﻿WEBVTT

1
00:00:00.000 --> 00:00:01.604

2
00:00:01.557 --> 00:00:01.885

3
00:00:02.766 --> 00:00:03.149

4
00:00:03.028 --> 00:00:04.163

5
00:00:04.560 --> 00:00:06.152
OK พร้อม

6
00:00:07.507 --> 00:00:07.928

7
00:00:08.088 --> 00:00:08.393

8
00:00:08.347 --> 00:00:10.367
สวัสดีค่ะ

9
00:00:10.326 --> 00:00:10.776

10
00:00:11.038 --> 00:00:11.289

11
00:00:13.397 --> 00:00:14.531

12
00:00:14.486 --> 00:00:17.362
สวัสดีล่ามด้วยนะคะ

13
00:00:17.637 --> 00:00:17.915

14
00:00:18.017 --> 00:00:18.501

15
00:00:18.465 --> 00:00:24.563
โอเคค่ะวันนี้เราจะมาเริ่มเรียนตัวมาตรฐาน

16
00:00:24.618 --> 00:00:24.848

17
00:00:24.748 --> 00:00:25.158

18
00:00:25.066 --> 00:00:29.404
โดยลงรายละเอียดนะคะเป็นมาตรฐานตัวแรกนะคะ

19
00:00:30.178 --> 00:00:34.597
I Triple E ของเรา IE นะคะ

20
00:00:34.467 --> 00:00:34.898

21
00:00:34.727 --> 00:00:39.571
เดี๋ยวเราจะมาดูว่ามาตรฐาน I Triple E โดยเราจะเลือก

22
00:00:39.527 --> 00:00:42.862
ตัวมาตรฐานที่ใกล้ตัวกับเรามากที่สุดนั่นเองนะคะ

23
00:00:42.874 --> 00:00:45.920
มันจะมีตัวมาตรฐานอะไรบ้างนะคะ

24
00:00:46.068 --> 00:00:50.476
ใช้รหัสตัวเลขอะไรพร้อมตัวสัญลักษณ์ตัวอักษร

25
00:00:50.615 --> 00:00:51.040

26
00:00:50.998 --> 00:00:51.236

27
00:00:51.132 --> 00:00:55.860
แถมด้วยอะไรบ้างแล้วบ่งบอกมีความหมายอะไรบ้างนั่นเองนะคะ

28
00:00:55.738 --> 00:00:56.027

29
00:00:55.927 --> 00:00:56.226

30
00:00:56.377 --> 00:00:56.795

31
00:00:56.505 --> 00:00:56.882

32
00:00:56.887 --> 00:01:04.925
เราพูดไปแล้วนะคะว่าตัวมาตรฐานอาทิตย์นี้ก็คือการรวมตัวของวิศวกรนะคะของอเมริกา

33
00:01:04.826 --> 00:01:09.638
เกี่ยวกับวิศวกรไฟฟ้าแล้วก็วิศวกรอิเล็กทรอนิกส์นะคะ

34
00:01:09.638 --> 00:01:15.250
ทำการร่วมมือกันเกี่ยวกับการดำเนินการวิจัยเกี่ยวกับการพัฒนานะคะ

35
00:01:15.282 --> 00:01:15.487

36
00:01:15.537 --> 00:01:19.318
การทำงานนะคะไม่ว่าจะเป็นระบบด้านไฟฟ้า

37
00:01:19.246 --> 00:01:19.796

38
00:01:19.757 --> 00:01:24.119
โทรคมนาคมไฟฟ้ากำลังแล้วก็ระบบแสงนะคะ

39
00:01:24.188 --> 00:01:24.690

40
00:01:24.628 --> 00:01:27.809
ระบบการสื่อสารก็อยู่ภายใต้นะคะ

41
00:01:27.768 --> 00:01:28.007

42
00:01:28.279 --> 00:01:28.524

43
00:01:29.240 --> 00:01:29.527

44
00:01:29.625 --> 00:01:30.266

45
00:01:30.273 --> 00:01:32.679
ระบบไฟฟ้าเช่นเดียวกันนะคะ

46
00:01:32.829 --> 00:01:39.683
ถือว่าเป็นแขนงหนึ่งก็เป็นไฟฟ้าสื่อสารเพราะว่าการสื่อสารของเราต้องใช้

47
00:01:39.692 --> 00:01:41.140
กำลังไฟ

48
00:01:41.349 --> 00:01:41.617

49
00:01:41.549 --> 00:01:48.802
มาให้เป็นพลังงานถูกไหมคะถ้าไม่มีตัวไฟฟ้าตัวนี้ก็ไม่สามารถที่จะสื่อสารกันได้ถูกไหม

50
00:01:48.790 --> 00:01:49.080

51
00:01:49.166 --> 00:01:52.160
ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆต้องมี

52
00:01:52.427 --> 00:01:53.945
พลังงานไฟฟ้านะคะ

53
00:01:53.965 --> 00:01:54.374

54
00:01:54.227 --> 00:01:54.463

55
00:01:54.676 --> 00:02:00.628
ตัว I Triple E ก็เป็นตัวมาวัดมาตรฐานว่า

56
00:02:00.627 --> 00:02:01.075

57
00:02:00.949 --> 00:02:02.274
อุปกรณ์

58
00:02:02.429 --> 00:02:08.914
ข้อตกลงต่างๆนะคะของการใช้งานเกี่ยวกับการสื่อสารของเราไม่ว่าจะเป็นอิเล็กทรอนิกส์

59
00:02:08.958 --> 00:02:09.896
วัดคุ้ม

60
00:02:09.857 --> 00:02:10.479
นะคะ

61
00:02:10.428 --> 00:02:10.699

62
00:02:10.626 --> 00:02:10.915

63
00:02:11.026 --> 00:02:11.303

64
00:02:11.147 --> 00:02:18.637
ระบบวัดคุมก็จะเป็นระบบอีกระบบหนึ่งนะคะของวิศวกรนะคะที่ทำการควบคุมดูแล

65
00:02:18.630 --> 00:02:22.144
ว่าจะมีมาตรฐานตัวไหนมากำหนดเช่นเดียวกันนะคะ

66
00:02:22.418 --> 00:02:24.315
โดยกลุ่มที่

67
00:02:24.337 --> 00:02:24.731

68
00:02:24.658 --> 00:02:25.332

69
00:02:25.297 --> 00:02:25.577

70
00:02:25.750 --> 00:02:26.160

71
00:02:25.866 --> 00:02:30.685
มาจากของตัวมาตรฐานอธิบดีก็แบ่งตามความเ****วชาญ

72
00:02:30.746 --> 00:02:34.450
อยากไฟฟ้าก็จะมีไฟฟ้าสื่อสารไฟฟ้ากำลัง

73
00:02:34.706 --> 00:02:41.845
ไฟฟ้าสื่อสารก็เหมือนโทรศัพท์นะคะถ้าไฟฟ้ากำลังก็จะเป็นไฟฟ้าตามบ้านเราที่เราใช้งานอยู่ทั่วไป

74
00:02:41.695 --> 00:02:45.725
อันนี้น่าจะมองภาพออกอยู่แล้วองค์การไฟฟ้าโทรศัพท์

75
00:02:45.668 --> 00:02:48.030
องค์การภูมิภาคเช่นเดียวกันนะคะ

76
00:02:47.980 --> 00:02:48.254

77
00:02:48.168 --> 00:02:52.296
โดยแต่ละกลุ่มจะได้รับหมายเลขไอทริปเปิ้ลอีบอกว่า

78
00:02:52.268 --> 00:02:52.732

79
00:02:52.585 --> 00:02:52.841

80
00:02:52.786 --> 00:02:53.463

81
00:02:53.487 --> 00:02:56.210
หมายเลขตัวนี้แทนด้วย

82
00:02:56.819 --> 00:02:57.287

83
00:02:57.005 --> 00:02:57.414

84
00:02:57.198 --> 00:03:03.940
การวัดมาตรฐานของการทำงานอะไรของอุปกรณ์ไหมหรือข้อปฏิบัติต่างๆหรือเปล่านะคะ

85
00:03:04.436 --> 00:03:04.725

86
00:03:04.567 --> 00:03:05.029

87
00:03:04.760 --> 00:03:05.017

88
00:03:05.716 --> 00:03:06.272

89
00:03:06.296 --> 00:03:06.726

90
00:03:07.506 --> 00:03:13.463
เราจะมาดูมาตรฐาน I Triple B นะคะโดยจะแบ่ง

91
00:03:13.408 --> 00:03:13.644

92
00:03:14.178 --> 00:03:18.199
โดยเริ่มจะมาตรฐาน 802 นะคะ

93
00:03:18.465 --> 00:03:22.124
82 จะเป็นรูปแบบของการสื่อสารนะคะ

94
00:03:22.057 --> 00:03:24.663
เริ่มด้วย 802.1 นะคะ

95
00:03:24.616 --> 00:03:25.031

96
00:03:24.887 --> 00:03:25.292

97
00:03:25.647 --> 00:03:28.322
จะเป็นการจัดการระบบเครือข่าย

98
00:03:28.527 --> 00:03:34.755
เช่นการตรวจสอบเวลาเราใช้งานระบบเครือข่ายในมหาวิทยาลัย

99
00:03:34.806 --> 00:03:35.221

100
00:03:35.449 --> 00:03:37.113
ต่างนะคะ

101
00:03:37.047 --> 00:03:39.269
หรือเข้าไปใช้งานตาม

102
00:03:39.226 --> 00:03:40.871
access point

103
00:03:41.147 --> 00:03:46.771
พวก True WiFi AIS WiFi นะคะเขาจะมีรูปแบบการตรวจสอบ

104
00:03:46.848 --> 00:03:47.395

105
00:03:47.357 --> 00:03:51.206
และรับรองผู้ใช้งานหรือ organisation

106
00:03:51.148 --> 00:03:53.422
authentication คืออะไร

107
00:03:53.509 --> 00:04:00.373
ก็คือเรามี username password ในการใช้งานนั่นเองเพื่อระบุตัวตนว่านักศึกษา

108
00:04:00.365 --> 00:04:04.275
เป็นนักศึกษาคนไหนชื่ออะไรรหัส ID อะไร

109
00:04:04.397 --> 00:04:07.131
เริ่มเข้ามาใช้งาน

110
00:04:07.346 --> 00:04:07.584

111
00:04:07.666 --> 00:04:08.043

112
00:04:08.627 --> 00:04:11.235
ตั้งแต่กี่โมงใช้งานกี่โมง

113
00:04:11.766 --> 00:04:12.022

114
00:04:12.027 --> 00:04:15.607
แล้วก็เริ่มใช้งานเท่าไรนะคะ

115
00:04:15.640 --> 00:04:16.165

116
00:04:16.188 --> 00:04:17.775
เข้าที่

117
00:04:17.915 --> 00:04:24.526
ค้นหาข้อมูลอยู่ที่เว็บไซต์อะไรบ้างหรือว่าอัพโหลดดาวน์โหลดข้อมูลอะไรบ้างนะคะ

118
00:04:24.517 --> 00:04:31.765
อันนี้ก็จะเป็นการบอก authentication นะคะบอกระบุว่าเป็นนักศึกษาเป็นเจ้าหน้าที่เป็นอาจารย์นะคะ

119
00:04:31.696 --> 00:04:31.932

120
00:04:32.017 --> 00:04:37.198
มีระดับความสามารถในการใช้งานอะไรบ้างนะคะอันนี้จะเป็น 802.1

121
00:04:37.457 --> 00:04:37.852

122
00:04:37.586 --> 00:04:38.056

123
00:04:37.965 --> 00:04:41.623
หัดมา 802.2 กำหนดการเชื่อมต่อ

124
00:04:41.688 --> 00:04:41.983

125
00:04:42.005 --> 00:04:43.423
l l c

126
00:04:43.478 --> 00:04:43.771

127
00:04:43.667 --> 00:04:43.922

128
00:04:43.870 --> 00:04:47.768
เทียบกับด่วน Data Link layer

129
00:04:47.712 --> 00:04:47.951

130
00:04:48.286 --> 00:04:48.847

131
00:04:48.987 --> 00:04:49.227

132
00:04:49.305 --> 00:04:49.573

133
00:04:49.508 --> 00:04:53.979
เราปี 2 กับปี 3 นะเรียน Network มาแล้วถูกไหม

134
00:04:53.856 --> 00:04:57.240
OSI layer เรียนมาแล้ว

135
00:04:57.388 --> 00:04:57.599

136
00:04:57.766 --> 00:04:58.450

137
00:04:58.467 --> 00:05:00.054
นะคุ้นๆไหม

138
00:05:00.517 --> 00:05:00.755

139
00:05:00.706 --> 00:05:01.016

140
00:05:01.158 --> 00:05:01.384

141
00:05:01.287 --> 00:05:01.573

142
00:05:01.480 --> 00:05:05.073
OSI นะคะก็จะเป็น

143
00:05:05.327 --> 00:05:05.721

144
00:05:05.516 --> 00:05:11.872
rotation Control นะคะ Data Link layer นะคะของ OSI model นะคะ

145
00:05:11.986 --> 00:05:12.558

146
00:05:12.567 --> 00:05:18.380
เดี๋ยวตัวหลังสไลด์อาจารย์จะพูดถึงตัวเลขต่างๆมีการเปรียบเทียบระหว่าง OS

147
00:05:18.196 --> 00:05:20.195
อะไรต่างๆว่ามันมี

148
00:05:20.317 --> 00:05:20.537

149
00:05:20.825 --> 00:05:21.245

150
00:05:21.085 --> 00:05:21.524

151
00:05:21.406 --> 00:05:27.040
ข้อจำกัดหรือว่าช้างการเชื่อมต่อแตกต่างกันอย่างไรนั่นเองนะคะ

152
00:05:27.549 --> 00:05:27.794

153
00:05:27.817 --> 00:05:28.059

154
00:05:28.266 --> 00:05:29.388

155
00:05:29.416 --> 00:05:34.078
ถัดมาไอ้อีตัวที่ 3 ของเราก็จะเป็น

156
00:05:34.025 --> 00:05:43.336
802.3 ของเราก็จะเป็นเครือข่ายอินเทอร์เน็ตเครือข่ายอินเทอร์เน็ตก็จะเป็นตัวเริ่มต้นของการเชื่อมต่อเครือข่ายดังนั้นเองนะคะ

157
00:05:43.378 --> 00:05:43.927

158
00:05:43.885 --> 00:05:46.246
เวลาการเชื่อมต่ออุปกรณ์

159
00:05:46.197 --> 00:05:46.481

160
00:05:46.456 --> 00:05:46.729

161
00:05:46.906 --> 00:05:50.673
ผู้รับแล้วก็พูดส่งในการส่งข้อมูลระหว่างกัน

162
00:05:50.616 --> 00:05:54.903
ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลตัวอักษรรูปภาพหรืออะไรก็แล้วแต่นะคะ

163
00:05:54.846 --> 00:06:02.915
เขาก็จะมีลักษณะการส่งข้อมูลจากต้นทางปลายทางอย่างไรและส่งข้อมูลแล้วกรณีที่ข้อมูลไม่ถึงปลายทางนี่

164
00:06:03.108 --> 00:06:06.699
เขามีเงื่อนไขหรือวิธีการเช็คอย่างไรนั่นเองนะคะ

165
00:06:06.628 --> 00:06:09.573
ส่งไปแล้วมีรีแอคชั่นกลับมาว่าอย่างไร

166
00:06:09.588 --> 00:06:13.084
สมมุติส่งไปมี 10 ข้อความแล้วปลายทางได้ 8

167
00:06:13.035 --> 00:06:13.328

168
00:06:13.298 --> 00:06:17.551
แล้วที่มันร้อนหรือว่าขาดหายระหว่างทางจะเป็นอย่างไรนั่นเองนะคะ

169
00:06:17.534 --> 00:06:17.775

170
00:06:17.790 --> 00:06:18.153

171
00:06:18.227 --> 00:06:18.478

172
00:06:18.430 --> 00:06:18.828

173
00:06:18.677 --> 00:06:19.136

174
00:06:18.937 --> 00:06:19.210

175
00:06:19.638 --> 00:06:19.879

176
00:06:19.955 --> 00:06:24.645
ถัดมา 802.4 มาตรฐานแบบ Token Bus

177
00:06:24.569 --> 00:06:25.021

178
00:06:24.946 --> 00:06:25.198

179
00:06:25.146 --> 00:06:25.426

180
00:06:25.407 --> 00:06:25.675

181
00:06:25.598 --> 00:06:26.064

182
00:06:25.916 --> 00:06:26.599

183
00:06:26.627 --> 00:06:34.430
802.4 กับ 802.5 จะเป็นรูปแบบของการเชื่อมต่อเครือข่ายเชื่อมต่อแบบไหนที่ง่ายที่สุดนะคะ

184
00:06:34.308 --> 00:06:34.620

185
00:06:34.885 --> 00:06:35.283

186
00:06:35.146 --> 00:06:35.408

187
00:06:35.336 --> 00:06:35.901

188
00:06:36.040 --> 00:06:43.440
Token bus กับ Token Ring ต่างกันอย่างไรมีการใช้อุปกรณ์แบบไหนใช้ใส่สื่อสารในการเชื่อมต่อแบบไหน

189
00:06:43.277 --> 00:06:47.265
แล้วตัวไหนมีข้อดีข้อเสียอย่างไรกระจายข้อมูลได้เร็วใหม่นะคะ

190
00:06:47.185 --> 00:06:47.444

191
00:06:47.378 --> 00:06:49.334
ในกรณีที่อุปกรณ์

192
00:06:49.486 --> 00:06:49.947

193
00:06:49.877 --> 00:06:59.877
ที่เชื่อมต่อภายในระบบเสีย 1 ตัวทำให้อุปกรณ์เครือข่ายรับลมไหมหรือว่าไม่ล่มหรือว่าเราสามารถใช้งานการสื่อสารเหล่านี้ได้อยู่บ้างหรือเปล่านะคะ

194
00:07:00.006 --> 00:07:00.293

195
00:07:00.635 --> 00:07:05.177
เดี๋ยวเราจะมาพูดลึกๆอีกว่ามันมีอุปกรณ์ Switch Hub นะคะ

196
00:07:05.186 --> 00:07:05.410

197
00:07:05.439 --> 00:07:12.640
ตัวกระจายสัญญาณการส่งข้อมูลแบบไหนแล้วก็การเชื่อมต่อแบบไหนที่มันมีการส่งข้อมูลที่มีข้อเสียอะไร

198
00:07:12.546 --> 00:07:15.109
เราจะมาลงรายละเอียดอีกแต่ละตัวนะคะ

199
00:07:16.079 --> 00:07:16.318

200
00:07:16.268 --> 00:07:21.556
ถัดมา 8 2.6 มาตรฐานแมนนะคะแมนชลบุรี

201
00:07:21.327 --> 00:07:26.638
area Network ก็จะเป็นลักษณะการส่งข้อมูลนะคะภายในเมือง

202
00:07:26.647 --> 00:07:31.079
ก็คือการสื่อสารที่มีการพื้นที่ให้บริการมากยิ่งขึ้นนะคะ

203
00:07:31.137 --> 00:07:31.553

204
00:07:31.588 --> 00:07:34.803
เริ่มแรกอาจจะอยู่ใน 1 ห้องขยะเป็นตึก

205
00:07:34.976 --> 00:07:37.473
ตึกแต่ละตึกขยายเพิ่มขึ้นนะคะ

206
00:07:37.408 --> 00:07:42.020
เป็นเหมือนนั่นเองนะคะเราก็มาดูว่าข้อกำหนดในการสื่อสารระหว่างเมือง

207
00:07:42.279 --> 00:07:42.739

208
00:07:42.466 --> 00:07:47.682
ในเมืองของเรานี่มีการจุดพักสัญญาณใหม่กระจายสัญญาณอย่างไร

209
00:07:47.667 --> 00:07:49.829
ทำให้ครอบคลุมพื้นที่นั่นเองนะคะ

210
00:07:50.028 --> 00:07:50.271

211
00:07:50.233 --> 00:07:50.776

212
00:07:50.989 --> 00:07:51.192

213
00:07:51.189 --> 00:07:51.622

214
00:07:51.569 --> 00:07:56.046
ถัดมา 80207 มาตรฐานการส่งสัญญาณแบบ baseband

215
00:07:56.064 --> 00:07:56.539

216
00:07:56.307 --> 00:07:59.015
Broadband กับ baseband นั่นเองนะคะ

217
00:07:59.067 --> 00:07:59.877

218
00:07:59.961 --> 00:08:09.961
อันนี้คือพูดถึง Broadband Broadband นะคะมีการส่งข้อมูลอย่างไรปลอดแบนกับเบสแบนต่างกันอย่างไรก็จะมีการส่งข้อมูลนะคะความถี่เดียวหรือความถี่พร้อมกัน

219
00:08:10.338 --> 00:08:10.952

220
00:08:11.039 --> 00:08:11.336

221
00:08:11.427 --> 00:08:11.804

222
00:08:11.879 --> 00:08:12.330

223
00:08:12.268 --> 00:08:14.316
มันจะต่างกันอย่างไรนะคะ

224
00:08:14.307 --> 00:08:17.292
ถ้าเป็นเบสแบนก็คือการส่งข้อมูลหนี้

225
00:08:17.450 --> 00:08:17.672

226
00:08:17.826 --> 00:08:23.837
มันก็จะส่งข้อมูลความผิดพร้อมๆกันนะคะมันก็จะสะดวกสบายมากยิ่งขึ้นนั่นเองนะคะ

227
00:08:23.727 --> 00:08:25.820
เดี๋ยวเราจะมาดูความแตกต่าง

228
00:08:25.778 --> 00:08:26.223

229
00:08:26.289 --> 00:08:29.020
ทั้ง Broadband และเปรตแบรนด์นางเอกนะคะ

230
00:08:29.878 --> 00:08:34.241
ผัดมา 80 2.8

231
00:08:34.426 --> 00:08:34.673

232
00:08:34.618 --> 00:08:35.108

233
00:08:35.187 --> 00:08:35.743

234
00:08:35.827 --> 00:08:36.261

235
00:08:36.029 --> 00:08:39.678
เคเบิ้ลใยแก้วนำแสงณปัจจุบันนี้แต่ก่อน

236
00:08:39.937 --> 00:08:40.209

237
00:08:40.316 --> 00:08:43.693
เวลาเราใช้

238
00:08:43.777 --> 00:08:44.248

239
00:08:44.156 --> 00:08:49.599
ระบบอินเทอร์เน็ตภายในบ้านนะคะส่วนมากจะเป็นสาย

240
00:08:49.608 --> 00:08:50.168

241
00:08:50.116 --> 00:08:51.447
ทองแดง

242
00:08:51.397 --> 00:08:53.443
ที่ใช้ในการเชื่อมต่อนะคะ

243
00:08:53.516 --> 00:08:57.035
ปัจจุบันก็จะเพิ่มขึ้นหรือพัฒนาเป็น Fiber Optic

244
00:08:56.978 --> 00:08:57.182

245
00:08:57.296 --> 00:09:04.291
หรือว่าใยแก้วนำแสง Fiber Optic ก็จะมีคุณสมบัติในการส่งที่ค่อนข้างระยะไกลกว่านะคะ

246
00:09:04.149 --> 00:09:06.314
แต่ข้อเสียของเขาก็จะมีเนื่องจาก

247
00:09:06.387 --> 00:09:08.825
ถามชื่อเป็นแก้วนะคะ

248
00:09:08.757 --> 00:09:14.615
Fiber Optic ความเปราะบางนะคะหรือว่าการแตกหักการบำรุงรักษาหรือว่าการเข้าหัว

249
00:09:14.663 --> 00:09:18.439
ก็จะค่อนข้างที่ใช้บุคคลเฉพาะนั่นเองนะคะ

250
00:09:18.438 --> 00:09:18.737

251
00:09:18.760 --> 00:09:22.791
แต่ว่านิยมใช้มากขึ้นเพราะว่าส่งสัญญาณได้ไกล

252
00:09:23.627 --> 00:09:24.011

253
00:09:24.065 --> 00:09:24.352

254
00:09:24.327 --> 00:09:27.847
แล้วก็สัญญาณรบกวนก็จะค่อนข้างน้อยลงนั่นเองนะคะ

255
00:09:28.175 --> 00:09:28.460

256
00:09:28.306 --> 00:09:28.662

257
00:09:29.135 --> 00:09:37.140
ถัดมา 80 2.9 นะคะก็จะเป็นการรวมเทคโนโลยี isbn แล้วก็แลน

258
00:09:37.078 --> 00:09:37.532

259
00:09:37.529 --> 00:09:37.909

260
00:09:37.847 --> 00:09:44.215
isdn ถ้ามองภาพง่ายๆให้มองแบบการสื่อสารในระบบโทรศัพท์บ้านเรานั่นเองนะคะ

261
00:09:44.772 --> 00:09:45.004

262
00:09:44.959 --> 00:09:47.252
เวลาเราสื่อสารโทรศัพท์นะคะ

263
00:09:47.647 --> 00:09:50.995
ก็จะมีชุมสายนะคะในการเชื่อมต่อ

264
00:09:51.307 --> 00:09:51.563

265
00:09:51.686 --> 00:09:52.944
แต่ละจุดนะคะ

266
00:09:52.967 --> 00:09:53.272

267
00:09:53.347 --> 00:09:53.910

268
00:09:53.867 --> 00:09:54.170

269
00:09:54.507 --> 00:09:54.736

270
00:09:54.697 --> 00:09:55.829
เหมือนสมมุติ

271
00:09:55.847 --> 00:09:56.265

272
00:09:56.227 --> 00:09:56.975

273
00:09:57.447 --> 00:10:05.230
โทรศัพท์แต่ละจังหวัดมันก็จะมีขึ้นข้างหน้าใช่ไหมบ้านเราก็จะเป็น 04 2 อย่างนี้ใช่ไหมคะ

274
00:10:05.071 --> 00:10:05.306

275
00:10:05.459 --> 00:10:08.912
ต่างประเทศหรือกรุงเทพฯก็จะเป็น 02

276
00:10:08.986 --> 00:10:11.267
ก็จะมีจุดพัก

277
00:10:11.351 --> 00:10:11.729

278
00:10:11.801 --> 00:10:12.174

279
00:10:12.192 --> 00:10:16.593
แล้วก็กระจายสัญญาณแต่ละที่นะคะก็จะเป็นการส่งข้อมูล

280
00:10:16.607 --> 00:10:18.744
แบบ isdn นั่นเองนะคะ

281
00:10:18.787 --> 00:10:19.654

282
00:10:19.678 --> 00:10:19.886

283
00:10:19.868 --> 00:10:23.945
ถัดมาตัวมาตรฐานแบบ 80 2.10

284
00:10:24.431 --> 00:10:24.689

285
00:10:24.546 --> 00:10:24.837

286
00:10:25.005 --> 00:10:25.309

287
00:10:25.257 --> 00:10:25.508

288
00:10:25.387 --> 00:10:27.298
ความปลอดภัย

289
00:10:27.628 --> 00:10:27.845

290
00:10:27.818 --> 00:10:28.035

291
00:10:28.018 --> 00:10:34.829
ความปลอดภัยตรงนี้ก็ค่อนข้างสำคัญสมมุติเดี๋ยวนี้เรามีลักษณะแบบ internet Banking

292
00:10:34.797 --> 00:10:35.206

293
00:10:35.056 --> 00:10:39.505
การใช้เติมเงินนะคะช้อปปิ้งออนไลน์ต่างๆที่ค่อนข้างเพิ่มมากขึ้น

294
00:10:39.418 --> 00:10:43.449
ความปลอดภัยตรงนี้จะมีได้อย่างไรในกรณีที่เรา

295
00:10:43.577 --> 00:10:44.378
กรอก

296
00:10:45.046 --> 00:10:48.306
รหัสบัตรเครดิตเข้าไปนะคะ

297
00:10:48.447 --> 00:10:52.921
ทำการโอนเงินถอนเงินนะคะหรือว่าช้อปปิ้งออนไลน์ขึ้นมา

298
00:10:52.866 --> 00:10:54.378
ความปลอดภัยตรงนี้

299
00:10:54.590 --> 00:10:58.502
จะโดนผู้อื่นนำข้อมูลเหล่านี้ไปได้หรือเปล่านะคะ

300
00:10:58.439 --> 00:11:04.090
เพราะว่าบางทีจะมีข่าวว่าอยู่ดีๆมีตัว SMS เตือนมาว่าคุณใช้

301
00:11:04.017 --> 00:11:04.835
โอนเงิน

302
00:11:04.981 --> 00:11:09.713
ใบนี้ซื้อสินค้าอาจจะขึ้นเป็น US Dollar

303
00:11:09.974 --> 00:11:17.384
ต่างประเทศเราจะเช็คได้อย่างไรว่าตัวระบบที่เราใช้ตัวระบบเครือข่ายนั้นจะมีความปลอดภัยถึงระดับไหนนั่นเองนะคะ

304
00:11:18.043 --> 00:11:18.293

305
00:11:18.297 --> 00:11:18.748

306
00:11:20.218 --> 00:11:20.485

307
00:11:21.117 --> 00:11:21.399

308
00:11:21.507 --> 00:11:22.057

309
00:11:22.017 --> 00:11:22.557

310
00:11:22.977 --> 00:11:26.164
ถัดมา

311
00:11:26.108 --> 00:11:31.351
802.11 เป็นมาตรฐานที่ใกล้ตัว

312
00:11:31.309 --> 00:11:36.354
กับนักเรียนมากที่สุดนักเรียนนักศึกษานะเพราะว่าเป็น

313
00:11:36.429 --> 00:11:37.309

314
00:11:37.268 --> 00:11:37.612

315
00:11:37.590 --> 00:11:40.406
Wireless หรือว่าตัว WiFi นะคะ

316
00:11:40.467 --> 00:11:43.275
เวลาเราเชื่อมต่อการใช้สมาร์ทโฟน

317
00:11:43.218 --> 00:11:44.537
แท็บเล็ตนะคะ

318
00:11:45.336 --> 00:11:45.581

319
00:11:45.656 --> 00:11:50.182
โน๊ตบุ๊คขึ้นมานี่ในการเชื่อมต่ออุปกรณ์สื่อสารนะคะ

320
00:11:50.458 --> 00:11:50.700

321
00:11:50.649 --> 00:11:55.667
เข้าในรั้วมหาวิทยาลัยหรือว่าจะอยู่ที่หอพักต่างๆ

322
00:11:55.589 --> 00:11:57.822
จะมีอุปกรณ์เหล่านี้ขึ้นมา

323
00:11:57.833 --> 00:11:58.273

324
00:11:58.018 --> 00:11:58.779

325
00:11:58.847 --> 00:11:59.924
จัดมา

326
00:12:00.186 --> 00:12:03.833
802.1 2 นะคะ

327
00:12:03.848 --> 00:12:04.132

328
00:12:04.362 --> 00:12:04.597

329
00:12:04.547 --> 00:12:04.810

330
00:12:04.866 --> 00:12:05.227

331
00:12:05.186 --> 00:12:10.143
ความเข้าใจนะคะความสัมพันธ์ความต้องการของการใช้งานระบบเครือข่าย

332
00:12:10.579 --> 00:12:10.781

333
00:12:11.468 --> 00:12:11.844

334
00:12:11.787 --> 00:12:14.854
ลำดับความสำคัญของการใช้งาน

335
00:12:15.245 --> 00:12:15.604

336
00:12:15.697 --> 00:12:15.978

337
00:12:15.949 --> 00:12:16.173

338
00:12:16.529 --> 00:12:20.044
บางทีเวลาเราเข้าไปดูข้อมูลนะคะ

339
00:12:19.986 --> 00:12:21.960
เข้าสู่อินเทอร์เน็ต

340
00:12:21.977 --> 00:12:22.206

341
00:12:22.230 --> 00:12:22.660

342
00:12:22.616 --> 00:12:23.121

343
00:12:22.997 --> 00:12:23.277

344
00:12:23.129 --> 00:12:29.283
มันจะมีการเข้าถึงแบบที่เป็นรูปแบบตัวอักษรรูปภาพหรือว่าจะเป็นมัลติมีเดีย

345
00:12:29.278 --> 00:12:29.578

346
00:12:29.667 --> 00:12:29.943

347
00:12:29.918 --> 00:12:33.818
ความสัมพันธ์ในการใช้งานก็จะค่อนข้างแตกต่างกัน

348
00:12:34.279 --> 00:12:36.571
เวลารับส่งข้อมูลถ้าเป็น

349
00:12:37.156 --> 00:12:42.299
คำพูดตัวอักษรถ้าเป็นตัวอักษรการเรียงลำดับหนี้

350
00:12:42.281 --> 00:12:42.588

351
00:12:42.605 --> 00:12:48.554
ท้ายที่สุดเราก็สามารถประกอบร่างกายแล้วก็เป็นข้อมูลที่สามารถสื่อสารไปยังปลายทางได้

352
00:12:48.689 --> 00:12:48.893

353
00:12:48.879 --> 00:12:52.143
แต่ในกรณีที่เป็นรูปแบบของเสียง

354
00:12:52.160 --> 00:12:52.408

355
00:12:52.601 --> 00:12:52.882

356
00:12:52.990 --> 00:12:56.355
ถ้ามันเรียงลำดับไม่ถูกต้องแน่นอนท้ายที่สุดนั้น

357
00:12:56.378 --> 00:12:56.591

358
00:12:56.760 --> 00:12:57.052

359
00:12:56.946 --> 00:12:57.360

360
00:12:57.717 --> 00:12:57.943

361
00:12:57.980 --> 00:13:01.191
ข้อมูลเสียงของเราก็จะไม่เป็นประโยชน์ถูกไหมคะ

362
00:13:01.251 --> 00:13:01.472

363
00:13:01.567 --> 00:13:05.664
อันหลังมาก่อนอันหน้ามาก่อนนะคะมันก็จะรวมกันไม่ได้นะคะ

364
00:13:05.598 --> 00:13:10.367
เราก็มาดูลำดับความสัมพันธ์แล้วก็ความต้องการของข้อมูลของเรา

365
00:13:10.347 --> 00:13:13.909
ผัดมาม่าสถาน 802.1 4 เป็นโมเด็ม

366
00:13:13.987 --> 00:13:14.274

367
00:13:15.017 --> 00:13:15.261

368
00:13:15.219 --> 00:13:15.501

369
00:13:15.468 --> 00:13:15.730

370
00:13:15.666 --> 00:13:21.623
โมเด็มก็จะเป็นตัวอุปกรณ์ตัวแรกที่ใช้ในการสื่อสารนะคะ

371
00:13:21.621 --> 00:13:21.850

372
00:13:21.937 --> 00:13:22.220

373
00:13:22.710 --> 00:13:24.946
ก่อนที่เราจะมีการใช้อินเทอร์เน็ต

374
00:13:24.889 --> 00:13:25.109

375
00:13:25.338 --> 00:13:25.598

376
00:13:25.466 --> 00:13:32.028
ทั่วไปบ้านเราที่มีสวิตช์เสียบปุ๊บสามารถที่จะ login เข้าไปใช้งานได้เลยนะคะ

377
00:13:31.997 --> 00:13:38.858
เริ่มแรกในการสื่อสารในระบบเครือข่ายจะมีตัวอุปกรณ์ที่เรียกว่าโมเด็มในการรับข้อมูลแล้วก็ส่งข้อมูลนะคะ

378
00:13:38.979 --> 00:13:39.245

379
00:13:39.487 --> 00:13:39.726

380
00:13:39.817 --> 00:13:40.828
เราจะกด

381
00:13:40.778 --> 00:13:43.149
กรอกข้อมูลในรูปแบบไดอะล็อก

382
00:13:43.017 --> 00:13:43.558

383
00:13:43.467 --> 00:13:43.927

384
00:13:43.907 --> 00:13:44.373

385
00:13:44.487 --> 00:13:46.532
ก็ทำการ Connect ไปยัง

386
00:13:47.107 --> 00:13:51.139
จุดที่เราใช้บริการไม่ว่าจะเป็นองค์การโทรศัพท์

387
00:13:51.279 --> 00:13:51.488

388
00:13:51.539 --> 00:13:51.957

389
00:13:51.727 --> 00:13:54.590
หรือว่าโทรศัพท์ที่ให้บริการเพื่อทำการ

390
00:13:54.737 --> 00:13:54.971

391
00:13:55.186 --> 00:13:58.356
Connect แล้วก็เชื่อมต่อไปยังปลายทางนั่นเองนะคะ

392
00:13:58.907 --> 00:13:59.137

393
00:13:59.546 --> 00:13:59.806

394
00:13:59.666 --> 00:13:59.913

395
00:13:59.931 --> 00:14:00.873
เดี๋ยว

396
00:14:00.890 --> 00:14:08.269
สไลด์ถัดไปอาจารย์ก็จะพูดถึงตัวโมเด็มว่าเขามีการเชื่อมต่อแล้วก็มีการส่งข้อมูลอย่างไรนั่นเองนะคะ

397
00:14:08.188 --> 00:14:08.474

398
00:14:08.390 --> 00:14:08.750

399
00:14:08.959 --> 00:14:09.181

400
00:14:09.146 --> 00:14:09.379

401
00:14:09.350 --> 00:14:09.838

402
00:14:09.789 --> 00:14:12.997
ถือว่าเป็นการสื่อสารเริ่มแรกเลยตัวโมเด็มตัวนี้

403
00:14:13.067 --> 00:14:13.326

404
00:14:13.507 --> 00:14:16.766
ถัดมา 802.5

405
00:14:16.705 --> 00:14:17.000

406
00:14:17.027 --> 00:14:19.700
กำหนดพื้นที่เครือข่ายไร้สายส่วนบุคคล

407
00:14:19.727 --> 00:14:19.994

408
00:14:19.847 --> 00:14:20.540

409
00:14:20.546 --> 00:14:21.742

410
00:14:21.777 --> 00:14:21.978

411
00:14:21.966 --> 00:14:24.209
เวลาเราใช้อุปกรณ์สื่อสารนะคะ

412
00:14:24.208 --> 00:14:30.238
พูดง่ายๆเหมือนเวลาเราใช้ระบบโทรศัพท์มันก็จะมีช่วงที่อับสัญญาณถูกไหมคะ

413
00:14:30.429 --> 00:14:31.955
มองภาพง่ายๆก่อน

414
00:14:32.029 --> 00:14:33.426
เพื่อจะได้เข้าใจ

415
00:14:33.426 --> 00:14:37.750
เราใช้มือถือนี่ขึ้นเขาลงห้วยหรือว่าพื้นที่ที่ไม่ครอบคลุม

416
00:14:37.727 --> 00:14:41.576
มันก็จะมีคลื่นความถี่หรือว่าตัวเสาสัญญาณที่มันน้อยลงนะคะ

417
00:14:41.698 --> 00:14:41.985

418
00:14:42.019 --> 00:14:42.321

419
00:14:42.268 --> 00:14:42.771

420
00:14:42.788 --> 00:14:43.190

421
00:14:43.167 --> 00:14:46.684
กลับมามองที่เครือข่ายไร้สายส่วนบุคคลนะคะ

422
00:14:46.631 --> 00:14:48.549
สมมุติว่าให้บริการ

423
00:14:48.487 --> 00:14:55.536
ระบบเครือข่ายอยู่ในมหาวิทยาลัยนะคะหรือว่าเป็นที่บ้านของเรานี่ก็มีพื้นที่ครอบคลุมนะคะ

424
00:14:56.306 --> 00:14:56.706

425
00:14:56.628 --> 00:14:56.984

426
00:14:57.137 --> 00:15:00.973
ว่าตัวกระจายสัญญาณของเรานี่เขาให้พื้นที่เท่าไร

427
00:15:01.227 --> 00:15:01.527

428
00:15:01.878 --> 00:15:03.336
เวลาพวก

429
00:15:03.607 --> 00:15:12.257
Network ต้องการคำนวณสมมติชั้นหนึ่งนี่มีตัว access point กี่ตัวที่จะครอบคลุมพื้นที่หรือว่า area

430
00:15:12.128 --> 00:15:12.619

431
00:15:12.640 --> 00:15:22.456
ต้องมีการคำนวณก่อนว่าตรงไหนจุดอับสัญญาณหรือว่าต้องวางอุปกรณ์ตรงไหนให้มันครอบคลุมแล้วที่สำคัญต้องครอบคลุมแล้วก็มีไม่สิ้นเปลืองพูดง่ายๆ

432
00:15:22.439 --> 00:15:22.851

433
00:15:23.341 --> 00:15:26.547
ครอบคลุมด้วยนั่นเองมันต้องมาควบคู่กันนะคะ

434
00:15:26.736 --> 00:15:26.991

435
00:15:27.887 --> 00:15:28.314

436
00:15:28.018 --> 00:15:28.439

437
00:15:28.266 --> 00:15:28.769

438
00:15:28.716 --> 00:15:29.138

439
00:15:29.037 --> 00:15:29.469

440
00:15:29.297 --> 00:15:30.297

441
00:15:30.318 --> 00:15:31.255

442
00:15:31.217 --> 00:15:36.310
คราวนี้ 80206 จะเป็นมาตรฐาน Broadband แบบไร้สายหรือว่า Y Max

443
00:15:36.407 --> 00:15:36.654

444
00:15:36.597 --> 00:15:36.881

445
00:15:36.787 --> 00:15:37.097

446
00:15:37.686 --> 00:15:41.780
ก็คือเมื่อกี้มันเป็นรูปแบบของมีสาย

447
00:15:41.851 --> 00:15:47.025
ภาพรูปแบบแบบไร้สายจะมีมาตรฐานตัวนี้เข้ามาก็คือ 802.16

448
00:15:46.983 --> 00:15:47.182

449
00:15:47.109 --> 00:15:49.284
มีทั้งมีสายแล้วก็ไร้สายนะคะ

450
00:15:49.283 --> 00:15:49.504

451
00:15:49.988 --> 00:15:50.410

452
00:15:50.369 --> 00:15:50.799

453
00:15:50.629 --> 00:15:51.044

454
00:15:51.976 --> 00:15:52.259

455
00:15:52.107 --> 00:15:52.361

456
00:15:52.358 --> 00:15:52.795

457
00:15:52.997 --> 00:16:00.031
ถัดมาเราจะมาพูดถึงที่บอกว่าตัวที่ใกล้ที่สุดก็คือ

458
00:16:00.177 --> 00:16:00.461

459
00:16:01.198 --> 00:16:01.648

460
00:16:01.649 --> 00:16:04.380
802.11 นะคะ

461
00:16:04.719 --> 00:16:07.083
ตัวนี้ก็จะเป็นลักษณะการ

462
00:16:07.217 --> 00:16:07.573

463
00:16:07.547 --> 00:16:09.899
โครงข่ายไร้สายของเรานะคะ

464
00:16:09.911 --> 00:16:10.197

465
00:16:10.486 --> 00:16:16.063
โดยจะกำหนดที่ตัวเลข 802.11 แล้วจะตามด้วยตัวอักษรภาษาอังกฤษ

466
00:16:16.073 --> 00:16:16.692

467
00:16:17.028 --> 00:16:17.303

468
00:16:17.218 --> 00:16:23.525
ตามมาเพื่อระบุนะคะว่าแต่ละตัวมีความเห็นอย่างไรบ้าง a b g n แล้วก็

469
00:16:23.357 --> 00:16:25.362
เป็น AC นั่นเองนะคะ

470
00:16:25.609 --> 00:16:25.891

471
00:16:25.931 --> 00:16:27.637
เดี๋ยวเราจะมาดูนะคะ

472
00:16:28.039 --> 00:16:28.596

473
00:16:28.621 --> 00:16:28.870

474
00:16:28.747 --> 00:16:29.189

475
00:16:29.129 --> 00:16:33.469
ตัวมาตรฐาน 802.11 นี่

476
00:16:33.426 --> 00:16:40.936
เป็นมาตรฐานที่ใช้รับส่งข้อมูลทั่วไปอยู่แล้วเราก็คุ้นเคยอยู่แล้วเราก็ใช้ WiFi หรือว่า Wireless Lan นะ

477
00:16:41.047 --> 00:16:41.419

478
00:16:41.237 --> 00:16:44.634
เขาเรียก Wireless Lan หรือว่า wi-fi นะคะ

479
00:16:44.947 --> 00:16:45.179

480
00:16:45.209 --> 00:16:45.700

481
00:16:45.656 --> 00:16:45.957

482
00:16:45.908 --> 00:16:46.174

483
00:16:46.359 --> 00:16:49.884
เชื่อมต่อตัวระบบไร้สายของอุปกรณ์

484
00:16:49.829 --> 00:16:50.529
นะคะ

485
00:16:50.528 --> 00:16:50.830

486
00:16:50.717 --> 00:16:51.172

487
00:16:51.226 --> 00:16:54.561
ทั้งผู้รับและผู้ส่งนะคะเข้าหากันนั่นเอง

488
00:16:54.880 --> 00:16:55.526

489
00:16:56.546 --> 00:16:58.513

490
00:16:58.468 --> 00:16:59.413
โดย

491
00:16:59.427 --> 00:17:00.627

492
00:17:00.587 --> 00:17:01.843

493
00:17:01.797 --> 00:17:06.671
อุปกรณ์ที่เราใช้งานนะคะก็จะมีตัว access point

494
00:17:06.736 --> 00:17:12.072
ที่รับข้อมูลแล้วก็ส่งข้อมูลนะคะระหว่างอุปกรณ์ทั้ง 2 ชนิด

495
00:17:12.429 --> 00:17:12.680

496
00:17:12.629 --> 00:17:12.967

497
00:17:13.209 --> 00:17:16.475
หรือจะมีการเชื่อมต่อในสายแลนนะคะ

498
00:17:16.470 --> 00:17:16.709

499
00:17:16.597 --> 00:17:16.800

500
00:17:16.726 --> 00:17:18.057
ตัวรับตัวส่ง

501
00:17:18.007 --> 00:17:18.231

502
00:17:18.326 --> 00:17:19.776
ก็ได้เช่นเดียวกัน

503
00:17:20.314 --> 00:17:20.529

504
00:17:20.508 --> 00:17:25.334
อาจจะเป็นสาย Lan กับ WiFi หรือว่า WiFi กับสายแลนก็ได้นะคะ

505
00:17:25.701 --> 00:17:25.960

506
00:17:26.076 --> 00:17:26.302

507
00:17:26.467 --> 00:17:26.679

508
00:17:26.717 --> 00:17:27.200

509
00:17:27.226 --> 00:17:27.456

510
00:17:27.358 --> 00:17:27.873

511
00:17:27.867 --> 00:17:28.234

512
00:17:28.187 --> 00:17:35.518
ไม่มีตัวเครือข่ายตรงนี้ขึ้นมาเราก็ต้องมาเลือกตัวมาตรฐานแล้วก็เลือกอุปกรณ์ที่มันรองรับการใช้งานนะคะ

513
00:17:35.497 --> 00:17:35.926

514
00:17:36.010 --> 00:17:38.425
และการเข้ากันของเทคโนโลยีด้วย

515
00:17:38.768 --> 00:17:40.948
ว่าอันไหนมันเหมาะสมนะคะ

516
00:17:40.876 --> 00:17:41.181

517
00:17:41.327 --> 00:17:41.594

518
00:17:41.650 --> 00:17:44.905
อาจจะซื้อมาจากต่างประเทศมารอรับกลับ

519
00:17:45.036 --> 00:17:47.025
ความถี่ที่ใช้ได้

520
00:17:46.965 --> 00:17:50.986
ในบ้านเราหรือเปล่าหรือว่าใช้ได้เฉพาะต่างประเทศนะคะ

521
00:17:51.257 --> 00:17:51.467

522
00:17:51.450 --> 00:17:51.646

523
00:17:51.897 --> 00:17:52.270

524
00:17:52.347 --> 00:17:57.542
ต้องดูอุปกรณ์ที่มันสามารถรองรับกับการใช้งานที่บ้านเราได้ด้วยนั่นเองนะคะ

525
00:17:57.787 --> 00:18:00.475
โดยเรามาดูตัวแรกที่มาตรฐาน

526
00:18:00.796 --> 00:18:01.016

527
00:18:01.188 --> 00:18:01.550

528
00:18:01.507 --> 00:18:01.870

529
00:18:02.077 --> 00:18:05.273
ได้ทิป 802.11 a นะคะ

530
00:18:05.477 --> 00:18:05.757

531
00:18:05.609 --> 00:18:05.997

532
00:18:06.185 --> 00:18:06.552

533
00:18:06.377 --> 00:18:06.767

534
00:18:06.696 --> 00:18:06.950

535
00:18:06.946 --> 00:18:07.367

536
00:18:07.079 --> 00:18:11.690
ตัวนี้มีความสามารถในการรับส่งข้อมูลที่ 54

537
00:18:12.146 --> 00:18:12.363

538
00:18:12.335 --> 00:18:14.687
MB PS

539
00:18:14.897 --> 00:18:15.273

540
00:18:15.147 --> 00:18:15.459

541
00:18:15.407 --> 00:18:15.687

542
00:18:15.916 --> 00:18:18.653
หรือว่าเมกะบิตต่อวินาทีนั่นเองนะคะ

543
00:18:18.618 --> 00:18:19.087

544
00:18:19.955 --> 00:18:24.307
ใช้ย่านความถี่ความถี่ที่เราใช้อยู่ที่ 5 ghz

545
00:18:24.245 --> 00:18:24.516

546
00:18:24.376 --> 00:18:24.877

547
00:18:25.015 --> 00:18:30.194
ซึ่งความถี่นี้ไม่ได้รับอนุญาตใช้ในประเทศไทย

548
00:18:30.585 --> 00:18:31.275
นะคะ

549
00:18:32.065 --> 00:18:32.684

550
00:18:32.895 --> 00:18:33.130

551
00:18:33.085 --> 00:18:39.202
ก็คือต่างประเทศอาจจะมีใช้บ้างแล้วแต่ข้อกำหนดหรือว่าข้อตกลงของแต่ละประเทศ

552
00:18:39.106 --> 00:18:39.516

553
00:18:39.496 --> 00:18:42.129
ชยันต์คลื่นความถี่นี้ได้หรือเปล่านะคะ

554
00:18:42.695 --> 00:18:42.927

555
00:18:42.945 --> 00:18:43.305

556
00:18:43.277 --> 00:18:43.583

557
00:18:43.406 --> 00:18:47.760
บางคนอาจจะสงสัยว่าย่านคลื่นความถี่อย่างไรเป็นอย่างไร

558
00:18:47.826 --> 00:18:48.370

559
00:18:48.338 --> 00:18:48.572

560
00:18:48.656 --> 00:18:49.048

561
00:18:49.108 --> 00:18:49.974
เหมือน

562
00:18:50.067 --> 00:18:51.003

563
00:18:51.216 --> 00:18:56.320
เหมือนเราฟังวิทยุ AM FM นี่คลื่นความถี่มันก็คนละครึ่งนะคะ

564
00:18:56.278 --> 00:19:06.278
เขาก็จัดสรรความถี่นี้ต่างๆให้ไปใช้อะไรได้บ้างอันนี้ก็จะเป็นลักษณะเดียวกันนะคะในการรับส่งข้อมูลก็จะมีช่วงความถี่ต่างๆนะคะ

565
00:19:06.717 --> 00:19:07.043

566
00:19:06.907 --> 00:19:07.186

567
00:19:07.108 --> 00:19:09.597
ว่าช่วงความถี่ไหนใช้ทาง

568
00:19:09.738 --> 00:19:10.150

569
00:19:09.925 --> 00:19:10.151

570
00:19:10.117 --> 00:19:13.503
ข้าราชการเกี่ยวกับงานข้าราชการไหม

571
00:19:13.637 --> 00:19:16.516
หรือว่าเกี่ยวกับธุรกิจพาณิชย์ต่างๆ

572
00:19:16.786 --> 00:19:17.852
นั่นเอง

573
00:19:18.067 --> 00:19:18.557

574
00:19:18.638 --> 00:19:19.926

575
00:19:19.786 --> 00:19:24.341
สำหรับประเทศไทยก็จะเอาย่านความถี่นะคะที่ 5 ghz

576
00:19:24.346 --> 00:19:25.540
นะคะตรงนี้

577
00:19:25.498 --> 00:19:25.790

578
00:19:25.750 --> 00:19:26.311

579
00:19:26.267 --> 00:19:28.231
มาใช้เกี่ยวกับดาวเทียม

580
00:19:28.311 --> 00:19:28.552

581
00:19:28.627 --> 00:19:28.888

582
00:19:29.077 --> 00:19:32.865
เดี๋ยวเราก็จะมาเรียนด้วยว่าการส่งข้อมูลแบบดาวเทียมนี่

583
00:19:33.061 --> 00:19:33.502

584
00:19:33.378 --> 00:19:33.799

585
00:19:33.948 --> 00:19:42.384
ครอบคลุมระยะไหนนะคะกับพื้นโลกใหม่นะคะที่ความถี่เท่าไรเป็นระยะทางไกลเท่าไรแล้วมีตัวกระจาย

586
00:19:42.346 --> 00:19:47.472
จับสัญญาณหรือว่าอุปกรณ์ที่กระจายที่ช่วงนะคะที่เท่าไรนั่นเอง

587
00:19:47.395 --> 00:19:47.690

588
00:19:47.788 --> 00:19:48.142

589
00:19:48.298 --> 00:19:48.582

590
00:19:48.619 --> 00:19:49.064

591
00:19:49.006 --> 00:19:54.585
ข้อเสียอย่างที่บอกไปแล้ว 802.11 n e

592
00:19:54.509 --> 00:19:56.795
เนื่องจากเป็นบรรทัดฐานที่

593
00:19:57.019 --> 00:19:57.220

594
00:19:57.147 --> 00:20:00.031
ไม่ได้ทั่วไปแล้วก็ไม่ได้ใช้ในประเทศไทยนะคะ

595
00:20:00.277 --> 00:20:00.513

596
00:20:00.727 --> 00:20:01.000

597
00:20:01.046 --> 00:20:05.368
มาตรฐานที่เชื่อมต่อกับความถี่สูงๆนะคะ

598
00:20:05.346 --> 00:20:05.558

599
00:20:05.916 --> 00:20:09.554
ระยะทางที่ใช้ในการส่งข้อมูลหนี้

600
00:20:09.569 --> 00:20:10.245

601
00:20:10.267 --> 00:20:11.820
ก็จะค่อนข้าง

602
00:20:11.866 --> 00:20:12.303

603
00:20:11.997 --> 00:20:12.688

604
00:20:12.637 --> 00:20:13.202

605
00:20:13.549 --> 00:20:13.832

606
00:20:13.867 --> 00:20:14.277

607
00:20:14.310 --> 00:20:14.809

608
00:20:14.764 --> 00:20:16.733
ประมาณ 35 เมตรนะคะ

609
00:20:16.675 --> 00:20:21.750
ก็ไม่ไกลเท่าไหร่หรือในโครงสร้างปิดถ้าเป็นตึกอาคาร

610
00:20:21.748 --> 00:20:22.009

611
00:20:21.938 --> 00:20:22.205

612
00:20:22.189 --> 00:20:27.395
ทำไมถึงพูดเป็นตึกอาคารก็คือในกรณีที่ไม่มีสิ่งมากีดขวาง

613
00:20:27.306 --> 00:20:27.932
นะคะ

614
00:20:28.149 --> 00:20:28.348

615
00:20:28.266 --> 00:20:28.624

616
00:20:28.587 --> 00:20:31.662
ก็จะได้ที่ 120 เมตร

617
00:20:31.736 --> 00:20:33.895
บางคนบอกว่า

618
00:20:34.166 --> 00:20:34.401

619
00:20:34.678 --> 00:20:34.961

620
00:20:34.938 --> 00:20:43.203
ทำไมต้องเป็นพื้นที่ปิดแล้วต่างกันอย่างไรถ้าเป็นข้างนอกก็จะมีพวกตัวลดทอนสัญญาณไม่ว่าจะเป็นพวกต้นไม้ตึกอาคาร

621
00:20:43.067 --> 00:20:49.441
เวลาความถี่ที่ออกไปก็จะใช้คลื่นความถี่นั้นก็จะทำให้พลังงานในการส่งข้อมูลลดน้อยลงนะคะ

622
00:20:49.285 --> 00:20:49.541

623
00:20:49.736 --> 00:20:50.006

624
00:20:49.926 --> 00:20:55.673
ดังนั้นผู้รับก็จะได้รับข้อมูลได้ไม่ครบถ้วนนะคะอันนี้ก็จะเป็นเหมือนอุปสรรคต่างๆ

625
00:20:55.947 --> 00:21:02.096
พวกคลื่นความถี่ไม่ว่าจะเป็นพวกตึกอาคารหรือว่าสภาพแวดล้อมกรณีฝนตกนะคะ

626
00:21:02.026 --> 00:21:09.177
คลื่นความถี่มันไปสะท้อนกับตัวเม็ดฝนนะคะพรุ่งนี้จะไปลดทอนเช่นเดียวกันนะคะมันก็จะมีปัจจัยหลายๆอย่างนะคะ

627
00:21:09.266 --> 00:21:11.520
ในการส่งคลื่นความถี่พวกนี้นะคะ

628
00:21:12.230 --> 00:21:12.673

629
00:21:12.666 --> 00:21:15.020
แล้วก็ผลิตภัณฑ์ไร้สาย

630
00:21:14.978 --> 00:21:15.391

631
00:21:15.358 --> 00:21:15.594

632
00:21:15.546 --> 00:21:15.841

633
00:21:15.937 --> 00:21:16.170

634
00:21:16.316 --> 00:21:20.670
ตัวมาตรฐาน 802.11 a จะได้ความนิยมน้อย

635
00:21:21.067 --> 00:21:23.100
อย่างที่บอกไปว่า

636
00:21:23.178 --> 00:21:23.464

637
00:21:23.500 --> 00:21:25.457
ไม่สามารถใช้กับไทยได้นะ

638
00:21:25.419 --> 00:21:25.716

639
00:21:25.547 --> 00:21:29.063
มันเป็นเหมือนกับคลื่นความถี่ที่กำหนดไว้นะคะ

640
00:21:29.069 --> 00:21:35.031
แล้วก็ไม่สามารถใช้เข้ากับอุปกรณ์ที่รองรับมาตรฐาน 802.11

641
00:21:35.217 --> 00:21:40.912
แล้วก็ 802.11 G ใช้กับแค่เพื่อนมันเองนะคะใช้กับเพื่อนไม่ได้

642
00:21:41.369 --> 00:21:46.232
ต้องใช้กับตัว Series เดียวกันก็คือ 802.11 a เท่านั้น

643
00:21:46.432 --> 00:21:47.780
ข้อเสีย

644
00:21:47.777 --> 00:21:48.279

645
00:21:48.289 --> 00:21:48.667

646
00:21:48.667 --> 00:21:49.096

647
00:21:48.988 --> 00:21:50.252

648
00:21:50.336 --> 00:21:56.513
ถัดมาเมื่อเราพบถึงข้อเสียของมาตรฐาน 802.11

649
00:21:57.259 --> 00:21:57.539

650
00:21:57.507 --> 00:21:59.480
1a แล้ว

651
00:21:59.878 --> 00:22:00.184

652
00:22:00.266 --> 00:22:06.069
จะเกิดมาตรฐานตัวใหม่ขึ้นมาก็คือตัวมาตรฐาน 802.11 B

653
00:22:06.415 --> 00:22:06.982

654
00:22:07.057 --> 00:22:08.454
โดยนะคะ

655
00:22:08.597 --> 00:22:09.027

656
00:22:09.106 --> 00:22:09.849

657
00:22:09.815 --> 00:22:13.799
เราจะใช้เทคโนโลยีที่เรียกว่า cck นะคะ

658
00:22:14.166 --> 00:22:14.659

659
00:22:15.127 --> 00:22:17.356
compromising

660
00:22:17.438 --> 00:22:17.681

661
00:22:17.626 --> 00:22:17.910

662
00:22:17.761 --> 00:22:19.145

663
00:22:19.229 --> 00:22:25.459
มันก็จะเป็นเทคนิคนะคะในการรับส่งข้อมูลเช่นเดียวกันเอาครกเข้ามาเกี่ยว

664
00:22:25.385 --> 00:22:25.678

665
00:22:25.640 --> 00:22:25.870

666
00:22:26.026 --> 00:22:26.245

667
00:22:26.220 --> 00:22:26.425

668
00:22:26.408 --> 00:22:31.123
ถ้าลงลึกอีกก็จะมีว่าการส่งสัญญาณนี้ส่งอย่างไรนะคะ

669
00:22:31.075 --> 00:22:33.980
เอาข้อมูลตัวท็อปมาใส่ที่ช่วงไหนนะคะ

670
00:22:33.909 --> 00:22:41.533
ร่วมกับเทคโนโลยี dsp นะคะ direct sequence spread spectrum ตัวนี้นะคะเข้าไปนะคะ

671
00:22:41.586 --> 00:22:41.814

672
00:22:41.980 --> 00:22:42.390

673
00:22:42.937 --> 00:22:44.902
เมื่อกี้เราส่งไปที่

674
00:22:44.856 --> 00:22:45.131

675
00:22:45.054 --> 00:22:45.481

676
00:22:45.426 --> 00:22:45.949

677
00:22:45.949 --> 00:22:46.321

678
00:22:46.267 --> 00:22:48.690
ความเร็วที่ 54 นะคะ

679
00:22:48.765 --> 00:22:50.689
mpbs

680
00:22:50.746 --> 00:22:51.359

681
00:22:51.389 --> 00:22:51.834

682
00:22:51.906 --> 00:22:52.205

683
00:22:52.158 --> 00:22:56.376
เป็น MB เปอร์เซ็นต์เมื่อกี้ใช้ 5 อันนี้ที่ย่านความถี่

684
00:22:56.508 --> 00:22:58.541
2.4 ghz นะคะ

685
00:22:58.505 --> 00:22:58.794

686
00:22:58.698 --> 00:22:58.982

687
00:22:59.146 --> 00:23:04.651
802.11 A ใช้ 5 ghz นะคะจะเห็นว่ามันจะลดลง

688
00:23:04.587 --> 00:23:07.262
ซึ่งเป็นย่านความถี่ที่ใช้งานสาธารณะ

689
00:23:07.407 --> 00:23:10.922
สาธารณะก็คือทุกคนที่จะสามารถใช้งานได้แล้ว

690
00:23:11.117 --> 00:23:19.771
ไม่ได้เป็นข้อจำกัดเหมือน 802.11 a นั่นเองก็คือสามารถใช้เก็บทางวิทยาศาสตร์อุตสาหกรรมการแพทย์นะคะ

691
00:23:20.087 --> 00:23:20.523

692
00:23:20.467 --> 00:23:24.195
มันก็จะมีย่านความถี่ที่สามารถนิยมเอาไปใช้นั่นเองนะคะ

693
00:23:24.257 --> 00:23:24.520

694
00:23:24.448 --> 00:23:28.277
ก็คือใช้กับอุปกรณ์ตัวอื่นก็ได้ใครก็สามารถมาใช้

695
00:23:28.548 --> 00:23:30.535
ในด้านต่างๆได้นั่นเองนะคะ

696
00:23:30.857 --> 00:23:31.131

697
00:23:31.175 --> 00:23:31.408

698
00:23:34.058 --> 00:23:34.730

699
00:23:34.756 --> 00:23:35.011

700
00:23:35.530 --> 00:23:36.359

701
00:23:36.360 --> 00:23:37.551
ข้อดี

702
00:23:37.771 --> 00:23:38.126

703
00:23:38.217 --> 00:23:40.374
เนื่องจาก

704
00:23:40.397 --> 00:23:41.092

705
00:23:41.170 --> 00:23:42.248
วันนี้นี่

706
00:23:42.257 --> 00:23:42.949

707
00:23:43.027 --> 00:23:43.399

708
00:23:43.407 --> 00:23:45.762
ใช้คลื่นความถี่นะคะ

709
00:23:45.707 --> 00:23:48.646
ที่ไม่ได้ใช้พลังเยอะนะคะ

710
00:23:48.726 --> 00:23:53.478
ทำให้การส่งสัญญาณนี้ก็จะมีระยะทางที่ไกลกว่าเดิมนะคะ

711
00:23:53.525 --> 00:23:53.742

712
00:23:53.846 --> 00:23:54.068

713
00:23:54.356 --> 00:23:54.584

714
00:23:54.547 --> 00:23:54.860

715
00:23:54.816 --> 00:23:55.046

716
00:23:55.007 --> 00:24:02.305
เมื่อกี้ 34 อันนี้ก็จะเป็น 38 เมตรแล้วก็โครงสร้างปิดก็จะอยู่ที่ 100 ๆ

717
00:24:02.177 --> 00:24:02.486

718
00:24:02.426 --> 00:24:04.678
อันนี้ก็จะเป็น 140 เมตร

719
00:24:04.813 --> 00:24:06.281
แผนที่โรงแป้ง

720
00:24:06.278 --> 00:24:06.478

721
00:24:06.728 --> 00:24:07.289

722
00:24:07.305 --> 00:24:07.788

723
00:24:07.688 --> 00:24:07.983

724
00:24:07.877 --> 00:24:12.543
แล้วก็สามารถใช้กับอุปกรณ์รองรับตัวอื่นได้นะคะ

725
00:24:12.627 --> 00:24:15.688
ไม่ว่าจะเป็น a หรือ B นะคะ

726
00:24:15.757 --> 00:24:16.045

727
00:24:16.076 --> 00:24:20.507
หรืออุปกรณ์ที่มีเครื่องหมาย wi-fi หรือว่า WiFi

728
00:24:20.699 --> 00:24:27.269
สามารถใช้กับอุปกรณ์ WiFi เหล่านี้ได้รองรับการทำงานแล้วก็การเชื่อมต่อระหว่างกันได้นั่นเองนะคะ

729
00:24:27.807 --> 00:24:28.511
ค่ะ

730
00:24:28.579 --> 00:24:28.983

731
00:24:29.147 --> 00:24:29.523

732
00:24:29.596 --> 00:24:37.801
มันก็คือแบบใช้กับเพื่อนได้ไม่ค่อยมีปัญหาไม่ต้องแบบว่าจำเป็นต้องซื้อตัวมาตรฐานเดียวกันนะคะ

733
00:24:38.117 --> 00:24:40.874
มาตรฐานก่อนหน้าก็นำมาใช้ได้นั่นเองนะคะ

734
00:24:41.319 --> 00:24:41.671

735
00:24:41.827 --> 00:24:42.125

736
00:24:42.406 --> 00:24:42.652

737
00:24:42.596 --> 00:24:49.239
ก็คือจะเกเรก็พัฒนาให้มันดีขึ้นให้มันหลากหลายแล้วก็ใช้งานได้มากขึ้นนั่นเองนะคะ

738
00:24:49.326 --> 00:24:49.608

739
00:24:49.517 --> 00:24:50.028

740
00:24:50.484 --> 00:24:50.715

741
00:24:50.606 --> 00:24:50.842

742
00:24:50.988 --> 00:24:52.017
ถัดมา

743
00:24:52.147 --> 00:24:52.371

744
00:24:52.469 --> 00:24:52.886

745
00:24:52.919 --> 00:24:53.157

746
00:24:53.307 --> 00:24:54.004
ม่าน

747
00:24:54.011 --> 00:24:56.693
สถาน 802.11 e

748
00:24:57.016 --> 00:24:57.577

749
00:24:57.466 --> 00:24:57.930

750
00:24:57.786 --> 00:24:58.390

751
00:24:58.357 --> 00:25:03.617
ก็จะรองรับการใช้งานแอพพลิเคชั่นด้านมัลติมีเดีย

752
00:25:03.999 --> 00:25:04.350

753
00:25:04.318 --> 00:25:13.840
ถามชื่อก็คือ Voice Over IP ก็คือสื่อมัลติมีเดียเป็นเสียงที่สามารถเคลื่อนที่พร้อมไปกับตัว IP

754
00:25:13.738 --> 00:25:13.975

755
00:25:13.986 --> 00:25:14.283

756
00:25:14.306 --> 00:25:14.562

757
00:25:14.570 --> 00:25:14.985

758
00:25:15.075 --> 00:25:21.026
ก่อนเราจะส่งสัญญาณหรือว่าส่งข้อมูลได้เฉพาะ IP โดยยังไม่มีเสียงใช่ไหมคะ

759
00:25:21.166 --> 00:25:23.321
สื่อสารคอมพิวเตอร์กับคอมพิวเตอร์

760
00:25:23.407 --> 00:25:23.656

761
00:25:23.597 --> 00:25:25.647
ส่งตัวอักษรนะคะ

762
00:25:26.040 --> 00:25:26.649

763
00:25:26.745 --> 00:25:27.184

764
00:25:27.257 --> 00:25:27.513

765
00:25:27.385 --> 00:25:29.605
การสื่อสารข้อมูลทั่วไป

766
00:25:29.627 --> 00:25:33.420
คราวนี้ส่งเป็นแบบ Real Time ก็คือส่งเสียงเข้าไปด้วย

767
00:25:33.538 --> 00:25:39.285
ส่งไปรับกลับนะคะก็คือสามารถที่จะเอาเสียงไปขี่กับตัว IP ของเรา

768
00:25:39.297 --> 00:25:39.537

769
00:25:39.490 --> 00:25:39.762

770
00:25:39.807 --> 00:25:40.359

771
00:25:40.636 --> 00:25:41.330

772
00:25:41.418 --> 00:25:44.099
แต่ก่อนนะคะสมัยก่อนนี่

773
00:25:44.114 --> 00:25:44.581

774
00:25:44.226 --> 00:25:44.673

775
00:25:44.618 --> 00:25:44.991

776
00:25:44.935 --> 00:25:45.566

777
00:25:45.636 --> 00:25:45.875

778
00:25:45.826 --> 00:25:48.919
orp จะเป็นที่นิยมค่อนข้างสูงนะคะ

779
00:25:48.906 --> 00:25:49.119

780
00:25:49.096 --> 00:25:52.934
เพราะว่าจะช่วยลดปัญหาในการใช้งานการสื่อสาร

781
00:25:53.009 --> 00:25:58.414
สมัยก่อนนะคะยังไม่มีตัว voip นะคะเราก็จะใช้โทรศัพท์ถูกไหม

782
00:25:58.708 --> 00:26:00.304
โทรไปต่างประเทศ

783
00:26:00.566 --> 00:26:00.795

784
00:26:00.827 --> 00:26:04.069
โทรเข้าไปแต่ละที่จังหวัดอำเภอต่างๆนะคะ

785
00:26:04.277 --> 00:26:05.869
หรือว่ามหาวิทยาลัย

786
00:26:05.948 --> 00:26:06.751

787
00:26:06.786 --> 00:26:07.090

788
00:26:07.226 --> 00:26:11.737
ที่มีหลายวิทยาเขตบริษัทที่มี

789
00:26:11.649 --> 00:26:13.861
หลายสาขานะคะ

790
00:26:13.945 --> 00:26:14.269

791
00:26:14.406 --> 00:26:21.927
น่าจะมีตัวนี้จะเข้ามาช่วยแก้ปัญหาในกรณีที่เราโทรไปยังสาขาอื่นนะคะก็ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย

792
00:26:21.827 --> 00:26:26.435
สามารถที่จะเชื่อมต่อผ่านตัวไอพีหรือว่าระบบสายแลนของเราตัวนี้

793
00:26:26.635 --> 00:26:26.854

794
00:26:26.766 --> 00:26:26.979

795
00:26:27.026 --> 00:26:27.250

796
00:26:27.347 --> 00:26:27.635

797
00:26:27.536 --> 00:26:32.236
ถ้าต่างประเทศก็จะเป็นการเชื่อมต่อระหว่างประเทศหรือว่าทวีปนั่นเองนะคะ

798
00:26:32.282 --> 00:26:37.281
อันนี้ก็ค่อนข้างจะนิยมสำหรับบริษัทที่มีลูกข่ายค่อนข้างเยอะ

799
00:26:37.268 --> 00:26:40.940
มันจะช่วยประหยัดนะคะเราไม่ต้องกดหมายเลข

800
00:26:40.989 --> 00:26:43.611
ขี้ระบบถึงจังหวัด

801
00:26:44.066 --> 00:26:49.189
ระบุถึงประเทศเราสามารถใช้เหมือนเดิมภายในโทรหากัน

802
00:26:49.125 --> 00:26:50.003
นะคะ

803
00:26:50.219 --> 00:26:50.569

804
00:26:50.666 --> 00:26:50.952

805
00:26:50.917 --> 00:26:56.681
อยากมาหาวิทยาลัยของเราตอนนี้ก็ใช้ระบบ voip เช่นเดียวกัน

806
00:26:56.747 --> 00:27:04.601
พวกระบบโทรศัพท์สำนักงานนะคะจะเป็นระบบ voip สายแลนเข้ามาเสียบกับตัวระบบโทรศัพท์ภายในองค์กรของเรา

807
00:27:05.590 --> 00:27:06.526

808
00:27:06.486 --> 00:27:10.575
จะโทรเข้าสาขาหรือว่าแผนก

809
00:27:10.585 --> 00:27:16.240
ฝ่ายบัญชีธุรการนะคะการเงินต่างๆก็สามารถโทรโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายนะคะ

810
00:27:16.287 --> 00:27:16.680

811
00:27:16.416 --> 00:27:16.674

812
00:27:16.670 --> 00:27:16.976

813
00:27:16.871 --> 00:27:23.021
ในกรณีที่มีวิทยาเขตอย่างเช่นพวกศิลปากรนะคะที่อาจารย์เคยเข้าไป

814
00:27:23.205 --> 00:27:31.113
ให้บริการก็คือจะเป็นพวกศิลปากรที่มีสาขาต่างๆใช้ voip เพื่อให้ประหยัดค่าใช้จ่าย

815
00:27:31.407 --> 00:27:34.415
ว่าเวลาโทรหาแต่ละวิทยาเขตต้องเสียเงิน

816
00:27:34.545 --> 00:27:34.819

817
00:27:34.799 --> 00:27:35.047

818
00:27:35.115 --> 00:27:35.671

819
00:27:35.696 --> 00:27:35.922

820
00:27:35.886 --> 00:27:42.059
ก็สามารถกดหมายเลขภายในเหมือนหมายเลขโทรศัพท์ภายในทั่วไปนะคะโดยไม่เสียเงินหรือจะโทรค่ำ

821
00:27:42.035 --> 00:27:44.689
ระหว่างประเทศก็ใช้ได้เช่นเดียวกัน

822
00:27:44.737 --> 00:27:45.032

823
00:27:45.059 --> 00:27:45.301

824
00:27:45.305 --> 00:27:49.416
บางบริษัทที่เป็นบริษัทต่างชาตินะคะก็จะมี

825
00:27:49.535 --> 00:27:49.816

826
00:27:49.727 --> 00:27:50.016

827
00:27:49.916 --> 00:27:52.137
บริษัทแต่ละ

828
00:27:52.095 --> 00:27:52.527

829
00:27:52.346 --> 00:27:52.618

830
00:27:52.866 --> 00:27:53.294

831
00:27:53.316 --> 00:27:56.768
ทวีปที่เป็นประเทศใหญ่ๆนะคะ

832
00:27:56.706 --> 00:28:02.936
การเชื่อมต่อก็จะเป็นลักษณะ VIP แล้วก็การคุยระหว่างโทรศัพท์ภายในก็จะใช้ voip

833
00:28:02.989 --> 00:28:03.287

834
00:28:03.378 --> 00:28:05.667
เพื่อลดทอนค่าใช้จ่ายนะคะ

835
00:28:05.678 --> 00:28:05.904

836
00:28:05.939 --> 00:28:06.175

837
00:28:06.127 --> 00:28:06.341

838
00:28:06.256 --> 00:28:06.733

839
00:28:06.505 --> 00:28:08.517
นู่นนี่นั่นมาเชื่อมต่ออีก

840
00:28:08.557 --> 00:28:10.344
ก็เป็นการเชื่อมต่อ

841
00:28:10.546 --> 00:28:16.124
แล้วก็ยืนยันกับต้นทานแล้วก็ไปทางว่าคุณยืนยันสามารถส่งข้อมูลหากันได้นั่นเอง

842
00:28:16.377 --> 00:28:16.743

843
00:28:16.755 --> 00:28:17.156

844
00:28:17.217 --> 00:28:17.446

845
00:28:17.537 --> 00:28:17.749

846
00:28:17.666 --> 00:28:21.756
โดยเราจะมีลักษณะการหลักการคิว OS หรือว่า

847
00:28:21.629 --> 00:28:22.020

848
00:28:22.145 --> 00:28:22.427

849
00:28:22.268 --> 00:28:24.821
Quality of Service

850
00:28:24.841 --> 00:28:25.088

851
00:28:25.149 --> 00:28:31.209
ว่าการเชื่อมต่อหรือการให้บริการแบบนี้มีคุณภาพดีไหมตรงตามเงื่อนไขอะไรหรือเปล่านะคะ

852
00:28:31.749 --> 00:28:32.425

853
00:28:32.454 --> 00:28:35.467
โดยปรับปรุงโดย Mac layer นะคะ

854
00:28:35.667 --> 00:28:35.875

855
00:28:36.687 --> 00:28:41.180
เดี๋ยวค่อยไปว่ากันตัวเลเซอร์หรือว่าฉันการทำงานต่างๆนะคะ

856
00:28:41.818 --> 00:28:42.752

857
00:28:42.776 --> 00:28:43.324

858
00:28:43.546 --> 00:28:47.509
ถัดมาเรามาดูตัวมาตรฐานอธิบดีตัวต่อมา

859
00:28:47.448 --> 00:28:47.692

860
00:28:47.709 --> 00:28:47.951

861
00:28:48.277 --> 00:28:48.499

862
00:28:48.465 --> 00:28:48.782

863
00:28:48.788 --> 00:28:49.471

864
00:28:49.427 --> 00:28:54.851
มาตรฐาน aiap interests Point โปรโตคอลนะคะ

865
00:28:54.946 --> 00:28:55.421

866
00:28:55.385 --> 00:28:55.743

867
00:28:55.836 --> 00:28:56.120

868
00:28:56.157 --> 00:28:56.522

869
00:28:56.796 --> 00:28:57.204

870
00:28:56.988 --> 00:29:01.485
น่าจะเป็นมาตรฐานนะคะที่ออกแบบสำหรับใช้งานการเคลื่อนที่

871
00:29:01.546 --> 00:29:02.489
ข้ามเขต

872
00:29:03.465 --> 00:29:03.698

873
00:29:03.655 --> 00:29:04.097

874
00:29:04.225 --> 00:29:04.454

875
00:29:04.545 --> 00:29:07.170
สมมุตินะคะ

876
00:29:07.189 --> 00:29:07.677

877
00:29:07.627 --> 00:29:07.842

878
00:29:07.826 --> 00:29:08.908

879
00:29:08.905 --> 00:29:09.197

880
00:29:09.228 --> 00:29:09.481

881
00:29:09.619 --> 00:29:13.840
แรกๆนี่เวลาเราใช้งานระบบเครือข่ายโทรศัพท์

882
00:29:13.776 --> 00:29:14.045

883
00:29:14.677 --> 00:29:14.917

884
00:29:14.866 --> 00:29:21.741
ตัวกระจายสัญญาณมันก็จะเป็นเสาโทรศัพท์ที่เราน่าจะเคยเห็นเป็น Tower ขาวแดง

885
00:29:22.296 --> 00:29:24.918
ที่ตามที่เลือกให้บริการ

886
00:29:25.054 --> 00:29:30.264
ดังนั้นเวลาเราขับรถหรือเคลื่อนย้ายตัว Smartphone หรือว่าแท็บเล็ตอะไรก็ตาม

887
00:29:30.310 --> 00:29:32.992
ที่เราใช้ในการสื่อสารข้ามเขตไป

888
00:29:32.935 --> 00:29:37.662
เสาในการสื่อสารจากเสาที่อยู่บริเวณสมุดเราไปอุดรธานี

889
00:29:37.735 --> 00:29:42.091
เอาง่ายๆอยู่สกลกำลังเดินทางไปอุดรธานีไปเซ็นทรัลใช่ไหมคะ

890
00:29:42.286 --> 00:29:42.572

891
00:29:42.666 --> 00:29:42.869

892
00:29:42.798 --> 00:29:43.212

893
00:29:43.185 --> 00:29:43.482

894
00:29:43.508 --> 00:29:49.621
การจับตัวเสาสัญญาณจากสกลมันก็ไปต่างอำเภอแล้วก็ย้ายไปที่อุดรธานี

895
00:29:49.909 --> 00:29:53.435
เสาสัญญาณจะทำการจับแล้วก็ปรับเปลี่ยน

896
00:29:53.496 --> 00:29:55.352
เมื่อเข้าเขตพื้นที่ 1

897
00:29:55.345 --> 00:30:01.507
เพราะว่าตัวกระจายสัญญาณจะให้บริการเฉพาะพื้นที่เขาครอบคลุม

898
00:30:01.507 --> 00:30:04.727
ถ้ามีการเคลื่อนที่อยู่ว่าย้ายตัวพื้นที่

899
00:30:04.710 --> 00:30:07.202
มันก็จะไปเกาะตัวเสาสัญญาณ

900
00:30:07.526 --> 00:30:11.309
หลักที่ให้พลังหรือว่ามีคลื่นที่ค่อนข้างแรงมากกว่า

901
00:30:11.556 --> 00:30:15.514
เพื่อให้บริการเชื่อมต่อได้ทั่วถึงแล้วก็ไม่หลุดนั่นเองนะคะ

902
00:30:15.668 --> 00:30:16.163

903
00:30:16.106 --> 00:30:16.393

904
00:30:16.311 --> 00:30:16.593


