(อาจารย์เชาวนี) เอาแมสก์ออกหน่อยค่ะ จะได้จําหน้าได้ มองตรงกล้องนะลูก ลูกต้องมองตรงกล้อง ไม่ต้องมองตรงทีวี จะเป็น ร เรือ นะคะ ร เรือ คนสวยนะคะคนสวย แค่นี้พอแล้ว ร เรือ เขยิบเข้ามาใกล้ ๆ ร เรือ โอเคนะคะ ครบทุกคนแล้วนะคะ ทีนี้ รู้จักกับพี่ล่ามนะคะ พี่ล่ามชื่อ ว่าอะไรนะคะ เราพร้อมที่จะเรียนหรือยังคะ ชั่วโมงที่แล้วไปเรียนอะไรมาคะ ชั่วโมงที่แล้วเราเรียนวิชาอะไรคะ งานปั้นใช่ไหมคะ งานปั้น ไปเรียนกับคุณครูคาวีใช่ไหม ไปเรียนอยู่ที่ข้างล่างใช่ไหมคะ คุณครูคาวีสอนวิชางานปั้นมานะ เหนื่อยไหมคะ เดินขึ้นมาเหนื่อยไหม หายเหนื่อยหรือยัง หายเหนื่อยหรือยัง ไม่เหนื่อยนะคะ เราแข็งแรง เราเป็นวัยรุ่นอยู่ โอเค พร้อมที่จะเรียนหรือยัง พร้อมไหมคะ พร้อมที่จะเรียนหรือยังคะทุกคน พร้อมไหม ถ้าพร้อมยกมือขึ้น โอเคนะคะ ขอปรับสไลด์เป็น เอาสไลด์ขึ้นให้หน่อยค่ะ รอแป๊บหนึ่งนะคะ โอเคนะคะ ได้แล้ว ลูก ๆ ดูตรงสไลด์นะคะ สําหรับ ม.6 ของเรานะคะ หัวข้อที่เราจะเรียนมีอยู่เรื่องเดียวนะคะ ก็คือในเรื่องของสถิติและข้อมูลนะคะ เคยเห็นคํานี้ไหมคะ “สถิติ” แล้วก็ “ข้อมูล” เคยเห็นไหม เคยเห็นไหมคะ เรารู้ไหมว่ามันคืออะไร ไม่รู้ จริง ๆ มันอยู่รอบ ๆ ตัวเราเลยนะคะ ทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่รอบ ๆ ตัวเรานี่ มันจะถูกเก็บ ๆ เก็บ ๆ ๆ เป็นข้อมูลนะคะ เอามาวิเคราะห์ เสร็จแล้วแปรผลนะคะ แปรผล ทีนี้ เราเรียนอะไรบ้างนะคะ นักเรียนเห็นไหมเวลา เวลาข่าว ข่าวนะคะ ยิ่งช่วงสถานการณ์โควิดใช่ไหมคะ ตอนประมาณปีไหนนะ ปีโควิด-19 ใช่ไหม แล้วก็มีคุณหมอ มีกราฟ ออกมาพูดสถานการณ์โควิดใช่ไหมคะ เห็นกราฟไหม ตอนที่คุณหมอบรรยายน่ะ คุณหมออธิบาย จะมีภาพทีวีออกมาเป็นภาพกราฟ ว่าจํานวน ผู้ติดเชื้อมีเท่าไร สูงขึ้นเท่าไร คนที่ตายมีเท่าไรนะคะ อันนี้คือข้อมูลแล้วก็สถิติล้วนๆ เลยที่ถูกนํามาใช้นะคะ วันนี้ เราจะเรียนเรื่องอะไร มีทั้งหมดอยู่ 4 หัวข้อด้วยกันนะคะ ที่เราจะเรียนใน ม.6 นะคะ สถิติและข้อมูล ข้อแรกนะคะ ที่เราจะเรียนก็คือตัวอย่างของกรณี หรือปัญหาที่ต้องใช้สถิตินะคะ มีอะไรบ้าง เหตุการณ์ที่เราพบในชีวิตประจําวันของเรานะคะ ที่อยู่ใกล้ตัวเรานะคะ ที่เราเจอบ่อย ๆ แล้วเราจําเป็นจะต้องใช้สถิตินั้นมา แก้ปัญหาหรือว่าเอามาวางแผน หรือว่าเอามาเลือกตัดสินใจนะคะ อันนี้ สิ่งแรกที่นักเรียนจะได้มาเรียนกัน ก็คือตัวอย่างของกรณี หรือปัญหา ที่ต้องใช้สถิตินะคะ ข้อที่ 2 สัปดาห์ต่อไปที่เราจะเรียนก็คือความหมายของสถิตินะคะ ตอนนี้นักเรียนอาจจะยังงง ๆ เอ๊ะ มันคืออะไรนะ สถิตินะคะ ไม่เคยรู้มาก่อนนะคะ เดี๋ยวรอต่อไปเราก็จะได้เรียนรู้มากขึ้นนะคะ ส่วนข้อที่ 3 สถิติกับการตัดสินใจ และการวางแผน อันนี้สําคัญมากเลยนะคะ ทุกสิ่ง ถ้าไม่มีข้อมูล เราก็ไม่รู้ว่าจะเลือกอันไหนที่มันดีกับเรา เพราะฉะนั้น เราจะต้องมีการวิเคราะห์ข้อมูล แล้วก็เลือกในสิ่งที่ดีที่สุดนะคะ อันนี้คณิตศาสตร์เข้ามาเกี่ยวข้องกับชีวิตประจําวันของเรา และข้อสุดท้ายที่เราจะได้เรียนกัน ก็คือ ข้อมูลและการเก็บรวบรวมข้อมูลนะคะ วิธีการมีอะไรบ้างที่เราจะต้องใช้ในการเก็บข้อมูลนะคะ เดี๋ยวเราจะรอเรียนต่อไป วันนี้มาดูกันนะคะ ตัวอย่างของกรณีหรือปัญหาที่จะต้องใช้สถิติ พบได้ทั่วไปในชีวิตประจําวันของเรา ตั้งแต่ตื่นนอนเลย สิ่งที่เราพบ ตอนเช้ามีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นบ้างนะคะ หรือว่าในช่วงที่เรามาทํางานที่เรามาเรียนกันนี่ ช่วงนี้ มีปัญหาอะไรที่จะต้องใช้สถิติเข้ามาช่วยหาข้อสรุปในการตัดสินใจนั้น ตัวอย่างนะคะ ดูภาพนะ ดูตัวอย่างนะว่ามันมีอะไรบ้าง ชีวิตประจําวันของเราเกี่ยวกับอะไรบ้าง ครูให้โจทย์มาว่า โอกาสนะคะ ที่ฝนจะตก โอกาสที่ฝนจะตก ตอนนี้ฤดูอะไรคะ ฤดูฝนหรือยัง มีฝนไหมคะ ช่วงนี้มีฝนไหม ยังนะคะ มันร้อน ๆ ใช่ไหม ตอนนี้จริง ๆ มันย่างเข้าฤดูฝนแล้วน่ะลูก แต่ว่าเนื่องจากอุณหภูมิหรือว่าอากาศนี้มันแปรปรวนนะ มันทําให้ฤดูกาลไม่เป็นไปตามปกตินะคะ ช่วงเวลามันอาจจะคลาดเคลื่อน ทีนี้เหตุการณ์ที่เราจะพบ ก็คือ โอกาสที่ฝนจะตก มีอยู่ 2 อย่างที่เราจะพบนะคะ ตก แล้วก็ตกเยอะด้วย อันนี้โอกาสแรก ฝนตกเยอะ เรารู้ได้อย่างไร มันเป็นการเก็บข้อมูลมา กรมอุตุนิยมวิทยานะคะ ที่ข่าวออกมาทุกวันตอนช่วงเย็น เขาจะบอกรายงานข่าวแล้วว่า วันนี้นะ ภาคเหนือนะ จะมีฝนตกเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ จะมีแดดเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ ที่พบบ่อย ๆ คือภาคใต้ใช่ไหมคะ ภาคใต้นี้ฝนตกบ่อย ๆ ปริมาณน้ําก็จะเยอะ กรมอุตุฯ เขาเอาอะไรมาเป็นตัววัด เขาเก็บข้อมูลนะคะ มันก็จะเกี่ยวกับอุณหภูมิ กับความชื้น ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันนะคะ แล้วออกมาวิเคราะห์หาข้อมูลออกมา ว่าฝนจะตกไหม พรุ่งนี้ เกิดความแม่นยําขึ้นนะคะ ถ้าเราไม่มีการเก็บข้อมูล เราก็ไม่มีโอกาสได้รู้เลยว่า อนาคตจะเป็นอย่างไรนะ วันนี้ฝนจะตกไหมนะคะ ถ้าวันนี้ฝนตก สมมติถ้าเรารู้แล้ว เมื่อคืนดูข่าว อู๊ย อุตุฯ บอกว่าฝนตกแน่นอน สิ่งที่เราจะต้องทําคืออะไร สิ่งที่นักเรียนจะต้องทํานะคะ คืออะไรคะ ถ้าฝนตกนักเรียนจะต้องเตรียมอะไร ใช่ เตรียมร่ม ใช่ไหมคะ ถ้าเราไม่มีร่ม เป็นอย่างไร เราก็จะเปียกนะคะ เปียก แล้วก็จะไม่สบาย โอกาสที่เราจะไม่สบายมีสูงมาก ถ้าเรารู้ว่าพรุ่งนี้ฝนจะตก ถ้าไม่มีร่ม เตรียมอะไรคะ เสื้อกันฝนถูกไหม เราก็อาจจะเตรียมเสื้อกันฝนก็ได้ ถูกนะคะ หรือถ้าเรารู้ว่าโอกาส พรุ่งนี้ฝนจะตกปุ๊บ ไม่ไปแล้ว ที่วางแผนออก ว่าจะออกไปข้างนอกน่ะ ไม่ไปอยู่บ้านดีกว่า ก็นั่งอยู่ที่บ้านดูฝนอยู่ที่บ้านสบายใจกว่า ไม่เปียกด้วยนะคะ หรือถ้าฝนตกเยอะ ๆ เป็นอย่างไรคะ โดยเฉพาะที่ในเมือง กรุงเทพฯ เชียงใหม่ หรือว่าในเมืองขนาดอุดรฯ นะคะ อุดรฯ ในเมืองเรานี่ ถ้าฝนตกปุ๊บเป็นอย่างไรคะ ถ้าฝนตกปุ๊บ นักเรียนไม่ได้ออกไปเพราะนักเรียนประจํานะ จริง ๆ ถ้าฝนตกปุ๊บนี่ น้ําก็จะขึ้นมาแล้วนะคะ น้ําก็จะขึ้นมาแล้วรถก็จะติด ใช่ ที่อุดรฯ นี ในเมือง ใช่ ถ้าฝนตกปุ๊บนะคะ รถจะติด ใช่ไหม โอกาสที่รถจะติดมีเยอะมาก โอกาสที่รถจะติดนี่มีเยอะมาก เพราะฉะนั้น ถ้าฝนตกปุ๊บ เราถ้าสมมติว่าเราจะไปทํางานนะคะ เรารู้อยู่แล้วว่าฝนจะตก เพราะว่าเราดูข่าวเราเมื่อคืน เราก็จะนําสิ่งนี้มาวางแผน มาวางแผนอะไร ขับรถไปทํางานปกติ จะใช้เวลาแค่ 10 นาที เราต้องเผื่อเวลาแล้ว เราต้องขับรถเราต้องคิด แล้วก็เผื่อเวลาแล้วนะคะว่า วันนี้เราออกเร็วหน่อยนะ อีกสัก 10 นาที 15 นาที เผื่อรถติดนะคะ เราก็จะได้ไปทํางาน หรือว่าไปเรียนนี่ทันเวลานะคะ อันนี้กรณีแรก ก็คือโอกาสที่ฝนจะตก ตกเยอะ ตกมากนะคะ เราก็จะมีการเตรียมตัว เตรียมความพร้อม นําข้อมูลนี้น่ะ มาวางแผนนะคะ หรือฝนไม่ตก วันนี้แดดออก เมื่อคืนดูข่าวแล้ว โอ้ อีสานนี่แดดนะคะ ร้อยละ 80 ของพื้นที่อีสานเลย จะมีแดดนะคะ ฝนไม่มีเลย เราก็จะได้อะไรคะ เมื่อฝนไม่มีกิจกรรมต่าง ๆ ของเราก็จะดําเนินการไปโดยที่ไม่ติดขัดนะคะ วางแผนว่าจะออกไปปั่นจักรยานตอนเช้า เราก็ออกไปได้ ไม่ต้องเปียกฝน ไม่ต้องเตรียมร่ม ทํากิจกรรมต่างๆ นะคะ ได้ตามปกตินะคะ หรือว่าจะออกไปเล่นกลางสนามกับเพื่อนๆ นะคะ ก็ออกไปได้ หรือใครที่วางแผนจะไปเที่ยวทะเล จะไปเที่ยวทะเล ดูแล้วฝนไม่ตกหรอกนะคะ ฝนไม่ตกหรอก ก็ไปเที่ยวทะเลได้เลย ด้วยความสบายใจ ไม่มีอุบัติเหตุจากฟ้าฝนคะนองนะคะ เข้าใจไหมคะ อันนี้คือเหตุการณ์ เหตุการณ์แรกนะคะ ที่เราได้นําสถิติมาใช้ สถิติจากการเก็บรวบรวมข้อมูลตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน มาดูว่าวิเคราะห์ว่า โอกาสของฝนจะตก มีไหมในพรุ่งนี้นะคะ ก็จะมีวิธีการคํานวณนะคะ ซึ่งตอนนี้เราไม่ได้เรียนนะคะ เราไม่ได้เรียนเรื่องของการคํานวณพวกนี้ แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่เราจบไปนะ เราจบไปเรามีโอกาสนะคะ อาจจะได้เกี่ยว… เกี่ยวข้องกับเรื่องพวกนี้นะคะ ให้นําข้อมูลนี้มาตัดสินใจ เพราะฉะนั้นสถิตินี้เกี่ยวข้องกับชีวิตประจําวันของเราไหมคะ เกี่ยวไหม เรื่องฝนนี่เกี่ยวไหมคะ เกี่ยวไหมในชีวิตของนักเรียน มีโอกาสที่จะเจอนะคะ มีโอกาสที่จะเจอทุกอย่างเลย ดูตัวอย่างต่อไปนะคะ อันนี้อะไรคะ กรณีนี้ อันนี้อะไร อยู่ใกล้ตัวเรามากเลยนะคะ โควิด ใช่ COVID-19 เห็นไหมคะ อันนี้สัญลักษณ์แทนเชื้อโรค COVID-19 ใช่ไหม มันพบเมื่อปี 2019 นะคะ 2019 เมื่อกี่ปีมาแล้ว 3-4 ปีที่แล้วนะ ตอนนั้น จําบรรยากาศได้ไหมคะ กําลังจะปีใหม่ปุ๊บ ไม่ได้จัดปีใหม่เลย ไม่ได้… ไม่ได้กลับบ้านเลย ทุกคนตาย ถูกหรือเปล่า ไม่ใช่ทุกคนตาย คนที่ติดเชื้อเริ่มแรกคือประเทศอะไรคะ ที่เขาพบเชื้อ ประเทศอะไร ใช่ ๆ ใช่ ๆ ประเทศแรกก็คือประเทศจีนนะคะ ที่เขาพบเชื้อโควิด เสร็จแล้วมันก็จะกระจายไปเรื่อย ๆ กระจายไปในโลกนะคะ ก็จะพบในประเทศต่าง ๆ เยอะแยะมากมายเลย เวลาเขา พบเชื้อโรค แล้วใครเป็นคนคิดวิธีการรักษานะคะ นักวิทยาศาสตร์ คุณหมอนะคะ นัก ชีววิทยาก็พากันหาแล้ว ว่าเชื้อโรคนี้มันมาจากไหน จะมีวิธีการป้องกันอย่างไรนะคะ ใช้อะไรทดสอบ เห็นไหมคะ เขาก็จะเอาเชื้อโรคนี้มาวิเคราะห์ในห้องแล็บนะคะ ในห้องแล็บ ใช้เวลานานเป็นปี ๆ กว่าจะรู้ว่าเชื้อโรคนั้นคืออะไรนะคะ แล้วก็หายา หาวัคซีนมาเพื่อที่จะป้องกันการติดเชื้อนะคะ หายามารักษาโรคโควิดนะคะ ทีนี้ ในการ… ยานี่ กว่าจะนํามาใช้กับเราได้ จะต้องทดสอบหาประสิทธิภาพของยานะคะ ยาที่ฉีดโควิดวัคซีนมีหลายเจ้ามากเลยนะคะ ใช่ไหม ที่เราถูกเลือกนะคะ นักเรียนก็น่าจะรู้ว่าวัคซีนที่เราฉีดนี่ มีของประเทศไหนบ้างที่ผลิตแล้วก็ได้ฉีดของใครบ้าง ใครฉีด 3 เข็มแล้วบ้างยกมือขึ้น มีไหมคะ 3 แล้ว มีคนเดียวเหรอลูก มีคนเดียวเหรอคะ คนอื่นล่ะ อ๋อ 2 2 โอ้โห 4 เลยเหรอ มีบางคน 4 เข็มแล้วนะคะ ซึ่งตอนนี้จริง ๆ เขาให้ไปฉีดเพิ่มนะคะ ไอ้ที่เราฉีดผ่านมาแล้วน่ะ ถือว่ามันหมดไปแล้ว ตอนนี้มันเป็นโรค โรคพื้นถิ่นนะ โรคท้องถิ่น ก็เหมือนกับไข้หวัดใหญ่นะคะ แต่ก็ฝากให้นักเรียนนี่ ดูแลตัวเองนะคะ มาดูเรื่องการทดสอบประสิทธิภาพยา เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในชีวิตจริง ถูกนํามาใช้จริง ๆ หลังจากที่นักวิทยาศาสตร์นะคะ หาวัคซีน หายามารักษาโควิดแล้ว ถูกนํามาใช้ แต่ก่อนจะถูกนํามาใช้ เขาเอาไปทดลองก่อนนะลูก ไม่ใช่ทําออกมาแล้ว ยังไม่ได้ทดสอบหาประสิทธิภาพยาเอาไปใช้กับคนทั่วโลกเลย ไม่ได้นะคะ เขาก็จะหาตัวอย่างนะคะ ทดสอบกับสัตว์ หนู ลิง พวกนี้นะคะ เขาจะฉีดเข้าไปก่อน ฉีดเข้าไปแล้วก็ดูว่า มันโอเคไหม มันมีผลกระทบกับร่างกายของสัตว์ต่าง ๆ เหล่านั้นหรือเปล่า ลําดับต่อมาเมื่อทดสอบกับสัตว์เสร็จแล้วนะคะ ก็มาทดสอบกับผู้ป่วย ผู้ป่วยที่ติดเชื้อ หรือว่าอาสาสมัครนะคะ ที่จะต้องการฉีดวัคซีนตัวนี้ ก่อนที่จะถูกนํามาใช้ หลังจากที่เขาวิเคราะห์ข้อมูลหาประสิทธิภาพยาเรียบร้อยแล้ว เขาก็นํามาฉีดให้กับคนทั่วไป แต่ขั้นตอนของการฉีด เขามีการเลือกไหมคะ จําได้ไหมว่าตอนนั้นน่ะ เราให้โอกาสกับคนป่วยก่อนใช่ไหมคะ คนที่มีอายุเยอะ ๆ กี่โรคนะตอนนั้น ที่ต้องไปฉีดวัคซีนตัวนี้ก่อน ป้องกันนะคะ อันดับแรกเลยก็คือ ให้เลือกกลุ่มนี้มาก่อน คนที่เป็นโรคที่มีความเสี่ยง คนที่อ้วน หรือว่าผู้สูงอายุ อันนี้เขาจะฉีดให้ก่อนเลยนะคะ หลังจากนั้นก็จะเป็นในวัยทํางาน วัยรุ่นที่เขาฉีดให้อีกกลุ่มหนึ่ง ต่อมาก็คือเด็ก ๆ นะคะ เป็นกลุ่มสุดท้ายที่เขาฉีด ก่อนที่เขาจะฉีดนี่เขาก็รอนะคะ ฉีดเสร็จแล้วก็ดูผลเก็บข้อมูลมาเรื่อย ๆ ไม่ใช่ฉีดอย่างเดียวแล้วไม่ดูไม่เก็บข้อมูลเลย บางคนเป็นอย่างไรคะ มีผลข้างเคียงเกิดขึ้นกับยา ฉีดปุ๊บผื่นขึ้นเลย ฉีดปุ๊บแล้วมี โอ้โหผื่นขึ้น หายใจไม่ออกนะคะ บางคนเสียชีวิตก็มีเป็นบางเคสกรณีนะคะ เพราะฉะนั้น การทดสอบ การหาประสิทธิภาพของยา กว่าที่เขาจะออกนํามาใช้ได้ ใช้ระยะเวลานะคะ ก็เหมือนกันกับอุณหภูมิกับการดูว่าฝนจะตก การพยากรณ์อากาศนั่นเองนะคะ การเก็บข้อมูลตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันนะคะ เพื่อที่จะหาวิธีการในการป้องกัน หรือว่าการเลือกตัดสินใจนะคะ อันนี้ก็เป็นตัวอย่างกรณีหนึ่งที่เรานําสถิติมาใช้นะคะ การทดสอบประสิทธิภาพของยา อันนี้อะไรคะ อันนี้ใกล้ตัวนักเรียนหรือยัง โทรศัพท์ ใช่ ตัวอย่างปัญหาตัวนี้ที่เขานํามาใช้ คุณภาพของสินค้าที่ผลิตเป็นอย่างไรคะ อันนี้โทรศัพท์อะไรบ้างนี่ มีอยู่ 2 ยี่ห้อ จริง ๆ มีเยอะกว่านี้นะ ครูปิ๊กไม่ได้เอามาเยอะ iPhone นะคะ ใครสาวก iPhone แล้วก็อีกอันหนึ่งก็คือ Samsung Samsung เกาหลีนะคะ Samsung ปัญหากรณีนี้ก็การควบคุมคุณภาพของสินค้าในการผลิต ทําไมเราจะต้องมีคุณภาพ ตอนนี้บริษัทต่าง ๆ นะคะ ผลิตสินค้าออกมามากมาย อันนี้ยกตัวอย่างคือโทรศัพท์นะลูก โทรศัพท์ ของใครใช้ iPhone ใครมี iPhone ยกมือขึ้น มีไหม เบนซ์คนเดียวหรอ iPhone นะลูก 3 คน ใครใช้ Samsung คะ ใครใช้ Samsung มีไหม มี 1 คน แล้วอีกที่เหลือมีไหมคะ ใช้อะไรคะ อันนี้อะไรล่ะ OPPO ครูปิ๊กไม่ค่อยได้ใช้โทรศัพท์นะคะ โทรศัพท์ครูปิ๊กนี่ก็คือ Samsung มาตั้งแต่เริ่มต้นเลย ไม่รู้ว่ามีอะไรบ้างนะ ทีนี้ดูนะคะ ทําไม ทําไมเบนซ์ถึงเลือกใช้ iPhone ถาม ถาม 2 คนนี้ ที่ใช้ iPhone เหตุผลอะไรทําไมถึงเลือกใช้ iPhone เขาใช้ถ่ายรูป เขาใช้ถ่ายรูป อืม ไม่รู้ค่ะ คุณพ่อซื้อให้ แสดงว่าพ่อเป็นสาวกของ iPhone นะ จริง ๆ แล้วนะคะ ในการเลือกซื้อโทรศัพท์หรือว่าเลือกซื้อสิ่งของต่าง ๆ ที่เราจะเลือกนี่ เราจะต้องดูว่าคุณสมบัติของเขาคืออะไร เราอยากใช้อะไรเขา ประโยชน์ที่จะได้คุณค่ามากที่สุดจากการใช้สินค้านั้นนะคะ คุณภาพของสินค้า มีการแข่งขัน ถูกไหม โทรศัพท์ก็มีหลายบริษัทมากเลย เขาผลิตขึ้นมาเขาจะต้องทําให้ได้มาตรฐาน ใช่ไหม คําว่า “มาตรฐาน” นี่ เขาจะต้องตั้งเอาไว้เลย สินค้าที่ได้มาตรฐานเอาอะไรมาวัด เอาอะไรมาเป็นเกณฑ์นะคะ อันนี้เริ่มเข้ามาแล้ว ข้อมูลแล้วก็สถิติเริ่มเข้ามาแล้ว การหาคุณภาพของสินค้า เราทํา 100 ชิ้น โทรศัพท์ 100 เครื่องมาปุ๊บ การหาประสิทธิภาพจะต้องหยิบมาหรือว่าเอามาทั้งหมด การเลือกกลุ่มตัวอย่างสุ่มออกมานะคะ ถ้าเราเอามาทั้งหมดเลย โอ้โห กว่าจะตรวจสอบคุณภาพหมดทุกอันเลย ตายเลย ไม่ได้ทําอะไรแล้วนะคะ เพราะฉะนั้นมันก็จะต้องโดนหยิบ เป็นการเลือกจากตัวอย่างทั้งหมด หยิบออกมา หยิบออกมาใช่ไหมคะ แล้วก็มาทําการวิเคราะห์ ทําการหาประสิทธิภาพ เหตุผลที่เราจะต้องหาประสิทธิภาพคืออะไร ทําไมเราจะต้องทํา มีการแข่งขัน ตอนนี้แข่งขันสูงด้วย ถูกไหมคะ บริษัทต่าง ๆ โทรศัพท์นี่ ถ้า iPhone ออกปุ๊บ Samsung มาแล้ว ทุกอย่าง เขาก็จะออกรุ่นใหม่ ๆ ขึ้นมา ใช่ไหมคะ เพื่อที่จะมาดึงกลุ่มลูกค้ากัน อันนี้ก็คือสิ่งที่เราพบในชีวิตประจําวันในการควบคุมคุณภาพของสินค้านะคะ นี่ นอกจากโทรศัพท์แล้ว ตอนนี้มีอะไรบ้าง ที่นักเรียนรู้และนักเรียนใช้กัน ที่มีหลายเจ้ามากเลยนะคะ ไม่ว่าจะเป็นน้ําดื่มก็ดี น้ําดื่มก็หลายบริษัทมากเลย บางคนอะไรนะ รถมอเตอร์ไซค์ รถยนต์นะคะ ตอนนี้ออกมาหลายบริษัทมาก เขาต้องหาประสิทธิภาพของสินค้านั้น สินค้าต่าง ๆ นะคะ เหตุผลทําไมเราจะต้องควบคุมคุณภาพสินค้าที่ผลิตนะคะ ให้ความสําคัญมากสําหรับผู้ผลิต ถ้าคุณไม่ให้คุณภาพของสินค้ามาเป็นอันดับ 1 ต่อมาถ้าเราเอาโทรศัพท์ไปขาย คุณภาพต่ํามากเลย ต่อมาไม่มีคนซื้อ ถูกไหมคะ เหมือนกับรถยนต์ ถ้าออกมาเราไม่ตรวจสอบคุณภาพปุ๊บ เขาเอาไปขับอยู่ดี ๆ ดับ ตายเลยนะคะ เพิ่งออกรถป้ายแดงมา ขับไปไม่ถึง… ยังไม่ถึงบ้านเลย เอ้า ตายซะแล้ว รถคันนี้ ต่อมามันก็จะเป็นข่าว แล้วก็จะไม่มีใครมาซื้อรถยี่ห้อนี้อีกเลย เพราะฉะนั้น สิ่งสําคัญจะต้องควบคุมคุณภาพนะคะ เพราะว่าปัจจุบันนี้การแข่งขันสูงมากเลย ไม่ว่าจะเป็นสินค้าต่าง ๆ มากมายนะคะ บริษัทเยอะมากเลยที่จะออกผลิตภัณฑ์ชนิดเดียวกันนะคะ ให้ลูกค้าอย่างเรานี้ผู้บริโภคนี้เป็นคนเลือกนะคะ อันไหนดีที่สุด มีคุณภาพมากที่สุดเราก็เลือกเพื่อประโยชน์ของเรานะคะ อันที่ 2 สถิติควรตรวจสอบด้วยวิธีใด อันนี้นะคะ เริ่มเข้ามาแล้ว สถิติที่จะต้องเข้ามาใช้ เราตรวจสอบด้วยวิธีไหน เราเอาอะไรมาเป็นเกณฑ์คุณภาพ ใช้ไปกี่ปี สมมติ ซื้อโทรศัพท์ เราบอกเลยว่า อันนี้นะ ใช้ประมาณ 3 ปี นะคะ แบตเตอรี่ใช้ได้ 3 ปี อันนี้เป็นเกณฑ์คุณภาพมาตรฐานของเขา เราก็ดูแล้วเราไปซื้อนี่ โอเค 3 ปี เราใช้ได้ 4 ปี 5 ปีนี่ถือว่าโอเค คุ้มแล้วนะคะ การตรวจสอบ ต้องสุ่มมาตรวจสอบ สุ่มอย่างไรนะคะ ถ้าของทั้งหมดเขาเรียกว่าประชากร สิ่งของทั้งหมดที่เราทํา สมมติเราผลิตโทรศัพท์ออกมา 100 เครื่อง ประชากรก็คือโทรศัพท์ทั้งหมดนะคะ แต่เวลาเราจะเอามาตรวจสอบ เราจะทําการสุ่มนะคะ สุ่มก็คือการเลือกมา ตัวที่เป็นตัวแทนนะคะ ของสิ่งนั้น ตัวแทนนั้นจะต้องเหมาะสมด้วยนะคะ นอกจากเรื่องนี้แล้วมีอะไรบ้าง อีกกรณีหนึ่ง นักเรียนจะรู้เลยว่า โอ้ คํานี้ กรณีศึกษานะคะ กรณีปัญหาที่ใช้สถิติ การสํารวจความคิดเห็น หรือว่า Poll นักเรียนเคยเห็นไหม สด ๆ ร้อน ๆ เมื่อไม่นานมานี้เอง งาน โครงการอะไรต่าง ๆ ก่อนที่เราจะทํานะคะ กิจกรรมต่าง ๆ ถ้าใกล้ตัวของเรา โครงการที่เราทํา อย่างเช่น เลือกตั้งประธานนักเรียนนะคะ ก่อนที่เราจะทําเราก็ต้องมีแบ่งกลุ่มถูกไหม แล้วก็ไปถามน้อง ๆ ว่าออกมาตรการออกเขาเรียกอะไรน่ะ ว่ากลุ่มนี้มีมาตรการอะไร ที่อยากให้น้อง ๆ เลือกนะคะ แล้วก็จะมีการไปนําเสนอนะคะ ทําไมเราจะต้องมีการสํารวจความคิดเห็นก่อน จะได้เอาไปวางแผน สํารวจอย่างไรบ้าง ก่อนทํา ก่อนทํานะคะ อย่างเช่นโครงการที่ใหญ่ ๆ ใช้เงินเป็นร้อยล้าน เขาจะต้องไปถามก่อนนะ ไปถามผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง โอเคไหมนะคะ มีประโยชน์หรือเปล่า มีประโยชน์กับคนมาก ๆ หรือเปล่าหรือว่าเกิดโทษไหม มีผลกระทบไหมโครงการนี้ที่รัฐบาลทํานะคะ ตัวอย่างเช่นโครงการสร้างถนนจากทางรถไฟนะ จากประเทศไทยไปสู่ประเทศจีน อันโครงการนี้ใช้งบประมาณเป็นร้อย ๆ ล้านเป็นพันล้าน เยอะมากเลยนะคะ ก่อนที่จะตัดสินใจทําโครงการนี้ เราจะต้องมีการสํารวจก่อน พอสํารวจเสร็จปุ๊บ โอเค ถ้าคนส่วนใหญ่เห็นประโยชน์นะคะ เราก็ทํา พอเราทําเสร็จปุ๊บ หลังทําเราก็ต้องประเมินด้วยนะคะ สํารวจอีกว่า ไอ้สิ่งที่เราทํานี้ มันคุ้มค่าไหม มันมีประโยชน์ไหมนะคะ โอเคไหม นี้ ไอ้ตัวอย่างที่ครูปิ๊กเอาขึ้นมาให้ดูนะคะ อันนี้เป็น Poll นะคะ สํารวจในการเลือกตั้งเมื่อกี้นี้ เลือกตั้งนายกฯ นะคะ รัฐบาลปี 2566 ที่ผ่านไป ก่อนที่จะมีการเลือกตั้งจริง ๆ ก็จะมีสํานักนั้น สํานักนี้ NIDA Poll นะคะ หรือว่ามหาวิทยาลัยต่าง ๆ ที่เป็น Poll ขึ้นมาว่า มีเพจอีจันด้วย มีการไปสอบถามความคิดเห็นว่า เอ๊ะ ใครจะได้เป็นนายกฯ ของเรานะคะ อันนี้คือก่อนที่จะมีการเลือกตั้งจริง ๆ นะคะ มันก็จะเป็นข้อมูลที่ให้เราเลือกแล้วว่า ทําไมคนส่วนใหญ่ถึงมีความคิดนะคะว่า จะต้องเลือกคนนี้เป็นนายกฯ หรือว่าเลือกพรรคนี้เป็นพรรคแกนนํานะคะ นี่ ก็จะเป็นการใช้สถิติเข้ามาช่วยในการตัดสินใจ สถิติถูกนํามาใช้เพื่ออะไร เราประเมินก่อนและหลังทํา ไปถาม ถ้าปีต่อมา ถ้าเราประเมินเสร็จเพื่อพัฒนาปรับปรุงนะคะ มันโอเคไหม มันคุ้มค่าไหมโครงการนี้นะคะ ถ้าสมมติมันคุ้มค่า เราก็ทําต่อไปในปีหน้านะคะ ปรับปรุงให้มันดีขึ้นนะคะ สถิติที่เข้ามาใช้มีอะไร เข้ามาช่วยอย่างไร นักเรียนว่าสถิตินี่จะทําให้มันเร็วขึ้นนะคะ เมื่อเราจัดเก็บข้อมูลเป็นระบบความคิดต่าง ๆ นี่ ประหยัดเวลาได้เยอะมาก มันจะทําให้การตัดสินใจของเรานี่ เร็วขึ้น น่าเชื่อถือมากขึ้นนะคะ ดีกว่าเป็นความคิดเห็นของเราคนเดียว เราถามนักเรียนคนเดียว เธอชอบ นักเรียนอยากให้เด็ก ๆ ไว้ผมได้ตามใจชอบไหม ทรงผม ถามคนเดียว เด็กคนนี้อาจจะชอบก็ได้นะคะ หรือไม่ชอบก็ได้ แต่มันไม่ได้เป็นตัวแทนของนักเรียนคนกลุ่มใหญ่ เพราะฉะนั้นเราจะต้องถามจากกลุ่มตัวอย่าง เลือกมานะคะ จากทั้งหมด นักเรียนทั้งหมดเลือกมาสุ่มมา แล้วเด็กที่เราถูกเลือกมานี่ ก็จะเป็นตัวแทนของคําตอบนะคะ โอ้ เราก็สามารถรู้ เด็กส่วนใหญ่นี่ มีความคิดเห็นเป็นอย่างไรในการทําในเรื่องของทรงผมหรือการแต่งกายนะคะ ข้อมูลนี้มันก็จะน่าเชื่อถือมากขึ้น คุณครูโรงเรียนก็จะสามารถเอาข้อมูลตัวนี้นี่มาเป็นส่วนในการตัดสินใจทําระเบียบกฎกติกาของโรงเรียนในเรื่องของกิจการนักเรียนนะคะ การสํารวจ เกี่ยวข้องการสํารวจการแปลผลแล้วก็การประเมินผลโครงการนะคะ อันนี้พอเข้าใจไหมคะ เหตุการณ์ครูปิ๊กพูดมากี่เหตุการณ์แล้วที่เป็นตัวอย่าง ตัวอย่างทุกอย่างในชีวิตของเราถูกนํามาใช้นะคะ สถิติกับข้อมูลนี้ถูกนํามาใช้ได้หมดเลยนะ มาช่วงกิจกรรม ทั้งหมดมีอยู่ 5 ขั้นตอนนะคะ สําหรับชั่วโมงแรก ครูปิ๊กจะให้นักเรียนแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม ตอนนี้เรามีอยู่ 8 คน เพราะฉะนั้นให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 4 คนนะคะ แบ่งกลุ่มเสร็จแล้ว ข้อที่ 2 แต่ละกลุ่มให้วิเคราะห์กรณีหรือตัวอย่างที่พบในโรงเรียนนะคะ เหตุการณ์ที่เราพบในโรงเรียนเลือกมา 1 ตัวอย่าง เลือกแล้วมาคุยกันนะคะ มาคุยกัน หาข้อสรุปทําเป็นผังมโนทัศน์นะคะ ว่าเหตุการณ์นี้มันจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป แล้วใช้สถิติอะไรเข้ามาเกี่ยวข้อง ลําดับต่อมาก็จะให้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ ให้นักเรียน 2 กลุ่มแลกเปลี่ยนกันว่า ของกลุ่มนี้ วิเคราะห์ออกมาแบบนี้นะ ทําเรื่องนี้นะ นะคะ ให้มานําเสนอหน้าชั้นเรียนนะคะ ครูปิ๊กให้โจทย์ไป 1. ตอนนี้ที่เราพบในโรงเรียนก็คือ สถานการณ์ปัจจุบันของเราตอนนี้คือติด… นักเรียนติดโควิดถูกไหมคะ ถูกไหม ตอนนี้ที่โรงเรียนเรามีเด็กที่ติดโควิดนะคะ ครูปิ๊กให้สถานการณ์นี้มา 1 สถานการณ์ กลุ่มไหนจะทํานะคะ เดี๋ยวค่อยเลือกกันนะคะว่าเราจะเอากลุ่มไหน สมมุติ สถานการณ์ติดโควิด มันมีอยู่ 2 Choice ติดมากขึ้น เราจะทําอย่างไร ถ้าติดมากขึ้น เราจะต้องมีการวางแผนอะไรบ้าง 1 2 3 4 5 นักเรียนจะต้องเขียนออกมา ถ้าติดมากขึ้น ระบบเป็นอย่างไร เอ๊ะอยู่… เราจะปิดเรียนไหม เราจะไม่มีการเรียนการสอนไหม หรือว่าเราจะเรียนตามปกติ เราจะส่งเด็กกลับบ้านไหม เราจะป้องกันอย่างไรนะคะ ถ้ามากขึ้น นักเรียนต้องหาวิธีการออกมาทําตรงนี้ แต่ถ้าสถานการณ์มันดีขึ้น อันนี้ก็คือจํานวนผู้ติดเชื้อลดลง ไม่มีแล้วนะคะ ไม่มีเด็ก ๆ ติดโควิดเพิ่มในโรงเรียนของเรา เหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นคืออะไร เด็กเรียนตามปกติ เราก็ต้องมาหามาตรการป้องกันแล้วทีนี้ ว่าวิธีการที่จะไม่ให้ติดอีกอย่างงนี้ เราจะทําอย่างไรนะคะ ให้นักเรียนช่วยกันคิด แล้วข้อมูลตรงนี้สถิติที่จะถูกนํามาใช้ เพื่อที่จะมาป้องกัน หรือว่าปรับปรุงวิธีการ อันนี้ให้นักเรียนช่วยกันคิดในกลุ่ม กลุ่ม 1 จะเลือกในเรื่องของสถานการณ์ติดเชื้อโควิดนะคะ กลุ่มที่ 2 ครูปิ๊กให้สถานการณ์ หัวข้อการใช้โทรศัพท์มือถือ กลุ่มที่ 2 นะ เกี่ยวกับโทรศัพท์มือถือของนักเรียน นักเรียนคิดเห็นอย่างไร ให้ใช้หรือเปล่า นักเรียนอยากใช้โทรศัพท์มือถือไหม ถ้าให้ใช้ตรงนี้ มาตรการต่าง ๆ นักเรียนจะทําอะไรบ้าง ถ้าให้ใช้ เพื่อไม่ให้กระทบกับผล… กับการเรียนการสอนนะคะ หรือว่าถ้าไม่ให้ใช้เลย เด็กๆ จะทําอย่างไรนะคะ ถ้าไม่ให้ใช้เลย เราจะมีวิธีการสื่อสารกับผู้ปกครอง หรือว่าการติดต่อสื่อสารกับคนภายนอกอย่างไร ถ้าเราไม่ให้ใช้ หา หาวิธีการนะคะ สถานการณ์นี้เกิดขึ้นมาแล้ว เราจะทําอย่างไรในการแก้ปัญหานี้ หรือการป้องกันนะคะ แล้วก็สถิติที่ถูกนํามาใช้ในการใช้โทรศัพท์มือถือ คืออะไร อันนี้เข้าใจไหมคะ เข้าใจไหมคะ ให้แบ่งกลุ่ม กลุ่มที่ 1 กลุ่มไหนคะ ยกมือขึ้น ใครจะอยู่กลุ่มไหน ครูปิ๊กจะไม่แบ่งให้นะ ให้เพื่อน ๆ ให้เด็ก ๆ เลือกกันเองนะคะ กลุ่มไหนคะ กลุ่มละ 4 คนนะคะ กลุ่มละ 4 คน โอเค ต้นบอกว่านับนะคะ ให้นับ 1 2 3 1 2 1 2 โอเค กลุ่ม 1 เอาเก้าอี้มานั่งตรงนี้ จัดใหม่นะคะ จัดโต๊ะใหม่เป็นกลุ่ม นั่งเป็นกลุ่มนะคะ ใครนับ 1 มา นั่งอยู่กลุ่มนี้ กลุ่ม 2 มานั่งอยู่กลุ่มนี้นะคะ ใครนับ 2 จัดใหม่ค่ะ จัดห้องใหม่ กลุ่ม 1 จัดโต๊ะตรงนี้ กลุ่ม 2 ตรงนี้นะคะ โอเค ครูมีกระดาษนะคะ ให้นักเรียน อันนี้ ให้นักเรียนช่วยกันคิดนะคะ ดูล่ามนะคะ ดูล่าม กลุ่มละ 1 แผ่น สถานการณ์ กลุ่มที่ 1 ให้เลือกสถานการณ์ อะไร มีอยู่ 2 อย่างก็คือ โควิดกับโทรศัพท์ เอาอันไหนคะ กลุ่มที่ 1 น้องเขาบอกว่าเอาอีกครั้งหนึ่ง กลุ่มที่ 1 จะเลือกสถานการณ์อันไหนนะคะ ครูปิ๊กให้โจทย์มาก็คือ โควิดนะคะ การติดเชื้อโควิด อันที่ 2 การใช้โทรศัพท์ นักเรียนอยากได้อะไร กลุ่มที่ 1 กลุ่มที่ 1 สรุปเป็นโควิดนะคะ สถานการณ์โควิด เพราะฉะนั้นกลุ่มที่ 2 คือโทรศัพท์ กลุ่มที่ 2 คือโทรศัพท์ เห็นผังไหมคะ ข้างหน้า นักเรียนเข้าใจนะ อันนี้ใส่เข้าไปนะคะ สถานการณ์การใช้โทรศัพท์ นักเรียนอาจจะวาดภาพโทรศัพท์ใส่เข้าไปด้วยนะคะ ตกแต่งให้สวยงามนะคะ ครูปิ๊กไม่… ถ้าสมมติว่าเราเขียนไม่ได้ เราใช้ภาพแทนได้นะลูกนะทีนี้สถานการณ์ โควิดมีอะไร ถ้าติดโควิดมันสถานการณ์มีอยู่ 2 อย่างถูกไหม ก็คือติดมากขึ้น กับลดลง ลดลงนั่นหมายถึงว่า เขาติดแล้วไม่มีใครติดเพิ่ม เขาก็จะหายไปเรื่อย ๆ ถูกไหมคะ 3 วัน 5 วัน 7 วันนี่ คนที่ติดเชื้อก็จะหายแหละ ก็จะออกมา เพราะฉะนั้น จํานวนคนก็จะลดลงนะคะ ถ้าจํานวนคนลดลงจะเกิดเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นบ้างนะคะ ให้นักเรียนช่วยกันคิดแล้วเขียนออกมาเป็นข้อ ๆ ในนี้มันมีอยู่ 4 ข้อ นักเรียนสามารถเพิ่มขึ้นไปได้นะคะ เพิ่มขึ้นตามความคิดเลย คุยกัน อาจจะเป็น 4 5 ข้อ 6 ข้อ แล้วแต่ที่คิดกันได้ เพิ่มเข้าไปได้เลยนะคะ แล้วสถิติที่เข้ามาใช้ ที่เข้ามาช่วย จะมีข้อมูลอะไรบ้างที่เราจะต้องจําเป็นจะต้องได้ใช้ อย่างเช่น โควิดปุ๊บ สถิติที่เราจะนําเข้ามาใช้คืออะไรคะ ที่เราจะต้องรู้ข้อมูล 1. ล่ะ ก็คือเราจะต้องวัดอุณหภูมิ ในแต่ละวัน เราต้องวัดอุณหภูมิ อุณหภูมินี้ต้องเก็บและในแต่ละหอถูกไหมคะ ตอนนี้เราทําอยู่ไหม ตอนเช้าพอวัดอุณหภูมิแล้วก็บันทึกนะคะ บันทึกข้อมูลว่าอุณหภูมิเท่าไร คนนี้ คนที่ 2 อุณหภูมิเท่าไร อันนี้คือการเก็บข้อมูลนะคะ แล้วเอามาดูว่า โอ้โห ถ้า 37 ขึ้นนี่ เป็นไข้แล้วนะ อันนี้มีสิทธิ์นะคะ มีสิทธิ์ในการติดเชื้อ นี่ก็ถูกการเก็บข้อมูลออกมาถูกไหมคะ อันนี้คือสถิติข้อมูลที่ถูกนํามาใช้ ทีนี้กลุ่มที่ 2 โทรศัพท์ มีอยู่ 2 ประเด็นนะคะ นักเรียนอยากให้อยากใช้โทรศัพท์ไหม ฟรีเลย ฟรีสไตล์ พกเอง เก็บเองนะคะ ไม่ต้องฝากคุณครูที่เรือนนอนนะคะ ไม่มีกําหนดเวลาใช้ได้ตลอด ถ้าเกิดเหตุการณ์ให้ใช้ได้ตลอดแบบนี้ นักเรียนจะมีมาตรการอย่างไรไม่ให้เกิดผลกระทบ การวางแผนอย่างไรนะคะ สิ่งที่เกิดขึ้นกระทบผลการเรียนไหมนะคะ ในเรื่องของการเรียน กระทบในเวลานอนไหม กระทบ กับเรื่องของการทํากิจกรรมของนักเรียนไหมนะคะ อันนี้นักเรียนก็ต้องคิดนะ อันนี้ถ้าสมมตินักเรียนบอกว่า ไม่ให้ใช้ ถ้าไม่ให้ใช้ผลกระทบเกิดอะไรขึ้นบ้าง บางครั้งโทรศัพท์จําเป็นในชีวิตประจําวันใช่ไหม เราบางทีเราก็ต้องโทรหาผู้ปกครองนะคะ ถูกไหม ถ้าไม่ให้ใช้มันจะเกิดเหตุการณ์อะไร แล้วเราจะมีวิธีการแก้ปัญหานั้นอย่างไร แล้วสถิติที่เข้ามา ตรงนี้นักเรียนคิดว่าเป็นอะไรคะ เมื่อไหร่ที่มีการใช้โทรศัพท์ปุ๊บ เป็นอย่างไรคะ ต้องเติมเน็ตไหม ต้องมีเงินเข้ามามีส่วนร่วมไหม ข้อมูลของการใช้ตรงนี้นะคะ นักเรียนก็ดูว่า เอ๊ะ มันอะไรบ้างที่เกี่ยวกับตัวเลขน่ะ ที่เข้ามาในการใช้โทรศัพท์ อันนี้เข้าใจไหมคะ กลุ่ม 2 พอเข้าใจไหมลูก ถ้าเข้าใจแล้วครูปิ๊กจะ… ช่วงนี้ครูปิ๊กจะให้นักเรียนนะคะ ช่วยกันคิดวิเคราะห์สถานการณ์ของตัวเองนะคะ แล้วทํางานภายในชั่วโมงนี้นะคะ เสร็จแล้วเราจะให้ออกมานําเสนอค่ะ พร้อมแล้วเริ่มเลยนะคะ (ล่าม) อาจารย์คะ อาจารย์คะ ได้ยินไหมคะ (อาจารย์เชาวนี) อยู่ค่ะ (ล่าม) ค่ะ อาจารย์จะให้เด็กพรีเซนต์ต่อใช่ไหมคะ หรือว่า (อาจารย์เชาวนี) ค่ะ เดี๋ยวให้เด็กนําเสนอต่อนิดหนึ่งค่ะ ตอนนี้เด็กทําเสร็จแล้วนะคะ (ล่าม) ได้ค่ะ (อาจารย์เชาวนี) โอเค ลูก ๆ คะ เสร็จกันหมดแล้วนะ ทีนี้ครูจะให้ ออกมานําเสนอนะคะว่า ที่เด็ก ๆ ได้วิเคราะห์สถานการณ์ที่ คุณครูให้โจทย์ไปนั้นนะคะ นักเรียนวิเคราะห์ออกมาเป็นอย่างไรบ้าง ใช้เวลานานเลยนะคะ ก็เดี๋ยวครั้งต่อไปให้นักเรียนใช้เวลาให้กระชับมากขึ้นในการทํานะคะ ทีนี้กลุ่มที่ 1 เชิญเลยค่ะ ออกมา ออกมานําเสนอหน่อยนะคะว่า ของเราทําสถานการณ์อะไรนะคะ (ล่าม) ถ้า… ถ้าอย่าง นั้นขอเป็นจอ 2 จอได้ไหมคะ เพราะว่าเดี๋ยวจะมองตามองไม่เห็นน่ะค่ะอาจารย์ (อาจารย์เชาวนี) ขึ้นหรือยังคะ (ล่าม) ไม่… ไม่ขึ้นค่ะอาจารย์ (อาจารย์เชาวนี) แป๊บหนึ่งนะคะ น้องเจ้าหน้าที่น่าจะกําลังช่วยอยู่ค่ะ ได้ ได้หรือยังคะ โอเค (ล่าม) ได้ ได้แล้วค่ะ (อาจารย์เชาวนี) ค่ะ ขอบคุณค่ะ เข้ามาใกล้ ๆ ค่ะ ใครจะเป็นคนนําเสนอ เริ่มเลยค่ะ มองเห็นไหมคะ (ล่าม) เห็นค่ะ (อาจารย์เชาวนี) เขยิบเข้ามาใกล้ ๆ ลอง ให้นําเสนอนะคะ (ล่าม) ค่ะ ก็ ไม่สบายนะคะ ตัวร้อนแล้วก็มีไข้ขึ้นนะคะ ก็ทําการประเมินค่ะ ว่าอุณหภูมินี่ในร่างกายนี่ อยู่ที่เท่าไร 37-38 น่ะคะ ก็คือตัวร้อนนี่ ถือว่ามีไข้ เสร็จแล้วนะคะ ก็ไปต่ออีก ก็เริ่มตรวจโควิดนะคะ โดยการ Swab ค่ะว่า ขึ้น 1 ขีดหรือ 2 ขีดอย่างนี้ค่ะ แล้วก็ถ้าขึ้น 2 ขีดก็คือไม่สบาย ก็คือจะต้อง อาจจะต้องพักผ่อนหรือว่าไปพบแพทย์อย่างนี้ค่ะ หรือว่าถ้า… ถ้าไม่ขึ้นก็คือ อาจจะต้องกักตัวหรือว่า ดู ประเมินสถานการณ์น่ะค่ะว่า Swab ไปแล้วนี่ ขึ้น 1 ขีดหรือ 2 ขีด แต่ถ้าขึ้น 2 ขีดก็คือหยุดพักไปค่ะ ค่ะ ก็… ก็กักตัวอยู่ที่บ้านนะคะ ถ้าหากว่าติดโควิดนะคะ ก็กักตัวอยู่ที่บ้าน แล้วก็ถ้าหายป่วยแล้วคือสามารถออกไปข้างนอกได้ ก็ใช้ชีวิตได้ปกติค่ะ แต่ต้องรอให้หายป่วยก่อน (อาจารย์เชาวนี) ค่ะ กลุ่มนี้นะคะ ก็นําเสนอได้ดีนะคะ สถานการณ์ก็คือติดเชื้อโควิดถ้าพบมากขึ้นนะคะ นักเรียนวิเคราะห์ออกมาว่า ลูก ๆ น่ะ ถ้ามันเยอะมากขึ้น ลูก ๆ ก็ต้องหยุดเรียน แล้วก็กักตัวนะคะ แล้วก็ให้ติดต่อ ติดต่อหน่วยงานสาธารณสุข โรงพยาบาล เจ้าหน้าที่อนามัยเข้ามาช่วย แล้วก็เราเป็นโรงเรียนประจํา ให้จัดคุณครูไปดูแลที่หอนอนที่ติดเชื้อ หรือว่าในช่วงที่เด็ก ๆ กักตัว นี่ มันไม่มีการเรียนการสอน เพราะฉะนั้น ก็ต้องน่าจะมีกิจกรรมให้เด็ก ๆ ได้ทําเวลาว่างนะคะ ถ้าลดลง ถ้าสถานการณ์นี้ลดลงปุ๊บก็จะ เราจะต้องมาคิดหามาตรการการป้องกันไม่ให้มันเกิดขึ้นอีกนะคะ แล้วก็นักเรียนจะต้องปฏิบัติตามกฎที่เราตั้งไว้มาตรการต่าง ๆ นี่ อย่างเคร่งครัดนะคะ แล้วก็เรียนตามปกติ สถิติที่เด็ก ๆ นํามาใช้ก็คือในเรื่องของจํานวนผู้ป่วยนะคะ ที่ติดเชื้อ อันนี้ถูกต้องนะคะ เราจะต้องมีการบันทึกข้อมูลในแต่ละวันนะคะว่า พบผู้ป่วยกี่คนในโรงเรียนนะคะ แล้วก็การเก็บข้อมูลของอุณหภูมิของร่างกายที่เด็ก ๆ ได้เก็บข้อมูลถูกต้องนะคะ เป็นเหตุการณ์ที่เรานํามาใช้นะคะ ในชีวิตประจําวันของเรา เก่งมากค่ะ ขอเชิญกลุ่มต่อไปเลยนะคะ พร้อมไหมคะ กลุ่มที่ 2 พร้อมไหมคะ เชิญค่ะ ไม่ ต้องมองตรงนี้ลูก ตรงนั้นไม่ต้อง ให้ดูกล้องนะคะ ให้ดูกล้อง เห็น โอเค (ล่าม) ค่ะ สวัสดีค่ะ สวัสดีครับ ก็พวกเรากลุ่มที่ 2 นะคะ ก็อันนี้เป็นแผนภาพที่วาดนะครับ ก็เดี๋ยวให้เพื่อนอธิบายนะครับ ค่ะ ก็การประเมินสถานการณ์การใช้ โทรศัพท์ เหมือนกับว่าเรามีเงินนี่ ที่จะตัดสินใจซื้อโทรศัพท์น่ะค่ะ การใช้โทรศัพท์ ข้อที่ 2 คิดถึงของคุณภาพว่ามีประกันไหม หรือว่าสามารถซื้อได้ที่ไหน ข้อ 3 ค่ะ โทรศัพท์นี่ ใช้เอง แล้วสามารถใช้แอปพลิเคชันต่าง ๆ ได้ไหม สําหรับนักเรียนหูหนวกนี่ค่ะ จะต้องใช้ Video Call นี่ สัญญาณอินเทอร์เน็ตนี่ เสถียรไหม สามารถเรียนออนไลน์ได้ไหมอย่างนี้ค่ะ ก็จะต้องดูตรงนี้ แล้วก็ต้องมาดูว่าการใช้โทรศัพท์นี่มีปัญหาอะไร ไหม หรือว่ามีปัญหาต่าง ๆ ไหม ให้เพื่อนอีกคนหนึ่งน่ะค่ะ ก็อย่างโทรศัพท์นี่ ตอนนี้แอปพลิเคชันพี่ให้ช่วยสื่อสารได้นะคะ ระหว่างแม่กับคนหูหนวก แล้วก็ตัวนักเรียนกับครู แล้วก็เป็นการเก็บข้อมูลก่อนที่จะตัดสินใจ ในการซื้อน่ะค่ะ นักเรียนนะคะ นักเรียนกลุ่มนี้สามัคคีดีมาก ทุกคนออกมานําเสนอนะคะ สถานการณ์โทรศัพท์ การใช้ ถ้าสมมุติว่าให้ใช้ แน่นอนเด็กเด็กจะต้องไปทํากฎกติกาในการใช้ถูกไหมคะ เหตุการณ์ที่จะเกิดตามมา เมื่อให้ใช้ นักเรียนจะต้องรู้ว่า เรามีระเบียบในการใช้อย่างไรนะคะ เวลาเท่าไรที่เราให้ใช้นะคะ 2. การใช้ ถ้าให้ใช้ปัญหาที่จะเกิดตามมา แน่นอนเด็ก ๆ ใช้โทรศัพท์ สั่งในแอปพลิเคชันสั่งอาหาร สั่งซื้อของออนไลน์ อันนี้ ปัญหามันจะเกิดขึ้น นักเรียนจะต้องมีวิธีการนะคะ ป้องกันอย่างไร อันนี้ต้องไปคิดต่ออีกทีหนึ่งนะคะ แล้วก็การใช้โทรศัพท์ถ้าให้ใช้ก็จะเป็นประโยชน์กับนักเรียนในเรื่องของการเรียนออนไลน์หรือว่าการใช้สื่อสาร เวลาเราจะคุยกับคนปกติทั่วไป แล้วก็ใช้บริการที่มีล่ามภาษามือ โอเคนะคะ อันนี้คือสิ่งที่เด็ก ๆ ได้วิเคราะห์สถานการณ์ออกมาถูกต้องนะคะ ทีนี้ถ้านักเรียนไม่ให้ใช้โทรศัพท์ สถานการณ์ให้เราไม่ให้ใช้โทรศัพท์ เรามีวิธีการอย่างไรนะคะ เด็ก ๆ บอกว่าถ้าจะติดต่อ ติดต่อผู้ปกครอง อย่างเช่น ถ้าเราไม่มีโทรศัพท์เลย เรามีวิธีการก็คือสามารถไปติดต่อพ่อแม่นะคะ ผ่านตู้ล่ามที่อยู่ใต้อาคาร 2 นะคะ ที่โรงเรียนของเรา มีตู้ล่ามอยู่ เพราะฉะนั้นนักเรียนก็สามารถที่จะใช้เวลาในช่วงที่พักเบรกนะคะ ตอนเที่ยงหรือว่าตอนเย็นหลังเลิกเรียน เราสามารถไปใช้บริการตู้นี้ได้ ไม่จําเป็นจะต้องมีโทรศัพท์นะคะ หรือว่าอาจจะให้คุณครูนะคะ ช่วยโทรศัพท์ไปหาคุณพ่อคุณแม่นะคะ ไม่ว่าจะเป็นคุณครูประจําอยู่หอนอนน่ะค่ะ ตอนเย็น ถ้าเรามีปัญหาอะไรก็คือให้คุณครูช่วยในการสื่อสารกับผู้ปกครองได้นะคะ ปัญหา ทีนี้ปัญหาที่พบถ้าเราไม่มีโทรศัพท์ มันก็จะสืบค้นข้อมูล ถ้าสมมุติว่าเราอยากเรียนเรื่องนี้ คุณครูให้ไปหาข้อมูลนะคะ เราก็ไม่มีโทรศัพท์ในการสืบค้นข้อมูล อันนี้ก็คือเป็นปัญหา ถ้าสมมติว่ามันไม่มีโทรศัพท์นะ ก็ถือว่านักเรียนวิเคราะห์ออกมาได้ดีนะคะ สถิติที่ใช้ ที่จําเป็นมากนะคะ ที่จะต้องเก็บข้อมูลก็คือ ในโรงเรียนของเรามีจํานวนนักเรียนที่ใช้โทรศัพท์ มีโทรศัพท์ใช้กี่คน อันนี้จะต้องมีเลยข้อมูลนะคะ มีเด็กทั้งหมด 180 คน มีโทรศัพท์กี่คนนะคะ เพื่อที่จะเป็นนําข้อมูลตัวนี้ มาวางแผนว่า เด็ก ๆ โทรศัพท์ วิธีการเก็บหรือว่าข้อตกลงในการใช้โทรศัพท์ ก็คือตัวนักเรียนที่มีโทรศัพท์นี่เป็นกลุ่มเป้าหมายที่เราจะต้องสร้างข้อตกลงกฎกติกานะคะ สถิติที่ตามมาก็คือการเก็บนะคะ นักเรียนเคยไหมคะ เราใช้โทรศัพท์ เราจําได้ไหมว่าเดือนหนึ่งเราเติมเงินเท่าไร เราจ่ายค่าอินเทอร์เน็ตไปเท่าไรนะคะ อันนี้ก็ถือว่าเป็น สถิติที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับการใช้โทรศัพท์นะคะ อันนี้เพิ่มเติมให้ โอเค ทั้ง 2 กลุ่มนะคะ จบไปแล้ว เก่งมากนะคะ สถานการณ์ ทุกสิ่งทุกอย่างน่ะ มันอยู่รอบตัวนักเรียนเลยนะคะ เพราะฉะนั้นก็ฝากลูก ๆ นะคะ ให้นําข้อมูลต่าง ๆ นี่ มาช่วยในการตัดสินใจนะคะ ถ้าเรามีการเก็บข้อมูล มันจะทําให้การตัดสินใจของเรานั้น ได้ถูกต้องมากขึ้น โอกาสที่จะเลือกในสิ่งที่ดี ๆ ก็จะมีมากขึ้นนะคะ วันนี้นักเรียนทุกคน ครูปิ๊กขอบคุณมากที่นักเรียนตั้งใจเรียนนะคะ แล้วก็ทํางาน ทํากิจกรรมต่าง ๆ สําเร็จตามวัตถุประสงค์ในวันนี้ที่ครูปิ๊กนี่ตั้งเอาไว้นะคะ ตอนนี้ก็หมดเวลาแล้วนะคะ ขอบคุณพี่ล่ามนะคะ ที่ช่วยล่ามภาษามือให้เด็ก ๆ ได้เข้าใจมากขึ้นนะคะ โอเค ขอบคุณมากค่ะ พบกันใหม่สัปดาห์ต่อไปค่ะ สวัสดีค่ะ [สิ้นสุดการถอดความ]