Accuracy : 91.70%
Insertion : 297
Deletion : 2610
Substitution : 158
Correction : 34177
Reference tokens : 36945
Hypothesis tokens : 34632

(เจ้าหน้าที่)สวัสดีครับฝั่งล่ามได้ยินหรือเปล่า(อาจรย์)สวัสดีค่ะเดี๋ยวจะขอลองทดสอบเสียงฝั(ขอ)-่งล่ามนะคะว่าล่ามน่ะพูดออกมาแล้วเสียงได้ยินในห้องไหมอย่างนี้ค่ะค่ะล่ามช่วยพูดนิดหนึ่งได้ไหมคะสวัสดี-่ก็ได้(ล่าม)ค่ะได้ยินชัดเจนสวัสดีค่ะอาจารย์คะล่ามได้ยินฝั่งอาจารย์ชัดเจนนะคะ(ผ(อ)ศ.ดร.กรย์)อ๋อโอเคเลยค่ะว-ันนี้ก็ได้ยินเสียงทางล่ามชัดเ-ั(จ)-ี(ล)-้วค่ะ(ล่าม)ค่ะขอบคุณมากค่ะค่ะเดี๋ยวเผื่ออาจารย์มาเพราะว่าอาจารย์ท่านก็จะชอบถามนักศึกษาอยู่แลถาม(-้)วน่ะค่ะจะได้เผื่อล่ามได้ตอบให้กับนักศึกษาน่ะค่ะวันนี้นะคะทางอาจารย์นะคะได้แจ้งว่าติดภารกิจจะเข้าเวลาประมาณบ่ายโมงครึ่งค่ะเดี๋ยวให้ทางล่ามนั่งพักรอก่อนก็ได้ค่ะประมาณบ่ายโมงครึ่งนะคะเดี๋ยวเราจะติดต่ออีกทีค่ะพักหน้าจอไวกท-ี(-้)ก่อนก็ได้ค่ะขอบคุณค่ะ[เสียงดนตรี](ผศ.ดร.กาญจนา)เด็กๆพร้อมหรือยังคะพร้อมหรือยัง-็กๆด-้านหลังนั่งลงลูกเมื่อคราวที่แล้วครูได้ให้พวกเราสรุปใช่ไหมคะสรุปเนื้อหาของบทที่2เรื่องหลักการสอนอ่านทีนี้พวกเราก็ได้ทำเป็นMindMapใช่ไหมคะทำเป็นMindMappingแล้วก็ส่งครูมาแล้วทีนี้ครูจะสรุปนะคะเนื้อหาเรื่องหลักการสอนอ่านนะคะให้พวกเราฟังอีกรอบหนึ่งก่อนที่เราจะไปสู่เอกสารเรื่องการอ่านจับใจความสำคัญดูเนื้อหาในสไลด์ก่อนนะคะทุกคนดูที่หน้าจอนะคะเห็นเนื้อหาอะไรไหมคะเนื้อหาหน้าจอเขียนว่าอย่างไรคะเนื้อหาบอกว่าบทร้องเล่นของเด็กเพื่อเร้าความสนใจก่อนการสอนอ่านในฐานะที่เราจะไปเป็นครูภาษาไทยสิ่งแรกเลยที่เราจะต้องสอนเด็-็คือเราจะต้องสอนเด็กอ่านให้เป็นเพราะถ้าอ่านเป็นแล้วขั้นต่อไปเข-้ก็จะไปสู่ขั้นของการเขียนใช่ไหมคะอ่านออกก็จะเขียนได้ทีนี้อะไรที่เป็นสิ่งที่สามารถนำมาใช้ได้ง่ายๆใกล้ตัวและคุ้นเคยอยู่ในชีวิตประจำวันนั่นก็คือบทร้องเล่นบทร้องเล่นที่ว่านี้จะเป็นคำคล้องจองสั้นๆง่ายๆเด็กๆร้องได้ผู้ใหญ่พาร้องหรือใช้ประกอบการละเล่นก่อนที่เราจะสอนอ่านเราพาเด็กใช้บทร้อยกรองสั้นๆเหล่านี้เพื่อเร้าความสนใจเขาทุกคนทุกคนดูเนื้อหาในกระดาษ(น)อ่านว่าอย่างไรคะ(นักศึกษา)ไก่เอ๋ยไก่ชูคอขันไปเอ้กอี๋เอ้กเอ้ก(ผศ.ดร.กาญจนา)อ่านว่าไก่เอ๋ยไก่ชูคอขันไปเอ้กอี๋เอ-๊(-้)กเอ-๊(-้)หร-ือคะดูรูปที่เขียนค่ะออกเสียงว่าอย่างไรคะเสียงจะขึ้นมาอีกระดับหนึ่งเพราะใช้วรรณยุกต์ตรีอ่านว่าเอ๊กเอ๊กทำไมเขาถึงใช้วรรณยุกต์ไม่เหมือนกันถ้าเราร้องเราบอกว่าเอ้กกอ-ี๋เอ-๊(-้)กเอ-๊(-้)กเมื่อกี้ที่เราร้องแต่ในนี้ค่ะเขาเจาะจงเลยค่ะเอ้กอี๋เอ๊กเอ๊กเพื่อให้เด็กได้ยินเสียงระดับของวรรณยุกต์ที่หลากหลายที่แตกต่างกันสังเกตนะพอใช้ระดับของวรรณยุกต์ที่แตกต่างกันเด็กก็จะจำแล้วว่าคำนี้ออกเสียงว่าอย่างไรเขียนอย่างไรนะคะเพราะฉะนั้นนี่คือบทร้อยกรองที่เป็นบทร้องเล่นเด็กที่อยู่กับผู้ใหญ่แล้วผู้ใหญ่ใช้บทร้อยกรองคนเฒ่าคนแก่นี่แหละค่ะใช้บทร้อยกรองพื้นบ้านในการสอนลูกหลานก่อนที่เด็กนี่จะเข้าสู่ระบบโรงเรียนจะสังเกตได้เลยนะคะว่าเด็กคนนั้นนี่เขาเรียกวจะ(-่า)มีคลังคำศัพท์จะมีทักษะในการฟังทักษะในการออกเสียงซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญที่จะทำให้เมื่อเข้าสู่ระบบโรงเรียนเข้ามาเริ่มเรียนเข้ามาเริ่มอ่านก็จะมีพื้นฐานและทำความเข้าใจในการสอนอ่านของคุณครูได้ดียิ่งขึ้นดูตัวอย่างค่ะหมาเอ๋ยหมาเห็นคนเดินมาสุดท้ายอ่านว่าอย่างไรคะหมาเห่าโฮ่งโฮ่งใครออกเสียงฮ่งฮ่งมีไหมคะในภาพข้อความนี้เขียนว่าอย่างไรคะเขียนว่าโ(ฮ)-่งหรือโฮ่งโฮ่งมีสระอะไรกำกับอยู่คะมีสระโอดังนั้นคุณครูต้องอ่านให้ถูกเปล่งเสียงให้ถูกต้องรูปเขียนอย่างไรก็ต้องออกเสียงตามนั้นถ้าหากว่าเราบอกว่าฮ่งฮ่งสระโอหายไปไหมคะสระโอต้องไม่มีเพราะเป็นสระเสียงสั้นแต่นี่โฮ่งโฮ่งคุณครูทั้งหลายต้องทำอย่างไรคะต้องออกเสียงให้ถูกต้องด้วยนะคะทีนี้แค่เสียงได้ไหมนะคะทุกคนครูอยากให้อ่านพร้อมกันอ่านว่าอย่างไรจับปูดำขยำปูนาจับปูม้าคว้าปูทะเลวิ่งไม่ทันหกล้มขาเป๋เหมือนปูทะเลสุดท้ายอ่านว่าอย่างไรคะคุณครูภาษาไทยอ่านว่ายักเย่ยักยันเห็นไหมคะคำเหล่านี้ค่ะถ้าออกเสียงชัดดูเหมือนเป็นคำยากแต่ก็ไม่ยากดูเหมือนเป็นคำจะง่ายมันก็ไม่ง่ายเพราะฉะนั้นคุณครูต้องอ่านออกเสียงให้ถูกนะคะอ่านให้ถูกให้ถูกรูปอย่างไรเสียงอย่างนั้นนะคะออกเสียงให้ถูกต้องด้วยนะเพลงเหล่านี้เด็กๆคุ้นเคยไหมคะคิดว่าเด็กๆคุ้นเคยไหมคุ้นเคยกับเพลงเหล่านี้เพราะเป็นบทร้องเล่นทั่วไปนะคะคราวนี้มาดูบ้างนะคะตรงนี้นะเขาบอกว่ารูปของพยัญชนะสระนะคะเมื่อประกอบกันเข้าแล้วกลายเป็นรูปคำใช่ไหมคะเกิดเป็นคำศัพท์ขึ้นมาแต่-้า(ค่)คำศัพท์อย่างเดียวอาจจะทำให้ผู้เรียนอ่านได้ช้าต้องมีอะไรเพิ่มเข้ามาจึงจะให้เด็กอ่านได้ไวขึ้นต้องมีอะไรลูกต้องมีรูปภาพมีเสียงอ่านแล้วใช่ไหมคะมีรูปคำว่า"หมา"ใช่ไหมคะแล้วก็ต้องมีอะไรด้วยคะมีภาพประกอบก็คือสุนัขหรือภาพหมาขึ้นมาด้วยนั่นเองอันแรกนะคะหมาเอ๋ยหมามีอะไรประกอบด้วยมีรูปหมาไก่เอ๋ยไก่ต้องมีอะไรประกอบด้วยมีรูปไก่และสุดท้ายเป็ดเอ๋ยเป็ดก็ต้องมีรูปเป็ดประกอบด้วยมีใครที่ใช้ภาพประกอบไม่ตรงกับข้อความไหมคะครูเห็นหลายอย่างเลยค่ะที่มันไม่ตรงเช่นสเสือดาวคะนองนะคะเวลาเราเอาภาพพยัญชนะไทย44ตัวคำระบุชนิดของเสือเขาก็มีว่าสเสือดาวคะนองเสือที่ว่านี้คือเสือพันธุ์ไหนคะเสือดาวแต่ภาพประกอบที่เอามาเป็นเสือโคร่งเสือลายพาดกลอนสังเกตไหมคะแล้วอย่างนี้นะคะนิยามนะคะของพยัญชนะนั้นๆนี่มันจะสอดคล้องกันไหมดังนั้นเ(ใ)ล(ก)เลือกภาพมาประกอบครูก็อยากให้นักศึกษามีความใส่ใจใส่ภาพที่ตรงกับอักษรตรงกับคำศัพท์นั้นด้วยนะคะมีอะไรอีกคำว่า"ศาลา"นักศึกษาสังเกตดูนะเมื่อกี้ขึ้นต้นด้วยคำจบด้วยรูปคราวนี้ลองสลับตำแหน่งดูเอาอะไรขึ้นมาก่อนคะเอารูปขึ้นมาก่อนเป็นรูปของศาลาแล้วเขียนคำว่า"ศาลา"ศาลาประกบหรือส-ั(-ำ)ทับเอาไว้จากนั้นทำการแยกคำเพื่อให้เด็กเห็นว่าคำนี้เกิดจากคำว่า2เสียงก็คือเสียงคำว่า"ศา"กับคำว่า"ลา"เอามารวมกันเพราะฉะนั้นเทคนิควิธ-ิ(-ี)การในการเขียนเพื่อให้เด็กอ่านได้ง่ายเราจะเห็นว่าเขามีการใช้ภาพมีการแยกคำใช่ไหมคะขนาดของตัวอักษรต้องเป็นอย่างไรด้วยคะขนาดต้องมีขนาดใหญ่พอประมาณนะคะเพื่อให้เด็กเห็นภาพชัดเจนพอเด็กโตขึ้นมาก็ค่อยลดขนาดลงเพราะว่าอ่านคล่องแล้วอ่านเป็นแล้วอ่านได้ไวขึ้นแล้วนะคะนอกจากคำว่า"ศาลา"แล้วคำต่อมาคือคำว่า"ลำไย"ใช่ไหมคะขึ้นต้นด้วยอะไรคะรูปมานำขึ้นต้นด้วยรูปลำไยแล้วต่อด้วยคำศัพท์ประกอบภาพลำไยจากนั้นแยกคำคำว่า"ลำ"1คำ"ไย"อีก1คำหนึ่งคำบันไดนะคะก็เช่นเดียวกันใช้วิธีการเดียวกันนักศึกษาด้านหลังมองเห็นไหมคะขยายใหญ่แล้วนะทีนี้ค่ะมาดูว่าเวลาเราสอนอ่านน่ะค่ะจุดมุ่งหมายในการสอนอ่านนั้นมีจุดมุ่งหมายอย่างไรในนี้จะมีจะมีจุดมุ่งหมายอยู่2ระดับด้วยกันเดี๋ยวนะคะครูขอขยายหน้าจอนิดหนึ่งมันดูแบบไม่ค่อยนี่เท่าไรโอเคขึ้นมาครบแล้วทุกคนฟังนะในระบบการศึกษาของบ้านเราเราแบ่งระดับการศึกษาออกเป็นช่วงชั้นช่วงชั้นที่1ได้แก่ป.ไหนถึงป.ไหนคะ(นักศึกษา)ป.1ถึงป.3(ผศ.ดร.กาญจนา)ป.1ถึงป.3ช่วงชั้นที่2ล่ะคะ(นักศึกษา)ป.4ถึงป.6(ผศ.ดร.กาญจนา)ช่วงชั้นที่2คือป.4ถึงป.6ช่วงชั้นที่3ม.1ถึงม.3และช่วงชั้นที่4คือม.4ถึงม.6เพราะฉะนั้นเราสอนเด็กประถมศึกษาถ้าเด็กประถมก็คือสอนเด็ก1ช่วงชั้นที่1ถึงช่วงชั้นที่2คราวนี้ย้อนกลับมาที่วิชาภาษาไทยค่ะวิชาภาษาไทยหรือที่เราเรียกว่า"สาระการเรียนรู้ภาษาไทย"กำหนดว่าจะต้องเรียนใน5เรื่องใหญ่ๆดังต่อไปนี้เรื่องที่1ก็คือการอ่านเรื่องที่2คือการเขียนเรื่องที่3คือคืออะไรคะการฟังการดูและการพูดเรื่องที่4คือหลักภาษาเรื่องที่5คือวรรณคดีและวรรณกรรมทีนี้มาดูในหน้าจอสิ่งที่ครูนำมาให้ดูนี้เขาเรียกว่าเป็น"ตัวชี้วัดช่วงชั้น"ที่กำหนดว่าถ้าเด็กจบป.1ถึงป.3นี่นะคะเรียนตั้งแต่ป.1จนจบป.3เด็กจะต้องมีทักษะในการอ่านอย่างไรป.1ถึงป.3เขาบอกว่าถ้าเด็กจบป.3เด็กจะต้องอ่านในใจและอ่านออกเสียงได้ถูกต้องคุณครูจะสอนอย่างไรให้เด็กอ่านทั้งอ่านในใจและอ่านออกเสียงหรืออ่านจับใจความตอบคำถามได้รู้หลักเกณฑ์การอ่านและที่สำคัญอันนี้วัดยากมากคือมีนิสัยรักการอ่านนี่คือจบป.3เด็กต้องมีคุณลักษณะเช่นนี้จึงจะเรียกว่าสอบผ่านระดับป.3ในด้านการอ่านแต่ยังไม่รวมในเรื่องการเขียนนะอันนี้ครูพาลงไปที่การอ่านแต่เพียงอย่างเดียวคราวนี้มาดูป.4ถึงป.6บ้างป.4ถึงป.6คุณครูจะต้องสอนอะไรบ้างนำความรู้ไปใช้อ่านคำใหม่ๆได้นั่นหมายความว่าจบป.6เด็กจะต้องอ่านได้คล่องขึ้นรู้จักคำศัพท์ใหม่ๆเข้าใจความหมายของคำศัพท์ใหม่ๆได้มากขึ้นอ่านในใจได้และอ่านออกเสียงได้ถูกต้องมีคำหนึ่งเพิ่มขึ้นมาคือคำว่า"รวดเร็ว"เด็กช่วงชั้นที่2ต้องมีทักษะในการอ่านคล่องเพราะอะไรอ่านได้รวดเร็วจับใจความได้เพิ่มเติมขึ้นมาก็คือวิเคราะห์วิจารณ์ได้อันนี้เพิ่มขึ้นมานะคะเป็นสมรรถนะเป็นทักษะที่เพิ่มขึ้นมาวิเคราะห์ได้คืออะไรบอกได้ไหมว่าตัวนี้ตัวละครตัวนี้แตกต่างกับตัวนี้อย่างไรอ่านแล้วบอกได้ไหมว่า2สิ่งนี้มันเหมือนหรือมันแตกต่างกันอย่างไรถ้าครูตั้งคำถามแบบนี้แสดงว่าเด็กเป็นอย่างไรคะถ้าเด็กตอบได้แสดงว่าเด็กวิเคราะห์ได้เธอคิดว่าเรื่องนี้เธออ่านแล้วเธอรู้สึกอย่างไรอ่านจบแล้วรู้สึกอย่างไรตอบได้ว่าดีหรือไม่ดีอย่างไรให้เหตุผลประกอบได้อย่างนี้เขาเรียกว่า"วิจารณ์"ได้ดูนะเพราะฉะนั้นเด็กป.6ต้องตอบคำถามเหล่านี้ได้นะคะรักการอ่านเราจะรู้ได้อย่างไรว่าเด็กรักการอ่านเด็กรักการอ่านคือเด็กที่มีคุณลักษณะอย่งไรเห็นเขาเข้าห้องสมุดอนุมานหรือเดาได้ไหมคาดเดาได้ไหมว่าเขารักการอ่านเด็กบางคนใช้ห้องสมุดเป็นที่แอบหลับงีบในช่วงบ่ายก็ได้ใช่ไหมคะทเราต้องเห็นพฤติกรรมเขาว่าเขาเป็นอย่างไรคะ1.เข้าห้องสมุดแล้วเข้าไปอ่านหนังสือใช่ไหมคะหรือเขาพูดคุยกับเพื่อนเกี่ยวกับหนังสือที่เขาไปอ่านมาหรือเขาเห็นหนังสือของคุณครูนี่เขาเข้ามาหยิบมาจับแล้วเขาบอกว่าคุณครูเรื่องนี้หนูอยากอ่านนี่แสดงว่าเขาเป็นอย่างไรคะเขาเริ่มรักการอ่านแล้วใช่ไหมคะแต่ที่เพิ่มมาของป.6คือแสวงหาความรู้เพิ่มเติมได้นั่นหมายความว่าแค่เขาหยิบจับหนังสือแล้วเขาสนทนากับคุณครูได้นี่ว่าเรื่องนี้เป็นอย่างไรเรื่องไหนที่เขาสนใจแสดงว่ายังไม่พอเด็กต้องทำอะไรได้อีกแสวงหาความรู้เพิ่มเติมเช่นเขาชอบหนังสือแนวนี้ทีนี-้เขารู-้ว่าเขาจะต้องไปอ่านแนวนี้ค่ะว่ามันมีเรื่องอะไรที่มันคล้ายกันหรือถ้าเขาอยากรู้ในเชิงลึกอยากรู้ให้ลึกมากกว่านี้เขาอาจจะมีช่องทางในการไปค้นไปหาเพิ่มเติมโดยมีครูเป็นอะไรมีครูเป็นโค้ชหรือผู้แนะนำว่าถ้าอยากรู้เรอ(-ื)-่น(ง)วน-ี-่(-้)ต้องไปอ่านแนวนี้นะไปดูขอานเขียนคนนี้สิในร้านนี้มีหนังสือเล่มนี้นะดังนั้นก่อนที่จะให้ผู้เรียนเป็นผู้มีนิสัยรักการอ่านครูต้องเป็นคนที่รักการอ่านก่อนที่จะพาเขารักการอ่านนะคะทีนี้เวลาคุณครูจะไปสอนเด็กครูจะต้องมีหลักการอะไรบางอย่างนะก่อนที่จะไปสอนหลักในการสอนอ่านเบื้องต้นเลยอันดับแรกคุณครูต้องดูก่อนค่ะว่าเด็กมีความพร้อมที่จะเรียนหรือยังความพร้อมที่ว่านี้ดูจากอะไรบ้างทางด้านร่างกายพร้อมไหมหูนี่ฟังเราอยู่หรือเปล่าความปกตินะคะความปกติที่ว่านี่คือเสียงดังไหมนะคะยังพูดยังคุยกันอยู่ไหมนะคะคุณครูจะได้เริ่มทำการสอนเอาล่ะนะคะใครอะไรนะหู...กำลังเขาเรียกว่าอะไรนะกำลังสับสะคะมีอะไรอยู่นะคะไม่ว่าจะเป็นหูฟังไม่ว่าจะเป็นอะไรต่างๆถอดออกหรือยังนะคะหรือจะเป็นในเรื่องของสมาธิสมาธิเด็กบางคนสมาธิยังไม่มาคุณครูเรียกสมาธิได้ไหมคะค-ุณครูบางคนใช้วิธีการเรียกสมาธิโดยวิธีอะไรคะเคยได้ยินคำว่าBraing(G)ymเคยได้ยินไหมBrainGymคุณครูพาทำมือนะคะอาจจะต้องบิดตัวนะคะอาจจะต้องทุกคนนะคะบริหารกล้ามเนื้อนิดหนึ่งทุกคนสูดหายใจเข้าออกนะคะเป็นการเตรียมให้เด็กมีความพร้อมก่อนจะเข้าสู่การสอนอ่านอันที่2ค่ะความต้องการของเด็กความต้องการของเด็กความต้องการของเด็กที่ว่านี้ก็คือคุณครูอาจจะสำรวจก่อนค่ะว่าเด็กอยากอ่านเรื่องนี้ไหมพอถึงบทเรียนนี้นะคะคุณครูจะพาอ่านเด็กอยากอ่านไหมถ้าเด็กอยากอ่านนะคะนั่นดีเลยค่ะเป็นช่องทางที่ดีในการที่ครูจะกระตุ้นให้เด็กได้เรียนอย่างสนุกสนานแต่ถ้าหากว่าเด็กไม่อยากอ่านคุณครูจะต้องมีวิธีการที่จะทำให้เด็กเป็นอย่างไรคะกลับมาสนใจเพราะเราถูกบังคับด้วยเนื้อหาใช่ไหมคะเราถูกบังคับด้วยStepว่าในภาคการศึกษานี้มีตัวชี้วัดกี่ตัวใช่ไหมคะเนื้อหาที่ต้องสอนเด็กมีอะไรบ้างถ้าหากว่าเนื้อหาในบทเรียนนั้นมันสามารถยืดหยุ่นได้เอาเรื่องที่เด็กอยากอ่านมาทดแทนเนื้อหาในบทเรียนแต่วิธีการสอนของครูมีเป้าหมายเดียวกันเพื่อวัดอะไรบางอย่างวัดป(-ั)-้าห(ษะ)มายต่างๆเฉกเช่นเดียวกับหลักสูตรกำหนดถามว่าทำได้ไหมทำได้นะคะสาารถทำได้เพราะมันเป-่า(-็น)หลักสูตรที่เรียกว่า"หลักสูตรแกนกลาง"ใช่ไหมคะเวลาคุณครูสอนน-่ะค-่ะถ้าเนื้อหานะคะเป็นเรื่องเกี่ยวกับสมมติเป็นหลักภาษานะเป็นหลักภาษาแล้วให้อ่านเรื่องนี้เรื่องนี้เน้นเรื่องของใ(ก)-้(ร)ใช้การันต์นะคะตัวการันต์แต่บังเอิญว่าในบทเรียนนเด็ก(-ั)-้นนบอกว(-ี)-่ดูแล้วอุ๊ยเด็กบอกเรว(-ื)-่องนีา(-้)ไม่โอเคเลยไม่ชอบนะคะเราหาบทอื่นที่เกี่ยวกับการใช้การันต์แต่เป็นเนื้อเรื่องแต่งเป็นเรื่องๆเอามาใช้แทนได้ไหมแทนได้แต่เราวัดเรื่องอะไรหลักภาษาเรื่องของการเขียนคำที่สะกดการันต์อย่างนี้เป็นต้นนะคะเพราะฉะนั้นเรื่องของการเช็กความต้องการของเด็กเราสามารถที่จะตรวจสอบเพื่อจัดการเรียนการสอนให้มันเป็นไปตามความต้องการกับผู้เรียนได้ต่อไปค่ะประสบการณ์ของเด็กก่อนจะสอนอ่านคุณครูอาจจะต้องเช็กนิดหนึ่งว่าเด็กเคยเรียนเรื่องนี้มาหรือยังเคยผ่านมาหรือยังถ้าหากว่าเคยเรียนผ่านมาแล้วรู้แค่ไหนถ้าเด็กมีพื้นฐานกลางๆแล้วครูไปต่อได้โดยที่ครูไม่ต้องไปทวนตั้งแต่1เลยใช่ไหมคะอันนี้ไม่ต้องเพราะฉะนั้นการเช็กประสบการณ์ของผู้เรียนเป็นเรื่องสำคัญนะคะประหยัดเวลาครูได้มากเลยทีเดียวแต่ในขณะเดียวกันถ้าเด็กทั้งห้องอยู่ในระดับพื้นฐานการทบทวนก็ต้องเกิดขึ้นแล้วคุณครูอาจจะต้องพาย้อนระลึกชาตินะคะกลับไปทบทวนใหม่เพื่อให้เด็กสามารถไปต่อได้เราจะไม่ทิ้งเด็กไว้เพราะว่าบทเรียนถูกบังคับมาว่าสอนเริ่มสอนอันนี้ถ้าเราไม่เช็กเลยเด็กจะไปไม่ได้ไปไม่ถึงและไม่สามารถเข้าถึงเนื้อหาที่เราสอนได้การอ่านสัมฤทธิ์ผลไหมคะก็ไม่ส-ั-ำ(ม)ฤทธิ์ผลนะคะต่อไปข้อที่4ความสามารถในการรับรู้ของเด็กความสามารถในการรับรู้คืออะไร1.ระดับเขาเรียกระดับสติปัญญาIQของเด็กเป็นอย่างไรเราต้องยอมรับว่ามันมีความหลากหลายของIQใช่ไหมคะดังนั้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งห้องที่มีการจัดการเรียนร่วมน่ะค่ะความหลากหลายของ...ของความสามารถในการเรียนรู้นี่จะถูกจัดอยู่รวมกันดังนั้นเราเวลาเราสอนอ่านน่ะค่ะเราจะต้องจัดให้มันเหมาะสมนะคะกับเด็กที่มีความแตกต่างอย่างหลากหลายนะคะดังนั้นเวลาเราสอนอ่านอาจจะสอนแบบไม่เหมือนกันนะคะอันนี้วิชาการจัดการเรียนรวมพวกเราเรียนหรือยังคะวิชานี้ยังนะเทอมนี้ยังไม่เรียนใช่ไหมลูกยังนะแต่ว่าน่าจะอยู่ปีอะไรนะคะครูขวัญวิชานี้ปี3ใช่ไหมนะคะโอเคค่ะถ้าอย่างนั้นก็เดี๋ยวอันนี้นักศึกษาก็อาจจะได้เรียนนะคะในวิชาจัดการเรียนรวมถ้าเรารู้นะคะระดับความสามารถในการเรียนของเด็กนี่นะคะเราก็จัดนะคะการเรียนการสอนได้ง่ายขึ้ะคะโดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของการอ่านนะทีนี้ค่ะครูจะพามาดูนะคะว่าถ้าเราสอนเด็กประถมตอนนี้ครูเน้นประถมก่อนนะคะถ้าเราจะสอนเด็กประถมโดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงชั้นที่1เราจะต้องมีStepหรือมีขั้นตอนในการสอนอย่างไรทีนี้ดูนะคะการอ่านออกเสียงนะคะขั้นตอนที่1ก็คือพาเด็กอ่านออกเสียงก่อนเป็นอันดับแรกออกเสียงใน(ที)-่ว-่ง(า)นี้เน้นสำหรับเด็กช่วงชั้นที่1ช่วงชั้นที่1คือป.1ถึงป.3เขาจะเน้นให้เด็กอ่านชัดอ่านชัดเจนนั่นเองนะคะเพราะฉะนั้นต้องเริ่มจากง่ายไปยากเริ่มจากง่ายก็คืออ่านแจกลูกและสะกดคำอ่านแจกร(ล)-ูป(ก)และสะกดคำทั้งคำที่อ่านได้ตรงมาตรากับไม่ตรงมาตราต้องเอาตรงก่อะคะต้องเอาที่ตรงก่อนเช่นกอ(-)=กาใช่ไหมคะแล้วก็ค่อยมีตัวสะกดนะคะตามมาโดยการทบทวนอะไรบ้างข้อที่1ค่ะทบทวบ(น)พยัญชนะไทย44พยัญชนะไทย44ตัวมีอะไรบ้างหลายคนบอกว่าถ้าให้หนูท่องกไก่ถึงฮนกฮูกเลยโดยไม่มีคำขยายด้านหลังหนูทำไม่ได้ค่ะเช่นกไก่ขไข่ฃฃวดไปจนถึงฮนก-ูกหลายคนเกิดการสะดุดแต่ถ้าเมื่อไ-่ท่องอะไรคะกเอ๋ยกไก่ขไข่ในเล้าฃฃวดของเราไปเรื่อยๆก-ับท่องได้คล่องใช่หรือไม่มีบางคนฑางมณโฑหน้าขาวบางคนไปเติมคำให้เขาใช่ไหมคะฑมณโฑใช่ไหมคะหน้าขาวใช่ไหมคะฒผู้เฒ่าเดินย่องไล่ไปเรื่อยๆมีล่าสุดเมื่อวันก่อนมีฬจุฬาฬจุฬาฬจุคำขยายของฬจุคืออะไรลูกฬจุฬาบางคนบอกภาพ(ค)ภ-าภสำเภาสระอาภ-(พพ)ภาพผยองล่าสุดค่ะมีคนท่องให้ครูฟังแล้วอย่าลืมว่าการท่องลักษณะพยัญชนะไทยเช่นนี้เป็นลักษณะของบทร้อยกรองเป็นคำคล้องจองพอมันเป็นคำคล้องจองคำที่มาขยายตจ(-่)ง(ท)-้ายพยัญชนะนั้นนี่ก็จะเป็นคำที่สัมผัสกับคำที่อยู่ข้างหน้าใช่ไหมคะฬจุฬาเธอคิดวบ(-่)มัง(น)น(ร)จะเป็นภาพใช่ไหมจ(")-ุฬา"กับอะไรต้องเป็นฬจุฬาท่าผยองท่าผยอง-่ทางน่ะค่ะเออและอีกอันหนึ่งวแหวนวแหวนอะไรบางคนบอกวแหวนล(ว)งยาบงคนบอกวแหวนวงยาววแหวนลงยาค่ะล-โอะ-=ลงย-=ยาลงยาคือวิธีการในการทำเครื่องประดับใช่ไหมคะลงสีค่ะลงยาคือการลงสีในเครื่องประดับวแหวนลงยาแหวนนี่ลงยานะ-่ะเป็นการประดิษฐ์หลายคำเลยค่ะเห็นไหมแค่พยัญชนะไทย44ตัวถ้า1.เราไม่เน้นในในเรื่องของการท่องอย่างเดียวท่องเอารูปเอาเสียงเอาพยัญชนะแต่เราเข้าใจคำที่มาขยายด้วยว่าคำนั้นน่ะค่ะมันมีที่มาจากอะไรใช่ไหมคะเด็กก็จะ1.จำได้แม่น2.จำได้อย่างถูกต้องด้วยนะคะต่อไปก็เป็นท่องสระสระก็มีอยู่2ลักษณะคือรูปสระกับเสียงสระ21รูป32เสียงใช่ไหมคะ21รูป32เสียงและแถมเขามีชื่อรูปสระที่ไม่เหมือนภาษาทั่วๆไปเช่นเช่นไม้หันอากาศใช่ไหมคะไม้หันอากาศบางที่เรียกไม้ผัดบางอันก็เรียกไม้ผ-ัดใช่ไหมคะสระอะเขาเรียกอะไรเขามีชื่อเล่นหรือมีชื่อจริงสระอะหรือที่เรียกว่า"ประวิสรรชนีย์"ใช่ไหมคะนั่นแหละเพราะฉะนั้นนี่คือสิ่งที่เราหลงลืมเพราะเข(ร)าเขียนแต่เราลืมไปหมดแล้วใช่ไหมคะต่อไปนะคะทบทวนเสียงและรูปของวรรณยุกต์วรรณยุกต์ไทยมีกี่รูปกี่เสียงคะอันนั้นสระค่ะอันนี้วรรณยุกต์ค่ะ4รูป5เสียงรูปมีรูปเอกรูปโทรูปตรีและรูปจัตวาส่วนเสียงมีเสียงอะไรบ้างสามัญเอกโทตรีและจัตวาครูถามว่าคำว่า"ขา"ขาเสียงอะไรเสียงอะไรขาเอารูปก่อนก็ได้รูปข-าขารูปอะไรคะรูปวรรณยุกต์อะไรรูปวรรณยุกค(ต)-์คือสามัญใช่ไหมคะรูปวรรณยุกต์คือสามัญสามัญคือมันไม่มีรูปอยู่แล้วนะคะเสียงล่ะคะจัตวาใช่ไหมคะเพราะขไข่เป็นอักษรอักษรอ-ักษรอะไรคะขไข่เป็นอักษรสูงอักษรสูงอักษรสูงอักษรสูงอักษรสูงเมื่ออักษรสูงใช้จัตวาได้ไหมคะใช้รูปจัตวาได้ไหมคะไม่ได้ค่ะอักษรสูงใช้รูปจัตวาไม่ได้บางคนเขียนห-๋านะคะห-า=หาจัตวา=ห๋าหลายคนเขียนผิดเยอะมากเห็นไหมเพราะฉะนั้นเรื่องของการใช้พยัญชนะสระและวรรณยุกต์เราต้องแม่นก่อนนะคะเราต้องแม่นเพราะฉะนั้นต้องให้เด็กแม-่นเรื-่อง-ี้ก่อนเราถึงจะไปอย่างอื่นต่อได้ต่อไปค่ะพอเราแจกลูกสะกดคำแล้วแล้วก็พาเขาอ่านคำที่มีตัวการันต์ค่ะอ่านคำที่มีตัวการันต์อ่านคำที่มีอักษรควบอ่านคำที่มีอักษรนำอักษรนำคืออะไรหนำใช่ไหมคะหนำและก็บางคำนะคะที่ไม่ใช่หนะคะแต่สำหรับช่วงเด็กช่วงชั้นที่1นะคะอาจจะเน้นที่พยัญชนะคือหหีบนะคะมากกว่าจะเป็นตัวอื่นนะคะไม่ว่าจะเป็นอะไรล่ะพยัญชนะในหมวดอักษรสูงนะคะอักษรต่ำนะคะแต่อาจจะไปที่หหีเ(บ)-้น(คะ)ที่รูปหหีบเลยทีนี้มาดูข้อ5ค่ะเราจะสอนการอ่านคำที่มีพยัญชนะที่พยัญชนะมีตัวสะกดกำกับเป็นตัวสะกดอันนี้ยากนะคำนี้ยากจังคือคำว่าอะไรบ้างล่ะคะตัวสะกดมันมีพยัญชนะแล(นะ)-้วตัวสะกดเป็นพยัญชนะที่มีต(ส)-ัว(ะ)กำกับอยู่เช่นคำว่า"พยาธิ"มันเขียนว่าพยาธิสะกดด้วยธธงแต่ธธงกลับมีอะไรอยู่ข้างบนสระอิอยู่คำว่า"ญาติพี่น้อง"คำว่าญาติพี่น้องญ-า-ต-สระอิบางคำอ่านว่ายา-ติแต่จริงๆแล้วอ่านอะไร"(‘)ยาด"(’)มีคำว่าอะรอีกหน(คะ)ที่ไม่ใช่สระอิสระอุมีไหมคะคำว่าอะไรลูก"เมรุ"ใช่ไหมคะคำว่า"เมรุคำว่าอะไรอีกค"(ะ)"เหตุ"ใช่ไหมคะคำว่าเหตุเช่นเหตุการณ์คำว่าอะไรอีกคะเยอะเลยค่ะเยอะเพราะฉะนั้นเราจะค่อยๆให้เด็กเรียนจากคำอ่านที่ง่ายไปสู่การอ่านที่ยากขึ้นนะคะนอกจากนี้นะคะก็จะมีการสอนอ่านการผันวรรณยุกต์การผันวรรณยุกต์ต้องเริ่มจากผันอักษรอะไรก่อนง่ายสุดคืออักษรกลางค่ะเพราะอะไรเพราะอักษรกลางผันได้ครบ5เสียงกาก่าก้าก๊าก๋าครบ5เสียงไหมคะกีกี่กี้กี๊กี๋ครบ5ไหมคะเริ่มจากการผันอักษรกลางแล้วค่อยไปอักษรต่ำจากนั้นค่อยขยับไปที่อักษรสูงแล้วค่อยไปสู่การผันสู่อักษรนำที่คำที่มีอักษรนำนะคะแล้วก็คำเป็นคำตายค่อยไปเรื่องนั้นต่ออันที่7ค่ะอ่านอักษรย่ออันนี้ก็ค้นพบบ่อยๆในชีวิตประจำวันใช่ไหมคะพบเจออยู่บ่อยๆนะอ่านเครื่องหมายวรรคตอนอ่านร้อยแก้วและร้อยกรองบทอาขยานหรือบทประพันธ์นะคะเราก็จะอ่านทีละขั้นตอนรวมไปถึงสุดท้ายคือการอ่านอะไรคะทำนองเสนาะอันนี้เป็นคุณลักษณะพิเศษของครูภาษาไทยนะคะคราวนี้มาดูช่วงชั้นที่2กันบ้างค่ะในช่วงชั้นที่2ก็คือเด็กป.4ถึงป.6นะคะเขาอ่านอะไรกันคุณครูทั้งหลายต้องสอนอะไรเด็กบ้างนะคะอันที่1นะคะสังเกตไหมคะจะไม่เน้นที่การอ่านออกเสียงแล้วเพราะเด็กป.1ถึงป.3เขาเริ่มอ่านได้คล่องแล้วใช่ไหมคะคำยากๆอ่านได้แล้วใช่ไหมคะอ่านใส่ทำนองก็อ่านได้แล้วแต่จะถูกทำนองไหมก็อีกเรื่องหนึ่งใช่ไหมคะแต่เขาอ่านเริ่มมีทำนองจังหวะแล้วนะคะจากนั้นค่ะพอมาถึงช่วงชั้นที่2เน้นที่การอ่านเพื่อทำความเข้าใจคำและความหมายอ่านเข้าใจข้อความอ่านเข้าใจประโยคนะคะต่อไปนะคะอันที่2ค่ะอ่านจับใจความเด็กป.4ถึงป.6จะต้องเรียนอันนี้ค่ะอ่านเร็วอ่านคล่องเห็นไหมคะป.4ถึงป.6เด็กต้องฝึกให้เร็วฝึกให้คล่องอ่านสำนวนโวหารนะคะแล้วก็รู้ว่าการเขียนในลักษณะนี้คนอ่านนี่จะรู้ได้เลยว่าเขาเขียนแบบไหนนะคะเราจะต้องเขียน...เราจะต้องอ่านแบบบรรยายนะคะอ่านแบบพรรณนาเห็นถึงภาษาในการเปรียบเทียบของเขาได้ด้วยคือพูดง่ายๆสำนว-่ะค่ะมันเป็นลักษณะของการเปรียบเทียบนะสม(พอ)มติเราบอกว่าอะไรล่ะใจดีสู้เสือสมมตินะคะเราบอกว่าใจดีสู้เสือเ-๊าไม่เห็นมีเสือสักตัวถ้าอ่านโดยที่เราไม่เข้าใจความหมายของสำนวนเราก็จะบอกว่านี่ไหนเสือไม่เห็นมีสักตัวเลยทำไมต้องใจดีสู้กับเสือแต่ถ้าหากว่าเด็กสามารถอ่านและเข้าใจว่านี่คือสำนวนสำนวนคืออะไรสำนวนคือการเปรียบเทียบใจดีสู้เสือก็คือทำใจให-้เข-้มแข็งเพื่อต่อสู้กับอุปสรรคหรือสิ่งร้ายๆที่เข้ามาอันที่5ค่ะการอ่านโดยใช้บริบทช่วยในการทำความเข้าใจเช่นดูข้อความแวดล้อมเช่นดูว่าข้อความแวดล้อมเขาหมายถึงอะไรคำนี้ควรจะหมายความว่าอย่างไรถ้าดูจากสิ่งที่แวดล้อมอยู่อันที่6ค่ะอ่านเพื่อแยกข้อเท็จจริงกับข้อคิดเห็นอันนี้ทำบ่อยใช่ไหมคะแยกข้อเท็จจริงกับข้อคิดเห็นเด็กป.6นี่นะคะป.4ถึงป.6เมื่อจบป.6นี่เขาต้องอ่านเพื่อแยกข้อเท็จจริงกับข้อคิดเห็นออกให้ได้อ่านเพื่อวิเคราะห์ลักษณะของการตั้งคำถามเพื่อการวิเคราะห์ครูบอกไปแล้วใช่ไหมคะว่าจต้อง1.ให้เด็กเห็นถึงความเหมือนหรือความแตกต่างระบุให้ได้ว่าที่มาของอันนี้นี่นะคะมันมาจากอะไรส-ั-่งผลให้คนนี้นะคะมันมีลักษณะแบบนี้หรือส่งผลกับอีกสิ่งหนึ่งให้เกิดอะไรขึ้นบ้างนะคะมันจะเป็นลักษณะการให้เหตุผลเพื่อนำไปสู่การสังเกตว่าอะไรคืออะไรมีองค์ประกอบอย่างไรและมันประกอบร่างเข้ามาเป็นอันนี้ได้อย่างไรอั-ี-่-้เ(ค)-ื-็(อ)ลักษณะของการอ่านเพื่อวิเคราะห์นะคะแล้วก็จากนั้นอันที่8ค่ะจะเป็นการอ่านเพื่อสรุปความเด็กป.6ต้องทำได้แล้วนะคะอ่านสรุปความเธออ่านย่อหน้านี้นี่สรุปเป็นความสำคัญห(า)-้ครู1ประโยคให้รูสิว่าย่อหน้านี-่(-้)เขาพูดถึงอะไรนี่คือการสรุปความต่อไปหัวข้อที่9ค่ะการอ่านตีความตีความนี่มันคือลักษณะของภาษาที่มันยังไม่ชัดเจนว่าข้อความนี้เขากล่าวถึงใครหมายความเจาะจงถึงสิ่งใดถ้าอ่านผ่านๆเผินๆเหมือนจะมีความหมายว่าอย่างนี้แต่พอมาอ่านดูข้อความทั้งหมดสิ่งที่เข้าใจในตอนแรกอาจจะไม่ใช่แล้วดังนั้นจึงจำเป็นจะต้องทำความเข้าใจและตีความว่าสิ่งที่กำลังอ่านอยู่นั้นเขาต้องการจะบอกอะไรไม่ว่าจะเป็น1.ค่ะเขาเรียกว่าตีความด้านน้ำเสียงกับ2.คือตีความด้านเนื้อหาเวลาอ่านน่ะค่ะเขาจะดูอยู่2อย่าง1.ดูเนื้อหาก่อนนะคะผู้เขียนต้องการจะต้องการจะสื่ออะไรหรือบอกเนื้อหาข้อความนั้-่ะค่ะว่าอย่างไรกับอันที่2อารมณ์ของผู้เขียนค่ะอารมณ์จากข้อความที่เราอ่านนั้นนี่คนเขียนเขารู้สึกอย่างไรอยู่ในขณะนั้นเขาเรียกว่าการตีความด้านน้ำเสียงต่อมาข้อที่10ค่ะอ่านเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตนั่นก็คืออ่านแล้วสามารถนำข้อมูลไปสู่การตัดสินใจนำไปใช้แก้ปัญหาในสถานการณ์ต่างๆได้เพราะฉะนั้นถ้าทำได้ครบทั้ง10นี้ก็จะเป็นความสามารถในการอ่านของผู้เรียนที่คุณครูจะต้องทำให้นักเรียนเกิดทักษะส่วนนี้ให้ได้จึงจะบรรลุวัตถุประสงค์ของการสอนในระดับชั้นประถมศึกษาคราวนี้ค่ะมาดูเรื่องของวิธีการนะคะอ่านที่เป็นลักษณะของบุคลิกภาพเวลาเราจะสอนเด็กนักเรียนให้อ่านหนังสือภาพลักษณ์ของเด็กที่เวลานั่งอ่านหนังสือกับยืนอ่านหนังสือแตกต่างกันอย่างไรเราจะต้องสอนเด็กด้วยเมื่อครั้งที่แล้วครูบอกว่าเวลาอ่านให้มีเสียงดังพ-ึ-ำ(ม)-ำ-ัม(ๆ)จากปากได้ไหมคะไม่ได้ให้เด็กส่ายหน้าไป-มาไหมคะไม่เวลานั่งอ่านต้องนั่งอย่างไรคะเริ่มจากท่านั่งก่อนยืนนั่งก่อนนั่งก่อนให้ทุกคนนั่งตัวตรงการนั่งเอนจะทำให้เด็กเป็นอย่างไรคะหลับได้ง่ายและง่วงถ้านั่งตัวตรงยืดตัวตรงสันหลังตรงรู้สึกสดชื่นขึ้นไหมคะรู้สึกดีขึ้นปวดหลังด้วยใช่ไหมคะทีนี้หนังสือค่ะเราจะวางไว้ตรงไหนแขนทั้ง2ข้างของเราเราจะวางไว้กึ่งๆโต๊ะหรือว่าจะพาดไว้ที่โต๊ะเลยคะกึ่งๆหร-ือคะลองเทียบกันดูค่ะถ้าเอาเขียนไว้ครึ่งเดียวมีแค่ข้อมือวางอยู่บนโต๊ะกับเอาแขนทั้งหมดค่ะวางอยู่ข้างบนอันไหนสบายกว่ากันคะเอาวางไว้ทั้งหมดค่ะสบายกว่าให้ข้อซ(ศ)อกอยู่ชิดโต๊ะพอดีใค(ช)-่ไหมคข้อศอกให้มันชิดอยู่ขอบโต๊ะพอดีเลยแล้วเอาหนังสือวางอยู่ตรงกึ่งกลางมือซ้ายจับที่ที่ไหนคะมือซ้ายจับที่หนังสือฝั่งซ้ายมือขวาจับที่อะไรดีคะหนังสือด้านขวาแล้วให้นิ้วชี้ของเราสอดอยู่ในกระดาษแผ่นที่เรากำลังอ่านใช่ไหมคะเพื่อเตรียมอะไรลูกพลิกหน้าถัดไปลองทำดูสิเอามือฝั่งซ้ายนะคะสอดไว้ใต้หนังสือมือขวาเห็นไหมคะนี่หยิบตรงปลายค่ะข้างบนเห็นไหมที่สำคัญคือระยะห่างของหนังสือกับสายตาต้องอยู่ในระดับพอดีไม่เอียงไม่เบ้ไม่เบี้ยวใช่ไหมคะและต้องไม่ใกล้ชิดสายตาจนเกินไปในกรณีที่สายตาสั้นก็ต้องใส่อะไรด้วยลูกใส่แว่นตาถ้าใครอ่านหนังสือแล้วไม่ใส่แว่นมันจะมีบุคลิกภาพบางอย่างที่ไม่น่าดูนั่นก็คืออะไรคะเอาหนังสือมาชิดในขณะเดียวกันถ้าใครที่สายตายาวเป็นอย่างไรลูกก็ยืดออกไปใช่ไหมคะซึ่งอันนี้ก็ไม่ดีต้องทำอย่างไรคะใส่แว่นตาในการอ่านหนังสือนะคะช่วยถนอมสายตาด้วยทีนี้เวลาอ่านห-ังสือเลือกหนังสือต้องเป็นหนังสือที่มีลักษณะอย่างไร1.ขนาดของหนังสือต้องพอดีใช่ไหมคะไม่ใหญ่ไม่เล็กจนเกินไปกระดาษต้องเป็นกระดาษแบบไหนลูกถนอมสายตาถ้ากระดาษขาวมากๆฟอกขาวสิ่งที่ตามมาคืออะไรคะแสงมันจ้าค่ะแสงมันตกกระทบกับหนังสือนะนะคะกระดาษสีขาวไฟสีขาวน่ะค่ะใครบอกสว่างอันนี้เป็นอันตรายกับสายตานะคะต้องเป็นกระดาษที่เขาเรียกว่าเป็น"กระดาษถนอมสายตา"จึงจะดีต่อตาของเรานะคะทีนี้นะคะถ้าเป็นการยืนอ่านล่ะคะถ้าเป็นการยืนอ่านครูเป็นกรรมการนะคะสอบอ่านของนักเรียนของนักเรียนเธอรู้ไหมว่าหลายคนอ่านดี๊ดีแต่สิ่งหนึ่งที่ผิดพลาดไปก็คือบุคลิกภาพในขณะที่ยืนอ่านบางคนสอบอ่านแต่เป็นอย่างไรคะยกกระดาษขึ้นมาปิดหน้านะคะตื่นเต้นเพราะตื่นเต้นยกกระดาษขึ้นมาปิดครูมองไม่เห็นเลยหน้าเขาเป็นอย่างไรมองไม่เห็นบางคนไม่ได้ใช้มือนะคะหรือแขนนี่ค่ะในการรองหนังสือเวลายืนอ่านสันหนังสือต้องพักอยู่ที่ไหนคะลูกอยู่ที่แขนใช่ไหมคะอยู่ตรงระหว่างข้อศอกตรงนี้ใช่ไหมคะถึงข้อศอกด้านในสันหนังสือจะชนที่ศอกแล้วอย่างไรคะทีนี้มือขวาเหมือนกับตอนนั่งอ่านใช่ไหมคะมือขวาต้องคอยประคองทีนี้ถ้าเทียบดคอง(-ู)ค่ะสมมติว่าครูไม่ได้จับที่สันหนังสือมือซ้ายครูไม่ได้จับที่สันหนังสือแต่ครูมาจับที่ขอบการยืนอ่านเช่นเดียวกันต้องให้สันหนังสืออยู่ที่แขนซ้ายเพื่อให้แขนซ้ายทำหน้าที่ในกาองรับน้ำหนักนะคะต่อไปนะคะการใช้สายตาค่ะการใช้สายตาบอกแล้วว่าเราใช้ทั้งSkimmingและScanningดังนั้นเวลาใช้สายตาเราใช้แค่สายตากวาดไปมาซ้ายไปขวาบนลงล่างใช่ไหมคะต่หน้านี่เราจำเป็นต้องส่ายตามทุกตัวบรรทัดไหมคะไม่นะคะเมื่อยค่ะอยากอวดเพื่อนว่ากำลังอ่านหนังสืออยู่ตั้งใจอยู่นะคะส่ายหน้าตลอดเลยอันนี้ก็ไม่ได้นะคะเราเซฟตัวเองนะถนอมตัวเองนะเมื่อยเปล่าๆใช้แค่อะไรนะคะสายตากวาดกวาดตัวหนังสือไปมานะคะคราวนี้นะคะมาดูปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการอ่านเขาบอกว่าการอ่านนั้นจะมีผลสัมฤทธิ์ผลได้มากน้อยเพียงใดขึ้นอยู่กับสิ่งต่อไปนี้อันที่1ค่ะตัวเด็กตัวเด็กสำคัญมากเลยนะคะเด็กนี่ให้ความร่วมมือมากน้อยแค่ไหนเด็กมีความพร้อมทางด้านร่างกายสติปัญญาและสิ่งแวดล้อมที่อยู่รอบตัวเด็กนั้นเป็นอย่างไรสิ่งเหล่านี้มันจะช่วยส่งเสริมสนับสนุนเรื่องของการอ่านของเด็กได้มากน้อยแค่ไหนเรามาดูกันนะเริ่มตั้งแต่ร่างกายร่างกายเขาพร้อมไหมคุณครูพอไปสอนที่โรงเรียนนะคะต่างๆเด็กนี่กำลังอิ่มมาเลยช่วงบ่ายอ่านนะคะให้อ่านอ่านในใจด้วยนะะคะสิ่งที่เกิดขึ้นตามมาคืออะไรลูกหลับสิคะเพาะว่-ับ(า)กำลังอิ-่มใช-่ไหคะแล้วให้อ่านในใจแต่ถ้าหากว่าตอนบ่ายนะคะอันดับแรกเลยครูอาจจะให้เขาพักเหงื่อก-่อนเหงื-่อในที่-ี้ก็คือช่วงบ่ายเหงื่อเขาจะร้อนใช่ไหมคะเขาก็จะแบบกลิ่นน่ะจะค่อนข้างแรงนะคะกลิ่นจะค่อนข้างแรงให้เขาได้พักก่อนนะคะพักก่อะคะให้เหงื่อเขายุบก่อนหายร้อนนะคะแล้วก็เป็นอย่างไรคะถ้าเป็นช่วงเช้าอ่านในใจไม่น่าจะมีปัญหาใช่ไหมคะแต่ถ้าช่วงบ่ายแล้วเขามีท่าทางว่าเขาจะเพลียว่าเขาจะง่วงอย่างนี้นะคะก็ให้เขาได้ขยับแข้งขยับขาขยับร่างกายเพื่ออะไรเพื่อให้เขาตื่นตัวและพร้อมสำหรับการเรียนกับเรานะคะในเรื่องของการอ่านนั่นเองนะสติปัญญาค่ะสติปัญญามันมีหลายมิตินะคำว่า"สติปัญญา"นี่นะคะป็(มั)นอาเป็นระดับความสามารถในการเรียนรู้หรือสิ่งที่เด็กรับรู้แล้วก็สามารถทำความเข้าใจกับสิ่งที่ตัวเองเคยเรียนมาแล้วได้ไม่ไ(ใ)ช่แค่เรืด้หมายคว(-่)ม(ง)ว่าเรามีEQหรือIQน้อยแต่มันหมายถึงว่าเราเก็บเอาสิ่งที่เราเรียนน่ะนะคมาได้มากน้อยขนาดไหนแล้วมาต่อยอด-ับ(อง)คุณครูแต่ละท่านนี-้(-่)นะคะได้หรือเปล่าเพราะฉะนั้นในเรื่องของสติปัญญานี้นะคะครูเองก็จะต้องพิจารณาตรงส่วนนี-้นะคะแล-้วก็อาจจะเพิ่มเติมนะคะทำอย่างไรถึงจะทำให้เด็กมีความรู้ความสามารถนะคะในเรื่องของการอ่านได้เพิ่มมากขึ้นนะคะปัญหาจากตัวเด็กเองนี่นะคะก็อาจจะแก้ไขได้โดยตัวคุณครูเอง-ี(-ั)-่นแห-่(น)ะค-่ะช่วยเพิ่มให้เขานะต่อไปนะคะสิ่งแวดล้อมค่ะสิ่งแวดล้อมถ้าตอนนี้ห้องข้างๆก็เสียงดังห้องข้างๆก็กำลังทำกิจกรรมอยู่แต่ห้องเราต้องการความเงียบเราจะทำอย่างไรจะแก้ปัญหาอย่างไรถ้าคุณครูบอกว่าพวกเราคุณครูให้อ่านอันนี้นะนะคะแต่เสียงมันดังมาจากบรรยากาศภายนอกจะมีวิธีการอย่างไรคะบอกให้เด็ก1.อาจจะให้เด็กพักก่อนก็ได้นะคใช่ไหมคะแล้วเดี๋ยวเระ(า)ค่อยทำกิจกรรมต่อให้เสียงเขาเงียบไปก่อนเพราะว่าสิ่งเหล่านี้อาจจะทำลายสมาธิเด็กได้หรือแข่งกับเขาไปเลยไหมคะสู้กับ(น)เลยไหมไม่สู้นะคะเพราะว่ายิ่งสู้ยิ่งแพ้ใช่ไหมคะไม่สู้นะคะเราอาจจะต้องสลับกัะคะให้ห้องนั้นเบาลงแล้วเราก็ค่อยทำกิจกรรมของเราต่อเพราะฉะนั้นนี่คือการที่มีบรรยากาศที่มันไม่เอื้อนะคะต่อการสอนอ่านของครูนั่นเองครูก็ต้องจัดบรรยากาศนะคะให้มันสอดคล้องเหมาะสมกับกิจกรรมสอนอ่านนั้นๆด้วยนะคะเมื่อกี้ตัวเด็กนะคราวนี้มาที่ตัวครูบ้างค่ะตัวครูนะคะสิ่งที่อาจจะทำให้เกิดปัญหาหรือทำให้การสอนอ่านในครั้งนั้นๆนี่มันดีมันงามมันประสบความสำเร็จได้นี่อาจจะมาจากบุคลิกภาพของครูก็ได้ถ้าครูอ่านติดๆขัดๆอ่านหนังสือยังไม่ออกแต่ไปสอนเด็กสิ่งเหล่านี้สร้างความเชื่อมั่นให้กับเด็กได้ไหมคะบ่ได้เด้อนะคะไม่ได้นะคะค-ุณครูถึงได้ย้ำกับพวกเราว่าเวลาอ่านอะไรก็ตามแต่เราต้องอ่านให้ถูกต้องอ่านให้ชัดเจนเสียงที่เปล่งออกมาต้องกังวาลมั่นใจชัดถ้อยชัดคำความรู้ของครูด้วยนะคะอุ๊ยเดี๋ยวก่อนครูลืมเดี๋ยวครูกลับไปดูก่อนนะว่าอันนี้มันอ่านว่าอย่างไรนะคะอันนี้อ่านว่าอย่างไรดีล่ะนักเรียนเดี๋ยวครูขอดูหน่อยนะนะคะความรู้ที่ครูมีมันจะปรากฎอยู่ทำให้บรรยากาศในห้องเรีย-ี่มันน่าเรียนหรือไม่น่าเรียนสิ่งเหล่านี้ค-ุณครูจะสร้างนะคะครูจะต้องเป็นคนสร้างดังนั้นความรู-้ของครูต้องก็แน่นด้วยนะคะก่อนที่เราจะไปสอนเด็กนะนะคะความสามารถเช่นเดียวกันค่ะความสามารถเป็นทักษะนะนะคะขณที่เมื่อกี้เป็นเป็นKnowledgeนะคะเป็นองว(-์)ามรู้ที่มันอยู่ข้างในแต่ความสามารถคือการถ่ายทอดนะคะในการสอนถ(อ)-่าย(น)ทอดให้กับนักเรีย-ี่ค่ะคุณครูจะมีความสามารถและแสดงทักษะต่างๆเหล่านั้นออกมาได้ชัดเจนหรือไม่นี่ก็เป็นตัวแปรอีกอย่างหนึ่งที่ทำให้การสอนอ่านนั้นมันสัมฤทธิ์ผลภาษาและสำเนียงการพูดอันนี้ก็สำคัญมากเช่นเดียวกันคุณครูในภาษา...ในถิ่นอีสานนะคะจะมีปัญหาอยู่2อย่างก็ค-ือ1.เรื่องของอักษ-ือ1(ร)ควบอักษรควบออกเสียงคำว่าอย่างเช่นคำว่า"ขวนขวาย"คราวที่แล้วจำได้ไหมคะเพราะว่าขวนขวยนะคะเพราะว่าออกเสียงวแหวนไม่ได้ใช่ไหมคะออกเสียงควบวไม่ได้บางคนค้นคว(-ั)-้า(ว)นะคะออกเสียงคว้าไม่ได้จำได้ไหมคะที่ครูให้อ่านรอบแรกจะ(-ำ)ได้ไหมคะการอ่านอักษรควบอีกอย่างหนึ่งนะคะจะมีลักษณะอย่างหนึ-่งเช-่นของคนอีสานนี่ออกเสียงกไก่ออกเสียงเป็นจจานขอนแก่นเป็น‘ขอน-แจ่อย่างนี้นะคะคนขอนแก่นก็จะมีเสียงแปลกๆก็คือกไก่เป็นจจานนะคะแต-่ครูว-่หลังๆมาดีขึ้นแล้วค่ะก็คือชัดขึ้ะคะแต่จะไปหนักแ(เ)รื่องของคำควบนะคะอักษรควบมากกว่านะคะหรือครูทางภาคใต้ออกเสียงงงูนะคะไม่ชัดก็จะเป็นฮนกฮูกเช่นเงินออกเสียงเป็นเฮิน’ะคะงามออกเป็นฮาม’นะคะหรือครูอีสานนี่แหละค่ะคนอีสา-ี่ออกเสียงยยักษ์ไม่ได้ค่ะคนอีสานออกเสียงยยักษ์ไม่ได้ออกเสียงได้แต่ง(ญ)นะคะผู้ง(ญ)-ิงนะคะออกเสียงหย(‘ญ)นะคะออกเสียงเป็นย(ญ)ภาคอื่นทำไม่ได้นะคะเสีง‘ญขึ้นจมูกน-ี่ม-ีแต-่ภารูอีสานเท่านั้นเพราะฉะนั้นเวลาพูดนี่ถ้าแค่ได้ยินเสียงแล-้ะ(ว)ได้ยินเสียงง(ญ)ขึ้นมานี-่รู้เลยว-่ครูอีสานแน่ๆนะคะนี่ไงภาษาถิ่นนะคะแล้วก็สำเนียงของคุณครูนะคะก็มีผลนะคะต่-่านภาษาไทยกลางไทยมาตรฐานนะต่อไปนะคะความศรัทธาในการสอนโอ๊ยสอนอ่านมันยากเย็นแท้ไม่เอาแล้วข้ามเลยข้ามๆอย่างนี้ได้ไหมคะไม่ได้ค่ะเด็กป.1สำคัญที่สุดเลยใครที่ได้ไปสอนเด็กป.1แล้วต้องรับผิดชอบครูยอมเลยค่ะเก่งมากเพราะต้องสอนเด็กให้อ่านออกเพื่อส่งต่อไปยังชั้นป.2สมัยก่อนหลักสูตรเก่าหลักสูตรน่าจะประมาณปี21นะคะน่าจะในหลักสูตรปี2521หลักสูตรนั้นนี่เด็กอนุบาลไม่มีหรอกค่ะที่จะมาเริ่มกไก่ถึงฮนกฮูกเด็กอนุบาลก็คือไปเล่นกับเพื่อนไม่มีการท่องตัวอักษรหรอกค่ะเพราะอไรเพราะว่าเขาเน้นในเรื่องของพัฒนาการตามวัยใช่ไหมคะยังไม่ได้ฝึเขาเน้น(ก)ในเรื่องของการอ่านอักษรแต่ปัจจุบันนี้โรงเรียนอนุบาลนะคะโรงเรียนที่มีการเรียนการสอนในระดับอนุบาลจะให้เด็กทำอย่างไรก่อนเลยเรียนรู้พยัญชนะไม่ว่าจะเป็นภาษาไทยหรือภาษาที่2ภาษาที่3มันไปสอดคล้องกับเรื่องของอะไรคะพัฒนาการทางด้านภาษาตามวัยของเด็กเพราะเด็กช่วงอายุไม่เกิน5ขวบจะเป็นช่วงที่สมองของเขาเจริญได้มากที่สุดแบบก้าวกระโดดเพราะฉะนั้นเขาสามารถเรียนรู้ภาษาต่างๆได้อย่างรวดเร็วพ่อแม่ผู้ปกครองจึงลงทุนกับการเรียนใระดับอนุบาลโดยเฉพาะอย่างยิ่งโรงเรียน2ภาษา3ภาษาต่างๆเพราะเขาเชื่อว่าเมื่อเด็กเรียนตามภาษาที่มันมีอยู่หลากหลายทั่วโลกแล้วนี่นะคะเด็กเขาก็จะไปต่อได้กว้างขึ้นมีคำศัพท์เรียนรู้ภาษาต่างๆได้มากขึ้นพอมาถึงระดับประถมศึกษาเขาก็ต้องไปต่อไปในหลักสูตรที่เรียกว่า"EnglishProgram"ใช่ไหมคะหรือว่าจะเป็นหลักสูตร2ภาษาเข้มภาษาญี่ปุ่นภาษาจีนอะไรก็ว่ากันไปการปลูกฝังตั้งแต่อายุน้อยๆจะทำให้ทักษะทางภาษาเขาดีขึ้นอันนี้คือแนวคิดนะคะในปัจจุบันนี้ใช่ไหมคะแต่ถ้าเป็นรุ่นเก่าเขาจะยังไม่ให้เรียนค่ะอนุบาลก็คือเล่นนะอย่างที่ครูว่าพอมาถึงประถมกไก่นะคะถึงจะเริ่มเรียนในป.1ค่ะสมัยครูป.1เพิ-ึ(-่)งได้มาเรียนกไก่นะล-ูกคร-ูก-็อยู่ในยุคนั้นเหมือนกันนะคะป.1เพิ่งได้มาท่องกไก่เพิ่งได้มาท่องพยัญชนะสระและวรรณยุกต์และค่อยมาแจกลูกผสมคำในระดับชั้นป.1วิธีการแบบนี้เขาบอกว่ามีข้อดีก็คือว่าเป็นไปตามวัยของเขาเป็นไปตามพัฒนาการทางด้านร่างกายอารมณ์สังคมและสติปัญญาของเขาพูดง่ายๆเขาบอกว่าเด็กที่ไปช้านี-่แต-่มันจะมั่นคงมันจะไม่มีภาวะถดถอยเมื่อเรียนในระดับที่สูงขึ้นแต่ถ้าหากว่าอ่านได้เร็วอ่านได้ไวตั้งแต่อนุบาลสิ่งที่ตามมาก็คือพอโตขึ้นภาวะถดถอยมันจะมากขึ้นเหมือนมันล้าน่ะค่ะเหมือนถูกให้เก่งก่อนวัยน่ะนึกออกไหมคะเหมือนถูกให้สมบูรณ์แบบก่อนวัยอันควรก่อนระยะเวลาหรืออายุที่เหมาะสมเพราะฉะนั้นมัก็จะมีข้อดีข้อเสียแตกต่างกัะคะมันก็จะมีข้อดีข้อด้อยที่...ที่ผู้ปกครองนะะคะก็จะเลือกให้กับลูกหลานของตัวเองแต่ปัจจุบันโรงเรียนต่างๆก็จะไปในลักษณะนี้แห-่ะค่ะก็คืปตั(อเน)-้นเรงแต(-ื)-่องอนุบาลนะคะให้เด็กนี่อ่านด(-ั)-้งแอ(-่)อนุบาลนะก็ไปหาวิธีในการจูงใจเด็กในช่วงท้ายๆนะคะจนเข-้าถึงมหาวิทยาลัยอันนี้ก็เป็นกระบวนการในการปรับทัศนคตินะคะแล้วก็ทำให้เด็กมีเขาเรียกว่ามีก(ว)ร(ม)คงทนมีก(ว)ร(ม)คงทนในการเรียนรู้นะคะนอกเหนือจากเรื่องของความศรัทธานะคะในวิชาชีพแล้วนะคะเรื่องของการปกครองเองก็มีอิทธิพลต่อการอ่านเช่นเดียวกันนะคะรวมไปถึงเรื่องของการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนซึ่งอันนี้เป็นเทคนิคเฉพาะตัวของคุณครูว่าเวลาจะสอนเด็กให้อ่านออกเขียนได้นี่คุณครูจะใช้เทคนิคหรือมีวิธีการในการออกแบบการจัดเรียนการสอนอย่างไรให้ผู้เรียนเข้าใจและเป็นไปตามลำดับขั้นตอนหลากหลายวิธีค่ะอันที่1ก็คือการสอนแบบแจกร(ล)-ูป(ก)การแจกร(ล)-ูป(ก)นะคะก็คือการนำเอาพยัญชนะต้นปรผ(ะ)สมกับสระพูดง่ายๆมีแค่พยัญชนะกับสระอย่างเช่นเมื่อกี้ที่ครูบอกก-า=กาก-อู=-ูก-อี=กีอะไรก็-ูผสม(ว่า)กันไปใช่ไหมคะเวลาสอนเราจะเริ่มจากเราจะเริ่มจากอักษรกลางสระเสียงสั้นหรือเสียงยาวคะประสมกับเสียงสั้นหรือเสียงยาวเอาอะไรก่อนดีสระเสียงยาวหรือเสียงสั้นแจกลูร(ก)นี่ค่ะจะเริ่มจากเสียงยาวหรือเสียงสั้นดีอันไหนง่ายกว่ากันเสียงสั้นหร-ือค-่ะก-ะ=กะข-ะ=ะอย่างนี้ใช่ไหมคะหรือเราจะเริ่มจากก-า=กาข-า=ขาก่อนคะต้องเป็นสระเสียงยาวส(ป)ระ-ียงยาวผสมกับอักษรกลางอักษรกลางหรือพยัญชนะทั้ง44ตัวก็ได้ค่ะพยัญชนะทั้ง44ตัวนะคะผสมกับสระเสียงยาวอันนี้เขาเรียกว่า"การแจกลูก"แต่ต่อมานะคะก็จะข้ามไปนะคะไปที่เรื่องของการสะกดคำนะคะทีนี้ก่อนที่จะไปสู่การสะกดคำนะคะครูมีตัวอย่างให้ดูค่ะมีตัวอย่างให้ดูอันนี้เป็นแบบฝึกนะคะที่จะทำให้ผู้เรียนอ่านแล้วจำรูปศัพท์ได้ด้วยอ่านแล้วจำรูปศัพท์ได้ด้วยเขาจะมีแบบฝึกก็คือเอาคือว่า"กา"นี่ค่ะเอามาใส่ช่องเอาไว้กรอบสี-่เหลี่ยมด้านซ้ายฝั่งขวาทำเหมือนรังผึ้งนะนะคะเป็นหกเหลี่ยมนะมีอยู่6คำแล้วเขาจะให้เลือกค่ะว่าคำไหนที่เขียนไม่เหมือนเพื่อนนั่นแสดงว่าทั้งเซ็ตทั้งหมดนี่มีคำว่า"กา"กี่คำคะอยู่ในช่องหกเหลี่ยมทั้งหมดนี่6คำจะมีแค่5คำที่ออกเสียงว่ากาแต่มีอยู่1คำที่ไม่ได้ออกเสียงคำว่า"กา"(’)คำว่าอะไรนี่เห็นไหมคำว่า"ดา"ใช่ไหมจะ-ีคำว่า"ดา"หรือ"ตา"ครูมองไม่เห็นต-า=ตาใช่ไหมคะเห็นไหมพอคำต่อมาคำว่า"ตา"ค่ะเขาเอาคำว่า"ตา"นี่ล่(มา)ลงมาในคำที่2แล้วก็เขาก็ให้หาว่ามีคำไหนบ้างที่เขียนไม่เหมือนเพื่อนสังเกตดูว่าเหมือน…คือมันไม่เหมือนเพื่อนนี่คือลักษณะของท(ก)-ี-่(ร)ให้เด็กสังเกตรูปคำนอกเหนือจากการอ่านออกเสียงทั่วๆไปใบงานก็จะต้องสอดรับกันกับบทที่อ่านด้วยนะคะหรือต่อมานะคะเขาก็เอาคำว่า"ยา"นะคะคำว่า"ยา"-ี(-ั)-่งขวา-ีะ(-่)-่ะฝั่งขวาที่มีอยู่6คำนี่มีอยู่1คำเท่านั้นที่อก(ม่)ส(ข)-ียนคง(-ำ)ว่า"ยา"เด็กก็วงกลมนะคะนะนี่คือการสะกดคำนะนะคะต่อมานะคะการสะกดคำเมื่อกี้ขออภัยแจกลูกนะอันนี้อ่าน…อ่านแบบสะดคำนะอ่านสะกดคำก็คืออ่านแบบมีพยัญชนะต้นสระและตัวสะกดนะคะทั่วๆไปเลยค่ะก-า-ง=กางข-า-ง=างค-า-ง=คางอันนี้คือระดับง่ายๆสะกดคำแต่ถ้าเป็นสะกดคำยากล่ะตัวอย่างที่ยกมาให้ดูเป็นคำที่ยากนั่นคือสะกดแบบเปลี่ยนรูปสระสระเออเมื่อไม่มีตัวสะกดมันจะคงรูปก็คือมีเแล้วก็มีออ่างใช่ไหมคะแต่ถ้าเมื่อไรที่มันมีตัวสะกดขึ้นมาออ่างหายไปไหมคะออ่างหายไปเช่นคำว่า"เนย"น-เออ-=เนยแต่เวลาเขียนเขียนเป็นอะไรคะเ-น-ยเห็นไหมเพราะฉะนั้นเด็กก็จะได้เรียนรู้กระบวนการในการเขียนคำหรืออ่านคำที่-ู-ืออ่านคำที่รูปสระมันเปลี่ยนไปนะคะยกตัวอย่างใบงานให้ดูนะคะต่อมานะคะนอกเหนือจากการสอนอ่านแบบแจกลูกกับสะกดคำแล้วนการ(ะคะ)แจกลูกกับสะกดคำส่วนใหญ่เขาใช้คู่กัะคะแจกลูกสะกดคำแล้วต่อจ(ม)าก-็เ-ั้(ป็)นอ่านแบบคำแบบเป็นประโยคการสอนแบบนี้นะคะเขาบอกว่าเวลาสอนอ่านน่ะค่ะให้กวาดสายตาไปครั้งละ2-3คำอย่าไปอ่านจี้ทีละตัวแต-่ให้อ-่านรวบให้อ่านรวบรวบใช้วิธีการรวบนะคะสอนแบบนี้นี่ควรเริ่มตั้งแต่ป.1นะคะแล้วก็ควบคู่กันไปกับการอ่านแจกลูกเขาว่าอย่างนั้นทีนี้ดูหน้าตาสิว่าเวลาเราจะสอนอ่านนะคะแบบเป็นคำเป็นประโยคนั้นนี่นะคะมันทำได้จริงไหมนะคะกวาดสายตาไปได้ครั้งละ2-3คำทีนี้ครูอยากให้ทุกคนดูภาพนะคะภาพนี้เป็นภาพของอะไรก่อนที่เราจะให้เด็กอ่านเรื่องอ่านข้อความครูอยากให้พวกเราชี้ชวนให้นักเรียนดูภาพก่อนนักเรียนเห็นภาพไหมคะเป็นภาพของอะไรในภาพนี้มีสัตว์อะไรบ้างมีม้ามีหมาหรือสุนัขมีแมวมีเด็กอยู่กี่คนคะ3เป็นเด็กผู้ชายผู้หญิง2คนเด็กผู้ชายกำลังทำอะไรอยู่แล้วเด็กผู้หญิงกำลังทำอะไรอยู่ดูจากภาพแล้วเด็กผู้หญิงน่าจะกำลังทะเลาะกันหรือเปล่าหรือว่ากำลังเล่นกันน่าจะกำลังเล่นกันใช่หรือไม่มาดูเนื้อความประกอบเราชี้ชวนชักชวนให้นักเรียนรู้จักการสังเกตภาพประกอบก่อนที่จะนำเข้าสู่การสอนอ่านทุกคนอ่านพร้อมกันเจ้าแก่เห็นไหมเจ้าแก่อ่านเจ้าแก่เขาไม่ได้แยกคำเขาอ่านอย่างไรคะอ่านพร้อมกันใหม่123เจ้าแก่เข้ามาหาโต(นักศึกษา)ขาเจ้แก่ดูเกะกะโตเห่าเจ้าแก่มานีดุโตไม่ให้เห่า(ผศ.ดร.กาญจนา)มานีดุโาเจ(ต)ไม่ให-้เห่าโตก็ไม่เห่าเจ้าแก่เข้าไปหาสีเทาสีเทาขู่ฟู่ฟู่(นักศึกษา)ชูใจดุ(ผศ.ดร.กาญจนา)สีเทาไม่ให้ขู่(นักศึกษา)สีเทาก็ไม่ขู่เจ้าแก่พอใจ(ผศ.ดร.กาญขู-่(จ)นา)สรุปสัตว์แต่ละตัวชื่ออะไรบ้างคิดว่าหมาชื่ออะไรคะหมาชื่ออะไรนะคะหมาชื่อโตม้าชื่อเจ้าแก่แมวชื่อสีเทาใช่ไหมคะแมวชื่อสีเทาดูสิเราอ่านเป็นคำนี่เราจะเห็นว่าเร(ล)าอ่านเราจะอ่านรวบใช่ไหมคะรวบทีเดียวเลยนะคะ2-3คำดูจากภาพสิเมื่อกี้เรารู้แล้วว่าแมวชื่อว่าอะไรนะลูกสีเทาหมาชื่อเจ้าโตนะคะม้าชื่อเจ้าแก่ใช่ไหมคะมาดูสิคราวนี้อ่านโดยที่ไม่ได้แยกเป็นคำๆสิแต่อ่านให้มันเป็นประโยคอ่านให้มันเป็นข้อความชูใจเกาคอสีเทาเบาเบา(นักศึกษา)สีเทาชูคอพอใจ(ผศ.ดร.บาเบ(ก)าญจน)มานีหัวเราะโตมาหามานี(นักศึกษา)มานีเกาหัวโตโตชูคอดีใจชูใา(จ)-ัวเรมานีพอใจ(ผศ.ดร.กาญจ-ีา)เราจะสังเกตได้ว่าคำนี่จากเมื่อกี้แยกเป็นคำเป็นคำใช่ไหมคะนั่นคือสำหรับเด็กเล็กแต่พอเป็นเด็กโตเป็นอย่างไรคะวิธีการอ่านที่เขาคล่องขึ้นเขาก็จะไม่อ่านทีละพยางค์แต่เขาจะรวบคำใช่ไหมคะ2คำ3คำ2คำ3คำไปเรื่อยๆนะคะทำให้การอ่านเป็นอย่างไรขึ้นมันเร็วขึ้นด้วยจังหวะมันก็ดีขึ้นนะคะความไวมันก็เพิ่มขึ้นด้วยนะคะต่อมานะคะวิธีการอ่านอีกแบบหนึ่งก็คือการอ่านแบบแผนภูมิประสบการณ์นะคะอ่านแบบแผนภูมิประสบการณ์นี้นะคะเขาบอกว่ามีประโยชน์ก็คือทำให้นักเรียนอ่านคำหรือประโยคได้รวดเร็วแล้วก็มีความหมายมากขึ้นนะคะนำความคิดที่ได้จากแผนภูมินะคะเอาไปใช้ประโยชน์ได้ดีนะคะเขาบอกว่าการใช้แผนภูมิในการสอนอ่านนี่มันจะควบคู่ไปกับวิธการ(-ี)สอนอ่านแบบอื่นๆได้กับทุกแบบด้วยอันนี้แผนภูมิก็คือแบบการเรียงคำทั่วๆไปนี่แหละนะคะแต่ว่าเขาเรียกว่ามันเป็นBasicพื้นฐานนะคะดังนั้นการสอนในลักษณะเช่นนี้ก็เอาไปใช้ร่วมกับวิธีอื่นๆได้ไม่มีปัญหาแล้วก็สามารถไปเสริมนะคะวิธีการอื่นๆให้ได้ดีด้วยทีนี้สิ่งที่นักศึกษาได้สรุปมาจากเมื่อคราวที่แล้วเนื้อหาและวิธีต่างๆเราจะเห็นได้ว่ามันมีเทคนิคมากมายมีเกมประกอบการสอนอ่านนับไม่ถ้วนที่ยกตัวอย่างมาแค่10ตัวอย่างใช่ไหมคะไหนกลุ่มไหนที่ทำเรื่องเกมเมื่อคราวที่แล้วกลุ่มไหนที่สรุปเรื่องเกมคะหลักการสอนอ่านกลุ่มไหนคะกิจกรรมการสอนอ่านอยู่ด้านหลังนะคะกลุ่มนั้นนะคะทำกิจกรรมการสอนอ่านใช่ไหมคะเกมประกอบการอ่านมีถึง10เกมด้วยกันไม่ว่าจะเป็นตามหาคำนะคะการเติมคำการอะไรนะหาคำคล้องจองใช่ไหมคะเยอะมากค่ะนักศึกษาเปิดดูในLINEกลุ่มได้นะคะที่เพื่อนสรุปให้นะคะว่ามีวิธีอะไรบ้างซึ่งกระบวนการในการสอนอ่านนั้นนักศึกษาสามารถไปทบทวนผนวกเข้ากันกับPowerPointที่ครูให้ปได้สรุปให้ในบางส่วนในวันนี้นะคะสำหรับบทที่2นะคะเกี่ยวกับเรื่องของหลักการสอนอ่านครูจะให้หลักการไว้ประมาณนี้ครั้งต่อไปครูให้นักศึกษาไปอ่านค่ะอ่านเอกสารมาล่วงหน้านักศึกษาเปิดไปที่หัวข้อนะคะการอ่านจับใจความในหน้า50ค่ะทุกคนเปิดหนังสือนะคะที่หน้า50นะคะหน้า50ค่ะหลักการในการอ่านจับใจความจะอยู่แค่หน้าแรกแต่นอกนั้นเป็นอะไรหมดเลยแบบทดสอบหรือแบบฝึกหัดทั้งหมดเลยเห็นไหมคะนักศึกษาเปิดหนังสือดูเห็นไหมแบบฝึกหัดเยอะเลยใช่ไหมคะให้นักศึกษาไปอ่านแล้วไปลองทำอันนี้มาล่วงหน้าครั้งหน้าครูจะเฉลยแบบฝึกหัดในบทที่2นี้ทั้งหมดไปพร้อมๆกันกับพวกเราใครทำมาก่อนคนนั้นก็จะสามารถตอบคำถามครูได้ครั้งหน้าครูจะให้คะแนนจากการยกมือตอบคำถามโอเคนะคะครั้งหน้าครูจะให้คะแนนจากการยกมือตอบคำถามเพราะมันมันโจทย์อยู่ทั้งหมดแล้วใช่ไหมมีโจทย์อยู่เยอะแยะมากมายเลยครูจะถามว่าหัวข้อที่1เรื่องนี้ใจความคืออะไรนะคะย่อหน้าที่2นี้ใจความคืออะไรไล่ไปเรื่อยๆเห็นนะโอเคนี่คืองานที่จะฝากให้สำหรับบทที่2มีใครสงสัยอะไรไหมคะเดี๋ยวครูจะได้ตอบคำถามไ(ใ)-้-ีใะ(ส)งสัยเกี่ยวกับเรื่องหลักการสอนอ่านไหมคะอะไรนะคะนักศึกษาอ่านแล้วนักศึกษาเขียนตอบด้วยกระดาษของตัวเองน่ะค่ะนะคะเวลาอ่านโจทย์เขามีอยู่แล้วใช่ไหมคะเว(ข)มีโจทย์ยู-่แล้น(ว)เขามีคำถามมีจั่วหัวอยู่แล้วว่าจับใจความจากเรื่องใช่ไหมคะเรื่องนี้นักศึกษาจะเลือกจับใจความจากอะไรอันดับแนักศึกษาต้องดูจากอะไรก่อนลูกหลักการในารจับใจความในย่อ…ในหน้าที่...หน้า50น่ะค่ะหน้า50ใช่ไหมในหน้า50มันมีหลักการอยู่ใช่ไหมคะเพราะฉะนั้นเมื่อมาอ่านโจทย์หลักในการจับใจความจากหน้า50ต้องถูกนำมาใช้ด้วยนะคะเพราะฉะนั้นเวลาที่ครูถามคำตอบมันอาจจะมี1หรือ2ประโยคนะจากย่อหน้านั้นหรือจากเรื่องนั้นแต่ที่มาของคำตอบต้องมาจากอะไรหลักการจา(ใน)ารอ่านจับใจความไม่ใช่คิดคำตอบขึ้นมาเองแต่คำตอบนั้นผ่านหลักการกระบวนการในการอ่านจับใจความมาก่อนแล้วโอเคนะเข้าใจตามนี้นะคะมีใครสงสัยมีคำถามอีกไหมคะทำมาเรื่อยๆเลยค่ะทำมาเท่าที่เราทำได้นะคะเพราะว่าในครั้งหน้าครูจะพาไปเรื่อยๆจะพาทำแบบทดสอบไปเรื่อยๆเลยนะคะโอเคสำหรับวันนี้นะคะเนื้อหาต่างๆนะคะครูฝากไว้เท่านี้นะกิจกรรมเราทำแล้วเมื่อครั้งที่แล้วนะะคะวันนี้เป็นการบรรยายสรุปเท่านั้นวันนี้จบการบรรยายแต่เพียงเท่านี้นะคะ[สิ้นสุดการถอดความ]

More information
- compare(ans and test) :
- ans: file reference
- test: file test
- export datetime : 2024-01-17 16:21:21
- exported from : Accuracy Worker
- version :develop
- lib :character
- your normalize config
-IsFilter :true
-ToLower :false
-ToArabicNumber :true
-WordToNumber :true
-OrderAndSimilar :true
-ListRemove :
- alignment method :Hirschberg
- score weight :{"Match":5,"Mismatch":-1,"PartialMatch":2,"GapPenalty":-1}