(เจ้าหน้าที่) สวัสดีครับ ฝั่งทางล่ามได้ยินไหมครับ สวัสดีครับ สวัสดีครับ ได้ยินไหมครับ ฝั่งทางล่ามไม่ทราบว่าได้ยินเสียงไหมครับ (อาจารย์จุลมณี) ทดสอบ ทดสอบ อ้าว ทวนชื่อให้ครูอู๋ฟังรอบนึง หลังจากที่เราเรียนเทอมที่แล้วนะ แนะนำตัวทีละคน ทบทวนนะ ทบทวนเอาชื่อเล่นก็พอ บอกหนู คุณนัทค่ะ อะไรอย่างนี้ หนูดาว ใช่ไหม ยืน ๆ ๆ น้องดาวนะคะ โอเค บอล คนต่อไปเลย น้ำฝน ทิก วิ เฟิร์น ชื่อหนึ่ง เดี๋ยวนะ วิคนนี้ เฟิร์น หนึ่ง น้ำฝน น้ำฝน วิ เฟิร์น คุณนัท นี่ดาวใช่ไหม ดาว เปี๊ยกเหรอ โอเค เปี๊ยก บอล โบ๊ท โอเค โอม โอ๊ค อะตอม ปองขวัญนะคะ ถ้าอยากจะให้ครูอู๋จำได้นะ ก็ต้องบอกว่า ผมโอมครับ อาจารย์ … ช่วยอธิบายเพิ่มเติมได้ไหมครับ หนูวิค่ะอาจารย์ หนูช่วยยกของไหมคะ อาจารย์คะ หนูเฟิร์นค่ะ … นี่ค่ะ อาจารย์ก็จะได้แบบ เขาเรียกว่าจำเป็นภาพนะ จำเป็นภาพว่า อ๋อ คนนี้หน้าตาแบบนี้ ท่าทางแบบนี้ ชื่อแบบนี้นะคะ เพราะปีที่แล้ว เทอมที่แล้วนะ เทอมที่แล้วเราเรียนวิชาไรคะ จำได้ไหม นวัตกรรม เป็นอย่างไรบ้างหลังจากที่เรียนกับครูอู๋แล้ว รู้สึกว่าเราจะเรียนอาจารย์ 2 คนนะ มีอาจารย์โป้งอีกคน อาจารย์โป้งหรืออาจารย์แจ๊ค อาจารย์โป้งนะ คือวิชานวัตกรรมนี่ ส่วนใหญ่ก็จะเป็นการทำชิ้นงาน แต่ว่าวิชาพัฒนาหลักสูตรนี่ จะค่อนข้าง เขาเรียกว่า ลงไปสู่เนื้อหาลึก เพราะว่าปลายทางตอนสุดท้ายนี่ เราจะต้องสร้างหลักสูตรให้ได้ เนื่องจากว่าเราเป็นคุณครู นะคะ คุณครูนี่ หน้าที่อย่างหนึ่ง ก็คือจะต้องสร้างหลักสูตรได้ซึ่งเป็นหลักสูตรในระดับชั้นเรียน ไม่ว่าเราจะไปสอนที่โรงเรียนโสตฯ สอนที่ที่ไหนก็ตามนี่ มันจะต้องมีมีเอกสารหลักสูตรเกิดขึ้นโดยที่เราเป็นคนออกแบบว่า เราจะสอนหลายวิชานี่จะมีการ Design อย่างไรนะคะ แล้วก็อันชิ้นที่ 2 ก็คือ จะต้องเขียนแผนเป็น แต่แผนในรายวิชานี้อาจจะไม่ได้แตะมากเท่าที่ควร เราจะไปแตะในวิชาวิธีวิทยาการจัดการเรียนรู้ เพราะฉะนั้น คือเทอมนี้จะให้รู้จักหลักสูตรในระดับชั้นเรียนนะ หลักสูตรในระดับชั้นเรียน ไม่ต้องเอาเยอะ ถึงหลักสูตรสถานศึกษา เพราะว่าคนที่จะเขียนหลักสูตรสถานศึกษาได้นี่ ต้องเป็นทีมของ ผอ. ทีมของคณะกรรมการที่เขาคัดเลือก แล้วก็ถึงจะไปร่างหลักสูตรของโรงเรียนขึ้นมา ส่วนใหญ่นี่โรงเรียนจะมีหลักสูตรอยู่แล้ว จะมีแค่ปรับปรุงหลักสูตร ทุก 3 ปี 5 ปีก็แล้วแต่ แต่ว่าถ้าเราเป็นครูใหม่นี่ อาจจะยังไม่ได้แตะตรงนั้น ยกเว้นว่าเป็นครูเก่าหลาย ๆ ปีอันนั้นน่ะ เขาก็จะเริ่มรู้มือแล้วว่า อ้าว ครูหนึ่ง มาเป็นทีมสร้างหลักสูตรของโรงเรียนหน่อยสิ อะไรอย่างนี้ แต่ว่าตอนนี้เราเอาแค่หลักสูตรในระดับชั้นเรียนก็พอนะ เพราะฉะนั้น ปลายทางของรายวิชานี้ ก็คือ จะต้องสร้างหลักสูตรเป็นนะคะ เพราะฉะนั้น เราจะต้องรู้จักพวกมาตรฐานการเรียนรู้ตัวชี้วัด ซึ่งโรงเรียนโสตนี่จะต้องสอนวิชาอะไรบ้างคะ ขั้นพื้นฐาน นั่นไง มันก็หนีไม่พ้นนะ มันก็เลยจำเป็นต้องเรียนน่ะ จำเป็นต้องเรียนนะ อันนี้คือเขาแปลให้เราใช่ไหมคะ เดี๋ยวระหว่าง พวกเราคิดว่า ตามความคิดของพวกเรา หลักสูตรคือไรคะ ไม่มีผิดไม่มีถูกค่ะ พวกเรานึกถึงว่า เอ๊ะ พอเขาพูดหลักสูตรนี่ หมายถึงไร แนวทางจัดการเรียน บอลล่ะคะ บอล ถ้าครูจะเรียกบอลนี้ ครูจะว่าอย่างไร หลักสูตร หมายถึงอะไร ตามความคิดของบอล ไม่รู้ เอาปองขวัญแล้วกัน เอาปองขวัญ โอเคเลย โอ๊ค หลักสูตรหมายถึงอะไรคะ มันน่าจะหมายถึงอะไรที่แบบ ครูต้อง ต้องทำไอ้พวกนี้ เตรียมเอาไว้ก่อนจะสอน ไม่มีผิดไม่ไปถูกครับ โบ๊ท หลักการเรียนการสอน อะไรนะ อะตอม อะตอม หลักสูตรหมายถึงอะไรคะ เอ้อ สิ่งที่จะใช้สอนนักเรียน สรุปน่ะ หลักสูตรมันก็คือแม่บทแบบแผนแนวทางที่เหมือนกับว่ามันเป็น Blueprint น่ะ ในการที่จะหล่อหลอม สมมติว่าครูอู๋ นี่ สร้างหลักสูตรรายวิชาพัฒนาหลักสูตร ครูอู๋ต้องการหล่อหลอมให้นักศึกษาการศึกษาพิเศษ นี่ เป็นครูที่มีความสมาร์ต นั่นแสดงว่าครูอู๋ต้องเขียนหลักสูตรที่แบบ ให้มันครอบคลุมที่จะหล่อหลอมพวกเราให้เป็น Smart Teacher อย่างนี้นะคะ แสดงว่าเขียนแบบธรรมดาว่าเรียน สมมตินะ เรียน 40 ชั่วโมง ปฏิบัติ 50 เปอร์เซ็นต์ ปฏิบัติ 80 เปอร์เซ็นต์ ทฤษฎี 20 เปอร์เซ็นต์ แล้วก็มีกิจกรรมนั่น กิจกรรมนี่ คือถ้าเอาเป็นแบบธรรมดา มันก็จะไม่หล่อหลอมไปสู่ Smart Teacher เด็ดขาดใช่ไหมคะ เพราะฉะนั้น พอมันมีหลักสูตรปุ๊บ แสดงว่ามันต้องมีการออกแบบเกิดขึ้น ทุกกิจกรรมทุกสื่อที่สร้างขึ้น ทุกสิ่งที่เกี่ยวข้องทั้งหมดจะหล่อหลอมพวกเราไปสู่ Smart Teacher ตรงนั้นแหละคือเขาเรียกว่าฝีมือของครูล้วนๆ ค่ะ ที่ต้อง Design หลักสูตรนี้ให้เกิดขึ้นนะคะ ครูอู๋พูด ครูอู๋พูดแล้วก็ไม่ได้เลื่อนสไลด์เลย ไม่รู้ว่าคอมพิวเตอร์นี่มันใช้รีโมตได้หรือเปล่านะ พวกเราเห็นหน่วยกิตไหมคะ หน่วยกิตนี้ มีคำว่า 2-2-5 (ล่าม) ฮัลโหลค่ะ คุณครูคะ ฮัลโหลคุณครูคะ คุณครูได้ยินไหมคะ คุณครูคะ ขอโทษนะคะ คุณครูได้ยินไหมคะ ล่ามนะคะ คุณครูคะ ล่ามนะคะ ได้ยินล่ามไหมคะ ล่าม คุณครูคะ คุณครูรบกวนคุณครูเพิ่มไมค์ได้ไหมคะ พอดีว่าไม่ค่อยได้ยินเลยคะ ค่ะ คือไม่ค่อยได้ยินเลยค่ะคุณครู แปลไม่ถูกเลยค่ะ (อาจารย์จุลมณี) ไม่ค่อยได้ยินล่ามเลยค่ะ (ล่าม) ค่ะคุณครูได้ยินไหมคะ (อาจารย์จุลมณี) เป็นที่ไมค์พี่ล่ามหรือเปล่า (ล่าม) ได้ยินไหมคะ คุณครูได้ยินไหมคะ (อาจารย์จุลมณี) คุณครูไม่ได้ยินเบามากเลยค่ะ (ล่าม) เบามาก พอดีว่าจะขอให้คุณครูพูดดังกว่านี้หน่อยได้ไหมคะ (อาจารย์จุลมณี) เสียง (ล่าม) โอเค ไม่เป็นไร (อาจารย์จุลมณี) อย่างวิชาสมมติเดี๋ยวครูอู๋ขอลองเพิ่ม Volume ดูนะ หน่วยกิตรายวิชานี้คือ 3 หน่วยกิตนะคะ โดยมี 2-2-5 2-2-5 นี่ก็คือ เรียนทฤษฎีค่ะ เรียนในห้อง เราก็ Design เอานะ ว่าจะเรียน Online Onsite อะไรต่าง ๆ ส่วน 2 ตัวที่ 2 ก็คือการปฏิบัติ วิชานี้เราจะได้ลงมือฝึกปฏิบัติในการที่จะออกแบบหลักสูตรนะคะ แต่ก่อนที่จะไปถึงหลักสูตรได้นี่ เราก็มาเรียนรู้พื้นฐานก่อนว่า หลักสูตรมันมีองค์ประกอบไรบ้างนะคะ แล้วมันจะต้องเกี่ยวข้องกับหลักสูตรแกนกลางอย่างไรนะคะ เกี่ยวข้องกับรายวิชาที่เราจะสอนอย่างไร และตัวสุดท้ายตัวที่ 5 ค่ะ ตัวที่ 5 นี่คือการศึกษาเรียนรู้ด้วยตนเองนะ เพราะฉะนั้น อย่าปล่อยผ่านนะคะ ถ้าช่วงไหนที่ครูให้งาน เราจะต้องไปค้นคว้าศึกษาเพิ่มเติม แต่ไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ ก็คือว่า อย่างเทอมที่แล้วนะ ที่เราพอจะรู้มือกันแล้ว เคยเรียนกับครูอู๋แล้ว ครูเปิดโอกาสให้พวกเรานี่ ได้ สามารถสอบถามได้ตลอดเลยค่ะ ทุก ๆ วัน ไม่นับเวลาราชการนะคะ ก็ใครไม่เข้าใจจุดไหนก็สามารถที่จะสอบถามครูอู๋ได้เลยนะ บางทีพี่ล่ามอะไรก็ เรียนพร้อมไปกับเรานะคะ ก็มาสอบถามแนะนำนะคะ ถ้าสมมติว่ามันปิดคอร์สไปแล้ว หรือว่ามีกิจกรรมไหนนี่ เราสามารถที่จะขอครูอู๋บอกว่าขอทบทวนเพิ่มเติมได้ไหม ได้เลยนะคะ ไม่มีปัญหานะ สมมติว่าชั่วโมงนี้เรียนจบไปแล้วเรียบร้อย แต่ว่าเรามีช่วงว่างนี้ แล้วถ้าครูอู๋มีช่วงว่างด้วยก็นัดเรียนออนไลน์เพิ่มเติมให้ครูอู๋ทบทวนให้ใหม่นะ แต่ถ้าเป็นออนไลน์นี่ ปกติแล้วครูอู๋จะบันทึกคลิปเอาไว้ คลิปการสอน เราจะได้ไปทบทวนนะ เพราะฉะนั้น กิจกรรมของครูอู๋นะ ก็จะพาพวกเรานี่ได้เรียนเป็นแบบกิจกรรมหลากหลาย เราจะเรียนจากหนัง จากสารคดี จาก Content ข้างนอกนี่ เพื่อว่าเราจะได้ เขาเรียกว่าอย่างไร มีมุมมองที่หลากหลายต่อการพัฒนาหลักสูตรนะ เพราะฉะนั้นก็จะสมมติถ้าเรียนออนไลน์นี่ ก็จะมีกิจกรรมต่าง ๆ นะ แล้วก็พวกสื่อต่าง ๆ นี่ ครูอู๋ก็จะเตรียมให้พวกเราด้วยนะคะ แต่ว่า มีข้อแม้ว่าเวลาเรียนนะ ให้ต้อง เขาเรียกว่าอย่างไร ต้องช่างสงสัย ต้องเอ๊ะ แต่ถ้าเรียนบอกว่า เออ ๆ ๆ อย่างนี้นะคะ โอกาสที่เราจะเข้าใจนี่น้อย มันจะน้อย แล้วเราจะไม่เข้าใจเลยในเนื้อหานะคะ อันนี้เป็นตัวอย่างการเรียนนะคะ ยิ่งปีที่ผ่านมาอะไรต่าง ๆ นี่ ออนไลน์ 100 เปอร์เซ็นต์เลย ทั้งครูทั้งนักศึกษานี่ ไม่มีโอกาสได้เจอหน้ากันเลยนะคะ แต่ว่า ถ้าพวกเรา เขาเรียกว่าอย่างไร มีความตั้งใจนะ ครูให้ไปเต็มที่นี่ มันก็จะรับได้ไม่แพ้กันเลยนะ แล้วก็เวลาเรียนนะคะ กิจกรรมต่าง ๆ พวกเรา สามารถ Design ได้เลยนะคะ เวลาเรานำเสนอเวลาทำสื่อไรต่าง ๆ อันนี้เป็นของพี่ ๆ นะ ซึ่งไม่น่าเชื่อว่าเขาทำสไลด์นะคะ เขาก็ตัดต่อภาพเขาเป็นนายพลเลยอย่างนี้ ซึ่งมันก็ คือเรียนกับครูอู๋ไม่ต้องวิชาการจ๋าเกินไป แต่ว่าได้สาระสำคัญของการเรียนถือว่าโอเคแล้วนะ เพราะฉะนั้น Design ได้เต็มที่นะคะ การนำเสนอก็เหมือนกัน การนำเสนอเราไม่ต้องมานำเสนอแบบยืนตัวตรงนำเสนอนะคะ อันนี้อย่างของพี่ ๆ พี่ ๆ นี่เวลาเขานำเสนอนะ เขานำเสนอเป็นหมอลำมาเลย ใครถนัดด้านไหน สมมติถ้าครูบอกว่าให้นำเสนอเกี่ยวกับเรื่องความสัมพันธ์ขององค์ประกอบของหลักสูตรสิ บางคนนะ เล่นลำตัดเป็น เล่นหมอลำเป็น เอาเนื้อหามาผูกเรื่ององค์ประกอบหลักสูตรนี่ เอามานำเสนอในรูปแบบหมอลำ อย่างนี้ก็ได้ ถ้ามันช่วยให้ทำให้เราเข้าใจมากขึ้นนะคะ แล้วก็กิจกรรมสามารถ Design ได้นะคะ ไม่ว่าจะเป็น Online Onsite อะไรต่าง ๆ นี่ ครูอยากให้พวกเรามีส่วนร่วมในกิจกรรม ไม่อยากให้นั่งฟังเฉย ๆ นะ อันนี้เป็นบรรยากาศของการเรียนจากพี่ ๆ นะคะ พวกเราก็จะได้คิดได้ทำ อันนี้เป็นตัวอย่างการเรียน Onsite เพราะฉะนั้นคือ ครูไม่อยากให้มีภาพที่แบบมานั่งฟังเฉย ๆ แต่อยากให้ร่วมกันทำงานเป็นทีม การทำงานเป็นทีมที่ผ่านมาเราเรียนมาหลายวิชานะ เราอาจจะร่วมคิดร่วมทำแต่ว่าเราแบ่งบทบาทหน้าที่กันไม่ค่อยเป็น เราขาดการวางแผน มันเลยทำให้งานของเราที่เป็นงานกลุ่มน่ะ ไม่ไปสู่เป้าหมายนะคะ บางทีงานส่งไม่ทันบ้าง บางทีรู้ไม่เท่ากันบ้าง บางทีหัวหน้านี่ทำอยู่คนเดียวหรือกับเพื่อน 2-3 คน ที่เหลือคือ ด้วยความที่แบบเราสื่อสารกันไม่ได้น่ะ มันก็เลย เขาเรียกว่าขาดปฏิสัมพันธ์ที่ดี มันก็เลยไม่เข้าใจในเนื้อหานั้นเลย เพราะฉะนั้น เรียนกับครูอู๋ถ้าไม่เข้าใจให้ยกมือถาม เราจะไม่เป็นแบบห้องเรียนไทยนะ ที่ว่าอ้าวใครไม่เข้าใจตรงไหน เงียบปิ๊ด ไม่ใช่นะ เพราะฉะนั้น การเรียนของเราอย่างที่ครูอู๋พูดไปเมื่อต้นชั่วโมงนะ ยืดหยุ่นได้ เราเรียนได้ทุกที่เลยค่ะ นะคะ แต่อาจจะต้องอาศัยพี่ล่ามไปด้วยหน่อยนะ สมมติถ้ารอบหน้าเรากำหนดเรียนออนไลน์ แต่เราบอกว่า ถ้าเรียนวิชานี้มันจะต้องพูดคุยกับอาจารย์ผู้สอนเยอะ ๆ ต้องได้ทำกิจกรรมมีครูพาทำกิจกรรมนี่ ขอเป็น Onsite ได้ไหม ไปตกลงกันก่อนนะ ตกลงกันก่อน แล้วก็เลือกสถานที่เลย เราไปเรียนใต้ร่มไม้นี่ 12 คนนี่มีข้อดีคือ มันยืดหยุ่นได้เยอะนะ ยืดหยุ่นได้เยอะในการทำกิจกรรมต่าง ๆ แล้วครูอู๋ก็จะมีกิจกรรมอะไรต่าง ๆ มาให้พวกเรา นี่คือเป้าหมายปลายทางของรายวิชานี้ค่ะ ต้องสร้างหลักสูตรระดับชั้นเรียนเป็นนะ เนื้อหาหลัก ๆ ก็คือ อันนี้เป็นเนื้อหาหลัก ๆ นะคะ ก็คือเราจะได้เรียนรู้ว่า เอ๊ะ หลักสูตรมันคือไร ได้เรียนรู้เกี่ยวกับองค์ประกอบมันมีไรบ้าง มีประเภทอะไรบ้าง แล้วมันทำงานอย่างไร แล้วมันเชื่อมโยงกับหลักสูตรสถานศึกษา หลักสูตรชาติอย่างไร อันนี้คือหน่วยที่ 1 นะคะเรามาดูหน่วยที่ 2 จอมันอาจจะเล็กหน่อยนะ หน่วยที่ 2 คือ เราก็เอาหลักการที่เราเรียนนี่ เอาไปเชื่อมโยง เชื่อมโยงกับสิ่งที่มันเป็นอยู่นะคะ ก็ในเรื่องของ Trend การศึกษายุคใหม่เป็นอย่างไร สภาพผู้เรียนเป็นอย่างไรนะคะ แล้วก็ตอนสุดท้ายเดี๋ยวเรามาสร้างหลักสูตรในฉบับที่ใช่ของเรา ไม่จำเป็นจะต้องสร้างหลักสูตร เช่นว่า ภาษาไทย คณิต วิทย์ อะไรต่าง ๆ นะคะ อาจจะเป็นหลักสูตรอะไรก็ได้ที่เราอยากจะให้เด็กเขาได้ประโยชน์มากเต็มที่นะคะ อย่างเทอมที่แล้วครูอู๋สอนหลายหมู่เรียน เขาคิดหลักสูตรการถ่ายภาพค่ะ สังเกตไหม ว่าไม่ได้เกี่ยวกับที่เป็นวิชาเนื้อหาหลัก ๆ เลย แต่เป็นหลักสูตรไรก็ได้ ที่อยากจะให้เกิดขึ้น อยากให้ผู้เรียนได้ประโยชน์นะคะ ลองคิดในใจดูนะ ว่าอยากจะได้อะไร ซึ่งคิดหลักสูตรนี่ ครูจะให้คิดกันเป็นกลุ่มนะ ถ้าเป็นโอ๊ค โอ๊คอยากพัฒนาหลักสูตรไร อยากพัฒนาหลักสูตรไร สมมตินะอยากพัฒนาหลักสูตร… หลักสูตรอะไรดีล่ะ การเขียนบทกวีไรอย่างนี้ หรือหลักสูตรการทำผัดหมี่โคราชอย่างนี้ก็ได้นะคะ เป็นหลักสูตรไรก็ได้ที่กลุ่มเราน่ะ คุยกันแล้วแหละ อยากจะทำ ลองคุยกันตั้งแต่ต้นเทอมเลยนะ เพื่อว่าเราจะได้เอาไปเขียนหลักสูตรเป็นนะคะ อย่าลืมนะคะ เพราะครูคือนักออกแบบ Learning Designer นะคะ คนที่จะออกแบบหลักสูตรได้ดีที่สุด ระหว่างรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการ ศน. ศึกษานิเทศก์ ใครอีก ผู้ปกครอง ครู 3 คนนี้ 3-4 คนนี้ ใครที่รู้จักผู้เรียนได้ดีที่สุดคะ ครู เพราะฉะนั้นคนที่ออกแบบหลักสูตรได้ดีที่สุดก็คือครูนะคะ คือพวกเรานี่แหละนะคะ แต่ว่าของประเทศไทยนี่ก็คือมันเหมือนกับแบบระบบนะ มันจะเป็นแบบจากบนลงล่างน่ะ ทุกอย่างสั่งมา สั่งมา ไอ้คนทำไม่ได้คิด ไอ้คนคิดไม่ได้ทำ เพราะฉะนั้น กรรมตกหนักไปอยู่ที่ใคร กรรมตกหนักอยู่ที่นักเรียน เพราะนักเรียนได้เรียนหลักสูตรอะไรก็ไม่รู้ที่ไม่ได้มีการ Design มาเลย เรียนตามใบสั่งไรอย่างนี้นะ เพราะฉะนั้นครูอยากให้พวกเรา Create นะ Create หลักสูตร แล้ววัดประเมินผลอย่างไรวิชานี้นะคะ พวกเราดู Course Syllabus นะคะ ที่ครูอู๋ เปิด Course Syllabus ครูอู๋ส่งให้แล้วทุกคน มีแฟ้ม มีสมุดมอบให้คนละ 1 เล่มนะ ส่วนที่เป็นเอกสารประกอบการสอนครูโอ๋โหลดไว้ให้แล้วใน Google Drive นะคะ แบ่งเป็นบท ๆ ให้ จะมีทั้งเป็นแบบรวมเล่มด้วย มีเป็นแบ่งบทด้วย เราจะได้อ่านได้ง่าย ๆ เนื่องจากว่าหนังสือมัน 400 กว่าหน้านะคะ เพราะฉะนั้น ถ้าเรียนในชั้นเรียนนี่ แล้วสอบถามครูอู๋นี่ เรียนให้เข้าใจเป็นภาพ ไม่ต้องไปจำเนื้อหาเยอะนะ เพราะว่าวิชานี้เก็บคะแนนปลายภาคแค่ 10 10 เปอร์เซ็นต์หรือ 10 คะแนน ทำกิจกรรม Workshop ให้เต็มที่นะคะ ก็ท่องจำเอาแค่เปิดพอผ่าน ๆ ให้อ่านเทคนิคของครูอู๋นะ อ่านสรุปท้ายบท มันมีทั้งหมดอยู่ 11 บท อ่านท้ายบทอย่างเดียวนะคะ แต่ถ้าอันไหน เอ๊ะ เราค่อยไปเปิดดูรายละเอียดนะ สมมติในท้ายบทเขาสรุปว่า องค์ประกอบของหลักสูตรมีอยู่ 4 ส่วนด้วยกัน มีจุดประสงค์ มีกิจกรรม มีวัดประเมินผล มีอะไรต่าง ๆ นี่ เขาพูดมา บางทีเขาจะพูดแค่นี้ เราต้องเอ๊ะนะ เอ๊ะ แล้วไอ้วัดการประเมินผลมันมีอะไรบ้างนะ ตอนนั้นน่ะ ถอยกลับไปอ่าน อ่านที่หัวข้อ คิดให้เป็นภาพ คิดตามที่ครูอู๋แนะนำในชั้นเรียน อย่างนั้นเราจะเข้าใจ แต่ถ้ามาเรียนกับครูอู๋ ไม่อ่านอะไรมาเลยล่วงหน้า พอครูอู๋พูด ตัวชี้วัด เราก็จะมองตาครูอู๋ มันคืออะหยังหว่า นะ ไม่เดี๋ยวครู… ครูอู๋กำลังจะดูว่าคำว่าอิหยังหว่า นี่ปรากฏในจอไหม หรือว่าเขามีการเรียบเรียงให้ใหม่หรือเปล่าไม่รู้นะ ล่ามอาจจะงงหน่อยไหม ล่ามยิ้มบ้างก็ได้นะคะ มีการแซวล่าม พวกเราดูนะ Wokshop น่ะ จะมีหลัก ๆ อยู่ 5 กิจกรรมเดี๋ยวครูอู๋จะพาทำนะ ดูเอกสารประกอบการสอนไปด้วย แล้วอย่าลืมนะ ที่อยู่ใน Drive ไปโหลดมานะคะ โหลดมาเก็บไว้นะคะ โหลดมาเก็บไว้ แล้วก็จะได้เตรียมตัวแล้วก็ก่อนเรียนทุกครั้งนะคะ ให้อ่านมาค่ะ ดู Course Syllabus สมมติครูโอ๋เขียนไว้ว่า เรียนสมมติเรียนเนื้อหาเกี่ยวกับความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับพัฒนาหลักสูตร ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับพัฒนาหลักสูตร เราก็ไปโหลดมาเลยค่ะ บทนำอะไรอย่างนี้มาอ่าน พอเห็นภาพปุ๊บ แล้วก็มานั่งรอเรียนเลย พออู๋… พอครูอู๋พูดปุ๊บ เราก็จะเข้าใจตรงกันนะ เพราะฉะนั้น มันก็จะชัดเจนนะคะ อ้อ มันมีอีกอันหนึ่ง Portfolio เล่ม Portfolio ที่เราจะต้องทำ ไม่ต้องไปทำเป็นรูปเล่มนะคะ แค่เขามีอบรมที่ไหน Online Onsite ที่เกี่ยวกับเรื่องหลักสูตรและการสอน ให้ไปเข้าร่วมกิจกรรมอบรม แล้วเอาหลักฐานคือภาพถ่าย ไฟล์ภาพถ่าย หรือเกียรติบัตร เอามาเก็บไว้ในแฟ้มแล้วก็ตั้งชื่อว่า ผลงานการหลักฐานการเข้าร่วมกิจกรรม เราจะต้องเข้าร่วมทั้งหมด 4 กิจกรรมค่ะ นะคะ 4 กิจกรรม เปิดดูตรง Portfolio 4 กิจกรรมมีกิจกรรมอะไรบ้างคะ มีอะไรบ้างครับปอมขวัญ สมมติ ครูอู๋ไปเข้าฝึกอบรมในเว็บของ Starfish อย่างนี้ อบรมนั่งดูคลิปอย่างนี้ 2 ชั่วโมง แล้วเขาออกบัตร ออกเกียรติบัตรให้อย่างนี้ ก็ได้นะคะ สมติของเอกภาษาไทยเขาจัดอบรมเกี่ยวกับการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนสำหรับเด็กยุคใหม่เราก็ไปเข้าร่วมแจมกับเขา สมมติเขาจัดที่หอประชุมอะไรอย่างนี้ แล้วเขาให้ใบเกียรติบัตรมาหรือบางทีเขาไม่ได้ให้ใบเกียรติบัตรมา เราก็ไป Selfie แล้วเราก็ถ่ายภาพบรรยากาศการอบรมสัก 4-5 ภาพ แล้วเอามาส่งเข้าในแฟ้ม ถามว่าทำไมคุณครูต้องเข้าอบรม ต้องพัฒนา ต้องอัปเกรดตัวเองคะ วิ ทำไม ความรู้ในหนังสือพอไหมคะ ที่ครูอู๋ที่แบบ 11 เอ็ดบทน่ะ แล้วเราจะไปเป็นครูที่ดีพอไหมคะ อะตอม พอไหม ไม่พอ คือตอนนี้โลกมันเปลี่ยนไปนะ เทคโนโลยีเปลี่ยนไป เด็กเปลี่ยนไป บริบทเปลี่ยนไป เราก็เลยต้องเขาเรียกว่า ขนาดคอมพิวเตอร์นี่ เขายังต้องอัปเกรดเลย ให้มันมีความแรงขึ้น ให้มัน เร็วขึ้น RAM เยอะขึ้น มีพื้นที่เยอะขึ้น แล้วเราเป็นครูยุคใหม่นี่ มันก็ต้องอัปเกรดเหมือนกันใช่ไหมคะ กิจกรรม Workshop มีอยู่ 5 ชิ้นนะ แล้วก็มี Portfolio ปลายเทอมเราจะได้ประเมินตนเอง แล้วก็เพื่อนประเมินเรา ครูอู๋ประเมินเรานะคะ เราก็จะได้รู้ว่า เรามีการวางแผนการเรียนอย่างไรนะ ประเมิน Portfolio นี่ก็จะคะแนนเยอะนิดหนึ่งนะ พวกเราลองดูนะ อันนี้เป็นตัวอย่างการบันทึกสะท้อนคิดค่ะ 5 มิติ อย่างสมมติวันนี้ครูอู๋ สมมตินะ ครูอู๋สอนเรื่องการอ่านตัวชี้วัดมาตรฐานการเรียนรู้ แล้วครูอู๋เปิดสื่อชนิดหนึ่งให้ดูอย่างนี้ เราดูแล้วเราคิดอย่างไร เขียนไม่ต้องเยอะค่ะ เขียนแค่ 5 ด้านก็พอ 1. I think I wish I tell I learn I feel เดี๋ยวครูจะให้ตัวอย่างใน Line อีกทีหนึ่งนะ ทำมาเป็นแบบ One Page นะคะ พวกเราทำสื่อกันมาแล้วเรียนสื่อเทอมที่แล้วนะคะ อันนี้เป็นตัวอย่าง Portfolio นะ อบรม Online ก็ได้ Onsite ก็ได้นะ เดี๋ยวนี้มันมีเว็บเยอะแยะเลยค่ะ นี่ ได้เกียรติบัตรมา ครูอู๋ก็ต้องมีการอบรมเหมือนกัน เขามีสัมมนาที่ไหนครูอู๋ก็ไป เขามีเสวนาที่ไหนไป มีประชุมที่ไหนที่พัฒนาอัปเกรดสมรรถนะอาจารย์นี่ ครูอู๋ก็จะต้องมีไปอบรมนะคะ ไม่ใช่ว่าครูอู๋บอกแต่นักศึกษาอย่างเดียว ครูอู๋นั่งเฉย ๆ อันนี้ก็ไม่ได้นะ ก็ต้องไปก็ต้องไปอบรม อ่านหนังสืออย่างนี้ นี่คือเป็นแบบประเมินตัวเองนะคะ เดี๋ยวครูอู๋จะให้ไฟล์ไปตอนสุดท้าย เรียนอย่างไรให้เวิร์ก อยู่ที่เรานะ ตอนเรียนมัธยมนี่สังเกตว่าส่วนใหญ่เราจะรอครูป้อนนะ 75 เปอร์เซ็นต์ 75 เปอร์เซ็นต์ ครูบรรยาย 25 เปอร์เซ็นต์ นักเรียนเรียนรู้ด้วยตนเอง แต่พอเข้ามหาวิทยาลัยเป็นอย่างไรคะ จริง ๆ นี่ เราต้องเรียนรู้ด้วยตัวเองนี่ถึง 70 นะ 50 นี่น้อยไปนะคะ 50 น้อยไป เหมือนอย่างสมมติครูอู๋จะเรียนรู้นี่ ก่อนที่จะมาสอนพวกเรานี่ เรียนเรื่องพัฒนาหลักสูตร อ่านเล่มเดียวไม่ได้ เพราะคนนี้อธิบายแค่นี้ อ่านแล้วบางทีบางจุดครูอู๋ไม่เคลียร์ ครูอู๋ไปหาเล่มใหม่มา จนกระทั่งได้เล่มที่ส่งให้เราใด ๆ นั่นแหละ คนนั้นน่ะ ถือว่าเขาอธิบายการสรุป นี่ ครอบคลุมที่สุดนะคะ จริง ๆ มีหลายเล่มมาก แต่ครูอู๋เลือกให้พวกเรานี่ เล่มที่อธิบายได้ดีที่สุดอย่างนี้ ซึ่งต้องอ่านมากกว่าหลายทาง และอ่านหนังสืออย่างเดียวพอไหม ก็ไม่พออีก ต้องไปฟังบรรยาย ไปฟังอบรมถึงจะเก็ตแล้วก็เอามาสอนพวกเราได้นะ ต้องเป็น Smart Student นะคะ เวลาเรียนต้องเรียนเป็นแบบปลาเป็นค่ะ ถ้าเรียนปลาเป็น ก็คือไม่ว่าจะน้ำเชี่ยวอย่างไร ปลาเป็นปกติว่ายทวนน้ำนะ แต่ถ้าปลาตายจะเป็นอันนี้ค่ะ อาจารย์ผู้สอนพานักศึกษาไปไหนสอนผิดสอนถูกนักเรียนก็ไม่เคย นักศึกษาก็ไม่เคยถาม อ้าวใครเข้าใจอะไรไหม เงียบ ใครมีอะไรจะถามไหม เงียบ ที่เงียบไม่ใช่เข้าใจนะ แต่ไม่รู้ว่าจะถามอย่างไร อันนี้คือเป็นสภาพเด็กนักเรียนไทยที่เราคุ้นเคยมานี่ก็จะเป็นแบบปลาตายอย่างนี้ อาจารย์เขาสอนผิดอย่างนี้ ก็นึกว่าสอนถูก ก็จำไปผิด ๆ อย่างนี้ ด้วยความที่ไม่ฝึก ไม่เคยฝึกเอ๊ะนี่ อันนี้คือการเรียนแบบโบราณนะ รอครูป้อน ไม่ใช่แล้วนะ ไม่แน่ใจว่าครูเคยฉายภาพนี้ให้ดูแล้วหรือยัง อันนี้เป็นภาพการเรียนเมื่อ 100-200 ปีมาก่อน ภาพฝั่งขวามือ อันนี้คือเป็นการเรียนปัจจุบัน มันต่างกันไหมนี่ ไม่ต่างเลยนะ มีครูยืนพูด 1 คน แล้วก็มานั่งเรียนแบบนี้ อันนี้คือโบราณแล้วนะ แต่ว่าประเทศไทยปัจจุบันก็ยังใช้แบบนี้อยู่ แล้วเรียนเพื่อไร เรียนเพื่อที่จะสอบ เนื้อหาจำไปเยอะ ๆ มาตรฐานตัวชี้วัดที่เขาให้มานี่ประเทศไทยเยอะมากเลยนะคะ เพราะฉะนั้นนี่แหละทำไมเราต้องออกแบบหลักสูตร หน้าที่ของครูผู้สอนคือจะต้องยำตัวชี้วัดแล้วแปลงออกมาเป็นกิจกรรมให้ได้ แล้ว ให้เรียนแล้วมีความสุขสนุก นั่นแหละ แต่ถ้าครูคนไหนสอนแบบบรรยายแล้วก็มาให้นักเรียนอัดเนื้อหา นักเรียนนี่ถึกมากนะ เรียนแทบตายเลย แล้วมันก็จะเกิดปัญหาที่เกิดขึ้น เราอาจจะเคยได้ยินนะ อาจารย์ครูผู้สอนในโรงเรียนนี่ มักจะสอนว่าดิฉันสอนไม่ทันค่ะ นี่คือปัญหาในประเทศไทย สอนไม่ทันในในรายวิชาพื้นฐาน อัดสร้างรายวิชาเพิ่มเติมขึ้นมาใหม่ในรายวิชาเดียวกันนี่ เพื่อที่จะให้พวกเราคงเคยผ่านการศึกษาขั้นพื้นฐานมาแล้ว เพราะฉะนั้น เรียน มันเหมือนกับเรียนซ้ำกันน่ะ แต่ว่าเรียนอัดเนื้อหาไปเยอะมาก อันนั้นคือเป็นเขาไม่ได้ออกแบบหลักสูตร แต่เขาสอนตามหนังสือ เพื่อให้ครบตามมาตรฐานตัวชี้วัด ซึ่งมันสามารถ Design ได้แต่ครูคนนั้นไม่ได้ Design มาสอนแบบทำอย่างไรก็ได้ ให้นักเรียนนี้ทำข้อสอบได้ เพราะปลายทางมันมีหลุมดำอยู่ คือ มันมี O-NET เกิดขึ้นไง ผอ. ก็ต้องการให้โรงเรียนนี่ มีชื่อเสียงนะ เดี๋ยวมันแพ้ไอ้โรงเรียนข้าง ๆ น่ะ อย่างนี้นะคะ ผอ. ก็ต้องมาจี้ครู ครูสุดท้ายต้องไปจี้ใคร ก็ต้องไปไล่สอนชั่วโมง 8 ชั่วโมงน่ะ นักเรียนนี่ เรียนแบบบ้าระห่ำเลยนะ ครูก็สอนแล้วมันไม่พอนะ มันต้องไปกวดวิชา ต้องไปติวเพิ่มน่ะ สรุปคือเด็กไทยได้อะไร เพราะฉะนั้น ตอนนี้เราเป็นครูรุ่นใหม่น่ะ ต้องไม่ไปเป็นแบบนั้น ต้องเป็น Smart Teacher ค่ะ นะ ปี 2 นะ เราลองดูว่าเราจะเป็นนักศึกษาแบบไหน จะเป็น 1.0 หรือ 4.0 ถ้า 1.0 มันจะเป็นอย่างนี้ อาจารย์ผู้สอนสอนอะไรไปก็สอน สอนไปเต๊อะนี่ เป็นอย่างไร ง่วงเหงาหาวนอน เพราะอาจารย์ใส่แต่เนื้อหาไง 1.0 พอ 2.0 ดีขึ้นหน่อย นักศึกษาเริ่ม Active เริ่มค้นคว้าได้นะคะ 3.0 ล่ะเริ่มยิ้มได้ อาจารย์เป็นแค่ผู้อำนวยความสะดวก นักศึกษานี่จะ Smart เลยแหละ อันนี้คือ 3.0 แต่ครูอยากให้พวกเราเป็นตัวนี้ค่ะ Smart Studio 4.0 เรียนแล้วสร้างนวัตกรรม ไอ้ตัวที่เราจะออกแบบหลักสูตรนั่นแหละ คือนวัตกรรมการเรียนรู้นะ เพราะฉะนั้น ปลายทางตอนสุดท้ายนี่ นั่นคือเรากำลังทำนวัตกรรมน่ะ เพราะฉะนั้นต้อง Smart แบบคนนี้นะ เพราะฉะนั้นสร้างหลักสูตรเจ๋ง ๆ ขึ้นมา ไม่แน่นะ การศึกษาพิเศษอาจจะสร้างได้ดีกว่าเอกอื่นนะ เพราะเรามีเขาเรียกว่ามุมมองอะไรหลาย ๆ มิติ พวกเรามีความอัจฉริยะในตัวนะ รู้ตัวไหมนี่ เขาเรียกว่าต้องกระตุ้นหน่อยนะโอ๊คนะ เราอยากเป็นผู้เรียนแบบไหน เพราะฉะนั้นวิชาครูอู๋นะ ยืดหยุ่นได้ตามความเหมาะสมนะคะ บางทีเขาจัดให้นี่ เรียนทุกวันอังคารอย่างนี้ เราบอกว่าขอปรับได้ไหม ขอไปเรียนสมมตินะ เราว่างตอน 6 โมงเย็น ตอนเย็นวันเสาร์ สมมติน่ะ สมมติขอแบบนี้ เนื่องจากพวกหนู ตอนนั้นสมองปลอดโปร่งอะไรนี่ ขอเรียนแบบอย่างนี้ อะไรอย่างนี้ ก็ Design ได้นะคะ สมมติมี 16 สัปดาห์ โอเค คิดว่ากิจกรรมนี่ ตัดออกได้ไหมคะ ขอลุย Workshop อย่างเดียว ที่เหลือขอไปอ่านเองอย่างนี้ ขอเรียนทั้งหมดแค่ 12 สัปดาห์ ครูอู๋ให้นะ ถ้าเราบอกว่าหนูอ่านมาก่อนแล้ว ผมอ่านมาก่อนแล้ว ลุยเลย ลุยแต่ Workshop แล้วก็ให้มันสร้างหลักสูตรเป็นอย่างนี้นะ แต่ครูขวัญก็ต้องสติ ต้องดูแลน้องน้องนะคะ เพราะฉะนั้นวิชาครูอู๋นะ วางแผนมาล่วงหน้าหน่อย ถ้าไม่วางแผนล่วงหน้านี่ เราจะเป็นเรียนนักเรียนแบบ ปลาตายนะคะ ลองดูนะ ตอนนี้พวกเราอยู่โซนไหน โซนแดงหรือโซนเขียว หลุมดำอย่างหนึ่งที่เกิดจากการเรียนออนไลน์คือ ทำภารกิจมากกว่า 1 อย่าง แล้วปิดกล้อง เคยเห็นไหมเปิด Zoom เอาไว้นั่งซักผ้า มันคิดว่าฟังวิทยุ FM หรืออย่างไรนะเปิด Zoom นี่ หา ใช่ไหม ครูก็แบบเป็นผีบ้านี่ พูดอยู่คนเดียวนะ นักศึกษา 30 คนนี่มันปิดกล้องอยู่ 29 คน แล้วไอ้อีกคนหนึ่งนี่เกรงใจอาจารย์ หัวหน้าห้องไง ที่เหลือมันไปไหนล่ะ อ๋อ มันไปนั่งกินกินข้าวอยู่ที่ไนท์บ้านเกาะนะอะไรอย่างนี้ ไนท์บ้านเกาะก็นั่งโสเหร่กัน แสดงว่ากล้องมันคงจะไม่ได้เสียนะ แต่มันเสียพร้อมกันน่ะอะไรประมาณนี้ แล้วเป็นอย่างไรคิดว่ากำลังใจครูผู้สอนออนไลน์ตอนนั้นพวกเราคิดว่าเป็นอย่างไรคะ เหมือนนั่งคุยอยู่กับคอมพิวเตอร์อยู่คนเดียวน่ะ อยู่หน้าจอนี่ จากเดิมที่เตรียมมานะ 100 เปอร์เซ็นต์ เหี่ยวเลย เหลือแค่ 10 เปอร์เซ็นต์นี่บุญแล้วนะ บุญแล้วนะ เพราะฉะนั้นครูก็จะบอกว่า เอ้า นักศึกษาให้งานไปก็แล้วกัน มันปิดกล้องอย่างนี้ เรียนออนไลน์กับครูอู๋นี่ ครูอู๋ต้องอู๊ย ถือว่าปราบเซียนนะ ครูอู๋ต้อง Build นักศึกษาน่ะ หาเกมส์ หาอะไรมานี่ เยอะมากนะคะ เพราะฉะนั้นไม่หมูนะ เพราะปกตินะ ความสนใจของนักเรียนน่ะมันอยู่ที่ประมาณ 20 นาทีนะคะ 20 นาทีนะ สรุปคือเรียนวิชานี้จะให้สำเร็จต้องพึ่งพาตัวเองเป็นหลักนะ เราจะได้คุณค่าที่คู่ควรกับเรา เกรด A ครูให้ทุกคนได้อยู่แล้ว แต่ว่าต้องพยาบาล ต้อง… ไม่ใช่พยาบาล พยายาม พยาบาลนี่คือบาดเจ็บ ไป เราไปทำกิจกรรมกลุ่มกัน เดี๋ยวครูอู๋จะถามว่าพวกเราได้อะไรจากการทำงานกลุ่ม ให้พวกเราหากระดาษ กลุ่มละ 1 แผ่นอาจจะเขียนข้างหลังก็ได้นะ กลุ่มละ 1 แผ่นในการวางแผนนะคะ เนื่องจากว่าที่ผ่านมาเวลาเราทำงานกลุ่มนะ เราจะทำเป็นแบบแค่ไปรวมกันเฉย ๆ เอาคนไปรวมกัน แต่ไม่ได้อะไรจากงานกลุ่มเลย การช่วยเหลือเกื้อกูลก็ไม่มี เกมนี้ กิจกรรมนี้มีชื่อว่าสร้างหอไอเฟล จากไม้ นี่มันไม้อะไรนะ เหมือนไม้เสียบลูกชิ้น มีอยู่จำนวน 100 ก้าน และก็มีหนังยางอยู่ 50 เส้น ให้เรา Design แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มนะ จะเอา 2 หรือ 3 กลุ่ม โอเค 2 กลุ่มก็ให้นักศึกษาหูคละกลุ่มเพื่อนนะคะ พวกเราก็ช่วยเหลือกันนะคะ สื่อสารกัน ครูอู๋จะไม่บอกว่าทำอย่างไร แต่ให้พวกเราไปคุยกันว่าทำอย่างไรให้หอไอเฟลเราสูงที่สุด กลุ่มไหนสูงที่สุด กลุ่มนั้นชนะ สูงที่สุดยังไม่พอต้องฐานแข็งแรงนะ จะมีการ Recheck ด้วย สมมติว่าสร้างหอไอเฟลเรียบร้อยแล้วใช่ไหม จะลองเอานี่พัดดู ว่าล้มไหม ถ้าล้มก็แพ้ แบ่งกลุ่มตามความสมัครใจ หรือจะนับ 1 2 นับ 1 2 ไหม 1 2 1 2 โอเค กลุ่ม 1 มาอยู่ทางนี้ ครูขวัญลองไปดูสิว่าห้องนั้นมันเปิดไหม แต่ถ้าไม่เปิดก็เอามุม ๆ มาหน้าห้องนั่นก็ได้ ถ้าไม่ให้ใช้น่ะ ให้เราวางแผนกันนะ วางแผนว่าทำอย่างไรจัดการกับทรัพยากรที่เรามีนี่ รับไป กลุ่ม 1 กลุ่ม 2 ค่ะ รับไป ให้เวลา 20 นาทีค่ะ 20 นาที ไปวางแผน เอากระดาษไปด้วยนะคะ กลุ่ม 1 อยู่ตรงนี้ก็ได้กลุ่ม 2 ไปอยู่ข้างนอกเลยก็ได้ค่ะ ใครจะไปอยู่ข้างนอกก็ได้ แล้วแต่เราค่ะ แต่แต่ถ้าห้องนั้นเปิด มันก็จะเป็นภาพที่ดี ไม่รู้เขาเปิดไหม ทดสอบ ทดสอบ มาแล้วค่ะ ได้ข้อคิดอะไรจากกิจกรรมเมื่อสักครู่นี้คะ บอลได้ข้อคิดอะไรคะ ดาวก่อนก็ได้ค่ะ ดาวได้ข้อคิดไรคะจากกิจกรรมต่อหอไอเฟล (ล่าม) ก็คือตอนต่อนะคะ เหมือนมันมีไม้ที่เวลา… คือเราจะต้องก่อด้วยกาวเพื่อให้มันแข็งแรง ไม่ให้มันโอนเอียงน่ะค่ะ (อาจารย์จุลมณี) ไม่ได้ยินเสียงดาว (ล่าม) ได้ยินไหมคะ (อาจารย์จุลมณี) ไม่ได้ยินเสียงล่ามเลยค่ะ (ล่าม) อันนี้ได้ยินหรือยังคะ ได้ยินไหมคะ (อาจารย์จุลมณี) เสียงไม่ออกเลยค่ะ ไม่ได้ยินเสียงเลยค่ะ (ล่าม) ได้ยินไหมคะ ทางอาจารย์ไม่ได้ยิน (อาจารย์จุลมณี) ไม่ได้ยินค่ะ เสียงไม่ออกค่ะ (ล่าม) ได้ยินไหมคะ ได้ยินไหมคะ (อาจารย์จุลมณี) เสียงมาแล้วค่ะ แต่เบาค่ะ เบานิดหนึ่ง (ล่าม) ค่ะ เมื่อกี้น้องบอกว่าการต่อหอไอเฟลน่ะค่ะ ต้องใช้ไม้และกาวในการต่อ ก็คือ จะต้องทำให้หอไอเฟลนั้นแข็งแรง ไม่ให้มันโอนเอียงน่ะค่ะ (อาจารย์จุลมณี) ค่ะขอบคุณค่ะ คนต่อไป โบ๊ทบ้างโบ๊ท ได้ข้อคิดอะไร ทำไมครูอู๋เอามาโยงเรื่องการที่เราจะต้องไปทำงานกลุ่มใน ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี่ ที่ต้องออกแบบหลักสูตรกันเป็นกลุ่ม โยงกับกิจกรรมนี้ได้ข้อคิดอะไรคะ เพราะอะไรรู้ไหม เพราะหลักสูตรนี้ สมมตินะ ถ้าเราเอาไปใช้จริงกับผู้เรียน เขาจะต้องเรียน ต้องเรียน มาเรียนกับเราทั้งที ผ่านหลักสูตรนี้ ต้องเรียนรู้แล้วต้องให้ได้อะไรติดไม้ติดมือไปด้วย 1. ได้ความรู้แน่ ๆ 2. ได้ทักษะ 3. ได้ข้อคิดทุกอย่างน่ะ ที่จะฝึกตัวเขา แต่ถ้ามาเรียนแล้ว เราแค่ได้สร้างหลักสูตรนี่ แต่คนเรียนต้องคนเรียนเป็นอย่างไรคะ มันไม่แฟร์กับเขานะ เพราะฉะนั้นหน้าที่เราคือต้อง Design หลักสูตร หน้าที่ของครูผู้สอนมีอยู่ 2 อาชีพ อาชีพแรกคือการเป็นนักออกแบบ นั่นก็คือเราต้องออกแบบหลักสูตร ออกแบบกิจกรรมให้มันน่าเรียน ใช่ไหมคะ แล้วหลักสูตรก็ต้องพอเหมาะพอดีกับเขาใช่ไหมคะ ไม่ใช่อัดเข้าไปเนื้อหา กิจกรรมก็ไม่ได้ดูเลย เวลาถ้าในโรงเรียนนะ เราจะเรียนกัน 20 สัปดาห์ใช่ไหมคะหนึ่ง 20 สัปดาห์ แต่กิจกรรม โอ้โห ครูออกแบบครูมีความรู้สึกมันมากเลย กิจกรรมมันใช้เวลาอยู่เป็นปีอะไรอย่างนี้ แต่เรียน 1 เทอมน่ะ มันไม่ Match กันใช่ไหมคะ นั่นแสดงว่าครูผู้สอนไม่ได้ดู ไม่ได้ดูความเหมาะสมของหลักสูตร ไม่ได้ดูเวลา ไม่ได้ดูทรัพยากรที่มี โรงเรียนให้เวลาเรามาจัดการเรียนการสอนออกแบบหลักสูตร เขาให้มาแค่ 0.5 หน่วยกิตอย่างนี้ 0.5 หน่วยกิตเท่ากับกี่ชั่วโมง เรียน 20 ชั่วโมงส่วนใหญ่จะเป็นวิชาเพิ่มเติมใช่ไหมคะ วิชาศิลปะ วิชาการงานอาชีพจะเรียน 0.5 หน่วยกิต แต่ถ้าวิชาพื้นฐานน่ะ มักจะเรียน 1.5 หน่วยกิต 2 หน่วยกิตอย่างนี้ เพราะฉะนั้นคือเราก็ออกแบบกิจกรรมให้มันเหมาะสม แปลว่าหลักสูตรมันก็ไม่ใช่อะไรก็ได้นะ ก็ต้องดูความเหมาะสมด้วย คนสุดท้ายเอาความปองขวัญก็แล้วกัน ปองขวัญได้ข้อคิดอะไร ลุ้นบ่ ลุ้นบ่ ชอบสำเนียงปองขวัญนะ ปองขวัญเขามาแนวดี โอเค ก็จะประมาณนี้นะ เดี๋ยวรอบหน้า เดี๋ยวครูฝากหนึ่ง ก็แล้วกันนะ ว่ารอบหน้าจะ Onsite หรือ Online ไปตกลงกันก่อนนะคะ ถ้าออนไลน์ถ้า Onsite จะเรียนที่ไหน พื้นที่ไหน เพราะว่าคงจะทำเป็น ทำกิจกรรมเป็นแบบนั่งเรียนที่แบบล้อมวงน่ะนะ จะได้เข้าใจเนื้อหามากกว่า เพราะว่าถ้ามีจออย่างนี้บังหน้า อาจจะเรียนไม่สะดวกเท่าไรนะ รอบหน้านะคะการเตรียมตัวให้พวกเราอ่านบทที่ 1 มาก่อนนะบทที่ 1 เราจะเริ่มเรียนแล้ว ไฟล์เอกสารประกอบการสอนครูโหลดไว้ให้แล้วที่ไหนคะ ใน Drive ครูส่งลิงก์ให้หรือยัง ยังไม่ได้ส่งเหรอ แล้วแล้วแฟ้มส่งงานอะไรต่าง ๆ นี้เราได้รับหรือยัง โอเค เดี๋ยวครูจะ… คือครูทำหมดแล้วเรียบร้อย เดี๋ยวจะส่งให้นะ แล้วก็ขณะเรียนในแต่ละบทนะคะ อย่าทิ้งความสงสัยเอาไว้นะคะ ให้แต่ละบทผ่านไป สมมติบทที่ 1 รอบหน้าเราอ่านมาแล้วแหละ อ่านมาเรียบร้อยแล้ว ให้ตั้งคำถามไว้เลยนะ จะถามครูอู๋อะไร จดมาเลย จดใส่สมุดที่แจกไปนั่นแหละว่า พออ่านเสร็จแล้วนี่ทั้งหมดนี่ 20-30 หน้านี่ เนื้อหาประเด็นไหนที่ไม่เข้าใจ ให้เอามาถามครูอู๋รอบหน้านะคะ จะถามในชั้นเรียนก็ได้ จะถามผ่าน Line ก็ได้แล้วแต่นะ อยากให้เรียนกันแบบนี้ อยากให้เรียนกันอย่างมีความสุข มีความสุข อย่าไปเครียดมากนะคะ แล้วก็ครูอู๋จะปรับกิจกรรมให้มันสอดคล้องกับธรรมชาติการเรียนรู้ของพวกเรานะคะ จริง ๆ วิชานี้ หนักพอสมควร แต่ไม่เป็นไร ครูอู๋จะ Design ใหม่เพื่อพวกเรานะคะ โอเค ก็จะประมาณนี้นะ ให้เราไปพักกัน กินข้าว หัวหน้า (นักศึกษา) ขอบคุณครับ/ค่ะ (อาจารย์จุลมณี) ค่ะ ตอนรับเปิดเทอมวันที่ 2 ขอบคุณล่ามมากค่ะ เดี๋ยวนัดกันอีกทีหนึ่ง ครูฝากปิดแอร์ปิดไฟหน่อยเด้อ อันนี้เราไม่ต้องปิดใช่ไหม ดีนะ ทันสมัยดี จ้ะ เจอกันสัปดาห์หน้าค่ะ ขอบคุณมาก ล่าม สู้ ๆ หน่อยนะ ทิ้งไว้เลย [สิ้นสุดการถอดความ]