(อาจารย์ธนวัฒน์) บัตรภาพ คุณก็จะอาจจะยกภาพขึ้นมา ภาพขึ้นมาภาพหนึ่ง สมมติว่าอันนี้คือภาพ ขึ้นมาภาพหนึ่ง อันนี้เป็นภาพช้าง ให้นักเรียนดูภาพ นักเรียนเห็นภาพนี้ไหม นะครับ ช้างเป็นสิ่งมีชีวิต เคลื่อนที่ได้ ต้องการที่อยู่นะฮะ ต้องการที่อยู่ ต้องการอาหาร และอาศัยอยู่บนบก จึงเรียกว่าช้างว่าสัตว์บก แล้วครูอาจจะหยิบภาพที่ 2 มา เป็นภาพของกุ้ง นักเรียนเห็นภาพนี้ไหมนะครับ กุ้งเป็นสิ่งมีชีวิต ต้องการที่อยู่ เคลื่อนที่ได้ ต้องการอาหาร กุ้งอาศัยอยู่ในน้ำ จึงเรียกว่าสัตว์น้ำนะครับ ซึ่งตอนนี้ ครูยกตัวอย่างคือการใช้บัตรภาพ จริง ๆ ใช้วิธีอื่นก็ได้ สอนไปเรื่อยเรื่อยไปเรื่อย ๆ ก็มีการถามระหว่างเรียน เมื่อสอนสิ้นชั่วโมง ครูอาจจะทำการ Quiz หรือทำการสอบย่อย ๆ เวลาสอบก็ควรจะให้มันตรงกับที่สอน ครูก็เอาบัตรภาพมาชุดหนึ่ง ครูเอาบัตรมา 10 ภาพ แล้วยกขึ้นถาม นักเรียนเห็นรูปม้านี่ไหม ม้าเป็นสิ่งมีชีวิตไหม นักเรียนก็ตอบ เป็นครับ เป็นค่ะ ต้องการที่อยู่ไหม ต้องการค่ะ/ครับ กินอาหารได้ไหม กินอาหารได้ค่ะ/ครับ แล้วอยู่อาศัยที่ไหน บนบกค่ะ บนบกครับ เพราะฉะนั้น ม้าเป็นสิ่งมีชีวิตประเภท ไอ้ตัวนักเรียนก็ตอบสัตว์บก อ้าว ถูกต้อง อาจจะเอาภาพของปลา ซึ่งเด็กก็ควรจะตอบว่าเป็นสัตว์น้ำ ถ้าเด็กตอบได้ในปริมาณที่เรากำหนดไว้ เช่น จาก 10 ภาพตอบได้สัก 7 ภาพ เราก็คิดว่าประสบความสำเร็จ ก็คือวัดผลตามจุดประสงค์ ตัวเลขเรียบร้อย เราก็ผ่านไปเรียนเรื่องใหม่นะฮะ ถ้าไม่ประสบความสำเร็จ ก็อย่างที่บอก อาจจะต้องสอนทบทวน ซ่อมเสริม ให้ฝึกบางอย่างนะฮะ จากนั้นก็ทำการวัดซ้ำ ถ้าไม่ผ่านอีก ปัญหาแก้ลำบาก ก็ต้องทำวิจัยในชั้นเรียนนะฮะ รวมความแล้วทั้งหมดนี่เราเรียกว่า OLE ก็คือความสัมพันธ์ระหว่างจุดประสงค์การเรียนรู้ หรือจุดประสงค์เชิงพฤติกรรม เรียกว่า O เรานำจุดประสงค์เชิงพฤติกรรมนี้ หรือจุดประสงค์การเรียนรู้นี้ เป็นหลักในการจัดการเรียนการสอน หรือ Learning หรือ L นะครับ จะจัดการเรียนการสอนโดยวิธีใด อุปกรณ์ใด อย่างไรก็ได้ ขอให้บรรลุตาม O เมื่อสอนเสร็จ เราทำการวัดและประเมินผล หรือ E นะฮะ เวลาวัดหรือประเมินผล ก็วัดให้ตรงจุดประสงค์นะครับ เราเรียกความสำคัญนี้ว่า OLE นะ OLE นะครับ การวัดประเมินผลเราเรียนจากอาทิตย์ที่แล้วแล้ว มันอาจจะมีการวัดทั้งก่อนเรียนนะฮะ ระหว่างเรียน แล้วก็หลังเรียน เราสามารถวัดได้ทั้ง 3 ระยะ เพื่อที่จะจัดการเรียนการสอนให้มันเหมาะสมและบรรลุเป้าหมายนะครับ ดูอีกภาพหนึ่ง ภาพนี้จำลองการสอน จำลองการสอนแล้วกัน ครูสมมติว่า นักเรียนอ่านไม่ออก นักเรียนเขียนไม่ได้ นักเรียนคิดเลขไม่เป็น นักเรียน เล่าเรื่องตามภาพไม่ได้ เราก็ต้องการให้นักเรียน จากอ่านไม่ออกเป็นอ่านออก จากเขียนไม่ได้เป็นเขียนได้ จากคิดเลขไม่เป็น ให้เลขคิดเลขเป็น จากเล่าเรื่องไม่ได้ ให้เล่าเรื่องได้ จากคำนวณเลข 2 หลักไม่ได้ ให้คำนวณเลข 2 หลักได้ อย่างนี้เป็นต้น การที่เด็กจะเปลี่ยนแปลง จากอ่านไม่ออก เป็นอ่านออก จากเขียนไม่ได้ เป็นเขียนได้พวกนี้ มันต้องอาศัยเครื่องมือช่วย เครื่องมือนั้น เราเรียกกันว่า “นวัตกรรม” หรือ ไสิ่งทดลอง” นะครับ นวัตกรรม นวัตกรรมนั้น ก็อาจจะเป็นสื่อก็ได้ สื่ออุปกรณ์ เหมือนสาขาเรา อาจจะเป็นเทคนิควิธี ใช้วิธีสอน จัดเข้าไปทำไม จัดเข้าไปเพื่อให้เขาเปลี่ยนจากอ่านไม่ออก เป็นอ่านออก เขียนไม่ได้ เป็นเขียนได้ คิดเลขไม่เป็น ให้คิดเลขเป็น เพราะฉะนั้น สาขาที่พวกเราเรียนนะฮะ หรือสาขาก็เกี่ยวกับหลักสูตรการสอน เป็นสาขาที่ เปลี่ยนแปลงจากทำไม่ได้เป็นทำได้นะฮะ เขาเรียกเครื่องมือชนิดหนึ่งเหมือนกัน เรียกเครื่องมือนี้ว่า เครื่องมือที่ใช้ในการเรียนการสอนนะฮะ เมื่อเราพัฒนาไปแล้ว เราก็ต้องทำการวัดและประเมิน วัดและประเมิน ถ้าเราไม่วัดและประเมิน เราก็จะไม่รู้ว่าประสบความสำเร็จหรือเปล่าในการเรียน เราเรียกตรงนี้ว่า เครื่องมือในการเก็บข้อมูล หรือเครื่องมือวัดผลนั่นเอง ซึ่งอาจจะเป็นการสอบ การสังเกต การสัมภาษณ์ หรือวิธีอื่น ๆ ซึ่งในการวัดและเก็บข้อมูลนี่ ตอนนี้ Tab ข้อความยังไม่ออกนะครับ แต่อาจจะเก็บตั้งแต่ก่อนเรียน เก็บ… อาจารย์สอนเลยก็ได้ครับ ก่อน เก็บได้ 2 ระยะ คือเก็บก่อนเรียน หั่นระหว่าง จุดประสงค์ การเรียนการสอน หรือจะเรียกว่า O O กับกิจกรรมการเรียนการสอนก็คือ L นะครับ แล้วก็การรับประเมินผลก็คือ E O คืออะไร O คือ Objective นะฮะ ก็คือจุดประสงค์เชิงพฤติกรรม หรือจุดประสงค์การเรียนรู้ L ก็คือ Learning ก็คือการจัดการเรียนรู้ และ E ก็คือ Evaluation ก็คือการวัดและประเมินผล เราเรียก 3 ตัวนี้ว่า OLE เรียกย่อ ๆ ว่า OLE นะ ต้องใช้ไมค์แหละ เอาล่ะนะ แต่งงานเข้าหอวันแรกก็ยุ่งยากหน่อยนะ ก็สวัสดีนักศึกษาทุกคนนะครับ สวัสดีนะครับ แล้วก็สวัสดีพี่ล่ามนะเช็กชื่อนี่ ศิรินภาบอกว่าครบแล้วก็คือครบนะ เดี๋ยวครูไปเช็กตามนะ วันนี้เราจะเรียนบทที่ 2 บทที่ 2 เอกสารไฟล์ที่ส่งไปนะ แล้วก็จะมีไฟล์อีกไฟล์หนึ่งคือภาคผนวก ข ไข่ มันจะเป็นแบบฝึกหัดนะ ทีนี้ ครูก็ไม่รู้ว่ามันควรจะต้องสอนแบบไหน ครูเลยใช้การเปิดคลิปก็แล้วกัน เดี๋ยวระบบมันจะวุ่นวาย ก็เลยเอาเปิดคลิปก่อนนะครับ วันนี้เราจะเรียนบทที่ 2 นี่แหละทีนี้ในคลิปนี้ มันจะมีทั้งในเอกสาร และมีส่วนที่เพิ่มเติม เพื่อแสดงความเข้าใจนะครับ นะฮะ พอเราเปิดคลิปไป มันก็จะมีช่วงของการทำแบบฝึกหัด ทีนี้คลิปมีอะไรบ้างนะฮะ คลิปในบทที่ 2 นี่ มันจะมีทั้งหมด 1 2 3 เดี๋ยวกี่คลิป เดี๋ยวลองดูสิ บทที่ 2 นี่จะมีทั้งหมด 4 คลิปนะฮะ คลิป 01 17 นาที คลิป 02 16 นาที คลิป 03 40 นาที และคลิป 04 26 นาทีนะ ครูจะเปิด 2 คลิปแรกก่อน คือคลิป 01 กับคลิป 02 17 นาทีกับ 16 นาที เปิดต่อเนื่องกันเลยนะฮะ จบ 2 คลิปเราจะทำแบบฝึกหัดกันทีหนึ่ง แล้วตอบ ตอบสดนะฮะ จากนั้นเราก็จะเปิดอีก 2 คลิป คือคลิป 3 กับคลิป 4 แล้วเราก็มาทำแบบฝึกหัดอีกทีหนึ่ง ก็หมด สำหรับวันนี้ โอเคนะ ครูเริ่มนะ คลิปแรกจะมีความยาว 17 นาที เริ่มอีกทีนะครับในนี้จะมีข้อความแทรกของตอนอัดคลิปเริ่มเลยนะฮะ 17 นาที บทนี้นะครับ วันนี้ พวกเราได้ยินเสียงครูไหมเอ่ย โอเค บทที่ 2 นะครับ อันนี้เป็นบทที่ 2 เป็นการเรียนเรื่องจุดมุ่งหมายทางการศึกษานะครับ จุดหมายทางการศึกษา พูดถึงจุดหมายทางการศึกษาครับ อันแรกที่เราจะต้องเรียนก็คือ ความสัมพันธ์ระหว่างจุดมุ่งหมาย การเรียนการสอน แล้วก็การวัดและประเมินผลนะฮะ คือสิ่งแรกที่เราต้องเรียน ครูก็จะใช้ เอกสารนี้ในการอธิบายนะฮะ หัวข้อเมื่อกี้ก็คือ ความสัมพันธ์ระหว่างจุดประสงค์การเรียนการสอน หรือเรียกว่า O O กับกิจกรรมการเรียนการสอน ก็คือ L นะครับ แล้วก็การวัดประเมินผล ก็คือ E O คืออะไร O คือ Objective ก็คือจุดประสงค์เชิงพฤติกรรมหรือจุดประสงค์การเรียนรู้ L ก็คือ Learning ก็คือการจัดการเรียนรู้ และ E ก็คือ Evaluation ก็คือการวัดและประมวลผล เราเรียก 3 ตัวนี้ว่า OLE เรียกย่อ ๆ ว่า OLE นะ ในการจัดการเรียนการสอนนะครับ ทุกครั้งเลย คุณครู จะต้องเข้าไปห้องเรียน พร้อมกับสิ่งที่เรียกว่า O หรือ Objective คุณครูจะเข้าไปสอนในแต่ละครั้ง คุณครูจะต้องไปพร้อมกับจุดประสงค์ การเรียนการสอน หรือสิ่งที่จะต้องการให้เกิดขึ้นกับผู้เรียนนะฮะ เพราะฉะนั้น ครูจะต้องเข้าไปพร้อมกับ O หากครูไม่เข้าไปพร้อมกับ O ก็คือครูเข้าไปโดยขาดจุดประสงค์ว่าวันนี้ จะสอนนักเรียนให้เกิดอะไรขึ้น หรือจะสอนเรื่องอะไร วันนั้นคุณครูก็จะเล่าเรื่อง ออกนอกลู่นอกทาง วกไปวนมา เล่าเรื่องตนเอง เล่าเรื่องโควิด แล้วเรื่องเหตุการณ์อะไรไปทั่ว และอาจจะกลับมาพูดเรื่องที่อยากพูดสัก 4-5 นาที หรือไม่เกิน 10 กว่านาที ก็ปิดคลาสไป แปลว่าวันนั้น ไม่รู้เลยว่าผู้เรียนจะได้อะไรไปนะฮะ เพราะฉะนั้น การจัดการเรียนการสอนที่ดี ครูจะต้องเข้าไปพร้อมกับ O เข้าไปพร้อมกับ O สมมติว่าตอนนี้นะ พวกเราเป็นนักเรียนชั้น ป.2 นะฮะ ชั้น ป.1 แล้วกัน ครูสอนพวกเราอยู่ วันนี้ครูมาพร้อมกับจุดประสงค์ที่ว่า มาพร้อมกับ O ที่ว่า นักเรียน จำแนกสัตว์บก สัตว์น้ำได้ วันนี้ครูมาพร้อมกับสิ่งนี้ ครูเข้าสอนพวกเรา ซึ่งเป็นนักเรียนชั้น ป.1 นะฮะ โดยวันนี้ครูตั้งเป้าหมายว่า เมื่อเรียนเสร็จแล้วนะฮะ พวกเราทุกคนจะสามารถจำแนกได้ว่าอะไรเป็นสัตว์บก อะไรเป็นสัตว์น้ำนะฮะ นี่คือเป้าหมายของความสำเร็จ ต้องการให้เกิดขึ้นกับนักเรียน ในวันนี้นะครับ เมื่อครูตั้งเป้าหมายเสร็จ สิ่งที่ครูต้องทำก็คือ ครูก็เอาจุดประสงค์นั้นไปจัดการเรียนการสอน นะ ไปจัดการเรียนการสอนนะครับ เวลาจัดการเรียนการสอน เราก็ต้องจัดการเรียนการสอนเรื่อง สัตว์บก สัตว์น้ำ เราก็จะสอนเรื่องสัตว์บก สัตว์น้ำ หรือจัดการเรียนรู้เรื่องสัตว์บก สัตว์น้ำ โดยมีเป้าหมายว่า นักเรียนจะต้องจำแนกได้ว่าอะไรเป็นสัตว์บก อะไรเป็นสัตว์น้ำนะครับ เอ๊ะ ตอนสอนหรือ L นี่ ตอนสอนหรือ L นี่ ครับ จะสอนโดยใช้สื่ออุปกรณ์ก็ได้ เช่นแบบฝึก ใบงานเช่น แบบฝึก ใบงาน ใบกิจกรรม อะไรก็ได้ หรือจะสอนโดยใช้วิธีสอน เช่น วิธีสอนแบบ บรรยาย ใช้วิธีสอนแบบสกัด หรือจะใช้ผสมก็ได้ ใช้วิธีอะไรก็ได้ ในการจัดการเรียนรู้ ใช้อุปกรณ์อะไรก็ได้ ใช้ผสมก็ได้ เป้าหมายคือ ให้บรรลุตาม O หรือจุดมุ่งหมาย เพราะฉะนั้นวันนี้ ครูสอนพวกเรานะฮะ อาจจะใช้วีดิทัศน์ เรื่อง สัตว์บก สัตว์น้ำ อาจจะสอนโดยใช้รูป อาจจะสอนโดยใช้ใบงาน อาจจะสอนโดยใช้แบบจำลอง อาจจะสอนโดยใช้อินเทอร์เน็ต หรืออาจจะใช้วิธีการผสม อย่างไรก็ได้ ขอให้ผู้เรียนประสบความสำเร็จตามจุดประสงค์ของวันนี้นะฮะ แสดงว่า L ต้องจัดตาม O นะครับ เมื่อเราสอนเสร็จ เราก็อยากจะรู้ว่า ผู้เรียนประสบความสำเร็จหรือไม่นะฮะ เมื่อเราสอนเสร็จ เราก็อยากรู้ว่าผู้เรียนประสบความสำเร็จหรือไม่ เราก็ต้องทำการวัดและประเมินผลนะครับ เราก็ต้องทำการวัดและประเมินผล เพราะฉะนั้น จาก O ก็จัดการเรียนการสอน จัดการเรียนการสอนเสร็จ ว่าต้องทำการวัดและประเมินผล วัดและประเมินผลนี่ วัดตามอะไร ก็ต้องวัดตาม O รู้จุดประสงค์ ในที่นี้ก็คือต้องวัดว่านักเรียน จำแนกสัตว์บก สัตว์น้ำได้หรือยังนะฮะ เขาเรียกตรงนี้ว่า E วิธีการวัดและประเมิน จะใช้การถาม ทำแบบฝึกหัด สอบ แบบไหนก็ได้ แต่มันต้องถามให้ตรงกับ O คือถามให้จำแนกสัตว์บกสัตว์น้ำ นะฮะ ถ้าการถามนั้น สมมติว่าเราใช้การสอบก็ได้ 10 สอบ 10 ข้อ เด็กตอบได้แค่ 2 ข้อ แปลว่า อืม เด็กไม่น่าจะประสบความสำเร็จในการเรียนนะวันนี้ เราก็จัดการซ่อมเสริมนักเรียนนะฮะ ใช้วิธีปกติ ๆ กันก่อน แต่ถ้าเราจัด การเรียนการสอนด้วยวิธีปกติซ้ำให้ หรือแก้ไขปัญหาซ้ำให้ มันยังไม่ได้ผล จึงนำไปสู่การทำวิจัยในชั้นเรียนเพื่อแก้ปัญหานะครับ อีกรอบ วันนี้ครูเข้ามาพร้อมกับจำแนกสัตว์บก สัตว์น้ำได้นะครับ ครูก็เอาจุดประสงค์นี้ไปสอน สมมติครูเลือก ใช้ บัตรภาพ คุณก็จะอาจ อาจจะยกภาพขึ้นมา ภาพขึ้นมา ภาพหนึ่ง สมมติว่านี่คือภาพ ภาพหนึ่ง อันนี้เป็นภาพช้าง นักเรียนดูภาพ นักเรียนเห็นภาพนี้ไหมนะครับ ช้างเป็นสิ่งมีชีวิต เคลื่อนที่ได้ ต้องการที่อยู่ ต้องการที่อยู่ ต้องการอาหาร และอาศัยอยู่บนบก จึงเรียกว่าช้างว่าสัตว์บก แล้วครูอาจจะหยิบภาพที่ 2 มา เป็นภาพของกุ้ง นักเรียนเห็นภาพนี้ไหมนะครับ กุ้งเป็นสิ่งมีชีวิต ต้องการที่อยู่ เคลื่อนที่ได้ ต้องการอาหารนะครับ กุ้งอาศัยอยู่ในน้ำ จึงเรียกว่าสัตว์น้ำนะครับ ซึ่งตอนนี้ ครูยกตัวอย่างโดยการใช้บัตรภาพ จริง ๆ ใช้วิธีอื่นก็ได้ สอนไป ๆเรื่อย ไปเรื่อย ๆ ก็มีการถามระหว่างโรงเรียน เมื่อสอนสิ้นชั่วโมง ครูอาจจะทำการ Quiz หรือทำการสอบย่อย ๆ เวลาสอบก็ควรจะให้มันตรงกับที่สอน ครูก็เอาบัตรภาพมาชุดหนึ่ง ครูเอาบัตรภาพมา 10 ภาพ แล้วยกขึ้นถาม นักเรียนเห็นรูปม้านี่ไหม ม้าเป็นสิ่งมีชีวิตไหม นักเรียนก็ตอบ เป็นครับ/เป็นค่ะ ต้องการที่อยู่ไหม ต้องการค่ะ/ครับ กินอาหารได้ไหม กินอาหารได้ค่ะ/ แล้วอยู่อาศัยที่ไหน บนบกค่ะ บนบกครับ เพราะฉะนั้น ม้าเป็นสิ่งมีชีวิตประเภท นักเรียนก็ตอบ สัตว์บก อ้าว ถูกต้อง อาจจะเอาภาพของปลา ซึ่งเด็กก็ควรจะตอบว่าเป็นสัตว์น้ำ ถ้าเด็กตอบได้ในปริมาณที่เรากำหนดไว้ เช่น จาก 10 ภาพตอบได้สัก 7 ภาพ เราก็คิดว่าประสบความสำเร็จ ก็คือวัดผลตามจุดประสงค์ OLE เรียบร้อย เราก็ผ่านไปเรื่องใหม่ ถ้าไม่ประสบความสำเร็จ ก็อย่างที่บอก อาจจะต้องสอนทบทวน ซ่อมเสริม หรือให้ฝึกบางอย่างนะฮะ จากนั้นก็ ทำการวัดซ้ำ ถ้าไม่ผ่านอีก ปัญหาแก้ลำบาก ก็ต้องทำวิจัยในชั้นเรียนนะฮะ รวมความแล้วทั้งหมดนี่เราเรียกว่า OLE ก็คือความสัมพันธ์ระหว่าง จุดประสงค์การเรียนรู้ หรือจุดประสงค์เชิงพฤติกรรม เรียกว่า O เรานำจุดประสงค์เชิงพฤติกรรมนี้ หรือจุดประสงค์การเรียนรู้นี้ เป็นหลักในการจัดการเรียนการสอน หรือ Learning หรือ L นะ จะจัดการเรียนการสอนโดยวิธีใด อุปกรณ์ใด อย่างไรก็ได้ ขอให้บรรลุตาม O นะครับ เมื่อสอนเสร็จ เราทำการวัดและประเมินผล หรือ E นะฮะ เวลาวัดหรือประเมินผล ก็วัดให้ตรงจุดประสงค์นะครับ เราเรียกความสัมพันธ์นี้ว่า OLE นะครับ OLE การวัดประเมินผล เราเรียนจากอาทิตย์ที่แล้วแล้ว มันอาจจะมีการวัดทั้งก่อนเรียนนะฮะ ระหว่างเรียน แล้วก็หลังเรียน เราสามารถวัดได้ทั้ง 3 ระยะ เพื่อที่จะจัดการเรียนการสอนให้มันเหมาะสมและบรรลุเป้าหมายนะครับ ดูอีกภาพหนึ่ง ภาพนี้จำลองการสอน จำลองการสอนแล้วกัน ครูสมมติว่านักเรียนอ่านไม่ออก นักเรียนเขียนไม่ได้ นักเรียนคิดเลขไม่เป็น นักเรียน เล่าเรื่องตามภาพไม่ได้ เราก็ต้องการนักเรียนจากอ่านไม่ออกเป็นอ่านออก จากเขียนไม่ได้เป็นเขียนได้ จากคิดเลขไม่เป็น ให้เลขคิดเลขเป็น จากเล่าเรื่องไม่ได้ ให้เล่าเรื่องได้ จากคำนวณเลข 2 หลักไม่ได้ ให้คำนวณเลข 2 หลักได้ อย่างนี้เป็นต้น การที่เด็กจะเปลี่ยนแปลงจากอ่านไม่ออกเป็นอ่านออก จากเขียนไม่ได้ เป็นเขียนได้พวกนี้ มันต้องอาศัยเครื่องมือช่วย เครื่องมือนั้น เราเรียกกันว่า “นวัตกรรม” หรือ “สิ่งทดลอง” นะครับ นวัตกรรม นวัตกรรมนั้น ก็อาจจะเป็นสื่อก็ได้ สื่ออุปกรณ์ เหมือนสาขาเรา อาจจะเป็นเทคนิค วิธี ใช้วิธีสอน จัดเข้าไปทำไม จัดเข้าไปเพื่อให้เขาเปลี่ยนจากอ่านไม่ออก เป็นอ่านออก เขียนไม่ได้ เป็นเขียนได้ คิดเลขไม่เป็น ให้คิดเลขเป็น เพราะฉะนั้นสาขาที่พวกเราเรียนหรือสาขาพวกเกี่ยวกับหลักสูตรและข้อสอบ เป็นสาขาที่เปลี่ยนแปลง จากทำไม่ได้เป็นทำได้นะฮะ เขาเรียกเครื่องมือชนิดหนึ่งแล้วกัน เรียกเครื่องมือนี้ว่า “เครื่องมือที่ใช้ในการเรียนการสอน” นะฮะ เมื่อเราพัฒนาไปแล้ว เราก็ต้องทำการวัดและประเมิน วัดและประเมิน ถ้าเราไม่วัดและประเมิน เราก็จะไม่รู้ว่าประสบความสำเร็จหรือเปล่าในการเรียน เราเรียกตรงนี้ว่า “เครื่องมือในการเก็บข้อมูล” หรือ “เครื่องมือวัดผล” นั่นเอง ซึ่งอาจจะเป็นการสอบ การสังเกต การสัมภาษณ์ หรือวิธีอื่น ๆ นะฮะ ซึ่งไอ้การวัด หรือเก็บข้อมูลนี่ มันจะอาจจะเก็บตั้งแต่ก่อนเรียน เก็บก่อน เก็บได้ 2 ระยะ คือเก็บก่อนเรียน หรือ Pre-test และเก็บระหว่างเรียนนะครับ และเก็บ Post-test ก็คือหลังเรียน เราก็เอามาเทียบกันได้นะครับ ว่าประสบความสำเร็จหรือเปล่า เพราะฉะนั้น เครื่องมือจริง ๆ มันจะมี 2 ตัว เครื่องมือหนึ่งคือเครื่องมือเปลี่ยนแปลง เปลี่ยนให้เขาจากอ่านไม่ออกเป็นไปได้ ให้อ่านออกเป็นได้นะครับ เครื่องมือที่ 2 คือเครื่องมือที่ใช้ในการ เก็บข้อมูลหรือวัดผล ดูสิว่าเขาประสบความสำเร็จจริงหรือไม่ อย่างไรนะครับ ทั้งหมดนี่ เราเรียกมันว่า ความสัมพันธ์ หัวข้อแรกเลยนะฮะ คือ ความสัมพันธ์ระหว่างจุดมุ่งหมายการเรียนการสอนหรือ O เป็นตัวนี้นะฮะ กับการจัดการเรียนการสอน ก็คือ L คือตัวนี้นะฮะ แล้วก็การวัดและประเมินผล หรือ E ซึ่งก็คือตัวนี้ รวมความประสานสัมพันธ์นี้ว่า OLE เป็นหัวใจของการเรียนการสอนในแต่ละวัน เอาล่ะ ครูคิดว่าครูจะ Stop Share ครูจะ Stop อย่างไรนะนี่ Stop Share ก่อน แล้วก็มา Stop Next คลิปหน้า นะ แล้วก็แชร์ ตอนนี้ผ่านไปแล้วเรื่องที่ 1 OLE หรือความสามารถระหว่างจุดหมายการเรียนการสอน การจัดการเรียนรู้ แล้วก็วัดและประเมินผล เรื่องถัดมา การจำแนกพฤติกรรมทางการศึกษา การจำแนกพฤติกรรมทางการศึกษา ตอนนี้พวกเราเห็นหน้าจอครูไหม (ล่าม) เห็นค่ะ (อาจารย์ธนวัฒน์) โอเค ขอบคุณมากนะครับ คราวนี้เราจะจำแนก หัวข้อการจำแนกพฤติกรรมทางการศึกษา ที่จริงคำว่าพฤติกรรมทางการศึกษา แปลง่าย ๆ ก็คือจุดมุ่งหมายนั่นแหละ ก็คือจุดมุ่งหมายนั่นแหละนะครับ หรือการจำแนบจุดมุ่งหมาย คำเดียวกัน แต่เขาคิดคำศัพท์มา เพื่อให้เห็นความแตกต่างนะครับ พฤติกรรมทางการศึกษาก็คือ การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมไปในทางที่เราต้องการ มีทั้งหมด 3 ด้าน เราเรียกอย่างเป็นทางการว่า Taxonomy of Educational Objectives หรือพฤติกรรมทางการศึกษาแบ่งเป็น 3 กลุ่มนะฮะ กลุ่มที่ 1 เราเรียกว่า พุฒิพิสัย หรือ Cognitive Domain วิสัย หรือ Cognitive Domain นะครับ C เป็นพฤติกรรมทางด้านสติปัญญาของผู้เรียน แสดงว่า ในการจัดการเรียนการสอนนี่ มุ่งเปลี่ยนแปลงพัฒนาสติปัญญาของผู้เรียน นอกจากพื้นที่พิสัยแล้วก็จะมีจิตพิสัย หรือ Affective Domain นะครับ ฉะนั้นการจัดการเรียนการสอน นอกจากจะมุ่งพัฒนาสติปัญญาของผู้เรียนแล้ว ยังมุ่งพัฒนาในเรื่อง จิตใจ อารมณ์ ความรู้สึก จิตใจ อารมณ์ ความรู้สึกของผู้เรียนนะครับ แล้วก็ จุดประสงค์ หรือพฤติกรรมการศึกษาอันที่ 3 นะครับ เราเรียกว่า “ทักษะพิสัย” หรือเรียกว่า “Psychomotor Domain” Psychomotor Domain ก็คือการจัดการเรียนการสอนนั้น นอกจากจะมุ่งพัฒนาสติปัญญาของผู้เรียน มุ่งพัฒนาจิตใจ อารมณ์ ความรู้สึกของผู้เรียน และยังมุ่งพัฒนาทักษะ ปฏิบัติหรือความสามารถ ด้านการปฏิบัติทางกายของผู้เรียนนะ พุทธิคือสติปัญญา จิตตะ ก็คือจิตใจ อารมณ์ และทักษะคือความสามารถของการปฏิบัติ ในการปฏิบัติ ทั้งหมด 3 ด้านนะฮะ เพราะฉะนั้น เวลาเราจัดการเรียนการสอน หรือทำตาม OLE นี่ เราต้องนึกถึงว่าเราต้องพัฒนาจิตปัญญาผู้เรียนนะ เราต้องพัฒนาจิตใจอารมณ์ความรู้สึกของเขานะ เราก็ต้องพัฒนาทักษะการปฏิบัติงานของเขานะ ครับ ใครเป็นคนคิด คนที่คิดเขามีชื่อว่า Bloom Bloom เป็นคนคิด 3 ตัวนี้ แต่ Bloom ไม่ได้คิดคนเดียวนะ เขามีทีมคิด แต่ Bloom เขาเป็นหัวหน้า Bloom ก็อาจจะร่วมมือกับคนต่อไปนี้ เช่น Krathwohl Simpson อื่น ๆ นะฮะ หลายคน ซึ่งส่วนหนึ่งจะเป็นเพื่อนร่วมงาน ส่วนหนึ่งจะเป็นลูกศิษย์นะครับ ช่วยกันคิดพัฒนา จนได้ Taxonomy of Educational Objective หรือพฤติกรรมทางการศึกษา จิตพิสัย ทักษะพิสัยออกมานะฮะ จากนั้น เขาก็แบ่งกันรับผิดชอบเพื่อพัฒนามันเพิ่มขึ้น โดยที่ Bloom นี้ รับผิดชอบพัฒนา ความรู้เรื่องของด้านวพุฒิพิสัย เขาจึงให้ Bloom เป็นเจ้าลัทธิด้านนี้ Bloom เป็นเจ้าลัทธิด้านนี้ คือพูดเรื่องวุฒิพิสัยเป็นหลักเลยนะครับ เพราะฉะนั้น เมื่อแยกออกเป็นด้าน ๆ ด้านแรกคือด้านพฤติพิสัย คนที่มีความสำคัญที่สุดคนหนึ่ง ด้านพุฒิวิสัยก็คือ Bloom แต่ไม่ได้ว่าโลกนี้มีแค่ Bloom คิดคนเดียวนะ มันเหมือนรถยนต์น่ะ มีค่าย Toyota ค่าย Honda Benz BMW มันก็มีหลายคน แต่ในนั้น 1 คนที่คิด สมมติคนนี้คิด ยี่ห้อฮอนด้าก็แล้วกัน เขาชื่อว่า Bloom นะครับ และเป็นคนที่มีชื่อเสียงมากนะฮะ เป็นนักการศึกษาที่คนไทยใช้ถือเป็นต้นแบบมาหลายปีมากนะครับ Bloom ได้แบ่งพฤติกรรมด้านพุฒิพิสัยออกเป็นทั้งหมด 6 ด้าน ได้แก่ ด้านความรู้ความจำ ความเข้าใจ นำไปใช้ วิเคราะห์ สังเคราะห์ แล้วก็ประเมินค่า โดยทั้งหมด 6 ด้านนี้ ด้านที่แสดงถึงความมีสติปัญญาสูงสุดของนักเรียนคือด้านประเมินค่า รองลงมาคือสังเคราะห์ รองลงมาคือวิเคราะห์ รองลงมาคือนำไปใช้ รองลงมาคือความเข้าใจ และสุดท้ายที่แสดงถึงการมีสติปัญญาต่ำที่สุดก็คือ ความรู้ความจำนะฮะ เขาจึงสนับสนุนว่า ในการออกข้อสอบหรือวัดผู้เรียนนี่ พยายามออกความรู้ความจำให้น้อย ๆ ออกตัวสูง ๆ เช่น วิเคราะห์ สังเคราะห์ ประเมินค่าให้มาก ๆ เพื่อที่จะให้นักเรียนได้ฝึกฝนทางด้านพุฒิพิสัย หรือสติปัญญานะครับ แต่ขณะเดียวกันเรื่องความจำนี่บางทีก็จำเป็น เช่นการจำในเรื่องสำคัญ ๆ นะครับ Bloom ก็เป็นเจ้าลัทธิทั้งหมด 6 ด้าน ความรู้ ความจำ ความเข้าใจ นำไปใช้ วิเคราะห์ สังเคราะห์ แล้วก็ประเมินค่า อีตา Bloom นี่ นะฮะ เขาเชื่อ Bloom มาตั้งหลายปี จนกระทั่ง เมื่อ บทความเรื่อง Revise หรือการปรับปรุง นี้ครูอาจจะไม่ได้ส่งให้พวกเราครับ การปรับปรุง จุดมุ่งหมายและการศึกษาด้วยการ Revise ของ Bloom นะครับ Bloom นี่ ได้คิดจุดมุ่งหมายหรือพฤติกรรมศึกษาไว้ 3 ด้านคือ พุฒิ จิตตะ ทักษะ อย่างที่ครูบอก เขาไม่ได้คิดคนเดียวนะ คิดเป็นทีม แต่เนื่องจากว่า Bloom เป็นหัวหน้า และเป็นอาจารย์ของพวกกลุ่มนี้ ก็เลยยกย่องให้เขาเป็นผู้นำนะครับ และ Bloom ยังพูดถึงพุฒิพิสัยเป็นหลักด้วยนะฮะ เขายกย่องให้ Bloom พุทธวิสัยเป็นหลัก และ Bloom ก็บอกว่ามี 6 ตัว นะครับ ที่ครูพูดไปเมื่อกี้นี้ ได้แก่ความรู้ความจำ เมื่อกี้นี้แหละ ความเข้าใจ นำไปใช้วิเคราะห์สังเคราะห์ และประเมินค่า ตลอดมานะครับ เรื่องนี้ Bloom ได้รับการยอมรับ และนำไปใช้อย่างกว้างขวาง จนกระทั่ง เมื่อเวลาผ่านไป ก็เกิดข้อจำกัด หรือจุดอ่อนเกิดขึ้นหลายตัวนะ ทำให้นักการศึกษาเช่น Lorin Anderson ก็คือ เป็นคนหนึ่งของลูกศิษย์ Bloom นะฮะ หลังจากที่ Bloom เสียชีวิตนะฮะ กลุ่มผู้นำที่เป็นลูกศิษย์นี่ ก็ทำการปรับปรุง จุดมุ่งหมายในการศึกษาของมุม 6 ด้านนี้ใหม่ ก็ได้แก่ Krathwohl ที่ครูเอ่ยถึงเมื่อกี้ Lorin Anderson พวกนี้ ร่วมกัน ซึ่งเป็นกลุ่มลูกศิษย์ของ Bloom นี่นะฮะ หรือเป็นเพื่อนร่วมคิดนี่ ทำการปรับใหม่นะครับ แล้วก็เผยแพร่ออกมาหน้าตาแบบนี้ ข้างซ้ายเป็นของเดิม ข้างขวาเป็นของใหม่นะฮะ จากความรู้ กลายเป็นจำ ความเข้าใจ กลายเป็นเข้าใจ นำไปใช้ เป็นประยุกต์ใช้ วิเคราะห์ สังเคราะห์ ปรับลำดับใหม่ เอาประเมินค่าเป็นอันดับ 5 แล้วก็คิดสร้างสรรค์เป็นอันดับ 6 ตัวนี้เป็นตัวใหม่ แต่ทำไมครูถึงสอนตัวเก่า เนื่องจากตัวใหม่นี่ ยังมีความละเอียดไม่พอ เกิดปัญหาในการจัดการเรียนการสอนนะฮะ เพราะฉะนั้น การใช้ตัวเก่านี่ ยังเป็นที่นิยมอยู่ ก็คือตามแบบเดิมของ Bloom นี่ ครูจึงจัดการเรียนการสอนของพวกเรา โดยใช้ตัวเก่านะครับ แต่ครูให้เห็นว่ามันเปลี่ยนใหม่นะ แต่ว่าครูยังจะใช้ตัวเก่ากับพวกเราอยู่ อย่างนั้นครูจะปิดตัวนี้ไป เผื่อใครอยากจะถ่ายรูปนะฮะ เดี๋ยวให้ไว้ 10 วินาทีก็แล้วกัน ถ่ายรูปได้นะครับ ทวนนะ พฤติกรรมทางการศึกษาหรือจุดมุ่งหมายทางการศึกษา ครูไปแล้วนะเราเรียกใหม่ว่าพฤติกรรมนะฮะ หัวข้อนี้คือการจำแนกพฤติกรรมทางการศึกษา หรือ Taxonomy of Educational Objectives นะ คนที่คิด ไม่ได้คิดคนเดียว คิดจากทีมที่ก่อตั้งด้วยกันทั้งลูกศิษย์ แล้วก็เพื่อนร่วมงาน เขาชื่อว่า Bloom นะฮะ Bloom เป็นคนประกาศว่ามีอยู่ 3 ด้านคือ พุฒิ หรือด้านสติปัญญา จิตพิสัยหรือด้านจิตใจ อารมณ์ และทักษะพิสัยคือความสามารถในการปฏิบัตินะฮะ แสดงว่าในการเรียนการสอนนี่ ต้องการให้นักเรียนเปลี่ยนแปลงไป 3 ด้าน คือด้านสื่อปัญญา ด้านจิตใจอารมณ์ และด้านการปฏิบัตินะฮะ เมื่อคิดกรอบใหญ่แล้วนะครับ ก็มอบหมายให้ทีมย่อยนะฮะ ทีมแรกก็ยังนำโดย Bloom อยู่นะครับ ทำการค้นคว้าความรู้ด้านพุฒิพิสัย ซึ่งคือพฤติกรรมที่เกิดขึ้น หลังจากมีประสบการณ์การเรียนรู้ทางด้านสติปัญญา แบ่งเป็น 6 ระดับ ก็คือความรู้ความจำ ความเข้าใจ นำไปใช้วิเคราะห์ สังเคราะห์ และประเมินค่า อย่างที่บอกเมื่อกี้ มีการปรับปรุงหลังจากที่ Bloom เสียชีวิต โดยเพื่อนร่วมงานและก็ลูกศิษย์ แต่ว่าตัวใหม่นี้ยังมีปัญหาอุปสรรคในการใช้งานพอสมควร ครูจึงยังสอนตัวเก่าอยู่นะครับ ด้านที่ 2 ด้านจิตใจ อารมณ์ ความรู้สึก หรือด้านจิตพิสัย หรือ Affective Domain พฤติกรรมด้านนี้นะฮะ เป็นพฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับ ความรู้สึกหรือจิตใจ อันได้แก่ ความสนใจ ความซาบซึ้ง เจตคติ ค่านิยม การปรับตัวพวกนี้ ล้วนแล้วแต่เป็นจิตพิสัย หัวหน้าทีมกลุ่มหนึ่งที่เป็นชื่อเสียงที่มีชื่อเสียงมากนะฮะ ก็ไม่ได้มีเฉพาะ Krathwohl เป็นคนคิดนะ มีหลายคน แต่ใน เหมือนกับรถหลายค่ายอะ แต่ค่ายนี้นิยมมากคือค่าย Toyota ละกัน ผู้นำค่ายนี้ชื่อว่า Krathwohl กับกลุ่มเพื่อนนะฮะ ที่จริงเขาเป็น กลุ่มหนึ่งของ Bloom นั่นแหละ แต่เขาแบ่งกันศึกษาในตัวย่อย ๆ Krathwohl ได้ทำการปรับปรุงแนวคิด เกี่ยวกับจิต ด้านจิตพิสัย ซึ่งเสนอโดยทีมใหญ่คือ Bloom นี้ โดยแบ่งเป็น 5 ระดับ ได้แก่ ระดับรับรู้ ระดับตอบสนอง ระดับเห็นคุณค่า ระดับจัดระบบ และระดับสร้างนิสัย เจ้าลัทธิก็คือนาย Krathwohl นะ Krathwohl นี่ เป็นผู้นำทางด้านจิตพิสัยคนหนึ่งนะครับ ก็แบ่งไว้ทั้งหมด 5 ด้าน โดยหนังสือพฤติกรรมขั้นแรกสุดคือการรับรู้ คนเราจะไม่มีลักษณะการตอบสนองทางความรู้สึกหรือจิตใจเลย ถ้าไม่รู้ ต้องรับรู้เสียก่อน อย่างนี้เป็นต้นนะครับ จนถึงขั้นสุดท้ายคือ สร้างเป็นนิสัย นั่นคือ เขาจะมีจิตใจอารมณ์ความรู้สึกในด้านนั้นชัดเจนคงที่ ด้านที่ 3 นะฮะ คือด้านความสามารถด้านการปฏิบัติ หรือทักษะพิสัยหรือ Psychomotor ด้านการปฏิบัติทางร่างกายนะครับ ผู้นำทางด้านทักษะพิสัยก็เป็นคนกลุ่มเดียวกันนั่นแหละนะฮะ แต่ก็แบ่งกันอย่างที่ครูว่าคนนี้เขาชื่อ Simpson Simpson Simpson ได้เสนอพฤติกรรมทางด้านทักษะพิสัยออกมาทั้งหมด 7 ขั้น ได้แก่ขั้น Perception ก็คือ การรับรู้ การเตรียม การตอบสนองตามการชี้แนะ การสร้างกลไก การตอบสนองที่ซับซ้อน การดัดแปลงให้เหมาะสม และสุดท้ายคือการริเริ่มใหม่นะฮะ เมื่อไหร่ก็ตามที่บุคคลสามารถดัดแปลงได้ แปลว่าเขามีความสามารถในการปฏิบัติ เริ่มเข้าขั้นสุด ๆ แล้วนะ เช่น เราเรียนถักดอกไม้อะไรสักอย่างหนึ่งนะฮะ สมมติว่าเราเรียนแต่ดอกกุหลาบ ดอกกุหลาบ ดอกกุหลาบ แล้ววันหนึ่งเราดัดแปลง ทำเป็นดอกมะลิได้ ทำเป็นดอกชบาได้ นั่นคือเรามีความสามารถทางทักษะค่อนข้างสูงแล้วนะ หรือกระทั่งเราริเริ่มอะไรใหม่ ๆ ได้ แปลว่าสูงสุด ๆ แล้วฮะ พฤติกรรมอย่างนี้ เรียกพฤติกรรม ที่ต้องการให้เกิดขึ้นกับผู้เรียนใน 3 ด้านนะครับ ก็คือพฤติกรรมด้านพุทธพิสัย จิตพิสัย แล้วก็ทักษะพิสัย ครูหวังว่ามันจะเกิดขึ้นกับผู้เรียน ใน 3 ด้าน มากน้อยตามเหตุการณ์ตามเรื่องที่เรียน เรียกรวมกันว่า “พฤติกรรมทางการศึกษา” นะครับ Taxonomy of Educational Objectives พุฒิ จิต ทักษะพิสัย โหล ๆ น่าจะได้ยิน น่าจะได้ยิน น่าจะได้ยินนะฮะ มันจะมีแบบฝึกหัดอยู่ 10 ข้อพวกเราดูดี ๆ นะ เดี๋ยวครูจะถามนะ เรียกถามนะ อย่างข้อแรกนี่ นักเรียนมีความทราบซึ้งในดนตรีไทยนะ พออ่านข้อความปุ๊บ สิ่งแรกที่ให้หาคือหาคำกริยา คำกริยาในข้อความนี่คือคำว่าอะไรเอ่ย คือคำว่าซาบซึ้งใช่ไหม ดูสิว่าคำว่าซาบซึ้งนี่ แบ่งตัวนี้นะ ซาบซึ้งมันสังเกตได้ หรือสังเกตไม่ได้ ถ้าสังเกตได้ให้เราติ๊ก ถ้าสังเกตไม่ได้ให้เราติ๊กอันแรกนะ จากนั้น ให้เรานึกดูว่า ไอ้คำว่าซาบซึ้งดนตรีไทยนี่ มันเป็นด้านสติปัญญา ด้านอารมณ์ ความรู้สึก หรือด้านการปฏิบัติ ถ้าเป็นอันไหนก็ติ๊กอันนั้น โอเคไหมครับ ข้อ 2 เหมือนกัน นักเรียนมีความรู้เกี่ยวกับโทษของสารเสพติด ให้หาคำกิริยา คำกิริยามันคือ มีความรู้ พูดง่าย ๆ ว่าแต่ละข้อหาคำกริยา หาเสร็จแบ่งซ้าย สังเกตได้หรือไม่ได้ ให้ติ๊ก จากนั้นมาดูด้านขวาว่าเป็นด้านไหน โอเคไหม โอเคนะ เอาเวลาทำสัก 5 นาทีนะ ลองดูก่อน นะ เอา 5 นาทีลองทำดู แล้วเดี๋ยวคอยตอบ โอเคนะ ไฟล์นี้ส่งให้แล้ว ส่งให้แล้วครับ หรือถ้าไม่มีไฟล์ก็ลองติ๊กดูก็ได้ เขียนในกระดาษก็ได้ว่าอะไร เดี๋ยวตอบคำถามปากเปล่านะ สัก 5 นาทีนะ ถ้าไม่ได้เอามาก็ลองจดในกระดาษว่าข้อ 1 ตอบ สังเกตได้ สติปัญญาอะไรอย่างนี้นะ เอา 10 ข้อ เดี๋ยวจะเรียกถามเด้อ ถามคนไหนให้ลุกมาตอบที่นี่ เพราะเขาต้องใช้ไมค์ ลอง 5 นาทีก่อนนะ เดี๋ยวพี่ล่ามนั้นก็จะได้ยินด้วยว่า ลองประมาณ 5 นาทีนะครับ ช่วงนี้เขาจะทำรอก่อน ข้อแรกนะครับ ข้อแรก นักเรียนมีความซาบซึ้งดนตรีไทย เลขที่ 1 ไหนครับเลขที่ 1 เลขที่ 1 ตอบแล้วกัน เราคิดว่ามันสังเกตได้หรือสังเกตไม่ได้ สรุปว่าสังเกตได้ สังเกตไม่ได้ ข้อที่ 1 ซาบซึ้งนะ ซาบซึ้งเวลาเราซาบซึ้งคนอื่นนี่ คนอื่นเขารู้ไหมว่าเราซาบซึ้ง ไม่แน่ใจนะ ไม่แน่ใจ มันสังเกตไม่ได้นะฮะ มันสังเกตไม่ได้นะฮะ คำว่า “สังเกต” คือด้วยตา ด้วยหู ด้วยประสาทสัมผัสนะ ทีนี้ ด้านหลัง นอกจากสังเกตได้ไม่ได้ ต้องด้านหลังด้วยว่า เป็นด้านไหน สติปัญญา จิตใจ หรือปฏิบัติ ต้องตอบให้ครบ ด้านอารมณ์นะ ซาบซึ้งก็คือด้านอารมณ์นะฮะ ด้านจิตพิสัยนะ อันนี้ถูกต้องแล้วนะครับ สรุป ปรบมือกันหน่อย ปรบมือกันหน่อย [เสียงปรบมือ] (อาจารย์ธนวัฒน์) 1 เสร็จแล้ว เลขที่ 6 6 6 นี้เอา ข้อ 2 สังเกตได้ไหม สังเกตไม่ได้ เรามองออกไหมว่าเขามีความรู้ไม่มี เพราะว่าเรามองคนนี่ เดินผ่านมาปุ๊บ อุ๊ย เก่งจังเลยเรารู้ไหม ไม่มีทางรู้นะฮะ เพราะฉะนั้นข้อนี้ ถูกแล้วฮะ สังเกตไม่ได้ คำว่า “สังเกตไม่ได้” สังเกตได้ด้วยตาด้วยหู กับประสาทสัมผัสนะ ต่อด้านหลังด้านไหน ความรู้คือด้านสติปัญญาถูกต้อง ขอเสียงปรบมือหน่อยนะครับ [เสียงปรบมือ] (อาจารย์ธนวัฒน์) เอาสัก 3 ข้อพอนะฮะ ข้อ 3 เมื่อกี้เลขที่เท่าไรนะ 6 ใช่ไหม ต่อไป 11 ใคร 11 มีไหม ข้อ 3 นักเรียนว่ายน้ำท่ากรรเชียงได้ สังเกตได้ไหม คนไหน คนนี้ใช่ไหม บอล นี่ข้อนี้ ว่ายน้ำท่ากรรเชียงได้นี่สังเกตได้หรือสังเกตไม่ได้ สังเกตได้เพราะเวลาว่ายน้ำเราเห็นมือไหม เห็น สังเกตได้เลยนะฮะ ด้านไหนครับ สติปัญญา จิตใจ หรือปฏิบัติ ปฏิบัตินะ เพราะฉะนั้น แบบฝึกหัดแรกนี้ เราต้องการอยู่ 2 เรื่องคือ 1. นักเรียน ไม่ใช่นักเรียน นักศึกษาอ่านแล้วเจอคำกริยาแล้วมีตั้ง 10 ตัวนะ คำกริยานั้นมันสังเกตได้หรือสังเกตไม่ได้อันแรกที่ต้องการนะฮะ เดี๋ยวไปทำให้ครบเองนะ อันที่ 2 ถึงจะสังเกตได้หรือสังเกตไม่ได้ก็ตาม แต่อยากรู้มันอยู่ด้านพุทธิคือสติปัญญา จิต คืออารมณ์ความรู้สึก หรือทักษะก็คือการปฏิบัติทางกาย พุทธิพิสัย จิตพิสัย ทักษะพิสัย โอเคไหม นะครับ เอาล่ะ คราวนี้เราจะมาดูคลิปกันต่อ สอนอย่างนี้ก็ดีเหมือนกันนะ ครูล่ะเตรียมตัวบ่ถูกนะ คลิปที่ 3 นะ เป็นคลิปที่มีความยาวราว ๆ เอ้าลองเปิดดูก็รู้หรอก มีความยาวราว ๆ 39 นาที 40 นาทีนะฮะ แล้วจะต่อด้วยอีกคลิป หนึ่งจะมี ประมาณ 20 นาที ครบ 2 คลิป เราจะทำแบบฝึกหัดสุดท้าย แล้วก็ปล่อยเลย โอเคนะ เอานะฮะ ครูเปิดเลยนะครับ 2 คลิปต่อกันนะ เอาล่ะ มาถึงหัวข้อที่ 3 นะครับ ประเภทของจุดมุ่งหมายนะครับ ตอนนี้เราจะแบ่งประเภทของจุดมุ่งหมายนะครับ เราเรียกว่าจุดมุ่งหมายทางการเรียนการสอนนี่ เราเขียนได้ 3 ระดับ อีกหน่วยการเรียนการสอนนะฮะ ประเภทมันนี่ แบ่งมาเป็น 3 ระดับ จริง ๆ ครูอยากจะบอกว่า 3 + 1 มากกว่า 3 + 1 นะฮะ ได้แก่อะไรบ้างนะฮะ ได้แก่อันที่ 1 ก็คือจุดมุ่งหมายระดับสูง เหนือจุดมุ่งหมายทั่วไปนะฮะ 2. จุดหมายระดับกลาง ก็คือ จุดมุ่งหมายเฉพาะวิชา คือ อันที่ 3 อันนี้จุดหมายระดับต่ำ หรือว่าจุดมุ่งหมายการเรียนรู้นะฮะ อันนี้คือ 3 ตัวที่ว่า ส่วนตัว +1 ก็คือตัวนี้ ตัวที่ 4 มาระดับต่ำสุด หรือจุดหมายระดับห้องเรียน จุดมุ่งหมายเชิงพฤติกรรม เพราะฉะนั้น ประเภทของจุดมุ่งหมายนี่ เราจึงแบ่งได้ทั้งหมด คือจุดหมายระดับสูง จุดหมายเฉพาะวิชา จุดหมาย… จุดหมายระดับห้องเรียน เรียกว่าจุดหมายเชิงพฤติกรรมนะฮะ จุดมุ่งหมายตัวแรกเป็นจุดหมายระดับสูง จุดหมายทั่วไปนะฮะ จุดมุ่งหมายนี้เป็นอย่างไรนะฮะ จุดมุ่งหมายนี้ก็คือ จะเกิดพฤติกรรมอะไรบ้างกับผู้เรียน เปลี่ยนในความกว้าง เช่น จุดมุ่งหมายของหลักสูตร นักเรียนมีคุณธรรม จริยธรรม ดี มีจริยธรรม นักเรียนเป็นคนมีความรู้ความสามารถ มีความคิด แก้ปัญหาเทคโนโลยีชีวิต ทักษะชีวิต และนอกนั้น นักเรียนมีสุขภาพจิตที่ดี รักการออกกำลังกาย มีจิตสำนึก ความเป็นพลเมืองไทย พลเมืองโลก คือวิถีชีวิต และการปกครองที่มี… จิตรู้จักสำนึกในการอนุรักษ์ภูมิปัญญาไทย และวัฒนธรรมไทย เห็นไหม นะฮะ เขียนไว้ในหลักสูตร 51 ซึ่งหลักสูตร 51 เรียน แปลว่า ได้เรียนทั้ง เขากะว่า จบ ม.6… ก็คือ 5 ข้อนี้ ซึ่งใช้เวลานาน… เป็นเรื่องกว้างกว้าง ภาพกว้างกว้างต้องเป็นคนมีคุณธรรมนะ อย่างนี้ กว้าง ๆ ในเรื่องต่อไปนี้นะ ใช้เวลานานมาก ๆ ใช้เวลานาน ก็อย่างเช่น 12 ปีจึงจะเกิด จึงจะเกิดนะครับ นี่คือหลักสูตร 51 หลักสูตรนี้เรียนตั้งแต่ ป.1 ถึง ม.6… หมายเมื่อกี้ …รอดูนะฮะ นี่ ตอนนี้ อยู่ ใช้เวลาเรียน 12 ปี คือเมื่อจบการศึกษาขั้นพื้นฐานแล้ว 12 ปี… ดังต่อไปนี้จะมีคุณธรรมเมื่อกี้นี้แหละ เป็นคนดีนะฮะ มีความรู้ความสามารถ ที่ดี เพื่อมีความสุข เป็นคนรักชาติ จิตสำนึกรักความ… คุณลักษณะนี้ หรือพฤติกรรมไหนจะเกิดขึ้น ใช้เวลา 12 ปี… ว่าจุดหมาย อันนี้คือจุดหมายระดับที่ 1 ครูก็เลยเขียนแล้วว่า ตัวอย่างที่ครูให้มาก็… จุดหมายระดับสูงนะครับ ตัวนี้ ต่อไปจุดหมายระดับที่ 2 คือจุดหมายระดับกลางนี่ เราเรียกกันว่าจุดหมายเฉพาะวิชา แปลว่าอย่างไร แปลว่าเป็นจุดมุ่งหมายที่เขียนให้เห็นเด่นชัดว่า หรือแต่ละวิชา หรือแต่ละกลุ่มวิชา หรือแต่ละหมวดวิชาแล้วแต่จะเรียกชื่ออะไรก็ตาม จะเรียกว่ากลุ่มสาระ รายวิชา กลุ่มวิชา หรืออะไรก็ตาม วิชาเหล่านั้น… เขาต้องการให้เกิดขึ้น …นั้น ๆ ภายในขอบเขตของกลุ่มเนื้อหานั้น ในหลักสูตร 51 ซึ่งในหลักสูตร 51 คุณภาพผู้เรียนนะฮะ ใช้ว่าคุณภาพผู้เรียน …บน จุดมุ่งหมายระดับสูง ใช้คำว่า… มันใช้คำหมายว่า คุณภาพผู้เรียน หรือเรียกว่าจุดหมาย… เขียนให้ชัดเลยว่า วิชานั้น กลุ่มวิชานั้น ขอบเขตของมหาวิชานั้น ๆ ฮะ เราเรียกว่าคุณภาพผู้เรียนนะครับ เอาล่ะ ลองไปดูตัวจริงของหลักสูตร อันนี้ยัง… ถ้าครูค้นดูนี่ หลักสูตร 51 เมื่อกี้เราเห็นจุดมุ่งหมาย เมื่อกี้คือจุดหมายระดับสูง ดูอีกทีหนึ่ง อาจจะว่าจุดหมาย จะเกิดได้ใช้เวลา 12 ปีนะฮะ 51 เขาก็เขียนจุดหมายระดับกลางไว้ในหลักสูตรด้วย ที่ครูเอ่ยเมื่อกี้นี้ มันใช้คำว่า… หลักสูตร 51 นะ มีทั้งสิ้น 8 กลุ่มสาระ หลักสูตร 51 มีทั้งสิ้น 8 กลุ่มสารุ คณิต วิทย์ สังคม ซึ่งตอนนี้ วิทยาศาสตร์ และ… นะครับ และกลุ่มการงานอาชีพ ตอนนี้ก็เปลี่ยนแล้ว เหลือแค่กลุ่มการงาน… วิทยาศาสตร์แล้ว และสุดท้าย ภาษาอังกฤษหลัก เพราะฉะนั้น ทักษะ… หรือ 8 กลุ่มวิชา เพราะฉะนั้นคำว่า จุด… หรือจุดหมายเฉพาะนี่นะฮะ มันเขียนในแต่ละกลุ่มวิชา ผู้เรียนนะฮะ หรือแม้กระทั่งวิชา นี่ หลักสูตร 51 นี่ จะใช้คำว่าคุณภาพผู้เรียน ใช้คำว่าผู้เรียน เราไปดู สมมติครูจะพาดูวิชาแรก สังเกตนะ ก็คงต้องไปหลายหน้าวิชาภาษาไทยก่อน อึ๊บ น่าจะเจอแล้ว วิชาแรก ทดลองสูตร เจอแล้ว วิชาแรก ประเทศไทย เราก็เจอวิชาแรกคือกลุ่มสาระภาษาไทย กลุ่มสาระภาษาไทย ในแต่ละวิชาหรือกลุ่ม… ของตัวเอง ซึ่งเราเรียกว่า อะไรนะเมื่อกี้ เราเรียกว่า นี่ ใช้คำว่า “คุณภาพผู้เรียน” ฉะนั้นจะแฝงอยู่ในแต่ละวิชา วิชาแรกภาษาไทย คุณภาพผู้เรียน ภาษาไทยหรือกลุ่มสาระภาษาไทย เมื่อจบ ป.3 เด็กจะต้องเป็นแบบนี้… บทร้อยกรองง่าย ๆ ที่ถูกต้อง คล่องแคล่ว อย่างนี้เป็นต้น เด็ก… บรรยาย บันทึกประจำวัน เขียนจุดหมายลาครู เมื่อจบป.3 เด็กก็ต้อง…. อย่างนี้เป็นต้น นี่ 3 ปีทีหนึ่งนะ นี่ ทุก 3 ปี มาอีกแล้ว 3 ปีถัดมา มันก็จะมีข้อความเหมือนกัน แต่ 3 เรื่องอ่านออกเสียงเป็นอย่างนี้ เรื่องการเขียนเป็นอย่างนี้ เมื่อจบ ป.6 ทำนองเสนาะ ป.1 ถึงป.3 ไม่ได้พูดทำนองเสนาะ กูดแค่คำคล้องจองนะฮะ ครึ่งบรรทัด เขียนสะกดคำเริ่มมีแล้ว แต่งประโยคครับ อ่านออกเป็นอย่างไร เขียนเป็นอย่างไร และอ่านออกเสียงเป็นอย่างไร เขียนเป็นอย่างไร อันแรกก็คือในวิชาภาษาไทย ในวิชา… เอ๊ะ ลองวิชาอื่นบ้าง วิชาที่ 2 แล้วกันวิชาที่ 2 มาแล้ว ในวันนี้ คณิตศาสตร์ หรือกลุ่มวิชาคณิตศาสตร์ เหมือนเดิมครับ ที่วิชานั้น ๆ หรือกลุ่มวิชานั้น ๆ ต้องการให้เกิดขึ้นกับ… วิชานั้น ๆ น่ะ เพราะฉะนั้นในกลุ่มคณิตศาสตร์มันก็มีสิทธิ์… และมันก็เรียกเหมือนกันเลย เรียกว่า คุณภาพผู้เรียน คุณภาพผู้เรียนวิชาคณิต… 3 ปี นักเรียน จำนวนของเกินไม่เกิน 1 แสนและ 0 อันนี้เมื่อจบ ป .3 นะ พอจบ ป.6 สังเกตไหม มันทุก ๆ 3 ปี …จำนวน จำนวนนับ และ 0 แล้วเพิ่มเศษส่วน เพิ่มทศนิยม เพิ่มร้อยละนะครับ แล้วก็รวมทั้งด้านอื่น ๆ ด้วย… ม.3 มันทุก ๆ 3 ปีนะ คราวนี้เนื้อหายากขึ้น เป็นเศษส่วนร้อยละ เริ่มเรื่องรากนะครับ เลขยกกำลัง… จบ ม.6 จำนวนจริง จำนวนตรรกยะ อตรรกยะ แต่โดยรวมแล้วมันจะเกิดขึ้นทุก ๆ 3 ปี วิชาสุดท้าย หมดจากคณิตก็น่าจะเป็นวิทย์ คณิตจะเยอะอยู่ วิทย์ เก่งแล้วล่ะ กลุ่มวิทยาศาสตร์ วิชาวิทยาศาสตร์ ก็เหมือนกัน เป็นอย่างนี้ทั้ง 8 คำว่าคุณภาพผู้เรียน… ไงล่ะ ในวิชาวิทยาศาสตร์ เมื่อจบ ป.3 เมื่อจบ ม.3 นะครับ เป็นอย่างนี้ในทั้ง 8 วิชา ครูหาก่อน ไหนล่ะ เอกสารมันก็เยอะพอสมควร เวลาเรียนออนไลน์มันก็จะลำบากกว่าหน่อย ๆ เห็นหรือยัง เห็นหรือยัง และในแต่ละวิชาต้องการให้เกิดอะไร สังคมสังกัดอะไร หน่วยศึกษา ศิลปะ การงาน และภาษาต่างประเทศ ในแต่ละวิชาของวิชาใครวิชามัน ที่ต้องการให้เกิดสิ่งนั้นกับ… หลักสูตร 51 เฉพาะหลักสูตร 51 นะ มันใช้คำว่าคุณภาพผู้เรียน ซึ่งครู… ให้ โดยเป็นตัวอย่างเฉพาะ วิชาภาษาไทยนะ โฟกัสไว้ให้ดูเป็นตัวอย่างแค่อันเดียว ก็คือข้อความต่อไปนี้ ใช้เวลานานเหมือนกัน จุดมุ่งหมายทั่วไป แต่สั้นกว่า จุดมุ่งหมายทั่วไป 2 ตัวแล้วนะครับ ….เฉพาะวิชา ทวนอีกสักเล็กน้อย ก็แบ่งออกเป็น 3 + 1 ประเภท หรือเรียกว่า 4 ประเภท ประเภทที่ 1 จุดมุ่งหมาย อันที่ 2 คือ ระดับกลางหรือเฉพาะวิชา …ใช้เวลานาน จึงจะเกิดสิ่งนั้นกับผู้เรียนได้ เราเรียกว่าจุดหมาย ระดับสูง เป็นการเขียนอย่างกว้าง ๆ นะครับ ว่าจะให้เกิดอะไรกับ เพราะหลักสูตร 51 ซึ่งใช้เวลาถึง 12 ปี จึงจะเกิดสิ่งเหล่านี้ เป็นเวลา 12 ปี ถึงจะเกิดสิ่งเหล่านี้ขึ้น ไม่เจาะจงว่า จะเกิดในวิชา …อย่างนี้เรียกว่าจุดหมายระดับสูงนะฮะ ทั่ว ๆ ไปมักจะเจอในระดับหลักสูตรคือจุดหมาย… ระดับกลาง ใช้เวลานานเหมือนกันกว่าจะเกิดสิ่งเหล่านี้ขึ้นได้ ถึงเวลานั้น เวลาจะนานก็… แต่มันจะสร้าง… เฉพาะวิชา แปลว่าวิชานั้น กลุ่มสาระนั้น กลุ่มวิชา… ต้องการให้เกิดสิ่งนั้น ในวิชาเนื้อหาสาระของตัวเอง ในหลักสูตร 51 จุด… ใช้ว่าคุณภาพของผู้เรียนนะฮะ ซึ่งมัก… นะ 2 ตัวแล้ว ตัวที่ 3 อันแรกกำลังจะครบ หรือเลือกจุดหมาย… ได้เลยตัวที่ 3 หรือจุดมุ่งหมายการเรียนรู้ ว่าจะเกิดอะไรกับผู้เรียน เนื้อหาใดเนื้อหาหนึ่งแล้ว มันจะเกิดขึ้นหลังเรียนเนื้อหา ระดับต่ำนี่นะฮะ ระดับที่ 3 นี่ มันจะเกิดขึ้นหลังเรียนเนื้อหาใดเนื้อหาหนึ่งแล้ว แปลว่ามันก็ใช้เวลาเหมือนกันนะฮะ มันใช้เวลา… บ้าง น้อยบ้าง แต่อาจจะ 3 วัน หรือ 2 อาทิตย์ แล้วแต่ว่าเนื้อหานั้นใหญ่โตแค่ไหนนะฮะ เนื้อหานั้นนะฮะ มันจะเกิดเมื่อจบเนื้อหานั้น… อาจจะ 3 วัน 2 อาทิตย์ ปีหนึ่ง ระดับต่ำนี่ ในหลักสูตร 51 ใช้… อีกคำหนึ่งคือคำว่า ผลการเรียนรู้… ไอ้ตัว พื้นฐาน วิชาพื้นฐานคือวิชาที่ทุกคนต้องเรียนนี่ คำที่ 2 คือคำว่าผลการเรียนรู้ ไอ้คำนี้ เขาจะใช้มันกับวิชา วิชาพื้นฐาน เขาจะเรียกว่าตัวชี้วัด วิชาเพิ่ม… โดยตัวชี้วัดเองนี่นะฮะ มันยังแบ่งออกเป็น… ก็คือ 1 ตัวชี้วัดชั้นปี… อีก 2 นะ ชั้นปี เขียนใหม่สิ เขียนข้างบนดีกว่า ตัวชี้วัด ใช้ตั้งแต่ ป.1 ถึง ม.3 ส่วนตัวชี้วัดช่วงชั้น ม.4 ถึง ม.6 ม.ใด ก็ได้ A นี่ ไอ้ตัวชี้วัดนี้ ตัว… เรื่อง จำนวน แต่โรงเรียน B นี่อาจจะสอนแต่วันจริง ม.6 ม.6 แต่ให้ใช้ใน… นะครับ อย่างนี้เขาเรียกว่าตัวชี้วัดกับความรู้ อีกทีนะ ตอนนี้มาถึงจุดมุ่งหมายระดับที่ 3 แล้ว คือจุดหมาย คืออะไร จุดหมายระดับต่ำ หรือจุดหมายการเรียนรู้นี่ ที่ต้องการให้เกิดขึ้นกับผู้เรียน หลังเรียนเนื้อหาใดเนื้อหาหนึ่ง ซึ่งใช้เวลา… ใช้ 3 วัน 2 อาทิตย์ หรือ 1 ปี นี่ หลักสูตร 51 ใช้อยู่ 2 คำ คือตัวชี้วัด …ชี้วัดใช้กับวิชาพื้นฐาน มี 2 ตัวคือตัวชั้นปี …ใช้ ม. ไหนก็ได้ อยู่ ม.4 ถึง ม.6 คำที่ 2 หรือว่าผลการเรียนรู้ เราไปดูตัวอย่าง จอครูหาย อยู่ไหนน้อ เอาสักวิชาหนึ่ง พอได้เห็นที่ 2 นะครับ น่ะนี่นะ นี่ครูยกตัวอย่างสาระที่ 2 เรื่องการเขียน สังเกตว่าเขาเขียนโดยเฉพาะ ป.1 ป.2 ป.3 …ตัวแต่ ป.6 ก็เป็น แต่พอ 4 5 6 ปุ๊บ มันจะเรียกใหม่ว่า อย่างไรก็ตาม ถ้ามันใช้คำว่าตัวชี้วัดนี่ แปลว่ามันเป็นวิชาพื้นฐาน ตัวนี้เป็นตัวหลักสูตร 51 แต่เป็นตัวปรับปรุง ใครจะเห็น สีฟ้า ครูจะให้เธอดู ตอนนี้เขาทำให้ อันนี้เป็นของสาระ คณิต อ้าว ของ ป.1 อย่างนี้ อันนี้คือวิชาพื้นฐานนะครับ แต่วิชาคณิตศาสตร์นี่ เขายังทำเพิ่มให้ นี่ ยังเป็นตัวชี้วัด นี่ ยังเป็นตัวชี้วัดอยู่ แสดงว่าตรง เขียนตัวที่ 2 มาให้ ก็คือในส่วนของวิชาเพิ่มเติมนี่ ก็เขียนมาให้ ผลการเรียนรู้ สังเกตได้วิชาเพิ่มเติม ปึ๊บ และที่สำคัญ ที่เขาเขียนให้นี่ มีแค่พลังงานส่งเสริม อะไร สำนักงาน อะไรสักอย่าง 1 กูจำชื่อตัวเองไม่ได้ จำ… กับวิชาวิทยาศาสตร์ และอีกวิชาหนึ่งที่เขาเขียนเพิ่มคือวิชาภูมิศาสตร์ ครูผู้สอน… เขียนเอง เฉพาะกรณี 3 ตัวนี้เขาเขียนมาให้แล้ว อย่างตัวอย่างที่เห็นนี่ ส่วนนอกนั้น… เพราะฉะนั้นเราจะไม่เจอผลการเรียนรู้ที่เขาเขียนให้ในวิชาศิลปะ แต่จะเจอที่เขาเขียนให้ในคณิตกับวิทย์ แต่ก็ยังมี 2 ตัวอยู่ดี คือ วิชาพื้นฐานเลขตัวชี้วัด วิชาเพิ่มเติมเรียกว่าผลการเรียน… มันก็ต้องใช้คำว่าผลการเรียนรู้ ถ้าเป็นวิชาเพิ่มเติมนะครับ ในหลักสูตร 51 นี่ ไอ้จุดมุ่งหมายตัวนี้ เขาเขียนว่า… ในวิชาพื้นฐาน ใช้ผลการเรียนรู้ในวิชา… ครูจะให้เราดูวิชาคณิตศาสตร์ เอาเป็นตัวอย่าง… นี่วิชาคณิตศาสตร์ มีคุณภาพผู้เรียน ครูพูดไปแล้ว นี่คุณภาพผู้เรียน มาดูประโยคนี้นะ …และความเข้าใจเชิงจำนวนเกี่ยวกับไม่เกิน 100,000 และ 0 อันนี้เมื่อจบ ป.3 ข้อความนี้ไปปรากฏอีกทีหนึ่ง ในลักษณะที่เรียกว่าตัวชี้วัด แต่มันจะปรากฏเป็นตัวชี้วัด ป.3 นักเรียนอ่านและเขียนเลขมือประเทศไทย ของส่วนไม่เกิน ข้อความนี้ ก็คือข้อความของเมื่อกี้ 100,000 และ 0 นะ นี่ ไม่เกิน 100,000 และ 0 แสดงว่า หลักสูตร 51 นี่ ซึ่งเขียนไว้ทุก ๆ 3 ปีนี่ มาเป็นตัวชี้วัดของ ป.3 ของ ม.3 และของ… จากนั้นก็ขยายลง ป.2 ขยายลง ป.5 แล้วขยายลง ป.1 และขยายลง… ตามลำดับ เป็นอย่างนี้เกือบทุกวิชานะฮะ เพราะฉะนั้นในหนังสือครูก็เลยยกตัวอย่างให้เรา ให้เห็นเฉพาะ ตัวชี้วัด ชั้น… คณิตศาสตร์ ซึ่งครูลอกมาให้เราเห็น มันจากเล่มหลักสูตรเมื่อกี้นี้ สรุปช่วงนี้นะครับ ตัวนี้ยาวมาก ๆ เลย ก็คือเรื่อง OLE ความสัมพันธ์ระหว่างจุดมุ่งหมาย การเรียนการสอนและการ… ไปคือการทางด้านพฤติกรรมทางการศึกษา แบ่งเป็นพฤติกรรมด้านพุทธิพิสัย จิตพิสัย ถึงเรื่องที่ 3 ที่กำลังเรียนค้างอยู่นี้ก็คือเรื่อง ประเภทของจุดมุ่งหมาย ประเภทที่ 1 คือจุดหมายทั่วไป ใช้เวลานานมาก หลาย ๆ ปีจะเกิด ใช้เวลา 12 ปีถึงจะเกิด เขียนกว้างกว้างเลย ไม่เจาะจง จุดหมาย… หลักสูตร 51 ใช้คำว่าคุณภาพผู้เรียน ซึ่งมันใช้เวลาหลายปีแต่สั้นกว่า ทุก ๆ 3 ปี เพราะฉะนั้นจะมีคุณภาพ ของ ป .3 คุณภาพผู้เรียนของ ป… และเป็นคุณภาพผู้เรียนในวิชาใครวิชามัน มันจะเรียกว่าเฉพาะวิชา เป็นจุดหมายระดับต่ำ และเอาจุดหมายเฉพาะวิชาไปขยายลง จาก ป.3 ลงไป… 6 ก็ไปเป็นตัวชี้วัด ป.6 และขยายมาเป็น ป.5 และ ป.4 และเรียกมันซะใหม่ว่าตัว… รู้ของหลักสูตร 51 ใช้คำว่าตัวชี้วัด ถ้าเป็นวิชาพื้นฐาน มี 2 แบบ คือวิทย์… ของ ม.ปลาย คือ 4 5 6 เรียกตัวชี้วัดช่วงชั้นนะฮะ ส่วนในวิชา ถ้าเก่ากว่านั้น หลักสูตร C 1 แต่มีคำเดียวว่าผลการรู้ที่คาดหวัง เพราะฉะนั้นชื่อพวกนี้ก็จะเปลี่ยนไปตามหลักสูตร หรือ… เอาล่ะ ถัดไป จะเป็นจุดมุ่งหมายแบบสุดท้าย คือจุดหมาย…. หรือจุดหมายเชิงพฤติกรรม ตอนนี้คุณจะเบรกก่อนนะครับ จะ… นี้ เป็นคลิปสุดท้ายนะ เราก็ทำแบบฝึกหัดอีกครั้งหนึ่งนะ คราวนี้ครูจะเปิดคลิปสุดท้ายนะครับ คลิปสุดท้ายนี้ไม่ยาวเท่าไรนะ เราจะไปเบรกกันก่อนไหม ไปเบรกกันก่อนไหม หรือจะต่อเลย ตอนนี้ก็พ้นช่วงเบรกนะครับ เดี๋ยวท่านอาจารย์ทางนู้น จะมาดูคลิปสุดท้ายกันนะฮะ คลิปสุดท้ายนี้จะมีความยาว 26 นาทีนะฮะ คลิปนี้ ฝึกในเรื่องของจุดประสงค์เชิงพฤติกรรม ซึ่งเราจะใช้เขียนในแผนนะ แผนการสอนนะครับ เหมือนเดิมนะฮะ จะมีช่วงให้ทำและให้พวกเราตอบคำถามนะ … 4 หรือจุดหมายเชิงพฤติกรรม …จุดหมายระดับที่ 3 กันก่อน คือจุดหมายการเรียนรู้ จุดหมายการเรียนรู้นี่ …กับผู้เรียน หลังเรียนเนื้อหาใดเนื้อหาหนึ่ง น้อยบ้างไม่เท่ากัน บางเรื่องเรียนทั้งปีเลย บางเรื่องเรียนแค่วัน เกิดขึ้น เมื่อเรียนเสร็จ เนื้อหาใด เนื้อหา… ก็คือไอ้พวกตัวชี้วัดนี่แหละนะฮะ พวกตัวชี้วัดนี่แหละ ในวิชาคณิตศาสตร์ที่ครูให้เมื่อกี้ ป.1 ป.1 นะครับ เขาบอกว่า เลขฮินดูอารบิก เลขไทย ของปริมาณที่ไม่เกิน อันนี้เป็นของ ป.1 นะ ไม่เกิน 100… นะฮะ ไม่เกิน 100 และ 0 ครูจะให้พวกเราไปดูเอกสาร เปิดกันต่อหน้าต่อตาเลยนะครับ หลักสูตร 60 .60 ฮึบ ครูให้เราเห็นหนังสือเล่มจริงนะครับ อันนี้เป็นหนังสือวิชา… คนใช้ชื่อข้าวหอม ลูกสาวครูเองนะครับ ถ้าดู… ดูตรงคำว่าข้าวหอม มุมบนซ้าย นี่ก็แบบฝึกหัดนะ อันนี้เป็นเล่ม… แค่เทอม 1 เล่ม 2 แค่เทอม 2 แต่หนังสือมีเล่มเดียวใช้ทั้งปีนะครับ เขาจะบอกว่า อ๋อ เราไปดูหนังสือของลูก เทอมแรกนี่ ครึ่งเทอมแรก แบบฝึกหัด คณิตศาสตร์เล่ม 1 ก็พอ นี่สารบัญ มี 6 บทในเทอมที่ 1 ขึ้นไปเรื่อย ถ้าดูบทที่ 6 มันถึงแค่ไม่เกิน 20 แต่ตัวชี้วัดที่ครูให้เราเห็นเมื่อกี้นี้ มันต้องถึงร้อยละ 10 แต่ขณะที่เล่มแรก เรียน 20 เอง แล้วตัวชี้วัดนี่… มันถึงจะครบ ครบปีที่ครบ แสดงว่าวันนี้ ค่อย ๆ สะสม สะสมไป นี่คณิตศาสตร์นะ แต่ว่าตัวนี้นะ แต่บางตัวนี่ 3 วันนะฮะ ไม่… วันแรกคือเหรียญเลข 1 ความรู้สึกเชิงจำนวนของ 1 จะมีความรู้สึกเพียงจำนวน อ๋อ นี่คือ 1 นะ ระบาย ระบาย ระบาย ถ้าลูกครูระบายไอ้นกที่บินนี่ อืม จ้อง จ้อง แล้วก็ระบาย ครูใจจะขาดให้ได้ คือนักเรียนมีความสุขจำนวนของ 1 นี่ คือต้องเรียนวันจันทร์ ถ้าระบายกระต่ายตัวเดียวก็สบายใจ ถ้าระบายไอ้ 2 ตัวที่เหลือ… ทวนความรู้สึกจำนวนของ 1 อันนี้วันที่ 3 ยังไม่… พฤหัส ศุกร์ เขียนเลข… เล่มนี้คือเล่มฉบับที่ 2 ข้อแรกลบจนขาด… เพราะข้างบนครับ เขียนเลข 1 อารบิก ล่อเข้าไป 7 วัน เฉพาะเลข 1 จากนั้นก็ ถ้าระบายหมวกก็ร้องไห้เหมือนกัน ตอนแรก 2 เสร็จ… ถึง 5 ดูในรูปนะฮะ มันจะมี นี่ข้างซ้ายมันจะมี หน้าข้างซ้ายจะมีถึง 5 2 ถึง 50 ก็จะสอน 0 ถ้าสอนว่า นักเรียนมองข้างบนเพดานนะลูก เห็นอะไรไหม นักเรียนบอกว่าไม่เห็นนั่นแหละ 0 จำนวนธรรมชาติก่อน คือเริ่มที่ 1 2 3 4 พอถึง 5 ปุ๊บ เขาถึงกลับมาสอน 0 …2 ตัวมากับนก 1 ตัว แล้วจึงสอนบวกสอนลบไปนะ จนถึง 0 นี่ เพราะฉะนั้นสิ่งที่สังเกตก็คือ มันจะมีความต้องการที่เกิดขึ้น เช่นวันนี้ รับรู้ความรู้สึกจำนวนของ 1 วันที่ 2 ความรู้สึกจำนวนของ 1 วันที่ 4 ทบทวนความรู้สึกจำนวนของ 1 จนกระทั่งเข้าใจ ฮินดูอารบิกแทนความรู้สึกจำนวนของ 1 ได้ ตอบแล้วครับ สุดท้ายก็เป็นเขียนเลขไทย แทนความรู้สึกจำนวนของ 1 ทั้งไทยและอารบิก ไปเรื่อย ๆ แสดงว่ามีจุดมุ่งหมายแต่ละวันมันเกิดขึ้นนะฮะ แต่ละวันเกิดขึ้น แปลว่า เนื้อหานี้ มันไม่เรียนวันเดียวเสียแล้วสิ มันเรียนโดยใช้ช่วงเวลาหนึ่งเลย เวลาเรา… เพราะฉะนั้นจุดมุ่งหมาย การเรียนรู้หรือตัวเชื้อของการเรียนรู้นี่ มันจึงยังไม่พอใช้ และเราเรียกกันว่า จุดประสงค์หรือจุดมุ่งหมายเชิง… ระดับห้องเรียน หรือระดับชั้นเรียน หรือเรียกว่าระดับต่ำ… ถี่ ซึ่งวันนี้เราพูดถึง OLE มันคือตัวโอนี่แหละ นักเรียนสามารถ จะต้องเข้าไปพร้อมจุดประสงค์รายวัน หรือจุดประสงค์แบบเชิงพฤติกรรมนี่ ว่าวันนี้ให้เด็กจำแนกสัตว์บก เพื่อบอกให้ทราบว่าเมื่อเรียนเสร็จแล้วในวันนั้น ผู้เรียนจะแสดงพฤติกรรม… แยก ให้เราแยกว่าอะไร สังเกตได้ไม่ได้ เปลี่ยนขึ้นเพื่อบอก… เพื่อหวังได้ เช่น จำแนกสัตว์บก สัตว์น้ำ บวกเลข 2 หลักแบบมีตัวทด เป็นตัวอย่างของจุดมุ่งหมายเชิงพฤติกรรม เช่น เมื่อกำหนด… ถูกต้อง เมื่อกำหนดภาพให้ 10 ภาพ นักเรียนสามารถจำแนกสัตว์… เลขอารบิก แสดงจำนวนไม่เกิน 5 ได้ถูกต้อง ให้พืชมา 10 ชนิด นักเรียนบอกได้ว่าพืช… จุดประสงค์ที่อ่านไปเมื่อกี้ ทุกตัวนี่ ที่ครูกำลังลบเส้นออก… หลังเรียน และต้องสังเกตได้ก็คือ เด็กจะต้องคำนวณออกมาให้เห็นนะ ต้องเขียนออกมานะ แต่จะต้องบอกหรือพูดออกมานะ ซึ่งคำว่าคำนวณ… สังเกตได้ เพราะฉะนั้นจุดหมายใช้พฤติกรรม จะต้องเป็นจุดหมายที่เรา… แต่งกาย แต่ถ้าเป็นจุดหมายที่สังเกตไม่ได้ เช่น เข้าใจความหมาย… ต้องไปเรียน หัวข้อลักษณะให้เราอ่านเอง ส่วนประกอบ… มีทั้งสิ้น 3 ส่วนประกอบ ส่วนประกอบที่ 1 เรียกว่าพฤติกรรมที่คาดหวัง ไม่มีไม่ได้ …เรียนนี่ ไม่มี ไม่ได้ ส่วนที่ 2 สถานการณ์หรือเงื่อนไข นี่เติมทีหลังได้ อันนี้ 3 คือเกณฑ์ การยอมรับ เรามาไล่ทีละตัว ส่วนที่ 1 เป็นส่วนที่บอกถึงพฤติกรรม หลังผ่าน หรือวัดออกมาได้ เป็นพฤติกรรม เช่น นักเรียน บอกครูได้ว่า อะไรเป็นพืชใบเลี้ยงเดี่ยว บวกเลขได้ นักเรียนจำแนกสัตว์บกสัตว์น้ำได้ นักเรียนเปรียบเทียบได้ สิ่งที่คุณสังเกตออกมาได้ ที่คาดหวัง การเขียน ใช้คำกิริยาบ่งการกระทำ เขาเรียก Action Word …สังเกตได้นั่นเอง อย่างนั้นคำเดียว… ดังตัวอย่างในตาราง คำกริยาฝั่ง… พูด จำแนกบรรยายอธิบาย จุดประสงค์เจอพฤติกรรม แต่ฝั่งขวานี่ รู้ เชื่อ ว่าเขาเข้าใจหรือเขารู้ มันสังเกตไม่ได้ เพราะฉะนั้นถ้าเอาฝั่งนี้ ไปเขียน… ดูนะฮะ ส่วนที่ 1 ผ่านไป พฤติกรรมที่… หรือสถานการณ์นะฮะ เป็นสิ่งที่กำหนดให้ผู้เรียน เพื่อให้นักเรียนแสดงพฤติกรรม… นักเรียนสามารถคำนวณโจทย์ปัญหาเศษส่วน ที่เขียนไว้บนกระดานดำ ข้อความนี้ ติ่ง… คำนวณ ใช้คำ… พฤติกรรมที่คาดหวัง พฤติกรรมที่คาดหวังนี้ แสดงออกโดยมีข้อกำหนด …ฝึกหัดที่เขียนบนกระดานดำนะ อันนี้คือสถานการณ์หรือเงื่อนไข อันนี้พฤติกรรม อันนี้ก็คือสถานการณ์หรือเงื่อนไข …ไม่มีเกณฑ์ ตัวอย่างที่ 2 เป็นสัตว์กินเนื้ออะไร เป็นสัตว์กินพืช คำว่าบอก นักเรียนบอกได้ว่า คือพฤติกรรมที่คาดหวัง พฤติกรรมที่แสดงออกนี้ ครูกำหนดให้คือ กำหนดชื่อสัตว์ให้ 10 ชนิด นี่คือส่วนที่ 2 คือเงื่อนไขหรือสถานการณ์ สถานการณ์อันนี้ไม่มี ทำจากนิทานที่ครูเล่าได้ สิ่งที่หวังกับครู กับผู้เรียนคือนักเรียนสามารถสรุปออกมาได้ นี่คือ… จบจากนิทาน นี่คือส่วนของ สถานการณ์หรือเงื่อนไข นี่ เมื่อกำหนดภาพให้ 1 ภาพ นักเรียนเขียนเล่าเรื่องจากภาพ… ครูหวังให้เกิดกับผู้เรียน โดยมีภาพที่ครูให้มา 1 ภาพนี้ ในส่วนประกอบที่ 2 เป็นแบบไหนก็ได้ใน 3 ข้อต่อไปนี้ …ที่ 3 เราเรียกว่า… ระดับต่ำสุด ที่นักเรียนจะประ… ยอมรับได้ว่าผู้เรียนได้เรียนรู้แล้ว เมื่อได้เรียน เรียนรู้แล้วก็แปลว่านักเรียนบรรลุ… อันแรก สามารถเขียนชื่อศัพท์ ของผลไม้ ตามรูปได้ถูกต้อง อะไรคือสิ่งที่ครูหวัง ก็คือให้นักเรียนเขียนคำ… และพฤติกรรมที่คาดหวัง เขียนจากอะไร เขียนจากรูป เกิดการเขียนคำศัพท์ และทำได้เท่าไหร่ ก็ทำได้อย่างน้อย… เกณฑ์ สังเกตว่าจุดประสงค์นี้ครบ 3 ผ่านมาจะต้องมีส่วนที่ 1 คือเป็นเด็กพัฒนาการฝังเสมอนะครับ ตัวอย่างที่ 2 คำศัพท์ที่ถูกต้องอย่างน้อย 8 ใน 10 คำ หวังว่านักเรียนจะบอก… ให้เกิดกับผู้เรียนพฤติกรรมที่คาดหวัง การบอกคำศัพท์หรือพูดคำศัพท์นี้ มาจากคำศัพท์ที่ครูให้ 10 คำนี้ นี่คือเงื่อนไขของการแสดงพฤติกรรม ถูกแค่ไหน ต้องถูกอย่างน้อย 8 ใน 10 จึงจะรับได้ นี่ส่วนที่ 3 นะครับ ต่อไปเป็นตัวอย่างเกณฑ์เชิงคุณภาพบ้าง… ตามทำนองสักวา สิ่งที่ครูหวังให้เกิดกับผู้เรียนคือ อ่าน อ่านจากไหน การอ่านนี่ มีเงื่อนไขว่า ไม่อ่าน ไม่มี ส่วนที่ 2 ไม่มี ถูกต้องตามทำนองสักวา กับมีส่วนที่ 3 สังเกตว่า นักเรียนสามารถประพันธุ์โคลง 4 สุภาพ ได้ถูกต้องตามฉันทลักษณ์ สังเกตได้ด้วย ประพันธุ์จากไหน แต่กลับมีส่วนที่ 3 มีเกณฑ์ให้ เมื่อไม่มี เดี๋ยวครูจะเริ่มตรงนี้แล้วกัน นักเรียนวาดภาพได้เสร็จภายในเวลา 20 นาที มีเหตุพฤติกรรมที่คาดหวัง และก็มีเกณฑ์ด้วย ส่วนที่ 2 ที่หายไปเราเพิ่มได้ วาดภาพทิวทัศน์ เหมือนจริง วาดภาพ ก็คือเพิ่มเงื่อนไขของการแสดงออกเข้าไป มันก็จะกลายเป็นส่วนที่ 2 นะครับ หรือในอ่านสักวา เพิ่มไปจากเรื่อง ผล… เราสามารถเพิ่มได้ ให้มันครบ 3 ส่วน ฉะนั้น ต้องใช้คำกริยาที่แสดงการกระทำและสังเกตได้… 3 คือเกม คือเกม ถ้าเราลองแยกดู มันจะมี 3 ส่วน มี 3 ส่วน เตรียมพัสดุ ที่จำเป็นให้ นั่นสามารถตอนกิ่งได้อยู่ใน 20 นาที หวังให้นักเรียนตอน …ตอนจากไหน จากวัสดุที่ควรเตรียม ในสถานการณ์ส่วนที่ 2 นี่ส่วนที่ 2 ต้องเสร็จใน 20 นาที ก็คือเกม ถ้าให้มาไม่ครบ เราก็เขียนเพิ่มได้ หัวข้อสุดท้าย นี่ ก่อนจบ 4 ระดับ จุดหมายระดับสูง จุดหมายระดับกลาง จุดหมายระดับต่ำสุด ที่เรียกว่าจุดมุ่งหมายเชิงพฤติกรรม แสดง… อย่างนั้นตัวนี้ เราต้องเอาเข้าไปพร้อมกับการจัดการเรียนการสอนที่ควร… มันก็คือ O ครูต้องนำเข้าไป นะ O อันนี้จัดการเรียนการสอน จบบทที่ 2… ข้อ 3 นะ ให้เราอ่าน ให้เราอ่านจุดประสงค์ ผมจะยกตัวอย่างข้อแรกก็แล้วกันนะฮะ อ่านจุดประสงค์ข้อที่ 1 นี่ …ศึกษาอย่างแท้จริง นี่นะ อ่านเสร็จ ให้… หาแล้วให้เราตรวจสอบ ถ้าสังเกตได้ แปลว่ามันเป็นจุดประสงค์เชิงพฤติกรรม เราจะขีดถูก …เราจึงขีดผิดนะฮะ แสดงว่าจุดประสงค์ข้อนั้นน่ะ ไม่เป็น แกะได้ก็เป็น ถ้าแกะไม่ได้ก็ไม่เป็น ถ้าไม่เป็นก็เฉย ๆ ไว้ แต่ถ้าเป็น …หวัง กรณีที่มันขีดถูกหรือเป็นนะ พฤติกรรมที่คาดหวัง 3 ก็คือเกณฑ์ สมมติว่าข้อ 5 เมื่อเราอ่านจุดประสงค์แล้วน่ะ ดูสิว่ามันสังเกตได้หรือไม่ได้ ถ้าสังเกต… ถ้าเป็นให้แยก 3 ด้าน ถ้าไม่เป็นก็เฉย ๆ ไว้นะ จะถ่ายรูปไว้ก็ได้นะฮะ ให้แบบ… ประมาณ เริ่มเลย เฉลยแบบฝึกหัดกัน เมื่อกี้เลขที่ 1 เลขที่ 6 เลขที่ 11 อะไรนะ เลขที่ 2 ใช่ไหม อ๋อ เขาเลขที่ 2 ก็เลยตอบ เราดูคำว่าเข้าใจนะ เข้าใจนะ เข้าใจมันสังเกต ไม่ได้ปุ๊บ มันจะไม่เป็นจุดประสงค์เชิงพฤติกรรม ต้องเป็น ต้องสังเกตนะถึงจะเป็น ข้อนี้ถูกต้อง เลขที่ 3 ใครเลขที่ 3 หนอ ติดกันใช่ไหม แว่นใช่ไหม ผิด ใช่ไหมแว่น หนูเอาคำไหน คำกริยาที่หนูหา มันข้อ 3 เด๊ ข้อ 2 ข้อ 2 อะ ข้อ 3 ก็ได้ข้อ 3 ก็ได้ นักเรียนรู้ดีว่าการวางแผนครอบครัวมีความจำเป็นสำหรับประเทศไทย ถูกไหมข้อนี้ใช่ไหม อะหนูเอาผิดใช่ไหม คำกริยามันคืออะไร รู้ดี คำกริยาคือ รู้ดี มันมองแล้วมันสังเกตไม่ได้ เลขที่ 4 ข้อ 2 คราวนี้ หนูว่าถูกหรือผิดข้อ 2 พี่ล่ามครับ คิดว่าถูก ดูคำไหน… ดูคำไหน ในข้อความทั้งหมดของข้อ 2 นี่ดูคำไหนข้อ 2 นะ นักเรียนสามารถชี้ที่ต้นพืชได้ถูกต้อง มันมีคำกริยา 2… บอก ครู คำที่ 2 คือคำว่าชี้ ใครชี้ …ที่อยู่กับผู้เรียน เพราะฉะนั้นคำนี้เราจะดูคำว่า “ชี้” นะ โห นิ้วของเราใช่ไหม ชี้ใช่ไหม สังเกตได้ไหม ได้ เพราะ …พอเป็นปุ๊บต้องแบ่งกี่อย่าง 3 อย่าง …อะไร พฤติกรรมที่คาดหวัง นึกออกไหม 1. พฤติกรรมไม่คาดหวัง นึกออกไหม ยากอยู่ เลขที่ 5 ใครคือเลขที่ 5 คำว่าชี้ดูกิริยาที่อยู่กับนักเรียน มันสังเกตได้ คำว่าบอกก็เป็นกริยา เป็นปุ๊บให้แยก 3 อย่าง คือ 1 พฤติกรรมที่คาดหวัง 2 เงื่อนไข 3 เกณฑ์ เลขที่ 5 ต่อ ใครคือเลขที่ 5 หัวหน้านี่ หัวหน้าตอบ เราดูว่า เราดูสิ่งที่ต้องการให้เกิดกับผู้เรียน ชี้ที่ต้นพืช นี่คือพฤติกรรมที่คาดหวังนะฮะ ชี้ที่ต้นพืช… ปกป้องแบต 2 เอาเลขที่ 6 อะไรคือ… การที่เขาจะชี้นี่ ชี้จากไหน บอกรากปึ๊บ เด็กชี้ ครูบอกลำต้น นักเรียนก็ไปชี้ นาย… เลขที่ 7 เลขที่ 7 ตรงนี้แหละเป็นประเด็น เกณฑ์ก็คือได้ถูกต้อง ถ้ามันเขียนไม่ชัด เราจะไม่นับ อย่างนั้นข้อนี้เรา… มันไม่ชัดพอ ข้อนี้ถ้าเขียนเพิ่ม ฟังดี ๆ นะ นักเรียนสามารถชี้ที่ถูกต้องอย่างน้อย 3 อย่าง อย่างนี้ 3… ถ้าบอกว่าได้ถูกต้องมันไม่ชัดเราไม่นับ โอเคนะ หมายเลขที่ 8 เป็นไหม ถูก ก็คือมันเป็นเชิงพฤติกรรม ผิดมันคือไม่เป็น ดูคำว่าอะไร ตัวเดียว ตอนนี้มี 2 คำแหละ คือครูนำ นักเรียนต้องสังเกตเลยนะ นักเรียนทำอะไรได้ บอกชื่อเครื่องมือ ขมุบขมิบมีคำออกมาไหม มีคำออกมา เพราะฉะนั้น อันนี้เป็นไหมครับคราวนี้ เมื่อไหร่เป็นจะแยก 3 อย่างแล้วนะ 1. พฤติกรรมไม่คาดหวัง เอาเลขที่ 8 บอกครู …หวัง ชื่อเครื่องมือ บอกชื่อเครื่องมือนี้เป็นพฤติกรรมที่คาดหวัง คาดหวังว่านักเรียนจะทำได้ เขาเรียกพฤติกรรมที่คาดหวัง ส่วนที่ 2 เลขที่ 10 เอ้ย เลขที่ 9 เลขที่ 9 ใครเลขที่ 9 อ๋อ โอเค เลขที่ 9 ตอบแทนสิ อะไรคือเงื่อนไข เขาจะบอกชื่อเมื่ออะไร จอบขึ้นมา นักเรียนต้องบอกอะไรทันที สิ่งที่ครูหยิบ บอกชื่อ อันนี้คือเงื่อนไขในการแสดงพฤติกรรม เลขที่ 11 อะไรคือเกณฑ์ เลข 20 อะไรคือเกณฑ์ นี่ดูมือพี่เขาก็ได้ อะไรคือเกณฑ์ นี่ก็แสดง… ถูกต้องนี่ มันไม่ชัด ที่ชัด… ชัดเราไม่นับ โอเคไหมฮะ 6 ใน 8 นี้คือเกณฑ์ นี่คือเกณฑ์ ข้อ 5 ใคร 12 เป็นไหม ตอนผสมคำนี่ หนุ่มน้อยลองผสมนะ ด… า มีคำออกมาไหม มี ก-า ได้อะไร ด-า ได้ ดา ก-า ได้ กา น-า ได้ นา ม-า ได้ มา ต-า ได้ ตา… คำเลย เพราะฉะนั้นคำว่าผสมคำนี่ มันสังเกตได้ นี่มันออกมาเลยเห็นไหม สังเกตได้ เพราะฉะนั้น เป็น… มี 12 ใช่ไหม เลขที่ 13 ส่วนประกอบที่ 1 พฤติกรรมที่คาดหวังให้… สิ่งที่ครูหวังคือนักเรียนต้องอะไรได้ ผสมคำง่าย ๆ ผสมแล้วนี่คือสิ่งที่ครูหวังผสมคำ กลับไปเลขที่ 1 อะไรคือเงื่อนไข… ของข้อนี้ ของข้อ 5 การผสมครั้งนี้เงื่อนไขก็คือต้องใช้ ไปได้… กับสระนี่คือ เงื่อนไขส่วนที่ 3 เลขที่ 2 ก็คือได้ถูกต้องใช่ไหม แต่เรานับไหม ทำไมไม่นับ ส่วนเกณฑ์แหละแต่มันไม่นับ ถ้าจะให้นับต้องอย่างไรฮะ เลขที่ 2 ลองคิดว่าต้องเป็นอย่าง มันต้องเป็นอย่างไรข้อความนี้ มัน… เพราะฉะนั้นเราต้องเขียนแผน… ในแผนมันจะมีจุดประสงค์นะ ถ้าครูเขียนอย่างนี้ นักเรียนผสมคำโดยใช้… 5 คำ ชัดไหม ได้ถูกต้องอย่างน้อย 5 คำ ข้อ 6 เลขที่ 3 เป็นไหม ไม่เป็นไม่ ๆ ดูคำว่า ถึงความสำคัญ ดูคำกริยานะครับ เห็นความสำคัญนี่ มัน… มันสังเกตไม่ได้ เพราะฉะนั้น ข้อนี้ไม่เป็น พอไม่เป็นปุ๊บเราจะไม่แยก และเราจะไม่เขียนจุดประสงค์… แบบที่มันสังเกตได้ โอเคนะ ข้อสุดท้ายแล้วกัน ข้อ 7 เลขที่ 4 เลขที่ 4 นักเรียนสามารถวาดภาพและระบายสีคนละ… ผิดตอบว่าผิดนะ นี่เลขที่ 4 นะ เลข… นี่ผิดหรือถูก ลองฟังข้อ 7 สิ ถูก คำกริยาก่อน คำกริยาข้อนี้มันมีแค่ตรงนี้ บางข้อมีหลายที่ สังเกตได้ไหม ถ้าเราเห็นเขาทำเราเห็นมือเข้าใจไหม มันสังเกตได้นะ สังเกตได้ เพราะอย่างนั้นเป็นหรือไม่เป็น เป็นนะฮะ เมื่อเป็นวุฒิต้องแยกกี่ส่วน 1. พฤติกรรมที่คาดหวัง …หมด มันต้องทำให้ครบ ก็คือ ทั้งวาดภาพและระบายสี อันนี้เลขที่เท่าไรแล้ว 6 นะ วาดภาพอะไรครับ ผลไม้ และระบายสี… ถ้าวันนี้ครูไม่ได้สอนเรื่องผลไม้ นักเรียนวาดภาพระบายสี ภาพทิวทัศน์ได้ไหม เงื่อนไขจะกลายเป็นอะไรแทน แต่ผู้เรียนยังวาด… เหมือนเดิมคือให้อะไรครับ วาดภาพแล้วระบายสี นะอันนี้เลขที่เท่าไรนะ เกม วาดมะม่วงให้เป็นมะม่วง วาดทุเรียนให้เป็นขนุนใช่ไหม ทุเรียนให้เป็น… โอ๊ย เหมือนจริงนี่ไม่รู้จะชัดอย่างไรแล้วนะ โอเคนะ เพราะฉะนั้นสังเกตได้จะเป็นจุดประสงค์เชิงพฤติกรรมและให้เราแยกกี่ส่วน 3 ส่วน เงื่อนไข 3 เกณฑ์ ไม่ครบได้ไหม ครบตอนเราไปเขียนจุดประสงค์ในแผนน่ะ แต่ถ้าจุด… จุดประสงค์ไหนที่มันสังเกตไม่ เราจะไม่เขียนในแผน เราจะไม่ใช้ในแผน ไหมครับ โอเคนะคะ อาทิตย์หน้าเราจะกลับไปเรียนออนไลน์ แล้วครูก็เข้าใจแล้วว่า จริง ๆ เขามีประกาศนะ เขามีประกาศ ไม่รู้นะ ผมก็ไม่รู้ว่าเขามีประกาศ ผมก็นับใหญ่เลย…หน้าเราจะเรียนออนไลน์นะครับ เดี๋ยวจะส่งไฟล์ไปให้นะฮะ ส่งไฟล์ไปให้ เป็นงาน 4 ชิ้น วิชาเราจะมีงานทั้งหมด 6 ชิ้น เราเรียกว่างาน 6… 6 ข้อ ข้อที่ 1 หรือชิ้นที่ 1 คือ ให้ทุกคน เดี๋ยวจะสั่งอีกที ชิ้นที่ 1… ชิ้นที่ 2 ให้สร้างข้อสอบถูกผิด หรือข้อ 2 …สร้างข้อสอบ เติมคำ 4. ข้อสอบจับคู่ แต่งานมีทั้งหมดกี่ชิ้น 6 แต่ 5 ชิ้นแรกนี่ให้เราออกข้อสอบ ทำไมจะต้องให้ทำงานข้อสอบถึง 5 ประเภท ก็เพราะว่าเมื่อเรา… โอเคไหมครับ ถ้าเราสอนเรื่องอะไรก็ตาม เรา… เดี๋ยวนะขออนุญาตโทรศัพท์แป๊บหนึ่ง สรุปว่างานมีทั้งหมด 6 ข้อ 6 ชิ้น 5 ให้ฝึกสร้างข้อสอบก็เพราะว่า เมื่อเราเป็นครู เราต้องสร้างข้อสอบเป็น สร้างเป็น โอเคไหมครับ อันที่ 1 อันที่ 2 ข้อสอบ 5 ประเภทนี้ การสัมประสิทธิ์คู่กับเอกอะไรไหมฮะ เป็นเอกคู่หมายเลขเอกเดี่ยว อะคู่ อะไรดีล่ะ เรื่องประโยคความรวม แสดงว่าเมื่อเราสอนเรื่องประโยคความรวมเสร็จ ถูกผิดเรื่องประโยคความรวมเป็น เติมคำหรือประโยคความรวมเป็น จับคู่… สอนเด็กเราต้องออกข้อสอบเป็นรูปแบบ ความหมายของครูคืออย่างนั้น โอเคไหมส่วน… แต่ละเรื่องแล้วครูจะบอก แต่บอกได้เลยอาทิตย์หน้า เรียนเสร็จปุ๊บ จะให้ทำ 4 ประเภทแรกเลย มีเวลาส่งอยู่ 3 อาทิตย์ด้วย นะครับ โอเคไหม นึกออกไหม อัน… รอชดเชยที่เราไป ขอไปแข่งขันอะไรน่ะ ครั้งหนึ่ง ถ้า หรือมี 2 อย่าง มีช่วงเย็น ช่วงเย็นก็ประมาณ พวกเรากี่ทุ่มดี เอาทุ่มหนึ่งดีไหม หรือเอา 6 โมงเย็น อันที่ 1 คือ 6 โมงเย็น ได้ทุกวันหรือทุ่มหนึ่งทุกวัน เรียนประมาณ 2 ชั่วโมง อันที่ 2 คือ ว่างศุกร์บ่าย พวกเราว่างศุกร์บ่ายไหม พวกเราว่างวันไหนอังคารก็ได้ อย่างนั้นครูว่างเช้าอังคาร เอาไหมเช้าวันอังคาร บ่ายอังคารครูก็ว่างอีกนะ เออครูก็ว่างหลายอยู่เด๊ เอาจนได้ล่ะ อังคาร อังคารบ่ายพวกเราว่างไหม ถูกไหม แว่น อังคารบ่ายว่างใช่ไหม เอ้ย อย่างนั้นเอาอังคารบ่าย ออนไลน์เด้อ ดีไหม ออนไลน์นะ จ๋า ยัง ๆ เรียนเสร็จปุ๊บ ก็จะสั่ง อย่างนั้นครูบอกล่วงหน้าเลย วันอังคารที่จะถึงนี้ตอนบ่ายนะ ถ้าครูลืมให้แว่นโทร แว่นจดเบอร์ไว้กับสิรินภา 0 83-464 เดี๋ยวอาจารย์ กลัวลืม กลัวลืม 083-4649096 เราจะเข้า Microsoft Team นะ ตอนบ่าย ตอน 12.50 น. แล้วก็เริ่มเรียน บ่ายโมง อังคารนี้เราจะเรียนบทที่ 4 ข้ามบทที่ 3 เฉยเลย เพราะบทที่ 3 จะเรียนทีหลัง เขียนบทที่ 4 ก่อนนะ เรียนบทที่ 4 เสร็จปุ๊บ วันนั้นครูจะสั่งงาน 4 ข้อแรก วันอังคารก็จะสั่ง 4 ข้อแรกนะ ข้อ 1 2 3 4 จากนั้นเราจะเจอกันวันไรอีก วันพุธเป็นออนไลน์อีก โอเคไหม วันพุธเราจะเรียนบทที่ 3 คราวนี้ แล้วครูจะสั่งงานข้อ 5 แสดงว่าอาทิตย์หน้า เรียนอังคารพุธปุ๊บ งาน 6 ชิ้น สั่งไป 5 นาที เกือบจบแล้ววิชานี้ นึกออกไหม พอนึกออกไหมฮะ นึกออกนะ ออนไลน์ทั้ง 2 วันนะ อังคารบทที่ 4 พุธบทที่ 3 โอเคนะ เดี๋ยวตอนเย็นครูจะส่งให้ นะ วันพุธ เตรียมกระดาษ 1 แผ่น ครูจะให้เราทำข้อสอบส่งในวันพุธ พอสอนเสร็จปุ๊บก็ไปทำเลย ทำปุ๊บให้เราถ่ายรูปส่งเข้า Line ส่งเข้า Line แล้วครูจะเฉลย โอเคไหมครับ บทที่ 4 นี่จบวันพุธ บทที่ 5 แล้วกลับมา On site กันใหม่ 5 6 On site กันใหม่ โอเค มีคำถามไหมครับ ไม่มีไม่มี โอ้วันนี้ ก็ขอขอบคุณทุกคนนะฮะ ขอบคุณพี่ล่ามทางนู้นด้วยนะฮะ ไม่รู้ว่าชื่ออะไรนะ 2 ท่าน แท็กทีมมวยปล้ำนะ สลับไปสลับมาเหมือนมวยปล้ำนะ ตอนสลับนี้แตะมือกันไหม อ่านแปลเข้าไม่ออก เขาน่าจะต้องแตะมือนะ เพราะเป็นมวยปล้ำนะนะฮะ ก็ขอบคุณพี่ล่ามทางนี้ด้วยนะฮะ และขอบคุณทุกคนเลยนะครับ อย่างนั้นวันอังคาร 12.50 น. วันพุธก็ 12.50 น. นะ แต่วันพุธมีกระดาษนะ ไฟล์เดี๋ยวครูจะส่งให้ ไฟล์ที่จะใช้เรียนนะครับ วันนี้แค่นี้ครับหัวหน้า ไปเรานักศึกษา (นักศึกษา) ขอบคุณครับ/ค่ะ (อาจารย์ธนวัฒน์) สวัสดีครับ สวัสดีครับ [สิ้นสุดการถอดความ]