(คุณมณเฑียร) ครับ เข้าใจว่าพวกเราน่าจะมาร่วมประชุมกันเป็น ครบองค์ประชุมแล้วใช่ไหมครับ ฝ่ายเลขาฯ ครับ (เลขานุการ) ค่ะ ครบ ครบองค์ประชุมแล้วค่ะ (คุณมณเฑียร) ครับ ผมก็ขอถือโอกาสนี้นะครับ เปิดการประชุมคณะอนุกรรมาธิการกิจการคนพิการ ในคณะกรรมาธิการการพัฒนาสังคมและกิจการเด็ก เยาวชน สตรีผู้สูงอายุ คนพิการและผู้ด้อยโอกาส วุฒิสภานะครับ การประชุมครั้งนี้เป็นครั้งที่ 20 ใช่ไหมครับ 20/2566 นะครับ (เลขานุการ) ค่ะ ถูกต้องค่ะ (คุณมณเฑียร) ครับ ผมชอบพูดตัวเลขผิดอยู่เรื่อย ทั้ง ๆ ที่ดูระเบียบวาระ ครับ ก็เป็นการประชุมนัดพิเศษนะครับ เนื่องจากว่าเราได้รับแจ้งว่ากระทรวงคมนาคมกำลังอยู่ในระหว่างรับฟังความเห็นต่อร่างกฎกระทรวงนะครับ ว่าด้วยเรื่องของการจัดเตรียมอำนวยความสะดวกนะครับ ของกระทรวงคมนาคม ซึ่งอยู่ในระหว่างการปรับปรุงนะครับ ให้เป็นปัจจุบันมากขึ้น อย่างไรก็ตามครับ ในระยะเวลาที่มีการรับฟังความคิดเห็นนี่ ก็เป็นจังหวะที่ อาจจะไม่ทั่วถึงนะครับ คนพิการก็อาจจะไม่ได้รับความสะดวกนะครับ ก็อาจจะทำให้โอกาสในการแสดงความคิดเห็นอย่างเป็นระบบนี่ มันสูญเสียไป คณะอนุกรรมาธิการก็เลยอาสาที่จะเป็นเวทีแลกเปลี่ยนนะครับ ความคิดเห็น เพื่อให้ความคิดเห็นที่หลากหลายนี่ ได้รับการบันทึกไว้นะครับ แล้วก็โดยที่คณะอนุกรรมาธิการของเราก็อาจจะมีข้อเสนอแนะด้วยเช่นกันนะครับ ไม่ถือว่าเป็นการแทรกแซง การทำงานของฝ่ายบริหารนะครับ เพราะว่า อำนาจในการตัดสินใจในการออกกฎกระทรวงนั้นเป็นอำนาจของฝ่ายบริหารนะครับ การมีเวทีเพื่อแสดงความคิดเห็นก็เป็นการแสดงความคิดเห็นโดยสุจริต ไม่ได้มีวัตถุประสงค์ที่จะเข้าไปแทรกแซงการทำงานของฝ่ายบริหารแต่ประการใดนะครับ ครับ ก็เรื่องแจ้งเรื่องอื่น ๆ ประธานยังไม่มีนะครับ เชิญฝ่ายเลขาฯ เลยครับ (เลขานุการ) ค่ะ แจ้งอนุฯ การประชุมนะคะ วันนี้ท่านกิติศักดิ์ขอลาการประชุม 1 ท่านค่ะ แล้วก็มี 3 เรื่องนะคะ เรื่องแรกค่ะ คือเรื่อง เมื่อลงพื้นที่วันที่ 1 มิถุนายน 2566 ค่ะ ที่ได้ลงสำรวจห้างสยาม ทาคาชิมายะ นะคะ เมื่อครั้งที่ผ่านมา ที่ประชุมก็ได้พิจารณา รายงานผลการสำรวจ แล้วก็ข้อเสนอแนะไปค่ะ แล้วก็ได้มอบหมายให้ฝ่ายเลขาฯ จัดทำรูปเพื่อประกอบเพื่อให้รายงานชัดเจนขึ้นนะคะ ทั้งนี้ก็ได้จัดทำแล้วส่งให้ทุกท่านในเอกสารประกอบแล้วนะคะ อีกเรื่องหนึ่งค่ะ เมื่อ… เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2566 คณะกรรมาธิการการพัฒนาสังคม ได้ติดตามเรื่องการจัดทำข้อบังคับของทางด้านการบินพลเรือน ว่าด้วยการปฏิเสธการรับคนนะคะ แล้วก็ข้อกำหนดของสำนักการบินพลเรือน ว่าด้วยการกำหนดมาตรฐานสิ่งอำนวยความสะดวกนะคะ แล้วก็โดยเชิญทางสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย สมาคมคนตาบอด สภาคนพิการทุกประเภท แล้วก็ตัวแทนของอนุกรรมาธิการนะคะ เข้าร่วมประชุมน่ะค่ะ โดยฝ่ายเลขาฯ ก็ได้นำร่างของทั้ง 2 ฉบับนะคะ ส่งให้อนุฯ ทุกท่าน เพื่อประกอบการพิจารณาศึกษา เพราะว่าที่ประชุมคณะกรรมาธิการสังคมก็ได้มอบให้อนุฯ เราน่ะค่ะ อาจจะต้องจัดเวทีเพื่อเปิดเวทีรับฟังความเห็นจากผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในรายละเอียดของร่างต่อไปน่ะค่ะ อีกเรื่องหนึ่งนะคะ เป็นเรื่องที่วันนี้ทางทีม สวทช. ได้ให้ความอนุเคราะห์การจัดบริการคำบรรยายแทนเสียงนะคะ Closed Captions ให้กับที่ประชุมของเราในวันนี้นะคะ ซึ่งทางเลขาฯ จะแจ้งผู้เข้าร่วมอีกครั้ง เมื่อผู้เข้าร่วมเข้าประชุมน่ะค่ะ ครบแล้วค่ะท่านประธาน (คุณมณเฑียร) ครับ ขอบคุณฝ่ายเลขานะครับ แล้วก็ขอกราบขอบพระคุณทาง สวทช. นะครับ ที่ได้ให้ความอนุเคราะห์นะครับ จัดบริการคำบรรยายแทนเสียงนะครับ ให้การประชุมในวันนี้มีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น ตามหลักการการประชุมนะครับ การจัดการประชุมที่คนพิการสามารถเข้าถึงได้โดยสะดวก แม้ว่าเราจะไม่ได้มีบริการครบถ้วนทุกอย่างนะครับ แต่อย่างน้อยที่สุด การจัดการประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ แล้วก็ในแพลตฟอร์มที่เข้าถึงได้โดยสะดวก ก็เป็นพื้นฐานเดิม มีล่ามภาษามือ มีบริการคำบรรยายแทนเสียงนะครับ ก็เป็นต้นแบบ เป็นตัวอย่างอย่างหนึ่งของการจัดการประชุมที่ทุกคน รวมถึงคนพิการสามารถเข้าถึงได้โดยสะดวกนะครับ ขอบคุณทาง สวทช. ด้วยนะครับ แล้วก็คงต้องย้ำเตือนคณะของเรานะครับ อาจจะต้องมีหนังสือไปสอบถามนะครับ ความคืบหน้าในเรื่องของการจัดให้มีบริการ ไม่ว่าจะเป็นคำบรรยายแทนเสียง ไม่ว่าจะเป็นบริการอื่นนะครับ เนื่องจากว่าการจัดการประชุมใน รัฐสภาเองหรือในวุฒิสภาเองนี่ ก็ยังไม่อยู่ในรูปแบบช่องทาง หรือวิธีการที่คนพิการสามารถเข้าถึงได้โดยสะดวกอย่างเต็มที่นะครับ ครับ ต่อไปเป็นเรื่องรับรองบันทึกการประชุมครั้งที่ 19/2566 ครับ เชิญฝ่ายเลขาฯ เลยครับ (เลขานุการ) ค่ะ ในระเบียบวาระที่ 2 ค่ะ เสนอที่ประชุมพิจารณารับรองบันทึกการประชุมคณะอนุกรรมาธิการกิจการคนพิการ ครั้งที่ 19/2566 ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ เมื่อวันพุธที่ 7 มิถุนายน 2566 ครั้งที่ผ่านมานะคะ ที่ประชุมได้พิจารณาร่างข้อเสนอเบื้องต้นต่อการจัดสภาพแวดล้อมและการให้บริการที่เป็นมิตรสำหรับทุกคน รวมถึงคนพิการนะคะ ตอนนี้ห้างสรรพสินค้า สยาม ทาคาชิมายะ นะคะ โดยคุณสว่าง ศรีสม นะคะ ก็ได้นำเสนอร่างผลการสำรวจและร่างเสนอต่อที่ประชุมนะคะ รายละเอียดการบันทึกการประชุม แล้วก็ได้อภิปรายปรับปรุงข้อเสนอนะคะ แล้วก็มอบให้ฝ่ายเลขาฯ นำภาพถ่ายในการลงพื้นที่ประกอบเพื่อลงประกอบกับผลการสำรวจดังกล่าวนะคะ แล้วก็มีอีก 2 วาระค่ะ ก็คือวาระเรื่อง รายงานการพิจารณาศึกษาเรื่องการปฏิรูปกองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการค่ะ ก็ได้รับทราบการปรับปรุงข้อเสนอ ตามผลการพิจารณาของที่ประชุมนะคะ แล้วก็อีกวาระ 1 ก็คือร่าง พิจารณาร่างกำหนด ร่างกฎกระทรวงกำหนดลักษณะ หรือการจัดให้มีอุปกรณ์ สิ่งอำนวยความสะดวก หรือบริการในอาคารสถานที่ ยานพาหนะ และบริการขนส่ง เพื่อให้คนพิการสามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้ ซึ่งกระทรวงคมนาคมอยู่ระหว่างการเปิดรับฟังความคิดเห็นน่ะนะคะ ก็มีมติให้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมในวันนี้น่ะนะคะ อีกเรื่องหนึ่งก็เป็นเรื่องปัญหาการเลือกปฏิบัติของสายการบินด้วยเหตุแห่งความพิการ กรณีที่สายการบินปฏิเสธการรับ-ส่งผู้โดยสารที่เป็นคนพิการ และก็การจำกัดผู้โดยสารคนพิการต่อเที่ยวบินนะคะ อันนี้ก็ได้มอบหมายให้ติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานของคณะกรรมาธิการพัฒนาสังคม พิจารณาเรื่องนี้นะคะ ทั้งหมด 12 หน้าค่ะ เสนอที่ประชุมเพื่อพิจารณาค่ะ (คุณมณเฑียร) นะครับ ที่ประชุมได้พิจารณาแล้ว ท่านใดพบว่ามีข้อบกพร่อง ผิดพลาด ขาด เกิน หรือไม่เป็นไปตามที่เราประชุมไปบ้างไหมครับ (อาจารย์วิริยะ) ผมไม่พบนะครับ ไม่พบรับรองครับ (คุณมณเฑียร) ขอบคุณมากครับอาจารย์ครับ ไม่มีใครมีความเห็นเป็นอย่างอื่นนะครับ ถ้าอย่างนั้นก็ขอให้ที่ประชุมรับรองการประชุมครั้งที่ 19/2566 นะครับ ตามที่ฝ่ายเลขาฯ เสนอนะครับ ภายหลัง ถ้ายังมีการพบนะครับ อ่านดูดี ๆ แล้วอาจจะไปพบขึ้นมาก็แจ้งให้เลขาฯ ดำเนินการแก้ไขได้นะครับ ส่วนการทบทวนมตินั้น ก็ยังสามารถทำได้โดยการเสนอกลับเข้ามาให้ทบทวนมติใหม่ได้นะครับ ครับ ขอบคุณมากครับ ต่อไป เป็นระเบียบวาระที่ 3 นะครับ ซึ่งก็เป็นหัวข้อในการที่เราได้เชิญหน่วยงาน ก็คือทางกระทรวงคมนาคม และก็หน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องมาร่วมหารือในวันนี้ครับ ผมก็อยากจะให้พวกเราระมัดระวังการแสดงความคิดเห็นนิดหนึ่ง เพราะว่าอำนาจในการออกกฎกระทรวงนี่ เป็นอำนาจของฝ่ายบริหาร เราเพียงแต่จัดเวที การแสดงความคิดเห็นใด ๆ ของเราก็เป็นการแสดงความคิดเห็น หรือมีข้อเสนอแนะ แต่ว่าเราไม่มีอำนาจไปสั่ง สั่งการหรือบังคับบัญชาใด ๆ ต่อฝ่ายบริหาร ซึ่งเขามีอำนาจในการออกกฎกระทรวงอยู่แล้วนะครับ ก็ทุกอย่างก็เป็นเพียงข้อเสนอแนะเท่านั้นเองนะครับ ก็ไม่ทราบเราจะเริ่มที่ตรงเนื้อหา เราจะคุยประเด็นอะไรอย่างไรกันก่อนดีไหมครับ ว่าขั้นตอนเราควรจะดำเนินการอย่างไร โดยปกติเราก็จะให้หน่วยงานที่มีหน้าที่หลักนี่นำเสนอร่างกฎกระทรวงก่อนในภาพรวมนะครับ เมื่อนำเสนอแล้วนี่ เราก็จะรับฟังความเห็นของหน่วยงานที่มาร่วมนะครับ โดยที่เราคงไม่พิจารณาไปเป็นรายข้อนะครับ ยกเว้นถ้ามีเวลามากขนาดนั้นนะครับ อันนี้เรา เราจะเอาอย่างไรดี เท่าที่ผมศึกษาในร่างกฎกระทรวงนี่ มันเขียนเป็น Pattern เดียวกันหมด แล้วก็แบ่งเป็นหมวด ๆ นะครับ ถ้าเราจะเห็น ถ้าเราดูดี ๆ นะครับ ถ้าเราพิจารณาแค่หมวดเดียวนี่ แล้วเราก็ลองไปดูหมวดอื่นนี่ จะเขียนซ้ำกันหมดเลย ยกเว้นเปลี่ยนถ้อยคำให้มันสอดคล้องกับบริบท เช่น หมวดเรือ หรือขนส่ง หรือรถไฟ หรือรถไฟฟ้า หรืออากาศ อย่างนี้นะครับ คือ เขาก็จะต่างกันในบริบท แต่โดยหลักการนี่ ในแต่ละหมวดนี่ก็จะมีหลักการก็จะมีรายละเอียดไปในทำนองเดียวกันนะครับ เพราะฉะนั้นนี่ การแก้ไข การพิจารณาไปรายข้อ อาจจะใช้เวลามาก แต่ก็แล้วแต่ที่ประชุมนะครับ ที่ประชุมจะลงลึกถึงถ้อยคำ เป็นรายละเอียด เหมือนกับเราพิจารณากฎหมาย อันนี้ก็ลองเสนอมาดู แต่ผมเกรงว่าจะไม่ทันนะครับ ถ้าทำอย่างนั้น แต่ถ้าเราพิจารณาในภาพรวม แล้วทุกท่านฟังการนำเสนอแล้วก็มีข้อเสนอที่เป็นประเด็นนี่ ชัดเจน เราก็อาจจะให้เสนอมาเป็นภาพรวมเลยนะครับ แล้วก็ให้ท่านได้นำเอาข้อเสนอแนะนี่ ไปประกอบการพิจารณาประกอบการแก้ไขเพิ่มเติมต่อไปนะครับ (คุณรัตน์) ครับผม (คุณมณเฑียร) เชิญครับ (คุณรัตน์) ครับ ขออนุญาตท่านประธานครับ คือผมรัตน์นะครับ ผมเห็นด้วยกับท่านประธานว่า คือควรจะต้องให้ทางกระทรวงคมนาคมนี่เขาได้นำเสนอข้อมูลให้ครบถ้วนเสียก่อน คือจริง ๆ นี่ทุกท่านได้รับตัว PowerPoint ของกระทรวงคมนาคมแล้วครับ กระทรวงคมนาคมนี่ ผมเข้าใจตาม PowerPoint นะ ว่าเขาจะแบ่งการนำเสนอนี่เป็น 3 ส่วนหลัก ๆ นะครับ ส่วนแรกเขาสจะบอกว่าเป็น Timeline หรือกระบวนการ ในปรับปรุงร่างกฎกระทรวงครับ ก็จะมีข้อมูลว่าที่ผ่านมาอย่างไร จะมีข้อมูลเช่นว่าตั้งคณะทำงานตั้งแต่ตอนปี 2564 แล้ว แล้วก็ประชุมมาทั้งหมด 11 ครั้ง ตอนนี้อยู่ในขั้นตอนของการรับฟังความคิดเห็นในกรกฎาคม 2566 แล้วก็ต่อไปก็จะมีการทำให้คณะทำงานปรับร่างต่อ อันนี้ก็จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับกระบวนการ ถูกไหมครับ เกี่ยวกับ Timeline เราก็อาจจะมีคำถามอย่างเช่นที่ผมคิดว่าในใจ ว่าเอ๊ะ ไอ้ที่บอกตั้งคณะทำงานมา 11 ครั้งแล้วนี่ แล้วมีคนพิการเข้าไปมีส่วนร่วมไหม หรือว่าได้มีเปิดโอกาสให้ผู้แทนองค์กรคนพิการนี่เข้าไปมีส่วนร่วมอย่างไรบ้างในการทำงานทั้ง 11 ครั้งนี่ หรือแม้แต่กระทั่งในที่เขารับฟังความคิดเห็นอยู่นี่ ในแบบสอบถามนี่ ถ้าเราไปดูไฟล์แบบสอบถามที่เขาส่งให้ใช่ไหมครับ มันจะมีข้อหนึ่งที่เขียนว่า ท่านเกี่ยวข้องกับแบบสอบอย่างไร เป็นประชาชนทั่วไป เป็นหน่วยงานของอะไร ไม่มีเขียนนะครับ ในแบบสอบถามไม่มีเขียนว่าคุณเป็นคนพิการครับ อะไรแบบนี้ คือผมว่าเราก็อาจจะไปตามกระบวนการที่เขาจะนำเสนอนะครับ ก็คืออันแรก เขาอธิบายกระบวนการ อันที่ 2 นี่ สไลด์ที่ 2 ที่เขาเตรียมมานี่ก็เป็นวัตถุประสงค์ของการปรับปรุงกระทรวงครับ ก็จะมีว่าบังคับใช้มานาน ต้องการปรับปรุงให้สอดคล้องกับกระทรวงมหาดไทยที่เขาออกมาปี 2564 ให้เหมาะสมการปฏิบัติงานของหน่วยงานได้ อันนี้ผมก็คิดว่าเราจะต้องมีความจำเป็นว่าเอ๊ะวัตถุประสงค์สำคัญอีกข้อหนึ่งนี่ คือว่า ตอนนี้เรากำลังปรับแก้ร่าง พ.ร.บ. ฉบับใหม่อยู่ พ.ร.บ. ส่งเสริมคนพิการฉบับใหม่อยู่ใช่ไหมครับ อันนี้มันเป็นไปตามวัตถุประสงค์ตามเจตนารมณ์มาตรา 37 ของ พ.ร.บ ส่งเสริมปัจจุบัน แต่ฉบับใหม่นี่ เราต้องการผนวกรวมเรื่อง Accessibility เรื่องของกระทรวงนี่ เดิมมันมีมหาดไทย มี พม. มีคมนาคมใช่ไหมครับ ตอนนี้เราอยากจะเพิ่มเรื่อง DE เข้าไปด้วย กระทรวง DE เข้าไปด้วย เพราะเราคิดว่าเรื่อง DE นี่ Digitalization นี่ มันจะเป็นอนาคตคนที่จะไปเกี่ยวข้องกับทุกเรื่องที่ว่ามานี้ทั้งหมดนี่ เพราะฉะนั้นนี่ ตอนนี้ ร่าง พ.ร.บ. คนพิการเราเอง แล้วก็ทั้งหมดนี่กำลังจะไปแนวทางนั้น เขาก็อาจจะต้องคำนึงถึงวัตถุปรัสงค์ด้วยนะครับ ส่วนที่ 3 ที่เขาจะนำเสนอนี่คือเป็นเรื่องที่ท่านประธานว่านะครับ ว่าจริง ๆ เขาคงไม่ได้นำเสนอเชิงลึกทีละข้อ แต่เขาแบ่งเป็นโครงสร้างหลัก ๆ ครับ เดี๋ยวค่อยให้เขาอธิบายแล้วกัน แล้วเขาอาจจะนำเสนอเป็นข้อเสนอตามโครงสร้างที่เขาอธิบายมาก็ได้ครับ แล้วก็แต่ผมมีความเห็นนิดหนึ่ง ถ้าเรามีเวลาเผื่อนี่ เอกสารที่สำคัญที่จะต้องดูนี่ ก็คือควรจะดูตารางเปรียบเทียบ เพราะว่าถ้าไปไล่ดูกฎกระทรวงฉบับเก่าฉบับใหม่ บัญชีแนบท้ายนี่ มันจะกระจัดกระจายดูยาก เอกสารที่ดูแล้วชัดเจน แล้วง่ายที่สุด ในการพิจารณานี่ เวลาเราดูข้อเสนอแนะก็ดีนี่ ก็คือ ตัวตารางเปรียบเทียบ เพราะมันจะมีตั้งแต่ว่ากฎกระทรวงฉบับปัจจุบันมีอะไร บัญชีแนบท้ายมีอะไร แล้วก็ร่างกฎกระทรวงฉบับใหม่จะเป็นอย่างไร ร่างบัญชีแนบท้ายจะเป็นอย่างไร เหตุผลที่เขาปรับแก้ เรื่องที่เขาปรับแก้นี่มีอะไรบ้าง ครับ ขอบคุณครับท่านประธานครับ (คุณมณเฑียร) ก็ถ้า... ถ้าไปทีละ Step เหมือนที่รัตน์ว่านี่ก็ใช้เวลานานโขอยู่นะ ผมเสนอว่าให้เขาเสนอไปทั้ง 3 เรื่องเลยนะ เรามีข้อสงสัยประการใด เราก็จดไว้นะครับ (คุณรัตน์) ใช่ครับ (คุณมณเฑียร) แล้วค่อยถามทีเดียวนะครับ ไม่ใช่ว่าเขาเสนอเรื่องที่ 1 Timeline จบ แล้วก็ขัดจังหวะเขา แล้วก็ถามต่อ ไปเสนอเรื่องถัดมา แล้วก็ขัดจังหวะเขา แล้วก็เสนอต่อ อันนั้นอาจจะใช้เวลามาก เพราะฉะนั้น ก็จะขอให้ทุกฝ่ายฟังการนำเสนอของกระทรวงคมนาคมให้แล้วเสร็จสมบูรณ์ก่อนนะครับ ท่านใดมีประเด็นไหนที่คิดว่าเป็นเรื่องสำคัญ จำเป็นมากนี่ ก็เดี๋ยวเวลาถามนี่ ท่านก็... หรือจะเสนอแนะก็บอกได้เลยนะครับ ครับ มีท่านใดจะเสนออะไรเพิ่มเติมเป็นกรณีพิเศษอีกไหมครับ (เลขานุการ) เรียนท่านประธานค่ะ (ประธาน) เชิญครับ เชิญ (เลขานุการ) ขออนุญาตแจ้งหน่วยงานนะคะ วันนี้หน่วยงานที่เป็นหลัก ก็คือกระทรวงคมนาคม ก็จะมีจาก 4 ส่วนนะคะ ก็คือ 1. สนข. 2. สำนักงานปลัด ซึ่งจะเป็นในส่วนของซองจดหมายค่ะ แล้วก็มี รฟม. แล้วก็ กพท. ก็คือสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยเข้าร่วม แต่หลักน่าจะเป็น สนข. ค่ะ แล้วก็มีอีกที่หนึ่งก็คือ พก. กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการที่เป็นหน่วยงานรัฐนะคะ จากนั้นก็จะมีผู้แทนจากองค์กรด้านคนพิการนี่ จำนวน 10 องค์กร ก็คือ 7 สมาคม บวก T4A บวก IL นนทบุรี แล้วก็มูลนิธิอารยสถาปัตย์ค่ะ ก็ขออนุญาตเรียนว่าจะกำหนดระยะเวลาอย่างไร เพื่อแจ้งกับผู้ชี้แจ้งเบื้องต้นด้วยน่ะค่ะ (คุณมณเฑียร) ครับ ก็เดี๋ยวพอผมเริ่มกล่าวต้อนรับ เสร็จแล้วผมก็จะให้ฝ่ายเลขาฯ นี่ แจ้งว่ามีหน่วยงานใดเข้าร่วมด้วยนะครับ แล้วผมก็จะแจ้งว่าเราจะดำเนินการแบบนี้นะ นะครับ แล้วเราก็ไปเลย ตามนั้นนะครับ ดีไหมครับ (คุณวิริยะ) ดีครับ (คุณรัตน์) ขอบคุณท่านประธาน พอดีแจ้งไว้นิดหนึ่งกันลืมครับ ผมคิดว่าครั้งหน้าถ้ามีโอกาสต้อง… เพราะเดี๋ยวจะมีกฎกระทรวงมาอีกหลายฉบับใช่ไหมครับ ขออนุญาตฝากมหาดไทยไว้ในใจด้วยครับ อาจารย์ครับ ขอบคุณครับ (คุณรัตน์) ผมไม่แน่ใจว่าวันนั้นที่คุณถามมาน่ะ คุณได้ถามรวมถึงมหาดไทยด้วยหรือเปล่า (ผู้เข้าร่วมประชุมชาย) ผมลืมไปครับ ขออภัยครับ ครั้งหน้าฝากด้วยครับ ขอบคุณครับ (คุณมณเฑียร) ลืมไปก็โทษใครไม่ได้ ก็ไม่มีใครนึกถึง โดยที่ไม่มีคนบอกนะครับ บางทีมันก็ลืมกันบ้าง ครั้นจะเชิญมาทั้ง 20 หน่วยงาน ตามที่ List เรา ก็คงอาจจะไม่จำเป็นถึงขนาดนั้นนะครับ ถ้าอย่างนั้นเรา ถ้าไม่มีใครมีความเห็น (เลขานุการ) จะกำหนดเวลาไว้เบื้องต้นไหมคะ ท่านประธาน (คุณมณเฑียร) ก็ให้คมนาคมเสนอสัก 20 นาทีนะครับ หลังจากนั้น ทุกหน่วยงานนี่ ก็จะได้สอบถามและเสนอแนะ หน่วยงานละสัก 5 นาทีดีไหมครับ นะครับ ไม่เกิน 5 นาทีนะครับ ใครเสนอสั้นก็ดีไป ถ้าใครเสนอยาว ก็ต้องให้ไม่เกิน 5 นาที ทีนี้วิธีการจะบอกเขาว่าหมดเวลาแล้วนี่ จะทำอย่างไร ฝ่ายเลขาฯ จะส่งข้อความไปใน Chat Box ของเขา ให้เขารับทราบดีไหมครับ นะครับ (เลขานุการ) ค่ะ รับทราบค่ะ (คุณมณเฑียร) ไม่รู้ว่าเรา เรายังไม่ได้เชิญใครเข้ามาเลยใช่ไหมครับตอนนี้ เชิญ ครับเชิญ (ล่าม) เมื่อกี้บอกว่า ตัวของคำบรรยายน่ะ ตัวของคำบรรยายน่ะค่ะ น่าจะแบบ เหมือนพูดไปเรื่อย ๆ ก็คือเหมือนกับว่า... อ๋อ ถ้าเกิดว่าเวลาพูด พูดไปเรื่อย ๆ จริง ๆ ก็คือต้องบอกว่าเหมือนกับว่า เหมือน… อ๋อคือถ้าเกิดว่า คือ พอหมดเวลาก็ต้องรีบคั่นเลยอะไรอย่างนี้ เพราะฉะนั้น อยากให้เขายืดเวลาไปเรื่อย ๆ คนต่อ ๆ ไปก็จะไม่มีเวลาในการพูดน่ะครับ (ประธาน) ครับ ก็ลองดูนะครับ เผื่อว่าจะตอบได้นะครับ ขอบคุณมากครับ ผมพยายามจะพูดช้า เพื่อให้เกิดประโยชน์กับทุกฝ่ายนะครับ มีเพื่อนร่วมงานผมคนหนึ่งนะครับ เป็นชาวญี่ปุ่น คุณฮิโรชิ คางวามุระ นี่ ไม่ว่าจะไปบรรยาย หรือไปร่วมสัมมนาที่ไหนนี่ ท่านจะพูดช้านะครับ พูดให้ช้าไว้ก่อน เพื่อให้ล่ามภาษามือก็ดี หรือคนที่เขาพิมพ์ Captions ก็ดีนี่ สามารถแปลหรือพิมพ์ได้ทันนะครับ ซึ่งก็ไม่ง่ายนะครับ เพราะว่าเรามักจะติดพูดเร็ว (ล่าม) ไม่ได้ครับ จริง ๆ แล้ว ในการประเมินล่ามนี่ ทางสมาคมล่ามนี่เขาก็บอกว่าอยากให้ใช้ภาษามือช้า ๆ เพื่อให้ล่ามได้น่ะ ได้ดูจากภามือแล้วแปลได้ แต่ล่ามที่เขามีความชำนาญจริง ๆ มีความเชี่ยวชาญจริง ๆ น่ะ เขาก็ไม่ชอบที่จะต้องมาใช้ภาษามือช้า ๆ เพื่อให้เขาแปล มันเหมือนกับว่าเป็นการให้เขาแปลเหมือนไม่ครบถ้วน เป็นการตะกุกตะกักอะไรอย่างนี้น่ะค่ะ เป็นการทำงานของล่ามแต่ละคน ว่าเขาอยู่ในสถานการณ์ไหน แล้วเขาใช้ความสามารถในการพูดแบบไหน ก็เลยไม่รู้ว่าทางญี่ปุ่นน่ะเป็นอย่างไร แต่จริง ๆ ผมอยากให้มีการพูดแบบให้เป็นความเร็วกึ่งช้า ให้เป็นปกติน่ะครับ ให้ธรรมดาเลยครับ (คุณมณเฑียร) ครับ ก็คงแล้วแต่ แล้วแต่สไตล์การพูดของแต่ละคนนะ นะครับ ก็ถ้าบางท่านที่ถนัดพูดช้า ๆ ก็พูดช้าได้ แต่สำหรับท่านใดที่ไม่ลดสปีด ก็เป็นไปตามธรรมชาตินะครับ เรายังไม่ได้เชิญใครเข้ามาใช่ไหมครับ (เลขานุการ) ยังค่ะ วันนี้มีเชิญ วันนี้พี่เกดเข้าร่วมด้วยนะคะ พี่เกดสวัสดีค่ะ พี่เกดได้ยินไหมคะ (คุณรัตน์) สวัสดีครับ พี่เกดครับ (คุณมณเฑียร) สวัสดีครับ คุณจิรายุครับ ไม่ได้เปิดไมค์ ถ้ายังไม่ได้เชิญใครน่ะ รัตน์ช่วยบอกสุนทรด้วยนะ บอกบอยน่ะ เวลาแสดงความคิดเห็นน่ะ ไม่ต้องอารัมภบทมาก คือเขาเสียเวลากับการอารัมภบท บางทีให้เวลา 5 นาที เขาอารัมภบท 2 นาทีแล้ว มันทำให้เขาเสียโอกาสในการพูดเนื้อหา ทุกครั้งเลยนะ (คุณรัตน์) ได้ครับ เดี๋ยวผมบอกบอยให้ครับ ว่าอย่าอารัมภบทเยอะ แล้วประเด็นคำถามเรื่องมีการส่วนร่วม ว่าจะรบกวนพี่สว่างถามด้วยนะครับ เรื่องคณะการทำงาน… ขอบคุณครับ (คุณมณเฑียร) ครับ ไม่มีท่านใดมีความเห็นเป็นอย่างอื่นนะครับ ผมจะขอให้เปิดให้กับแขกนะครับ ทั้งหน่วยงานของรัฐฯ และก็หน่วยงานด้านคนพิการนะครับ เข้ามาในห้องประชุมได้เลยครับ (คุณมณเฑียร) ครับ สวัสดีครับ ทุกท่านครับ วันนี้คณะอนุกรรมธิการกิจการคนพิการในคณะกรรมาธิการการพัฒนาสังคม และกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการ และผู้ด้อยโอกาสวุฒิสภา ก็ต้องขอขอบคุณท่านนะครับ ที่ได้ให้เกียรติมาร่วมการประชุม ซึ่งเป็นนัดพิเศษ ที่ว่าเป็นนัดพิเศษของเรา ก็คือ เราจะมีการเปิดเวทีปรึกษาหารือกันน่ะนะครับ เพื่อรับฟังข้อเสนอแนะ ต่อร่างกฎกระทรวงคมนาคมนะครับ ซึ่งว่าด้วยเรื่องของการจัดสิ่งอำนวยความสะดวกนะครับ ชื่อเต็ม ๆ เดี๋ยวค่อยไปว่ากันนะครับ โดยที่ฝ่ายนิติบัญญัติของเรานะครับ คือคณะกรรมาธิการการพัฒนาสังคม หรือวุฒิสภาโดยรวมนี่ เราไม่ได้มีอำนาจ ไม่ได้มีหน้าที่โดยตรงในการออกกฎกระทรวง เพราะว่าอำนาจนี้เป็นอำนาจของฝ่ายบริหาร เพียงแต่ว่าในกระบวนการติดตามการบริหารราชการแผ่นดินนี่ เรามักจะได้รับคำร้องเรียน และก็ได้รับข้อเสนอแนะให้ช่วยนะครับ ติดตามความคืบหน้าของการปฏิบัติตามกฎหมายก็ดี หรือแม้กระทั่งการที่จะออกกฎกระทรวงระเบียบต่าง ๆ ที่มีผลกระทบต่อประชาชนก็ดีนะครับ เพราะฉะนั้นในการนัดหมายแล้วก็เชิญทุกท่านมาร่วมในวันนี้นี่ จึงถือว่าเป็นเวทีนะครับ เพื่อรับฟังความเห็นนะครับ แล้วก็สิ่งที่เราได้แสดงความเห็นไปนั้น หรือสิ่งที่คณะอนุกรรมการกิจการคนพิการนำเสนอนั้นน่ะ ถือว่าเป็นข้อเสนอแนะนะครับ ไม่ได้มีจุดมุ่งหมายที่จะไปแทรกแซงนะครับ การทำงานของฝ่ายบริหารแต่ประการใดนะครับ ก็เป็นการรวบรวมฟังความเห็นจากหลายฝ่ายนะครับ เพื่อให้ข้อเสนอแนะไปยังทางกระทรวงคมนาคมนะครับ ก็ขอขอบคุณทุกท่านอีกครั้งหนึ่งนะครับ ที่ให้เกียรติคณะอนุกรรมาธิการเรานะครับ เนื่องจากว่าเราจะไม่ใช้เวลาในการแนะนำบุคคลนะครับ แล้วขอแจ้งให้ที่ประชุมทราบนะครับ ว่าในวันนี้นี่ เราได้รับความอนุเคราะห์นะครับ จากสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาตินะครับ สวทช. นะครับ ในการที่จัดทำบริการคำบรรยายแทนเสียงนะครับ หรือ Closed Captions นะครับ ประกอบในการประชุมด้วยนะครับ นอกเหนือไปจากบริการล่ามภาษามือแล้ว ทั้งนี้ ทั้งนั้นก็จะเป็นการทำให้การประชุมนี่ มีความสมบูรณ์ แล้วก็เป็นการประชุมที่อำนวยประโยชน์การเข้าถึงของทุกคน รวมถึงคนพิการด้วยนะครับ ก็ต้องขอขอบพระคุณทาง สวทช. นะครับ ในการที่มาให้บริการ Closed Captions ในวันนี้นะครับ เชิญฝ่ายเลขาฯ แจ้งรายชื่อหน่วยงานที่มาร่วมการประชุมในวันนี้ด้วยครับ (เลขานุการ) ขออนุญาตที่ประชุมค่ะ ในการพิจารณาของคณะอนุกรรมาธิการ กิจการคนพิการวันนี้นะคะ เป็นการพิจารณาร่างกฎกระทรวง กำหนดลักษณะ หรือการจัดให้มีอุปกรณ์ สิ่งอำนวยความสะดวก หรือบริการในอาคารสถานที่ ยานพาหนะ และบริการขนส่ง เพื่อให้คนพิการสามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้ พ.ศ. ฉบับ สำหรับรับฟังความตามประกาศกระทรวงคมนาคมที่ 598/2566 ลงวันที่ 1 มิถุนายน 2566 นะคะ โดยคณะอนุกรรมาธิการได้เชิญผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมจำนวน 12 หน่วยงานค่ะ 1. กระทรวงคมนาคม ซึ่งมีผู้แทนจากสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจรนะคะ สำนักปลัดกระทรวงคมนาคมค่ะ การรถไฟขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทยค่ะ และสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยค่ะ 2. กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ 3. สภาสมาคมคนพิการทุกประเภทแห่งประเทศไทย 4. สมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทยค่ะ 5. สมาคมคนหูหนวกแห่งประเทศไทย 6. สมาคมคนพิการแห่งประเทศไทย 7. สมาคมผู้ปกครองคนพิการทางสติปัญญาแห่งประเทศไทย 8. สมาคมผู้ปกครองบุคคลออทิซึม (ไทย) 9. สมาคมเพื่อผู้บกพร่องทางจิตแห่งประเทศไทย 10. ภาคีเครือข่ายขนส่งมวลชนทุกคนต้องขึ้นได้ (T4A) นะคะ 11. ศูนย์การดำรงชีวิตอิสระคนพิการจังหวัดนนทบุรี และ 12. มูลนิธิอารยสถาปัตย์เพื่อคนทั้งมวลค่ะ (คุณมณเฑียร) ผมน่าจะไม่ตกหล่นหน่วยงานใดนะครับ ที่มาร่วมการประชุมในวันนี้นะครับ ผมจะขออนุญาตเรียนที่ประชุมนะครับ ว่าในการประชุมในวันนี้นี่ เราก็จะเชิญหน่วยงานที่รับผิดชอบในร่างกฎกระทรวง ซึ่งจะเป็นผู้ประกาศใช้นี่นะครับ ได้กรุณานำเสนอนะครับ สิ่งที่ท่านได้เตรียมมาแล้วนี่นะครับ ทั้ง Timeline ทั้งเนื้อหากฎกระทรวง และเนื้อหาที่เกี่ยวข้องนี่นะครับ โดยจะใช้เวลาประมาณ 20 นาทีนะครับ ส่วนที่เหลือนั้นนี่ เราจะขอให้หน่วยงานที่มาร่วมในวันนี้นะครับ ได้แสดงความคิดเห็น ได้ซักถาม แล้วก็มีข้อเสนอแนะนะครับ โดยเบื้องต้นนี่จะขอให้ ครับ โดยที่แต่ละหน่วยงานนี่ ก็จะมีเวลาในการนำเสนอ หรือตั้งข้อสังเกต หรือซักถามนี่นะครับ ไม่เกินหน่วยงานละ 5 นาทีนะครับ โดยทุกท่าน ก่อนที่ท่านจะนำเสนอนะครับ ก่อนที่ท่านจะพูด ขอความกรุณาได้แนะนำชื่อตัวเองและก็หน่วยงานด้วยนะครับ เพื่อสะดวกกับการบันทึกนะครับ เนื่องจากเราไม่ได้ประชุมในที่เดียวกันนะครับ เราประชุมออนไลน์ ก็อาจจะลำบากนิดหนึ่ง ในการที่จะรับทราบว่าใครกำลังพูดอยู่นะครับ ขอความกรุณาหลีกเลี่ยงการกล่าวนำหรืออารัมภบทนะครับ ยาวนานนะครับ ขอให้ตรงเข้าสู่เนื้อหาเลยนะครับ ท่านใดมีประเด็นใด ก็ขอให้ตรงเข้าสู่เนื้อหา ไม่ต้องมีอารัมภบทนะครับ เบื้องต้นเลยนะครับ ขอเชิญผู้แทนจากกระทรวงคมนาคม ไม่ทราบหน่วยงานใดจะเป็นผู้นำเสนอครับ (คุณสุรพงษ์) ครับ ครับผม ขออนุญาตครับ ผมนายสุรพงษ์ เมี้ยนมิตร ครับ รองผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจรนะครับ ขออนุญาตเป็นผู้แทนในการนำเสนอร่างกฎกระทรวงครั้งนี้ครับ ขอโทษนะครับ ไม่ทราบว่าได้ยินเสียงจาก สนข. ไหมครับ (คุณวิริยะ) ได้ยินชัดเจนครับ (คุณสุรพงษ์) กราบขอบพระคุณครับ สำหรับร่างกฎกระทรวงกำหนดลักษณะและการจัดให้มีอุปกรณ์สิ่งอำนวยความสะดวก หรือบริการในอาคารสถานที่ ยานพาหนะ และบริการขนส่งเพื่อให้คนพิการสามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้ พ.ศ. .... นะครับ ซึ่งตรงนี้นะครับ ผมกราบเรียนนะครับว่า กระทรวงคมนาคมนะครับ ได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานเพื่อพิจารณาเรื่องนี้ขึ้นมานะครับ เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม ปี 2564 2 ปีที่แล้วนะครับ คณะทำงานนะครับ ได้มีการพิจารณาร่วมกันนะครับ รวมแล้ว 11 ครั้งนะครับ เพิ่งเสร็จสิ้นประมาณต้นปี ก็คือมกราคม 2566 ที่ผ่านมานะครับ ซึ่งหลังจากนั้นนะครับ เราก็ตอนนี้ก็อยู่ในขั้นตอนของการรับฟังความคิดเห็นนะครับ ซึ่งในการดำเนินการนะครับ ตามประกาศนี่ เรากำหนดเอาไว้นะครับ 3 ช่องทางนะครับ ก็คือทางเว็บไซต์ ระบบกฎหมายกลางนะครับ เว็บไซต์ของกระทรวงคมนาคม และทางไปรษณีย์ครับ ในชั้นนี้เราอยู่ในขั้นตอนของการรับฟังชั้นนี้อยู่นะครับ หลังจากนี้แล้วนะครับ เมื่อรับฟังความคิดเห็นแล้วนะครับ คณะทำงานนี่ จะนำข้อมูลต่าง ๆ ที่ได้รับนะครับ ไปพิจารณา ดำเนินการ แล้วก็อาจจะปรับแต่ง หรือพิจารณาดำเนินการอะไรต่าง ๆ ต่อไปนะครับ คิดว่าจะทำงานในช่วงของสิงหาคมถึงตุลาคมนะครับ หลังจากนั้น จึงจะเสนอนำเรียนท่านปลัดกระทรวงนะครับ เพื่อนำเรียนท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมเสนอส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไปนะครับ เดิมทีเราวางแผนไว้คาดว่าจะเสร็จประมาณปลายปีนี้นะครับ ต่อไปครับ สำหรับวัตถุประสงค์ของการปรับปรุงกฎกระทรวงปี 2566 ในครั้งนี้นะครับ ขออนุญาตกราบเรียนอย่างนี้นะครับว่า เนื่องจากว่ากฎกระทรวงเดิมนี้นะครับ ปี 2556 ที่ผ่านมานี่ เรามีการบังคับใช้นานพอสมควรแล้วนะครับ ก็ประมาณ 10 ปีที่ผ่านมานะครับ ซึ่งบทบัญญัติบางเรื่องนี่อาจจะไม่เหมาะสมกับสภาพการปัจจุบันนะครับ อันที่ 2 นะครับ ที่สำคัญก็คือมีการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายสิ่งอำนวยความสะดวกในอาคารสำหรับผู้พิการนะครับ ซึ่งเป็นกฎกระทรวงในกำหนดสิ่งอำนวยความสะดวกในอาคารสำหรับผู้พิการหรือทุพพลภาพ และคนชรา ฉบับที่ 2/2564 นะครับ ซึ่งออกตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคารของกระทรวงมหาดไทยนะครับ ซึ่งโดยกฎกระทรวงที่ผ่านมาในปี 2556 นี่ครับ ได้มีการอ้างอิงหรือว่าผูกติดกับกฎกระทรวงของกระทรวงมหาดไทยดังกล่าวนะครับ ซึ่งทำให้เมื่อกฎกระทรวงของกระทรวงมหาดไทยนี่ มีการเปลี่ยนแปลง หรือว่ามีการปรับออกมาใหม่นะครับ เราจึงจำเป็นต้องแก้ไขบทบัญญัติ ของกฎกระทรวงของเราเองนะครับ ของกระทรวงให้สอดคล้อง แล้วก็ให้เป็นจริง แล้วก็ให้มีความสอดคล้องซึ่งกันและกันนะครับ ไม่อย่างนั้นนี่ ถ้าเราไม่ปรับนี่ จะใช้ได้อย่างไม่มีประสิทธิภาพ และจะมีหลายข้อที่เราไม่สามารถดำเนินการได้นะครับ รวมถึงนะครับ ให้มีความเหมาะสมกับการปฏิบัติการของหน่วยงานที่ให้บริการนะครับ และก็อำนวยความสะดวกต่อคนพิการนะครับ ซึ่งแล้วก็พิจารณาปรับให้มีความเหมาะสม แล้วก็ความสอดคล้องกับความจริง และข้อเท็จจริงนะครับ รวมทั้งมีการพิจารณาปัญหาอุปสรรคนะครับ ของการใช้ประโยชน์ของคนพิการให้ได้มากที่สุด และก็เพื่อให้เกิดความสะดวกปลอดภัยนะครับ หน้าต่อไปครับ สำหรับกฎกระทรวงปี 2556 และร่างกฎกระทรวงฉบับนี้นะครับ เราถือว่าเป็นฉบับปี 2566 นะครับ ซึ่งจะเป็นกฎกระทรวงที่ออกโดยกระทรวงคมนาคม แต่ผมกราบเรียนครับว่ากฎหมายแม่บทก็เป็นไปตาม… การออกกฎกระทรวงนี้นะครับ เป็นไปตามกฎหมายแม่บท ก็คือของกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์นะครับ ตามมาตรา 37 นะครับ ที่ให้อำนาจท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมนะครับ ออกกฎกระทรวงเพื่อกำหนดลักษณะหรือการจัดให้อุปกรณ์สิ่งอำนวยความสะดวก หรือบริการในอาคาร สถานที่ ยานพาหนะ บริการขนส่ง หรือบริการสาธารณะอื่นให้คนพิการสามารถเข้าถึงและก็ใช้ประโยชน์ได้นะครับ ซึ่งในการดำเนินการนะครับ เราก็คิดว่าเราจะยกเลิกกฎกระทรวงฉบับเดิมนะครับ คือ ปี 2566 ทั้งฉบับเลยนะครับ แล้วให้มาใช้ร่างกฎกระทรวงฉบับนี้แทนนะครับ เนื่องจากว่ามีการแก้ไขที่ค่อนข้างมากนะครับ ซึ่งเป็นเนื้อหาหลัก ๆ แต่เนื้อหาหลัก ๆ นี่ ก็ยังเป็นไปตามกฎกระทรวงปี 2556 เดิมนะครับ แต่มันมีการแก้ไขในรายละเอียด แล้วก็ให้มันสอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงนะครับ สำหรับการแก้ไขกฎกระทรวงนะครับ ของเดิมนะครับ ผมกราบเรียนอย่างนี้นะครับ ว่าได้มีการกำหนดคำนิยามให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้นนะครับ ในส่วนที่เกี่ยวข้องนะครับ แล้วก็เราก็จะหมวดที่ 1 หมวดทั่วไปนะครับ โดยหลักการก็คือว่าของเดิมนี่ ในการดำเนินการอ้างอิงกฎหมายการควบคุมอาคารนี่ จะมีการอ้างถึงกฎหมายฉบับเดิมนะครับ ในการดำเนินการในครั้งนี้นะครับ เราจะอ้างอิงกฎหมายควบคุมอาคารเลย เราจะไม่อ้างอิงเป็นตัวแต่ละข้อ แต่ละข้อนะครับ เพื่อให้เกิดความยืดหยุ่นแล้วก็กฎหมายจะได้ไม่ซ้ำซ้อนนะครับ ในส่วนที่ 2 ก็เป็นส่วนของยานพาหนะนะครับ ก็จะมีการพิจารณาในเรื่องของรถที่ใช้ในการขนส่งต่าง ๆ นะครับ ไม่ว่าจะเป็นรถที่ใช้ขนส่งผู้โดยสารนะครับ รถยนต์สาธารณะ รถยนต์บริการ รถไฟ รถไฟฟ้า เรือโดยสาร อากาศยานขนส่งนะครับ แล้วก็ซึ่งยานพาหนะเหล่านี้นะครับ เราก็คงไว้ของเดิมเหมือนปี 2566 จะมีการปรับเปลี่ยนแก้ไขรายละเอียดในแต่ละข้อนะครับ เพื่อให้สอดคล้องและเกิดความชัดเจนยิ่งขึ้นนะครับ โดยที่รายละเอียดนะครับ เราก็จะอยู่ในบัญชีท้ายกฎกระทรวงนะครับ ในรายละเอียดนะครับ สำหรับอีกหมวดหนึ่งนะครับ ก็คือร่างหมวดที่ 3 การบริการขนส่งนะครับ ซึ่งในการบริการขนส่งนะครับ ก็จะเน้นในเรื่องของสถานีขนส่งผู้โดยสาร สถานีรถไฟ สถานีรถไฟฟ้า ท่าเทียบเรือ ท่าอากาศยานนะครับ ซึ่งเหล่านี้นะครับ จะมีข้อกำหนดบัญชีท้ายกฎกระทรวง ว่าจะต้องบริการขนส่งอย่างไรบ้างนะครับ มีอย่างไรนะครับ แต่ในหมวดนี้นะครับ จะมีการปรับบางข้อจากของเดิมออกไปนะครับ ก็คือทางหลวงพิเศษ ทางหลวงแผ่นดิน ทางหลางชนบท ทางหลวงสัมปทานนะครับ ให้ตัดในส่วนของที่อาคารที่มีการก่อสร้างในบริเวณพื้นที่เหล่านี้ออกไป เนื่องจากว่าให้ไปใช้กฎหมายควบคุมอาคาร ซึ่งมีการกำหนดไว้แล้วแทนนะครับ จะได้ไม่ซ้ำซ้อน จะได้สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธภาพ รวมถึงมีการปรับแก้ไขรายละเอียดต่าง ๆ นะครับ ซึ่งก็จะมีรายละเอียดมากขึ้นนะครับ สมบูรณ์มากขึ้น แล้วก็ชัดเจนขึ้น เพื่อให้คนพิการสามารถเข้าไปใช้บริการขนส่งได้สะดวกมากยิ่งขึ้นนะครับ อันนี้เป็นหลัก ๆ ครับ ที่เราได้มีการแก้ไขนะครับ สำหรับรายละเอียดต่อไป ผมไม่แน่ใจว่า ท่านจะให้ลงไปรายละเอียดแต่ละหมวด หรือว่าจะมีข้อซักถามในแต่ละประเด็นก่อนครับ ท่านครับ ขออนุญาตครับ (คุณมณเฑียร) ครับ จะขอให้นำเสนอทั้งหมดไปเลยครับ คือ ท่านจะนำเสนอเป็นภาพรวม หรือท่านจะนำเสนอเป็นรายหมวดก็ได้ แต่เท่าที่ผมลองอ่านดูนี่ ในแต่ละหมวดนี่ มันเขียนเป็น Pattern ล้อกันมา ท่านก็อาจจะไม่ต้องนำเสนอทุกข้อก็ได้ เพราะว่าดูแล้วนี่ จะมีลักษณะซ้ำกันของแต่ละหมวดนะครับ แต่ว่าท่านมีเวลา 20 นาทีครับ ตอนนี้ท่านใช้ไปน่าจะประมาณ 5 นาทีครับ (คุณรัตน์) ขอบพระคุณครับ (ประธาน) จะขอให้นำเสนอไปเลย ไม่ขัดจังหวะดีกว่าครับ (คุณสุรพงษ์) ครับ ขอบพระคุณครับ สำหรับกฎกระทรวงนะครับ ผมขออนุญาตลงไปในรายละเอียดนะครับ เพื่อจะได้ ทุกท่านจะได้ไปด้วยกันนะครับ ในกฎกระทรวงนะครับ สำหรับสาระสำคัญนะครับ ในข้อที่ 2 นี่ ก็คือให้ยกเลิกกฎกระทรวงเดิม ปี 2556 นะครับ เพื่อให้เกิดความชัดเจนนะครับ อย่างที่ผมกราบเรียนนะครับ สำหรับข้อ 3 ในกฎกระทรวงนี้ เราได้มีการกำหนดคำนิยามหลาย ๆ คำให้เกิดความชัดเจนมากยิ่งขึ้นนะครับ เช่น คำว่า “อุปกรณ์” คำว่า "สิ่งอำนวยความสะดวก" นะครับ ก็คือเครื่องมือนะครับ คำว่า "บริการ" นะครับ คือ การดูแล การปฏิบัติ การให้ความช่วยเหลือ การให้ความสะดวกนะครับ คำว่า "อาคาร" นะครับ ก็หมายถึงพื้นที่ของอาคารหรือสำนักงาน ที่ใช้ขนส่ง โดยสารสาธารณะ หรืออาคารในเขตของทางหลวง ทางแผ่นดิน ชนบท สัมปทานต่าง ๆ นะครับ “สถานที่” นะครับ ก็คือ บริเวณโดยรอบอาคาร และก็สถานที่จอดรถนะครับ เราได้มีการกำหนดท่าเทียบเรือขึ้นมาให้ชัดเจนยิ่งขึ้นนะครับ ก็คือ หมายความถึงอาคารผู้โดยสารบริเวณท่าเรือนะครับ “เรือ” หมายถึง เรือที่มีขนาด 500 ตันกรอสส์ขึ้นไปนะครับ “บริการขนส่ง” นะครับ เราก็ไปดูในสถานีขนส่งผู้โดยสาร สถานีรถไฟ สถานีรถไฟฟ้า ท่าเทียบเรือ ท่าอากาศยานนะครับ ว่าจะต้องมีการให้บริการอะไรบ้างนะครับ “ส่วนพื้นที่หลบภัย” นะครับ เอาไว้กรณีฉุกเฉินต่าง ๆ นะครับ อันนี้คือที่เราเพิ่มเติมในเรื่องของคำนิยามให้มันเพิ่มขึ้น จากคราวที่แล้วนะครับ ในส่วนของหมวดที่ 1 หมวดทั่วไปนะครับ หลักการ ก็คือว่าอุปกรณ์หรือสิ่งอำนวยความสะดวกที่จัดให้มีนะครับ ต้องมีสภาพมั่นคงแข็งแรง และปลอดภัยในการใช้งานนะครับ ข้อที่ 5 ครับ คือข้อสำคัญก็คือการจัดให้มีสิ่งอำนวยความสะดวกในอาคารสำหรับคนพิการให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร ซึ่งตรงนี้ เราจะกระชับให้ชัดเจนยิ่งขึ้นนะครับ จะได้สามารถไปอ้างอิงตรงนั้นได้เลย และก็ผู้ที่รับผิดชอบนี่ สามารถใช้กฎหมายตัวนั้นได้โดยตรงเลยนะครับ สำหรับหมวดที่ 2 ครับ ข้อที่ 6 นะครับ เรากำหนดยานพาหนะนะครับ ต่อไปนี้นะครับ จำนวน 6 ประเภทนะครับ ที่จะต้องจัดให้มีอุปกรณ์ สิ่งอำนวยความสะดวกหรือบริการให้คนพิการสามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้นะครับ ประเภทที่ 1 นะครับ ก็คือรถที่ใช้การขนส่งผู้โดยสารนะครับ ซึ่งเป็นรถขนส่งประจำทางและไม่ประจำทางนะครับ ส่วนที่ 2 นะครับ รถยนต์สาธารณะ รถยนต์บริการนะครับ ส่วนที่ 3 นะครับ ก็คือรถไฟนะครับ ส่วนที่ 4 คือ รถไฟฟ้า ส่วนที่ 5 นะครับ เรือโดยสารนะครับ และส่วนที่ 6 คือ อากาศยานขนส่งนะครับ ซึ่งคำนิยามต่าง ๆ ก็จะล้อไปถึงกฎหมายที่ยานพาหนะเหล่านั้นจดทะเบียนอยู่นะครับ ในข้อที่ 7 นะครับ เราก็จะลงไปแต่ละประเด็นนะครับ ว่ารถประเภทที่ 1 นะครับ ก็คือ 6(1) นะครับ ให้มีอุปกรณ์สิ่งอำนวยความสะดวกบริการอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้นะครับ ก็คือรถขนส่งผู้โดยสารนะครับ ก็ต้องจัดให้มีอย่างหนึ่งอย่างใดต่อไปนี้ คือ ประตูรถ อุปกรณ์นำพาคนพิการ หรืออุปกรณ์ยกรถเข็นคนพิการขึ้นและลงจากรถนะครับ ทางลาด พื้นที่จอดรถเข็นคนพิการ และอุปกรณ์สำหรับเก็บรถเข็นคนพิการนะครับ ป้ายแสดงอุปกรณ์ สิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ คู่มือในการช่วยเหลือ แอปแปลภาษา หรือป้ายสัญลักษณ์นะครับ เจ้าหน้าที่ประจำรถ ที่ผ่านการอบรมและมีคุณสมบัติตรงนะครับ กับความต้องการของคนพิการแต่ละประเภทนะครับ ซึ่งลักษณะของอุปกรณ์ต่าง ๆ นะครับ ที่กล่าวนะครับ ก็ให้เป็นไปตามรายการอุปกรณ์นะครับ ที่กำหนดในบัญชีท้ายกฎกระทรวงนี้นะครับ ผมกราบเรียนว่าในแต่ละอุปกรณ์นะครับ ที่กำหนดไว้นะครับ สิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ก็จะมีรายละเอียดกำหนดไว้ในบัญชีหน้าท้ายกฎกระทรวงนะครับ ซึ่งหลายอันนี่ก็จะเป็นลักษณะเดียวกัน คล้ายกัน แล้วก็ใช้เป็นแบบเดียวกันเลยนะครับ ทำให้กฎกระทรวงฉบับนี้ค่อนข้างจะดูง่ายนะครับ ต่อไปนะครับ รถยนต์ ข้อ 6.2 นะครับ เป็นรถอีกประเภทหนึ่ง ก็คือรถยนต์สาธารณะ และรถยนต์บริการ ตามข้อ 6.2 ก็คือรถที่จดทะเบียนตาม พ.ร.บ. รถยนต์นะครับ ซึ่งจะต้องมีอุปกรณ์ตามที่กำหนดไว้นะครับ ว่าจะต้องมีอะไรบ้าง ก็คือ 1. อุปกรณ์นำพาคนพิการ หรืออุปกรณ์รถเข็นคนพิการขึ้นและลงจากรถนะครับ พื้นที่สำหรับจอดรถเข็นนะครับ คู่มือแปลภาษาหรือป้ายหน่วยงานต่าง ๆ ซึ่งให้เป็นไปตามในบัญชีท้ายกฎกระทรวงนะครับ ก็จะเป็นลักษณะแบบนี้ไปนะครับ ในส่วนข้อ 9 นะครับ รถไฟนะครับ ก็ให้มีสิ่งอำนวยความสะดวกและให้บริการคนพิการอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้นะครับ ก็คือ 1. อุปกรณ์นำพาคนพิการ หรืออุปกรณ์ยกรถเข็นคนพิการขึ้นและลงรถนะครับ ต้องมีทางลาดนะครับ พื้นที่สำหรับจอดรถเข็นคนพิการนะครับ และที่เก็บรถเข็น ที่นั่งสำหรับคนพิการนะครับ ห้องส้วมสำหรับคนพิการ ห้องนอนสำหรับคนพิการนะครับ ป้ายแสดงอุปกรณ์สิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับคนพิการนะครับ คู่มือให้ความช่วยเหลือคนพิการแต่ละประเภทนะครับ สำหรับเจ้าหน้าที่ แล้วก็คู่มือแปลภาษานะครับ ป้ายสัญลักษณ์คนพิการที่ติดไว้ตัวรถด้านนอกนะครับ เพื่อให้คนพิการทราบได้ว่าเป็นรถที่มีการจัดอุปกรณ์สิ่งอำนวยความสะดวกให้คนพิการไว้นะครับ แล้วก็จะต้องมีการประกาศแจ้งชื่อสถานีถัดไปให้คนพิการทางด้านการมองเห็น รวมถึงให้มีอักษรไฟวิ่ง หรือป้ายบอกชื่อสถานีถัดไปนะครับ สำหรับคนพิการที่พิการทางการได้ยิน หรือสื่อความหมายนะครับ รวมถึงให้มีเจ้าหน้าที่ประจำรถไฟที่ผ่านการฝึกอบรมนะครับ ไว้คอยบริการคนพิการในการขึ้นรถ-ลงไฟนะครับ ซึ่งลักษณะอุปกรณ์ที่ผมกล่าวมานะครับ ก็ให้เป็นไปตามรายการอุปกรณ์กำหนดในบัญชีท้ายกฎกระทรวงนี้นะครับ อันนี้เป็นส่วนของรถไฟนะครับ มันจะมีคำที่เกิดขึ้นใหม่ ก็คือว่าของเดิมนี่ กฎกระทรวงเดิมนี่จะใช้คำว่า "ห้องน้ำสำหรับคนพิการ" ของเรานี่จะเปลี่ยนเป็น “ห้องส้วมสำหรับคนพิการ” เพื่อมีส่วนที่เตรียมสำหรับคนพิการโดยตรง กับส่วนอื่นที่สามารถใช้ร่วมกันได้นะครับ ก็คือเป็นการออกแบบในลักษณะของ Universal Design นะครับ ในส่วนข้อ 10 นะครับ ในรถไฟฟ้า ระบบรถไฟฟ้านะครับ ในตัวรถไฟฟ้านะครับ ขอโทษครับ ให้มีอุปกรณ์สิ่งอำนวยความสะดวกนะครับ อย่างหนึ่งอย่างใดต่อไปนี้ ก็คือ 1. ต้องมีพื้นที่สำหรับจอดรถเข็นคนพิการและก็ที่เก็บรถ 2. นะครับ ต้องมีที่นั่งสำหรับคนพิการ 3. แสดงป้ายอุปกรณ์ต่าง ๆ 4. คู่มือให้ความช่วยเหลือคนพิการแต่ละประเภทนะครับ 5. คู่มือแปลภาษา หรือป้ายสัญลักษณ์สำหรับเจ้าหน้าที่นะครับ ในการใช้สื่อสารกับคนพิการนะครับ ในส่วนข้อ 6. ก็คือป้ายสัญลักษณ์รูปคนพิการติดไว้ด้านตัวนอกรถเหมือนกันนะครับ เพื่อให้คนพิการได้ทราบว่า ตู้ไหนนี่ให้มีอุปกรณ์หรือสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับคนพิการนะครับ 7. นะครับ ก็ต้องมีการประกาศแจ้งชื่อสถานีถัดไปสำหรับคนพิการในการมองเห็นและตัวอักษรไฟวิ่ง ดังที่ผมเรียนเมื่อกี้นะครับ ซึ่งก็ได้กำหนดเอาไว้ในบัญชีท้ายกระทรวงเช่นกันนะครับ เพราะฉะนั้น ทางรางนะครับ ไม่ว่าจะเป็นรถไฟ หรือว่ารถไฟฟ้านี่ครับ ก็จะมีการประกาศนะครับ รวมถึงอักษรไฟวิ่งที่สำคัญนะครับ เพื่อให้คนพิการนี่ สามารถได้เข้าใช้บริการ รวมถึงมีการจัดทำที่นั่ง โดยเฉพาะสำหรับคนพิการเอาไว้ด้วยนะครับ สำหรับข้อ 11 นะครับ เรือโดยสารนะครับ ก็ให้มีทางลาดอย่างหนึ่งอย่างใดต่อไปนี้นะครับ ก็คือทางลาด ทางขึ้นและลงเรือ พื้นที่สำหรับจอดรถเข็นคนพิการนะครับ แล้วก็ที่เก็บรถเข็น ที่นั่งสำหรับคนพิการ ทางเดินเรือ ทางเดินภายในเรือ บันได ห้องส้วมสำหรับคนพิการนะครับ ห้องนอนสำหรับคนพิการ และก็มีป้ายแสดงอุปกรณ์สิ่งอำนวยความสะดวก คู่มือการให้ความช่วยเหลือแล้วก็คู่มือการแปลภาษานะครับ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ใช้สื่อสารกับคนพิการได้เบื้องต้นนะครับ การประกาศแจ้งรายชื่อท่าเทียบเรือถัดไปนะครับ แล้วก็อักษรไฟวิ่งเช่นเดียวกันนะครับ สำหรับคนพิการนะครับ และให้มีเจ้าหน้าที่ประจำเรือที่ผ่านการฝึกอบรมนะครับ แล้วก็คอยให้บริการคนพิการในการขึ้นลงเรือนะครับ ซึ่งก็เช่นเดียวกันครับ รายการอุปกรณ์ต่าง ๆ นี่ กำหนดไว้บัญชีท้ายกฎกระทรวงนะครับ ส่วนอากาศยานนะครับ อันนี้ก็ไม่ลืมนะครับ ก็จะกำหนดให้มีในเรื่องของอย่างหนึ่งอย่างใดนะครับ ที่นั่งสำหรับคนพิการนะครับ ห้องส้วม ป้ายแสดงอุปกรณ์สิ่งอำนวยความสะดวกนะครับ คู่มือแนะนำการใช้บริการอากาศยาน สำหรับคนพิการแต่ละประเภทนะครับ คู่มือให้ความช่วยเหลือคนพิการแต่ละประเภท เพื่อให้เจ้าหน้าที่นี่สามารถดูแลได้อย่างทั่วถึงนะครับ คู่มือแปลภาษาหรือป้ายภาษาสำหรับเจ้าหน้าที่ เพื่อใช้สื่อสารกับคนพิการครับ รวมถึงที่เพิ่มเติมเข้ามา ก็คือให้มีการประกาศเตือนสำหรับคนพิการทางการเห็น ป้ายแสดงความหมายสำหรับคนพิการทางการได้ยินหรือสื่อความหมายด้วยนะครับ แล้วก็ข้อที่ 8 นะครับ เจ้าหน้าที่ดูแลประจำอากาศยานนะครับ หรือว่าคนที่ให้บริการนะครับ จะต้องมีการผ่านการฝึกการอบรมนะครับ ไว้คอยให้บริการคนพิการนะครับ ซึ่งรายละเอียดของสิ่ง… รายการอุปกรณ์ต่าง ๆ นะครับ ก็กำหนดไว้ในบัญชีท้ายกระทรวงเช่นเดียวกันครับ อันนี้คือหมวด 2 ในเรื่องของยานพาหนะนะครับ ก็จะมีลักษณะอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่กำหนดไว้ในบัญชีท้ายกฎกระทรวงนะครับ สำหรับหมวดที่ 3 ครับ เป็นเรื่องของการบริการขนส่ง ซึ่งจะบอกว่าให้การปฏิบัติการดูแลการให้ความช่วยเหลือ ให้คนพิการเข้าถึงแล้วก็ใช้ประโยชน์ได้ต่าง ๆ นะครับ จะต้องมีอย่างไรบ้างนะครับ ซึ่งข้อ 13 นะครับ ก็กำหนดเอาไว้นะครับ บริเวณสถานีขนส่งผู้โดยสารนะครับ ก็กำหนดให้มีอุปกรณ์ สิ่งอำนวยความสะดวกและบริการอย่างหนึ่งอย่างใดต่อไปนี้นะครับ คือ 1. ประตูนะครับ 2. ก็คือที่นั่งสำหรับคนพิการ หรือพื้นที่สำหรับจอดรถเข็นคนพิการ ทางลาด บันไดราวจับ พื้นที่ต่างสัมผัสนะครับ ช่องขายตั๋วโดยสาร ห้องส่วมสำหรับคนพิการ ลิฟต์ โทรศัพท์สาธารณะสำหรับคนพิการ ที่จอดรถสำหรับคนพิการ พื้นที่หลบภัย ป้ายไฟอุปกรณ์ และแผนผังที่ตั้งสิ่งอำนวยความสะดวกในสถานีนะครับ รวมถึงให้มีการประกาศเตือนภัยสำหรับคนพิการทางการมองเห็น และก็อักษรไฟวิ่ง หรือสัญญาณไฟเตือนสำหรับคนพิการทางการได้ยินหรือสื่อความหมายนะครับ ในส่วนของประกาศเตือนภัยครับ ให้มีการประกาศข้อมูลสำหรับคนพิการทางการเห็น อักษรไฟวิ่งและไฟแสดงควาหมายคนพิการ ในการสื่อความหมายด้วยนะครับ แล้วก็ให้มีคู่มือสำหรับเจ้าหน้าที่ในการช่วยเหลือ คู่มือแปลภาษา ป้ายสัญลักษณ์นะครับ สำหรับเจ้าหน้าที่ในการสื่อสารกับคนพิการนะครับ รวมถึงเจ้าหน้าที่ประจำสถานีซึ่งผ่านการฝึกอบรมแล้ว แล้วก็เหมือนกันครับ ลักษณะของอุปกรณ์ต่าง ๆ นะครับ ในการอุปกรณ์ก็ให้กำหนดไว้ในบัญชีท้ายกฎกระทรวงนี้ ซึ่งอย่างที่ผมนำเรียนนะครับ อุปกรณ์ หรือว่าสิ่งอำนวยความสะดวกหรือบริการต่าง ๆ อย่างเช่น ประตู ทางลาดต่าง ๆ นี่สเปกต่าง ๆ จะอยู่ท้ายบัญชีท้ายกฎกระทรวงนี้นะครับ ซึ่งถ้าอุปกรณ์หรือว่าสิ่งอำนวยความสะดวกใดนะครับ มีตามที่กำหนดเอาไว้ในมาตรฐาน อย่างเช่น ถ้าเป็นเรื่องป้ายนะครับ เราก็จะไปอ้างอิงป้ายของประกาศตามคณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบกที่ได้ประกาศไว้แล้วนะครับ ในส่วนของการบริการ หรือการให้ความช่วยเหลือต่าง ๆ สิ่งอำนวยความสะดวกนะครับ ก็จะมีของคู่มือของสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งหรือจราจร ที่มีไว้ว่า ในการดูแลผู้พิการแต่ละประเภทนี่จะต้องทำอย่างไรบ้าง แล้วก็ถ้าตรงไหนที่อ้างอิงได้ เราก็จะอ้างอิงตรงนั้นได้เลยนะครับ ไม่ต้องมาเขียนซ้ำนะครับ สำหรับข้อต่อไปนะครับ บริเวณสถานีรถไฟ หรือสถานีรถไฟฟ้านะครับ คือข้อ 14 นะครับ ก็กำหนดไว้เช่นกันนะครับให้มี หลัก ๆ ก็มีประตู ที่นั่งสำหรับคนพิการ ที่จอดรถเข็น ทางลาด ให้มีบันไดและราวจับเพิ่มเติมนะครับ ช่องขายตั๋วโดยสารนะครับ อุปกรณ์นำพาคนพิการรถเข็นขึ้นหรือลงจากรถนะครับ ห้องส้วมสำหรับคนพิการ ลิฟต์ โทรศัพท์สาธารณะสำหรับคนพิการนะครับ ที่จอดรถสำหรับคนพิการ พื้นที่หลบภัย ป้ายแสดงอุปกรณ์ แผนผังที่ตั้งสิ่งอำนวยความสะดวกในสถานีนะครับ ที่เราเพิ่มเข้ามานะครับ การประกาศเตือนภัย การประกาศข้อมูลสำหรับคนพิการทางการมองเห็น และอักษรไฟวิ่งต่าง ๆ นะครับ คู่มือให้การช่วยเหลือ คู่มือแปลภาษา และก็มีเจ้าหน้าที่ที่ผ่านการอบรมดูแลคนพิการก็เช่นเดียวกันครับ ซึ่งรายละเอียดก็กำหนดไว้ในบัญชีท้ายกฎกระทรวงเช่นกัน ต่อมานะครับ ข้อ 15 บริเวณท่าเรือครับ ก็ให้มีการจัดอุปกรณ์สิ่งอำนวยความสะดวกหรือบริการนะครับ อย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้นะครับ ก็คือ 1. ต้องให้มีที่นั่งสำหรับคนพิการ หรือพื้นที่สำหรับจอดรถคนพิการนะครับ ให้มีทางลาดนะครับ ผิวสัมผัสสำหรับคนพิการทางการมองเห็น โทรศัพท์สาธารณะนะครับ ป้ายแสดงอุปกรณ์หรือสิ่งอำนวยความสะดวกนะครับ ประกาศเตือนภัยสำหรับคนพิการทางการมองเห็นนะครับ ให้มีตัวอักษรไฟวิ่งนะครับ เตือนภัยสำหรับผู้พิการทางด้านการได้ยินนะครับ รวมถึงให้มีการประกาศข้อมูลสำหรับคนพิการทางการมองเห็น อักษรไฟวิ่ง แล้วก็ป้ายสื่อความหมายนะครับ สำหรับคนพิการทางการได้ยินหรือสื่อความหมายนะครับ ให้มีคู่มือ คู่มือแปลภาษานะครับ สำหรับเจ้าหน้าที่ในการช่วยเหลือนะครับ แล้วก็จะมีเจ้าหน้าที่ประจำท่าเรือนะครับ ที่ผ่านการฝึกอบรมนะครับ เพื่อให้บริการคนพิการนะครับ ซึ่งรายละเอียดก็เช่นกันครับ ได้กำหนดในบัญชีแนบท้ายกระทรวงนะครับ ข้อ 16 นะครับ น่าจะเป็นข้อสุดท้ายนะครับ สำหรับในท่าอากาศยานนะครับ ก็กำหนดให้มีอย่างหนึ่งอย่างใดต่อไปนี้นะครับ คือประตูนะครับ ที่นั่งสำหรับคนพิการต่าง ๆ ทางลาด บันได ราวจับนะครับ หรือสัมผัสอุปกรณ์นำพาคนพิการหรือว่าเข็นขึ้นและลงจากอากาศยานนะครับ ห้องส้วมสำหรับคนพิการนะครับ ลิฟต์ โทรศัพท์สาธารณะ ที่จอดรถสำหรับคนพิการ พื้นที่หลบภัย มีป้ายแสดงอุปกรณ์นะครับ จุดบริการให้ข้อมูลการเดินทาง ประกาศเตือนภัยสำหรับคนพิการทางการเห็น และอักษรไฟวิ่งก็เช่นเดียวกันนะครับ ประกาศข้อมูลสำหรับคนพิการทางการมองเห็น และก็อักษรไฟวิ่งสำหรับผู้พิการทางการได้ยินและสื่อความหมายเช่นกันนะครับ คู่มือในการช่วยเหลือคนพิการแต่ละประเภท สำหรับเจ้าหน้าที่ประจำอากาศยานนะครับ คู่มือแปลภาษาและป้ายสัญลักษณ์สำหรับเจ้าหน้าที่นะครับ แล้วก็มีเจ้าหน้าที่ที่ผ่านการฝึกอบรมนะครับ คอยให้บริการคนพิการนะครับ ซึ่งรายละเอียดต่าง ๆ ก็กำหนดท้ายกระทรวงนี้นะครับ ก็สุดท้ายก็ให้ไว้ ณ วันที่ และลงนามโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมนะครับ ทีนี้ ผมขออนุญาตกราบเพิ่มเติมในเรื่องของรายการบัญชีท้ายกฎกระทรวงนะครับ กำหนดลักษณะ ปี 2566 นะครับ ซึ่งจะกำหนดไว้ชัดเจนนะครับ ว่ารายการอุปกรณ์สิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ นะครับ ตามข้อต่าง ๆ นี่มีอะไรบ้างนะครับ เริ่มจากข้อ 7 วรรค 2 ก็ข้อ 1 ก็คือที่กำหนดไว้ว่าต้องมีประตูรถนี่ ลักษณะก็จะกำหนดไว้ชัดเจนนะครับ ว่าจะต้องกว้าง-ยาวเท่าไรนะครับ มีแสงเพียงพอนะครับ แล้วติดตั้งอุปกรณ์นำพาคนพิการรถเข็นขึ้นทางลาดนะครับ รวมถึงอุปกรณ์นำพาคนพิการนะครับ ขึ้น-ลงจากรถนะครับ ก็จะมีรายละเอียดนะครับ ว่าต้องมีแป้นยก มีความกว้างอยู่ที่ไม่น้อยกว่า 80 ซม. มีความยาวอยู่ที่ไม่น้อยกว่า 120 ซม. เป็นต้นนะครับ นะครับ แล้วก็ผู้ขับรถ ผู้ควบคุมนะครับ แล้วก็มีระบบป้องกันไม่ให้คนพิการเคลื่อนที่ในขณะวิ่งตอนทำงานเป็นต้นนะครับ มีสัญญาณเสียง สัญญาณไฟกะพริบแสดงลักษณะการทำงานครับ ส่วนทางลาดก็จะมีการระบุรายละเอียดไว้ชัดเจนนะครับ ว่ากว้างสุทธิไม่น้อยกว่า 80 ซม. นะครับ เมื่อวางเทียบกับทางเท้าต้องมีความลาดชันไม่เกิน 1:8 ในแนวตั้งต่อแนวราบนะครับ และเมื่อวางเทียบกับระดับดิน ต้องมีความลาดชันไม่เกิน 1:3 ในแนวตั้งต่อแนวราบเช่นเดียวกันนะครับ และมีรายละเอียดต่าง ๆ นะครับ สามารถรับน้ำหนักคนพิการได้อย่างเหมาะสม ปลอดภัยนะครับ มีระบบป้องกันไม่ให้รถเข็นตกจากทางลาดต่าง ๆ นะครับ แล้วก็กรณีที่เป็นทางลาดแบบถอดได้ ต้องติดตั้งอย่างมั่นคงนะครับ กรณีที่เป็นทางลาดอัตโนมัตินะครับ ผู้ขับรถต้องเป็นผู้ควบคุมอุปกรณ์การทำงาน และทำงานเมื่อรถจอดอยู่นิ่งเท่านั้นนะครับ และก็มีเสียงไซเรน นี่ครับตรงนี้จะเป็นรายละเอียดของแต่ละข้อนะครับ อย่างเช่น พื้นที่จอดรถเข็นคนพิการนะครับ หรืออุปกรณ์ที่เก็บรถเข็นนี่ก็จะกำหนดเอาไว้อย่างชัดเจนนะครับว่าต้องอยู่ใกล้บริเวณประตูนะครับ และก็ให้มีการติดตั้งอุปกรณ์สำหรับยึดรถเข็นนะครับ และก็ให้มีการติดตั้งกริ่งสัญญาณหยุดรถนะครับ บริเวณใกล้เคียงกับที่นั่งคนพิการนะครับ แล้วก็มีการติดตั้งสัญลักษณ์รูปคนพิการ แล้วก็มีข้อความนะครับ พื้นที่กำหนดให้ใช้เฉพาะผู้ใช้รถเข็นคนพิการนะครับ บริเวณนั้นนะครับ ส่วนในเรื่องของป้ายจะลักษณะเดียวกันของทุกหมวดนะครับ คือถ้าเป็นป้ายแสดงอุปกรณ์หรือสิ่งอำนวยความสะดวกคนพิการนะครับ ในหน้าท้ายกระทรวงนี่จะแนบเขียนไว้ชัดเจนว่ารูปแบบป้ายสัญลักษณ์ให้เป็นไปตามประกาศคณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบกเรื่องมาตรฐานป้ายสัญลักษณ์ในระบบขนส่งสาธารณะนะครับ แต่ถ้าเป็นเรื่องของคู่มือการให้ความช่วยเหลือแก่คนพิการนะครับ รายละเอียดก็คือ การให้ความช่วยเหลือคนพิการแต่ละประเภทนะครับ ให้เป็นไปตามคู่มือการให้ความช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกแก่คนพิการแต่ละประเภท และผู้สูงอายุ สำหรับหน่วยงานที่ให้บริการภาคการขนส่งของสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร คู่มือแปลภาษาก็ Refer ไปถึงให้เป็นไปตามคู่มือของ สนข. นะครับ ส่วนเจ้าหน้าที่ประจำรถต้องผ่านการฝึกอบรมนี่ ก็ต้องให้มีการช่วยเหลือ การฝึกอบรมต่าง ๆ ให้เป็นไปตามคู่มือการให้ความช่วยเหลือของ สนข. เช่นเดียวกันครับ อันนี้ขออนุญาตยกตัวอย่างครับ สำหรับอุปกรณ์ต่าง ๆ ก็จะมีรายละเอียดดังนี้ที่ผมกราบเรียนนะครับ แต่สำหรับคู่มือหรือตัวรายละเอียดต่าง ๆ นี่ ก็จะอ้างอิงถึงหน่วยงานต่าง ๆ ที่มีมาตรฐานอยู่แล้วครับ ผมขออนุญาตนำเรียนสรุปดังนี้ครับท่าน (คุณมณเฑียร) ครับ ก็ขอบคุณท่านมากนะครับ ก็เป็นการนำเสนอที่ครอบคลุมนะครับ แม้ว่าในรายละเอียดบางอย่างนี่ ก็คงไม่สามารถจะลงลึกขนาดนั้นได้ แต่ว่าเรียนทุกท่านที่ได้อ่านมาก็ดี หรือยังไม่ได้อ่านก็ดีนี่ว่า ในแต่ละหมวดมันจะมี Pattern ที่ค่อนข้างซ้ำกันอยู่แล้วนะครับ ผมมีประเด็นที่อยากจะลองชวนท่านคิดก่อนนะครับ เดี๋ยวหลังจากที่แต่ละหน่วยงานได้สลับสับเปลี่ยนกันซักถามหรือแสดงความคิดเห็นและข้อเสนอแนะนี่ ผมจะมาขยายความอีกทีหนึ่ง ในส่วนของนิยามนี่ โดยเฉพาะภายใต้คำว่า "สิ่งอำนวยความสะดวก" นี่ มันอาจจะมีความหมายที่ค่อนข้างจะ Outdate ไปนิดหนึ่งนะครับ มันไม่ค่อยทันสมัยแล้วล่ะ เหมือนที่คุณรัตน์ซึ่งเป็นเลขานุการคณะอนุกรรมาธิการได้เรียนไปแล้วนะครับ ว่าปัจจุบันนี่ คำว่า "สิ่งอำนวยความสะดวก" นี่ มันหมายถึงเทคโนโลยีด้วยนะครับ แล้วมันก็หมายรวมถึง ทั้งคอนเทนต์ในระบบดิจิทัล หรือในระบบเทคโนโลยีสารสนเทศการสื่อสารสมัยใหม่ ซึ่งทางกฎกระทรวงนี้อาจจะเขียนในลักษณะที่ยืมเอาถ้อยคำหรือความในกฎกระทรวงมาตรา 20(6) มาใช้นะครับ หรือจะเขียนในลักษณะที่เฉพาะเจาะจงลงไปนะครับ แต่เพื่อให้มันอนุมัติ ตามกันไปได้นี่ ก็อาจจะพยายามใช้ล้อตามนะครับ กฎกระทรวงตามมาตรา 20(6) ก็จะก่อให้เกิดประโยชน์นะครับ เพราะว่าถ้าไม่อย่างนั้นนี่มันจะตกหล่นเยอะเลยนะครับ อีกอันหนึ่งก็คือเรื่องของประกาศนะครับ มันมีลักษณะที่ค่อนข้างเฉพาะเจาะจง ประกาศสำหรับคนพิการทางการเห็นนี่ อันนี้ผมไม่ได้พูดแบบยียวนนะครับ ผมไม่เข้าใจว่ามันคือประกาศอะไร ประกาศสำหรับคนพิการทางการมองเห็นนะครับ คือถ้ามันเป็นเสียงประกาศที่มีไว้เพื่อผู้โดยสารทุกคนนี่ มันก็ควรเป็นเสียงประกาศที่ทุกคนเข้าถึงได้โดยสะดวกอยู่แล้วนะครับ แล้วก็ประกาศเหล่านั้นก็ควรจะต้องมีสัญญาณไฟ ควรจะต้องมีข้อมูลที่เป็นในรูปแบบอื่นร่วมด้วยนะครับ ผมเลยไม่แน่ใจว่ามันเป็นประกาศเฉพาะเจาะจงอย่างไร ที่เราเรียกว่า "ประกาศสำหรับคนพิการทางการเห็น" อย่างนี้เป็นต้นนะครับ เดี๋ยวเราอาจจะใช้เวลาที่เหลือแลกเปลี่ยนกันดูนะครับ ที่ผมคิดว่าน่าจะเป็นประเด็นที่ผมห่วงใยน่าก็มีเท่านี้ครับ ส่วนเรื่องอัตราส่วนอะไรนั้นเดี๋ยวให้แต่ละท่านแสดงความคิดเห็นนะครับ ว่าสัดส่วนทางลาดเป็นอย่างไร มันมีรายละเอียดอะไรบ้างนะครับ เรามีหน่วยงานที่มาร่วมในวันนี้นี่ นอกเหนือจากทาง สนข. แล้ว ทางกระทรวงคมนาคม หน่วยงานอื่น ไม่ทราบว่ามีท่านใดจะมีข้อสังเกตอะไรไหมครับ จริง ๆ มาจากกระทรวงเดียวกัน แต่ว่าก็ให้โอกาสนะครับ ถ้ามีก็เชิญเลยนะครับ จะเสริม จะเพิ่มในส่วนอะไรที่ทาง สนข. ได้นำเรียนไปแล้วนะครับ มีไหมครับ ถ้ายังไม่มีนะครับ ผมขอไปที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดยกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการครับ ท่านมี 5 นาทีครับ เชิญครับ (คุณณฐอร) ขอบพระคุณค่ะ ค่ะ สวัสดีค่ะ ท่านประธานนะคะ และคณะอนุกรรมาธิการนะคะ ดิฉัน ณฐอร อินทร์ดีศรี นะคะ ผู้เชี่ยวชาญของ พก. ค่ะ ก็ในข้อเสนอข้อคิดเห็นต่อร่างกระทรวงกำหนดลักษณะการจัดให้มีอุปกรณ์สิ่งอำนวยความสะดวกหรือบริการในอาคารสถานที่ ยานพาหนะเพื่อคนพิการนะคะ เพื่อให้คนพิการสามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้ ในส่วนของ พก. ก็ได้ดูในอีกประเด็นรายละเอียดไม่เยอะนะคะ ส่วนใหญ่ก็เห็นด้วยกับร่างกฎกระทรวงนี้ แต่ว่าจะมีบางประเด็นนะคะ ที่ยังมีข้อสงสัยอยู่นะคะ สำหรับร่างกฎกระทรวงนี้ อย่างเช่น ในหมวดของยานพาหนะนี่ค่ะ มันจะมีคำว่า เรื่องของข้อ 7 น่ะนะคะ ในเรื่องของการลด... การขนส่งผู้โดยสารตามข้อ 6 น่ะค่ะ ได้อย่างใดอย่างหนึ่งนะคะ ดังต่อไปนี้ แล้วก็จะมีข้อย่อยอันนี้ก็จะมีในทุกส่วนของ เช่น ข้อ 6 ข้อ 7 ข้อ 8 ข้อ 9 นะคะ ในร่างใหม่นี่ ก็มีความสงสัยว่าอย่างใดอย่างหนึ่งนี่คือ มีแค่อย่างใดอย่างหนึ่งก็ได้ หรือต้องมีทุกอย่างนะคะ อันนี้ ที่จริงน่าจะใช้คำว่า “เพื่อให้คนพิการเข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้” ดังต่อไปนี้น่ะค่ะ มันก็จะสามารถครอบคลุมในข้อย่อยต่าง ๆ อันนี้ก็จะว่าหน่วยงานที่จะนำกฎกระทรวงนี้ไปใช้ ถ้าเขาจัดอย่างใดอย่างหนึ่งหรือข้อใดข้อหนึ่ง เขาสามารถที่จะตอบสนองต่อกฎกระทรวงนี้ไหมนะคะ อันนี้มีประเด็นที่ทาง พก. คณะของเราที่... ให้ที่ดูในร่างกฎกระทรวงนี้นะคะ ส่วนรายละเอียดนะคะ เดี๋ยวจะให้น้องที่เขาดูอย่างละเอียด ที่ช่วยกันดูนี่ค่ะ บางข้อนี่ก็จะมีข้อคำถามน่ะนะคะ ที่เกี่ยวกับร่างกฎกระทรวงนี้นะคะ ในรายละเอียดบางข้อน่ะค่ะ เดี๋ยวเชิญ ผอ. … ท่านพัชรมนต์น่ะค่ะ ที่สามารถตอบในเรื่องรายละเอียดตรงนี้น่ะค่ะ (คุณพัชรมนต์) ค่ะ ขอบพระคุณนะคะ เรียนถามทาง สนข. ด้วยนะคะ กระทรวงคมนาคม แล้วก็อาจจะเป็นข้อสังเกตจาก คนพิการน่ะนะคะ อย่าง ข้อ 7 จนถึง น่าจถข้อ 15-16 น่ะค่ะ คือ มันใช้คำว่า การเข้าถึงสำหรับคนพิการ... ได้อย่างหนึ่งอย่างใดน่ะค่ะ แล้วใช่หรือไม่นะคะ อะไรอย่างนี้นะคะ หรือควรจะกำหนดว่าเป็นอย่างน้อยหรือไม่ ถ้าไม่จำเป็นต้องมีทุกประเด็นน่ะนะคะ ทีนี้ในส่วนประเด็นของเรื่องประตูรถน่ะค่ะ เนื่องจากว่าในข้อ 6 นี่เรากำหนดในเรื่องของยานพาหนะไว้อยู่ 6 รูปแบบนะคะ ทีนี้ ประตูรถนี่ ก็หมายความว่าจะใช้กับเฉพาะข้อ 6(1) เท่านั้น แต่ว่าทีนี้ ยานพาหนะในการโดยสาร ไม่ว่าจะเป็น (2) (3) (4) (5) (6) ซึ่งหมายรวมถึงรถยนต์สาธารณะ รถไฟ รถไฟฟ้า เรือ หรืออากาศยานขนส่งต่าง ๆ นี่ เราควรจะต้องมีการกำหนดในเรื่องของประตูรถด้วยหรือไม่นะคะ อันนี้ก็เป็นข้อสังเกตของทางเรานะคะ ทีนี้อีกส่วนหนึ่งก็คือในเรื่องของข้อ 11 ค่ะ ข้อ 11 นี่เป็นเรื่องของเรือนะคะ ทีนี้เรือนี่เนื่องจากว่า (6) นี่ จะมีคำว่า “บันได” เข้าใจว่าบันไดนี่ก็สำหรับคนทั่วไปด้วย แล้วก็รวมถึงคนพิการที่อาจจะไม่ใช่ประเภทรถเข็นนะคะ ทีนี้ไม่แน่ใจว่าในส่วนของบันไดนี่ พอไปดูในบัญชีแนบท้ายนี่ อาจจะไม่มีในเรื่องของลักษณะของความชันอะไรต่าง ๆ นี่ ซึ่งอาจจะต้องช่วยอำนวยความสะดวกให้กับตัวคนพิการหรือผู้สูงอายุด้วยในอนาคตหรือไม่นะคะ ในส่วนของข้อ 11 นี่ค่ะ สิ่งที่เหมือนจะหายไป คือเรื่องของการเตือนภัยสำหรับคนหูหนวกน่ะค่ะ ที่เป็นสัญญาณไฟกะพริบถ้าเกิดมีเหตุอะไรนะคะ ในเรื่องของเกิดเหตุภัยพิบัติ หรือเกิดเหตุอะไรต่าง ๆ ในเรือขึ้นมาอย่างนี้น่ะค่ะ แต่มันจะมีเพียงแค่ตัวอักษรไฟวิ่ง หรือป้ายบอกชื่อท่าเทียบเรือเท่านั้นน่ะนะคะ ก็จะขออนุญาตให้ความเห็นน่ะนะคะ แล้วก็ส่วนบริการขนส่งในหมวดที่ 3 นะคะ ในส่วนของข้อ 13 ข้อ 14 นะคะ แล้วก็ข้อ 15 ค่ะ อันนี้ เข้าใจว่าเป็นในส่วนของตัวอาคารแล้ว ในเรื่องของการจัดบริการให้กับตัวคนพิการนี้ค่ะ ไม่แน่ใจว่าจะยังขาดในเรื่องของพื้นที่ในการให้บริการข้อมูลข่าวสารสำหรับคนพิการไปติดต่อหรือไม่นะคะ อันนี้ก็ขออนุญาตให้ความเห็นไว้ค่ะ ส่วนท่าเทียบเรือนะคะ ในข้อ 15 ค่ะ นอกจากเรื่องของจุดบริการข้อมูลข่าวสารแล้ว คือ เข้าใจว่าท่าเทียบเรือนี่ ไม่แน่ใจว่าจะต้องมีเรื่องของตัวราวจับอะไรต่าง ๆ นี่ที่เป็นอุปกรณ์อำนวยความสะดวกให้คนพิการน่ะค่ะ ด้วยหรือไม่นะคะ แล้วก็สุดท้ายค่ะ จะอยู่ที่ข้อ 12 นะคะ ย้อนมานิดหนึ่งค่ะ คือข้อ 12 นี้ค่ะ คือเดิมนี่ เป็นข้อ 10 ของอากาศยานขนส่งนะคะ ซึ่งเดิมนี่มีการกำหนดในเรื่องของลิฟต์ แบบแท่นยกสำหรับนำพาคนพิการหรือรถเข็นคนพิการขึ้นและลงจากอากาศยานน่ะค่ะ แต่ในตัวร่างตัวใหม่นี่ เหมือนน่าจะถูกตัดทิ้งไปนะคะ ก็เลยไม่แน่ใจว่าจริง ๆ แล้วการใช้ตัวลิฟต์แบบแท่นยกนี่ก็น่าจะอำนวยความสะดวกให้กับคนพิการอยู่น่ะค่ะ ก็เลยไม่แน่ใจว่าเหตุผลที่ได้มีการดำเนินการตัดออกไปนี่ เนื่องจากสาเหตุอะไรค่ะ ก็ประมาณนี้ค่ะ ขอบพระคุณค่ะ (คุณมณเฑียร) ครับ ท่านณฐอร อยากจะใช้เวลาที่เหลือไหมครับ เหลืออยู่ 1 นาทีครับ (คุณณฐอร) อ๋อ ค่ะ ท่านประธานคะ ก็ร่างกฎกระทรวงนี้ก็มีความสำคัญน่ะนะคะ ถ้าอย่างไรนี่ เราทาง พก. นี่มีอนุกรรมการส่งเสริมการจัดสภาพแวดล้อมและระบบขนส่งสาธารณะเพื่อการเข้าถึงได้โดยสะดวกถ้วนหน้านะคะ ซึ่งมีท่านปลัด พม. เป็นประธานน่ะค่ะ แล้วมีรองปลัดคมนาคม เป็นรองประธาน อันนี้ถ้าเข้าเพื่อทราบน่ะค่ะ ก็จะเป็นการประชาสัมพันธ์นะคะ ถ้ากฎกระทรวงนี้ได้ประกาศใช้น่ะค่ะ ก็เอาเข้าคณะอนุกรรมาธิการนี้เพื่อทราบนะคะ แล้วก็อาจจะนำเข้าบอร์ดชาติ เพื่อให้ทางบอร์ดชาติได้รับทราบด้วยน่ะค่ะ ก็นำเรียนท่านประธานค่ะ ขอบพระคุณค่ะ (คุณมณเฑียร) ครับ ขอบคุณมากครับ ก็จริง ๆ ก็ทำงานด้วยกันมาทั้งนั้นนะ ก็หวังว่าคงจะได้มีการสื่อสารกันอย่างต่อเนื่องนะครับ ขอบคุณครับ ต่อไป คงจะเป็นหน่วยงานในภาคส่วนของคนพิการเองนะครับ ก็ขอให้เรียงลำดับตามที่ฝ่ายเลขาฯ ได้แจ้ง ฝ่ายเลขาฯ จะเชิญแต่ละหน่วยงานตามลำดับเลยไหมครับ (เลขานุการ) ค่ะ หน่วยแรกนะคะ เรียนเชิญสมาคมสภาคนพิการทุกประเภทแห่งประเทศไทยค่ะ เรียนเชิญผู้แทนค่ะ (คุณมณเฑียร) เชิญครับ (คุณวิริยะ) ไม่มี (เลขานุการ) ผู้แทนสภาคนพิการทุกประเภทอยู่ในห้อง มีแล้วค่ะ เชิญคุณสุนทรค่ะ เรียนเชิญค่ะ (คุณสุนทร) ครับ กราบเรียนท่านประธาน... (คุณมณเฑียร) เดี๋ยวนะ คุณสุนทรเป็นตัวแทนสภาคนพิการใช่ไหมครับ (คุณสุนทร) พอดีท่านผู้แทนไม่ได้อยู่ในที่ประชุมครับผม (คุณมณเฑียร)เดี๋ยวเผอิญคุณสุนทรเป็นฝ่ายกฎหมาย อันนี้ผมทราบ แต่อยากให้สำรวจดี ๆ ก่อนนะครับ เดี๋ยวจะใช้... ถึงอย่างไรก็คงให้เวลากันพอสมควรอยู่แล้วนะครับ มีไหมครับ ผู้แทน (เลขานุการ) รายชื่อที่แจ้งมาคุณยงยุทธอยู่ในศูนย์ค่ะ (คุณมณเฑียร) อยู่ไหมครับ ไม่อยู่นะครับ (คุณยงยุทธ) ขออนุญาตนิดหนึ่งครับ เรียนท่านประธานครับผม ผมยงยุทธ แสงพรหม ครับ ผู้แทนของสภาของคนพิการทุกประเภทแห่งประเทศไทยนะครับผม (คุณมณเฑียร) เชิญครับ (คุณยงยุทธ) ผมตั้งข้อสังเกตนิดเดียวนะครับ ในหมวดของข้อ 12 นะครับ ในหมวดของอากาศยานน่ะนะครับ ห้องส้วมนะครับ ผมไม่แน่ใจว่าคือตรงนี้ เขียนว่า "ห้องส้วม" น่าจะเป็นห้องส้วมบนท่าอากาศยานน่ะครับดูแล้ว คือ ถ้าหลักความเป็นจริงแล้วนี่คือห้องส้วมในท่าอากาศยานนี่ครับ จริง ๆ แล้ว คือ คนพิการทุกประเภทอาจจะใช้ค่อนข้างจะลำบากนิดหนึ่งน่ะนะครับ เพราะว่าเป็นห้องส้วมที่มีขนาดเล็ก แล้วก็คือเขาเรียกว่า คือ ไม่สามารถทำให้ได้ขนาดตามที่เขาเรียกว่ากฎกระทรวงกำหนด อันนี้ก็ตั้งข้อสังเกตไว้นิดหนึ่งนะครับ ส่วนเรื่องอื่นก็น่าจะไม่มีอะไรนะครับผม ขอบคุณมากครับ (คุณมณเฑียร) สภาคนพิการยังพอมีเวลาเหลือนะครับ เชิญ มีท่านใดจะเสนออีกไหมครับ (ผู้เข้าร่วมประชุมชาย) ครับ กราบเรียนท่านประธานครับ ผม สุนทร สุขชา ครับ ท่านประธานครับ เจ้าหน้าที่ฝ่ายกฎหมายและสิทธิมนุษยชน สภาคนพิการครับ ท่านประธานครับ ขออนุญาตว่าในเรื่องของระบบขนส่งสาธารณะนะครับ แล้วก็เรื่องของการเข้าถึงสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ นะครับ ก่อนอื่นผมต้องขอชื่นชมว่ากระทรวงคมนาคมและกระทรวงมหาดไทย รวมถึง พม. นะครับ ก็ตามกฎกระทรวงนี้ในเชิงกายภาพนี่ ท่านนายกฯ ร่างออกมาได้ดีแล้วก็ครบถ้วนพอสมควรในระดับหนึ่งนะครับ แต่อีกมิติหนึ่ง ที่ขาดไปเลยนั้น ก็คือในเรื่องของดิจิทัลครับ ท่านประธานครับ ซึ่งถือเป็นสิ่งที่มีความสำคัญแล้วก็กำลังมีวิวัฒนาการที่ดี ในเรื่องของการเข้ามา ในเรื่องของการเข้าถึงระบบขนส่ง รวมไปถึงสภาพแวดล้อมต่าง ๆ นะครับ ฉะนั้นนี่ ถึงแม้นว่าพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการในมาตรา 37 การเข้าถึงระบบขนส่งคมนาคมนั้น รวมไปถึงสิ่งอำนวยความสะดวกในอาคารนี่ ไม่ได้เขียน รวมถึงกระทรวง DE ไว้ก็ตามนะครับ แต่ว่าตามมาตรา 45 แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการนี่ รักษาการตามพระราชบัญญัตินี่ ก็มีกระทรวง DE รวมอยู่ด้วยนะครับ ซึ่งถือว่าเป็นกระทรวงที่ราชการที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของการเข้าถึงนะครับ ขออนุญาตยกตัวอย่างกรณีนะครับ อย่างเช่น ระบบการจองนะครับ ระบบการเรียกรถต่าง ๆ นะครับ เดี๋ยวนี้ก็มีระบบเทคโนโลยีที่คอยมาอำนวยความสะดวกให้ทุกคนนะครับ สามารถที่จะเข้าถึงสิ่งอำนวยความสะดวกได้อย่างง่ายดายขึ้นนะครับ รวมไปถึงการเข้าถึงทิศทาง สถานที่ภายในอาคารด้วยนะครับ เพราะฉะนั้น ผมคิดว่าสิ่งอำนวยความสะดวกในรูปแบบของดิจิทัลนี่เป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง ควรจะมีกระทรวง DE เข้ามาอยู่ในการยกร่างกฎกระทรวงดังกล่าวนี้ด้วยครับ ท่านประธานครับ ขอบพระคุณครับ (คุณมณเฑียร) จริง ๆ เมื่อสักครู่ผมได้กล่าวนำไปบ้างแล้ว แล้วเดี๋ยวพอมีเวลาเหลือเราอาจจะมาคุยเรื่องนี้กันอีกทีหนึ่งนะครับ มันอยู่ในนิยามของคำว่า "สิ่งอำนวยความสะดวก" ซึ่งเราอาจจะต้องเสนอให้มีการแก้ไขเพิ่มเติม โดยยกเอาถ้อยคำในมาตรา 20(6) นะครับ ฉบับที่ใช้อยู่ แล้วก็ร่าง พ.ร.บ. ส่งเสริมที่จะนำยกร่างแล้วก็นำเสนอเข้าสู่การพิจารณามาผนวกรวมไว้ หรืออาจจะเขียนในลักษณะที่ให้สอดคล้องกับบทบัญญัติตามมาตราดังกล่าวไปเลยนะครับ อันนี้ก็ต้องอย่างไรก็ตามนี่ เมื่อมันมีเนื้อหาสาระที่มันสอดคล้องกันนี่ มันก็จะทำให้เกิดการทำงานที่ไม่ตกหล่นนะครับ เชิญหน่วยงานอื่นต่อเลยครับ เชิญครับ (เลขานุการ) หน่วยงานต่อไปค่ะ เรียนเชิญผู้แทนจากสมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทยค่ะ คุณกฤษณ์พงษ์ เตชะพลี ค่ะ (คุณกฤษณ์พงษ์) สวัสดีครับ ผม กฤษณ์พงษ์ เตชะพลี นะครับ ทางสมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทยก็ได้ศึกษาร่างนะครับ ตามที่มีการนำเสนอนะครับ ก็มีประเด็นที่เห็นพ้องนะครับ กับผู้ที่นำเสนอไปก่อนหน้าก็ไปแล้วบ้างนะครับ ก็คือในถ้อยคำในแต่ละหมวดหมู่ที่มีการเขียนเอาไว้ เกี่ยวกับเรื่อง ต้องมีลักษณะและรายการที่กำหนดเอาไว้อย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้นะครับ อันนี้ก็ต้องเรียนได้ตามตรงนะครับ ว่าการบัญญัติลักษณะแบบนี้มันยังไม่รู้ว่ามาตรฐานขั้นต่ำ ที่จะต้องกำหนดให้มีในสิ่งต่าง ๆ นี่มันคืออะไรนะครับ ดังนั้นนี่ ถ้าเราคือเท่าที่ผมศึกษาดู และมองดูในแต่ละหมวดหมู่น่ะครับ ทุกอย่างมันมีความจำเป็นในตัวของมัน ดังนั้น ถ้าใช้คำว่า "อย่างหนึ่งอย่างใด" นี่ มันก็มีความสุ่มเสี่ยงในการจัดบริการ ในบางบริการ หรือในแต่ละการบริการต่าง ๆ นะครับ ไม่ว่าจะเป็นตัวอาคารสถานที่ด้วย หรือจะเป็นตัวประเภทของการเดินทางต่าง ๆ นะครับ อันนี้ก็เป็นประเด็นหนึ่งที่อาจจะต้องมีการนำมาทบทวนนะครับ ว่ามาตรฐานขั้นต่ำของกฎกระทรวงนี่ที่จะต้องให้มีนะครับ ว่ามีอะไรบ้างนะครับ แล้วก็อันที่ 2 นะครับ สิ่งที่… ที่เห็นด้วย ก็คือในหมวดหมู่ของการให้บริการภายในอาคารนะครับ ก็เท่าที่เห็นนี่ก็จะเห็นว่าจุดการให้บริการสำหรับผู้พิการนะครับ อันนี้อาจจะต้องนำกลับมาไว้เหมือนเดิมไหม หรือถ้าอย่างที่มีการกล่าวไปนะ ว่ามีการยกเลิกบางเรื่องนะครับ โดยไปอ้างอิงจากกฎกระทรวงอื่นที่มีความใกล้เคียงกัน อันนี้ก็เข้าใจได้นะครับ แต่ผมก็กลัวว่ามันก็จะทำให้การปฏิบัติมันจะยากขึ้นกว่าเดิมหรือเปล่านะครับ เพราะว่าพอไม่ได้ระบุไว้ในกฎกระทรวงนี้นะครับ มันก็ต้องไปดูอีกกฎหมายฉบับอื่น ๆ ในการปฏิบัติ ซึ่งอันนี้ผมเข้าใจ ในทางนิติบัญญัติ ผมพอเข้าใจว่ามันมีความคล่องตัวในการนำไปใช้งาน หรือว่าในการบัญญัติ แต่ก็เป็นห่วงในส่วนนี้ด้วยนะครับ แล้วก็สุดท้ายนะครับ ก็ในวงเล็บที่เกี่ยวกับให้มีการแจ้งเตือนด้วยเสียงนะครับ หรือการประกาศสถานีต่อไปต่าง ๆ นะครับ ที่สำหรับผู้พิการทางการมองเห็นนี่ หรือเตือนด้วยไฟหรือแสงนี่ให้กับผู้พิการทางการได้ยินนี่ ผมคิดว่าประเภทความพิการนี่ไม่ต้องระบุลงไปก็ได้นะครับ อาจจะต้องลักษณะของการเขียนคำว่า เป็นการแจ้งเตือนด้วยเสียงนะครับ และแจ้งเตือนด้วยสัญญาณไฟ หรือสัญญาณแสงนี่ครับ ก็น่าจะเพียงพอนะครับ เพราะว่าถ้ามีความชัดเจนในเรื่องเสียงนี่ ไม่ว่าจะเป็นคนตาบอดนะครับ หรือผู้โดยสารคนที่ไม่พิการนี่ ก็สามารถเข้าถึงการบริการดังกล่าวอยู่แล้วนะครับ อันนี้ก็อาจจะไม่จำเป็นต้องระบุเอาไว้ก็ได้ เพราะว่ามันจะทำให้การตีความมันก็จะมีความยาก เพราะว่าคนเอาไปปฏิบัติก็จะไม่รู้ว่า เอ๊ะ จะต้องทำลักษณะตามประกาศอย่างไร ที่เหมาะกับคนตาบอดหรือเปล่านะครับ จริง ๆ เราแค่ใส่ว่าก็มีเสียงในการให้บริการ และสัญญาณแสงในการให้บริการ ก็คิดว่าเพียงพอนะครับ แล้วค่อยไประบุเอาไว้ในท้ายประกาศว่า ในลักษณะความชัดเจน หรืออะไรต่าง ๆ นี่ ควรจะมีอะไรประมาณไหน ประมาณนี้ครับ (คุณมณเฑียร) ครับ ขอบคุณมากครับ ก็คงจะมีข้อเสนอใหม่ขึ้นมาเรื่อย ๆ นะครับ การพูดถึงกฎกระทรวงอื่นที่ใกล้เคียงกัน จะกล่าวอ้างถึง โดยยกเนื้อหามา หรือเขียนว่าด้วยเรื่องนี้ให้เป็นไปตามนั้น เรื่องนั้นให้เป็นไปตามนี้นะครับ เหมือนที่บางกฎหมายบางฉบับเขาเขียนกัน แต่การละไว้ในฐานที่เข้าใจก็อาจจะสุ่มเสี่ยง เมืองไทยคนมักจะอ่านเฉพาะกฎกระทรวงที่ตัวเองเข้าใจว่าอยู่ในความรับผิดชอบของตัวเอง เพราะเราดันไประบุว่าใครเป็นผู้รับผิดชอบ ในกฎกระทรวงต่าง ๆ แท้ที่จริงนี่เขาบังคับหมดนะครับ แต่คนไทยเรามักจะคิดว่าอันนี้เป็นของกระทรงนั้น อันนั้นเป็นของกระทรวงนี้นะ ถ้าไม่เขียนไว้นี่ เดี๋ยวก็จะไม่มีการปฏิบัตินะครับ เชิญหน่วยงานต่อไปเลยครับ (เลขานุการ) เรียนเชิญผู้แทนจากสมาคมคนหูหนวกแห่งประเทศไทยค่ะ มีผู้แทนคือ คุณธวัชชัย ค่ะ (คุณมณเฑียร) เชิญคุณธวัชชัยครับ (ล่าม) เมื่อสักครู่นี้นะครับ ได้คุยกับคุณวิทยุตไปครับ คุณธวัชชัยเขาถามว่า อ๋อพอดีขออภัยครับ เมื่อสักครู่นี้ผมไปโฟกัสคุยกับคุณเจอยู่ จะให้ผมพูดในเรื่องของอะไรบ้างนะครับ คุณธวัชชัยถามครับ (คุณมณเฑียร) ให้แสดงความคิดเห็นต่อร่างกฎกระทรวงนะครับ ว่ามีความคิดเห็นเป็นอย่างไร มีข้อเสนอแนะ มีข้อท้วงติง มีข้อสังเกตอย่างไรบ้างครับ (ล่าม) ครับผม จากร่างสักครู่นี่ก็ค่อนข้างที่จะยาว พอดีว่าผมอ่านได้ยังไม่ครบถ้วนทุกหน้านะครับ พอดีมีตั้ง 500 กว่าหน้า แต่ว่าจากที่ผมดูแล้ ผมก็รู้สึกใช้เวลาไปในนิดเดียวที่ดูนะครับ บอกว่าถ้าทุกท่านเห็นสมควรว่าโอเคแล้ว ผมก็เห็นด้วยครับ แต่ถ้าใกล้ ๆ ไปจริง ๆ ดูจริง ๆ น่ะ ไม่แน่จะอาจจะมีการแก้ไขก็ได้ แต่ว่าในตอนนี้ที่หลาย ๆ หน้านี่ จากที่ดูแล้วนี่ ที่เขาบอกว่ายังอ่านไม่ครบถ้วนค่ะ (คุณมณเฑียร) เดี๋ยวผมขอให้หน่วยงานอื่นพิจารณานำเสนอข้อสังเกต ข้อเสนอแนะไปก่อนนะครับ แล้วเดี๋ยวจะย้อนกลับมาที่สมาคมคนหูหนวกอีกครั้งหนึ่ง รบกวนคุณธวัชชัยช่วยดูร่าง แล้วก็ลองปรึกษาหารือกันในระหว่างนี้ไปก่อนนะครับ เดี๋ยวเราจะกลับมาที่สมาคมสมาคมคนหูหนวกแห่งประเทศไทยกันอีกรอบหนึ่งนะครับ เชิญหน่วยงานอื่นต่อครับ (เลขานุการ) สมาคมถัดไปค่ะ เป็นผู้แทนจากสมาคมคนพิการแห่งประเทศไทยค่ะ (คุณณรงค์) ครับ สวัสดีครับ ผมณรงค์ ไปวันเสาร์ นะครับ วันนี้ก็มาเป็นตัวแทนของฝ่ายสิ่งอำนวยความสะดวกนะครับ แล้วก็จากการดูคร่าว ๆ นะครับ ก็จริง ๆ ก็ยังดูไม่หมด แต่ว่าก็เห็นว่าครอบคลุมแล้วนะครับ ก็เห็นชอบตามนั้นเลยครับ สวัสดีครับ (คุณมณเฑียร) คุณณรงค์ไม่ติดใจเรื่องความลาดความชันของทางลาดใช่ไหมครับ ไม่ทราบได้ดูรายละเอียดหรือเปล่าเมื่อสักครู่ ผมไม่กล้าแสดงความเห็นก่อนที่พี่น้องคนพิการทางร่างกายจะแสดงความเห็นในเรื่องนี้นะครับ (คุณณรงค์) ความลาดความชัน ท่านอาจารย์มณเฑียรผมยังไม่ได้ดูนะ แต่ผมว่ามันถ้าจำไม่ผิดมันจะมีระเบียบเดิมอยู่นะครับ ตรงนี้ จะมีกำหนดมาตรฐานเดิมอยู่แล้วซึ่ง 1:12 ใช่ไหม ซึ่งนั่นมันผมว่าก็โอเคอยู่แล้วนะครับตรงนั้น (คุณมณเฑียร) ครับ ในนี้ใช้คำว่า 1:8 นะครับ แล้วก็ (คุณณรงค์) ถ้า 1:8 นี่ไม่ได้ครับอาจารย์ เพราะว่า 1:12 ผมเองนี่ยังปั่นไม่ค่อยจะขึ้นครับ (คุณสุรพงษ์) ขอโทษครับ ขออนุญาตครับ ให้ข้อมูลครับ เป็น 1:12 ครับ ท่านครับ ยังคงเป็น 1:12 ครับ (คุณมณเฑียร) ยังคงเป็น 1:12 ใช่ไหมครับ หมายถึงทางลาดขึ้น-ลงรถนะครับ (ผู้เข้าร่วมประชุมหญิงจาก สนข.) ทางลาดขึ้น-ลงรถนี่ขึ้นอยู่กับตัวรายละเอียดของอุปกรณ์นำพานะคะ เพราะว่าในส่วนความชัน มันอาจจะยกตัวอย่างเช่นอย่างพวกรถยนต์ ของ ขสมก. นี่ อนาคตเป็นทางต่ำ ส่วนทางลาดนี่ก็เป็นอุปกรณ์ที่ติดมากับตัวรถนะคะ ความลาดชันนี่มันจะ Vary ตามความสูงของฟุตพาทด้วย ซึ่งในลักษณะที่จำเป็นที่จะต้องมีความลาดชันกว่า 1:12 แน่นอนนี่ แต่ว่าจะต้องมีเจ้าหน้าที่นี่ เจ้าหน้าที่ที่ได้รับการอบรมที่มีทักษะในการให้ความช่วยเหลือ มาช่วยเหลือให้สามารถเข้ายานพาหนะ ขึ้นลงยานพาหนะได้ อันนี้เป็นเรื่องที่สามารถที่จะปฏิบัติได้ค่ะ (คุณมณเฑียร) ครับ ผมเข้าใจว่าตอนที่มีการรณรงค์เสนอให้มีรถมีคานต่ำนี่ ก็ได้มีการเสนอควบคู่ไปกับการปรับระดับฟุตพาทให้สอดคล้องกับพื้นของรถเมล์ทางต่ำด้วยนะครับ เพื่อให้ลักษณะความชันของระดับความลาดชันของทางลาดนี่ มันไม่เกินวิสัยที่คนพิการนะครับ หรือผู้สูงอายุนี่จะสามารถขึ้น-ลงได้โดยสะดวกและปลอดภัย ผมไม่แน่ใจว่าในกฎกระทรวงฉบับนี้จะสามารถอ้างอิงนะครับ ความสัมพันธ์ระหว่างตัวรถกับตัวฟุตพาท เพื่อให้มีการปรับปรุงฟุตพาทด้วยครับ คือถ้าไม่อย่างนั้นนี่ มันจะกลายเป็นปัญหาว่าเราควบคุมตัวรถได้ แต่ไม่สามารถควบคุมป้าย ไม่สามารถควบคุมลักษณะทางกายภาพของทางเท้า ซึ่งมันจะต้องมีผลกระทบต่อผู้โดยสาร อันนี้ก็ลองดูนะครับ คือ ผมเองยังไม่กล้าฟันธง เพราะว่าเมื่อสักครู่นี่ ผมได้ยินเป็น 1:8 นะครับ ฟังคร่าว ๆ ก็เลยทักท้วงขึ้นมานะครับ ไม่เป็นไรเดี๋ยวเราถึงจุดที่เราจะแลกเปลี่ยนค่อยว่ากันอีกทีก็ได้ ท่านผู้แทนเชิญครับ เมื่อสักครู่ได้ยินท่านกำลังจะชี้แจง เชิญครับ มีไหมครับ เมื่อสักครู่ได้ยินท่านกำลังจะชี้แจงครับ เสียงท่านผู้ชายที่กำลังจะชี้แจง มีไหมครับ ไม่มีนะครับ เมื่อสักครู่เหมือน... (คุณสุรพงษ์) ไม่มีครับ ท่านครับ (คุณมณเฑียร) ครับ ถ้าทางผู้แทนสมาคมคนพิการยังไม่มีประเด็นอื่นเพิ่มเติมก็ขอไปองค์กรอื่นก่อนนะครับ เดี๋ยวท่านอาจจะนึกออกนะครับ ว่ามีส่วนใดที่จะต้องพูดคุยกัน จริง ๆ ทางขึ้น-ลงเรืออีกอันหนึ่งนะครับ ที่บ้านเราไม่ได้คำนึงถึง ก็คือในต่างประเทศนี่ ทางขึ้น-ลงเรือนี่ จะเป็นสะพานพาดเข้าไปเลยนะครับ จะเป็นสะพานพาดจากท่าเรือเข้าไปหาตัวเรือนะครับ แบบไร้รอยต่อนะครับ ไม่ว่าเราจะไปขึ้นเรือที่ไหนก็ตามในต่างประเทศนะครับ ในประเทศที่พัฒนาแล้วนะครับ แต่บ้านเราไม่ได้เป็นเช่นนั้น ไม่ทราบว่าได้นำมาพิจารณาด้วยหรือเปล่านะครับ เป็นอีกหนึ่งที่จะได้มีการลองพิจารณาดูว่าจะเขียนอย่างไรให้มันเข้าใจได้โดยไม่คลาดเคลื่อนนะครับ แต่ของเรายังเป็นการต้องก้าวข้าม ยังเป็นลักษณะของการผจญภัยพอสมควรนะครับ ครับ ต่อไปเป็นสมาคมเชิญองค์กรอื่นต่อเลยครับ (เลขานุการ) ลำดับต่อไปค่ะ เรียนเชิญผู้แทนจากทางสมาคมผู้ปกครองคนพิการทางสติปัญญาแห่งประเทศไทยค่ะ คุณ ณกร เชิญค่ะ (คุณณกรณ์) ครับ สวัสดีครับ ผมณกรณ์ วงศ์ประสิทธิ์ นะครับ เลขาธิการสมาคมผู้ปกครองคนพิการทางสติปัญญาแห่งประเทศไทยนะครับ ชัดเจนนะครับ (คุณวิริยะ) ชัดเจนครับ (คุณมณเฑียร) ชัดเจนครับ (ผู้เข้าร่วมประชุมชาย) ของสติปัญญาก็จะมีอยู่ 2 ข้อนะครับ ที่จะขอเสนอแนะหรือข้อสังเกต ก็คือเรื่องป้าย ป้ายสัญญาณนะครับ ที่จะมีการเดินข้ามทางม้าลายนี่ ซึ่งน้องสติปัญญาเรานี่ เราก็ทราบกันอยู่ว่าจะมีปัญหาเรื่องด้านสายตานะครับ จะต้องใส่แว่นตาแล้วก็เลนส์ขยาย ทีนี้ เวลาน้องสติปัญญาเรานะครับ บางทีก็จะมีผู้ดูแลหรือผู้ปกครองไปด้วย แต่ถ้ามีบางรายที่น้องเราไปเอง แล้วมีศักยภาพแบบนี้ ตรงนี้นี่ มันทำให้การมองเพ่งเล็งไปทางที่ป้ายสัญญาณจะบอกว่า นี่คือคนที่ข้ามถนนทางม้าลาย หรือจะเป็นสี หรือจะเป็นป้ายสัญลักษณ์ใด ๆ ตรงนี้ ในของเมืองไทยเราตอนนี้นี่ ที่ผม ซึ่งมีลูกเป็นคนพิเศษนี่ ก็ยังมีข้อขัดแย้งกันอยู่นะครับ ขอให้ปรับตรงนี้ด้วย แล้วก็อีกข้อหนึ่งนะครับ เรื่องขั้นบันได้นะครับ ที่ผมไปสัมผัสมาแล้วที่เมืองหลวงนี่ ก็คือกรุงเทพฯ นี่ ขั้นบันไดสะพานลอยแต่ละขั้นนี่ มันเหมือนกับว่าเท้าของน้องของเรานี่ ซึ่งใหญ่ แล้วก็ขนาดใหญ่ แล้วก็เวลาเดินย่างก้าวขึ้นไปทีนี่ ข้อเท้ากับปลายเท้านี่จะทำให้เหมือนคล้ายกับว่าน้องกล้า ๆ กลัว ๆ แล้วก็เหยียบก็เดี๋ยวถ้าเกิดเหยียบไปข้างหน้ามากเกินข้างหลัง เดี๋ยวจะล้มหลังบ้าง ล้มไปข้างหน้าบ้าง แม้กระทั่งตัวเราเองนี่ ซึ่งเป็นบุคคลปกตินี่ เวลาลง-ขึ้นนี่ ก็ลำบาก ต้องคอยย่อง ย่างก้าว ย่างก้าวจับราวนะครับ ตรงนี้ ผมขอฝากนะครับ ว่าขอให้มีขั้นบันไดที่มีมาตรฐานที่สามารถรองรับเท้าของน้อง กับพวกเรากันเอง เหมือนกับว่าเราพอเดินเหยียบปุ๊บนี่เรามั่นใจว่าเราน่ะปลอดภัย และจะไม่หล่นหรือจะไม่หงายหลังครับ เท่านี้ล่ะครับ (คุณมณเฑียร) ขอบคุณครับ ท่านผู้แทนจากสมาคมผู้ปกครองคนพิการทางสติปัญญาครับ ต่อไปเป็นองค์กรอื่น องค์กรถัดไปเลยครับ เชิญ (เลขานุการ) ค่ะเรียนเชิญผู้แทนจากสมาคมผู้ปกครองบุคคลออทิซึม (ไทย) ค่ะ ขอเชิญคุณปราโมทย์ค่ะ (คุณปราโมทย์) ครับ สวัสดีครับ ผม ปราโมทย์ ธรรมสโรช นะครับ นายกสมาคมผู้ปกครองบุคคลออทิซึม (ไทย) ก็กราบผู้ทรงคุณวุฒิทุกท่านนะครับ ในส่วนของร่างกฎกระทรวงนี่นะครับ ในส่วนนี้นะครับ สมาคมผู้ปกครองบุคคลออทิซึม (ไทย) โดยเฉพาะอย่างยิ่งนะครับ ผู้พิการทางออทิสติกนี่ ซึ่งถือว่าเป็นเป็นผู้พิการที่ไม่ประจักษ์นะครับ ที่ไม่ประจักษ์นี่ก็จะมีลักษณะคล้าย ๆ กันนะครับ ความต้องการ ไม่ว่าจะเป็นสติปัญญา ออทิสติกนะครับ บกพร่องทางการเรียนรู้ แล้วก็จิตนะครับ ในส่วนของร่างกฎกระทรวงนี่นะครับ ไม่ว่าจะเป็นทางลาดนะครับ ช่องว่างของประตูอะไรอย่างนี้ เราสามารถใช้ร่วม เป็น… ร่วมได้เลยนะครับในส่วนนี้ แต่ที่สำคัญที่สุดนะครับ ในส่วนของผู้พิการที่ไม่ประจักษ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งออทิสติก ซึ่งมีหลาย Tier ด้วยกันนะครับ ถ้าเป็น Tier 1 นี่ก็จะรู้เรื่องแล้วนะครับ เหมือนใกล้เคียงกับคนปกติ Tier 2 นี่ปานกลาง แล้วก็ Tier 3 นี่ยังจะต้องอาศัยผู้ดูแลนะครับ ในส่วนนี้นะครับ ในการร่วมกิจกรรม หรือดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ในเรื่องของการขนส่งนะครับ ในส่วนของสมาคมนะครับ โดยอย่างยิ่งผู้พิการนี่ ก็อยากจะให้ข้อสังเกตนะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้พิการออทิสติกนี่จะใช้การสังเกตเป็นหลักนะครับ จะไม่ค่อยพูดนะครับ ในส่วนนี้ เนื่องจากว่าบกพร่องทางเรื่องการสื่อสาร ก็จะใช้การสังเกตและก็จดจำในเรื่องนี้เป็นหลักนะครับ เพราะฉะนั้น ในเรื่องของป้าย สัญลักษณ์ กฎ กติกา มารยาทต่าง ๆ นี่นะครับ ก็อยากให้มันชัดเจน แล้วก็มีข้อความสั้น กระชับ แล้วก็ตรงประเด็นในจุดนี้นะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กฎกติการมารยาท 1 2 3 4 อะไรนี่ น่าจะมีด้วยนะครับ ในส่วนนี้ จะทำให้ผู้พิการนะครับ ทางออทิสติกนี่ สามารถใช้สื่อนะครับ แล้วก็สิ่งอำนวยความสะดวกได้อย่างถูกต้อง และก็ไม่มีปัญหานะครับ ในส่วนนี้ ในส่วนที่ 2 นะครับ ซึ่งในส่วนนี้นะครับ ทางสภาได้พูดไปแล้ว คล้ายกันนะครับ เนื่องจากว่าเราเข้าสู่โลกของยุคดิจิทัลแล้วนะครับ เพราะฉะนั้น ป้ายนะครับ หรือสื่อต่าง ๆ นี่ ไม่ว่าจะเป็นสัญญาณไฟหรือคำอธิบายอะไร จะเป็นวีดิทัศน์อะไรนี่ สิ่งนี้จะเป็นประโยชน์มากนะครับ สำหรับผู้พิการที่ไม่ประจักษ์ เขาจะดูแล้วเขาจะจดจำไว้เลยถึงขั้นตอน กฎกติกามารยาทนะครับ ก็จะทำให้สามารถใช้สิ่งอำนวยความสะดวกได้อย่างถูกต้องนะครับ แล้วก็ไม่เกิดอันตรายในส่วนนี้ เพราะฉะนั้น คำอธิบาย หรือเสียงนี่ อย่างที่ผมกราบเรียนไปนี่ ขอให้สั้น กระชับ ชัดเจนนะครับ ในจุดนี้ แล้วก็ที่สำคัญที่สุดข้อความนั้นต้องกระชับนะครับ ท้ายสุดครับ อีกเรื่องหนึ่งนะครับ เนื่องจากว่าเราต้องอาศัยอานิสงส์นะครับ ทางส่วนของผู้พิการทางสายตา แล้วก็ผู้พิการทางกายนี่นะครับ เกี่ยวกับเรื่องการใช้สิ่งอำนวยความสะดวกนี่ เราใช้ร่วมกันได้อย่างดี แต่ที่สำคัญที่สุดนะครับ ไม่ว่าจะเป็นการขึ้นรถลงเรืออะไรก็แล้วแต่นี่นะครับ ปัจจัยพื้นฐานนี่สำคัญมาก ซึ่งผมอยากจะให้ตั้งเป็นข้อสังเกตไว้ จะต้องมีความปลอดภัยนะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับผู้พิการทุกประเภทเลย โดยเฉพาะอย่างยิ่งนะครับ ในเรื่องของทางเดินนะครับ ฟุตพาท อันนี้นะครับจะต้องมีความปลอดภัยแล้วก็มีมาตรฐาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งนะครับ การที่มีฟุตพาทมีมาตรฐาน มีความปลอดภัยนี่ จะทำให้เขาสามารถใช้สิ่งอำนวยความสะดวกได้อย่างดี และก็ปลอดภัยด้วย ท้ายสุดครับ เจ้าหน้าที่ที่ให้บริการในเรื่องการขนส่งนะครับ หรือสื่อ หรือสิ่งสาธารณะต่าง ๆ นี่ สิ่งอำนวยความสะดวกนี่ ก็อยากให้ได้มีการอบรมหรือทำความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องบริบท และอัตลักษณ์ผู้พิการทั้ง 7 ประเภทนะครับในจุดนี้ ซึ่งถ้าเจ้าหน้าที่ หรือผู้ให้บริการนี่ ได้ทราบบริบทและอัตลักษณ์ของผู้พิการนี่เป็นพื้นฐานเบื้องต้นแล้วนี่ จะช่วยอำนวยความสะดวกให้กับผู้พิการทุกประเภทได้ และทำให้เขาสามารถเดินทาง แล้วก็ช่วยเหลือตัวเองได้อย่างดีครับ ครับ ผมก็ขออนุญาตตั้งเป็นข้อสังเกตเพียงเท่านี้ครับ กราบขอบพระคุณมากครับ (คุณมณเฑียร) ขอบคุณมากครับ จริง ๆ เรื่องหนึ่งที่เรายังไม่ค่อยได้หยิบยกขึ้นมาพูดกันในที่นี้ ก็คือ ไม่ว่าจะเป็นป้ายสัญลักษณ์บอกทางหรืออะไรต่าง ๆ นี่ ในหลายประเทศนี่ เขาให้ความสนใจกับข้อความที่เข้าใจได้ง่ายนะครับ มีความกระชับ แล้วก็มีสัญลักษณ์ที่จะสามารถที่จะเข้าถึงได้โดยสะดวกนะครับ ทั้งเห็นได้โดยสะดวก ทั้งได้ยิน ทั้งมีความกระชับ ทั้งใช้ภาษาอย่างง่าย ที่เราเรียกว่า Easy to Read นี่นะครับ Easyread นี่กำลังเป็นที่นิยมกันนะครับ มีคนบอกว่าป้ายบอกทางบ้านเรานี่ อ่านแล้วเข้าใจยากมาก สื่อก็ไม่ค่อยชัดเจน ไม่รู้ต้องการบอกว่าให้ไปไหนอย่างไร อย่างนี้เป็นต้นนะครับ ก็ถ้าสามารถที่จะบรรจุไว้ในนี้ได้นี่ ก็จะช่วยเป็นประโยชน์กับคนพิการทุกกลุ่มนะครับ ครับ เชิญองค์กรต่อไปเลยครับ (เลขานุการ) ค่ะ ขอเรียนเชิญผู้แทนจากสมาคมเพื่อผู้บกพร่องทางจิตแห่งประเทศไทยค่ะ ขอเรียนเชิญคุณนุชจารีค่ะ (คุณนุชจารี) ค่ะ สวัสดีค่ะ ของสมาคมจิตก็เห็นด้วยกับความพิการอื่น แต่ว่ามีประเด็นหนึ่ง ก็คือน่าจะเป็นในเรื่องของผู้ให้บริการบนรถไฟน่ะค่ะ เพราะสมาชิกคนพิการนี่ หลายคนสะท้อนมาว่า เวลายื่นบัตรคนพิการ เวลาเดินทางน่ะ ผู้ให้บริการมักจะบอกว่าพิการตรงไหน แล้วก็พูดแล้วก็แบบหัวเราะน่ะค่ะ ทำให้เขารู้สึกว่า เขาขาดความมั่นใจที่จะให้บัตร และก็ใช้บริการ อันนี้เจอบ่อยมากเลยค่ะ ก็น่าจะมีประเด็นเดียวค่ะ ที่กลุ่มคนพิการทางจิตเจอในช่วงของการเดินทางค่ะ ประมาณนี้ค่ะอาจารย์ (คุณวิริยะ) อย่า Bully (คุณมณเฑียร) ครับ ขอบคุณมากครับ ก็อย่างที่เรียนน่ะนะครับ ว่าสิ่งที่ทุกฝ่ายมีความประสงค์เช่นเดียวกัน ก็คือความชัดเจนในเรื่องการสื่อสารนะครับ ไม่ว่าจะเป็นการสื่อสารโดยสัญลักษณ์ การสื่อสารโดยอักษร การสื่อสารด้วยเสียง หรือด้วยอะไรก็แล้วแต่นะ ที่มีความชัดเจน เข้าใจง่ายนะครับ ตรงประเด็นนะครับ ขอบคุณมากครับ มีองค์กรที่เหลืออีก 3-4 องค์กรนะครับ เชิญเลยครับ (เลขานุการ) ค่ะ ต่อไปนะคะ เรียนเชิญผู้แทนจากภาคีเครือข่ายขนส่งมวลชนทุกคนต้องขึ้นได้ค่ะ หรือ T4A ค่ะ (คุณมานิตย์) ครับ สวัสดีครับ ผมมานิตย์ครับ มานิตย์ อินทร์พิมพ์ จากภาคีเครือข่ายขนส่งมวลชนทุกคนต้องขึ้นได้ครับ หลาย ๆ อย่างเห็นด้วยตามที่ท่านผู้ทรงคุณวุฒิได้พูดมานะครับ สิ่งหนึ่งที่อยากจะรบกวนขอเป็นข้อสังเกต ก็คืออย่างเช่นคำว่า "อย่างหนึ่งอย่างใด" ตามที่หลาย ๆ ท่านได้พูดไปนะครับ มันทำให้เกิดกำกวมมันจะสามารถทำให้เกิดการตกหล่นได้ ในการจัดให้มีสิ่งอำนวยความสะดวกที่สมบูรณ์นะครับ นี่คือ 1 เรื่องนะครับ เรื่องที่ 2 ร่างบัญชีแนบท้ายนะครับ เห็นข้อกำหนดเกี่ยวกับเรื่องที่จอดรถคนพิการนี่ว่างไว้ ไม่ทราบว่าจะชี้ไปที่กฎหมายว่าด้วยการกำหนดสิ่งอำนวยความสะดวกของทางฝั่ง พม. หรือเราจะนิยามขึ้นมาใหม่ หรืออะไรอย่างไร มีข้อมูลเพิ่มเติมให้ไหมครับ 10 สิ่งเกี่ยวกับเรื่องที่จอดรถคนพิการนี่ เราพบปัญหาอยู่แล้ว ทุกท่านรับทราบอยู่แล้วนะครับ ในภาพรวมนี่ เราเกิดการละเมิดเกิดขึ้นทั่วประเทศ แล้วก็การจัดให้มีสิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐานนี่ ยังไม่ถูกต้องทั้งคุณลักษณะและจำนวนนะครับ อยากให้เกิดนิยามกำหนด มีข้อกำหนดให้ชัดเจนมากขึ้นนะครับ ถ้าต้องกำหนดใหม่นะครับ อีกหนึ่งเรื่องที่สำคัญคือการกำหนดอำนาจหน้าที่อย่างชัดเจน การบังคับใช้ ให้คุณ ให้โทษ ส่งเสริมสนับสนุน เราพบตลาดเวลาว่า เอาแต่ว่า อันนี้แค่ยกตัวอย่างนะครับ คือ หน่วยงานรัฐฯ ที่ทำมา ก็โดยส่วนใหญ่เราก็จะพบว่าการสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกมีปัญหา ผมยกตัวอย่างให้ทราบเป็นข้อมูลนิดเดียว ก็คือว่า อย่างเช่น รถไฟฟ้าสายสีเหลืองที่เรากำลังจะเปิด พอเราไปดูห้องน้ำนี่ เราก็จะพบว่า การสร้างห้องน้ำนี่ มีจุดอ่อนมากมายนะครับ มีจุดอ่อนที่ต้องแก้ไข ก็ไอ้ตรงนี้แหละ ที่เราพบมาตลอด อย่างน้อยก็ 10 ปีที่เราลงทำงานพื้นที่อย่างเข้มข้นครับ ก็อยากให้มีการกำหนดให้มันชัดเจนขึ้น ในอำนาจหน้าที่ของหน่วยงานต่าง ๆ แล้วก็การบังคับใช้นะครับ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ และในข้อสุดท้าย ก็คือร่างนี้นะครับ ที่เราจะทำใหม่นี่ ผมคิดว่าเนื่องจากต้องยกร่างเดิม ยกของเก่าเดิมทิ้งไปนะครับ ภาคีคนพิการทุกท่าน รวมถึงสมาคม แล้วก็องค์กรคนพิการนะครับ คิดว่าต้องใช้เวลาเพิ่มขึ้นในการดูเนื้อหา เพื่อไม่ให้เกิดการตกหล่นครับ ขอบคุณมากครับ (คุณมณเฑียร) ขอบคุณมากครับ คุณมานิตย์ครับ เชิญหน่วยงานต่อไปเลยครับ (เลขานุการ) ค่ะ หน่วยงานต่อไป เรียนเชิญผู้แทนจากศูนย์การดำรงชีวิตอิสระคนพิการจังหวัดนนทบุรี ค่ะ เรียนเชิญ คุณธีรยุทธ ค่ะ (คุณธีรยุทธ) ครับ ธีรยุทธ สุคนธวิท ครับ ศูนย์การดำรงชีวิตอิสระคนพิการจังหวัดนนทบุรีนะครับ ก็มี 2-3 ประเด็นนะครับ จากที่ได้ฟังทางผู้แทน สนข. ได้นำเสนอ โดยเฉพาะเรื่องหมวด 2 เรื่องยานพาหนะนะครับ คือ ยานพาหนะก็มีหลากหลายประเภท ผมอยากจะเจาะเรื่องของรถไฟนะครับ ระบบรางนี่ เนื่องจากรถไฟบ้านเรานี่ โบกี้แต่ละโบกี้นะครับ ที่ใช้อยู่ในปัจจุบันนี่ ก็มีสเปก มีขนาด มีความกว้างของประตู มี Layout ที่นั่ง ห้องโดยสาร ความสูงจากพื้นไม่เท่ากันนะครับ แล้วก็มีบางรุ่นที่เห็นว่าทางต่างประเทศบริจาคมาให้ใช้ แล้วมาปรับขนาดราง วิ่งในเมืองไทย เอาไว้นำเที่ยว หรือเอาไว้ใช้ในกิจการประชาสัมพันธ์นี่ มันไม่ค่อยมีความสะดวกสำหรับผู้ที่ใช้วีลแชร์ แต่ประเด็นหนึ่งที่ไม่ได้ยินจากทาง สนข. ก็คือเรื่องระดับความสูงของชานชาลานะครับ คือตัวพื้นรถไฟนี่ พื้นรถไฟนี่ สูงจากพื้นเท่าไรนะครับ ความจริง ถ้ามันมีสเปกเดียวก็ออกแบบมาตรฐานความสูงของชานชาลาให้เท่ากันหมด จะ 110 ซม. จะ 80 ซม. หรือจะ 60 ซม. บ้านเรามีทุกขนาดเลยนะครับ แล้วก็ทำให้มีปัญหาว่ารถวีลแชร์นี่ พอไปถึงแล้ว เข้าขบวนรถไฟไม่ได้ ขบวนรถไฟแต่ละโบกี้ก็อย่างที่บอก ความสูงของพื้นห้องโดยสารไม่เท่ากันก็จำเป็นต้องมีบันได พอมีบันไดก็ติดประตู ประตูก็มีบางรุ่นที่เจาะ เจาะประตูที่ตัวกลางโบกี้เป็นประตูกว้าง บางรุ่นก็ใส่ลิฟต์เข้าไปเพื่อใช้ในการเป็นแป้นยกลิฟต์วีลแชร์เข้าไป ซึ่งถ้าคนพิการจะเดินทางด้วยรถไฟ ก็ต้องบอกว่า อาจจะมีไปภาคเหนือ 1 ขบวน วันนั้น เที่ยวนั้น เวลานั้น ซึ่งมันไม่สะดวกเลยนะครับ มันควรจะเป็นอะไรที่ไปได้ทุกเที่ยวนะครับ ไม่ต้องบวกล่วงหน้า ไปเป็นมาตรฐาน เพราะฉะนั้น เวลาจะออกแบบ จะออกกฎกระทรวง จะใช้บังคับกับ Standard ของรถแต่ละรุ่นนี่ มันจะมีสิ่งที่ต้องคำนึงถึงเยอะมาก แล้วเรื่องความสูงของชานชาลา โดยเฉพาะรถไฟความเร็วสูง ก็ยังไม่ได้เป็นข้อสรุป ตอนนี้ก็ต่างคนก็ต่างทำ อีสาน ความสูงก็ 110 ซม. แต่ถ้าไปใต้ก็ 80 ซม. นะครับ ขนาดรางก็ยังมีปัญหา เพราะฉะนั้น ตรงนี้ที่บอกจะมีตู้นอน มีห้องส้วม ห้องน้ำ ผมก็ยังมองว่า เราอาจจะยังต้องทบทวนเรื่อง Standard มาตรฐานของตัวรถแต่ละชนิดนะครับ รถเมล์เหมือนกันนะครับ รถเมล์ รถประจำทางที่ใช้กรุงเทพมหานคร ก็มีทั้ง Low Floor ทั้งไม่ Low Floor พอกฎกระทรวงนี้ออกมานี่ ฮัลโหล ขออภัย... (คุณมณเฑียร) เชิญ ๆ เชิญครับ ๆ (คุณมานิตย์) เราจะใช้เฉพาะรถของ ขสมก. หรือรวมถึงรถร่วมเอกชนด้วยนะครับ เพราะมาตรฐานรถ Low Floor ที่ใช้ในบ้านเรา มีทั้งที่ Low Floor จริง ๆ แล้วก็ Semi-Low Floor นะครับ ทำทั้ง 2 อย่างก็ไม่เหมือนกันอีกนะครับ ความสูงจากพื้นห้องโดยสาร เมื่อเทียบกับฟุตพาทนี่ ไอ้อัตราส่วนทางลาด ที่เมื่อกี้ท่านประธานเปิดประเด็นไว้ 1:8 นี่ ถ้าเป็น Low Floor จริง ๆ นี่ กับความสูงของฟุตพาทเรา 20 กว่า ซม. นี่ก็สบาย ๆ เข็นเข้าสะดวกเลย แต่ถ้าเกิดรถเมล์ไปจอด ณ จุดที่ไม่มีฟุตพาทรองรับ เมื่อกี้ได้ยินว่าอัตราส่วน 1:3 อันนี้ไม่โอเคแล้วครับ ไม่โอเคแล้วครับ 1:3 นี่ ถ้าเข็นรถลงจากรถเมล์นี่ หรือเข็นขึ้นนี่ 1:3 นี่มันองศามันชันมากนะครับ แล้วถ้าเป็น Semi-Low Floor ที่เข้าไปแล้วมีบันไดขั้นหนึ่ง ก็จะไม่ใช่สัดส่วนนี้อีก เพราะฉะนั้น กฎกระทรวงนี้ เราจะใช้กับใครนะครับ ถ้าเราตั้งใจออกเป็นกฏกระทรวง ก็คือใช้กับหน่วยงานหลากหลายหน่วยงานนะครับ ก็ต้องให้คลอบคลุมถึงรถที่เป็นรถร่วมเอกชนด้วยนะครับ ไอ้รุ่นเก่าซัก 40-50-60 ปี อันนั้นก็โละทิ้งขายต่างประเทศไป แต่ล็อตใหม่ก็กำหนดให้เป็น Low Floor โครงสร้างต่ำ แล้วก็ไอ้พวก Semi-Low Floor นี่ไม่เอา ทีนี้ผมขอขยับมาที่เรือนะครับ เรือนี่ ตอนนี้มีเรือด่วนเจ้าพระยานะครับ ขึ้นที่สถานีพระนั่งเกล้า ลงที่สถานีสาทร อันนี้ทำได้ค่อนข้างดีนะครับ วีลแชร์ขึ้น-ลงสะดวก แต่เฉพาะจุดจอดที่เป็นสถานีเรือเท่านั้น ถ้าเกิดไม่ใช่ท่าเรือที่เป็นสถานีเรือ ก็จะไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกตามที่กำหนดไว้ เพราะฉะนั้น ก็ไม่แน่ใจว่าเราบังคับดูที่ตัวเรือ เราบังคับที่ตัวสถานีเรือ หรือบังคับที่ท่าเรือทุกท่าเรือนะครับ ถ้าสถานีเรือพระนั่งเกล้า ไปสถานีเรือรัฐสภา โอเค อาจจะเกิดขึ้นวีลแชร์ไปประชุมรัฐสภาได้ อาจจะตื่นเต้นนิดหน่อยนะครับ เนื่องจากไม่ได้มีสะพานเข้าไปที่ท้ายเรือโดยตรง ก็ใช้เข็นรถ ฟึ่บเอา ข้ามไปแบบเร็ว ๆ มีสะพานทางลาด เป็นสะพานโค้ง แต่ไม่เห็นเอามาใช้นะครับ ก็อยู่ที่ตัวสถานีเรือ แต่เวลาถึงเวลาแบบวีลแชร์ใช้งานจริง ก็ไม่ได้ยกมาพาด เพราะมันหนัก มันหนักพอสมควร เขาก็ไม่ได้เอามาใช้งาน ทั้ง ๆ ที่ทำเสร็จแล้ว เรือก็จะเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง ตอนนี้เรือก็เหมือนกัน ใช้กับเรือระดับไหนนะครับ ใช้ตั้งแต่เรือด่วนขึ้นไป หรือเรือโดยสาร เรือสำราญ หรือเรือนำเที่ยวนะครับ ก็คือตรงนี้นี่ เรากำหนดไว้ แต่สภาพบังคับใช้นี่ ไม่แน่ใจว่า ต้องประสานกับใคร แล้วก็ตัวกรมเจ้าท่าเองนี่ กรณีมีการปรับปรุงท่าเทียบเรือ ซึ่งไม่ได้ใหญ่โตถึงขั้นเป็นสถานีเรือ จะอยู่ภายใต้กฏกระทรวงฉบับนี้หรือไม่นะครับ สุดท้ายแล้วครับ ที่อยากจะหยิบประเด็นขึ้นมาพูด ก็คือ เครื่องบินครับ เครื่องบินนี่ ก็คือจะต้องมีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกนำพาวีลแชร์ขึ้น-ลงนะครับ ก็ถ้าเป็นงวง ก็เข็นเข้าเครื่อง ก็ขอให้มีการระบุเรื่องของ Cabin Wheelchair เป็นวีลแชร์ขนาดเล็กที่เข็นไปช่องกลางระหว่างเก้าอี้ผู้โดยสารนะครับ เพราะว่าบางครั้ง วีลแชร์ พอเข้าไปในนั้นนี่เราไม่สามารถใช้วีลแชร์ประจำปกติของเราได้ เนื่องจากช่องทางเดินมันแคบ ก็อยากให้มีการกำหนดเรื่องของ Cabin Wheelchair เป็นอุปกรณ์มาตราฐานประจำงวง ประจำเครื่อง หรือประจำอะไรล่ะ ไว้คอยอำนวยความสะดวก ไม่ใช่พอเข้าเครื่องบินได้ แล้วก็ต้องลงจากรถเข็น คลานไปบนพื้น เพื่อไปหาที่นั่งเอาเอง หรือมีคนช่วยยกช่วยอุ้ม แล้วก็เป็นไปด้วยความยากลำบาก เพราะว่ามันแคบนะครับ Cabin Wheelchair ถ้าเป็นเที่ยวบินที่เดินทางไปต่างประเทศเกิน 4-5 ชั่วโมง เขาจะมี Cabin Wheelchair ประจำเครื่องเลยนะครับ แล้วก็หลายประเทศก็เอา Cabin Wheelchair ประจำไว้ที่งวงเลย พอใช้เสร็จก็มาเก็บไว้ที่งวงนะครับ ส่วนกรณีที่เครื่องบินไม่ได้เทียบงวงนะครับ จะเป็นบัส เอาแบบรถบัสไปจอด Bus Gate ตรงนี้ ส่วนใหญ่ก็จะใช้ คนยก Human Lift เอาคนมาช่วยยกขึ้นไป ถามว่ารถเข็นล่ะ รถเข็นเก็บใต้ท้องเครื่องไปแล้ว ก็จะต้องเอาคนไปยก ซึ่งตรงนี้อันตรายมากนะครับ ไม่แน่ใจว่า อุปกรณ์ที่จะใช้ช่วยยกนี่ ทราบไม่เป็นทางการว่า ได้มีการจัดซื้อมาแล้วประจำสถา... เขาเรียกว่าอะไร ประจำสนามบินนี่นะครับ ในสังกัดกรมการบินพลเรือนนี่ จำนวน 36 แห่ง แต่ไม่ได้เอาออกมาใช้งาน เอาออกมาใช้งานไม่กี่แห่ง ที่เป็นสะพานทางลาด ที่ให้คนสามารถลากกระเป๋าขึ้นเครื่องได้เลย ไม่ใช่เป็นรถบันไดนะครับ ไม่ใช่รถบันได เป็นรถทางลาดที่เวียนขึ้นเข้าเครื่องได้ ซึ่งตรงนี้ในต่างประเทศ วีลแชร์ก็สามารถใช้สะพานทางลาด ที่เวียนเข้าตัวเครื่องได้เหมือนกรณีงวง แล้วก็ไปเปลี่ยนเป็น Cabin Wheelchair เพื่อไปยังที่นั่งโดยสาร สิ่งเหล่านี้ ไม่แน่ใจ ผมก็ยอมรับว่ายังดูไม่ครบน่ะนะครับ เรื่องรายละเอียดท้ายกฎกระทรวง ว่ามีใครพูดถึงสิ่งเหล่านี้ไหม แต่ก็ฝากไว้เป็นประเด็น ขอบคุณครับ (คุณมณเฑียร) ขอบคุณนะครับ สิ่งที่คุณธีรยุทธพูดมา ผมไม่อยากขัดจังหวะนะครับ เมื่อสักครู่ เพราะว่า 1. ในฐานะท่านเป็นที่ปรึกษาอนุกรรมาธิการด้วยนะครับ แล้วก็ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์นะครับ อย่างไรรบกวนทางกระทรวงช่วยบันทึกไว้ด้วยนะครับ หลายเรื่องเป็นรายละเอียดนะครับ แล้วก็อย่างที่เรียนไปแล้วว่าเรื่องเรือนี่ยังมีความไม่สะดวก และไม่ปลอดภัยอยู่มากนะครับ น่าจะถือโอกาสที่เรากำลังเปลี่ยนระบบขนส่งทางเรือของเรานี่นะ ให้มีความทันสมัยนี่ ถือโอกาสบรรจุเรื่องเหล่านี้เข้าไปเลยนะครับ ก็น่าจะเป็นประโยชน์นะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ที่จะเป็นที่อับอาย ก็คือถ้าท่าเรือของรัฐสภานี่ไม่สะดวกและไม่ปลอดภัยนี่ ก็จะเป็นที่อับอายนะ ของรัฐสภาไทยด้วย ถ้าเราทำให้มันเป็นต้นแบบได้ ก็จะดีนะครับ เชิญหน่วยงานต่อไปเลยครับ เชิญครับ (เลขานุการ) หน่วยงานที่ 12 หน่วยงานสุดท้ายนะคะ เชิญผู้แทนจากมูลนิธิอารยสถาปัตย์เพื่อคนทั้งมวลค่ะ (ผู้เข้าร่วมประชุมชาย) ครับ สวัสดีครับ ผม ยุทธพล ดํารงชื่นสกุล ครับ เป็นผู้แทนของมูลนิธิอารยสถาปัตย์เพื่อคนทั้งมวลนะครับ ผมมีอยู่ประมาณ 4 ประเด็นนะครับ ที่อยากจะขออนุญาตนำเสนอในที่นี้นะครับ ประเด็นแรกนะครับ คือในส่วนของเรื่องของการจัดซื้อจัดจ้างในการก่อสร้างนะครับ ซึ่งจะเป็นการเพื่อให้เป็นส่วนที่ท่านได้ทาง สนข. ได้ตั้งประเด็นว่าจะสร้างโน่นนี่นั่นนี่นะครับ ก็สัมพันธ์กับสิ่งที่อยากจะเป็นข้อกังวลว่า สิ่งเหล่านี้นะครับ ที่จะเกิดขึ้นนี่ มีเรื่องของการบำรุงรักษาอย่างไรบ้างนะครับ เพราะว่าสิ่งเหล่านี้ บางทีเราจะเห็นว่า มันเกิดขึ้น มันมี แต่ว่ามันไม่ได้มีการบำรุงรักษา ซึ่งเป็นสิ่งที่ปมด้อยนะครับนะ ในสิ่งที่เกิดขึ้นนะครับ ไม่ว่าจะเป็นทางลาดที่พอใช้สักระยะหนึ่งนี่มีการแตกหัก แล้วไม่มีการซ่อมแซมหรือการดูแลนะครับนะ ประเด็นที่ 2 ครับ หากว่ากรณีที่สถานที่แห่งนั้นนะครับ ไม่มีการจัด ไม่มีการจัดให้มี หรือไม่ทำนะครับ สิ่งเหล่านี้จะมีบทลงโทษหรือเปล่านะครับ ซึ่งไปสัมพันธ์กับในส่วนที่เราตั้งแบบสอบถามไว้ 1,249 คนนี่นะครับ มีทั้งคนพิการแล้วก็ไม่พิการนะครับ ตั้งแต่เดือนมีนาคม-เมษายน ที่ผ่านมานี่นะครับ ก็ตั้งประเด็นว่า เรื่องของการบังคับใช้เรื่องกฏหมายนะครับ มีคนเห็นด้วยนะครับ 1,178 คนนะครับ คิดเป็น 94.3 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเห็นว่า ประเด็นเรื่องนี้น่ะนะครับ อยากจะให้มีเรื่องของการบังคับใช้ แล้วก็บทลงโทษที่ชัดเจน ในบทลงโทษเองนะครับ ก็อาจจะมองในแง่ของผู้ที่เป็นเจ้าของสถานที่ หรือว่าเป็นผู้ที่มีความเกี่ยวข้องกับสถานที่แห่งนั้น ๆ หรือประเด็นของผู้อื่นที่ละเมิดนะครับ ในเรื่องของการใช้สถานที่แห่งนั้น ก็อยากจะเห็นความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมายอันนี้นะครับ ประเด็นที่ 3 ครับ จะสอบถามว่าในส่วนของร่างกฎหมายฉบับนี้นะครับ จะไปสัมพันธ์เกี่ยวข้องกับอาคารเก่า ยานพาหนะเก่า ซึ่งจะเป็นลักษณะของข้อยกเว้นหรือไม่นะครับ เพราะสุดท้ายแล้วนี่นะครับ อาคาร สถานที่เหล่านั้น หรือยานพาหนะเก่าเหล่านั้นนะครับ ก็อาจจะเป็นข้อช่องว่างของการที่จะไม่ครอบคลุมกฎหมายฉบับนี้ใช่หรือไม่นะครับ ส่วนประเด็นสุดท้ายนะครับ ประเด็นที่ 4 ก็จะไปสัมพันธ์กับชุดประสบการณ์นะครับ ที่เราจะพบบ่อย ๆ นะครับ มีอยู่ 2 ข้อนะครับ 4.1 ครับ ก็อย่างที่สอดคล้องกับทางคุณธีรยุทธที่ผ่านมาเมื่อกี้นะครับ ก็สามารถกล่าวได้ว่า การเข้าถึงยานพาหนะของเครื่องบินเองนะครับ ก็เป็นประเด็นที่สำคัญ และก็เป็น Pain point ทีเดียวนะครับ เพราะว่าบางที่ไม่สามารถที่จะเชื่อมต่อจากงวงช้างได้นะครับ ก็อาจจะเป็นทางลาดเคลื่อนที่นะครับ มันก็จะไม่ได้บอกเพียงแค่ว่าเอื้ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้รถเข็นเท่านั้น แต่ว่ากรณีของผู้ที่ใช้กระเป๋าลากนะครับ อันนี้ก็จะเป็นประเด็นการเอื้ออย่างยิ่งนะครับ แล้วก็เพื่อคนทั้งมวลด้วยนะครับ เป็นปัจจัยที่สำคัญ เพราะฉะนั้นเองนะครับ การที่มีข้อมูล มีการจัดซื้อจัดจ้างนะครับ ในมูลค่าที่ไม่ใช่น้อยนะครับ สามารถไปสืบค้นได้ในงบประมาณแผ่นดินนะครับ บางที่มีแล้วแต่ยังไม่นำมาใช้ มันก็เกิด Question Mark ว่าทำไมถึงไม่นำมาใช้นะครับ ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีนะครับ ในกรณีที่มีอยู่แล้วนะครับ มีการจัดซื้อจัดจ้างนะครับ แต่ว่ายังไม่นำมาใช้ อันนี้ก็อยากจะให้เกิดขึ้นในหลาย ๆ ที่นะครับ และคนนำมาใช้งานด้วย ประเด็นสุดท้ายในชุดประสบการณ์นะครับ ก็คือว่าเราเห็นสื่อเป็นระยะ ๆ ในเรื่องของการเลือกปฏิบัติของผู้โดยสารที่เป็นคนพิการครับ อย่างล่าสุด ก็เห็นว่ากรณีของเป็นผู้พิการด้านการมองเห็นนะครับ ก็ถูกเลือกปฏิบัตินะครับ ขออนุญาตเอ่ยชื่อเลยนะครับ อย่างของสายการบินที่เป็นของประเทศไทยเราเองนะครับ NokAir นะครับที่เป็นดุลยพินิจของทางกัปตันว่าจะให้ขึ้นเครื่องหรือไม่นะครับ อันนี้เป็นสิ่งที่มีความพะว้าพะวง และก็กังวลใจอย่างยิ่งต่อคนพิการที่เป็นผู้โดยสารนะครับ ซึ่งอยากให้สร้างความชัดเจนว่าในฐานะที่ NokAir เองนะครับ เป็นสายการบินของประเทศเราเองนะครับ กลับมีเงื่อนไขต่อประชากรไทย หรือคนไทยเองด้วยกันนี่นะครับ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ากังวลใจนะครับ แล้วก็เราไม่รู้ว่าในที่นี้เราจะเจอแจ็กพ็อตหรือเปล่านะครับ ฉะนั้นเองนี่ เมื่อเทียบกับสายการบินจากประเทศอื่นนะครับ ที่ยังให้บริการมาประเทศไทยเองนี่นะครับ เขากลับไม่มีประเด็นเหล่านี้เลย ฉะนั้นเองก็จะฝากประเด็นเหล่านี้ไว้นะครับ ซึ่งหลาย ๆ ข้อเอง ในรายละเอียดนะครับ ก็ต้องขอบคุณทุก ๆ ท่านที่ได้ช่วยกันเติมเต็มด้วยความห่วงใยนะครับ ขณะเดียวกันเองก็เป็นเรื่องที่เราต้องตั้งข้อสังเกตว่า มันจะมีบัญชีแนบท้ายนะครับ ที่มีรายละเอียดมากมายทีเดียวนะครับ ก็ต้องใช้เวลาในการศึกษาร่วมกันนะครับ ประมาณนี้ครับ ขอบคุณมากครับ (คุณมณเฑียร) ขอบคุณมากครับ ผู้แทนจากมูลนิธิอารยสถาปัตย์เพื่อคนทั้งมวลนะครับ เราได้ใช้เวลาในการรับฟังความเห็นจากหน่วยงานต่าง ๆ ไปเรียบร้อยแล้วนะครับ ตอนนี้ก็จะขอเชิญผู้แทนในคณะอนุกรรมาธิการเองนะครับ และที่ปรึกษานะครับ ให้ความเห็น ข้อเสนอแนะ แล้วก็ท่านจะมีประเด็นซักถามด้วยก็ได้นะครับ ผมอาจจะแทรกเป็นระยะ ๆ ในประเด็นที่เกี่ยวข้องนะครับ ส่วนประเด็นที่ผมมีในใจ แล้วก็ได้พูดมาโดยตลอดว่า เรายังไม่ได้พูดถึงสภาพแวดล้อมทางข้อมูลข่าวสารการสื่อสารอย่างเป็นระบบนะครับ ที่เดี๋ยวนี้เรามักจะใช้คำว่า Digital Environment ซึ่งมันหนีไม่พ้นนะครับ แล้วก็ผมก็เข้าใจว่าหน่วยงานในส่วนของคมนาคมก็ได้นำมาใช้ เพียงแต่ว่าเวลาท่านเขียนกฎกระทรว งท่านเขียนไปไม่ถึง คราวนี้ท่านจะไม่เขียนไว้ในนี่ แต่ท่านจะพาดพิงไปถึงกฎหมายฉบับอื่นหรือไม่นะครับ เช่น กฎกระทรวงตามมาตรา 20(6) ของ พ.ร.บ. ส่งเสริม หรือ พ.ร.บ. วิธีปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือ พ.ร.บ.ปฏิบัติพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม อะไรทำนองนั้นล่ะครับ มันจะอย่างไรนะครับ แต่ถ้าไม่เขียนอะไรเลยนี่ ผมเกรงว่า ความเหลื่อมล้ำมันจะไปปรากฏอยู่ตรงนั้นแทนนะครับ มันมีหลายจุดนะครับ ที่กฎกระทรวงฉบับนี้สามารถจะเขียนได้ เช่น จุดให้ข้อมูล คำว่า "จุดที่ให้ข้อมูล" นี่ มันหมายถึง ให้ข้อมูลในเชิงกายภาพ หรือมันหมายรวมถึงเว็บไซต์ หมายรวมถึงแอปฯ หมายรวมถึงอะไรด้วยไหมนะครับ ถ้ามันหมายรวมถึงเว็บไซต์ หมายถึงแอปฯ ด้วยนี่ ก็ต้องบอกว่าจะต้องจัดทำข้อมูลเหล่านั้นให้อยู่ในรูปแบบที่คนพิการสามารถเข้าถึงได้ เข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้โดยสะดวกด้วยนะครับ อย่างนี้นะครับ เพราะถ้าไม่เขียนไว้นะครับ จุดให้ข้อมูลก็คือจุดให้ข้อมูลธรรมดา ไม่มีอะไร เป็นต้นนะครับ ก็เดี๋ยวลองดูนะครับ เชิญอนุกรรมาธิการและที่ปรึกษาครับ เชิญครับ มีท่านใด... (คุณวิริยะ) ท่านประธาน ผมขออเล็กน้อยนะครับ (คุณมณเฑียร) เชิญอาจารย์วิริยะครับ (คุณวิริยะ) ครับ คือที่ข้อ 3. มาตรา 3. น่ะ ที่พูดถึงว่าไอ้รถไฟต้องมีบริการยกคนขึ้นรถนะครับ ผมอยากให้ใส่ หรือมีชานชาลาในระดับเดียวกับรถไฟน่ะ รู้สึกจะอยู่ในมาตรา 3 หรืออย่างไรน่ะ เรื่องบริการยกคนขึ้น อยากให้ใส่เรื่องชานชาลาเสมอกับรถไฟด้วย (คุณมณเฑียร) เอาชานชาลาเป็นหลักมั้งครับ เอาชานชาลาเป็นหลัก แล้วก็เอาการยกเป็นรองครับ เดี๋ยวลอง เดี๋ยวทางผู้แทนทางคมนาคมลองไปตรวจดูนะครับ บังเอิญข้ออาจจะตรงกันหรือไม่ อย่างไร ถ้ามันมีกรณีแบบนี้ ก็น่าจะเอาชานชาลาที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน สูงเท่ากับตัวรถไฟ ที่เป็นขนาดมาตรฐาน ที่เรากำลังพยายามส่งเสริมและก็สั่งซื้อนี่นะครับ อดีตก็คงจะลักลั่นกันไป แต่ว่าต่อไปนี้นี่คงจะต้องกำหนดความสูงมาตรฐานนะครับ อาจารย์วิริยะมีข้อสังเกตข้ออื่นอีกไหมครับ อาจารย์ครับ (คุณวิริยะ) อ๋อ ไม่มีครับ ไม่มีครับ (คุณมณเฑียร) ครับ ขอบคุณครับอาจารย์ครับ มีท่านอื่นไหมครับ คุณสว่างครับ (ผู้เข้าร่วมประชุมชาย) ขออนุญาตครับ ท่านประธาน (คุณมณเฑียร) เชิญเลยครับ เชิญ (คุณสว่าง) สว่าง ศรีสม นะครับ อนุกรรมาธิการนะครับ ก็มีข้อสังเกตอยู่หลายข้อเหมือนกันนะครับ แล้วก็อาจจะมีคำถามที่อาจจะฝากถามทางกระทรวงคมนาคมด้วยนะครับ เรื่องแรกนะครับที่ทาง สนข. แจ้งว่า มีการนำเอาส่วนของอาคารที่อยู่ในทางหลวงต่าง ๆ นะครับ ไม่ว่าจะเป็นทางหลวงแผ่นดิน ทางหลวงชนบท ทางพิเศษนะครับ หรือว่าทางหลวงสัมปทานออกไปนะครับ จากกฎกระทรวงข้อนี้นะครับ เนื่องจากว่ามีกฏหมายของด้านการควบคุมอาคารนี่ควบคุมเอาไว้อยู่แล้วนะครับ ก็อยากให้ทบทวนสักเล็กน้อยนะครับ เพราะว่าเนื่องจากว่า ในส่วนของทางหลวง หรือว่าทางพิเศษนี่นะครับ มันก็จะมีส่วนที่อาจจะเกี่ยวข้องกับการใช้งานนะครับ ของประชาชนอยู่นะครับ ซึ่งก็จะรวมอยู่ในส่วนของคนพิการด้วยนะครับ ซึ่งผมเองก็ยังไม่แน่ใจว่าในส่วนของกฎหมายด้านอาคารอื่น ๆ นี่นะครับ จะได้ครอบคลุมเรื่องสิ่งอำนวยความสะดวกเอาไว้ไหมนะครับ เช่น ที่พักทางหลวงนะครับ ซึ่งอันนี้ จริง ๆ แล้ว โดยโครงสร้างพื้นฐานนี่นะครับ ก็จะทำไว้ให้สะดวกในระดับหนึ่งอยู่แล้วนะครับ แต่ปัญหาที่เราเจอโดยส่วนใหญ่ ก็คือว่า เมื่อมีเอกชนเข้ามาเช่าพื้นที่ร้านนะครับ ก็อาจจะมีการทำสิ่งที่เข้าไม่ถึงนี่นะครับ เพิ่มเติมขึ้นมา เช่น การยกพื้นนะครับ เมื่อวานนี่เพิ่งกลับจากเมืองพัทยามานะครับ ก็แวะพักทางหลวงที่ฉะเชิงเทรานะครับ บางปะกง ก็จะเห็นว่าร้านต่าง ๆ ยกพื้นกันแล้ว ยกพื้นกันอีกนะครับ ซึ่งทำให้คนพิการนี่นะครับ ที่จะไปใช้บริการนี่ ก็ไม่ได้รับความสะดวก เพราะฉะนั้นนั่นน่ะ ก็อาจจะต้องมีการตัวกฎหมายหรือตัวระเบียบอาจจะไม่ครอบคลุมไปถึงภาคเอกชนนะครับ ที่เข้ามาใช้พื้นที่ของรัฐด้วยนะครับ หรืออีกอันหนึ่งนะครับ ที่อันนี้กำลังก่อสร้างอยู่นะครับ ซึ่งเรายังไม่ได้มีโอกาสได้ติดตามมากนัก ก็คือโครงการก่อสร้าง Skywalk นะครับ ของ ปตท. ซึ่งได้สอบถามไปทางฝ่ายทางหลวงกรุงเทพฯ นะครับ ก็ทราบมาว่าเป็น Skywalk 2 ส่วนที่จะเชื่อมกับรถไฟฟ้าสายสีเขียวและสายสีน้ำเงิน บริเวณ 5 แยกลาดพร้าวนะครับ แต่ว่าไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวก คือ ไม่มีลิฟต์เลยนะครับ ซึ่งอันนี้ เป็นเพราะว่ากฎหมายมันไปไม่ถึง หรือว่าจริง ๆ แล้วมันไปขาดตกบกพร่องตรงไหนนะครับ ตัวกฎหมายนี้อาจจะต้องช่วยดูให้ครอบคลุมนะครับ ว่ามันครอบคลุมไปถึงคนที่มาใช้พื้นที่ของหลวงนะครับ ในการทำโครงการ หรือว่าในการทำธุรกิจ หรืออะไรก็แล้วแต่นี่ด้วยหรือเปล่านะครับ อันนี้ประเด็นที่ 1 นะครับ ประเด็นที่ 2 นะครับ จะเป็นเรื่องขนาดของเรือนะครับ ที่ระบุขนาดไว้ว่าเป็น 500 ตันกรอสส์นะครับ ซึ่งเท่าที่ผมหาข้อมูล ก็คือเรือขนาดนี้ก็จะเป็นเรือค่อนข้างขนาดใหญ่ ก็คือจะมีผู้โดยสารประมาณ 200-400 คนนะครับ ผมไม่แน่ใจว่าข้อมูลถูกต้องหรือเปล่านะครับ แต่ถ้าจำนวนผู้โดยสารค่อนข้างเยอะขนาดนี้นะครับ สิ่งอำนวยความสะดวก ผมก็คิดว่ามันก็อาจจะเป็นเรือขนาดใหญ่เกินไป มันไม่น่าจะครอบคลุมเรือโดยสารที่วิ่งอยู่ในแม่น้ำเจ้าพระยา ที่วิ่งอยู่ในคลองแสนแสบด้วยหรือเปล่านะครับ หรือว่ามันอาจจะมีการทบทวนเรื่องของจำนวนผู้โดยสาร หรือว่าขนาดของเรือนะครับ เพื่อที่จะให้สิ่งอำนวยความสะดวกนะครับ คือ ถ้ามันใหญ่เกินไป มันก็อาจจะไม่ใช่เรือที่จะวิ่งโดยสารประจำทุก ๆ วัน อันนี้ก็อาจจะขอข้อมูลเพิ่มเติมจากทางกระทรวงด้วยนะครับ อีกเรื่องหนึ่งที่หลาย ๆ ท่านพูดมา ก็คือว่าได้นำสิ่งอำนวยความสะดวกมาใช้ แต่ว่าไม่ได้นำมาใช้งานนะครับ เช่น ทางลาดขึ้นเครื่องนะครับ ซึ่งตัวทางลาดขึ้นเครื่องนี่ ไม่ได้เป็นตัวเลือกหนึ่งนะครับ ที่เขียนไว้ในตัวกฎกระทรวง จริง ๆ แล้วผมคิดว่าอันนี้ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งนะครับที่สามารถที่จะระบุไว้ในกฎกระทรวงได้ ในเรื่องของวิธีการที่จะช่วยให้ผู้โดยสารสามารถขึ้นเครื่องได้นะครับ แต่ว่าก็อยากให้มี แล้วก็นำมาวางเอาไว้นะครับ นอกจากตัวทางลาดแบบขึ้นเครื่องแล้ว ก็ยังมีบางฟีเจอร์นะครับของ เช่น รถเมล์นะครับ โดยส่วนตัวนะครับ ผมคิดว่าขนาดของความชัน 1:8 1:3 นะครับ อันนี้ก็เป็นขนาดมาตราฐานทั่วไปนะครับ แต่สิ่งหนึ่งที่จะช่วยให้การเข้าถึง ขึ้นรถเมล์นี่สะดวกขึ้น นั่นก็คือ ฟีเจอร์ที่เรียกว่า "การย่อเข่า" นะครับ ซึ่งจริง ๆ มีนะครับ แต่ว่าไม่ใช้นะครับ มันก็ทำให้การขึ้น-ลงนี่นะครับ เช่น พอไปจอดในจุดที่ทางลาดมัน... ฟุตพาทมันอาจจะเตี้ยนะครับ แล้วถ้ารถเมล์ไม่ย่อเข่าลงนี่นะครับ ทางลาดนี่มันก็จะมีความชันค่อนข้างมากนะครับ ซึ่งก็อาจจะเป็นอันตรายในการขึ้น-ลงนะครับ เพราะฉะนั้น ไม่แน่ใจนะครับ ว่าตัวกฎกระทรวงนี่จะไปถึงขั้นบังคับให้มีการนำมาใช้ ฟีเจอร์ต่าง ๆ เหล่านี้ที่มีแต่ไม่ได้เอามาใช้นี่ด้วยหรือเปล่านะ แต่ก็ฝากเอาไว้ให้พิจารณา แล้วก็อีกเรื่องหนึ่งนะครับ เป็นเรื่องของการมีส่วนร่วมขององค์กรคนพิการนะครับ ในการที่จะเข้าไปร่าง... ร่วมร่างกฎหมายต่าง ๆ นะครับ เราจะยกตัวอย่างเช่น กฎกระทรวงมหาดไทยนะครับ ปี 2564 ก็จะมีสภาคนพิการนะครับ หรือว่าตัวแทนขององค์กรคนพิการนี่เข้าไปมีส่วนร่วมในเรื่องของการร่างกฎหมายนะครับ หรือว่าให้ข้อเสนอแนะต่อกฎหมายตั้งแต่แรกเริ่มนะครับ ในส่วนของตัวกฎกระทรวงนี้ก็เช่นกันนะครับ ก็อยากจะสอบถามนะครับ ทางกระทรวงว่าสามารถที่จะให้มีกลไก หรือว่ามีช่องทางที่จะให้องค์กรคนพิการเข้าไปมีส่วนร่วมด้วยหรือเปล่าครับ ขอบคุณครับ (คุณมณเฑียร) ขอบคุณมากครับ เชิญท่านอนุกรรมาธิการและที่ปรึกษาท่านอื่น เชิญครับ มีไหมครับ ที่เหลือครับ ประเด็นที่คิดว่ายังไม่ชัดเจน (คุณสว่าง) ท่านประธานครับ ขออนุญาตอีกนิดหนึ่งครับ ลืม ๆ ๆ (คุณมณเฑียร) เชิญคุณสว่างครับ เชิญ (คุณสว่าง) เรื่องของทางหลวงนะครับ ผมขออนุญาตพูดถึงอีกประเด็นหนึ่งที่สำคัญนะครับ ก็คือเรื่องของทางเท้านะครับ เนื่องจากว่ามีการปรับเอาทางหลวงออกไปจากกฎกระทรวงนี้นะครับ เนื่องจากว่าเห็นว่าอยู่นอกเมือง แต่ว่ามันจะมีทางหลวงหลาย ๆ เส้นนะครับ ที่จะวิ่งเข้ามาในเขตเมืองนะครับ เช่น ถนนวิภาวดีนะครับ ถนนแจ้งวัฒนะ ถนนรัตนาธิเบศร์อะไรต่าง ๆ เหล่านี้นะครับ อยู่ในต่างจังหวัด ก็อาจจะมี เช่น ถนนสุขุมวิท ถนนมิตรภาพ ถนนพหลโยธินนี่ ก็จะวิ่งผ่านเข้าไปใจกลางเมืองนะครับ ซึ่งประชาชนนี่ก็จำเป็นที่จะต้องใช้ถนนส่วนนี้นะครับในการที่จะ ในการใช้ชีวิตประจำวันของเขาด้วยนะครับ หรือถ้าเป็นกรุงเทพฯ นี่นะครับ ถนนเหล่านี้ก็จะมีรถไฟฟ้าวิ่งอยู่ข้างบนด้วย การที่เราจะไปที่สถานีรถไฟฟ้าได้นี่นะครับ เรื่องของสิ่งอำนวยความสะดวกบนทางเท้าของถนนหลวง อันนี้ก็จำเป็นนะครับ เพราะฉะนั้น อยากให้มั่นใจนะครับ ว่าทางหลวงหรือว่าสิ่งที่ได้แยกออกไปจากกฎกระทรวงนี่นะครับ สามารถที่จะ Cover สิ่งเหล่านี้ได้ด้วยนะครับ แล้วก็ถ้าเป็นไปได้อยากให้มีส่วนของการพูดถึงของทางเท้านะครับ เป็นมาตรฐานของสิ่งอำนวยความสะดวกหนึ่ง เพราะเข้าใจว่าทางหลวงเองก็... ขออภัย กระทรวงคมนาคมก็มีทางเท้าที่อยู่ในความรับผิดชอบของตัวเองอยู่แล้วนะครับ ก็ควรจะต้องมีการกำหนดมาตรฐานให้ชัดเจน เพราะว่า จะเห็นว่ามีการทำทางเท้าที่แตกต่างกันค่อนข้างมาก ในหลาย ๆ จังหวัดนะครับ ขอบพระคุณครับ (คุณมณเฑียร) ในประเทศที่พัฒนาแล้วนี่ ทางเท้าน่าจะสะดวก ปลอดภัย แล้วก็กว้างพอสมควรเลยนะครับ ส่วนบ้านเรานั้นนี่ สะเปะสะปะนะครับ แล้วก็ส่วนใหญ่แล้วถนนยิ่งกว้างขึ้น ทางเท้าก็ยิ่งแคบลง อันนี้ไม่เป็นประโยชน์ต่อคนที่สัญจรไปมานะครับ มันก็จะสวนทางกันกับความพยายามที่เราจะควบคุมปริมาณรถ ความพยายามที่จะส่งเสริมระบบขนส่งสาธารณะ แล้วคนก็จะมีแรงจูงใจให้ใช้รถส่วนตัวมากขึ้นด้วย ในขณะที่คนที่ต้องใช้ทางเท้านี่ ก็รู้สึกลำบากมากขึ้นทุกทีนะครับ อันนี้กระทรวงอาจจะต้องนำไปกำหนดเป็นหลักการแล้วมั้งครับ อาจจะอยู่ใหญ่กว่ากฎกระทรวงฉบับนี้ แต่ว่าหลักการในการปรับปรุงระบบโครงสร้างทางด้านคมนาคมขั้นพื้นฐานเลยนี่ เราจะทำอย่างไร ที่ในบางจังหวัดนี่ ถนนกว้างขึ้นเรื่อย ๆ ทางเท้าก็แคบลงเรื่อย ๆ จนกระทั่งแทบจะไม่มีที่เดินอีกต่อไปนะครับ อันนี้น่าเป็นห่วงนะครับ แล้วก็เกิดขึ้นทุกจังหวัดนะครับ นี่นะครับ ครับ มีท่านอื่นอีกไหมครับ (คุณมานิตย์) ท่านประธานครับ ผมมานิตย์ ครับ ขอเสริมประเด็น Skywalk ครับผม ขอบคุณครับ ขอเสริมประเด็น Skywalk ของคุณสว่างเพิ่มอีกนิดหนึ่งนะครับ กรุงเทพมหานครเรามีการสร้างรถไฟฟ้า แต่การสร้างรถไฟฟ้านี่ก็จะมีการเติมทางเดินนะครับ เพื่อเชื่อมต่อไป เพื่อต่อคนไปให้เดินลงทางเท้าได้สะดวกเพิ่มขึ้นครับ โดยส่วนใหญ่แล้วมันก็จะมีทางลาดแหละนะครับ แต่ว่า Skywalk บางจุด รวมถึงการสร้างใหม่นี่ ปลายทางมันจะไปต่อกับสะพานลอยเก่านะครับ ตอนนี้ไอ้พื้นที่ Skywalk นี่มันอาจจะมีการลดระดับชั้นครับ เราพบว่า การลดระดับชั้นของ Skywalk นี่ ยังเป็นบันไดครับ ท่านประธาน ก็อยากฝากว่าเราอาจจะต้องมีข้อกำหนดที่ชัดเจนเพิ่มขึ้น การกำหนด Wording ที่ชัดเจนว่า การสร้าง Skywalk สิ่งอำนวยความสะดวกใด ๆ น่ะ มันจะต้องไม่มีสิ่งพวกนี้เกิดขึ้นครับ อยากฝากด้วยครับ ขอบคุณครับ (คุณมณเฑียร) ถ้าไม่กำหนดนะครับ ผู้ออกแบบก็จะเอาความสะดวกในการเขียนแบบ ในการก่อสร้างเป็นหลัก ไม่ได้เอาความสะดวกของผู้ใช้เป็นหลักนะครับ อันนี้ก็ยกตัวอย่างในต่างประเทศนะครับ ว่าสิ่งปลูกสร้างสาธารณะสมัยใหม่ เขาพยายามลด Step ออกไปให้มากที่สุดนะครับ ถ้าเราไปดูการก่อสร้างอาคารสมัยใหม่ในญี่ปุ่น หรือในบางประเทศนี่ จะเห็นได้ว่า พื้นที่ชั้นล่างของอาคารกับถนนนะครับ เป็นหนึ่งเดียวนะครับ ไร้รอยต่อ คือต่อให้อาคารนี่สูง ชั้น 1 ของอาคารนี่สูงขึ้นมา เขาก็ต้องยอมเสียเงินนะครับ ถมที่บริเวณหน้าตึกเพื่อให้ลักษณะของทางลาดนี่เป็นเนื้อเดียวกับตัวถนนให้ได้นะครับ เสร็จแล้วก็ไปแก้ปัญหาในตัวอาคาร ก็คือมีลิฟต์ มีอะไรต่าง ๆ แต่ว่าจากตัวถนนเข้าสู่อาคารนี่ เขาจะทำให้มันเป็นกลมกลืนกันไปเลยเป็นธรรมชาติก็คือเป็นทางเดินแบบไร้รอยต่อระหว่างถนนกับตัวอาคาร ซึ่งปรากฏการณ์เหล่านี้เราจะไม่เจอในเมืองไทยนะครับ คือ เราจะเจอ Step เราจะเจอบันได การเล่นระดับเต็มไปหมดเลย เป็นเรื่องปกติ ส่วนทางลาดนี่เป็นของแถม แล้วก็มักจะไปแถมด้านข้างตึก ด้านหลังตึกนะครับ อันนี้ก็ถ้าเป็นอาคารทั่วไปอาจจะต้องไปดูที่กฎกระทรวงมหาดไทยนะครับ แต่ถ้าเป็นสถานีขนส่งนี่ ผมไม่แน่ใจว่าทางคมนาคมมีความคิดเห็นเรื่องนี้อย่างไร มันน่าจะกำหนดได้หรือไม่นะครับ เนื่องจากว่ามันอำนวยความสะดวกให้กับผู้คนที่ต้องเดินทาง เพราะฉะนั้น มันต้องอนุมานว่าผู้เดินทางนี้มีความหลากหลายอยู่แล้ว ทั้งคนทุกเพศทุกวัย มีความพิการหลายระดับ หลายความบกพร่องนี่ ถ้าเราจะกำหนดให้ระดับพื้นของอาคารชั้นล่างนี่ กับท้องถนนนี่ กับถนนนี่ ไม่มี Step เลย คือ ให้เป็นธรรมชาติไปเลยนะครับ ซึ่งนั่นหมายความว่าการก่อสร้างนี่ก็จะต้องคำนวณให้ดีตั้งแต่เริ่มแรกนะครับ ทีนี้พอไปสร้างบันไดนี่ ชันมากแล้วนี่ พอจะมาทำทางลาดภายหลังนี่ การกำหนดให้ทางลาดเป็น 1:12 นี่มันยากมาก มันก็จะเหมือนกับเรื่องที่เราถกเถียงกันเรื่องรถเมล์เมื่อสักครู่นี่ คือถ้าเราปล่อยให้รถเมล์นี่จัดซื้อกันตามยถากรรมนี่ ไม่กำหนดมาตรฐานความสูงของระดับ Floor ของรถเมล์นี่ เราก็จะประสบปัญหาเหมือนที่เรากำลังพยายามแก้อยู่นี่ แต่ถ้าเรากำหนดไปเลยว่าชานรถเมล์นี่ จะต้องสูงจากพื้นไม่เกินกี่เซนติเมตรตั้งแต่แรกนี่นะครับ แล้วก็ไปกำหนดฟุตพาทว่าสูงไม่เกินเท่าไรนี่นะครับ อันนี้มันจะสามารถควบคุมตัวแปร ก็คือระดับความสูงตัวรถไปฟุตพาทที่อำนวยความสะดวกได้ แต่ถ้าเราไม่เข้มงวดในเรื่องนี้นะครับ ชานรถนี่ เราก็ปล่อยให้ซื้อกันสะเปะสะปะ ตามแต่ใจคนจัดซื้อจัดจ้างนี่ มันก็จะมีปัญหา สิ่งเหล่านี้ต้องคำนึงถึงนะครับ มีท่านใดจะแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติมไหมครับ ตนอนี้เราครบถ้วนหมดแล้วนะครับ อนุกรรมาธิการ ยังมีท่านใดอีกไหมครับ (คุณยงยุทธ) ขออนุญาตนิดหนึ่งครับ อาจารย์ครับ (คุณมณเฑียร) เชิญครับ เชิญครับ (คุณยงยุทธ) เรียนท่านประธานครับ ผม ยงยุทธ แสงพรหม นะครับ ผู้แทนจากสมาคมสภาฯ นะครับ ผมเรียนตั้งข้อสังเกตนิดเดียวครับ คือเรื่องของท่าอากาศยานนะครับ จำนวนคนพิการแต่ละประเภทที่จะขึ้นเครื่องแต่ละเที่ยวบินตรงนี้ คือผมเองไม่แน่ใจว่าคือใครเป็นตัวกำหนด หรือว่าใครเป็นคนกำหนด เพราะว่าคือหลายประเภทความพิการครับ เจอมาว่า ยกตัวอย่างว่า ทางตานะครับขึ้นได้จำนวนสักเท่าไรนะครับ คนที่ใช้รถเข็นนี่ขึ้นได้จำนวนสักเท่าไรนะครับ หรือประเภทอื่นนี่ ขึ้นได้จำนวนสักเท่าไร ก็คือ หลายประเภทความพิการเจอมานะครับ อันนี้คือฝากถาม แล้วก็ตั้งข้อสังเกตนิดหนึ่งว่าหน่วยงานไหนออกกฎกระทรวงนี้ หรือสายการบินเป็นคนออก ถ้าหน่วยงานไหนออกนี่ ถ้าทำหนังสือเวียนถึงสมาคมสภาฯ ก็ได้นะครับ หรือทำหนังสือเวียนถึงแต่ละสมาคมก็ได้นะครับ คือเป็นเรื่องที่ทุกประเภทความพิการจะได้รับรู้กันนะครับ อันนี้จำนวนผู้โดยสารแต่ละเที่ยวบินน่ะนะครับ ครับ ขอบคุณมากครับ (คุณมณเฑียร) เมื่อวาน ทางคณะกรรมาธิการชุดใหญ่ของเรา ได้พูดคุยกับสำนักงานการบินพลเรือนในเรื่องนี้ไปแล้วนะครับ ก็ขณะนี้กำลังเร่งการจัดทำข้อบังคับในเรื่องนั้นอยู่นะครับ เดี๋ยวทางผมเข้าใจว่ามีผู้แทนสำนักงานมาร่วมด้วย เดี๋ยวท่านอาจจะชี้แจงสักนิดหนึ่ง แต่ว่าเนื่องจากว่าประเด็นวันนี้เป็นประเด็นกฎกระทรวงฉบับนี้ ก็ขอให้เก็บประเด็นไว้นะครับ ครับ ขอบคุณคุณยงยุทธครับ เชิญท่านอื่นต่อเลยครับ มีไหมครับ (คุณพีรพงศ์) ท่านประธาน ผมพีรพงศ์ ครับ สมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทยครับ (คุณมณเฑียร) เชิญคุณพีรพงศ์ครับ (คุณพีรพงศ์) ครับ ผมขอถามสั้น ๆ นิดหนึ่งครับว่า เข้าใจว่ากฎกระทรวงฉบับนี้กำลังอยู่ในกระบวนการรับฟังความคิดเห็นของภาคประชาชนอยู่ด้วยใช่ไหมครับ อย่างไรอยากให้ผู้แทน สนข. หรือผู้แทนที่เกี่ยวข้องได้บอกให้ทราบถึงแหล่งที่เราจะเข้าไปแสดงความเห็น เพราะเอกสารมันเยอะมากท่านประธาน ผมก็อ่านยังไม่ค่อยจะทันเท่าไร เผื่อจะได้มีความเห็นเพิ่มเติมแล้วก็ระยะเวลาเรื่องเวลานี่ แสดงความเห็นได้ถึงเมื่อไหร่ แล้วถ้าจะกรุณาบอกถึงกระบวนการต่อไปอีก ก็จะดีนะครับ หมายถึงว่าหลังจากหมดกระบวนการรับฟังความเห็นแล้วนี่ มีกระบวนการทำอย่างไรต่อ อันไหนถึงจะเรียกว่าเป็น Final ของกฎกระทรวงฉบับนี้ครับ รบกวนท่านประธานด้วยครับ ขอบคุณครับ (คุณมณเฑียร) ครับ ก็เดี๋ยวจะขอให้ทางผู้แทนของกระทรวงคมนาคมนะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สนข. ช่วยชี้แจงนะครับ มีท่านใดจะสอบถามหรือมีประเด็นเพิ่มเติมอีกไหมครับ ถ้าในขณะนี้ยังไม่มีนะครับ ผมเชิญผู้แทนของทางคมนาคมครับ ท่านใดจะชี้แจง ทาง สนข. ชี้แจงเอง หรือว่าหน่วยงานอื่นจะขอโอกาสในการชี้แจงด้วยครับ เชิญครับ (ล่าม) ท่านประธานคะ เดี๋ยวจะมีผู้แทนจากสมาคมคนหูหนวกแห่งประเทศไทยค่ะ จะขอเพิ่มเติมค่ะ (คุณมณเฑียร) เชิญ ๆ ครับ เมื่อสักครู่เรายังติดค้างอยู่นะ โอเค ขอประทานโทษด้วยนะครับ เมื่อสักครู่ ที่เราเลื่อนของสมาคมคนหูหนวกออกมา เพื่อให้ได้เตรียมตัวอย่างเรียบร้อยครับ เชิญ ๆ ครับ (ล่าม) ค่ะ ผม ธวัชชัย งามธนไพศาล ค่ะ เป็นผู้แทนจากสมาคมคนหูหนวกแห่งประเทศไทยค่ะ ที่คุยกันเรื่องของสิ่งอำนวยความสะดวกน่ะนะคะ ก็อยากจะขอพูดในเรื่องของคือในเรื่อง คือจริง ๆ ก็ไม่ได้ เพราะว่าผมยังอ่านเอกสารยังไม่ครบน่ะนะคะ ก็จะเอาสิ่งที่ได้รับการร้องเรียนจากสมาชิกมานะคะ ว่ามีประเด็นในเรื่องของสิ่งอำนวยความสะดวกอะไรบ้างนะคะ ก็รถไฟ คือรถไฟนะคะ แล้วก็... เพราะว่าคนหูหนวกค่ะ ไม่สามารถที่จะเข้าไปถึงตรงนี้ได้ เพราะเนื่องจากว่ารถไฟค่ะ ในการบอกสถานีลงในแต่ละสถานีน่ะค่ะ มันไม่มีสัญญาณที่จะบอกให้คนหูหนวกรู้ว่า สถานีหน้านี่เป็นสถานีไหน หรือว่าเป็นอำเภออะไร อย่างนี้น่ะค่ะ มันไม่มีบอกเลย ถ้าเป็นรถไฟฟ้าค่ะ เขาก็จะมีบอกว่าสถานีไหนนะคะ จะมีป้ายแบบเขาเรียกว่าเป็นป้ายไฟน่ะค่ะ เป็นจุดไฟบอกให้เรารู้ว่าสถานีหน้านี่เป็นสถานีอะไร หรือว่ามีจอโทรทัศน์ที่อยู่ข้างในบอกให้เรารู้ว่าสถานีหน้านี่จะถึงสถานีไหน แต่ว่าถ้าเป็นรถไฟน่ะค่ะ ยังไม่มีนะคะ ถ้าเป็นรถไฟยังไม่มี ส่วนใหญ่แล้วก็จะเป็นนายสถานีที่ประกาศว่าสถานีหน้าเป็นสถานีของจังหวัดไหน ถึงทางไหนนะคะ ก็อยากจะขอเพิ่มเติมตรงนี้ด้วย เพื่อที่คนหูหนวกที่นั่งอยู่ในสถานีรถไฟค่ะ ในโบกี้ค่ะ เขาจะได้รู้ว่าลงสถานีไหน แล้วก็ในส่วนของเครื่องบิน ในส่วนของเครื่องบิน ผมประสบปัญหาเองในการเดินทาง เพราะว่าผมจำได้ว่ามีการเคยคุยกับทางบริษัทนกแอร์แล้วนะคะ ว่า... ว่า จริง ๆ คือ ผมไปกับภรรยา จะเดินทางไปภูเก็ต แล้วภรรยาเป็นคนหูหนวกด้วย คราวนี้ ผมบอกเขาว่าเราเป็นคนหูหนวกทั้งคู่ ทางเจ้าหน้าที่นกแอร์น่ะค่ะจัดให้ผมนั่งห่างกันกับภรรยา นั่งกันคนละที่ ผมก็เลยบอกว่าทำไมเราถึงต้องนั่งแยก ในเมื่อเราไปด้วยกัน ก็ผมเป็นสามีภรรยากันนะ แต่ทำไมถึงให้นั่งแยก ผมก็ไปยืนเถียงอยู่หน้า Counter อยู่ประมาณหลายนาทีอยู่ แล้วก็เขาก็ให้ผมนั่งเหมือนกับว่านั่งริมทางเดินน่ะค่ะ แต่เป็นคนละฝั่ง คนละฝั่งแต่นั่งริมทางเดิน คราวนี้ผมก็เลยบอกว่า ผมก็เลยบอกว่า ทำไมถึงต้องแบบนี้กัน คือ จริง ๆ ผมก็เห็นว่าจากที่ทางคนตาบอดบอกว่า ต้องมีการนับจำนวนผู้พิการในการเข้าเครื่องบินในแต่ละวัน หรือในแต่ละ Flight น่ะค่ะ ว่าจำนวนกี่คน คือทำไมจะต้องนับนะคะ คือทำไมจะต้องมี เพราะจริง ๆ แล้ว ถ้าเกิดว่าถ้าสมมติว่าเรามีคนหูหนวกเป็นกลุ่มที่จะต้องเดินทางไปประชุมอย่างนี้ค่ะ คุณจะจัดแบบไหน ฉะนั้น มันก็เหมือนกัน ถ้าเกิดว่าคุณเดินทางแบบเป็นกลุ่มหรือเดินทางแบบแค่คน 2 คนอย่างนี้ค่ะ หรือเดินทางไป 2 คนนี่ คุณก็ต้องให้นั่ง ให้เขานั่งคู่กัน คุณจะมาอ้างว่า ให้คนอื่นมาดูแลอย่างนี้ ไม่ต้องมาดูแลเรา เราดูแลตัวเราเองได้ อ๋อแล้วก็ ผมก็ไม่แน่ใจว่ามันมีถูกเรื่องสิ่งที่ผมจะพูดนี่ค่ะ มันถูกระบุลงไปในตัวของกฎหมายตัวร่างประกาศตัวนี้หรือเปล่า ก็คือจะมีคนหูหนวกน่ะค่ะ ที่เขาประกอบอาชีพเกี่ยวกับเรื่องของ Delivery จะมีเรื่องของ Grab ในเรื่องของ Panda ที่เขาให้บริการอย่างนี้ค่ะ คราวนี้ มันก็เหมือนกับว่ามีป้ายทะเบียน มีป้ายทะเบียนเป็นสีเหลือง คราวนี้ เขาทำไม กรมขนส่งเขาไม่ทำป้ายทะเบียนสีเหลืองนี่ให้กับคนหูหนวกที่ทำงาน Grab ที่เขาทำงานด้านนี้ค่ะ เขาไม่ทำให้ เขาไม่ทำให้ เหมือนเขาก็เลยงงว่าทำไมถ้าเป็นคนหูดีนี่มีป้ายเหลือง แต่ทำไมของคนหูหนวกไม่มีป้ายเหลืองให้ ทั้ง ๆ ที่เขาทำงานแบบเดียวกันกับของคนหูดีเลย ก็คืออยากจะขอคำตอบเรื่องนี้ด้วยครับ ขอบคุณครับ (คุณมณเฑียร) ครับ ขอบคุณคุณธวัชชัยนะครับ ก็บางเรื่องนี่ อาจจะไม่สามารถหาคำตอบได้ในวันนี้ เพราะว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ได้มาด้วย แต่ว่าก็จะบันทึกไว้หมดนะครับ ส่วนเรื่องที่สอบถามมานะครับ เดี๋ยวหน่วยงานที่อยู่ในที่นี้ก็จะตอบนะครับ ในส่วนที่เกี่ยวข้องนะครับ ไม่มีท่านใดแล้วนะครับ ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวขอ ผมมีประเด็นที่ผมได้คุยค้างไว้ตั้งแต่ต้น ก่อนที่ทางกระทรวงจะชี้แจง หรือจะตอบคำถามในส่วนที่มีผู้สงสัยนะครับ ก็คงจะเป็นเรื่องของคำนิยามของคำว่า “สิ่งอำนวยความสะดวก” ซึ่งอาจจะต้องเขียนให้ครอบคลุมถึงเทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสาร แล้วก็เทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อการสื่อสารนะครับ ซึ่งในชั้นหลังมานี่ คำว่า "สิ่งอำนวยความสะดวก" นี่ มันได้หมายรวมถึงตัวเทคโนโลยีด้วย แล้วมันก็ถูกใช้จริง ๆ ในยานพาหนะ ในสถานีขนส่ง ในท่าเรือต่าง ๆ นะครับ ถ้าไม่ระบุไว้นี่ มันก็จะขาดมาตราฐานไปนะครับ ส่วนท่านเขียนไว้ในนิยามที่ครอบคลุมแล้วนี่ ในบทบัญญัติของกฎกระทรวงนี่ ท่านจะโยนไปกฎหมายฉบับอื่นนะครับ หรือจะนำเอาบทบัญญัติมาใส่ไว้ในนี่ อันนั้นก็อาจจะแล้วแต่ว่าท่านเห็นสมควรนะครับ แต่ว่าในท้ายที่สุดแล้วมันต้องสามารถที่จะบังคับใช้ได้นะครับ ในส่วนที่เป็นประกาศก็เช่นกันนะครับ ที่เราคุยกันไปเมื่อสักครู่ ก็คือประกาศมันคงไม่ได้มีแต่ประกาศสถานีถัดไป ประกาศท่าเทียบเรือท่าต่อไป มันมีประกาศอีกเยอะแยะไปหมดนะครับ ที่มันเกี่ยวข้องกับผู้โดยสาร ไม่ว่าจะเป็นประกาศชื่อ หมายเลข เที่ยวบิน รถต่าง ๆ นี่นะครับ หรือประกาศเตือนภัย หรือประกาศอื่นใดนะครับ แล้วประกาศมันคงไม่มีแต่ประกาศสำหรับคนพิการ มันเป็นประกาศที่เป็นประโยชน์กับผู้โดยสารทั้งหมด ซึ่งการระบุว่าเป็นประกาศสำหรับใครนี่ กลุ่มใดกลุ่มหนึ่งนี่ ก็อาจจะทำให้เกิดความเข้าใจผิดได้นะ เราคงต้องระบุไปว่าประกาศเหล่านี้นะครับ ทั้งเกี่ยวข้องกับเรื่องของตัวรถ ตัวเรือ สถานี หรือเตือนภัยนี่ คงจะต้องมีทั้งเสียงนะครับ มีทั้งตัวอักษร มีทั้งสัญญาณไฟ หรือวิธีการอื่นใดที่จะช่วยทำให้คนพิการสามารถเข้าถึงได้โดยสะดวกนะครับ วิธีการเขียน ถ้าท่านต้องการนะครับ เดี๋ยวทางคณะอนุกรรมาธิการจะเสนอให้ท่านได้ หรือถ้าท่านมีคำตอบอยู่แล้วนี่ ท่านอาจจะลองดูแบบอย่างนะครับ แล้วก็จุดที่จะให้ข้อมูลก็เช่นกัน เมื่อสักครู่ผมตั้งข้อสังเกตไปแล้วนะครับ ว่าจุดที่จะให้ข้อมูลนี่ ส่วนใหญ่เราไปนึกถึง Counter เราไปนึกถึง Information Counter แต่สมัยนี้มันเปลี่ยนไปนะครับ มันไม่ได้มีแต่ Information Counter มันมีเว็บไซต์ มันมีแอปพลิเคชัน ซึ่งก็ต้องเขียนลงไปด้วยนะครับ ว่าจะต้อง ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน ก็จะต้องจัดทำให้คนพิการสามารถเข้าถึงได้โดยสะดวกนะครับ ท่านไม่ต้องกลัวนะครับว่าทำไม่ได้นะครับ มันมีกฎหมายที่เขาเขียนให้ทำได้อยู่แล้ว เทคโนโลยีก็มีอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าถ้าไม่เขียนไว้นี่ มันก็จะก่อให้เกิดความลักลั่น แล้วก็แต่ละหน่วยงานก็ต่างคนต่างทำ ตอนนี้ก็มีแอปพลิเคชันออกมาเต็มไปหมดนะครับ ทั้งเกี่ยวกับการจองตั๋ว ทั้งเกี่ยวกับข้อมูลต่าง ๆ ทั้งเกี่ยวกับข้อมูลต่าง ๆ ของขนส่งนะครับ ที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐานอย่างนี้เป็นต้นนะครับ ส่วนอุปกรณ์นำพา ผมไม่แน่ใจว่ารวมถึงแผนที่นะครับ ที่จะช่วยทำให้คนพิการนี่สามารถเดินทางในสถานีขนส่งหรือท่าเทียบเรือ หรือท่าอากาศยานนี่ได้โดยสะดวกด้วยหรือเปล่านะครับ เพราะว่าแผนที่ในอาคารเหล่านี้นี่ มันก็จะต้องมีแผนที่ที่เป็นกระดาษ แผนที่ที่เป็นอุปกรณ์ หรือเป็นแผนที่ดิจิทัลนะครับ หรือแม้กระทั่งระบบการนำทางนะครับ ที่เป็นดิจิทัล เช่น Beacon อย่างนี้เป็นต้น ผมไม่แน่ใจว่าทางคมนาคมได้พิจารณานำสิ่งเหล่านี้มาติดตั้งหรือเปล่านะครับ ถ้าเราพิจารณานำสิ่งเหล่านี้มาติดตั้ง มันก็จะต้องระบุลงไปนะครับว่าระบบการนำทาง หรือระบุเส้นทาง หรือแผนที่ภายในอาคาร เหล่านี้นะครับ ทั้งหมดนี่นะครับ ไม่ว่าจะเป็นอาคาร ท่าอากาศยาน ท่าเทียบเรือ สถานีขนส่งใด ๆ นี่ หรือสถานีรถไฟ สถานีรถไฟฟ้านี่ ก็จะต้องอยู่ในรูปแบบที่คนพิการเข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้โดยสะดวกเช่นกันนะครับ ส่วนเทคนิควิธีนี่ อันนี้มันสามารถไปลงรายละเอียดในประกาศได้นะครับ แต่ว่าขอให้เขียนไว้ในกฎกระทรวงนะครับ ก็อันนี้ก็น่าจะทำให้เติมเต็มสิ่งที่ยังขาดอยู่นะครับ ทางกระทรวงจะชี้แจงอะไรไหมครับ ตอบคำถามและข้อสังเกต หรือข้อเสนอแนะที่ได้รับฟังมาครับ เชิญครับ เชิญครับ (คุณสุรพงษ์) ครับ จาก สนข. นะครับ ก็ขออนุญาต คือบางข้อที่ตอบได้นะครับ ขออนุญาตให้ความเห็นเลยนะครับ อันแรกก่อนนะครับ อาจจะไม่ได้เรียงตามลำดับท่านที่ให้ความคิดมานะครับ ในส่วนของเรื่องของการเสนอแนะว่าในเรื่องของการท่าอากาศยานนี่ เป็นเรื่องของลิฟต์ เรื่องของแท่นยกอะไรนี่ ที่ถูกเอาออกไปนี่ ผมกราบเรียนอย่างนี้ครับ ว่าตรงของเดิมนี่ ที่ได้เขียนไว้นี่ ของใหม่นี่ เปลี่ยนเป็นมันจะอยู่ในส่วนของอุปกรณ์นำทางนะครับ ซึ่งรวมตรงนี้อยู่ด้วยนะครับ ซึ่งอุปกรณ์เหล่านี้นะครับ ก็จะเป็นอาจจะเป็นที่เขียนภาพรวมไว้ว่าเป็นอุปกรณ์นำพานี่ เนื่องจากว่า เทคโนโลยีอนาคตมันอาจจะมีอุปกรณ์ที่มีความทันสมัยอะไรต่าง ๆ เข้ามานะครับ เพิ่มเติมนะครับ ก็เลยกำหนดไว้ในอุปกรณ์นำพานะครับ ในส่วนของคำว่า "บันได" นะครับ บันไดผู้โดยสารของเรือโดยสารต่าง ๆ นะครับที่บอกไว้นะครับ ถ้าเป็นกฎของกฎกระทรวงเดิมนะครับ เขาจะเขียนไว้ว่า “บันไดสำหรับคนพิการ” ซึ่งอาจจะต้องทำบันไดแยกออกมา ในกฎกระทรวงนี้นะครับ เราเปลี่ยนจากคำว่า "บันไดคนพิการ" นี่เป็น "บันได" ซึ่งให้สามารถใช้ร่วมกับคนปกติได้นะครับ ก็คือใช้ร่วมกันได้ครับ เพื่อให้เกิดความเท่าเทียมกัน ให้เกิดความรู้สึกที่ดีนะครับ ในส่วนของห้องส้วมเหมือนกันนะครับ ห้องส้วมนี่ ตามกฎกระทรวงของมหาดไทยน่ะครับ เขาเปลี่ยนจากคำว่า "ห้องน้ำ" ไปเป็น "ห้องส้วม" นะครับ เราก็เลยใช้คำเดียวกันนะครับ เป็น "ห้องส้วม" เหมือนกันนะครับ ซึ่งแต่ทั้งนี้นะครับ บนท่าอากาศยาน บนอากาศยานนี่ครับ ตรงนี้มันไม่สามารถแยกได้นะครับ ต้องใช้ร่วมกันครับ ในห้องส้วมตรงนี้ ก็เลยไม่ได้แยกว่าเป็นห้องส้วมของคนพิการนะครับ คราวนี้ที่ท่านเสนอว่าขาดไปเลยคือเรื่องของดิจิทัลนะครับ อันนี้ผมเข้าใจว่า ของเดิมนี่อุปกรณ์นำพานี่ เราหมายถึงในเรื่องของฮาร์ดแวร์ แล้วก็อาจจะเป็นเรื่องของอุปกรณ์ที่มีความทันสมัยอะไรต่าง ๆ นะครับ ซึ่งตรงนี้ขออนุญาตรับไปหารืออีกครั้งหนึ่งนะครับ ในเรื่องของอาจจะเป็นเรื่องของระบบการจอง ระบบการเรียกรถอะไรพวกนี้ด้วย หรือว่าระบบการให้บริการอะไรต่าง ๆ นะครับ ขออนุญาตรับไปนะครับ ส่วนคำว่า "อย่างหนึ่งอย่างใด" นะครับ ผมขออนุญาตกราบเรียนอย่างนี้ครับ ว่าอ้างอิงจากกฎกระทรวงเดิมนะครับ ปี 2556 นี่ เราก็ใช้คำนี้นะครับ "อย่างหนึ่งอย่างใด" เนื่องจากว่าเราอยากให้สามารถทำได้จริงนะครับ ของปี 2566 นี่ เราก็ยังคงคำนี้อยู่ "อย่างหนึ่งอย่างใด" นะครับ ซึ่งแต่ผมกราบเรียนอย่างนี้ครับว่าส่วนไหนที่สามารถทำได้นะครับ ทำได้นี่ เราก็จะพยายามทำให้เกิดขึ้นให้ได้นะครับ แล้วทั้งนี้นะครับ ทางกระทรวงเองแล้วก็หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนี่ ผมทราบว่าถ้าเป็นอาคารเก่านะครับ ที่ไม่ได้อยู่ในการควบคุมของกฎกระทรวงที่จะเกิดใหม่นี่ ก็ได้มีการพยายามจะปรับ อันไหนที่สามารถทำได้ก็พยายามทำนะครับ ซึ่งมันอาจจะทำได้ไม่ครบทุกอย่างนะครับ แต่ถ้าเป็นอาคารใหม่ ๆ เราพยายามทำให้ได้มากที่สุด แล้วก็ทำให้เกิดประโยชน์ที่สุดนะครับ จึงเขียนภาพรวมไว้ก่อนนะครับ ในส่วนของการแจ้งเตือนนะครับ ที่เสนอแนะว่า ท่านเสนอแนะว่า ควรเป็นการแจ้งเตือนด้วยเสียง ด้วยแสงนะครับ ไม่จำเป็นต้องระบุว่าเป็นสำหรับคนพิการนะครับ อันนี้ก็ขออนุญาตรับไปนะครับ ก็ค่อนข้างจะเห็นด้วยครับ ขออนุญาตรับไปนะครับท่าน ส่วนการแจ้งเตือนด้วยระบบแสงหรือเสียงนี่ ก็เดี๋ยวเราก็จะไปล้อกับของมหาดไทย ซึ่งก็ตรงกับที่ท่านให้ข้อเสนอแนะนะครับ ในส่วนของการปรับนะครับ ทางลาดกับทางเท้าให้ไปด้วยกันนะครับ ผมกราบเรียนนิดหนึ่งครับ ว่าทราบมาว่าทางสำนักงานปลัดฯ เองนี่ เราได้ทำมาตรฐานในเรื่องของโครงสร้างพื้นฐานในส่วนของกระทรวงคมนาคมนะครับ ก็พยายามทำให้มันเกิดมาตรฐานตรงนี้นะครับ ทางเท้าอะไรต่าง ๆ นะครับ ในส่วนของที่เป็นชานชาลาของรถไฟนะครับ โดยเฉพาะรถไฟนะครับ ผมกราบเรียนอย่างนี้ครับว่า มันก็จะมีสถานีเก่า กับ สถานีใหม่นะครับ ซึ่งตอนนี้ มันอยู่ในช่วงของการเปลี่ยนถ่ายนะครับ ซึ่งของเดิมนี่ สถานีเก่านี่ ก็จะมีความสูงอยู่เพียงประมาณ 55 ซม. นะครับ ชานชาลานะครับ ความสูงเพียงประมาณ 55 ซม. ซึ่งอาจจะทำให้เกิดความลำบากกับคนพิการนะครับ ช่วงนี้เป็นช่วงเปลี่ยนถ่ายนะครับ ก็จะมีการปรับขึ้นมานะครับ ให้อยู่ประมาณสัก 110 ซม. นะครับ ซึ่ง 110 ซม. นี่ อยู่ในช่วงเปลี่ยนถ่าย แต่ถ้าเป็นช่วงของอนาคตนะครับ ก็จะปรับให้เป็น รถไฟพวกนี้เป็นชานต่ำทั้งหมดนะครับ ซึ่งมันก็ทำให้เข้าได้เลยนะครับ ไม่ต้องก้าวนะครับ อันนี้เป็นสิ่งที่กระทรวงกำลังดำเนินการอยู่นะครับ ในส่วนของ เดี๋ยวนะครับ ขออนุญาตครับ ผมค่อย ๆ ไล่ไปทีละอันนะครับ ในส่วนของบันไดนะครับ ที่อยากให้มีบันได มีการก้าวข้ามที่มันมีมาตรฐานนะครับ รองรับการขึ้น-ลงได้อย่างปลอดภัยนะครับ ซึ่งของเดิมท่านบอกว่าแคบนะครับ อันนี้ผมขออนุญาตนะครับ ก็ในของอาคารต่าง ๆ นี่ ผมขอไปอ้างอิงของกฎกระทรวงของกระทรวงมหาดไทยที่มีการกำหนดแนวตั้ง ความสูง แนวนอนไว้นะครับ ซึ่งก็น่าจะถ้าทำตาม พ.ร.บ. ควบคุมอาคารตรงนั้นได้ ก็น่าจะเหมาะสมนะครับ ในส่วนของคนพิการ ที่เป็นคนพิการที่เป็นคนพิการไม่ประจักษ์นะครับ ซึ่งท่านได้ตั้งข้อสังเกตไว้หลายอย่างนะครับ ในเรื่องของป้ายที่ต้องมีความกระชับ สั้นนะครับ แล้วก็รวมถึงมีกฎกติกามารยาทอะไรต่าง ๆ นี่ครับ อันนี้ผมขออนุญาตรับไปนะครับ แล้วก็จะทำให้มันกระชับให้มันสั้นนะครับ ซึ่งตรงนี้นะครับ มันก็มีมาตรฐานป้ายของ คจร. อยู่นะครับ แต่อย่างไรก็ตาม ก็จะรับความเห็นตรงนี้ไปด้วยครับ ในส่วนของเจ้าหน้าที่ที่ให้บริการนะครับ ซึ่งอัตลักษณ์ของผู้พิการทั้ง 7 ประเภทนี่นะครับ ในการคู่มือการอบรมของ สนข. นะครับ ก็มีครบถ้วนนะครับ ทั้ง 7 ประเภทอยู่ อย่างไรก็ตามนะครับ เดี๋ยวเราก็จะกำชับส่วนนี้นะครับ ให้สามารถให้ผู้ที่จะต้องให้บริการผู้พิการในประเภทต่าง ๆ นี่ ได้รับทราบข้อมูลเหล่านี้แล้วก็บริการได้อย่างถูกต้องนะครับ ในส่วนของป้ายสัญลักษณ์ บอกหนังสือต่าง ๆ นี่ ก็เห็นด้วยนะครับ ให้เป็น Easyread นะครับ ก็คือสั้น กระชับนะครับ แล้วก็ชัดเจนนะครับ ส่วน... เดี๋ยวนะครับ ส่วนคอมเมนต์ คำว่า "อย่างหนึ่งอย่างใด" ผมกราบเรียนไปแล้ว ก็อยากให้เกิดการทำได้อย่างจริงจังนะครับ ซึ่งเป็นขั้นต่ำแล้วนะครับ สามารถทำได้มากกว่าที่ 1 ประเภท การที่สามารถทำได้นะครับ ส่วนที่จอดรถคนพิการนะครับ ที่ว่างไว้นะครับ เราไปอ้างอิงถึงกฎหมายควบคุมอาคารนะครับ ที่มีการกำหนดเอาไว้แล้วนะครับ ในส่วนของการบังคับใช้การให้คุณ ให้โทษนะครับ ซึ่งตรงนี้ผมกราบเรียนแบบนี้นะครับ ว่ากฎกระทรวงต่าง ๆ นี่อยู่ใต้ พ.ร.บ ของ พม. นะครับ ซึ่งตรงนี้เข้าใจว่าก็กำลังพิจารณาอยู่ อย่างไรนะครับ ซึ่งถ้ากฎหมายแม่มีการพิจารณาอย่างไร เดี๋ยวกฎหมายลูกอาจจะค่อย ๆ ไปตามนั้นนะครับ ในส่วนของยานพาหนะเรื่องระบบรางนะครับ ซึ่งโบกี้มีสเปกไม่เหมือนกัน ทั้งประตู และความสูงนะครับ ก็เห็นด้วยครับ ก็พยายามปรับในเรื่องของชานชาลาอย่างที่ผมกราบเรียนเมื่อกี้นะครับ ในเรื่อง Transition กับเรื่องของอนาคตที่จะให้เป็นชานต่ำให้หมดนะครับ ในส่วนของรถบัสนะครับ ก็อนาคตนะครับ รถใหม่นี่เรากำหนดให้เป็น Low Floor ทั้งหมดนะครับ อันนี้ตามแผนของกระทรวงนะครับ ในส่วนของเรือเจ้าพระยาจุดจอด สถานีอะไรต่าง ๆ นะครับ ที่ทำนะครับ กฎกระทรวงนี้ก็จะบังคับในส่วนของตัวเรือนะครับ กับท่าเทียบเรือนะครับ ในส่วนของสถานีเรือนี่ หรือว่า Smart Pier นี่ ผมเข้าใจว่าเป็นอาคารขนาดใหญ่ แล้วก็ค่อนข้างจะมีสิ่งอำนวยความสะดวกพอสมควรนะครับ ในส่วนของท่าเทียบเรือนะครับ ทางเจ้าท่าที่เป็นคนดูแลนะครับ ก็อยู่ในกฎกระทรวงนี้อยู่แล้วด้วยนะครับ สำหรับเรือที่ใช้บังคับนะครับ ที่กำหนดไว้เป็น 500 ตันกรอสส์นี่ เบื้องต้นนี่คิดว่าเป็นเรือขนส่งขนาดใหญ่ที่มีการเดินทาง เรือท่องเที่ยวอะไรต่าง ๆ นะครับ ซึ่งสามารถทำได้ เพราะเนื่องจากว่ามีทางลาด มีเรือ มีหลายอย่างนะครับ ที่อำนวยความสะดวกนะครับ ในส่วนของเรือเล็กนะครับ เรือในคลองนี่ เนื่องจากเป็นเรือขนาดเล็กนะครับ แล้วก็ท่าเรือเอง หรือว่าน้ำของเรือนี่นะครับ ท่าเรือนี่มันไม่ชิดนะครับ มันขึ้น-ลงตามน้ำอะไรพวกนี้ครับ ถ้ามีรายละเอียดลงไปมากนี่ อาจจะทำให้เกิดความไม่ปลอดภัยกับคนพิการเองนะครับ ก็เลยนะครับ ในส่วนของ Cabin Wheelchair นะครับ ตัวนี้นะครับ ก็คิดว่าก็มีการดำเนินการที่กำหนดไว้ใน ICAO อยู่แล้วนะครับ เป็นเรื่องของการใช้งานตรงส่วนนี้นะครับ ในส่วนของท่าอากาศยานนะครับ ในเรื่องของว่ามีการจัดซื้อ ในเรื่องของเครื่องช่วยยกหรือที่เป็นทางลาดนะครับ เพื่อขึ้นเครื่องอะไรได้นี่ครับ ตรงนี้ ผมเข้าใจว่าท่าอากาศยานจัดหามาให้แล้วนะครับ แต่อยู่ที่สายการบินนะครับที่จะมาใช้บริการนะครับ อุปกรณ์ที่นำพาคนขึ้นท่าอากาศยานนะครับ ในส่วนของการจัดซื้อจัดจ้างนะครับ การบำรุงรักษานะครับ ที่ท่านห่วงนะครับ ก็เป็นหน้าที่ของเจ้าของพื้นที่ เจ้าของอาคารตรงนั้นนะครับ ส่วนกฎหมายนี้นะครับ อาคารเก่าหรือยานพาหนะเก่านี่ ก็คงไม่มีผลย้อนหลังครับ แต่ผมกราบเรียนอย่างนี้ครับ ว่าอย่างที่นำเรียนนะครับ กระทรวงคมนาคมเองนี่ พยายาม อย่างเช่น อาคารเก่า ก็จะพยายามใช้ในเรื่องของการบริหารจัดการครับ เพื่อให้มันเกิดความสะดวกนะครับ สำหรับคนพิการเข้าใช้งานนะครับ ในส่วนของการเลือกปฏิบัติต่อคนพิการนะครับ ในเรื่องของการขึ้นเครื่อง หรือจำนวนที่จะขึ้นเครื่องบิน ผมขออนุญาตว่ามันมีกฎหมาย มันมีระเบียบของ ICAO แล้วก็มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังประชุมกันตรงนี้อยู่นะครับ ก็รายละเอียดนี่ ผมเข้าใจว่าอาจจะต้องให้ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหารืออะไรกันให้เรียบร้อยนะครับ ก็คงจะให้ข้อมูลที่ชัดเจนนะครับ แต่มันมีระเบียบ มีข้อบังคับทาง ICAO หรือข้อบังคับกฎหมายที่เกี่ยวข้องอยู่แล้วนะครับ ซึ่งเขาก็จะเน้นคุยกันเรื่องความปลอดภัยเป็นหลักนะครับ ส่วนในเรื่องของ Digital Environment ที่ท่านแนะนำนะครับ ซึ่งจุดที่ให้ข้อมูลนะครับ อาจจะหมายถึงจุดที่เป็นแอปฯ เป็นเว็บ อะไรต่าง ๆ อันนี้ก็ขออนุญาตรับมานะครับ ในส่วนของโครงการ Skywalk ต่าง ๆ นะครับ ที่มีการเชื่อมกับสะพานเดิม และอาจจะทำให้เกิดความไม่สะดวกเหล่านี้นะครับ ผมเข้าใจว่าอาจจะต้องเป็นเรื่องของการออกแบบอะไรต่าง ๆ ครับ ก็เป็นเรื่องการบริหารจัดการครับ แล้วก็อาจจะนำส่วนของกฎหมายที่เกี่ยวข้องไปใช้ได้นะครับ เดี๋ยวนะครับ มีส่วนของระยะเวลานะครับ ที่ท่านถามมานะครับ ว่าในขั้นตอนนี้ อยู่ในขั้นตอนของการ... นี่ครับ รับฟังความคิดเห็น ซึ่งน่าจะสิ้นสุดประมาณ... เดี๋ยวครับ ขอให้ทางฝ่ายเลขาฯ สนข. ช่วยแชร์นิดหนึ่ง ครับ เรื่องที่ท่านถามมานะครับ ในเรื่องของ ณ ปัจจุบันนี่ เราอยู่ในขั้นตอนของการรับฟังความคิดเห็น ซึ่งช่องทางที่รับฟังความคิดเห็นนี่มีอยู่ 3 ช่องทางครับ ก็คือทางเว็บไซต์ ระบบกฎหมายกลางนะครับ ทางเว็บไซต์ของกระทรวงคมนาคม และก็ทางไปรษณีย์ครับ ก็จะกำหนดอยู่ประมาณถึงเดือนกรกฎาคม 2566 นะครับ หลังจากนั้นนี่ เราก็จะประมวลความเห็นนะครับ ของท่านที่ให้ความเห็นต่าง ๆ มานะครับ เอาเข้าประชุมคณะทำงานพิจารณาร่างอีกครึ่งหนึ่งนะครับ ซึ่งในการประชุมกรรมการพิจารณาร่างนี่ ก็อาจจะเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ช่วยให้ความเห็นเพื่อให้กฎกระทรวงเรากระชับและสามารถดำเนินการได้นะครับ หลังจากนั้น ถึงจะนำเรียนท่านทางกระทรวงนะครับ ก็จะนำเรียนท่านรัฐมนตรีเพื่อโปรดพิจารณาต่อไปครับ อันนี้เป็นขั้นตอนของการดำเนินการครับ ในส่วนของคำจำกัดความของ “สิ่งอำนวยความสะดวก” ครับ เดี๋ยวทางคณะทำงานนะครับ ขออนุญาตรับไปนะครับ ว่าเราจะดำเนินการอย่างไร เพื่อให้มันสะท้อนถึงเรื่องของเทคโนโลยีไปด้วยครับ ส่วนอุปกรณ์นำพานะครับ รวมในส่วนของแผนที่หรือไม่นะครับ ผมกราบเรียนครับ รวมไปด้วยครับ ก็ถือว่าเป็นอุปกรณ์นะครับ อันนี้ขออนุญาตตอบโดยที่สรุปครับ ท่านครับ ขอบพระคุณครับ (คุณมณเฑียร) ขอบคุณมากครับ ก็จะอยู่ในบันทึกที่เรารวบรวม แล้วเราก็จะเผยแพร่นะครับ ซึ่งข้อเสนอแนะในส่วนที่เรารับฟังในวันนี้ ก็จะถูกนำมาประมวลเป็นข้อเสนอแนะ ไปยังทางกระทรวงคมนาคมด้วยนะครับ มีท่านใดจะขอเพิ่มเติม (คุณวิริยะ) ท่านประธาน ผมขอเล็กน้อยได้ไหมครับ (คุณมณเฑียร) เชิญอาจารย์วิริยะครับ (คุณวิริยะ) ผมอยากให้เอาความคิดของท่านประธานนะครับ ได้ให้ทางกระทรวงคมนาคมเอาไปใช้ด้วย ว่าไอ้สิ่งอำนวยความสะดวกนี่นะครับ มันไม่ใช่เป็นเรื่องภาระนี่ครับ แต่มันเป็นเรื่องจุดขายนะครับ เพราะว่าถ้าประเทศเรานี่ ระบบคมนาคม อะไรทุกอย่างนี่ มันมีสิ่งอำนวยความสะดวกมีอะไรเรียบร้อย ที่ทุกคนใช้ประโยชน์ได้นี่ แล้วลองคิดดู นักท่องเที่ยวครับ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นผู้สูงวัยนะครับ เขาก็จะมาใช้สิ่งเหล่านี้ได้สะดวก แล้วถ้าเขาพบว่าโอ้โหเมืองไทยไปไหนก็สะดวกนะครับ มันกลับจะดึงดูดการท่องเที่ยวนะครับ ให้คนเข้ามาเที่ยวเมืองไทย เพราะว่าไปไหนมันก็สะดวกไปหมด ผมอยากให้คิดว่า ไอ้ที่เรากำลังทำนี่ มันเป็นจุดขายนะครับ ผมยกตัวอย่าง iPhone ครับ เขาทำให้ทุกคนใช้ได้นะครับ เพราะฉะนั้น ตาบอดนะครับ ใช้ iPhone ซื้อ iPhone นี่ 30 เปอร์เซ็นต์ของ iPhone ทั้งหมดนะครับ เพราะว่าตาบอดใช้ iPhone ได้ใช่ไหมครับ แต่อันนี้มันเป็นจุดขายน่ะ มันไม่ใช่เป็นภาระนะครับ เพราะว่าคนไทยชอบคิดว่าไอ้สิ่งอำนวยความสะดวกพวกนี้มันเป็นภาระนะครับ เพราะฉะนั้นผมอยากฝากทางกระทรวงคมนาคมได้เข้าใจในจุดนี้ด้วยว่ามันเป็นจุดขายที่จะทำให้การท่องเที่ยวของเรานะครับ เอื้อสำหรับทุกคน แล้วทุกคนก็จะมาเที่ยวเมืองไทยได้เต็มที่ครับ ขอบคุณครับ (คุณมณเฑียร) ขอบคุณอาจารย์วิริยะครับ ก็ขอเรียนผู้แทนจากทางกระทรวงคมนาคมอีกครั้งหนึ่งนะครับ ว่าที่ท่านบอกว่าอย่างหนึ่งอย่างใดนี่ เพื่อให้สามารถปฏิบัติได้นี่ อันนี้เป็นสิ่งที่น่าเป็นห่วง เพราะท่านมีข้อกำหนดตั้งเป็นสิบ ๆ ข้อ ในแต่ละหมวด แต่ท่านบอกว่าแค่อย่างหนึ่งอย่างใดก็พอนี่ นั่นหมายความว่า ใน 10 กว่าข้อนี่ครับ เขาทำได้แค่ข้อเดียวก็ได้แล้วนี่ อันนี้มันทำไมอ่อนน้อมถ่อมตัวเหลือเกินนะครับ แล้วเราคิดจะเป็น Hub ด้านคมนาคมนะครับ อันนี้ท่านต้องทราบนะครับ ว่าเสียงบ่น คือ คนมาเมืองไทยนี่ เขาอาจจะมีสิ่งที่เขาชื่นชมหลายเรื่องนะครับ เขาชื่นชมธรรมชาติ เขาชื่นชมความดีความงามของคนไทย ของวัฒนธรรมไทย แต่สิ่งที่เขาบ่นตลอด ก็คือความไม่สะดวกในการเดินทาง ทีนี้ถ้าเราทราบ แล้วเราคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญที่เราจะแก้ปมด้อยของเรานี่ครับ คือเรามีปมด้อยในเรื่องของความไม่สะดวกและความไม่ปลอดภัยในการเดินทาง อันนี้เราต้องยอมรับก่อน ถ้าเราไม่ยอมรับในจุดนี้นี่ เราก็จะหลงใหลกับความสำเร็จทางด้านการท่องเที่ยวของเรานะครับ ประเทศเรามีความไม่สะดวกและความไม่ปลอดภัยในการเดินทางสูงมาก และส่วนหนึ่งก็คือสภาพแวดล้อมของเรานี่ ไม่ได้คำนึงถึงการเข้าถึงของคนทุกคนทุกกลุ่ม ในปีชั้นหลังมานี่ กระทรวงคมนาคมนี่ทำงานเชิงรุกมากขึ้นนะครับ ก็เป็นที่น่าพอใจ แต่เนื่องจากเวลาท่านเขียนกฎกระทรวงหรือเขียนกฎประกาศนี่ ท่านไม่เขียนแบบสุดซอยน่ะ ท่านเขียนแบบออมแรง พอท่านเขียนแบบออมแรงปุ๊บนี่ ผู้ปฏิบัติเขาก็รู้สึกว่าเขาต้องปฏับัติเท่าที่ควรนะครับ เพราะฉะนั้นนี่ โอกาสที่เราจะเป็นส่วนหนึ่งที่จะส่งเสริม การนำรายได้เข้าประเทศเราโดยอาศัยการท่องเที่ยวนี่ มันก็จะไปไม่ถึงดวงดาวนะครับ อันนี้ผมอยากจะขอร้อง อยากจะวิงวอนท่านจริง ๆ นะครับ ว่าเรื่องหนี่งที่เพื่อนชาวต่างประเทศผมนี่บ่นนักหนาก็คือความไม่สะดวกและไม่ปลอดภัยในการเดินทางในเมืองไทยนะครับ แต่ถึงกระนั้นก็ตาม เขามานี่ เพราะว่าเขาชื่นชมเรื่องอื่นของเรา ชื่นชมวัฒนธรรม ชื่นชมอาหาร ชื่นชมธรรมชาติ แต่เขาบ่นเหลือเกินในเรื่องความไม่สะดวก และความไม่ปลอดภัยในการเดินทางนะครับ ฟุตพาทแคบ คนขับรถเร็ว ไม่เป็นระเบียบ สัญญาณจราจรไม่ปลอดภัย อะไรต่าง ๆ มีหมดเลยครับ ทั้งหมด ทั้งหลาย ทั้งปวง ซึ่งผมว่าท่านรู้ดีกว่าผมอยู่แล้ว ผมก็อยากให้ท่านใช้กฎกระทรวงฉบับนี้นี่เป็นสปริงบอร์ด อย่าถือว่าท่านทำประโยชน์ให้คนพิการเลยครับ ถือว่าใช้กฎกระทรวงนี้นี่เป็นสปริงบอร์ดในการยกระดับมาตราฐานโครงสร้างพื้นฐานในด้านการเดินทางของไทย ซึ่งจะทำให้ชาวโลกนี่ มาเมืองไทย อยู่เมืองไทย เที่ยวเมืองไทยมากขึ้น ถ้าเราคิดแบบนี้นี่เราจะไม่รู้สึกเสียดายเงินทุนที่เราลงไปนะครับ เมื่อสักครู่เรื่องเรือนี่ก็ยังไม่ชัดนะครับ ว่าตกลงเราคิดถึงสะพานนะครับ จากท่าเทียบเรือเข้าไปในตัวเรือที่ทำให้การเดินทางเข้า-ออก เป็นไปแบบไร้รอยต่อ ไม่ใช่บันไดนะ ผมไม่รู้จะเรียกอะไรน่ะ มันเป็นทางเดินเข้าไปในเรือ มันเป็นทางเดินเข้าไป โดยที่ไม่ต้องเป็นบันไดน่ะ ผมไม่แน่ใจว่าทางนี้ ใช้คำว่า "บันได" ผมก็ยังเป็นห่วงอยู่นะครับ ครั้นจะสร้างทางขึ้น ทางลงหลายทางขึ้นทางลง มันก็อาจจะสิ้นเปลืองนะครับ สู้เราทำเป็นทางหลักนี่แหละ แต่ให้ทุกคนใช้ร่วมกันได้นะครับ มันก็จะสะดวกนะครับ การกำหนดไว้นี่เป็นมาตราฐานก็จะดีนะครับ ครับ มีท่านใดมีข้อเสนอแนะ ข้อสังเกต ข้อฝากอะไรอีกไหมครับ ก่อนที่เราจะปิด (คุณสว่าง) ขออนุญาตครับ ท่านประธาน (คุณมณเฑียร) เชิญคุณสว่างครับ (คุณสว่าง) ครับ ผมอยากจะเสนอเรื่องของที่เกี่ยวกับดิจิทัลนิดหนึ่งนะครับ เพราะว่าเข้าใจว่าในขั้นนี้นะครับ เนื่องจากว่าการรับฟังความคิดเห็น น่าจะหมดระยะเวลาภายในไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้านะครับ ก็อาจจะสามารถเขียนในหลักการกว้าง ๆ เอาไว้ก่อนได้ แต่ผมคิดว่าในการลงรายละเอียดในการที่จะนำไปปฏิบัตินี่นะครับ มันน่าจะมีสิ่งที่จะต้องคำนึงถึง น่าจะมีรายละเอียดพอสมควรนะครับ คือ เรื่องของการให้ข้อมูลข่าวสาร ไม่ว่าจะเป็นดิจิทัลหรือไม่ดิจิทัลนี่นะครับ มันค่อนข้างเป็นประเด็นนะครับ ในการเดินทาง หรือว่าในบริบททั่ว ๆ ไปของสังคมไทยพอสมควรนะครับ แล้วพอเป็นเรื่องของการเข้าถึงข้อมูลทางดิจิทัล มันก็จะยิ่งมีความซับซ้อน ไม่ใช่มีความซับซ้อน มีความเข้าใจที่คาดเคลื่อนหรือเข้าใจไม่ตรง ไม่ทราบว่ามันจะทำให้เข้าถึงได้อย่างไรนี่ค่อนข้างมากนะครับ เป็นเรื่องที่พูดมานานแล้ว แต่ว่าก็ยังเหมือนกับยังเป็นเรื่องใหม่อยู่พอสมควรนะครับ ไม่ว่าจะเป็นการให้ข้อมูลนะครับ ไม่ว่าจะเป็นในสถานีขนส่งเองนะครับ ในยานพาหนะเองนะครับ หรือว่าในระบบบริการต่าง ๆ เช่น ในเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันต่าง ๆ ที่เรานำมาใช้นี่นะครับ มันมีเรื่องของมาตรฐาน มีเรื่องของอะไรหลาย ๆ อย่างนะครับ ที่ผมคิดว่าเราอาจจะต้องทำอย่างจริงจังนะครับ อาจจะต้องมีคณะทำงานหรืออะไรสักอย่าง ที่มาทำเรื่องนี้โดยเฉพาะนะครับ เพื่อให้การเข้าถึงหรือการให้ข้อมูลข่าวสารในระบบบริการขนส่งสาธารณะนี่นะครับ มันตอบโจทย์การเข้าถึงของคนทุกกลุ่มอย่างแท้จริงนะครับ แล้วก็ผมเชื่อว่าไม่ว่าจะเป็นคณะอนุกรรมาธิการเอง หรือว่าในแวดวงภาคีเครือข่ายของคนพิการเอง เราก็จะมีคนที่มีความเชี่ยวชาญในเรื่องนี้ ที่น่าจะเข้าไปทำงานร่วมกับกระทรวงนะครับ แล้วก็พัฒนาเรื่องการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร ทั้งดิจิทัลและไม่ดิจิทัลนี่ ให้ดียิ่งขึ้นนะครับ (คุณมณเฑียร) เชิญครับ เชิญสำนักงานเลยครับ (คุณสุรพงษ์) ขออนุญาต (คุณมณเฑียร) เชิญครับ เมื่อสักครู่ท่านยกมือนะครับ (คุณสุรพงษ์) อาจารย์ครับ ขออนุญาตครับท่าน ปลัดฯ จาก สนข. ครับ คืออย่างนี้ครับ ขอผมกราบเรียนแบบนี้นะครับ ว่าตอนที่คณะทำงานพิจารณากันนะครับ ได้มีการคุยเรื่องนี้อย่างกว้างขวางเลยครับ ก็เพียงแต่ยังคงเอาไว้นี่ อย่างใดอย่างหนึ่งก็คือว่า “อย่างหนึ่งอย่างใด” นี่ ที่เราคงไว้นี่ ก็เพื่อเปิดโอกาสนะครับ ให้มีการพิจารณาตามความเหมาะสม แล้วก็ให้เกิดความยืดหยุ่นในทางปฏิบัติได้นะครับ แล้วก็ตามที่ได้ใช้กฎหมาย แล้วก็มีการตรวจปัญหาต่าง ๆ นะครับ ของกระทรวงนี่ เราพบว่ารายการสิ่งอำนวยความสะดวกนี่ ที่ระบุอยู่ในกฎกระทรวงของปี 2566 นี่ บางกรณีนี่ครับ อาจจะไม่จำเป็นในบริบทของพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งนะครับ ซึ่งถ้าตัดคำว่า "อย่างหนึ่งอย่างใด" ออกแล้วนี่นะครับ รายการสิ่งอำนวยความสะดวกที่มีอยู่ทั้งอาจจะเป็น 8 รายการ หรือ ว่า 16 รายการ จะต้องมีการปฏิบัติทั้งหมดนะครับ ซึ่งถ้าระบุคำว่า "อย่างหนึ่งอย่างใด" นี่ไว้นะครับ ก็จะทำให้การพิจารณาบางรายการที่ไม่จำเป็นนี่ครับ ซึ่งอาจจะไม่ต้องจัดให้มีก็ได้นะครับ รวมถึงก็ไม่เป็นการผลักภาระเรื่องของงบประมาณนะครับ แล้วก็การดำเนินการให้กับผู้ประกอบการมากนักนะครับ ก็เลยถ้าตัดออกแล้ว แล้วต้องปฏิบัติทุกรายการน่าจะยากในการดำเนินการจริงนะครับ แล้วก็ทำให้มีปัญหากับหน่วยงานที่บังคับใช้กฎหมายด้วยนะครับ รวมทั้งภาระที่เพิ่มขึ้น ซึ่งพิจารณาแล้วนี่ อาจจะไม่จำเป็น แต่สำหรับหมวดอากาศยานนะครับ อาจจะจำเป็นนะครับ ในทุกรายการที่อาจจัดให้มีได้นะครับ ซึ่งก็ที่ประชุมก็เลยไม่เห็นด้วย ที่จะให้จัดให้มีทุกรายการในทุกหมวดนะครับ ก็ซึ่งในการดำเนินการตรงนี้นะครับ ก็เห็นควรอย่างส่วนหนึ่งก็เป็นทางเลือกของพื้นที่ต่าง ๆ อยู่ที่การดีไซน์ต่าง ๆ นะครับ เพื่อเป็นประโยชน์กับพื้นที่จริง ๆ น่ะครับ แต่ว่าอันนี้เป็นความเห็นของที่เราประชุมกันในคณะทำงานนะครับ แต่ผมทราบว่าทางกฎหมาย ทางเมืองก็มีข้อสนับสนุนเพิ่มเติม เชิญครับ (ผู้เข้าร่วมประชุมหญิงจาก สนข.) ค่ะ ขอให้ข้อมูลเพิ่มเติม เกี่ยวกับเรื่องคำว่า "อย่างหนึ่งอย่างใด" นะคะ ที่คงไว้นี่ อาจจะมองว่า เอ๊ะ เลือกทำมาแค่บางรายการก็ได้แล้วใช่ไหมนี่จริง ๆ แล้วนี่ ยังจะมีคำที่ใหญ่กว่านั้นครอบอยู่ทุกหมวดทุกรายการนะคะ อย่างเช่นนะคะ เราก็จะระบุว่ายานพาหนะหรือว่าสถานี อย่างบริการขนส่งจะต้องจัดให้มีอุปกรณ์ สิ่งอำนวยความสะดวก หรือบริการ เพื่อให้คนพิการสามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้ โดยรายการอย่างหนึ่งอย่างได้ ดังต่อไปนี้ เป็น Item Item ของแต่ละหมวดค่ะ คำว่า "เพื่อให้คนพิการสามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้" นี้ มันอยู่ครอบหมวดรายการต่าง ๆ เอาไว้แล้ว ซึ่งถ้าหากว่ามีผู้ประกอบการหรือหน่วยงานใด คิดเพียงแค่ว่าทำเพียงบางรายการ ก็เข้าใจว่าดำเนินการตามกฎหมายแล้ว อันนี้คือไม่ใช่แล้ว เพราะว่า หากคนพิการนะคะ ไม่สามารถที่จะเข้าถึงหรือเข้าถึงแล้วใช้ประโยชน์ไม่ได้นะคะ คำว่า “ใช้ประโยชน์ไม่ได้” นี่ก็คงครอบคลุมถึงเรื่องความสะดวกสบาย ความปลอดภัยแล้วนี่ ในกรณีนี้ก็ถือว่าจำเป็นที่จะต้องดำเนินการปรับปรุงอยู่แล้วน่ะค่ะ ไม่ได้เป็นการละเลยหรือว่าเพิกเฉยน่ะค่ะ ในนัยของข้อความ ที่น่าจะยังสามารถคงไว้ตามที่เสนอมาค่ะ (คุณสุรพงษ์) ก็กราบเรียนเป็นข้อมูลครับ (คุณมานิตย์) ครับ ขออนุญาตครับ ท่านประธานครับ (คุณมณเฑียร) เดี๋ยว ๆ นะครับ ถ้าเขียนในลักษณะนี้นี่ ผมเข้าใจว่าคงจะมีคนตั้งข้อสังเกตเยอะนะครับ ผมเข้าใจสิ่งที่ฝ่ายกฎหมายชี้แจงมาแล้ว ก็คือว่า ก็ให้ทำทั้งหมดนั่นแหละนะครับ แต่ว่าเพื่อให้คนพิการนี่สามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้อย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้ หมายความว่า คนพิการนี่เข้าถึงในแต่ละอย่างนะครับ แต่ผมไม่แน่ใจว่า หน่วยงานนี่จะไปตีความว่า ในรายการดังต่อไปนี้ เขาทำแค่อย่างหนึ่งอย่างใดก็ได้ อย่างอื่นได้มากกว่านะครับ ตรงนี้แหละ ที่มันมีลักษณะกำกวม แต่ผมคิดว่าโดยเจตนารมณ์นี่ ท่านหมายถึงว่าเพื่อให้คนพิการสามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้อย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้นี่หมายถึงตัวคนพิการเข้าถึงได้ ใช้ประโยชน์ได้ ในแต่ละอย่างนี่นะครับ แต่ไม่ได้แปลว่าเขาทำแค่แค่อย่างหนึ่งอย่างใดก็พอแล้วนะครับ เพียงแต่เวลาเขียนในนี้ มันทำให้คนสงสัยไงครับ มันทำให้คนสงสัย ท่านจะต้องมีคำอธิบายครับ ถ้าท่านไม่อยากให้คนสงสัย ท่านต้องอธิบายครับ เชิญคุณมานิตย์ แล้วก็ท่านอาจารย์วิริยะครับ เชิญครับ (คุณมานิตย์) กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์ครับ เห็นด้วยกับท่านประธานครับ จริง ๆ อย่างหนึ่งอย่างใด หากจะมีไว้นี่ ควรต้องชัดเจน แล้วระมัดระวังอย่างมาก สิ่งที่ผมเชื่อมันว่าทุกคนกลัวที่สุด ก็คือว่าสมมติในอาคาร 1 อาคารนี่ครับ ก็มีสิ่งอำนวยความสะดวก มีห้องน้ำ มีทางลาด มีลิฟต์นะครับ คราวนี้ พอมันอย่างหนึ่งอย่างใดนี่ ฉันทำห้องน้ำแบบเดียวก็ได้ใช่ไหม ลิฟต์ไม่ต้องมี ทางลาดไม่ต้องมี ก็ถือว่าผ่านแล้วใช่ไหม นั่นคือสิ่งที่ผมเชื่อมั่นว่าทุกคนกลัวที่สุดครับ ขอบพระคุณมากครับ (คุณวิริยะ) ท่านประธานครับ เพื่อไม่ให้มีปัญหา ผมว่าน่าจะเติมต่อท้ายน่ะ “เพื่อให้ทุกคนใช้ประโยชน์ได้” นะครับ จะเติมว่า "อย่างหนึ่งอย่างใด" หรือ "หลายอย่างเพื่อให้ทุกคนใช้ประโยชน์ได้” หรือ "อย่างหนึ่งอย่างใดเพื่อให้ทุกคนใช้ประโยชน์ได้" ก็ได้ คือมันต้องมีตัวท้ายที่ขยายความอย่างที่ท่านต้องการน่ะ คือถ้าบอกว่าไอ้ข้างบนมันมีอยู่แล้ว ทีนี้เราก็กลัวว่าคนจะไปตีความว่า ก็ตรงข้างล่างมันเขียนแค่อย่างหนึ่งอย่างใดใช่ไหมครับ แต่เจตนารมณ์ของท่านก็ต้องการให้ทุกคนใช้ประโยชน์ได้ ก็เติมต่อท้ายแค่นั้นเอง เพื่อให้ทุกคนใช้ประโยชน์ได้ (คุณมณเฑียร) เขาเขียนแล้วครับอาจารย์ เพียงแต่ว่า เวลาเขาเขียนนี่ มันทำให้เข้าใจไปได้ว่าอย่างหนึ่งอย่างใดนี่ หมายถึงผู้จัด จะจัดอย่างหนึ่งอย่างใดก็ได้นะครับ หรือให้คนพิการสามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้ อย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้ นั่นหมายความว่า เข้าถึงในรายการแต่ละรายการนี่ ดังต่อไปนี้นะครับ แต่ไม่ได้แปลว่าทำอย่างใดอย่างหนึ่ง ทำอย่างหนึ่งอย่างใดเท่านั้นนะครับ ไอ้นี่ผมว่าท่านต้องอธิบายให้ชัดเจนนะครับ ถ้าไม่อธิบายนี่ การตีความนี่ อาจจะนำไปสู่ความไม่ประสบความสำเร็จ ความไม่ประสบความสำเร็จ อันนี้เป็นความห่วงใยอย่างแท้จริง ไม่ได้มีเจตนาเป็นอื่นนะครับ ครับ ขอบคุณทั้ง 2 ท่านนะครับ แล้วผมสังสัยว่าท่านไม่ใช้คำว่า "ทุกคน" รวมถึงคนพิการ ซึ่งผมคิดว่าถ้าใช้คำนี้นี่ มันอาจจะทำให้เกิดความสบายใจนะครับ แต่ทีนี้พอท่านไปเขียนเฉพาะเจาะจง ว่าเพื่อให้คนพิการสามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้นี่ แบบนี้นี่เป็นการเขียนแบบเฉพาะเจาะจง ซึ่งผู้ใหญ่ไม่ค่อยอยากเห็น พูดตรง ๆ นะครับ เขาบอกว่ามีคนพิการอยู่กี่คนนะครับ งบประมาณก็ขายไม่ค่อยออกแล้ว ถ้าทำไว้ให้ใช้เฉพาะสำหรับคนพิการนะครับ แต่หลักการซึ่งผมว่าคมนาคมใช้มากขึ้นแล้วระยะหลัง ๆ มานี่นะครับ ก็คือ Inclusive นะครับ ก็คือเพื่อให้ทุกคนนี่ รวมถึงคนพิการนี่ สามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้นี่ ไอ้หลักการที่ทำให้ทุกคนรวมถึงคนพิการเข้าถึงได้นี่ มันคุ้มค่าคุ้มราคาแล้วก็งบประมาณนี่ จะได้รับการจัดสรรอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยนะครับ แต่ผมเชื่อเลยว่า ถ้าท่านอ้างเฉพาะคนพิการนะครับ มันก็จะมีข้อต่อรองทั้งนักออกแบบ ทั้งผู้บริหาร ทั้งสำนักงบประมาณนี่ เขาจะมีการคิดแบบสัดส่วนขึ้นมาทันทีนะครับ เขาจะคิดแบบสัดส่วน พอคิดแบบสัดส่วนปุ๊บนี่ เขาจะมองเลยว่าคนพิการมีแค่กี่เปอร์เซ็นต์ เอาไปแค่นี้ก็พอนะครับ แต่ถ้าหลักการนี่ Universal Design หรือ Inclusive Design นี่นะครับ หรือ Accessibility For All หรือการเข้าถึงโดยสะดวกถ้วนหน้านี่ อันนี้ผมคิดว่าเป็นประโยชน์ต่อหน่วยงานของท่าน เป็นประโยชน์ต่อกระทรวงคมนาคม เป็นประโยชน์ต่ออุตสาหกรรมการคมนาคม เป็นประโยชน์ต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวโดยรวมนะครับ อันนี้ผมจะอยากขอร้องให้ท่านได้ลองทบทวนดูนะครับ แทนที่จะคนพิการเข้าถึงได้โดยสะดวก คนพิการสามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้เฉย ๆ นี่ ถ้าเราสามารถที่จะนำหลักการ เพื่อให้ทุกคนนี่ รวมโดยเฉพาะคนพิการนี่ สามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้นี่ โอเคท่านอาจจะบอกว่า มันเขียนตามกฎหมายคนพิการ แต่ว่าหลักการนี้นี่ เป็นหลักการที่คนพิการเองต้องการให้เกิดนะครับ คือ ใช้หลักการทุกคนรวมถึงคนพิการ ไม่ใช่เฉพาะคนพิการ ถ้าเราใช้ทุกคนรวมถึงคนพิการด้วยนี่ มันจะได้ทั้งประโยชน์โดยรวมและประโยชน์เฉพาะนะครับ ซึ่งในเชิงงบประมาณนี่ คุ้มค่าแก่การลงทุน ยิ่งกว่ามุ่งเป้าไปที่คนพิการเท่านั้น อันนี้ก็เรียน ลองปรึกษาฝ่ายกฎหมายของคมนาคมด้วยนะครับ ว่าจะมีวิธีการใดที่จะชี้ไปในทางที่แสดงให้เห็นว่าเป็นการทำเพื่อประโยชน์ส่วนรวมนะครับ รวมถึงคนพิการนะครับ ส่วนรวมโดยเฉพาะรวมถึงคนพิการด้วย อย่างนี้เป็นต้น มากกว่าเขียนแบบเฉพาะเจาะจง เพราะเขียนโดยเฉพาะเจาะจงนี่เรามีปัญหามากนะครับ ผมอยู่ในสภามาเกือบ 16 ปีนี่ พบเลยนะครับ ว่าถ้าอ้างเฉพาะคนพิการนี่ โดนตัดหมดน่ะครับ เพราะทุกคนจะคิดในเชิงสถิติ คิดในเชิงสัดส่วนคนพิการทันที โดยที่ไม่ได้คิดว่าเรากำลังเข้าสู่สังคมสูงวัย เรามีนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก นักท่องเที่ยวเหล่านี้มีข้อจำกัดเยอะแยะไปหมด คือ คนเหล่านี้ไม่ถูกนำมาเป็นข้อพิจารณาเลย เวลาเราจัดสรรงบประมาณ แต่ถ้าเราเขียนว่า ทุกคนรวมถึงคนพิการปุ๊บนี่ เวลาพิจารณาจัดสรรงบประมาณนี่ ประชาชนทุกกลุ่มจะถูกนำมาเป็นข้อพิจารณาด้วยนะครับ อันนี้เสนอด้วยเจตนาดีต่อหน่วยงานนะครับ แล้วก็ต่อประเทศชาติด้วยนะครับ ขอบพระคุณมากครับ ทางกระทรวงมีท่านใดจะทิ้งท้ายอีกไหมครับ จะปิดตอน 4 โมงนี้แล้วครับ เลยมา 10 ทีแล้ว (คุณสุรพงษ์) ขออนุญาตครับ นิดเดียวครับ คือ แบ่งเป็น 2 ส่วนครับ ผมเห็นด้วยกับท่านครับ แล้วก็กราบขอบพระคุณครับ คือ บังเอิญว่า ผมกราบเรียนอย่างนี้ครับ ส่วนแรกก่อนนะครับ ส่วนของกฎหมายนี่ อย่างที่ท่านทราบครับ กฎหมาย ที่กฎกระทรวงฉบับนี้นะครับ ตามกฎหมายแม่นี่ ซึ่งมาจากกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์นี่ครับ มาตราที่ 37 นี่ครับ ตาม พ.ร.บ. การส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการนะครับ ปี 2550 นี่ กำหนดให้อำนาจหน้าที่ของกระทรวงคมนาคมนี่ครับ ให้ท่านรัฐมนตรีนี่ ออกกฎกระทรวงเพื่อกำหนดลักษณะให้คนพิการเท่านั้นเองครับ สามารถเข้าถึงและก็ใช้ประโยชน์ได้ อันนี้เป็นส่วนหนึ่ง ก็เลยในกฎกระทรวงก็เลยมุ่งเน้นไปที่คนพิการ นั่นอันที่ 1 นะครับ แต่ทั้งนี้ผมกราบเรียนอย่างนี้ครับว่า ในส่วนของยุทธศาสตร์ของกระทรวงคมนาคมนะครับ 20 ปีนี่ เรามีอยู่ 3 ห่วงที่ชัดเจนนะครับ ก็คือ 1. ต้องพัฒนาระบบการขนส่งที่มีคุณภาพ อันที่ 2. ก็คือ Green and safe transport นะครับ เมืองสีเขียว อันที่ 3. Inclusive Transprot ก็คือสำหรับคนทุกคนต้องเข้าถึงได้ หรือว่าการคมนาคมสำหรับทุกคนครับ ซึ่งส่วนนี้เป็นส่วนนโยบายของกระทรวงคมนาคมครับ ที่เร่งผลักดันตรงนี้ครับ ก็สำหรับกฎกระทรวงที่ไปไม่ถึงนี่ แต่ในส่วนของกระทรวงเองนี่ก็พยายามใช้ Universal Design หรือใช้อะไรต่าง ๆ นะครับ เข้ามาทำตรงนี้อยู่ครับท่าน ผมขออนุญาตกราบเรียนเป็นข้อมูลครับ (คุณมณเฑียร) คือเราเขียนกฎกระทรวงต่ำกว่ายุทธศาสตร์กระทรวงนี่ อันนี้เราก็จะบังคับได้ยากนะครับ เพราะว่าคนทั่วไปก็จะเห็นช่องว่างเต็มไปหมดแล้วก็ไม่ทำตาม แต่ถ้าเรานำเอายุทธศาสตร์กระทรวงนี่มากำหนดไว้ในนี้ด้วยนะครับ ก็ตอนนี้แม้กระทั่งกระทรวง พม. ก็เปลี่ยนแนวคิด แทนที่จะใช้คนพิการเป็นกลุ่มเฉพาะ ก็ใช้คนพิการ เป็น Benchmark ในการพัฒนาไปด้วยกันอย่างครอบคลุม หรือพัฒนาอย่างองค์รวมที่เราเรียกกันว่า Inclusive Development นี่นะครับ ฉะนั้น คนพิการไม่ใช่จุดสูงสุด ไม่ใช่เป้าหมายสูงสุด คือคนทั้งหมดคือเป้าหมายสูงสุด ซึ่งคนพิการได้รับประโยชน์ด้วยนะครับ ถ้าทางกระทรวงเห็นชอบด้วย ถ้าฝ่ายกฎหมายจะช่วยหาวิธีการใส่หลักการนี้ลงไปในกฎกระทรวงนี่ ก็จะทำให้การปฏิบัติตามนี่ มันมีภาพใหญ่เป็นตัวนำนะครับ โดยมีคนพิการนี่เป็นเพียง Benchmark นะครับ ไม่ใช่คนพิการเป็นเป้าหมายหลัก คนพิการเป็น Benchmark หนึ่งของเป้าหมายหลัก ถ้าเราสามารถพูดง่าย ๆ ว่าเบี่ยงเบนประเด็นไปสู่หลักการนี้นี่ ผมกลับมองว่ากระทรวงคมนาคมจะมีแต่ได้รับประโยชน์นะครับ มีแต่ดี ไม่มีเสียนะครับ แล้วก็ลองคิดให้ดีนะครับ ลอง ๆ ช่วยกันทำให้มันออกไปในทางที่ว่า ทุกคนเป็นหลัก แล้วก็คนพิการเป็น Benchmark นะครับ ของคำว่า “ทุกคน” เพราะถ้าใช้คนพิการเป็น Benchmark ของคำว่า "ทุกคน" นี่ ท่านจะไม่ตกหล่นใครเลย เพราะคนพิการนี่ ผมไม่อยากใช้คำว่า Worst Case Scenario นะครับ คือ เป็นกลุ่มเป้าหมายสุดโต่งอยู่แล้วของคำว่า “ทุกคน” นึกออกใช่ไหมครับ ถ้าเรากำหนดเป้าหมายสำหรับทุกคนนี่ แล้วโดยมีคนพิการเป็น Benchmark นี่ คนพิการนี่ เป็นตัวชี้วัดที่ค่อนข้างสุดโต่งอยู่แล้วนะครับ ลองคิดดูนะครับ ก็ท่านเป็นนักวางแผนน่ะ สนข. เป็นนักวางแผน ท่านลองใช้หลักการนี้นี่ ให้เป็นประโยชน์นะครับ จะมีประโยชน์ต่อกระทรวงท่านมาก นะครับครับ ถ้าไม่มีท่านอื่นมีประเด็นเพิ่มเติมอีกแล้วนะครับ ผมก็ต้องขอขอบคุณทางกระทรวงคมนาคม โดยทุกหน่วยงานนะครับ และก็กระทรวงพัฒนาสังคมโดย พก. แล้วก็หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับคนพิการ ทั้งองค์กรของคนพิการ องค์กรเพื่อคนพิการ และองค์กรที่ทำงานเกี่ยวข้องกับคนพิการอื่น ๆ นะครับ ที่ได้ให้เกียรติกับคณะอนุกรรมการธิการของเราในการมาร่วมประชุม เพื่อรับฟังความคิดเห็นในร่างกฎกระทรวงฉบับนี้นะครับ เราจะรวบรวมข้อคิดความเห็นทั้งปวงนี่นะครับ แล้วก็บรรจุไว้ในบันทึกการประชุม และก็จัดทำเป็นข้อเสนอแนะไปยังกระทรวงนะครับ ถ้ามีประเด็นสงสัยเพิ่มเติมประการใดก็จะมีการติดต่อกันนะครับ ในส่วนของข้อเสนอเพื่อให้เพิ่มหมวดว่าด้วยเรื่องของสภาพแวดล้อมด้านดิจิทัลนี่ ผมคิดว่าเราจะมีข้อเสนอ เป็นชุดข้อเสนอที่ทำให้ท่านมีทางออกนะครับ อาจจะเพิ่ม ขยายความคำนิยามในข้อ 2 ย่อย ของข้อ 3 นะครับ แล้วก็อาจจะเพิ่มเติมข้อความบางส่วน เช่น ในส่วนของข้อมูลนะครับ ในส่วนของประกาศนะครับ และอาจจะเพิ่มหมวดสั้น ๆ เป็นข้อสั้น ๆ ว่าด้วยเรื่องของสภาพแวดล้อมทางดิจิทัล ซึ่งมันจะไปพาดพิงกฎหมายฉบับอื่นนะครับ ไม่ว่าจะเป็นกฎกระทรวงตามมาตรา 20(6) ของ พ.ร.บ. คนพิการ หรือกฎหมายดิจิทัลรวมของชาตินะครับ ไม่ว่าจะเป็น พ.ร.บ. ดิจิทัลเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมปี 2560 พ.ร.บ. การบริหารและบริการภาครัฐในระบบดิจิทัลปี 2562 หรือ พ.ร.บ. วิธีปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งออกมาเมื่อปีที่แล้วนี้เองนะครับ ถ้าเราสามารถเขียนทุกอย่างนี่ให้อยู่ในข้อเดียวได้นะครับ ก็อาจจะช่วยทำให้ทางกระทรวงนี่ มีทางออกที่สะดวกยิ่งขึ้นนะครับ ก็ขอบคุณทุกท่าน จากทุกหน่วยงานอีกครั้งหนึ่งนะครับ แล้วก็หวังว่าเราจะได้ทำงานร่วมกันต่อ ในโอกาสที่เหมาะสมต่อไปนะครับ ขอบคุณมากครับ (ผู้เข้าร่วมประชุมชาย) ขอบพระคุณครับ สวัสดีครับ สวัสดีครับผม (คุณมณเฑียร) คณะอนุกรรมาธิการขอประชุมต่ออีก 5 นาทีนะครับ เพื่อนัดหมายการประชุมครั้งต่อไปครับ ครับ เชิญฝ่ายเลขาฯ เลยครับ สัปดาห์หน้าเราน่าจะพิจารณาผลการประชุมวันนี้นะครับ จัดทำข้อเสนอแนะแล้วก็ดูร่าง Final ที่เราจัดทำสำหรับทาคาชิมายะก่อนที่จะนำเสนอดีไหมครับ เอา 2 เรื่องนี่ มาพิจารณาทีเดียวในคราวหน้า (เลขานุการ) ค่ะ รับทราบค่ะ ก็จะเป็นวันที่... วันพุธที่ 21 นะคะ เวลาบ่ายโมงครึ่งค่ะ (คุณมณเฑียร) ครับ เราไม่มีเชิญหน่วยงานไหน เพราะฉะนั้น ก็ประชุมบ่ายโมงครึ่งนะครับ แล้วก็อย่าลืมร่างหนังสือสอบถามเรื่องความคืบหน้าเกี่ยวกับการจัดการประชุมที่ทุกคนรวมถึงคนพิการสามารถเข้าถึงได้โดยสะดวกนะครับ ไปยังสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา แล้วก็อาจจะขอให้ท่านกรรมาธิการช่วยลงนามด้วยนะครับ โดยอ้างถึงสิ่งที่เราได้ทำเป็นตัวอย่าง เป็นต้นแบบ แล้วก็บรรจุลงในข้อบังคับในการประชุมแล้วด้วยนี่ เราได้ทำมาตั้งแต่สัมมนาวุฒิสภา วันที่ 8 มิถุนายน ส่วนคณะอนุฯ ของเราก็ได้ทำมาโดยตลอด สวทช. ก็ได้กรุณาอนุเคราะห์เรามาตลอด แต่ว่ายังไม่เห็นความเคลื่อนไหวใด ๆ ของทางวุฒิสภาที่จะเป็นหลักประกันว่าเจตนารมณ์ที่ได้เสนอไปตั้งแต่นานมาแล้ว เจตนารมณ์ของข้อบังคับ จะเป็นมรรคเป็นผลขึ้นมานะครับ ก็รบกวนฝ่ายเลขาฯ ด้วยนะครับ มีเรื่องใดที่จะบรรจุคราวหน้าอีกไหมครับ เชิญอนุกรรมาธิการครับ มีเรื่องใดจะต้องการนำเข้าเพื่อพิจารณาครั้งหน้าอีกไหมครับ นอกจาก 2 เรื่องนี้แล้วครับ (คุณวิริยะ) ผมไม่มีครับ (คุณมณเฑียร) ก็ขอบคุณครับ ถ้าอย่างนั้น ขอเพิ่มอีกก็คือข้อบังคับนะครับ ทั้ง 2 ฉบับของสำนักงานการบินพลเรือนนะครับ เราอาจจะต้องหยิบขึ้นมาพิจารณาว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป ตามที่ท่านประธานคณะกรรมาธิการมอบหมายนะครับ อาจจะต้องใส่ไว้ในเรื่องเสนอเพื่อพิจารณาคราวหน้าเพื่อจะได้กำหนดแผนงาน Timeline ในการทำงาน เชิญหน่วยงานมาพูดคุยกันในรายละเอียดต่อไปนะครับ ก็ถ้าไม่มีท่านใดมีเรื่องอื่นนอกเหนือไปจากนี้ ก็ต้องขอขอบคุณทุกท่านนะครับ แล้วก็สัปดาห์หน้า เราพบกันเวลา 13.30 น. วิธีการประชุมก็ยังเป็นแบบเดิมนะครับ ช่วงนี้ COVID กลับมาระบาดอีกแล้ว ต้องระวังเนื้อระวังตัวกันนะครับ ดูแลตัวเองให้ปลอดภัยครับ ขอบคุณครับ ปิดการประชุมครับ สวัสดีครับ [สิ้นสุดการถอดความ]