(อาจารย์จักรพงศ์) หากนักเรียนไม่เข้าใจอย่างไร นักเรียนเดินมาที่กล้อง แล้วถามพี่ล่ามได้เลย โอเคไหมครับ ดูพี่ล่ามนะ ดูพี่ล่าม โอเคครับ ก่อนที่นักเรียนจะมาเรียนการเขียนกับคุณครู เดี๋ยวคุณครูจะให้นักเรียนเขียนประวัติส่วนตัวของนักเรียน เขียนประวัติส่วนตัวของนักเรียนก่อน ว่าประวัติของฉันนี่ นักเรียนให้เขียนบรรยายลงในสมุดของนักเรียน เดี๋ยว ๆ คุณครู… เดี๋ยวคุณครูจะให้เขียนในกระดาษ คุณครูจะแจกกระดาษให้นะครับ เดี๋ยวรอสักครู่ ตอนนี้เสียงไมค์มันดัง โอเคครับ เดี๋ยวคุณครูจะให้นักเรียนเขียนประวัติ เรื่องราวของนักเรียน ประวัติส่วนตัวของนักเรียน โดยให้นักเรียนเขียนหัวข้อ ประวัติของฉัน นักเรียนดูพี่ล่ามครับ นักเรียนไม่ต้องดูครูครับ นักเรียนดูพี่ล่าม พี่ล่ามจะใช้ภาษามือสื่อสารกับนักเรียน ว่านักเรียนจะต้องทำอะไรนะครับ โดยจะให้นักเรียนเขียนหัวข้อลงบนกระดาษที่คุณครูแจกให้นะ ว่าประวัติของนักเรียน นักเรียนเข้าใจไหม นักเรียนเข้าใจที่คุณครูพูดไหมครับ เข้าใจไหม ถ้านักเรียนเข้าใจแล้วเดี๋ยว ให้เวลานักเรียนทำสิบนาทีในการเขียนประวัติให้คุณครูนะครับ นักเรียนครับ นักเรียนดูพี่ล่ามแป๊บหนึ่งนะ ถ้าเกิดว่านักเรียนเขียนแนะนำตัวของนักเรียนแล้ว ประวัติส่วนตัวของนักเรียนเสร็จนะ เดี๋ยวคุณครูจะให้นักเรียนมาสื่อสารเป็นภาษามือให้กับพี่ล่าม แล้วก็ให้พี่ล่ามได้แปล เป็นคำพูดให้คุณครูได้เข้าใจนะ โอเคนะครับ นักเรียนจะเขียนนะ เขียนมาก เขียนเยอะเท่าไรก็ได้ นักเรียนเขียนไปเลย ประวัติของนักเรียนนะครับ นักเรียนครับ นักเรียน นักเรียนดูพี่ล่ามแป๊บหนึ่งนะ นักเรียนเขียน นักเรียนเขียนไปเลยนะ นักเรียนเขียนไปเลย นักเรียนไม่ต้องกลัวว่านักเรียนจะเขียนผิด นักเรียนไม่ต้องกลัวว่านักเรียนจะเขียนไม่ถูกต้อง นักเรียนเขียนมาเลยครับ นักเรียนจะสะกดผิดสะกดถูกอย่างไร นักเรียนเขียนมาให้คุณครูเลย เดี๋ยวคุณครูจะรู้เองว่านักเรียนเขียนผิดอย่างไร แล้วคุณครูจะช่วยแนะนำ แล้วจะช่วยสอนนักเรียนว่า คำที่ถูกต้องเขียนอย่างไร นักเรียนไม่ต้องกลัว นักเรียนไม่ต้องกังวลใด ๆ ทั้งสิ้นเลย เขียนมาเลยครับ ผิดครู ถ้าผิด คุณครูไม่ด่า ไม่ว่านักเรียน แต่คุณครูจะช่วยแนะนำนักเรียนว่าคำที่ถูกต้องเขียนอย่างไร โอเคไหม โอเคนะ โอเคนะครับ นักเรียนเขียน เขียนประวัติคร่าว ๆ ให้คุณครูฟังแล้วนะว่านักเรียนชอบกินอะไร นักเรียนไม่ชอบอะไร บ้านนักเรียนอยู่ที่ไหน เกิดวันที่เท่าไร แล้วทีนี้ เดี๋ยวคุณครูจะให้นักเรียนเดินมาหาพี่ล่ามนะครับ เดินมาหาพี่ล่าม สื่อสารภาษามือกับพี่ล่าม แล้วก็ให้พี่ล่าม แปลภาษามือให้คุณครูฟัง โอเคนะครับ โอเคนะเริ่ม เริ่มคนที่หนึ่ง เดี๋ยวอุ๊บอิ๊บนะ อุ๊บอิ๊บ อุ๊บอิ๊บ เชิญก่อนครับ เชิญก่อน โอเค โอเค กาก้าก่อนครับ (ล่าม) ฮัลโหลครับ อาจารย์ได้ยินไหมครับ (อาจารย์จักรพงศ์) อาจารย์ได้ยินไหมครับ ได้ยินครับ ได้ยินครับ (ล่าม) โอเคครับผม อาจารย์ครับ เดี๋ยวขอเปลี่ยนเป็น 2 จอนะครับ จะได้เห็นภาษามือใหญ่ขึ้น (อาจารย์จักรพงศ์) อะไรนะครับ (ล่าม) เดี๋ยวผมขอเปลี่ยนเป็นสองจอนะครับ จะได้เห็นภาษามือใหญ่ขึ้นครับ (อาจารย์จักรพงศ์) ผมไม่ค่อยได้ยินครับ (ล่าม) อ๋อ อาจารย์สามารถเปลี่ยนเป็นสอง… โอเคครับ ได้แล้วครับ สวัสดีครับ อ๋อ แนะนำตัวนะครับ ก็จะมีชื่อของผมนะครับ ตอนนี้กำลังสะกดชื่อนะครับ แล้วก็สะกดนามสกุลครับ ที่ผมเขียนนะครับ ก็จะมีชื่อและนามสกุลครับ แล้วก็บ้านเกิดอยู่ที่จังหวัดเพชรบุรีครับ ตอนนี้กำลังสะกดเพชรบุรีนะครับ ชอบกินหมูครับ ขอบคุณครับ (อาจารย์จักรพงศ์) คนต่อไปเลยครับ (ล่าม) สวัสดีค่ะ สำหรับหัวข้อการแนะนำตัวนะคะ ก็จะมีสะกดนะคะ นันทิพร แล้วก็สะกดนามสกุลนะคะ บ้านเกิดเป็นคน บ้านเกิดเป็นคนสกลนะคะ ตอนนี้กำลังสะกดจังหวัดนะคะ ก็คือสกลนคร ส เสือ ก ไก่ ล ลิง ค ควาย ร เรือ แล้วก็อำเภอโกสุมพิสัยเหรอ แล้วก็สะกดอำเภอครับ ชอบอาหารนะครับ อันแรกคือ ส้มตำปู ส้มตำปูค่ะ อาหารอย่างที่ 2 คือ ก๋วยเตี๋ยว อย่างที่ 3 ทุเรียน แล้วก็ผลไม้ที่ชอบนะคะ คือลำไย มะม่วง ผัดมาม่า ชอบอาหารนะครับ ผัดมาม่า หมดแล้วค่ะ (อาจารย์จักรพงศ์) โอเคครับ ขอบคุณครับ คนต่อไปเลยครับ (ล่าม) ขอบคุณค่ะ (อาจารย์จักรพงศ์) คนต่อไปเลยครับ (ล่าม) สวัสดีค่ะ ก็สะกดชื่อและนามสกุลนะคะ บ้านเป็นคนหนองคายค่ะ แล้วก็เมื่อกี้ สะกดอำเภอนะคะ อาหารที่ชอบ ทุเรียนค่ะ มะม่วงค่ะ หมูกระทะค่ะ ก๋วยเตี๋ยวค่ะ ส้มตำปู มาม่า องุ่น มะพร้าว ลำไย มังคุด ไก่ทอด หมูชาบูค่ะ หมดแล้วค่ะ ขอบคุณค่ะ (อาจารย์จักรพงศ์) ครับ ชอบเยอะนะ โอเคครับ คนต่อไปเลยครับ (ล่าม) สวัสดีค่ะ แนะนำตัวนะคะ ชื่อและนามสกุล ตอนนี้กำลังสะกดชื่อและนามสกุลนะคะ บ้านเกิดเป็นคนชุมพรค่ะ อันนี้สะกดอำเภอค่ะ ชอบชาบูค่ะ ชอบหมูกระทะค่ะ มะม่วง ทุเรียน องุ่น ทอด หมดแล้วค่ะ ขอบคุณค่ะ (อาจารย์จักรพงศ์) ครับ ขอบคุณครับ เชิญคนต่อไปเลยครับ (ล่าม) สวัสดีค่ะ ชอบกินหมู ชอบกินมาม่า หมูกระทะค่ะ หมูกระทะ วัวค่ะ เนื้อวัว มีแค่นี้ค่ะ มีน้อย ขอบคุณค่ะ สวัสดีค่ะ แนะนำตัวนะคะ ตอนนี้กำลังสะกดชื่อค่ะ แล้วก็สะกดนามสกุล ชื่อวาสนาค่ะ เมื่อสักครู่ครับ อาจารย์น้องสะกดครับ แต่ว่าน้องไม่ได้ทำภาษามือเลยครับ เป็นสะกดตามกระดาษหมดเลยครับ (อาจารย์จักรพงศ์) อ๋อ โอเคครับ โอเคครับ นักเรียนรู้ไหมครับ ว่าทำไมคุณครูถึงให้นักเรียนเขียนประวัติส่วนตัวของนักเรียนให้คุณครู เพราะว่าเดี๋ยวคุณครูจะเก็บใบที่นักเรียนเขียนนี่ เอาไปอ่านดูว่าทักษะการเขียนของนักเรียน มีมากน้อยแค่ไหน แล้วทำไมถึงให้เขียนอีกหนึ่งประเด็นก็คือ เวลาที่นักเรียนไม่ได้อยู่ที่นี่ หรือนักเรียนเรียนจบไปแล้ว นักเรียนมีงานทำ หรือนักเรียนอยู่ที่บ้าน นักเรียนจะสื่อสารกับคนที่ใช้ภาษามือไม่เป็น นักเรียนจะต้องใช้ภาษาเขียน และนักเรียนจะต้องเขียนให้ถูกต้อง เพื่อที่จะสื่อสารกับคนที่ใช้ภาษามือไม่เป็นนะครับ นี่คือความสำคัญของภาษาเขียนของการเขียนเลยนะครับ เขียนอย่างไร เขียนให้ถูก สะกดพยัญชนะ สะกด ตัวสะกด วรรณยุกต์ สระทุกอย่าง นักเรียนจะต้องเขียนให้ถูกต้อง นี่คือความสำคัญของการเขียน เอาล่ะครับ เดี๋ยวลำดับแรกเราจะมาดูความหมายของการเขียน ขึ้นสไลด์โอเคนะครับ เดี๋ยวเรามา ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับการเขียนนะ การเขียนคืออะไร นักเรียน นักเรียนดูพี่ล่ามนะครับ การเขียนก็คือการสื่อสารด้วยอักษร เป็นการถ่ายทอดความรู้ ความคิด อารมณ์ ความรู้สึกนะครับ ประสบการณ์ของผู้เขียนไปสู่ผู้อ่าน ทักษะการเขียนเป็นทักษะ ที่ต้องใช้ศาสตร์และศิลป์ในการเขียน ที่กล่าวว่าเป็นศาสตร์และศิลป์ในการเขียนนั้น ก็เพราะว่าจะต้องประกอบด้วย ความรู้ หลักการและวิธีการครับ ความสำคัญของการเขียนนะ คุณครูก็ได้พูดความสำคัญของการเขียนไปแล้ว ว่าความสำคัญของการเขียนน่ะ มันเป็นอย่างไร เพราะว่าการเขียนน่ะมันมีความสำคัญกับคนทุกคนเลย มนุษย์ในโลกทั้งหมดเลย มีความสำคัญมากในการสื่อสาร เพราะว่าหลายคนเลยนะคะ เพราะว่าเขาจะใช้ภาษามือไม่เป็นเหมือนกับนักเรียน นักเรียนจะไม่สามารถที่จะใช้ภาษามือสื่อสารกับคนที่ไม่รู้จักภาษามือได้ เพราะฉะนั้น เพราะว่าการเจริญก้าวหน้าของ… ของ… ของโลกในปัจจุบันนี่ ก้าวหน้าไปมากเลย การสื่อสารไม่ว่าจะเป็นคำอะไรทุกอย่าง มีการประดิษฐ์คำพูด มีการประดิษฐ์ภาษามือขึ้นมาใหม่ก็มีครับผม เพราะฉะนั้นนี่การเขียนนี่เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดเลยของ… ของนักเรียนนะ การเขียนเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดเลย เพราะว่านักเรียนจะต้องสื่อสารกับคนหลาย ๆ คนให้เข้าใจด้วยการเขียน ก็อย่างที่คุณครูพูดว่าการเขียนสำคัญมาก นักเรียนจะต้องสะกดให้ถูกต้อง พยัญชนะ สระ ตัวสะกด วรรณยุกต์ทุกอย่างจะต้องให้เขียนให้ถูกต้อง เพื่อที่จะให้คนอ่าน สิ่งที่เราเขียนไปน่ะ เข้าใจ เมื่อกี้ปัญหาของนักเรียนคืออะไร ปัญหาของนักเรียนคือการเขียนไม่ถูกต้อง สลับคำ ไปมา อย่างเช่นคำว่าสกลนครอย่างนี้ คำว่า “สกลนคร” นักเรียนก็สลับพยัญชนะกันอยู่คนละตัว อยู่คนละที่กัน ไม่สามารถที่จะอ่านเป็นคำว่าสกลนครได้เลย ความสำคัญของการเขียนสามารถสรุปได้ดังนี้นะครับ การเขียนเป็นการสื่อสารอย่างหนึ่ง การเขียนเป็นการแสดงออกซึ่งภูมิปัญญาของมนุษย์ การเขียนเป็นเครื่องมือถ่ายทอดมรดกทางสติปัญญา การเขียนเป็นเครื่องมือสื่อ เป็นเครื่องมือสร้างความสามัคคี และความเจริญรุ่งเรือง ในทางตรงกันข้าม การเขียนก็เป็นบ่อนทำลายได้เช่นกัน ทำไมคุณครูถึงพูดว่าการเขียนเป็นเครื่องมือบ่อนทำลายได้เช่นกัน เพราะว่า ถ้านักเรียน เขียนสื่อสารในสิ่งที่ไม่ดี เขียนสื่อสารในสิ่งที่เป็นคำหยาบ เป็นคำไม่สุภาพ นักเรียนจะไปเขียนด่าคนนู้นคนนี้ มันก็จะเกิดอันตรายต่อใครครับ ต่อนักเรียนเอง เรามาดูจุดมุ่งหมายของการเขียนนะครับ จุดมุ่งหมายของการเขียน การเขียนจะบรรลุตามวัตถุประสงค์หรือไม่นั้น สิ่งที่สำคัญเลยก็คือ เราจะต้องทำอย่างไร เราต้องทำอย่างไรครับ โอเค เดี๋ยว ๆ คุณครูจะบอกทีละข้อนะ การเขียนจะต้องมีจุดหมายซึ่งจำแนกได้ ดังนี้ 1. การเขียนเพื่อการเล่าเรื่อง ก็คือเป็นการนำเรื่องราวที่สำคัญมาถ่ายทอดเป็นข้อ ๆ นะครับ เช่น การเขียนเล่าประวัติ ก็อย่างเช่นที่คุณครูให้นักเรียนเขียนประวัติคร่าวๆ ของนักเรียน มาสื่อสารมาพูดให้พี่ล่าม แล้วก็ให้พี่ล่ามแปลให้คุณครูฟังนั่นแหละครับ นี่เป็นการเขียนเล่าเรื่อง การเขียนเล่าประวัติ นักเรียนชอบอะไร นักเรียนบ้านอยู่ที่ไหน นักเรียนไม่ชอบกินอะไร ชอบกินอะไร หรืออยากทำอะไร เรียนจบไปแล้วอยากเป็นอะไรอย่างนี้ สามารถเขียนลงในกระดาษที่คุณครูให้ไปได้เลย สามารถเขียนเพิ่มเติมได้เลยนะ เขียนเพิ่มเติมได้เลย แล้วก็เอามาส่งที่คุณครู แล้วก็ข้อที่ 2. การเขียนเพื่ออธิบาย การเขียนเพื่ออธิบายเป็นการเขียนเพื่อชี้แจงอธิบายวิธีใช้วิธีทำ ขั้นตอนการทำ เช่น อธิบายการใช้เครื่องมือต่าง ๆ หรือเป็นการอธิบายในการขั้นตอนการทำอาหาร นักเรียนเคยซื้อมาม่ามาไหมครับ มาม่าที่เป็นซอง มาม่าที่เป็นซอง แล้วทีนี้ ข้างหลังซองมาม่าจะมีเขียนวิธี… วิธีต้มมาม่า วิธีทำมาม่านะ เข้าใจใช่ไหม นักเรียนเข้าใจใช่ไหมครับ นักเรียนเคยอ่านไหม เคยไหม เคยสังเกตไหมครับว่ามันจะมีเขียนบอกวิธีทำ ไม่ว่านักเรียนจะซื้ออาหาร อาหารอะไรที่… ที่จะต้องมาประกอบ ทำอีกทีหนึ่งน่ะ เขาจะเขียนวิธีทำเอาไว้ข้างหลังซองตรงนั้น นั่นก็เป็นการเขียนเพื่ออธิบายเช่นกันครับ 3. การเขียนเพื่อแสดงความคิดเห็น การเขียนเพื่อแสดงความคิดเห็นเป็นการเขียนเพื่อวิเคราะห์ วิจารณ์ แนะนำ หรือแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องใดเรื่องหนึ่งนะครับ ก็อย่างเช่นคุณครูให้นักเรียนเขียนแสดงความคิดเห็นว่า ภาวะโลกร้อนในปัจจุบัน นักเรียนมีความคิดอย่างไร นักเรียนมีความคิดเห็นอย่างไรเกี่ยวกับภาวะโลกร้อนในปัจจุบันนี้ ประมาณนั้น โอเค ข้อที่ 4 เป็นการเขียนเพื่อโน้มน้าวใจ การเขียนเพื่อโน้มน้าวใจ เป็นการเขียนที่ผู้เขียนน่ะ มีจุดประสงค์ที่จะชักจูง โน้มน้าวใจให้ผู้อ่านยอมรับในสิ่งที่ผู้เขียนเสนอ นักเรียนเคยเห็น เคยเห็นป้ายโฆษณาไหม นักเรียนเคยเห็นไหมครับ ป้ายโฆษณาบางทีจะเป็นป้ายโฆษณาลดราคาสินค้าจากราคาปกติ 100 บาทลดเหลือ ลด 50 ปอร์เซ็นต์เหลือ 50 บาทอย่างนี้ เป็นของที่นักเรียนใช้อยู่ประจำ อย่างเช่นนักเรียนจะไปซื้อโฟมล้างหน้า โฟมล้างหน้าราคา 100 บาท ปกตินักเรียนซื้อ 100 บาท พอเห็นป้ายโฆษณา ขายของว่าลด 50 เปอร์เซ็นต์จาก 100 บาทเหลือ 50 บาทอย่างนี้ นักเรียนอยากซื้อไหมครับ นักเรียนอยากซื้อไหม สมมติว่านักเรียนไปเห็น ไปกินหมูกระทะที่ร้านหมูกระทะก็ได้ เขาขึ้นป้ายโฆษณาที่หน้าร้านหมูกระทะ ถ้ามากินภายในวันนี้ จากราคาต่อหัวคนละ 150 บาท วันนี้ลดเหลือคนละ 99 บาท นักเรียนอยากไปกินไหมครับ ราคามันลดลง นี่แหละคือเป็นการโฆษณาโน้มน้าวจิตใจ โน้มน้าวใจของผู้อ่าน ก็คือผู้เขียนพยายามที่จะเขียนโน้มน้าวให้ผู้อ่านสนใจในสิ่งที่ผู้เขียนเสนอมาครับผม ข้อต่อไป ข้อที่ 5 การเขียนเพื่อกิจธุระ การเขียนเพื่อกิจธุระเป็นการเขียนที่ผู้เขียนมีจุดประสงค์อย่างใดอย่างหนึ่ง การเขียนชนิดนี้จะมีรูปแบบการเขียน และลักษณะการใช้ภาษาที่แตกต่างกัน ไปตามประเภทของการเขียนครับ หัวข้อสุดท้าย แล้วเราจะมาเรียนมารยาทในการเขียน มารยาทในการเขียนนั้นมีหลายข้อ มีประมาณ… ครูเจเตรียมมาประมาณ 5 ข้อ มีอยู่ 5 ข้อ หลังจากที่เราเรียนความหมายของการเขียน จุดประสงค์ของการเขียน ความสำคัญของการเขียน มารยาทของการเขียนไปแล้ววันนี้นะครับ ในชั่วโมงหน้าคุณครูจะมาเจาะจงการเขียนแต่ละประเภทให้นักเรียนฟัง ให้นักเรียนดู แล้วก็ให้นักเรียนเข้าใจ ในประเภทของการเขียนต่าง ๆ แต่ละประเภท แล้วคุณครูจะให้นักเรียนทำใบงานการเขียนแต่ละประเภทไป นักเรียนเข้าใจที่คุณครูพูดไหมครับ เข้าใจนะ โอเค เรามาดูมารยาทในการเขียนข้อที่ 1 ก่อนนะมารยาทในการเขียนข้อที่ 1 เลย ต้องใช้ถ้อยคำที่สุภาพไพเราะ หลีกเลี่ยงคำหยาบ ไม่ใช้อารมณ์ความรู้สึกส่วนตนหรืออคติ วิจารณ์ผู้อื่นอย่างปราศจากเหตุผล จนทำให้เกิดความเดือดร้อนเสียหาย และสังคมแตกแยก นักเรียนคิดว่า การใช้ถ้อยคำที่ไม่สุภาพสำคัญไหมครับ ถ้านักเรียนใช้คำไม่สุภาพลงไปในสิ่งที่นักเรียนเขียนสื่อสารให้ผู้อื่น นักเรียนคิดว่า คนอื่นจะรู้สึกอย่างไรกับตัวนักเรียนเอง เขาชอบนักเรียนไหม ชอบไหม ไม่ชอบครับ ไม่มีใครชอบเลย แม้กระทั่งตัวนักเรียนเอง ถ้ามีคนเขียน… เขียนด่านักเรียน เขียนด่าว่า นักเรียนเป็นนู่นอย่างนู้นอย่างนี้ เป็นแบบนั้นแบบนี้ นักเรียนชอบไหม สมมติว่าบอกว่านักเรียน นักเรียนไม่สวย นักเรียนไม่หล่อ นักเรียนรู้สึกอย่างไร ไม่ชอบใช่ไหมครับ ใช่ นักเรียนไม่ชอบ นั่นแหละครับ นี่คือสิ่งสำคัญเลยว่านักเรียนจะต้อง เวลาเขียน เขียนสื่อสารให้กับคนอื่นให้ผู้อ่านน่ะ นักเรียนจะต้องเขียน ใช้ถ้อยคำให้มันสุภาพ ไพเราะ ไม่ใช้คำหยาบในการเขียน และไม่เขียนด่าใครนะครับ เขียนต้องให้เขียนให้มันดี ๆ สื่อสารให้เข้าใจ มารยาทข้อที่ 2 เขียนข้อความหรืองานเขียนที่เป็นจริง ได้ศึกษาค้นคว้าและตรวจสอบว่าถูกต้องแล้ว ถ้าเป็นเรื่องส่วนตัวต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าของเสียก่อน ทำไมถึงบอกว่าต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าของงานนั้นเสียก่อน เพราะว่าอย่างเช่น อย่างเช่น คุณครูจะเขียนประวัติของนักเรียน ของน้องกาก้า ของน้องกาก้า คุณครูจะเขียนประวัติของกาก้า กาก้าเป็นเด็กนักเรียนขยัน เป็นเด็กนักเรียนเรียนดี เรียนเก่ง ชอบช่วยเหลือคุณครู ชอบช่วยเหลือน้อง ๆ เป็นพี่ที่ดี เป็นตัวอย่างที่ดีให้กับน้อง ๆ อย่างนี้ คุณครูเขียนไปแล้ว คุณครูจะต้องขออนุญาตกาก้าก่อน ให้กาก้าดูก่อนว่า สิ่งที่ครูเขียนไปเกี่ยวกับตัวกาก้า เป็นความจริงไหม กาก้าโอเคหรือเปล่า กาก้ารับได้ไหม ต้องขออนุญาตก่อนนะครับ ถ้าจะเขียนถึงบุคคลอื่นนะ ต่อไปมารยาทข้อที่ 3 เขียนให้ถูกต้องตามอักขระวิธี ใช้สระ พยัญชนะ และวรรณยุกต์ให้ถูกต้อง ใช้ถ้อยคำเหมาะสมกับเนื้อหา กาลเทศะ และสถานะบุคคล ข้อนี้สำคัญเลยนะ นักเรียนรู้ไหม ที่คุณครูเคยบอกนักเรียนนั่นแหละว่า เวลาจะเขียนอะไร นักเรียนจะต้องเขียนให้มันถูกต้อง ไม่ว่าจะเป็นการใช้สระ พยัญชนะ วรรณยุกต์ ทุกอย่างจะต้องให้มันถูกต้อง ไม่ใช่สลับหน้าสลับหลังกัน จนทำให้ผู้อ่านนั้นไม่เข้าใจ แล้วทำให้ความหมายไม่ชัดเจน มารยาทข้อที่ 4 เขียนสิ่งที่มีคุณค่าอันก่อให้เกิดความสุข และให้เกิดความสงบสุขแก่คนในสังคม และประเทศชาติ ทำให้องค์ความรู้ใหม่ที่มีต่อผลการพัฒนาประเทศชาติ ทำให้เกิดองค์ความรู้นะครับ ที่มีผลต่อประเทศชาตินะ สุดท้ายแล้ว มารยาทข้อที่ 5 ข้อสุดท้ายนะครับ ข้อสุดท้ายแล้ว การไม่คัดลอกงานเขียนของคนอื่น ทำไมถึง… ถึงว่าไม่คัดลอกงานเขียนคนอื่น นักเรียนจะไปคัดลอกได้ไหม นักเรียนคัดลอกได้ แต่นักเรียนจะต้องอ้างอิงให้กับบุคคลที่นักเรียนไปคัดลอกมา เช่น นักเรียนไปคัดลอกผลงานของคุณครู คุณครูเป็นคนที่เขียนหนังสือเรื่องเด็กดีสร้างชาติ คุณครูเขียนหนังสือเล่มนี้มา คุณครูใช้ปัญญาสมอง สติปัญญาของคุณครูเขียนเองโดยที่คุณครูไม่ได้ลอกผลงานของใคร แล้วคุณครูก็มีชื่อเขียนชัดเจนว่า นายจักรพงศ์ คงพันธ์ เป็นคนเขียนเรื่องนี้ แล้วถ้านักเรียน เอาเรื่องที่คุณครูเขียนไป พูดในงานเขียนของนักเรียน นักเรียนจะต้องอ้างชื่อคุณครูซึ่งเป็นผู้เขียน อ้างอิงชื่อ ว่าชื่อเรื่องอะไรที่มาจากไหน ที่มาจากชื่อเรื่องเด็กดีสร้างชาติ ใครเป็นคนเขียน นายจักรพงศ์ คงพันธ์ นักเรียนจะต้องอ้างอิงให้ถูกนะครับ โอเค ได้เวลาพักกลางวันแล้ว เดี๋ยววันนี้คุณครูก็จบการสอนเพียงเท่านี้นะครับ แล้วก็ให้นักเรียนส่งใบงานให้กับคุณครูนะ ส่งใบงานนะครับ ที่นักเรียนเขียนในกระดาษนะครับ ส่งให้คุณครู เดี๋ยวคุณครูจะเอาไปอ่านดู นักเรียนคุณครูจะได้รู้ว่านักเรียนบกพร่องทางการเขียนมากน้อยแค่ไหน แล้วคุณครูจะนำสิ่งที่ครูมีทักษะนะ คุณครูจะมาสอนนักเรียน ให้นักเรียนเขียนได้ถูกต้องนะครับ สำหรับวันนี้ก็ขอขอบคุณพี่ล่ามนะครับ ขอบคุณครับ หัวหน้าชั้นบอกได้เลยครับ ครับ ขอบคุณครับ [สิ้นสุดการถอดความ]