(คุณดาริกา) เรียนท่านประธานในพิธี ท่านประธาน กสทช. ศาสตราจารย์คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ท่านผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ศาสตราจารย์ ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ท่าน กสทช. ท่านรองเลขาธิการรักษาการแทนเลขาธิการ กสทช. ท่านผู้บริหาร ท่านแขกผู้มีเกียรติและสื่อมวลชนทุกท่านค่ะ ขอต้อนรับทุกท่านเข้าสู่พิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการส่งเสริมการเรียนรู้เพื่อสร้างนวัตกรรมด้านกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม ที่ออกแบบสำหรับทุกคนและเทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวก ระหว่างสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติกับสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติค่ะ ดิฉัน ดาริกา เดี่ยวพานิช รับหน้าที่เป็นพิธีกรในวันนี้ค่ะ ในโอกาสนี้ค่ะ ดิฉันขอนำทุกท่านเข้าสู่พิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ ดิฉันขอเรียนเชิญท่านผู้บริหารและสักขีพยาน ในการลงนามบันทึกข้อตกลงในครั้งนี้ ขึ้นบนเวทีนะคะ ลำดับแรกค่ะ ดิฉันขอเรียนเชิญท่านประธาน กสทช. ศาสตราจารย์คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ขอกราบเรียนเชิญบนเวทีค่ะ และท่านต่อไปนะคะ ท่านผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ศาสตราจารย์ ดร. ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ค่ะ ท่านที่ 3 ค่ะ ท่านผู้อำนวยการศูนย์ A-MED ดร.กิตติ วงศ์ถาวราวัฒน์ค่ะ ท่านที่ 4 ท่านผู้เชี่ยวชาญศูนย์ A-MED ท่านวันทนีย์ พันธชาติค่ะ ท่านที่ 5 ท่านรองเลขาธิการ กสทช. รักษาการแทนเลขาธิการ กสทช. ท่านไตรรัตน์ วิริยะสริกุลค่ะ และท่านสุดท้ายนะคะ ท่านรองเลขาธิการ กสทช. สายงานกิจการโทรคมนาคมค่ะ ท่านสุทธิศักดิ์ ตันตะโยธินค่ะ ขอกราบเรียนเชิญค่ะ และก่อนจะเข้าสู่พิธีการสำคัญวันนี้นะคะ ดิฉันขอเรียนเชิญท่านประธาน กสทช. ศาสตราจารย์คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ กล่าวต้อนรับและกล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการลงนามในบันทึกข้อตกลงในครั้งนี้ ขอกราบเรียนเชิญค่ะ (ศาสตราจารย์ นพ.สรณ) เรียนท่าน กสทช. ท่านอาจารย์มณเฑียร บุญตัน สมาชิกวุฒิสภา ศาสตราจารย์ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการ สวทช. เลขาธิการ กสทช. ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ของทั้ง 2 หน่วยงาน ผู้มีเกียรติและสื่อมวลชนทุกท่าน กระผมมีความยินดีและรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ต้อนรับทุกท่านสู่พิธีลงนาม บันทึกข้อตกลงความร่วมมือการส่งเสริมการเรียนรู้ระหว่างสำนักงาน กสทช. กับสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ หรือ สวทช. ในวันนี้ กสทช. และสำนักงาน กสทช. มีนโยบายและภารกิจที่มุ่งเน้นที่การส่งเสริมให้ประชาชนเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากบริการในกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม อย่างทั่วถึงและเท่าเทียมกันมาเสมอ ในโอกาสนี้จึงมีความตั้งใจอย่างยิ่งที่จะสร้างกระบวนการให้เกิดการพัฒนานวัตกรรมในกิจการดังกล่าว เพื่อสร้างโอกาสทางสังคม ในการเข้าถึงบริการการสื่อสารที่มีคุณภาพ สำหรับประชาชนทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มผู้พิการ ผู้สูงอายุ ผู้ด้อยโอกาส หรือกลุ่มคนทั่วไป ผ่านการดำเนินกิจกรรมภายใต้บันทึกข้อตกลงความร่วมมือฉบับนี้ การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการส่งเสริมการเรียนรู้ในวันนี้ นับเป็นก้าวสำคัญในการต่อยอดการพัฒนานวัตกรรมใหม่ ๆ ซึ่งนำไปสู่การสร้างโอกาสทางสังคมและการเข้าถึงเทคโนโลยีอย่างเท่าเทียม อีกทั้ง ยังเป็นโอกาสอันดี ให้สำนักงาน กสทช. กับสำนักงาน สวทช. ได้เพิ่มพูนขีดความสามารถในการดำเนินการร่วมกัน ผ่านการแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ และสร้างสรรค์นวัตกรรมที่มีคุณภาพ และสอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภค ผมเชื่อว่าทั้ง 2 ฝ่ายจะสามารถดำเนินกิจกรรมภายใต้ข้อบันทึกข้อตกลงความร่วมมือได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งสำนักงาน กสทช. พร้อมทำงาน และขยายความร่วมมือ เพื่อสนับสนุนกิจกรรมด้านการพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีสำหรับทุกคน ร่วมกับ สวทช. เพื่อส่งเสริมการพัฒนาสังคมของประเทศ ให้มีความเจริญก้าวหน้าและก้าวทันการพัฒนาเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว กระผม ในนาม กสทช. และสำนักงาน กสทช. เชื่อมั่นว่าบันทึกข้อตกลงความร่วมมือฉบับนี้ จะเป็นสิ่งยืนยันความมุ่งมั่นในความร่วมมือ และสนับสนุนกันและกัน และนำความไปสู่ความเจริญก้าวหน้าของประชาชนโดยรวม ซึ่งความร่วมมืออันใกล้ชิด ระหว่างหน่วยงานเราทั้ง 2 จะกระชับแน่นแฟ้นยิ่งขึ้นในภายหน้า ท้ายนี้ผมขอให้ความร่วมมือระหว่างกันนี้ ประสบความสำเร็จตามวัตถุประสงค์แห่งความร่วมมือทุกประการ ขอบคุณครับ (คุณดาริกา) ค่ะ ขอขอบพระคุณท่านประธาน กสทช. เป็นอย่างสูงค่ะ และลำดับต่อไปดิฉันขอเรียนเชิญท่านผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ศาสตราจารย์ ดร. ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ กล่าวแสดงความยินดีและกล่าวถึงแนวทางการดำเนินงานร่วมกัน ขอกราบเรียนเชิญค่ะ (ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ) ท่านศาสตราจารย์คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ท่านประธาน กสทช. ท่านต่อพงศ์ เสลานนท์ กสทช. ท่านอาจารย์มณเฑียร บุญตัน สมาชิกวุฒิสภา ท่านสื่อมวลชนและก็แขกผู้มีเกียรติทุกท่านครับ ในนามของ สวทช. อยากที่จะเริ่มจากขอบคุณ แล้วก็แสดงความยินดีของความร่วมมือที่จะเกิดขึ้นในวันนี้นะครับ ในส่วนของ สวทช. เอง หลายท่านอาจจะทราบว่าเป็นหน่วยวิจัย ที่ทำหน้าที่ในการนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสู่การใช้ประโยชน์กับภาคประชาสังคม แล้วก็เกิดคุณค่าทางเศรษฐกิจกับประเทศนะครับ พวกเราตระหนักกันดี ว่าในส่วนของเทคโนโลยีดิจิทัล ที่ทาง สวทช. เป็นกำลังขับเคลื่อนที่สำคัญอย่างยิ่งของประเทศนี่ ได้มากระทบสังคมไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ในหลายมิติ ทั้งเรื่องของการที่สร้างความเท่าเทียมในการเรียนรู้ ขณะเดียวกันก็สร้างความขัดแย้งในการเสพสื่อนะครับ ซึ่งการดูแลเรื่องของข้อมูลข่าวสาร และการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารของประชาชนโดยทั่วถึงและเท่าเทียม โดยให้ประชาชนทุกคนได้เข้าถึงข้อมูลจริง ไม่ถูกบิดเบือนด้วยโซเชียลมีเดียเป็นที่สำคัญอย่างยิ่ง นอกจากนั้น การเข้าถึงโดยคนทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มที่เป็นผู้ที่พิการหรือว่าผู้ที่ด้อยโอกาสหรือเศรษฐสถานะที่ต่ำกว่านี่ เป็นสิ่งสำคัญ ดังนั้น ดีใจอย่างยิ่งครับ ที่ สวทช. วันนี้ จะได้มีโอกาสร่วมกับ กสทช. ในการที่จะทำให้สิ่งเหล่านี้ดีขึ้น แล้วก็เป็นประโยชน์กับประชาชนทั้งประเทศนะครับ ในหน้าที่ของการนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเข้าสู่สังคมนี่ ถ้าเกิดว่าเราสามารถที่จะเอาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเข้าสู่สังคมในกลุ่มที่ด้อยโอกาสได้มากเท่าไร ก็จะลดความเหลื่อมล้ำของประเทศได้มากเท่านั้นนะครับ กลไกของ BCG ที่ทุกท่านทราบดีนี่ เราอาจจะมองว่าเทคโนโลยีดิจิทัลมีส่วนเกี่ยวข้องน้อย แต่จริง ๆ เทคโนโลยีดิจิทัลเป็นหัวใจเลยครับ เพราะอะไรครับ เพราะว่าด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่ก้าวหน้ามากขึ้น เป็นอะไรที่จะทำให้เรามีโอกาสที่จะนำรากหญ้า หรือว่าผู้ที่ด้อยโอกาส เข้าสู่เศรษฐสถานะที่ดีขึ้นด้วยดิจิทัลมีเดีย ด้วยเครื่องมือทางดิจิทัลที่ราคาถูกลงนะครับ เป็นการนำ Bioeconomy เข้าสู่การใช้ประโยชน์ได้ โดยไม่ต้องผ่านคนกลาง ดังนั้น หวังว่า สวทช. เองในฐานะของหน่วยงานที่ทำงานวิจัยด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จะมีโอกาสนำองค์ความรู้มาร่วมกันกับ กสทช. ในการทำสิ่งเหล่านี้นะครับ ในช่วงที่ผ่านมา กสทช.ได้สนับสนุนสวทช.ในการนำเรื่องของเครื่องมือแพทย์นะครับ และก็การใช้ประโยชน์จากดิจิทัลมีเดียสำหรับผู้พิการ ซึ่งเราทราบดีว่าที่ผ่านมานี้ การที่จะเข้าสู่โลกโซเชียล มักจะต้องอาศัยการดูที่จอนะครับ แต่ว่าบางครั้งผู้พิการทางสายตาก็ต้องการที่จะเข้าถึงโลกดิจิทัลด้วยเช่นเดียวกัน ซึ่งในลักษณะนี้การที่มีเครื่องมือหรือเรียกว่า Assistive Technology จะมีส่วนสำคัญนะครับ ในส่วนของผู้ด้อยโอกาสบางกลุ่ม อาจจะเข้าถึงไม่ได้เลย เพราะขยับไม่ได้ ก็จะมี Assistive Technology ที่เกี่ยวข้อง โดยการสั่งการด้วยเสียงนะครับ ซึ่งทาง สวทช. ก็พยายามวิจัยในส่วนเหล่านี้ แต่ว่างานวิจัยจะขึ้นอยู่บนหิ้งเท่านั้นครับ ถ้าเกิดว่าไม่ได้การร่วมมือของจากทาง กสทช. ในการสนับสนุนการนำไปใช้ประโยชน์นะครับ นอกจากนั้นนะครับ ตั้งแต่ปี 2554 สวทช. เองได้ร่วมกับมูลนิธิสากลเพื่อคนพิการนะครับ ในการสนับสนุนงบประมาณจาก กสทช. จัดให้มีศูนย์บริการถ่ายทอดการสื่อสารแห่งประเทศไทยนะครับ หรือ TTRS ภายใต้ภารกิจของ กสทช. ในการจัดให้มีบริการโทรคมนาคมพื้นฐานโดยทั่วถึง และบริการเพื่อสังคมนะครับ ตรงนี้ครับ เป็นอะไรที่เราเห็นมาระยะหนึ่งแล้ว ในต่างประเทศ คือคนพิการทางการได้ยินและคนพิการทางการพูดนะครับ สามารถที่จะสื่อสารกับคนทั่วไป ผ่านโทรคมนาคมพื้นฐาน ปัจจุบันประเทศไทยก็กำลังทำสิ่งเหล่านี้ให้เกิดขึ้น แล้วก็เข้าถึงได้ โดยคนพิการทั่วไป ต้องขอบคุณทาง กสทช. อย่างยิ่งนะครับ นอกจากนั้นนะครับ ยังมีเรื่องของ Closed Caption นะครับ คำบรรยายแทนเสียงนะครับ ที่จะช่วยให้คนพิการ ผู้สูงอายุ และมีปัญหาทางการได้ยินนะครับ ผมเองในฐานะที่เคยเป็นผู้อำนวยการ สสวท. มาก่อนก็ทราบว่ากสทช.ก็ให้ความสำคัญอย่างยิ่งในการที่จะสนับสนุนให้ผู้พิการได้เข้าถึงบทเรียนต่าง ๆ ที่เด็กทั่วไปสามารถที่จะเข้าถึงได้นะครับ สำหรับกิจกรรมในปีแรก หรือปี 2566 นี่ จะเป็นการร่วมจัดงานประชุมทางวิชาการนานาชาติเรื่องวิศวกรรมฟื้นฟูสมรรถภาพและเทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวกนะครับ หรือว่าตัวย่อภาษาอังกฤษ คือ "i-CREATe 2023" นะครับ ซึ่ง สวทช. และ กสทช. ร่วมกับกลุ่มความร่วมมือด้านวิศวกรรมฟื้นฟูสมรรถภาพและเทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวกแห่งเอเชียนะครับ จะจัดขึ้นระหว่าง 8-11 สิงหาคม นี้นะครับ ที่ สวทช. นะครับ โดยจะมีผู้เข้าร่วมงาน 300 คน จาก 10 ประเทศครับ ในส่วนนี้นะครับ จะเป็นการเปิดกิจกรรมแรกของ MOU นี้นะครับ โดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากกรมสมเด็จพระเทพพระรัตนราชสุดาฯ นะครับ เสด็จองค์เป็นประธานเปิดนะครับ ซึ่งพระองค์ให้ความสำคัญกับการจัดกิจกรรมนี้เป็นอย่างยิ่ง พระองค์เสด็จทุกปีนะครับ ในปีที่ประเทศไทยได้จัดกิจกรรมนี้ แล้วก็โอกาสต่อ ๆ ไปก็จะขยายความร่วมมือในการเข้าถึงนะครับ เทคโนโลยีมากขึ้นนะครับ จากความร่วมมือได้ดีทั้ง 2 หน่วยงานนะครับ ในครั้งวันนี้นี่ ได้ลงนามความร่วมมือในการส่งเสริมการเรียนรู้เพื่อสร้างนวัตกรรมด้านกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมที่ออกแบบสำหรับทุกคนนะครับ แล้วก็เทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวกที่เราจะลงนามกันในวันนี้นะครับ ท้ายที่สุดนะครับ ในนามของ สวทช. และก็คณะกรรมการจัดการประชุมนะครับ i-CREATe 2023 ขอขอบคุณท่านประธาน กสทช. ท่านกรรมการ กสทช. นะครับ และสำนักงาน กสทช. อีกครั้ง ที่ร่วมสนับสนุน สวทช. ได้ดีเสมอมาครับ และก็อีกครั้งครับ ขอเชิญชวนทุกท่านนะครับ เข้าร่วมกิจกรรม i-CREATe 2023 นะครับ แล้วก็ช่วยกันเผยแผ่ให้ประชาชนได้รับทราบครับ ตลอดจนทราบถึงพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้าด้วยครับ ขอบพระคุณครับ (คุณดาริกา) ค่ะ ขอกราบขอบพระคุณ ท่านผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ เป็นอย่างสูงนะคะ ณ เวลานี้ค่ะ ถึงช่วงเวลาพิธีการที่สำคัญแล้วนะคะ ขอเรียนเชิญท่านผู้บริหารนะคะ ลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการส่งเสริมการเรียนรู้ เพื่อสร้างนวัตกรรม ด้านกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม ที่ออกแบบสำหรับทุกคนนะคะ และเทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวกระหว่างสำนักงาน กสทช. กับสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาตินะคะ ขอเรียนเชิญผู้บริหารลงนามค่ะ สำหรับพิธีการลงนามฉบับนี้นะคะ ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นของความร่วมมือกันอย่างเป็นทางการนะคะ เพื่อเป็นการส่งเสริมให้เกิดการพัฒนานวัตกรรมด้านกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจกรรมโทรคมนาคมที่ออกแบบสำหรับทุกคนในยุคดิจิทัลนะคะ ทำให้เกิดการสร้างความตระหนักรู้ในเรื่องต่าง ๆ ร่วมถึงการพัฒนานวัตกรรมด้านต่าง ๆ เพื่อให้มีบริการที่ส่งเสริมการเข้าถึงและใช้ประโยชน์ผ่านเทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวกนะคะ ที่ส่งผลให้มีการดำเนินชีวิตได้สะดวกขึ้นค่ะ และมีเครื่องมือในการพัฒนาความสามารถของคนพิการ ผู้สูงอายุ คนด้อยโอกาส และผู้บริโภคค่ะ อีกทั้งข้อตกลงฉบับนี้นะคะ ยังเป็นการสร้างประสบการณ์การเรียนรู้ การมีส่วนร่วมและการ.. เพื่อลดความเหลื่อมล้ำในสังคมอีกด้วยค่ะ ต้องขอกราบขอบพระคุณท่านผู้บริหารทุกท่านเป็นอย่างสูงนะคะ ขอเสียงปรบมือให้กับทุกท่านบนเวทีด้วยค่ะ [เสียงปรบมือ] (คุณดาริกา) สำหรับช่วงต่อไปนะคะ เป็นการแถลงข่าวเรื่องร่วมจัดการประชุมวิชาการนานาชาติ ขอเรียนเชิญผู้บริหารอยู่บนเวทีก่อนนะคะ ค่ะ นานาชาติเรื่องวิศวกรรมฟื้นฟูสมรรถภาพและเทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวกครั้งที่ 16 นะคะ หรือ i-CREATe 2023 โดยงานจัดขึ้นในวันที่ 8-11 สิงหาคมนี้นะคะ ณ ศูนย์ประชุมอุทยานวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทย สวทช. จังหวัดปทุมธานีค่ะ ในโอกาสนี้ค่ะ ดิฉันขอเรียนเชิญท่าน กสทช. ต่อพงศ์ เสลานนท์ กล่าวถึงความร่วมมือการส่งเสริมการเรียนรู้ในครั้งนี้ ขอกราบเรียนเชิญค่ะ (คุณต่อพงศ์) ครับ กราบเรียนท่านประธาน กสทช. นะครับ ท่านศาสตราจารย์คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ นะครับ ท่านสมาชิกวุฒิสภา ท่านมณเฑียร บุญตัน นะครับ และก็ท่านผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาตินะครับ แล้วก็รวมถึงท่านผู้มีเกียรติและสื่อมวลชนทุกท่านนะครับ ต้องกราบเรียนนะครับ ว่าการทำบันทึกข้อตกลงเรื่องการส่งเสริมการเรียนรู้ในด้านกิจการกระจายเสียง กิจการ... และนวัตกรรมในด้านกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ กิจการโทรคมนาคม เพื่อการใช้ได้สำหรับทุกคน และก็รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวก… เทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวกในวันนี้นี่ ถือว่าเป็นวันประวัติศาสตร์วันหนึ่งนะครับ ที่แม้ว่าหลาย ๆ ปีที่ผ่านมานี่ สวทช. เองก็ดี หรือว่า กสทช. เองก็ดีนี่ จะมีบางกิจกรรมนี่ ได้ดำเนินร่วมกันอย่างที่ท่านผู้อำนวยการได้กล่าวมา แต่ว่าการทำบันทึกข้อตกลงในวันนี้นี่ ก็เสมือนเป็นเครื่องยืนยันนะครับ ว่าสิ่งที่ได้ดำเนินการร่วมกันมาในอดีตนี่ ก่อให้เกิดประโยชน์อย่างกว้างขวาง อย่างเช่น กรณีโครงการที่ท่านผู้อำนวยการได้ยกขึ้นมานะครับ โครงการศูนย์ถ่ายทอดทางโทรคมนาคม ให้สำหรับคนหูหนวก หรือ TTRS นี่ ก็เป็นตัวอย่างอันดีที่ทำให้เห็นถึงกิจกรรมความร่วมมือ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงเทคโนโลยีนะครับ แล้วก็ทำให้ชีวิตของประชาชนนี่ มีสิ่งที่สะดวกแล้วก็ได้รับโอกาสเพิ่มมากขึ้น ต้องเรียนครับว่าในบทบาทหน้าที่ของ กสทช. เองนี่นะครับ ไม่ว่าจะอยู่ในข้อกฎหมายก็ดี หรือว่าในเชิงนโยบายที่ถูกแปลงมาเป็นแผนแม่บท ไม่ว่าจะเป็นแผนแม่บทด้านกิจการโทรคมนาคม หรือแผนแม่บทด้านกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ ทุกฉบับที่ผ่านมาจนถึงฉบับปัจจุบันนี่ ว่าด้วยการ... เรื่องเกี่ยวข้องกับการส่งเสริมการจัดสิ่งอำนวยความสะดวก เทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวก และก็การใช้ประโยชน์ของทุกคนนี่ เป็นยุทธศาสตร์สำคัญในแผนแม่บทนะครับ เพราะว่าในมุมขององค์กรกำกับนี่ ต้องเรียนว่านอกจากการที่จะส่งสาร ให้เกิดความเสรีและเป็น และก็รวมถึงให้... ในเชิง... สิ่งที่ต้องคำนึกถึง เป็นสาระสำคัญ ก็คือการที่เขา... …หรือว่าผู้สูงอายุนี่เป็นจำนวนมาก ดังนั้นนี่ การดำเนินการเพื่อข้อตกลงอันนี้นี่ ผมเชื่อว่าในอนาคตนี่ จะมีกิจกรรมเพื่อที่จะทำให้ช่องว่าง หรือความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงเทคโนโลยีดิจิทัลนี่ ลดลงเรื่อย ๆ นะครับ ซึ่งผมอยากจะขออนุญาตท่าน ว่ายกตัวอย่างนะครับ ว่าไม่ว่าจะเป็นผมที่มานั่งเป็น กสทช. ได้ทุกวันนี้ หรือว่าขออนุญาตเอ่ยนาม ท่าน สว. มณเฑียร หรือคนพิการอีกหลายคนด้วยนะครับ ที่เราสามารถดำเนินชีวิต โดยเฉพาะการทำงานนี่ ได้เฉกเช่นเดียวกับคนทั่วไปนี่ ล้วนแล้วแต่ได้ใช้เครื่องมือ หรือใช้ประโยชน์ จากการใช้เทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวกทั้งสิ้น ซึ่งผมคิดว่า โอกาสต่าง ๆ เหล่านี้ที่จะเกิดขึ้นแม้กับผมเอง หรือคนพิการอีกจำนวนมากนี่ ก็ยังอยู่ในวงจำกัด ซึ่งการทำบันทึกข้อตกลงวันนี้นี่ ผมเชื่อว่าก็จะทำให้เทคโนโลยีต่าง ๆ เทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ นี่ หรือการออกแบบเพื่อทุกคนต่าง ๆ นี่ มันถูกเผยแพร่อย่างกว้างขวางแล้วก็ทำให้โอกาสต่าง ๆ นี่มันได้ถูกกระจายเพิ่มมากขึ้นนะครับ นอกจากนี้นะครับ ในปีนี้นี่ ทางสำนักงาน กสทช. นี่นะครับ ก็ได้ร่วมมือกับทาง สวทช. นี่ ในการรวมเป็นเจ้าภาพในการจัดงาน วิศวกรรมพื้นฟูสมรรถภาพ แล้วก็เทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวก นะครับ i-CREATe ครั้งที่ 16 ซึ่งในงานนี้นี่ ได้ไปร่วมจัดนิทรรศการ ได้ไปร่วมจัดนิทรรศการ และก็ได้ร่วม การจัดการสัมมนาในระหว่างงาน ก็คือเรื่องเกี่ยวข้องกับ Digital Inclusion … …ซึ่งในพื้นที่โฟกัสลงมานี่ ก็คือประเด็นเรื่อง Digital ID ต้องเรียนครับ ว่าในสังคมในประเทศไทยในปัจจุบันนี่ มีการพูดถึงการแสดงตน หรือว่าการยืนยันตัวตนนี่ ผ่านระบบดิจิทัลนี่ เยอะแยะมากมายนะครับ แล้วก็กรณีที่เป็นสาระสำคัญนี่ ก็คือปัจจุบันนี่ มีหลายแพลตฟอร์ม หรือว่ามีหลายตัว แนวคิดในเรื่องเกี่ยวกับการทำ Digital ID ซึ่งอันนี้เป็นสิ่งที่ผมคิดว่า ถ้าคนพิการนี่นะครับ ในฐานะที่ต้องใช้สิทธิ์ หรือได้มีสิทธิ์ที่จะได้รับสิทธิ์ตามกฎหมายนี่นะครับ ที่ผ่านมานี่ จากประสบการณ์ทำงานของผมนี่ โดยเฉพาะกับร่วมกับท่าน สว. มณเฑียร นี่ เราพบครับว่าเมื่อประชาชนนี่ โดยเฉพาะในกลุ่มคนพิการนี่ เข้าไม่ถึงสิทธิ์การมีทะเบียนบ้านหรือว่าการมีบัตรประชาชนนี่ ก็พบว่าชีวิตของเขานี่นะครับ เมื่อเปรียบเทียบกับคนพิการอื่น ๆ ที่ได้รับเข้าถึง หรือมีบัตรประชาชนต่าง ๆ นี่ ก็แตกต่างกันค่อนข้างมากนะครับ ดังนั้นแล้วนี่ ถ้าสังคมเรานี่ จะก้าวไปสู่สังคมที่เป็นสังคมดิจิทัลนะครับ ดังนั้นแล้วนี่ ประเด็นเรื่อง Digital ID นี่ ซึ่งทั้งหลายทั้งปวงนี่ก็ผ่าน Platform ในระบบโทรคมนาคมนี่ จึงเป็นสาระสำคัญ หรือเป็นประเด็นสำคัญพื้นฐานที่พึงหยิบยกขึ้นมา เพื่อทำให้โอกาสทั้งหลายที่จะเกิดขึ้นจากเทคโนโลยีดิจิทัลนี่ ไม่ตกหล่นสำหรับคนพิการ แล้วก็รวมถึงจะมีการสัมมนาในหัวข้อ Who Benefits from Assistive Technology? หรือว่าใครคือผู้ที่ได้รับประโยชน์จาก Assistive Technology ต้องเรียนครับว่า ในมุมมองหนึ่งนี่นะครับ ก็อาจจะมองได้ว่า Assistive Technology หรือเทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวกนี่ เป็นเครื่องมือสำหรับคนบางกลุ่ม อย่างเช่น คนพิการ หรืออะไรเป็นต้น แต่ต้องเรียนด้วยความเป็นจริงนะครับ ว่า Assistive Technology มีความเป็นกลาง ความหมายคือ เมื่อใครก็แล้วแต่ในสังคม มีความจำเป็น ก็มีสิทธิ์หรือมีโอกาสที่จะได้ใช้ ดังนั้นนี่ ในกลุ่มเป้าหมายที่เราได้พูดถึงในการขับเคลื่อนการทำ MOU ในครั้งนี้นี่ จึงมีทั้งคนพิการ ผู้ด้อยโอกาส และก็รวมถึงผู้สูงอายุ ซึ่งผู้สูงอายุนี่นะครับ ก็จะทราบนะครับ ว่าในความเป็นจริงนี่ ก็จะมีผู้สูงอายุจำนวนมากนะครับโดยเฉพาะระบบการสาธารณสุขที่ดีขึ้นในปัจจุบัน ให้... ของประชาชนนี่ เพิ่มมากขึ้น แต่ว่าในขณะเดียวกับนี่ ทุกปัญหาที่เกิดขึ้นจากการเสื่อมตามวัย ไม่ว่าจะเป็นทางด้านการเห็น การได้ยิน หรือว่าระบบสมองความคิดต่าง ๆ นี่ก็จะมีปัญหาที่เฉกเช่นเดียวกับคนพิการ ดังนั้นแล้วนี่ การที่เรามุ่งที่จะสร้างการออกแบบเพื่อทุกคน หรือว่าการสร้างสิ่งอำนวยความสะดวก สำหรับเทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวกในวันนี้ แน่นอนว่าก็จะมีคนที่ได้รับประโยชน์ทันที ก็คือกลุ่มคนพิการ แต่ว่าเชื่อว่าในที่สุดแล้วนี่ ด้วยสิ่งที่เราทำในวันนี้นี่ อนาคตนะครับ เมื่อเรานี่ เดินไปสู่การที่เป็นผู้สูงวัย หรือมีการเสื่อมของอวัยวะตามที่ผมได้กล่าวมานี่ เราก็จะได้รับประโยชน์จากการออกแบบสำหรับทุกคน และก็เทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างแน่นอนนะครับ อย่างไรก็ขออนุญาตที่จะกราบเรียนท่านประธาน ท่านผู้มีเกียรติแล้วก็ทุกท่านนะครับ เนื่องในโอกาสการบันทึกข้อตกลงในวันนี้ครับ ขอบคุณครับ (คุณดาริกา) ค่ะ ขอขอบคุณ ท่าน กสทช. ต่อพงศ์ เสลานนท์ เป็นอย่างสูงค่ะ ไม่ทราบว่าพี่ ๆ สื่อมวลชนท่านใด มีข้อซักถามไหมคะ ขอเรียนเชิญพี่ ๆ สื่อมวลชนมีข้อซักถามเกี่ยวกับการจัดงานที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 8-11 สิงหาคมนี้ด้วยนะคะ มีท่านใดมีข้อสอบถามไหมคะ หากไม่มีข้อสอบถามนะคะ ดิฉันลำดับต่อไปค่ะ ขอเรียนเชิญท่านผู้บริการทุกท่านค่ะ ถ่ายภาพที่ระลึกร่วมกันบนเวทีนะคะ ขออนุญาต ด้านบนเวทีนะคะ ภาพแรกนะคะ แล้วภาพที่ 2 เราจะเรียนเชิญทุกท่านมาถ่ายภาพด้านล่างเวทีนะคะ ขอเรียนเชิญถ่ายภาพบนเวทีค่ะ และภาพที่ 2 นะคะ ขอเรียนเชิญท่านผู้บริหารทุกท่านบริเวณด้านหน้าเวทีนะคะ เพื่อถ่ายรูปร่วมกับท่านผู้บริหาร และท่านวิทยากรค่ะ และขอเรียนเชิญท่านผู้บริหารและท่านวิทยากรทุกท่านนะคะ ถ่ายภาพที่ระลึกร่วมกันบริเวณหน้าเวทีค่ะ ขอเรียนเชิญท่านมณเฑียร บุญตันด้วยนะคะ ขอเรียนเชิญค่ะ ด้านล่างค่ะ ด้านล่างเวทีค่ะ ขอเรียนเชิญด้านล่างเลยค่ะ ค่ะ เชิญท่านผู้บริหารด้านล่างนะคะ เชิญค่ะ ขอเรียนเชิญด้านหน้าเวทีค่ะ ขอกราบขอบพระคุณทุกท่านเป็นอย่างสูงค่ะ สำหรับพิธีลงนามในบันทึกข้อตกลงและแถลงข่าวร่วมกันในวันนี้ได้เสร็จสิ้นเป็นที่เรียบร้อยแล้วนะคะ สุดท้ายนี้ในนามของสำนักงาน กสทช. ต้องขอขอบคุณทุกท่านมา ณ โอกาสนี้สำหรับความร่วมมือที่ดีค่ะ และขอเรียนเชิญทุกท่านร่วมรับประทานอาหารว่างบริเวณหน้าห้องประชุมนะคะ และเราจะกลับมาพบกับช่วงการสัมมนาที่น่าสนใจอีก 2 หัวข้อเรื่องนะคะ แล้วเรากลับมาพบกันในห้องประชุมนี้ เวลา 10.15 น. ค่ะ ขอเรียนเชิญทุกท่านร่วมรับประทานอาหารว่าง บริเวณด้านหน้าห้องประชุมได้เลยค่ะ (เจ้าหน้าที่) ฮัลโหล Test 1 2 3 4 5 ได้ยินใช่ไหมครับ ฮัลโหล Test 1 2 3 4 5 ได้ยินใช่ไหมครับ (ดร.ณัฐนันท์) ครับ ก็ตัวชิ้นแรกน่ะครับ ที่จะเอามาโชว์น่ะครับ ก็จะเป็นเรื่องของตัว Closed Caption นะครับ วันนี้เราเอามาขึ้นจอบริการด้วยครับ ประกอบกับล่ามภาษามือน่ะครับ วันนี้ก็เลยมีโชว์ แล้วก็ทางสมาคมคนตาบาดน่ะครับ เอ๊ย สมาคมคนหูหนวก ก็นี่ครับ ก็จะอ่านข้อความไปได้ด้วยครับ วันนี้ก็ทำสด เดี๋ยวช่วงถัดไปอาจารย์มณเฑียรพูดน่ะครับ Easy Read ก็ ตัวนี้ก็จะขึ้นครับ (ผู้เข้าชมงาน) อ๋อ Real Time Captioning (ดร.ณัฐนันท์) ใช่ครับ แล้ววันนี้โชว์ Real Time Captioning ด้วยครับ ครับ (ผู้เข้าชมงาน) Real-time จริง ๆ เลยใช่ไหมอาจารย์ Speech to Text (ดร.ณัฐนันท์) อันนี้ใช้คนครับ ของแบ่งพิมพ์ครับ (ผู้เข้าชมงาน) Latency เท่าไร (ดร.ณัฐนันท์) อยู่ประมาณ 5-10 วินาที ขึ้นอยู่กับความยาก (ผู้เข้าชมงาน) ใช้จรวดพิมพ์หรือนั่น แต่ต่อไป AI อาจจะแทนได้ ดีขึ้นเรื่อย ๆ (อาจารย์วันทนีย์) เดี๋ยวนี้ ถ้า... (ผู้เข้าชมงาน) ในต่างประเทศนี่ เขาใช้ AI Convert แล้วก็ใช้คน Edit (ดร.อนันต์ลดา) ใช่ค่ะ จริง ๆ เราใช้ เดี๋ยวขออธิบายนิดหนึ่งน่ะค่ะ ตอนนี้เรามี 3 เทคนิคที่ให้เลือกใช้ได้น่ะค่ะ อย่างเมื่อเช้านี่ เป็นเรื่องของการแบ่งพิมพ์น่ะค่ะ ใช้คนเจ้าหน้าที่ 4 คนนะคะ สลับกันพิมพ์ มันก็จะใช้กรณีที่อาจจะเสียง... อาจจะไม่ชัดเจนอย่างเมื่อเช้านี่ มันจะมีเสียงรบกวนในห้องค่อนข้างเยอะน่ะค่ะ ก็เลยเลือกใช้แบบนี้ วิธีที่ 2 คือใช้คนพูดทวนนะคะ อย่างเช่น เวลานักข่าวไปออกภาคสนาม ใช่ เพื่อปรับคุณภาพเสียง แล้วก็ค่อยเอาไปผ่านระบบรู้จำเสียงพูดอีกครั้งหนึ่งน่ะค่ะ และระบบสุดท้ายก็คือใช้รู้จำเสียงพูดไปเลยน่ะค่ะ แล้วจะให้เจ้าหน้าที่แก้ ซึ่งแบบหลังนี่ ตอนนี้เราเริ่มเอามาใช้กับในห้องเรียนนะคะ ในห้องเรียนนี่ อาจารย์ค่อนข้างพูดช้าพูดชัด ก็จะใช้ตัว AI เทคโนโลยีเสียงรู้จำเสียงพูดได้น่ะค่ะ แต่ว่าระบบเรานี่ ออกแบบให้ใช้ได้หลากหลายวิธีบนระบบเดียวกันเพื่อขึ้นอยู่กับสถานการณ์ที่เหมาะสมน่ะค่ะ ค่ะ (อาจารย์วันทนีย์) คุณต่อพงศ์… ที่ทดลองตัว Real-time ที่ออกอากาศจริง ๆ เราเริ่มกับ ThaiPBS มา ตอนที่เราเริ่มโครงการ… (ผู้เข้าชมงาน) แล้วตอนนี้ยังทำกับ Thai PBS อยู่ไหม (อาจารย์วันทนีย์) Thai PBS ก็แล้วแต่ว่าถ้าเป็นกิจกรรม อย่างเช่น มีกิจกรรมพิเศษ เช่น วันเฉลิมฯ หรือวันอะไรอย่างนี้ เขาก็จะมาคุยกัน (ผู้เข้าชมงาน) โอเค จะมาจิ้มกับเรา (อาจารย์วันทนีย์) รวมการเฉพาะกิจก็จะมาร่วมกับเรา (ผู้เข้าชมงาน) คือรายการที่เป็น Commercial นะ… (ดร.ณัฐนันท์) ครับ ครับ (ผู้เข้าชมงาน) รับนโยบายไว้นะ (ดร.ณัฐนันท์) ครับ (ผู้เข้าชมงาน) ทดลองกับสถานีจริง (อาจารย์วันทนีย์) เอาให้หลาย ๆ สถานี หลาย ๆ Mux น่ะค่ะ ขณะนี้มันมีกี่ Mux (ผู้เข้าชมงาน) ไม่ก็ใช้ Mux Thai PBS ก่อนเลยอาจารย์ (ดร.ณัฐนันท์) ครับ มี 3 Mux ครับ แต่ว่าของช่อง 5 มี 2 MUX ครับ ก็มี 4 Mux (ผู้เข้าชมงาน) ตอนนี้ Mux ที่ทำไว้แล้ว คือ Mux ThaiPBS เขาก็มีหลายช่องนะ (อาจารย์วันทนีย์) ทำไปแล้วทุก Mux น่ะค่ะ (ดร.ณัฐนันท์) เราทำทุก Mux ครับ เพราะตอน ศบค. น่ะครับ ช่วงนั้นน่ะครับ คุณตรีประสานมา สวทช. ก็เอาไปช่วยครับ ไม่ครับ ไม่ ค่า Infra(structure) ครับ (อาจารย์วันทนีย์) ตอนนั้นก็พยายามให้ทุกช่องมี (ผู้เข้าชมงาน) ให้ทุกช่องมีอุปกรณ์ทำ AD CC แต่ว่าอันนี้มันเป็น รายละเอียดที่เราประสานงานเบื้องต้นใน (ผู้เข้าชมงาน) ไม่ ตอนนี้ทุกช่องมีหรือยัง (ดร.ณัฐนันท์) ช่องเขามีอุปกรณ์ (ผู้เข้าชมงาน) ไม่ ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวจัดให้ (อาจารย์วันทนีย์) จริง ๆ คุณต่อพงศ์ขณะนี้ จริง ๆ อยากให้เกิด Real-time พวกข่าวหรืออะไรต่าง ๆ นี่จะ Real-time (ผู้เข้าชมงาน) น่าสนใจ โอเค ไปต่อ (ดร.ณัฐนันท์) ครับ ชิ้นที่ 2 ครับ จะอยู่ตรงหน้าเลยครับ อันนี้ก็จะเป็นกลุ่มเด็กที่เป็นกล้ามเนื้ออ่อนแรงครับ พวกกลุ่มนี้ครับ นอกจากมือไม้ก็จะอ่อนแล้วนี่ กล้ามเนื้อเรื่องของมัดในการพูดคุยนี่ ก็จะมีปัญหาด้วย เราก็เลยต้องออกแบบ Tablet น่ะครับ ให้มันสามารถพิมพ์แล้วก็พูดแทนได้ (ผู้เข้าชมงาน) หา เหรอ (ดร.ณัฐนันท์) ใช่ คือ ต้องบอก... (ผู้เข้าชมงาน) สำหรับคนพูดปัญหาสื่อสารด้วยไหม (ดร.ณัฐนันท์) ใช่ครับ ก็เป็นพวกอ่อนแรง CP (ผู้เข้าชมงาน) คือที่พูดว่า (ดร.ณัฐนันท์) พูดไม่ชัดน่ะ ใช่ครับ เพราะกล้ามเนื้อ (อาจารย์วันทนีย์) ใช้คีย์บอร์ด (ดร.ณัฐนันท์) พิเศษครับ เพราะว่า... (ผู้เข้าชมงาน) ขอจับได้ไหม (ดร.ณัฐนันท์) ได้ครับ ก็เป็น Tablet น่ะครับ แล้วก็จะเป็นหน้าจอ แต่ว่าเราออกแบบคีย์บอร์ดให้เป็น Adaptive น่ะครับ เหมือนถ้าเราพิมพ์ตามคีย์บอร์ดตามปกตินี่ ถ้าเราพิมพ์ประโยคหนึ่งจะใช้เวลาพิมพ์นาน แต่ว่าตัวนี้เวลาเราพิมพ์ไปนี่ มันจะ Select Word เดาคำให้ แล้วมันก็จะเร็วขึ้น นี่ครับ อันนี้จดสิทธิบัตรไว้ เพื่อจะให้มีการเผยแพร่ แล้วก็มีการ... (ผู้เข้าชมงาน) อันนี้ก็ต้อง... คนใช้จริง ๆ ก็ต้องฝึกนะ (ดร.ณัฐนันท์) ก็ต้องฝึกครับ ก็... (ผู้เข้าชมงาน) เหมือนต้องไปอยู่ในระบบสถานศึกษา (อาจารย์วันทนีย์) เราเอาไปที่ทดลองที่โรงเรียนศรีสังวาลย์ค่ะ (ดร.ณัฐนันท์) เดี๋ยวให้ ดร. ชัชวาล (ดร.ชัชวาล) ตอนนี้อยู่ระหว่างการทดลองอยู่ครับ ทดลองอยู่ครับ ทดลองใช้อยู่ที่โรงเรียนศรีสังวาลย์ กับนักเรียนเด็กมีปัญหาเรื่องการเคลื่อนไหวกล้ามเนื้อต่าง ๆ แล้วก็บางคนก็มีเรื่องการพูดนะครับ ครับ ก็โดยหลักการของตัวนี้ ก็คือจะเป็นบอร์ดที่ช่วยทำนายปุ่มที่จะถูกกวาดใช้บ่อย ๆ พอปุ่มปัจจุบันกดอะไรแล้วมันจะทำนายว่าปุ่มถัดไปกดอะไร อ๋อ ยังครับ ตัวนี้ปัจจุบันยังครับ ตอนนี้ยังครับ เป็นตัวเวอร์ชันแรกครับ ตัวนี้คือมันจะช่วยลดการเคลื่อนไหวของผู้ใช้นะครับ พยายามทำนายตัวอักษรถัดไป คือให้มาอยู่ใกล้ ๆ กันมากที่สุด ใช่ครับ (ผู้เข้าชมงาน) เป็นทั่วไปอยู่ ยังไม่ถึงขั้นแบบ Machine Learning ว่าล้ำสมัย (อาจารย์วันทนีย์) แต่จริง ๆ มันมี แต่จริง ๆ น่ะ มันเป็น Icon Based ที่ไปต่อเชื่อมได้ (ผู้เข้าชมงาน) โอเค (อาจารย์วันทนีย์) ที่กด กดรูปแล้วก็รูปนั้นไปแทนคำอะไรอย่างนี้ค่ะ (ผู้เข้าชมงาน) จริง ๆ ต้องให้เป็น Agenda Detection ด้วย คุณแม่ผมตอนเป็น… (ดร.ณัฐนันท์) ครับ (ผู้เข้าชมงาน) คือ แขน ก็ตอนหลัง แขนก็จะเริ่มขยับไม่ได้ ใช้วิธีกรอกตาเอา (ดร.ณัฐนันท์) ครับ ใช่ครับ (อาจารย์วันทนีย์) มันต่อเชื่อมพวกอุปกรณ์ (ดร.ณัฐนันท์) ที่จริงมันมีอีกโหมดหนึ่ง โหมดที่สแกนนะครับ มันวิ่งเอง แล้วก็คอยแค่เลือก กด Switch อะไรอย่างนี้ครับ (ผู้เข้าชมงาน) หรือใช้ Retina Detection ว่ามองตรงไหน ก็บันทึกไฟล์ (ดร.ณัฐนันท์) ครับ ก็เชื่อมต่อครับ (ผู้เข้าชมงาน) อันนี้ มีอะไรอีกเอ่ย เอาอันนี้เป็นหลักนะ 2 อันนี้นะ เดี๋ยวต้องขอตัวแล้วนะอาจารย์ ขอบคุณอาจารย์มากนะครับ ดร.โป้ง (ดร.ณัฐนันท์) ครับ ขอบคุณครับ (ผู้เข้าชมงาน) ค่ะ น้อง ๆ น้อง ๆ ค่ะ อาจารย์ น้อง ๆ Present ได้เลยค่ะ (ดร.ณัฐนันท์) ครับ ก็อันนี้ครับ จะเป็นกลุ่มด้านการเรียนรู้น่ะครับ ก็จะมีด้วยกัน 2 ระบบน่ะครับ ก็จะมีเรื่องของตัว Web Accessibility นะครับ เป็นเรื่องของการตรวจสอบการเข้าถึงนะครับ อีกอันหนึ่งก็จะเป็น Online Learning นะครับ ซึ่งอันนี้ใช้ Content ที่ได้จากทาง สสวท. ด้วยส่วนหนึ่งในการนำมาผลิตนะครับ เรามีนักวิจัยน่ะครับ ชื่อน้องพีท เป็นพนักงาน สวทช. ครับ เป็นผู้พิการทางสายตา เป็นคนออกแบบระบบ เดี๋ยวให้พีทแนะนำส่วนแรกก่อนครับ เรื่อง Accessibility (พีท) ตัวแรก ก็คือเป็นตัวระบบ Easy Check ตัวนี้เป็นตัว Software ในการตรวจสอบเว็บไซต์นะครับ คนพิการนะครับ ว่าตัวเว็บไซต์ที่เราต้องการจะมาตรวจสอบนี่ เข้าถึงได้หรือเปล่านะครับ ถ้าตรวจมาปุ๊บ มีข้อผิดพลาดตัวระบบก็จะแจ้งมีข้อผิดพลาดเป็นบรรทัดนะครับ เป็น Column ของตัว Code นะครับ แล้วก็เพื่อให้นักพัฒนานะครับ สามารถไปดู Code แล้วก็ไปแก้ตรงนั้นได้เลยครับ แล้วก็ผมมีตัวเทคนิคนะครับ ถ้าสมมติว่าเราไม่ทราบว่าตัวที่เราแก้ไปนี่ แก้เพื่ออะไรอย่างนี้ครับ เราก็จะมีเทคนิคที่จะลิงก์ไปหาตัวต้นน้ำของ… ว่าเทคนิคตัวนี้นี่ มันจัดทำขึ้นเพื่ออะไรนะครับ อย่างเช่นเรื่องของการอธิบายรูปภาพอย่างนี้ เขาก็จะบอกว่าเราควรจะเติมอย่างไร ควรจะเติมที่ Attribute หรือว่าตัว Tag ไหนอะไรอย่างนี้ครับ ประมาณนี้ แล้วก็ตัวระบบก็จะมีการทำสรุปของคนที่ใช้ ว่าเว็บไซต์ของท่านนี่ สามารถเข้าถึงได้ประมาณเท่าไร ประมาณกี่เปอร์เซ็นต์แล้วนะครับ ถ้าสมมติว่าไม่มีข้อผิดพลาดอะไรนี่ ระบบก็จะแสดงน่ะครับ (ผู้เข้าชมงาน) แล้วระบบมันทำอะไรบ้าง เขาไปลองคลิกตามเมนูต่าง ๆ แล้วอะไรมันจะขึ้น (น้องพีท) ระบบจะทำการ Stretch หน้าเว็บขึ้นมา แล้วก็จะมีอัลกอริทึมในการมองว่า... หรือว่าภาพมีคำอธิบายหรือเปล่า ลิงก์ที่จะกดสามารถ... หรือเปล่านะครับ หรือว่าเลือกไป ปุ๊บ มัน คือ Speaker นี่ครับ สามารถโฟกัสได้ไหม หรือว่าสีนี่ครับ สีขององค์ประกอบหรือว่าภาพ หรือว่าอะไรอย่างนี้ครับ ความแตกต่างจะเพียงพอไหม ที่จะให้คนที่เป็น Low Vision นะครับ ใช้ได้หรือเปล่า หรือว่าจะเป็นตัว Robust Robust เช่น ตัว… นี่สามารถเข้าถึงองค์ประกอบได้หรือเปล่า เช่น Text Field Button อะไรต่าง ๆ นา ๆ นี่ครับ คือระบบสามารถวิเคราะห์ได้ (ผู้เข้าชมงาน) คือ วิธีของระบบที่เขาไปวิเคราะห์นี่ คือไปจำลองตัวเองเป็นผู้ใช้ ดังนั้นมันไม่ขึ้นอยู่กับว่า ตัว Engine ของเว็บไซต์นี้เป็นอะไร ใช่ไหม หรือว่ามันขึ้นอยู่กับ Engine ด้วย (น้องพีท) คือตัวเราจะมีเป็นชุดอัตโนมัติในการ... ว่ากลุ่มนี้ Detect ได้ไหม ก็คือว่าเหมือนกับการวิเคราะห์ เราก็ใช้ตัว… (ผู้เข้าชมงาน) แล้วจำลองตัวเองเป็น Robot เป็นวิชัยเข้าไปแล้วก็ลองคลิกดูใช่ไหม (พีท) เราก็ดึงพวกตัวประกอบมาว่าปุ่มนี้ อย่างเช่นปุ่มที่เปิด Icon อย่างเช่นครับ คนที่ทำเข้าถึงไม่ได้ถ้าไม่มีการเติมคำอธิบาย Icon เราก็ลองดู ว่าเราดึง Text กลุ่มของคนนี้ออกมาว่าเจออะไรไหม ถ้าไม่เจอก็คงไม่ได้เกิดข้อผิดพลาดแน่นอน ประมาณนี้ครับ (ดร.ณัฐนันท์) ตัวตรวจนี่ครับ เราอ้างอิงตามมาตรฐานต่างประเทศนะครับ แล้วก็ตาม พ.ร.บ. น่ะครับ ของ พก. น่ะครับ ก็มีเรื่องของการเข้าถึงสื่อ ตอนนี้ครับ เราคุยกับ สพร. กับทางกระทรวง DE น่ะครับ กับการบังคับใช้ ซึ่งทาง DE น่ะครับ เขามอง ว่าถัดไปน่ะครับ พวกการจัดทำ TOR ภาครัฐทั้งหมดน่ะครับ จะต้องมีการทำมาตรฐานการเข้าถึงด้วย ตอนนี้ต้องมีความร่วมมือน่ะครับ ที่คิดว่ากำลังจะขอเซ็น MOU กับทาง สวทช. น่ะครับ ที่จะขอเอาระบบนี้เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการจัดซื้อภาครัฐ ถ้ากรณีที่มีการทำเรื่องของ Content น่ะครับ เราก็ต้องให้คนพิการเข้าถึงนี่ อย่างน้อยต้องมีการตรวจสอบจากระบบนี้ ครับ อันนี้ก็จะเป็นส่วนหนึ่งนะครับ ที่เราจะเข้าไปสนับสนุน (ผู้เข้าชมงาน) การที่เว็บไซต์ทั่วไปได้รับการตรวจสอบ แล้วผ่านการตรวจสอบว่าคนพิการเข้าถึงได้ ก็มีสิทธิประโยชน์อะไรเพิ่มเติมจากการที่... นอกจากที่เป็นเว็บ เพราะบางครั้งกลุ่มคนพิการอาจจะไม่ใช่เป้าหมาย เข้าใจความหมายใช่ไหม (ดร.ณัฐนันท์) เป็นเรื่องของการทำแบบ For All น่ะครับอาจารย์ ก็คือตัวเว็บ ไอ้ตัว Accessibility นี่ก็คือเราเป็น A AA AAA น่ะครับ มี 3 ระดับ ก็คือขอให้ผ่านอย่างน้อยแค่ A เดียว อันนี้เราก็จะการันตีว่าคนพิการทางสายตาเข้าได้ กลุ่มอื่น ๆ สามารถเข้าถึงได้ครับ (ผู้เข้าชมงาน) แล้วอย่างไรต่อ (ดร.ณัฐนันท์) ตอนนี้นะครับ เรื่องของการเข้าถึงตอนนี้นะครับ เป็นเรื่องของการขอความร่วมมือยังไม่มีการ มีโทษอะไรน่ะครับ แต่ถ้าเป็นนโยบายของเกาหลีอย่างนี้ครับ อันนั้นน่ะครับ เขาตั้งหน่วยงานขึ้นมา แล้วก็บอกว่าถ้าใครไม่ทำนี่ มีบทลงโทษ มีค่าปรับ (ผู้เข้าชมงาน) ยังไม่มีโทษไม่เป็นไร มีประโยชน์อะไร (ดร.ณัฐนันท์) ครับ (คุณดาริกา) จะเป็นการเสวนาในหัวข้อ Easy Read Easy Read นะคะ Plain Language การเข้าถึงข้อมูลที่อ่านเข้าใจง่ายและภาษาที่เข้าใจได้สำหรับคนทุกนะคะ ขอเรียนเชิญทุกท่าน ที่อยู่บริเวณด้านหน้าหอประชุมนะคะ เรียนเชิญด้านในได้เลยนะคะ สวัสดีค่ะ กลับมาพบกันกับช่วงที่ 2 นะคะ ในหัวข้อสัมมนาที่สำคัญของวันนี้ค่ะ กับการบรรยายในช่วงแรกในหัวข้อหัวแนวคิดการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารผ่านกิจการโทรคมนาคมนะคะ ซึ่งในวันนี้เราได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิค่ะ ท่านอาจารย์มณเฑียร บุญตัน นะคะ แต่ก่อนที่จะพบกับท่านวิทยากรค่ะ เรามาทำความรู้จักกับท่านก่อนนะคะ ดิฉันขออนุญาตอ่านประวัติโดยย่อของท่านค่ะ ท่านได้รับปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์สังคมศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ในปีพุทธศักราช 2558 นะคะ ปัจจุบันค่ะ ท่านดำรงตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภา ประธานมูลนิธิสถาบันวิจัยเพื่อการคุณภาพชีวิตคนพิการประเทศไทย ประธานมูลนิธิคนตาบอดไทยนะคะ กรรมการมูลนิธิศูนย์พัฒนาและฝึกอบรมคนพิการเอเชียและแปซิฟิก ในพระบรมราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีนะคะ และท่านยังดำรงตำแหน่งสำคัญอีกมากมายค่ะ หากทุกท่านพร้อมแล้วนะคะ ดิฉันขอเรียนเชิญท่านวิทยากรท่านอาจารย์มณเฑียร บุญตัน และข้อเสียงปรบมือต้อนรับท่านวิทยากรด้วยค่ะ ขอเรียนเชิญท่านวิทยากรบนเวทีค่ะ (อาจารย์มณเฑียร) ผมน่าจะนั่งอยู่ข้างบนนี้คนเดียวนะครับ เพราะฉะนั้นไม่มีอะไรต้องกลัวนะ ผมติดโควิดเมื่อเดือนพฤษภาคมนะครับ เพราะฉะนั้น ก็น่าจะไม่ใช่เป็นตัวแพร่เชื้ออะไรตอนนี้นะครับ ก็กราบเรียนผู้แทนจากสำนักงาน กสทช. นะครับ ผู้แทนจาก สวทช. ท่านผู้มีเกียรติทุกท่านครับ วันนี้ผมตั้งใจจะไม่ใช้ Presentation เพราะอยากจะพูดแบบ Free From นะครับ มันเป็นความเกียจคร้านส่วนตนด้วย แล้วก็อาจจะเป็นเพราะว่าต้องการจะสื่อสารว่าบางอย่างนี่ มันอยู่ที่ว่าเราสื่อสารอย่างไรนะครับ แล้วทำให้ผู้ฟังนี่เข้าถึงได้ เข้าใจได้ขนาดไหนนะครับ ประเด็นหัวข้อในการลงนามความร่วมมือในวันนี้นี่ มันเป็นเรื่องของการเข้าถึงนะครับ ข้อมูล ข่าวสาร ความรู้ โดยผ่านกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม แต่เนื่องจากว่าเราอยู่ในยุคที่เรียกว่าเป็นดิจิทัล เป็นยุคดิจิทัลนะครับ ผมก็เคยเรียนในหลายเวที ทั้งที่นี่แล้วก็ที่อื่นนะครับ ว่าในสังคมและเศรษฐกิจดิจิทัลนี่ คงไม่มีใครปฏิเสธเรื่องของเป้าหมายใหญ่สูงสุดที่เราอยากจะได้ยิน ได้ฟังกัน ก็คือ Digital Incluion ก็คือดิจิทัลสำหรับทุกคน ไอ้ดิจิทัลสำหรับทุกคนนี่ ผมมักจะคุยถึง 3 องค์ประกอบนะครับ วันนี้ไม่ได้เอาสไลด์ขึ้น เดี๋ยวท่านจะเบื่อ เพราะว่าผมพูดทีไรเอาสไลด์เดิมมาขึ้นทุกทีนะครับ องค์ประกอบที่ 1 ที่ผมพูดถึงประจำ ก็คือเรื่องของการมีส่วนร่วมนะครับ เราจะมี Digital Inclusion ได้นี่ มันต้องมีส่วนร่วมของทุกฝ่าย การมีส่วนร่วม ตั้งแต่เริ่มออกแบบ ตั้งแต่เรื่องการคิดนะครับ จนถึงการพัฒนานะครับ ร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมรับผิดชอบนะครับ ทั้งกระบวนการ ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ การมีส่วนร่วมเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ในกระบวนการสร้างสิ่งที่เราเรียกว่า "Digital Inclusion" อันที่ 2 ก็คือ Digital Accessibility นะครับ ที่ผมว่าเป็นหัวใจสำคัญที่มาพูดวันนี้นะครับ Accessability นี่ คนทั่วไปเวลาพูดนี่ มักจะไม่อธิบายว่าเราหมายถึงมิติใดบ้างนะครับ ผมแบ่งเป็น 3 มิติด้วยกันนะ จริง ๆ มันอาจจะมีมากกว่า แต่ว่าผมเป็น Minimalist เป็นคนที่ชอบพูดน้อยไว้ก่อนนะครับ แล้วเดี๋ยวค่อย ๆ ขยายขึ้น 3 มิติอย่างต่ำสุดนี่ ก็คือ 1. Accessibility โดยทำให้มันมีนะครับ ทำให้มันเกิดขึ้น ทำให้มันมี หรือ Availability นะครับ ในมิติของการมีอยู่นะครับ มีอยู่ อันที่ 2 ก็คือในมิติของราคา ในมิติของเศรษฐกิจนะครับ อันแรก Availability อันที่ 2 อันที่ 2 Affordability นะครับ อันที่ 3 นี่ อันนี้แหละเป็นข้าวต้มมัด อันที่ 3 นี่ มันเป็นการแต่งงานกันระหว่างการออกแบบ บ้างก็เรียกว่า "การออกแบบที่เป็นสากล" บ้างก็เรียกว่า "การออกแบบสำหรับทุกคน" บ้างก็เรียกว่า "การออกแบบเพื่อคนทั้งมวล" นะครับ คุณกฤษณะ ละไล ใช้คำว่า "อารยสถาปัตย์" นะครับ แล้วแต่ใครจะเรียกอะไรก็แล้วแต่ UD Universal Design นี่นะครับ หรือการออกแบบเพื่อให้มันอยู่ดีก็ได้ "UD" กับ "อยู่ดี" น่าจะเป็นคำเดียวกันนะครับ แล้วก็เทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวก ซึ่ง 2 อย่างนี่ขาดกันไม่ได้นะครับ เป็นยิ่งกว่าข้าวต้มมัดอีก เป็นเนื้อคู่กัน เพราะว่า Universal Design เป็นอุดมคติ มองอะไรแบบภาพรวม ๆ ครอบคลุม ครอบจักรวาล แต่ในเมื่อมันไปไม่ถึงน่ะ มันเป็นอุดมคติ มันเป็นความคาดหวัง มันเป็นความฝันอันสูงสุด แต่มันต้องมีบางอย่างที่มันเป็นเรื่องเฉพาะเจาะจง เพื่อเข้าไปเติมเต็มอยู่เสมอ เพราะว่าเมื่อใดที่เราออกแบบเพื่อคนทั้งมวล เพื่อทุกคน ที่เป็นธรรมแล้วนี่ เป็นสากลแล้วนี่ แต่เผอิญมันไปไม่ถึงน่ะ มันเลยต้องเติมเต็มด้วยอะไรที่มันเกิดขึ้นปัจจุบันทันด่วน เฉพาะเจาะจง เฉพาะกิจ เฉพาะกาล เฉพาะกลุ่ม อันนั้นแหละ คือสิ่งอำนวยความสะดวก หรือเทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวก เพื่อเติมเต็มไงครับ เพื่อเติมเต็ม นี่แหละ คือ Accessibility ในมิติที่ 3 นะครับ ก็คือทำอย่างไรให้มันครอบคลุมถึงทุกคนโดยการออกแบบ แต่เมื่อการออกแบบนี่ มันไม่ครอบคลุม มันก็ต้องเติมเต็มด้วยการมีอยู่ของเทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวก 2 อย่างต้องแต่งงานกันให้ได้ UD กับ AT จับ UD AT แต่งงานกัน เป็นเนื้อคู่กันไปตลอดชาติ แม้ว่าพรรคการเมือง 2 พรรค จะไม่อยู่ด้วยกันแล้วนี่นะครับ อันที่ 3 ก็คือเรื่องของ Empowerment นะครับ Empowerment ก็คือการเสริมพลัง หรือเสริมพลังอำนาจนะครับ มีส่วนร่วมนะครับ เข้าถึง แล้วก็เสริมพลัง ผมว่า 3 อย่างนี่ เป็นขั้นต่ำสุดของการสร้างสิ่งที่เราเรียกว่า "Digital Inclusion" เราจะทำอย่างไรให้เกิด Empowerment มันก็ต้องมีการเติมความรู้เข้าไป เพิ่มทักษะเข้าไป ให้มันรู้เท่าทัน ให้มันมีความรู้ มีทักษะ มีประสบการณ์นะครับ พวก Training ทั้งหลายนะครับ พวกเพิ่มทักษะทั้งหลาย การเรียน การสอน การอบรมทั้งหลาย หรือแม้กระทั่ง มาสัมมนา มาแลกเปลี่ยนอย่างวันนี้แหละนะครับ อันนี้คือการ Empower คือ เติม เสริมพลังให้นะครับ ทั้ง 3 อย่างนี่ เป็นปฐมบทที่สำคัญอย่างยิ่งของการที่จะทำให้เกิด Inclusion ขึ้นมา ใน Inclusion ทุกเรื่องเลยนะครับ แต่เผอิญวันนี้เราคุยกันเรื่อง Digital Inclusion ถ้าจะทำ Digital Inclusion ได้ ก็จะมี 3 อย่าง 1. มีส่วนร่วม 2. เข้าถึงได้ 3. ต้องเกิดการเสริมพลังอำนาจ ให้คนมีทักษะ มีความรู้นะครับ ใช้เวลาปูพื้นไปตั้งนาน คราวนี้ทำไมต้องพูดถึง 2 เรื่อง ก็คือ Easy to Read หรือ Easy Read นะครับ กับ Plain Language 2 อย่างนี่ มันเป็นเนื้อคู่กันเลย หรือมันใกล้ ๆ ความเป็นเนื้อคู่กัน มันจับคู่กันนะครับ Easy to Read หรือ Easy to Understand นี่ มันเป็นการกำหนดแบบเฉพาะเจาะจง เพื่อการแก้ปัญหาสำหรับกลุ่มคนที่เสียเปรียบในการสื่อสารทั้งหลายนะครับ ก่อนอื่นเราต้องเชื่อก่อนว่าการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร หรือการเข้าถึงใด ๆ นี่ เป็นสิทธิมนุษยชน เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของทุกคนก่อนนะครับ ในปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนนี่ เขาพูดถึง Access to Information เขาพูดถึง Freedom of Expression นะครับ เสรีภาพในการแสดงออก กับการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารนี่ มันอยู่ในปฏิญญาว่าด้วยสิทธิมนุษยชน มันก็ Imply ว่า มัน Imply ว่า แสดงให้เห็นว่ามันเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของมนุษย์ทุกคนเลยนะครับ แต่ในทางปฏิบัตินี่ มันจะทำอย่างไรล่ะ เพื่อสร้างหลักประกันการถึงข้อมูลข่าวสารนะครับ ในโลกดิจิทัลเราก็บอกว่าเราจะใช้เทคโนโลยีดิจิทัล เราจะทำ Digital Content เราจะทำให้มี Digital Service นะครับ เพื่อเอามาเป็นกลไกให้เกิดการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารนะครับ เข้าถึงอย่างไร เข้าถึงอย่างเท่าเทียม และเป็นธรรม ถ้วนหน้านะครับ อันนี้อยู่ในปฏิญญาว่าด้วยสิทธิมนุษยชน แล้วก็ยังอยู่ในกฎหมายระหว่างประเทศแทบจะทุกฉบับ ด้านสิทธิมนุษยชนนะครับ รวมถึงในอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิคนพิการด้วยนะครับ เพราะฉะนั้น เรายอมรับร่วมกันก่อน ว่าการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร รวมตลอดถึงการสื่อสารนี่ เป็นสิทธิมนุษยชน เป็นสิทธิที่มนุษย์ทุกคนพึงได้รับการยอมรับ คุ้มครอง แล้วก็ส่งเสริมด้วยนะครับ เผอิญในอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิคนพิการนี่ เขาพูดถึงการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารและการสื่อสารนี่ ไว้ในหลายที่ ผมจะยกมาอยู่ 2 ที่ คือ ในข้อบทที่ 2 ว่าด้วยบทนิยามนะครับ มันมีคำว่า "Communication" นะครับ มันมีคำว่า "Communication" Communication ในที่นี้นี่ การสื่อสารในที่นี้นี่ มันรวมถึงการสื่อสารโดยผ่านนะครับ กระบวนการที่เราเรียกว่า "ภาษา" นะครับ แล้วก็รวมถึงสิ่งที่ใช้สื่อที่เข้าถึงได้โดยสะดวกนะครับ ผ่านช่องทาง วิธีการ และรูปแบบที่เข้าถึงได้นะครับ Communication นี่ ช่องทาง วิธีการ และรูปแบบที่เข้าถึงได้นี่ เขาก็ไม่ได้บอกว่ามันมีอะไรบ้างนะครับ เขาก็บอกว่านี่ การสื่อสารผ่านช่องทาง วิธีการ และรูปแบบ Modes Means and Format of Communication ที่ Accessible ก็คือเข้าถึงได้ครับนะครับ กฎหมายว่าไว้อย่างนั้น รวมถึงภาษาด้วยนะครับ คือ พูดถึงภาษา ทั้งภาษาพูด ภาษาเขียน ภาษามือนะครับ เราพูดต่อไปไม่ไหวแล้ว มันเยอะเหลือเกิน ก็เลยบอกว่า รวมถึงช่องทาง วิธีการ รูปแบบการสื่อสารที่สามารถเข้าถึงได้โดยสะดวก เห็นไหมครับ อันนี้ตบท้ายเลย ครอบจักรวาล อันนั้นคือข้อบทที่ 2 ของอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิคนพิการ พอไปดูในข้อบทที่ 9 เขาพูดถึงเรื่องของ Public Service บริการสาธารณะนี่ จะต้องจัดให้มีบริการ ซึ่งมันมีคำที่เติมเข้ามาว่าไอ้สิ่งที่เราจะบอกว่ามันคือช่องทาง วิธีการ หรือรูปแบบที่เขาถึงได้โดยสะดวกนี่ มันหมายถึง 2… มันหมายถึงเรื่องหนึ่งที่ปรากฏขึ้นมานะครับ เราเรียกว่า "Easy to Read and Understand Form" นะครับ Easy to Read and Understand Form ก็คือ Form of อะไรครับ ก็เป็น Form of Communication ก็คือเป็นรูปแบบของการสื่อสารที่อ่านง่าย เข้าใจง่ายนะครับ อันนั้นคือในเอกสารที่เป็นตัวบทของอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิคนพิการ คราวนี้พอมาถึง General Comment หรือเป็น... เป็นข้อ… ข้อแนะทั่วไปนะครับ มันมีเพิ่มเติมเข้ามาอีกคำหนึ่งนะครับ โดยอาศัยนิยามในข้อบทที่ 2 นั่นแหละ ว่า Communication มันหมายรวมถึง Language ด้วยนะ มันหมายถึง Language ด้วย Language มีทั้งภาษาเขียน ภาษาพูด และภาษาที่ไม่พูด Nonverbal Communication ด้วยนะครับ แล้วมันก็มีคำเพิ่มเข้ามาอีกคำหนึ่งก็คือคำว่า "Plain Language" คำว่า "Plain Language" ภาษาไทย วันนั้นเรานั่งคิดกันแทบตาย ไม่รู้จะใช้คำว่าอะไร Plain Plain แปลว่าอะไรครับ แปลว่า เรียบ ใช่ไหม ราบ เรียบ Plain น่ะ เราจะใช้คำว่า "เรียบง่าย" เราจะใช้คำว่า "พื้น ๆ" เราจะใช้คำว่า "บ้าน ๆ" ไม่รู้นะครับ ตอนนี้ก็ขอให้ลองคิดกันดูก่อนนะครับ Plain Language ก็คือภาษาพื้น ๆ ภาษาง่าย ๆ ภาษาเรียบง่าย ภาษาบ้าน ๆ ภาษาที่ใครได้ยิน ได้ฟัง ได้อ่าน ก็เข้าใจได้ง่าย ๆ วันนี้เราจะคุยกันแค่ 2 คำนี่แหละครับ Easy to Read and Understand นะครับ ซึ่งอันนี้หมายถึงการสื่อสารที่ทั้งอ่านและเข้าใจง่าย ดูแล้วนี่ ผมขอตีความว่า มันใกล้เคียงกับเทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวก มันมีความเฉพาะเจาะจง มันมีเป้าหมายเฉพาะ มันมีจุดมุ่งหมายเฉพาะ มันมีกลุ่มเป้าหมายเฉพาะนะครับ ใน... วันนั้นผมลองถาม ChatGPT ดูนะครับ เขาก็อธิบายมาเลย เขาพูดถึงไอ้รูปแบบการสื่อสารนี่ ที่มันมุ่งที่จะตอบโจทย์การเข้าถึงและเข้าใจได้ง่ายนี่ โดยคนที่มีข้อจำกัดนะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนพิการ อันนี้หมายรวมตลอด ทั้งการเรียนรู้ สติปัญญา หรือคนที่มีออทิสติก หรือ Autism Spectrum นะครับ หรือเราอาจจะหมายรวมถึงคนพิการทางจิตสังคมด้วย ที่มีผลกระทบต่อการเรียนรู้นะครับ เพราะฉะนั้น Audience ของคนเหล่านี้นี่ เป็น Audience เฉพาะกลุ่ม แต่มันไม่ได้เฉพาะเจาะจงกลุ่มเป้าหมายเล็ก ๆ นะครับ มีความกว้างพอสมควรเลย ใครก็ตามนี่ ที่มีความเสียเปรียบ หรือมีข้อจำกัดในการเรียนรู้ ในการจดจำ ในการสื่อสารนี่ จะต้องอาศัยรูปแบบการสื่อสารที่เข้าถึงและเข้าใจได้ง่าย ๆ ถ้าเป็นเอกสารที่เขียนขึ้นก็ต้องอ่านง่าย อ่านง่ายอย่างเดียวยังไม่ได้ ต้องเข้าใจง่ายด้วย คนเหล่านี้ในประเทศไทยมีประมาณกี่คนครับ ก็น่าจะเป็นหลักล้านนะครับ เอาคนพิการทางการเรียนรู้ คนพิการทางสติปัญญา บุคคลออทิสติก คนพิการทางจิตสังคมมารวมกันนี่ อาจารย์ชูศักดิ์คิดว่าถ้าไม่หลอกตัวเองนี่ มัน… ผมว่าต้องเป็นหลักล้านนะครับ ใช่ไหมครับ เพียงแต่ว่าเรายังหาวิธีการที่จะเก็บสถิติ โดยไม่มีอคติทางสังคมและวัฒนธรรมเข้าไปขวางกั้นนี่ ยังยากอยู่ ใช่ไหมครับ เราเอาเป็นว่าเป็นหลักล้านนะครับ วิธีการที่จะทำให้เกิด Easy to Read and Understand นี่ อ่านง่าย เข้าใจง่ายนี่ มันหมายถึงการใช้ทั้งถ้อยคำสั้น ๆ กระชับ ซ้ำ เขาบอกว่าอย่างนั้นนะ อันนี้ ChatGPT บอกผมอย่างนั้นนะ มันทั้งกระชับ สั้น ซ้ำไปซ้ำมานะครับ ตอกย้ำอยู่นั่นแหละ ประโยคสั้น ๆ กระชับ แล้วก็ซ้ำ ๆ มีภาพประกอบเยอะ ๆ นะครับ นี่ มันเรียกร้องความสนใจ มันทำให้เขาฉุกคิด มันทำให้เขาเข้าใจ เข้าถึงง่าย เข้าใจง่าย อ่านก็ง่าย มีการใช้สื่อผสมเข้ามาช่วยด้วย คำก็ต้องเป็นคำง่าย ๆ ประโยคก็เป็นประโยคสั้น ๆ กระชับ ใช้คำซ้ำไปซ้ำมา ซ้ำไปซ้ำมา มีรูปเยอะ ๆ มีการโยงทั้งรูป ทั้งคำเข้าด้วยกัน อันนี้แหละ Easy to Read and Understand นะครับ Target Audience กลุ่มเป้าหมายนั้น เป็นกลุ่มเป้าหมายมีจำกัด มีข้อเสียเปรียบในการเรียนรู้ ในการสื่อสารนะครับ จะด้วยเหตุของการพิการ จะด้วยเหตุของอะไรก็แล้วแต่ว่าเป็นกลุ่มเฉพาะนะครับ อันนี้น่าจะตรงกับเทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวกนะครับ ภายใต้คำว่า "Accessibility" นี่ ต้อง Assistive Technology นะครับ Assistive Technology เมืองไทยเรากำลังอยู่ในจุดเริ่มต้นที่มาคิดเรื่องนี้กัน สมัยก่อนนี่ ใครหนังสือไม่ได้ ใครสื่อสารไม่ได้ เราก็บอกกรรมของเอ็ง เป็นข้อจำกัดของคนเหล่านั้น ก็ช่วยไม่ได้นะครับ ดันไม่มีแหวนพระธรรมรงค์ ก็เลยไม่มีโอกาสได้เรียนกับท่านฤๅษี หรือสำนักทิศาปาโมกข์ไป ก็ตกกระป๋องไปนะครับ อันนั้นคือผู้เรียนนี่จะต้องทะยานไปหาความยาก ตามบุญพาวาสนาส่งของเขาเอง แต่ตอนนี้มันเปลี่ยนแนวคิดใหม่ ก็คือต้องทำอย่างไรให้สารที่จะสื่อออกไปนี่มันง่ายนะครับ ไม่ว่าคุณจะมีข้อจำกัดระดับใดนี่ มันจะต้อง Reach Out มันจะต้อง Reach Out ไปหาคนเหล่านั้นให้มากที่สุดนะครับ ให้มากที่สุด ทีนี้พอมาถึง Plain Language ปรัชญาการมี Plain Language หรือภาษาพื้น ๆ ภาษาเรียบง่าย ภาษาพื้นบ้าน แต่พื้นบ้านอาจจะไม่ใช่ มันพื้น ๆ มันเรียบ ๆ มันง่าย ๆ มันแชร์ปรัชญาร่วมกันกับ Easy to Read แต่ในการดำเนินการในกลุ่มเป้าหมายก็ดี วิธีการก็ดี อาจจะต่างกัน ไอ้ Plain Language นี่ มันตั้งอยู่บนพื้นฐานของภาษาที่สื่อสารกันเป็นการทั่วไปนะครับ มันก็เป็นภาษาพูด เป็นภาษาเขียน เป็นภาษาที่เราสื่อกันในทั่วไปนี่แหละ กับคนหมู่มาก คนกลุ่มใหญ่ นี่แหละ ไม่ใช่เป็นกลุ่มเฉพาะเหมือนที่ผมยกตัวอย่าง ว่า Easy to Read Easy to Read หรือ Easy to Understand เมื่อสักครู่นี้ มันต่างกันตรงที่ว่า แต่ปรัชญามันคืออันเดียวกัน ก็คือสิทธิการเข้าถึง รับรู้ ใช้ประโยชน์จากข้อมูล ข่าวสาร การสื่อสารนี่ เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของมนุษย์ทุกคนนะครับ แต่ Implication หรือ Application ของ Plain Language นี่ มันตอบโจทย์คนกลุ่มใหญ่ คือ คนกลุ่มคนทั่วไป มันอยู่ตรงข้ามกับอะไรครับ Plain Language มันอยู่ตรงข้ามกับภาษาที่มันวิจิตร ภาษาที่มันสูงส่ง ภาษาที่มันประณีต Plain มันตรงข้ามกับ Sophisticated มันตรงข้ามกับ Complicated มันตรงข้ามกับอะไร มันตรงข้ามอะไรครับ มันตรงข้ามกับ Elite มันตรงข้ามกับ HI-SO เพราะฉะนั้น ไอ้ภาษาแบบที่เราเรียกว่า Plain Language นี่ มันเป็นภาษาของคนสามัญ ของสามัญชน ของลูกชาวบ้าน แต่ในขณะเดียวกัน มันก็เป็นภาษาที่ทุกคนเข้าใจง่ายเช่นกันนะครับ มันไม่ได้มุ่งเน้นตอบโจทย์เฉพาะกลุ่มหรอกนะครับ เพราะมันเป็นภาษาที่สามัญชนใช้ได้ เข้าถึงได้ มันจึงเป็น Plain ไง Plain ไง ในประเทศสหรัฐอเมริกามีกฎหมายว่าด้วย Plain Language เลยนะ แปลกดีแฮะ ผมจำชื่อไม่ได้น่ะ ว่ามันชื่อกฎหมายว่าอะไร มันเรียกว่า "Plain Language Act" หรือว่าอะไรนี่นะครับ เพื่อส่งเสริมให้มีการใช้ภาษาพื้น ๆ ในการสื่อสารของทางราชการ เวลาราชการออกเอกสาร ออกหนังสือเวียนนะครับ ออกตำรา ออกคู่มือนี่ ท่านผู้มีเกียรติทั้งหลายเข้าใจยากหรือเข้าใจง่ายครับ ภาษาราชการ ภาษาราชการ ในความเห็นผม ผมว่ามันเข้าใจยากนะ ผมไม่รู้เป็นเพราะอะไรนะ มันมีพื้นฐานมาจากอะไรไม่รู้ มันเข้าใจยากเหลือเกิน ชาวบ้านอ่านแล้วส่ายหัวนะครับ เพราะฉะนั้น Plain Language มันจึงต้องเกิดขึ้น เพื่อทำให้ภาษาที่รัฐสื่อสารกับประชาชนนะครับ เพื่ออะไรก็แล้วแต่เถอะนะครับ โดยเฉพาะในเรื่องที่มันจำเป็นต่อการดำรงชีวิต ในเรื่องที่มันจำเป็นต่อการศึกษา ในเรื่องที่มันจำเป็นต่อการสื่อสาร เพื่อความเข้าใจอันดี เพื่อสังคมอยู่เย็นเป็นสุขนี่ มันจะต้องเป็นภาษาที่เรียบง่าย เข้าใจง่าย เข้าถึงง่าย เป็นภาษาทั่วไปนะครับ ใช้อักษรทั่วไป ใช้ประโยคทั่วไป แต่ทำอย่างไรให้มันเคลียร์ เขาบอกมันต้องเคลียร์ มันต้องชัดเจน เขาบอก Clear and Precise แปลว่าอะไรภาษาไทย Clear and Precise กระชับ เข้าใจง่าย ชัดเจน ไม่ยอกย้อน ภาษาในรัฐธรรมนูญนี่ ยอกย้อนซ่อนกลเหมือนค่ายกล ยิ่งกว่าค่ายกลแปดทวารของขงเบ้งอีกนะครับ แต่ภาษา Plain Language นี่ Clear and Precise นะครับ ใช้คำง่าย ๆ กระชับ สั้น แต่ไม่จำจะต้องซ้ำ ไม่จำเป็นต้องใช้คำให้น้อย ๆ จะเป็นคำปกตินี่ก็ได้ แต่อย่าไปหาเรื่องทำให้เป็นคำชั้นสูง เป็นคำวิจิตร พิสดาร ไม่ต้อง ไม่จำเป็นครับ อย่าไปเยิ่นเย้อ ยอกย้อนมากมาย อันนี้ Plain Language นะครับ เพราะฉะนั้น 2 คำนี่ ไม่ว่าจะเป็น Easy to Read and Understand กับ Plain Language นี่ ไม่ใช่สิ่งเดียวกัน แต่มีพื้นฐานมาจากหลักปรัชญาเดียวกัน ก็คือสิทธิในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารและการสื่อสารนี่ ซึ่งเป็นของมนุษย์ทุกคน อันนั้นเป็นปรัชญาร่วมกัน แต่มีความแตกต่างกัน ตรงที่ว่า Easy to Read and Undrstand นี่ เป็นการตอบโจทย์เฉพาะของคนกลุ่มหนึ่งที่มีความเสียเปรียบ มีข้อจำกัด มีความพิการ มีความบกพร่อง เป็นการเฉพาะ จึงต้องใช้ความพยายามอย่างยิ่งยวด ต้องใช้ความพยายามอย่างยิ่งยวด ใช้ประโยคสั้น ๆ ใช้คำสั้น ๆ ซ้ำ ๆ ง่าย ๆ มีรูปเยอะ ๆ มีวิดีโอด้วยยิ่งดีนะครับ ส่วน Plain Language นั้นนี่ เป็นการสื่อสารสามัญกับคนทั่วไป กลุ่มใหญ่ที่สุด ซึ่งอาจจะหมายรวมถึงคนพิการ คนที่มีความบกพร่อง คนที่มีความเสียเปรียบด้วย แต่ก็จะหมายถึงชาวบ้านที่จบ ป.4 ป.6 ม.3 จนถึงปริญญาเอก ให้มันอ่านฉบับเดียวกันได้ ไม่ต้องแบ่งชนชั้นได้ด้วยนะครับ ไม่ต้องไปเขียนอวดฝีมือว่าจบปริญญาเอกก็ได้ แต่เขียนอย่างไรให้คนทุกคนอ่านแล้วเข้าใจร่วมกันได้ อย่างนี้เป็นต้น เพราะฉะนั้น ผมจึงบังอาจเปรียบเทียบ Plain Language ว่ามันก็อีหรอบเดียวกันกับ Universal Design นั่นแหละ UD กับ Plain Language น่ะ คือ ตัวเดียวกัน Plain Language เป็นการประยุกต์ใช้หลักการ Universal Design นั่นเองนะครับ คุณจะเขียนเอกสาร คุณจะแต่งหนังสือ คุณจะทำคู่มือ แล้วให้ทุกคนอ่าน แล้วเข้าใจง่าย ๆ เข้าถึงง่าย ๆ ไม่สับสน ไม่ยอกย้อน ก็เอาหลัก UD มาใช้ไง Universal Design ออกแบบเพื่อทุกคนไง Plain Language ก็คือการทำเอกสาร ทำสื่อเพื่อทุกคนให้เข้าใจได้ง่าย ๆ แต่ Easy to Understand Easy to Read นั้น ทำเพื่อคนเฉพาะกลุ่มที่ต้องการความพยายามอย่างยิ่งยวด กำหนดเป็นกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ มี Plain Language อย่างเดียว ไม่ต้องมี Easy to Read ไม่ต้องมี Easy to Understand ได้ไหม มันอาจจะไม่พอนะ มันอาจจะไม่พอนะครับ เพราะฉะนั้น มันต้องมีทั้ง 2 อย่างนะ เพื่อตอบโจทย์ ก็เหมือนมีทั้ง UD และ AT 2 อย่างนี้ขาดกันไม่ได้นั่นเอง ถ้าต้องการผลิตชิ้นงาน ผลิตผลงาน ผลิตเอกสาร ผลิตหนังสือ ผลิตคู่มือ ที่มุ่งหมายใจให้คนเข้าถึงมากที่สุด ไม่ว่าเขาจะมีข้อจัดกัดหรือไม่ก็ตาม อันนี้ใช้ Plain Language แต่ถ้าจะใช้ความพยายามอย่างยิ่งยวด ใช้ความพยายามโดยการมุ่งเน้น ทุ่มเทไปที่กลุ่มคนเฉพาะด้านเลย ไม่ว่าจะเป็นคนพิการทางการเรียนรู้ ไม่ว่าจะเป็นคนพิการทางสติปัญญา บุคคลออทิสติก คนพิการทางจิตสังคม บางจำพวก บางประเภท ทุ่มเทลงไปเลย อันนี้ใช้ Easy to Read and Understand นะครับ ทุ่มเทลงไปเฉพาะจุดเลย มันก็อีหรอบเดียวกับ Assistive Technology อีหรอบเดียวกับเทคโนโลยีอำนวยความสะดวก ซึ่งมีความเป็นเฉพาะ มีความเป็นวิสามัญ มีความเป็นเฉพาะ บางคนชอบคำว่า "พิเศษ" ก็จะใช้ "พิเศษ" ก็ได้ ผมไม่ว่ากัน แต่ผมชอบคำว่า "เฉพาะ" ผมคิดว่า "เฉพาะ" มันไม่จำเป็นต้องพิเศษนะครับ เพราะฉะนั้น Easy to Read Easy to Understand มันมีความเป็นเฉพาะ ส่วน Plain Language มันมีความเป็นทั่วไป มันมีความเป็นสามัญ อันหนึ่งเป็นวิสามัญ อันหนึ่งเป็นสามัญนะครับ ตอบโจทย์ใหญ่ร่วมกัน ก็คือตอบโจทย์ว่าการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารและการสื่อสารเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของทุกคนนะครับ เป็นส่วนหนึ่งในการใช้ เอ๊ะ แล้วมันเกี่ยวอะไรกับ Digital Inclusion Digital Accessibility ก็เพราะว่ามันทำให้เป้าหมายการสร้างสังคมที่ทุกคนเข้าถึงได้ ที่ทุกคนเป็นผู้มีส่วนร่วม ที่ทุกคนได้รับการเสริมพลังอำนาจนี่ มันเร็วขึ้น มันง่ายขึ้น แต่ถ้าไม่ใช้หลักการนี้ มันก็อาจจะยิ่งทำให้ช่องว่าง ยิ่งทำให้ความเหลื่อมล้ำมันมากขึ้น เพราะฉะนั้น ดิจิทัลมันจึงเป็นดาบ 2 คมนั่นเองนะครับ ถ้าเรายึดหลัก Digital Inclusion โดยเฉพาะ Digital Accessibility เราก็จะใช้ทั้ง Easy to Read and Understand เราจะใช้ Plain Language ได้ง่ายขึ้นนะครับ 2 อย่างนี่ จะมาเสริมกัน ถ้าเป็นยุค Analog เราจะผลิตเอกสารที่มันอ่านง่าย เข้าใจง่าย หรือเราจะผลิตเอกสารที่มันเป็น Plain Language มันก็จะผลิตยาก เก็บยาก ขนย้ายยาก รักษายาก แต่สมัยใหม่มันผลิตง่าย เก็บง่าย ขนย้ายง่าย ถ่ายทอดง่าย ดัดแปลงก็ยังง่ายนะครับ ขอให้มีหลักการที่ดี ขอให้อยู่บนหลักการ Universal Design and Accessitive Technology Universal Design เมื่อประยุกต์แล้วเอามาใช้กับ Plain Language ได้ กำหนดเป้าหมายให้กว้างที่สุด ส่วน Assistive Technology เมื่อประยุกต์เอามาใช้ ก็คือ Easy to Read Easy to Understand ก็มีกลุ่มเป้าหมายเฉพาะกลุ่ม เฉพาะด้าน เฉพาะกิจ เฉพาะกาลนั่นเองนะครับ ก็หวังว่าจะเป็นการปูพื้นเพื่อทำให้งานวิจัย พัฒนาตาม MOU ของทั้ง 2 หน่วยงานนี่ ไปได้ถูกทางตั้งแต่เริ่มต้น ผมตั้งใจไม่มี Presentation นะครับ เพราะต้องการพูดวนไปวนมานี่แหละ ซ้ำไปซ้ำมา เพื่อทำให้เกิดข้อคิดคำถาม ข้อท้าทายให้เกิดขึ้นให้ได้ว่า 2 อย่างนี่ มันคืออะไรกันแน่ แล้วมันเกี่ยวอะไรกับ Accessibility คือ การเข้าถึงได้โดยสะดวก แล้วมันเกี่ยวอะไรกับ UD กับ AT แล้วมันเกี่ยวอะไรกับ Digital Inclusion ทำไมต้องดิจิทัลนะครับ ตั้งคำถามวนไปวนมาอยู่นี่แหละนะครับ เพื่อให้เกิดความท้าทาย แล้วก็การตั้งต้นในการทำงานวิจัย แล้วก็พัฒนาระบบบริการที่จะเกิดขึ้นนะครับ ก็หวังว่าจะเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อยนะครับ มีอะไรก็ลองทักทาย ลองท้าทาย ลองสอบถาม ลองแลกเปลี่ยนกันได้ครับ ขอบคุณมากครับ [เสียงปรบมือ] (คุณดาริกา) ท่านอาจารย์ให้คำสำคัญไว้นะคะ 3 คำ มีส่วนร่วม เข้าถึง และเสริมพลังนะคะ ซึ่ง 3 คำนี้ เราจะเรียกได้ว่าวันนี้เรามีส่วนร่วมกันแล้ว แล้วเราก็จะทำให้ประชาชนนะคะ ได้สามารถเข้าถึงในส่วนของการบริการต่าง ๆ แล้วรวมถึงเราจะช่วยเสริมพลังให้กับผู้ที่ด้อยโอกาสทุก ๆ ท่านด้วยนะคะ ไม่ทราบท่านใดมีข้อสอบถามท่านอาจารย์ไหมคะ หากไม่มีข้อซักถามนะคะ ดิฉันขอเสียงปรบมือแทนคำขอบคุณอีกครั้งให้กับท่านอาจารย์มณเฑียร บุญตัน ด้วยค่ะ ขอขอบพระคุณท่านวิทยากรเป็นอย่างสูงค่ะ (อาจารย์มณเฑียร) ขอบคุณมากครับ (คุณดาริกา) และช่วงเวลาต่อไปนี้นะคะ ขอเชิญทุกท่าน ฟังการเสวนา ในหัวข้อ "Easy Read and Plain Language การเข้าถึงข้อมูลที่อ่านเข้าใจง่าย และภาษาที่เข้าใจได้สำหรับทุกคน" นะคะ ซึ่งในวันนี้ค่ะ เราได้รับเกียรติกับผู้เข้าร่วมเสวนากิตติมศักดิ์ ทั้ง 3 ท่านนะคะ แต่ก่อนที่จะไปพบกับท่านวิทยากรนะคะ เรามาทำความรู้จักกับท่านวิทยากรทั้ง 3 ท่านก่อนนะคะ ท่านแรกค่ะ ท่านชูศักดิ์ จันทยานนท์ นะคะ ท่านจบการศึกษาระดับปริญญาตรี นิติศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยรามคำแหง ศึกษาศาสตรบัณฑิต เกียรตินิยมอันดับ 1 มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราชนะคะ และลำดับปริญญาโท นิติศาสตรมหาบัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ค่ะ ประวัติการทำงานนะคะ ที่ผ่านมา ท่านเคยดำรงตำแหน่ง กรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ สำนักงานหลักการสุขภาพแห่งชาติ กรรมการส่งเสริมและพัฒนาการศึกษาสำหรับคนพิการ กระทรวงศึกษาธิการนะคะ ปัจจุบันค่ะ ท่านดำรงตำแหน่งกรรมการและอนุกรรมการที่สำคัญอีกมากมายนะคะ โดยตำแหน่งที่สำคัญค่ะ ท่านเป็นนายกสมาคมผู้ปกครองบุคคลออทิซึมไทยนะคะ และเลขาธิการสมาคมสภาพิการทุกประเภทแห่งประเทศไทยค่ะ สำหรับวิทยากรท่านที่ 2 นะคะ ท่านวันทนีย์ พันธชาติ ค่ะ ท่านจบการศึกษาระดับปริญญาตรี ศิลปศาสตรบัณฑิต จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ระดับปริญญาโท อักษรศาสตรมหาบัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยค่ะ ประวัติการทำงานที่ผ่านมา ท่านเคยดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวกและเครื่องมือแพทย์นะคะ หรือ A-MED ค่ะ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ กระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรมค่ะ ปัจจุบันท่านดำรงตำแหน่งผู้เชี่ยวชาญของศูนย์เทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวกและเครื่องมือแพทย์นะคะ และเป็นผู้อำนวยการศูนย์บริการถ่ายทอดการสื่อสารแห่งประเทศไทย มูลนิธิสากลเพื่อคนพิการค่ะ และวิทยากรท่านสุดท้ายนะคะ ท่านพลธร ขุนสะอาด ค่ะ ปัจจุบันท่านดำรงตำแหน่งกรรมการบริหารสมาคมผู้ปกครองคนพิการทางสติปัญญาแห่งประเทศไทยนะคะ อนุกรรมการคณะส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ประธานชมรมผู้ปกครองคนพิการทางสติปัญญา จังหวัดนนทบุรีนะคะ โดยเวทีเสวนาในวันนี้ค่ะ เราได้รับเกียรติจากผู้ดำเนินรายการเสวนา ท่านผู้อำนวยการสำนักรับเรื่องร้องเรียนและคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการกระจายเสียงและโทรทัศน์ คุณตรี บุญเจือ ค่ะ หากทุกท่านพร้อมแล้วนะคะ ดิฉันขอเสียงปรบมือต้อนรับผู้เข้าร่วมเสวนากิตติมศักดิ์ ทั้ง 4 ท่าน บนเวที ขอเรียนเชิญค่ะ [เสียงปรบมือ] (คุณตรี) ขอบคุณท่านพิธีกรนะครับ สวัสดีทุกท่านนะครับ ก็วันนี้เราคุยกันมาตั้งแต่ในเรื่องของการทำ MOU นะครับ แล้วก็เป็นอีกครั้งหนึ่งที่เราจะพูดกันเรื่อง Easy Read กับ Plain Language นะครับ ซึ่งท่านอาจารย์มณเฑียร บุญตัน ก็ได้ปูพื้นให้เราแล้วนะครับ ว่า Easy Read หรือ Easy to Read กับ Plain Language คือ มีลักษณะอะไรอย่างไรนะครับ แล้วก็มีคำสำคัญหลาย ๆ คำเลย ที่น่าสนใจนะครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของคำว่า "Universal Design" นะครับ หรือว่าเป็นเรื่องของการออกแบบสำหรับคนทุกคน แล้วก็มีคำว่า "Assistive Technology" หรือเทคโนโลยีที่จะมาส่งเสริมให้คนหลาย ๆ คน รวมถึงคนพิการด้วย สามารถที่จะเข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้ เหล่านั้นก็จะเป็นเรื่องของการพูดถึงในมิติของสิทธิของคนพิการ แล้วก็ผู้สูงอายุ ผู้ด้อยโอกาส แล้วก็หลาย ๆ คน ที่จะสามารถที่จะเข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้ ซึ่งเราก็เชื่อว่าข้อมูลข่าวสารที่ผ่าน ไม่ว่าจะเป็นกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ แล้วก็กิจการโทรคมนาคมนะครับ ซึ่ง กสทช. ทำหน้าที่ในการกำกับดูแลอยู่นี่ จะเป็นข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ เหล่านี้ ก็จะช่วยให้คนทุกคนที่สามารถที่จะเข้าถึงได้ เกิดการใช้ประโยชน์ได้จริง ๆ นะครับ เพราะฉะนั้น เราก็คุยกันในเรื่องนี้ เนื่องจากว่า กสทช. นี่ ทำในมิติของคนพิการทางด้านการได้ยิน หรือสื่อความหมายกับคนพิการด้านการเห็น ในเรื่องของ Assistive Technology ที่พูดถึงเรื่องของเสียงบรรยายภาพ คำบรรยายแทนเสียง อะไรต่าง ๆ เหล่านี้นะครับ ในสื่อที่เรียกว่า "กิจการโทรทัศน์" มามากพอสมควรแล้ว ตั้งแต่ปี 2559 นะครับ เพียงแต่ว่าเรื่อง Easy Read กับเรื่องของ Plain Language นี่ ก็อาจจะเป็นเรื่องของค่อนข้างที่จะยังไม่ได้มีการพูดถึงมากนักในประเทศไทยเรานะครับ แล้วก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่เราพูดถึงเรื่องของการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิของคนพิการในการเข้าถึงหรือรับรู้ และใช้ประโยชน์จากกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมนะครับ ฉะนั้น วันนี้ก็ได้รับเกียรติจากทั้งวิทยากรทั้ง 3 ท่านนะครับ เมื่อกี้ทางพิธีกรก็ได้แนะนำไปแล้ว ผมไม่แนะนำซ้ำแล้วกันนะครับ ก็มีประเด็นอยู่ประมาณ 3 ประเด็นด้วยกัน ที่จะถามท่านวิทยากรทั้ง 3 ท่านนะครับ กับเวลาประมาณ 1 ชั่วโมงนิด ๆ นะครับ ก็ขออนุญาตรบกวนทั้ง 3 ท่านด้วยนะครับ คำถามแรกนี่ ผม… จากท่านอาจารย์มณเฑียรนะครับ ที่ได้คุยในเบื้องต้นเกี่ยวกับเรื่องของ Easy Read กับ Plain Language แล้วนะครับ แต่ละท่านมีอะไรจะเสริมเกี่ยวกับเรื่องของความหมาย หรือว่าความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่อง Easy Read กับ Plain Language บ้างไหมครับ อาจารย์วันทนีย์มีอะไรเพิ่มเติม หรืออาจารย์ชูศักดิ์ เชิญอาจารย์วันทนีย์ครับ เชิญครับ (อาจารย์วันทนีย์) ค่ะ ก็สวัสดีทุกท่านนะคะ อาจารย์มณเฑียรก็เริ่มเลย ตั้งแต่คำเลยนะคะ ว่า จริง ๆ มันมีคำใช้อยู่ 2 คำนะคะ "Easy Read" นะคะ แล้วก็ "Easy to Read" นะคะ มันก็อยู่ที่อาจจะเป็นเรื่องวิวัฒนาการของภาษา ทำให้มันง่ายยิ่งขึ้นนะคะ เดิม การใช้นี่ ก็จะใช้ Easy to Read แต่บางประเทศนะคะ เช่น นิวซีแลนด์ก็จะใช้ ตอนนี้อังกฤษก็จะใช้เหมือนกันนะคะ ก็จะใช้ "Easy Read" นะคะ อาจารย์ลองฟังอาจารย์มณเฑียรแล้ว ก็คือจริง ๆ แล้วน่ะ คือ ข้อมูล หมายถึง ว่าสารที่สื่อออกมา ในภาษาอังกฤษเขาจะใช้ "Information" นะคะ Information นี่นะคะ ที่อ่านได้ง่าย เข้าใจง่าย อันนี้เป็นหลักการเลยนะคะ สำหรับความหมายของ Easy Read หรือ Easy to Read ซึ่งเรายังคุยกันอยู่นะคะ ว่าภาษาไทยเราจะใช้คำอะไรดีนะคะ อันนี้ต้องขอเวลาตกผลึกกันสักนิดหนึ่ง แม้กระทั่งคำว่า "Plain Language" ซึ่งคำว่า "Easy to Read" หรือ "Easy Read" นี่ มันก็พอมาแล้วนี่ มันคือเรื่องของการใช้ภาษาที่ง่ายนี่ มันก็เลยมี 2 ระดับ ระดับที่เป็น Plain Language คือ ทั่วไป กับ Easy Read หรือ Easy to Read นี่ ก็จะเป็นที่ท่านอาจารย์มณเฑียรพูด ก็คือเรื่องของเป็นการสร้างนะคะ เรื่องของการข้อมูลที่อ่านง่าย เข้าใจง่าย อันนี้เป็นหลักการนะคะ ค่ะ (คุณชูศักดิ์) ผมเติมนิดหนึ่งนะครับ ทีนี้ตอนที่อาจารย์มณเฑียรพูดนี่ มี Keyword อยู่ 3 คำ เรื่อง Easy Read หรือ Easy to Read นี่ ก็คือคำว่า สั้น กะทัดรัด แล้วก็ชัดเจนนะครับ ในฐานะที่ผมเองก็อยู่ในครอบครัว ที่มีลูกมีภาวะออทิสติก ฉะนั้นหลัก 3 คำนี้ เป็นหลักที่ผมใช้มาตลอดในการสื่อสารกับลูก ๆ แล้วมันก็ใช้ได้ผลนะครับ เพราะว่าถ้าเราไม่พูดอะไรที่มันไม่สั้น กะทัดรัด ชัดเจนนี่ เขาก็จะคิดไปอีกแบบหนึ่ง หรือเขาอาจจะไม่เข้าใจ เพราะว่าข้อจำกัดของเด็ก ๆ ที่มีข้อจำกัดด้านสื่อสารนี่ ก็คือการคิดอย่างเป็นนามธรรม การแปลงสื่อมาเป็นรูปธรรม เพราะฉะนั้น อะไรก็ตามที่พูดแล้วมองไม่เห็นภาพ ไม่เข้าใจ เขาก็จะทำตามที่เราสื่อสารไม่ได้ แล้วมันก็กลับมาย้อนที่ตัวเขาเองว่า เขาไม่สามารถบอกความต้องการของตัวเองได้ มันถึงไปส่งผลเรื่องของพฤติกรรมการเรียนรู้ อะไรต่าง ๆ มากมาย เพราะฉะนั้น Easy to Read นี่ มันมีนานแล้วครับ มันคู่กับความ… ข้อจำกัดในเรื่องของภาษาและการสื่อสาร แต่ว่าผมมองอีกมุมหนึ่งว่า นอกจาก คำว่า "Easy to Read" นี่ เป็น Content นี่ มันก็เป็น Process ด้วยนะครับ มันเป็น Process หรือว่าเป็นกระบวนการด้วย บางทีพ่อแม่นี่ ใช้ Easy to Read กับลูกทุกวัน แต่ไม่รู้ว่านั่นน่ะ คือ Easy to Read ผมก็คิดว่ามุมมอง ถ้าเราจะพัฒนาระบบนี้ เราต้องสร้างเรื่องความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง ในการใช้ Easy Read หรือ Easy to Read ในการพัฒนาและยกระดับการสื่อสารของเด็ก อันนี้คือประเด็นที่ 1 ซึ่งเดี๋ยวผมจะนำเสนอเรื่องวิธีการ กลไก จริง ๆ มูลนิธิออทิสติกไทยนี่ เราทำเรื่องนี้มานานพอสมควร ปีนี้ก็ 20 กว่าปีแล้ว แรกเริ่ม ก็เริ่มมาจากเรื่องการสื่อสารทางเลือก อาจารย์วัทนีย์นี่แหละเป็นคนชวนเรามาทำ ตอนหลังเราก็เริ่มมาทำ AAC ของเรา มาพัฒนาเป็น Application ซึ่งผมก็ได้พัฒนาเรื่องนี้ไปเชิงลึก แต่เนื่องจากเราไม่ได้เอามาบูรณาการกับการร่วมกันนี่ มันก็เลยไปได้ไม่ถึงฝั่ง อีกประเด็นหนึ่งนี่ อาจารย์มณเฑียรพูดถึง CRPD ว่าการสื่อสารเป็นสิทธิของคนพิการ ปัญหาวันนี้นี่ ก็คือคนพิการที่ไม่ได้อยู่ในระบบบริการนะครับ เมื่อกี้อาจารย์ถามว่าถึง 1,000,000 ไหม น่าจะเกิน 1,000,000 นะครับ ทั้งข้อจำกัดเรื่องการมีบัตร ไม่มีบัตร ทั้งรูปแบบวิธีการเรียนรู้ วันนี้เรามีเรื่องของการส่งเสริมการเรียนรู้นะ เรามี พ.ร.บ. ส่งเสริมการเรียนรู้ แต่เรา เวลาเราพูดถึงการเรียนรู้เรื่องของ AT นี่ มันแทบไม่ปรากฏรูปแบบ วิธีการเลย เพราะเขายังไม่เข้าใจ เขายังเข้าใจว่า ไอ้การส่งเสริมการเรียนรู้นี่ มันเป็น Normalize นะ ปกติใครก็เรียนรู้ได้ แต่รูปแบบเฉพาะด้าน หรือเฉพาะเจาะจงนี่ มันต้องมีการพัฒนา เพราะฉะนั้น ผมคิดว่า 2 มิตินี้ เดี๋ยวเราจะต้องมาคุยกันด้วยกันนะครับ (คุณตรี) มีอะไรเสริมไหมครับ (คุณพลธร) สำหรับผมนะครับ อาจารย์มณเฑียรพูดถึง Easy to Read Easy Read to Understand Plain Language ไปเรียบร้อย ชัดเจนดีครับ แต่ในมุมของผมนี่ จะในมุมของผู้สูงอายุ และคนพิการทางสติปัญญา ผมไม่ยกต่างประเทศ ผมยกปั๊มน้ำมันครับ ปั๊มน้ำมันนี่ ผมว่าปั๊มน้ำมัน ปตท. นี่ ชัดเจนดีมาก ตัวหนังสือชัดเจน สัญลักษณ์ก็ชัดเจน ที่จอดรถคนพิการนี่ชัดเจน แต่บางครั้ง คนพิการนี่ เป็นผู้ด้อยโอกาสนะ โดนแย่งโอกาส โดยที่ผู้มีร่างกายแข็งแรง ขับรถแพงมาแย่งโอกาส ผมอยากจะให้มีสื่อที่ชัดเจน แล้วมีกฎหมายรองรับเลยว่า เขียนชัด ๆ เลย ที่จอดรถคนพิการ ฝ่าฝืน ปรับ 2,000 บาท เอาให้เข็ด อยากจะลงไปฉี่ เสีย 2,000 บาท ก็แล้วแต่นะครับ เขาบอกว่าต่างประเทศนี่ ถ้าจอดรถที่จอดรถคนพิการนะ ปรับเป็นร้อยเหรียญนะ ผมไม่เคยไปหรอก เขาเล่าให้ฟัง แต่ในเมืองไทยเอาแค่ 2,000 บาท ก็พอแล้วครับ แล้วอีกอย่างหนึ่ง คนพิการทางสติปัญญานี่ เรื่องอ่านนี่ไม่ค่อยถนัด อาจจะใช้ภาพสื่อมากกว่า ผมมีโอกาสได้ขึ้นเครื่องไปเชียงราย ก็เลย… ลงปั๊บ เริ่มปวดฉี่บนเครื่องบินปั๊บ ก็ไม่ชอบฉี่บนเครื่องบิน เพราะมันโยกเยก ฉี่ไม่ออก ผมลงที่สนามบินเชียงรายปั๊บ ด้วยความปวดฉี่ รีบตรงไปห้องน้ำเลย เห็นหัวกลม กระโปรงบาน ผมก็รู้ทันทีว่า อ๋อ อันนี้ห้องน้ำผู้หญิง ทีนี้ ผมก็คิดว่าห้องน้ำผู้ชายคงจะอยู่ใกล้ ๆ กัน ผมรีบ รีบเดินไป มีเด็กพิการทางสติปัญญาบอก อยู่นี่ ๆ เขาชี้ไปที่ 2 ขา หัวกลม อันนั้นคือสัญญาลักษณ์ของห้องน้ำผู้ชาย เห็นไหมครับ เด็กพิการนี่ ไม่มีหนังสือบอก ตัวหนังสือไม่ชัดเจนก็แล้วแต่ แต่เห็นสัญลักษณ์เข้าใจได้ง่าย เข้าถึงง่าย เข้าใจได้ง่ายครับ (ดร.ตรี) เพราะฉะนั้น สิ่งที่น่าจะตรงกันของความเป็น Easy Read ก็คือรูปแบบของการสื่อสารที่เข้าใจง่ายใช่ไหมครับ คือ หมายถึงว่าอาจจะเป็นทั้งช่องการ วิธีการ รูปแบบ ภาษา อะไรต่าง ๆ นะครับ แล้วก็ Plain Language ก็คือเป็นลักษณะที่เป็นภาษาที่เรียบง่าย สำหรับทุกคนที่สามารถที่จะเข้าใจได้ครับ เมื่อกี้ท่านอาจารย์มณเฑียรได้พูดถึงกฎหมายของอเมริกาใช่ไหมครับ ผมก็ลอง Search หาดูนะครับ น่าจะเรียกว่า "Plain Writing Act of 2010" นะครับ ก็คือเขาบอกว่าใน… ใช่ไหมครับ ใน Federal Agency นะครับ ก็คือหมายความว่าหน่วยงานภาครัฐของทางอเมริกานี่ จะต้องสื่อสารของมูลของทางรัฐฯ ที่มีความชัดเจนนะครับ ใช้คำว่า "Clear" นะครับ ที่คนทั่วไป คือ หมายถึงว่า Public นี่ สามารถที่จะข้าใจ แล้วก็ใช้ง่ายได้นะครับ ก็เป็นหลักสำคัญของ Plain Writing Act of 2010 นะครับ แล้วก็มี Federal Plain Language Guideline ส่งมาด้วยนะครับ ว่าสุดท้าย การใช้ Plain Language จะไปมีลักษณะอย่างไร ก็มีแนวทาง วิธีการปฏิบัติออกมาที่เป็นชัดเจนนะครับ เพราะฉะนั้น อันนี้เดี๋ยวจะเป็นถัด ๆ ไปนะครับ ว่าเอ๊ยแล้วภาครัฐไทยควรจะต้องขับเคลื่อนอย่างไรบ้าง อะไรอย่างนี้นะครับ เดี๋ยวขอเป็นคำถามที่ 3 แต่ว่าคำถามที่ 2 อยากถามก่อนว่า แล้ววิทยากรแต่ละท่านนะครับ มองว่า Easy Read Easy to Read อะไรก็ตามนะครับ ที่จะใช้คำนะครับ แล้วก็ Plain Language นี่ จะเกิดประโยชน์กับใคร แล้วก็ใครจะใช้ประโยชน์ได้จริง ๆ บ้างนะครับ คือ ผมลองนึกถึง คือ ผมน่ะ จะอยู่คุ้นเคยทางสายคนตาบอด คนหูหนวก แล้วผมก็เคยใช้คำบางคำ เช่น แบบว่าเวลาพูดคำเฉพาะ หรือว่าแสลงอะไรบางอย่าง บางทีผมก็พูดกับพี่ ๆ หูหนวกว่า กิน เวลา อย่างนี้ครับ แล้วถามว่าพี่รู้จัก เข้าใจไหม อะไรอย่างนี้ เขาก็บอกว่า คือ ถ้าแปลตรงไปตรงมา มันก็คือกิน ก็คือกิน เวลา ก็คือเวลา เอ๊ะ พอเอามารวมกันมันหมายถึงอะไร ประมาณอย่างนี้นะครับ ก็ต้องอธิบายกัน อะไรประมาณอย่างนี้นะครับ อันนี้จะเป็นส่วนหนึ่งที่เราต้องพูดว่า เอ๊ะ ภาษาที่เป็น Plain Language นี่มันจำเป็นที่จะต้องเป็นภาษาที่สามัญทั่วไป ที่ไม่ใช้คำแสลง ไม่ใช้คำเฉพาะอะไรต่าง ๆ เหล่านี้หรือเปล่านะครับ แล้วใครจะได้ประโยชน์บ้างครับ ขอเรียนเชิญอาจารย์วันทนีย์ก่อนนะครับ (อาจารย์วันทนีย์) ค่ะ ในส่วนของเรื่องของ Easy Read Easy to Read หรือ Plain Language นะคะ ก็คือเราก็จะเป็นกลุ่ม ถ้า Plain Language นี่ ก็คือน่าจะเป็นเรื่องของทั่วไปนะคะ ก็คือว่าเราอยากให้คนทั่ว ๆ ไปนะคะ ที่อาจจะไม่รู้ศัพท์วิชาการ ไม่รู้ในเรื่องคำศัพท์ที่บอกราชการใช้อะไรอย่างนี้นะคะ ได้เข้าใจนะคะ เท่าที่เคยเห็นมานี่ ในประเทศไทยเราน่ะนะคะ ที่มองเลยนะคะ ว่ามีเรื่องของ Plain Language หรือว่า Easy to Read นี่ ก็คือสารานุกรมไทยค่ะ นะคะ ถ้าทุกคนได้ไปดูนะคะ สารานุกรมไทยของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวใช่ไหมคะ ท่านคิดมานานแล้ว ถ้าคนไปดูนะคะ ดิฉันก็จะเป็นผู้เขียนหนึ่งในนั้น มีข้อกำหนดมาเลยนะคะ ว่า 1. ให้เขียนเรื่องใดเรื่องหนึ่งนะคะ ที่เขาติดต่อมา 2. เรื่องนั้นนะคะ จะต้องมีการเขียนสำหรับเด็กประถม สำหรับเด็กมัธยม ซึ่งสารานุกรมไทย 1 เล่มนะคะ มีทั้งระดับต่าง ๆ นะคะ ที่จะอ่านได้นะคะ ท่านไม่ได้คำถึงเฉพาะคนทั้งประเทศ แต่ท่านน่ะ คำนึงถึงว่าเรามีเด็กมัธยมที่จะต้องใช้ภาษาอีกรูปแบบหนึ่ง เพื่อให้เด็กเข้าใจ เรามีเด็กประถมที่จะต้องอธิบายให้เด็กเข้าใจ อันนี้แหละค่ะ เป็นตัวอย่าง Plain Language ที่เราทุกคนนี่นะคะ อาจจะไม่เคยนึกนะคะ แต่บอกว่าประเทศไทยเรามีมานานนะคะ อันนี้ก็ขอฝากไว้นะคะ ค่ะ นอกจากนั้นอาจจะต้องให้ทางอาจารย์ชูศักดิ์นะคะ ว่าแล้วใครอีกที่ได้ประโยชน์ (คุณชูศักดิ์) ครับ ขออนุญาตท่าน ผอ. ตรี นะครับ แล้วก็เครื่องติดแล้วนะครับ เครื่องติดแล้ว เพราะว่าจริง ๆ แล้วนี่ ผมคิดว่า Easy Read หรือว่า Plain Language นี่ มันคือการสื่อสารสำหรับทุกคน เพราะฉะนั้น ถามว่าแล้วใครจะได้ประโยชน์ ก็คือทุกคนจะได้ประโยชน์ ทีนี้ถ้าเจาะลึกให้ชัดว่าทุกคนนี่หมายถึงใคร ถ้าพูดถึงกลุ่มคนพิการ กลุ่มเด็กออทิสติก เด็กที่บกพร่องทางสติปัญญานะครับ เราอย่าลืมว่ากลุ่มพัฒนาการหรือว่ากลุ่มออทิสติกนี่ มันมีความสัมพันธ์ระหว่างพัฒนาการกับตัวอายุจริง เด็กบางคนนี่ โตแล้วแต่สื่อสารไม่ได้ เพราะพัฒนาการสื่อสารทางภาษานี่ เขาไปไม่ถึง ทีนี้ถามว่า Easy to Read นี่ มันเป็นแค่การอ่านใช่ไหม จริง ๆ มันไม่ใช่ มันเป็นเนื้อหาที่ทำให้เขาเกิดความเข้าใจ เพราะฉะนั้น กลุ่มคนพิการที่... ทางการแพทย์นะ ขออนุญาตเป็นทางการแพทย์ เขาก็แบ่งเป็นระดับ เช่น Tier 1 Tier 2 หรือว่า Tier 3 Tier 1 ก็คือต้องการ… ผมแปลแบบผมเอง ก็คือต้องการความช่วยเหลือน้อย ต้องการความช่วยเหลือปานกลาง แล้วก็ต้องการความช่วยเหลือมาก ทีนี้อาจารย์มณเฑียรก็พูดสิทธิ CRPD ไปแล้ว ทีนี้ถามว่า แล้วทั้ง 3 กลุ่มนี้ ไอ้ตัว Easy Read หรือว่าตัว Plain Language นี่ มันจะต่างกันไหม ต้องถามก่อนว่าสิ่งเหล่านี้มันจะออกมาเป็นตัว Text มันจะออกมาเป็นภาพ มันจะออกมาเป็นเสียง มันจะออกมาเป็น Format อะไร เพราะฉะนั้น ไอ้การสร้าง Format ที่เหมาะสมนั่นแหละ จะทำให้เขาเข้าถึงได้ เพราะฉะนั้น ที่เราอาจจะวนไปวนมาหลายปีนี่ เพราะเราไปเข้าใจว่ามันคือการเรียนรู้ด้วยการเขียน ด้วยการอ่าน เพราะมันอาจจะมีครู หรือว่าคนที่เขาสนใจนี่ เขา Research เฉพาะเรื่อง เฉพาะประเด็น เขาก็วนจุดนั้น แต่จริง ๆ ในชีวิตประจำวันนี่ ผมว่ามันใช้ได้หมดนะครับ เมื่อกี้ทางคุณพลธรพูดถึงว่าเวลาไปต่างประเทศนี่ เราจะเห็นป้ายน่ะ มันดูง่ายน่ะ เราก็พยายามบอกว่าสิ่งที่อำนวยความสะดวกในประเทศไทยนี่ มันต้องมีสัญลักษณ์ที่คนพิการเห็นแล้วเข้าใจนะ เพราะคนพิการไม่ได้มีกลุ่มเดียว มีตั้งหลายกลุ่ม เขารู้แล้วว่าตรงนี้มันต้องไปอย่างนี้ ๆ อันนั้นน่ะ Understanding Understanding นี่ ผมคิดว่าไม่ใช่แต่คนพิการหรอก คนทุกคนน่ะ ก็ต้องการแบบเดียวกัน เพราะฉะนั้น ไอ้สิ่งเหล่านี้มันจะเกิดความเป็นประโยชน์ ถ้าเราสามารถออกแบบรูปแบบการทำงานให้มันเหมาะกับฟังก์ชันของแต่ละคน อันนี้คือในส่วนที่ผมทำ หรือว่าที่ผมเห็นมา เพราะฉะนั้น ผมคิดว่า Easy Read นี่ มันอาจจะมีหลายรูปแบบ เช่น เมื่อกี้ตัวอย่างไปแล้ว สื่อ เสียง อะไร แม้กระทั่ง Application แม้กระทั่งเกมนะครับ ที่จะเป็น Interactive ที่จะสร้าง แม้กระทั่ง VR นะครับ เร็ว ๆ นี้ ผมกำลังจะจัดตั้งศูนย์ดิจิทัลเพื่อการเรียนรู้สำหรับบุคคลออทิสติก และบุคคลที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ ที่ผมใช้คำนี้นี่ เพราะว่ามันจะตรงกับที่หลายท่านพูดว่า เอ๊ะ ตอนนี้บ้านเรามีข้อจำกัด คือ ไม่มีบัตรคนพิการ ไม่มีสิทธิ์ นึกออกใช่ไหมครับ เพราะฉะนั้น คนที่เขาไม่มีบัตร แต่คนที่ต้องการจำเป็นพิเศษ มี Special Need เฉพาะด้านนี่ เราจะดูเขาไหม เพราะฉะนั้น วันนี้มูลนิธิออทิสติกไทยประกาศแล้วว่า ปีนี้เราจะทำ 2 Center นำร่อง แล้วจะทำอีก 18 Center ผมพึ่งกลับมาจากเชียงราย ที่ป่าซางนาเงิน โครงการของสมเด็จพระเทพฯ ไปดูมาแล้ว โอ้ ประทับใจมาก แล้วเราจัด Zoom We Room กับเด็ก ๆ ของเราที่กรุงเทพฯ กับที่ต่างจังหวัด เราเพิ่งเห็นว่า Inclusion หรือ Inclusive Application นี่ มันไม่ได้ยากเลยครับ คนที่นั่นเขาไม่ได้แยกคนพิการออกมาจากสังคมเลย เขายอมรับ มีเด็กอยู่ 4 คน เป็นน้องกลุ่มออทิสติก 2 คน ดาวน์ซินโดรม 2 คน เขาก็อยู่เรียนรู้กับเพื่อน แล้วคนในชุมชนก็ไม่ได้แยก เลือกปฏิบัติ เวลาเขาทำอะไร เขาก็ทำไปด้วยกัน แต่เขาก็ใช้สื่อทางเลือกนี่เข้ามาช่วยนะครับ เขาจะมีการใช้ PBL (Problem–based Learning) เขามีการใช้กระบวนการเรียนรู้ เขามีการใช้สื่อ Virtual ที่เป็นรูปภาพ เหมือนเด็กผมที่กรุงเทพฯ เลย ที่เป็นเด็กออทิสติกน่ะ เราใช้ภาพในการสื่อสารกัน เราทำ PECS นะ (Picture Exchange Communication) เราทำ AAC Alternative ตอนโควิดนี่ผมทำสื่อ AC Lowtech นะ แจกเด็กทั่วประเทศ แล้วก็ทำคลิปการเรียนรู้ส่งไป ผมว่ากระบวนการอย่างนี้สำคัญ เพราะฉะนั้น ในประเด็นผม ก็คือมันจะเกิดประโยชน์ต่อเมื่อรูปแบบมันเหมาะสมกับ Level ของการเข้าใจและการรับรู้ของเขา ขณะเดียวกันนี่สื่อที่ต้องใช้นี่ มันจะต้องทำให้เขาเรียนรู้ได้อย่างสนุก แล้วก็เรียนรู้ได้ด้วยตัวเอง เพราะฉะนั้น ไอ้กระบวนการอย่างนี้มันถึงจำเป็นต้องมีระบบที่จะ Training นะครับ ผมก็ชวนนักวิจัยนะ ว่า เอ๊ะ ทำไมไม่มาใช้ทรัพยากรที่ผมมีอยู่ ผมไม่ได้ขอทุนอะไรใครเลยนะ แต่ผมทำ Learning Center นี่ 40 แห่งทั่วประเทศ กำลังจะขยายเป็น 60 ผมจะทำเรื่องดิจิทัลนี่แหละนะ แล้วตอนนี้ก็เริ่มแล้ว เราจะใส่ตั้งแต่ตัว 3D Animation เลยนะ เราจะทำคลิป 3D น่ะ ที่ใส่แว่น VR แล้วเด็กเรียนรู้ได้น่ะ ถามว่า Easy Read มันอยู่ในรูปแบบนั้นได้ไหม ในต่างประเทศเขามีหมดแล้วครับ เพียงแต่ว่ามันไม่เป็นภาษาไทยเท่านั้นเองนะครับ มันก็ไป Adjust ปรับให้เหมาะกับการเรียนรู้ของนักเรียน ผมมองไปถึงขนาดว่าต่อไปผมเจอน้อง ๆ ที่เป็น Create Content เมื่อ 2 วันก่อนไปจับมือกับ LINE LINE ประเทศไทยเลยนะ เขาชวนเด็กผมนี่ไปนั่งออฟฟิศ LINE อยู่ครึ่งวัน เชื่อไหมครับ ว่าผู้บริหารเขามานั่งทำงานกับเด็กผมนี่ เขาบอกว่าเขานี่เห็นความคิดสร้างสรรค์เยอะแยะเลย Content Creator ที่เป็นคนทั่วไป แล้วเขามาเห็นไอเดียแล้วเขาอยากสนับสนุนน่ะ เขาบอกเขาไม่คิดว่าเด็กเหล่านี้จะไป… เพราะฉะนั้น ใน Tier 1 นี่ Unlimited แน่นอน เพราะฉะนั้น ถ้าเราสามารถออกแบบกระบวนการเรียนรู้ที่มันผลักดันศักยภาพของแต่ละคนให้ไปถึงที่สุดได้นี่ อันนี้มันเกิดประโยชน์สูงสุด เอาล่ะ ในกลุ่ม Tier 2 หรือกลุ่ม Tier 3 นี่ ใช้ชีวิตประจำวันสื่อสารอย่างปลอดภัย Easy to Read มันได้ตั้งแต่สุขภาพเลยนะ สุขภาพนี่ เขาจะไปหาหมอ เขาจะทานยา เขาจะต้องสื่อสารอย่างไร บอกการเจ็บป่วยของตัวเองอย่างไร มันสามารถทำเรื่องนี้ได้เลย ไปเรื่องของการเรียน การเรียนมานี้ผมบอกได้เลยว่าอนาคตโรงเรียนล่มสลาย การศึกษาในระบบจะน้อยลงนะ เพราะคนเรียนนอกระบบมากขึ้น แล้วผมเชียร์การศึกษานอกระบบนะ ผมว่าคนเรานี่ วันนี้นอกระบบนี่พัฒนาได้มากกว่าในระบบอีกถ้าเอาจริงเอาจัง เพราะฉะนั้น ไอ้แพลตฟอร์มที่เราจะทำในเรื่องของ Easy to Read นี่ มันต้อง Dynamic แล้วก็ตอบโจทย์การเรียนรู้ทุกแหล่งให้ได้ แล้วเดี๋ยวนี้มันไม่ต้องมาเจอกันแล้วน่ะ ผมพาเด็กที่ผมอยู่กรุงเทพฯ นี่ไปคุยกับเด็กที่ป่าซางนาเงิน เขามาเรียนศิลปะผ่านกลุ่ม Mastery ของเด็กออฯ ของผมนะอาจารย์ แล้วน้อง ๆ ที่เป็นเด็กทั่วไปเขา Happy มากเลย พวกพี่ ๆ เก่งจังเลย สอนอย่างไร เรียนอย่างไร ก็แค่กล้องตัวเดียวนึกออกไหมครับ เพราะฉะนั้น มันอยู่ที่ว่าชุดภาษากับชุดความคิดที่เราจะสื่อสารนี่ มันจะต้องไปด้วยกันได้อย่างไร เพราะฉะนั้น อันนี้คือประเด็นงานวิจัยที่มูลนิธิพร้อมนะครับ ที่จะทำงานเรื่องนี้ แล้วก็เราคิดว่าเรามีตัวกลุ่มเป้าหมายทดลอง ถ้าเราทำแบบแผ่กระจายนะ แล้วไม่ไปถึงที่ท่าน ผอ.ตรี ถามว่าใครได้ประโยชน์น่ะ วันนี้ลองจัดกลุ่มเป้าหมายที่เขาต้องการใช้แพลตฟอร์มนี้จริง ๆ จัง ๆ ไหม ผมมีในมืออยู่ประมาณสัก 1,500-2,000 ครอบครัว เอามาพัฒนาทั้ง Process ไหม ให้พ่อแม่นี่ที่มีลูกต่างวัยกันนี่ ตั้งแต่ 3 ขวบ จนถึง 45 ปี บางคน 45 ปี ยังสื่อสารไม่ได้นะครับ อนาคตไม่รู้เขาจะอยู่อย่างไรนะ ไปอยู่บ้านผู้สูงอายุก็ไม่มี บ้านบางแคก็ยิ่งไม่มีใหญ่ เอ๊ะมันจะทำอย่างไรให้กลุ่มเหล่านี้ได้ทดลองใช้ Easy Read หรือว่า Plain Language ที่มันเป็นระบบนะครับ แล้วมันใช้ง่าย ใช้ได้จริง อันนี้คือความตั้งใจ ที่มาวันนี้เพราะว่าอยากคุยเรื่องนี้ วันนี้ผม… องค์กรผมประเมินมาตรฐานของ พก. นะ นี่นายกสมาคมไม่อยู่นะ ไม่รู้เขาจะหักคะแนนหรือเปล่า แต่ถ้าอยู่ นายกฯ กรรมการอยู่ เดี๋ยวจะกลับไปบอกผู้ประเมินว่าเราถึงบ่าย ๆ เดี๋ยวจะกลับไปอธิบายเพิ่มเติมให้ แต่ใจนี่อาจารย์ชวนมาตั้งแต่ต้นแล้วล่ะ แล้วก็ได้ทดลองทำไปบ้างแล้ว แต่ผมคิดว่า Mindset บางอย่างนี่เราต้อง Adapt นะครับ แล้วเราต้องต่อยอดเลย เพราะถ้าเราไปใช้ตามทฤษฎีอย่างเดียวนี่ สุดท้ายมันก็จะได้ชุดภาษามาชุดหนึ่ง ตอนผมทำบัตรภาพ AAC นะ ที่แจกโควิดนี่ ผมไปขอบัญชีคำมาจาก Speech Pathologist นะครับ เป็นบัญชีคำที่อเมริกานี่เขาใช้ฝึกพูดเด็กออทิสติกของประเทศเขาน่ะ แต่ผมขอโทษนะ ผมขอที่เมืองไทยไม่ได้ ผมไปขอบัญชีคำต่างประเทศ แล้วผมให้ใครทำรู้ไหม ผมให้น้องแอปเปิลที่เป็นเด็กออทิสติกนี่ วาดคำนาม คำกริยา แล้วก็กรรมต่าง ๆ นี่ ออกมาเป็นภาพลายเส้นสไตล์เขา เชื่อไหมครับ ว่าเด็กของผมที่ทดลองใช้พันคนนี่ สื่อสารได้จากภาพที่น้องเปิลวาด อันนี้คือการ Adapt ฉะนั้น เราแค่ทำแค่เอาความรู้ที่เขามีอยู่แล้วนี่ มาผ่านสื่อที่มันเห็นภาพ เข้าใจง่าย แล้วเราก็มาสอนทำเป็น Storyเรียงคำเรียงประโยค อันนี้กระบวนการผมคิดว่าเราน่าจะมาเดินไปด้วยกัน แล้วอยากให้ทาง กสทช. นี่ เข้ามา Support ทั้ง Process เลยนะครับ แล้วเราคิดว่าเราไม่ได้ใช้ Resource อะไรมากหรอก เราใช้ทุนที่มีอยู่ กลุ่มเป้าหมาย แล้วก็ Program Training ที่มันใช้ได้จริงนี่ ไปร่วมกันนี่ มันจะเกิดประโยชน์สูงสุดกลับมาเลยครับ ขอบคุณครับ (คุณตรี) ขอเชิญคุณพลธรครับ (คุณพลธร) ครับ โอ้โห อาจารย์ชูศักดิ์ พูดได้ถูกใจผมหลายข้อเลย สิ่งที่บางอย่างสงสัยแล้วก็อยากจะพูดแต่อาจารย์ชูศักดิ์ให้ผมหมดแล้ว ผมเพิ่มเติมนิดหน่อยนะครับ แบบ Easy Read Plain Language นี่ครับ พวกผมนะ ใช้พวกผม เด็ก ๆ สติปัญญานี่มันเข้าถึงยาก เข้ายากจริง ๆ แต่อาจารย์ชูศักดิ์บอกว่าถ้าแปลเป็นแพลตฟอร์มมาเป็นพวกสัญลักษณ์หรือภาพนี่ โอ๊ย นี่ดีมากเลย จะเข้าถึงได้อย่างไรครับ จบ ป.6 นะ ยังอ่านหนังสือไม่ออกสักตัวหนึ่ง จะ Easy Read ได้อย่างไร เด็กที่ชมรมผมนะไปเรียนนะ เรียนมาตั้งหลายปี จบ ป.6 เรียบร้อย มีใบประกาศนียบัตร อ่านหนังสือไม่ออกสักตัวหนึ่ง ลูกผมนี่เรียนจังหวัดอุดรฯ มา 4 ปี มาเรียนที่กรุงเทพฯ อีก 3-4 ปี ตอนนี้เขียนได้ 4 ตัวแล้ว อยู่ ป.4 แต่ถ้า 10 ตัวนี่ ผมว่าจบ ป.6 มันคงจะได้ 10 ตัวแน่ นี่ถ้ามี Easy to Read แล้วเด็กสติปัญญาจะเอาปัญญาที่ไหนไปอ่าน ไปเข้าใจ มันไม่ได้ มันไม่ตรงกับความต้องการ แต่ถ้าจะไปข้างหน้าเหลียวมาข้างหลัง มาดูเด็กสติปัญญาหรือผู้พิการทางสติปัญญานี่ แบบอาจารย์ชูศักดิ์ท่านว่า อะไร Plain Language นี่ แปลงมาเป็นสัญลักษณ์ แปลงมาเป็นรูปภาพได้ไหม แบบถึงบอก ห้องน้ำ 2 ขา หัวกลม รู้เลยนะครับ นี่ผมฝากไว้แค่นี้ครับ (คุณตรี) เพราะฉะนั้น เรากำลังจะคุยกันว่า Easy Read นี่ ก็อาจจะไม่ได้มีรูปแบบของการเป็นตัวอักษรอย่างเดียว เป็น… ถ้าภาษาอังกฤษเขาใช้คำว่า “Document” อย่างเดียวใช่ไหมครับ ไม่ได้เป็นเอกสารที่เป็นการพิมพ์อย่างเดียว แต่ว่าสามารถที่จะแปลงเป็นรูปแบบที่มีภาพมีอะไรด้วย คราวนี้ก็จะต้องย้อนกลับไปที่ท่านอาจารย์มณเฑียรพูดตั้งแต่ต้นว่าจริง ๆ แล้ว Easy Read นี่มันก็อาจจะเป็นลักษณะของ Assistive Technology ใช่ไหมครับ ที่มันอาจจะมีความเฉพาะ มีความวิสามัญอยู่บ้าง เพราะถ้าผมมองย้อนกลับไปว่า เอ๊ะ แล้วถ้าเป็นรูปในเอกสารที่เป็น Easy Read แล้วถ้าสัญลักษณ์แบบนี้ แล้วทางคนตาบอดจะมีข้อ… เข้าถึงหรือเปล่า แล้วมันก็จะถือเป็นเพียงลักษณะหนึ่งใช่ไหม สิ่งที่ผมสรุปรวมจากทุกท่าน ก็คือคนที่จะใช้ประโยชน์ไม่ใช่แค่แบบว่าคนพิการกลุ่มออทิสติกก็ตาม สติปัญญาก็ตาม แต่อาจจะเป็นเด็กก็ได้… แล้วการใช้สัญลักษณ์ต่าง ๆ อาจะทำให้... ที่ก็อาจทำให้คนหลาย ๆ คน คนบางกลุ่มได้ใช่ไหมครับ โอเค อาจารย์ชูศักดิ์ครับ (คุณชูศักดิ์) เอ๊ะ แล้วมันใช้กับทุกคนได้ไหม มันอย่างนี้ เขาเห็นปั๊บเขาจะรู้เลย แล้วเขาสามารถเดาต่อได้อีกว่า เอ๊ะ ขั้นต่อไปมันเป็นอะไร แล้วมันก็จะสร้างภาพที่มันเป็นภาพจริงน่ะ เมื่อกี้ก็พูดมาคำว่า ป.4 ได้ 4 คำ ป.5 ได้ 5 คำ ป.6 ได้ 6 คำใช่ไหม นั่นน่ะ นั่นน่ะ คือ ความท้าทายนะ ของการออกแบบสื่อการเรียนรู้ เพราะว่าถ้าเราให้เขาเรียนไปตามธรรมชาติ เหมือนกับคนอื่นนี่ บางทีเขาได้แค่นั้นนะ แต่ถ้ามันมี Structure Teaching น่ะ มันก็จะทำงานได้ง่ายขึ้น อันนี้ อันนี้อาจจะต้องลองทดลองดูว่าออกมาถ้าเป็น Easy Read มันจะเป็นบัตรภาพ มันจะเป็นหนังสือภาพ หนังสืออ่านง่าย จะเป็นคำไกด์ไลน์ จะเป็นแพลตฟอร์ม จะเป็นอะไร มันต้องมี Step อันนี้ฝากไว้ครับ (อาจารย์วันทนีย์) ขออนุญาตเพิ่มนะคะ วันนี้เรามาเห็นแล้วล่ะว่าจริง ๆ ความต้องการนะคะ ไม่ใช่แต่ เป็นเรื่องของสื่อที่เป็นที่เมื่อกี้เราพูดเรื่อง Document ใช่ไหมคะ เรากำลังพูดถึงสื่อทุก ๆ อย่างนะคะ ทีนี้สิ่งสำคัญนะคะ ที่บอกว่า… การที่บอก… อาจารย์มณเฑียรเรียกว่าเป็น… มันอาจจะเป็นภาษาเฉพาะนะคะ อันนี่ต้องเทรนในการคนที่จะสร้าง ที่สร้าง Easy Read แล้วเราก็สิ่งที่ Easy Read ต้องการนะคะ ก็คือภาพประกอบนะคะ ภาพประกอบต้องเข้าใจ ได้ง่ายนะคะ ก็ทำงานกับอาจารย์ชูศักดิ์มานานนะคะ จริง ๆ แล้วนี่ค่ะ ตัวที่เป็นภาพที่เป็นตัวแทนของคำในภาษานี่ จริง ๆ แล้วน่ะ เราก็พยายามสร้างกันมานะคะ แล้วจริง ๆ ในต่างประเทศนี่ เขาก็จะมีนะคะ ตัวเขาเรียกว่าเป็น Symbol นะคะ แล้วเรียกว่าเป็น Picture Symbol นะคะ ตัวนี้นี่จะไปคู่กับคำนะคะ เพราะฉะนั้นนี่ วิธีการสร้าง Easy Read นี่ ก็ต้องดูความต้องการของทางคนใช้ด้วยนะคะ ว่าเขาต้องการ ประเภทไหนนะคะ 1 ภาพ 1 คำ 1 ประโยค 1 ภาพ หรือ 1 Paragraph 1 ภาพ อันนี้อยู่ที่ระดับความเข้าใจนะคะ ในการที่จะเข้าใจเนื้อหานะคะ ขณะนี้เราพูดกัน Beyond เรื่องของตัว Document แล้ว เรา Beyond ไปจนถึงว่าป้ายใช่ไหมคะ ป้ายทาง ป้ายประกาศ สัญลักษณ์ต่าง ๆ นะคะ ต้องเป็นที่เข้าใจง่าย ใน ISO นะคะ หรือ IEC ก็มีการพูดถึงนะคะว่าทำอย่างไรถึงจะมีสัญลักษณ์ที่เป็นสากลและเป็นที่เข้าใจกันในทุกกลุ่ม อันนี้ก็อยู่เป็น ISO เหมือนกันนะคะ ก็ต้องเรียนว่าถ้าเวทีนี้เป็นเวทีแรกเลยนะคะ ที่เราเริ่มพูดเรื่อง Easy Read แล้วเราจะมีความเข้าใจตรงกันนะคะ ถ้าเราคุยกันไปเรื่อย ๆ นะคะ คุยไปอีกหลาย ๆ งานนี่ เราจะเข้าใจเลยว่าความต้องการของกลุ่มผู้ใช้นี่ มีความต้องการและคาดหวังการทำ Easy Read ในเมืองไทยมากน้อยแค่ไหน ก็ต้องขอบคุณเวทีนี้มากเลยนะคะ ที่เราเปิดประเด็นนะคะ แล้วเราจะได้มีการนัด Focus Group หรืออะไรต่าง ๆ เพื่อเข้าใจจริง ๆ ว่าในประเทศไทยนี่ สถานการณ์อาจจะไม่เหมือนในต่างประเทศนะคะ ในต่างประเทศนี่ เด็ก ๆ เขาได้เรียนมาแล้ว เรียนหนังสือมา แต่ข้อจำกัดของการเข้าถึงเนื้อหาที่มันเผยแพร่โดยทั่วไปนี่ เขาเข้าไม่ได้ อ่านยาก ดังนั้น มันเลยเกิดหนังสือที่เป็น Easy Read เกิดขึ้นนะคะ แต่ในส่วนของเรานี่ เรามองเห็นแล้วว่าประสบการณ์เรานี่ ที่เราประสบมานี่ มันจะทำเอา Easy Read นี่ เป็นกระบวนการสร้างนะคะ เป็นกระบวนการสร้างสิ่งที่ทำให้ผู้ใช้นี่ เข้าใจง่าย อ่านง่าย เห็นแล้วรู้ปั๊บเลยว่า Meaning คืออะไรนะคะ อันนี้ก็คิดว่าเป็นจุดประกายที่สำคัญทำให้นักวิจัย หรือว่าผู้สนใจที่จะทำงานในด้านนี้ร่วมกันต่อไปนี่ ได้ทำงานกัน กำหนดทิศทางกันได้นะคะ ค่ะ ต้องขอบคุณนะคะ ค่ะ (คุณพลธร) เดี๋ยวนิดเดียวเลย วันนี้ผมขอบคุณเวทีนี้มากเลย ฟังอาจารย์ชูศักดิ์ ฟังอาจารย์วันทนีย์ แล้วท่านผู้อำนวยการสรุปนี่นะ ทำให้ผมมีความหวัง ต่อไปลูกเรานี่ ต้องเขียนหนังสือได้มากขึ้นแน่ ต้องอ่านหนังสือได้แน่นอนเลยครับ ขอบคุณเวทีนี้มากเลยครับ (คุณตรี) ครับ ก็คงเป็นเจตนาหนึ่งนะครับ ที่สำนักงาน กสทช. จัดเวทีนี้ขึ้นมาหลังจากที่เราเซ็น MOU ในช่วงแรกไปเพื่อที่จะบอกว่า เอ๊ะ เรา Easy Read กับ Plain Language นี่ เป็นสิ่งหนึ่งที่เราพูดถึงเรื่องของการคุ้มครอง ส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิของคนนะครับ แล้วก็เป็น… ก็ถือว่าเป็นเจตนามาก ๆ นะครับ ที่จะทำให้เราได้เข้าใจในเบื้องต้นเกี่ยวกับเรื่องนี้นะครับ แล้วอย่างที่อาจารย์วันทนีย์ว่า ก็คือจะพยายามที่จะขับเคลื่อนต่อเพื่อที่จะบอกว่า เอ๊ะ แล้วในประเทศไทย เพราะจริง ๆ แล้วตอนแรกฟังวิทยากรทั้ง 3 ท่าน ผมก็มีคำถามอยู่มานิดหนึ่งในใจว่าแบบ เอ๊ะ แล้วแบบว่าเมืองไทย ใช้ Pattern ของต่างประเทศมาเลย เร็ว ๆ แบบนี้ไม่ได้เหรออะไรประมาณนี้ แต่ว่าก็มีความเข้าใจอยู่ว่าบริบทของความเข้าใจแล้วก็สังคมวัฒนธรรม แล้วก็สัญญาที่จะนำเสนอต่าง ๆ นี่ มันก็จะอาจจะไม่เหมือนกันอะไรประมาณนี้ใช่ไหมครับ ก็อาจจะจำเป็นที่จะต้องใช้กระบวนการในประเทศไทยนะครับ มี… ท่านอาจารย์มณเฑียรครับ เชิญครับ (อาจารย์มณเฑียร) เผอิญผมนั่งอยู่ที่นี่ด้วยก็เลยคันปากนะครับ ขอบคุณท่านผู้ดำเนินรายการ คือ จริง ๆ นี่ เมื่อสักครู่นี่ผมพูดละไว้ในฐานที่เข้าใจโดยที่ไม่ได้นัดแนะกับผู้ร่วมเสวนาเลยนะครับ แต่ว่าผมคิดว่าท่านอภิปรายมาถึงจุดที่ผมจำเป็นต้องชี้แจง แล้วก็มันเข้ากันได้อย่างดียิ่งนะครับ คือ เดิมทีนี่มันมีคำว่า “Easy to Read and Understand Form” อยู่ใน CRPD นะครับ ข้อบทที่ 9 Form นี่คือ Form อะไร Form of Communication Communication มี 3 เรื่อง คือ Modes Means and Format Form ก็คือ Format นะครับ ช่องทาง วิธีการ แล้วก็รูปแบบ คือ ถ้าเราไปติดยึดอยู่กับถ้อยคำในข้อบทที่ 9 นี่ เราก็จะคิดแค่ว่า Easy to Read หรือออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ พยายามมาเขียนเป็น Short Form ว่า Easy Read ที่เราพูดกันวันนี้ จริง ๆ มันเป็นสำนวนออสเตรเลีย นิวซีแลนด์นะครับ เราหมายถึงแค่ฟอร์ม ไม่ใช่ พอเราพูดถึงคำว่า “Easy to read” ซึ่งตอนหลังต้องเติมคำว่า “Understand” เข้าไปด้วย “and Understand” เพราะว่าเราไม่ได้พูดถึงแต่เฉพาะการอ่าน เราพูดถึงความเข้าใจด้วย นั่นหมายความว่ามันคือการสื่อสารที่ทั้งอ่านและเข้าใจง่าย พอมันเป็นการสื่อสารปุ๊บ มันไม่ใช่ Document Format อย่างเดียวแล้ว มันเป็นทั้ง Means ทั้ง Modes มันเป็นทั้ง Means ทั้ง Modes ทั้ง Format แล้ว และมันไม่ใช่เป็นเอกสารนิ่ง ๆ มันคือการเคลื่อนไหว มันไม่ใช่เป็นเรื่อง ที่ทำแล้วจบ แต่มันเป็นกระบวนการเหมือนที่ท่านอาจารย์ชูศักดิ์ว่า เพราะฉะนั้น เราต้องช่วยกันเติมเต็มนะครับ มันคือ… ถ้าพูดแบบเต็ม ๆ แบบยุโรปหรือในเอกสารที่เป็นข้อมติของ UN เมื่อไม่นานมานี้นี่ มันคือ Easy to Read and Understand Communication นะ Easy to Read and Understand Communication นี่พูดแบบเต็ม ๆ นะครับ ซึ่ง Communication ต้องหมายรวมถึงทั้ง Means Modes และ Format นะครับ เป็นทั้งเรื่องนิ่งและการเคลื่อนไหว เป็นทั้งการใช้ภาษาใน Document ในเอกสารและการสื่อสาร ซึ่งเป็นกระบวนการเป็น Step นะครับ เป็น Flow นะครับ แม้ว่าจะเกิดขึ้นและมีวิวัฒนาการเพื่อแก้ปัญหาเฉพาะกลุ่มเฉพาะด้านเฉพาะกิจก็ตามนี่ แต่การใช้ร่วมกันมันกลับกลายเป็นการเติมเต็มให้คนทั้งมวลได้ คือ ถ้ามองกลับกันนะครับ ท่าน ผอ.ตรี มันกลายเป็นการเติมเต็มนะครับ เพราะว่าลำพังแต่ Plain Language ซึ่งมี Target Audience ที่ครอบคลุม อาจจะไม่พอสำหรับคนบางคน มันต้องเติมเข้าไป มันต้องเติม Easy to Read and Understand Communication เข้าไป Plain Language จึงจะสมบูรณ์ แต่สำหรับคนทั่วไปนี่ แค่ Plain Language ก็พอแล้ว ใช่ไหมครับ Plain Language พอแล้ว แต่สำหรับคนบางคนต้องเติมเต็มเข้าไป เอา Easy to Read and Understand Communication เติมเข้าไปนี่ มันจะสมบูรณ์ครบถ้วนนะครับ มัน Hopefully นะครับ สมบูรณ์ครบถ้วน ขอบคุณมากครับ (คุณตรี) ขอบคุณท่านอาจารย์มณเฑียรนะครับ ทำให้เกิดความเข้าใจมากขึ้น อาจารย์ชูศักดิ์เชิญครับ (คุณชูศักดิ์) ผมเลย คือ ผมอยากจะถามให้มันเป็นเรื่องเป็นราวเป็นระบบจริง ๆ อาจารย์มณเฑียรจำได้ไหมครับ ที่อาจารย์ไปทำ พ.ร.บ ส่งเสริมการเรียนรู้นะ วันนี้มันออกมาเป็นพระราชบัญญัติ แล้วผมเองนี่ ก็ตามต่อในมาตรา 16 อะไรก็แล้วแต่นี่ แต่มันมีอยู่ 2 คำ เขาเรียกว่าการเพิ่มสมรรถนะทางการเรียนรู้ผ่านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ วันนี้เราไปเสนอให้กรมส่งเสริมการเรียนรู้นี่ สร้างหน่วยงานที่ดูแลกลุ่มเฉพาะพวกเราขึ้นมา ทีนี้ ตอนนี้เขากำลังยกร่างเป็นประกาศกระทรวง เขาก็ต้องใส่ฟังก์ชันเข้าไป นั้นถ้าเราจะใช้โอกาสนี้พัฒนาเรื่องจะเรียกว่า Easy to Read and Understand อะไรเดี๋ยวเรามาหาคำให้มันชัดนี่ ให้มันเป็นส่วนหนึ่งของแพลตฟอร์มดีไหม อาทิตย์ที่แล้วผมพาเด็กไปที่ท้องฟ้าจำลอง เด็กออทิสติก ผมไปกันเองนะ นั่งรถไฟฟ้าไป 40 คน ปรากฏว่าเขาไปเขียน เขาไปดูแล้วเขากลับมาเขียนสตอรี่ให้ผม คุณสุเคยเห็นพี่แจ๊กเขียนรายงานใช่ไหม อันนั้นน่ะ เขา Need เรื่อง Easy to Read มากเลยนะ เพราะตอนเขาเขียน เขาเขียนภาษาออทิสติกเขาน่ะ คือ ออทิสติกมีภาษาของตัวเองนะ เวลาเขาจะสื่อสารคำสลับประโยค ประโยคสลับคำอะไรทั้งนั้นเลย เพราะเขาไม่ได้ถูกฝึกมาในเรื่องของการเขียน หรือการอ่านที่เป็นระบบไง พอเขาใช้… ได้ยินครูพูดก็จำ จำมาแล้วก็มาเรียบเรียง จำมาแล้วก็เรียบเรียงเป็นท่อน ๆ เลย เพราะฉะนั้น ไอ้ตรงนี้ผมคิดว่าถ้าเราสามารถสร้างแพลตฟอร์มขึ้น แล้วให้มาอยู่ในระบบการเรียนรู้เลยนะ ผมสนับสนุนว่าถ้ามันอยู่นี่ ผมอาสาทำให้ในเครือข่ายของผมเลย เพราะผมต้องการ Knowladge ต้องการเทคนิค ต้องการ Skill เรามีอยู่แล้ว Curriculum น่ะ เพียงแต่เราใส่ไว้ใน Process และกระบวนการ แล้ววันนี้เราต้องยอมรับว่า Easy to Read มันไม่ใช่แค่ Text อันนี้อาจารย์มณเฑียรบอกแล้ว มันเป็นเทคโนโลยี พอเป็นเทคโนโลยีนี่มันทำได้มากมาย เราอาจจะมาช่วยกันว่าจุดนี้ใครช่วยทำตรงไหน ใครลงภาคปฏิบัติ แต่สิ่งสำคัญนี่ อย่าลืมว่าตัว Outcome นี่ หรือ Output นี่ มันคือคนพิการของเราทุกคนที่มีข้อจำกัดเรื่องการสื่อสารนี่ สามารถเข้าใจสิ่งต่าง ๆ ได้ แล้วก็เรียนรู้จากแพลตฟอร์มนี้ได้มากขึ้น แล้วก็เราก็ไป Upskill ในหลาย ๆ อัน รวมทั้งการ Training เพราะฉะนั้น ผมก็จะรับไป 2 เรื่องนะ โดยไม่ต้องรอใครหนุน ก็คือทดลองทำในพื้นที่ กับเมื่อกี้ต้องชวนอาจารย์ว่าจะ Train ตัว Program Manager ของเราไหม เพราะว่าเราคิดว่าองค์กรเรานี่พร้อมที่จะเป็น Program Manager นะครับ ในภาคของเรานะ เราคงไม่ไปแตะของภาคอื่น แล้วเราก็จะทำเรื่องของตัว Exercise กับที่เป็นบทเรียนกับสร้างสื่อนะครับ แล้วผมขอเปิดไต๋เลยก็ได้ ตอนนี้ผมมีบริษัทชื่อว่าออทิสติกไทยวิสาหกิจเพื่อสังคม เป็น Social Enterprise 100 เปอร์เซ็นต์ ผมเปิดเป็น Learning Center ไว้ในนี้แล้ว อีกหน่อยอันนี้มันจะกลายเป็น Social Enterprise ที่มันจะพัฒนาสื่อไปยังทั้งในอาเซียนนะครับ ในประเทศไทย และหลายๆ ที่ มันก็จะกลับมาสร้างงานสร้างอาชีพได้ เพราะฉะนั้น ถ้าเรามองเชิง Social Enterprise เราก็ไม่ต้องมาอาศัยแหล่งทุนเป็นรายปี แรกๆ อาจจะอาศัยพัฒนา แต่พอมันเติบโตแล้วนี่ มันจะเหมือนออสเตรเลีย มันจะเหมือนหลายประเทศที่เขาทำแบบ Service Full ได้ เพราะเขามี Social Enterprise เข้ามาดูแลครับ ขอบคุณมากครับ (คุณตรี) ครับ ก็เลย… ผมจริง ๆ ผมอยู่ในสายที่เรียกว่ากิจการกระจายเสียงและโทรทัศน์นะครับ ก็เลยคิดเหมือนกันว่า เอ๊ะ หลังจากที่แบบเราคุยกันว่าคำว่า “Easy Read” นี่ มันอาจจะทำให้เกิดความเข้าใจถึงความเป็นแบบเอกสารที่เป็นเอกส๊ารเอกสารนี่นะครับ แต่ว่า เพราะฉะนั้น ถ้า ถ้าสมมติว่าเราคุยกันจริง ๆ แล้วน่ะ Concept หรือว่าแนวคิดของมันจริง ๆ ก็คือ Easy to Read and Understand Communication ก็สามารถที่จะพูดถึงในมิติของสื่อได้ แล้วเราก็พูดถึงในมิติของการสร้างภาพเคลื่อนไหวนู่นนั่นนี่ใน Formant ต่าง ๆ ที่เป็นทั้ง… ที่อาจารย์มณเฑียรท่านบอกว่าเป็นทั้ง Means ทั้ง Modes ทั้ง Format ด้วยอะไรประมาณนี้นะครับ ก็สามารถที่จะมาปรับใช้กับในเรื่องต่าง ๆ ในที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของการสื่อสารได้นะครับ ผมลืมไปนิดหนึ่ง เมื่อกี้ท่านอาจารย์มณเฑียรพูดถึง คำว่า “CRPD” สำหรับท่านที่ไม่ได้อยู่ในแวดวงงานด้านคนพิการนะครับ หมายถึง อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิคนพิการนะครับ หรือว่า Convention on the Right of Persons with Disabilities นะครับ ก็ขยายความให้นิดหนึ่งครับ โอเค ก็หลังจากที่เราคุยกันว่า Concept แล้วใครจะได้ประโยชน์ ผมไม่แน่ใจ ผมแอบขอถามทางสมาคมคนหูหนวกได้ไหมครับ ว่าจริง ๆ แล้วเขามองว่า Easy Read หรือ Plain Language นี่ จะเกิดประโยชน์กับเขาด้วยหรือเปล่า อาจารย์กานต์หรือว่า… มีประโยชน์ต่อการอ่านใช่ไหมครับ เพราะว่าทางคนหูหนวกก็อาจจะมีข้อจำกัดในการอ่านภาษาไทยบางอย่างด้วยใช่ไหมครับ เพราะว่าภาษาหลัก ก็คือภาษามือใช่ไหมครับ โอเคครับ ก็อาจจะมีประโยชน์กับหลาย ๆ กลุ่มนะครับ ขอบคุณครับ อย่างนั้นถัดมานะครับว่าสุดท้าย คือ จริง ๆ เราพูดแตะไปหลาย ๆ เรื่องแล้วล่ะครับ เกี่ยวกับเรื่องของการขับเคลื่อน หรือว่าผลักดันให้เกิดการพัฒนาแนวคิด แล้วก็การนำไปใช้ประโยชน์จริง ๆ นะครับ กับภาคส่วนต่าง ๆ นะครับ คือ อาจจะไม่ใช่ภาครัฐอย่างเดียว อาจจะเป็นภาคของเอกชน ภาคของประชาสังคมประชาชนก็ได้ ที่จะทำให้เกิดกระบวนการในการพัฒนา Easy Read หรือว่าแนวคิดของ Plain Language ต่าง ๆ นี่ มีปัจจัยอะไรบ้าง แล้วก็ภาคส่วนใดควรจะเข้ามามีส่วนร่วมบ้างครับ ตอนนี้วิทยากรเราต้องคุยกันเองก่อนนิดหนึ่งครับ หารือกันอยู่นะครับ ก็อะไรที่เป็นปัจจัยที่จะทำให้เกิดการขับเคลื่อนผลักดัน ในการพัฒนาแล้วก็การนำไปใช้ของ 2 เรื่องนี้บ้างครับ ทั้งภาคส่วนต่าง ๆ เลยก็ได้นะครับ (อาจารย์วันทนีย์) จริง ๆ ปัจจัยการขับเคลื่อนนั้นมันก็คือต้องมาจากความต้องการนะคะ ความต้องการของผู้ใช้นะคะ และสิ่งที่เป็นประเด็นที่จะสร้างนะคะ กลุ่มผู้ใช้ที่ยังมีเรื่องของความบกพร่องในการรับรู้นี่ ได้ข้อมูลนะคะ ได้การ… วิธีการที่เราบอกว่ามี Modes แล้วก็ Format นี่ รูปแบบที่เขาสามารถเข้าถึง อันนี้นะคะ ก็เราก็จะสามารถทำให้กลุ่มคนอีกกลุ่มหนึ่งนี่นะคะ เกิดเป็น Asset ของประเทศได้นะคะ ไม่ได้เป็นภาระนะคะ แล้วเราเห็นชัด ๆ นะคะ กลุ่มออทิสติก อาจารย์ชูศักดิ์นี่นะคะ ทุกคนเริ่มแรกเลยนะคะ ดูว่าเราต้องเลี้ยงดูเด็กไปจนตลอดชีวิตนะคะ แต่ปรากฏว่าในวันหนึ่งอาจารย์สามารถสร้างนะคะ สร้างเด็กขึ้นมาให้มี Talent นะคะ ในส่วนที่เขายังคงเป็น Talent ของเขาอยู่ แล้วส่งเสริมจนอาจารย์มี วันนี้ได้ฟังว่า อาจารย์มีเป็น Social Enterprise ของกลุ่มเด็ก อันนี้นะคะ ถ้าเราทำแบบนี้กับเด็กที่เติบโตมาทุกกลุ่มนะคะ อันนี้ก็จะทำให้ Communiaction ที่เรากำลังพูด Easy to Read Easy Communication นี่นะคะ ก็จะไปถึงทุก ๆ คนนะคะ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มไหน ดังนั้น ประโยคที่เราบอก… (คุณชูศักดิ์) …คลิปที่เราทำงานกันอยู่ แล้วนักวิจัย ตัวที่ 2 นี่ ผมคิดว่าเป็นตัวกลไกหรือ Mechanism นะครับ คือ ถ้าเราทำแล้ว แล้วเราอยู่แค่ตัว K แต่เราไม่มีกลไกในการกระจายออกไปในพื้นที่นี่ มันก็ไม่มีประโยชน์มากพอที่มันจะต่อเนื่อง แล้วมันจะไปสู่เป้าหมายว่าทุกคนเข้าถึงได้ ไอ้ตัวนี้มันเป็นทั้งกลไกเชิง Awareness ของสังคมนะ ทำอย่างไรให้ห้องเรียนจังหวัดที่เป็นเด็กพิเศษหรือพิการ ที่อยู่ในชุมชนแล้วสามารถที่จะอ่านออกเขียนได้เพิ่มขึ้นโดยกระบวนการ Easy to Read แล้วเข้าใจการเรียนรู้มากขึ้น นะครับ จะเป็นเทคนิควิธีการอะไรของครูก็แล้วแต่ อันนี้ก็เป็นเรื่องที่กลไกที่จะต้องใส่เข้าไปในระบบ เพราะถ้าเราไม่เคลื่อนจากระบบน่ะ มันก็จะเป็น Recearch แล้วมันก็จะหยุด แล้วมันก็ไปไม่ได้ อันที่ 3 นี่ ผมคิดว่าต้องมีความจริงจังหรือจริงใจที่จะทำนะครับ เพราะฉะนั้น วันนี้ถ้าเราสร้าง Network ในการทำงานเรื่องนี้จริง ๆ นะครับ แล้วอาสาไหม สมาคมไหน ของคนพิการเรานี่แหละ 7 องค์กรนี่ เราก็ทำ MOU กับ กสทช. ต้องหลายเรื่องแล้วนะ ปีที่แล้วน่ะยังไม่เสร็จเลย ปีหนึ่งเสร็จ แล้วมาเรามาทำเรื่องนี้กันไหม เชิง Implementation นะ มันไม่ต้องใช้ Resource อะไรมากหรอก แต่ขอให้มีหน่วยที่เอาไปทำจริง ๆ ในเครือข่ายคนพิการ แล้วก็ ประมวลข้อความมา ประมวลผลมา แล้วก็พัฒนาต่อยอดนะครับ ผมทำงานกับ มจร. ปีนี้ทำ MOU นะครับ ใครจะคิดว่าออทิสติกจะทำ MOU กับ มจร. โดยเอาน้อง ๆ ที่จบสถาปัตย์กับวิศวะนี่ มาสร้าง 3D Animation ร่วมกับเด็กออทิสติก แล้วกำลังทำเป็นบทเรียนช่วยสอน ถามว่าอันนี้หลักของ Easy to Read หรือที่เรากำลังจะทำไปช่วยได้ไหม ช่วยได้ เพราะฉะนั้น ไอ้กระบวนการที่ลงมือทำนี่ มันอาจจะต้องมีตัวโพรเจกต์ของแต่ละองค์กรรองรับ ผมก็ชวนเลยนะว่าเอาล่ะ เดี๋ยวมาให้ความรู้เครือข่ายผมออนไลน์นะ คุยกันทาง Zoom ก็ได้ ทางผ่านระบบแพลตฟอร์มที่มีก็ได้ แล้วก็มาทำเขาเรียกว่า Action Activity การเทรนคนต้นแบบที่อยู่ในครอบครัว ให้เอากระบวนการ Easy to Read ไปใช้กับลูกของเขา 3 เดือน 6 เดือนนะ ถ้าลูกเขาเข้าใจมากขึ้น เรียนรู้ได้มากขึ้นนี่ เขาตั้งใจอยู่แล้ว เพราะว่าเขาไม่มีทางเลือกน่ะ ทุกวันนี้จะทำอย่างไรให้ลูกเข้าใจน่ะ เมื่อกี้คุณตรีก็พูดเองว่า อาจารย์ก็พูดว่าเด็กที่เขาอายุมากแล้ว แล้วไม่รู้จะพึ่งตัวเองได้แค่ไหน ถ้าเราทำให้เขาสื่อสารได้มากขึ้นน่ะ ผมว่าผู้ปกครองเขาก็ตั้งใจที่จะทำ ตั้งใจที่จะเรียนรู้ เอา Activity ลงไปทำงานเลยไหม ไม่ต้องไปทำใหญ่โต ทำกลุ่มย่อย ๆ เหมือนที่ผมทำศูนย์ทักษะมา 40 นี่ ผมสร้างครูต้นแบบที่เป็นพ่อแม่นี่ได้เป็นพันนะ แล้วผมก็ไปร่วมมือกับกรมสุขภาพจิต เอาความรู้ที่เป็น Universal นี่ ทางด้านการฝึกเด็กนี่เข้ามา เพราะอย่างน้อยมันต้องมีหลักประกันว่าสิ่งที่เราใช้ไม่เป็นโทษกับกลุ่มเป้าหมายนะ มันเป็นคุณกับกลุ่มเป้าหมายนะ ถ้าอย่างนี้ผมว่าน่าทำ นี่คือ 3 เรื่องที่ผมคิดว่าเป็น Key success factor ที่จะทำให้โครงงานนี้ เดินหน้าไปสู่ความเป็นรูปธรรมครับ ขอบคุณครับ (คุณพลธร) สำหรับการขับเคลื่อนผมมองในมุมนี้ครับ กสทช. นี่ นะ เคยสนับสนุนให้โอกาสให้คน… ชมรมเครือข่ายทั่วประเทศนี่ คอมพิวเตอร์ฟรี อย่างผม… ผมนี่ได้มา 3,000 คน ปกตินะผู้ปกครองหรือที่ก่อนเรียนนะไม่รู้ ถามว่าเคยเข้า LINE ไหม หา อะไร LINE ไม่รู้เรื่อง แต่เดี๋ยวนี้เชื่อไหมครับว่า ผมไปต่างจังหวัดไปเยี่ยมชมรมต่าง ๆ เครือข่ายของผมนี่ เล่น LINE ก็เป็น TikTok ก็ได้ ขายออนไลน์ยังได้เลย ที่เราโชคดีเพราะว่าทาง กสทช. สนับสนุนค่าใช้จ่ายเรียนฟรีหมดเลย แล้วก็ได้อาจารย์ที่สื่อง่าย สอนง่าย เข้าใจได้ง่าย มันเป็นพลังบวก 2 อย่างเข้ามา ทำให้เครือข่ายของผมนี่ ตอนนี้เพลิดเพลินกับโซเชียลเลยนะครับ เพราะฉะนั้น ถ้าจะให้ขับเคลื่อนได้ดี ผมว่า กสทช. น่าจะมีส่วนสนับสนุนให้คนรู้เรื่องนี้ทั่วประเทศเลย แบบคอมพิวเตอร์นี่ดีมากเลยครับ (คุณตรี) โครงการที่พูดถึงเป็นโครงการ ให้การเรียนรู้เรื่อง ICT ของ ของทาง USO นะครับ Universal Service Obligation นะครับ เป็นแผน 2 นะครับ ที่จะทำในเรื่องของการสร้างกระบวนการการเรียนรู้ จริง ๆ มี 2 กลุ่มนะครับ กลุ่มคนพิการกลุ่มหนึ่ง กับทางสมาคมต่าง ๆ นะครับ แล้วก็ผ่านทางสภาคนพิการทุกประเภทแห่งประเทศไทยครับ แล้วก็อีกส่วนหนึ่งจริง ๆ ก็เป็นคนใช้แรงงานนะครับ เพื่อที่จะสามารถที่จะเรียนรู้การเข้าถึงได้นะครับ แต่ว่าจริง ๆ แล้ว ก็ฝากไว้ว่าจริง ๆ แล้วต้องพูดถึงเรื่องของการใช้ประโยชน์อย่างรู้เท่าทันด้วยนะครับ กังวลเหมือนกันที่แบบว่า เอ๊ะ แบบรู้เท่าถึง… เข้าถึงอย่างเดียวแล้วก็แบบใช้ประโยชน์ แล้วก็ไม่รู้เท่าทัน กลายเป็นโดนมิจฉาชีพหลอกไปอีกนะครับ ก็นอกเรื่องไปนิดหนึ่งนะครับ ก็จริง ๆ แล้วเราน่ะค่อนข้างที่จะเห็นภาพของการขับเคลื่อนในเรื่องของ Easy Read ค่อนข้างเยอะแล้วนะครับ ในเรื่องของ Concept วิธีคิด แนวทางอะไรต่าง ๆ นะครับ เพียงแต่ว่าอย่างคำว่า อย่าง Plain Language นี่ครับ เรายังไม่ได้ค่อยได้คุยกันถึงมากนักนะครับ มีแนวคิดหรือว่ามีวิธีการ หรือว่ามีการผลักดันอะไร หรือว่าขับเคลื่อนอะไรไปแล้วบ้างไหมครับ (อาจารย์วันทนีย์) คือ เราพูดกันมาตั้งแต่ต้นใช่ไหมคะ ว่า Plain Language นี่ ก็คือภาษาที่ทุกคนเราเข้าใจนะคะ ดังนั้นนี่ สิ่งหนึ่งถ้าดูจากเอกสารอะไรต่าง ๆ นี่ เคยดูของ สสส. นะคะ ทาง สสส. นี่ ออกหนังสือมาเล่มหนึ่ง เป็นคู่มืออะไรบางอย่างนี่ จำไม่ได้แล้วนะคะ แต่ออกฉบับประชาชนมาด้วยนะคะ มันจะทำให้เข้าใจง่าย ดังนั้น เวลาเอาหน่วยงานภาครัฐก่อน ต้องการสื่อสารลงไปถึงประชาชน แม้กระทั่งช่วงโควิดนี่ ศัพท์ยาก ๆ หรืออะไรต่าง ๆ นี่ ถ้าเป็นต่างประเทศนี่นะคะ Easy Read หรือ Plain Language นะคะ จะใช้สำหรับกระทรวงสาธารณสุขอย่างมากเลย เพราะว่าเป็นช่วงที่ทุกคนจะต้องรีบตามหาข้อมูลและต้องเข้าใจนะคะ อันนี้จะเห็นตัวอย่างเยอะมาก ในประเทศเรานี่ พอเราบอกฉบับประชาชน คนก็ เอ๊ะ เหมือนฉันจะต้องเข้าไปอ่านไหม ใช่ไหมคะ พอเราพูด พูดฉบับแบบนี้เราก็เลยแบบว่า เอ๊ะ ดังนั้นนี่ เราอาจจะต้องดูสื่อสารอย่างไรเรื่อง Plain Language ว่าเป็นเรื่องราวที่ทำให้ทุกคนเข้าใจได้ง่ายนะคะ หรืออาจจะลองดูว่ารูปแบบสื่อต่าง ๆ ไม่อาจ… อาจจะไม่ได้เป็นการสกัดจากเนื้อหายาก ๆ น่ะ อาจจะไม่ใช่เป็น Document จริงนะคะ ไม่ได้เป็น Text แต่อาจจะสกัดออกมาเป็นวิดีโอ หรือเป็นภาพประกอบ หรือเป็น Animation อันนี้ก็จะเป็นส่วนหนึ่งได้เช่นเดียวกันค่ะ (คุณตรี) หมายถึง ในวิดีโอนั้นก็ต้องใช้ภาษาที่เข้าใจได้ง่าย (อาจารย์วันทนีย์) ใช่ ๆ เวลาพูด เวลาสื่อสารกัน ก็เป็นคำที่ง่ายและเข้าใจค่ะ (คุณชูศักดิ์) ผมเคยเห็น… ยกตัวอย่างแผนพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติ ถ้าเราอ่านทั้งฉบับนี่ เราจะไม่เข้าใจ เพราะมันยาก ถ้าเป็นต่างประเทศนี่ เขาจะมีฉบับอีกฉบับหนึ่งที่เรียกว่า Easy to Read แต่เขาก็จะไม่ได้เขียนเป็นบท 1 2 3 4 เขาจะไม่ได้เขียน Format มาตรฐาน แต่เขาจะเขียนหัวข้อ เช่น สิทธิคนพิการมีกี่เรื่องนะครับ การใช้บริการตามกฎหมายนี่ทำอย่างไร เอ๊ะ แผน 5 ปีข้างหน้ามีกี่อัน อะไรบ้าง ที่เราพูดมานี่ อันนี้เขาจะทำอีก 1 เวอร์ชันนะครับ นี่เมื่อกี้ที่ผมโหลดมานี่เป็นของออสเตรเลีย ของชุมชนนะครับ เขามีประกาศฉบับหนึ่งในชุมชน แต่คนพิการหรือว่าชาวบ้านอาจจะไม่เข้าใจ เขาก็เลยทำเป็นระดับง่าย ๆ ให้อ่านนะครับ อันนี้คือตัวอย่างที่อาจารย์พูดถึง เพราะฉะนั้น ถามว่ามันต้องไปร่างอะไรใหม่ไหม มันคือการย่อความทำให้เห็นง่ายขึ้น ถ้าแปลเป็นไทยนะ เพราะฉะนั้น ไอ้คำว่า Plain หรือว่าที่อาจารย์มณเฑียรใช้คำว่า “เรียบง่าย” ก็คือภาษาง่าย ๆ น่ะ อ่านแล้วไม่ต้องมานั่งตีความ แบบที่อาจารย์บอกรัฐธรรมนูญไทยใช่ไหม มันตีความสลับซับซ้อน ของเราไม่ต้องตี เอาแบบนี้ก็แบบนี้ก็ว่ากันไปอย่างนั้นนะครับ อันนี่ผมคิดว่าเริ่มจาก… เริ่มจากนะครับ แผนที่มันเป็นแผนที่เกี่ยวข้องกับคุณภาพชีวิตของคนพิการเรา แม้กระทั่ง USO เองก็ได้ เพราะของ กสทช. นี่ ที่เป็น Guideline Practice ก็เขียนง่ายๆ นะครับ แล้วมันก็เข้าถึงได้ทุกคนครับ (คุณพลธร) ครับ ของผมแป๊บเดียวครับ ผมเห็นด้วยกับอาจารย์วันทนีย์นะครับ บางครั้งผมอ่านภาษาราชการนี่ ผมยังงง เอ๊ะ นี่เราคนไทย ภาษาไทย เอ๊ะ แล้วถ้าคนมัน… มันจะงงใช่ไหมครับ บางทีนะ ราชการนี่สื่อสารให้ประชาชนรู้น่ะ มันน่าจะอ่านง่าย ๆ เข้าใจง่าย ๆ คุณต้องการอะไร สื่อสารให้ประชาชนได้รู้อย่างนี้ แต่บางทีเรามานั่งแปล เอ๊ะ เราเป็นคนไทยต้องแปลภาษาไทยอย่างนี้ ผมว่าไม่ค่อยเห็นด้วยสักเท่าไรครับ แล้วอีกอย่างหนึ่งตัวหนังสือเขียนนี่ ถ้าเป็น… อย่างผมบางครั้งอ่านมันต้องเดา ว่าคำนี้คืออะไรนะ เคยเห็นตัว U ก ไก่ เป็นตัว U บ้างน่ะ อะไรนะ มันต้องผสมคำถึงจะรู้ อ๋อ หมายถึงเรื่องแบบนี้ เพราะฉะนั้น ถ้าเป็นไปได้ Plain Language นะ ผมก็อยากจะให้อย่างนี้ อ่านง่าย เข้าใจง่าย เห็นง่าย ตั้งเด่นเห็นชัดอะไรแบบนี้ครับ ครับ (คุณตรี) ก็เห็นภาพสำหรับคำว่า “แบบฉบับประชาชน” ที่แบบว่า แปลงให้เกิดความเข้าใจได้ง่ายจากภาษาที่เป็นใช้ภาษาที่เรียบง่ายนะครับ แล้วก็คนสามารถเข้าใจได้ จริง ๆ แล้วก็นึกถึงเหมือนกัน เช่น แบบว่าคู่มือผู้บริโภคสื่อวิทยุโทรทัศน์ที่สำนักทำอยู่ หรือว่าผู้บริโภคสื่อ… ผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคมที่พยายามที่จะทำให้เกิดความเข้าใจง่ายอะไรแบบนั้นนะครับ ก็ด้วยความที่เราก็อาจจะต้องใช้ภาษาที่จะตีความเพื่อที่จะให้ผู้บริโภคเข้าใจได้ง่าย ๆ ว่าจริง ๆ แล้วตัวเองมีสิทธิอะไรแบบนี้นะครับ ก็เป็นเรื่องที่นึกขึ้นได้เร็ว ๆ เหมือนกันนะครับ ว่าน่าจะทำแบบนี้นะครับ แล้วก็อันนี้ก็อาจจะเรื่องของ Plain Language ก็คงจะเป็นคล้าย ๆ วิธีคิดแนวคิดที่จะฝากไว้สำหรับทุกคนที่จะไปปรับใช้ในการที่จะทำให้เอกสารในหลาย ๆ เรื่องครับ สามารถที่จะอ่านแล้วเข้าใจได้ง่ายใช่ไหมครับ ก็ท้ายที่สุดนะครับ อยากให้… อ๋อ เดี๋ยวถามก่อนดีกว่า เผื่อมีใครมีคำถามอะไรไหมครับ มีท่านใดมีคำถาม เชิญครับ พี่อธิชาครับ และเดี๋ยวไมค์ไปหาครับ (คุณอธิชา) ค่ะ อาจจะไม่ใช่คำถาม แต่อาจจะมีประเด็น ท้าทายสำหรับสิ่งที่เรากำลังคุยกันวันนี้ใน 3 เรื่องนะคะ เรื่องที่ 1 ก็คือความหลากหลายของความพิการของบ้านเรานี่ หลากหลายทั้งประเภท แล้วก็หลากหลายทั้งระดับ เพราะฉะนั้น… ระดับความสามารถ เพราะฉะนั้นนี่ ในการที่เรากำลังจะพูดถึง ทำให้แต่ละระดับนี่ เขาสามารถที่จะเข้าถึง ข้อมูลได้ง่าย เข้าใจนี่ ตัวเองคิดว่ามันอาจจะต้องยืนอยู่บนพื้นฐานของคำว่า “มาตรฐาน” เพราะฉะนั้นนี่ พอเราพูดถึงคำว่า “มาตรฐาน” นี่ มันจะเป็นตัวกำกับที่จะทำให้ทุกคนนี่ เข้าถึงได้ง่าย แล้วก็สามารถที่จะเป็น มาตรฐานที่ทุกคนใช้ประโยชน์ร่วมกันได้นะคะ ประการที่ 2 ก็คือในแง่ของการนำไปใช้ประโยชน์นี่ ตัวเองมองว่ามันจะต้องขยับอยู่ 2 ขา ขาที่ 1 ก็คือการสร้างการมีส่วนร่วมด้วยความเข้มแข็งของผู้ใช้นี่ ในการที่จะเข้ามาร่วม ทั้งในเรื่องของการเอาความต้องการของการใช้ของเจ้าของนี่ เข้ามาเป็นพื้นฐานในการพัฒนายกระดับคำศัพท์ เพราะว่าคำศัพท์ที่เขาจะต้องเรียนรู้นี่ มันจะต้องมีเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งคำศัพท์และคำ… เมื่อได้ทั้ง 2 อย่างมานี่ มันจะมีมาตรฐานของการผลิตที่จะทำให้เวลาป้องกันภัยนี่ ในส่วนของการกระจาย การใช้ประโยชน์จากงานที่เรานี่เรียกว่า Easy Read หรือ Easy to Read หรือ Plain ก็ตามนี่นะคะ งานระยะยาวที่เรามองที่เรามองถึงนี่ มันอาจจะในเชิงขับเคลื่อน มันอาจจะมอง 2 ส่วน ส่วนที่ 1 นี่ ในแง่ของกฎหมายนโยบายบ้านเรานี่ ทำอย่างไรมันจะมีการรองรับในระยะยาว ที่สมมติว่าจบจากงานศึกษากับ กสทช. แล้วนี่ มันจะทำให้เกิดการใช้ประโยชน์ในระยะยาวได้อย่างไร อันนั้นมันอาจจะต้องไปมองกลไกกฎหมาย อาจารย์มณเฑียรยกกรณีตัวอย่างเรื่องกฎหมายที่เขากำหนดเรื่อง Plain บ้านเราก็อาจจะต้องศึกษาเหมือนกันว่ามันจะออกมาในรูปแบบไหน ส่วนที่ 2 ก็คือการ Improvement เจ้าของแต่ละกลุ่มนี่ขึ้นมาเป็น หน่วยที่จะทำหน้าที่ในการผลิต ในการที่จะกระจายคำ และในการที่จะพัฒนาคำ เพราะว่าตัวนี้แหละมันจะเป็นกลไกที่จะทำให้ระบบนี่ มันถูกพัฒนาในระยะยาวและยั่งยืนได้ค่ะ ขอบคุณค่ะ (คุณตรี) ขอบคุณครับ มีคำถามความเห็นอะไรเพิ่มเติมไหมครับ โอเค อย่างนั้นก็ถ้าไม่มี ก็ให้แต่ละท่านฝากอะไรทิ้งท้ายไว้หน่อยเกี่ยวกับเรื่องของ Easy Read กับ Plain Language ครับ เชิญจากทางนู้นมาแล้วกันนะครับ (คุณพลธร) ผมไม่มี ไม่มีอะไร แต่ว่าจะฝากสื่อ 1 เรื่องนะครับ ปัจจุบันนี่เด็กสติปัญญานี่นะ เข้าถึงโซเชียลได้กับเท่า ๆ กับคนปกติเลยน่ะ ส่วนหนึ่งก็มาจากท่านนะครับ กสทช. ให้สนับสนุน ให้ความรู้ เข้าโซเชียลได้เหมือนคนปกติ เหมือนคนปกติทั่วไป แต่ในเคสที่ผู้พิการและผู้ปกครองนี่ ออกไปทำเคส ขอให้ท่านรู้ให้ทราบไว้ด้วยว่าทั้งผู้ปกครองและทั้งเด็กสติปัญญาที่ออกไปทำกิจกรรมนี่ เขาพร้อมที่จะออกสู่สังคมแล้ว เขาพร้อมที่จะออกไปสู่สังคมแล้ว ตอนนี้ถ้าสื่อเสนอนี่ผมอยากวิงวอนว่าอย่าเบลอภาพเลยครับ อย่างเหมือนสมัยก่อนว่าเบลอภาพ เบลอภาพไม่เห็นหน้าตา เขาแสดงความสามารถก็เบลอไว้ ขอนะครับ ว่าไม่ต้องเบลอภาพคนพิการ ผู้ปกครองก็อยากจะรู้ว่าไอ้เคสของตัวเองที่ไปนี่ก็อยากเห็นรูปร่างของตัวเอง อยากจะเห็นเคสของตัวเอง เพราะฉะนั้น คำบอกว่าขอความเท่าเทียมนะครับ ขอศักดิ์ศรี ขอความภาคภูมิให้กับเด็กพิการและครอบครัวคนพิการด้วยครับ (คุณตรี) คือ หมายถึงว่าถ้าเป็นการนำเสนอที่เป็นการทั่วไปโดยที่ (คุณพลธร) สู่สังคมข้างนอก เขาไปแสดงกิจกรรมอะไรต่าง ๆ นี่นะครับ เวลาถ่ายหรือออกสู่สังคมนี่ ออกทีวีหรืออะไรอย่าเบลอหน้า เปิดหน้าเลยครับ (คุณตรี) ได้ครับ อย่างนั้นก็ฝากไว้นะครับ สำหรับท่านที่เป็นสื่อมวลชนหรือว่าใครก็ตามที่นำเสนอข้อมูลข่าวสารไปทางโลกออนไลน์ก็ตามใช่ไหมครับ ก็ครับ (อาจารย์มณเฑียร) อันนี้ผมมีอีกแง่มุมหนึ่งนะ เผื่อท่านผู้ปกครองอาจจะต้องคิดทบทวน คือ พอท่านใช้คำว่า “อย่าเบลอ” นี่ กรณีที่ท่านไม่ได้ตั้งใจให้คนอื่นเอาไปนำเสนอนะ เป็นข่าวที่ไม่น่าพึงปรารถนานี่ มันก็ต้องเบลอนะ เพราะฉะนั้นนี่ เส้นแบ่งระหว่างสิ่งที่สมควรเปิดเผยกับสิ่งที่สมควร… ไม่สมควรเปิดเผยนี่ ผมคิดว่ามันมีพอสมควรนะครับ อยากจะให้ใช้ความระมัดระวังในเรื่องเหล่านี้ เพราะว่าบางเรื่องเราก็ไม่อยากให้คนนี่มารู้นะครับ เป็นเรื่องส่วนบุคคลนะครับ แล้วก็ในต่าง… ในตะวันตก โดยเฉพาะตะวันตกนี่ เขาขีดเส้นแบ่งระหว่างสิ่งที่เป็น Privacy เป็นเรื่องส่วนตัวกับสิ่งที่เป็นการทั่วไปนี่ชัดเจน บ้านเรามันไม่ค่อยชัดเจนอย่างนี้ บางเรื่องเราก็อยากให้คนรู้ อยากแสดงออกนะครับ ให้มันรู้กันไปเลยว่าใครเป็นใคร แต่บางเรื่องเขาไม่ต้องการให้คนอื่นรู้นะครับ คราวนี้จะทำอย่างไรให้มีมาตรฐานสื่อเองก็ต้องใช้ความระมัดระวังที่เรา PDPA นะครับ การเอาข้อมูลที่เจ้าของไม่ประสงค์จะให้เอาไปเปิดเผยนี่ ไปเปิดเผยนี่ มันก็จะมีความผิด เพราะฉะนั้น ก็กรณีแบบนี้อาจจะมีข้อพึงระวังอยู่บ้างนะครับ ผมขออนุญาต ทิ้งไว้นิดเดียวนะครับ ว่าไหน ๆ ก็ได้มีโอกาสพูดแล้ว ก็คือ ทั้งหลายทั้งปวง ไม่ว่าจะเป็น Easy วันนี้เราใช้คำว่า “Easy Read” ซึ่งเป็นสำนวนนิวซีแลนด์นี่นะครับ แต่ภาษาเต็มของ UN คือ Easy to read and understand communication นี่ มันเพิ่งเริ่มต้นนะครับ มันคงจะต้องมีวิวัฒนาการไปอีกนานพอสมควร คำว่า “มาตรฐาน” ที่คุณอธิชาพูดเมื่อสักครู่นี่ คงไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะใช้การสื่อสาร Easy to Read and Understand Communication เดียวกัน แต่มันคงจะหมายถึงมาตรฐานในการจัดทำ มาตรฐานในการที่จะสร้างการเรียนรู้และการรับรู้ร่วมกันนะครับ เพราะว่าบนความมีมาตรฐานนี่ คำว่า “Easy to Read and Understand Communication” นี่ มันถูกจัดวางไว้เป็นเรื่องเฉพาะ คือ มันเป็นความเป็นเฉพาะบนมาตรฐานนะครับ ผมได้รับการยืนยันจากคนที่เขาเป็นผู้จัดทำเอกสาร Easy Read ของนิวซีแลนด์เลย เขาบอกว่ามันเทียบ แทบจะเรียกว่าเทียบได้กับ AT แล้วบางครั้งเทียบได้กับ Reasonable Accommodation ด้วยซ้ำไป มันมีความเป็นปัจเจกสูงมากนะครับ เพราะฉะนั้นนี่ เส้นแบ่งระหว่างความเป็นเฉพาะกับกลุ่ม กับความเป็นเฉพาะกับปัจเจกบุคคลนี่ เป็นเรื่องที่ต้องทำความเข้าใจ อันนี้เราเป็นแค่จุดเริ่มต้นนะครับ อย่าเพิ่งด่วนสรุปนะครับ ว่ามันจะจบในเร็ววันนะครับ มันจะต้องศึกษาเรียนรู้พอสมควรทีเดียวนะครับ ก็ขออนุญาตฝากไว้ จริง ๆ มันมีความพยายามที่จะทำ Plain Language ในหลาย ๆ วิธีการ ทุกท่านคงจะเคยได้ยินใช่ไหมครับ ว่าในยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 นี่ ไปไกลถึงขนาดที่ว่าจะตัดเอาตัวสะกดการันต์ยาก ๆ บาลีสันสกฤตออกไปให้หมดเลย ให้เหลือตัวอ่านง่าย ๆ อันนั้นก็เป็นอีกหนึ่งวิธีคิด Simplified Chinese หรือการเขียนตัวอักษรจีนแบบตัดตัวหยักตัวอะไรออกยาก ๆ ออกไปให้หมด เพื่อลดความยุ่งยากก็ทำมาแล้วนะครับ เพราะฉะนั้นนี่ มันเป็นเรื่องที่ กสทช. เข้ามาจับงานเรื่องนี้ผมว่าดีมาก แล้วเราควรจะต้องช่วยกันทำให้สังคมเกิดการถกเถียงเกิดความตื่นตัวให้มาก ๆ ครับ ขอบคุณมากครับ (คุณตรี) คุณชูศักดิ์ เรียนเชิญครับ (คุณชูศักดิ์) ครับ ผม ฝากเรื่อง Center ที่จะเป็น Service นะครับ อาจจะเป็น Center of Excellent อะไรก็ว่าไป ในเรื่องของการ… เรื่องของ Easy to Read แล้วก็ Plain Language นี่ แล้วผมคิดว่าถ้าองค์กรตั้งหลักได้นะ ทำเรื่องนี้แล้วมันจะเกิดกระบวนการพัฒนาแล้วตรงนี้มันจะคู่ไปกับเรื่องของการไปทำ Standard หรือว่ามาตรฐานบริการ หรือว่าเรื่องของ PDPA อะไรนี่ เดี๋ยวมันจะมาเป็นกระบวนเลย อย่างนั้นแต่ถ้าเราตั้งจุดเริ่มต้นได้นี่นะ แล้วธรรมชาติของกลุ่มออทิสติกนี่ เราคิดแล้วเราทำความเข้าใจ พอคิดแล้วเข้าใจเสร็จ เห็นภาพชัดนี่ เราลงมือทำทันทีนี่ เพราะฉะนั้น ผมคิดว่าน่ะทำทันทีนี่เป็นเรื่องที่ต้องทำ แล้วก็ฝากไว้ว่ามันไม่จำเป็นต้องรอใครนะครับ เพราะฉะนั้น ถ้าวันนี้เรากลับไปนั่งคุยกันหลังไมค์นะครับ เราก็อาจจะเกิดกระบวนการนี้เลยนะครับ แล้วใครที่คิดว่ามีบทบาทหน้าที่โดยตรง หรือโดยอ้อมที่จะเข้ามาทำให้มันเกิดความยั่งยืนนี่ก็เข้ามา เพราะฉะนั้น ตรงนี้ผมคิดว่าไอ้ตัวโพรเจกต์พัฒนานี่ มันอยู่ที่การลงมือทำ ถ้ามันสามารถเป็นศูนย์บริการตามที่เราทำอยู่แล้วได้นี่ แล้วเป็น 1 ฟังก์ชันนี่ มันทำได้ทันทีนะครับ อันนี้อยากจะมองเชิงการจัดการและการบริหารนะครับ ขอบคุณครับ (อาจารย์วันทนีย์) ก็จะขอพูดในนาม สวทช. นะคะ สวทช. เราพัฒนาเทคโนโลยีนะคะ เราพัฒนาแพลตฟอร์มนะคะ ถ้าเรามีการคุยในเรื่องนี้กันต่อนะคะ ตอนนี้เราเห็นแล้ว สมาคมทางผู้ปกครองของกลุ่มสติปัญญากับสมาคมทางด้านออทิสติกสนใจนะคะ ที่จะเข้ามาร่วมเป็นหน่วยในการที่จะขับเคลื่อนในเรื่องของ Easy Read Easy to Read ไปด้วยกันนะคะ แต่เรื่อง Plain Language นี่เรายังหา… ยังหาเจ้าภาพไม่ได้นะคะ ค่ะ 2 สมาคมนี้นะคะ ก็เราคงมาดูกันนะคะ ว่าเราจะเริ่มต้นในส่วนตรงไหน จะเริ่มต้นในส่วนที่เมื่อกี้ที่ทางคุณอธิชาบอก เราดูเรื่อง Standard ก่อนไหมนะคะ Standard ในที่นี้เราไม่ได้หมายถึงว่าเป็น Standard ของทางที่ ISO น่ะค่ะ แต่มันอาจจะเป็น Guideline นะคะ Guideline ในการทำนะคะ ว่าสิ่งที่เราจะสร้าง Information ที่ Easy Read นี่ทำอย่างไร จริง ๆ มันประกอบไปด้วยคำศัพท์นะคะ คำศัพท์ที่อ่านง่าย เหมือนอาจารย์ชูศักดิ์บอกว่าไปหาคำศัพท์ จริง ๆ โรงพยาบาลรามาฯ ก็มีคำที่เขาสอนฝึกพูดน่ะนะคะ คำศัพท์ ภาพประกอบคำศัพท์นะคะ ซึ่งต่อไปภาพเหล่านั้นน่ะมันจะถูก กำหนดไปเป็น Picture Communication นะคะ ตัวนี้ จริง ๆ ทางอาจารย์ก็ทำ สวทช. ก็ทำ ก็เมื่อกี้คุยกันว่าเรามา เอามารวมกันแล้วมาดูกันว่าตัวไหนที่เด็กเรารู้เรื่องนะคะ ภาพประกอบภาพไหนที่จะไปเป็นตัวแทนของคำนะคะ คือ เราได้เรียนรู้เรื่องภาษามือแล้วภาษามือ 1 คำนี่มีภาษามือเยอะมาก เพราะว่ามันไม่ได้มีการกำหนดเหมือน American Sign Language หรือ British Sign Language ใช่ไหมคะ แต่ถ้าเรารีบ ๆ มาทำ ดูเรื่อง Picture Communication นะคะ อันนี้ก็จะทำให้เราได้มีตัวข้อมูล ที่ใช้งานร่วมกันนะคะ ให้มันเป็น De Facto ทุกวันนี้ก็รอ De Facto นะคะ แต่มันเกิดช้า มันเกิดช้า เรามาจับมือกันแล้ว Launch ออกไป อันนี้ก็จะเป็นตัวเริ่มต้นในการทำ Easy to Read ก็คือคลังสร้าง… คลังศัพท์ คลังภาพ และไม่ใช่แค่ภาพ คำศัพท์ต่อภาพ 1 ภาพ เรายังต้องมีรูปภาพประกอบอีกมากมายนะคะ อันนี้ก็ถือว่าเป็นการเริ่มต้นนะคะ แล้วกระบวนการในการสร้าง Process Easy Read นี่ค่ะ เราก็จะตามมานะคะ หวังว่าวันนี้จะเป็นวันที่เราจะเริ่มต้นทำงานกันค่ะ (คุณตรี) ขอ… ต้องขอบคุณท่านวิทยากรทั้ง 3 ท่านนะครับ ที่ทำให้วันนี่เราได้เรียนรู้แล้วก็เข้าใจคำว่า “Easy Read” หรือว่า “Easy to Read” นะครับ แล้วก็ซึ่งจริงๆ แล้วมีมุมของความกว้างไปสู่เรื่องของการสื่อสารในรูปแบบต่าง ๆ นะครับ ทั้งเรื่องรูปแบบวิธีการ ทั้งเรื่องภาษาอะไรต่าง ๆ นานานะครับ แล้วก็เราได้เข้าใจคำว่า “Plain Language” ที่เป็นภาษาที่เรียบง่าย แล้วก็สามารถที่จะเข้าใจให้ได้ง่าย เพื่อที่จะจริง ๆ แล้ว ก็คือเป็นการขับเคลื่อนเพื่อที่จะทำให้เกิดการ… ทุกคนมี… ได้รับการคุ้มครองสิทธิ แล้วก็ได้รับการส่งเสริมให้เกิดกระบวนการในการที่จะเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร แล้วก็ใช้ประโยชน์ข่าวสารได้จริง ๆ นะครับ ทั้งในมิติของการสร้างสำหรับทุกคนนะครับ แล้วก็การสร้างในลักษณะเฉพาะกลุ่มในบางกรณีนะครับ แล้วก็ฝากไว้อีกนิดหนึ่งนะครับ ขอใช้ Tie in ประชาสัมพันธ์นะครับ ก็คือจริง ๆ แล้ว พอพูดถึงเรื่องของ เอ๊ะ สื่อกับการนำเสนอในเรื่องของคนพิการนะครับ จริง ๆ แล้วสำนักงาน กสทช. นะครับ ทำงานร่วมกับ UNDP นะครับ แล้วก็ทางสถานทูตออสเตรเลียนะครับ แล้วก็รวมถึงกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์นะครับ ซึ่งจริง ๆ แล้วเราจัดเวทีไปแล้วครั้งหนึ่งนะครับ วันที่ 14 กรกฎาคมนะครับ เป็นเวทีสำหรับทำความเข้าใจกับผู้ผลิตรายการกับสถานีโทรทัศน์ สถานีวิทยุนะครับ ที่จะพูดถึง… ไม่ต้องกลัวที่จะนำเสนอข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับคนพิการนะครับ แล้วก็ถ้านำเสนอแล้วจริง ๆ อะไรที่เอ๊ะเราสามารถที่จะนำเสนอได้โดยที่ไม่เป็นการละเมิดด้วยนะครับ เพราะฉะนั้น เราใช้คำ 2 คำ คือ คำว่า “ละเมิด” กับ “ละเลย” นะครับ ก็คือต้องไม่ละเลย แล้วก็ไม่ละเมิดด้วยนะครับ แล้วก็จะมีอีกเวทีหนึ่ง วันที่ 16 สิงหาคมนะครับ ก็จะเป็นสถาบันการศึกษากับนักศึกษานะครับ ก็ผู้สนใจทั่วไปนะครับ สามารถที่จะติดตามได้ในเว็บไซต์ของสำนักรับเรื่องร้องเรียนและคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการกระจายเสียงและโทรทัศน์นะครับ bcp.nbtc.go.th นะครับ ก็จะมีการถ่ายทอดในหลาย ๆ ช่วงด้วยนะครับ ก็วันนี้ก็คงทำให้ทุกท่านได้เข้าใจ แล้วก็เป็นจุดหนึ่งที่ กสทช. มาคุยพูดถึงในเรื่องของ Easy Read กับ Plain Language นะครับ แล้วก็อย่างที่ท่านอาจารย์มณเฑียรบอกนะครับ ว่าเราก็คงจะมีหนทางที่จะต้องเดินทาง แล้วก็ทำงานร่วมกันต่อไป เพื่อที่จะพัฒนาแล้วก็นำเรื่องของ Easy Read กับ Plain Language มาใช้ต่อไป สำหรับวันนี้ขอบคุณท่านวิทยากรทั้ง 3 ท่านนะครับ ก็คืออาจารย์ชูศักดิ์ จันทยานนท์ นะครับ นายกสมาคมผู้ปกครองบุคคลออทิซึม(ไทย) แล้วก็เลขาธิการสมาคมสภาคนพิการทุกประเภทแห่งประเทศไทยนะครับ คุณพลธร ขุนสะอาด นะครับ ประธานฝ่ายประชาสัมพันธ์ของสภาคนพิการทุกประเภทแห่งประเทศไทย แล้วก็กรรมการบริหารสมาคมผู้ปกครองคนพิการทางสติปัญญาแห่งประเทศไทยด้วยนะครับ แล้วก็ท่านสุดท้ายนะครับ อาจารย์วันทนีย์ พันธชาติ นะครับ ผู้อำนวยการศูนย์บริการถ่ายทอดการสื่อสารแห่งประเทศไทย มูลนิธิสากลเพื่อคนพิการ ขอบพระคุณทุกท่านมาก ขอบคุณครับ [เสียงปรบมือ] (คุณดาริกา) ค่ะ ขอเสียงปรบมือให้กับท่านผู้เข้าร่วมเสวนากิตติมศักดิ์ทั้ง 4 ท่านนะคะ จะเห็นได้ว่าวันนี้นะคะ เรามีการทั้งเซ็นบันทึกข้อตกลง และมีการเวทีเสวนาในวันนี้ ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นค่ะ ของการทำข้อมูลให้อ่านง่าย เข้าใจง่าย ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญ เน้นให้ทุกคนและทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงข้อมูลได้อย่างง่ายดายด้วยนะคะ สุดท้ายนี้ค่ะ ดิฉันขอขอบคุณท่านผู้บริหาร ท่านวิทยากร ผู้เสวนา และผู้เข้าร่วมสัมมนาทุกท่านนะคะ สำหรับการประชุมสัมมนา เรื่อง การส่งเสริมการเรียนรู้เพื่อสร้างนวัตกรรมด้านกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมที่ออกแบบสำหรับทุกคน และเทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวกในวันนี้ได้เสร็จสิ้นลงแล้วนะคะ อย่าลืมนะคะ เรายังมีงานประชุมวิชาการนานาชาติ เรื่อง วิศวกรรมฟื้นฟูสมรรถภาพและเทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวกครั้งที่ 16 หรือ i-CREATe 2023 ในวันที่ 8-11 สิงหาคมนี้นะคะ ที่ห้อง… ที่ ณ ศูนย์ประชุมอุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทยนะคะ ที่ สวทช. จังหวัดปทุมธานีค่ะ สำหรับวันนี้ได้เสร็จสิ้นลงแล้วนะคะ ดิฉันหวังเป็นอย่างยิ่งว่าทุกท่านได้รับทั้งสาระความรู้และประโยชน์จากการเสวนาในครั้งนี้ด้วยค่ะ ดิฉัน ดาริกา เดี่ยวพานิช หมดหน้าที่เพียงเท่านี้ ขอให้ทุกท่านเดินทางกลับโดยสวัสดิภาพ ขอบคุณและสวัสดีค่ะ [เสียงปรบมือ] (คุณดาริกา) มีอาหาร เชิญรับประทานอาหารว่างนะคะ โดยทางสำนักงานได้จัดเป็นอาหารกล่องไว้ให้นะคะ ขอเรียนเชิญทุกท่านค่ะ รับประทานอาหารกลางวันค่ะ ค่ะ [สิ้นสุดการถอดความ]