(ผศ.ดร.กาญจนา) โอเค สวัสดีค่ะ สวัสดีพร้อมกัน 1 2 3 ค่ะ (นักศึกษา) สวัสดีค่ะ (ผศ.ดร.กาญจนา) ค่ะ สวัสดีค่ะ ทั้ง 2 หมู่เรียนนะคะ วันนี้นะคะ เราพิเศษนิดหนึ่ง ตรงที่เรามีทั้ง 2 กลุ่มมาอยู่ด้วยกันนะ แต่จะเป็นการรวมเฉพาะกิจเท่านั้น เป็นการรวมเฉพาะกิจเพราะวันนี้ปฐมนิเทศนะคะ วิชานะคะที่เราจะเรียนกันในวันนี้นะคะ ที่ลงทะเบียนไว้กับครู อันนี้ขยายได้นะ นักศึกษาคะครูคิดว่าเดี๋ยวครูต้องไปแก้รหัสนะ รหัสวิชานะคะ อันนี้จะเป็น 206102 เดี๋ยวนะครูขออนุญาตเช็กนิดหนึ่ง โอเค ขออภัย ไม่ผิดค่ะ ถูกแล้วนะคะ ถูกแล้วนะคะ รหัสวิชาของเราก็คือ 206102 วิชานี้ชื่อว่าการอ่าน คิด และอะไรคะ พัฒนาชีวิต จริง ๆ แล้ววิชานี้มันหมายถึงการอ่านการคิดเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตนั่นแหละนะคะ ประโยชน์ของการอ่าน เราจะฝึกอย่างไรให้เราสามารถอ่านเป็น ไม่ใช่แค่อ่านได้ ไม่ใช่แค่อ่านคล่อง แต่ต้องอ่านเป็น อ่านเป็นคืออย่างไร อ่านเป็นคืออ่านได้อย่างถูกต้อง อ่านได้อย่างคล่องแคล่ว และสามารถบรรลุวัตถุประสงค์ของการอ่านไปจนถึงขั้นสูงสุด นั่นคือ การอ่านอย่างมีวิจารณญาณ การอ่านอย่างมีวิจารณญาณ มันเป็นลักษณะอย่างไร ก็คือการอ่านขั้นสูงที่เธอจะต้องวิเคราะห์ สังเคราะห์ ประเมินค่า รวมไปถึงสามารถมีความคิดสร้างสรรค์จากการอ่านได้ เพราะฉะนั้น นี่คือ Step ของการอ่านขั้นสูง หรือที่เรียกว่าอ่านอย่างมีวิจารณญาณ ไม่คุยนะคะ ไม่คุยกันค่ะ มีอะไรสงสัยถามครูนะคะ ไม่คุยกันนะคะ เดี๋ยวครูเปิดโอกาสให้ถามนะลูกนะ ถ้ามองไม่เห็น ไม่แน่ใจว่าสามารถขยับหน้าจอได้หรือเปล่า หมุนหน้าจอได้ไหมคะ หมุนไม่ได้ใช่ไหมคะหน้าจอ คือบังหน้าเด็กไง คนอื่นคือเด็ก ๆ จะไม่เห็นหน้าอาจารย์นี่คือ ปัญหาของอันนี้ โอเคค่ะ มาดูกันนะคะว่ารายวิชานี้นะคะ เราเรียนกันอย่างไร รายวิชานี้นะคะ มีทั้งบรรยายและมีทั้งปฏิบัติแต่เราเน้นที่เรื่องของการปฏิบัติ ไม่ใช่อ่านได้แค่ตัวทฤษฎีแล้วจบไปต้องนำไปฝึกปฏิบัติให้เกิดสมรรถนะสูง นั่นก็คือมีสมรรถนะในการอ่านนั่นเองนะคะ วิชานี้เป็นวิชาบังคับนะคะ นั่นหมายความว่าเธอจะเรียนจบได้ เธอจะต้องเรียนวิชานี้กับครู แล้วคนอื่นไม่ได้สอนนะคะ มีครูเท่านั้นที่สอน ต้องผ่านให้ได้ในเทอมนี้นะคะ ถ้าไม่อยากเจอหน้าครูอีก นักศึกษาก็ต้องสอบให้ผ่าน ทำกิจกรรมให้ได้ ทำเกรดให้ดี จะได้ไม่ต้องวนเวียนกลับมาเจอครูอีกรอบหนึ่ง โอเคไหมคะ นะคะ ตั้งใจนะคะ มาดูสิว่า วิชานี้นะคะ วิชานี้ เราเรียนอะไรกันบ้างนะคะ วิชานี้นะคะ คำอธิบายก็คือ นักศึกษาจะต้องสืบค้น วิเคราะห์ คำ 2 คำนี้ อ่านก็ดูเหมือนธรรมดานะแต่พอไปทำจริง ๆ มันยาก สืบค้น สืบค้นอย่างไร แล้วนำข้อมูลที่ได้จากการสืบค้นไปวิเคราะห์ วิเคราะห์อย่างไร วิเคราะห์ให้ได้ผลตามวัตถุประสงค์ที่เราตั้งเอาไว้ อันนี้เป็นเรื่องยาก นอกเหนือจากนี้แล้วนะคะ เมื่อสืบค้นวิเคราะห์ วิเคราะห์อะไร วิเคราะห์ความรู้เกี่ยวกับการอ่านและการคิด วิชานี้เรามี Keyword สำคัญอยู่ 2 คำก็คืออ่านกับคิด การอ่านนะคะ เราต้องทำควบคู่กันไปกับกระบวนการในการคิด เพราะฉะนั้น 2 ส่วนนี้ คือทฤษฎีที่เราจะต้องเรียนนะคะ เราจะไปพูดกันถึงเรื่องของแนวคิดทฤษฎีการสอนด้วยค่ะ สอนอย่างไรให้เด็กอ่านได้ คิดเป็น เราจะสอนเด็กโดยใช้หลักการอ่านแบบใดนะคะ เราจะสอนเด็กนะคะ ให้เด็กมีหลักในการคิดอย่างมีประสิทธิภาพได้อย่างไรนะคะ จากนั้นค่ะเมื่อเรารู้ตัวทฤษฎีแล้ว ก็จะนำไปสู่การฝึกปฏิบัตินะคะ ทั้งฝึกการอ่านควบคู่ไปกับการคิด เวลาอ่านเป็นไปตาม Step เริ่มตั้งแต่การจับใจความ อ่านแล้วต้องจับใจความได้ สรุปความได้ นำไปวิเคราะห์ จากนั้นค่ะ ขึ้นไปขั้นสูงกว่าคือไปตีความ พอไปตีความแล้วต้องประเมินค่า และขั้นสุดที่ครูว่าเมื่อกี้ก็คือเรื่องของมีวิจารณญาณ แต่ในการจัดการเรียนรู้แนวใหม่ ตอนนี้นะคะ เรื่องของทฤษฎีการเรียนรู้นะคะของ Bloom เขามีการเปลี่ยนแปลงนะ เคยได้ยินชื่อนี้ไหมคะ Bloom รู้จัก Bloom ไหม Bloom เป็นใคร Bloom คือนักการศึกษาที่มีชื่อเสียงมากนะคะ ในวงการการศึกษา คุณจะไปเป็นครู คุณจะเจอชื่อนี้ไปตลอดจนกว่าคุณจะเกษียณ เพราะฉะนั้น ให้ทำความเข้าใจและทำความรู้จักคนคนนี้ Bloom นี่เขาบอกว่ามนุษย์เราน่ะค่ะ มีระดับของการเรียนรู้อยู่ เดิมทีมีอยู่ 6 ขั้น 1. รู้จำ 2. นำไปใช้ 3. วิเคราะห์ 4. สังเคราะห์ ใช่ไหมคะ ประเมินค่า ใช่ไหมคะ รู้ก่อนรู้ มีความรู้ใช่ไหมคะ มีความรู้ความจำ ความเข้าใจ วิ… นำไปใช้ วิเคราะห์ สังเคราะห์ และประเมินค่า 6 ขั้นพอดี ที่เราเคยท่องน่ะค่ะ แล้วต่อมาเขาปรับใหม่ เขาปรับใหม่ เขาขยับนะคะ ขั้นที่ 6 นะคะ ขั้นสุดขึ้นมาเป็นอะไรคะ รู้จำกับเข้าใจนี่ รู้สึกว่าจะใช้ Step เดียวกัน แต่ว่าขั้นสุดท้ายของเขาน่ะ ขั้นสูงสุดไม่ใช่การประเมินค่า แต่มันคือการมีเขาเรียกว่ามี Creative Thinking ก็คือ มีความคิดสร้างสรรค์ เอาไปสร้างสรรค์ เอาไปสรรสร้างสิ่งใหม่ไปต่อยอดทำอะไรใหม่ใหม่ขึ้นมาได้ นั่นคือขั้นที่สุด เพราะฉะนั้นเราก็ต้องปรับกระบวนการเรียนการสอนของเราตามไปด้วย นักศึกษาอาจจะต้องมีชิ้นงานที่เกิดขึ้นจากการอ่านที่แสดงถึงความคิดสร้างสรรค์ของตนเองด้วยนะคะ ในเพราะฉะนั้นในรายวิชานี้ต้องมีชิ้นงานด้วยนะคะ ทีนี้มาดูสินะคะว่า งานที่จะเกิดขึ้นนะคะ มันมาจากอะไร นักศึกษาครูพิมพ์ตกไปนิดหนึ่งนะคะ ร้อยแก้วและร้อยกรองนะคะ จริง ๆ ฉบับใหม่นะคะที่ครูทำเอาไว้มันอยู่ใน Notebook แต่มันหนักครูเลยไม่ถือมานะคะ ในครั้งหน้าเดี๋ยวครู เดี๋ยวครูลงรถไปนี่ เดี๋ยวไปกลับไปที่รถ เดี๋ยวครูจะส่ง เข้ามาให้ใน Line กลุ่มเลยนะคะ อันที่เป็นอันอัปเดตนะล่าสุดนะคะ หมายถึงว่านักศึกษาจะต้องอ่านทั้งร้อยแก้วและร้อยกรอง ทั้งงานเขียนที่เป็นบันเทิงคดีและสารคดี เพื่อให้เราฝึกนะคะ ฝึกอ่านงาน ทั้งเขียนทั้ง 4 แบบนี้นะคะ และนำไปฝึกทักษะ การอ่านในทุกระดับ และสามารถมีความคิดสร้างสรรค์จากการฝึกอ่านได้นะคะ เยอะมากนะคะ หลายสื่อหลายแหล่งทีเดียวนะคะ เราเรียนกัน 4 ชั่วโมงนะนะคะ เราเริ่มกันที่บ่ายโมง นักศึกษาโอเคไหมคะ กับการเริ่มสอนตอนบ่ายโมง นะรีบทานข้าว รีบอะไรให้เสร็จนะนะคะ แล้วก็มาเข้าเรียนนะคะ อันนี้ ผลลัพธ์การเรียนรู้นะคะ อันนี้ทั่วไป เดี๋ยวครูขออนุญาตข้ามนะคะ เดี๋ยวขออนุญาตข้ามไปที่เรื่องนี้เลยค่ะ อันนี้เป็นอันเดิมอยู่นะคะนักศึกษา ไฟล์นี้ยังเป็นไฟล์เดิมอยู่นะคะ ครูหาไฟล์ใหม่ไม่เจอ วันก่อนครูใช้สอนไปแล้ว แล้วปรากฏว่าหาไฟล์ไม่พบ โอเค สัปดาห์แรกนะคะ ครูจะใช้วิธีการในการปฐมนิเทศนะนะคะ แล้วต่อจากนั้นค่ะ ขั้นต่อมา ในบทถัดมาจะเป็นเรื่องของหลักพื้นฐานในการอ่านค่ะ หลักพื้นฐานในการอ่าน อันนี้จะเรียนเกี่ยวกับอะไร เราจะเรียนเกี่ยวกับทฤษฎีต่าง ๆ องค์ความรู้ทั่วไปนะคะ เกี่ยวกับเรื่องของการอ่านนะคะ วิธีการอ่านทั่ว ๆ ไปเขาอ่านกันอย่างไรนะคะ แบบที่ 1 คือ อ่านได้ อ่านได้คือลักษณะแบบไหน อ่านได้ก็คือ ผสมคำได้ รู้ความหมายของคำ รู้ว่าเรียงสระ พยัญชนะ วรรณยุกต์ แล้วสะกดออกมาเป็นอะไร นี่เขาเรียกว่าอ่านได้ ต่อมาพอเรารู้แล้วว่าคำนี้ เมื่อเรียงต่อกันเป็นประโยค มันจะต้องใช้เวลาในการอ่านนะแต่ถ้าเราอ่านคล่องขึ้น อ่านเร็วขึ้น อ่านได้เร็วขึ้นเขาเรียกว่า “อ่านคล่อง” วิธีการในการทำให้เราอ่านคล่อง ต่อจากอ่านได้เมื่อกี้น่ะ พออ่านได้แล้วอ่านคล่อง การจะทำให้เราอ่านคล่อง มีหลายวิธี อะไรบ้าง เช่นอาจจะเป็น Skimming Scanning นะคะ การอ่านผ่าน ๆ อ่านคร่าว ๆ หรือการ Skimming นะคะ วิธีเหล่านี้เราจะมาเรียนรู้กัน และต่อมา อ่านเป็น การอ่านเป็นคืออะไร คืออ่านแล้วสามารถที่จะบรรลุวัตถุประสงค์ในการอ่านครั้งนั้น ๆ เช่น ถ้าเราบอกโจทย์ว่าในการอ่านครั้งนี้ เราจะจับใจความ เราสามารถใช้หลักการในการอ่านไปจากใจความเนื้อหาได้หรือไม่ เป็นไปตามหลักการ ตามขั้นตอนหรือไม่ สุดท้ายผลลัพธ์มันจะได้มาซึ่งการอ่านจับใจความสำคัญ นี่เขาเรียกว่าการอ่านเป็น วิธีการต่าง ๆ เหล่านี้เราจะได้เรียนในชั่วโมงหน้านะคะ และก็จะมีแบบทดสอบหลังเรียนด้วยนะคะ จากนั้นค่ะ ก็จะเป็นการสอนอ่านนะคะ หลักการสอนอ่าน เราจะไปเป็นครู เราจะต้องรู้ว่าถ้าเราจะสอนเด็กให้อ่านหนังสือได้ เราต้องเริ่มจากอะไรก่อน มนุษย์เรานะคะมี Step ของการเรียนรู้เป็นธรรมชาติแล้วเรียกว่า “ทักษะสัมพันธ์” เกิดขึ้นมาอันดับแรกเลย ทักษะอะไรต้องเกิดขึ้นก่อนคะ เกิดขึ้นมาแล้วพูดได้เลยไหม ไม่ได้ สิ่งแรกที่เราทำได้ก็คือ การฟัง ฟังเพื่ออะไร ฟังเพื่อเลียนเสียงที่เราได้ยิน ถ้าอวัยวะในหูเรานี่นะคะ ครบถ้วนสมบูรณ์ เราจะได้ยินเสียง เมื่อเราได้ยินเสียง เราก็จะเปล่งเสียงเลียนเสียงนั้นออกมา เห็นไหมคะพ่อแม่เราพาพูดเรียกแม่สิ แม่ ๆ พ่อ เด็กจะพูดคำไหนได้เป็นคำแรกส่วนใหญ่ เด็กจะพูดสระเสียงยาว ไม่มีตัวสะกด เช่น สระอา สระแอใช่ไหมคะ แต่ที่เด็กออกปากได้คล่องที่สุดเลย เปล่งเสียงได้คล่องที่สุดเลยคือ สระอา เช่น มา กา อา ใช่ไหมคะ นี่คือพื้นฐานของมนุษย์ ฟังแล้วมาหัดพูด พูดเสร็จแล้ว ที่ยากขึ้นคืออะไรลูก อ่าน เพราะฉะนั้น ฟัง พูด อ่าน ใช่ไหมคะ อ่าน นี่คือเรากำลังจะพาฝึกอ่านใช่ไหมนะคะ แล้วก็เขียน เพราะฉะนั้นเราต้องรู้พัฒนาการตรงนี้ของเด็กก่อนนะคะ แล้วรู้ว่าเราจะพัฒนาการอ่านอย่างไรนะคะ ให้มันถูกต้องตามหลักการและทฤษฎี มีวิธีสอนต่าง ๆ มากมายที่ส่งเสริมการอ่านและการคิด บทนี้เราจะได้เรียนเรื่องนี้นะคะ แล้วหลังจากนั้นนะคะ เราจะฝึกปฏิบัติการสอนอ่านด้วยแนวคิดและทฤษฎีการสอนต่าง ๆ เช่น การใช้ Mind Mapping นะคะ การใช้ KWL Plus นะคะ การอ่านแบบ SQ3R ตอนนี้มันไปถึง SQ4R มีบางคนพยายามคิด SQ5R แล้วนะคะ ตอนนี้นะคะ แต่ได้ผลไหม งานวิจัยจะเป็นตัวรองรับนะคะ ซึ่งอันนี้เดี๋ยวจะมาเล่าให้ฟังนะคะ รวมไปถึงการสอนแบบทฤษฎีหมวก 6 ใบ 6 Thinking Hats นะคะ ก็คือหมวก 6 ใบ หลายคนคงจะคุ้นเคย หมวก 6 ใบนี้ฝึกการคิดอย่างมีวิจารณญาณได้อย่างดีทีเดียวนะคะ แทนความคิดด้วยสีหมวกแบบต่าง ๆ เพราะฉะนั้น นี่คือสิ่งที่นักศึกษาจะต้องนำเอาวิธีสอนต่าง ๆ เหล่านี้มาประยุกต์ใช้เพื่อนำไปสู่การจัดการเรียนรู้ในชั้นเรียนเพื่ออะไร สอนเด็กให้อ่านเป็นผ่านกระบวนการวิธีสอนต่าง ๆ เหล่านี้ค่ะ หรือแม้แต่การตั้งคำถามตามแนวคิดของ Bloom เมื่อกี้ที่ครูว่า ถ้าเราต้องการจะรู้ว่าเด็กคนหนึ่งนี่ เมื่ออ่านหนังสือแล้ว เข้าใจในสิ่งที่ครูสอนให้อ่านไหม เธอจะตั้งคำถามว่าอย่างไร คำถามนั้นถึงจะวัดได้ว่าเด็กมีความสามารถขั้นเข้าใจ เอาง่าย ๆ เอาขั้นรู้จำก่อนก็ได้นะ ขั้นรู้จำก่อน สมมติเราให้เด็กอ่านนิทาน 1 เรื่อง เราอาจจะถามเด็กว่า ในเรื่องนี้มีตัวละครอยู่กี่ตัว ถ้าถามแบบนี้แสดงว่าเรากำลังวัดอะไรเด็กอยู่คะ วัดระดับไหนคะ รู้จำ เข้าใจ นำไปใช้ วิเคราะห์ สังเคราะห์ ประเมินค่าที่สร้างสรรค์ วัดระดับไหนคะ แค่รู้จำใช่ไหมคะ แต่ถ้าเราถามว่าเพราะอะไร ตัวละครตัวนี้จึงมีนิสัยที่อิจฉา นี่กำลังถามอะไรอยู่คะ ระดับไหน รู้จำ เข้าใจ วิเคราะห์ นำไปใช้ วิเคราะห์ วิเคราะห์ใช่ไหมคะ วิเคราะห์ แล้วถ้าวัดความเข้าใจล่ะวัดอย่างไร เราวัดความเข้าใจก็อาจจะเป็นคำถามในลักษณะที่ว่าพูดถึงความสัมพันธ์ของตัวละคร เหตุใด เหตุใดตัวละครตัวนี้จึงไม่รับประทานอาหาร จึงไม่ยอมกินผัก จึงไม่ยอมทำการบ้าน นี่คือวัดอะไรลูก ความเข้าใจเห็นไหม นี่คือการตั้งคำถามตามแนวคิดของ Bloom เพราะฉะนั้นในบทนี้นักศึกษาจะได้รู้ถึงเทคนิควิธีการเหล่านี้นะคะ นะโอเคนะ พอได้นะคะ พอเข้าใจนะต่อไปค่ะ เราจะต้องฝึกอ่านร้อยกรองด้วยนะลูกนะคะ ฝึกอ่านร้อยกรอง การอ่านร้อยกรอง เราต้องมีพื้นฐาน ถ้าเป็นเด็กเอกไทยนะคะ ก็จะมีการอ่านทำนองเสนาะด้วยนะคะ แต่การศึกษาพิเศษน่าจะไม่ได้เลือกนะในรายวิชานี้นะคะ แต่ถ้าเป็นเด็กเอกไทยเพียว ๆ นะคะ จะต้องมีวิชานี้เพิ่มเติม นั่นก็คือศิลปะการอ่านออกเสียงแต่วิชานี้จะเป็นการปูพื้นฐานให้ด้วยส่วนหนึ่ง การอ่าน กรอง ไม่เป็นไรนะคะ เราไม่ได้อ่านไม่เป็นไร แต่เราจะต้องรู้อะไรคะ เราจะต้องรู้ตัวบทที่เป็นวรรคทองของวรรณคดี เราต้องรู้วรรคหรือรู้บทกลอนนะคะที่ถูกนำมาใช้ในสังคมและในการสอนวิชาภาษาไทย ข้อความเตือนใจข้อคิดคำสอนจากวรรณคดีเรื่องต่าง ๆ จากวันในคดีเรื่องต่าง ๆ นะคะ มันจะมีที่เราเรียกว่า “วรรคทอง” อยู่นะคะ การศึกษาพิเศษนะคะครูจะเน้นไปฝั่งนี้นะ แต่ถ้าหากว่าเป็นของเอกไทยเพียว ๆ เราจะต้องเปล่งเสียงร้องออกมาให้เป็นทำนองให้เป็นจังหวะ ที่ถูกต้อง ย้ำว่าถูกต้อง ไม่เอาความไพเราะก็ได้นะคะ แต่ต้องถูกต้อง ถูกจังหวะ ลงจังหวะให้ถูก ขึ้นเสียงสูงอย่างไร ลงเสียงต่ำอย่างไรนะคะ ไม่ใช่คำมันต้องเสียงต่ำแล้วไปเปล่งเสียงสูงนะคะ อันนี้จะเป็นเรื่องที่ประหลาดมากนะคะสำหรับการอ่านบทร้อยกรอง แต่อย่างไรก็ตามเราจะต้องรู้ฉันทลักษณ์ให้หมดนะคะ เราต้องรู้ฉันทลักษณ์คร่าว ๆ ให้หมดว่า ถ้าเป็นโคลง ฉันท์ กาพย์ กลอน ร่าย มีวิธีการอ่านแบบไหน รู้หลักการก่อน แล้วค่อยไปทำอะไรคะ ฝึกอ่านออกเสียง ไม่ต้องห่วงค่ะครูมีวิทยากรนะคะ ซึ่งเก่งมาก รุ่นพี่เราได้แชมป์นะคะ เขาไปได้แชมป์ รางวัลระดับประเทศนะคะมา เพราะฉะนั้นความสามารถไม่ต้องพูดถึงนะคะ คือเก่งมาก เพราะฉะนั้นเธอจะได้อะไรดี ๆ จากพี่เขาเยอะ เดี๋ยวครูจะเชิญมานะคะให้เขาสาธิตให้ดูนะคะ นอกเหนือจากนี้ค่ะ ก็ต้องอ่านงานเขียนประเภทร้อยแก้วนะคะ การอ่านร้อยแก้วนักศึกษาจะได้ฝึกอะไรบ้าง ฝึกอ่านข่าว ฝึกอ่านข่า วฝึกอ่านออกเสียงนะคะ ฝึก ออกเสียง ฝึกอ่านบทประกาศ ฝึกอ่านโฆษณานะคะ ที่มันเกี่ยวข้องนะคะ กับการใช้งานหรือสิ่งที่เราเห็นตามสื่อต่าง ๆ นะคะ สิ่งเหล่านี้ค่ะ ก่อนที่เขาจะมาเป็นชิ้นงานให้เราเห็นผ่านสื่อออนไลน์ เขาต้องมีการเตรียมก่อนใช่ไหมคะ เตรียมบท เตรียมบทพูด เตรียมเสียงนะคะ เราลองมาสาธิตหรือเราลองมาจำลองกันดูนะคะ ว่าสมมติว่าถ้าเราไปเป็นผู้ประกาศข่าว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ข่าวในพระราชสำนักนะคะ ที่มันมีคำราชาศัพท์เยอะแยะมากมาย ถ้าเธอสามารถสอบผ่านตรงนี้ได้ โอเคแสดงว่าเป็นอย่างไรคะ อ่านร้อยแก้วเป็นอย่างไรคะ แสดงว่าอ่านได้นะคะ แสดงว่าอ่านได้ หรืออ่านข่าวกีฬานะคะ อ่านข่าวกีฬา อ่านแบบมัน ๆ อ่านแบบอินไปกับกีฬาได้นี่นะคะ อันนี้นะคะ เราก็จะมาฝึกตรงนี้กันนะคะ ในเรื่องของการอ่านร้อยแก้วนะคะ โอ๊ย อันนี้อ่าน พิมพ์ตกเด้อ ขออภัย อันนี้พิมพ์ตกนะคะ ต่อไปค่ะ อ่านจับใจความสำคัญ อ่านจับใจความสำคัญ อันนี้คือนักศึกษาจะต้องฝึก แต่ก่อนฝึกต้องรู้หลักการอ่านก่อนว่า ในการอ่านจับใจความ ใช้หลักการอะไรนะคะ ใช้หลักการอะไร แล้วเราก็ปฏิบัติตามหลักการนั้นนะคะ ตามขั้นตอนนะ จากนั้นค่ะ อ่านวิเคราะห์และวินิจสาร อ่านวิเคราะห์และวินิจสาร วิเคราะห์ด้วยนะคะ ต้องวิเคราะห์ด้วย เพราะฉะนั้น หลักการที่ครูว่า วิเคราะห์ วิคือการอะไรคะ หาความแตกต่างนะ วิคือแตกต่างนะ นะคะ วิคือการแยกให้เป็นย่อยให้มันมีความละเอียด เพื่อให้เห็นองค์ประกอบที่อยู่ข้างในนะคะ เพราะฉะนั้น เราก็จะหยิบมาพิจารณาทีละตัว ทีละตัว ทีละด้าน ทีละด้านนะคะ มันก็จะมีความละเอียดรอบคอบมากยิ่งขึ้น อันนี้นะคะ ก็จะมีกิจกรรมที่เรียกว่า “Reflective Thinking” ก็คือเราจะมีการสะท้อนคิดด้วย เช่น ครูอาจจะมอบหมายงานนะคะ ให้นักศึกษาไปอ่านมา เธอเลือกเรื่องอะไรมาอ่าน เธอจะอ่านมา คนหนึ่ง… 1 เรื่อง โทษที 1 เรื่อง อาจจะมี 5 คนที่ได้อ่านเรื่องนี้เหมือนกัน แต่ 5 คนนี้ คิดเหมือนกันไหม หลังจากที่ได้อ่านอันเดียวกันนี้ เพราะฉะนั้นนี่คือเราจะมา Reflective Thinking กันนะคะ มาสะท้อนคิดกันนะคะว่า แต่ละคนนะคะ อ่านอันนี้แล้ว มีความเห็นที่แตกต่างหรือเหมือนกันอย่างไรนะคะ ต่อไปนะคะ อันนี้จะไปเน้นที่การตีความ โอ๊ย พิมตกเยอะจังเลยนะคะ อันนี้ก็จะเป็นการตีความนะคะ การวินิจสาร ตีความ และขยายความ หลักการในการอ่านในลักษณะเช่นนี้มีอะไรบ้างนะคะ เราต้องรู้หลักการก่อนนะ ค่อยไปฝึกการอ่าน บทนี้นี่นะคะ มันจะมีสิ่งที่เป็นพิเศษอยู่อย่างหนึ่งก็คือว่า เวลาเราตีความน่ะค่ะ มันก็เหมือนการวิเคราะห์ การวิเคราะห์นี่ มันจะวิเคราะห์ตัวโครงสร้าง ว่ามันมีองค์ประกอบอะไร แล้วเวลาเราอ่านนะคะ แล้วถ้าในส่วนที่มันเป็นข้อเท็จจริงน่ะ นะคะ ในส่วนที่เป็นข้อเท็จจริงมันวิเคราะห์ไม่ต่างกัน แต่ส่วนที่เป็นข้อคิดเห็นมันอาจจะมีความแตกต่างเล็กน้อย แต่ถ้าเป็นการอ่านแบบตีความ อันนี้ไปกันคนละทางก็มีนะคะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการอ่านงานประเภทบทร้อยกรอง เราตีความไม่เหมือนกัน มันมีคำหนึ่งที่น่าสนใจเขาบอกว่า 2 คนยลตามช่อง คนหนึ่งมองเห็นโคลนตม อีกคนตาแหลมคมมองเห็นดาวอยู่พราวพราย คนหนึ่งตีความในด้านบวก คนหนึ่งตีความในด้านลบไปกันคนละทาง อันนี้มันจะมีความย้อนแย้งกันค่อนข้างสูง เพราะฉะนั้นอันนี้ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญและความสามารถในการอ่าน ของว่าที่คุณครูทั้งหลายนะคะ ได้ช่วยกันแล้วก็ฝึกปฏิบัติ การตีความขึ้นอยู่กับอะไรรู้ไหมคะ จะตีความได้ดีลึกซึ้งเพียงใด ขึ้นอยู่กับประสบการณ์ในการอ่าน ยิ่งอ่านมาก การตีความที่ถูกต้องก็ยิ่งเกิดขึ้นได้มาก ดังนั้น ยิ่งใครอ่านเยอะ ยิ่งทำการบ้านมาได้ดี และตอบโจทย์ได้ครบถ้วนถูกต้อง มากกว่าคนไม่ได้อ่านอะไรเลยนะคะ อันนี้อาศัยประสบการณ์นะคะ สุดท้ายนะคะ ยังไม่สุดท้ายนะ จะเป็นเรื่องของการอ่านเพื่อพัฒนาตนเองนะคะ การอ่านเพื่อพัฒนาตนเอง อันนี้ก็จะเป็นคุณประโยชน์ของการอ่านนะคะ มีอีกอันหนึ่งค่ะ นักศึกษาอันนี้ครูเพิ่มมานะคะ อันนี้ด้วยความที่ฉบับนี้นะคะ มันอยู่ในอีเมลแล้วมันยังไม่อัปเดต สิ่งที่ครูเพิ่มขึ้นมาอีก 1 บทคืออะไรรู้ไหม การรู้เรื่องการอ่าน หรือที่เราเรียกว่า PISA P-I-S-A PISA ตอน ม.3 ได้สอบนะ พวกเราได้สอบ เพราะฉะนั้น ในฐานะที่เราจะไปเป็นครู การสอบนี้จะยังคงมีอยู่ต่อไป เราต้องรู้เรื่องนี้ เพื่อนำไปใช้สอนเด็กของเรา ให้เด็กของเรามีความสามารถหรือมีสมรรถนะในการอ่านยกระดับสูงขึ้นได้ หัวข้อนี้มีนะคะ มีรวมอยู่ในนี้นะคะ อาจจะไม่ปรากฏในนี้แต่ครูเพิ่มให้ในบทเรียนแล้วนะคะ ครูเพิ่มให้ในบทเรียนแล้ว ในรายวิชานี้ ครูใช้หนังสืออยู่ 3 เล่มด้วยกัน ใช้หนังสืออยู่ 3 เล่มนะคะ ตอนนี้หนังสือครูให้เขาทำให้แล้ว สัปดาห์หน้านักศึกษารับได้ในชั่วโมงเลย เพราะว่าปี 1 เราเรียน เราใช้ทุกคาบอยู่แล้วนะลูกนะ เดี๋ยวมารับในชั่วโมงนะคะ เตรียมเงินมานะคะ คิดว่าไม่น่าจะเกินคนละ 100 บาทไม่เกินนี้ หนังสือนะคะ หนังสือ มันจะมีส่วนลดนะคะ ที่เป็นค่าโควตาน่ะค่ะ 50 หน้าของมหาวิทยาลัย นั่นหมายความว่าใน 1 เล่มนักศึกษาจะได้ลดไปแล้ว 25 บาทที่เป็นค่าถ่ายเอกสารนะคะ 1 เล่มลดไปแล้ว 25 บาท ดังนั้นตรงส่วนนี้ครูจะได้นำมาลดราคานะคะลงไปอีกนะคะ แต่งบอย่างไรก็ตามไม่เกิน 100 บาทนะคะ ไม่เกิน 100 สัปดาห์หน้าเตรียมด้วยนะคะ เตรียมเงินไว้ด้วยนะ เดี๋ยวมาเจอกันนะคะ ทีนี้มาดูสิว่าคะแนนนะคะ คะแนนจะเป็นอย่างไร บทเรียนนะคะ อันนี้ หลังเรียนทุกครั้งครูจะมีการทดสอบหลังเรียนทุกคาบ เพราะฉะนั้นในทุกคาบจะมีการเก็บคะแนน เรียนเสร็จปุ๊บนะคะ ปฏิบัติ แต่ตัวสอบก็ต้องสอบด้วย บทละ 5 คะแนนนะคะ รวมเบ็ดเสร็จแล้ว 8 บทเท่าไรลูก 40 คะแนนนะคะ แล้วก็มีฝึกการอ่านร้อยกรองนะคะ นั่นคือการอ่านทำนองเสนาะนะคะ การอ่านบทอาขยานอะไรต่าง ๆ นะคะ 5 คะแนน อ่านร้อยแก้วนะคะ สอบอ่านนะคะ สอบอ่านพวกผู้ประกาศอ่านอะไรต่าง ๆ นะคะ นั่นน่ะอีก 5 คะแนน เป็นเท่าไรแล้วลูก 50 ใช่ไหมคะ สอบปลายภาคอีกเท่าไรลูก 20 ปลายภาคอีก 30 นะคะ ทีนี้ไอ้งานที่ว่าเป็นความคิดสร้างสรรค์นั่นน่ะนะคะ อันนี้นี่มันอาจจะนะคะ อาจจะอยู่ใน… ในกิจกรรมของการอ่านที่เรียกว่าอ่านร้อยแก้วกับร้อยกรอง เดี๋ยวครูจะไปปรับนะคะ จะไปปรับชิ้นงาน เดี๋ยวค่อยว่ากันอีกทีหนึ่งนะคะ คือจะไม่ใช่แค่การอ่านแต่เพียงอย่างเดียว แต่อาจจะต้องมีชิ้นงานเพิ่มเติมนะคะ แล้วเดี๋ยวครูจะเพิ่มตรงส่วนคะแนนตรงนี้เพิ่มมาให้นะคะ โอเคนะ อย่างที่บอกไปนะคะว่าเราจะมีหนังสืออยู่ 3 เล่มนะคะ ที่ครูใช้หลัก ๆ เลย เล่มที่ 1 ก็คือเล่มของการอ่านนะคะ เล่มที่ 2 ก็จะเป็นเรื่องการอ่าน… การการอ่านเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตนะคะ แล้วก็อีกเล่มหนึ่ง จะเป็นเรื่องของการรู้เรื่องการอ่าน 3 เล่มนี้จะเป็นหลักหลักใหญ่ ๆ เลยนะคะ แล้วก็จะมีเรื่องของสาระแกนกลางด้วย คนไหนที่นอนหลับอยู่น่ะค่ะ ลองครูนอนสอนดูไหมล่ะ ครูอยากนอนสอนบ้าง ครูอยากนอนสอนบ้าง ครูก็อิ่มเหมือนกัน ครูก็ง่วงเหมือนกันนะคะ ใครที่รู้สึกว่าตัวเองง่วง ยืดตัวตรงขึ้นค่ะ ยืดตัวตรงขึ้น เดี๋ยวครูปล่อยแล้วค่ะ แป๊บเดียวค่ะ เดี๋ยวอีกนิดหนึ่งเดี๋ยวปล่อยแล้วนะคะ เล่าให้ฟังว่าอะไรอย่างไร จะได้เข้าใจตรงกันนะคะ ดูต่อ เกรด พูดง่าย ๆ ทำแบบทดสอบ 8 บทนี้ ได้อยู่แล้ว ถ้าใครได้เต็มนะ ถ้าใครได้เต็ม เวลาเราส่งข้อสอบมาทาง Google Form ทำในชั่วโมงค่ะ เราจะรู้คะแนนเราทันทีเลย เพราะฉะนั้นใน 8 บทนี่ เรารู้อยู่แล้วว่า 40 คะแนนว่าเท่าไร รวมไปถึงชิ้นงานในแต่ละครั้งด้วย เพราะฉะนั้น 1. ทำแบบทดสอบทุกครั้ง ทำชิ้นงาน ก็ได้ไปแล้ว เกรดอะไรคะ D Dog ได้ไปแล้วใช่ไหมคะ ไม่ตกแน่นอนนะคะ ไม่ตกแน่นอน ผ่านแหละ ไม่ต้องมาเจออาจารย์กาญจนาอีกแล้ว อย่างนี้เป็นต้นนะคะ เพราะฉะนั้นทำคะแนนให้ได้ตามเกณฑ์นะคะ อยากได้เกรดอะไร ทำตามนี้เลยนะคะ คิดว่าวิชานี้เอาว่าอย่างน้อย ๆ นะคะ ไม่หวังถึง A สมมตินะคะสมมติ ถ้าไม่หวัง ไม่หวังถึง A เอาแค่ C ก็พอนะคะ ถ้า C ก็ 60-64 คะแนนอย่างนี้ แต่ถ้า 65 อีก 1 คะแนนทำอย่างไรคะ C+ แล้วห่างคะแนนเดียวแต่เกรดมี Plus มี + ขึ้นมาทำอย่างไร อุ๊ยชีวิตดีขึ้นทันที จะได้ + เพิ่มขึ้นมาครูไม่มีจิตพิสัยให้นะ แต่จะได้จากไหนล่ะ ได้จากการทำงานในแต่ละครั้งใช่ไหมคะ ถ้าเผื่อว่าขาด 1 คะแนนจาก B+ กลายเป็น เด็กคนนี้ส่งงานครบทุกช่อง คิดว่าอาจารย์จะใจดำไหม เอาน่ะ บวกให้หน่อยนะคะ ชีวิตเปลี่ยนเลยทันทีจาก B+ ได้ A เพราะฉะนั้นความใส่ใจความสม่ำเสมอในการส่งงาน ความมีวินัยและความรับผิดชอบ ตรงนี้คือคะแนนที่เราเรียกว่าจิตพิสัยใช่ไหมคะ ซึ่งจิตวิสัยนี้อยู่ในใจครูค่ะ อยู่ในใจครู ผลงานของเราทุกชิ้นจะถูกติ๊ก ๆ ๆ เอาไว้ใช่ไหมคะ แล้วเราก็จะรู้ว่างานของเราน่ะ มีอะไรบ้างที่เราขาดไป ถ้าครบ แล้วคะแนนสอบอีกนิดเดียว มันจะได้แล้วนะคะ โอเค อาจารย์ก็จะพิจารณาปรับนะคะ คุณภาพของงาน โอเคล่ะมันก้ำกึ่งน่ะ โอเค จะได้ตัดใจเพิ่มให้ ขยับเกรด ชีวิตดีขึ้นทันที คุณภาพชีวิตก็มานะคะ เพราะฉะนั้น นี่คือสิ่งที่เราจะเรียนกันในเทอมนี้นะนะคะ เป็นข้อตกลงของเรา พูดถึงของปี 1 หมู่ 1 ก่อนวันจันทร์ เดี๋ยวสัปดาห์หน้านะ เราขอเป็นแบบออนไลน์นะ ขอเป็นแบบออนไลน์ก่อนนะคะ ขอเป็นแบบออนไลน์ แต่ห้องนี้ก็เจอกันห้องนี้ตามปกตินะคะ เจอกันห้องนี้ มีใครสงสัยอะไรไหมคะ วันนี้ครูยังไม่เช็กชื่อเดี๋ยวครูจะเช็กแยกห้องในสัปดาห์หน้า มีใครสงสัยอะไรไหมคะ มีไหมคะ มีไหมคะ มีไหมคะ มีคำถามไหมคะ ถ้าไม่มีคำถามหรือบางคนอยากถามแต่ไม่กล้า เก็บไว้ในใจโน้ตเอาไว้มาถามครูสัปดาห์หน้าก็ได้นะคะ ถามครูสัปดาห์หน้าก็ได้ ส่วนรายละเอียดช่องทางในการติดต่ออะไรต่าง ๆ สัปดาห์หน้าเราแยกห้องกันก็จะได้ให้รายละเอียดช่องทางในการติดต่อ ช่องทางในการส่งงานอะไรต่าง ๆ นะคะ โอเคนะ เดี๋ยวครูจะให้รายละเอียดตรงนั้นไป ถ้าอย่างนั้นนะคะ ถ้าไม่มีคำถามชั่วโมงนี้ฝากไว้เท่านี้ก่อน ทีนี้ครูมีคำถามค่ะ นักศึกษาไม่ถามครูมีคำถาม ทำไมวันนี้นักศึกษาแต่งตัวไม่เหมือนกัน บางคนใส่เสื้อกีฬา บางคนใส่อะไรมา ครูแปลก ๆ ใจ คืออย่างไรลูก มีอะไรหนอ ทำไมถึงแต่งตัว ข้อตกลงร่วมกันนะ สมมติว่าถ้าเราอยากจะใส่ชุดพละ สมมตินะคะอยากใส่เสื้อสาขาของเราเอง ถ้าเราอยากใส่ไปนัดกันทั้งห้องแล้วใส่มาให้เหมือนกันทั้งห้องไม่ได้ห้าม แต่ขอให้ทำเหมือนกันไปตกลงกันซะมันจะได้ดูเป็นระเบียบเรียบร้อย ถ้าห้องนี้จะใส่ชุดนักศึกษาวันไหน หรือวันไหนที่อยากจะใส่ชุดที่เป็นชุดสาขาของตัวเองนะคะ ทำให้มันเหมือนกัน ทั้งห้องจะได้ดูเป็นระเบียบนะคะ จะได้ไม่ต้องเอ๊ะทำไมวันนี้มีอะไรหรือเปล่า ตกลงเธอเป็นนักศึกษาครูไหม บางทีค่ะครูไม่ทราบนะ เพราะฉะนั้นตรงนี้ไปตกลงกันนะคะ แล้วก็ครั้งหน้าเรียบร้อยกว่าเดิมนะลูกนะ จ้ะ โอเค ครูคงไม่มีคำถามแล้ว แต่นักศึกษา ถ้าไม่มีคำถาม อย่างนั้นชั่วโมงนี้เอาไว้แค่นี้นะคะ เดี๋ยวเจอกันสัปดาห์หน้าแบบยาวเลยค่ะ ไม่มี Non-stop ใด ๆ นะคะ โอเค ยาวยาวเลยนะ สัปดาห์หน้านะคะ โอเคค่ะ สวัสดีค่ะ [สิ้นสุดการถอดความ]