Accuracy : 30.54%
Insertion : 1365
Deletion : 18773
Substitution : 643
Correction : 10501
Reference tokens : 29917
Hypothesis tokens : 12509

(อาจารย์ธิดารัตน์)อย่างที่บอจากผู้ส่งไปยังผู้รับนั่นเองเราก็จะมาดูว่าตัวกลางตัวนี้มันจะมีประเภทอะไรบ้างเราแยกเป็นประเภทอะไรบ้างนะคะจะเป็นสิ่งที่นักศึกษาใช้งานยอดอยู่แล้วณปัจจุบันใกล้ตัวนะคะเดี๋ยวเราจะมาจำแนกประเภทและตีกรอบว่าแต่ละประเภทจัดอยู่ในตัวมาตรฐานอะไรนั่นเองนะคะจากรูปภาพนะคะอย่างที่บอกไปการสื่อสารนะคะเหมือนอาจารย์พูดหน้าห้องกับนักเรียนนะคะก็จะเป็นผู้ส่งสารแล้วก็ปลายทาก็จะเป็นนัก-ึกษทุกคล(น)เช่นเดียวกันในการสื่อสารในตัวะบถ(บ)คอมพิวเตอร์นะคะก็จะมีผู้ส่งแล-้(ะ)ก็พ(ผ)-ูดล(-้ร)-ับนั่นเองนะคะC(S)ent(d)erกับReceiverนะคะแน่นอะคถ้(ะก)ใช้การสื่อสารนะคะในคอมพิวเตอร์ะ(-็)ต้องมีอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ถูกไหมคะทำ(เห)-ือนเวลาเราใช้คอมพิวเตอร์อาจจะทำการบ้านนี่หรตั(-ือ)-่าส่งFacebookคุยกับเพื่อนน-ี-ิ(-่)มันก็ต้องมีอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ต้นทางกับปลายทางถูกไหมคะที่เราจะส่งข้อมูลหาก-ันด-ัร(-ั)-้นคอมพิวเตอร์นะคะของผู้ส่งก็จะอยู่ฝั่งที่ผู้ส่งและก็ผู้รับา(-ั)งนัราง(-้)สายที่ใช้ในการสื่อสารอย่างสมมติในห้องบ(-็)บตัวนี้นะคถ่(ะส)ายที่อยู่หลังเครื่องคอมก็จะเป็นสายแลนถูกไหมคะที่เป็นเส้ขาวๆในการเชื่อมต่อนั-้(-่)นเองคราวนี้สื่อกลางนะคะก็คือTransmislat(s)ionm(M)ediaตรงนี้ก็จะเป็นสายหรืออากาศที่ใช้ในการสื่อสารข้อมูลระหว่างกันนะคะเราจะมาดูว่าเดี๋ยวขอพูดไปเมื่อกี้ลืมตามชื่อตัวกร(ง)สื่อสารแล้วก็p(P)hysicall(L)ayerจากที่เรียนไปสัปดาห์ที่แล้วนะคะเราจะมีตัวOSIl(L)ayerนะคะกับTCP/IPนะคะมันกtcpIP(-็)จะมีต(ช)-ั-้นทีว(-่)ล่างสุดก็คือชั้นที่เป็นPcr(h)yit(s)icalคือมองภาพได้จับต้องได้นะคะก็ใช้ทำการเชื่อมต่ออุปกรณ์ก็คือฉ(ช)-ั-้นที่เอาสายแลนเสียบข้างหลังนะคะก็จะเรียกเป็นเ(P)งียบphysicall(L)ayerในการเสียบแล้วก็ส่งข้อมูลนั่นเองนะคะฝ(ส)-่ายสื่อสารมาตรฐานของเรานะคะอันนี้ก็จะเป็นหลักๆก่อนนะคะปัจจุบันอาจจะมีการเพิ่มตัว...เพิ่มเติมของตัวฟังก์ชัะคะของตัวสายสื่อสารขึ้นมานะคะก็จะมีทั้งหมด4อันที่อาจารย์นำมายกตัวอย่างแล้วก็เอนะน-ำ(า)มาสอนในครั้งนี้น่(ก็)จะมีมาตรฐาน10Bทิเ(A)Sต(E)มาตรฐานi(I)Eeee(EE)802.4มาตรฐานi(I)EEeee(E)802.5มาตรฐานFDDIนะfddi(คะ)เดี๋ยวเราจะมาดูแต่ละตัวแต่ละมาตรฐาะคะว่ามันมีคุณลักษณะ-้อ(-ี่)แตกต่างกันอย่างไรบ้างนั่นเองนะคะเราจะมาดูมาตรฐานIนaa(EEE)aตัวแรกของเรา802.3ข(น)ง(ค)รา(ก็)จะเป็นการส่งข้อมูลสื่อสารนะคะทั่วไปของตัวอินง(-์)น็อ(ต)นั่นเองนะคะโดยจะแบ่งเป็นย่อยๆตามนี้พูดง่ายๆมันจะมีตัวอักษรด้านหน้านะคะเพื่อแบ่งเป็นประเภทแล้วก็ตัวเลขหรืคัด(อ)ตัวอักษรด้านหลังนะคะเพื่อแบ่งเฉพาะรายละเอียดลงไปอีกอย่างตัวแรกนะคะ10BASETenBestF(5)ightราคาหรือว่าตัวOriginal802.3นะคะก็จะเป็นการสื่อสารพวกอินเทอร์เน็ตทั่วไปนะคะถัดมาอันที่210BAS11(E)2หรือว่าCheapernetนะคะเช็คอินเตอร์เน็ตอันที่31BASE5STari(A)RLston(AN)อันที่410BASE-Tและค(อ)-ันบ(-ุ)-็3(ท)-้าย10BASE36หรือว่าตัวBroadbaแล้วเทรนเบสThirtySecondนะคsว(ะอ)-ันนี้เราจะไม่ได้ลงลึกไปทั้งหมดจะเลือกมาแค่บางตัวมาตรฐานนะคะเพื่อระบุแต่ละตัวที่มันใกล้ตัวแล้วก็คิดว่านักศึกษาน่าจะได้ใช้งาะคะในชีวิตจริงนี่มากที่สุดนั่นเองนะคะเดี๋ยวเรามาดูตารางนะคะของตารางสายมาตรฐาน10Bทิเบต(ASE)ของเรานะคะดูง่ายๆนะคะของเรานี่จะมีสายที่เราใช้งานส่วนมากก็จะเป็นถ้าในห้องแล-็ป(บ)ก็จะเป็นสายแลนถูกไหมคะในการสื่อสารสีขาว-ื(ข)-่งเราใช้สายแลนก็จร(ะ)แบ่งประเภทอีกขอ(-่า)เป็นแฟ(ล)นแบบไหนมีสายที่มันคลุมเปใ(-็)นการป้องกันการรบกวนกันของสัญญาณหรือเปล่าแล-้วกะ(-็)มีสายโ(C)oaxคแอก(i)alนะคะเชียลตา(2)แบบอย(ตร)-่างนี้นะคะแล้วก็แบบบิ(มี)เกลียวและ(-้)บบ(ก็)ไม่บิ(มี)เกลียวอีกมันก็จะแยกเฉพาะของ-่(ย)ลงไปอีกว่ามีประเภทอะไรนะคะอันนี้ก็จะเป็นลักษณะตารางให้มาดูความเปรียบเทียบนะคะก็(-่า)จะมีสายโคแอกเชียลแล้วที่ต่างกันก็คือจะเป็นเทคนิคการส่งอันนี้มันจะแยกประเภทลงไปอีกนะคะว่ม(า)กรา(ณ)คมน-ี-้เราส่2(ง)-ี-ิ-้ว(-่ส)-่อ(ง)เป็นแบบวิธีไหนใช้ความถี่นะคะใช้ค่าความถี่ใ(ไ)หมหรือว-่เป็นช่วงเวลาใ(ไ)หม-่นะคะอัตราความเร็วอยู่ที่เท่าไรแล้วก็ระยะทางนะคะสูงสุดที่สามารถส่งตัวข้อมูลไปได้โดยไม่ต้องใช้ตัวกระจายสัญญาณหรือว่าตัวเพิ่มสัญญาณขึ้นใหม่อีกณ(ร)อบหนึ่งอันนี้จะเป็นตารางคร่าวๆให้ดูนะคะเพราว่าถ้าจะเรีห้(ยน)ละเอียดก็คือโ(เ)าจะต้องเรียนตั้งแต่เทคนิคการส่งสัญญาณของแต่ละตัวแล้วก็มาดูต(ร)-่ละเพจ(ภท)อีกนะคะอันนี้จะเป็นตารางสรุปรวมให้ดูแล้วกันนะคะเดี๋ยวให้นักศึกษาไปจำเอานะคะว่าตัวไหนที่ให้ระยะทางสูงที่สุดรา(นะ)ข(เ)-้สังเกตง่ายๆนะคะสายแลนกับโคแอกเชียลนี่โแอ**(ก)เช-ีย-ื่อ(ล)จะให้การส่งสัญญาณที่ระยะทางที่ไกลกว่านะคะเรจะมาดูตรงตารางต-ัว(รง)นี-้ได-้อย-ู-่ที่3,600นะคะก(p)ermete-ิโลเมตร(r)อัตราความเร็วา(ะ)า(ะ)10Mbpเมกะ(s)บิตเปอร์เซ็นต์ในการส่งข้อมูลนะคะแล้วก็จะมีตัวรูปแบบเทคนิคการส่งราคาเป็นb(D)Ppsk(SK)นะคะมันก็จะแยกประเภทลงไปอีกนะคะอันนี้ยกตัวอย่างเปรียบเทียบมาให้ดูเบื้องต้นก่อนท(ถ)-ัก(ด)มานะคะมาตรฐานIEEE802.4ะคiec(ะ)เป็นการมาตรฐานแบบTokenBusเป็นการสื่อสารอยู่3แบบBroadbaบอร์ดแบน(nd)นะคะCarrG(i)erbu(a)ndแล้วก็สายFiberOpticโ(เ)ง(า)เรียนเครือข่ายมาแล้วการเชื่อมต่อพวกBuบัต(s)พวกRi-ิง(ng)น่าจะได้เรียนมาแล้วนะคุ้นๆไหมหรือว่าคืนคืนอาจารย์ไปหมดแล้วเข้าสายแลนเดี๋ยวก็จะ...เดี๋ยวก็จะคุ้นๆนะค-่Broadbบอร์ดแ(a)ndบนต(เ)-ื-่(-็)นสายโคแอกเชียลไม่แน่ใจว่าใน-็ะ(บ)ตัวเครือข่ายเราได้มีได้ดูสายCค(o)aอ(x)ซ์ก-ันหรือเปล่าให(ได)-้ดูใ(ไ)หม-่ข(อ๋)อเรียนออนไลน์อ๋อโอเคๆไม่เป็นไรเดี๋ยวๆเดี๋OK(ยว)จะมีในสไลด์ให้ดูนะคะจะมีการส่งสัญญาณที่แตกต่างกันพูดง่ายๆไม่ว่าจะเป็นสายแลนสายไป(โค)ข(อ)ซ์หรือสายไฟเบอร์นี่เขาสามารถที่จะมีการส่งสัญญาณที่อัตราความเร็วที่แตกต่างกันได้ตามอุปกรณ์ที่รับแล-้วกะ(-็)ส่งด้วยเช่นเดียวกันนะคะแล้วก็ช่องทางb(B)randwidt's(h)นะคะBแ(a)ndwidtบนด์วิดธ์(hก็)คือช่องทางที่สาในก(ม)ารถจะส่งข้อมูลไปเข้าใจคำว่าb(B)andwidthอยู่นะความกว้างเห-ื-ั(อ)นถการ…เวลาเราขึ้นถนนไลายทางนี่b(B)andwidthก็คือความกว้างของถนนที่เราจะส่งข้อมูลไปก็เหมือนรถนี่มันขี่ได้กี่คันในถนนเส้นหนึ่งก็คือมันกวร(-้)งเยอะขนาดไหนใย(น)การส่งข้อมูลไม่งงนะหน(งง)-ูให้ถามนะคะถัดมาแ(C)arrierbค่นี้เด-้อแ(and)บรด์นะคะก็คือเป็นBroadbandก็คบ(-ื)ตัวข้าร์ดแ(ง)-ี่ช่องทางเดียวนะคะมีช่องทางเดียวต่อ1สายเห-ื-ั(อ)นถนน-่ะมีเส้นเดียวรถสามารถขับได้แค่คันเดียวเห-ือคร(นข)-ับอยู่ในซอยไม่งงนะราคาสายจะถูกลงเพราะความกว้างมันก็b(B)andwidthก็จะน้อยลงนะคะแล้วก็สามารถเลือกอัตราความเร็วได้ว่าจะขี่เหมือนเราขับรถนี่จะส่งที่อัตราความเร็วเท่าไรอันนี้ก็จะมีสามารถส่งได้ที่อัตราความเร็วที่เราเลือกได้นั่นเองนะคะว่าจะสามารถส่ง-ึก(-ี่)ความเร็วได้เท่าไ-่นั่นเองว(อ)-ันที่3ก็จะเป็นFiberOpticนะคะพ(ท)-ี่เอามานะคะใช้แทน2ตัวนี้นะคะอัตราความเร็วเราก็จะเห็นว่าf(F)iberจะมีอัตราความเร็วที่มันสูงขึ้นนะคะมันก็จะเป็นสายแลนแบบโคแอกเชียลนะคะแล้วก็ไฟเบอร์ตามคุณภาพของร(-ั)สายส่งแล้วก็สามารถใช้กับแลนในเครือข่ายอันนี้ข้ามไปก่อนแล้วกันPassiveกับActiveSTARนะคะก็คืtar(อ)ใช-้ได-้กับตัวเครือข่ายของเราได้นั่นเองนะคะโอเคToOKOp(k)enB-้า(us)ของเราก็จะมี3แบบนะคะหรือถ้าเรามาทำเป็นตารางสรุป2อันนี้เป็นตัวที่เปบบ(-็น)โคแอกเชียลอันนี้เป็นไฟเบอร์ออปติกอย่างที่บอกไปไฟเบอร์จะให้อัตราความเร็วที่าย(ใน)การส่งที่ค่อนข้างสูงที่สุดนะคะแต่ว่าข้อดีข้อเสียของแต่ละอันก็จะแตกต่างกันไปนะคะเดี๋ยวเราจะมาพูดแยกแต่ละประเภทอีกว่าCoค(a)xialนีแอกเชีย(-่)ข้อดีอะไรข้อเสียอะไรไฟเบอร์อFiberO(อ)ฟตptic(-ิก)ข้อดีอะไรข้อเสียอะไรนั่นเองนะคะอันนี้ก็คือเทคนิคการส่งสัญญาณปกติโคแอกเชียลนีherschel(-่จะ)มีค-่(ว)ว(-่)ตัม(ว)ต้านทานที-่อยู-่75โอห์มค่าความต้านทานคืออะไรในกรณีที่เาใช้จ่ายส่งที่เป็นทองแดงนี่เหมือนสายไฟนี่มันจะมีค่าความต้านทานเวลาเราส่งพวกไม่ว่าจะเป็นเสียงนะคะหรือว่าถ้ะไ(าเ)-็นสายไฟมันก็คือกระแสไฟฟ้ามันจะมีค่าความต้านทานนะคะที่สามารถที่จะคำนวณมันก็จะมีส(ค)-ำนวน(ณ)-่าด(อ)-ีว่ากี่โอห์แล้วมา(ก็)ส่งได้เท่าไรนะคะคราวนี้เทคนิคในการส่งสัญญาณนะคะมันก็จะมีหลายแบบam(AM)ก็จะเป็นAmplitudeModtiv(ul)ationนะคะPulseนะคะหรือว่าจะเป็นFrequencyอันนี้ก็จะเป็นรูปแบบเทคนิคการส่งสัญญาณอีกนะคะคราวนี้เราเรียนเป็นภาพรวมนะเราไม่ได้เรียนเป็นรายละเอียดลงลึกของเทคนิคการส่งสัญญาณนะคะอาจารย์จะขอไม่ได้อธิบายรายละเอียดทั้งหมดนะคะมันจะมีชื่อการส่งสัญญาณเทคนิคBroadbaบอดแบ(n)dCarriนColo(e)rB(b)andแล้วก็ไฟเบอร์ออฟ(ป)ติค(ก)นะคะแ(เ)-้(า)ก็จะเป็นอัตราความเร็วที่สามารถส่งได้นั่นเองเร(ก็)จะเห็นว่าตัวไฟเบอร์นี-้(-่)จะดีที่สุดนั่นเองระยะทางนะคะถ้าเป็นFฟ(i)berเบอร(O)pt-์ออฟ(ic)ติกนะคะที่เป็นความเร็วมาที่สุดนี่ก็จะได้ระยะทางที่สูงที่สุดแต่พอดีอน(-ัว)นี้มันไม่ได้ปรับแก้น-่ะค-่ะถัดมาถามได้นะอันไหนงงถัดมาเป็นมาตรฐาIEaaa(EE)802.5นะร(ค)ตู(80)2.5ก็จะเป็นสายคู่บิดเกลียวตามชื่อา(ะ)า(ะ)สายคู่บิดเกลียวแบบมีชี-ิต(ด์)2ลักษณะก็คือสามารถส่งที่อัตราความเร็วที่1และก็4Mbpsเป็นแ(L)Aน(N)แล้วก็Tท(o)ken-Riรเล่นล-ิง(ng)ถ้าเป็นBาส(us)ก็คือเป็นสายแล้วก็อุปกรณ์ต่อเสียบเข้าไปในตัวสวิตช์หรือHuคร-ั(b)หรือRouterนะBusนึกออกนะถ้าคะบัตรนะคะไม(เ)ป็นRin-่งงน(g)ก็คืะ(อ)อุปกรณ์ทุกตัวต้องต่อเชื่อมกันเวลาถ้าอันไใ(ห)ร(ล)-่มก็คือจะล-้(-่)มทั้งระบบคุ้นๆนะคุ้นนะไม่ค-ุ-้นถามได้นะอีกมาตรฐานหนึ่งที่เราเอามาใช้ก็คือจะเป็นมาตรฐานของIBMIBi(M)bm(-็)จะเป็นพวกบริษัทนะคะที่ผลิตเกี่ยวกับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในระบบเครือข่ายด้วยใ(ต)-่างๆโทรคมนาคมนะคะการสื่อสารของเขาก็จะมีให้ล(ร)-ื-่ก(ง)2แบบก็คือแบบไม่มีช-ีลด-ิว(-์)แล-้วกะ(-็)แบบมีช-ีลด์แล้วก็จะม-ิว(-ี)อัตราความเร็วในการส่งข้อมูลด้วยเช่นเดียวกันนะคะเดี๋ยวเราจะมาดูตารางถัดมานะคะที่ใช้เปรียบเทียบอันนี้ก็จะเป็น802.5นะคะคู่บิ(มี)เกลียวแล้วก็ของตัวIBMก็จะibmไม่ได้แบ-่บ(ง)มีเกลียวแล-้วกะ(-็)ไม่มีเกลียวบางคนจะสงสัยว่าสายส่งสัญญาณทำไมมีทั้งแบบผ(ค)-ู-้(-่)มีเก-ียร(ว)ติแล-้แ(ว)บ(-็)ไม่มีเกลียวกรณ-ีท-ี-่มันมีตีเก-ี-่ยวกัน(บ)เพื่อลดสัญญาณรบกวนา(ะ)า(ะ)ปกติเวก(ล)ส่งสัญญาณข้อมูลนี-้(-่)มันก็จะเป็นสาร(ย)ที่มันคู่ขนานกันไปเรื่อยๆนะคะถ้ามีการฆ(-ู)-่ตีเกลษณาท-ี-่จะเา(ว)ขึ้นมานี-่ก-้(-็)จะช่วยลดสัญญาณรบกวนระหว่างช่องสัญญาณที่อยู่ข้างๆนั่นเองนะคะในการส่งข้อมูลอันนี้ก็จะเป็นเทคนิคนะคะแล้ว-่า(ก็)จะเป็นอัตราความเร็วแล-้(ะ)ก็จำนวนr(R)epeaterจำนวนr(R)epeaterก็คือกรณีเราส่งสัญญาข้อมูลนี-้(-่)เข้ามานะคะแล้วสัญญาณข้อมูลนี-้(-่)เราสามารถส่งได้ที่ระยะทางเท่าไรนะคะมองภาพง่ายๆเวลาเราส่งให้มองภาพง่ายที่สุดถ้าเราน่าจะเข้าใจนะก็จะเป็นแจ(บ)องค์การโทรศัพท์ถูกไหมคะมันก็จะมีชุมสายทุกที-่เครือข-่ายอินเต(ท)อร์เน็ตก็เหมือนกันก็จะมีจุดพักสัญญาณเช่นเดียวกันนะคะไม่ว่าจะเป็นTOTTb(3B)roadbandนะคะCat(AT)Telecomอะไรต่างๆนี่มัน-้(ะ)าแ-่(-ี)-ุมสายในการกระจายสัญญาณเช่นเดียวกันว่าเราส่งสัญญาณมาถึงระดับนี้แล้วต้องมีตู้พักกระจายสัญญาณที่จุดไหนเพื่อที่จะทำการก(ท)วนสัญญาณเพื่อให้สัญญาณมันชัดเจนแล้วก็ส่งไปยังปลายทางได้ครบข้อมูลที่จากผู้ส่งนั่นเองนะคะอันนี้ไม่ได้ระบุตัวRepeatวเลข(er)เข้ามานะคะตัวระยะทางอันนี้ก็ตัคือจำนน(R)repeaterที่สูงสุดนะคะที่เราสามารถส่งนะคะอัตราความเร็วแล้วก็ทีวสามารถ(-่จะ)ทวนสัญญาณให้ถึงปลายทางได้นั่นเองถัดมาตัวที่3ของเรามาตรฐานFfd(D)Ddi(I)นะคะตามชื่อก็จะเป-็นFiberDistri-็นไฟเ(b)utบอร์(ed)DataInterfaceนะคะ-่า(ก็)จะเป็นรโคอท(ล)ของตัวแท(ล)นนะคะม(-็)-ื่อคืนรLocalAreaNetworkขอKinet(ง)เรานะคic(ะ)แบบTokโทเค(e)n-Ring-็นริงเมีย(-ั)าการส่งข้อมูลที่100น(M)bคะ(ps)-ักะบิตเปอร์เซ็นต์มันก็จะเยอะแต่กว่าเมื่อกี้ถูกไหมอันนี้ก็จะเพิ่มขึ้นนะเป็น100นะคะเราก็จะมาดูตารางนี่อัตราความเร็วมันจะเพิ่มขึ้นนะคะแต่เทคนิคสัญญาณในการส่งส(น)-ี-ัญ(-่)ญาณา(ะ)ต่างไปFDDIจากชื่อก็ตัวFf(ก)-็จddi(ะ)ย่อมาจากตัวFiberอย่างไ(ท)-ีเ(-่)บอกไ-์(ป)ไฟเบอร์จะส่งสัญญาณได้ระยะไกลกว่าแล-้วกะ(-็)สัญญาณดีกว่านะคะr(R)epeaterแล-้วกะ(-็)ระยะทางระหว่างRepeaterง(น)ะคะทุก200เมตรก็จะมีตัวr(R)epeaterเพื่อทวนสัญญาณทำให้สัญญาณนี่ชัดเจนยิ่งขึ้นนั่นเองงงกันไหมถ้าเงียบๆอาจารย์ถือว่าเข้าใจนะถ้าไม่เข้าใจยกมือถามได้นะคะคราวนี้เราจะมาดูประเภทตัวกลางสื่อสารประเภทของมันก็จะมีแบบWirFi(e)ก็เมื่อคืน(อ)มีสายWirelessก็คือไม่มีสายนะตามชื่อเลยก็จะมีสายแบบไหนบ้างTwisted-paทวิตแพร(ir)ก็คือพันคู่ตีเกลียวโ(C)oaxialFคแอกเชีย(i)berOptลไฟเบอร(i)c-์ออฟติกแล้วก็FreeSpaceFreeSpaceก็พวกอากาศที่เราส่งสัญญาณไปหากันอย่างพวกWi-ไวไฟ(Fi)นะคะหรือว่าใช้สัญญาณดาวเทียมนะคะAntennaเช็ดหน้าต่างๆก็จะอยู่ในประเภทนี้เป็นUn-ั(g)uiนไก(d)e-์(d)นะคะเรามาดูต่อสายสื่อสารนะคะแบบใช้สายที่มีท่อนำท่อน-้-ำก็-ืย(อ)มีอุปกรณ์เห-ือนเรแล้วมีถนนเดินทางไปนะคะ-่(-็)จะมีการเชื่อมอุปกรณ์นะคะจากต้นทางไปยังปลายทางอุปกรณ์หนึ่งไปยังอีกอุปกรณ์หนึ่งนะคะโดยมีTwisted-pairCoaxialแลทวิสแพร์โคแอ(-้ว)เ(-็)ชียลFiberOpticก็คือจะเป็น3า(อ)-ัญ(น)ที่พูดไปจ(อ)ยูะเป(-่)-็นฝั่งขวาที่มันจะเป็นWireนะคะเดี๋ยวเราจะป(า)ดูอันแรกของเรานะคะที่มีสายส่งของอุปกรณ์ตัวสายคู่พันเกลียวนะคะน้(ย่)เหมือนสายLan(AN)สมม-ุติเราแกะออกมาจะเห็นว่ามันจะตีเกลียวคู่กันNetworkน่าจะได้เรียนแล้วอันนี้อาจารย์เขาน่าจะสอนInsulatorก็คอนอินซูเลเต(-ื)ร์อุปกรณ์ที่เป็นฉนวนหุ้มของตัวสายทองแดงที่อยู่แต่ละคู่นั่นเองนะคะเดี๋ยวเราดูต่อนะสายคู่ตีเกลียวจะมี2อันUTดูท(P)-ีวีกับs(S)TPUtpอยู่ก็คือu(U)nshieldeก็(dS)คือShieldedUShielชีวิตเที-่ยว(ded)ก็คือไม่มีตัวเขาเรียกเป็นตัวหุ้มอีกรอบหนึ่งเพื่อช่วยลดสัญญาณลดทอนนะคะSรบpornATPก็จะมีตัวหุ้มตรงนี้อีกต(อ)-ัว(น)หนึ่งตัวนี้นะคะลักษณะก็จะต่างกันสายLANของเราก็LIN(จ)ะเป็นส่วนมากจERanger(ะ)ใช้เป็นUutp(TP)ธรรมดาที่อยู่ในห้องแล-็ป(บ)นะคะถ้าไม่ใช่อุปกรณ์ที่ต้องการส่งข้อมูลแล-้วไมะ(-่)มีสัญญาณรบกวนนะคะถ้าต้องการแบบว่ามีตัวShieldingหรืล(อ)-้-่าตัวป้องกันสัญญาณรบกวนนะคะ-่(-็)จะเป็นตัวSTstp(P)ของเราอันนี้ก็จะเป็นลักษณะวา(ขอ)งสายแลน(LAN)ที่-ั(า)เห็นา(-้)ทั่วไปก็จะเป็นตัวนี้รา(นะ)า(ะ)เข้าสายน่าจะเรียนมาแล้วนะโอเคเรียนมาแล้วเราก็จะรู้ว่าเข้าสายด้วยคู่ไหนเป็นต่อตรงต่Crossถอ(-ู)ค้อสลับสายกันอย่างไรสีอะไรอันนี้เป็นC(S)hieldedแล้วก็UlC(ns)hieldel(d)มันจะเป็นเหมือนFoiฟอย(l)น่ะป(ต)-้องกันไว้อีกรอบหนึ่งนะคะแต-่ว-่ทั่วไปนี่ที่เราใช้นี่ไม่ค่อยเห็นนะคะมันกระ(-็ใ)า(-้)กับอุปกรณ์ที่เฉพาะนิดหนึ่งแล้วก็ราคาก็จะเพิ่มขึ้นอันไหนที่มันมีคุณภาพดีกว่าแน่นอนราคาก็จะสูงขึ้นประสิทธิภาพก็จะดียิ่งขึ้นตามไปด้วยนั่นเองนะคะไม่ไปอันนี้ก็จะเป็นสายนะคะ-ู่ร(-ี)ต(ล)-ียง(ว)ของเรานะคะโดยจะมีทั้งหมด4คู่นะข-่าว-ฟ้าฟ้าข-่าว-ส้มๆเ(-้ม)ขาว-เขียวเขียๆ(ว)ขาว-น้ำตาลน้ำตาลนะคะก็ตามตัวย่อตัวนี้นะคะก็จะสามารถส่งข้อมูลได้ระยะทางที่ไม่ค่อยไกลสักเท่าไรแ-้วก็จะเห็นว่าต-ั้(าม)อุปกรณ์ตามห้องนะคะที่ระยะทางที่ไม่ค่อยไกลถัดมาอันนี้ก็พูดไปแล้วนะ4คู่8เส-้นคราวนี-้นะคะถ้าเราจะมาพูดถึงการกำหนดปลายสายก็คือในกรณีที่เราต้องกต่ออุปกรณ์2อุปกรณ์จะเป็นคอมกับSwitchนะคะคอมพิวเตอร์กับคอมพิวเตอร์นี่เราจะใช้การต่อสายในรูปแบบไหะคะมันจะมีอยู่2รูปแบบt(T)568a(A)กับt(T)568b(B)2ลักษณะนะคะเดีอ(-๋)-่(ว)มาดูรูปแบบแรกของเรานะคะต่อตรงตามตรงชื่อตรงๆเลยไม่ได้Cอ(r)osร์ส(s)กันนะก็จะเป็นT5:00น68Bการเข้าสาย2ฝั่งจะสีเดียวกันนะคะเริ่มจากขาว-ส้มส้ม-เขียวเ(ข)ว-ส้มส้มขาว-เขียวน้ำเงินขาว-น้ำเงินเขียวขาว-น้ำตาลน้ำตาลนะคะอันนี้ก็จะเป็นสายที่ต่อหัว2อ(ก)-ัน2ฝั่งเหมือนกัะคะสีเหมือนกันทั้ง2ฝั่งอันนี้ก็คือการต่อตรงข-่าว-ส้มดๆ(-้ม)ขาว-เขียวน้ำเงินขาวน้ำเงินเขียวขาว-น้ำตาลน้ำตาลจะเหมือนกันทั้งส(2)องฝั่งโอเคนะพื้นฐานต่อสายต้องทำได้ตัวเองเรียนคอมพิวเตอร์จำได้ท่องได้ต่อตรงโอเคทำได้ใช่ไหมบ(ต)-่ได้แต-่ว-่ต้องTเ(e)sส(t)แล้วมันผ(อ)-่านอยู่ใช่ไหมโอOK(เค)แปลว่าให้เขียนสายตรงสายCrosครอส(s)ไลราย(-่)ได้ได้ถูกโอเคโอเOKจ(คถ)-ัดมาถัดมาเมื่อกี้ก็คือสายตรงก็คือการต่ออุปกรณ์คอมพิวเตอร์ตั(ไป)วอ-่(-ั)งSwitchRouterต่างๆนะสอง(คะ2)ฝั่งจะเข้าสายลักษณะเดียวกันไล่ลำดับส-ิ(-ี)เหมือนกัะคะอุปกรณ์ที่ใช้ในการต่อก็จะเป็นพวกHรั(ub)กับคอมพิวเตอร์ก็คืออุปกรณ์ที่มันต่างกัะคะSwitch-สวิตซ์คอมพิวเตอร์Router-คอมพิวเตอร์หรือจะเป็นสวิตซ(ช)-์ก็ได้เช่นเดียวกันเหมือในห้องแล็บเ-่(ร)นะก็จะมีคอมฯกับSwitchs(S)witchส(S)w-ิ(i)tcตซ-์(h)อยู่ตรงนี้ใช่ไนะ(หม)คะข้(ก็)ต่อลากสายเข้าหากันแต่supp(ละP)ortนะคะแต่ละITไอพ(ถ)-ีจ-ัดมาสายไฟเมื่อกี้จากข-่าว-ส้มส้มๆ(ะ)ร(ล)-ื่อง(น)ขึ้นมาเราจะสลับกัน3ตัวแรกและก่อ-้ว(น)ตัวลำดับสุดท้ายก็คื-ำด(อต)-ับ(ว)ที่6-่(-ี)123แล-้วกะ(-็)ตัวที่6พ(ท)-ี่สลับสีนะคะเมื่อกี้จะเป็นข-่าว-ส้มส้ๆ(ม)ใช่ไหมคะอันนี้ก็จะเป็นขาว-เขียวเขียวเ(ข)ว-ส้มส้มน้ำเงินขาว-น้ำเงินส้มข-่าว-น้ำตาลน้ำตาลแ-้วฝั่งเดิมก็จะเป็นเหมือนเดิมส(2)องฝั่งจะไม่เหมือนกันในการเข้าหัวก็จะเป็นลักษณะแบบนี้ต-ัน(ว)นี้จ-ั(ะ)หา(ทน)ด้วย568Aภ(-้)ษ(ส)-ีที่ขึ้นด้วยขาว-ส้มจะเป็น568BโอเคนะโอOK(เค)อุปกรณ์นะคะในการเชื่อมต่อของเรานะคะขอใ(ง)ายCrossน-่(ะ)อ(ะ)ร์สก็คือลักษณะก็เหมือนการต่-ุะ(-์)อ(-ั)กา(อุ)ปกณ์องเข้าหากันจำง่ายๆเลยนะคะอ-่-ั(า)ค(H)uรับ(b)กับHubSwitchกับSwitchหรือว่าs(S)witchกับHubหรือคอมพิวเตอร์กับคอมพิวเตอร์นั่นเองนะคะคือสามารถที่จะโอนถ่ายข้อมูลเข้าหากันในกรณี-้อ(-ี่)มูลเราใช้ในกรณีไหนสมมุติเรามีข้อมูลใคอม-ิวเตอร์ต้องการท-ี่จะโอนใส่คอมพิวเตอร์แล้วเราไม่มีw(W)irelessWirelessฟ(พ)-ังนะคะระบบเครือข่ายผ(พ)-ังเราสามารถใช้สายเชื่อมต่อระหว่างอุปกรณ์ทั้ง2อันแล้วก็ทำการโอนย้ายข้อมูลระหว่างกันได้นั่นเองนะคะโอเคนะาย-่(C)roค้อน(ss)อันนี้เดี๋ยวผ่านเลยแล้วกันนะมันละเอียดเกินไปนะคะมันจะเยอะอันนี้ก็จะบอกลักษณะของประเภทของอ(U)ยู่TPก็คือu(U)nshieldedก็คือสายที่เราใช้เมื่อกี้นั่นแห-่ะค่ะถัดมาอันนี้ใ(เ)ร(ย)เข้าสายแล้วก็(-่า)จะรู้ว่าRrj(J-)45นะคะตัวผู้ตัวเมียนะคะตัวเมียตัวผู้ของเรานะคะเราต่(จะ)เห็นพวกทองแดงนะคะที่เชื่อมมานะคะเข้ากับตัวหัวเพื่อให้อุปกรณ์กัก(บ)ตัวสายส่งสัญญาณนี่สามารถที่จะเชื่อมต่อเข้าหากันได้นั่นเองนะคะถัดมาจะมาพูดถึงประสิทธิภาพค(ข)องท(ส)ายUnsการ(h)ieldedเที่ยวของเราหรือว่าu(U)Ttp(P)ของเรานะคะตัวนี้นะคะก็จะเห็นว่าเดซิเบลกับกิโลเมตรGaugeDB(i)admeterอanx(-๋อ)ความถี่นะคะที่ใช้นะคะมีความถี่เยอะนะคะควา-ันก็สามารถที่จะส่งระยะทางนะคะตัวข้อมูลได้เพิ่มมากขึ้นนั-้(-่)นเองต(จ)ม(ก)ตัว-่-ั(า)เลยอันนี้เป็นดูภาพรวมคร่าวๆแล้วกันะคะเมื่อกี้ไปที่สายทองแดงอันแรกของเราแล้วนะคะายCrosร้อยคอ(s)ของเราสายตรงของเรานะคะถัดมาจะเป็นสายโคแอกเชียลโคห(แ)ย(ก)เช-ีล(ย)-์ข้างในก็เป็นทองแดงเหมือนกันเหมือนตัวสายแลก็เป็นทองแดงเหมือนกันรวมถึงสายไฟบ้านเราก็ทองแดงเหมือนกันความต้านทานก็จะมีเหมือนกันเป็อุปกรณ์สื่อสารหรือว่าส่งพวกกระแสไฟฟ้านะคะมันก็จะดูจากวัสดุนั่นแหละนะคะเวาคำนวณพวกค่าต้านทานนะคพวกอหฟ(-์)มต่างๆก็จะดูตัวภายในที่ใช้ในการส่งสัญญาณโคแอกท(ช)-ี-่ว(ล)นะคะก็จะเป็นอุปกรณ์ตัวที่2ที่ใช้ในการส่งสัญญาณในรูปแบบมีสายของเรานะคะด้านในสุดจะเป็นทองแงนะคะInnerconductorนะคะแล้วก็จะเป็นInsulatorก็คือพวกตัวปกคลุมต่างๆมันจะมีทั้งพลาสติกนะคะแล้วก็จะมีเหล็กสานนะคะเป็นแบบพวกทองแดงนะคะสานอีกรอบหนึ่งแล้วก็จะมีพลาสติกหุ้มอีกรอบหนึ่งแล้วก็จะมีท่อที่ใช้ในการส่งอีกรอบหนึ่งนะคะเดี๋ยวเราจะมาดูรูปภาพจรเป็นทอ(-ิ)-ีกว่าบานะะ(น)-ิ(จ)จะมองภาพไม่ชัดเจนนะลักษณะแบบนี้นะคะการเข้าสายก็จะยากกว่าการเข้าสายแบบRJ-45นะคะอุปกรณ์หัวต่อชิ้นก็จะแพงกว่าRJ-45ตามลำดับนะอันไหนที่มันคุณภาพในการส่งค่อนข้างเยอะนะคะการเข้าสายก็คือจะเริ่มตั้งแต่ทำการตรงนี้นะคะจะเอามันจะมีหัวทองแดงเข้ามาให้เราย้ำสายก่อนนะคะแล้วก็เอาตัวคอนเน็กต์เป็นBNCหรือว่าแล้วแต่ประเภทนะคะของตัวสายCoaxเข้าสายอีกรอบนะคะแล้วก็ทำการปิดป้องกันในกรณีที่อาจจะมีพวกความชื้นหรืออะไรเข้ามาเขาก็จะมีพลาสติกที่ไว้ทำการครอบคลุมอีกรอบหนึ่งเขาเรียกข้อหดนะคะในการที่จะคลุมตัวหัวต่อนี่ให้ยึดติดกับตัวสายนี่ให้มั่นคงพูดง่ายๆนะคะมันก็จะมีแบบผอมนะคะThinกับThickก็คือผอมแบบแล้วก็หนาขึ้นนั่นเองนะคะอันนี้ก็จะเป็นลักษณะของตัวขนาดที่บอกที่4มิลลิเมตรแล้วก็10มิลลิเมตรนั่นเองสายโคแอกเชียลก็จะมีหลากหลายประเภทอีกเหมือนกันนะคะตามอุปกรณ์ด้วยตามยี่ห้อตามประเภทที่ใช้นะคะนั่นก็คือสายของเราคราวนี้เมื่อกี้เราต่อสายแลนไปเรียบร้อยเราดูถึงRJ-45นะคะถ้าเป็นสายต่อที่เป็นของโครแอกเชียลจะเรียกว่าBNCConnectorตรงนี้เวลาเชื่อมตน(-่)เนร(ก)-ั-์ค(บ)นด(-ุป)-ัเตอ-์นะคะจะใช้การหมุนเพื่อเป็นinsulator(ใ)ห้มันลงล็อกนะคะเพื่อจะยึดอุปกรณ์ไม่ให้หลุดนั่นเองตัวBNCของเราก็จะมีหลายประเภทก็เหมือน3ประเภทง่ายๆเหมือนเราจะต่อท่อประปาถ้าอยู่บ้านเคยต่อท่อประปาเองหรือเปล่าท่อประปามันจะมีอะไรบ้างโมหัวธรรมดานะมันเป็นหัวที่ต่อสำหรับให้อันนี้เรียกว่าตัวผู้แล้วกันนะอันนี้จะเป็นพวกตัวเมียที่ไปConnectนะคะก็จะมีT-Connectorก็จะเป็นรูปตัวTที่จริงจะมีตัวI-Connectorด้วยนะคะแต่พอดีไม่ได้มีรูปในนี้นะคะแล้วก็Terminatorก็คือเวลาปิดเหมือนเวลาเราต่อท่อประปาก็จะมีทั้งตัวTตัวIแล้วก็ตัวที่ปิดท่อไม่ให้ทำการส่งสัญญาณไปนั่นเองนะคะอันนี้ก็จะมีGroundwireในกรณีที่เกิดไฟรั่วทั่วไปแน่นอนอุปกรณ์ไฟฟ้าอุปกรณ์โทรคมนาคมทุกอย่างนะคะต้องมีไฟในการสื่อสารหรือว่าใช้ไฟในการหล่อเลี้ยงอุปกรณ์ก็ต้องมีการป้องกันพวกสัญญาณไฟขึ้นมานั่นเองก็จะมี50วัตต์ตรงนี้นะคะถัดมาพูดถึงข้อดีข้อเสียอย่างที่บอกไปเมื่อเปรียบเทียบกับอุปกรณ์ที่เป็นสายแลนของเรานะคะตัวCoaxialก็จะมีราคาที่ค่อนข้างสูงกว่าไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์เข้าสายสายเดินทั่วไปนะคะสายจะค่อนข้างมีขนาดใหญ่กว่าสายแลนจะหนาหนักแล้วก็ใหญ่นะคะการติดตั้งก็จะค่อนข้างยุ่งยากสายแลนของเราเวลาเข้าหัวก็แค่เรียงแล้วก็ย้ำสายก็เสร็จเรียบร้อยนะคะถ้าเป็นCoaxก็คือจะย้ำตัวทองแดงข้างในก่อนแล้วก็หัวBNCที่จะเชื่อมกับBNCนี่ย้ำอีกรอบนึงนะคะถ้าย้ำไม่ได้ก็คือเสียต้องตัดทิ้งใหม่นะคะก็เริ่มใหม่ก็คือเสียหัวใหม่แล้วก็ต้องย้ำเสร็จทั้ง2รอบเรียบร้อยนะคะต้องใช้ท่อหดเชื่อมอีกรอบหนึ่งแล้วก็ค่อยTestสายว่าตัวสายนี่มันรับส่งสัญญาณได้หรือเปล่าข้อดีระยะทางที่ในการส่งสัญญาณที่ไกลขึ้นป้องกันสัญญาณรบกวนได้ดีนะคะเพราะว่าจะสังเกตว่าไอ้ตัวCoaxนี่จะมีแค่สายทองแดงเส้นเดียวที่อยู่ตรงกลางแต่ว่าถ้าเป็นสายคู่บิดเกลียวนี่มันจะมีคู่ส่งสัญญาณที่เป็นคู่ๆ4คู่นะจำได้นะที่เราท่องสีไปเมื่อกี้มันจะมีคู่ไปดังนั้นนี่สัญญาณที่ใช้ในการส่งนี่มันก็จะมีเครื่องเครื่องที่มันส่งอยู่ด้วยกันนะคะมันจะเกิดสัญญาณรบกวนได้อันนี้ก็เลยจะส่งสัญญาณได้ระยะที่ไกลกว่านั่นเองนะคะถัดมาประสิทธิภาพนะคะของCoaxialนะคะอันนี้ต้องดูความถี่ในการส่งยิ่งความถี่เยอะนะคะระยะทางในการส่งก็จะเพิ่มมากขึ้นนั่นเองนะคะตรงนี้ตามกราฟมองภาพง่ายๆเลยถัดมาเอาเป็นรูปภาพมาให้ดูคร่าวๆอันนี้เป็นการลักษณะการส่งสัญญาณข้างในอันนี้ขอข้ามแล้วกันนะเดี๋ยวมันจะเยอะไปมาดูสายใยแก้วนำแสงของเรานะคะสายใยแก้วนำแสงอย่างที่บอกไปว่าเป็นอุปกรณ์ที่สามารถส่งสัญญาณนะคะจากต้นทางไปปลายทางได้ระยะที่ไกลที่สุดพูดง่ายๆดีสุดดีสุดจะตามมาด้วยราคาที่แพงที่สุดนั่นเองนะคะจะมีอะไรบ้างมีCoreก็คือเส้นใยแก้วที่อยู่ข้างในนะคะก็จะผลิตจากแก้วตามชื่อเอาแก้วมาผลิตเป็นเส้นมันต้องเปราะแตกแล้วก็ง่ายถูกไหมคะก็จะมีการส่งจะส่งเป็นสัญญาณเลเซอร์นะคะหรือว่าเพื่อส่งสัญญาณจากต้นทางไปปลายทางแล้วก็มีผู้รับนะคะแล้วก็มีตัวห่อหุ้มCladdingมาดูถัดไปคราวนี้เราจะมาแบ่งประเภทของตัวสัญญาณFiberOpticก็จะมีตัวส่งสัญญาณนี่มันก็จะแบ่งประเภทอีกว่ามันมีประเภทอะไรบ้างนะคะจะมีรูปแบบอะไรบ้างMultimodeกับSinglemodeก็คือกรณีที่เราต้องการส่งสัญญาณนี่สามารถส่งสัญญาณไปพร้อมกันโดยฉายแสงลงไปพร้อมกันครั้งเดียวไหมหรือว่าส่งไปแค่ครั้งเดียวแล้วมันต่างกันอย่างไหนอันไหนมันดีกว่ากันนะคะMultimodeก็จะแบ่งออกเป็นอีกStepindexตามชื่อแล้วก็Gradedindexเดี๋ยวเราจะมาดูกันว่าแต่ละตัวนี่มันต่างกันอย่างไรและตัวไหนนี่มันเหมาะกับการส่งข้อมูลแบบไหนบ้างนั่นเองดูจากรูปนี่พอเข้าใจไหมคะอันนี้ก็จะเป็นMultimodeทั้ง2อันMultimodeก็คือการส่งสัญญาณนะคะหลายๆลำแสงพร้อมกันเข้าสู่สายใยแก้วนำแสงนั่นเองสมมติเราส่งคลื่นสัญญาณมาเป็นเหลี่ยมๆเหลี่ยมๆอย่างนี้ปกติเวลาเราส่งข้อมูลสมมุติเป็นเสียงพูดเราพูด12345678910ปลายทางก็ต้องได้รับ12345678910ถูกไหมคะเราจะเห็นว่าเราส่งคลื่นเป็นคลื่นเหลี่ยมปึ๊บๆๆๆปลายทางของMultimodeจะเห็นว่ามันจะลดทอนสัญญาณลงเป็นตัวCurveเป็นภูเขาเป็นคลื่นนะคะถ้าเป็นSingleModeนะคะมันจะเปลี่ยนแค่ตรงความสูงตรงนี้นิดเดียวตรงหัวมันนะคะตรงAmplitudeความสูงของมันนี่ให้มันโค้งมนลงมาเราก็จะรู้ได้เลยว่าสัญญาณที่ดีที่สุดในการส่งก็จะเป็นรูปSinglemodeถูกไหมดูภาพแบบดูจากรูปเลยง่ายๆงงไหมข้างบนนี่มันก็จะลดทอนลงมาอันนี้ก็จะเริ่มมีสัญญาณที่มันดีขึ้นนะคะก็คือหน้าตาที่มันเหมือนกับต้นทางมากที่สุดก็คือการส่งสัญญาณที่ดีที่สุดนะคะไม่งงนะstepindexนะคะอันนี้ก็จะเห็นว่ามันส่งแล้วก็อาจจะมีการหักเหในการส่งข้อมูลในช่องสัญญาณของกันก็อาจจะเกิดลดทอนได้นะคะดังนั้นสัญญาณของเรานี่มันก็จะมีขนาดที่ถูกปรับเล็กลงนะคะแล้วก็การเปลี่ยนรูปของตัวสัญญาณของปลายทางที่ได้รับนี่ก็ต้องปรับลงนะคะgradedนะคะเนื่องจากไม่ค่อยมีการหักเหของสัญญาณนะคะทำให้การเปลี่ยนรูปนี่ก็จะเพิ่มขึ้นก็คือไม่เปลี่ยนเยอะเท่าไรนะคะสัญญาณมันก็จะดีขึ้นจากตัวข้างบนนะคะถ้าเป็นSinglemodeมันก็ส่งมาเป็นลำแสงเดียวแน่นอนมันก็จะไม่ค่อยโดนท่อในการส่งก็คือตัวใยแก้วของเรานี่ไม่มีการหักเหของสัญญาณนะคะทำให้รูปทรงในปลายทางที่ได้รับนี่ก็จะเหมือนสัญญาณต้นทางที่เราส่งมานั่นเองนะคะถัดมาไฟเบอร์ออปติกของเราก็จะแบ่งออกเป็น2ประเภทนะคะเป็นMultimodeกับSinglemodeเมื่อกี้ที่เราบอกไปนะคะตามชื่อMultimodeก็เป็นตัวMถูกไหมคะMMFนะคะถ้าเป็นตัวSingleก็เป็นSMFก็เป็นSingleModeFiberOpticของเราเดี๋ยวลงรายละเอียดของเรานะคะเนื่องจากสายใยแก้วของเรานะคะก็จะมีลำแสงนะคะที่นำส่งจากต้นทางไปยังปลายทางนะคะจะเป็นLEDหรือว่าจะเป็นเลเซอร์ก็แล้วแต่นะคะตัวMultimodeของเราแบ่งเป็น2ชนิดนะคะแบบStepIndexหรือGradedIndexนะคะตัวนี้นะคะเนื่องจากนะคะมีความเบาบางของสัญญาณแล้วก็การแตกตัวของสัญญาณที่อยู่ในช่องตัวFiberOpticของเราก็จะทำให้ความเร็วของสัญญาณที่ใช้ในการส่งนี่ถูกลดลงนะคะตัวนี้แล้วก็มีข้อจำกัดระยะทางก็อยู่ที่500เมตรจากรูปก็จะเห็นว่ามันคุณภาพที่ด้อยที่สุดนะคะถัดมาตัวGradedIndexนี่พยายามที่จะให้ส่งตัวสัญญาณนี่อยู่ในท่อกลางมากที่สุดมันจะได้ไม่เกิดการหักเหหรือไปชนกับท่อนะคะหรือว่าตัวสายส่งของเรานี่ทำให้การส่งสัญญาณนี่มันถึงไปปลายทางพร้อมกันแล้วก็ได้ระยะที่ได้ไกลกว่านะคะได้ไกลกว่า1กิโลเมตรอันนี้คืออยู่ที่500เมตรพูดง่ายๆก็คือมันเพิ่มประสิทธิภาพในการส่งสัญญาณที่มากขึ้นนั่นเองนะคะเป็นMultimodeนะMMFนะคะคราวนี้ตัวสุดท้ายที่บอกไปว่าSingleModeนี่มีการส่งสัญญาณนี่ค่อนข้างได้สัญญาณเหมือนกับต้นแบบมากที่สุดตัวนี้ก็จะส่งสัญญาณที่อยู่ในเส้นกลางของเรานะคะแล้วก็ระยะทางไกลสูงสุดถึง100กิโลเมตรราคาก็จะค่อนข้างสูงนะคะเดี๋ยวเราไปดูรูปอีกครั้งหนึ่งนะคะจะได้เข้าใจมากยิ่งขึ้นStepindexGradedแล้วก็Singleอันนี้ก็คือพยายามให้มันอยู่ตรงกลางมันจะได้ไม่เกิดการลดทอนหรือหักเหนะคะของตัวสัญญาณอันนี้ก็คือส่งเป็นSingleก็คือลำแสงเดียวแน่นอนมันก็จะไม่โดนการลดทอนข้อมูลปลายทางก็จะค่อนข้างได้รับเกือบครบถ้วนนั่นเองนะคะถัดมามาดูประเภทนะคะโดยรวมมันก็จะมาดูที่ขนาดของCoreแล้วก็Claddingนะคะก็คือเวลาตัวสายไฟเบอร์ออปติกนี่เนื่องจากมันเป็นเส้นใยแก้วนำแสงนะคะแล้วค่อนข้างมีขนาดที่เล็กแล้วก็เบาแล้วก็บางที่สุดน้ำหนักเบาที่สุดเลยนะคะเราก็จะมาดูขนาดของแต่ละประเภทนะคะแล้วก็สามารถใช้กับเป็นMultimodeประเภทไหนบ้างก็คือสามารถใช้ส่งสัญญาณกับอุปกรณ์ประเภทไหนนะคะถ้าเป็นที่Singlemodeเราจะเห็นว่าขนาดของตัวCoreนะคะและขนาดของCladdingนี่อยู่ที่7ต่อ125นะคะเวลาเขาเขียนก็จะเป็นตัวทับนะคะเป็น7/125นั่นเองตัวกลางนะคะคือตัวห่อหุ้มนี่มีขนาดเท่าไรจะเห็นว่าCladdingนี่จะมีค่าเท่ากันหมดอยู่ที่125ดังนั้นตัวที่เราสังเกตก็คือเราจะมาดูที่ตัวCoreก็คือตัวกลางของตัวใยแก้วนำแสงของเรานี่ว่ามีขนาดที่แตกต่างอะไรบ้างนั่นเองนะคะตรงนี้โอเคเดี๋ยวดูถัดมานะคะโอเคเราดูตัวอุปกรณ์ต่อดีกว่าคราวนี้สายแลนRJ-45นะคะCoaxialBNCแล้วก็FiberOpticจะมีชื่อหัวต่อที่แตกต่างกันแตกต่างตามอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อบริษัทผู้ผลิตแบรนด์สินค้าที่เขาผลิตก็จะขายหัวต่อที่แต่ละประเภทไม่เหมือนกันด้วยนะอย่างSCconnectorนะคะSCconnectorแล้วก็MT-RJก็จะมีสั่งTXRXก็คือภาครับแล้วก็ภาคส่งเป็นคู่กันนะคะทั้ง2ตัวการเข้าสายก็จะยากยิ่งกว่าการเข้าสายของCoaxเพิ่มระดับขึ้นไปอีกเนื่องจากตัวแก้วนี่จะค่อนข้างบางมากๆนะคะก็คือต้องทำการเฉือนเปราะแล้วก็ค่อยใส่อุปกรณ์เชื่อมต่อแต่ละหัวมาให้นั่นเองนะคะอย่างที่บอกปัจจุบันนี่หัวนะคะไม่ว่าจะเป็นสายแลนโคแอกหรือว่าไฟเบอร์ออปติกนี่สมัยนี้ไม่เหมือนสมัยก่อนนะเขาสามารถซื้อที่เป็นอุปกรณ์ที่เข้าสายสำเร็จรูปมาแล้วแล้วก็สามารถเลือกระยะทางได้แต่ว่าถ้าถ้าเป็นในตัวชิ้นงานหรือว่าหน้างานจริงๆนี่การต่อเชื่อมอุปกรณ์นี่เราก็ต้องมีอยู่นะคะอุปกรณ์Testสัญญาณว่าส่งสัญญาณจากต้นทางปลายทางก็เหมือนTestสายแลนนะคะอุปกรณ์Testก็จะแตกต่างกันไปนะคะว่าสามารถเชื่อมต่อกับหัวแล้วสามารถส่งสัญญาณได้จริงหรือเปล่าจะเป็นแตกต่างกันอันนี้จะเป็นเหล็กนะคะถ้าอาจารย์จำไม่ผิดอันนี้น่าจะเป็นพลาสติกเวลาคลิกเข้าไปเชื่อมกับอุปกรณ์นะคะอันนี้ก็จะเป็นลักษณะของFiberOpticเหมือนกันMT-RJก็จะมี3รูปแบบนะคะที่ใช้ในการเชื่อมต่อของอุปกรณ์ไฟเบอร์ออปติกของเราถัดมามาดูประสิทธิภาพนะคะที่ใช้ในการเชื่อมต่ออุปกรณ์นะคะความถี่พูดผิดความยาวคลื่นWavelengthนาโนเมตรตรงนี้ความยาวคลื่นเท่าไรนะคะการลดทอนของสัญญาณLossเดซิเบลต่อกิโลเมตรก็แล้วแต่ว่าเราจะเห็นว่าประมาณตรงนี้คลื่นความถี่ตรงนี้นี่ค่อนข้างมีการลดทอนนี่ค่อนข้างเยอะตามระยะทางนี่เป็นประสิทธิภาพในการส่งสัญญาณดังนั้นการส่งสัญญาณเป็นช่วงไหนนะคะที่จะดีก็จะดูว่าตรงไหนที่มันลดทอนได้น้อยนะคะก็คือสามารถที่จะส่งสัญญาณของข้อมูลจากต้นทางไปยังปลายทางได้อย่างมีประสิทธิภาพนั่นเองนะคะเมื่อกี้พูดไปถึงสายส่งสัญญาณเรียบร้อยแล้วคราวนี้ก็จะเป็นรูปแบบของอุปกรณ์ไร้สายบ้างก็คือคลื่นที่ใช้ในการส่งสัญญาณของเรานะคะก็จะเป็นพวกคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่ทำการส่งนะคะไม่ว่าจะเป็นเสียงนะคะหรือข้อมูลนะคะพวกDataพวกVoiceพวกมัลติมีเดียส่งไปให้เรานั่นเองนะคะโดยใช้เป็นอุปกรณ์ไร้สายก็คือWirelessนะคะแล้วก็จะมี3ประเภทวิทยุคลื่นวิทยุไมโครเวฟแล้วก็อินฟราเรดซึ่งเราน่าจะเคยใช้กันทั้งหมดอยู่แล้วนะคะอันนี้ก็จะเป็นสเปกตรัมของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าอยู่ที่กี่กิโลเฮิร์ตซ์ถึงเท่าไรอันนี้3ถึง300นะคะ3กิโลเฮิร์ตซ์ถึง300GHzนะคะมันก็จะเป็นคลื่นความถี่ของคลื่นวิทยุกับคลื่นไมโครเวฟนะคะInfraredเดี๋ยวนี้น่าจะไม่ค่อยได้ใช้นะคะถ้าจะเป็นอุปกรณ์สื่อสารสมัยก่อนนะคะเวลาเราส่งข้อมูลหากันส่งรูปภาพต่างๆนี่สามารถที่จะใช้ตัวInfraredนะคะเปิดช่องให้ตัวช่องสัญญาณของInfraredนี่อยู่ในระยะเดียวกันแล้วก็ไม่มีสิ่งรบกวนก็สามารถส่งอุปกรณ์เข้าหากันได้นะคะInfraredนี่เป็นการใช้กับโทรศัพท์รุ่นแรกๆเลยนะคะถ้าใครทันนี่ก็จะเห็นว่าเสาที่ใช้อินฟราเรดในการส่งสัญญาณแล้วก็จะมีคลื่นความถี่ต่างๆนะคะถัดมาอาจารย์มองเป็นภาพรวมคร่าวๆนะพูดให้ฟังวิธีการแพร่สัญญาณในการส่งข้อมูลการส่งข้อมูลที่เป็นรูปแบบไร้สายนี่มันก็จะมีหลากหลายรูปแบบนะคะGroundPropagationก็จะเป็นลักษณะที่เราใช้อยู่ณปัจจุบันก็คือเสาสัญญาณที่อยู่แต่ละที่นะคะเหมือนเราใช้ระบบCellularโทรศัพท์นะอาจจะใช้คลื่นDTACAISนะมีอะไรอีกล่ะTrueCatTelecomนะคะจริงๆมันก็มีคลื่นอีกนะแต่จำชื่อไม่ได้นะคะก็จะมีการส่งสัญญาณนะคะภาคพื้นดินการส่งสัญญาณนะคะเราจะเห็นว่าเราจะใช้เสาสัญญาณในการส่งข้อมูลง่ายๆถ้าเป็นระบบเครือข่ายโทรศัพท์จะเป็นTowerขาวแดงที่เราเห็นตามจุดต่างๆกระจายสัญญาณนะคะแล้วก็จะมีติดว่าเป็นบริษัทไหนเป็นผู้ให้บริการของAISไหมของTrueไหมนะคะแต่ละที่ก็จะมีเจ้าหน้าที่มาเช็กนะคะว่าจะสามารถส่งแล้วก็ให้สัญญาณครอบคลุมพื้นที่เราอย่างไรเหมือนบอกว่าครอบคลุมพื้นที่ของประเทศไทยภาคอีสานอะไรก็ว่ากันไปนะคะจะเรียกว่าGroundPropagationก็คือการส่งสัญญาณภาคพื้นดินง่ายๆทั่วไปถัดมาอันที่2SkyPropagationตามชื่อSkyก็คือท้องฟ้าถูกไหมคะก็จะเป็นพวกสัญญาณดาวเทียมนะคะที่ยิงลงมารับข้อมูลจากข้างบนแล้วก็ยิงข้อมูลกลับมาพวกการใช้การส่งโทรศัพท์ที่ข้ามภูมิภาคหรือว่าการใช้โทรศัพท์ในกรณีที่อยู่ในถิ่นทุรกันดารที่มันไม่มีสายส่งสัญญาณมันก็ใช้ตัวนี้SkyPropagationนะคะใช้ดาวเทียมนะคะในการสื่อสารตัวนี้แล้วก็อันที่3Line-of-sightLine-of-sightจะเป็นการส่งข้อมูลระหว่างการส่งสัญญาณจากจุดหนึ่งไปยังจุดหนึ่งอาจจะเป็นกรณีที่อุปกรณ์มีสัญญาณกีดขวางค่อนข้างเยอะนะคะสามารถที่จะส่งนะคะเสาอากาศพวกจานรับสัญญาณต่างๆนี่อาจจะติดตั้งบริเวณที่บนที่สูงบนตึกบนอาคารแล้วก็หันหน้าตัวอุปกรณ์สัญญาณนี่ภาครับกับภาคส่งอยู่ในพื้นระดับเดียวกันเพื่อจะได้ส่งสัญญาณแล้วก็ไม่มีสิ่งกีดขวางนั่นเองนะคะดูจากรูปได้เลยนะคะมันก็จะรูปนี่จะสื่อให้เราเข้าใจเบื้องต้นก่อนนี่มันก็จะมีระยะว่าการส่งสัญญาณแบบLine-of-sightแบบนี้นี่มันส่งได้ที่ละเท่าไรแล้วก็ต้องเพิ่มตัวLine-of-sightกี่ตัวเพื่อจะส่งสัญญาณไปยังปลายทางได้อย่างถูกต้องนั่นเองนะคะอันนี้ย่านความถี่เยอะไปนะเดี๋ยวอาจารย์ให้ไปดูไปอ่านเล่นๆแล้วกันนะคะพวกAMFMUHFมีSatelliteRadarก็จะแบ่งประเภทออกไปนะคะอย่างที่บอกไปว่ามันจะมีสายสื่อสารแบบไร้สายก็จะแบ่งออกเป็น3ประเภทRadioWaveMicrowaveแล้วก็Infraredนะคะ3อันอันนี้เป็นเสาส่งสัญญาณเอาแบบง่ายๆสรุปแบบง่ายๆแล้วกันนะคะถ้าเป็นคลื่นวิทยุMulticastก็คือสามารถกระจายส่งสัญญาณไปทั่วทิศทางของเราตัวนี้เหมือนระบบกระจายเสียงโทรทัศน์เสียงตามสายประกาศเวลาตื่นเช้าตามหมู่บ้านจะมีเสียงตอนเช้าเสียงตามสายตอนเช้ามาประกาศอันนี้ก็จะเป็นMulticastเหมือนกันนะคะก็คือส่งไปอย่างเดียวให้ผู้รับรับข้อมูลของเรานะคะหรือกระจายเสียงโทรทัศน์โทรทัศน์อยู่บ้านเราเราก็โต้ตอบกับเขาไม่ได้ใช่ไหมก็ดูได้อย่างเดียวถูกไหมคะมันก็จะเป็นการBroadcastกระจายออกไปและจะเป็นPagerเดี๋ยวนี้ก็ไม่มีแล้วนะรับแต่ข้อความถูกไหมคะถัดมาAntennaอันนี้เอามารูปมาให้ดูคร่าวๆเฉยๆนะคะมันก็จะเป็นเวลารับส่งสัญญาณที่ตามเสาขาวแดงตรงTowerต่างๆเขาจะมีการรับส่งสัญญาณพวกนี้มันจะมีรูปแบบลักษณะที่แตกต่างกันนะคะว่าพื้นที่ในการรับตัวสัญญาณนี่สมมติเป็นแบบจานนะคะมีAntennaหรือว่าจะเป็นHornที่เป็นรูปแบบนี้พื้นที่ในการรับข้อมูลอยู่ที่เท่าไรแล้วก็ต้องหมุนองศาไปที่เท่าไรที่จะรับข้อมูลได้นะคะมันจะมีการคำนวณนะคะว่าสามารถหันไปที่องศาเท่าไรแล้วรับข้อมูลมาแล้วจะได้สัญญาณที่มันดีที่สุดนั่นเองเอารูปตัวอย่างมาให้ดูเฉยๆนะคะอันนี้จะเป็นพวกรับส่งสัญญาณนะคะอาจจะเป็นลักษณะของGroundนะคะหรือไอ้ตัวLine-of-sightในการส่งข้อมูลนั่นเองคลื่นไมโครเวฟก็เป็นแบบUnicastนั่นเองเมื่อกี้Multicastก็คือแพร่กระจายออกไปอันนี้Unicastนะคะพวกโทรศัพท์แบบCellularCellularก็เหมือนโทรศัพท์บ้านเอ้ยโทรศัพท์มือถือที่เราใช้พูดผิดนะคะเครือข่ายดาวเทียมแล้วก็แลนแบบไร้สายก็จะมีพื้นที่ที่ให้การครอบคลุมเช่นเดียวกันนะคะว่ากระจายออกไปแล้วให้บริการถึงพื้นที่ไหนครอบคลุมเขตพื้นที่อะไรบ้างนั่นเองนะคะวันนี้ใกล้แล้วใกล้แล้วใกล้จะหมดแล้วนะคะอินฟราเรดก็จะเป็นการส่งข้อมูลสัญญาณช่วงสั้นๆปัจจุบันยังมีไหมสมัยก่อนก็จะมีพวกพรินเตอร์พรินเตอร์ก็ใช้อินฟราเรดเหมือนกันถ้าเคยเห็นรุ่นก่อนๆมันจะมีช่องดำๆนะคะเหมือนเป็นการไว้รับส่งสัญญาณในการส่งข้อมูลของตัวอินฟราเรดนั่นเองนะคะถ้ามือถือสมมติอาจารย์มีมือถือที่ใช้อินฟราเรดได้นะคะสมัยก่อนนักเรียนก็มีเครื่องมือถือที่ใช้อินฟราเรดได้เราก็สามารถที่จะส่งข้อมูลหากันเหมือนสมัยก่อนนี่เราอยากส่งรูปหากันนี่นะคะระบบเครือข่ายมันก็จะค่อนข้างแพงนะสมัยก่อนนะคะเราสามารถใช้อินฟราเรดเปิดตัวช่องสัญญาณแล้วก็หันหน้าตัวอุปกรณ์ที่เป็นช่องสัญญาณอินฟราเรดนี่เชื่อมต่อกันแล้วก็ส่งสัญญาณข้อมูลหากันได้นั่นเองนะคะอินฟราเรดก็จะเป็นส่งช่วงสัญญาณแบบสั้นๆจริงๆต้องใกล้ๆกันแล้วก็ไม่มีอุปกรณ์มาปิดขวางการส่งสัญญาณข้อมูลนะคะโดยใช้การแพร่ของสัญญาณนะคะLine-of-sightก็คือLine-of-sightก็คือเป็นเส้นระนาบเดียวกันจะได้ส่งข้อมูลถึงกันได้นั่นเองนะคะคราวนี้เราจะมาเปรียบเทียบดูสิอุปกรณ์ที่พูดกันไปทั้งหมดนะคะUTPSUPโคแอกเชียลนะคะไฟเบอร์นะคะRadioไมโครเวฟSatelliteอย่างที่บอกไปเราก็น่าจะเข้าใจนะคะว่าตัวคลื่นไมโครเวฟนะคะพวกส่งสัญญาณนะคะพวกLine-of-sightต่างๆหรือเป็นพวกดาวเทียมนี่จะค่อนข้างให้การส่งสัญญาณข้อมูลไกลที่สุดระยะไกลที่สุดราคาก็จะสูงตามไปด้วยนะคะพูดง่ายๆด้านบนก็จะราคาถูกสุดแล้วก็ไล่คุณสมบัติมาแล้วก็ส่งสัญญาณได้ไกลนะคะเสียงรบกวนก็จะลดน้อยลงตามตัวอุปกรณ์นั่นเองนะคะSecurityถ้าเป็นอุปกรณ์ที่แพงมากขึ้นนะคะSecurityในการส่งสัญญาณก็เพิ่มมากขึ้นเช่นเดียวกันนะคะอันนี้ก็จะทำให้เราทราบถึงมาตรฐานตัวกลางที่ใช้ในการสื่อสารหรือว่าคมนาคมของเรานะคะไม่ว่าจะเป็นเครือข่ายNetworkนะคะหรือว่าการส่งนะคะเกี่ยวกับดาวเทียมหรือว่าตัวไมโครเวฟต่างๆอันนี้เราสรุปตารางนะคะบทที่3ของเราก็จะเป็นประมาณนี้นะคะมีทั้งแบบสื่อมีสายสื่อไร้สายนะคะที่จริงถ้าเป็นคุณสมบัติจริงๆนะคะแต่ละตัวสามารถแตกเป็นแต่ละรายวิชาได้เลยนะคะโอเควันนี้ไม่ได้ทำคำศัพท์มาให้จริงๆตัวกลมต่างๆพ(ด)-้ลาสติกนะคะแล้ก็เลยอาจจะมีรอเ(บ)ล(น)-้-็กส(าจ)พยายามทำคำศัพท์อ(ม)เพิ่มใหด(-้)นะคะป(-่)าแต่ละตัวคำศัพท์ที่อาจารย์พู-็นห่วงทองแง31รอบ1(ไป)แล้วก(ม)-ันหมาย-็จะม(ค)วา-ีท(มว)-่ย่างไรนที-่(ะ)คะครมีช(ข)-้อคนก(-ำถ)มอรส่งอ-ีก(ะไ)อ(ไ)มคะเงียนึ่งคน(บ)อาจารยจะมองภา(-์)-ูดอะไรไม่รู้ชัดเจล(ค)-ักษณะแต่รบบน-ี(-ู)-้ะ(-่)าตอคะการเข(นนี)-้า(เ)า(-็)จแยเข(ล)-้า(ว)ย(บ)แล้วเรีากกว่าก(ย)บร้อยก็เหมือนเารเข้าสายแบบrj45(ดิม)นะคะอ(ว)-ันนี้จะ-ุปกรณ์หัวต่อชิ-้(เ)ป็นบทที่3เราพูดไปแล้วนะคะมาตรฐานโดยรวมนะในเทคโนโลยีบทที่2นน่าจะแพงกว่าrj45ตามลำด(อ)-ับ(น)-ี้จเป็นร(ส)ายสื่อสัได้การเข(ญญ)-้สายส่งแล้วก็เป็นWirelessแล้วก็Wireจะเริ่มตั-้(l)essLANแล้วก็เป็นWireนะคะเดี๋งแต่ทำการตรงน-ี(ย)วเร-้(า)จะมี-ัว(าน)องแดงเข-้ามาบทให-้-ำแลาย(-้ว)-็จะมีคลิปออนไลน์เดี๋ยวจะให้ทุก-่อนแล้วแต่ประ(ค)นทำเป็นออนไลเภ(น์)-ุกคนนะคะทุกคนมีเครื่องคอมฯประจำคอมฯหรือว่ามีโทรศัพท์มือถือทุกคนอยู่แล้วนะคะสำหรับเสือหของตัวสายโคแ(รื)กซ์ข้(ล่)าย(-ื่)-ีกร(สื)ไหมฮึค่ะเดี๋ยวบทำการปิดอาจจะม-ีเด-ี-๋ยวให้-ีกคว(-่เข)ามช่วยอ่านนะคะเดี๋ยวจะทหล(ดส)-ืบกันก่ะ(น)ไรข้(พร)ะวม(-่)พ(เ)จ(า)มี-ื่อนหลาส(ย)ติที่ใช้ครอบคล-ุ-่เข(นะ)ร(ด)-ี-๋-่าท(ะล)-่ห(ง)-ูนะคะเดี๋ยวให้ทุกคนเข้าเ-ิ(-็)ตหรคมต-่(-ื)ห(ม)-ื-ัว(อ)-่(-ื)ก็ได้นะคะเดี๋ยวอาจารย์จะให้ใช้Kahootนะคะโอเคอย่างนั้นเดี๋ยให้ยึดติดกับตัใสให้มันคง-ี-ูดง(-่ล)-่ามก็เนื้ยๆน(อ)หาก็จค(ร)ะมาณนี-ั(-้)ะคะก็เดี๋ยวจะม(ข)อบคุณพ-ีแบบผอมก็ค-่ล่-ือผอ(า)มแล้วก-็ห(-ัน)ะคะขอบคุาขึ้นนั(ณค)-่น(ะ)ดี๋ยวเราเจองนะคะ-ันสัปดาห์ห-้าแ-ี(ล)-้-ั-็(น)นะคะขอบจะเป็นล-ั(ค)-ุณค่ะเดี๋ยวอาจารย์ขอStopหยุดกษณะ(ไ)2(-้)ตัวนา(ไล)-์ท(น)-ี-้ก-่อนนะคะ4เมตรละ(แ)10(-๊)า(ห)-ั(-ึ)-่นเอ

More information
- compare(ans and test) :
- ans: file reference
- test: file test
- export datetime : 2024-01-17 17:53:04
- exported from : Accuracy Worker
- version :develop
- lib :character
- your normalize config
-IsFilter :true
-ToLower :false
-ToArabicNumber :true
-WordToNumber :true
-OrderAndSimilar :true
-ListRemove :
- alignment method :Hirschberg
- score weight :{"Match":5,"Mismatch":-1,"PartialMatch":2,"GapPenalty":-1}