(อาจารย์จักรพงศ์) สวัสดีครับ สวัสดีนักเรียนชั้น ม.4/1 นะครับ สวัสดีพี่ล่ามด้วยนะครับ ครับวันนี้คุณครูก็สอนการเขียนอีกเหมือนเดิมนะครับ ส่วนชั่วโมงที่ผ่านมานะครับ เราเรียนการเขียนอะไรไปครับ นักเรียนจำได้ไหม การเขียนย่อความนะครับ ส่วนวันนี้นะครับ เดี๋ยวคุณครูจะสอนเรื่องการเขียนบรรยายก่อน การเขียนบรรยาย การเขียนพรรณนา แล้วก็การเขียนเรียงความนะครับ ตามลำดับไป แล้วก็จะมีใบงานให้นักเรียนทำในช่วง เราเรียนเรื่องการสอนบรรยายเสร็จนะครับ ครับผม เรามาทบทวนกันก่อนนะครับ การเขียนหมายถึงอะไร นักเรียนจำได้ไหม การเขียนก็คือ เป็นการสื่อสารด้วยตัวอักษร พูดเป็นภาษาพูดง่าย ๆ เลยก็คือ ผู้เขียนสื่อสารด้วยตัวอักษรเพื่อให้ผู้รับสาร ก็คือผู้อ่านนั้นเข้าใจนะครับ เข้าใจตรงกัน ง่าย ๆ เลยนะครับ นะครับ วันนี้นะครับ เราจะมาเรียนเรื่องการเขียน บรรยายนะครับ เดี๋ยวคุณครูจะเปิดสไลด์ตรงการเขียนบรรยายให้นักเรียนนะ โอเค การเขียนบรรยายคืออะไรครับ การเขียนบรรยายก็คือการเขียนเล่าเหตุการณ์ เหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่งนะครับ ที่เกิดขึ้น เพื่อให้ผู้อ่านเห็นภาพเหตุการณ์ ลำดับเวลา สถานที่ บุคคล ผู้เขียนกล่าวถึงเหตุการณ์ให้ชัดเจนนะครับ โดยมีข้อมูลเนื้อหาสาระของเรื่องที่แสดงความคิด บางครั้งอาจแทรกบทสนทนาของตัวละคร ทำให้ผู้อ่านเข้าใจถึงอารมณ์ ความคิดของตัวละคร และเข้าใจเรื่องทั้งหมดครับผม ประเภทของเรื่องที่จะใช้ในการเขียนบรรยายนะครับ งานเขียนที่ใช้กลวิธีการเขียนบรรยายแบ่งออกเป็นประเภทต่าง ๆ ต่อไปนี้นะครับ 1. อัตชีวประวัติหรือการเล่าประวัติบุคคลต่าง ๆ นะครับ 2. ข้อเท็จจริงหรือเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ 3. เรื่องที่แต่งขึ้นหรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น งานเขียนแรกเลยนะครับ อัตประวัติหรือการเล่าประวัติของบุคคลต่าง ๆ ก็คือเป็นการเขียนเล่าบรรยายของประวัติ อย่างเช่น นักเรียน นักเรียนอยากจะเขียนประวัติของเพื่อนอีกคนหนึ่ง นักเรียนก็นำประวัติของเพื่อนอีกคนหนึ่งมาเขียนบรรยายไปเรื่อย ๆ เรื่อย ๆ เรื่อย ๆ นะครับ เพื่ออะไร เพื่อ… แต่สิ่งที่นักเรียนนำมาเขียนต้องเป็นความจริงนะครับ ต้องเป็นความ จริง อย่างข้อที่ 2 นะครับ ข้อเท็จจริงหรือเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ ก็คือเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นในอดีต เหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นในอดีตนะครับ ก็คือ เขียนบรรยาย เล่าถึงเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นในอดีต มีหลักฐานประกอบ นักเรียนไปนำข้อมูลนี้มาจากไหน ไปค้นหาจากอินเทอร์เน็ตหรือเปล่าอะไรอย่างนี้ครับ นักเรียนก็นำมาเขียนบรรยาย บรรยายเพื่อที่จะให้ผู้อ่าน ก็คือคนที่นัก… คนที่อ่านงานเขียนของนักเรียนน่ะ เข้าใจในสิ่งที่นักเรียนกำลังสื่อสาร กำลังเขียนบรรยายในเรื่องนั้นออกมานะครับ ที่สำคัญของการเขียนบรรยายก็คือต้องเป็นเรื่องจริงนะครับ ข้อที่ 3 เรื่องที่แต่งขึ้นหรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น อย่างเช่น เหตุการณ์วันนี้ เหตุการณ์เมื่อวานนี้นะ เหตุการณ์เมื่อวานนี้ โรงเรียนของเราได้จัดกิจกรรมวันสุนทรภู่ แล้วก็วันภาษาไทยไปนะครับ เราก็บรรยายไปว่า มีการแสดงของน้อง ๆ พี่ ๆ แล้วก็มีเสียงหัวเราะ มีความสนุกสนาน มีเกมให้เล่นอะไรอย่างนี้ครับ คือเขียนบรรยายไปทั้งหมด เรื่องราวเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น นี่แหละครับเป็นการเขียนบรรยาย เดี๋ยวเราไปดูสไลด์ถัดไปนะครับ กลวิธีการเขียนบรรยาย กลวิธีการเขียนบรรยาย 1. เลยนะครับ 1. เราต้องเลือกหัวข้อก่อน เลือกหัวข้อก่อนลำดับแรก อันดับที่ 2 อันดับที่ 2 คือการจัดเนื้อหา การจัดเนื้อหา อันดับที่ 3 อันดับที่ 3 ก็คือ การเสนอบทบรรยาย การเลือกหัวข้อ เลือกหัวข้อก็คือ เราต้องรู้ก่อนว่า ในการเขียนบรรยายนี่ เราจะเขียนบรรยายเรื่องอะไร ในการเลือกหัวข้อเราต้องรู้ก่อนว่าเราจะเขียนบรรยายเรื่องอะไร แล้วทีนี้ เราก็ต้องมาดูว่า ถ้าเราจะเขียนเรื่องนี้ เราจะเขียนในลักษณะไหน อันไหนมาก่อน อันไหนมาหลัง เรียบเรียงเนื้อหาให้ถูก ก็คือการจัดเนื้อหา ส่วนพอเราเรียบเรียงอะไรทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยแล้ว เราก็มาดูว่าเราจะบรรยายในลักษณะไหน เพื่อที่ให้คนอ่านสนใจในการเขียนของเรา สิ่งที่สำคัญที่สุดของการเขียนก็คือการเขียนที่ถูกต้องนะครับ นักเรียนจะต้องใช้ภาษาให้ถูกต้อง สำหรับที่คุณครูอธิบายมาในเรื่องการเขียนบรรยายนี่ มีนักเรียนคนไหนที่ยังไม่เข้าใจในเรื่องของการเขียนบรรยายไหมครับ มีไหม มีคนไหนไม่เข้าใจไหม ถามได้นะครับ ถามได้เลย อยากรู้ว่า เอ๊ะ ต้องทำอย่างไร ต้องเขียนแบบไหน อะไรอย่างนี้ ลองเสนอความคิดเห็น ลองถามขึ้นมาเลยครับ เดี๋ยวคุณครูจะช่วยตอบตรงนี้ให้นะครับ มีไหม ทำไมคุณครูถึงถามว่ามีไหม มีคนไม่เข้าใจหรือเปล่า ทำไมล่ะครับ เพราะว่าเดี๋ยวถ้าเราเรียนเรื่องการเขียนบรรยายเสร็จนี่ คุณครูจะให้นักเรียนน่ะ เขียนบรรยายลงในใบงานที่คุณครูแจกให้นักเรียน นักเรียนต้องเตรียมตัวเลย เดี๋ยวคุณครูจะเกริ่นก่อนว่า คุณครูจะให้นักเรียนทำใบงาน ให้นักเรียนเขียนบรรยายเกี่ยวกับประวัติของนักเรียนเอง นักเรียนก็สงสัยว่า เอ๊ะ ทำไมคุณครูถึงให้ทำแต่ประวัติ ประวัติ เพราะว่า การเขียนประวัตินี่ สำคัญเลยนะครับ เพราะว่าเผื่อนักเรียน จบการศึกษาไปแล้ว นักเรียนไปเรียนต่อ นักเรียนไปทำงาน นักเรียนจะไปทำงานที่สถานที่ต่าง ๆ นักเรียนจะต้องกรอกประวัติส่วนตัว เพื่อเป็นการสมัครงานให้กับผู้ประกอบการนะครับ การเขียนบรรยาย 1. ก็คือการเลือกหัวข้อ 2. ก็คือการจัดเนื้อหา 3. การเสนอบทบรรยาย เดี๋ยวเรามาไปทีละอัน 1. การเลือกหัวข้อเลือกอย่างไร เนื้อหาและความคิดรวบยอดในการเขียนบรรยาย ควรเลือกหัวข้อเนื้อหา และความคิดรวบยอดที่น่าสนใจนะครับ ให้ความรู้ ความบันเทิง และความจรรโลงใจแก่ผู้อ่าน ผู้ฟัง และตั้งชื่อเรื่องให้สอดคล้องกับเนื้อหา นักเรียนครับ นักเรียนสนใจพี่ล่ามนะ นักเรียนดูพี่ล่ามนะครับ ดูพี่ล่ามนะ ครับผม ข้อที่ 1 ก็คือการเลือกหัวข้อ เลือกหัวข้อ เราจะเลือกหัวข้อ อย่างที่คุณครูเคยเกริ่นไปแล้วว่า เลือกหัวข้อเราจะเลือกอย่างไร ต้องเลือกหัวข้อที่มันน่าสนใจ ที่ทำให้ผู้อ่านนี่ สมมติว่านักเรียนจะเขียนงานให้คุณครู ถ้านักเรียนจะเขียนงานให้คุณครูอ่าน เขียนบรรยายออกมา เขียนทุกอย่างออกมา นักเรียนจะต้องคิดเสมอว่า จะต้องทำอย่างไรให้คุณครูสนใจ รู้สึกสนใจในงานเขียนของนักเรียน รู้สึกตื่นเต้น รู้สึกอยากอ่านงานนี้มากเลย อะไรอย่างนี้ครับ นี่มันเป็นมันเป็นกลวิธี อันดับแรกก็คือการเลือกหัวข้อ นักเรียนจะต้องเลือกหัวข้อให้มันดูน่าสนใจให้กับคุณครู เพราะว่าคุณครูจะต้องสนใจในงานเขียนของนักเรียนก่อนว่า เอ๊ะ งานเขียนของพันพัน เป็นอย่างไร น่าสนใจไหม อะไรอย่างนี้ครับ แล้วก็ต้องตั้งชื่อเรื่องให้มันสอดคล้องกับเนื้อหาที่นักเรียนจะเขียน ต่อไปข้อที่ 2 การจัดเนื้อหา การจัดเนื้อหา ก็คือ การเขียนบรรยายจะมีเนื้อหาเหตุการณ์ต่าง ๆ โดยใช้หลักดำเนินเรื่องว่า ใคร ทำอะไร ที่ไหน เมื่อไหร่ อย่างไร สังเกตไหมครับว่า หลักการเขียน หลักการเขียนที่สำคัญที่สุดเลย เราจะต้องเขียนอย่างไรให้ผู้อ่านน่ะ ให้ผู้อ่านงานเขียนของเราน่ะ เข้าใจได้ว่า เรากำลังสื่อสารเรื่องอะไร เราจะต้องบอกถึงองค์ประกอบในการเขียนของเราที่สำคัญก็คือมี 1. ว่าใคร ทำอะไร ที่ไหน เมื่อไร อย่างไร ยกตัวอย่างเช่นนะครับ คุณครูจะบรรยายกิจกรรมวันสุนทรภู่เมื่อวานนี้ กิจกรรมวันภาษาไทยเมื่อวานนี้ด้วย ก็คือ คุณครูจะบรรยายว่า นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย มีการแสดง ละครสั้น ๆ เป็นเรื่องเงาะป่า เป็นเรื่องเงาะป่า ก็คือ มีนักเรียนชั้น ม.4/1 เป็นตัวแทนแสดงเป็นเงาะป่า 1 คน แสดงเป็นเงาะป่า 1 คน ได้แต่งตัวทาผิวกายเป็นสีดำ ใส่วิกผม หัวฟู ๆ อย่างนี้ครับ ก็คือ อธิบายในเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในเนื้อหาที่คุณครูกำลังจะพูดถึง ในลักษณะอย่างนี้ แล้วมีการแสดงบนเวที น้อง ๆ มีเสียงหัวเราะ คุณครูหัวเราะ อะไรอย่างนี้ ครับ อธิบายเรื่องอย่างนี้ ไปเรื่อย ๆ อย่างนี้ครับ ก็คือให้รู้ว่าใครทำอะไรที่ไหน อย่างไร เมื่อไหร่ อันที่ 2 เลือกเฉพาะเหตุการณ์ที่สำคัญมาบรรยายเพื่อไม่ให้การบรรยายนั้นยืดยาวและน่าเบื่อ นี่แหละครับ ก็คือ เราจะเลือก… เราจะต้องเลือกเหตุการณ์ที่สำคัญแล้วเป็นเหตุการณ์ที่น่าสนใจของสิ่งที่เราจะสื่อสารออกมา เพื่อให้เหตุการณ์นั้นไม่น่าเบื่อนะครับ เรียงลำดับเหตุการณ์เพื่อไม่ให้สับสน ใช่ เราต้องเรียงลำดับเหตุการณ์ว่า อันไหนเกิดขึ้นก่อน อันไหนเกิดขึ้นหลัง เหมือนที่คุณครูอธิบายไปเมื่อกี้อะครับ ข้อที่ 3 นะครับ การเสนอบทบรรยาย การเสนอบทบรรยายที่เราจะเขียนออกมานี่ เราจะต้องใช้ภาษาให้มันรู้สึกว่า เวลาผู้อ่านอ่านงานเขียนของเราน่ะ เขาจะได้รู้สึกอินเข้าไปด้วยในเรื่องเหตุการณ์นั้นนะครับ ก็คือบางบทบรรยายนี่ เขาอาจจะแทรกบทพรรณนา เพื่อให้การบรรยายมีชีวิตจิตใจ นักเรียนอาจจะยัง ใจคำว่าบทพรรณนา เดี๋ยวคุณครูจะสอนเรื่องการเขียนพรรณนา ต่อจากการบรรยายนี้นะครับ เดี๋ยวคุณครูจะเกริ่นก่อนว่าพรรณนาคืออะไร พรรณนา ก็คือ บทพรรณนา ก็คือ เป็นการเขียนบรรยายให้รู้สึกซึ่งอารมณ์ รูป รส กลิ่น เสียง ทุกอย่างน่ะครับ บรรยายให้มันแบบกินใจเข้าไป ให้เหมือนกับมันมีชีวิตจิตใจขึ้นมา อย่างเช่น เมื่อคืน ฝนตกฟ้าร้อง เสียงกบร้อง แล้วก็เสียงกบร้อง ออด ๆ ๆ ๆ เราต้องใช้เสียงให้มันแบบ อันนี้ครับ บรรยายถึงว่าเสียงกบร้องอย่างไร ฟ้าฝน ฟ้าร้องเสียงดังเปรี้ยงปร้างอะไรอย่างนี้ครับ อธิบายให้มันแบบดูละเอียดลึกซึ้งเข้าไป ทำให้ผู้อ่านรู้สึกว่า งานเขียนของเรามีชีวิตจิตใจ ให้ผู้อ่านรู้สึกชอบในงานเขียนของเราประมาณนั้นครับ นี่คือการเขียนพรรณนานะ เดี๋ยวคุณครูจะอธิบายให้ฟังอีกครั้งหนึ่ง ต่อจากการเขียนบรรยายนี้นะครับ ต่อไป ขมวดเป็นคำถาม คลี่คลายเป็นคำตอบ เพื่อให้น่าสนใจ ก็คือบางเรื่องนะครับ บางเรื่องที่มันดูคำไม่น่าสนใจ เราต้องตั้งคำถาม เราต้องทำให้ผู้อ่านตั้งคำถาม เอ๊ะ มันเกิดอะไรขึ้น อย่างนี้ครับผม จะได้สนใจในงานเขียนของเรานะ ต่อไปนะครับ ผูกเป็นบทสนทนาแทนที่จะบรรยายอย่างเดียว วิธีนี้จะช่วยให้การบรรยายน่าสนใจ ก็คือ บางทีเราอาจจะ… เวลาเราพูดในงานเขียนของเรา เราอาจจะไม่ได้เขียนบรรยายไปเรื่อย ๆ ไปยาว ๆ ไป บางทีเราอาจจะ มีตัวละครในนั้นบ้าง แล้วก็สร้างบทสนทนาให้กับตัวละครในนั้นบ้าง สร้างบทสนทนาให้ตัวละครในนั้นบ้างนะครับ เพื่อให้งานเขียนของเรามีอรรถรสมากขึ้น ต่อไปก็คือนำตัวเองเข้าไปมีส่วนร่วมในการเขียน บรรยายโดยใช้สรรพนามบุรุษที่ 1 สรรพนามบุรุษที่ 1 ก็คือ มีคำว่า “ฉัน” ฉันเป็นอย่างไร ฉันทำอะไร อะไรอย่างนี้ครับ เพื่อให้เกิดความสัมพันธ์ระหว่างผู้สื่อสารกับผู้รับสาร ก็คือ ฉันเป็นแบบนี้ เธอกินข้าวกับอะไรวันนี้ อะไรอย่างนี้ครับ ฉัน ก็คือสรรพนามบุรุษที่ 1 เธอ เป็นสรรพนามบุรุษที่ 2 ก็คือกล่าวถึงอีกคน หนึ่ง ก็คือ คำว่าบุรุษที่ 2 นะครับ ต่อไป ทีนี้ คุณครูก็ได้พูดถึงการเขียนบรรยายไปหมดแล้ว ทีนี้คุณครูจะให้นักเรียนลองเขียน เขียนบรรยายเกี่ยวกับประวัติส่วนตัวของนักเรียน เอาอย่างนี้ดีกว่า คุณครูจะให้เลือก มี 2 มี 2 ตัวเลือก มี 2 ตัวเลือกนะครับ มี 2 ตัวเลือก 1. คุณครูจะให้นักเรียนเขียนประวัติส่วนตัวในลักษณะการเขียนบรรยาย อันดับที่ 2 คุณครูจะให้นักเรียนเขียนบรรยาย กิจกรรมวันภาษาไทยเมื่อวาน นักเรียนจะเลือกเขียนอันไหนครับ ข้อที่ 1 ประวัติส่วนตัว หรือข้อที่ 2 กิจกรรมวันภาษาไทยเมื่อวานครับ ให้นักเรียนเลือกเร็ว ให้นักเรียนเลือก ใครเลือกข้อที่ 1 ยกมือครับ ข้อที่ 1 ก็คือเขียนประวัติส่วนตัวของนักเรียน ข้อที่ 1 ก็คือประวัติส่วนตัวของนักเรียน ใครเลือกข้อที่ 1 ยกมือ มีกี่คน ข้อที่ 1 มีกี่คน มีไหม ไม่มี ใคร อ๋อ เอาใหม่หรอ เดี๋ยว ๆ คือข้อที่ 1 ข้อที่ 1 การเขียนบรรยายเกี่ยวกับประวัติส่วนตัวของนักเรียน ข้อที่ 2 การเขียนบรรยาย กิจกรรมวันภาษาไทยเมื่อวาน นักเรียนเลือกเขียนอันไหนครับ ข้อที่ 1 หรือข้อที่ 2 มีนักเรียนคนไหนไม่เข้าใจไหม ถ้าไม่เข้าใจเดินมาถามพี่ล่ามได้เลยนะ เดินมาถามพี่ล่ามได้เลยนะ พี่ล่ามมองไม่เห็นลูก เพราะว่าภาพมันเล็ก นักเรียนต้องเดินออกมา เดินออกมาถามพี่ล่าม อ๋อ เลือกข้อที่ 2 เหรอ โอเค ถ้าอย่างนั้นนักเรียนเลือกข้อที่ 2 นะ ข้อที่ 2 ก็คือ การเขียนบรรยายกิจกรรมวันภาษาไทยนะครับ นักเรียนเลือกข้อที่ 2 นะ เลือกข้อที่ 2 เป็นการเขียนบรรยายกิจกรรมวันภาษาไทยนะ ทีนี้นักเรียนดูพี่ล่ามเดี๋ยวคุณครูจะอธิบายให้ฟัง ก็คือคุณครูจะให้นักเรียนเขียนนะครับ ว่ากิจกรรมวันภาษาไทยเมื่อวานเป็นอย่างไร ให้นักเรียนเขียนบรรยาย บรรยายออกมา ความยาวไม่เกิน 1 หน้ากระดาษ ระหว่างนี้คุณครูจะให้นักเรียนเขียนไปเรื่อย ๆ เดี๋ยวคุณครูจะดูว่านักเรียนเข้าใจในเรื่องของการเขียนบรรยายแค่ไหน นักเรียนอย่าลืมนะครับ หลักการสำคัญในการเขียน การเขียนต่าง ๆ เลย เราจะต้องรู้ว่าใคร ทำอะไร ที่ไหน อย่างไร แล้วก็เมื่อไร นักเรียนครับ สิ่งที่สำคัญที่สุดที่คุณครูบอกให้นักเรียนนี่ ในการเขียนบรรยาย 1. เลยนักเรียนต้องเลือกหัวข้อ คำว่าหัวข้อในที่นี้ นักเรียน อาจจะเปลี่ยน… เปลี่ยนหัวข้อที่คุณครูให้นักเรียนอยู่ตรงนี้ นักเรียนจะตั้งชื่ออย่างไรก็ได้ตามสบายเลย แต่ให้เกี่ยวกับกิจกรรมวันภาษาไทยเมื่อวานนี้ ให้นักเรียนบรรยายออกมา เข้าใจไหมครับ นักเรียนเข้าใจไหมครับ เข้าใจนะ โอเค หลักการเขียนบรรยายเลย ก็คือ ลำดับแรกก็คือการเลือกหัวข้อ 2. การเลือกเนื้อหา 3. การนำเสนอบทบรรยาย คุณครูได้อธิบายให้ไปหมดแล้ว เดี๋ยวทีนี้คุณครูจะให้นักเรียนเขียนนะครับ จะใช้เวลาเขียน เอากี่นาทีดี เดี๋ยวลองเขียนไปเรื่อย ๆ ก่อนนะ เดี๋ยว ๆ คุณครูบอกอีกทีหนึ่ง ในช่วงนี้นักเรียนเริ่มเขียนบรรยายได้เลยครับ เป็นอย่างไรกันบ้างครับ เป็นอย่างไรกันบ้างครับนักเรียน พันพันเดินออกมาถามเลยครับ (ล่าม) มันกระตุกน่ะค่ะ เห็นภาพไม่ชัด เดี๋ยวสักครู่นะคะ (อาจารย์จักรพงศ์) ผมไม่ค่อยได้ยินครับ (ล่าม) พอดีภาพน้องกระตุกน่ะค่ะ เลยกำลังดู เอาใหม่ ๆ มีผีเสื้อสมุทรด้วยใช่ไหมคะ (อาจารย์จักรพงศ์) ใช่ครับ (ล่าม) แล้วก็มีม้า แล้วก็มี เมื่อกี้เขาเหมือนทำท่ามือปลาค่ะ (อาจารย์จักรพงศ์) น่าจะเป็นนางเงือกไหมครับ (อาจารย์จักรพงศ์) ใช่ไหม เดี๋ยว คุณผู้หญิง (อาจารย์จักรพงศ์) ใช่ ใช่ (ล่าม) ใช่ไหม (อาจารย์จักรพงศ์) ใช่ครับ มีม้า มีปลา มีนางเงือกครับ ใช่ครับ (ล่าม) มีม้านิลมังกรใช่ไหมคะ แล้วก็ (อาจารย์จักรพงศ์) นางเงือก (ล่าม) นางเงือก โอเค (อาจารย์จักรพงศ์) นักเรียน ๆ นักเรียนมองพี่ล่ามนะ เดี๋ยวคุณครูอธิบายอีกรอบหนึ่ง ทีนี้ ที่คุณครูให้นักเรียนเขียน นั่นก็คือเป็นการเขียนบรรยายกิจกรรมวันภาษาไทย แล้วก็วันสุนทรภู่ของเมื่อวานนะครับ ก็คือให้นักเรียนเขียนบรรยายตามความรู้สึกของนักเรียนเลยว่า นักเรียนรู้สึกอย่างไร นักเรียนเห็นอะไรบ้างในกิจกรรมเมื่อวานนี้ มีตัวละครที่นักเรียนแสดงมีตัวอะไรบ้าง อย่างเช่นนักเรียนยกตัวอย่างมาเมื่อกี้ ก็จะมีผีเสื้อสมุทร ม้านิลมังกร นางเงือกอย่างนี้ครับ ที่นักเรียนพันพันออกมาถามเมื่อกี้ ก็เขียนได้ เขียนไปเลยนะครับ แล้วก็ที่สำคัญนักเรียนไม่ต้องห่วงว่านักเรียนจะเขียนผิดเขียนถูกอย่างไร เดี๋ยวถ้าผิดอย่างไรเดี๋ยวคุณครูก็จะบอกอีกทีหนึ่งว่ามันผิดอย่างไร เดี๋ยวคุณครูจะสอนนะครับว่าการเขียนที่ถูกต้องมันเป็นอย่างไรนะครับ โอเค เมื่อกี้มีหลายคนเข้าใจแล้ว เป็นอย่างไรบ้างเขียนเสร็จหรือยัง เขียนต่อไหม ต่อนะ โอเค โอเค เดี๋ยวคุณครูจะให้เวลานักเรียนเขียน นักเรียนกำลังหาคำตอบ หาอะไร กำลังเริ่มต้นที่ดีเลยครับ โอเคครับ เขียน ๆ เขียนต่อได้เลยครับ นักเรียนครับ เป็นอย่างไรหนอ ใกล้เสร็จหรือยังครับ โอเค ๆ เดี๋ยวให้นักเรียนไปทำต่อเป็นการบ้านนะ คุณครูเห็นนักเรียนเขียนแล้วคุณครู… คุณครูมีความสุขมากเลย โอเค เดี๋ยวค่อยมาส่งคุณครูนะ เดี๋ยวเอาไปทำเป็นการบ้าน สำหรับวันนี้คุณครูก็ หมดเวลาเพียงเท่านี้ครับ สวัสดีครับ สวัสดี ขอบคุณพี่ล่ามนะครับ [สิ้นสุดการถอดความ]