(คุณปวีณา) ทำเนียบรัฐบาลค่ะ วันนี้ 28 เมษายน 2564 นะคะ นอกจากเรื่องของการติดตามสถานการณ์ การระบาดของ COVID-19 แล้ว วันนี้ค่ะ สำหรับแนวทางการปฏิบัติ ถ้าเรารู้ว่าเราติดเชื้อ COVID-19 ควรจะปฏิบัติตัวอย่างไร ในช่วงที่เรารอการเข้ารับการรักษา ช่วงของการรอเตียง การปฏิบัติตัวที่ถูกต้อง ถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญนะคะ เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดการติดเชื้อ ไปสู่คนข้างเคียงหรือว่าคนในครอบครัว ขณะเดียวกันวันนี้ก็มีเรื่องของความคืบหน้า การบริหารจัดการเตียงค่ะ เพื่อที่จะให้ทุกท่านนั้นได้มีความรู้สึก มั่นใจในระบบการบริการและการดูแล สำหรับผู้ป่วย COVID-19 ให้มากยิ่งขึ้นนะคะ เรียนเชิญ ทางแพทย์หญิงอภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษก ศบค. แถลงรายละเอียดวันนี้ เรียนเชิญคุณหมอค่ะ (แพทย์หญิงอภิสมัย) กราบสวัสดี พี่น้องประชาชนทุกท่านนะคะ ก็กลับกับมาพบกันเช่นเคย กับการรายงานสถานการณ์ การแพร่ระบาดโรคติดเชื้อ COVID-19 นะคะ รวมถึงมาตรการให้ความช่วยเหลือ พี่น้องประชาชนนะคะ ซึ่งเชื่อว่าตอนนี้ทุก ๆ ท่านให้ความสนใจ และเริ่มมีเสียงไถ่ถามกันมากขึ้นกันนะคะ ว่าในฐานะประชาชนเราจะเข้ามามีส่วนร่วม ในการช่วยเหลือเพื่อนบ้าน หรือว่าพี่น้องประชาชนคนอื่น ๆ ได้อย่างไร เดี๋ยววันนี้มีรายละเอียดสรุปให้เห็นภาพ ของที่ประชุม ศบค. ชุดเล็กในวันนี้ค่ะ ไปเริ่มกันที่ยอดผู้ติดเชื้อทั้งโลกวันนี้นะคะ บวกไปเพิ่มอีก 800,000 กว่ารายนะคะ ทำให้ยอดผู้ติดเชื้อรวม 149 ล้านรายนะคะ แล้วก็ยอดผู้เสียชีวิตบวกวันนี้ ทั่วโลก 14,000 กว่าราย ทำให้รวมแล้วนะคะ เป็น 3,000,000 กว่ารายค่ะ ประเทศไทยอยู่อันดับที่ 104 นะคะ ก็ทำให้เป็นการไต่ขึ้น จากเมื่อวาน ก็คือ 105 ค่ะ ส่วนของประเทศทางทวีปเอเชียนะคะ ก็ยังมีหลายประเทศที่เราติดตาม ทั้งในส่วนของญี่ปุ่น, มาเลเซีย, เกาหลี ตัวเลขเหล่านี้จะขึ้นไว้ให้ท่านติดตาม พร้อมกับตัวเลขรายงานผู้ติดเชื้อรายจังหวัด ในเฟซบุ๊ก ศบค. นะคะ ขอความกรุณาติดตามได้ ในรายละเอียดตรงนั้นนะคะ มาดูยอดผู้ติดเชื้อรายใหม่ ที่รายงานในที่ประชุม ศบค. ชุดเล็กวันนี้นะคะ วันนี้บวกไปที่ 2,012 รายนะคะ ซึ่งในจำนวนนี้เป็นผู้ที่รับการรักษา ในโรงพยาบาล 1,893 ราย มีผู้ที่พบจากการคัดกรองเชิงรุก 108 ราย และเดินทางจากต่างประเทศอีก 11 ราย กล่องสีดำขวามือแสดงให้เห็นผู้เสียชีวิต ยอดวันนี้เพิ่มไป 15 คนนะคะ ทำให้การนับยอดผู้เสียชีวิตสะสม ตั้งแต่ปีที่แล้วนี่นะคะ เป็น 178 คนค่ะ ถ้ามาดูเฉพาะระลอกเมษายนของประเทศไทย นับ 1 เมษายน ถึง 28 นะคะ ก็จะมียอดผู้เสียชีวิตสะสม บวก 15 คนในวันนี้ เป็น 84 คนค่ะ อยากให้ท่านสังเกตกล่องสีฟ้า ที่เรากำลังติดตามกันอย่างใกล้ชิดทุกวันนะคะ คือ ยอดจำนวนผู้ที่ยังรับการรับการรักษาอยู่ วันนี้รายงานที่ 27,119 รายนะคะ ในจำนวนนี้ค่ะ เป็นผู้ป่วยหนัก 695 ราย และจำเป็นต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ 199 รายค่ะ ในส่วนของรายละเอียด ผู้ที่เสียชีวิตในวันนี้ทั้ง 15 รายนะคะ เป็นเพศชาย 11 รายค่ะ แล้วก็เพศหญิง 4 ราย โดยรวม ๆ สรุปนี่นะคะ บางท่านมีโรคประจำตัว ก็คือความดันโลหิตสูง, เบาหวาน, โรคหัวใจ, ไขมันในเลือดสูง, โรคปอดอุดกลั้นเรื้อรัง, โรคหอบหืด, ไตเรื้อรัง, โรคอ้วน, ไทรอยด์ รวมทั้งอัลไซเมอร์นะคะ แล้วก็อย่างที่เรียนให้ท่านทราบ ย้ำในระยะหลัง ๆ นะคะ ว่าในกลุ่มนี้ก็พบว่า เป็นการเสียชีวิตได้รับการติดเชื้อ จากการติดเชื้อในครอบครัว มากถึง 10 รายนะคะ แล้วก็มี 1 รายที่เป็นภาพข่าวนะคะ ว่าผู้ป่วยเสียชีวิต ขณะที่รอคิวตรวจเป็นเวลา 3 วัน และพอวันที่จะได้รับการตรวจ ก็พบว่า มีการเสียชีวิตนะคะ แล้วก็ได้ตรวจการยืนยัน ว่ามี COVID เป็นบวกนะคะ อย่างไรก็ตามก็ขอแสดงความเสียใจกับผู้ป่วย และครอบครัวผู้เสียชีวิตทุก ๆ ท่านด้วยค่ะ ไปดูสถานการณ์การรายงาน การเปลี่ยนแปลงนะคะ ถ้าท่านติดตามนี่ เรามีการกำหนดมาตรการต่าง ๆ นะคะ ในวันที่ 10 เมษายน มีการออกมาตรการปิดสถานบันเทิง ต่อมานี่นะคะ ก็ในช่วงระยะเวลาสงกรานต์ มีการขอความร่วมมือ ให้พี่น้องประชาชน Work Form Home และรวมทั้งมีการประกาศข้อกำหนด พระราชกำหนด ฉบับที่ 20 อันนี้ก็คือเป็นเครื่องมือที่ทางภาครัฐเอง ก็พยายามที่จะลดจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ ทิศทางกราฟยังค่อนข้างสูงอยู่นะคะ ถึงแม้ว่าจะมีทิศทางที่ลดลงมาบ้าง แต่ว่าถ้าท่านเห็นนี่ ตัวเลขก็ยังสูงในลักษณะ ที่เรายังต้องร่วมมือช่วยกันนะคะ ที่จะลดจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ให้ได้ค่ะ เพื่อที่รักษาเตียงให้กับผู้ที่ มีอาการเจ็บป่วยรุนแรงและจำเป็นนะคะ ไปดูแยกกรณีกรุงเทพมหานคร ปริมณฑล และจังหวัดอื่น ๆ ตอนนี้ท่านจะเห็นว่าตัวเลขใหญ่ ๆ นะคะ รายวันกรุงเทพมหานคร จะยังเป็น 830 รายในวันนี้นะคะ ทำให้ยอดสะสม กทม. อยู่ที่ 10,899 ในวันนี้ก็มีการหารือกัน ในเรื่องของการจัดการเตียงของ กทม. โดยทาง กทม. ก็ได้กรุณา ชี้แจงข้อมูลในรายละเอียดด้วยนะคะ เดี๋ยวจะขออนุญาตนำเรียนต่อไปด้วยค่ะ ในส่วนของผู้ที่เดินทางจากต่างประเทศนะคะ วันนี้มีทั้งสิ้น 11 รายค่ะ มีอินเดีย 1 ราย, สหรัฐอาหรับเอมเรตส์ 1 ราย สาธารณรัฐเช็ก 1 ราย, กาตาร์ 1 ราย, จีน 1 รายนะคะ แล้วก็ปากีสถาน 4 ราย, กัมพูชาอีก 2 ราย ทั้งหมดได้รับการดูแล ใน State Quarantine นะคะ ในส่วนของ Scoreboard ที่รายงานจำนวนผู้ติดเชื้อรายจังหวัด ขออนุญาตผ่านไปอย่างเร็ว ให้ท่านเห็นทิศทางของสีนิดหนึ่ง ท่านจะเห็นว่า ในหลาย ๆ จังหวัด ก็มีการปรับเป็นสีเขียว สีเหลืองนะคะ ทำให้สะท้อนให้เห็น ว่าสถานการณ์ในจังหวัดนั้น ๆ เริ่มกลับเข้าสู่สภาวะที่ สามารถที่จะจัดสรรการดูแลผู้ติดเชื้อ ให้เข้ารับการรักษา มีเตียงรองรับนะคะ แล้วก็ในบางจังหวัด ที่มีการติดเชื้อเป็นกลุ่มเป็นก้อนนะคะ ก็มีการจัดโรงพยาบาลสนาม ซึ่งก็ทำให้เห็นภาพว่าการเข้า ได้รับการดูแลอย่างถูกต้องนี่นะคะ ก็จะทำให้ลดการติดเชื้อได้ด้วยนะคะ ในส่วนของแต่ละจังหวัดอยาก... ขออนุญาตให้ท่านเห็นภาพนิดหนึ่ง นี่เป็นตัวอย่างของสุโขทัยนะคะ ซึ่งท่านนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสุโขทัย ก็มีการคาดการณ์นะคะ ว่าจำนวนผู้ป่วย 100 มีการเตรียมเตียงไว้ 100 เตียง เตรียมทั้งจังหวัดสุโขทัย ก็เตรียม ICU ไว้ประมาณ 31 ห้อง ใน 9 อำเภอ รวมทั้งโรงพยาบาลสนามนะคะ ไม่ว่าจะเป็นมหาวิทยาลัย โรงแรมในพื้นที่ก็ให้ความกรุณา ร่วมมือกับภาครัฐนะคะ ช่วยเหลือในการเปิดเตียง Hospitel หรือโรงพยาบาลสนาม นี่อยากสะท้อนให้ท่านเห็นว่าในบางจังหวัดนี่ ตัวเลขไม่ได้ลดลงโดยตัวมันเอง แต่เกิดจากการที่ทางจังหวัดเองนะคะ ก็ร่วมมือกันเพื่อที่จะทำให้ตัวเลขลด และเราก็จะมีการใช้ลักษณะการดูแลเดียวกัน กับ กทม. ด้วยนะคะ ถ้ามาดูในส่วนของตัวเลข 10 จังหวัด ที่มีรายงานผู้ติดเชื้อสูงสุดสำหรับวันนี้นะคะ อันดับแรก กทม. 830 ราย ปรับเป็นสีเขียว ยังลดลงจากเมื่อวานนี้นะคะ แต่ยังสูงอยู่ สมุทรปราการ วันนี้บวกไป 161 ราย ชลบุรี 108 ราย, นนทุบุรี 71 ราย สมุทรสาคร 59 ราย, ปทุมธานี 5, เชียงใหม่ 55 รายนะคะ สงขลา 52, สุราษฎร์ธานี 40 และนครปฐม วันนี้เป็นอันดับ 10 รายงานตัวเลข 38 ราย ถ้าท่านดูทิศทางของแผนที่ประเทศไทยนะคะ ท่านจะเห็นภาพที่เริ่มเห็นสีเหลืองมากขึ้นนะคะ อันที่เป็นแผนที่ลำดับที่ 4 ก็คือการรายงานระหว่างสัปดาห์ที่แล้วนะคะ 25-28 เมษายน ซึ่งตรงนี้นี่นะคะ ก็จะทำให้เห็นว่าใน 76 จังหวัด ที่ยังมีรายงานผู้ติดเชื้อนี้นะคะ ก็มีบางจังหวัด เริ่มมีจำนวนรายงานผู้ติดเชื้อลดลง ถ้าเทียบให้ท่านเห็นชัดเจนเป็นรายวันนะคะ ในสไลด์ถัดไป จะเห็นว่าในส่วนของจังหวัด ที่มีรายงานสีขาวนี่นะคะ ตอนนี้เรา วันนี้เราเห็น 9 จังหวัดแล้วค่ะ ที่ไม่มีรายงานผู้ติดเชื้อนะคะ ก็ปรับเป็นสีขาว สีเขียว ก็คือยังพบผู้ติดเชื้อ ที่จำนวนอยู่ที่ 1-10 ราย ของจังหวัดนั้น ๆ นะคะ ตอนนี้พบมากถึง 35 จังหวัดค่ะ เราเริ่มได้คืนพื้นที่สีขาว สีเขียว รวมทั้งสีเหลืองนะคะ ก็ตอนนี้มีรายงานที่ 11-50 ราย ในจังหวัดนั้น ตอนนี้พบอยู่ 25 จังหวัด สีแดงเข้มและสีส้มเป็นจังหวัด ที่เรายังจับตามองเป็นพิเศษนะคะ ก็คือเป็นจังหวัดที่มีรายงานผู้ติดเชื้อ เป็นกลุ่มเป็นก้อน 51-100 นี่คือสีส้ม สีแดง คือ 100 รายขึ้นไป ก็ตอนนี้พบรายงานอยู่ 3 จังหวัดด้วยกันนะคะ มาดูตัวอย่างของเคส กทม. ที่ทำไมเราต้องเน้นย้ำท่านทุกครั้ง เพราะว่าในขณะที่สถานการณ์ตอนนี้นี่ พี่น้องประชาชนจะติดตามตลอด ว่ามีการติดเชื้อเป็นกลุ่มเป็นก้อนนะคะ เราก็พยายามจะเน้นย้ำ ให้พี่น้องประชาชนสังเกตอาการ หมั่นตรวจสอบตัวเอง ว่าท่านได้มีพฤติกรรมเสี่ยง ไปใกล้ชิดบุคคลเสี่ยง ไปในสถานที่เสี่ยงหรือไม่ แต่เราจะเห็นกลุ่มก้อน ลักษณะอย่างนี้อยู่เป็นประจำนะคะ เมื่อวานนะคะ มีรายงานร้านอาหารในกรุงเทพมหานคร อยากให้เห็นตัวอย่าง Cluster นี้นิดหนึ่ง Index Case ที่เป็นผู้หญิงท่านแรกนี่นะคะ มีประวัติว่าไปเที่ยวผับในกรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 2 เมษายนนะคะ ก็ใช้เวลาพอสมควร แล้วก็มีประวัติทำงาน เป็นพนักงานเสิร์ฟที่ร้านอาหาร จากนั้นจาก Index Case ผู้ติดเชื้อท่านแรก ท่านจะเห็นในแผนภาพที่รายงานเป็นตุ๊กตา ทำให้มีการแพร่กระจายเชื้อ ไปยังเพื่อนร่วมงานที่เป็นพนักงานร้าน มีการตรวจไปทั้งสิ้น ในกลุ่มพนักงาน 23 รายนะคะ ตอนนี้พบยืนยันแล้วนะคะ ว่าเป็นผู้ติดเชื้อ ในกลุ่มก้อนเดียวกันนี้ คือ 12 ราย และยังมีการที่กรมควบคุมโรคลงพื้นที่ สอบสวนเพิ่มเติมค่ะ เพราะว่าพนักงานแต่ละท่านก็กลับไปบ้าน มีการสัมผัสใกล้ชิดกับ ผู้ที่อาศัยอยู่ร่วมบ้านนะคะ ทำให้ตอนนี้นี่ผู้ที่มีภาวะเสี่ยงสูง-เสี่ยงต่ำ ก็ยังมีอีกจำนวนหนึ่งนะคะ ซึ่งท่านติดตาม Cluster นี้ คงจะมีนำรายงานต่อไป ถ้าดูยอดสรุปให้เห็นภาพที่ชัดเจนยิ่งขึ้น อันนี้เป็นข้อมูลที่รายงาน ในตัวเลขของ 25 เมษายนนะคะ จำนวนผู้ติดเชื้อทั้งสิ้น 22,721 ราย สำหรับการระบาดระลอกเดือนเมษายนนี้นะคะ ท่านจะเห็น 3 อันดับแรก ปัจจัยที่ทำให้ผู้คนติดเชื้อ ตอนนี้อันดับที่ 1 เลยนะคะ 44.3 เปอร์เซ็นต์ คิดเป็น 9,177 รายนี่นะคะ คือ การสัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยยืนยันก่อนหน้านี้ค่ะ นั่นหมายความว่า ผู้ป่วยไม่ได้มีการระมัดระวัง หรือว่ามีการแยกกักได้อย่างเหมาะสมทันท่วงที ก็เป็นเหตุให้ยังใช้ชีวิตใกล้ชิดกับบุคคลนะคะ ตอนนี้ถึงได้มีมาตรมากมายที่ออกมาในระยะนี้ ในแง่ของการพยายามเว้นระยะห่าง และก็ขอความร่วมมือให้สวมใส่แมสก์ หรือว่าบางพื้นที่นี่มีการกำหนดเป็นกฎหมายนะคะ อันดับที่ 2 ที่อยู่ในกลุ่มปัจจัยเสี่ยง คือ สถานบันเทิง ตรงนี้พบมากถึง 5,226 ราย คิดเป็น 25.2 เปอร์เซ็นต์ และก็ยังมีในส่วนของการค้นหาผู้ป่วยเชิงรุก หรือผู้ติดเชื้อในชุมชนนี่ ท่านต้องเข้าใจว่า จริง ๆ เป็นการเชื่อมต่อกันค่ะ อย่างเช่น ว่าผู้ติดเชื้อรายที่ 1 มีประวัติไปสถานบันเทิง แล้วก็ให้ประวัติในไทม์ไลน์ว่า ได้ไปทานอาหารกับเพื่อนที่ไหน ไปพบใคร ไปทำงานที่ไหน ทางกรมควบคุมโรคก็มีการติดตาม Active Case Finding ก็ทำให้เกิดกลุ่มที่เป็นปัจจัยเสี่ยง อันดับ 3 อีก 9.8 เปอร์เซ็นต์ รายละเอียด ก็คือ 2,025 ราย ตรงนี้นี่ถือได้ว่าเป็น 3 อันดับแรก ของการรายงานปัจจัยเสี่ยงที่เราพบนะคะ ก็คงต้องเน้นย้ำในเรื่องของการเฝ้าระวัง ความเสี่ยงในบุคคลใกล้ชิด บุคคลในครอบครัวนะคะ แม้กระทั่งการโดยสารรถคันเดียวกัน หรือว่าการอยู่ร่วมบ้านกัน ตอนนี้ทางกระทรวงสาธารณสุข ก็พยายามออกมาตรการมากมาย ให้ท่านติดตามกันด้วยนะคะ ทีนี้ในวันนี้ที่ประชุม ศบค. ยังคงติดตามเรื่องที่พี่น้องประชาชน มีความเป็นห่วงกังวลนะคะ แล้วก็ยังมีภาพข่าวอยู่สม่ำเสมอ ในเรื่องของการที่ผู้ป่วย โทรศัพท์สายยังไม่ติด มีการรอเตียง ยังไม่ได้รับความช่วยเหลือ ตรงนี้ต้องเรียนย้ำว่าหน่วยงาน ที่ให้บริการทั้งหมดนะคะ พยายามที่จะหารือ บูรณาการทำงานร่วมกัน แล้วก็พยายามที่จะหาข้อสรุปรายวัน เพื่อที่จะนำพี่น้องเหล่านี้ เข้าสู่ระบบการเฝ้าระวังการดูแล และการจัดหาเตียงให้พวกท่านปลอดภัย มาดูทิศทางให้ท่านเห็นภาพนิดหนึ่ง ในสไลด์นี้นะคะ ตรงนี้เป็นสไลด์ที่มา คือ กรมการแพทย์ Cohort Ward นะคะ รายงานตัวเลขของ 27 เมษายน จากจำนวนผู้ป่วยยืนยัน 9,645 รายค่ะ ตรงนี้ท่านจะเห็นภาพ ว่าในจำนวนผู้ป่วย 9,000 กว่ารายนี่นะคะ มีจำนวนสูงทีเดียวที่อยู่ในกลุ่ม Severe หรือเรียกได้ว่าเป็นผู้ป่วยอาการหนัก ผู้ป่วยที่อยู่ในกลุ่มอาการรุนแรง รุนแรงปานกลาง รวม ๆ แล้วนี่เกิน 1,000 ค่ะ คือ มีรายงานในกลุ่มนี้ 319 ราย หนัก 1,271 ราย Moderatecase ก็คือมีอาการรุนแรงปานกลาง ซึ่งกลุ่มนี้ไม่สามารถไปโรงพยาบาลสนาม หรือ Hospitel อยากจะให้ท่านเห็นการรายงานตรงนี้ เพราะว่าเป็นภาพที่ ทางกระทรวงฯ ก็ติดตามนะคะ ว่ามีความแตกต่างโดยสิ้นเชิง กับ Cluster สมุทรสาครในช่วงของมกราคม ที่เราได้รับดูแลผู้ป่วย แล้วก็ส่วนหนึ่งไม่มีอาการ หรือมีอาการค่อนข้างน้อย คิดเป็นตัวเลขถึง 90 เปอร์เซ็นต์ แต่ตอนนี้นี่ท่านจะเห็นตัวเลขของผู้ป่วย ที่ต้องการเตียงที่เพิ่มจำนวนมากขึ้น ไปดูตัวเลขผู้ติดเชื้อที่เราติดตาม ในส่วนของเมษายนในสไลด์ถัดไป นี่ให้ท่านเห็นภาพนะคะ ว่าแต่ละวันนี่ เราทราบกันว่ามีผู้ป่วยรอเตียง รอการบริหารจัดการให้เขาได้รับ การรักษาที่เหมาะสม แต่ขณะเดียวกันเรายังมีผู้ป่วยรายใหม่ เพิ่มขึ้นในลักษณะก้าวกระโดดนะคะ ไปดูสไลด์ถัดไป ให้ท่านเห็นว่าจำนวนผู้ป่วย ที่เพิ่มจำนวนอย่างก้าวกระโดดนะคะ มีผู้ที่อาการหนัก ให้ท่านเห็นระบายเป็นสีส้ม ๆ สีอิฐนี่นะคะ นี่คือกลุ่มอาการหนัก และรวมไปถึงกลุ่มที่ใส่ท่อช่วยหายใจ หรือเครื่องช่วยหายใจนี่ ระบายให้เห็นเป็นสีเทา ๆ ท่านจะเห็นว่าสถานการณ์ในตอนนี้นี่ เป็นลักษณะที่โรงพยาบาลสนาม มีการเปิดเพิ่ม แต่ในบางพื้นที่ ยกตัวอย่างเช่น กทม. อาจจะไม่ตอบโจทย์ เพราะว่าผู้ป่วยจำนวนหนึ่งมีการ Triage หรือสอบคัดแยกกลุ่มอาการ แล้วพบกว่าเขาเป็นผู้ป่วย กลุ่มอาการปานกลางหรือหนัก หรือจำเป็นต้องใช้ท่อช่วยหายใจ ฉะนั้น ตรงนี้นี่ก็ทำให้ต้องบริหารจัดการเตียง ให้กับกลุ่มผู้ป่วยที่มีอาการเหล่านี้นะคะ มาดูเฉพาะในกรุงเทพมหานคร ในสไลด์ถัดไปค่ะ ตรงนี้นี่นะคะ ถ้าเทียบจำนวนผู้ป่วยอาการหนัก ในกรุงเทพมหานคร ให้ท่านเห็นทิศทางการเพิ่มจำนวนค่ะ คือในวันหนึ่งที่มีผู้ป่วย อย่างเช่นก่อนหน้านี้ มีรายงาน 900 ราย วันนี้ 800 รายนี่ ในจำนวนนี้ท่านจะเห็นตัวเลขผู้ป่วยอาการหนัก รวมทั้งผู้ที่ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ เป็นตัวเลขที่ค่อนข้างสูง ในบางโรงพยาบาลรายงานว่าผู้ป่วยหนัก ที่จำเป็นต้องใช้เครื่องช่วยหายใจมีครึ่งต่อครึ่ง หรืออย่างน้อย ๆ ก็ 1 ใน 4 ก็จะเป็นภาพของการที่บุคลากร จำเป็นต้องจัดหาเตียงนะคะ แล้วก็ถึงได้มีการพยายามขอความร่วมมือ เป็นระยะ ๆ ค่ะ ว่าผู้ป่วยที่อาจจะยังไม่พบมีอาการรุนแรงนี่ ถ้าท่านได้รับการขอร้องให้ไป ที่โรงพยาบาลสนามหรือ Hostpital อันนี้คือเหตุผลที่ เราต้องรักษาเตียงที่จำเป็นนะคะ ให้กับผู้ป่วยที่เขามีความต้องการจริง ๆ ไปดูสไลด์ถัดไปนิดหนึ่ง ท่านจะเห็นภาพว่า ในจำนวนที่รับใหม่เข้าไป เทียบกับยอดที่ผู้ติดเชื้อนะคะ ก็มีจำนวนหนึ่งที่ได้รับการรักษา จนกระทั่งปลอดภัย และกลับบ้าน อันนี้ย้ำนะคะ ว่าไม่ใช่ว่าหายแล้วค่ะ เพราะว่านี่คือตามมาตรฐาน ของกระทรวงสาธารณสุข ผู้ป่วยจะได้รับการรักษาในโรงพยาบาล แล้วก็เป็นระยะเวลา 14 วัน จากนั้นนี่แพทย์จะให้คำแนะนำ ว่าให้ไปสังเกตอาการที่บ้านต่ออีก 14 วันค่ะ หมายความว่า ยังไม่ได้อนุญาตให้ไปทำงาน หรือว่าออกไปในสถานที่ชุมชนใด ๆ นะคะ แต่ถ้าท่านปลอดภัย ผลตรวจเชื้อไม่พบ เป็นลบแล้ว ก็อนุญาตกลับบ้าน ตัวเลขผู้ป่วยกลับบ้านนี่นะคะ ถ้าไล่ตามสไลด์นี้ท่านจะเห็นว่า ตั้งแต่ 21 เมษายน นี่เอาเฉพาะ กทม. มาให้เห็นภาพนะคะ ในจำนวน 21 เมษายน กลับบ้าน 477 ราย เป็น กทม. 225 ราย และเป็นเตียงโรงพยาบาล 224 ราย มีบางวันตัวเลขนี่ยังไม่ได้เคลียร์ข้อมูลนะคะ ก็ขออนุญาตขีดไว้ แต่ท่านเห็นว่า พอเวลาที่ อาจจะพี่น้องสื่อมวลชนได้เห็นตัวเลข ว่ามีเตียงคนไข้กลับบ้าน 224 ราย ยกตัวอย่าง ถ้ามีคนไข้รอเตียงอยู่ 224 ราย นั่นหมายความว่า พอเคลียร์ผู้ป่วย กลับบ้านแล้ว 224 เตียงว่างลง 224 คนนั้นจะได้รับเข้าเตียง 224 เตียงนี้เลยหรือไม่ ในความเป็นจริงบางทีอาจจะมี ความสลับซับซ้อนกว่านั้น เพราะว่า ยกตัวอย่างในตัวเลข 100 นะคะ ถ้าวันนี้มีเตียงว่างลง 100 เพราะผู้ป่วยกลับบ้าน และมีผู้ป่วยรอเตียงอยู่ 100 แต่มีการติดเชื้อรายใหม่ในวันนี้ สมมติว่ามีอีก 100 บวกเข้ามา และถ้าใน 100 หลังนี่ ที่ติดเชื้อใหม่ มีสีแดง คือ ผู้ป่วยอาการหนักอยู่ 5 ราย ท่านต้องทำความเข้าใจว่าใน 5 รายนี้ อาจจะทำให้แพทย์พิจารณา ว่าเขาจะต้องได้รับเตียงก่อน เพราะฉะนั้น บางท่านที่พูดถึง คำที่ว่า "First come first serve" ถ้าใครรออยู่ก็จะได้เข้าคิว แล้วก็ไปที่ 1, 2, 3, 4 บางครั้งทางกระทรวงสาธารณสุขก็อธิบายค่ะ ว่าในความเป็นจริงนี่ ถ้าเกิดว่าพิจารณาแล้ว อาการผู้ป่วยที่พบใหม่ในรายวันนั้น จำเป็นต้องได้รับการรักษา อย่างเช่น ICU อย่างนี้นะคะ ก็จะทำให้กลุ่มที่มีสีแดง อาจจะได้รับการประสาน แล้วก็เข้ารับการรักษาก่อน ตรงนี้นี่อาจจะทำให้พี่น้องประชาชนไม่ได้ ได้คำตอบที่ดีที่สุดนะคะ แต่ว่าในส่วนของ ศบค. คิดว่า อันนี้คือที่ในที่ประชุมพูดคุย ก็ขออนุญาตนำมาเรียนชี้แจง แต่ถามว่ามันจะตอบโจทย์ คนที่ยังรอเตียง 3 วัน 5 วันหรือไม่ ตรงนี้นี่ก็อยากให้เห็นว่าการมีความพยายาม ที่จะบริหารจัดการทั้งคู่สายนะคะ หรือการจัดการเตียง มีการพยายาม แล้วก็ปรับการทำงานอยู่ตลอดเวลานะคะ ยกตัวอย่างเช่น ในส่วนของแล็บที่เคยเรียนไว้ อันนี้ขอให้ดูสไลด์ถัดไปนิดหนึ่งนะคะ ในช่วงแรกที่ท่านไปตรวจแล็บ ที่มีอยู่ทั่ว กทม. ซึ่งทางอธิบดีกรมสนับสนุนบริการ ก็ได้เรียนชี้แจงว่า ในเฉพาะกรุงเทพฯ และปริมณฑลนี่นะคะ มีแล็บต่าง ๆ นี่อยู่ถึง 109 แห่ง แล้วก็ถ้ารวมทั้งหมดนี่นะคะ จะมีคลินิกที่สามารถให้บริการ ตรวจแล็บได้นี่ถึง 279 แห่ง แยกเป็นรัฐ 176 แห่ง เอกชน 103 แห่ง ซึ่งแล็บเหล่านี้ถือได้ว่าได้รับการรับรอง โดยกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กรุงเทพมหานคร และปริมณฑล รวม ๆ กันแล้ว 100 แห่ง ตรงนี้พอท่านได้รับการตรวจยืนยันแล้วนี่ ในส่วนของโรงพยาบาลนะคะ ก็จะโทร. ไปแจ้งผล ว่าท่านเป็นผู้ติดเชื้อและมีการคัดแยก เพื่อที่จะจัดหาเตียงให้ท่าน เข้าได้รับบริการได้อย่างเหมาะสม ทีนี้ระหว่างรอเตียงเราก็เน้นย้ำ ในมาตรการที่สำคัญ 2 เรื่องนะคะ ก็คืออยากให้ท่านสังเกตอาการตัวเอง คือในวันนี้ท่านเป็นสีเขียวยังไม่มีอาการ แต่บุคลากรที่โทร. ประสานเรื่องเตียง จะให้คำแนะนำค่ะ ว่าท่านจำเป็นต้องดูแลตัวเอง สังเกตอาการอย่างไร หากมีอาการทรุดลงเปลี่ยนแปลง ท่านจะขอความช่วยเหลือได้ที่ไหนอย่างไร ตรงนี้นี่เป็นประโยชน์ที่ท่านจะต้องขอข้อมูล จากโรงพยาบาลที่โทรศัพท์แจ้งเตียงนะคะ ในส่วนที่ 2 ก็คือมีมาตรการ ที่ท่านจำเป็นต้องแยกกัก เพื่อไม่ให้เกิดการติดเชื้อ ไปยังบุคคลใกล้ชิดนะคะ ในส่วนของการติดเชื้อระหว่างรอเตียงนี่ มีการรายงานข่าวอยู่เป็นระยะ ซึ่งก็เห็นใจทุก ๆ ครอบครัว ที่มีผู้ติดเชื้อนะคะ เพราะว่าจากที่การรายงานนี่ ก็พบว่าบางครั้งการแยกบ้าน แยกห้องน้ำ แยกข้าวของเครื่องใช้นี่ บางทีก็เป็นไปได้ยากนิดหนึ่งนะคะ แต่อย่างไรก็ตามนี่ก็คงต้องให้พยายาม ที่จะทำตามมาตรการ ในการแยกกักให้ปลอดภัย กับผู้ที่อยู่ในครอบครัวหรือว่าร่วมบ้านนะคะ ตรงนี้จะมีรายละเอียดที่ อยากให้ท่านศึกษานิดหนึ่ง ว่าการใช้ข้าวของจะทำอย่างไร ไม่ให้คนในครอบครัว กลายเป็นผู้ติดเชื้อร่วมด้วยนะคะ แล้วก็ที่เน้นย้ำ ก็คือหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารร่วมกัน หรือว่าการสัมผัสใกล้ชิด มีมาตรการแม้กระทั่ง การใช้ห้องน้ำร่วมกันนะคะ ในบางครอบครัวที่มีการใช้ห้องน้ำเดียว จำเป็นจะต้องมีมาตรการอย่างไร ก็ขออนุญาตให้ศึกษากัน โดยรวมแล้วนี่นะคะ ในที่ประชุมได้พูดคุยกันว่า กรณีที่ท่านยังโทรศัพท์ติดต่อนี่นะคะ ในตอนนี้มีการเพิ่มคู่สาย ซึ่งในวันนี้ กทม. ก็ได้นำเรียนนะคะ ว่ามีการพยายามที่จะเพิ่มคู่สาย เพื่อที่จะรองรับ ให้พี่น้องประชาชนที่ยังรอเตียงอยู่นี้นี่ สามารถที่จะได้รับการจัดสรรเตียงอย่างเร็วที่สุด ในเบื้องต้นนะคะ ที่ประชุมสรุปในวันนี้ด้วย ว่าจะมีการโทร. ติดภายใน 1-2 นาทีค่ะ พี่น้องประชาชนสามารถที่จะตรวจสอบได้นะคะ ในการโทรศัพท์นี้จะมีบุคลากร ที่นำท่านเข้าสู่ระบบ คือส่วนหนึ่งเป็นการโทร. รับเรื่อง ประสานงาน ส่วนที่ 2 จะเป็นการคัดแยกตามอาการ ซึ่งตรงนี้นี่ ถ้าจะดีนี่นะคะ ท่านอาจจะเข้าไปทำแบบประเมินของ Sabaideebot หรือ Bangkok COVID-19 คือท่านก็สามารถประเมินตัวเอง ก่อนที่บุคลากรที่ติดตามเตียง จะโทร. เข้าไปนะคะ ตรงนี้พอเข้าไปที่ระบบที่มีอยู่ แล้วไปตอบคำถามพบว่า ตัวท่านเป็นเขียว เหลือง แดง อย่างไรก็ตามนี่ พอบุคลากรโทร. ติดต่อจัดการเตียงนี่ ท่านสามารถให้ข้อมูลได้ทันที ขอให้ท่านรอการติดต่อกลับนะคะ คือ โทร. ติดเข้าไปแล้ว เข้าสู่ระบบแล้ว คัดแยกว่าเป็นผู้ป่วยกลุ่มไหน ต้องการเตียงประเภทไหนแล้วนี่ บุคลากรจะขอให้ท่านรอการติดต่อกลับ เพื่อแจ้้งเตียงค่ะ ซึ่งเข้าใจว่าน่าจะใช้เวลาอีก 1-2 วัน จะทำให้เร็วที่สุด จะทำให้ดียิ่งขึ้นในทุก ๆ วันนะคะ ระหว่างรอเตียงก็อย่างที่เน้นย้ำค่ะ ท่านจะต้องสังเกตอาการตัวเอง ในบางโรงพยาบาลก็จะมีมาตรการ ขออนุญาตโทร. กลับไป ติดตามอาการของท่านด้วยนะคะ ก็มีการพูดคุยกันนะคะ ว่าหลายโรงพยาบาลขอความร่วมมือ ให้มีการสนับสนุนในเรื่องของการให้... ที่วัดอุณหภูมิให้พี่น้องประชาชน ได้สามารถที่จะประเมินตัวเองที่บ้าน แล้วก็สามารถที่จะดูแลตัวเองได้อย่างปลอดภัย แต่อย่างที่เรียนนะคะ ว่าการพยายามเคลียร์สายที่ค้าง ก็จะสามารถทำให้เร็วขึ้นได้นะคะ แล้วก็เพื่อที่จะไม่ให้พี่น้องต้องมีการรอเตียงค่ะ อย่างไรก็ตามนี่นะคะ มาตรการเหล่านี้นี่ ท่านได้รับการอธิบายลักษณะนี้แล้ว มีการวางแผน ทางโฆษกฯ ผู้ช่วยโฆษกฯ ก็พยายามจะนำเรียนนะคะ ว่ามาตรการให้การช่วยเหลือเป็นแบบนี้ แต่ถ้าท่านพี่น้องประชาชน ที่รู้สึกว่าได้รับบริการที่ผิดไปจากนี้ ท่านเป็นผู้ที่ตรวจสอบได้ ท่านรายงานได้นะคะ อยากให้พี่น้องประชาชน รวมทั้งสื่อมวลชนเช่นกัน เราต้องทำงานร่วมกันค่ะ เราไม่ถือว่าเป็นความขัดแย้งที่รับไม่ได้นะคะ การช่วยกันเป็นกระบอกเสียงให้กับผู้ป่วย ที่เขายังได้รับความเดือดร้อนเข้าสู่ระบบไม่ได้ อันนี้นี่ต้องขอบคุณนะคะ ทุกท่านที่พยายามส่งเสียงตอนนี้ แล้วก็ยังขอความร่วมมือ ให้ท่านตรวจสอบต่อไปด้วย แล้วก็ในส่วนของผู้ที่ทำงาน ตอนนี้ก็จะพยายามที่พัฒนาระบบให้ ดีขึ้น ๆ ในทุก ๆ วันนะคะ ไปดูในเรื่องของการกระจายวัคซีน ที่มีหลาย ๆ ท่านถามเข้ามา ค่อนข้างเยอะนะคะ ขออนุญาตใช้เวลาสรุปตรงนี้นิดหนึ่งค่ะ อย่างที่เรียนนะคะ ว่าวัคซีนที่มีการกระจายในตอนนี้ อยู่บนพื้นฐานของวัคซีนในภาวะฉุกเฉิน ที่ได้รับการอนุญาต โดยองค์การอนามัยโลกหรือ WHO นะคะ แล้วก็สาเหตุที่หลายท่านก็ถามเข้ามาเยอะ ว่าทำไมถึงต้องมีการฉีด เราควรฉีดไหม อย่างไรก็ตามอยากให้เห็นสไลด์นี้ค่ะ ว่าสิ่งที่การพยายามรณรงค์ ให้มีการฉีดวัคซีนนั้น ด้วยเหตุผลหลาย ๆ อย่าง วัคซีนจะช่วยลดอัตราการตาย ถ้าท่านป่วย วัคซีนมีรายงานว่าช่วยลดอัตราการ ใช้โรงพยาบาลหรือการใช้บริการใน ICU นะคะ แต่อย่างไรก็ตาม ไม่มีรายงานที่ยืนยัน ว่าฉีดวัคซีนแล้วจะไม่แพร่กระจายเชื้อ ตรงนี้ก็ทำให้เป็นคำตอบนะคะ ที่หลายท่านฟังจากผู้เชี่ยวชาญในหลาย ๆ เวที ทุกท่านก็จะยังให้คำตอบเดียวกันค่ะ ว่าพี่น้องประชาชนควรฉีดวัคซีนค่ะ แล้วก็ไปดูในแง่ของ การกระจายวัคซีนนิดหนึ่งนะคะ ในส่วนของภาครัฐ แผนการกระจายวัคซีนตอนนี้นะคะ ต้องการให้ครอบคลุม ประชากรในประเทศไทยนะคะ ไม่ได้แยกว่าเป็นชาวไทยหรือชาวต่างชาติ รวมทั้งสิ้นนี่ ถ้าคิดแล้ว 70 ล้านคน พี่น้องประชาชนจะได้รับวัคซีนครอบคลุม ร้อยละ 70 คิดเป็น 50 ล้านคน ถ้าบวกจำนวนวัคซีนนะคะ ก็คือ 50 ล้านคน ต้องได้คนละ 2 โดส เพราะฉะนั้น ตรงนี้ก็กลายเป็น 100 ล้านโดส ซึ่งการกระจายวัคซีน กระทรวงสาธารณสุขทำแผนการกระจาย เสร็จสิ้นในเดือนธันวาคม 2564 นะคะ ก็อยากให้ท่านติดตามนะคะ ว่าในระหว่างนี้เป็นต้นไป ก็จะมีการรายงานเรื่องการจัดหาวัคซีน เพิ่มเติมนะคะ แล้วก็มีการพยายามที่จะให้ความเข้าใจ กับพี่น้องประชาชน เพื่อที่จะให้มีความเข้าใจความจำเป็น หรือตอบคำถามในเรื่องความปลอดภัยด้วยนะคะ ในส่วนหนึ่งนี่หลายประเทศ อย่างเช่น สหรัฐอเมริกา ก็มีการพูดคุยว่า ถ้าพี่น้องประชาชน ฉีดวัคซีนไม่ถึงจำนวน 70 เปอร์เซ็นต์ บางทีอาจจะไม่ได้ทำให้ทั้งประเทศ เกิดภูมิคุ้มกันหมู่นะคะ ก็ต้องขอความร่วมมือ ทีนี้ถ้าตอบในแง่ของความอันตราย หรือบางรายได้ติดตามข่าว แล้วก็ยกตัวอย่างเช่น กรณีที่เราใช้คำว่า "อาการคล้ายอัมพฤกษ์" นะคะ หลายท่านก็ถามว่า ทำไมถึงใช้คำว่า "คล้าย" ก็คงต้องขอเรียนอธิบายสักนิดหนึ่งค่ะ ว่ายกตัวอย่างเวลาที่เรารู้สึกตัวรุม ๆ เราก็จะเรียกว่า "อาการคล้ายจะเป็นไข้" แต่ในทางการแพทย์นี่ เราก็ต้องไปสอบด้วยหลักฐาน ก็คือไปวัดอุณหภูมินะคะ พอไปวัดอุณหภูมิก็จะเป็นตัวเลขที่ชัดเจน ว่าไม่ได้เป็นไข้ แต่มีอาการคล้ายไข้ หรือผู้ป่วยเบาหวานที่รู้สึกวิงเวียนหวิว ๆ เหมือนจะเป็นความดันต่ำ หรือมีน้ำตาลต่ำ ทางการแพทย์ก็จะมีเครื่องมือ ที่สามารถตรวจวัดได้ ว่าระดับน้ำตาลในเลือดต่ำหรือไม่ โดยการเจาะเลือดตรวจดู ก็จะเป็นหลักฐานมายืนยันว่า อาการที่คล้าย ๆ ความดันต่ำ หรือน้ำตาลต่ำ แต่พบว่าไม่ใช่ ก็ต้องไปค้นหาต่อไป ว่าอาการนั้นเกิดจากอะไร ดังนั้น ในการที่พี่น้องประชาชน อาจจะเห็นการรายงานที่มีความขัดแย้ง อันนี้อยากให้เห็นว่า เป็นภาวะที่เรายอมรับได้ ในทางการแพทย์นะคะ คือถ้าเรามีผู้ป่วย ที่มีอาการคล้ายอัมพฤกษ์ หรือเรียกได้ว่ามีอาการคล้าย Stroke เราก็จะต้องเข้าไปสอบสวนค่ะ พอเข้าไปสอบสวนเราพบว่า ผู้ป่วยบางรายมีอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรง บางรายนี่นะคะ มีการพูดลำบาก มีชา หรือว่าอาจจะมีความผิดปกติ ที่คล้ายอัมพฤกษ์ ในทีมสอบสวนก็ได้กรุณา รายผลการวิเคราะห์ว่า มีการตรวจคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าสมอง CTMRI นี่พบว่าผลเป็นลบ ก็จึงมีข้อสรุปออกมาว่า คล้ายอัมพฤกษ์ แต่ว่ามีการยืนยันว่า ไม่น่าจะใช่ อย่างนี้เป็นต้น แต่ในภาพข่าวท่านจะเห็น ไม่ว่าจะเป็นท่านอาจารย์นักวิชาการ ที่ทุกท่านก็เคารพนับถือนะคะ ก็อาจจะเห็นแย้งได้ว่าอาจจะน่าจะใช่ ตรงนี้การถกเถียงการขัดแย้งกัน ถือได้ว่าเป็นธรรมดาของทางการแพทย์ค่ะ นั่นจึงทำให้การศึกษาต่อ การสอบสวนหาข้อมูลต่อ เพื่อมายืนยันว่า หลักฐานใดจะเป็นข้อเท็จจริง ที่จะเป็นข้อสรุปในอนาคต ในระหว่างนี้ยังไม่มีข้อสรุป ก็จะมีการหาข้อมูลหลักฐานเพิ่มเติม เพื่อเอามาเรียนชี้แจงพี่น้องประชาชน อยากจะสรุปน่ะนะคะ ว่าบางครั้งในสถานการณ์วิกฤต ความขัดแย้งที่เกิด มีการตั้งคำถาม มีการตรวจสอบซึ่งกันและกัน อยากจะเรียนให้ทราบว่า ทาง ศบค. คิดว่าที่มาที่ไปของความขัดแย้ง เกิดจากความใส่ใจ เกิดจากความห่วงใยค่ะ ดังนั้นนี่เราอาจจะสามารถเห็นต่างกันได้ มีการเสนอข้อชี้แนะ หรือข้อสังเกตที่แตกต่างกันได้ แต่อย่างไรก็ตาม ก็ยังอยู่บนพื้นฐาน ที่เราจะร่วมกันดูแลพี่น้องประชาชนไทย และในความต่างความขัดแย้งนั้น เราก็ยังเคารพซึ่งกันและกันนะคะ สำหรับวันนี้ก็คงฝากไว้เท่านี้ สวัสดีค่ะ (คุณปวีณา) กราบขอบพระคุณค่ะ แพทย์หญิงอภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษก ศบค. นะคะ ท่านก็เน้นย้ำนะคะ ว่า ณ วันนี้นี่ เรารับฟังทุกเสียงและทุกปัญหา ทั้งจากประชาชน และสื่อมวลชน แต่สิ่งที่สำคัญตอนนี้ทุกหน่วยงาน ก็พยายามที่จะปรับปรุงและก็แก้ไขปัญหา เพื่อที่จะให้ประชาชนนั้นได้รับการแก้ไข และก็เข้าไปดูแลมากที่สุดนะคะ ยกตัวอย่าง อย่างเช่น เรื่องของสายด่วน ณ วันนี้เราเราจะเห็นว่า เรื่องของการรับสาย การส่งต่อผู้ป่วย เข้าสู่การรักษานั้นรวดเร็วมากยิ่งขึ้น แต่หากอะไรที่ยังติดขัด ก็สามารถจะสะท้อนกลับไปได้นะคะ หลังจากนี้จะมีการพัฒนาให้ดียิ่งขึ้นไปอีกค่ะ ลำดับต่อไปค่ะ ขออนุญาตเรียนเชิญ ทางท่านณัฐภาณุ นพคุณ รองอธิบดีกรมสารนิเทศ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ สรุปการแถลงวันนี้ในภาคภาษาอังกฤษค่ะ (คุณณัฐภาณุ) สวัสดีครับ [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาต่างประเทศ] สวัสดีครับ (คุณปวีณา) กราบขอบพระคุณค่ะ ท่านณัฐภาณุ นพคุณ รองอธิบดีกรมสารนิเทศ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศนะคะ และทั้งหมดนี่ ก็คือทั้งหมดของการแถลงข่าว จากศูนย์บริหารสถานการณ์ COVID-19 ส่วนช่วงรายการ 14.00 น. วันนี้ค่ะ อยากให้คุณผู้ชมติดตามนะคะ ทั้งเรื่องการบริหารจัดการวัคซีน การฉีดวัคซีน ณ วันนี้ อย่างที่ท่านผู้ช่วยโฆษกฯ เน้นย้ำไป ว่าควรจะฉีดหรือไม่ ถ้าเกิดว่าเรามาเทียบเคียงกัน กับเรื่องของอาการไม่พึงประสงค์ กับเรื่องของผลที่เราจะได้รับ จากการฉีดวัคซีน นอกจากนี้ใครที่กำลังเครียด แล้วรู้สึกหมดหวังกับเรื่องของการระบาด ของ COVID-19 ช่วงบ่ายวันนี้ค่ะ เรามีเรื่องของสุขภาพจิตจะมาพูดคุยกัน ดูแลจิตใจอย่างไร ดูแลเรื่องของความคิดอย่างไร ให้เรารับมือกับวิกฤตที่เกิดขึ้น ติดตามได้นะคะ ทางช่อง 2 NBT2HD เวลา 14.00 น. ค่ะ หมดเวลาสำหรับการแถลงข่าววันนี้แล้วนะคะ ดิฉัน ปวีณา ฟักทอง พร้อมทีมงานลาไปก่อน สวัสดีค่ะ [เสียงดนตรี] [เสียงวีดิทัศน์] COVID-19 น่ากลัว ทำให้คนสับสนและกลัวติด ถ้าคุณมีอาการแบบนี้ ไข้สูง, ไอ, หอบ, เหนื่อย เจ็บหน้าอกกระทันหัน วูบหมดสติ มีโรคประจำตัว ไม่รู้กลิ่น ไม่รู้รส ควรไปโรงพยาบาล แต่ถ้าคุณไม่แน่ใจ และมีอาการแบบนี้ มีไข้, ไอ, มีน้ำมูก, เจ็บคอเล็กน้อย ไม่มีโรคหัวใจ, โรคตับ, โรคไต, โรคปอด, โรคมะเร็ง หรือโรคที่ทำให้ภูมิต้านทานต่ำ ควรสอบถามก่อนไปโรงพยาบาล เพราะจะสิ้นเปลืองอุปกรณ์ทางการแพทย์ และทำให้แพทย์ พยาบาล เหนื่อยเกินความจำเป็น ขอร้อง ช่วยกัน COVID ไม่มีขา ป่วยเล็กน้อยกักตัวเองดูอาการ อย่าเพิ่งก้าวขาออกจากบ้านไปติดมัน