[เสียงดนตรี] (คุณสิราสมินธิ์) กราบสวัสดีค่ะ ท่านอนุกูล ปีดแก้ว ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ท่านสราญภัทร อนุมัติราชกิจ อธิบดีกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ท่านผู้บริหาร ท่านสื่อมวลชน และแขกผู้มีเกียรติทุกท่านค่ะ ขอต้อนรับทุก ๆ ท่านค่ะ เข้าสู่งานวันคนพิการสากล ประจำปีพุทธศักราช 2565 ในครั้งนี้ ซึ่งจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 1-2 ธันวาคม 2565 ณ อาคาร รัฐประศาสนภักดี ซึ่งในปีนี้ค่ะ ทางด้านของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดยกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ร่วมกับทางด้านของสมาคม สภาคนพิการทุกประเภท แห่งประเทศไทย และภาคีเครือข่าย ได้ร่วมกันนะคะ ในการจัดงานคนพิการสากล ภายใต้แนวคิด “ปฏิรูปสู่การพัฒนาเพื่อคนทั้งมวล พลังนวัตกรรมสู่โลกที่เข้าถึงได้และเป็นธรรม” ด้วยนั่นเองค่ะ ซึ่งการจัดงานในครั้งนี้ก็ได้รับความร่วมมือนะคะ จากหลากหลายภาคีเครือข่ายที่เข้ามาร่วมงานกันอย่างคับคั่งกันเลยทีเดียวล่ะค่ะ และแน่นอนว่ารายละเอียดของงานในครั้งนี้จะเป็นอย่างไรนั้น ขอเรียนเชิญทุกท่านค่ะ ได้พบกับ ท่านสราญภัทร อนุมัติราชกิจ อธิบดีกรมส่งเสริมพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ให้เกียรติกล่าวรายงานในโอกาสนี้ ขอเสียงปรบมือต้อนรับท่านด้วยค่ะ [เสียงดนตรี] (คุณสราญภัทร) เรียนท่านปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์นะคะ ท่านอนุกูล ปีดแก้ว ดิฉันในนามของสมาคมสภาคนพิการทุกประเภทแห่งประเทศไทย และกรมส่งเสริม และพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ขอกราบขอบพระคุณท่านปลัดกระทรวงฯ เป็นอย่างสูง ที่กรุณาให้เกียรติมาเป็นประธานในการรับฟัง สมัชชาเครือข่ายคนพิการระดับชาติครั้งที่ 2 ประจำปี 2565 ถึง 2567 ในวันนี้นะคะ ซึ่งกิจกรรมนี้เป็น 1 ในกิจกรรมที่ทางกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ร่วมกับสมาคมคนพิการทุกประเภทแห่งประเทศไทยได้จัดขึ้นนะคะ เป็นงานวันคนพิการสากล ประจำปี 2565 ซึ่งจะจัดในวันนี้ และในวันพรุ่งนี้ ซึ่งท่านนายกรัฐมนตรีจะมาเป็นประธานนะคะ สำหรับการจัดงานในวันนี้นะคะ จะเป็นการนำเสนอและก็แลกเปลี่ยนความคิดเห็น การรับฟังสมัชชาเครือข่ายคนพิการระดับชาติ ซึ่งกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ได้ให้ความสำคัญในการมีส่วนร่วมของคนพิการ ทั้งนี้นะคะ เราได้มีการรับฟังจำนวน 4 ครั้ง จากตัวแทนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม เครือข่ายองค์กรคนพิการที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งสิ้น 803 คนทั่วประเทศนะคะ โดยมีการกำหนดประเด็นข้อเสนอเชิงนโยบายในการจัดสมัชชาเครือข่ายจำนวน 8 ประเด็น คือ ประเด็นแรกนะคะ เป็นเรื่องของการเข้าถึงสิทธิ สวัสดิการ และการใช้ประโยชน์จากสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับคนพิการ ในประเด็นที่ 2 เป็นเรื่องของการพัฒนาและเชื่อมโยงระบบฐานข้อมูลด้านคนพิการ หรือ Big Data ประเด็นที่ 3 ในเรื่องของการพัฒนามาตรการคุ้มครองแรงงานคนพิการและส่งเสริมการทำงานและอาชีพอิสระสำหรับคนพิการ ประเด็นที่ 4 ได้ยกระดับบทบาทหน้าที่ศูนย์บริการคนพิการระดับจังหวัดและทั่วไป ประเด็นที่ 5 เป็นการสร้างเจตคติที่ดีของสังคมที่มีต่อคนพิการ ประเด็นที่ 6 การเข้าถึงระบบการศึกษาของคนพิการ ประเด็นที่ 7 เป็นการเข้าถึงระบบการรักษาพยาบาลและการฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการ และในประเด็นสุดท้าย ประเด็นที่ 8 คือ เป็นประเด็นในเรื่องของการคุ้มครองและพิทักษ์สิทธิคนพิการ ซึ่งถูกกระทำความรุนแรงและคดีทางเพศ โดยจากการรับฟังประเด็นที่ได้รับความสำคัญเป็นอันดับ 1 ก็คือการเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับคนพิการ รองลงมาเป็นอันดับ 2 ก็ได้แก่ ประเด็นในเรื่องของการพัฒนามาตรการคุ้มครองแรงงานคนพิการ และส่งเสริมการทำงานและอาชีพอิสระสำหรับคนพิการนะคะ ประเด็นที่ 3 เป็นเรื่องของการพัฒนาและเชื่อมโยงระบบฐานข้อมูลด้านคนพิการ สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการอย่างแท้จริงของคนพิการ ซึ่งกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการจะได้นำข้อคิดความเห็นเหล่านี้ ไปผนวกรวมในแผนปฏิบัติการด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติ ฉบับที่ 6 ประจำปี 2566-2570 ซึ่งเป็นการแสดงถึงการมีส่วนร่วมของคนพิการอย่างแท้จริง และในวันนี้นะคะ จะเป็นการรับฟังและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นของทุกภาคส่วน ในประเด็นสมัชชาเครือข่ายคนพิการระดับชาติ ซึ่งผู้เข้าร่วมประกอบไปด้วยภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐ ภาคประชาสังคม ครอบครัว และผู้ดูแลคนพิการจำนวน 1,500 คน โดยมีท่านอาจารย์ปัณรส มาลากุล ณ อยุธยา นะคะ มาเป็นวิทยากรในวันนี้ด้วย และในวันนี้นะคะ ก็ขอกราบขอบพระคุณท่านปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์อีกครั้งนะคะ ที่จะได้มากล่าวนำบทบาทของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กับการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของคนพิการไทยในปัจจุบันนะคะ แล้วก็กราบขอบพระคุณท่านแขกผู้มีเกียรติ ไม่ว่าจะเป็นท่านอาจารย์วิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ ท่าน สว. มณเฑียร บุญตัน แล้วก็ท่านนายกสมาคมคนพิการทุกประเภท รวมถึงท่านพัฒนาสังคมความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด และคนพิการ รวมถึงผู้สนใจทุกท่านนะคะ และผู้บริหารของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ทุกระดับที่ได้ให้เกียรติมาร่วมงานในวันนี้ด้วยนะคะ ขอกราบขอบคุณ แล้วก็ขอเรียนเชิญท่านปลัดกระทรวงฯ ได้ให้เกียรติมากล่าวนำถึงบทบาทของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กับการมีส่วนร่วมของคนพิการไทยค่ะ ขอกราบเรียนเชิญค่ะ (คุณสิราสมินธิ์) ในโอกาสนี้นะคะ ดิฉันขอเรียนเชิญท่านอนุกูล ปีดแก้ว ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้กล่าวนำในงานครั้งนี้ค่ะ ขอเรียนเชิญค่ะ [เสียงดนตรี] (ท่านอนุกูล) กราบเรียนท่านอธิบดีกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ท่านสราญภัทร อนุมัติราชกิจ ท่านผู้ช่วยศาสตราจารย์ปัณรส มาลากุล ณ อยุธยา ที่ปรึกษาโครงการสมัชชาเครือข่ายคนพิการระดับชาติครั้งที่ 2 ท่านอาจารย์มณเฑียร บุญตัน สมาชิกวุฒิสภา ท่านศาสตราจารย์วิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ กรรมการกิตติมศักดิ์มูลนิธิสากลเพื่อคนพิการ นายกสมาคมเครือข่ายคนพิการ ผู้บริหารกระทรวง พม. ท่าน พมจ. นะครับ หลายจังหวัด แขกผู้มีเกียรติทุกท่าน สื่อมวลชน วันนี้ต้องขอบคุณนะครับ ที่เครือข่ายคนพิการ กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ได้จัดงานในวันนี้ และพรุ่งนี้เป็นวันสำคัญ ที่เป็นวันแห่งเกียรติยศประจำปีของคนพิการอีกวาระในรอบปีหนึ่ง ในบทบาทของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ก็เป็นความภาคภูมิใจไปกับงานของคนพิการในภาพรวม ซึ่งมีภารกิจไปเชื่อมโยงกับการขับเคลื่อนคนทุกช่วงวัย ไปสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของกระทรวงฯ ซึ่งกำหนดขึ้น ประชาชนเข้าถึงโอกาส และการคุ้มครองทางสังคม มีความมั่นคงในชีวิต มีประเด็นยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนใน 4 ด้าน ซึ่งผมคิดว่าจะสอดรับกับการขับเคลื่อนงานของคนพิการที่ท่านอธิบดีกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการได้กล่าวแต่ต้น ประเด็นแรกเป็นเรื่องของการเสริมสร้างศักยภาพคนและความเข้มแข็งของสถาบันครอบครัว ในประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 2 เป็นเรื่องของการคุ้มครองทางสังคมอย่างเท่าเทียม ประเด็นที่ 3 เป็นเรื่องของการเป็นหุ้นส่วนอย่างยั่งยืนนะครับ เป็นหุ้นส่วนการพัฒนาที่ยั่งยืน และประเด็นที่ 4 ผมคิดว่าก็ประเด็นสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กร ว่าด้วยเรื่องธรรมาภิบาลและเทคโนโลยี การขับเคลื่อนงานของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ก็มีกลไกที่จะเชื่อมร้อยไปในระดับพื้นที่ ที่อยากจะให้พี่น้องเครือข่ายคนพิการ สมาคมต่าง ๆ ได้เชื่อมโยงการทำงานทุกช่วงวัยร่วมกัน เรามีเรื่องของ ศูนย์ช่วยเหลือสังคม ที่อยู่ในระดับตำบล ต้องการให้เป็นศูนย์ทุกช่วงวัยร่วมดูแลสังคมร่วมกัน นั่นหมายความว่า ต้องมีความสะดวก และการเข้าถึงของคนพิการเป็นสำคัญอยู่ด้วย เรื่องของอาสาสมัคร ที่เรามีอาสาสมัครทั่วประเทศประมาณ 300,000 คนเศษ ในนั้นก็มีอาสาสมัครที่ดูแลพี่น้องคนพิการ เรื่องของสภาเด็กและเยาวชน นี่ก็เป็นช่วงวัยต้นที่ต้องเข้ามาดูแลสังคม ในอนาคตจำเป็นต้องเข้ามามีส่วนร่วม รับรู้การทำงานในสังคมร่วมกัน นี่ก็เป็นเครือข่ายในการดูแล และร่วมมือกับคนพิการเช่นเดียวกัน นอกจากนี้ เรามีกลไกที่เป็นหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กระทรวงคาดหวังว่าทุกหมวดการทำงานที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มเป้าหมายทุกช่วงวัย จะต้องเข้าใจ จะต้องเปิดพื้นที่ให้คนพิการได้เข้าถึง ต้องยอมรับว่าการพัฒนาคุณภาพชีวิตหรือการยกระดับคุณภาพชีวิตคนพิการในห้วงเวลาหลายปีที่ผ่านมา ประเทศไทยก็มีความก้าวหน้าในลำดับต้น ๆ ของเอเชีย และผมคิดว่าความท้าทายของงานคนพิการในระดับพื้นที่ก็ยังคงมีอยู่ อันนี้เป็นข้อจำกัดเสมอเหมือนกันทั่วโลก ก็ยังคงเป็นเรื่องของการเข้าถึงสิทธิ โอกาส ต้องการให้สังคมเข้าใจ ให้โอกาสเพื่อคนพิการได้แสดงศักยภาพ ผมคิดว่าคนพิการไม่ได้ต้องการความช่วยเหลืออื่นใดเลย นอกจากโอกาสจากคนในสังคม แค่เพียงเข้าใจ คนพิการก็สามารถแสดงศักยภาพ ผมเข้าใจว่าคนที่อยู่ในห้องประชุมแห่งนี้ เป็นคนที่เข้าใจคนพิการ อย่างไรก็ตามเรายังมีภาคีเครือข่ายที่อาจจะยังไม่เข้าใจ การเปิดพื้นที่ให้คนพิการเขาจัดการตนเอง จัดการครอบครัว ชุมชน ในบริบทของความเข้าใจความพิการ เพราะฉะนั้น ก็น่าจะเป็นบทบาทสำคัญในโอกาสต่อ ๆ ไปของท่านทั้งหลาย ที่จะต้องเปิดพื้นที่ความเข้าใจสำหรับคนพิการ อย่างไรก็ตามผมก็เชื่อมั่นว่า ประเด็นที่ 2 ที่ท่านอธิบดีกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการได้กล่าวถึง ก็คือเรื่องการเข้าถึงโอกาสการจ้างงานของคนพิการ นี่เป็น 2 เรื่องแรกนะครับ ที่ข้อมูลสมัชชาคนพิการได้พูดถึงไว้ว่าเป็นเรื่องสำคัญ เพราะฉะนั้น การจ้างงานคนพิการ เป็นการเพิ่มโอกาสการแข่งขันในการพัฒนาประเทศ ต้องยอมรับนะครับ ว่าผลิตภาพทางแรงงานไม่พอสำหรับแรงงานปกติ ต้องมามองที่แรงงานที่เป็นสังคมสูงวัย ผู้สูงอายุ คนพิการ ซึ่งมีศักยภาพ ในเรื่องแรงงานเป็นอย่างยิ่ง ต้องชื่นชมคนพิการนะครับ ที่ยืนหยัด กล้าหาญ จนเป็นที่ยอมรับ และสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนในสังคม ถ้าท่านทั้งหลายได้ติดตามในสื่อทั้งหลาย จะเห็นว่าคนพิการนั้นสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนพิษปกติได้เป็นอย่างดียิ่ง ต้องชื่นชมคนที่เคียงข้างคนพิการ ผู้ดูแลคนพิการ ครอบครัวคนพิการ คนที่เข้าใจคนพิการ นี่ก็อีกกลุ่มสำคัญ ที่ควรจะได้รับคำชื่นชม ก็อย่างที่ผมกราบเรียนครับ อย่างไรก็ตามก็ยังมีความท้าทาย ที่จะให้คนพิการได้มีโอกาส ซึ่งตามข้อเสนอที่อธิบดี