Accuracy : 96.74%
Insertion : 126
Deletion : 291
Substitution : 52
Correction : 14053
Reference tokens : 14396
Hypothesis tokens : 14231

(อาจารย์จักรพงศ์)ถ้านักเรียนเข้าใจแล้วเริ่มเขียนได้เลยครับมีนักเรียนคนไหนไม่เข้าใจอีกไหมครับมีไหมมีนักเรียนคนไหนไม่เข้าใจสามารถยกมือเดิน.(…)..เดินออกมาถามพี่ล่ามได้เลยครับครับโอเคนักเรียนเขียนมาเลยนะนักเรียนไม่ต้องกลัวว่านักเรียนจะเขียนผิดนักเรียนเขียนมาเลยเขียนมาให้คุณคร-ูด-ูเลยแลเด-ี(-้)-๋ยวคุณครูจะดูเองว่านักเรียนเขียนผิดตรงไหนแล้วคุณครูจะบอกเองว่าคำที่ถูกต้องควรเขียนอย่างไรนะครับนักเรียนไม่ต้องกังวลว่านักเรียนจะเขียนไม่ได้นักเรียนอยากเขียนอะไรให้คุณครูนักเรียนเขียนมาเลยโอเคนะโอเคนักเรียนเขียนเรียบร้อยแล้วนะแล้วทีนี้เดี๋ยวคุณครูจะให้นักเรียนมาฃ(…)มาพูดภาษามือสิ่งที่นักเรียนเขียนลงในสมุดนะครับว่านักเรียนพูดเขียนอะไรสื่อสารอะไรกับคุณครูเดี๋ยวจะให้พี่ล่ามแปลภาษามือให้คุณครูฟังแปลเป็นคำพูดแปล…แปลเป็นคำพูดได้ใช่ไหมครับพูดเสียงเสียงออกมาได้ใช่ไหมครับโอเคครับเดี๋ยวให้คุณครูจะสุ่มนะคุณครูจะสุ่มนักเรียนใช่ใช่ครับออกมาเลยอยู่หน้ากล้องเลยพูดๆ(…)พูดกับพี่ล่ามนะ(ล่าม)ได้ยินไหมคะ(อาจารย์จักรพงศ์)ได้ยินครับไม่ใช่ลูกไม่ใช่ให้พูดภาษามือ-ื(ม)-่-่อสารภาษามือให้บอกพี่ล่ามว่านักเรียนเขียนลงในสมุดว่าอะไรเดี๋ยวๆเดี๋ยวให้คนอื่นก่อนเดี๋ยวมานี่ก่อนเดี๋ยวๆเดี๋ยวให้…เดี๋ยวให้คนอื่นก่อน(ล่าม)สวัสดีค่ะฉันชื่อภาษามือนี้นะคะเลขที่12ค่ะอ๋อเดี๋ยวๆนะคะเกิดวันที่12เดือนธันวาคมค่ะปี...2549ค่ะบ้านเกิดของดิฉันอยู่ที่บ้านเกิดของดิฉันนะคะอยู่ที่อำเภอ...พอดีพอดีมองเห็นไม่ค่อยชัดน่ะค่ะคุณครูบใบไม้สระอ-ิ(-ึ)งงูกไก่สระอาบึงกาฬค่ะบ้านเกิดของดิฉันอยู่ที่บึงกาฬค่ะฉันชอบกินผัดหมูค่ะครอบครัวของดิฉันนะคะมี4คนค่ะมีพ่อแม่พี่ชายน้องก็คือตัวดิฉันนะคะหมดแล้วค่ะขอบคุณค่ะ(อาจารย์จักรพงศ์)โอเคครับขอบคุณครับขอบคุณพี่ล่ามที่ช่วยแปลครับเดี๋ยวกูครูอีกสัก2คนดีกว่าอีกสัก2คนเอา.(…)..ผู้หญิงแล้วเอาผู้ชายบ้างครับผู้ชาย3คนมีใครจะออกมาพูดโอเคให้ผู้หญิงก่อนผู้หญิงขอพูดก่อนเชิญครับเชิญ(ล่าม)สวัสดีค่ะดิฉันชื่อภาษามือนี้นะคะดิฉันเกิดวันที่7เดือนตุลาคมค่ะ2550ค่ะบ้านเกิดของดิฉันนะคะอยู่ที่สเสือกไก่ลลิงสกลนครค่ะดิฉันเรียนอยู่ที่โสตศึกษาจังหวัดอุดรฯค่ะดิฉันชอบกินอะไรคือลูกสีเหลืองน่ะททหารททหารสระ-ุ-๋(-้)อดิฉันชอบทานทุเรียนค่ะขอบคุณค่ะ(อาจารย์จักรพงศ์)โอเคครับเชิญ…เชิญนั่งครับเชิญนั-่งอีกคนนึ-่งอีกคนนึ-่งมีไหมมีไหมเอ้าขอ…ขออาสาสมัครหน่อยครับขออาสาสมัครหน่อยเชิญครับเชิญครับ(ล่าม)สวัสดีครับผมชื่อภาษามือนี้นะครับผมเป็นมีลูกผมเป็นคนครอบครัวผมมีพี่น้อง5...เอ้ยมีทั้งหมด5คนแล้วก็มีพี่น้องทั้งหมด3คนมีพี่ตัวผมแล้วก็น้องครับบ้านเกิดของผมบ้านเกิดของผมอยู่ที่จังหวัดอุดรธานีครับผมชอบกินหมูกระทะครับแล้วก็ต้มเลือดหมูครับแล้วก็ชอบทานเนื้อวัวครับหมดแล้วครับขอบคุณครับ(อาจารย์จักรพงศ์)โอเคครับนักเรียนครับนักเรียนรู้ไหมว่าสิ่งที่นักเรียนเขียนลงในสมุดที่สื่อสารสื่อสารกับคุณครูน่ะมันอาจจะไม่ได้ตรงกันกับพ(ท)-ี่ล่ามนักเรียนพูดกับพี่ล่ามเนื่องจากนักเรียนมีทักษะการเขียนที่ยังเขาเรียกว่าอะไรที่ยังไม่ดีพอเดี๋ยวคุณครูจะสอนทักษะการเขียนนักเรียนที่ภในการเขียนที่ถูกต้องเผื่อนักเรียนเขียนเผื่อนักเรียนเดินทางไปที่ไหนอย่างนี้นักเรียนจะสามารถนักเรียนจะสามารถเขียนสื่อสารกับคนอื่นอื่ๆ(น)ให้เข้าใจได้นะครับมีคนไหนฟังไม่ทันไหมมีคนไหนยังไม่เข้าใจที่คุณครูพูดไหมครับเข้าใจใช่ไหมนักเรียนดูพ-ี-ิ(-่)ล่ามนะนักเรียนไม่ต้องดูคุณครูพูดล(ะ)-้วคุณครูจะพูดเฉยๆส่วนพี่ล่ามจะใช้ภาษามือสื่อสารกับนักเรียนนะครับก็คือสิ่งที่คุณครูให้นักเรียนเขียนลงในสมุดนี่ถ้านักเรียนเรียนจบไปแล้วไปทำงานหรือไม่ได้อยู่ที่โรงเรียนแล้วนักเรียนจะสามารถสื่อสารกับคนที่ไม่รู้จักภาษามือได้อย่างไรนักเรียนก็ต้องเขียนใช่ไหมครับถ้านักเรียนเขียนแล้วนักเรียนจะเขียนอย่างไรให้กับหลายๆคนเข้าใจในสิ่งที่นักเรียนอยากจะสื่อสารกับคนอื่นก่อนอื่นเลยเดี๋ยวเมื่อกี้คุณครูให้นักเรียนทำใบงานไปแล้วเดี๋ยวเราจะมารู้จักความหมายของการเขียนนะครับความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับการเขียนเลยนะนักเรียนการเขียนเป็นการสื่อสารด้วยอักษรถ่ายทอดความรู้ความคิดอารมณ์ความรู้สึกประสบการณ์ของผู้เขียนไปสู่ผู้อ่านนะครับทักษะการเขียนเป็นทักษะที่เป็นทั้งศิลป์และศาสตร์กล่าวคือการเขียนต้องใช้ภาษาที่ไพเราะปรา(ะ)ณีตสื่อได้ทั้งอารมณ์ความคิดความรู้ต้องใช้ศิลปะที่กล่าวว่าที่กล่าวว่าเป็นศาสตร์นั้นก็เพราะว่าการเขียนทุกชนิดจะต้องประกอบด้วยความรู้หลักการและวิธีการนะครับต่อไปเรามาดูความสำคัญของการเขียนบ้างนะครับนักเรียนรู้หรือเปล่าว่าความสำคัญของการเขียนน่ะมันสำคัญอย่างไรก็อย่างที่คุณครูเคยพูดกับนักเรียนเอ(ร่)วๆไว้แล้วว่าสมมุติว่าถ้านักเรียนจบม.6ไปหรือนักเรียนไปทำงานที่อื่นหรือนักเรียนไม่ได้อยู่ที่นี่แล้วเวลานักเรียนจะสื่อสารกับคนที่ไม่รู้จักภาษามือนักเรียนจะต้องเขียนสื่อสารนี่เป็นสิ่งที่สำคัญเลยว่านักเรียนจะต้องเขียนให้ถูกต้องนักเรียนจะต้องรู้ว่าคำที่นักเรียนจะสื่อสารนี่มันเขียนอย่างไรเขียนถูกหรือเปล่าตัวสะกดตัวอักษรพยัญชนะวรรณยุกต์ตัวสะกดทุกอย่างถูกต้องไหมถ้านักเรียนเขียนผิดนิดเดียวมันก็จะเป็นความหมายอื่นแล้วและนักเรียนก็จะไม่สามารถสื่อสารกับคนอื่นๆได้เลยนอกจากคนที่ใช้ภาษามือด้วยกันเองอย่างเช่นคุณครูเองคุณครูยังไม่รู้จักภาษามือครูไม่รู้เลยว่านักเรียนจะสื่อสารอะไรกับครูคุณครูรู้แค่เล็กๆน้อยๆนิดหน่อยแต่นักเรียนพอจะสื่อสารกับคุณครูเป็นประโยคยาวๆเป็นความหมายยาวๆนักเรียนไม่สามารถสื่อสารกับคุณครูได้และอีกอย่างนักเรียนก็ไม่สามารถที่จะเขียนสื่อสารกับคุณครูได้เช่นกันเพราะว่านักเรียนยังไม่รู้ว่าคำศัพท์หรือสิ่งที่นักเรียนจะสื่อสารมันเขียนว่าอะไรอย่างเช่นเมื่อกี้มีนักเรียน1คนเข้ามาถามคุณครูว่าจังหวัดสกลนครเขียนอย่างไรซึ่งคุณครูก็ให้นักเรียนเขียนให้ดูก่อนว่านักเรียนน่ะเขียนเขียนอย่างไรซึ่งก็สลับพยัญชนะกันนี่เป็นการเขียนที่นักเรียนยังขาดทักษะการเขียนที่ถูกต้องอยู่เพราะฉะนั้นเดี๋ยวชั่วโมงการเขียนของคุณครูก็จะใช้เวลาการสอนตรงนี้มากหน่อยวันนี้เราก็จะมารู้เกี่ยวกับความหมายและความสำคัญของการเขียนแล้วก็จุดมุ่งหมายแล้วก็มารยาทในการเขียนไปก่อนเดี๋ยวในคาบชั่วโมงหน้าคุณครูจะมาสอนเจาะจงว่าการเขียนมีกี่รูปแบบแล้วก็แต่ละรูปแบบจะต้องเขียนอย่างไรเพื่อที่จะให้นักเรียนได้เขียนสื่อสารกับหลายๆคนที่ไม่รู้จักภาษามือได้เข้าใจไม่ว่าจะเป็นพ่อแม่พี่น้องของนักเรียนที่อยู่ตามบ้านที่อยู่ที่บ้านของนักเรียนเองบางทีคุณพ่อคุณแม่ของนักเรียนก็ยังไม่รู้จักภาษามือว่านักเรียนจะสื่อสารอย่างไรนักเรียนก็ต้องเขียนเขียนสื่อสารกับคุณพ่อคุณแม่ให้เข้าใจโอเคไหมครับสิ่งที่คุณครูพูดนักเรียนเข้าใจนะถ้านักเรียนเข้าใจแล้วเดี๋ยวมีใครอยากจะไปเข้าห้องน้ำไหมครับตอนนี้เดี๋ยวคุณครูจะเบรกให้สัก10นาทีโอเคครับถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวคุณครูเบรกให้นักเรียน10นาทีไปเข้าห้องน้ำนะแล้วก็เห(ผ)-ื-่อน-ักเรียนจะไปดื่มน้ำเดี๋ยวขอพักสัก10นาทีนะครับพี-่ล่ามโอเคครับโอเคนะเดี๋ยวเราเดี๋ยวเรามาต่อกันด้วยความสำคัญของการเขียนนะนักเรียนเวลาคุณครูพูดนักเรียนดูพี่ล่ามนะครับนักเรียนดูพ-ี่ล่ามนะนักเรียนไม่ต้องดูครูนะเพราะว่าพี่ล่ามจะสื่อสารด้วยภาษามือให้นักเรียนเข้าใจเพราะว่าคุณครูจะจับไมค์คุณครูจะไม่ได้ใช้ภาษามือให้นักเรียนเลยโอเคนะครับความสำคัญของการเขียนนะครับการเขียนมีความสำคัญสำหรับมนุษย์ยิ่งโลกมนุษย์ในปัจจุบันมีความเจริญก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็วการเขียนก็ยิ่งทวีความสำคัญมากขึ้นตามไปด้วยซึ่งสามารถสรุปความสำคัญของการเขียนได้ดังนี้1.การเขียนเป็นการสื่อสารอย่างหนึ่ง2.การเขียนเป็นการแสดงออกซึ่งภูมิปัญญาของมนุษย์3.การเขียนเป็นเครื่องมือถ่ายทอดมรดกทางสติปัญญา4.การเขียนเป็นเครื่องมือสร้างความสามัคคีและความเจริญรุ่งเรืองในทางตรงกันข้ามการเขียนก็เป็นเครื่องบ่อนทำลายได้เช่นกันนะครับถ้านักเรียนถ้านักเรียนเขียนสื่อสารในทางที่ดีมันก็จะเกิดเรื่องดีๆกับตัวนักเรียนเองแต่ถ้าเมื่อไหร่เวลานักเรียนไปเขียนเขียนด่าคนนู้นเขียนด่าคนนี้มันจะทำให้เกิดผลเสียกับตัวนักเรียนเองนะครับต่อมานะครับเป็นจุดมุ่งหมายของการเขียนนะจุดมุ่งหมายของการเขียนนะครับการเขียนจะบรรลุตามวัตถุประสงค์หรือไม่นั้นสิ่งสำคัญอย่างหนึ่งคือการเขียนต้องมีจุดมุ่งหมายซึ่งจำ.(…)..ซึ่งสามารถจำแนกได้ดังนี้1.การเขียนเพื่อการเล่าเรื่องก็คือเป็นการนำเรื่องราวที่สำคัญมาถ่ายทอดเป็น.(…)..เป็นข้อเขียนเช่นการเขียนเล่าประวัติที่คุณครูให้นักเรียนเขียนประวัติส่วนตัวของนักเรียนเองนะครับว่านักเรียนเกิดวันที่เท่าไรนักเรียนชอบกินอะไรนักเรียนไม่ชอบกินอะไรแล้วก็บ้านนักเรียนอยู่ที่ไหนนักเรียนเป็นคนจังหวัดอะไรให้นักเรียนนักเรียนก็เขียนรายละเอียดแล้วก็มาสื่อสารเป็นภาษามือให้กับพี่ล่ามเพื่อท-ี่จะพ-ี-่ล-่ามจะแปลให้คุณครูฟังเมื่อ...ที่ผ่านมาเมื่อกี้เองนี่แหละก็คือการเขียนเล่าประวัติของนักเรียนเองส่วนนักเรียนจะเขียนถูกต้องหรือไม่ถูกต้องนั้นคุณครูไม่.(…)..ไม่สนใจตรงนั้นเพราะว่ามันขึ้นอยู่ที่ว่านักเรียนตั้งใจที่จะเขียนสื่อสารให้กับคุณครูมากน้อยแค่ไหนคุณครูไม่คุณครูไม่สนใจว่านักเรียนจะเขียนมาให้ครูว่าคำมันจะสลับกันคำจะมัน.(…)..มันจะแบบไม่ถูกต้องเดี๋ยวเรื่องนั้นเดี๋ยวคุณครูค่อยๆสอนนักเรียนไปเดี๋ยวนักเรียนก็จะได้เองนักเรียนไม่ต้องกลัวนะครับนักเรียนไม่ต้องกลัวที่นักเรียนจะเขียนสื่อสารออกมานักเรียนไม่ต้องกลัวว่าคนอื่นจะอ่านไม่เข้าใจนักเรียนไม่ต้องกลัวว่าคนอื่นจะไม่รู้เรื่องนักเรียนเขียนออกมาเลยครับเขียนออกมาเลยอยากสื่อสารอะไรนักเรียนเขียนออกมาแล้วถ้านักเรียนไม่มั่นใจว่านักเรียนเขียนถูกหรือเขียนผิดให้นักเรียนมาถามคุณครูได้คุณครูยินดีพร้อมตอบนักเรียนได้ตลอดเวลาไม่ว่านักเรียนจะเจอคุณครูอยู่ตรงไหนอยู่ในโรงเรียนนักเรียนเขียนแล้วนักเรียนเอาไปถามคุณครูได้ตลอดเวลาเลยนะครับคุณครูยินดีที่จะช่วยเหลือนักเรียนอย่างเช่นนักเรียนจะสื่อสารกับคนนี้นักเรียนเขียนมาปุ๊บอย่างนี้นักเรียนไม่มั่นใจว่านักเรียนสะกดท(ค)-ำถูกหรือผิดนักเรียนมาถามคุณครูได้เลยคุณครูพร้อมที่จะแนะนำพร้อมที่จะบอกนักเรียนว่าสิ่งที่ถูกต้องคืออะไรนักเรียนไม่ต้องอายนักเรียนไม่ต้องอายนะครับนี่ไม่ใช่จุดบกพร่องของตัวนักเรียนการศึกษาสามารถเรียนรู้กันไปเรื่อยๆครับสำหรับข้อที่2เป็นการเขียนเพื่ออธิบายเป็นการเขียนเพื่อชี้แจงอธิบายวิธีใช้วิธีทำขั้นตอนการทำเช่นอธิบายการใช้เครื่องมือต่างๆหรือเป็นการทำอาหารนักเรียนเคยดูรายการทำอาหารไหมครับรายการทำอาหารเขาจะเขียนอธิบายขั้นตอนวิธีทำหรือไม่นักเรียนเคยซื้อเคยซื้อบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปไหมมาม่านักเรียนนักเรียนเคยซื้อมาม่ามาไหมครับมาม่านะในซองมาม่านักเรียนเคยอ่านไหมนักเรียนเคยอ่านไหมมันจะมีวิธี.(…)..วิธีเขาเรียกว่าอะไรวิธีปรุงวิธีประกอบอาหารของ.(…)..ของมาม่าว่าต้องทำ-่-ั(า)งไงอ(รน)-่ะลำดับแรกฉ-ั(-ี)กซองลำดับที่2ทำอะไรต้มน้ำอย่างนี้นะครับก็คือมันจะเป็นการเขียนอธิบายให้ละเอียดว่า1.ทำอะไร2.ทำอย่างไรอะไรประมาณนี้น่ะครับผมข้อที่3นะครับการเขียนเพื่อแสดงความคิดเห็นการเขียนเพื่อแสดงความคิดเห็นนี่เป็นการเขียนเพื่อวิเคราะห์วิจารณ์แนะนำหรือแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องใดเรื่องหนึ่งก็อย่างเช่นนะครับก็คุณครูอาจจะให้หัวข้อนักเรียนเขียนแสดงความคิดเห็นว่าการนอนดึกจะทำให้จะทำให้หน้าตาไม่สดใสแล้วก็นี่ๆๆคือหัวข้อนะแล้วก็นักเรียนจะ(ก็)แสดงความคิดเห็นเขียนเขียนแสดงความคิดเห็นระ(อก)มาว่าการนอนดึกนี่มัน…มันเป็นสาเหตุอะไรทำให้หน้าตาของเราถึงไม่สดใสเกิดจากอะไรอะไรประมาณนี้ครับก็คือเขียนแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับหัวข้อเกี่ยวกับเรื่องที่คุณครูให้นักเรียนเข้าใจไหมครับนักเรียนนักเรียนเข้าใจไหมครับนักเรียนเข้าใจที่คุณครูพูดไหมครับนักเรียนดูพี่ล่ามนะนักเรียนไม่ต้องดูคุณครูนะนักเรียนดูพี่ล่ามนะโอเคไหมโอเคไหมเข้าใจนะโอเคต่อมาข้อที่4นะข้อที่4การเขียนเพื่อโน้มน้าวใจเขียนอย่างไรเพื่อโน้มน้าวใจก็คือเขียนโดยมีจุดประสงค์ที่จะชักจูงโน้มน้าวใจผู้อ่านยอมรับในสิ่งที่ผู้เขียนเสนอถ้าพูด.(…)..ถ้าพูดถึงภาษาพูดก็คือสื่อสารด้วยโฆษณาต่างๆไม่ว่าจะเป็นสื่อสิ่งพิมพ์ที่ใบปลิวที่เขาเขียนว่าวันนี้ลดราคสิน-้50เปอร์เซ็นต์เป็นอย่างไรครับนักเรียนอยากซื้อไหมลด50เปอร์เซ็นต์จาก100บาทขายอยู่50บาทอย่าเ(ง)นี-่(-้)มีเวลาแค่วันนี้วันสุดท้ายแล้วนะซึ่งนักเรียนอยากจะได้สินค้านั้นอยู่แล้ว-้วยคนปกติอยาก....อยากจะซื้อสินค้าที่มันลดราคาอยู่แล้วจากราคาเต็มลดมาเหลืออยู่ครึ่งหนึ่งอย่างนี้ครูเชื่อได้เลยว่าถ้าเกิดว่าร้านร้านสหกรณ์โรงเรียนของเราขายขนมจากราคาปกติวันนี้ลดราคาทุกๆอย่างเลยขนมทุกชนิดลดราคา50เปอร์เซ็นต์จากถุงละ20บาทเหลือถุงละ10บาทอย่างนี้ครูเชื่อได้เลยว่าขนมสหกรณ์จะหมดเกลี้ยงเลยใช่ไหมใช่ไหมเพราะว่านักเรียนของเราชอบกินขนมมากนะคต่อ(ร)-ัา(บ)ต่อไปข้อที่5นะข้อที่5การเขียนเพื่อธุรกิจเพื่อกิจธุระคุณครู…คุณครูพูดผิดนะครับการเขียนเพื่อกิจธุระเป็นการเขียนที่ผู้เขียนมีจุดประสงค์อย่างใดอย่างหนึ่งการเขียนชนิดนี้จะมีรูปแบบการเขียนลักษณะการใช้ภาษาที่แตกต่างกันไปตามประเภทของการเขียนนะต่อไปนะครับเราจะมาเรียนรู้เรื่องมารยาทในการเขียนนักเรียนจะเขียนอย่างไรเขียนไม่ให้กระทบต่อบุคคลอื่นเพื่อ.(…)..เพื่อไม่ให้บุคคลอื่นเสียความรู้สึกในสิ่งที่นักเรียนเขียนสื่อสารในตรงนั้นไปว่าเขาจะได้ให้เวลานักเรียนเขียนอะไรอย่างนี้นักเรียนให้เขียนให้มันมีถ้อยคำที่สุภาพหลีกเลี่ยงคำหยาบนะครับข้อที่1ก็คือใช้ถ้อยคำสุภาพไพเราะหลีกเลี่ยงคำหยาบไม่ใช้อารมณ์ความรู้สึกส่วนตนหรืออคติอคติก็คือสิ่งที่นักเรียนรู้สึกไม่ดีอย่างเช่นนักเรียนจะเขียนเขียนข้อความสื่อความในใจถึง.(…)..ถึงครูนักเรียนซึ่งนักเรียนไม่ชอบคุณครูเลยนักเรียนมีอคติรู้สึกไม่ดีกับคุณครูเวลานักเรียนเขียนอะไรมาให้กับคุณครูน่ะนักเรียนจะต้องลบปก(อค)ติทุกอย่างลบความรู้สึกที่ไม่ดีกับคุณครูแล้วเขียนออกมาให้ดีที่สุดไม่ว่านักเรียนจะไปเขียนกับเพื่อนเขียนจดหมายไปถึงเพื่อนอย่างนี้นักเรียนจะเขียนจดหมายด่าเพื่อนได้ไหมไม่ได้นะครับไม่สุภาพนะครับการเขียนจะต้องมีถ้อยคำที่สุภาพนักเรียนจะเขียนแบบไม่สุภาพไม่ได้แล้วก็การเขียนอีกอย่างนึ-่งนะครับมันซึ่งมัน.(…)..คุณครูจะบอกว่าการเขียนกับการสื่อสารด้วยภาษามือของนักเรียนน่ะบางทีการเขียนผู้อ่านผู้อ่านอาจจะไม่ได้รับรู้ถึงความรู้สึกอารมณ์ของเวลาที่นักเรียนจะเขียนสื่อสารไปสู้….จะสู้กับที่นักเรียนสื่อสารภาษามือไม่ได้เพราะว่าการสื่อสารภาษามือเราเราจะใช้เราจะใช้ท่าทางประกอบแ(จ)ะทำให-้ผู้…ผู-้ผู้ดูภาษามือสื่อสารน่ะที่…ที่รับส-ื่อสารภาษามือของนักเรียนน่ะจะเข้าใจดีกว่าการที่นักเรียนสื่อสารด้วยการเขียนนักเรียนเพราะฉะนั้นนักเรียนจะต้องใช้ถ้อยคำในการเขียนที่สุภาพหลีกเลี่ยงคำหยาบนะครับข้อที่2เขียนข้อความหรืองานเขียนที่เป็นจริงได้ศึกษาค้นคว้าและตรวจสอบว่าถูกต้องแล้วถ้าเป็นเรื่องส่วนตัวต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าของเสียก่อนอย่างเช่นถ้านักเรียนจะเขียนเรื่องราวของ.(…)..ของเพื่อนไม่เอาเพื่อน-้ะ(ว)คุณครูจะยกตัวอย่างคุณครูจะยกตัวอย่างนะครับว่าสมมุติว่านักเรียนจะเขียนบทความจะเขียนข้อความน-ี-่เขียน…จะเขียน…จะเขียนประวัติของคุณครูจะเขียนบอกบอกเพื่อนว่าคุณครูชื่อจักรพงศ์นะบ้านอยู่ที่นี่ที่นี่คุณครูชอบกินนี้ๆๆนักเรียนก่อนที่จะเขียนข้อมูลคุณครูนักเรียนจะต้องให้คุณครูอ่านก่อนหรือรับรู้ก่อนนะว่านักเรียนเขียนสื่สารอะไรเกี่ยวกับคุณครูเพื่อที่จะให้คุณครูดูก่อนว่าสิ่งที่นักเรียนเขียนไปนั้นถูกต้องหรือไม่นักเรียนเขียนผ(บ)-ิดบิดเบือนความจริงหรือเปล่าประมาณนั้นนะครับต่อไปข้อที่3นะครับเขียนให้ถูกต้องตามอักขระวิธีใช้สระพยัญชนะและวรรณยุกต์ให้ถูกต้องใช้ถ้อยคำที่เหมาะสมกับเนื้อหากาลเทศะและสถานะบุคคลข้อนี้สำคัญมากๆเลยที่คุณครูพูดนั่นแหละครับที่ว่านักเรียนจะต้องเขียนอย่างไรเขียนให้ถูกต้องการที่นักเรียนจะเขียนให้ถูกต้องนักเรียนจะต้องไม่ต้องกลัวนักเรียนจะต้องลบคำว่า"กลัว"ออกจากนักเรียนไปนักเรียนให้กล้าที่จะเขียนออกมานักเรียนไม่ต้องกลัวว่านักเรียนจะเขียนผิดถ้านักเรียนกลัวนักเรียนไม่มั่นใจนักเรียนมาถามคุณครูคุณครูทุกคนสามารถแนะนำให้นักเรียนได้หมดเลยว่าจะเขียนอย่างไรให้ถูกต้องตามอักขรวิธีไม่ใช่ว่าพยัญชนะอยู่ตรงนี้สระอยู่ตรงอีกทางหนึ่งและตัวสะกดอยูด้วย(-่)อีกทางหนึ่งมันไม่สามารถที่จะอ่านเป็นคำได้อย่างนี้ครับนักเรียนถามคุณครูได้เลยคุณครูทุกคนพร้อมที่จะแนะนำนักเรียนข้อที่4นะครับเขียนสิ่งที่มีคุณค่าอันก่อให้เกิดความสุขให้เกิดความสงบสุขแก่คนในสังคมและประเทศชาติทำให้เกิดองค์ความรู้ใหม่ที่มีต่อก-ัน(าร)พัฒนาประเทศชาตินะครับต่อไปข้อสุดท้ายข้อที่5ก็คือการไม่คัดลอกงานเขียนของผู้อื่นโดยอ้างว่าเป็นผลงานของตัวเองเมื่อยกข้อความหรืองานเขียนของคนอื่นมาประกอบแต(จะ)-่ต้องให้เกียรติเจ้าของงานด้วยโดยการเขียนอ้างอิงที่มาของเรื่องและชื่อผู้เขียนทุกครั้งอย่างเช่นนักเรียนจะเอาผลงานของคุณครูมาพูดถึงในงานเขียนของนักเรียนนักเรียนจะต้องอ้างชื่อคุณครูด้วยว่าชื่อเรื่องคนนี-่(-้)ชื่อเรื่อง"การเป็นเด็กดี"ผู้เขียนเรื่องนี้คือคุณครูจักรพงษ(ศ)-์อย่างนี้นักเรียนจะต้องอ้างอิงชื่อครูเสมอเพราะว่าเนื่องจากเรื่องที่การเป็นเด็กดีนี่คุณครูเป็นคนเขียนเรื่องนี้ขึ้นมาเวลานักเรียนจะอ้างอิงหรือพูดถึงเรื่องนี้น่ะนักเรียนจะต้องให้เกียรติผู้เขียนด้วยนั่นก็คือคุณครูเองโอเคครับโอเควันนี้เรามาเรียนเรื่องความหมายของการเขียนเราเข้าใจความหมายของการเขียนเรียบร้อยแล้วเดี๋ยวในชั่วโมงหน้านะครับเดี๋ยวคุณครูเดี๋ยวเราจะมาทบทวนการเขียนเล็กน้อยแล้วก็จะมาเจาะจงประเภทของการเขียนแล้วก็เดี๋ยวจะมีใบงานให้นักเรียนทำในชั่วโมงหน้าสำหรับวันนี้คุณครูก็จบการสอนเพียงเท่านี้ขอบคุณพี่ล่ามมากๆนะครับครับขอบคุณครับเดี๋ยวมีต่ออีกทีตอน10โมงนะครับเอ้ย10โมงครึ่งครับ10โมงครึ่ง[สิ้นสุดการถอดความ]

More information
- compare(ans and test) :
- ans: file reference
- test: file test
- export datetime : 2023-12-17 15:35:12
- exported from : Accuracy Worker
- version :develop
- lib :character
- your normalize config
-IsFilter :true
-ToLower :true
-ToArabicNumber :true
-WordToNumber :true
-OrderAndSimilar :true
-ListRemove :
- alignment method :Hirschberg
- score weight :{"Match":5,"Mismatch":-1,"PartialMatch":2,"GapPenalty":-1}