และก็ขยายผล แล้วก็ถอดองค์ความรู้เป็นตัวความรู้เพื่อให้กระจายไปทั่วประเทศนะครับ ผมได้พูด 3 ประการแล้ว คือ What, Why แล้วก็ How นะครับ อันสุดท้ายว่าน่าจะสำคัญไม่แพ้กัน ก็คือ By Whom แล้วใครจะเป็นคนทำตัวนี้ขึ้นมานะครับ แล้วก็ Where นะครับ ผมคิดว่า 1. นี่ ผมคิดว่าคณะอนุกรรมการชุดนี้เป็น Center หลักที่สำคัญมากนะครับ อันที่ 2 นี่ ผมคิดว่าสมาคมที่เกี่ยวข้องนี่ ขอใช้คำว่า “สมาคม” เอาเป็น “สภา” ดีกว่านะครับ ก็จะมีสภาสถาปนิกแห่งประเทศไทย และสภาวิศวกร 2 สภานี้น่าจะเป็น Player ที่สำคัญรวมถึงอีกสภาหนึ่งที่เกี่ยวข้อง แต่เขายังไม่ได้จัดตั้งเป็นสภานะครับ เป็นเรื่องของการผังเมือง ก็จะกระจัดกระจายอยู่สัก 3-4 สมาคมผังเมืองแต่ว่าสภาสถาปนิกนี่สามารถที่จะ Include นะครับ สมาคมด้านวิชาชีพการออกแบบเมืองเข้ามาได้นะครับ อันนี้ผมคิดว่าวิชาชีพนี่สำคัญนะครับ อันที่ 2 กลุ่มสถาบันวิชาการจริง ๆ แล้วก็สามารถที่จะ Include ผ่านสถาบันวิชาชีพหรือสภาสถาปนิกนี่ ซึ่งเป็นจุดศูนย์กลางตรงนี้ได้เลยนะครับ NIDA คงจะเป็นองค์ประกอบหนึ่งในสถาบันการศึกษาที่ร่วมในเชิงนโยบายได้นะครับ แล้วยังมีอีกหลายสถาบันการศึกษาที่เกี่ยวข้องในด้านของวิชาการที่เกี่ยวข้องได้นะครับ Player ที่ 3 นะครับ ตอนนี้คุณสว่างเอง ผมเอง แล้วก็เครือข่ายผู้พัฒนาเมืองหลายคนนี่ เราก็พยายามประสานมือกันนะครับ และผมพยายามสร้างสิ่งที่เรียกว่า Cities Co-Create Platform เป็น Network อันหนึ่งซึ่งมี T4A นะครับ มีกลุ่ม We!park ซึ่งทำในเรื่องของสวนสาธารณะ มี Urban Action นะครับ ซึ่งขับเคลื่อนพัฒนาคลองลาดพร้าวต่าง ๆ นี่ แล้วก็ผมเอง ทีมของ NIDA บางกะปิซึ่งพัฒนาตัว Skylink นะครับ ซึ่งก็เป็นโจทย์ตัวหนึ่งที่เราพยายามแก้ปัญหา Inaccessible เข้าสู่รถไฟฟ้า 3 จุดรวมกับเรือ 1 จุดนะครับ ซึ่งก็ตอนนี้อยู่ระหว่างการก่อสร้างของกรุงเทพมหานครอยู่นะครับ คาดว่าจะแล้วเสร็จประมาณปลายปีนี้นะครับ อันสุดท้ายเป็นข้อเสนอซึ่งเดี๋ยวคุณสว่างอาจจะได้เรียนหารือในที่ประชุมนะครับ ก็คือเรื่องของ Bangkok Sandbox นะครับ จริง ๆ แล้ว Bangkok Sandbox นี้ผมว่าเป็นจุดที่อาจจะ… คือเราอาจจะไม่ได้หยุดไว้ที่ Bangkok เท่านั้น หรือกรุงเทพฯ เท่านั้นนะครับ เราอาจจะเอากรุงเทพฯ ปริมณฑลนี่เป็นหนึ่ง แล้วอาจจะเริ่มที่กรุงเทพฯ ก่อน แล้วก็หัวเมืองใหญ่ ๆ นี่นะครับ อาจจะเลือกภูมิภาคละ 1 จังหวัดเป็นเครือข่ายก็ได้ แต่ผมคิดว่าการยกระดับที่กรุงงเทพฯ นี่ ซึ่งเรามีเครือข่ายพอสมควร และมีการทำงานร่วมกับหลายภาคส่วนของการทำงานของกรุงเทพแล้วนี่ อาจจะเป็น Sandbox เริ่มต้นได้ดี ก็เลยอยากจะขอให้คุณสว่างอาจจะช่วยแลกเปลี่ยนเรื่องของกรุงเทพฯ เพิ่มเติมอีกสักนิดหนึ่งนะครับ (คุณมณเฑียร) ครับ คุณสว่างจะเข้ามาแทรกตรงนี้เลย หรือว่าอาจารย์จะต่อครับ (ดร.ณพงศ์) ได้ครับ ขอบพระคุณครับ คือผมคิดว่าผู้ว่าราชการฯ ชุดปัจจุบันนะครับ แล้วก็ข้าราชการนี่เริ่มเข้าใจการพัฒนาเมืองสูงนะครับ ครับ ผมคิดว่าอย่างนี้ครับ เร็ว ๆ นี้นะครับ มันมีการขับเคลื่อนนโยบายสวน 15 นาที โดยการที่ไม่ออกแบบให้นะครับ หรือไม่ไประดมทุนภาคเอกชนมาทำให้เท่านั้น แต่ว่าใช้งบประมาณไม่มากนะครับ เข้าไปทำ Training Workshop ให้กับเจ้าหน้าที่รายเขตนะครับ ได้แก่ เจ้าหน้าที่ฝ่ายโยธาฯ สิ่งแวดล้อม ฝ่ายรักษานะครับ ก็คือฝ่ายที่ออกแบบนะครับ ฝ่ายที่จะต้องพูดคุยกับชุมชนและก็ฝ่ายที่ต้องบำรุงรักษาต้นไม้ภายหลังชุมชนนี่ ให้เจ้าหน้าที่เหล่านี้นี่ ได้มีองค์ความรู้ในด้านการออกแบบสวนขนาดเล็กนะครับ แล้วใช้สมาคมวิชาชีพนี่เป็น Center ในการไปดึงนักวิชาการและบริษัทสถาปนิก อาสา จิตอาสานี่นะครับ มาเป็น Coaching ให้นะครับ ดังนั้น ทุนนี่ไม่ได้ใช้ทุนเยอะ แต่ว่าเป็น Knowledge Sharing กันแล้วใช้การประกวดแบบนี่นะครับ 51 เขตนี่ทำทุกเขต แต่ว่าทำทีละโซน โซนหนึ่งนี่อาจจะมี 6 เขต 7 เขต โซนใหญ่สุดก็จะมี 10 เขตนะครับ กรุงเทพฯ นี่แบ่งออกเป็น 6 โซน ไล่ทำไปอาจจะเป็นโซนไปนะครับ จากนั้นนี่ ก็แต่ละเจ้าหน้าที่นี่ก็จะไป Ice Breaking กันเอง คือในกรุงเทพฯ เองก็จะมีต่าง… คือต่างฝ่ายนี่ ก็ต่างทำแต่หน้าที่ตัวเองแต่พอมีโจทย์เชิง Area เป็นตัวต้น เป็นตัวกระตุกนี่ ก็ทำให้เจ้าหน้าที่ที่เคยอยู่รวมกลุ่มกันนี่ สามารถที่รวมกันและคิดแบบสวนละ 15 นาทีออกมานะครับ นอกจากแบบนี่ ก็จะถอดเป็นงบประมาณจริงนะครับ ในงบประมาณจริงนี่ กรุงเทพมหานครจะเริ่มนำไปสู่การก่อสร้างจริงนะครับ โดยความร่วมมือระหว่างสถาปนิกที่มาจากวงวิชาชีพนะครับ สถาปนิกที่เป็นเจ้าหน้าที่ของเขตเองนะครับ แล้วเริ่มดำเนินการอย่างนี้นะครับ เพราะฉะนั้นผลลัพธ์เขาก็จะได้สวน 15 นาที สวนละ 1 เขต เป็นสวนต้นแบบซึ่งเกิดจากคนในของกรุงเทพมหานครเอง ตรงนี้ผมคิดว่า Step ต่อไปนี่ ถ้าเกิดว่าเรื่องของเพื่อเราจะพัฒนาเมืองอัจฉริยะที่ครอบคลุมคนทุกคน 1 เขต 1 ย่าน เราก็สามารถจะทำกระบวนการลักษณะนี้นะครับ โดยใช้วิชาชีพสถาปนิกผังเมืองนะครับ วิศวกรจราจรนะครับ เป็นโค้ชให้ แล้วก็เอาสำนักการจราจรขนส่งนะครับ สำนักโยธาฯ สำนักสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวข้องนะครับ รวมถึงเจ้าหน้าที่ โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ในเขตนี่ หา Area ที่เหมาะสมนะครับ และก็เริ่มออกแบบคิดในเชิงงบประมาณ ฝ่ายพัฒนาชุมชนก็สอบถามความต้องการของประชาชนโดยทั่วไป โดยดึงเอากลุ่มผู้พิการทุกระบบนะครับ เข้าไปเป็น User ให้… เรียกว่า เราเป็นเจ้าของบ้านเราก็ให้ข้อมูลว่าเราต้องการบ้านแบบไหนนะครับ แล้วเจ้าหน้าที่เขตซึ่งมีหน้าที่ต้องออกแบบ กำหนดงบประมาณและในที่สุดเขาต้องมาบำรุงรักษาด้วยนี่ เขาเป็นผู้ไปออกแบบเลย แล้วเราก็ Coach เขานะครับ ตรงนี้จะทำให้เกิด Sandbox คือพื้นที่ต้นแบบขึ้นมา 1 เขต ก็เกิด 1 พื้นที่ เราอาจจะจำกัดพื้นที่แค่เขตละ 1 ตารางกิโลเมตรต้นแบบอย่างนี้ก็ได้นะครับ เพราะฉะนั้น กล่าวโดยสรุปนะครับ ผมขออนุญาตสรุปว่าผมได้พูดไป 4 ประเด็นนะครับ ประเด็นที่ 1 นี่ผมพูดว่าเมืองอัจฉริยะคืออะไรนะครับ เมืองอัจฉริยะที่ครอบคลุมคนทุกคนนะครับ อันที่ 2 นี่ทำไมเราต้องมี อันที่ 3 นี่ แล้วมันจะมีองค์ประกอบอะไรบ้างนะครับ อันที่ 4 นี่ ใครคือผู้ที่จะมาร่วมกันทำสิ่งนี้ขึ้นมา ส่วนอันสุดท้ายนี่นะครับ ก็คือพื้นที่ที่เราจะปฏิบัติการให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นก้าวแรกนี่ เกิดได้อย่างไร ครับ ก็ขออนุญาตขอบพระคุณท่านประธานเป็นอย่างสูงครับ ขอบคุณครับ (คุณมณเฑียร) ขอบคุณมากครับ จริง ๆ ข้อเสนอของอาจารย์นี่ก็น่าสนใจอย่างยิ่งนะครับ เพราะว่าตอนที่คณะอนุกรรมาธิการเราพูดคุยกันนอกรอบก่อนหน้านี้นี่ เราก็คุยใน 2 มิติ ก็คือมิติของ Inclusive Smart Cities แบบองค์รวม หมายถึง แบบโดยอาจจะกำหนด Target Area ขึ้นนะครับ หมายถึงว่ากำหนดพื้นที่เฉพาะแล้วก็ทำ ทำนี่ล่ะครับ เมืองอัจฉริยะที่ครอบคลุมหรือรวมถึงคนทุกคนนี่ล่ะนะครับ อาจจะเอากรุงเทพฯ หรือเมืองบางเมืองในบางภูมิภาคเป็นต้นแบบอย่างที่อาจารย์ว่านี่ล่ะครับ เสร็จแล้วเราก็ไปมองอีกแบบหนึ่ง ก็คือทำเฉพาะเรื่องแต่ว่าเป็นสัญลักษณ์ของการก้าวไปสู่เมืองอัจฉริยะเพื่อคนทั้งมวลหรือครอบคลุมคนทุกกลุ่มนี่ มันก็เลยจะเป็น 2 Approach ที่คู่ขนานกัน อันหนึ่งก็มองภาพรวมทั้งหมดแต่กำหนดเป็นพื้นที่เฉพาะ อีกอันหนึ่งก็ทำมันทั้งประเทศนั่นล่ะ ทั้ง 77 จังหวัด คุณสว่างก็เลยไปคิดเรื่องของทางเท้ากว้างทางข้ามปลอดภัย จังหวัดละ 1 จุดนะครับ คือเป็นสัญลักษณ์ว่าต่อไปน่ะ มันจะมีเมืองที่ครอบคลุมที่น่าอยู่สำหรับทุกคนนี่นะครับ อยู่ มีเป็นเชิงสัญลักษณ์ของการเริ่มต้น ก็คือในแต่ละจังหวัดนี่ ควรจะมีสัก 1 จุดนะครับ ก็คือทางเท้ากว้างทางข้ามปลอดภัยนี่ จังหวัดละ 1 จุด ส่วนการพัฒนาในทุกมิติก็ควรจะต้องหาเมืองหรือจะหาจุดที่เป็นจุดทดสอบ ทดลองเป็น Pilot เป็นจุดเริ่มต้น โดยมองทุกมิติของการพัฒนาเมือง ผมคิดว่าข้อเสนอทั้ง 2 อย่างที่ว่ามานี้ ก็เป็นที่น่าสนใจ แล้วเราก็เคยได้มีการพูดคุยกันนะครับ ขอบคุณท่านอาจารย์มากเลยนะครับ ตอนนี้ก็จะเปิด เปิด Floor เลยไหมครับ เพราะว่าเรามีเวลาอีกประมาณสัก 40 กว่านาทีนะครับ เราจะเสร็จไม่เกิน 4 โมงนะครับ ผมว่าเราทำเวลาได้ค่อนข้างดี ก็จะเปิดโอกาสให้ท่านที่ยังไม่ได้แสดงความเห็น หรือท่านใดที่มีความเห็นเพิ่มเติมนะครับ ได้นำเสนอความเห็นได้ท่านละ 3-5 นาทีนะครับ คือถ้ามีเรื่องพูดน้อย ท่านก็ 3 นาทีจบ ก็ไม่เป็นไรนะครับ แต่ถ้าท่านมีประเด็นเยอะ ก็เราก็เปิดให้ถึง 5 นาทีนะครับ เอาหลวม ๆ อย่างนี้นะครับ 3-5 นาทีครับ เชิญท่านใดอาสาจะนำเสนอก่อนนะครับ หรือคุณสว่างจะต่อจากที่ท่านอาจารย์นำเสนอไปเมื่อสักครู่สักเล็กน้อยไหมครับ ก่อนที่เราจะเปิด Floor ต่อ (คุณสว่าง) ได้ครับ (คุณมณเฑียร) เชิญครับเชิญ (คุณสว่าง) อาจจะเป็นการเล่าความคืบหน้านะครับ ที่เกิดขึ้นในกรุงเทพมหานครแล้วกันนะครับ ก็ตอนนี้ทางกรุงเทพมหานครก็ได้มีการตั้งคณะอนุกรรมการนะครับ 5 ด้าน 5 ดี นะครับ ซึ่ง 1 ในคณะอนุกรรมการนั้นก็จะมีเรื่องของโครงการโครงสร้างและเดินทางดีนะครับ ซึ่งอันนี้ก็จะเป็นสิ่งที่คล้าย ๆ กับที่ผมได้นำเสนอไปในช่วงแรกว่าอยากให้แต่ละจังหวัดนี่นะครับ มีคณะกรรมการนะครับ หรือว่าคณะทำงาน หรือจะเรียกว่าอะไรก็แล้วแต่ แต่ว่าเป็นกลไกนะครับ ที่เป็นกิจลักษณะนี่ที่สามารถที่จะขับเคลื่อนงานนี้ได้นะครับ ในพื้นที่ของตัวเองนะครับ ตอนนี้ก็เริ่มขึ้นที่กรุงเทพมหานครแล้วนะครับ แล้วก็มีคนพิการจากหลากหลายประเภทนะครับ แล้วก็รวมถึงภาคส่วนอื่น ๆ นี่ เข้าไปมีส่วนร่วมนะครับ ก็มีการพัฒนาพื้นที่เมืองนะครับ มีโครงการนะครับ มีแนวทางนะครับ มีนโยบายที่จะพัฒนาพื้นที่เมืองของกรุงเทพฯ นี่นะครับ ให้เป็นเมืองต้นแบบแล้วก็คำนึงถึงไม่ทิ้งใคร คำนึงถึงทุกคนนี่นะครับ อยู่ในนั้นนะครับ แล้วก็มีหลาย ๆ แนวคิดนะครับ ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาทางเท้านะครับ ตามย่าน CBD นะครับ หรือว่าย่านเขตเมือง แหล่ง… เขาเรียกว่าอะไรย่านเศรษฐกิจสำคัญของเมืองนะครับ หรือการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบนะครับ ในหลาย ๆ พื้นที่นะครับ เช่น อย่างที่ที่บางกะปินี่ก็มีการเริ่มดำเนินการขึ้นมาบ้างแล้วนะครับ แล้วก็จะขยายไปสู่เมืองอื่น ๆ นะครับ แล้วก็อีกอันหนึ่งที่พยายามจะเสนอ กทม. ให้ทำ ก็คือการพัฒนาพื้นที่ย่านอนุสาวรีย์นะครับ ตั้งแต่สามเหลี่ยมดินแดงไปจนถึงแยกอุภัยเจษฎุทิศนะครับ แถว ๆ พก. นะครับ อันนี้นะครับ ก็เป็นพื้นที่ที่น่าสนใจนะครับ ที่จะหยิบขึ้นมาพัฒนาให้เป็นตัวอย่างย่านที่เป็น Inclusive Cities นะครับ อันนี้ก็อยู่ในระหว่างที่พวกเรากำลังพูดคุยหารือ แล้วก็ทำแผนนะครับ ในการที่จะขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองนะครับ ก็อยากจะให้กำลังใจในจังหวัดต่าง ๆ แล้วกันนะครับ ว่ามันเป็นสิ่งที่ทำได้นะครับ นะ แล้วก็ถ้าเรามีคณะกรรมการ… มันก็จะช่วยให้การขับเคลื่อนนี่มันเป็นกิจลักษณะแล้วก็มีทิศทางที่ชัดเจนมากขึ้นมากกว่าที่จะปล่อยให้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาตินะครับ ซึ่งอันนี้ก็เป็นสิ่งที่ผมเองก็สังเกตเห็นในหลาย ๆ จังหวัด ว่าคือถ้าบางทีผู้บริหารมันสนใจก็ทำ ถ้าผู้บริหารมันไม่สนใจก็ไม่ทำ ถ้าเราปล่อยเป็นแบบนี้นะครับ มันจะไม่เกิดแน่นอนนะครับ แต่ถ้ามันมี… มีนโยบายชัดเจนจากกระทรวงนะครับ มีกลไกขับเคลื่อนงานอย่างชัดเจนลงไปนี่ มันก็จะเกิดขึ้นได้เหมือนกับหลาย ๆ ประเทศที่มีประสบการณ์ในการพัฒนาเมืองมาก่อนเรานะครับ (คุณมณเฑียร) ครับ ขอบคุณครับ เมื่อสักครู่ตอนทางกระทรวง DES พูดถึงคณะกรรมการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ ผมก็คิดว่าเป็นคณะกรรมการที่น่าสนใจนะครับ จริง ๆ ถ้าได้ให้โอกาสทางพวกเราได้เข้าไปมีส่วนร่วมนะครับ ก็น่าจะเป็นประโยชน์นะครับ ทาง... เชิญทางผู้แทนจาก สนข. เชิญครับ เชิญครับ ครับ (คุณเริงศักดิ์) ครับ ขอบคุณครับท่านประธานครับ เริงศักดิ์ ทองสม จาก สนข. นะครับ พอดีเมื่อตอนช่วงต้นน่ะ ได้เล่าไปถึงว่าคมนาคมทำอะไรบ้าง แล้วก็ตอบคำถามอาจารย์สว่างไปนะครับว่า… ตรงไหน คราวนี้จะเข้าถึงประเด็นของเมืองอัจฉริยะ แล้วก็ที่ทางคมนาคมทำอยู่ จริง ๆ คมนาคมมีโอกาสคือตอนเริ่มต้นเรื่องของกรรมการอัจฉริยะ เมืองอัจฉริยะนี่ มันมี 3 ส่วน ภาคส่วน ก็คือเรื่องของกระทรวง DE, DES นะครับ แล้วก็กระทรวงพลังงานแล้วก็กระทรวงคมนาคมที่เข้าไปดู แล้วก็จะมี Network ของทางอาเซียน ทาง 3 หน่วยก็ได้เสนอเงิน... DES ก็ภูเก็ต ทางกระทรวงพลังงานก็อมตะนคร แล้วก็กระทรวงคมนาคมเอง ก็คือกรุงเทพฯ ก็คือบริเวณสถานีกลางบางซื่อกินพื้นที่ประมาณ 2,500 กว่าไร่ในบริเวณบางซื่อนะครับ เพราะฉะนั้น ในส่วนนี้ ในส่วนของตัว Smart Cities ของกระทรวงคมนาคมนี่ กระทรวงคมนาคมได้มอบพื้นที่โครงการรถไฟนะครับ ก็จะพัฒนาง่ายหน่อย ก็มอบพื้นที่นี้ให้ทาง SRPA ก็คือบริษัทบริหารทรัพย์สินของการรถไฟนี่ ก็ดำเนินการแล้วก็มีการหารือพูดคุยกัน แล้วก็โดยการในความช่วยเหลือของ… พูดถึงเรื่องของการพัฒนาด้านต่าง ๆ มีการทำเรื่อง Idea call ก็คือระดมความคิดของคนว่าจะเอาอะไรเข้าไปใส่ในนี้บ้าง แต่สิ่งที่ขาดไม่ได้ ก็คือเรื่องของใน Concept กระทรวงคมนาคม คือ เรื่องของการเข้าถึงง่าย พูดถึงเรื่อง Smart Cities คือ Accessibility ด้าน Transport เป็นเมืองต้นแบบของคมนาคมเป็นแบบด้าน Transport ของ DE ก็เป็นเรื่องของเทคโนโลยีแล้วก็ทางพลังงานก็เป็นเรื่องของทาง… กระทรวงพลังงานก็เป็นเรื่องของพลังงานที่อมตะนคร… ก็จะเอาเรื่องนี้ เอาเรื่องของการเข้าถึงของไม่ว่าจะเป็นทุกภาคส่วน ทุกส่วนนี่ เข้าไปในอยู่ในตัว Smart Cities ของคมนาคม อีกประเด็นหนึ่ง ก็คือเรื่องของ POD Transit Oriented Development คมนาคมได้ดำเนินการมีการศึกษานะครับ กำหนดเราจะสแกนพื้นที่ของสถานีรถไฟทั้งหมดความเร็วสูงหรือว่ารางคู่อะไรพวกนี้ ก็ได้มา 177 เมือง แล้วก็พอสแกนเข้ามาอีกก็เหลือ 8 เมืองที่เราทำเป็น Concept เบื้องต้นไปให้แต่ละเมือง สุดท้ายก็เหลือ 3 เมือง ที่จะผลักดันกันจริง ๆ ก็คือมีเมืองพัทยาก็มีความร่วมมือของพัทยาแล้วก็ อบต. หนองปรือ ไม่ใช่ อบต. นะครับ พูดผิด เทศบาลเมืองหนองปรือ แล้วก็อยุธยาก็มี… ทางอยุธยาแล้วก็เทศบาล… แล้วก็ทางอีกเมืองนี่คือเมืองขอนแก่น ซึ่งในส่วนของ 3 เมืองนี้ ขอเรียนว่าเอาพัทยานะครับ พัทยานี่ได้คุยหารือกันแล้ว ปรากฏว่าทาง DEC นะครับ ก็คือสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพิเศษภาคตะวันออกนี่ เนื่องจากเขามีดำเนินการโครงการ ครอบคลุมพื้นที่ ก็คือเรื่องของ High Speed นะครับ ก็จะดูทุกสถานีมักกะสัน บางซื่อไปจนกระทั่งถึงพัทยาแล้วก็เป็นประกาศเป็นพื้นที่ตรงนั้นเป็นพื้นที่พัฒนาพิเศษ ก็จะเนื่องจากมีกฏหมายที่เขาดำเนินการอยู่ ก็จะเป็นคนต้นแบบที่จะดำเนินการตรงนั้น ร่วมกับเมืองพัทยาแล้วก็เทศบาลหนองปรือ ซึ่งเราได้มีการพัฒนา มีการออกแบบ คือ หลักการของ POD จริง ๆ แล้วก็คือเรื่องของการมีอยู่ 4 เรื่อง คือเรื่อง… ความหนาแน่นสูง คือ Big Use เรื่องของการเชื่อมต่อ Linkage เรื่องของสิ่งอำนวยความสะดวกคือ Community ก็สิ่งอำนวยความสะดวกนะครับ จะจัดสิ่งอำนวยความสะดวกผู้อยู่อาศัยโดยเฉพาะเรื่องพื้นที่โล่ งเรื่องสีเขียวสาธารณูปโภคบางประการ รวมทั้งความหลากหลายของคนที่มาใช้บริการซึ่งเราจะใช้ในเรื่อง Universal Design ในการออกแบบ เพราะฉะนั้น Concept ที่ให้ไปนี่ ก็คือจะต้องเอาตัวนี้เข้ามาครับ นี่ก็คือเมืองพัทยา ส่วนทางด้านขอนแก่นก็ไปคุยหารือขอนแก่น แล้วก็สุดท้ายสุด ก็คือทาง อบจ. จะเป็นหอกนำ ก็คือ… ในส่วนนี้ก็คือเรื่อง ในเรื่องของท้องถิ่นที่จะเข้ามาดำเนินการซึ่งคิดว่าจะได้ความร่วมมือมาแล้วแล้วก็คงจะต้องผลักดันในเรื่องของแบบที่บอกไปเบื้องต้นว่ามันต้องมีการเข้าถึง ส่วนหนึ่งคือพื้นที่รถไฟทางคมนาคมนะครับ ช่วยเข้าไปดูว่าการเข้าถึงสถานีเข้าอย่างไร แล้วก็คือ POD นี่พยายามที่จะไม่ให้มีรั้ว พยายามจะให้ทุกคนนี่ แทนที่จะเจอคอนโด รั้วคอนโดนี้ ถ้าเกิดเกิดเราออกแบบให้มีอาคารอยู่แล้วก็พยายามที่จะไม่มีรั้ว ก็คือสามารถเดิน Link เข้าไปได้นี่ ก็จะทำให้สะดวกในการเข้าถึง เพราะฉะนั้น ตัวนี้จะพยายามให้ทางเท้าทางอะไรนี่ ที่จะเข้าสถานีนี่ มีความสะดวกมากที่สุด นี่ก็คือส่วนทางขอนแก่น ส่วนอยุธยาก็ตอนนี้อยุธยานะครับ เราเข้าไปคุยแล้วปรากฏว่าสุดท้ายสรุปมาก็น่าจะเป็นกรมโยธาธิการและผังเมืองที่ยังไม่รับไป แต่ว่าตอนนี้ยังไม่ได้คุยกับกรมโยธาฯ แต่เรื่องของ POD กับกรมโยธาฯ นี่ ทาง สนข. ก็ไดคุยกันมาหลายรอบแล้ว เพราะฉะนั้น คิดว่าอาจจะดำเนินการที่ทางให้กรมโยธาฯ เป็นคนสั่งการ เพราะฉะนั้น ทาง สนข. ก็เนื่องจากส่วนหนึ่งของเรา ก็คือเรื่องของ POD Transport เพราะฉะนั้น ก็ขอฝากฝัง 3 พื้นที่ในดวงใจนี้ไว้ให้ท่านกลุ่มของทางผู้พิการแล้วก็กรมอื่น ๆ นะครับ ช่วยกันสนับสนุนโครงการในโครงการนี้นะครับ ถ้าเกิดดำเนินการนี่ ก็เข้าไปช่วยดูแลว่าให้การเข้าถึงนี่สะดวก ง่าย และก็ปลอดภัย ตามสโลแกนของคมนาคมที่สะดวก ปลอดภัย เข้าถึงง่ายแล้วก็มีราคาสมเหตุสมผลนี่ ก็คือทำให้ทุกคนสามารถที่จะใช้บริการได้อย่างทั่วถึงและเท่าเทียม ขอเรียนอีกเรื่องหนึ่งครับ เรื่องพอดีเว็บไซต์นี่ อาจจะนอกเรื่องหน่อย วันก่อนที่ประชุมคณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตและคนพิการแห่งชาติ แล้วก็ที่ประชุมได้พูดถึงเรื่องเว็บไซต์นี่ ทางคมนาคมก็ช่วยผลักดัน ก็คือเราร่วมกับ สวทช. แล้วก็หน่วยงานอื่น ๆ อย่างเช่น มหาวิทยาลัย... นะครับ ผลักดัน ก็คือตอนนี้เราให้ทุกหน่วยนี่ ทำหน้าเว็บไซต์ที่จะคนพิการเข้าถึงได้ 2 หน้า อย่างละ 2 หน้า และก็เข้ามาดูมาตรฐานว่าเป็นมาตรฐาน A, AA AAA ตอนนี้ทุกหน่วยก็ส่งเข้ามาแล้วรู้สึกว่าจะต่างกันเกือบทุกหน่วย แต่ต่อไปเราก็พยายามที่จะทำว่าในส่วนหน้าเว็บไหนที่คนพิการต้องเข้าไปเยอะนี่ อาจจะต้องไปทำตรงนั้น ที่จะพัฒนาปรับปรุงเรื่อย ๆ เพราะฉะนั้น… ผมพยายามผลักดันตรงนี้เพื่อที่จะทำให้ทางคมนาคมนี่ ทำให้จะ… ให้คนพิการเข้าถึงเว็บไซต์ของเราได้โดยสะดวกครับ อีกเรื่องหนึ่งก็เมื่อครู่ทาง พก. พูดถึงคณะกรรมการส่งเสริมสภาพแวดล้อม ขอเรียนว่าคณะกรรมการชุดนั้นน่ะ เป็นคณะกรรมการที่สำคัญเพราะว่าชุดอื่นไม่มีรองประธานกรรมการ แต่ชุดนั้นมีผู้แทนของคมนาคมเป็นรองประธานกรรมการซึ่งจะผลักดันในเรื่องของสิ่งอำนวยความสะดวกในการของผู้พิการให้บรรลุความสำเร็จต่อไปครับ ขอบพระคุณมากครับ (คุณมณเฑียร) ครับ ขอบคุณครับ เป็นข่าวดีทั้งหมดเลยนะครับ มีเรื่องเดียวที่ต้องทำความเข้าใจกับท่าน ก็คือเว็บ คือถ้ามันเป็นเว็บที่เข้าถึงได้โดยคนทุกกลุ่มนี่นะครับ จะเป็น A, AA, AAA เรายินดีนะครับ แต่อย่าไปทำเว็บพิเศษเลยครับ มันเคยมีความพยายามจะทำเว็บพิเศษในช่วงทศวรรต 1990 มีแต่ Text Only สุดท้าย Web Text Only นี่ตายหมดครับ มันไม่มีใครจะไปอัปเดตเพราะว่าทุกคนก็แค่อัปเดตเว็บกระแสหลักนี่ ก็จะตายอยู่แล้วนะครับ เพราะฉะนั้น เราก็ต้องทำให้เว็บกระแสหลักเป็นเว็บเดียวที่แต่ละหน่วยงานมีอยู่นี่ มันเข้าถึงได้โดยทุกคนเข้าถึงได้โดยคนทุกคนให้ได้นะครับ อันนี้คือหลัก Universal Design อันนี้ล่ะคือหลัก Inclusive Development (คุณวิริยะ) For All For All (คุณมณเฑียร) นะครับ เพราะฉะนั้น ไม่มีความจำเป็นต้องไปทำเว็บพิเศษนะท่าน ทำแล้วเหนื่อยเปล่าครับ ทำแล้วตายอยู่ดีนะครับ อะไรก็ตามที่มันเฉพาะเจาะจงนี่ มันไม่ค่อยยั่งยืนนี่นะครับ เพราะว่าคนก็จะเหนื่อยล้า แล้วก็หมดกำลังใจที่จะอัปเดตนะครับ ก็ทำอย่างไรก็ได้นะครับ ให้เว็บที่เรามีอยู่ในแต่ละหน่วยงานนี่ มันเข้าถึงได้สะดวกนะครับ ซึ่งในทางเทคโนโลยีมันทำได้อยู่แล้วนะครับ เพียงแต่ว่าการตัดสินใจเชิงนโนบายต่างหากที่เป็นอุปสรรคนะครับ เชิญท่านอื่นต่อเลยครับ (คุณเริงศักดิ์) ขออนุญาตท่านประธานนิดหนึ่ง พอดีเราใช้เว็บเดิมนะครับ ทุกหน่วยงานใช้เว็บเดิมหมด แต่ได้รับความอนุเคราะห์จาก สวทช. เข้ามาช่วยเหลือว่าเข้ามาตรวจสอบว่าตัวนี้มันจะอยู่ใน Error ระดับไหน หรือว่าอยู่ในขั้นที่แบบว่าแนะนำอะไรพวกนี้ แล้วก็ขอความร่วมมือจาก สวทช. ว่าแนะนำว่าคุณจะแก้ไขอย่างไร ซึ่งทุกหน่วยของคมนาคมก็ช่วยกันมาแล้วก็หารือกัน 2-3 รอบ ก็… แล้วก็ลองให้คนพิการเข้ามาใช้มือ… ใช้มือลูบ แล้วฟังเสียงดู ผมก็โอเค ก็ดี ก็เลยผมคิดว่าน่าจะเป็น… เป็นเรื่องที่จะดำเนินการต่อไปในอนาคตครับ ขอบคุณครับ (คุณมณเฑียร) ครับ ครับ ตราบใดที่มันเป็นเว็บธรรมดาที่ทุกคนเข้าถึงได้มันดีนะครับ แต่ถ้ามันเป็นเว็บพิเศษนี่ มันทำไปเท่าไรก็เหนื่อยเปล่า แล้วก็ตายแน่ ๆ นะครับ ขอบคุณครับ ขอบคุณครับ ก็เชิญท่านอื่นต่อเลยนะครับ มีหน่วยงานไหนที่มาร่วมสังเกตการณ์นะครับ ที่ยังไม่ได้แสดงความคิดเห็น มีไหมครับ อันนี้ วันนี้เป็นวันเริ่มต้นนะครับ เราจะนำเอาการนำเสนอการแลกเปลี่ยน การแสดงความคิดเห็นทั้งหมดนี่ มาประมวลนะครับ แล้วก็คงจะเดินหน้าไปสู่กิจกรรมโครงการต่าง ๆ ที่คิดว่าหน่วยงานที่มีอยู่ในใจอยู่แล้วหรือพร้อมที่จะดำเนินการนะครับ เราก็จะผลักดันเรื่องนี้ไปด้วยกันนะครับ (คุณวิริยะ) ท่านประธานครับ (คุณมณเฑียร) เชิญท่านวิริยะครับ (คุณวิริยะ) ท่านประธาน ผมว่าต้องพยายามตอกย้ำแล้วก็ปลูกฝังความคิดความเชื่อที่ท่านประธานตอกย้ำอยู่เสมอนะครับ ก็คือไอ้ UID น่ะครับ (คุณมณเฑียร) DID ครับ DID (คุณวิริยะ) DID น่ะครับ DID ผมว่าอันนี้ถ้ามันซึมซับเข้าไปในทุกองค์กรแล้วมันก็คงมีทำเพื่อทุกคนไปในทุกเรื่องนะครับ ไม่มาเน้นเรื่องเฉพาะคนพิการ ผมว่าอันนี้จะดีมากเลย ถ้าปรัชญาความคิดนี้ มันเริ่มปลูกฝังเข้าไปในหน่วยงานต่าง ๆ ผมว่าจะเป็นประโยชน์อย่างมากนะครับ คือจะได้เลิกคิดว่าทำเพื่อคนพิการสักที คิดว่าทำเพื่อทุกคน แล้วเราเป็นประเทศกำลังเป็นแหล่งท่องเที่ยว แล้วก็คนนิยมนะครับ เมื่อเราทำประเทศเราเป็นประเทศสำหรับทุกคนนี่ ตัวมันก็จะรองรับใครก็ได้ที่อยากมาเที่ยวเมืองไทยได้อย่างสบาย (คุณมณเฑียร) ครับ ครับ ขอบพระคุณครับอาจารย์ครับ ก็นี่ล่ะครับ วันนี้เราก็กำลังทำอยู่ เรากำลัง Promote การพัฒนากระแสหลักที่ครอบคลุมคนทุกกลุ่มทุกคน คนพิการอาจจะเป็น 1 ในตัวชี้วัดที่ Extreme นะครับ แต่ว่าเราไม่ขอเป็นกลุ่มเดียวนะครับ ที่จะได้รับประโยชน์จากการขับเคลื่อนครั้งนี้ เราอยากจะเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนากระแสหลักโดยรวมนะครับ ขอบคุณมากครับอาจารย์ครับ มีท่านอื่นอีกไหมครับ มีตัวแทนจากหน่วยงานไหนอีกไหมครับ ที่ยังไม่ได้พูดเลย อ๋อ UNDP มีผู้สังเกตการณ์ด้วยนะครับ จะพูดสักหน่อยไหมครับ เชิญครับ (คุณณิชกานต์) ค่ะ กราบเรียนท่านประธานคณะอนุกรรมการกิจการเพื่อคนพิการค่ะ และก็ผู้เข้าร่วมประชุมทุกท่านค่ะ ณิชกานต์ กวีวรญาณ จาก UNDP ค่ะ องค์การพัฒนาแห่งสหประชาชาติค่ะ ก่อนอื่น ก็คือขอขอบคุณมากเลยและก็รู้สึกเป็นเกียรติมากที่ได้เข้าร่วมสังเกตการณ์การประชุมในวันนี้ค่ะ จากการสังเกตก็เห็นว่ามีหลายประเด็นที่ตรงสอดคล้องกับแผนงานของ UNDP เมื่อปีที่แล้วค่ะ แล้วก็มีร่างแผนการทำงานโดยที่จะโฟกัสอยู่ที่ 3 ด้านค่ะ เรื่องหนึ่ง ก็คือจะแบบสนับสนุนเรื่องสิทธิที่เท่าเทียมกับคนพิการ ด้านที่ 2 ก็คือเรื่องการจ้างงานคนพิการค่ะ แล้วก็การผนวกรวมประเด็นคนพิการกับประเด็นการพัฒนากระแสหลัก จากประเด็นตอนต้นที่ท่านประธานได้พูดเบื้องต้น ในเรื่องการจ้างงานในภาครัฐที่มีสัดส่วนการจ้างงานตามโควตาน้อยเมื่อเทียบกับภาคเอกชน เรื่องนี้ก็คืออยู่ในความสนใจของ UNDP ที่ก็มีจากประชุมแล้วก็สามารถเชิญผู้เข้าร่วมมาจากเกือบทุกกระทรวง แล้วก็ได้ข้อเสนอแนะมา คิดว่าก็มีประเด็นที่จะมาพูดคุย หรือทำงานร่วมกันต่อค่ะ ส่วนในแง่ที่การ Build in เรื่อง Inclusive ในภาคส่วนต่าง ๆ เราก็คือจะมีด้วยบทบาทของ UNDP ก็จะมี Convenience Power แล้วก็มี Partner กับหลายองค์กร ก็คือจะเริ่มเน้นที่การพัฒนาทักษะความสามารถเกี่ยวกับด้านคนพิการ ก็มีคุยกับภาค Partner ต่าง ๆ ว่าจะมีการจัดอบรมในปีนี้ค่ะ ก็ประมาณนี้ค่ะ (คุณมณเฑียร) ขอบคุณครับ (คุณณิชกานต์) ก็รอที่จะร่วมมือกันต่อค่ะ (คุณมณเฑียร) ครับ ขอบคุณมากครับ ก็จริง ๆ มันก็ไก่กับไข่นะครับ การพัฒนาระบบนิเวศให้รองรับให้ต้อนรับขับสู้ ให้เป็นมิตรกับคนทุกคนรวมถึงคนพิการด้วยแล้วก็การเสริมพลังให้กับคนพิการนะครับ 2 อย่างนี่ มันขาดเรื่องใดเรื่องหนึ่งไม่ได้นะครับ เพียงแต่ว่าถ้าเราเสริมพลังปัจเจกบุคคลเข้าไปแล้วนี่ แต่อยู่ในสังคมที่ไม่เป็นมิตร ไม่ต้อนรับขับสู้นี่ ทำให้ตายอย่างใดก็ไม่มีวันประสบความสำเร็จนะครับ เราก็คงต้องทำ 2 อย่างควบคู่กันไป ขจัดอุปสรรคนะครับ ในโลกของความเป็นจริงให้ได้มากที่สุด แล้วก็เสริมพลังให้กับปัจเจกบุคคล ให้กับกลุ่มบุคคล เพื่อให้ 2 อย่างนี่นะ มันมาพบกันครึ่งทางหรือไปด้วยกันได้นะครับ ครับขอบคุณครับ เชิญอาจารย์วิริยะครับ (คุณวิริยะ) ท่านประธาน ผมขอเสริมเรื่องหนึ่งนะครับ UNDP ช่วยได้ไหมครับ คือเทรนพวกเราเพื่อไปเป็นโค้ชเทรนคนอื่นต่อ เพื่อมันจะได้ขยายงานพวกนี้ให้มันกว้างขวางออกไปได้เร็ว (คุณมณเฑียร) จริง ๆ หัวข้อที่ UNDP สนใจนะ ก็คือเทรนบุคลากรให้ไปเผยแพร่ไปเป็น Evangelist ในด้านของ DID: Disability Inclusive Developmen เพราะว่าคนมักจะมองว่าคนพิการนี่ ก็จะเรียกร้องแต่เฉพาะเรื่อของตัวเองเป็นหลักนะครับ แต่ถ้าคนพิการมีบทบาทสำคัญในการออกไปรณรงค์เพื่อให้เกิดการพัฒนาที่ครอบคลุมนะครับ คนทุกคนนี่ คนพิการเองก็จะเป็น Contributor เป็นผู้ที่มีบทบาทในการสร้างสังคมอยู่เย็นเป็นสุขร่วมกันได้นะครับ ผมว่าบทบาทในเชิงบวกอย่างนี้ถ้า UNDP สนใจนะครับ ทางคณะอนุกรรมาธิการของเราก็ดี หรือองค์กรภาคประชาสังคมก็ดีนี่ น่าจะ… น่าจะสามารถทำงานร่วมกันได้นะครับ ในลักษณะ… (คุณวิริยะ) เราก็ยินดีมากด้วย (คุณมณเฑียร) เพราะว่า DID นี่เป็นหัวข้อการพัฒนาในทศวรรษนี้ทั้งทศวรรษนะครับ เริ่มตั้งแต่ปี 2023-2032 ในเอเชียแปซิฟิกนะครับ แม้ว่าจะเป็นทศวรรษของเอเชียแปซิฟิกแต่ผมคิดว่า UNDP กับ UnScape ก็อยู่ในองค์การสหประชาชาติเช่นกัน แล้วก็ DID นี่ มันเป็นเป้าหมายการพัฒนาทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลกอยู่แล้วนะครับ DID ก็เป็น 1 ตัวอย่างของ ID Inclusive Disability… Inclusive Development ก็เป็น 1 ตัวอย่างของ Inclusive Development นั่นเองนะครับ ครับเชิญ มีท่านใดอีกไหมครับ ที่จะพูดในเรื่องของการพัฒนาเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมืองอัจฉริยะสำหรับคนทุกคนหรือที่ครอบคลุมทุกคนนะครับ มีอีกไหมครับ (คุณสว่าง) ขออนุญาตเสริมของ UNDP นิดหนึ่งครับ พอดีว่าเมื่อวานได้มีโอกาสคุยกับ UNDP นะครับ ทราบมาว่า UNDP ก็ทำงานกับหน่วยงานท้องถิ่นในประเทศไทยนะครับ หลายหน่วยงานแล้วก็มีการทำอบรมทำ Capacity Building เรื่องของ Inclusive Development ให้กับหน่วยงานท้องถิ่นนะครับ แล้วก็ทราบมาว่าทำงานร่วมกับทางสภาคมสันนิบาตเทศบาลแล้วก็ทางท้องถิ่นนี่อยู่เป็นประจำนะครับ ก็ผมก็คิดว่าอันนี้ก็จะตรงกับข้อเสนอหนึ่งของเรา ก็คือเรื่องของการพัฒนาขีดความสามารถให้กับเมืองหรือว่าผู้นำเมือง ผู้บริหารเมืองนะครับ ให้เข้าใจถึงแนวคิดการพัฒนาเพื่อคนทั้งมวลนะครับ ซึ่งก็จะส่งผลดีนะครับ ต่อการที่ผู้นำตัวนี้นะครับ จัดกลับไปทำนโยบายพัฒนาเมืองให้สอดคล้องกับแนวคิดต่อไป (คุณวิริยะ) แต่อย่างที่ท่านประธานเสนอก็จะเป็นอีกกลไกหนึ่ง ก็จะช่วยกันขับเคลื่อนน่ะ มันก็จะทำให้การขยายผล หรือความอยากทำ หรือพลังอะไรต่าง ๆ มันจะมากขึ้น (คุณมณเฑียร) เมืองไทยนี่ มันเกือบจะเรียกว่าถูกบังคับด้วยความจำเป็นให้ต้องรีบทำนะครับ เวลาเราเหลือน้อย เพราะว่าเรากำลังก้าวไปสู่สังคมสูงวัยเต็มที่ แล้วเราก็ยังต้องพึ่งพาการท่องเที่ยวเป็นการนำรายได้เข้าประเทศ และเราก็ คือ… คือเราอยู่ในชัยภูมิที่ได้เปรียบประเทศอื่น เราเป็นศูนย์กลางการคมนาคมนะครับ แล้วก็เนื่องจากความขัดแย้งระหว่างมหาอำนาจ ประเทศไทยเราก็อยู่ในฐานะที่เป็นมิตรกับทุกฝ่ายนะครับ เพราะฉะนั้น หนทางเดียวที่เราจะอยู่ได้ ก็คื เราจะต้องสร้างระบบนิเวศภายในประเทศของเรานี่ ให้เป็นระบบนิเวศที่เป็นมิตร ต้อนรับคนทุกคน คนทุกคนเข้าถึง และใช้ประโยชน์ได้ร่วมกันให้ได้ ถ้าเราเป็นประเทศแห่งความเหลื่อมล้ำ มีอุปสรรคสำหรับคนกลุ่มนั้นกลุ่มนี้เยอะ ๆ นะครับ การพึ่งพาการท่องเที่ยวก็ดี การสร้างสังคมสูงวัยที่ดีก็ดีนี่ หรือแม้กระทั่งการหวังพึ่งการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนก็ดีนี่ มันจะไม่มีทางเกิดขึ้นได้เลยนะครับ ฉะนั้น เรากำลังถูกสถานการณ์บังคับให้ต้อง… ให้ต้องทำในทำนองนี้ เราไม่มีทางเลือกอื่นนะครับ เราจะเที่ยวแบบฉาบฉวย มาครั้งเดียวแล้วจบ ขอให้ได้โกยเงิน 1 ครั้งก็พอนะครับ ไม่ได้นะครับ เราหวังที่จะให้คนเหล่านั้นกลับมาอีกบ่อย ๆ นะครับ อยู่นาน ๆ จ่ายเยอะ ๆ แล้วก็กลับมาบ่อย ๆ มากกว่านะครับ ขอบคุณทุกท่านนะครับ ก็อนุกรรมาธิการมีท่านใดอยากจะเสริม ทั้งอยู่ที่นี่และออนไลน์ มีไหมครับ ครับ ก็หลายท่านก็อาจจะเริ่มล้าแล้วนะครับ ก็เกือบ 2 ชั่วโมงครึ่ง (คุณวิริยะ) คือท่านประธานผมขอนิดหนึ่ง คือ ทำอย่างไรจะขยายความคิดของท่านประธานนี่ ให้มันกว้างขว้าง ให้มันรวดเร็ว ผมว่าอันนี้มันสำคัญมากเลยนะ ทำให้คนไทยเข้าใจเรื่องไอ้ DID น่ะ (คุณมณเฑียร) ครับ ก็ก่อนอื่นเขาต้องยอมรับหลักการ ID ก่อนนะครับอาจารย์ ถ้ายอมรับหลักการ ID ก็คือ Inclusive Development DID ก็มีความเป็นไปได้นะครับ เพราะ DID ก็เป็นส่วนหนึ่งของ ID นะครับ นะครับ ก็ถ้าทุกคนยอมรับหลักการการพัฒนาที่ครอบคลุมนะครับ หรือการพัฒนาเพื่อคนทั้งมวลได้นะครับ การพัฒนาที่ครอบคลุมคนพิการ การพัฒนาที่ผนวกรวมคนพิการเข้าไปด้วย ก็เป็นสิ่งที่เป็นไปได้ครับ อาจารย์ครับ (คุณวิริยะ) นั่นสิครับ น่าจะทำอย่างไรจะรณรงค์เรื่องพวกนี้ให้เกิดความเข้าใจแพร่หลายในคนไทยนะครับ ผมว่าสำคัญมากเลยนะครับ ทุกคนได้ประโยชน์หมด ไม่มีใครเสียเลย (คุณมณเฑียร) ครับ ขอบพระคุณท่านอาจารย์ครับ ที่เป็นกำลังใจ แล้วก็ช่วยสนับสนุนพวกเรามาโดยตลอดครับ มีท่านใดอีกไหมครับ ถ้าไม่มีนะครับ ก็ต้องขอกราบขอบพระคุณทุกท่านจากทุกหน่วยงานนะครับ ที่ได้ให้เกียรติกับคณะอนุกรรมาธิการ วันนี้ก็เป็นโอกาสที่ดี ที่เราจะหยิบเอาหลักการที่เราพยายาม Promote พยายามรณรงค์มาหลายปีนะครับ ขึ้นมาหาจุดที่ลงตัว โดยการกำหนดทิศทางที่เป็นรูปธรรมนะครับ การพัฒนาเมืองนะครับ เป็นสิ่งที่จะต้องเกิดขึ้นอย่างแน่นอน หลีกเลี่ยงไม่ได้นะครับ แม้ว่าหลายท่านอาจจะอยากจะหนีไปอยู่ชนบทก็ตามนะครับ แต่ว่าความเป็นเมืองนี่มันไปทุกที่นะครับ เพราะฉะนั้น ถ้าเราสามารถคิดก่อน ก้าวไปก่อนนะครับ ไม่รอตั้งรับนะครับ เราก็จะมีเมืองที่น่าอยู่ เราก็จะมีเมืองที่ทุกคนอยู่เย็นเป็นสุข หรืออยู่ดีมีสุขร่วมกันได้นะครับ ก็ต้องขอขอบคุณทุกท่านอีกรอบหนึ่งครับ แล้วก็เราก็คงจะได้มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ มีการติดต่อ แล้วก็เชิญท่านทั้งหลายนี่ เข้าร่วมประชุมหารือเป็นระยะ ๆ ต่อไปนะครับ ก็ขอบคุณทุกท่านอีกครั้งหนึ่งนะครับ ขอสวัสดีทุกท่านครับ ขอบคุณครับ (คุณวิริยะ) ขอบคุณครับท่านประธาน (ผู้เข้าร่วมประชุมหญิง) ขอบคุณค่ะ (คุณมณเฑียร) คณะอนุกรรมาธิการ เรายังอยู่ต่ออีกประมาณสักไม่เกิน 10 นาทีนะครับ เราจะ Wrap Up สำหรับวาระที่เหลือในวันนี้นะครับ เชิญฝ่ายเลขาฯ ต่อเลยครับ (เลขานุการ) ค่ะ ก็วาระที่เหลือนะคะ ก็จะเป็นการนัดประชุมครั้งต่อไปค่ะ เป็นวันพุธที่ 8 กุมภาพันธ์ 2566 ค่ะ ก็ครั้งต่อไปก็อาจจะใช้เวลาในการพิจารณาเรื่องการลงพื้นที่ที่เชียงรายน่ะค่ะ ที่เราจะไปติดตามเรื่องรถไฟทางคู่นะคะ แล้วก็รวมถึงศูนย์บริการของวาวีที่เชียงรายค่ะ และเดี๋ยวครั้งหน้า ทางฝ่ายเลขาฯ จะเอาร่างกำหนดการ แล้วเดี๋ยวจะประสานทุกท่านนะคะ เดินทาง 23-24 กุมภาพันธ์น่ะค่ะ ว่าท่านไหนสะดวกไปร่วมบ้างน่ะค่ะ (คุณมณเฑียร) ครับ ก็คือสัปดาห์หน้านี่ เนื่องจากมีการประชุมร่วมกับรัฐสภา แต่ผมเชื่อว่าอย่างไรก็ ไม่มีได้ประชุมก่อน 10 โมงอย่างแน่นอนนะครับ ก็คงจะประชุมหลัง 10 โมงนะครับ องค์ประชุมจะครบหรือไม่ยังไม่ทราบนะครับ แล้วก็ตอนบ่ายนี่เนื่องจากว่าผมจะต้องร่วมกับคณะนะ ไปเข้าเฝ้ากรมสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนฯ นะครับ ที่วังสระปทุม เพราะฉะนั้น ก็จะขอนัดเป็น 9 โมงตรงนะครับ ทาง Zoom นะ เพื่อไม่ให้เป็นการรบกวนทุกท่าน ก็คือสัปดาห์หน้าก็จะเป็นทาง Zoom ล้วนนะครับ เป็นอิเล็กทรอนิกส์ล้วนนะครับ 9 โมงตรงนะครับ แล้วก็ผมก็ไม่ห่วงนะครับ ว่าถ้าองค์ประชุมครบเมื่อไหร่ ผมก็เข้าประชุมได้ ไม่มีปัญหานะครับ เราจะขอประชุม 9 โมงตรงนะครับ ถ้าไม่จำเป็นนี่ ผมไม่อยากเปลี่ยนเวลานะครับ เพราะผมคิดว่าการเปลี่ยนเวลาก็จะเป็นอุปสรรคสำหรับทุกคนนะครับ แต่ขอแจ้งล่วงหน้าไว้ 1 สัปดาห์เลยนะครับ ว่าสัปดาห์หน้านี่ เราจำเป็นต้องประชุมตอน 9 โมงเช้านะครับ แต่เพื่อความสะดวกสำหรับทุกท่าน จะเป็นการประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ 100 เปอร์เซ็นต์ นะครับ ส่วนเรื่องเชียงรายนะครับ เนื่องจากว่ามันมีจังหวะนะครับ แล้วก็การ Delay ออกไปนี่ ก็อาจจะทำให้เสียโอกาส เพราะว่าการสร้างทางรถไฟทางคู่นี่ เริ่มต้นแล้วนะครับ แล้วก็การไปตอนหลังนี่ ตอนที่เขาทำอะไรไปหมดแล้วนี่ มัน… มันจะเสียโอกาสนะครับ แล้วก็อีกอย่างหนึ่งก็คือ เดือนพฤษภาคมนี่ สมาคมผู้พิการทุกประเภทแห่งประเทศไทยจะมีสมัชชาที่นั่น การที่เราไปร่วมตีฆ้องร้องป่าวนำเสนอประเด็นที่เกี่ยวข้องกับคนพิการนี่ อย่างต่อเนื่องนี่ ก็จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นได้นะครับ แล้วก็การขึ้นดอยช่วงฤดูฝนก็คงไม่สะดวกเท่าไรนะครับ เพราะฉะนั้นการไปติดตามเคสที่ดอยวาวีนี่ น่าจะเป็นจังหวะที่เหมาะสมที่สุดนะครับ ก็เรามีเวลาแค่ 2 วันนะครับ เราก็จะใช้เวลาให้เกิดประโยชน์สูงสุด ที่คุยกันไว้คร่าว ๆ เราจะไปที่จุดนะครับ ที่มีการก่อสร้างทางรถไฟหรือสถานีรถไฟ เพื่อเป็นการไปรณรงค์เชิงสัญลักษณ์นะครับ นะ ก็คุณสว่างก็จะทำหน้าที่ประสานงานกับผู้ที่เกี่ยวข้องนะครับ ทั้งภาคประชาสังคม แล้วก็ทางผู้ที่เกี่ยว… มีหน้าที่เกี่ยวกับการก่อสร้างด้วยนะครับ เรามีสัญญาใจ แล้วก็มีคำแถลงจากการรถไฟแห่งประเทศไทย ว่าโครงการใหม่นี่ จะเป็นชานชาลาสูงทุกสถานีนะครับ เราต้องการความมั่นใจ ตั้งแต่เริ่มแรกนะครับ เราไม่ต้องการให้มีการเปลี่ยนแปลงอะไรอีกแล้วนะครับ คือจริง ๆ การเข้าถึงโดยสะดวกนี่ มันไม่ได้มีแต่ชานชาลา แต่ถ้าเราสามารถรณรงค์เรื่องชานชาลาสูงได้ทุกสถานีนี่ มันจะเป็นการก้าวกระโดด มันจะเป็นการก้าวกระโดดเชิงสัญลักษณ์นะครับ เพราะว่าทางรถไฟสายนั้นนี่ จะเป็นสายที่สนับสนุนการท่องเที่ยวทางธรรมชาติเชิงอนุรักษ์ แล้วก็เชื่อมโยงพหุวัฒนธรรมนะครับ จะมีจุดเชื่อมโยงการขนส่งสินค้าที่เชียงของขนาดใหญ่มาก เพราะฉะนั้นนี่ มันมีเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรมอยู่ที่นั่นนะครับ คนพิการจะต้องไม่ตกเทรนด์นี้ ถ้าเราสามารถปักธง ปักหมุดนะครับ เอาเรื่องนี้นี่นำหน้าเลยว่าชานชาลาสูงสัก 110 เซนติเมตรทุกสถานี เด่นชัย เชียงราย เชียงของนี่ ถ้าทำสำเร็จนะครับ ก็ได้ชื่อว่าเราผลักดันเรื่อง AAA ได้ใน 1 เรื่องในอย่างน้อยนะครับ ก็… ก็หวังว่าเราจะใช้เวลาให้เกิดประโยชน์ในเรื่องนั้น เรื่องที่ 2 (คุณวิริยะ) ท่านประธานก็เติมอีก ท่านประธานจะมีเรื่องที่ 2 ผมก็แทรกอีกเรื่องหนึ่ง ก็คือ ไอ้ DID น่ะ ไปพูดกับทางนั้นเขาเข้าใจน่ะ แล้วให้เขาทำเป็นต้นแบบที่เชียงของได้จะมีประโยชน์ (คุณมณเฑียร) นี่ล่ะครับ อาจารย์ครับ เราไม่ได้ไปในนามว่าจัดสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อคนพิการ เราจะไปในนาม DID ครับ เราจะพูดบอกว่าเกิดประโยชน์กับทุกฝ่ายนะครับ ทำให้การเดินเข้า-ออกตัวรถไฟ ปลอดภัยสำหรับทุกคน ผู้โดยสารเข้าง่ายออกง่าย (คุณวิริยะ) แต่ผมหมายถึงว่าพูดกับเทศบาลด้วยน่ะ หรือเจ้าเมืองน่ะ ว่าคุณทำเมืองคุณด้วยได้ไหม (คุณมณเฑียร) ครับ เดี๋ยวลองดูครับ ว่าเราอาจจะเชิญท้องถิ่นเข้ามา… เข้ามาร่วมด้วยในวันนั้นนะครับ (คุณวิริยะ) ครับ ผมว่าจะดีมากเลย (คุณมณเฑียร) ก็จะมี… ก็จะมีเรื่องรถไฟนะครับ มีเรื่องวาวี ซึ่งก็เป็นท้องถิ่นนะครับอาจารย์ ดอยวาวีนี่เป็นศูนย์บริการที่มีอัตลักษณ์ เพราะเห็นว่า ไม่ได้เป็นศูนย์บริการในชุมชนทั่วไป แต่เป็นศูนย์บริการในชุมชนพหุวัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์ที่หลากหลาย อยู่ในพื้นที่สูง มีความท้าทายทั้งในเชิงเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม วัฒนธรรม ภาษานะครับ (คุณวิริยะ) แต่ถ้าเราได้เมืองเชียงของด้วยมันก็จะดีไง เมืองเชียงของ (คุณมณเฑียร) ก็อยากได้ครับอาจารย์ เดี๋ยวอาจจะต้องไปอีกทริปหนึ่ง พฤษภาคมผมรับรองว่าผมจะพาอาจารย์ไปเชียงของหลังประชุมสมัชชาวันที่ 11 แล้วนะครับ (คุณวิริยะ) ครับ ผมว่าถ้าเราได้เชียงของกับกรุงเทพฯ นี่ เป็นต้น เป็น Sandbox เรื่อง DID ได้นี่ ผมว่าจะมีประโยชน์มากเลย (คุณมณเฑียร) ครับผมครับ ขอบคุณครับอาจารย์ครับ ก็แล้วนอกจากนั้นนี่ มีรถไฟนะครับ มีวาวี แล้วก็ ม. แม่ฟ้าหลวง ซึ่งเราเคยไปเยือน 2 รอบแล้วนะครับ แล้วท่านก็นำเสนองานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับคนพิการ คราวนี้ เราอยากจะไปครั้งที่ 3 นี่ เราจะเน้นเรื่อง DID อย่างที่อาจารย์ว่าล่ะครับ เราอยากจะเอาประเด็น 5 ประเด็นของเรานี่ ไปทาบกับงานที่เขาทำ เมื่อก่อนเราปล่อยให้เขาทำ เราฟังเรื่องอะไรก็ได้ที่เขาทำนี่ แต่คราวนี้เราอยากจะไปชวนเขาคิด ชวนเขาคุยเรื่องว่า งานวิจัยของเขานี่มันจะสอดคล้องกับ 5 ประเด็นหลักของเราได้หรือไม่นะครับ เชิงสัญลักษณ์อีกเช่นกันนะครับ ก็ถ้ามีเวลาก็จะได้ทั้ง 3 จุดนะครับ อย่างน้อยที่สุดเราจะต้องได้ 2 เรื่อง ก็คือรถไฟ กับดอยวาวีนะครับ แม่ฟ้าหลวงเราก็เดี๋ยวฝ่ายเลขาฯ กำลังประสานอยู่นะครับอาจารย์ครับ แล้วก็วาวีนี่ ถ้าเขาดำเนินไปได้ด้วยดี เราก็อยากจะเชิญให้เขามาเป็นตัวอย่างในสมัชชาคนพิการในเดือนพฤษภาคมร่วมกับทริปด้วย ในฐานะที่เป็นนย์บริการที่มีลักษณะพิเศษ เป็นศูนย์บริการที่อยู่ในพื้นที่ยากลำบากนะครับ พหุวัฒนธรรมข้ามภาษาและวัฒนธรรมนะครับ ครับ ก็สัปดาห์หน้าขอเป็น 9 โมงตรงนะครับ ทุกท่านครับ ต้องขอประทานอภัยด้วยนะครับ ไม่อยากทำแบบนี้บ่อย แต่ก็ด้วยความจำเป็นจริง ๆ ครับ ขอบคุณทุกท่านนะครับ รบกวนเท่านี้ล่ะครับ ปิดประชุมและอยู่รอดปลอดภัยทุกคนครับ สวัสดีครับ (คุณวิริยะ) อย่าลืมแจ้งเลขาฯ อาจารย์ด้วยนะ (เลขานุการ) แจ้งไว้ให้แล้วค่ะอาจารย์ น่าจะลงเวลา (คุณวิริยะ) โอเค ขอบคุณมากครับ ผมได้หมดครับ (เลขานุการ) เดี๋ยวหนูดูใน… อาจารย์เครือวัลย์ไปได้ไหมคะ อาจารย์ภาคิณขา (คุณวิริยะ) เขาแจ้งคุณหรือยังว่าผมได้ (คุณเครือวัลย์) ตกลงเป็นวันที่ 23-24 ใช่ไหมคะ (เลขานุการ) ใช่ พฤหัสบดี 23 ถึงศุกร์ 24 ค่ะ (คุณเครือวัลย์) ตอนนี้ไปได้แล้วค่ะ ทางศรีธัญญาเขาย้ายไปเดือนมีนาคม (เลขานุการ) อ๋อ ได้ค่ะ (คุณวิริยะ) แล้วทางผมน่ะ เขาแจ้งคุณไปว่าไปได้หรือเปล่า หรือติดอะไร (เลขานุการ) ให้ลงวันไว้น่ะค่ะ อาจารย์ติดอะไรไหมคะ (คุณวิริยะ) ผมไม่รู้จะต้องถามตู่ไง ผมถึงถามตู่ (เลขานุการ) ก็ยังไม่มีงานอะไรนะคะ (คุณวิริยะ) ครับ ถ้าเขาแจ้งไม่มีก็จบครับ (เลขานุการ) อาจารย์วันทนีย์ไปได้ไหมคะ เดี๋ยว ๆ ไปประสานอีกทีก็ได้ค่ะ ค่ะ ขอบคุณนะคะ (คุณเครือวัลย์) ค่ะ ขอบคุณค่ะ สวัสดีค่ะ (คุณวิริยะ) ครับ ครับ สวัสดีครับ [สิ้นสุดการถอดความ]