Accuracy : 36.66%
Insertion : 1222
Deletion : 17063
Substitution : 663
Correction : 12191
Reference tokens : 29917
Hypothesis tokens : 14076
(อาจารย์ธิดารัตน์)อย่างที่บอประเภทอะไรบ้างแล้วแยกเป็นประเภทไหนบ้างนะคะอาจจะเป็นสิ่งที่นักศึกษาใช้งานกันอยู่แล้วณปัจจุบันใกล้ตัวนะคะเราก็จะมาจำแนกประเภทแล้วก็มติกรอบว่าแต่ละประเภทนี้เขาจัดอยู่ในตัวมาตรฐานอะไรนั่นเองนะคะจากรูปภาพราคาอย่างที่บอกไปการสื่อสารนะคะเหมือนอาจารย์พูดหน้าห้องกับนักเรียนนะคะก็ใคร(จะ)เป็นผู้ส่งสารแล้วก็ปลายทางก็จะเป็นนักศึกษาทุกคนเช่นเดียวกันในการสื่อสารในโ(ต)-ัดย(ว)ระบบคอมพิวเตอร์นรา(ะ)คา(ะ)ก็จะมีผู้ส่งและก็ผู้รับนั-้(-่)นเองนะคะC(S)ent(d)erกับReceiverนะคะแน่นอนนะคะการใช้การสื่อสารนะคะในคอมพิวเตอร์ก็ต้องมีอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ถูกไหมคะเหมือนเวลาเราใช้คอมพิวเตอร์อาจจะทำการบ้านนี่หรือว่าส่งFacebookคุยกับเพื่อนนี่มันก็ต้องมีอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ต้นทางกับปลายทางถูกไหมคะที่เราจะส่งข้อมูลหากันดังนั้นคอมพิวเตอร์นะคะของผู้ส่งกพอได(-็จะ)-้อยู่ฝั่งที่ผู้ส่งและก็ผู้รับดังน-ั้นสายที่ใช้ในการสื่อสารอย่างสมมตบูร(-ิ)ณ์ในห้องแล-็ป(บ)ตัวนี้นะท-ี่(คะ)สายที่อยู่หลังเครื่องคอมฯก็พิวเต(จะ)อร์เป็นสายแลนถูกไหนะ(ม)คะที่เป็นเส-้-ี(น)ขาวๆในการเชื่อมต่อนั-้(-่)นเองคราวนี้สื่อกลางนะคะก็คือท(T)ransmisรานสมิทช(s)io-ั่น(n)Mediaตรงนี้ก็จะเป็นสายหรืออากาศที่ใช้ในการสื่อสารข้อมูลระหว่างกันนะค-่ะเราจะมาดูว่าเดี๋ยวขอพบคุ(-ูด)ณไปเมื่อกี้ลืมตามชื่อตัวกลางสื่อสารแล้วก็p(P)hysicall(L)ayerจากที่เรียนไปสัปดาห์ที่แล้วนะคะเราจะมีตัวOSIl(L)ayerนะคะกับTCtcp(P/)IPนะคะมันก-่า(-็)จะมีชัแผ(-้)นที่ล่างสุดก็คือชั้นที่เป็นp(P)hysicalคือมองภาพได้จ-ัะ(บ)ต้องได้นะคะก็ใช้ทำการเชื่อมต่ออุปกรณ์ก็คือชั้นที่เอาสายแลนเสียบข้างหลังนะคะก็จะเรียกเป็นPhysicald(L)enaf(y)eil(r)ในการเสียบแล้วก็ส่งข้อมูลนั่นเองนะคะสายสื่อสารมาตรฐานของเรานะคะอันนี้ก็จะเป็นหลักๆก่อนนะคะณปัจจุบันอาจจะมีการเพิ่มตัว...เพิ่มเติมของตัวฟังก์ชันนะคะของตัวสายสื่อสารขึ้นมานะคะก็จะมีทั้งหมด4อันที่อาจารย์นำมายกตัวอย่างแล้วก็น(เ)อ-ับ(า)มาสอนในครั้งนี้ก็จะมีมาตรฐานเ(1)0Bป็น(A)Sเบ(E)สมาตรฐานi(I)Eeee(EE)802.4มาตรฐานi(I)EEeee(E)802.5มาตรฐานFDfddi(DI)นะคะเดี๋ยวเราจะมาดูแต่ละตัวแต่ละมาตรฐานนะคะว่ามันมีคุณลักษณะที่แตกต่างกันอย่างไรบ้างนั่นเองนะคะเราจะมาดูมาตรฐานIไอ(E)EE-้ที่มันอีตัวแรกของเรา802.3นะคะก็จะเป็นการส่งข้อมูลสื่อสารนะคะทั่วไปของตัวอินเทอรง(-์)เท(น)-็-่า(ต)นั-้(-่)นเองนะคะโดยจะแบ่งเป็นย่อยๆตามนี้พูดง่ายๆมันจะมีตัวอักษรด้านหน้านะคะเพืก็(-่อ)แบ่งเป็นประเภทแล้วก็ตัวเลขหรือว่าตัวสอน(-ั)กอยู(ษร)-่ด้านหลังนะคะเพื่อแบ่งเฉพาะรายละเอียดลงไปอีกอย่างตัวแรกนะคะ10BASEdespite(5)หรือว่าตัวOriginal802.3นะคะก็จะเป็นการสื่อสารพโปร(วก)อินเต(ท)อร์เน็ตทั่วไปนะคะค(ถ)-ัดมาอันที่210BASเบส(E)2หรือว่าCheapernetนะคะอันที่3ว(1)BASE5ST-ันปิดไฟt(A)RLalad(AN)อันที่41N(0)BASE-Tและอันสุดท้าย10Bเป็น(A)SEเบสP(36)CXหรือว่าตัวBroadbaบอร์ดแบนด(nd)-์นะคะอันนี้เราจะไม่ได้ลงลึกไปทั้งหมดจะเลือกมาแค่บางตัวมาตรฐานนะคะเพื่อระบบ(-ุ)แต่ลง(ะ)ตัวที่มันใกล้ตัวแล้วก็คิดว่านักศึกษาน่าจะได้ใช้งานนะคะในชีวิตจริงนี่มากที่สุดนั่นเองนะคะเดี๋ยวเรามาดูตารางนะคะของตารางสายมาตรฐาน10Bเป็นเบ(ASE)สของเรานะคะดูง่ายๆนะคะของเรานี่จะมีสายที่เราใช้งานส่วนมากก็จะเป็นถ้าในห้องแเ(ล)-็รา(บ)ก็จะเปด-ิ(-็)นสายแลนถูกไนะ(หม)คะในการสื่อสารสีเข-ียวขาวๆของเราใช้สาซะ(ย)แลนก็จะแบ่งประเภทอีกว่าเป็นแลนแบบไหนมีสายที่มันคลุมเปใ(-็)นการป้องกันการรบกวนการ(-ัน)ของสัญญาณหรือเปล่าแล้วก็มีสายโ(C)oaxคแอก(i)alเชียลนะคะ2แบบตรงนี้นะคะแล้วก็แบบบิ(มี)ดเกลียวแล้วก็ไม่บิ(มี)ดเกลียวอีกมันก็จะแยกเฉพาะของสายหลวงพ่(ไป)ออ-ีกว่ามีประเภทอะไรนะคะอันนี้ก็จะเป็นลักษณะตารางให้มาดูความเปรียบเทียบนะคะวคง(-่า)จะมีสายโคแอกเชียลแล้การ(ว)ที่ต่างกันก็คือจะเป็นเทคนิคการส่งอันนี้มันจะแยกประเภทลงไปอีกนะคะว่ากรณีเราส่งนี่ส่งเป็นแบบไ(ว)-ิปท(ธ)-ี-่ไหนใช้ความถี่นะคะเ(ใ)ช-็(-้)คค-่าความถี่ไหมเ(ห)ร-ือว่าเป็นช่วงเวลาไหมนะคะอัตราความเร็วอยู่ที่เท่าไรแล้วก็ระยะทางนะคะสูงสุดที่สามารถส่งตัวข้อมูลไปได้โดยไม่ต้องใช้ตัวกระจายสัญญาณหรือว่าตัวเพิ่มสัญญาณขึ้นใหม่อีกรอบหนึ-่งอันท(น)-ี-้จ-่(ะ)เป็นตารางเ(ค)รข-้(-่)าวๆให้ดูนะคะเพราะว่าถ้าจะเรียนละเอียดก็คือเราจะต้องเรียนตั้งแต่เด็(ทค)กใน-ิคการส่งสัญญาณของแต่ละตัวแล้วก็ไม-่ร(าด)-ู-้ประเภทอีกนะคะอันนี้จะเป็นตารางสรุปรวมให้ดูก็แล้วกันนะคะเดี๋ยวให้นักศึกษาไปจำเอานะคะว่าตัวไหนที่ให้นะคะระยะทางสูงที่สุดนะคะเอาสังเกตง่ายๆนะคะสายแลนกับโคแอตัว(ก)เข(ช)-ียว(ล)นี่โคแอกเข(ช)-ียว(ล)จะให้การส่งสัญญาณที่ระยะทางที่ไกลกว่านะคะเราจะมไป(า)ดูตรงตารางพ(ต)ร-ุ่งนี้ได้อยู่ที่3,600นะคะก(p)ermete-ิโลเมตร(r)อัตราความเร็วนะคะ10MB(b)pเป(s)-ิดศึกในการส่งข้อมูลนะคะแล้วก็จะมีตัวรูปแบบเท-ี(ค)น-่มี(-ิค)การส่งนะคะเป็นDPSKb(น)ะคpsk(ะ)มันก็จะแยกประเภทลงไปอีกนะคะอัห(น)น-ี้-ู(ย)กตั-็(ว)อย-่าก(ง)เปรียบเทียบมาให้ดูเบื้องต้นก่อนถัดมานะคะมาตรฐานIie(E)Eee(E)802.4นะคะเป็นการมาตรฐานแบบTokenBบาท(us)เป็นการสื่อสารอยู่3แบบBroadbaบอร์ดแบรน(nd)ด์นะคะCche(ar)riyl(e)Brbandแล้วก็สายไ(F)ibeฟเบอ(r)Opร์อ(t)iอฟ(c)ติกเราเรียนเครือข่ายมาแล้วใกล้(าร)เชื่อมต่อพวกBuบัต(s)รพวกRiล-ิง(ng)น่าจะได้เรียนมาแล้วนะคุ้นๆไหมหรือว่าคืนคืนอาจารย์ไปหมดแล้วเข้าสายแลนเดี๋ยวก็จะ...ไ(เ)ด-ี๋ยวก-้มัน(-็)จะได้คุ-้นๆนะคะBroadbณคุณบอร์ดแบน(and)ด์เป็นสายโคแอกเชียลไม่แน่ใจว่าในแล็าRap(บ)ตัวเครือข่ายเราได้มีได้ดูสายCโค(o)aแอ(x)กซ์ก-ันหรือเปล่าได้ดูไหมอ๋อเรียนออนไลน์โอ-๋เค(อ)โอเคๆไม่เป็นไรเดี๋ยวๆเดี๋ยวจะมีในสไลด์ให้ดูนะคะจะมีการส่งสัญญาณที่แตกต่างกันพูดง่ายๆว่าจะไ(เ)ป-็นสายแลนสายโคแอกซ์หรือสายไฟเบอร์นี่เขาสามารถที่จะมีการส่งสัญญาณที่อัตราความเร็วที่แตกต่างกันได้แตา-่(ม)อุปกรณ์ที่ครับแล้วก็ส่งด้วยเช่นเดียวกันนะคะแล้วก็ช่องทางBandwiบัณฑ(d)t-ิต(h)นะคะBandwidtไม่ม-ี(h)ก็คือช่องทางที่สามารถจะส่งข้อมูลไปเข้าใจคำว่าb(B)andwidthอยู่นะความกว้างบนถนนเหมือนถนนในการ-ัน(…)เวลาเราขึ้นถนนไปปลายทางนี่Bandwidthก็คือความกว้างของถนนที่เราจะส่งข้อมูลไปก็เหมือนรถนี่มันขี่ได้กี่คันในถนนเส้นหนึ่งก็คือมันกว้างเยอะขนาดไหนในการส่งข้อมูลไม่งงนะหม(งง)-ูให้ถามนะคะท(ถ)-ัก(ด)มาแ(C)arrierbค่รีแบรนด์(and)นะคะก็คือเป็นBroadbandก็คือตัวข้างบนนี่ช่องทางเดียวนะคะมีช่องทางเดียวต่อ1สายเหมือนถนนน่ะมีเส้นเดียวเอารถสามารถขับได้แค่คันเดียวเหม-ื-ั(อ)นขับอยู่ในซอยไม่งงนะราคาสายจะถูกลงเพราะความกว้างมันก็b(B)andwidthก็จะน้อยลงนะคะแล้วก็สามารถเลือกอัตราความเร็วได้ว่าจะขี่เหมือนเราขับรถเนี่ยจะส่งที่อัตราความเร็วเท่าไหร-่อันนี้ก็จะมีสามารถส่งได้ที่ส่งอัตราความเร็วที่เราเลือกได้นั่นเองนะคะว่าเราจะสามารถส่งที่ความเร็วเท่าไหร-่นั่นเองอันที่3ก็จะเป็นFiberOpticนะคะที่เอามานะคะใช้แทน2ตัวนี้นะคะอัตราความเร็วแ(เ)รล-้(า)วก็จะเห็นว่าFiberไฟเบ(จ)ะมอร-์(-ี)อัตราความเร็วที่มันสูงขึ้นนะคะมันก็จะเป็นสายแลนโคแอกเท(ช)-ี-่ยลนว(ะ)คะแล้วก็ไฟเบอร์ตามคุณภาพของตัวสายส่งแล้วก็สามารถใช้กับแบ(ล)รนด์ในเครือข่ายอันนี้ข้ามไปก่อนแล้วกันPassivพลาสติก(e)กับActiveSTARนะตา(คะ)ก็คือใช-้ได-้กับตัวเครือข่ายของเราได้นั่นเองนะคะโอเคTokenBusข-ึ(อ)-้นมาส่งเราก็จะมี3แบบนะค-่ะหรือถ้าเรามาทำเป็นตารางสรุป2อันนี้เป็นตัวที่เป็นโคแอกเชียลอันนี้เป-็นไฟเบอร์ออปติ-็นFiberOptic(ก)อย่างทอ-ัน(-ี่)บอกไปไฟเบอร์จะให้อัตราความเร็วที่ในการส่งที่ค-่อนข้างสูงที่สุดนะคะแต่ว่าข้อดีข้อเสียของแต่ละว(อ)-ันก็จะแตกต่างกันไปนะคะเดี๋ยวเราจะมาพูดแยกแต่ละประเภทอีกว่าค(C)oวร(a)xiเท-ี่(al)ยวนี-้(-่)ข้อดีอะไรข้อเสียอะไรไฟเบอร์อบ้าง(อฟ)ติด(ก)ข้อดีอะไรข้อเสียอะไรนั่นเองนะคะอันนี้ก็คือเทคนิคการส่งสัญญาณปกติโคแอกเชียลนีติquestionnaire(-่)จะมีค-่(ว)ามคว(-่)าตัม(ว)ต้านทานที-่อยู-่75โอห์มค่าความต้านทานคืออะไรในกรณีที่เราใช้จส(-่)ายส่งที่เป็นทองแดงนี่เหมอ(-ื)อนสเตอร์ไซ(าย)ค์ไฟนี่มันจะมีค่าควาข(ม)ตองป(-้)านระธ(ท)านเวลาเราส่งพวกไม่หนู(ว่า)จะเป็นเสียงนะคะหรือว่าถ้าเป็นสายไฟมันก็คือกระแสไฟฟ้าม-ัาก(น)จะมีค่าความต้านทานนะคะที่สามารถที่จะคำนวณมันว-่า(ก็)จะมีคำนวณค่าอีกว่ากี่โอมห์มแล้วมั(ก็)นส่งได้เท่าไหร-่นะคะคราวนี้เทคนได(-ิ)คใ-้ม-ี(น)การส่งสัญญาณนะคะมันก็จะมีหลายแบบเอ(AM)-็มก็จะเป็นAa(m)pt(l)itudem(M)odtiv(ul)ationนะคะPulseนะคะหรเผาห(-ื)อวนู(-่า)จะเป็นFreรีเ(q)uenจนซ-ี่(cy)อันนี้ก็จะเป็นรูปแบบเทคนไม่มี(-ิค)การส่งสัญญาณอีกนะคะคราวนี้เราเรียนเล่(ป็)นภาพรวมนะเราไม่ได้เรียนเป็นรายละเอียดลงเ(ล)-ึร-ื(ก)-่องของเทคนิคการส่งสัญญาณนะคะอาจารย์จะขอไม่ได้อธิบายละเในน(อ)-ีย-้(ด)ทั้งหมดนะคะมันเดี๋ยวจะมีชื่อการส่งสัญญาณเทคนิคBroadbandCarrierbandแล้วกa(-็)ไฟเบอร์ออฟ(ป)ติกนะคะเราก็จะเป็นอัตราความเร็วที่สามารถส่งได้นั่นเองก็จะเห็นว่าตัวไฟเบอร์นี่จะดีที่สุดนั่นเองระยะทางนะคะถ้าเป็นFiberOpticน-ี(ะ)-่คะที่ความเร็วนะคะมากที่สุดนี่กม-ั(-็)นจะได้ระยะทางที่สูงที่สุดแต่พอดีตอน(-ัว)นี้ม-ัา(น)ไม่ได้ปรับแก้น-่ะค-่ะถัดมาถามได้นะอันไหนงงต(ถ)-ัดมาเป็นมาตรฐานอ(I)Eธ-ิบ(EE)ดี802.5นะคะ802.5ก็จะเป็นสายคู่เกลียวตามชื่อนะคะใสา-่(ย)คู่เกลียวแบบชีลunshi(ด์)eld2ลักษณะก็คือสามารถส่งที่อัตราความเร็วที่1และก็4m(M)bpsเป็นLAไร(N)แล้วก็Tท-ุ(o)ken-Riกข์เห็นล(ng)-ิงถ้าเป็นBบาส(us)ก็คือเป็นสายแล้วก็อุปกรณ์ต่อเสียบเข้าไปในตัวสวิตช์หรือHubหรื50(อ)RouterนะBusนึกไม-่(อ)องง(ก)นะถ้าเป็นRinลิง(g)ก็คืออุปกรณ์ทุกตัวต้องต่อเชื่อมกันเวลาถ้าอันไใ(ห)นร(ล)-่มก็คือจะล-้(-่)มทั้งระบบคุ้นๆนะคุณ(-้)น-่(น)ะไม-ี(-่)ค-ุ้นถามได้นะอีกมาตรฐานหนึ่งที่เราเอามาใช้ก็คือจะเป็นมาตรฐานของIib(B)MIBmibm(M)ก็จะเป็นพวกบริษัทที่ผลิตเกี่ยวกับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์นะคะในระบบเครือข่ายด้วยต่างๆโทรคมนาคมนะคะการสืศ-ัน(-่อ)สารน-ี(เ)ขย-์(า)ก็จะมีเร-ื่-ียก(อง)2แบบก็คือแบบไม่ม-ีช-ีลดคิว(-์)แล้วก็แบบมีช-ีลด์แล้วก็จะม-ิวใน(-ี)อัตราความเร็วในการส่งข้อมูลด้ลูก(วยเ)ช-ิ(-่)-้นเดียวกันนะคะเดี๋ยวเราจะไป(มา)ดูตารางน(ถ)-ัดมานะคะที่ใช้เปรียบเทียบอันนี้ก็จะเป็น802.5นะคะคู่มีเกลียวแล้วก็ของตัวIibm(BM)ก็จะแบ่ม-ี(ง)มีเกลียวแล้วก็ไม่มีเกลียวบางคนจะสงสัยว่าสายส่งสัญญาณถ้(ทำ)าไม-่มีทั้งแบบคู่มีเกลียวแล้วก็ไม่มีเกลียวกรณีที่มันมีตีเกลียวกัน(บ)เพื่อลดสัญญาณรบกวนนะคะปกติเวลาเราส่งสัญญาณข้อมูลนี่มันก็จะเป็นสายที่มันนคู่ขนานกันไปเรื่อยๆนะคะถAm(-้)ามีeric(ก)าan(ร)คู่ตีเกลียวขึ้นมาใน-ี่ก-็จาร(ะ)ช่วยลดสัญญาณรบกวนระหว่างช่องสัญญาณที่อยู่ข้างๆนั่นเองนะคะในการส่งข้อมูลอันนี้ก็จะเป็นเทคนิคนะคะแล้วก็จะเป็นอัตราความเร็วและก็จำนวนr(R)epeaterจำนวนr(R)epeaterก็คือกรณีเราส่งสัญญาณข้อมูลนี-้(-่)เข้ามานะคะแล้วสเป็นหย-ัญญาง(ณ)ข้อมูลนี-้(-่)เราสามารถส่งได้ที่ระยะทางเท่าไรนะคะมองภาพง่ายๆเวลาเราส่งให้มองภาพง่ายที่สุดถ้าเราน่าจะเข้าใจนะก็ท-ี่(จะ)เป็นแบบองค์การโทรศัพท์ถูกไหมคะมันก็จะมีชุมสายทุกที่เครือข่ายอินเต(ท)อร์เน็ตก็เหมือนกันก็จะมีจุดพักสัญญาณเช่นเดียวกันนะคะไม่ว่าจะเป็นTOTท(3)Broรีบอ(a)dbร์ด(a)nแบ(d)นด์นะคะCat(AT)Telecomอะไรต่แ(า)งบบ(ๆ)นี-้(-่)มันจะมีชุมสายในการกระจายสัญญาณเช่นเดียวกันว่าเราส่งสัญญาณมาถึงรขน(ะ)าด-ับนี้แล้วต้องมีตู้พักกระจายสัญญาณที่จุดไหนเพื่อจะทำการทกด(วน)สัญญาณเพื่อให้สัญญาณมันอ(ช)-ัพ(ด)เดท(จน)แล้วก็ส่งไมา(ป)ยังปลายทางได้ครบข้อมูลที่จากะพ(ผ)-ูดอ(-้ส)ย-่างนั-้(-่)นเองนะคะอันนี้ไม่ได้ระบุตัวReL(p)eit(a)tlerเข้ามานะคะตัวระยะทางอันนี้ก็ตัคือจำนวน(R)repeaterที่สูงสุดนะคะที่เราสามารถส่งนะคะอัตราความเร็วแล้วก็ที่จะต(ท)-ัวนสัญญาณนะคะให้ถึงปลายทางได้านน-ั-้(-่)นเองถัพ(ด)ม-่าตัวที0(-่)3ของเรามาตรฐานFfd(D)Ddi(I)นะคะตามชื่อก็จะเป็นไ(F)ibeฟเบอร(rD)-์distributedDataInterfaceนะคะก็จะเป็นโปรโตคอลนะคะของตัวแท(ล)นนะคะก็คือLocโลโก้alAreaNetworkของเรานะคะแบบToken-Ringมีอัตราค(ก)วาม(ร)ดันส่งข้อมูลที่100m(M)bpsมันก็จะเยอะกว่าเมื่อกี้ถูกไหมอันนี้ก็จะเพิ่มขึ้นนะเป็น100นะคะเราก็จะมาดูตารางนี่อัตราความเร็วมันจะเพิ่มขึ้นนะคะแต่เทคไม-่(น)-ิม-ี(ค)สัญญาณในการส่งนี่จะตงกำลั(-่า)งออกไปf(F)Dddi(DI)จากชื่อก็ตัวFก็จะย-ัง(-่อ)มาจากตัไฟ(ว)Fibเบอร์(er)อย่างที่บอกไปไฟเบอร์จะส่งสัญญาณได้ระยะไกลกว่าแล้วก็สัญญาณดีกว่านะคะr(R)epeaterแล้วก็ระยะทางระหว่างr(R)epeaterนะคะทถ-ู(-ุ)ก200เมตรก็จะเป(มี)-็นตัวReli(p)emi(a)ted(r)เพื่อทวนสัญญาณทำให้สัญญาณนี่ชัดเจนยิ่งขึ้นนั่นเองงงกันไหมถ้าเงียบๆอาจารย์ถือว่าเข้าใจนะถ้าไม่เข้าใจยกมือถามได้นะคะคราวนี้เราจะมาดูประเภทตัวกลางสื่อสารประเภทของมันก็จะมีแบบWirFi(e)ก็คือมีสายWirelessก็คือไม่มีสายนะตามชื่อเลยก็จะมีสายแบบไหนบ้างTwisted-pairก็คือพันธะคู่ตีเกลียวCoaxialFเที่ยว(i)berOpticแล้วก็ไฟเบอร์ออฟติกFreeSpaceFreeSpaceก็พวกอากาศที่เราส่งสัญญาณไปหากันอย่างพวกWi-Fiนะคะหรือว่าใช้สัญญาณดาวเทียมนะคะAntennaเจ็บหน้(ต่)าอ(ง)กๆก็จะอยู่ในประเภทนี้เป็นUnอ-ั(g)uiนไก(d)eด-์(d)นะคะเรามาดูต่อสายสื่อสารนะคะแบบใช้สายน(ท)ะคะพ-ี่มีท่อนำเ(ท)มื-่อนำก็คืน(อ)มีอุปกรณ์เหมือนพาเรามีถนนเดินทางไปนะคะก็จะมีการเชื่อมอุปกรณ์นะคะจากต้นทางไปยังปลายทางอุปกรณ์หนึ่งไปยังอณ-์1(-ีก)อุปกรณ์หนึ่งนะค1(ะ)โดยมีTwisteทวิสแพ(d)-pairCร์โคแอก(o)axiเชียล(al)แล้วก็Fibไฟเบ(e)rOpticกอร์ออฟติก(-็)คือจะเป็น3สา(อ)ม-ัญ(น)ที่พูดไปอยู่ฝั่งขวาที่มันจะเป็นWireนะวาย(คะ)เดี๋ยวเราจะมไป(า)ดูอ-ันะไ(แ)รกของเรานะคะที่มีสายส่งของอุปกรณ์ตัวใสา-่(ย)คู่พันเกลียวนะคะอย-่างเหมือนสายLANสมมอเตอร์ไซค์lanzaหมติดแล(เ)ร-้ว(า)แกะออกมาจะเห็นว่ามันจะตีเกลียวคู่กันNetworเ(k)น-็ตห-่วยมากจะได้เรียนแล้วอันนี้อาจารย์เขาน่าจะสอนInsulatorก็คอนอินซูเลเต(-ื)อร์อุปกรณ์ที่เป็นฉนวนหุ้มของตัวสายทองแดงที่อยู่แต่ละคู่นั่นเองนะคะเดี๋ยวเราดูต่อนะสายคู่ตีเกลียวจะมี2อันUTอยู่ที่PกับFC(ST)Py(U)ouก็คือUnshieldedSคืuns(อ)ShieldedUShieldfwbedก็คืหิวข้าว(อ)ไม่มีตัวเขาเรียกเป็นตัวหุ้มอีกรอบหนึ่งเพื่อช่วยลดสัญญาณลดทอนนะคะSstp(TP)ก็จะมีตัวสายต(ห)-ุ้มตรงนี้อีกอันหนึ่งตัวนี้รา(นะ)คา(ะ)ลักษณะกเข(-็)าจะต่างกันสายLANของเราก็จะเป็นส่วนมากจะใช้เป็นUutp(TP)ธรรมดาที่อยู่ในห้องแล-็ป(บ)นะคะถ้าไม่ใช่อุปกรณ์ที่ต้องการส่งข้อมูลแล-้วไมะ(-่)มีสัญญาณรบกวนนะคะถ้าต้องการแบอ(บ)กว่ามีตัวShs(i)ett(ld)ingหรือว่าตัวป้องกันสัญญาณรบกวนนะคะก็จะเป็นตัวSTstp(P)ของเราอันนี้ก็จะเป็นลักษณะของสายแลน(LAN)ที่เราเห็นใช้ทต(-ั)-่อ(ว)ไปก็จะเป็นตัวนี้นะคะเข้าสายน่าจะเรียนมาแล้วนะโอเคเรียนมาแล้วเแป(ร)ากลว่า(-็)จะรู้ว่าเข้าสายด้วยคู่ไหนเป็นต่อตรงต่อCค(r)oรอส(ss)ถูกนะสลับสายกันอย่างไรสีอะไรอันนี้เป็นShieldช-ิว(ed)แล้วก-็Unshiel-ันช(d)e-ิว(d)มันจะเป็นเหมือนFoilน่ะฟอยป(ต)-้องกันไว้อีกรอบหนึ-่งนะคะแต-ั(-่)ว-่าทั่วไปนี่ที่เราใช้นี่ไม่ค่อยเห็นนะคะมันก็จะใช้กับอุปกรณ์ช(ท)-ี-้(-่)เฉพาะนิดหนึ่งแล้วก็ราคาก็จะเพิ่มขึ้นอันไหนที่มันมีคุณภาพดีกว่าแน่นอนค่ะราคาก็จะสูงขึ้นประสิทธิภาพกค(-็)ดียิ่งขึ้นตามไา(ป)ด้วยนัต(-่)นเองนะคะไม่ไปอันนี้ก็จะเป็นสายนะคะคู่ตีเกลียวของเรานะคะโดยจะมีทั้งหมด4คู่นะขาว-ฟ้าฟ้าขาว-ส้มส้ๆ(ม)ขาว-เขียวเขียวขาว-น้ำตาลน้ำตาลนะคะก-็ตาระ(ม)ต-ุ้(-ัว)นย-่อดตัวนี้นะคะก็จะสามารถส่งข้อมูลได้ระยะทางที่ไม่ค่อยไกลสักเท่าไหรแล้วก็จ-่(ะ)เหรี(-็น)ยญว-่-ัดเ(าต)อามอุปกรณ์ตามห้องนะคะที่ระยะทางที่ไม่ค่อยไกลถัดมาอันนี้ก็พูดไปแล้วนะ4คู่8เส้นคราวนี้นะคะถ้าเราจะมาพูดถึงการกำหนดปลายสายก็คือในกรณีที่เราต้องการต่ออุปกรณ์ข(2)องอ-ุปกรณ์จะเป็นคอมฯกับSwiสวิตช์(tch)นะคะคอมพิวเตอร์กับคอมพิวเตอร์นี่เราจะใช้การต่อสาย15(ใน)รูปแบบไหนนะคะมันจะมีอยู่2รูปแบบt(T)568a(A)กับt(T)568b(B)2ลักษณะนะคะเดี๋ยวมาดูรูปแบบแรกของเรานะคะต่อตรงตามตรงชื่อตรงๆเลยไม่ได้Crosคอส(s)กันนะใค(ก็)รจะเป็นT5:00น68Bการเข้าสาย2ฝั่งแต(จะ)-่สีเดียวกันนะคะเริ่มจากขาว-ส้มส้มๆ(-)เขียวขาว-ส้มส้มขาว-เขียวน้ำเงินขาว-น้ำเงินเขียวดำขาว-น้ำตาลน้ำตาลนะคะอันนี้ก็จะเป็นสายที-่ต-่อหัว2อ(ก)-ัน2ฝั่งเหมือนกันนะคะสีเหมือนกันทั้ง2ฝั่งอันนี้ก็คือการต่อตรงขาว-ส้มส้มขาว-เขียวน้ำเงินขา-ั(ว)น-้ำเงินเขียวขาว-ั(-)น-้ำตทอง(าล)น้ำตาลจะเหมือนกันทั้ง2ฝั่งโอเคนะพื้นฐานต่อสายต้องทำได้ตัวเคย(อง)เรีล-่(ย)นคอมฯจำได้ต้(ท่)องได้ต่อตรงโอเOKจ(คท)-ำได้ใช่ไหมต่อได้แต่วเพร(-่)าะต้องTเ(e)sทส(t)แล้วมันผ(อ)-่านอยู่ใช่ไหมโอOK(เค)แปลว่าให้เขียนสายตรงสายCrosครอส(s)ไลราย(-่)ได้แ(ไ)ดละ(-้)ถูกโอเคโอเคถOKOKจ-ัดมาผ(ถ)-ัดมาเมื่อกี้ก็คือสายตรงก็คือการต่ออุปกรณ์คอมพิวเตอร์ไปยังSwitchRouterต่างๆนะสอง(คะ2)ฝั่งจะเข้าสายลักษณะเดียวกันไล่ลำดับสีเหมือนกันนะคะอุปกรณ์ที่ใช้ในการต่อน่(ก็)าจะเป็นพวกHครั(ub)บกับคอมพิวเตอร์ก็คืออุปกรณ์ที่มันต่างกันนะคะSwitch-คอมพิวเตอร์Router-คอมพิวเตอร์หรือจะเป็ว่า(น)สวิตซ(ช)-์ก็ได้เช่นเดียวกันเหมือนในห้องแล-็ปแ(บ)เล-้ว(รา)นะก็จะมีคอมฯกับSwiสว(t)c-ิส(h)SwitchSwitchอยู่ตรงนี้ใช่ไนะ(หม)คะก็ต่อลากสายเข้าหากันแต่supp(ละP)ortนะคะแต่ละITPจ(ถ)-ัดมาสายไฟเมื่อกี้จาะ(ก)ขาว-ส้มส้มๆจะเลื่ด-้ง(อน)ขึ้นมาเแล้(รา)วจะสลับกัน3ตัวแรกและป(ก)ล-่อย(น)ตัวลำดับสุดท้ายก็คือตัวที่6มี123แล้วก็ตัวที่6ที่สลับสีนะคะเมื่อกี้จะเป็นข-่าว-ส้มส้ๆ(ม)ใช่ไหมคะอันนี้ก็จะเป็นเขาว-เขียวเขียวข-่าว-ส้มส้มน้ำเงินขาว-น้ำเงินส้มขาว-ค-ั(น)-้-ำตาน(ล)น้ำตาลแล้วฝั่งเด-ีย(-ิม)วก็จะเป็นเหมือนเดิม2ฝั่งจะไม่เหมือนกันในการเข้าหัวก็จะเป-็ฏ-ิ(น)บัติลักษณะแบบนี้ต-ัอน(ว)นี้จะแถม(ทน)ด้วย568Aถ้าสีที่ขึ้นด้วยข-้าว-ต(ส)-้มจะเป็น568BโอเคนะโอOK(เค)อุปกรณ์ในการเชื่อมต่อของเรานะคะของใสายCro-่ข้(ss)อนะคะก็คือลักษณะก็เหมือนการต่ออุปกรณ์กับอุปกรณ์ห-่างกันจะ(-ำ)ไม่ง่ายๆเลยนะคะอย-่-ั(า)งค(H)uร-ั(b)บกับHubSwitchกับSwitchหรือว่าส(S)wiวิต(t)cช-์(h)กับฮ(H)u-ับ(b)หรือคอมพิวเตอร์กับคอมพิวเตอร์นั่นเองนะคะก็คือสามารถที่จะโอนถ่ายข้อมูลหากันในกรณีที่เราใช้ในกรณีไหนสมมุติเรามีข้อมูลในคอมพิวเตอร์ต้องการที่จะโอนใส่ข้อมูลในคอมพิวเตอร์แล้วเราไม่มีWirelessw(W)irelessพังนะคะระบบเครือข่ายพังแ(ง)ล้วเราสามารถใช้สายเชื่อมต่อระหว่าบบข(ง)อุปกรณอง(-์)ทั้ง2อันแล้วก็ทำการโอนย้ายข้อมูลระหว่างกันได้นั่นเองนะคะโอเคนะสายCrossอันนี้เดีอ(-๋)ยวผ-่านพ(เ)ลา(ย)ดแล้วกันนะมันละเอียดเกินไปนะคะมันจะเยอะอันนี้ก็จะบอกลักษณะของประเภทของu(U)Ttp(P)ก็คือUnst(h)ieldedก็คือสายที่เราใช-้เมื่อกี-้นั-้(-่)นล่เอง(ะ)ค่ะถัดมาอันนี้ใ(เ)คร(ย)เข้าสายแล้วน่าจะรู้ว่าRrj(J-)45นะคะตัวผู้ตัวเมียนะคะตัวเมียตัวผู้ของเรานะคะเราจะเห็นพวกทองแดงนะคะที่เชื่อมมานะคะเขท-่(-้)ากับตัวหัวเพื่อให้อุปกรณ์กับตัวสายส่งสัญญาณนี่สามารถที่จะเชื่อมต่อเข้าหากันได้นั่นเองนะคะท(ถ)-ั-ำไ(ด)มาจะมาพูดถึงประสิลัดข(ทธ)-ิกภาพนะคะของสายUnst(h)ieldedของเราหรือว่าอ(U)Tย-ู(P)-่ที่พี่ของเรานะคะตัวนี้นะคะก็จะเห็นว่าDBเดป(ซ)-ิเบลกับกิโลเมตรGaugeDiameterอ๋อดกม.OKได้แมนชั่นความถี่นะคะที่ใช้นะคะมีความถี่เยอะนะคะมันก็สามารถที่จะส่งระยะทางนะคะร(ต)-ับ(ว)ส่งข้อมูลได้เพิ่ส(ม)มากขึ้นน-ัค(-่)รงานเองบอ(จา)กร(ต)-ัวเก-่าเลยอันนี-่(-้)เป็นดูภาพรวมคร่แล-้(า)วเ(ๆ)ข้าแล้วกันนะคะเมื่อกี้ไปที่สายทองแดงอันแรกของเราแล้วนะคะสายCrossของเราสายตรงของเรานะคะถัดมาจะเป็นสายโคแอกเชียลโคแอก-๋วยเต(ช)-ี-๋ยว(ล)ข้างในก็เป็นทองแดงเหมือนกันเหม-ื-ั(อ)นตัก-็(ว)สายแล-้(น)วก็เป็นทองแดงเหมือนกันรวมถึงสายไฟบ้านเราก็ทองแดงเหมือนกันความต้านทานก็จะมีเหมือนกันเป็นอุปกรณ์สื่อสารหรือว่าส่งพวกกระแสไฟฟ้านะคะมันก็จะดูจากวัสดุนั่นแหละนะคะเวลาคำนวณพวกค่าต้านทานนะคะผู(พว)-้กโอห์ง(ม)ต่างๆขอ(ก็)ดูตัวภายในที่ใช้ในการส่งสัญญาณโคแอกเชียลนะคะก็จะเป็นอุปกรณ์ตัวที่2ที่ใช้ในการส่งสัญญาณในรูปแบบมีสายของเรานะคะด้านในสุดจะเไม(ป)-็น-่ต-้(ท)องเ(แ)ด-ิ(ง)นนะคะInnercDonductorนะคะแล้วน-่า(ก็)จะเป็นIi(n)sulatorก็คือพวsuzudeca(ก)ตัวปกคลุมต่างๆมันจะมีทั้งพลาสติกนะคะแล้วก็จะมีเหล็กสาร(น)นะคะเป็นดั(แบ)บพวกทองแดงนะคะสานอีกรอบหนึ-่งแล้วก็จะมีพลาสติกหุ้มอีกรอบหนึ-่งแล้วก็จะมีท่อที่ใช้ในการส่งอส-ิน(-ีก)ค้ารอบหนึ-่งนะคะเดี๋ยวเราจะมาดูรูปภาพจริงกันดีกว่าบางคนอาจจะมองภาพไม่ชัดเจนนะลักษณะแบบนี้นะคะการเข้าสายก็จะยากกว่าการเข้าสายแบบrj(RJ)-45นะคะอุปกรณ์หัวต่อชิ้นกเข(-็)าจะแพงกว่าRJ-45ตามลำดับนะอ-ัะ(น)ไหร(น)ที่มันคุณภาพในการส่งค่อนข้างเยอะนะคะการเข้าวสาร(ย)ก็คือจะเริ่มตั้งแต่ทำการตรงนี้นะคะจะเอามันจะมีหัวทองแดงเข้ามาให้เราย้ำสายก่อนนะคะแล้วก็เอาตัวค-ั(อ)นเล(น)-็กต์เป็นBvsc(NC)หรือว่าแล้วแต่ประเภทนะคะของตัวสายโ(C)oaxคแอกซ์เข้าสใจ(าย)อีกรอบนะคะแล้วก็ทำการปิดป้องกันในกรณีที่อาจจะมีพวกความชื้นหรืออะไรเข้ามาเขาก็จะมีพลาสติกที่ไว้ทำการครอบคลุมอีกรอบหนึ่งเขาเรียกข้อหดนะคะในการท-ี่จะคลุมตัวหัวต่อนี่ให้ยึดติดกับตัวสายนี่ให้มั่นคงพูดง่ายๆนะคะมันก็จะมีแบบผอมนะคะThinกับThickก็คือผอมแบบแล้วก็หนาขึ้นนั่นเองนะคะอันนี้ก็จะเป็นลักษณะของตัวขนาดที่บอกที่4มิลลิเมตรแล้วก็10มิลลิเมตรนั่นเองสายโคแอกเชียลก็จะมีหลากหลายประเภทอีกเหมือนกันนะคะตามอุปกรณ์ด้วยตามยี่ห้อตามประเภทที่ใช้นะคะนั่นก็คือสายของเราคราวนี้เมื่อกี้เราต่อสายแลนไปเรียบร้อยเราดูถึงRJ-45นะคะถ้าเป็นสายต่อที่เป็นของโครแอกเชียลจะเรียกว่าBNCConnectorตรงนี้เวลาเชื่อมต-่อกับอ-ุปกรหดน(ณ)-์ะค(จ)ะใชน(-้)การหมุนเพื่อท-ี(ใ)ห้มันลงล็อกนะคะเพื่อจะยึดอุปกรณ์ไม่ให้หลุดนั่นเองตัวBNCของเราก็จะมีหลายประเภทก็เหมือน3ประเภทง่ายๆเหมือนเราจะต่อท่อประปาถ้าอยู่บ้านเคยต่อท่อประปาเองหรือเปล่าท่อประปามันจะมีอะไรบ้างโมหัวธรรมดานะมันเป็นหัวที่ต่อสำหรับให้อันนี้เรียกว่าตัวผู้แล้วกันนะอันนี้จะเป็นพวกตัวเมียที่ไปConnectนะคะก็จะมีT-Connectorก็จะเป็นรูปตัวTที่จริงจะมีตัวI-Connectorด้วยนะคะแต่พอดีไม่ได้มีรูปในนี้นะคะแล้วก็Terminatorก็คือเวลาปิดเหมือนเวลาเราต่อท่อประปาก็จะมีทั้งตัวTตัวIแล้วก็ตัวที่ปิดท่อไม่ให้ทำการส่งสัญญาณไปนั่นเองนะคะอันนี้ก็จะมีGroundwireในกรณีที่เกิดไฟรั่วทั่วไปแน่นอนอุปกรณ์ไฟฟ้าอุปกรณ์โทรคมนาคมทุกอย่างนะคะต้องมีไฟในการสื่อสารหรือว่าใช้ไฟในการหล่อเลี้ยงอุปกรณ์ก็ต้องมีการป้องกันพวกสัญญาณไฟขึ้นมานั่นเองก็จะมี50วัตต์ตรงนี้นะคะถัดมาพูดถึงข้อดีข้อเสียอย่างที่บอกไปเมื่อเปรียบเทียบกับอุปกรณ์ที่เป็นสายแลนของเรานะคะตัวCoaxialก็จะมีราคาที่ค่อนข้างสูงกว่าไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์เข้าสายสายเดินทั่วไปนะคะสายจะค่อนข้างมีขนาดใหญ่กว่าสายแลนจะหนาหนักแล้วก็ใหญ่นะคะการติดตั้งก็จะค่อนข้างยุ่งยากสายแลนของเราเวลาเข้าหัวก็แค่เรียงแล้วก็ย้ำสายก็เสร็จเรียบร้อยนะคะถ้าเป็นCoaxก็คือจะย้ำตัวทองแดงข้างในก่อนแล้วก็หัวBNCที่จะเชื่อมกับBNCนี่ย้ำอีกรอบนึงนะคะถ้าย้ำไม่ได้ก็คือเสียต้องตัดทิ้งใหม่นะคะก็เริ่มใหม่ก็คือเสียหัวใหม่แล้วก็ต้องย้ำเสร็จทั้ง2รอบเรียบร้อยนะคะต้องใช้ท่อหดเชื่อมอีกรอบหนึ่งแล้วก็ค่อยTestสายว่าตัวสายนี่มันรับส่งสัญญาณได้หรือเปล่าข้อดีระยะทางที่ในการส่งสัญญาณที่ไกลขึ้นป้องกันสัญญาณรบกวนได้ดีนะคะเพราะว่าจะสังเกตว่าไอ้ตัวCoaxนี่จะมีแค่สายทองแดงเส้นเดียวที่อยู่ตรงกลางแต่ว่าถ้าเป็นสายคู่บิดเกลียวนี่มันจะมีคู่ส่งสัญญาณที่เป็นคู่ๆ4คู่นะจำได้นะที่เราท่องสีไปเมื่อกี้มันจะมีคู่ไปดังนั้นนี่สัญญาณที่ใช้ในการส่งนี่มันก็จะมีเครื่องเครื่องที่มันส่งอยู่ด้วยกันนะคะมันจะเกิดสัญญาณรบกวนได้อันนี้ก็เลยจะส่งสัญญาณได้ระยะที่ไกลกว่านั่นเองนะคะถัดมาประสิทธิภาพนะคะของCoaxialนะคะอันนี้ต้องดูความถี่ในการส่งยิ่งความถี่เยอะนะคะระยะทางในการส่งก็จะเพิ่มมากขึ้นนั่นเองนะคะตรงนี้ตามกราฟมองภาพง่ายๆเลยถัดมาเอาเป็นรูปภาพมาให้ดูคร่าวๆอันนี้เป็นการลักษณะการส่งสัญญาณข้างในอันนี้ขอข้ามแล้วกันนะเดี๋ยวมันจะเยอะไปมาดูสายใยแก้วนำแสงของเรานะคะสายใยแก้วนำแสงอย่างที่บอกไปว่าเป็นอุปกรณ์ที่สามารถส่งสัญญาณนะคะจากต้นทางไปปลายทางได้ระยะที่ไกลที่สุดพูดง่ายๆดีสุดดีสุดจะตามมาด้วยราคาที่แพงที่สุดนั่นเองนะคะจะมีอะไรบ้างมีCoreก็คือเส้นใยแก้วที่อยู่ข้างในนะคะก็จะผลิตจากแก้วตามชื่อเอาแก้วมาผลิตเป็นเส้นมันต้องเปราะแตกแล้วก็ง่ายถูกไหมคะก็จะมีการส่งจะส่งเป็นสัญญาณเลเซอร์นะคะหรือว่าเพื่อส่งสัญญาณจากต้นทางไปปลายทางแล้วก็มีผู้รับนะคะแล้วก็มีตัวห่อหุ้มCladdingมาดูถัดไปคราวนี้เราจะมาแบ่งประเภทของตัวสัญญาณFiberOpticก็จะมีตัวส่งสัญญาณนี่มันก็จะแบ่งประเภทอีกว่ามันมีประเภทอะไรบ้างนะคะจะมีรูปแบบอะไรบ้างMultimodeกับSinglemodeก็คือกรณีที่เราต้องการส่งสัญญาณนี่สามารถส่งสัญญาณไปพร้อมกันโดยฉายแสงลงไปพร้อมกันครั้งเดียวไหมหรือว่าส่งไปแค่ครั้งเดียวแล้วมันต่างกันอย่างไหนอันไหนมันดีกว่ากันนะคะMultimodeก็จะแบ่งออกเป็นอีกStepindexตามชื่อแล้วก็Gradedindexเดี๋ยวเราจะมาดูกันว่าแต่ละตัวนี่มันต่างกันอย่างไรและตัวไหนนี่มันเหมาะกับการส่งข้อมูลแบบไหนบ้างนั่นเองดูจากรูปนี่พอเข้าใจไหมคะอันนี้ก็จะเป็นMultimodeทั้ง2อันMultimodeก็คือการส่งสัญญาณนะคะหลายๆลำแสงพร้อมกันเข้าสู่สายใยแก้วนำแสงนั่นเองสมมติเราส่งคลื่นสัญญาณมาเป็นเหลี่ยมๆเหลี่ยมๆอย่างนี้ปกติเวลาเราส่งข้อมูลสมมุติเป็นเสียงพูดเราพูด12345678910ปลายทางก็ต้องได้รับ12345678910ถูกไหมคะเราจะเห็นว่าเราส่งคลื่นเป็นคลื่นเหลี่ยมปึ๊บๆๆๆปลายทางของMultimodeจะเห็นว่ามันจะลดทอนสัญญาณลงเป็นตัวCurveเป็นภูเขาเป็นคลื่นนะคะถ้าเป็นSingleModeนะคะมันจะเปลี่ยนแค่ตรงความสูงตรงนี้นิดเดียวตรงหัวมันนะคะตรงAmplitudeความสูงของมันนี่ให้มันโค้งมนลงมาเราก็จะรู้ได้เลยว่าสัญญาณที่ดีที่สุดในการส่งก็จะเป็นรูปSinglemodeถูกไหมดูภาพแบบดูจากรูปเลยง่ายๆงงไหมข้างบนนี่มันก็จะลดทอนลงมาอันนี้ก็จะเริ่มมีสัญญาณที่มันดีขึ้นนะคะก็คือหน้าตาที่มันเหมือนกับต้นทางมากที่สุดก็คือการส่งสัญญาณที่ดีที่สุดนะคะไม่งงนะstepindexนะคะอันนี้ก็จะเห็นว่ามันส่งแล้วก็อาจจะมีการหักเหในการส่งข้อมูลในช่องสัญญาณของกันก็อาจจะเกิดลดทอนได้นะคะดังนั้นสัญญาณของเรานี่มันก็จะมีขนาดที่ถูกปรับเล็กลงนะคะแล้วก็การเปลี่ยนรูปของตัวสัญญาณของปลายทางที่ได้รับนี่ก็ต้องปรับลงนะคะgradedนะคะเนื่องจากไม่ค่อยมีการหักเหของสัญญาณนะคะทำให้การเปลี่ยนรูปนี่ก็จะเพิ่มขึ้นก็คือไม่เปลี่ยนเยอะเท่าไรนะคะสัญญาณมันก็จะดีขึ้นจากตัวข้างบนนะคะถ้าเป็นSinglemodeมันก็ส่งมาเป็นลำแสงเดียวแน่นอนมันก็จะไม่ค่อยโดนท่อในการส่งก็คือตัวใยแก้วของเรานี่ไม่มีการหักเหของสัญญาณนะคะทำให้รูปทรงในปลายทางที่ได้รับนี่ก็จะเหมือนสัญญาณต้นทางที่เราส่งมานั่นเองนะคะถัดมาไฟเบอร์ออปติกของเราก็จะแบ่งออกเป็น2ประเภทนะคะเป็นMultimodeกับSinglemodeเมื่อกี้ที่เราบอกไปนะคะตามชื่อMultimodeก็เป็นตัวMถูกไหมคะMMFนะคะถ้าเป็นตัวSingleก็เป็นSMFก็เป็นSingleModeFiberOpticของเราเดี๋ยวลงรายละเอียดของเรานะคะเนื่องจากสายใยแก้วของเรานะคะก็จะมีลำแสงนะคะที่นำส่งจากต้นทางไปยังปลายทางนะคะจะเป็นLEDหรือว่าจะเป็นเลเซอร์ก็แล้วแต่นะคะตัวMultimodeของเราแบ่งเป็น2ชนิดนะคะแบบStepIndexหรือGradedIndexนะคะตัวนี้นะคะเนื่องจากนะคะมีความเบาบางของสัญญาณแล้วก็การแตกตัวของสัญญาณที่อยู่ในช่องตัวFiberOpticของเราก็จะทำให้ความเร็วของสัญญาณที่ใช้ในการส่งนี่ถูกลดลงนะคะตัวนี้แล้วก็มีข้อจำกัดระยะทางก็อยู่ที่500เมตรจากรูปก็จะเห็นว่ามันคุณภาพที่ด้อยที่สุดนะคะถัดมาตัวGradedIndexนี่พยายามที่จะให้ส่งตัวสัญญาณนี่อยู่ในท่อกลางมากที่สุดมันจะได้ไม่เกิดการหักเหหรือไปชนกับท่อนะคะหรือว่าตัวสายส่งของเรานี่ทำให้การส่งสัญญาณนี่มันถึงไปปลายทางพร้อมกันแล้วก็ได้ระยะที่ได้ไกลกว่านะคะได้ไกลกว่า1กิโลเมตรอันนี้คืออยู่ที่500เมตรพูดง่ายๆก็คือมันเพิ่มประสิทธิภาพในการส่งสัญญาณที่มากขึ้นนั่นเองนะคะเป็นMultimodeนะMMFนะคะคราวนี้ตัวสุดท้ายที่บอกไปว่าSingleModeนี่มีการส่งสัญญาณนี่ค่อนข้างได้สัญญาณเหมือนกับต้นแบบมากที่สุดตัวนี้ก็จะส่งสัญญาณที่อยู่ในเส้นกลางของเรานะคะแล้วก็ระยะทางไกลสูงสุดถึง100กิโลเมตรราคาก็จะค่อนข้างสูงนะคะเดี๋ยวเราไปดูรูปอีกครั้งหนึ่งนะคะจะได้เข้าใจมากยิ่งขึ้นStepindexGradedแล้วก็Singleอันนี้ก็คือพยายามให้มันอยู่ตรงกลางมันจะได้ไม่เกิดการลดทอนหรือหักเหนะคะของตัวสัญญาณอันนี้ก็คือส่งเป็นSingleก็คือลำแสงเดียวแน่นอนมันก็จะไม่โดนการลดทอนข้อมูลปลายทางก็จะค่อนข้างได้รับเกือบครบถ้วนนั่นเองนะคะถัดมามาดูประเภทนะคะโดยรวมมันก็จะมาดูที่ขนาดของCoreแล้วก็Claddingนะคะก็คือเวลาตัวสายไฟเบอร์ออปติกนี่เนื่องจากมันเป็นเส้นใยแก้วนำแสงนะคะแล้วค่อนข้างมีขนาดที่เล็กแล้วก็เบาแล้วก็บางที่สุดน้ำหนักเบาที่สุดเลยนะคะเราก็จะมาดูขนาดของแต่ละประเภทนะคะแล้วก็สามารถใช้กับเป็นMultimodeประเภทไหนบ้างก็คือสามารถใช้ส่งสัญญาณกับอุปกรณ์ประเภทไหนนะคะถ้าเป็นที่Singlemodeเราจะเห็นว่าขนาดของตัวCoreนะคะและขนาดของCladdingนี่อยู่ที่7ต่อ125นะคะเวลาเขาเขียนก็จะเป็นตัวทับนะคะเป็น7/125นั่นเองตัวกลางนะคะคือตัวห่อหุ้มนี่มีขนาดเท่าไรจะเห็นว่าCladdingนี่จะมีค่าเท่ากันหมดอยู่ที่125ดังนั้นตัวที่เราสังเกตก็คือเราจะมาดูที่ตัวCoreก็คือตัวกลางของตัวใยแก้วนำแสงของเรานี่ว่ามีขนาดที่แตกต่างอะไรบ้างนั่นเองนะคะตรงนี้โอเคเดี๋ยวดูถัดมานะคะโอเคเราดูตัวอุปกรณ์ต่อดีกว่าคราวนี้สายแลนRJ-45นะคะCoaxialBNCแล้วก็FiberOpticจะมีชื่อหัวต่อที่แตกต่างกันแตกต่างตามอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อบริษัทผู้ผลิตแบรนด์สินค้าที่เขาผลิตก็จะขายหัวต่อที่แต่ละประเภทไม่เหมือนกันด้วยนะอย่างSCconnectorนะคะSCconnectorแล้วก็MT-RJก็จะมีสั่งTXRXก็คือภาครับแล้วก็ภาคส่งเป็นคู่กันนะคะทั้ง2ตัวการเข้าสายก็จะยากยิ่งกว่าการเข้าสายของCoaxเพิ่มระดับขึ้นไปอีกเนื่องจากตัวแก้วนี่จะค่อนข้างบางมากๆนะคะก็คือต้องทำการเฉือนเปราะแล้วก็ค่อยใส่อุปกรณ์เชื่อมต่อแต่ละหัวมาให้นั่นเองนะคะอย่างที่บอกปัจจุบันนี่หัวนะคะไม่ว่าจะเป็นสายแลนโคแอกหรือว่าไฟเบอร์ออปติกนี่สมัยนี้ไม่เหมือนสมัยก่อนนะเขาสามารถซื้อที่เป็นอุปกรณ์ที่เข้าสายสำเร็จรูปมาแล้วแล้วก็สามารถเลือกระยะทางได้แต่ว่าถ้าถ้าเป็นในตัวชิ้นงานหรือว่าหน้างานจริงๆนี่การต่อเชื่อมอุปกรณ์นี่เราก็ต้องมีอยู่นะคะอุปกรณ์Testสัญญาณว่าส่งสัญญาณจากต้นทางปลายทางก็เหมือนTestสายแลนนะคะอุปกรณ์Testก็จะแตกต่างกันไปนะคะว่าสามารถเชื่อมต่อกับหัวแล้วสามารถส่งสัญญาณได้จริงหรือเปล่าจะเป็นแตกต่างกันอันนี้จะเป็นเหล็กนะคะถ้าอาจารย์จำไม่ผิดอันนี้น่าจะเป็นพลาสติกเวลาคลิกเข้าไปเชื่อมกับอุปกรณ์นะคะอันนี้ก็จะเป็นลักษณะของFiberOpticเหมือนกันMT-RJก็จะมี3รูปแบบนะคะที่ใช้ในการเชื่อมต่อของอุปกรณ์ไฟเบอร์ออปติกของเราถัดมามาดูประสิทธิภาพนะคะที่ใช้ในการเชื่อมต่ออุปกรณ์นะคะความถี่พูดผิดความยาวคลื่นWavelengthนาโนเมตรตรงนี้ความยาวคลื่นเท่าไรนะคะการลดทอนของสัญญาณLossเดซิเบลต่อกิโลเมตรก็แล้วแต่ว่าเราจะเห็นว่าประมาณตรงนี้คลื่นความถี่ตรงนี้นี่ค่อนข้างมีการลดทอนนี่ค่อนข้างเยอะตามระยะทางนี่เป็นประสิทธิภาพในการส่งสัญญาณดังนั้นการส่งสัญญาณเป็นช่วงไหนนะคะที่จะดีก็จะดูว่าตรงไหนที่มันลดทอนได้น้อยนะคะก็คือสามารถที่จะส่งสัญญาณของข้อมูลจากต้นทางไปยังปลายทางได้อย่างมีประสิทธิภาพนั่นเองนะคะเมื่อกี้พูดไปถึงสายส่งสัญญาณเรียบร้อยแล้วคราวนี้ก็จะเป็นรูปแบบของอุปกรณ์ไร้สายบ้างก็คือคลื่นที่ใช้ในการส่งสัญญาณของเรานะคะก็จะเป็นพวกคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่ทำการส่งนะคะไม่ว่าจะเป็นเสียงนะคะหรือข้อมูลนะคะพวกDataพวกVoiceพวกมัลติมีเดียส่งไปให้เรานั่นเองนะคะโดยใช้เป็นอุปกรณ์ไร้สายก็คือWirelessนะคะแล้วก็จะมี3ประเภทวิทยุคลื่นวิทยุไมโครเวฟแล้วก็อินฟราเรดซึ่งเราน่าจะเคยใช้กันทั้งหมดอยู่แล้วนะคะอันนี้ก็จะเป็นสเปกตรัมของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าอยู่ที่กี่กิโลเฮิร์ตซ์ถึงเท่าไรอันนี้3ถึง300นะคะ3กิโลเฮิร์ตซ์ถึง300GHzนะคะมันก็จะเป็นคลื่นความถี่ของคลื่นวิทยุกับคลื่นไมโครเวฟนะคะInfraredเดี๋ยวนี้น่าจะไม่ค่อยได้ใช้นะคะถ้าจะเป็นอุปกรณ์สื่อสารสมัยก่อนนะคะเวลาเราส่งข้อมูลหากันส่งรูปภาพต่างๆนี่สามารถที่จะใช้ตัวInfraredนะคะเปิดช่องให้ตัวช่องสัญญาณของInfraredนี่อยู่ในระยะเดียวกันแล้วก็ไม่มีสิ่งรบกวนก็สามารถส่งอุปกรณ์เข้าหากันได้นะคะInfraredนี่เป็นการใช้กับโทรศัพท์รุ่นแรกๆเลยนะคะถ้าใครทันนี่ก็จะเห็นว่าเสาที่ใช้อินฟราเรดในการส่งสัญญาณแล้วก็จะมีคลื่นความถี่ต่างๆนะคะถัดมาอาจารย์มองเป็นภาพรวมคร่าวๆนะพูดให้ฟังวิธีการแพร่สัญญาณในการส่งข้อมูลการส่งข้อมูลที่เป็นรูปแบบไร้สายนี่มันก็จะมีหลากหลายรูปแบบนะคะGroundPropagationก็จะเป็นลักษณะที่เราใช้อยู่ณปัจจุบันก็คือเสาสัญญาณที่อยู่แต่ละที่นะคะเหมือนเราใช้ระบบCellularโทรศัพท์นะอาจจะใช้คลื่นDTACAISนะมีอะไรอีกล่ะTrueCatTelecomนะคะจริงๆมันก็มีคลื่นอีกนะแต่จำชื่อไม่ได้นะคะก็จะมีการส่งสัญญาณนะคะภาคพื้นดินการส่งสัญญาณนะคะเราจะเห็นว่าเราจะใช้เสาสัญญาณในการส่งข้อมูลง่ายๆถ้าเป็นระบบเครือข่ายโทรศัพท์จะเป็นTowerขาวแดงที่เราเห็นตามจุดต่างๆกระจายสัญญาณนะคะแล้วก็จะมีติดว่าเป็นบริษัทไหนเป็นผู้ให้บริการของAISไหมของTrueไหมนะคะแต่ละที่ก็จะมีเจ้าหน้าที่มาเช็กนะคะว่าจะสามารถส่งแล้วก็ให้สัญญาณครอบคลุมพื้นที่เราอย่างไรเหมือนบอกว่าครอบคลุมพื้นที่ของประเทศไทยภาคอีสานอะไรก็ว่ากันไปนะคะจะเรียกว่าGroundPropagationก็คือการส่งสัญญาณภาคพื้นดินง่ายๆทั่วไปถัดมาอันที่2SkyPropagationตามชื่อSkyก็คือท้องฟ้าถูกไหมคะก็จะเป็นพวกสัญญาณดาวเทียมนะคะที่ยิงลงมารับข้อมูลจากข้างบนแล้วก็ยิงข้อมูลกลับมาพวกการใช้การส่งโทรศัพท์ที่ข้ามภูมิภาคหรือว่าการใช้โทรศัพท์ในกรณีที่อยู่ในถิ่นทุรกันดารที่มันไม่มีสายส่งสัญญาณมันก็ใช้ตัวนี้SkyPropagationนะคะใช้ดาวเทียมนะคะในการสื่อสารตัวนี้แล้วก็อันที่3Line-of-sightLine-of-sightจะเป็นการส่งข้อมูลระหว่างการส่งสัญญาณจากจุดหนึ่งไปยังจุดหนึ่งอาจจะเป็นกรณีที่อุปกรณ์มีสัญญาณกีดขวางค่อนข้างเยอะนะคะสามารถที่จะส่งนะคะเสาอากาศพวกจานรับสัญญาณต่างๆนี่อาจจะติดตั้งบริเวณที่บนที่สูงบนตึกบนอาคารแล้วก็หันหน้าตัวอุปกรณ์สัญญาณนี่ภาครับกับภาคส่งอยู่ในพื้นระดับเดียวกันเพื่อจะได้ส่งสัญญาณแล้วก็ไม่มีสิ่งกีดขวางนั่นเองนะคะดูจากรูปได้เลยนะคะมันก็จะรูปนี่จะสื่อให้เราเข้าใจเบื้องต้นก่อนนี่มันก็จะมีระยะว่าการส่งสัญญาณแบบLine-of-sightแบบนี้นี่มันส่งได้ที่ละเท่าไรแล้วก็ต้องเพิ่มตัวLine-of-sightกี่ตัวเพื่อจะส่งสัญญาณไปยังปลายทางได้อย่างถูกต้องนั่นเองนะคะอันนี้ย่านความถี่เยอะไปนะเดี๋ยวอาจารย์ให้ไปดูไปอ่านเล่นๆแล้วกันนะคะพวกAMFMUHFมีSatelliteRadarก็จะแบ่งประเภทออกไปนะคะอย่างที่บอกไปว่ามันจะมีสายสื่อสารแบบไร้สายก็จะแบ่งออกเป็น3ประเภทRadioWaveMicrowaveแล้วก็Infraredนะคะ3อันอันนี้เป็นเสาส่งสัญญาณเอาแบบง่ายๆสรุปแบบง่ายๆแล้วกันนะคะถ้าเป็นคลื่นวิทยุMulticastก็คือสามารถกระจายส่งสัญญาณไปทั่วทิศทางของเราตัวนี้เหมือนระบบกระจายเสียงโทรทัศน์เสียงตามสายประกาศเวลาตื่นเช้าตามหมู่บ้านจะมีเสียงตอนเช้าเสียงตามสายตอนเช้ามาประกาศอันนี้ก็จะเป็นMulticastเหมือนกันนะคะก็คือส่งไปอย่างเดียวให้ผู้รับรับข้อมูลของเรานะคะหรือกระจายเสียงโทรทัศน์โทรทัศน์อยู่บ้านเราเราก็โต้ตอบกับเขาไม่ได้ใช่ไหมก็ดูได้อย่างเดียวถูกไหมคะมันก็จะเป็นการBroadcastกระจายออกไปและจะเป็นPagerเดี๋ยวนี้ก็ไม่มีแล้วนะรับแต่ข้อความถูกไหมคะถัดมาAntennaอันนี้เอามารูปมาให้ดูคร่าวๆเฉยๆนะคะมันก็จะเป็นเวลารับส่งสัญญาณที่ตามเสาขาวแดงตรงTowerต่างๆเขาจะมีการรับส่งสัญญาณพวกนี้มันจะมีรูปแบบลักษณะที่แตกต่างกันนะคะว่าพื้นที่ในการรับตัวสัญญาณนี่สมมติเป็นแบบจานนะคะมีAntennaหรือว่าจะเป็นHornที่เป็นรูปแบบนี้พื้นที่ในการรับข้อมูลอยู่ที่เท่าไรแล้วก็ต้องหมุนองศาไปที่เท่าไรที่จะรับข้อมูลได้นะคะมันจะมีการคำนวณนะคะว่าสามารถหันไปที่องศาเท่าไรแล้วรับข้อมูลมาแล้วจะได้สัญญาณที่มันดีที่สุดนั่นเองเอารูปตัวอย่างมาให้ดูเฉยๆนะคะอันนี้จะเป็นพวกรับส่งสัญญาณนะคะอาจจะเป็นลักษณะของGroundนะคะหรือไอ้ตัวLine-of-sightในการส่งข้อมูลนั่นเองคลื่นไมโครเวฟก็เป็นแบบUnicastนั่นเองเมื่อกี้Multicastก็คือแพร่กระจายออกไปอันนี้Unicastนะคะพวกโทรศัพท์แบบCellularCellularก็เหมือนโทรศัพท์บ้านเอ้ยโทรศัพท์มือถือที่เราใช้พูดผิดนะคะเครือข่ายดาวเทียมแล้วก็แลนแบบไร้สายก็จะมีพื้นที่ที่ให้การครอบคลุมเช่นเดียวกันนะคะว่ากระจายออกไปแล้วให้บริการถึงพื้นที่ไหนครอบคลุมเขตพื้นที่อะไรบ้างนั่นเองนะคะวันนี้ใกล้แล้วใกล้แล้วใกล้จะหมดแล้วนะคะอินฟราเรดก็จะเป็นการส่งข้อมูลสัญญาณช่วงสั้นๆปัจจุบันยังมีไหมสมัยก่อนก็จะมีพวกพรินเตอร์พรินเตอร์ก็ใช้อินฟราเรดเหมือนกันถ้าเคยเห็นรุ่นก่อนๆมันจะมีช่องดำๆนะคะเหมือนเป็นการไว้รับส่งสัญญาณในการส่งข้อมูลของตัวอินฟราเรดนั่นเองนะคะถ้ามือถือสมมติอาจารย์มีมือถือที่ใช้อินฟราเรดได้นะคะสมัยก่อนนักเรียนก็มีเครื่องมือถือที่ใช้อินฟราเรดได้เราก็สามารถที่จะส่งข้อมูลหากันเหมือนสมัยก่อนนี่เราอยากส่งรูปหากันนี่นะคะระบบเครือข่ายมันก็จะค่อนข้างแพงนะสมัยก่อนนะคะเราสามารถใช้อินฟราเรดเปิดตัวช่องสัญญาณแล้วก็หันหน้าตัวอุปกรณ์ที่เป็นช่องสัญญาณอินฟราเรดนี่เชื่อมต่อกันแล้วก็ส่งสัญญาณข้อมูลหากันได้นั่นเองนะคะอินฟราเรดก็จะเป็นส่งช่วงสัญญาณแบบสั้นๆจริงๆต้องใกล้ๆกันแล้วก็ไม่มีอุปกรณ์มาปิดขวางการส่งสัญญาณข้อมูลนะคะโดยใช้การแพร่ของสัญญาณนะคะLine-of-sightก็คือLine-of-sightก็คือเป็นเส้นระนาบเดียวกันจะได้ส่งข้อมูลถึงกันได้นั่นเองนะคะคราวนี้เราจะมาเปรียบเทียบดูสิอุปกรณ์ที่พูดกันไปทั้งหมดนะคะUTPSUPโคแอกเชียลนะคะไฟเบอร์นะคะRadioไมโครเวฟSatelliteอย่างที่บอกไปเราก็น่าจะเข้าใจนะคะว่าตัวคลื่นไมโครเวฟนะคะพวกส่งสัญญาณนะคะพวกLine-of-sightต่างๆหรือเป็นพวกดาวเทียมนี่จะค่อนข้างให้การส่งสัญญาณข้อมูลไกลที่สุดระยะไกลที่สุดราคาก็จะสูงตามไปด้วยนะคะพูดง่ายๆด้านบนก็จะราคาถูกสุดแล้วก็ไล่คุณสมบัติมาแล้วก็ส่งสัญญาณได้ไกลนะคะเสียงรบกวนก็จะลดน้อยลงตามตัวอุปกรณ์นั่นเองนะคะSecurityถ้าเป็นอุปกรณ์ที่แพงมากขึ้นนะคะSecurityในการส่งสัญญาณก็เพิ่มมากขึ้นเช่นเดียวกันนะคะอันนี้ก็จะทำให้เราทราบถึงมาตรฐานตัวกลางที่ใช้ในการสื่อสารหรือว่าคมนาคมของเรานะคะไม่ว่าจะเป็นเครือข่ายNetworkนะคะหรือว่าการส่งนะคะเกี่ยวกับดาวเทียมหรือว่าตัวไมโครเวฟต่างๆอันนี้เราสรุปตารางนะคะบทที่3ของเราก็จะเป็นประมาณนี้นะคะมีทั้งแบบสื่อมีสายสื่อไร้สายนะคะที่จริงถ้าเป็นคุณสมบัติจริงๆนะคะแต่ละตัวสามารถแตกเป็นแต่ละรายวิชาได้เลยนะคะโอเควันนี้ไม่ได้ทำคำศัพท์มาให้จริงๆด้วยก็เลยอาจจะมีรอบหน้าจะพยายามทำคำศัพท์มาเพิ่มให้นะคะว่าแต่ละตัวคำศัพท์ที่อาจารย์พูดไปแล้วมันหมายความว่าอย่างไรนะคะใครมีข้อคำถามอะไรไหมคะเงียบอาจารย์พูดอะไรไม่รู้นะคะแต่รู้ว่าตอนนี้เสร็จแล้วจบแล้วเรียบร้อยก็เหมือนเดิมนะคะวันนี้จะเป็นบทที่3เราพูดไปแล้วนะคะมาตรฐานโดยรวมนะในเทคโนโลยีบทที่2อันนี้จะเป็นสายสื่อสัญญาณสายส่งแล้วก็เป็นWirelessแล้วก็WirelessLANแล้วก็เป็นWireนะคะเดี๋ยวเราจะมีงานท้ายบทให้ทำแล้วก็จะมีคลิปออนไลน์เดี๋ยวจะให้ทุกคนทำเป็นออนไลน์ทุกคนนะคะทุกคนมีเครื่องคอมฯประจำคอมฯหรือว่ามีโทรศัพท์มือถือทุกคนอยู่แล้วนะคะสำหรับเสือหรือเปล่าชื่อเสื-่จะกลุ่มโต๊ะปกรณ์กูต่อใ(ไ)ห-้ย(มฮ)-ึคด(-่)ะต-ิ(เ)ดก(-ี)-๋ยว-ับตัว(จ)ะมีเดีสา(-๋)ยน(ว)ะให้มันคงพ-ู(-ี)ดง-่เขามาช่วยอ่าๆ(น)นะคะเดี๋ยวจะทดสอบกันก่อนเพราะว่าเรามีเพ-ั(-ื)กผ-่อนหลายกลุ่มนะเดี๋ยวจะลองดูนะคะเดี๋ยวให้ทุกคนเข้าเนะ(-็)คะต-ิ(ห)รนกับพร-ิ(-ื)กหอม-ืแบ(อ)ถือบแล้วก็ข(ไ)นาดขึ-้นะน-ั(ค)ะเดี๋ย-่นเ(ว)อาจารยองมัน(-์)จะให้ใช้Kahootนะคะโอเเป็นลักษณะข(ค)อย่างต(น)-ัว(-้)ขนา(เ)ดท-ี-่(-๋)ยบอก(วพ)ท-ี่ล่า4Minแล้ว(ม)ก็10Minเนื้อหาก็จะประมาณนีงสายโ(-้นะ)คแ(ะ)อก-็เช(ด)-ี-๋ยล(ว)ก็จะขอบคุณม(พ)-ีห(-่)ล-่ามแล้วกันนะคะขอบคุณค่ะเดีกหลา(-๋)ยวป(เ)ระ(า)เภ(จ)ทอกันสัป-ีกเ(ดา)หมื(-์ห)อน-้าแล้วกันนะคะขอบตามอ(ค)-ุปกรณค่ะ-์(เ)ด-ี๋ย-้วอายต(จ)าม(ร)ย-์ขอStopหยุด-ี่ห-้(ไ)อ-้ต-ัวสามประเภทว(ไ)ลด์-ิธ(น)-ีใช-้ก่อนนะคะแป๊บหนึ่การศึกษาของเรา
More information
- compare(ans and test) :
- ans: file reference
- test: file test
- export datetime : 2024-01-17 17:52:12
- exported from : Accuracy Worker
- version :develop
- lib :character
- your normalize config
-IsFilter :true
-ToLower :false
-ToArabicNumber :true
-WordToNumber :true
-OrderAndSimilar :true
-ListRemove :
- alignment method :Hirschberg
- score weight :{"Match":5,"Mismatch":-1,"PartialMatch":2,"GapPenalty":-1}