันโดยปริยายก็ได้ หรือจะมีพยานหลักฐานอื่นนะครับ มาประกอบก็ได้เช่นกันครับ เพราะฉะนั้นนี่ ก็ไม่จำเป็นว่า จะต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือถึงจะมีสิทธิ์นะครับ อันนั้นก็ขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงว่าเขาทำงาน แล้วนายจ้างมีการจ่ายค่าจ้างกันมาหรือไม่นะครับ (คุณสุชาดา) ค่ะ ๆ ตอนนี้ถ้าเกิดแรงงานที่เขาฟังอยู่นี่ สามารถไปขอรับความช่วยเหลือได้ที่ไหน อย่าไรบ้างคะ (คุณอภิญญา) ในส่วนของการช่วยเหลือนี่ ประเด็นที่เราพูดกันนี่นะครับ ก็คือสามารถที่จะขอรับ เขาเรียกง่าย ๆ ก็คือ เอาไปยื่นคำร้องได้ทุกที่นะครับ ที่สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ตั้งอยู่ทั่วประเทศนะครับ คือ บางส่วนอาจจะกลับไปต่างจังหวัดยังไม่ได้กลับมา ก็ไปยื่นที่ต่างจังหวัดก็ได้เช่นกันครับ (คุณสุชาดา) ค่ะ ๆ (คุณอภิญญา) แล้วก็ทางเจ้าหน้าที่เขาก็จะส่งมาให้ทางจังหวัดสมุทรปราการเป็นคนรวบรวม แล้วก็พิจารณาวินิจฉัยออกคำสั่งไปนะครับ (คุณอภิญญา) ทีนี้ฝั่งของนายจ้างนี่ พอจะมีช่องทางเอาผิดตามกฎหมายได้บ้างไหมคะ (คุณอภิญญา) ในส่วนของนายจ้าง จริง ๆ นี่ ความผิดในกรณีที่ไม่จ่ายมันมีความผิดอยู่แล้วน่ะครับ เพราะฉะนั้น การดำเนินคดี ก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่เราจะต้องดำเนินคดีแจ้งความดำเนินคดีไป ถ้าเกิดนายจ้างไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของพนักงานตรวจแรงงานนะครับ (คุณสุชาดา) ค่ะ ๆ วันนี้ขอบพระคุณท่านอธิบดีฯ นะคะ (คุณอภิญญา) ครับ ขอบคุณครับ (คุณสุชาดา) สวัสดีค่ะ (คุณอภิญญา) สวัสดีครับ (คุณสุชาดา) นายจ้างนี่ผิดชัดเจน เพราะว่ากฎหมายระบุไว้นะคะ ว่าคุณจะเลิกจ้างลูกจ้างนี่ต้องแจ้งล่วงหน้าอย่างน้อย 30 วัน ต่อให้เขาไม่มีสัญญาจ้างนี่ ลูกจ้างก็มีสิทธิ์ที่จะฟ้องร้องเอาผิด หรือว่าดำเนินคดีตามกฎหมายแรงงานได้ แล้วก็มีสิทธิ์ที่จะได้รับสิทธิ์การเยียวยาด้วยนะคะ ทีนี้ 1,000 กว่าคนที่มีชะตากรรมแบบนี้อยู่นี่ ก็คือจะต้องไปยื่นเรื่องที่กรมสวัสดิการแรงงาน มีอยู่ทุกพื้นที่ทั่วประเทศไทยนะคะ ก็ไปยื่นเรื่องกันดู ทางกระทรวงแรงงานนี่ เขาส่งทีมลงพื้นไปช่วยดูแลแล้วค่ะ หมดเวลาแล้วกับจับประเด็นข่าวร้อนคืนนี้นะคะ เราจะลากันไปด้วยภาพการตรวจหาเชื้อ COVID-19 จากการใช้ USB ที่ต่อกับโทรศัพท์มือถือ จะเป็นอย่างไรบ้างนะคะ ลาไปด้วยภาพนี้ สวัสดีค่ะ