Accuracy : 83.50%
Insertion : 562
Deletion : 4588
Substitution : 331
Correction : 28305
Reference tokens : 33224
Hypothesis tokens : 29198

[เสียงว-ี(-ิ)-ิ(-ี)ทัศน์](เจอ(-้)หนจ(-้)ที่ชร(า)-์)สวัสดีครับฝั่งล่ามได้ยินเสียงชัดเจนไห(นะ)ครับสวัสดีครับฝั่งล่ามได้ยินเสียงชัดเจนอยูแล้ว(-่)ใช่ไหมครับ(ผ(เ).(-้)ดร.กญ(ห)-้ที่หญิง)สวัสดีค่ะล่ามได้ยินเสียงไหมคะเหมือนตอนนี้แบบไม่ได้ยินเสียงล่ามค่ะอ(ด)-ี๋ยนนี-้(ว)กำลังแก้ไขนะคะแล้วก็ระหว่างนี้ก็รอท่านอาจารย์ด้วยค่ะเดี๋ยวตอนนี้อาจารย์กำลังเดินทางมานะคะรอสักครู่ค่ะ(เจ้าหน้าที่)ทดสอบค่ะตอนนี้ล่ามได้ยินไหมคะทดสอบค่ะตอนนี้ล่ามได้ยินไหมคะตอนนี้อาจารย์มาแล้วนะคะ(ล่าม)ล่ามไม่ได้ยินเลยค่ะอาจารย์ได้ยินไหมคะอาจารย์ลองลองพูดอีกทีได้ไหมคะถ้าเกิดว่าได้ยินเสียงล่ามน่ะค่ะค่ะอาจารย์ได้ยินไหมคะเหมือนเขาไม่ได้ยินเราอาจารย์ได้ยินไหมคะล่ามไม่ได้ยิน(ล่าม)ล่ามยังไม่ได้ยินเลยค่ะได้ยินแต่เสียงโทรศัพท์เข้าน่ะค่ะแต่ไม่ได้ยินเสียงอาจารย์ทำไมเสียง...(เจ้ผศ.ดร.กญ(ห)-้ที่หญิง)ทดสอบค่ะล่ามได้ยินไหมคะ(ล่าม)รบกวนอาจารย์ลองพูดอีกครั้งได้ไหมคะไม่ได้ยินไม่ได้ยินค่ะไม่ได้ยินเลยค่ะ(ผศ.ดร.กาญจนา)สวัสดีค่ะ(ล่าม)โอเคค่ะได้ยินแล้วค่ะรบกวนอาจารย์พูดดังกว่านี้หน่อยได้ไหมคะ(ผศ.ดร.กาญจนา)ค่ะสวัสดีค่ะขออภัยนะคะวันนี้ช้านิดหนึ่งพอดีมีประชุมด่วนนะคะต้องเตรียมงาน(ล่าม)ค่ะได้ยินแล้วค่ะอาจารย์ขออาจารย์พูดดังกว่านี้นิดหนึ่งนะคะ(ผศ.ดร.กาญจนา)หนังสือนักศึกษาได้แล้วนะอย่างที่ครูบอกไปนะคะว่าเราจะมีหนังสืออยู่3เล่มด้วยกันที่เราใช้หลักๆเลยคือเราใช-้เล่มนี-้นะคะเล่มนี้จะมีเนื้อหาอยู่5บทนะแล้วก็เดี๋ยวครูจะเพิ่มนะคะครูมีเพิ่มเข้ามาอีกประมาณ3บทนะคะถ้าจำไม่ผิดน่าจะเพิ่มเข้ามาอีก3บททีนี้สำหรับเพื่อนนะคะที่เป็นเด็กตานะเดี๋ยวครูอาจจะต้องขออนุญาตนะคะให้นักศึกษาเอาหนังสือนะคะกลับไปก่อนนะแล้วก็อาจจะขอให้เจ้าหน้าที่นะคะช่วยเขาเรียกว่าถ่ายภาพนะคะถ่ายภาพแล้วทำเป็นGoogleเอกสารนะคะถ่ายรูปแล้วแปลข้อความจากในรูปให้กลายเป็นตัวอักษรนะคะเป็นWordอย่างนี้จะง่ายนะคะเพราะฉะนั้นวัน-ี้เราจะมาคุยกันถึงบทที่1นะคะก็คือความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับเรื่องของการอ่าะคะทุกคนเปิดไปที่บทที่1นะคะเปิดไปที่บทที่1นะในสไลด์ที่ครูจะอธิบายในวันนี้นะคะอาจจะไม่ได้ครบทุกหัวข้อครูจะเลือกเฉพาะประเด็นที่สำคัญๆและจะเสริมให้นะคะในหัวข้อหรือในประเด็นที่มีความทันสมัยและมีความเป็นปัจจุบันนะคะอาจจะมีบางข้อในในเอกสารนะคะที่เราเอ๊ะ(ย)ไม่เห็นตรงกับในสไลด์ร(-ี)-ูเพิ่มครูต(พ)-ิ-่เข้าไปให้นะคะหมายถึงครูเพิ่มเติมเข้าไปให้นะทีนี้มาดูนะคะว่าอันดับแรกเลยการอ่านเป็นห(1)นึ่งในทักษะสำคัญของผู้เรียนคุณเรียนเพื่อที่จะไปเป็นครูภาษาไทยครู(-ุณ)ต้องรู้ว่าคุณครูที่เป็นครูสอนภาษาไทยนั้นเขาจะต้องมีความสามารถนะคะที่จะไปสอนเด็กในด้านต่างๆถ้าหากว่าวิชาภาษาไทยนะคะจะจัดจำแนกนะคะตามสาระการเรียนรู้เราแบ่งออกเป็นกี่สาระนะคะเราแบ่งออกเป็นกี่สาระสาระที่1มาก่อนเลยก็คือสาระการอ่านค่ะสาระที่1ก็คือสาระการอ่านสาระที่2ก็คือก-็การเขียนนะคะสาระที่3การฟังดูและพูดสาระที่4คือ...คืะไรคะหลักภาษาและสาระที่5คือวรรณคดีและวรรณกรรม5สาระนี้เป็นหัวใจสำคัญของการเรียนการสอนในวิชาภาษาไทยคุณครูภาษาไทยทุกท่านต้องรู้เรื่องนี้ว่าที่คุณครูอย่างพวกเราก็ต้องรู้เรื่องนี้เช่นเดียวกันเพราะฉะนั้นในวิชาที่เราเรียนกันในวันนี้คือวิชาการอ่านการคิดนะคะเพื่อพัฒนาชีวิตนี่นะคะเราจึงจำเป็นต้องรู้เรื่องเกี่ยวกับการอ่านให้มากเพื่อที่เราจะได้ไปออกแบบการจัดการเรียนการสอนให้กับผู้เรียนให้ผู้เรียนของเราอ่านได้อ่านคล่องและอ่านเป็นนะคะทีนี้ในเรื่องของการอ่านนั้นมีความหมายว่าอย่างไรการอ่านเป็นกระบวนการอะไรคะการส่งหรือการรับสารนะกระบวนการอะไรกระบวนการรับสารการรับสารมีอยู่กี่แบบคะนอกจากการอ่านแล้วการรับสารอีกอันหนึ่งคือการอะไรนะลูกการฟังการดูใช่ไหมคะการฟังกับการดูเป็นการรับสารการรับสารในที่นี้รับสารผ่านอะไรนะคะผู้อ่านต้องทำหน้าที่แปลความหมายของอะไรคะตัวอักษรออกมาเป็นความคิดเห็นไหมคะอ(ก)-ั-่(น)างในกระบวนการอ่านก็จะมีการคิดอยู่ในทุกขณะดังนั้นหากผู้อ่านสามารถทำความเข้าใจกับตัวอักษรที่ผู้เขียนสื่อออกมาก็จะสามารถบรรลุวัตถุประสงค์ของการอ่านได้โดยที่การอ่านนั้นจะต้องใช้เทคนิควิธีการหรือการทำให้การอ่านมีประสิทธิภาพสูงสุดนะคะจึงจะทำให้สิ่งที่อ่านนั้นมันมีประโยชน์มันมีคุณค่าและบรรลุวัตถุประสงค์ของการอ่านนะต่อไปนะคะในเรื่องของการอ่านนั้นนะคะทักษะการอ่านนะคะหรือว่าReadingSkillนะคะนักศึกษาดูนะคะฝั่งซ้ายนะคะฝั่งซ้ายกับฝั่งขวาให้สังเกตก่อนว่ามันมีความเหมือนหรือความแตกต่างกันอย่างไรลองอ่านดูคร่าวๆก่อนนะคะมันมีอะไรเป็นจุดร่วมกันอยู่ดูสิในนี้อันนี้ไม่มีในหนังสือแต่ครูเพิ่มมาให้เพื่อให้เห็นถึงความเชื่อมโยงกับ(น)ระหว่างการอ่านกับการอะไรคะการคิดฝั่งซ้ายมือคือทักษะการอ่านส่วนฝั่งขวามือป็(-ือ)ทักษะในการคิด2สิ่งนี้ต้องเป็นอย่างไรคะลูกไปด้วยกันควบคู่กันไปฝั่งซ้ายเขาบอกว่าการอ่านนั้นคือการแสวงหาความรู้การค้นหาคำตอบใช่ไหมคะนี่คือวัตถุประสงค์ของอะไรคะของการอ่านนะคะและในฐานะของก(ว)ร(ม)เป็นครูเวลาที่เราอ่าน1.วัตถุประสงค์ที่เกิดขึ้นก็ค-ือเราอาจจะนำไปใ-ือ(ช)-้เพื่ออะไรลูกไปตรวจผลงานของนักเรียนรวมไปถึงอะไรด้วยคะทำความเข้าใจเนื้อหานะคะหาความรู้เพิ่มเติมรวมไปถึงการรับรู้วิทยาการหรือความรู้ใหม่ๆด้วยในขณะที่ฝั่งขวามือนะคะฝั่งขวามือเห็น…เดี๋ยวนะคะขณะที่ฝั่งขวามือนะคะฝั่งขวามือของเราเราบอกว่าการฝึกทักษะการคิดในลักษณะต่างๆนี่คือลักษณะขอคว(งก)ม(ร)คิดที่เกิดขึ้นในขณะที่เรากำลังอ่านอยู่นะคะการกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ขณะที่เราอ่านมันทำให้เกิดอะไรขึ้นด้วยทำให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ขึ้นด้วยนะคะการทำให้เห็นมุมมองที่หลากหลายจริงหรือไม่เวลาเราอ่านมันเปิดโลกเรามันเปลี่ยนความคิดเราด้วยใช่ไหมคะและการอ่านนั้นนะคะทำให้เกิดทักษะการคิดในลักษณะที่ทำให้ผู้อ่านนั้นเกิดทักษะในการปรับตัวพอรับข้อมูลใหม่เข้าไปพอรับข้อมูลที่เกิดขึ้นจากการอ่านนั้น-ั(-็)ทำให้เราได้ทบทวนใคร่ครวญแล้วปรับข้อมูลที่เรามีอยู่ให้มันทันสมัยทันต่อเหตุการณ์นะคะมันทำให้เกิดทักษะในการคิดเพื่อปรับตัวด้วยนะคะทีนี้นะคะขั้นตอนของการอ่านในหนังสือของเราบอกว่ามีอ่านได้กับอ่านเป็นนะคะซึ่งอ่านได้นั้นนะคะก็จะเป็นลักษณะของการอ่านพื้นฐานทั่วไปส่วนการอ่านเป็นคือการอ่านอย่างมีวิจารณญาณอ่านแล้วเกิดความคิดสร้างสรรค์แต่ในที่นี-้ครูขอเพิ่มเติมให้นิดหน่อ-้(ย)นะคะขอเพิ่มให้นิดหนึ่งนะคะว่าถ้าหากว่าเรานะคะจะแบ่งแยกกระบวนการอ่านนะคะออกเป็น4ขั้นตอนนะคะมันจะละเอียดขึ้น4ขั้นตอนที่ว่านี้คืออะไรนะคะขั้นที่1นะคะก็คือการอ่านออกอ่านได้หรืออ่านออกเสียงได้ถูกต้องถ้า1.ร-ู้จักพยัญชนะสระวรรณยุกต์3อย่างนี้มาผสมกันเข้ากลายเป็นอ่านคำใช่ไหมคะอ่านคำแล้วก็มีการใส่วรรณยุกต์เข้าไปก็จะกลายเป็นป(า)ะ(ผ)สมคำใช่ไหมคะถ้าอ่านแจกร(ล)-ูกก็คือยังไม่มีตัวสะกดนป(ะ)แต่ถ้าผสมคำก็-้(-ื)มีตัวสะกดด้วยเพราะฉะนั้ะคะถ้าในขั้นที่1รู้สระรู้พยัญชนะรู้วรรณยุกต์อ่านแจกร(ล)-ูป(ก)อ่านป(ผ)ระสมคำได้แสดงว่าผ่านกระบวก(น)การอ่านในขั้นที่1คืออ่านออกอ่านได้นะคะขั้นที่2นะคะอ่านเข้าใจอ่านเข้าใจคืออะไรอ่านเข้าใจก็คือเห็นคำวลีข้อความความประโยคนะคะเมื่ออ่านสิ่งเหล่านี้แล้วสามารถที่จะสรุปความได้ว่าข้อความนี้เข-้ากล่าวถึงอะไรเขาพูดถึงอะไรนะต่อมานะคะในขั้นที่3นอกเหนือจากอ่านได้อ่านเข้าใจแล้วขั้นที่3คืก(-่)ร(น)แล้วต้องใช้ความคิดในการวิเคราะห์วิจารณ์แสดงความคิดเห็นในทางห็(-ัด)แย้งหรือเห็นด้วยกับผู้เขียนได้อย่างถูกต้อ-็(ง)ะคะอย่างมีเหตุผลด้วยเพราะฉะนั้นนอกเหนือจากอ่านได้อ่านเข้าใจก็จะต้องอ่านแล้ววิเคราะห์ได้เช่นเดียวกันนี่ขั้นสูงขึ้นมาหน่อยแล้วนะคะขั้นสูงขึ้นมาแล้วคืออ่านเป็นขั้นนี้เขาเรียกว่า"อ่านเป็น"แล้วนะคะนี่คืออ่านเป็นเพราะฉะนั้นในสุดท้ายเลยค่ะเห็นไห-ันตรงนี้มันก็จะสอดคล้องกับแนวคิดของBloomนะคะอย่างที่ครูได้เคยยกตัวอย่างไปเมื่อครั้งก่อนว่าหากต้องการให้ผู้เรียนนะคะหรือแม้แต่คุณครูอย่างเรานี่นะคะประสบความสำเร็จในการอ่านขั้นสูงสุดนะคะนั่นก็คือจะต้องสามารถนำความรู้จากการอ่านไปประยุกต์ใช้ในเชิงสร้างสรรค์ได้อ่านแล้วก็เอาไปทำอะไรต่ออ่านแล้วจบแค่นั้นใช่ไหมอ่านแล้ววิเคราะห์วิจารณ์ได้อย่างเดียวแต่ยังไม่ได้ทำให้เกิดความสร้างสรรค์ขึ้นก็ยังไม่ถือว่าไปไม่ถึงขั้นที่4ซึ่งเก(ป)-็ค(น)-ือขั้นสุดยอดขั้นสูงสุดของการอ่านหรือเป็นขั้นสูงสุดของการเรียนรู้ของมนุษย์นะคะตามทฤษฎีการเรียนรู้ของBloomนะคะดังนั้นเขาบอกว่าผู้ที่อ่านได้และอ่านเป็นจำเป็นจะต้องอะไรคะใช้กระบวนการทั้งหมดในการอ่านทำให้เกิดประโยชน์สูงสุดจากการอ่านนั้นนะคะด้วยวิธีการอ-่าน(ไร)ด้วยการถ่ายทอดความหมายของตัวอักษรออกมาเป็นความคิดและจากการคิดนะคะความคิดที่ได้จากการอ่านนะคะเอามาผสมผสานกันกับประสบการณ์เดิมจากนั้นนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ค่ะนี่คือสิ่งที่คาดหวังและเป็นสิ่งที่...แนวทางนะถือว่าเป็นแนวทางนะคะของผู้ที่เรียนนะคะแล้วก็สามารถที่จะนำความรู้จากการอ่านนะคะเอาไปใช้ประโยชน์ได้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดนั่นเองคำถามค่ะคราวนี้เข้าสู่เนื้อหาแล้วนะคะเข้าสู่เนื้อหาน-ั(-้)ศ(ส)-ึกษานั่งตัวตรงตรๆ(ง)ใครนั่งเอนจะถือว่าง่วงนะคะแสดงว่าเรามีอาการเริ่มง่วงแล้วนั่งตัวตรงตรงนะคๆ(ะ)หายใจข้(-ึก)ลึกนะคะมองไม่เห็นหน้าครูไม่เป็นไรแต่ฟังเสียงนะคะฟังเสียงครูนะทุกคนดูที่กระดานนะคะข้-่างบนนี้นะดูที่กระดานครูไม่แน่ใจว่ามันขึ้นจอด้วยหรือเปล่าขึ้นด้วยใช่ไหมคะทุกคนมีหน้าจอของตัวเองนะไม่ขึ้นใช่ไหมเคอย่างนั้นดูที่หน้าจอนะคะจอโพรเจกเตอร์ข้าะ(ง)น้า-ี-้นะคะนักศึกษาเห็จ(น)P(ะ)ro(ร)jectorซ้ายมือเป็นรูปของอะไรคะต้นไม้ใช่ไหมคะตัวอักษรไทยที่หมายถึงต้นไม้ตัวนี้ออกเสียงว่าอย่างไรคะอะไรนะลูก‘ชอฌ(-)ฌ(ช)หรือ‘ชฌ(-)กะ-ฌ(ช)คะเอาให้แน่‘ชอ-เชอ’หรือ‘ชอ-กะ-เชอ’ใครว่า‘ชอฌ(-)ฌ(ช)ยกมือดังๆสูงๆ‘ชฌ(-)ฌ(ช)ใครว่า‘ชอฌ(-)กะ-ฌ(ช)ยกมือขึ้นลูกสูงๆเอามือลงค่ะคำนี้นะคะตัวอักษรตัวนี้พยัญชนะตัวนี้เราออกเสียงว่าฌ(ช)ดังนั้นใครที่ออกเสียงว่าชอ-กะ-เชอเปลี่ยนทัศนคติโดยด่วย(น)เราออกเสียงว่า‘ชอฌ(-)เชอ’เฌอเป็นภาษาเขมรแปลว่าต้นไม้เห็นไหมคะตัวอักษรประกอบกับรูปต้นไม้อยู่มันจึงเป็นการบ่งบอกว่าสิ่งนี้คือต้นไม้ออกเสียงใหม่นะคะออกเสียงใหม่ว่าเป็นตัว‘ชอฌ(-)ฌ(ช)’นะคะตัว‘ชอฌ(-)ฌ(ช)นะเห็นไหมครูกำลังRecheckอยู-่ว-่าความรู้เดนะ(-ิม)ที่เรามีเกี่ยวกับเรื่องของการอ่านมันเป็นอย่างไรนะคะปรับใหม่นะต่อมานะคะฝั่งนี้ค่ะเราเห็นรูปของอะไรคะขวามือพระพุทธเจ้าใช่ไหมคะตอนที่พระพุทธเจ้าก่อนที่พระองค์ท่าะคะจะตรัสรู้นะคะเป็นพระสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้านี่นะคะจะมีบรรดาลูกศิษย์ลูกหาต่งๆนะนะคะที่จะต้องมีการสำเร็จขั้นหนึ่งเหมือนกันนะคะสำเร็จขั้นหนึ่งเหมือนกันนะคะข(ท)-่-ั-้(า)นนั้นเราเรียกว่าข(ท)-่-ั-้(า)นเป็นพระอะไรนะะ-ะ-หันต(’)-์หรือ‘ออ-ะ-หันต(’)-์นะอะ-ระ-หันต(’)-์หรือ‘ออ-ะ-หัน-์(‘)ะ-ะ-หันต(’)-์หรือ‘อ-ระ-หัน’ใครว่า‘ะ-ะ-หัน’ยกมื-์(อ)สูงๆเอามือลงใครว่าออ-ระ-หันยกมือโอคเอามือลงค่ะฟังนะคำนี้นะคะถ้าหากต้องการหมายถึงพระพุทธเจ้าหรือหมายถึงผู้ที่สำเร็จมรร-ัก(ค)ผลนะคะสำเร็จม-ัก(รค)ผลนะคะเราเรียน(ก)ว่า"พระอรหันต์"(‘พระ-อะ-ระ-หัน’)แล้วอรหันต์ต้องมีตัวอะไรการันต์ด้วยมีตัวตเต่าการันต์ส่วนอรหั(‘ออ-ระ-หัน’)อรหัน(‘ออ-ระ-หัน’)ไม่มีตเต่าการันต์หมายถึงสัตว์จำพวกหนึ่งในเทพนิยายถ้าเราออกเสียงผิดอ่านผิดความหมายเปลี่ยนไหมคะความหมายเปลี่ยนทันทีเพราะฉะนั้น2คำนี้ถ้ายังอ่านผิดทั้ง2คำเราจะต้องฝึกตัวเองในเรื่องของการอ่านให-้ถูกต-้องมากยิ่งขึ้นนะคะต่อไปนะคะจริงๆแล้วนะคะครูมีบทร้อยกรองมีปัญหาหนึ่งของครูภาษาไทยนะคะที่เราจะต้องฝึกก็คือเราออกเสียงคำควบกล้ำนะคะค่อนข้างที่จะลำบากนะคะอาจจะไม่คล่องไม่ใช่เฉพาะคนอีสานนะคะคนไทยภาคกลางภาคเหนือภาคใต้นะคะก็มีปัญหาเรื่องนี้ทั้งหมดเพราะฉะนั้นในฐานะของคุณครูภาษาไทยเราจำเป็นจะต้องฝึกทักษะการออกเสียงนะคะของเราด้วยคำถามนะคะนักศึกษาที่ตอนนี้นะคะนักศึกษานะคะที่ไม่ใช่เด็กหูฯ(ะ)นะคะเด็กตาอาจจะมองไม่เห็นนะคะอย่างนั้นไม่เป็นไรนะคะเอ้าช่วยกันนะคะเพื่อนเพื่อๆ(น)ช่วยกันทุกคนออกเสียงพร้อมกันนะคะเห็นชัดไหมคะเห็นภาพชัดไหมดูในหนังสือก็ได้นะลูกมีค่ะล(ย)-ูก(-่)ในหนังสือนะคะหนังสือก็มีค่ะบทนี้บทนี้อยู่ในหนังสือทุกคนเปิดดูหนังสือก็ได้ค่ะตัวอย่างบทนี้นะคะอยู่ในหนังสือหน้า18ค่ะหน้า18หน้า18ค่ะเพื่อนๆนะคะออกเสียงควบกล้ำนะคะเอ๊ะหรือครูจะให้อ่านทีละคนดีหือครูเปิดให้นะคะอ่านเรื่องแม่กลอยนะคะแม่กลอยบทแม่กลอยแม่กร(ล)อยเป็นลูกพ่อกลิ้งแม่กล่อมต่อเลยค่ะมีรูปร่างกลมกลึงท่าทางปราดเปรียวมีอารมณ์ครึกครื้นชอบครวน(ญ)เพลงอยู่เป็นประจำเธอก็ไม่ใช่คนกล(ร)-ีดกล(ร)ายชอบพลิกแพลงปรับปรุงเปลี่ยนแปลงรสอาหารมาปรนเปรอพ่อกลิ้งแม่กล่อมเสียจนตัวกลมเธอนั่งทำอย่างเพลิดเพลินไม่เคร่งเครียดบางครั้งบางคราวเธอก็นำขนมไปถวายพระที่วัดพลับพลาที(ซึ)-่อยู่ใกล้ใกลๆ(-้)บ้านเห็ไ(ะ)หมฝึกอะไรได้คะอันนี้ฝึกค(ท)-ำควบกล้ำมีอยู่4หรื-(อ)5บทน่ะค่ะในหนังสือนะคะบทนี้จริงๆเอาไปฝึกให้นักเรียนนะคะเอาไปฝึกการออกเสียงลลิงรเรือลลิงได้ดีเลยแหละนะคะหรือแม-่(-้)แต่กบาลเรื-่(น)ง(ย)ระบินทร์ใช่ไหมคะเรื่องอะไรนะยายเฮียงก็มีใช่ไหมคะมีหลายเรื่องเลยนะคะโอเคนะคะถ(ค)-่-้า(ะ)ครูขอพักข้ามไปนะคะข้ามไปเดี๋ยวเราไปฝึกต่อนะนะคะต่อไปอันนี้ก็มีอยู่ในหนังสือเช่นเดียวกันค่ะในห-้าหน้าเท่าไระ(อ)19หน้า19นะคะบทนี้ค่ะ19บทแรกนะคะครูตั้งชื่อว่าเรื่อง"แม่แพรว"ก็แล้วกันนะคะแม่แพรวทุกคนอ่านออกเสียงพร้อมกันเมื่อกี้เป็นร้อยแก้วคราวนี้เป็นร้อยกรองนะคะทุกคนอ่านพร้อมกันเขา...เอาใหม่ๆเมื่อกี้นี้ยังมีก(ค)วมอยู่นะคะเขาขวนขวายว่าความเรื่องงามหน้าเอาใหม่123ควายตาสาผ(ว)-ิดยายพริ้งวิ่งตาขวางฝ่ายแม่แพรวลูกยายพร้อมไม่ยอมวางถือขวานพลางไค(ข)ว่ข(ค)ว้าไล่ล่าควายวิ่งเวียนวนจวบจนจวน...ชัดๆโพล้เพล้จึงไขว้เขวหาเชือกคล้องใช่ของง่ายเพร(ล)-ี-้(-่)ยงพล้ำถล-่-ำกายถูกจับได้เพราะแม่แพรวแกล้วกล้าจริงเราจะสังเกตได้ว่าคำต่างๆที่อยู่ในบทร้อยกรองนี้ฝึกทักษะการอ่านออกเสียงคำควบกล้ำรเรือลลิงแล-้(ะ)มีอะไรอีกตัวหนึ่งวแหวนใช่ไหมคะวแหวนที่ว่านี้อักษรควบได้แก-้(-่)คำว่าอะไรบ้างคะคำว่า"ขวาย"ใช่ไหมคะขวนขวายนะคะคำว่าอะไรอีกลูกไหมคะ(")ความ"ใช่ไหมคะคำว่า"ควาย""ขวิด""ขวาง"ใช่ไหมคะอะไรอีกคะ"ขวาน"ใช่ไหมคะ"ไขว่คว้า""ควาย"นะนอกนั้นก็เป็นลลิงใช่ไหมคะรเรือต่อไปนะคะทีนี้นะคะหลักในการอ่านนะคะเมื่อกี้คือการอ่านออกเสียงนะนะการอ่านออกเสียงค่ะแต่เวลาอ่านหนังสือน่ะค่ะเวลาที่เราสอนอ่านหรือเวลาที่เราจะอ่านหนังสือนี่นะเราจะต้องมีหลักการปัญหาหนึ่งที่พบมากๆเลยสำหรับการอ่านของคนไทยก็คือเรื่องของการที่เราไม่รู้ว่าคำไหนเป็นคำมาจากภาษาต่างประเทศถ้าเป็นคำที่มาจากภาษาต่างประเทศมันจะมีวิธีการอ่านที่ไม่เหมือนกับภาษาไทยแท้ๆนี่ไงเหตุผลว่าทำไมเราถึงต้องมาเรียนประเภทหรือลักษณะของคำไทยแท้คำไทยแท้เป็นคำประเภทไหนลูกคำโดดใช่ไหมคะเป็นคำเดียวเดี่ยวๆสะกดตรงตามมาตราไหมคะสะกดตรงตามมาตราถ้าเป็นตัวสะกดที่ไม่ตรงตาาตราให้อนุมานหรือเดาไว้ก่อนเลยว่าเป็นคำที่มาจากภาษาอะไรต่างประเทศแต่ถ้ามันเข้าหลักเกณฑ์ว่ามีรหันหัร(น)ใช้ในกลุ่มพยัญชอ(น)ไรซึ่งอยู่ในภาษาอะไรลูกรหัร(น)ภาษาสันสกฤตสัสกฤตนะคะแต่ถ้าเป็นภาษาบาลีก็จะมีพยัญชนะเขาเรียกว่าพยัญชนะต้นกับมีตัว-ำมีพยัญชนะต้นกับพยัญชนะตามนะคะมี…โทษที-ีตัวสะกดกับตัวตามขออภัยมีตัวสะกดและ-ับ(มี)ตัวตามเช่นกไก่กับขไข่ในคำว่า"ทุกข์"ในคำว่า"ทุกข์"เห็นไหมคะท-อุ-กอ(=)ทุกข์แล้วมีขไข่ารันต์มีตัวการันต์ตามนั่นแห-่ะหลักของภ(บ)ษาบีลีค่ะเป็นหลักภาษาบาลีเพราะฉะนั้นนะคะสิ่งหนึ่งที่เป็นปัญญ(ห)าตอนนี้สำหรับการอ่านของคนไทยก็คือเราไม่รู้ว่าอันไหนคือคำสมาท(ส)อันไหนคือสมาสแบบมีนธิดูนะคะดูนะเขาบอกว่าเรามักจะท่องท่องจำว่าสมาสคือคำ(าร)ชนสนธิคือการเชื่อมใช่ไหมคะสมาสกับสนธิมันคือวิธีการสร้างคำในภาษาไทยสมาสกับนธิคือวิธีการสร้างคำในภาษาไทยแต่วิธีการสร้างคำไม่มีวิธีสนธิเขาเรียกว่า"วิธีสมาส"นะคะวิธีสมาสแบบปกติกับคำสมาสส(แ)ธ(บ)-ิมีสนธิ2อย่างนี้ต่างกันอย่างไรดูนะคะถ้านำคำภาษาบาลีสันสกฤตมาเรียงต่อกันตามปกติเรียงต่อกันเลยนะคะเราจะเรียกว่า"คำสมาสเช่นอะไรบ้าง"-ิจต(")กับคำว่า"วัด"มาดูสิคำว่า"กิจ"ก--ิ-จจานก-อิ-จอ(=)กิจไม่ใช่ก-อิ-ดเด็กก-อิ-ด=-ิดถ้าอย่างนั้นถ้าอ(ก)-อิ-ด=กิดเป็นคำภาษาอะไรลูกเป็นคำภาษาไทยใช่ไหมคะเช่นในคำว่าอะไรค-ูก(ะ")กิจ(")ใช่ไหมคะเป็นภาษาไทยแต่ในนี้กิจจจานเดาได้ว่ามันเป็นภาษาอะไรคะภาษาบาลีเห็ไ(ะ)หมคะนี่เขาให้เอาบาลีกับสันสกฤตมาเรียงกันบาลีกับบาลีบาลีกับสันสกฤตหรือสันสกฤตกับสันสกฤตมาเรียงกันก็จัดว่าเป็นอะไรได้คำสมาสได้เช่นเดียวกันนะคะเอ้าคำว่า"โฆษณา"ยอมรับกับครูมาว่าใครอ่านว่า"(‘)โค-สะ-นา"(’)คำนี้อ่านว่าอะไรคะ‘โคด-สะ-นานะคะถามว่าตอนนี้ไปเปิ-ูในพจนานุกรมสิคำว่า"โฆษณา"อนุโลมให้อ่านโฆษ-่(ณ)ได้หรือยั"(ง)-ส(-ู)-(-่)ยั"(ง)นะคำนี้ยังอ่านว่าอะไรอยู่นะคะ‘โคด-สะ-นานะคะคำต่อมาคำว่า"ฉัตรมงคล"(‘ฉัด-ตระ-มงล(-)คน’)ค่ะเพราะมันมีคำว่า"ฉัด(ร)"กับคำว่า"มงคล"มาเรียงต่อกันหลักการอ่านคำสมาสเมื่อนำคำมาเรียงต่อกันจะต้องมีสระอะอยู่ตรงกึ่งกลางพยางค์อยู่กึ่งกลางเสียงของทั้ง2คำนั่นเองนะคะเพราะฉะนั้นกิจวัตร(‘กิด-จะ-วัด’)โฆษณา(‘โคด-สะ-น’)ฉัตรมงคล(‘ฉัด--มง-คน’)หรือแม้แต่-ำว่าล(")ญาติ"กับคำว่า"วงศ์"ก็จะต้องมีอะไรด้วยคะในเมื่อมันมีสระอิกำกับอยู่ก็ต้องออกเสียงอะไรด้วยสระอิด้วยก็เป็นญาติวงศ์(‘ยาด-ติ-วง’)นะคะต่อมาค่ะหากนำมาเรียงกันแล้วมีการเชื่อมเสียงสระเข้าด้วยกันแบบนี้เราเรียกว่า"คำสมาสแบบมีสนธิ"ไม่ใช่คำสนธิเราจะไม่เรียกว่าคำสนธินะคะเราจะเรียกว่าวิธีการสร้างคำแบบสร้างคำสมาสแบบมีสนธิสนธิหมายถึงการเชื่อมนะคะสนธิหมายถึงการเชื่อมเช่นคำว่าอะไรบ้างคำว่า"พุทธ"กับ"โอวาส(")ถ้าเป็นสมาสแบบปกติรวมกันจะอ่านว่าพุด-ธ(-)โอ-วาส(’)แต่ถ้าหากว่เปคำ(-็น)สมาสแบบมีสนธิเอาเสียงโอเลื่อนมากลืนตัวธธงค่ะเอาตัวเสียงโอเลื่อนมากลืนตัวธธงนี้ก็จะกลายเป็นคำว่า"พุทโธวาส"(‘พุด-โท-วาด’)หรือคำว่า"นร"กับคำว่า"อิศวร"ถ้าหากว่าเป็นสมาสปกติก็จะเป็นนรอิศวร(‘ะ-ระ-อิ-สว’)ใช่ไหมคะแต่ทีนี้เมื่อมีการสนธินะคะสมาสแบบมีสนธินรกับอิศวรต้องเร(ล)-ื่อง(น)อิมาคลุมรเรือมากลืนรเรือก็จะกลายป็นนริศวร(‘นะ-ร-็(-ิ)-สว’)แต่เผอิญว่าในภาษาบาลีสันสกฤตสระอิกับสระเษ(อ)เป็นสระเดียวกันอิกลายเป็นเอจากนริศวรกะ(-็)กลายมาเป็น"นเรศวร"(‘นะ-เร-สว’)นะคะหรือคำว่า"ณ(น)"กับคำว่า"อินทร์"ถ้าเป็นสมาสแบบมีสนธิเอาเสียงอินมากลืนรเรือก็จะกลายเป็นคำว่านรินทร์(‘ะ-ริน’)นะคะต่อไปนะคะวิธีการอ่านคำสมาสนะคะวิธีการอ่านคำสมาส(น)เขาอ่ทำ(าน)อย่างไรนะคะวิธีการอ่านคำสมาสนะคะเขาบอกว่าอันที่1อ่านตามหลักเกณฑ์ค่ะเวลาอ่านนั้นจะต้องอ่านออกเสียงคำที่สมาสกันนะคะให้มีเสียงต่อเนื่องกันด้วยนะคะคำว่าอะไรเช่นคำว่า"แพทย์"กับคำว่า"ศาสตร์"ปกติแล้วคำว่า"แพทย์"อยู่คำเดียวเดี่ยวมียยักษ์การันต์ใช่ไหมคะครูถามนิดหนึ่งเข้าใจคำว่าการันต์กับไม้ค(ท)-ัทค(ฑฆ)าตว่าอย่างไรคะการันต์คืออะไรทัณค(ฆ)าตคืออะไรอธิบายให้ค-ูฟังหน่อยจบภาษาไทยมาจบม.6มาต้องทราบแล้วแห-่ะว่าการันต์กับท-ันตฆาตแตกต่างก-ันอย่างไรง่วงอ๋อไม่เป็นไรใช่ไหมพอดีเหมือนเขาง่วงๆไม่ได้ง่วงนะโอเคปกติะโอเคค่ฑ(ะ)ครูถามนะคะถามใครดีถามเราก็ได้คุณหัวหน้าใช่หัวหน้าไฮึใช-่ไหมคะใช่หัวหน้าไหมลูกถามค่ะทัณฑฆาตกับการันต์แตกต่างกันอย่างไรคะทัณฑฆาตกับการันต์มีใครทราบไหมมีใครทราบไหมตอบครูได้ไหมคะทีนี้นะถ้าอย่างนั้นนะคะมาฟังนะคะในคำว่า"แพทย์"ยกตัวอย่างในคำว่า"แพทย์"ก็แล้วกันนะคะในคำว่า"แพทย์"นะคะในคำว่า"แพทย์"ถ้าปกติแล้วในคำว่า"แพทย์"นั้นนะคะจะมียยักษ์การันต์นะะคะจมีไม้…จะมีเครื่องหมายกำกับอยู่บนยยักษ์เครื่องหมายที่กำกับอยู่บนยยักษ์นะคะหรือเครื่องหมายที่กำกับอยู่บนตัวรเรือในคำว่า"ศาสตร์"นะคะตัวนี้นะคะทุกคนดูSp-ัว(ot)ที่ครูชี้ไปนะคะตรงนี้ะตัวนี้เราเรียกว่าเรียกว่าอะไรนะ"การันต์"ค่ะเอ้าใช่เหรอใช่เหรอไม่ใช่ตัวนี้เราเรียกว่า"ไม้ทัณฑฆาต"ค่ะลูกตัวนี้เราเรียกว่า"ไม้ทัณฑฆาต"ส่วนตัวรเรือตัวนี้นะคะตัวรเรือตัวนี้เราเรียกว่าตัวการันต์ตัวการันต์คือพยัญชนะส่วนทัณฑฆาตคือเครื่องหมายค่ะโอเคนะะคะเข้าใจตรงกันนะลูกนะพยัญชนะนะคะเราเรียกว่าตัวการันต์ถ้ามันมีเครื่องหมายไม้ทัณฑฆาตกำกับอยู่ตัวพยัญชนะก็คือเรียกว่าตัวการันต์ถูกทัณฑฆาตกำกับไว้มันก็เลยเป็นอย่างไรคะออกเสียงไม่ได้ตัวการันต์นั้นจึงไม่สามารถเปล่งเสียงได้นะจ๊ะต่อไปนะคะทุกคนอ่านนะคะทุกคนอ่าตัวนี้นะคะเวลาอ่านให้อ่านเสียงอะด้วยนะคะเพราะในคำว่า"แพทย-์"ถูกเอาไม้ทัณฑฆาตออกไปแล้วเดิมทียยักษ์มันกลายเป็นตัวการันต์ใช่ไหมคะถ้าอยู่คน(-ำ)เดียวเดี่ยวๆคำว่า"แพทย์"นี่ยยักษ์เป็นตัวการันต์แต่ตัวนี้เอาออกไปแล้วจึงจึงอะไรคะจึงไม่ใช่ตัวการันต์อีกต่อไปอ่านออกเสียงกึ่งหนึ่งนะคะก็คือเสียงอะนะอ่านว่าแพทยศาสตร์(‘แพด-ทะ-ยะ-สาด’)สัตว-์แพทย์(‘สัด-ตะ-วะ-แพด’)ประวัติศาสตร์(‘ประ-หวัด-ติ-สาด’)มัธยมศึกษา(‘มัด-ทะ-ยม-มษ(ะ)-สึก-ส’)เวลาใครอ่านมัธยมศึกษา(‘มัด-ทะ-ยม--ศ(ส)-ึก-สา’)อย่าไปหัวเราะเยาะเขานะเษ(ข)าอ่านถูกแล้วนะคะเขาอ่านถูกแล้วใครที่อ่านว่ามัธยมศึกษานั่นแหละอ่านผิดหลักกเพราะมันเป็นคำที่มาจากภาษาบาลีสันสกฤตค่ะลูกมัธยมศึกษา(‘มัด-ทะ-ยม-มะ-สึก-ส’)เพราะมันเกิดจากการสร้างคำแบบสมาสค่ะโอเคนะหรือในคำว่า"ประวัติศาสตร์"(‘ประ-หวัด-ติ-สาด’)ต้องมีเสียงอิตรงกลางเพราะอะไรเพราะมันเป็นคำสมาสเช่นเดียวกันกับคำว่า"อุดมศึกษา"(‘อุ-ดม-มะ-สึ"(ก)-สา’)แต่ปัจจุบันนี้มีการอนุโลมให้อ่านได้ตามความนิยมแต่ถ้าอ่านให้ถูกต้องตามหลักการต้องอ่านแบบไหนคะลูกมีเสียงอะตรงกึ่งกลางเพราะอะไรเพราะมันเป็นคำที่เกิดจากการสร้างด้วยวิธีการสมาสประถมศึกษา(‘ประ-ถม-มะ-สึก-ส’)บรรณรักษศาสตร์(‘บัน-นา-รัก-สะ-สาด’)ใครอ่านออกเสียงบัน-นา-รัก-สาดไม่ถูกนะคะ‘บัน-นา-รั-สะ-สาด’นะคะเจต…เจตค-ิ(‘เจ-ะ-ะ-ติ’)นะคะนี่อ่านว่าเจ-ตะ-คะ-ตินะคะเจตภูต(‘เจด-ะ-พูด’)-ิ(2)คำนี้ต่างกันะคะเจตคติ(‘เจ-ะ-ะ-ติ’)นะคะกับเจตภ-ูต(‘เจด-ตะ-พูด’)ทัศน-ูม(คต)-ิ(‘ทัด-สะศ(-)ะ-ะ-ติ’)นะคะในแบบฝึกของเราในหนังสือของเรามีหลายคำให้อ่านเลยนะคะเพราะฉะนั้นก็ลองอ่านดูนะคะอันนี้ครูยกตัวอย่างมาให้ดูเฉยๆนะแต่ในขณะเดียวกันก็มีบางคำที่เป็นคำในภาษาบาลีสันสกฤตถูกยกเว้นไม่ต้องออกเสียงอะตรงกึ่งกลางพยางค์นะคะได้แก่อะไรบ้างคำที่ได้รับการยกเว้นเหล่านั้นก็คือชื่อจังหวัดต่างๆที่อยู่ในประเทศไทยของเรานะคะอะไรบ้างจังหวัดอะไรบ้าง12จังหวัดที่ไม่ต้องอ่านแบบคำสมาสอันนี้ไม่มีในหนังสือนะครูเพิ่มให้ะคอันนี้ครูเพิ่มเติมให้ให้เห็นข้อแตกต่างนะคะจังหวัดอะไรบ้างจังหวัดอะไรคะทุกคนอ่านพร้อมกันชลบุรี(‘ชน-บุ-รี’)ชัยนาท(‘ไช-นาด’)ปทุมธานี(‘ปะ-ทุม-ทา-นี’)ปราจีนบุรี(‘ปร-จี-บุ-ร-ี’)12จังหวัดนี้ไม่ต้องอ่านอะตรงกึ่งกลางไม่ต้องอ่านว่า‘ชน-ล(น)ะ-บุ-รี’‘ไ-ัย-ยะ-นาด’‘ปะ-ทุม-มะ-ทา-นีไม่ต้อง"ปทุม"แปลว่าดอกบัวใช่ไหมคะเป็นภาษาบาลี"ธานี"ก็เป็นภาษาบาลีเพราะฉะนั้นถ้าอ่านตามหลักเกณฑ์คำสมาสมั(วก)-ี้ต้องมี‘-่า(’)กึ่งกลางแต่เรายกเว้นให้นะคะชื่อจังหวัดที่นอกจากนี้นะคะมันเป็นคำสมาสก็ต้องอ่านอย่แบบคำ(าง)สมาสด้วยได้แก่จังหวัดที่ชื่อว่าอะไรคะราชบุรี(‘ราด-ะ-บุ-รี’)เพชรบุ-ี(‘เพด-ชะ-บุ-รี’)แต่ปรากฏว่าในยุคปัจจุบันนี้คนก็ยังคงอ่านแบบเดียวกันกับ12จังหวัดนี้กลายเป็นอะไรคะราด-ะ-บุ-รี’‘เพด-ร(-)บุ-รีใช่ไหมคะแต่ตามหลักนะคะจริงๆเขาอนุโลมให้แค่12นะคะแต่อย่างว่าแห-่ะค่ะราชบัณฑิตเป็นคนกำหนดนะแต่ผู้ใช้จะใช้หรือไม่ใช้ก็แล้วได้รับความนิยมหรือไม่ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งเหมือนคำว่า"คอมพิวเตอร์"ช่วงหนึ่งที่ถูกกำหนดให้มีคำศัพท์บัญญัติว่าอะไรนะ"คณิตกร"ใช่ไหมน(ค)ะแต่ก็ไม่มีคนใช้แต่ก็เหมือนกันกับลักษณะเช่นนี้แหละค-่ะอันนี้เขายึดตามหลักการว่าถ้าเ(ม)ย(จ)-ึดตม(ก)หลักภาษาแบบนี้จะต้องอ่านแบบนี้นะคะเราก็มีหน้าที่ในการเลือกอ่านเลือกใช้ให้เหมาะตามความถูกต้องแล้วก็เหมาะสมกับสถานการณ์นะคะต่อมานะคะในเรื่องของการอ่านคำสมาสนะคะมันก็จะมีบางอย่างที่ไม่ใช่คำสมาสทำไมถึงไม่จัดว่าเป็นคำสมาสมาดูสิยกตัวอย่างคำว่า"เจ้า""เจ้า"เป็นคำไทยหรือเป็นคำต่างประเทศคะเห็นไหมที่มาของภาษา-ัน(-ึง)สำคัญ"เจ้า"คิดว่าเป็นคำไทยหรือว่าเป็นคำต่างประเทศค-่คำว่า"เจ้า"เป็นคำไทยส่วนคำว่า"พุทธ"เป็นคำต่างประเทศไหมคะนี่ค-่ะหลักตัวสะกดตัวตามอีกอย่างหนึ่งททหารกับธธงนี่หลักตัวสะกดตัวตามนะคะอันนี้เป็นภาษาบาลีค่ะบาลีกับภาษาไทยเอามาเรียงรวมกันจัดว่าเป็นคำสมาสไหมคะจัดว่าเป็นคำสมาสไหมไม่ค่ะเพราะอะไรหลักเกณฑ์ของคำสมาสก็คือต้องเป็นบาลีกับบาลีบาลีกับสันสกฤตหรือสันสกฤตกับสันสกฤตเท่านั้นดังนั้นพอมารวมกับคำไทยบาลีกับคำไทยเขาไม่เรียกว่าคำสมาส(น)แต่เขาเรียกว่าคำอะไรแทนคะเขาเรียกว่า"คำประสม"ค่ะเขาเรียกว่า"คำประสม"เพราะฉะนั้น"พระพุทธเจ้า"นะคะเป็นคำประสมอ่านเหมือนกันกับวิธีการสมาสหรืย่างในบางคำนะคะที่ใช้คำว่า"ล(ร)"นะคะจริงๆแล้วคำว่า"กรม"คำเดียวนี่ถ้าอยู่คำเดียวเดี่ยวๆนะคะแล้วไปนำหน้าหน่วยงานหรือองค์กรเราจะไม่ออกเสียงอะตรงกึ่งกลางคำแต่ถ้าหากว่านำหน้ายศตำแหน่งของคนไทยสมัยโบราณจะออกเสียงอะไรคะเสียงอะเช่นกรมขุ(‘กรม-มะ-ขุน’)กรมวัง(‘กรม-ะ-วัง’)กรมหลว(‘กรม-ะ-หลวง’)กรมพระ(‘กรม-มะ-พระ’)กรมพระยา(‘กรม-ะ-พระ-ยา’)หรือกรมท่า(‘กรม-มะ-ธ(-่)-ุ())เข้าใจหลักการนะนะคะเพราะฉะนั้นวิธีการอ่านคำว่า"กรม"ก็ไม่เหมือนกันอีกนี่คือลูกเล่นของการอ่านค่ะซึ่งมันมีรายละเอียดปลีกย่อยเยอะมากนะคะอันนี้ยกตัวอย่างให้ดูนะคะวิธีการอ่านคำที่เป็นคำป(ผ)ระสมนะคะแต่ว่าอ่านแบบคำสมาสอีกตัวอย่างหนึ่งก็คือ"กล"กับคำว่า"เม็ด""เม็ด"เป็นคำไทยแท้แต่คำว่า"กน(ล)"เป็นคำภาษาบาลี"น(")เป็นบาลีแต่"เม็ด"เป็นไทยแท-้เพราะฉะนั-้นจึงเป็นคำผสมแต่อ่านเหมือนกับคำสมาสเช่นกลม็ด(ช่(‘ก)ก(-)ะ-เม็ด’)คุณค่า(‘คุน-นะ-ค่า’)เห็นไหมคะไม่ต้องแปลกใจเพราะส่วนใหญ่คนส่วนใหญ่อ่านว่าอะไรคะคุณ(-)ค่าแต่จริงๆแล้วต้องอ่านว่าคุน-นะ-ค่าค(’)-ุณนะค่ามีออกข้อสอบนะลูกนะมีออกข้อสอบเป็นตัวลวงในข้อสอรรจุเยอะแยะมากมายเลยค่ะข้อสอบภาคกภาคขใครไปทำงานองค์กรต่างๆคำเมื่อกี้นี้นะคะออกข้อสอบบ่อยมากนะคะจำหลักการตัวนี้ให้ดีนะคะต่อไปนะคะท-ั(-ุ)เร(คน)-ียะคะดูตามตัวอย่างแล้วก็อ่านนะคะอันนี้อ่านว่าทุนทรัพย์(‘ทุน-นะ-ซับ’)พลขับ(‘น--ขับ’)พลความ(‘น--ความ’)พลเมือง(‘พน-ละ-เมือง’)พลร่ม(‘พน-ละ-ร่ม’)พลเรือน(‘พน-ละ-เม(ร)-ือน’ง())สรรพสินค้า(‘สับ-ะ-สิน-ค้า’)นะคะอันนี้อ่านว่าสรรพสิ่งหรืออ่านได้อีกแบบหนึ่งคือคำว่าสรรพสิ่ง(‘สัน-ะ-สิ่ง’)นะคะทีนี้ในเอกสารของเราในหนังสือของเรามีค่ะในเรื่องของการอ่านคำพ้องอยู่ในตารางนะคะอยู่ในตารางนะการอ่านคำพ้องก็เป็นอีกปัญหาหนึ่งที่นักศึกษาจะต้องรู้ว่าในการอ่านคำพ้องมันควรจะมีหลักการอย่างไรนะคะคำพ้องคืออะไรคำพ้องมีอยู่กี่แบบคำพ้องนะคะมี2แบบด้วยกัน1.คือพ้องรูป2.คือพ้องเสียงพ้องรูปคือคืออะไรคะเขียนเหมือนกันไหมคะเขียนเหมือนกันแต่ออกเสียงไม่เหมือนกันส่วนพ้องเสียงคือออกเสียงเหมือนกันแต่เขียนไม่เหมือนกันดูนะมีอะไรบ้างคำแรกค่ะคำว่า"กรี"(‘กรี’)นะคะกับคำว่า"กร-ี"(‘กห(-)รี’)ก-่"(รี)คืออะไรถ้าดูจากภาพนี้"กรี"(‘กรี’)คือส่วนนี้ค่ะเห็น…เห็นหนวดแหลมๆของกุ้งไหมคะส่วนยาวตัวนี้ค่ะยื่นออกมาค(-ี)-่เขาเรียกว่า"กรี"(‘กรี’)ออกเสียงควบกล้ำว่ากรีตัวนี้นะคะนี่ค่ะคำนี้ค่ะ"กรี"(‘กรี’)กับอีกอันหนึ่งนะคะเขียนเหมือนกันแต่ออกเสียงว่ากะ-รี-่(’)แปลว่าอะไรคะช้างค่ะหรือต่อมานะคะคำนี้ค่ะคำว่าปรัก(‘ปรัก’)ปรักตัวนี้ถ้าไปเปิดดูในพจนานุกรมนะคะปรักตัวนี้มันหมายถึงเครื่องถมเครื่องเงินอะไรบางอย่างนะคะเห็นไหมีภาพประกอบกับอีกอันหนึ่งนะคะออกเสียว่า‘ปะ-หรัก’ปรัก(‘ปรัก’)ใช้คู่กับคำว่าอะไรคะ"หักพัง"เพราะฉะนั้นคำว่าปรักคือเศษซากใช่ไหมคะเศษซากที่พังทลายในขณะเดีวกันคำว่า"เพล"(‘เพลา)นะคะเพลาคือแกนกลางที่ยึก(ด)ระหว่างล้อของรถใช่ไหมคะกับอีกอันหนึ่งเขียนเหมือนกันแต่อ่านว่า‘เพ-ลา’เพล("(‘)เพ-ลา"())คือเวลานั่นเองนะคะหรือแม้แต่คำนี้ค่ะคำว่า"ปริ"(‘ปริ’)อ(-)อ(-)อินะคะอันนี้คือคำพ้องรูปออกเสียงได้2แบบปริ(‘ปริก())คำที่1นะคะหมายถึงอะไรคะหมายถึงแย้มพ(ป)ริแตกนะ-ิบ(คะ)ปริเลยยิ้มแก้มปริคือยิ้มแก้มแทบแตกใช่ไหมคะยิ้มแก้มปริอันนี้หรือแปลว่าน้อยใช่ไหมคะแตกน้อยแต่ในขณะเดียวกันอ่านได้อีกแบบหนึ่งคือคำว่าอ่านว่าอะไรคะไม่ได้อ่าน‘ปะ-หริ’ะคะอ่านว่า‘ปะ-ริ’ปริ(‘ะ-ริ’)แปลว่าอะไรแปลว่ารอบๆบริเวณโดยรอบโดยเห็นได้จากคำว่าอะไรบ้างคะปริมณฑล(‘ปะ-ริ-มน-ทน’)ปริมณฑลคือรอบๆเมืองหลวงจังหวัดที่อยู่ในปอ(-ิ)มณฑบๆเม(ล)-ือ(-ั)งห-ัง(ด)ที่เป็นปริมณฑลคือจังหวัดอะไรบ้างลูกกรุงเทพน่ะเป็นเมืองหลวงกรุงเทพเป็นมณท(ฑ)แต่รอบๆเมืองหลวงรอบๆหัวเมืองใหญ่ๆนี่เขาเรียกว่า"ปริ"(‘ะ-ริ’)จังหวัดอะไรบ้างขึ-้นต-้นด้วย"สมุทร"สมุทรปราการสมุทรสาครสมุทรสงครามนี่คือปริมณฑลโอเคนะต่อไปนะคะคำว่า"พลี"คำนี้ค่ะพลีอันแรกนะคะออกเสียงว่าพลีออกเสียงควบพลี(‘พลี’)อันนี้แปลว่าอะไรคะแปลว่าขอส่วนอีกอันหนึ่งอ่านว่า"(‘)ะ-ลี"(’)หมายถึงการมอบให้การอุทิศการบวงสรวงจะเจอบ่อยในวรรณคดีหรือในเพลงชาติไทยของเราครูขอถามในเพลงชาติมีเนื้อหาบอกว่าสละเลือดทุกห(อ)-่ด(ง)เป็นชาติ.(…)..ชาติออกเสียงว่าอะไรพลีหรือพะ-ลี’เพื่อให้ตรงตามความหมายที่แท้จริง1หรือ2ออกเสียงว่าพลี’เหร-ือคะสละเลือดทุกหยาดเป็นชาติพลี(‘พลี’)เหรอคะถ้าดูตามความหมายตัวนี้ควรจะใช้เป็นพลีหรือพะ-ลีเป็นอันที่2ค่ะสละเลือดทุกหยาดเพื่ออุทิศให้กับแผ่นดินนี้ใช่ไหมคะไม่ได้สละเลือดเพื่อขอนะคะไม่ได้สละเลือดเพื่อขอนะคะเป็นชาติพลี(เ(‘)ลี-ื-่อ(’))ขอชาติไม่ใช่นะคะแต่มันหมายถึงอะไรลูกอุทิศด(ย)บ(ด)เลือด-ื(-ี)-้เพื่อมอบให้กับอะไรคะผืนแผ่นดินนะคะหรือชาติของเราต่อไปนะคะคำนี้ค่ะคำว่า"แหน"(‘แห-ฺ’)นะคะกับคำว่า"แหน"(‘แหนฺ’)นะคะห(อ)-ัา(ร)ภาพอ่านว่าอะไรล-ูกถ้าด-ูจาภาพตัวนี้อ่านว่าอะไรคะ‘แหฺน’หนอ-แอ-แหนใช่ไหมอ(-)อ(-)อ(=)แหนนะคะกับอีกอันหนึ่งก(ห)-อ(-)อ(=)ก(ห)นอันแรกอ่านแบบอักษรนำแหน(‘แห-ฺ’)คืออะไรคะวัชพืชในน้ำใช่ไหมคะในขณะที่แหน(‘แหน-ฺ’)ตัวนี้คือหวงแหนนะคะอันนี้คือคำพ้องรูปนะคะอันนี้คือคำพ้องรูปเพราะฉะนั้นนอกจากนี้นะคะในเรื่องของคำพ้องเสียงนะคะในคำพ้องเสียงที่ครูไม่ได้ยกตัวอย่างนะแต่ว่ายกตัวอย่างให้ดูว่าลักษณะของคำพ้องรูปนี่นะคะมันจะมี-ัญหาเรื่องของการใช้ดังนั้นเวลาจะใช้คำพ้องรูปต้องดูที่อะไรเป็นหลักคะดูที่ความหมายของคำเป็นหลักว่าคำนั้นประโยคนั้นนะคะในประโยคนั้นนี่ต้องการสื่อความหมายว่าอย่างไรเราก็เลือกเอาคำนั้นไปใช้ให้ตรงกับความหมายที่ต้อเร(งก)จะสื่อนั่นเองนะคะหรือในภาษาเขมรนะคะในภาษาเขมรนะมันจะมีหลักในเรื่องของการอ่านคำแพ(ผ)ลงคน-ี(ย)-่ก็จะมีปัญหาเรื่องนี้นะคะเรื่องของการอ่านคำน-ี(ะ)-้คำที่มาจากภาษาเขมรเขาเ-ียกค(ว)-่-ือ(า)คำแผลงนะมีวิธีการสร้างคำคือคำการแผลงลงคำนะคะอย่างเช่นคำว่า"กราบ"นะคะเติมอะไรเข้าไปคะแพ(ผ)ลงนะคะแพ(ผ)ลงจากอะไรคะจ(‘)ราบเติมค(อ)-ำเข้าไปเป็นกำ-หราบนะคะกำ-หราบเขียนอย่างไรนะคะร-า-บอ(=)-ราบหร-ือคะต้องมีหนำนะคะเสียงมีหนำก็ต้องขึ้นเสียงสูงขึ้นมาเป็นกำ-หราบอันนี้เป็นอะไรคะอ่านว่าอะไรคะอ่านพร้อมกันให้ครูฟังหน่อยตำรวจ(‘ตำ-หรวด’)ตำรับ(‘ตำ-หรับ’)ดำรัส(‘ดำ-หรัด’)ดำริ(จ(‘)ดำ-หริ’)บำ…บำหรับบำอ-ิ(ะ)ไรคะบำราบ(‘บำ-หราบ’)นะคะ"ปราบ"เป็น"บำราบ"(‘บำ-หราบ’)นะคะหรืออะไรคะ"กฎ"เป็น"กำหด"(‘กำ-หนด’)"ถ(ข)-ึง"เป็น"ขมึง"(‘ขะ-หม-่(-ึ)’)"จด"เป็น"จรด"(‘ะ-หรด’)"จ่าย"เป็น"จำห-่าย"(‘จำ-หน่าย’)"เฉียง"เป็น"ฉลียง"(‘ะ-เหลียง’)"ตำหนิ"(‘ตำ-หนิ’)"ติ"เป็นอะไรนะคะ"ตำห-ิ"(‘ตำ-หนิ’)ใช่ไหมคะ"แต่ง"เป็น"ตำแห-่ง"(‘ตำ-แหน่ง’)ใช่ไหมคะ"เกิด"เป็น"กำ...กำ...กำเนิด"ไม่ใช่กำ-เนิดนะคะกำ-นิดนะคะต้องมีหนำด้วยนะคะหรือแม้แต่การอ่านตัวฤมันก็มีหลักการอยู่เวลาอ่านต้องอ่านให้ถูกต้องนะคะอะไรบ้างนะคะดูนะดูตัวฤ(‘รึ’)ค่ะตัวฤคือถถุงหางยาหางยาวใช่ไหมคะโอเคนะตัวฤคือถถุงหางยาวครูเรียกชื่อเล่นมันว่าถถุงหางยาวนะตัคะ(วฤ)นะคะถ้ามีสระอาเพิ่มมาอีกนะคะอ(ๅ)หางยาวเพิ่มขึ้นมาเราเรียกว่าตัวอะไรคะตัวฤๅ(‘รือ’)ตัวรื(ฤๅ)แต่คนไทยไม-่ค-่อยนิยมใช้นะคะแต่ถ้าเป็นตัวภสำเภาหางยาล่ะคะภสำเภาหางยคือตัวฦ(‘ลึ’)แล้วภสำเภาหางยาฦ(ว)กับสระอาหางยาวตัวอะไรคะตัวฦๅ(‘ลือ’)นะคะตัฦกับตัวฤ(ฦ)ๅเอาหัวเข้านะคะเราเรียกว่าตัวฤ(‘รึ’)นะแต่ถ้าเอาหัวออกเป็นตัวฦ(‘ลึ’)นะคะต่อไปดูตามนี้ค่ะเวลาเราอ่านคำนี้ดูที่นี่ค่ะข้อยกเว้นหรือข้อสังเกตในกรอบสีแดงๆนี้ค่ะเขาบอกว่าถ้าตัวฤเอาไปผสมกับพยัญชนะต่างๆดังต่อไปนี้คำที่เปล่งเสียงออกมาจะเป็นเสียงริเช่นมีตัวไหนบ้างกไ-่ตเ-่าททหารปปลาส(ศ)อะไรคะาลาอันนี้คือวแหด้วยนะะควแหด้วยนะเอ้าๆโทษทีกไก่อันนี้กไก่ขออภัยนะคกไก-่(ะ)ศศาลาแล-้(ะ)ก็อะไรลูกสเสือนะคะลองดูนะกไก่ผสมกับกไก่นะคะกกับตัวฤกลายเป็นสระอะไรนะคะอิก็จะกลายเป็นคำว่า"กฤ"(‘กรษ(-ิ)-์())คำนี้อ่านว่าอะไรคะ"กฤษณา"(‘ป(ก)ริด-สะ-ศ(ห)นา’)ตัวนี้อ่านว่าอะไรคะตฤณ(‘ตริน’)ร(น)คะตัวนี้อ่านว่าณ(-ิ)ะ(’)คะตัวนี้อ่านว่าต(")ฤณทฤษฎ-ี"(‘ทริด-สะ-ด-ี’)เพราะฉะนั้นใครอ-่านกเสียงว่า-ิส(-ึด)-สะ-ดีขfu(’)ผิดนะคะ-ิด-สะ-ดีนะคะทิด-สะ-ดีต้องอ่านว่าริด-สะ-ฤษฎ(ด)-ีตัวนี้เป็นคำราชศัพท์แปลว่าแผ่นหลังคือคำว่า"ปฤษฎางศ(ค)-์"(‘ปริด-สะ-ดาง’)ต่อไปคำว่า"วิกฤต"(‘วิ-กริด’)นะคะสฤงคาน(‘สะ-หร-ิง-คาน’)นะคะะ-หริง-คานนะคะอันนี้อ่านว่า‘สะ-หรฤ(-ิ)-คาน’นะคะเป็น‘อิ’นะคร(ะ)ส่วนสเ-ือเช่นคำว่าอะไรบ้างสฤษดิ์(‘สะ-หริด’)คำว่าสฤษดิ์นะคะต่อไปค่ะถ้าตัวฤมาประสมกับพยัญชนะดังต่อไปนี้ค่ะคควายนห-ูพานม-้าหหีบนะคะจะออกเสียงเป็นอะไรนะคะเป็น‘รึฤ(’)ค่ะออกเสียงเป็น‘รึ’เช่นคฤหาสน์(‘คะ-รึ-หาด’)นฤมล(‘นะ-รึ-มน’)พฤกษา(‘พรึก-ส’)พฤศจิกายน(‘พรึด-สะ-จิ-กา-ยน’)เห็นไหมคะออกสียงยนนะคะเป-็นเสียง‘รึ’ใช่ฤ(ไ)ะ(ม)คะมฤตยู(‘มะ-รึด-ะ-ยู’)หฤทัย(‘หะ-รึ-ไท’)หฤหรรษ์(‘-ู(ห)ะ-รึ-หัน’)เห็นไหมถ้าเมื่อไหร่ตัวฤเป็นพยัญชนะต้นเสียเองเขาจะเปลี่ยนรูปเปลี่ยนเสียงไปได้หลากหลายเลยค่ะได้ทั้งอะไรคะได้ทั้งริได-้ทั-้ง‘รึได้ทั้งเรอเช่นฤทธิ์(‘ริด’)ฤคเวท(‘รึ-คะ-เวด’)ชา(‘รึ-ชา’)ดู(‘รึ-ดู’)ฤทัย(‘รึ-ไท’)ฤกษ์(‘เรฤ(-ิ)-์())มีคำหนึ่งที่ครูฟังนักศึกษาพูดแล้วครูรู้สึกว่าเอ๊ะต้องเช็กแล้วแห-่ะว่านักศึกษาเข้าใจว่คำนี้อ่านว่าอย่างไร"ฤดู"ตัวนี้นะคะหมายถึงอะไรค(น)ะสภาพอากาศใช่ไหมคะที่เป็นช่วงเวลาตามสภาพอากาศเขาเรียกว่า"ฤดู"ใช่ไหมคะกับมีคนหนึ่งเขาบอกว่าเป็นไข้ทับร(ฤ)ดูไข้ทับฤดูเขาใช้คำนี้หร-ือไข้นี่เป็นห-้า3เดือน4เดือนเลยเหรอเป็นไข้ทีหนึ่อ(ง)เป็นไข้ทับประจำเดือน3เดือ-(น)4เดือนเลยใช่ไหมไม่ใช่นย(ะ)คะครูเห็นเขียนผิดกันเยอะคำว่า"ไข้ทับระดู"ร-ะ=ะด--ู=อะ(ดู)จึงจะหมายถึงเป็นประจำเดือนเป็นอาการป่วยในขณะที่กำลังมีรอบเดือนของสตรีใช้คำว่า"ไข้ทับระดู"ไม่ใช่"ฤดู"ความหมายเปลี่ยนนะคะไม่เหมือนกันด้วยนะคะไม่เหมือนกันนะต่อไปนะคะเรื่องของการแบ่งวรรคตอนก็เช่นเดียวกันการแบ่งวรรคตอนจะทำให้การสื่อความหมายในการอ่านนั้นๆนะคะเป็นไปอย่างถูกต้องถ้าแบ่งวรรคตอนไม่ถูกหรือไม่มีการแบ่งวรรคตอนจะทำให้เกิดความสับสนกำกวมขึ้นได้เช่นประโยคที่1ค่ะประโยคที่1นะคะเดี๋ยวเลื่อนๆๆเลื่อนผิดขออภัยประโยคที่1นะคะประโยคที่1นะพอไม่ได้แบ่งวรรคพอไม่ได้แบ่งวรรคตอนเขียนติดๆกันแบบนี้อ่านรอบแรกเราเข้าใจความหมายว่าอย่างไรคะข้อความนี้บอกว่าเขาสวมทองเหลืองวาววับความหมายของประโยคนี้ตีความได้กี่ความหมาย2ความหมายความหมายที่1คืออะไรของแท้หรือของปลอมแค่นั้นใช่ไหมคะถ้าเขาบอกว่าเขาสวมทองเหลืองวาววับเชียวแสดง-่าอันนี้ของแท้ไหมคะของแท้แต่ถ้าเว้นวรรคตรงที่คำว่าเขาสวมทองเหลืองวาววับเว้นเสียงนิดหนึ่งอันนี้หมายถึงอะไรลูกทองปลอมไม่ใช่ของแท้แล้วค่ะเห็นไหมเพราะฉะนั้นแค่การเว้นวรรคก็ทำให้อะไรลูกทำให้ความหมายมันเปลี่ยนไปดังนั้นเราต้องดูบริบทของข้อความว่าข้อความนั้นมันสื่อถึงอะไรแล้วเราจะต้องเว้นวรรคอย่างไรเพื่อให้คำที่เราอ่านนั้นเป็อย่างไรลูกตรงตามวัตถุประสงค์ที่ผู้เขียนต้องการจะสื่อสารออกมาอันที่2ค่ะคุณสมัครเข้าร่วมโครงการของเราหรือไม่ตีได้กี่ความหมายคะเข้าใจความหมายได้กี่อย่างเข้าใจความหมายได้กี่อย่าง1.ไม่ได้เจาะจงกับ2.เจาะจงตัวบุคคลถ้าความหมายที่1คือไม่ได้เจาะจงตัวบุคคลก็คือคุณน่ะสมัครเข้าร่วมโครงการของเราหรือเปล่าใช่ไหมคะไม่ได้เจาะจงตัวบุคคลแต่ถ้าหากว่าเป็นการอ่านแบบเว้นวรรคตอนคุณสมัครได้เข้าร่วมโครงการของเราหรือเปล่าเจาะจงไปที่ใครคะคนที่ชื่อสมัครเห็นไหมคะอันที่3ค่ะที่ตากอากาศเย็นมากเว้นวรรคอย่าไรคะเป็นจังหวัดหรือว่าจะเป็นสถานที่ทั่วๆไปจงเจาะจงว่าเป็นจังหวัดอะไรคะถ้าจงเจาะจงว่าเป็นจังหวัดตากก็เว้นวรรคอย่างไรคะที่ตากอากาศเย็นมากใช่ไหมคะกับแบบที่2ที่ตากอากาศเย็นมากนี่คือการเว้นวรรคใช่ไหมคะเพราะฉะนั้นในการแบ่งวรรคตอนจึงมีความสำคัญต่อการอ่านเป็นอย่างยิ่งมีอีกตัวอย่างหนึ่งค่ะ3วั-ำ(น)จากนารีเป็นอื่นคืออะไรคะตกลงว่าใครว่าผู้หญิงหรือว่าผู้ชายถ้าแบ่งว่าเป็น3วันจากนารีเป็นอื่นอันนี้ตำร(น)-ิใครคะตำหนินารีแต่ถ้าบอกว่า3วันจากนารีเป็นอื่นตำหนิใครคะคราวนี้ตำหนิผู้ชายใช่ไหมคะหรืออีกประโยคหนึ่งได้ค่ะคนสวยไม่มีปัญหาจะเว้นอย่างไรดีะ(อ)ถ้าเป็นคำขานรับได้ค่ะคนสวยไม่มีปัญหานั่นคือผู้พูดน่ะบอกว่าตัวเองเป็นอะค(ไ)รคะเป็นคนสวยแต่ถ้าบอกว่าได้ค่ะคนสวยไม่มีปัญหาสรุปแล้วใครสวยคะผู้พูดหรือผู้ฟังผู้ฟังค่ะเห็นไหมคะนี่คือแค่การแบ่งวรรคตอนนะคะนี่คือการแบ่งวรรคตอนเพราะฉะนั้นแล้วนะคะในเรื่องของการแบ่งวรรคตอนจึงเป็นหัวใจสำคัญอีกเช่นเดียวกันนะคะที่จะทำให้การอ่านนั้นมีประสิทธิภาพนะคะแล้วก็สามารถบรรลุวัตถุประสงค์ของการอ่านได้คราวนี้นะคะเราจะเห็นว่าสิ่งที่ในฐานะของความเป็นครูนะเราจะสามารถทำอะไรเพื่อให้ผู้เรียนนะคะของเราสามารถที่จะอ่านได้เข้าใจง่ายๆนะคะเป็นไปตามช่วงวัยนะคะเราจะเอาอะไรมาให้เข-้าอ่านดีนะคะสง(า)สัยภาพเส้นน...(-ี้)มาหรือยังคะเวลาที่เราจะสอนเด็กน่ะค่ะนักศึกษาคะสิ่งที่เราจะทำให้ผู้เรียนนั้นเข้าใจความหมายของคำวลีประโยคและสามารถสรุปความได้นั้นได้นี่เรามีเครื่องไม้เครื่องมือเยอะแยะมากมายค่ะสิ่งที่เราอ่า-ำมาให้ผู้เรียนได้อ่านนั้นอาจจะอยู่ในรูปของบทร้องเล่นซักซ(ส)-้าวมะนาวโตงเตงเคยได้ยินไหมคะนกเอี้ยงมาเลี้ยงควายเฒ่าควายกินข้าวนกเอี้ยงหัวโตอย่างนี้ค่ะจ้ำจี้มะเขือเปราะกะเทาะหน้าแว่นพายเรืออกแอ่นพวกนี้เป็นบน(ท)ร้องเล่นเป็นบทร้อยกรองสั้นๆหรือจะเป็นนิทานหรือจะเป็นเรื่องเล่าหรือถ้าโตขึ้นมาหน่อยอ่านแล้วจะต้องสรุปความได้เราก็จะใช้อะไรลูกบทความเพื่อให้ผู้อ่านเป็นอย่างไรคะนักเรียนของเรานี่นะคะได้ฝึกทักษะการอ่านทำให้เกิดความเข้าใจความหมายของคำวลีประโยครวมไปถึงการสรุปความได้นะคะทีนี้นะคะนอกเหนือจากนี้นะคะในฐานะที่เราจะไปเป็นครูเราเองก็คงจะต้องมาฝึกอ่านนะคะเพื่อให้รู้จักใช้ความคิดวิเคราะห์วิจารณ์แล้วก็แสดงความคิดเห็นอย่างมีเหตุผลได้อะไรบ้างที่เราควรเลือกอ่านเพื่อทำให้เกิดการบรรลุนั่นคือวิเคราะห์แสดงความคิดเห็นอย่างมีเหตุผลได้ต้องอ่านอะไรดีคะอ่านข่าวอ่านบทความอ่านสารคดีอ่านข้อความโฆษณาอ่านแล้วต้องใช้กระบวนการนั่นก็คืออ่านเพื่อจับใจความอ่านวิเคราะห์อ่านประเมินค่าเวลาเราอ่านข่าวนะคะเวลาเราอ่านข่าวอันดับแรกเลยต้องทำก็คือจับใจความก่อนว-่าข-่าวนั้นใครทำอะไรที่ไหนเมื่อไหร่อย่างไรจากนั้นก็มาทำกวิเคราะห์นะคะวิเคราะห์ว่าผู้เขียนหรือในหนังสือพิมพ์นั้นนี่ในข่าวนั้-ี่นะคะอะไรคือข้อเท็จจริงอะไรคือข้อคิดเห็นนะคะจากนั้นเราค่อยมาประเมินค่ะว่าเราควรจะเชื่อหรือไม่เชื่อหรือส่วนไหนที่เชื่อถือได้หรือส่วนไหนคือความคิดเ-็ท(ข)-ี-่(ง)ผู้เขียนที่เติมเข้าไปนะคะนอกจากอ่านข่าวแล้วนะคะอ่านบทความอ่านสารคดีอ่านข้อความโฆษณาทั้ง4อย่างนี้เมื่อเราอ่านโดยใช้กระบวนการในฝั่งขวามือนี้มันจะส่งผลทำให้เรารู้จักใช้ความคิดในการวิเคราะห์วิจารณ์และแสดงความคิดเห็นอย่างมีเหตุผลได้นะคะทีนี้บทถัดไปนะคะมันจะเป็นเรื่องนี้นะคะเดี๋ยวครูเกริ่นไว-้ตรงนี-้ก่อนนะคะว่าในเรื่องของการสอนอ่านนะคะขอเกริ่นไว้อ่ะคราวนี้นะคะดูในหนังสือนะคะดูในหนังสือนะหนังสือแบบฝึกหัดนะคะที่ครูให้นักศึกษาได้ดูนักศึกษาตั้งแต่หน้าเท่าไรนะเมื่อกี้ที่ครูบอกไปหน้า2020คือการแบ่งวรรคตอนใช่ไหมคะนักศึกษาเขียนเข(ลง)-้าไปในหนังสือได้เลยนะคะเขียนลงไปในหนังสือได้เลยนะคะเพื่อแบ่งวรรคตอนการอ่านใช้เครื่องหมายอะไรดีคะใช้เครื่องหมายSlashนะคะใช้เครื่องหมายขีดทับน(ค)-่ะเราจค(บ)-่งวรรคตอะท-ำ(น)อย่างไรนะคะจากการยกตัวอย่างเมื่อกี้ที่ครูได้พาทำนะคะเปิดหนังสือนะคะเปิดหนังสือหน้า20ค่ะในหน้า20หน้า20ก่อนเริ่มตั้งแต่หน้า20เลยนะคะตั้งแต่หน้านี้เลยนะคะตรงนี้ค่ะเขาให้แบ่งนะคะแบ่งใช้เครื่องหมายนะคะในการแบ่งนะวิธีการอ่านจะอ่านอย่างไรนะคะโอเคแบ่งวรรคตอนอย่างไรนะคะสำหรับเพื่อนเด็กตานะคะเดี๋ยวหนูค่อเข้า(ย)ไปทำหลังจากนี้นะคะเดี๋ยวเอาหนังสือนะคะแล้วก็ให้เพื่อนช่วยก็ได้ค่ะนักศึกษาที่…เดี๋ยวคอยช่วยเพื่อนด้วยค(น)-่ะถ่ายรูปก็ได้ค่ะถ่ายรูปแล้วโยนเข้าGoogleDriveนะคะแล้วมันก็จะแปลออกมามาเป็นGoogleเอกสารนะคะแล้วอะไรนะลูกเพื่อนเขาก็จะได้เป็นไฟล-์Wordค่ะแล้วเดี๋ยวเขาจะไปทำเป็นเบรลล์ค-่ะแล้วเดี๋ยวเพื-่อนเขาจไปทำเป็นเบรลล์นะคะเป็นอักษรเบรลล์ที่ครูถามในกลุ่มนั่นแหะค่-์(ะ)ที่ครูถามในกลุ่มนั่นแหละว่ามันสามารถ-ำ(ะ)เป็นPDFได้ไหมนะคะถ้าPDFนี่ระบบของเบรลล์มันจะไม่อ่านเพระฉะนั้ก็คือต้องแปลงนะคะให้มันเป็นw(W)ordก่อนนะคะแล้วเดี๋ยจ(ข)กนั้นจะไปแปลงเป็นเบรลล์ได้ค่ะโอเคลงมือทำได้เลยค่ะลงมือทำได้เลยสำหรับห้องนี้ครูปรับกิจกรรมนิดหนึ่งนะคะตรงที่ว่าห้องอีก3ห้องนี่อีก2ห้องเขาจะเป็นการอ่าะคะเป็นการอ่านออกเสียงนะคะแต่ว่าอันนี้ก็คือเอื้อนะคะให้กับเพื่อนๆในห้องนี้พวกเราก็เขียนนะคะเป็นลักษณะของการเขียนนะเขียนคำอ่านนะคะเขียนคำอ่านแทนแล้วก็แบ่งวรรคต(-่)อนนะคะโอเคค่าคะแนนเท่ากันน(ล)-ูค(ก)ไม่มีปัญหานะคะค่าคะแนนเท่ากัน(ผศ.ดร.กาญจนา)ขออนุญาตแจ้งทางล่ามภาษามือแล้วก็คำบรรยายแทนเสียงนะคะตอนนี้อาจารย์ได้แจ้งว่าเดี๋ยวจะให้นักศึกษาทำแบบทดสอบน-่ะค-่แล้วก็จะให้ให้นักศึกษานำมาส่งแล้วก็จะหมดการบรรยายค่ะค่ะขอบคุณทางล่ามภาษามือแล้วก็คำบรรยายแทนเสียงค่ะขอบคุณค่ะ[สิ้นสุดการถอดความ]

More information
- compare(ans and test) :
- ans: file reference
- test: file test
- export datetime : 2024-01-17 15:49:39
- exported from : Accuracy Worker
- version :develop
- lib :character
- your normalize config
-IsFilter :true
-ToLower :false
-ToArabicNumber :true
-WordToNumber :true
-OrderAndSimilar :true
-ListRemove :
- alignment method :Hirschberg
- score weight :{"Match":5,"Mismatch":-1,"PartialMatch":2,"GapPenalty":-1}