[เสียงดนตรี] (ศาสตราจารย์ ดร.นพ.ประสิทธิ์) สวัสดีครับ ท่านผู้ชมทุกท่าน ถ้าเราจำกันได้นะครับ วันนี้ครบรอบ 1 ปี วันที่ 3 พฤษภาคม ปีที่แล้ว เป็นวันแรกสุด ที่เราเริ่มผ่อนคลายมาตรการต่าง ๆ แต่ 1 ปีให้หลัง 3 พฤษภาคม วันนี้ ทุกอย่างเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ขณะนี้เราก็อยู่ในช่างขาขึ้น ของวิกฤติ COVID-19 เรามีอัตราการเสียชีวิตเมื่อ 1 เดือนก่อนหน้านี้ ประมาณแค่ 0.12 เปอร์เซ็นต์ แต่ในวันนี้ตัวเลขของเมื่อวาน ขึ้นไปถึงตัวเลข 0.36 ถ้าตัวเลขต่าง ๆ ไม่ลดลง แล้วกลับกันกับตัวเลขที่เพิ่มขึ้น นั่นหมายความว่า เรากำลังวิ่งเข้าไปถึงจุดวิกฤติที่แท้จริง ผมขอกราบเรียนทุกท่านนะครับ สิ่งที่จากนี้เป็นต้นไป ผมขอความกรุณาจริง ๆ คนไทยทุกคนเราต้องช่วยกันแล้ว การใส่หน้ากากอยู่ตลอดเวลา ผมย้ำนะครับ การใส่หน้ากากอยู่ตลอดเวลา ไม่เว้นแม้กระทั่งอยู่บ้าน ตัวเลขในสัปดาห์นี้ อัตราการแพร่ระบาดเกิดขึ้นในบ้าน ในครอบครัวกับเพื่อนฝูง ตอนนี้ถึงแม้อยู่บ้าน เราไม่รู้หรอกใครจะนำเข้ามาเชื้อเหรือเปล่า รักษาระยะห่าง หมั่นทำความสะอาดมือ ผมย้ำอีกครั้ง เป็นหน้าที่คนไทยทุกคนต้องช่วยกันแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่ผมกำลังจะขอ มาตรการของผู้ประกอบการ ก็ขอให้ทำตามที่รัฐบาลกำหนดเอาไว้ มาตรการต่าง ๆ เหล่านั้นไม่ได้คิดเอง เป็นมาตรการมาจากข้อมูลต่าง ๆ แล้วมีกระบวนการในการทบทวน ว่าอันไหนมีความจำเป็น อันไหนไม่จำเป็น สำหรับทุกคนวัคซีนเป็น 1 ในเครื่องมือตัวหนึ่ง ที่จะทำให้เราปลอดภัย มันมีข่าวลือเยอะมากในเรื่องของวัคซีน แต่ผมให้ข้อมูลนะครับ ว่าความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นจากการวัคซีน เมื่อเทียบกับตัวเลขอัตราการเสียชีวิต หรือความเสี่ยงจาก COVID-19 นั้น แตกต่างกันอย่างมากมาย ฉีดวัคซีน 1 ล้านคน มีโอกาสที่มีภาวะแทรกซ้อน ที่รุนแรงอยู่ตัวเลขประมาณ 4 คน ผลข้างเคียง หรือผลไม่พึงประสงค์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น เป็นผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นชั่วคราว แต่ติด COVID-19 ตัวเลขของโลกในวันนี้ 100 คน เสียชีวิต 2.2 คน มันเป็นตัวเลขที่แตกต่างกัน อย่างมากมายเหลือเกิน ผมขอความกรุณา ณ วันนี้ การฉีดวัคซีนไม่ใช่เพื่อตัวท่านเองอย่างเดียว เพื่อคนที่ท่านรัก เพราะท่านจะได้ไม่แพร่เชื้อให้คนเหล่านั้น ถ้าเราฉีดกันได้เยอะพอและทันเวลา เรากำลังจะช่วยประเทศ เพราะ COVID-19 อาจจะอยู่ไม่ได้ ถ้าคนในประเทศไทย มีภูมิคุ้มกันเยอะขึ้นระดับหนึ่ง ขอความกรุณามั่นใจ สิ่งเดียวที่มีอยู่ในสมองเราอย่างเดียว ทำอย่างไรให้คนไข้ ทำอย่างไรให้คนไทยปลอดภัย จาก COVID-19 ขอให้เชื่อกันอีกครั้งหนึ่งนะครับ ผมขอกันจริง ๆ ผมขอร้องกันจริง ๆ เลยล่ะ ถ้าเราร่วมกันจริง ๆ ผมเชื่อว่าเราจะผ่านวิกฤติอันนี้ไปได้ด้วยดี อย่ารอจนวิกฤติรุนแรงจนแก้ไขไม่ได้ แล้วเราค่อยคิดออกนะครับ ขอบคุณทุกท่านครับ (คุณสุภนันท์) สวัสดีครับ ต้อนรับคุณผู้ชมทุกท่านนะครับ เข้าสู่การแถลงข่าว ของศูนย์บริหารสถานการณ์ COVID-19 หรือ ศบค. จากทำเนียบรัฐบาล ประจำวันจันทร์ที่ 3 พฤษภาคม 2564 นะครับ วันนี้เริ่มต้น เมื่อสักครู่หลายท่านได้ติดตามกันไป ก็คือทางด้านของ ศาสตราจารย์ ดร.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดี คณะแพทย์ศาสตร์ศิริราชพยาบาลนะครับ มาย้ำเรื่องของจำนวนตัวเลข ที่เราเห็นสถานการณ์รายวัน ณ ขณะนี้ ถ้าตัวเลขยังไม่ลดลงนะครับ อาจจะทำให้สถานการณ์นั้นไปสู่จุดวิกฤติที่แท้จริง ซึ่งตัวเลขจะลดลงได้ 2 ปัจจัยสำคัญครับ ปัจจัยแรก ก็คือเรื่องของการเดินหน้าฉีดวัคซีน อีกปัจจัย ก็คือเรื่องของมาตรการ ที่ทุกท่านสามารถมีส่วนร่วม ในช่วยกันการลดการติดเชื้อ COVID-19 ในประเทศไทยได้นะครับ สำหรับวันนี้สถานการณ์ในภาพรวม ของประเทศไทย รวมถึงในมองมุมของทางการแพทย์ มองสถานการณ์ตัวเลขออกมาแล้ว จะสามารถฉายภาพได้อย่างไร ในมุมมองของหน่วยงานที่เป็นศูนย์ ของการบริหารสถานการณ์ COVID-19 ของไทย เราจะมีมาตรการอะไรอย่างไรออกมาบ้าง วันนี้เรียนเชิญนะครับ ท่านแพทย์หญิงอภิสมัย ศรีรังสรรค์ นะครับ ผู้ช่วยโฆษก ศบค. เรียนเชิญครับ (แพทย์หญิงอภิสมัย) กราบสวัสดีพี่น้องประชาชน พี่น้องสื่อมวลชนทุกท่านนะคะ ก็กลับมารายงานสถานการณ์ การติดเชื้อในวันนี้นะคะ แล้วก็เชื่อว่าหลายท่านได้ติดตามข้อมูล ยอดผู้เสียชีวิตรายวัน สำหรับในวันนี้ 31 ท่านนะคะ ก็ทำให้พวกเราทุกคนมีความเป็นห่วงนะคะ แล้วก็อยากจะทราบมาตรการ ที่ทิศทาง ศบค. ได้หารือกับกระทรวงสาธารณสุข และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่จะจัดการสถานการณ์เหล่านี้อย่างไรนะคะ ไปติดตามที่สถานการณ์ตัวเลข รายงานผู้ติดเชื้อรายวัน วันนี้นะคะ พบยอด 2,041 รายค่ะ ซึ่งในจำนวนนี้เป็นผู้ที่พบในการคัดกรอง จากโรงพยาบาลนะคะ 1,943 ราย เป็นการพบในชุมชน 97 ราย และเดินทางจากต่างประเทศ 1 รายค่ะ อย่างที่เรียนนะคะ ว่าในส่วนของผู้เสียชีวิต วันนี้ตัวเลขสูงถึง 31 คนค่ะ ซึ่งทำให้ยอดผู้เสียชีวิตสะสม ตั้งแต่ 1 เมษายนที่ผ่านมานะคะ อยู่ที่ 182 คนนะคะ ยอดผู้ที่กำลังรักษาตัวอยู่ในตอนนี้นะคะ เป็น 29,765 รายค่ะ ในจำนวนนี้ที่เรามีความเป็นห่วง ก็คืออาการหนัก 981 ราย จำเป็นต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ วันนี้รายงานอยู่ที่ 278 รายนะคะ ซึ่งกระจายอยู่ทั้งในส่วนของกรุงเทพมหานคร และหลาย ๆ จังหวัดทั่วประเทศนะคะ ในส่วนของรายงานผู้เสียชีวิตใน 31 ราย ในวันนี้นะคะ สิ่งที่สำคัญที่นำมาสรุป เรียนให้ทุกท่านเห็นภาพ ก็คือเป็นเพศชาย 18 ราย หญิง 13 รายนะคะ อายุตั้งแต่ 31-83 ปี และที่ ศบค. ให้ความสำคัญนะคะ ก็คือมีปัจจัยเสี่ยงสำคัญ คือการใกล้ชิดสมาชิกครอบครัว ที่เป็นผู้ติดเชื้อยืนยันก่อนหน้าถึง 6 ราย มีประวัติสัมผัสใกล้ชิดและเพื่อน และเพื่อนร่วมงาน 2 ราย มีการสัมผัสผู้ติดเชื้อยืนยันถึง 15 รายค่ะ และในจำนวนนี้นะคะ กลุ่มที่เสียชีวิตก่อนที่จะทราบผลนั้นมี 2 ราย และทราบผลในวันที่เสียชีวิต 1 ราย ซึ่งจากการรายงานไทม์ไลน์ของผู้เสียชีวิต ทั้ง 3 ท่านนะคะ พบว่าในขณะที่มีการเจ็บป่วย ก็อาการในตอนแรกนะคะ ไม่ได้มีภาวะรุนแรง และก็ทั้ง 3 ท่านไม่ได้ตระหนัก ว่ามีการติดเชื้อ COVID-19 นะคะ ก็เป็นสิ่งที่เราจะนำมาสรุปกัน ในที่ประชุม ศบค. ในวันนี้เพื่อเรียนรู้กันด้วยค่ะ อย่างไรก็ตาม ก็ต้องขอแสดงความเสียใจ กับผู้เสียชีวิตและครอบครัวทุก ๆ รายด้วยนะคะ ไปดูทิศทางของการติดตามรายงาน ผู้ติดเชื้อสะสม ของระลอกเมษายน 42,162 ราย ท่านจะเห็นว่าทิศทางมียอดแหลม ในช่วงก่อนหน้านี้ ก็คือช่วงปลายเมษายน ตอนนี้ทิศทางพฤษภาคม ดูเหมือนว่าค่อนข้างที่จะชะลอตัวนะคะ แต่พอเราลงไปแจกแจงในแต่ละพื้นที่ค่ะ ท่านจะเห็นว่า ถ้าเราแยกเป็นกลุ่ม กรุงเทพมหานคร, ปริมณฑล และจังหวัดอื่น ๆ ที่เหลือในสไลด์ถัดไปนะคะ ซึ่งกรุงเทพมหานครนี่ ได้แยกตามปัจจัยเสี่ยงด้วยจะเห็นได้ชัดว่า ในส่วนของสัมผัสกับผู้ป่วยร่วมบ้าน จะเป็นตัวเลขชัดขึ้นมาในตอนนี้ สีเหลืองข้างบนนะคะ เป็น กทม. สูงสุดตอนแรกนั้น ก็คือปัจจัยเสี่ยงในส่วนของสถานบันเทิง ตอนนี้ตัวเลขสถานบันเทิงเล็กลง แต่ตัวเลขใหญ่จะมาอยู่ที่ การสัมผัสผู้ป่วยยืนยันก่อนหน้านี้ แล้วก็เป็นลักษณะ ของการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ร่วมบ้าน หรือผู้ที่เป็นเพื่อนร่วมงานค่ะ ในส่วนของผู้ที่ติดเชื้อรายงาน จากการเดินทางต่างประเทศวันนี้มี 1 รายนะคะ เป็นชาวกัมพูชา อายุ 27 ปี มีการพบเชื้อ และไม่มีอาการนะคะ ซึ่งก็จะมีการติดตามเรื่องของสายพันธุ์ของเชื้อ อย่างไรก็ตามวันนี้ในที่ประชุม ศบค. มีการหารือกันนะคะ ขอความร่วมมือไปยัง หน่วยงานความมั่นคงตามแนวชายแดน ก่อนหน้านี้เราเฝ้าระวังเข้มข้น ในส่วนของชายแดนพม่านะคะ แต่ตอนนี้นี่เราพบว่าส่วนของมาเลเซีย, กกัมพูชา, พม่า, ลาว ก็คงต้องเข้มข้นเฝ้าระวังกันอย่างใกล้ชิดค่ะ ไปดู Scoreboard รายงานการติดเชื้อนิดหนึ่งนะคะ ตรงนี้นี่ท่านจะเห็นตัวเลข ที่มีหลายพื้นที่ปรับเป็นสีเขียวนะคะ ไล่ Scoreboard ไปโดยสรุปเร็ว ๆ นิดหนึ่ง โดยรวม ๆ นี่นะคะ ท่านจะเห็นว่าการกระจาย การรายงานผู้ติดเชื้อยังเข้มข้น อยู่ในพื้นที่ กทม. และปริมณฑล ถ้าสรุปให้เห็นเป็นจำนวนผู้ติดเชื้อ แยกรวมทั้งประเทศ แยก กทม. กับปริมณฑลออกไปนะคะ จะเห็นได้ชัดเลยค่ะ ว่าในส่วนของ กทม. ที่เป็นตัวเลขของ 3 พฤษภาคม 675 รายนะคะ แล้วก็ปริมณฑลตัวเลขใหญ่จะอยู่ที่ 489 ขอสไลด์ถัดไปค่ะ ถัดไปค่ะ ตัวสไลด์นี้นะคะ ก็คือในส่วนของ กทม. นะคะ วันที่ 3 ตัวเลขจะอยู่ที่ 675 ปริมณฑล 489 แล้วตรงนี้นี่ที่สำคัญนะคะ ในส่วนของปริมณฑล ยังอยู่ที่ 3 จังหวัดหลักที่เราติดตาม ก็คือ สมุทรปราการ, นนทบุรี และปทุมธานี ย้อนกลับไปสไลด์ก่อนหน้านี้นิดหนึ่งนะคะ ก็จะเห็นภาพรวมของแผนที่ประเทศไทย ก็จะเห็นว่าจังหวัดที่เป็นพื้นที่สีขาวนะคะ ตอนนี้มี 13 จังหวัดด้วยกันค่ะ พื้นที่สีเขียวซึ่งหมายถึงมีรายงานผู้ติดเชื้อ อยู่ที่ต่ำกว่า 10 รายนะคะ ตอนนี้มี 36 จังหวัด สีเหลือง ก็คือมีรายงานผู้ติดเชื้อ ในจังหวัดนั้นไม่เกิน 50 ราย ตอนนี้เพิ่มเป็น 21 จังหวัดนะคะ และจังหวัดที่อยู่สีส้ม สีแดง ที่มีรายงานผู้ติดเชื้อ 50 รายขึ้นไป ยังเข้มข้นอยู่ที่ 7 จังหวัดนะคะ ในสไลด์ถัดไป ท่านจะเห็นว่าใน 10 จังหวัด ที่เราติดตามก็ยังเป็นกรุงเทพฯ, นนทบุรี, สมุทรปราการ, ชลบุรี, สุราษฎร์ธานี, เชียงใหม่, ปทุมธานี, นครศรีธรรมราช, สมุทรสาคร และพัทลุพัทลุงนะคะ ตอนนี้พัทลุงเป็นอันดับที่ 10 ค่ะ โดยสรุปรวมแผนภาพที่แสดงเป็นทิศทาง ขอสไลด์ค่ะ สไลด์นี้นะคะ ก็คือจะเห็นชัดเลยว่า กทม. และปริมณฑล ซึ่งแสดงเป็นกราฟสีน้ำเงินนะคะ จะยังมีทิศทางที่ยังสูงขึ้นค่ะ ถ้ารวม กทม. และปริมณฑล แต่ขณะที่สีเขียวแสดงรายงานผู้ติดเชื้อ ต่างจังหวัดนะคะ ตรงนี้นี่สีเขียวค่อนข้างชะลอตัว แล้วก็เป็นไปในทิศทางที่ควบคุมได้ดีขึ้นค่ะ ที่ประชุม ศบค. ในวันนี้มีการพูดคุยกันเป็นพิเศษ ในเรื่องของพื้นที่ของ กทม. นะคะ ซึ่งอยากจะให้ทุกท่านเห็นทิศทาง ของรายงานผู้ติดเชื้อ กทม. สักนิดหนึ่งนะคะ ตรงนี้จะเห็นได้ว่า จากการสังเกตรายงานผู้ติดเชื้อรายวันนะคะ จะพบว่ายอดผู้ติดเชื้อของ กทม. ระลอกใหม่ เมษายนสะสม 40,121 รายทั่วประเทศนี่นะคะ เป็น กทม. 13,283 ราย ซึ่งตัวเลขตรงนี้นี่เน้นย้ำไปที่ตลาด ชุมชน และขนส่ง มากถึง 674 รายนะคะ ถ้าดูในสไลด์ที่รายงาน เรื่องของปัจจัยเสี่ยงที่พบได้นะคะ จากนั้นไปดูแยกเขตนิดหนึ่งค่ะ ซึ่งในส่วนของเขตนี่นะคะ มีรายงานผู้ป่วยหนาแน่นอยู่ที่ไหนบ้าง ก็ให้สังเกตดูใน 10 พื้นที่นี้นะคะ มีห้วยขวาง, ดินแดง, บางเขน, วัฒนา, จตุจักร, ลาดพร้าว, วังทองหลาง, บางกะปิ, สนามหลวง และภาษีเจริญ อย่างห้วยขวางนี่จำนวนสะสม มากถึงเกือบ 400 ราย อย่างนี้เป็นต้นนะคะ กทม. ได้รายงานการวิเคราะห์ผู้เสียชีวิต ในระลอกเมษายน ซึ่งตัวเลขของ กทม. อยู่ที่ 52 คนนะคะ ในส่วนของอายุนี่ จะพบว่ามีตั้งแต่ 27-91 ปี และอยากให้ท่านสังเกตวงกลม ล่างขวา สีส้ม ๆ ที่เห็นใหญ่ ๆ นั่นนะคะ คือ ปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญของผู้เสียชีวิต ก็คือมีประวัติร่วมบ้านกับผู้ป่วยยืนยัน อันนี้เป็นที่มาที่เราพูดคุยกันในวันนี้นะคะ รวมทั้งปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ นะคะ ไม่ว่าจะเป็นการพบผู้ติดเชื้อมาก ๆ ในส่วนของมหาวิทยาลัย โรงเรียน และมีร้านอาหารด้วยนะคะ ซึ่งอันนี้เป็นเหตุหนึ่งที่ตอบพี่น้องประชาชน ที่สอบถามเข้ามาในช่วงนี้นะคะ ว่าทำไมเราถึงไม่อนุญาตให้รับประทานอาหาร ที่ร้านในพื้นที่ที่ควบคุมสูงสุดนะคะ ก็เนื่องมาจากการสอบไทมไลน์ และก็รวมไปถึงการซักประวัติ ผู้ที่มีประวัติติดเชื้อ และในที่สุดท่านก็เสียชีวิตนี่นะคะ จากกลุ่มนี้พบว่ามีจำนวนมาก ที่พบเป็นการรับประทานอาหารในร้าน มีการสังสรรค์กับกลุ่มเพื่อนฝูง และคนในครอบครัว อันนี้เป็นสาเหตุนะคะ ที่ทำให้ต้องมีการปิด การรับประทานอาหารในร้าน ซึ่งก็เห็นใจผู้ประกอบการนะคะ เพราะว่าหลาย ๆ ร้านนั้น มาตรการทำได้อย่างดีเยี่ยมเลยนะคะ มีการเว้นระยะห่าง ครอบครัวเดียวกัน ก็ยังแยกให้นั่งอยู่คนละโต๊ะ อย่างนี้เป็นต้น แต่ก็อยากให้ท่านทราบน่ะค่ะ ว่าพอจำนวนผู้ติดเชื้อใน กทม. ค่อนข้างสูง เรามีความเป็นห่วงในเรื่องของ การจัดสรรทรัพยากรทางด้านสาธารณสุข ที่จะดูแลพี่น้องประชาชนให้ปลอดภัยนะคะ ก็จึงจำเป็นต้องออกมาตรการเข้มข้นสูงสุด คือ ไม่อนุญาตให้รับประทานอาหารในร้าน แต่เมื่อสถานการณ์ดีขึ้นนะคะ จะมีการประกาศมาตรการผ่อนคลายตามมาค่ะ วันนี้ในที่ประชุม ศบค. ชุดเล็กคุยกัน ในเรื่องของสถานการณ์ชุมชนคลองเตยนะคะ โดย สปคม. ค่ะ สถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง ได้นำเรียนในที่ประชุมนะคะ ถึงเรื่องของการรายงานผู้ติดเชื้อ และการค้นหาเชิงรุกในชุมชนคลองเตยค่ะ ซึ่งเป้าหมายนี่นะคะ ในส่วนของชุมชนพื้นที่คลองเตยนะคะ จะมุ่งเป้าไปที่ 39 ชุมชนค่ะ ไม่ว่าจะเป็นชุมชนเมือง ชุมชนแออัด ที่พี่น้องประชาชนอยู่กันอย่างหนาแน่น และก็มีชุมชนที่อยู่ในส่วนของเคหะนะคะ จากรายงานของการเคหะแห่งชาติ ซึ่งในปัจจุบันนี่นะคะ มีรายงานผู้ติดเชื้อผลตรวจเป็นบวก 304 ราย ซึ่งใน 193 รายจะค่อนข้างหนาแน่น อยู่ในพื้นที่ชุมชนแออัด และเรียนให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบว่า ในกลุ่มก้อนที่พบการติดเชื้อผลเป็นบวกนี้นะคะ ทาง กทม. โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ก็ช่วยเหลือกันนำผู้ป่วยเข้าสู่ระบบการรักษาแล้ว ทั้งสิ้น 100 เปอร์เซ็นต์นะคะ และตอนนี้ได้มีการพูดคุยกันถึง 39 ชุมชนนี้ มีรายงานผู้ติดเชื้อหนาแน่น อยู่ที่ 3 ชุมชนหลักนะคะ ก็คือชุมชนพัฒนาใหม่, ชุมชน 70 ไร่, ชุมชนริมคลองวัดสะพาน ซึ่งก็นำไปสู่การลงพื้นที่ ตรวจคัดกรองเชิงรุกในชุมชน อยากให้ท่านเห็นตัวเลข ของการลงพื้นที่ตรวจนิดหนึ่งค่ะ อันนี้เป็นเฉพาะตัวเลข ที่นำเสนอจากการหาผู้ติดเชื้อ โดยการจัดตั้งรถพระราชทาน ลงเก็บตัวอย่างนะคะ ในตัวสไลด์ถัดไปนะคะ ในตัวสไลด์นี้นะคะ เป็นการรายงานจากรถพระราชทาน ซึ่งเก็บตัวอย่างผู้ติดเชื้อในวันที่ 27 และ 30 จะให้ท่านเห็นภาพนะคะ ว่าชุมชน 70 ไร่ มีการตรวจไป 436 ราย พบผู้ติดเชื้อ 21 ราย ชุมชนริมคลองวัดสะพานตรวจทั้งสิ้น 489 ราย พบติดเชื้อ 29 ราย ชุมชนพัฒนาใหม่ 411 ราย พบเชื้อ 49 ราย ซึ่งต้องเน้นย้ำนะคะ ว่าตรงนี้เป็นตัวเลข รายงานถึงวันที่ 30 เมษายนค่ะ ทาง สปคม. ก็กรุณาให้ข้อมูลนะคะ แล้วตอนนี้ต้องย้ำค่ะ ว่าข้อมูลอีก 2 ส่วน ที่ไม่ได้นำเสนอในสไลด์นี้ ก็คือการ Active Case Finding คือ การค้นหาเชิงรุก ซึ่งหมายความว่า เมื่อบุคลากรในส่วนของควบคุมโรค สอบไทม์ไลน์ผู้ติดเชื้อ ก็จะได้ประวัติว่าคนเหล่านี้อยู่ที่ไหน พักที่ไหน ทำงานที่ไหน ก็มีการตามสอบสวนโรค ไปยังกลุ่มชุมชนเป้าหมายนะคะ ซึ่งก็ต้องขอขอบคุณ แกนนำชุมชนเป็นอย่างยิ่งนะคะ ในส่วนของชุมชนที่ลงพื้นที่ ในทุกทั้ง 3 ชุมชนนี้ ที่ได้รับความร่วมมือจากแกนนำชุมชน ที่เรียกได้ว่าช่วยชี้เป้านะคะ ติดตามผู้ที่มีความเสี่ยงสูง ตอนนี้มีรายงานผู้สัมผัสเสี่ยงสูง อยู่ที่เกือบ 1,000 รายนะคะ แล้วก็ทางสำนักงานเขต สำนักอนามัย สปคม. เองก็มีแผนที่จะระดมตรวจ กลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงเสี่ยงต่ำเหล่านี้ แล้วก็รวมทั้งขอความสนับสนุน ใน ศบค. วันนี้นะคะ ไม่ว่าจะเป็นทรัพยากรเรื่องของบุคลากร ช่วยลงตรวจแล็บที่จะนำเข้ามาตรวจ และบ่ายนี้นะคะ จะมีการหารือ ในเรื่องของการปูพรมตรวจในชุมชนด้วยนะคะ รวมทั้งในส่วนของการจัดการ เมื่อตรวจพบผู้ป่วย ก็จะมีการคัดแยกระดับความรุนแรงค่ะ เป็นเขียว เหลือง แดง ในตอนนี้นี่นะคะ ก็มีการจัดตั้งศูนย์รับเรื่อง ซึ่ง ก็คือชุมชนวัดสะพานนะคะ เรียกได้ว่าเป็นจุดพักคอยวัดสะพานค่ะ ในเบื้องต้น คือ พอมีผู้ที่สงสัยติดเชื้อ หรือผู้ติดเชื้อผลยืนยันแล้ว การที่จะให้กลับบ้านก็อาจจะทำเกิดความเสี่ยง ไปติดเชื้อคนในครอบครัว อย่างที่เป็นรายงานในเสมอมานะคะ ทางพื้นที่ก็ได้มีการกำหนดจุดพักคอย ที่วัดสะพาน สำหรับผู้ป่วยที่มีอาการในระดับเขียว คือ มีอาการเล็กน้อยและไม่มีโรคประจำตัว อย่างไรก็ตาม ในส่วนของผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัว หรือมีอาการระบบทางเดินหายใจ เป็นสีเหลืองสีแดงนี่นะคะ ศูนย์เอราวัณก็จะทำหน้าที่ จัดหาเตียงให้เร็วที่สุด และในบ่ายวันนี้ก็เช่นกันค่ะ ก็จะมีการหารือทั้งในส่วนของ การคัดกรองเชิงรุกในชุมชนคลองเตย รวมทั้งการจัดการพาพี่น้องประชาชน ที่พบว่าติดเชื้อ หรือมีความเสี่ยงสูงไปเข้าสู่ระบบการรักษา ที่เหมาะสมนะคะ อย่างไรก็ตามการที่พี่น้องประชาชน ในชุมชนในตอนนี้ค่ะ ก็มีผู้นำชุมชนลงพื้นที่นะคะ แล้วก็พยายามที่จะไปตรวจ ว่ามีใครที่มีความเสี่ยง ก็แนะนำให้กักกันอยู่ในบ้านก่อนนะคะ โดยมีนักสังคมสงเคราะห์ มีผู้นำชุมชน มีองค์กรภาครัฐ ภาคเอกชนมากมายทีเดียวค่ะ ที่ช่วยกันลงพื้นที่ใน 3 ชุมชนหลักนะคะ ไม่ว่าจะเป็นการจัดเตรียมอาหาร รวมสาธารณูปโภคทั้งที่จำเป็นนะคะ เพื่อที่จะให้พี่น้องประชาชน ที่ได้รับการขอร้อง ให้กักกันตัวเองอยู่ในบ้าน ลดการเดินทาง ลดการสัมผัสผู้อื่นนี่นะคะ ก็จะสามารถที่จะดำเนินชีวิต ในขณะที่แยกกักได้อย่างปลอดภัย ก่อนที่จะรอการจัดสรร ให้ไปอยู่ในสถานที่ดูแลที่เหมาะสมนะคะ ตอนนี้ทางผู้นำชุมชนก็ทำงานหนักเลยค่ะ มีการส่งรายชื่อสมาชิก มีการสอบประวัติ ใครเป็นผู้สัมผัสเสี่ยงสูงเสี่ยงต่ำ ตอนนี้ร่วมมือกันทุกภาคส่วนนะคะ แล้วก็กรมควบคุมโรคก็ได้มีการหารือ ว่าจะมีการจัดสรรวัคซีนนะคะ เข้าไประดมฉีดในกลุ่มเป้าหมายในชุมชน ที่มีรายงานผู้ติดเชื้อสูงด้วยนะคะ ก็อยากให้พี่น้องประชาชนติดตามการทำงาน แล้วก็พยายามที่จะดูแลระมัดระวังตัวเอง เมื่อสักครู่ แสดงให้เห็นแผนที่ไปแล้วนะคะ ประชาชนรวมทั้งชุมชนใกล้เคียง ต้องติดตามข่าวอย่างใกล้ชิดในช่วงนี้นะคะ เพราะว่าจะมีการประกาศว่าจะมีการลงตรวจ ปูพรมคัดกรองอย่างไรที่ไหน ถ้าท่านอยู่ในพื้นที่นั้น ขอความร่วมมือให้ไปตรวจ ถ้าท่านเป็นผู้ประกอบการ เป็นเจ้าของอะพาร์ตเมนต์ อยู่ในตลาด หรือชุมชนนี่นะคะ ขอความกรุณาให้ท่านสอบถามคัดกรองบุคคล ที่อยู่ในความดูแลของท่านด้วยค่ะ อย่างเช่น ถ้าเรามีลูกจ้างหรือว่าพนักงานของเรา อาศัยอยู่ในพื้นที่ชุมชน หรือการเคหะที่มีความเสี่ยง ท่านสามารถที่จะสอบถามประวัติ การสัมผัสผู้อื่นหรือผู้ติดเชื้อยืนยัน และก็สามารถที่จะจัดการ ให้ผู้ที่มีประวัติเสี่ยงเหล่านี้นี่นะคะ สามารถที่จะมีการจัดการแยกเขาออกจากคน ที่เป็นผู้สูงอายุหรือผู้ป่วยให้ชัดเจน และอย่างลืมเน้นย้ำ DMHTTA ที่เราเน้นกับพี่น้องประชาชนเสมอนะคะ การที่ผู้ป่วยหรือผู้ที่มีความเสี่ยงสูง เขายังอยู่ร่วมในชุมชนกับเรา การสวมหน้ากากอนามัยทั้งตัวท่าน และก็ตัวผู้ที่มีความเสี่ยง ก็จะช่วยลดอัตราความเสี่ยงลงได้ด้วยค่ะ ที่ประชุม ศบค. ในวันนี้ยังพูดคุยกัน ถึงเรื่องของชุมชนบ่อนไก่ด้วยนะคะ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน อยากให้พี่น้องประชาชนติดตามนะคะ เพราะว่าในเบื้องต้น มีรายงานพบผู้ป่วยยืนยัน 60 รายนะคะ แล้วก็ทางศูนย์บริการสาธารณสุข ตอนนี้ได้มีการจัดการใกล้เคียงกัน กับชุมชนคลองเตยนะคะ มีรถพระราชทานลงพื้นที่ แล้วก็ในส่วนของผู้ที่มีความเสี่ยง ตอนนี้นี่ทางพื้นที่ได้ให้ข้อมูลประชาสัมพันธ์ พี่น้องประชาชนที่มีประวัติ อยู่ในกลุ่มเสี่ยงนะคะ ที่จะให้ Home Quarantine ตอนนี้ก็อยากให้ติดตาม แล้วก็ให้ดูรายละเอียด ในเรื่องของการสุ่มตรวจนะคะ ซึ่งมีแผนว่าจะตรวจให้ได้ ประมาณ 4,000 รายนะคะ พี่น้องประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ ก็ติดตามรายละเอียด แล้วก็ขอให้ผู้นำชุมชน สถานประกอบการติดตามข่าว แล้วก็ช่วยดูแลบุคลากร ที่อยู่ในการดูแลของท่านด้วยนะคะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวันนี้นี่นะคะ GISTDA เองก็ได้มีการนำเสนอข้อมูล ชุมชนแออัดหนาแน่นใน กทม. ทั้งหมด คือ เมื่อเราได้มีการเรียนรู้ จาก Cluster ตลาด กทม. ก็ไม่นิ่งนอนใจนะคะ มีการไปพยายามค้นหาว่าพื้นที่อื่น ที่ยังไม่เกิดการแพร่ระบาด แพร่กระจายเชื้อ จะต้องมีการเตรียมเฝ้าระวังรับมืออย่างไร GISTDA ได้นำเสนอข้อมูลการเคหะแห่งชาตินะคะ พบว่าชุมชนแออัดทั่ว กทม. จะมี... ที่เราปักหมุดไว้นะคะ อยู่ประมาณ 680 จุด ทั่ว กทม. ตอนนี้นี่เรานำผู้ที่มีรายงานการติดเชื้อ มาแยกเป็นบริเวณเป็นเขตนะคะ ก็พบว่าผู้ที่ติดเชื้อระดับสีแดงนี่นะคะ คือ มีรายงานผู้ติดเชื้อประมาณ 301 นี่นะคะ มีอยู่ 6 เขตด้วยกัน ตรงนี้นี่นะคะ GISTDA ก็ได้ปักหมุดเพิ่มเติม ในส่วนของตำแหน่งชุมชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งตลาด ตลาดก็จะมีอยู่ 746 จุดด้วยกัน ซึ่งตลาดตรงนี้นี่นะคะ ที่เราปักหมุดให้เห็นนี่ จะมีทั้งส่วนที่เป็นตลาดถาวรนะคะ และก็รวมทั้งตลาดนัดที่บางพื้นที่ ก็จะมีเฉพาะบางวันบางช่วงเวลา รวมทั้งได้มีการวางแผนนะคะ ว่าถ้าการลงพื้นที่ชุมชน ที่มีพี่น้องประชาชนอยู่กันอย่างหนาแน่น มีตลาด มีที่รวมกลุ่ม ที่ประชาชนจะไปจับจ่ายใช้สอย จะต้องมีมาตรการในการลงพื้นที่เฝ้าระวัง หรือกำหนดการคัดกรองเชิงรุกอย่างไร รวมไปถึงการเตรียมความพร้อม ในส่วนของโรงพยาบาล การดูแลรักษา และโรงพยาบาลสนาม GISTDA ก็นำเสนอตำแหน่ง ที่ปักหมุดโรงพยาบาลสนาม กทม. ให้เราได้มีการเตรียมวางแผนรับมือด้วยนะคะ อย่างไรก็ตามอยากเน้นย้ำค่ะ ว่าตอนนี้นี่พี่น้องประชาชนที่ติดตามข่าว หลายครั้งเราก็จะขอความร่วมมือท่านนะคะ ว่าผู้ติดเชื้อ ผู้ที่มีความเสี่ยงสูง ตอนนี้อยู่รอบ ๆ ตัวท่าน การที่ท่านมีคนสัมผัสใกล้ชิด ก็จำเป็นที่ท่านต้องระมัดระวัง เรื่องมาตรการส่วนตัวนะคะ มีการพยายามที่จะสวมหน้ากากอนามัย อย่างตอนต้นของการรายงานวันนี้นะคะ ท่านอาจารย์ประสิทธิ์ก็ได้เน้นย้ำ ว่าแม้แต่การอยู่ร่วมกับผู้ใกล้ชิด คนในครอบครัว เราก็จำเป็น ต้องสวมใส่หน้ากากอนามัยด้วยนะคะ ก็ขอฝากไว้เท่านี้ค่ะ (คุณสุภนันท์) ครับ ไหน ๆ ก็พูดถึงเรื่องของผู้ที่สัมผัสใกล้ชิด กับผู้ที่ยืนยันติดเชื้อก่อนหน้านี้นะครับ หลายคนก็บอกว่ามีความจำเป็น เนื่องจากว่าถ้าเกิดดูในบริบทของสังคม ก็คือว่าเขาต้องอยู่บ้านเดียว กับผู้ป่วยอยู่แล้วนะครับ ซึ่งบางคนเองก็อยู่ด้วยกันก่อน ตั้งแต่ที่เขาจะรู้ว่าติดเชื้อด้วยซ้ำไป บางคนต้องอยู่กับผู้ที่สัมผัสเสี่ยงสูง แบบนี้มีคำแนะนำเพิ่มเติม สำหรับผู้ที่มีความจำเป็นต้องอยู่บ้านเดียว กับกลุ่มเหล่านี้อย่างไรบ้างครับ (แพทย์หญิงอภิสมัย) ค่ะ ก็ต้องเรียนว่าเห็นใจพี่น้องประชาชนนะคะ เพราะว่า อย่าว่าแต่ชุมชนพื้นที่ ที่อาศัยกันอย่างแออัดเลยค่ะ ในส่วนของพี่น้องประชาชนจำนวนมากนะคะ ในบางบ้านก็อยู่อาศัยกันหลาย ๆ คน หลาย ๆ วัย แล้วก็จะมีการใช้สถานที่ร่วมกันในหลาย ๆ จุด สิ่งที่ ศบค. เน้นย้ำนะคะ จากคำแนะนำของกรมควบคุมโรค ก็คือว่าอย่างแรกนี่ หากบ้านของท่านมีผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง หรือผู้ที่มีประวัติโรคประจำตัว อันนี้นี่ท่านต้องพยายามแยกพื้นที่ ให้บุคคลเหล่านี้นะคะ มีโอกาสที่จะสัมผัสใกล้ชิดรวมกลุ่ม กับผู้ที่อาจจะยังต้องเดินทาง ออกนอกบ้านไปทำงาน หรือว่าไปในพื้นที่เสี่ยงเท่าที่จะทำได้นะคะ อันที่ 2 ก็คือในเรื่องของข้าวของเครื่องใช้ค่ะ ก็มีรายงานว่า หลาย ๆ ครั้งนี่นะคะ มีการแยกบริเวณกันพอเท่าที่ทำได้ แต่ยังต้องมีการใช้ข้าวของร่วมกันนะคะ ก็มีคำแนะนำให้ล้างทำความสะอาด จุดที่มีการสัมผัสร่วม อย่างเช่น ลูกบิดประตู โต๊ะรับประทานอาหาร หรือว่าตู้เย็น อย่างนี้เป็นต้นนะคะ หรือแม้แต่ห้องน้ำนะคะ ก็มีคำแนะนำ ที่กรมควบคุมโรคก็ออกมาตรการนะคะ ว่าเราสามารถที่จะอาศัยกับผู้ป่วยได้ โดยมีมาตรการให้ผู้ป่วย เป็นผู้ที่ใช้ห้องน้ำเป็นคนสุดท้าย และมีมาตรการในการทำความสะอาดนะคะ เพื่อล้างสารคัดหลั่งต่าง ๆ ที่อาจจะมีโอกาสที่จะไปติด ยังพี่น้องประชาชนที่อยู่ร่วมในบ้าน และอย่างไรก็ตามนี่ จากเดิมในครอบครัวเดียวกัน เราจะมีการรวมกันทำกิจกรรมร่วมกัน ดูทีวีร่วมกัน อย่างนี้เป็นต้น ตอนนี้เราก็พยายามที่จะเว้นระยะ ให้มากที่สุดเท่าที่ท่านทำได้ อย่างไรก็ตาม ไปดูสไลด์หน้ากาก เมื่อสักครู่นิดหนึ่งนะคะ อย่างที่เรียนค่ะ ว่าหลาย ๆ ครั้งนี่ บางท่านที่มีความจำเป็น อย่างเช่น ท่านเองต้องดูแลผู้สูงอายุ ต้องนำอาหารไปให้ผู้สูงอายุท่านรับประทาน ต้องเปลี่ยนผ้าอ้อม อย่างนี้เป็นต้น อยากให้เห็นนะคะ ว่าหากท่านสวมหน้ากากอนามัยอย่างถูกต้อง รวมทั้งผู้สูงอายุที่อยู่ในบ้านท่าน สวมหน้ากากอนามัยด้วยนะคะ จะเห็นเลยว่าลดการติดเชื้อได้ ถึง 98.5 เปอร์เซ็นต์ ตรงนี้เป็นสิ่งที่เรารณรงค์ และหลายบ้านนะคะ มีการซื้อถุงมือที่ใช้แล้วทิ้ง ก็เอามาใช้ในบ้านได้ อย่างนี้เป็นต้น ก็เห็นความพยายาม อย่างไรก็ตามไปดูสไลด์ถัดไปนิดหนึ่ง Face Shield ย้ำนะคะ กรมควบคุมโรคได้ย้ำรายละเอียดมานาน ว่าไม่สามารถที่จะป้องกันการติดเชื้อได้ คือ ถ้าสมมติว่ามีผู้ติดเชื้อ 1 ราย ไม่สวม Face Shield หรือตัวเราเองไม่สวมหน้ากาก แต่สวมเฉพาะ Face Shield อันนี้นี่ จะไม่ทำให้เราปลอดภัยนะคะ ก็ขอความร่วมมือให้สวมหน้ากากผ้า หน้ากากอนามัยอย่างปลอดภัยด้วยค่ะ (คุณสุภนันท์) ครับ มีสอบถามเพิ่มเติมมาอีก 1 คำถามครับ เนื่องจากว่า ตอนนี้บางส่วน อาจจะยังคงรอเตียงอยู่ที่บ้าน แม้ว่าตัวเลขจำนวนผู้ป่วยรอเตียงนี่ จะลดน้อยลงนะครับ แต่ว่าสอบถามเข้ามาว่าระหว่างที่รอเตียง รอรถพยาบาลมารับต่าง ๆ นี่ สามารถซื้อยามาทานเองได้ไหมครับ (แพทย์หญิงอภิสมัย) จริง ๆ เรื่องของการรอเตียงอยู่ที่บ้านนี่ เรามีความพยายามที่จะลดวันนะคะ ไปดูตัวเลขนิดหนึ่งที่ อันนี้เป็นตัวเลขที่ได้รับรายงาน จากศูนย์แรกรับ-ส่งต่อ นิมิบุตร กระทรวงสาธารณสุข อยากจะให้ท่านเห็นนะคะ ว่าตัวเลขของ 2 พฤษภาคม นี่นะคะ สามารถส่งผู้ป่วยสำเร็จ คือ หมายความว่า หาเตียงให้ผู้ป่วยเหล่านี้ได้ 186 ราย ก็คือคิดเป็น 96.9 เปอร์เซ็นต์นะคะ ต้องเรียนให้ทราบว่า ทางกระทรวงสาธารณสุขเอง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย พยายามที่จะไม่ให้มีผู้ป่วยตกค้าง รอเตียงอยู่ที่บ้าน ทีนี้มาตกลงกันนิดหนึ่ง บางท่านถามว่าระหว่างอยู่ที่บ้าน ซื้อยาฆ่าไวรัส ยาฆ่าเชื้อ หรืออะไรอื่น ๆ มาทานเองได้ไหม ในส่วนของผู้เชี่ยวชาญตอบแบบนี้นะคะ ว่าหลาย ๆ ครั้งนี่ผู้ที่จะรับประทานยานี่ ท่านเป็นผู้สูงอายุ ท่านมีโรคประจำตัวอย่างอื่นอยู่ หรือบางครั้งก็มียารักษาโรค ที่ท่านรับประทานอยู่ เพราะฉะนั้น การที่ท่านจะซื้อยาอะไร มารับประทานก็ตามนี่ อาจจะกลายเป็นความเสี่ยงที่จะไปซ้ำเติม ให้โรคนั้นแย่ลงนะคะ หรือแม้กระทั่งปฏิกิริยาระหว่างยา ที่ท่านหามารับประทาน หรือว่ายาที่เป็นยาสำหรับโรคประจำตัวอยู่ ก็อาจจะเกิดอันตรายรุนแรงเช่นกัน และนอกจากนี้ ยังมีพี่น้องประชาชนที่ถามมาด้วยนะคะ ว่าอาหารเสริม มะนาว น้ำผึ้งอะไรก็ตามนี่ อยากจะให้ทุก ๆ ท่านนะคะ บริโภคข่าว แล้วก็อย่าเพิ่งปฏิบัติตาม โดยที่ไม่ได้ปรึกษาแพทย์ หรือผู้เชี่ยวชาญก่อน เพราะว่า ยกตัวอย่างผู้ป่วยที่เป็นเบาหวาน พอรับประทานน้ำผึ้ง ก็อาจจะทำให้อาการเบาหวานแย่ลงนะคะ หรือแม้กระทั่งฟ้าทะลายโจร ทางท่านอธิบดีกรมการแพทย์แผนไทย ก็ระบุชัดเจนนะคะ ว่าการที่จะรับประทานควรจะอยู่ในคำแนะนำ การดูแลของแพทย์ หรือว่าผู้เชี่ยวชาญด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ตามนี่โดยสรุปนี่นะคะ การที่จะซื้อยาฆ่าเชื้อ หรือว่ายาต่าง ๆ มารับประทานเองที่บ้านนี่ ก็ยังต้องบอกว่าต้องทำด้วยความระมัดระวัง เพราะว่าโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้าเป็นผู้ที่รับประทานยาประจำตัวอื่น หรือมีโรคประจำตัวอื่น ก็ถือได้ว่าอันตรายได้เช่นกันค่ะ (คุณสุภนันท์) ครับ สำหรับวันนี้ ไม่มีประเด็นคำถามเพิ่มเติมนะครับ คุณหมอเบิร์ดมีอะไรจะฝากทิ้งท้ายไหมครับ (แพทย์หญิงอภิสมัย) ก็อยากจะขอบคุณบุคคลจำนวนหนึ่งนะคะ ที่กำลังช่วยเหลือ ทำให้สถานการณ์คลี่คลายนะคะ อย่างเช่น ขสมก. ตอนนี้ ก็ทราบว่าพี่น้องประชาชนเดือดร้อนนะคะ เพราะว่ามีบางที อยากจะลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ แต่พบว่ารถที่ให้บริการค่อนข้างหนาแน่น ขสมก. ฝากมาบอกนะคะ ว่าตอนนี้เพิ่มความถี่ในการเดินรถ ทั้งช่วงเช้า-เย็น ในช่วงที่มีชั่วโมงเร่งด่วน ที่พี่น้องประชาชน ยังจำเป็นต้องออกเดินทางนะคะ ก็อยากให้เรื่องราวดี ๆ การร่วมด้วยช่วยกัน ช่วยเหลือต่าง ๆ นำเสนอ ศบค. ได้นะคะ แล้วก็เราก็จะนำมาให้พี่น้องประชาชน ได้รับรู้ติดตาม ก็ขอให้ทุกท่านดูแลสุขภาพ ไม่เป็นผู้ติดเชื้อ ถ้ายิ่งกว่านั้นดูแลคนในครอบครัวท่าน ไม่ให้เป็นผู้ติดเชื้อด้วยนะคะ แล้วก็เราจะเห็นยอดผู้ติดเชื้อ แต่ละวัน ๆ ค่อย ๆ ลดลงในที่สุดนะคะ ก็ขอฝากไว้เท่านี้นะคะ ขอบพระคุณค่ะ (คุณสุภนันท์) ครับ ขอบคุณนะครับ ท่านผู้ช่วยโฆษก ศบค. นะครับ แพทย์หญิงอภิสมัย ศรีรังสรรค์ นะครับ มานำเรียนในส่วนสถานการณ์ รวมทั้งเรื่องของมาตรการต่าง ๆ ที่ออกมา เพื่อที่จะช่วยในการลดจำนวนผู้ติดเชื้อ ให้ได้มากที่สุดนะครับ เพื่อป้องกันไม่ได้ประเทศไทยเรา เข้าสู่เรื่องของขั้นวิกฤตินะครับ สำหรับสถานการณ์ COVID-19 ทุกคนสามารถร่วมด้วยช่วยกันนะครับ ลำดับต่อไปนะครับ จะเป็นการแถลงข่าวในภาคภาษาอังกฤษนะครับ เพื่อที่จะสื่อสารทำความเข้าใจนะครับ ไม่ว่าจะเป็นชาวต่างชาติ ที่พักอาศัยอยู่ในประเทศไทยก็ดี ไม่ว่าจะเป็นสื่อมวลชนต่างประเทศ ที่ติดตามทำข่าว ความคืบหน้าสถานการณ์ COVID-19 ในบ้านเราก็ดีนะครับ เรียนเชิญ ท่านณัฐภาณุ นพคุณ รองอธิบดีกรมสารนิเทศ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เรียนเชิญครับ (คุณณัฐภาณุ) สวัสดีครับ [ภาษาต่างประเทศ] สวัสดีครับ (คุณสุภนันท์) ขอบคุณนะครับ ท่านณัฐภาณุ นพคุณ นะครับ รองอธิบดีกรมสารนิเทศ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศนะครับ และทั้งหมดคือการแถลงข่าวจาก ศบค. ในช่วง 11.30 น. วันนี้ สำหรับช่วง 14.00 น. วันนี้นะครับ แน่นอนนะครับ เราจะมาพูดคุยกันนะครับ หลังจากที่เรานั้นต้องเริ่มบังคับใช้ มาตรการที่มีความเข้มข้น เพื่อจะลดการแพร่ระบาด นำมาสู่ผลกระทบในมิติทางด้านเศรษฐกิจ แรงงานหลายคนได้รับผลกระทบ มีคนตกงาน มีคนที่ได้รับผลกระทบ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการลดค่าจ้าง แรงงานต่าง ๆ เหล่านี้จะมีมาตรการ ในการดูแลอย่างไร 14.00 น. วันนี้ กลับมาพบกันกับ "NBT รวมใจ สู้ภัย COVID-19 @ทำเนียบรัฐบาล" นะครับ สำหรับช่วงนี้ ผม สุภนันท์ ฤทธิ์มนตรี พร้อมทีมงานทั้งหมดลาไปก่อนครับ สวัสดีครับ [เสียงดนตรี] [เสียงวีดิทัศน์] (บรรยาย) 3 พฤษภาคม 2564 จากวันนั้นถึงวันนี้ 88 ปี ของกรมประชาสัมพันธ์ ที่มุ่งมั่นสร้างสรรค์ บริการข้อมูลข่าวสาร เพื่อพัฒนาสังคมไทย [เสียงดนตรี]