โอเค พร้อม สวัสดีค่ะ สวัสดีล่ามด้วยนะคะ โอเคค่ะวันนี้เราจะมาเริ่มเรียนตัวมาตรฐานโดยลงรายละเอียดนะคะ เป็นมาตรฐานตัวแรกนะคะ IEEE ของเรานะคะ IEEE นะคะ เดี๋ยวเราจะมาดูว่ามาตรฐาน IEEE โดยเราจะเลือกตัวมาตรฐานที่ใกล้ตัวกับเรามากที่สุดนั่นเองนะคะ มันจะมีตัวมาตรฐานอะไรบ้างนะคะ ใช้รหัสตัวเลขอะไรพร้อมตัวสัญลักษณ์ตัวอักษรแทนด้วยอะไรบ้าง แล้วบ่งบอกมีความหมายอะไรบ้างนั่นเองนะคะ เราพูดไปแล้วนะคะ ว่าตัวมาตรฐาน IEEE ก็จะเป็นการรวมตัวของวิศวกรนะคะ ของอเมริกานะคะ เกี่ยวกับวิศวกรไฟฟ้าแล้วก็วิศวกรอิเล็กทรอนิกส์นะคะ ทำการร่วมมือกัน เกี่ยวกับการดำเนินการวิจัยพัฒนานะคะ การทำงานนะคะ ไม่ว่าจะเป็นระบบด้านไฟฟ้า โทรคมนาคม ไฟฟ้ากำลัง และก็ระบบแสงนะคะ ระบบการสื่อสารนี่ก็อยู่ภายใต้นะคะ ระบบไฟฟ้าเช่นเดียวกันนะคะ ถือว่าเป็นแขนงหนึ่งก็จะเป็นไฟฟ้าสื่อสาร แน่นอนเพราะว่าการสื่อสารของเรานี่จะต้องใช้กำลังไฟมาให้เป็นพลังงานถูกไหมคะ ถ้าไม่มีตัวไฟฟ้าตัวนี้ ก็ไม่สามารถที่จะสื่อสารกันได้ถูกไหม ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ชนิดต่าง ๆ นะคะ ต้องมีพลังงานไฟฟ้านะคะ ตัว IEEE นี่ ก็จะเป็นตัวมาวัดมาตรฐานว่าอุปกรณ์ ข้อตกลงต่าง ๆ นะคะ ของการใช้งานเกี่ยวกับการสื่อสารของเราไม่ว่าจะเป็น อิเล็กทรอนิกส์ วัดคุมนะคะ ระบบวัดคุมก็จะเป็นระบบอีกระบบหนึ่งนะคะ ของวิศวกรนะคะ ที่ทำการควบคุมดูแล ว่าจะมีตัวมาตรฐานตัวไหนมากำหนดเช่นเดียวกันนะคะ โดยกลุ่มที่มาจากของตัวมาตรฐาน IEEE ก็จะแบ่งตามความเชี่ยวชาญ อย่างไฟฟ้าก็จะมีไฟฟ้าสื่อสารไฟฟ้ากำลัง ไฟฟ้าสื่อสารก็เหมือนโทรศัพท์นะคะ ถ้าไฟฟ้ากำลังก็จะเป็นไฟฟ้าตามบ้านเราที่เราใช้งานอยู่ทั่วไป อันนี้น่าจะมองภาพออกอยู่แล้ว เหมือนองค์การโทรศัพท์ แล้วก็ไฟฟ้าส่วนภูมิภาคต่าง ๆ เช่นเดียวกันนะคะ โดยแต่ละกลุ่มก็จะได้รับหมายเลข IEEE บอกว่า หมายเลขตัวนี้แทนด้วยการวัดมาตรฐานของการทำงานอะไร ของอุปกรณ์ไหม หรือข้อปฏิบัติต่าง ๆ หรือเปล่านะคะ เราจะมาดูมาตรฐาน IEEE นะคะ โดยจะแบ่งโดยเริ่มจากมาตรฐาน 802 นะคะ 802 จะเป็นรูปแบบของการสื่อสารนะคะ เริ่มด้วย 802.1 นะคะ จะเป็นการจัดการระบบเครือข่าย เช่น การตรวจสอบเวลาเราใช้งานระบบเครือข่ายในมหาวิทยาลัยต่าง ๆ นะคะ หรือเข้าไปใช้งานตาม Access Point พวก True Wi-Fi AIS Wi-Fi นะคะ เขาจะมีรูปแบบการตรวจสอบ และรับรองผู้ใช้งาน หรือว่า Authentication Authentication คืออะไร ก็คือเรามี Username Password ในการใช้งานนั่นเอง เพื่อระบุตัวตนว่านักศึกษาเป็นนักศึกษาคนไหน ชื่ออะไร รหัส ID อะไร เริ่มเข้ามาใช้งานตั้งแต่กี่โมง ใช้งานกี่โมง แล้วก็ เลิกใช้งานเท่าไรนะคะ เข้าที่ค้นหาข้อมูลอยู่ที่เว็บไซต์อะไรบ้าง หรือว่าอัปโหลดดาวน์โหลดข้อมูลอะไรบ้างนะคะ อันนี้ก็จะเป็นการบอก Authentication นะคะ บอกระบุว่าเป็นนักศึกษา เป็นเจ้าหน้าที่ เป็นอาจารย์นะคะ มีระดับความสามารถในการใช้งานอะไรบ้างนะคะ อันนี้จะเป็น 802.1 ถัดมา 802.2 กำหนดการเชื่อมต่อ LLC เทียบกับตัว Data Link Layer เราปี 2 กับปี 3 นะ เรียน Network มาแล้ว ถูกไหม OSI Layer เรียนมาแล้วนะ คุ้น ๆ ไหม OSI นะคะ ก็จะเป็น Logical Link Control นะคะ Data Link Layer นะคะ ของ OSI Model นะคะ เดี๋ยวตัวหลังสไลด์เดี๋ยวอาจารย์จะพูดถึงตัว Layer ต่าง ๆ มีการเปรียบเทียบระหว่าง OSI ต่าง ๆ นี่ ว่ามันมีข้อจำกัดหรือว่าชั้นการเชื่อมต่อหรือแตกต่างกันอย่างไรนั่นเองนะคะ ถัดมา IEEE ตัวที่ 3 ของเราก็จะเป็น 802.3 เป็นเครือข่าย Internet เครือข่าย Internet ก็จะเป็นการเริ่มต้นของการเชื่อมต่อของระบบเครือข่ายภายในนั่นเองนะคะ เวลาการเชื่อมต่ออุปกรณ์ คู่รับแล้วก็คู่ส่ง ในการส่งข้อมูลระหว่างกัน ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลตัวอักษร รูปภาพหรืออะไรก็แล้วแต่นะคะ เขาก็จะมีลักษณะการส่งข้อมูลจากต้นทาง-ปลายทางอย่างไร แล้วส่งข้อมูลแล้ว กรณีที่ข้อมูลไม่ถึงปลายทางนี่ เขามีเงื่อนไขหรือวิธีการเช็กอย่างไรนั่นเองนะคะ ส่งไปแล้วมี Reaction กลับมาไหมว่า ข้อมูลที่ส่งไปสมมติมี 10 ข้อความแล้ว ปลายทางเราไปนี่ได้ 8 แล้วที่มัน Lost หรือว่าขาดหายระหว่างทางนี่มันเช็กได้อย่างไรนั่นเองนะคะ ถัดมา 802.4 มาตรฐานแบบ Token Bus 802.4 กับ 802.5 จะเป็นรูปแบบของการเชื่อมต่อระบบเครือข่าย เชื่อมต่อแบบไหนที่ง่ายที่สุดนะคะ Token Bus กับ Token Ring ต่างกันอย่างไร มีการใช้อุปกรณ์แบบไหน ใช้สายสื่อสารในการเชื่อมต่อแบบไหน แล้วตัวไหนมีข้อดี-ข้อเสียอย่างไร กระจายข้อมูลได้เร็วไหมนะคะ ในกรณีที่อุปกรณ์ที่เชื่อมต่อภายในระบบเสีย 1 ตัว ทำให้อุปกรณ์เครือข่ายเราล่มไหม หรือว่าไม่ล่ม หรือว่ายังสามารถใช้งานการสื่อสาร เหล่านี้ได้อยู่บ้างหรือเปล่านะคะ เดี๋ยวเราจะมาพูดลึก ๆ อีกว่ามันมีอุปกรณ์ Switch Hub นะคะ ตัวกระจายสัญญาณการส่งข้อมูลแบบไหน แล้วก็เชื่อมต่อแบบไหนที่มันมีการส่งข้อมูลที่ดี ข้อดีข้อเสียอะไร เดี๋ยวจะมาลงรายละเอียดแต่ละตัวนะคะ ถัดมา 802.6 มาตรฐาน MAN นะคะ Metropolis Area Network ก็จะเป็นลักษณะการส่งข้อมูลนะคะ ภายในเมือง ก็คือการสื่อสารที่มีการ... พื้นที่ให้บริการมากยิ่งขึ้นนะคะ เริ่มแรกอาจจะอยู่ใน 1 ห้อง ขยายเป็นตึก ตึกแต่ละตึกขยายเพิ่มขึ้นนะคะ เป็นเมืองนั่นเองนะคะ เราก็จะมาดูว่าข้อกำหนดในการสื่อสารระหว่างเมือง ในเมืองของเรานี่ มีการจุดพักสัญญาณไหม กระจายสัญญาณอย่างไร ทำให้ครอบคลุมพื้นที่นั่นเองนะคะ ถัดมา 802.7 มาตรฐานการส่งสัญญาณแบบ Broadband กับ Baseband นั่นเองนะคะ อันนี้จะพูดถึง Broadband Broadband นะคะ มีการส่งข้อมูลอย่างไร Broadband กับ Baseband ต่างกันอย่างไร ก็จะมีการส่งข้อมูลนะคะ ความถี่เดียวหรือความถี่พร้อมกันนะคะ มันจะต่างกันอย่างไรนะคะ ถ้าเป็น Baseband ก็คือการส่งข้อมูลนี่ มันก็สามารถที่จะส่งข้อมูลความถี่พร้อม ๆ กันนะคะ มันก็จะสะดวกสบายมากยิ่งขึ้นนั่นเอง เดี๋ยวเราจะมาดูข้อแตกต่างระหว่างการส่งสัญญาณทั้ง Braodband แล้วก็ Baseband นั่นเอง ว่าต่างกันอย่างไร ถัดมา 802.8 เคเบิลใยแก้วนำแสงนะคะ ณ ปัจจุบันนี่ แต่ก่อน เวลาเราใช้ ระบบอินเทอร์เน็ตภายในบ้านนะคะ ส่วนมากก็จะเป็นสาย ทองแดงที่ใช้ในการเชื่อมต่อนะคะ ปัจจุบันก็จะเพิ่มขึ้นหรือพัฒนาเป็น Fiber Optic หรือว่าใยแก้วนำแสง Fiber Optic ก็จะมีคุณสมบัติในการส่งข้อมูลที่ค่อนข้างระยะไกลกว่านะคะ แต่ข้อเสียของเขาก็จะมีเนื่องจากตามชื่อเป็นแก้วนะคะ Fiber Optic ความเปราะบางนะคะ หรือว่าการแตกหัก การบำรุงรักษา หรือการเข้าถึงอันนี้ก็จะค่อนข้างที่ใช้ บุคคลเฉพาะนั่นเองนะคะ แต่ว่านิยมใช้มากขึ้นเพราะว่า ส่งสัญญาณได้ไกล แล้วก็พวกสัญญาณรบกวนก็จะค่อนข้างน้อยลงนั่นเองนะคะ ถัดมา 802.9 นะคะ ก็จะเป็นการรวมเทคโนโลยี ISDN กับเทคโนโลยี LAN ISDN ถ้ามองภาพง่าย ๆ ให้มองแบบการสื่อสารในระบบโทรศัพท์บ้านเรานั่นเอง เวลาเราสื่อสารโทรศัพท์นะคะ ก็จะมีชุมสายนะคะ ในการเชื่อมต่อแต่ละจุดนะคะ เหมือนสมมติโทรศัพท์แต่ละจังหวัดมันก็จะมาขึ้นข้างหน้าใช่ไหม บ้านเราก็จะเป็น 042 อะไรอย่างนี้ใช่ไหมคะ ต่างประเทศหรือกรุงเทพฯ ก็จะเป็น 02 ก็จะมีจุดพักและก็กระจายสัญญาณแต่ละที่นะคะ ก็จะเป็นการส่งข้อมูลแบบตัว ISDN นั่นเองนะคะ ถัดมาตัวมาตรฐานแบบ 802.10 ความปลอดภัย ความปลอดภัยตัวนี้ก็ค่อนข้างสำคัญ สมมติเดี๋ยวนี้เรามีลักษณะแบบ Internet Banking การใช้เติมเงินนะคะ Shopping Online ต่าง ๆ ที่ค่อนข้างเพิ่มมากขึ้น ความปลอดภัยตรงนี้ จะมีได้อย่างไร ในกรณีที่เรากรอก รหัสบัตรเครดิตเข้าไปนะคะ ทำการโอเงิน ถอนเงินนะคะ หรือว่าชอปปิงออนไลน์ขึ้นมานี่ ความปลอดภัยตรงนี้จะโดนผู้อื่นนี่นำข้อมูลเหล่านี้ไปได้หรือเปล่านะคะ เพราะว่าบางทีเราก็จะมีข่าวว่าอยู่ดี ๆ ก็จะมีตัว SMS เตือนมาว่าคุณใช้... โอนเงินไปอย่างนี้ ซื้อสินค้า อาจจะเป็นขึ้นเป็น US ดอลลาร์นะคะ ต่างประเทศขึ้นมา เราจะเช็กได้อย่างไร แล้วตัวระบบที่เราใช้ในเครือข่ายนี้จะมีความปลอดภัยถึงระดับไหนนั่นเองนะคะ ถัดมา 802.11 เป็นมาตรฐานที่ใกล้ตัวกับนักเรียนมากที่สุด นักเรียนนักศึกษานะ เพราะว่าเป็น Wireless หรือว่า ตัว Wi-Fi นะคะ เวลาเราเชื่อมต่อนะคะ ใช้สมาร์ตโฟน แท็บเล็ตนะคะ โน้ตบุ๊กขึ้นมานี่ในการเชื่อมต่ออุปกรณ์สื่อสารเข้าในรั้วมหาวิทยาลัย หรือว่าอาจจะอยู่ที่หอพักต่าง ๆ มันก็จะมีอุปกรณ์เหล่านี้ขึ้นมา ถัดมา 802.12 นะคะ ความเข้าใจนะคะ ความสำคัญความต้องการของการใช้งานระบบเครือข่าย ลำดับความสำคัญของการใช้งาน บางทีเวลาเราเข้าไปดึงข้อมูลนะคะ เข้าสู่อินเทอร์เน็ต มันจะมี การเข้าถึงแบบที่เป็นรูปแบบตัวอักษร รูปภาพ หรือว่าจะเป็นมัลติมิเดีย ความสำคัญในการใช้งานนี่ก็จะค่อนข้างแตกต่างกัน เวลารับ-ส่งข้อมูล ถ้าเป็นคำพูด ตัวอักษรนะคะ เป็นตัวอักษรนี่ การไล่เรียงลำดับนี่ ท้ายที่สุดเราก็สามารถประกอบร่างกัน แล้วก็เป็นข้อมูลที่สามารถสื่อสารไปยังปลายทางได้ แต่ในกรณีที่เป็นรูปแบบของเสียง ถ้ามันเรียงลำดับไม่ถูกต้อง แน่นอนท้ายที่สุดแล้ว ข้อมูลเสียงของเรามันก็จะ ไม่เป็นประโยคถูกไหมคะ อันหลังมาก่อนอันหน้ามาก่อนนะคะ มันก็จะรวมกันไม่ได้นะคะ เราก็จะมาดูลำดับความสำคัญแล้วก็ความต้องการของข้อมูลของเรา ถัดมามาตรฐาน 802.14 เป็น Modem Modem ก็จะเป็นตัวอุปกรณ์ตัวแรกที่ใช้ในการสื่อสารนะคะ ก่อนที่เราจะมีการใช้อินเทอร์เน็ต ทั่วไป บ้านเราที่มี Switch เสียบปึ๊บ สามารถที่จะ Login เข้าไปใช้งานได้เลยนะคะ เริ่มแรกในการสื่อสารในระบบเครือข่ายจะมีตัวอุปกรณ์ที่เรียกว่า Modem ในการรับข้อมูลและก็ส่งข้อมูลนะคะ โดยเราจะกรอกข้อมูลในรูปแบบ Dialog หรือว่าตัวเลขเข้าไป เหมือนหมายเลขโทรศัพท์ เพื่อทำการ Connect ไปยังจุดที่เราใช้บริการไม่ว่าจะเป็นองค์การโทรศัพท์ หรือว่าบริษัทที่ให้บริการเพื่อทำการ Connect แล้วก็เชื่อมต่อไปยังปลายทางนั่นเองนะคะ เดี๋ยวสไลด์ถัด ๆ ไปก็อาจารย์ก็จะพูดถึงตัว Modem ว่าเขามีการเชื่อมต่อ แล้วก็ส่งข้อมูลอย่างไรนั่นเองนะคะ ถือว่าเป็นการสื่อสารเริ่มแรกเลย ตัว Modem ตัวนี้ ถัดมา 802.5 กำหนดพื้นที่เครือข่ายไร้สายส่วนบุคคล เวลาเราใช้อุปกรณ์สื่อสารนะคะ พูดง่าย ๆ เหมือนเราใช้ระบบโทรศัพท์ มันก็จะมีช่วงที่อับสัญญาณ ถูกไหมคะ มองภาพง่าย ๆ ก่อน เพื่อจะได้เข้าใจ เวลาเราใช้มือถือนี่ ขึ้นเขาลงห้วย หรือว่าพื้นที่ที่ไม่ครอบคลุม มันก็จะมีคลื่นความถี่ หรือว่าตัวส่งสัญญาณที่มันน้อยลงนะคะ กลับมามองที่เครือข่ายไร้สายส่วนบุคคลนะคะ สมมติเราให้บริการระบบเครือข่าย สมมติอยู่ในมหาวิทยาลัยนะคะ หรือว่าเป็นที่บ้านของเรานี่ มันก็ต้องมีพื้นที่ที่ครอบคลุมนะคะ ว่าตัวกระจายสัญญาณของเรานี่ เขาให้พื้นที่เท่าไร เวลาพวก Network ต้องการคำนวณ สมมติชั้นหนึ่งนี่ มีตัว Access Point กี่ตัวที่จะครอบคลุมพื้นที่หรือว่า Area ต้องมีการคำนวณก่อนว่า ตรงไหนจุดอับสัญญาณ หรือว่าเราต้องวางอุปกรณ์ตรงไหนให้มันครอบคลุม แล้วที่สำคัญก็คือครอบคลุมแล้วก็ต้องมี ไม่สิ้นเปลือง พูดง่าย ๆ ทั้งคุ้มทุนแล้วก็ครอบคลุมด้วยนั่นเอง มันก็ต้องมาควบคู่กันนะคะ คราวนี้ 802.16 จะเป็นมาตรฐาน Broadband แบบไร้สายหรือว่า WiMAX ก็คือ เมื่อกี้มันเป็นรูปแบบของมีสาย ถ้ารูปแบบแบบไร้สายจะมีมาตรฐานตัวนี้เข้ามา ก็คือ 802.16 มีทั้งมีสายแล้วก็ไร้สายนี่ ถัดมาเราจะมาพูดถึงที่บอกว่าตัวที่ใกล้ที่สุด ก็คือ 802.11 นะคะ ตัวนี้ก็จะเป็นลักษณะการโครงข่ายไร้สายของเรานะคะ โดยจะกำหนดที่ตัวเลข 802.11 แล้วจะตามด้วยตัวอักษรภาษาอังกฤษ ตามมาเพื่อระบุนะคะ ว่าแต่ละตัวนี่มีความหมายอะไรบ้าง a b g n แล้วก็ล่าสุดก็จะเป็น ac นั่นเองนะคะ เดี๋ยวเราจะมาดูนะคะ ตัวมาตรฐาน 802.11 นี่ เป็นมาตรฐานที่ใช้รับส่งข้อมูลทั่วไปอยู่แล้ว เราก็คุ้นเคยอยู่แล้ว เราใช้ Wi-Fi หรือว่า Wireless LAN นะ เขาเรียก Wireless LAN หรือว่า Wi-Fi นะคะ เชื่อมต่อตัวระบบไร้สายของอุปกรณ์ทั้งผู้รับแล้วก็ผู้ส่งเข้าหากันนั่นเอง โดย อุปกรณ์ที่เราใช้งานนะคะ ก็จะมีตัว Access Point ที่รับข้อมูลแล้วก็ส่งข้อมูลนะคะ ระหว่างอุปกรณ์ทั้ง 2 ชนิด หรือจะมีการเชื่อมต่อในสาย LAN นะคะ ตัวรับตัวส่งก็ได้เช่นเดียวกัน อาจจะเป็นสาย LAN กับ Wi-Fi หรือว่า Wi-Fi กับสาย LAN ก็ได้นะคะ เมื่อมีตัวเครือข่ายตัวนี้ขึ้นมาเราก็ต้องมาเลือกตัวมาตรฐาน แล้วก็เลือกอุปกรณ์ที่มันรองรับ การใช้งานนะคะ และการเข้ากันของเทคโนโลยีด้วย ว่าอันไหนเหมาะสมนะคะ อาจจะซื้อมาจากต่างประเทศนี่มารองรับกับความถี่ที่ใช้ได้ ในบ้านเราหรือเปล่า หรือว่าใช้ได้เฉพาะต่างประเทศนะคะ ต้องดูอุปกรณ์ที่มันสามารถรองรับกับการใช้งานที่บ้านเราได้ด้วยนั่นเองนะคะ โดยเรามาดูตัวแรกที่มาตรฐาน IEEE 802.11a นะคะ ตัวนี้มีความสามารถในการรับ-ส่งข้อมูลที่ 54 Megabit per sec หรือว่าเมกะบิตต่อวินาทีนั่นเองนะคะ ใช้ย่านความถี่ ความถี่ที่เราใช้อยู่ที่ 5 GHz ซึ่งความถี่นี้ไม่ได้รับอนุญาตใช้ในประเทศไทยนะคะ ก็คือต่างประเทศอาจจะมีใช้บ้าง แล้วแต่ข้อกำหนดหรือว่าข้อตกลงของแต่ละประเทศ ว่าใช้ย่านคลื่นความถี่นี้ได้หรือเปล่านะคะ บางคนอาจจะสงสัยว่าย่านคลื่นความถี่อย่างไร เป็นอย่างไรเหมือน... เหมือนเราฟังวิทยุ AM FM นี่ คลื่นความถี่มันก็จะคนละคลื่นนะคะ เขาก็จะจัดสรรคลื่นความถี่นี้ ต่าง ๆ นี่ให้ไปใช้อะไรได้บ้าง อันนี้ก็จะเป็นลักษณะเดียวกันนะคะ ในการรับ-ส่งข้อมูลก็จะมีช่วงความถี่ต่าง ๆ นะคะ ว่าช่วงความถี่ไหนใช้ทางข้าราชการ เกี่ยวกับงานข้าราชการไหม หรือว่าเกี่ยวกับธุรกิจพาณิชย์ต่าง ๆ นั่นเอง สำหรับประเทศไทยก็จะเอาย่านความถี่ที่ 5 GHz ตรงนี้มาใช้เกี่ยวกับดาวเทียม เดี๋ยวเราก็จะมาเรียนด้วยว่าการส่งข้อมูลแบบดาวเทียมนี่ ครอบคลุมระยะไหนนะคะ กับพื้นโลกไหมนะคะ ที่ความถี่เท่าไร เป็นระยะทางไกลเท่าไร แล้วมีตัวกระจายจากสัญญาณหรือว่าอุปกรณ์นี่ กระจายที่ช่วงนะคะ ที่เท่าไรนั่นเอง ข้อเสียอย่างที่บอกไปแล้ว 802.11a นี่เนื่องจากเป็นมาตรฐาน ที่ไม่ได้ใช้ทั่วไป แล้วก็ไม่ได้ใช้ในประเทศไทยนะคะ มาตรฐานที่เชื่อมต่อกับความถี่สูง ๆ นะคะ ระยะทางที่ใช้ในการส่งข้อมูลนี่ก็จะค่อนข้างต่ำ ก็คือประมาณ 35 เมตรนะคะ ก็ไม่ไกลเท่าไร หรือในโครงสร้างปิด ถ้าเป็นตึกอาคาร ทำไมจึงพูดเป็นตึกอาคาร ก็คือกรณีที่ไม่มี สิ่งมากีดขวางนะคะ ก็จะได้ที่ 120 เมตร บางคนบอกว่า ทำไมต้องเป็นพื้นที่ปิดแล้วต่างกันอย่างไร ถ้าเป็นข้างนอกก็จะมีพวกตัวลดทอนสัญญาณ ไม่ว่าจะเป็นต้นไม้ ตึกอาคาร เวลาคลื่นความถี่ที่ออกไปนี่เขาจะซับคลื่นความถี่นั้น แล้วก็ทำให้พลังงานในการส่งข้อมูลนี่ลดน้อยลงนะคะ ดังนั้นผู้รับก็จะได้รับข้อมูลได้ไม่ครบถ้วนนะคะ อันนี้ก็จะเป็นเหมือนอุปสรรคต่าง ๆ พวกคลื่นความถี่ไม่ว่าจะเป็ณตึกอาคาร หรือว่าสภาพแวดล้อมกรณีฝนตกนะคะ คลื่นความถี่มันไปสะท้อนกับตัวเม็ดฝนนะคะ พวกนี้ก็จะไปลดทอนเช่นเดียวกันนะคะ มันก็มีปัจจัยหลาย ๆ อย่าง ในการส่งคลื่นความถี่พวกนี้นะคะ แล้วก็ผลิตภัณฑ์ไร้สาย ตัวมาตรฐาน 802.11a จะได้ความนิยมน้อย อย่างที่บอกไปว่า ไม่สามารถใช้กับไทยได้นะ มันเป็นเหมือนคลื่นความถี่ที่กำหนดไว้นะคะ และก็ไม่สามารถใช้เข้ากับอุปกรณ์ที่รองรับมาตรฐาน 802.11b แล้วก็ 802.11g ก็คือ ใช้กับแค่เพื่อนมันเองนะคะ ใช้กับเพื่อนไม่ได้ ก็คือใช้กับตัวที่อยู่ในซีรีส์เดียวกัน ก็คือ 802.11a เท่านั้นนะคะ ข้อเสีย ถัดมา เมื่อเราพบถึงข้อเสียของมาตรฐาน 802.11a แล้ว ก็จะเกิดมาตรฐานตัวใหม่ขึ้นมา ก็คือ 802.11b โดยนะคะ เราจะใช้เทคโนโลยีที่เรียกว่า "CCK" นะคะ Complimentary Code Keying มันก็จะเป็นเทคนิคนะคะ ในการรับส่งข้อมูลเช่นเดียวกัน เอา Clock เข้ามาเกี่ยว ถ้าลงลึกอีกก็จะมีว่าการส่งสัญญาณนี้ส่งอย่างไรนะคะ เอาข้อมูลตัว Clock นี่มาใส่ที่ช่วงไหนนะคะ ร่วมกับเทคโนโลยี DSS นะคะ Direct Sequence Spread Spectrum ตัวนี้ เข้าไปนะคะ เมื่อกี้เราส่งไปที่ ความเร็วที่ 54 Megabit per sec แต่ความเร็วตัวที่ใช้ก็คือ 11 Megabit per sec เมื่อกี้ใช้ 5 อันนี้ใช้ที่ย่านความถี่ 2.4 GHz นะคะ เมื่อกี้ 802.1a ใช้ 5 GHz นะคะ จะเห็นว่ามันจะลดลงซึ่งเป็นย่านความถี่ที่ใช้งานสาธารณะ สาธารณะก็คือทุกคนสามารถที่จะใช้งานได้แล้วนะคะ ไม่ได้เป็นข้อจำกัดเหมือน 802.11a นั่นเอง ก็คือสามารถใช้เกี่ยวกับทางวิทยาศาสตร์ อุตสาหกรรม การแพทย์นะคะ มันก็จะมีย่านความถี่ที่สามารถนิยมเอาไปใช้นั่นเองนะคะ ก็คือใช้กับอุปกรณ์ตัวอื่นก็ได้ ใครก็สามารถนำไปใช้ในด้านต่าง ๆ ได้นั่นเองนะคะ ข้อดี เนื่องจากตัวนี้นี่ใช้คลื่นความถี่นะคะ ที่ไม่ได้ใช้พลังเยอะนะคะ ทำให้การส่งสัญญาณนี้ก็จะมีระยะทางที่ไกลกว่าเดิมนะคะ เมื่อกี้ 34 ก็จะเป็น 38 เมตรนะคะ แล้วก็โครงสร้างปิดเมื่อกี้อยู่ที่ 100 หน่อย ๆ อันนี้จะเป็น 140 เมตรนะคะ ในที่โล่งแจ้งนะคะ แล้วก็สามารถใช้กับอุปกรณ์รองรับตัวอื่นได้นะคะ ไม่ว่าจะเป็น a หรือ b นะคะ หรืออุปกรณ์ที่มีเครื่องหมาย W-i-f-i หรือว่า Wi-Fi ก็คือสามารถใช้กับอุปกรณ์เหล่านี้ได้ รองรับการทำงานและก็การเชื่อมต่อ ระหว่างกันได้นั่นเองนะคะ มันก็คือแบบ ใช้กับเพื่อนได้ไม่ค่อยมีปัญหาไม่ต้องบอกว่าจำเป็นต้องซื้อตัวมาตรฐานเดียวกันนะคะ มาตรฐานก่อนหน้าก็เอามาใช้ได้นั่นเองนะคะ ก็คือ จาก a ก็พัฒนาให้มันดีขึ้น ให้มันหลากหลาย แล้วก็ใช้งานได้มากขึ้นนั่นเองนะคะ ถัดมา มาตรฐาน 802.11e ก็จะรอบรับการใช้งาน Aplication บนด้านมัลติมิเดีย ตามชื่อก็คือ Voice over IP Voice ก็คือสื่อมัลติมีเดียเป็นเสียงที่สามารถเคลื่อนที่พร้อมไปกับตัว IP แต่ก่อน เราจะส่งสัญญาณหรือว่าส่งข้อมูลได้เฉพาะ IP โดยยังไม่มีเสียง ถูกไหมคะ สื่อสารคอมพิวเตอร์กับคอมพิวเตอร์ ส่งตัวอักษรนะคะ การสื่อสารข้อมูลทั่วไป คราวนี้ส่งเป็นแบบ Realtime ก็คือสามารถส่งเสียงเข้าไปด้วย ส่งไปรับกลับนะคะ ก็คือสามารถที่จะเอาเสียงขี่ไปกับตัว IP ของเรานะคะ แต่ก่อนนะคะ สมัยก่อนนี่ VoIP จะเป็นที่นิยมค่อนข้างสูงนะคะ เพราะว่าจะช่วยลดปัญหาในการใช้งานการสื่อสาร สมัยก่อนนะคะ ยังไม่มี VoIP เราก็จะใช้ระบบโทรศัพท์ถูกไหม โทร. ไปต่างประเทศนะคะ ส่งไปแต่ละที่จังหวัด อำเภอต่าง ๆ นะคะ หรือว่ามหาวิทยาลัยที่มีหลายวิทยาเขต บริษัทที่มีหลายสาขานะคะ ตัวนี้ก็จะเข้ามาช่วยแก้ปัญหาในกรณีที่เราต้องการโทรไปยัง สาขาอื่น ๆ นะคะ ก็จะไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย สามารถที่จะเชื่อมต่อผ่านตัวระบบ IP หรือว่าสาย LAN ของเราตัวนี้ ถ้าต่างประเทศก็จะเป็นการเชื่อมต่อระหว่างประเทศหรือว่าทวีปนั่นเองนะคะ อันนี้จะค่อนข้างนิยมสำหรับบริษัทที่มีลูกข่ายค่อนข้างเยอะ มันจะช่วยประหยัดนะคะ เราไม่ต้องกดหมายเลข ที่ระบุถึงจังหวัดหรือว่าระบุถึงประเทศ เราสามารถใช้เหมือนเบอร์ภายในโทรหากันนะคะ อย่างมหาวิทยาลัยเราตอนนี้ก็ใช้ตัวระบบ VoIP เช่นเดียวกัน พวกระบบโทรศัพท์สำนักงานนะคะ ก็จะเป็นลักษณะ VoIP จะมีตัวสายแลนเข้ามาเสียบ กับตัวระบบโทรศัพท์ภายในองค์กรของเรา จะโทรเข้า สาขาหรือว่าแผนก ฝ่ายบัญชีธุรการนะคะ การเงินต่าง ๆ ก็สามารถโทรโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายนะคะ ในกรณีที่มีวิทยาเขต ถ้าเป็นพวกศิลปากรนะคะ ที่อาจารย์เคยเข้าไปให้บริการ ก็จะมีพวกศิลปากร ที่มีสาขาต่าง ๆ ท่าพระจันทร์นู่นนี่นั่น ก็ใช้ระบบตัว VoIP เพื่อให้ประหยัดค่าใช้จ่าย ว่าเวลาโทร. หาแต่ละวิทยาเขตนี่ไม่ต้องเสียเงิน ก็สามารถกดหมายเลขภายใน เหมือนหมายเลขโทรศัพท์ทั่วไปเลยนะคะ โดยไม่เสียเงิน หรือจะโทรข้ามระหว่างประเทศ อันนั้นก็ใช้ได้เช่นเดียวกันนะคะ บางบริษัทที่เป็นบริษัทต่างชาตินะคะ ก็จะมีบริษัทแต่ละทวีปที่เป็นประเทศใหญ่ ๆ นะคะ การเชื่อมต่อก็จะใช้ลักษณะ VoIP แล้วก็การคุยระหว่างโทรศัพท์ภายในก็จะใช้ VoIP เพื่อลดทอนค่าใช้จ่ายนะคะ การเชื่อมต่อแบบนี้มันก็ต้องมีตัวระบบ Firewall นู่นนี่นั่นมาเชื่อมต่ออีก เพื่อเป็นการป้องกันแล้วก็ยืนยันต้นทางกับปลายทางว่าคุณมาถึง เราก็สามารถที่จะส่งข้อมูลหากันได้นั่นเอง โดยเราจะมีลักษณะการ ตามหลักการ คือ QoS หรือว่า Quality of Service ขึ้นมานะคะ ว่าการเชื่อมต่อหรือการให้บริการแบบนี้ มีคุณภาพมีไหม ตรงตามเงื่อนไขอะไรหรือเปล่านะคะ โดยปรับปรุงโดย MACLayer นะคะ เดี๋ยวค่อยไปว่ากัน ตัว Layer หรือว่าชั้นการทำงานต่าง ๆ นะคะ ถัดมา เรามาดูตัวมาตรฐาน IEEE ตัวต่อมา มาตรฐาน IAPP Inter Access Point Protocol นะคะ ก็จะเป็นมาตรฐานนะคะ ที่ออกแบบสำหรับผู้ใช้งาน การเคลื่อนที่ข้ามเขต สมมตินะคะ แรก ๆ นี่เวลาเราใช้งานระบบเครือข่ายโทรศัพท์ ตัวกระจายสัญญาณก็จะเป็นเสาโทรศัพท์ ที่เราน่าจะเคยเห็นเป็น Tower ขาวแดง ที่ปักบางที่เพื่อการให้บริการ ดังนั้น เวลาเราขับรถหรือว่าเคลื่อนย้ายตัวสมาร์ตโฟน หรือว่า Tablet หรืออะไรก็ตามที่เขาใช้ในการสื่อสารข้ามเขตไป เสาในการสื่อสารจากเสาที่อยู่ในบริเวณ สมมติเราไปอุดรธานี เอาง่าย ๆ อยู่สกลฯ เดินทางไปอุดรธานี จะเป็นเซ็นทรัลใช่ไหมคะ การจับตัวเสาสัญญาจากสกลฯ มันก็ไปต่างอำเภอ แล้วก็ย้ายไปที่อุดรธานี เสาสัญญาณจะทำการจับแล้วก็ปรับเปลี่ยนเมื่อเข้าเขตพื้นที่หนึ่งนะคะ เพราะว่าตัวกระจายสัญญาณนี่จะให้บริการเฉพาะพื้นที่ที่เขาครอบคลุม ถ้ามีการเคลื่อนที่หรือว่าย้ายตัวพื้นที่นี่ มันก็จะไปเกาะตัวส่งเสาสัญญาณใหม่ที่ให้พลัง หรือว่ามีคลื่นที่ค่อนข้างแรงมากกว่า เพื่อให้บริการเชื่อมต่อได้ทั่วถึง แล้วก็ไม่หลุดนั่นเองนะคะ