(อาจารย์จักรพงศ์) สวัสดีครับ สวัสดีพี่ล่ามนะครับ โอเคแล้วพี่ สวัสดีครับ สวัสดีครับนักเรียน เป็นอย่างไรกันบ้างครับ สบายดีไหมครับ พี่ล่ามได้ยินใช่ไหมครับ สบายดีนะครับ มีใครรู้สึกไม่สบายไหมครับ มีไหม พี่ล่าม พี่ล่ามสามารถพูดได้นะครับ พี่ล่ามพูดให้ฟังหน่อยนะครับ ไม่ได้ยินเสียงเหรอครับ ตอนนี้ได้ยินไหมครับ ตอนนี้ได้ยินไหมครับ พี่ล่ามได้ยินหรือยังครับผม ต้องทำอย่างไรหนอ ไม่ได้ยินเลยเหรอครับ ได้ยินนิดนึงเหรอฮะ ตอนนี้ได้ยินไหมครับ ได้ยินไหมคะ ต้องทำอย่างไรทีนี้ ได้ยินไหมครับ ได้ยินแล้วใช่ไหมครับ ได้ยินไหมครับ ได้ยินนิดนึงเหรอฮะ ใช้ไมค์ลอยครับ อ๋อ อ๋อ โอเคครับ ๆ โอเคครับ ๆ ตอนนี้ได้ยินไหมครับ ได้ยินไหมครับ ได้ยินไหมครับ ไม่ได้ยินเหรอครับ ฮัลโหล เทสต์ พี่ล่ามได้ยินไหมครับ ได้ยินไหมครับ พี่ล่ามไม่ได้ยินเลยใช่ไหมครับ (ล่าม) ไม่ได้ยินเลยค่ะ อาจารย์ได้ยินเสียงล่ามไหมคะ (อาจารย์จักรพงศ์) ผมได้ยินเสียงพี่ล่ามครับ (ล่าม) ไม่ได้ยินเสียงอาจารย์เลยค่ะ (อาจารย์จักรพงศ์) ผมได้ยินเสียงผมเองด้วยฮะ (ล่าม) ตอนนี้พี่ช่างกำลังแก้ไขให้อยู่นะคะ (อาจารย์จักรพงศ์) พี่ล่ามได้ยินไหมครับ ฮัลโหลครับ ได้ยินไหม ได้ยินไหมครับ เทสต์ครับ เทสต์ ๆ ฮัลโหลครับ ฮัลโหลครับ ได้ยินไหมครับ ไม่ได้ยินเลย ทำอย่างไรดีครับทีนี้ ได้ยินไหมครับ (เจ้าหน้าที่) สวัสดีครับอาจารย์ ครับผม อันนี้เดี๋ยวกำลังลองแก้ไขอยู่ครับผม (อาจารย์จักรพงศ์) อ๋อ โอเคครับ โอเคครับ สวัสดีครับ สวัสดีครับ ได้ยินไหมครับ (เจ้าหน้าที่) ได้ ทดสอบครับอาจารย์ อาจารย์ได้ยินปกติไหมครับ ครับ ขอบคุณครับ (อาจารย์จักรพงศ์) ครับ เดี๋ยวเรามาต่อกันเลยนะ ไม่ควรทำนะ คุณครูจะค่อย ๆ สอนไป ถ้านักเรียนไม่เข้าใจสิ่งไหน นักเรียนยกมือถามเลยนะครับ แล้วก็เดี๋ยวจะให้พี่ล่ามอธิบายให้คุณครูฟัง โอเคไหมครับ โอเคใช่ไหม โอเค อย่างภาพนี้นะ ที่คุณครูอธิบายไปแล้วว่า มีคนกำลังทำการแสดงอยู่ อย่างเช่นนะ สมมติว่านักเรียนจัดกิจกรรมจัดกิจกรรมที่บนหอประชุมนะ ที่นักเรียนทำการแสดงเต้นหรือว่าแสดงละครสั้นอะไรอย่างนี้นะครับ ถ้าอยู่ดี ๆ น้อง ๆ ไปวิ่ง บนเวทีในขณะที่นักเรียนแสดงอยู่ นักเรียนจะมีสมาธิในการแสดงไหมครับ มีไหม ไม่มี เห็นไหม นักเรียนจะต้องให้เกียรติ คำว่า “ให้เกียรติ” ก็คือ นักเรียนจะต้องรู้ว่า คนที่เขาทำการแสดงเขาต้องใช้สมาธิ แล้วเราก็ต้องเป็นผู้รับชมที่ดี เราจะต้องเป็นผู้ดูที่ดี ผู้ฟังที่ดี จะต้องตั้งใจฟัง ทีนี้ภาพสุดท้ายที่คุณครูให้นักเรียนดูนะครับ ในบรรยากาศในห้องเรียนเหมือนกันเห็นไหม ในขณะที่คุณครูพูด ในขณะที่คุณครูพูดอยู่ อยู่ดี ๆมีนักเรียนพูดแทรกขึ้นมา ถือว่าเด็กนักเรียนคนนี้ ไม่รู้จักกาลเทศะ ไม่ว่าจะเป็นครู ไม่ว่าจะเป็นใครก็ช่างนะครับ ที่กำลัง… ผู้ใหญ่กำลังพูดกับนักเรียน ถ้าอยู่ดี ๆ นักเรียนพูดแทรกผู้ใหญ่ขึ้นมา ก็ถือว่านักเรียนไม่รู้จักกาลเทศะนะครับ เวลาที่ผู้ใหญ่พูด นักเรียนควรที่จะเป็นผู้ฟัง หรือผู้ดูที่ดี ดูก่อนให้ผู้ใหญ่พูดจบก่อน นักเรียนค่อยพูดขึ้นมา นี่ถือว่าเป็นมารยาทที่ดีนะครับ เวลาที่ผู้ใหญ่พูด นักเรียนก็ต้องรอ รอให้ผู้ใหญ่พูดจบก่อน แล้วนักเรียนค่อยพูดขึ้นมา ถ้านักเรียนพูดแทรกขึ้นมาเลย มันจะทำให้ไม่น่ารัก ดั่งภาพนี้เหมือนกัน เห็นไหม ภาพแรกก็คือพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ ก็คือนักเรียนพูดแทรกในขณะที่คุณครูกำลังพูดอยู่ พอภาพที่ 2 คุณครูกำลังพูด นักเรียนคนนี้ ไม่ได้พูดอะไร โอเค แสดงว่าเด็กคนนี้มีมารยาทในการพูดที่ดี นะครับ สิ่งที่คุณครูพูดมาทั้งหมดเลยนะครับ วันนี้คุณครูจะมาสอนเรื่องมารยาทที่ดีมีชัย มารยาทที่ดีต้องทำอย่างไร อันดับแรกเลยนะครับ คุณครูจะสอนเรื่องมารยาทในการฟังที่ดีก่อน เพราะในห้องนี้ก็มีทั้งนักเรียนที่บกพร่องทางการได้ยิน แล้วก็มีส่วนหนึ่งที่ หูตึงด้วย โอเค สามารถได้ยินได้ด้วย ก็ถือว่าฟังได้ด้วยเหมือนกัน คุณครูจะสอนในภาพรวมเลยนะครับ ว่ามารยาทในการฟังที่ดีนี่ มีอะไรบ้าง อันดับที่หนึ่งนะครับ ฟังด้วยความตั้งใจ มีสมาธิในการฟัง ถ้านักเรียนฟังนะครับ นักเรียนจะรู้เลยว่า คนที่พูดเขาพยายามที่จะสื่อสารให้นักเรียนเข้าใจ อย่างเช่นคุณครูสอนในห้องเรียนนี่ คุณครูพยายามที่จะพูด สื่อสารให้นักเรียนได้เข้าใจ ถ้านักเรียนไม่ฟังหรือว่านักเรียนไม่มีสมาธิเลย นักเรียนจะสามารถเข้าใจในสิ่งที่คุณครูสอนได้ไหมครับ ไม่ได้เลย เพราะว่าถ้าคุณครูให้ทำอะไรนักเรียนก็จะกลับกลายเป็นว่า นักเรียนไม่รู้เรื่องในตรงนั้น อย่างเช่นตอนนี้เหมือนกัน คุณครูพูด คุณครูพูดบรรยายอยู่ นักเรียนควรที่จะดูพี่ล่ามนะครับ ดูพี่ล่ามใช้ภาษามือ สื่อสารกับนักเรียนอีกครั้งหนึ่ง นักเรียนจะได้เข้าใจในสิ่งที่คุณครูพูด ต่อไปข้อที่ 2 มารยาทในการฟังที่ดีต้องสบตาผู้พูดมองตาที่ผู้พูด เวลาที่คุณครูสอนในห้องเรียนหรือว่า พี่ล่ามกำลังใช้ภาษามือในการสื่อสารกับนักเรียนอยู่ นักเรียนควรที่จะดูพี่ล่ามสื่อสาร ดู ใช้ภาษามือ ดูสายตาพี่ล่าม ว่าพี่ล่ามกำลังสื่อสารอะไรกับนักเรียนอยู่ เห็นไหมครับ เมื่อกี้เพื่อนขออนุญาตไปเข้าห้องน้ำ เพื่อนยกมือไหว้คุณครูใช่ไหม แสดงว่านี่เป็นการขออนุญาตที่ถูกต้อง ถ้าอยู่ ๆ เพื่อนลุกขึ้นไปโดยที่ไม่ไหว้ขออนุญาตคุณครู ถือว่านักเรียนมีมารยาทไหมครับ ไม่มี โอเค แสดงว่าที่คุณครูพูดไป ถือว่านักเรียนมีมารยาทอยู่นะครับผม ต่อไป นักเรียนไม่พูดคุยกับคนข้าง ๆ หรือส่งเสียงดัง ในขณะที่คุณครูสอน นักเรียนคุยกันในขณะที่พี่ล่ามใช้ภาษามือสื่อสารกับนักเรียน นักเรียนคุยกัน แล้วนักเรียนไม่ได้ดูพี่ล่ามอธิบายเลย นักเรียนจะเข้าใจไหมครับ นักเรียนไม่เข้าใจแน่นอน เพราะ 1. นักเรียนไม่ได้ยินเลย คุณครูก็พูดจนเสียงแหบเสียงแห้งไป นักเรียนก็ไม่ได้ยิน พี่ล่ามก็ทำภาษามือจนเมื่อยหมดแล้ว นักเรียนก็ไม่รู้เรื่อง เพราะว่านักเรียนไม่ได้ดู นักเรียนไม่ได้สนใจคุณครูและพี่ล่ามเลย โอเค ถ้านักเรียนดูพี่ล่ามอธิบายออกมาปุ๊บ นักเรียนก็จะเข้าใจว่าสิ่งที่คุณครูกำลังสอนนักเรียนนั้นคืออะไร บางครั้งคุณครูไม่ต้องมาอธิบายเลยว่ามารยาทคืออะไร สิ่งที่ต้องทำ มารยาทในการพูด การฟัง การดู การอ่านอะไรทุกอย่าง มารยาททั้งหมดคืออะไร บางทีคุณครูไม่ต้องมาพูดเลย แค่นักเรียน เข้าใจ สิ่งที่มันถูกต้อง มันก็จะเป็น ไปในทางที่ดีของมันเองต่อไปนะครับ ต่อไปนะครับ ถ้าสมมติว่าในขณะที่คุณครูกำลังสอน แล้วนักเรียนพกโทรศัพท์มือถือขึ้นมา หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมามาเล่นในขณะที่คุณครูกำลังสอนอยู่ นักเรียนลองนึกภาพตามคุณครูไปน่ะว่า ถ้ามีคุณมีคนกำลังพูดขึ้นมา คุณครูกำลังสอนอยู่ แล้วนักเรียนเล่นโทรศัพท์ในห้องเรียน นักเรียนคิดว่าคุณครูจะมีกำลังใจสอนไหมครับ นักเรียนคิดว่าคุณครูจะมีกำลังใจสอนไหม คุณครูคงหมดกำลังใจไปเลย เพราะนักเรียนไม่เชื่อฟังคุณครู นักเรียนไม่ตั้งใจเรียนกับคุณครู แต่ยังดีหน่อยที่ว่าเราไม่อนุญาตให้นำโทรศัพท์มาในห้องเรียนนะ เราใช้ที่หอนอนเท่านั้น แต่ถ้าวันไหน ชั่วโมงของคุณครูเอง จะต้องให้นักเรียนใช้เครื่องมือสื่อสารในการค้นหาสิ่งต่าง ๆ นี่คุณครูก็จะให้นักเรียนนำมาด้วยนะครับ แล้วก็จะให้ใช้ในการค้นหาสิ่งที่ต้องเรียนรู้เท่านั้น ไม่อนุญาตให้เล่น Application ใดๆ ทั้งนั้นนะครับ พอถึงเวลาที่คุณครูสอน หรือไม่ใช่เวลาที่ต้องค้นหาแล้ว นักเรียนก็ต้องปิดเครื่องมือสื่อสาร ปิดโทรศัพท์มือถือนั้นเก็บไว้ในกระเป๋าก่อน แล้วก็ตั้งใจฟังคุณครูเหมือนเดิม ต่อไปนะครับ ไม่รับประทานอาหาร และเครื่องดื่มในขณะที่ฟัง เหมือนรูปภาพที่คุณครูให้นักเรียนดูใช่ไหมครับ ว่ามีคุณครูสอนอยู่ มีนักเรียนกำลังกินขนมเลย บางทีคุณครูก็เคยโดนนะครับ บางทีคุณครูก็เคยโดนว่า สอนอยู่ดี ๆ คุณพ่อคุณแม่กลัวลูกไม่ได้กินขนม เอาขนมใส่กระเป๋าเต็มกระเป๋ามาเลย ทีนี้ลูกเอามากินในห้องเรียน ที่โรงเรียนเราก็มีขนมให้นักเรียนเหมือนกัน แต่ว่าให้นักเรียนกินเป็นเวลานะ กินเป็นเวลาว่า ในเวลาพักกลางวัน ตอนเย็นหลังเลิกเรียนอะไรอย่างนี้ครับ นักเรียนต้องกิน ให้ตรงเวลาตรงนั้น เพราะว่าเวลาเรียนหนังสือ นักเรียนควรที่จะตั้งใจฟังคุณครู ตั้งใจดูคุณครูในการสื่อสารของคุณครู เพราะว่า บางทีนะครับ คุณครูเขาเตรียมการสอนมาทั้งคืนเลย เขาจะทำอย่างไรดีนะ ให้นักเรียนเข้าใจในสิ่งที่คุณครูกำลังจะสื่อสารกับนักเรียนออกไปได้ ทำอย่างไรดีนะ ให้นักเรียน ให้นักเรียนเติบโตในสังคม แล้วเป็นคนดีอยู่ในสังคมที่ดีได้ บางทีคุณครูเขาไม่ได้มีหน้าที่แค่มาสอนในห้องเรียน สอนเสร็จแล้วก็จบไปนะครับ คุณครูทุกคนนะครับ อยากให้นักเรียนเป็นคนดี อยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข โดยเฉพาะนักเรียนของคุณครู ซึ่งเป็นบุคคลที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน นักเรียนจะอยู่ในสังคมได้อย่างไร นักเรียนจะสื่อสารกับคนอื่นได้อย่างไร เป็นสิ่งที่คุณครูทุกคนในที่นี่ กังวล ถ้านักเรียนจบไป นักเรียนจะสามารถอยู่กับคนปกติได้ไหม นักเรียนจะสามารถสื่อสารได้ไหม อย่างคุณครูเอง คุณครูเป็นคุณครูภาษาไทยนี่ คุณครู กังวลมากเลย กังวลว่านักเรียนจะทำอย่างไรให้นักเรียนสามารถเขียนสื่อสารกับคนอื่น ๆ ได้ และนักเรียนจะต้องเขียนอย่างไรให้รู้จักกาลเทศะ เดี๋ยวในเรื่องของการเขียน คุณครูจะสอนมารยาทในการเขียน ต่อไปจากตรงนี้อีก เดี๋ยวตอนนี้เรามาฟังมารยาทในการฟังกันก่อน โอเค ต่อไปนะครับ ต่อไปในขณะที่ในการฟังในที่ประชุมนะครับ ควรไปนั่งก่อนผู้พูดเริ่มพูด ไม่ว่าสมมติว่านะ สมมติว่านักเรียนเรียนจบไปแล้ว นักเรียนทำงาน นักเรียนเรียนจบไปแล้วนักเรียนทำงาน ทีนี้ หัวหน้านัดประชุม นักเรียนให้หัวหน้าไปก่อนได้ไหมครับ แล้วก็นักเรียนไปทีหลังได้ไหม ได้ไหม ได้ไหมครับ ตอบ ๆ คุณครูหน่อย ได้ไหม ไม่ได้ ใช่ ไม่ได้เลย ไม่ได้เลย เป็นการเสียมารยาทมากมากเลยนะครับ คุณครูสอนในห้องเรียนเหมือนกัน คุณครูสอนในห้องเรียนเหมือนกันนะครับ นักเรียนนะครับ ให้คุณครูมาก่อน มานั่งรอนักเรียนในห้องเรียนอย่างนี้ได้ไหม ไม่ควรเลย นักเรียนจะต้องรีบ มาเพื่อที่จะมานั่งรอคุณครูอยู่ที่ห้องเรียนเพื่อรอเรียนหนังสือ อย่างนี้เป็นสิ่งที่ถูกต้องนะครับ ไม่ว่านักเรียนจะอยู่ที่ไหน นักเรียนจำไว้นะครับว่า นักเรียนอย่าให้ผู้ใหญ่รอ นักเรียนจะต้องมารอผู้ใหญ่ก่อน เข้าใจใช่ไหมครับ เข้าใจนะ เข้าใจว่าอย่างไรครับ เข้าใจไหม เข้าใจว่าอย่างไร เข้าใจใช่ไหม เข้าใจว่านักเรียนอย่าให้ผู้ใหญ่รอ นักเรียนจะต้องมาก่อนผู้ใหญ่เสมอเวลานัดกับผู้ใหญ่ เข้าใจไหมครับ ต่อไปจะเป็นมารยาทในการดูแล้ว นักเรียนจะเข้าห้องน้ำก่อนไหมครับ เข้าห้องน้ำก่อนไหม พักเข้าห้องน้ำสักครู่นะ โอเคนะ พักเข้าห้องน้ำสักครู่ สักสิบนาทีนะ โอเคครับ เดี๋ยวให้นักเรียนพักเข้าห้องน้ำสัก 10 นาทีนะครับ ทีนี้เรามาต่อในเรื่องของมารยาทในการดูนะครับ มารยาทในการดูมีอะไรบ้าง เรามาดูข้อ 1 กันเลย มารยาทในการดูข้อที่ 1 เลยก็คือ ไม่ส่งเสียงดังรบกวนผู้อื่น อย่างไรครับ เวลาที่นักเรียนดูละคร ดูหนัง หรือดูอะไรสักอย่างหนึ่งที่รวมกันเป็นกลุ่มในขณะที่คนอื่นกำลังดูอยู่นั้น นักเรียนสามารถที่จะทำกิจกรรมอื่นในระหว่างที่คนอื่นกำลังตั้งใจดู อยู่ตรงนั้นแล้วรบกวนคนอื่นได้ไหมครับ ส่งเสียงดังได้ไหม นักเรียนสามารถตบมือกระโดดโลดเต้นในขณะที่คนอื่นกำลังดูทีวีอย่างนี้ได้ไหมครับ ได้ไหม ไม่ได้ ในขณะที่คุณครูกำลังสอนอยู่นี่ นักเรียนสามารถส่งเสียงดังออกไปห้องเรียนได้ไหมครับ ใช่ครับ แล้วต่อไปนะครับ นั่งหรือยืนดูในท่าทางที่สุภาพเรียบร้อย นักเรียนสามารถที่… ในขณะที่คุณครูกำลังพูด กำลังนำเสนอในบทการเรียนการสอนที่นักเรียนกำลังดูอยู่นี่ ในขณะที่เพื่อน ๆ กำลังดูพี่ล่ามอธิบายในเรื่องที่คุณครูสอนอยู่นี่ นักเรียนสามารถนอนเล่นได้ไหม ไม่ได้เลยนะครับ เป็นการแสดงพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ ไม่เหมาะสมเลย ถือว่าเป็นการไม่มีมารยาท เห็นไหมครับ ในขณะที่คุณครูหรือพี่ล่ามกำลังสอนนักเรียนอยู่นี่ นักเรียนกำลังดู พี่ล่ามใช้ภาษามืออยู่ อยู่ดี ๆ นักเรียนลุกพรวดพราดออกไปเลย โดยที่นักเรียนไม่ขออนุญาต ไม่ยกมือไหว้คุณครูอย่างนี้ ถือว่าเป็นการมีมารยาทไหมครับ ไม่มีเลยนะครับ ถือว่าเป็นการไม่มีมารยาทเลย เพราะว่านักเรียน ถ้านักเรียน จำเป็นที่จะต้องทำภารกิจส่วนตัวหรืออยากเข้าห้องน้ำฉับพลันอย่างนี้ นักเรียนจะต้องลุกขึ้น แล้วขออนุญาตคุณครูก่อน พร้อมกับยกมือไหว้ด้วยนะครับ ไม่ว่าจะเป็นมารยาทในการฟังการดูการพูดการสื่อสารทั้งหมดเลย ถ้านักเรียนมีเครื่องมือสื่อสารในขณะที่ผู้พูดเขากำลังพูด เขากำลังบรรยาย เขากำลังสื่อสารกับนักเรียนเอามานี่ นักเรียนสามารถเล่นโทรศัพท์ไปด้วยได้ไหมครับ เวลาที่คุณครูกำลังอบรมนักเรียนอยู่บนหอนอน สมมติ… สมมุติว่า คุณครูอบรมนักเรียนในช่วงที่ขึ้นหอนอนอยู่ ในขณะที่คุณครูกำลังพูดสื่อสารด้วยภาษามือกับนักเรียน นักเรียนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเล่นในระหว่างนั้นได้ไหมครับ ไม่ได้เลยใช่ไหมครับ เพราะอะไร เพราะถือว่าเป็นการไม่มีมารยาทเลยนะครับ เนื่องจากที่คุณครูเขาจะสื่อสารกับนักเรียน นักเรียนอย่าลืมว่านักเรียนเป็นคนที่มีความบกพร่องทางการได้ยินอยู่ นักเรียนไม่สามารถที่จะได้ยินเสียงคุณครูอธิบายตรงนั้น ในขณะที่นักเรียนกำลังเล่นโทรศัพท์อยู่ นักเรียนจึงต้องตั้งใจฟัง… ตั้งใจดูคุณครู เวลาที่คุณครูใช้ภาษามือสื่อสารกับนักเรียน นักเรียนจะได้เข้าใจในสิ่งที่คุณครูกำลังจะบอกนักเรียนนะครับ สิ่งที่สำคัญอีกประการหนึ่งก็คือ การไม่รับประทานอาหาร หรือเครื่องดื่มในขณะที่ดู ก็เหมือนกัน เหมือนกันกับมารยาทในการฟังที่คุณครูเคยพูดมาแล้วว่า ในขณะที่เขากำลังพูดอยู่น่ะ สมมติว่าคุณครูกำลังสอนอยู่ โอ้ คุณครูไม่ได้กินข้าวเช้ามา คุณครูหิวมากเลย แต่นักเรียนกินขนมไปด้วย ฟังครูไปด้วยอย่างนี้ จะทำให้คุณครูมีสมาธิไหมครับ ทำให้คุณครูมีสมาธิในการสอนนักเรียนไหม ไม่มีเลย เพราะอะไร เพราะคุณครูก็หิว ใช่ คุณครูก็หิวกับนักเรียน นักเรียนจะมากิน ให้คุณครูแบบหิวนะ คุณครูก็ไม่มีสมาธิในการสอนนักเรียนอย่างนี้ ก็ถือว่าเป็นการไม่รักษาน้ำใจของคุณครู หรือไม่รักษาน้ำใจของคนที่เขามาสอนคุณครูคนอื่นด้วย จะทำให้คุณครูเขาไม่มีสมาธิในการสอน บางทีกลิ่นขนม เขาอาจจะไม่ชอบกลิ่นนี้ คนอื่นอาจจะไม่ชอบกลิ่นขนมอย่างที่เรากินอย่างนี้ เขาจะทำให้เขาเสียสมาธิได้นะครับ สิ่งที่สำคัญที่สุดเลยในการดู จะต้องตั้งใจดู และมีสมาธิในการดู ทำไมถึงต้องตั้งใจ ก็อย่างที่คุณครูพูดไปแล้ว การตั้งใจ ถ้านักเรียนไม่ตั้งใจฟังคุณครูอย่างเช่น ถ้าคุณครูอธิบายไป พี่ล่ามใช้ภาษามือ อธิบายให้นักเรียนฟังเข้าใจอยู่นี่ นักเรียนดูเข้าใจ ถ้านักเรียนไม่สนใจพี่ล่ามเลย นักเรียนจะเข้าใจไหมครับ ไม่เข้าใจนะ พอคุณครูให้ทำใบงาน พอคุณครูให้ทำอะไร นักเรียนก็จะกลับกลายเป็นว่า ไม่รู้เรื่องเลย ครูให้ทำอะไร ทั้ง ๆ ที่คุณครูอธิบายจนคอแห้ง จนเจ็บคอ พูดไปอธิบายไป พี่ล่ามก็จนเมื่อยไปแล้ว แต่นักเรียนไม่เข้าใจ พอคุณครูถามว่าเข้าใจไหม นักเรียนก็ตอบเข้าใจ เข้าใจ เข้าใจ แต่พอให้ทำงานจริง ๆ นักเรียนกลับไม่เข้าใจในตรงนั้น นี่แหละครับ สิ่งที่สำคัญของนักเรียนเลย นักเรียนจะต้องตั้งใจและมีสมาธิในการดู การฟัง ทั้งหมดเลย นักเรียนดูนะครับ นักเรียน นักเรียนเคยไปดูหนังที่โรงภาพยนตร์ไหม เคยไปดูที่โรงหนังไหม เคยไปดูหนังไหมครับ เคยไหม ไหนใครเคยไปดูหนังที่โรงหนังบ้างยกมือขึ้น ไม่เคยเลยเหรอครับ เคยไหม อ๋อ เคยไหม เห็นไหม นักเรียนไม่ได้ดูพี่ล่ามใช่ไหม นักเรียนไม่ได้ตอบคุณครู เอาใหม่คุณครูถามใหม่ก่อน ดู ๆ ๆ ดู ๆ ๆ พี่ล่ามก่อน ดูพี่ล่ามก่อน นักเรียนเคยไปดูหนังที่โรงหนังไหมครับ ถ้าเคยไปยกมือขึ้น มีคนเคยไป นักเรียนเห็นไหมว่า ในโรงหนังเขา สิ่งที่สำคัญเลยคืออะไร เขาให้ปิดเสียงโทรศัพท์ใช่ไหมครับ ให้ปิดเสียงโทรศัพท์ ห้ามเล่นโทรศัพท์ เพราะว่าอะไร มันจะเป็น… มันจะรบกวนคนอื่น คนที่เขาตั้งใจจะมาดูหนังจริง ๆ ถ้าเราจะไปเล่นโทรศัพท์อยู่ตรงนั้น ให้เราออกมาข้างนอก แล้วเรา ถ้าจำเป็นจริง ๆ จะต้องคุยโทรศัพท์ นักเรียนก็ต้องออกมาข้างนอกก่อน นักเรียนดูนะครับ นักเรียนดูบทสนทนานะ เดี๋ยวคุณครูจะนบทสนทนานี้ให้นักเรียนฟังนะครับ แล้วก็ดูพี่ล่ามไปด้วย ใช้ภาษามือไปด้วยนะ อย่าละสายตาจากพี่ล่ามนะครับ เดี๋ยวคุณครูจะนให้ฟังนะ บทสนทนาก็จะมีตัวละครทั้งหมด 3 ตัวละครด้วยกัน ก็จะมีอ๊อด มีอ้อย แล้วก็มีอ้น อ๊อดบอกว่า อ้นกับอ้อยจะไปไหนน่ะ ท่าทางรีบร้อนเชียว อ้อยตอบว่า รีบไปนหนังสือในห้องสมุดน่ะสิ อ๊อดเลยพูดว่า แหม ขยันนจนแว่นหนาเตอะเลยนะป้าอ้อย อ้อยเลยบอกว่า อ้าว ทำไมมาว่าฉันล่ะ ฉันไม่ใช่ป้าเธอนะ อ้นจึงพูดว่า อ๊อดพูดไม่ดีเลย คนใส่แว่นตาเป็นเรื่องธรรมดา หลายคนเขาก็ใส่แว่นตาตั้งแต่เด็ก ๆ อ้อยเขาขยันนหนังสือ ไปล้อเขาทำไม อ๊อดจึงบอกว่า ขอโทษ ๆ พูดเล่นน่ะ พูดแค่นี้ทำเป็นโกรธไปได้ นักเรียนคิดว่า อ๊อดมีมารยาทไหมครับ นักเรียนคิดว่าอ๊อดมีมารยาทไหม ไม่มีเลย เพราะว่าอะไร เพราะว่า ไป Bully ไป Bully อ้อยเขา ว่าอ้อยอ่ะ ใส่แว่นตาหนาเตอะเหมือนป้าเลย แล้วแถมไปเรียกเขาว่าป้าด้วย นักเรียนคิดว่า อ๊อดน่ะ มีมารยาทในการพูดไหมครับ ไม่มีเลยนะครับ เพราะว่าอ๊อดไป Bully เขา ถือว่า เป็นการไม่มีมารยาทในการพูดเลย ถ้าอยู่ ๆ นักเรียนไปเจอ ไปเจอ ไปเจอเพื่อนหรือเจอคุณครูนักเรียนไปเจอคุณครู สมมติว่าคุณครูมาใหม่ คุณครูมาปุ๊บ นักเรียนมาพูดกับคุณครูว่า ทำไมคุณครูอ้วนจังเลยอย่างนี้ ถือว่านักเรียนมีมารยาทในการพูดไหมครับ ถือว่านักเรียนมีมารยาทในการพูดไหม ไม่มีเลยนะครับ นักเรียนจะต้องให้เกียรติกันและกันนะครับ ไม่ว่าจะเป็นครูหรือว่าจะเป็นเพื่อน ถ้านักเรียน อย่างเช่นนักเรียนชายอย่างนี้ ชอบไป Bully นักเรียนหญิง โอ้ทำไมวันนี้เธออ้วนจังเลยอย่างนี้ นักเรียนหญิงก็ซีเรียสขึ้นเลยครับว่า โอ้ มาว่าฉันอ้วนได้อย่างไร อะไรอย่างนี้ ไม่ควรที่จะไปทักกันแบบนั้นนะครับ ไม่ว่าจะอ้วนจะผอม อย่างไรก็คือ มนุษย์เหมือนกัน เราต้องรักษามารยาทในสังคมตรงนั้นเอาไว้ ถ้านักเรียนไปเจอคนข้างนอก ไปเจอคนข้างนอก ไปอยู่กับคนข้างนอก คนทั่วไปปกติใน นอกโรงเรียนนี้ นักเรียนอย่าลืมนะครับว่านักเรียนจะอยู่ในโรงเรียนนี้แค่ ม.6 เท่านั้น ถ้าเรียนจบจากโรงเรียนนี้ไป นักเรียนบางคนจะต้องไปเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยและนักเรียนบางคนจะต้องไปทำงานที่อื่น ๆ แล้วไปเจอสังคมคนอื่น ๆ แล้วถ้านักเรียน ไม่มีมารยาทในการพูด กับคนอื่น ๆ นักเรียนคิดว่านักเรียนจะอยู่ในสังคมนั้นได้ไหม นักเรียนจะต้องระมัดระวังในการพูดของนักเรียนในการสื่อสารของนักเรียนนะครับ บางทีนักเรียนจะต้องรักษาน้ำใจคนอื่นด้วย ไม่ใช่ว่าคิดอย่างไรก็พูดไปตามนั้นเลย บางทีบอกว่าตัวเองเป็นคนตรง ๆ คำว่า “คนตรง ๆ” กับ “คนไม่มีมารยาท” มันเป็นเส้นบาง ๆ อยู่นะครับ นักเรียนห้ามไปพูดอย่างนี้กับใครนะ นักเรียนต้อง ต้องรักษาน้ำใจ ถนอมน้ำใจคนที่เขารับฟังเรา อืม ต่อไป มารยาทในการพูดที่ดี ก็… หรือมารยาทในการสื่อสารที่ดี นักเรียนใช้ภาษามือในการสื่อสาร นักเรียนจะต้องใช้ภาษามืออย่างไรในการสื่อสาร จะต้องใช้ภาษาที่ฟังแล้วที่ดูแล้ว ค่อนข้างที่จะทำให้ผู้ที่รับฟังหรือดูเราน่ะ เขารู้สึกดีกับเราไปด้วยนะครับ มารยาทในการพูด อย่างน้องเจ็ท น้องเจ็ทพูดได้ น้องเจ็ทจะต้องพูดในลักษณะที่ รักษาน้ำใจคนอื่นไปด้วย ไม่ใช่ว่ารู้สึกอย่างไรก็พูดออกไปเลย รู้สึกว่าอยู่ดี ๆ ปุ๊บเห็นคุณครู โอ้ทำไมคุณครูอ้วนจังเลยอย่างนี้ เป็นอย่างไรครับ ทำให้คุณครูรู้สึกดีบ้างไหม ทำให้คุณครูรู้สึกดีไหมครับ สมมติว่ามีคนมาล้อเลียนปมด้อยของนักเรียน อย่างสมมติว่าหน้านักเรียนแบบเป็นสิวเขรอะเลยเต็มหน้าเลย โอ้ พอไปทำอะไรมานี่ สิวเขรอะเลย ดูสกปรกจังเลยอย่างนี้ นักเรียนคิดว่านักเรียนจะรู้สึกดีไหมครับ ถ้ามีคนอื่นมาพูดกับนักเรียนแบบนี้ ดีไหม ไม่ดีเลย ใช่ เราน่ะไม่ควรที่จะไป Bully ไปที่แบบ ไปทำให้เขารู้สึกไม่ดี เวลาเราพูดอะไรล่ะ เราต้องพูดจาให้ไพเราะ เราต้องพูดจาให้สุภาพ ให้รักษาน้ำใจคนที่เราพูดด้วย มันจะทำให้การสนทนาของเรา รู้สึกแบบ เขาเรียกว่าอะไรล่ะ ประทับใจครับ ประทับใจในครั้งแรกที่เราเจอกัน อย่างนี้ บางทีเราก็ไม่ต้องพูดความจริงไปทั้งหมดก็ได้หรอกครับ บางที เพื่อนมาปรึกษาว่าเออวันนี้เป็นอย่างไรบ้าง ฉันใส่... ฉันใส่ชุดนี้แล้วรู้สึก รู้สึกอย่างไร อ้วนบ้างไหมอะไรอย่างนี้ บางทีเราเห็นว่า เออ มันก็ไม่ได้ดูน่าเกลียดอะไรไป เราก็ชมเพื่อนบ้าง เพื่อนจะได้มีกำลังใจ เพื่อนจะได้แบบไม่ต้องอาย ไม่ต้องอะไร ให้กล้า กล้าที่จะแสดงออก กล้าที่จะเปิดเผยในตัวตนของตัวเองออกมาแบบนั้น แต่เราก็ต้องรู้ด้วยนะครับว่า สิ่งที่เพื่อนทำอยู่นั้นน่ะ เป็นสิ่งที่ถูกต้องไหม ถ้าไม่ถูกต้องเราก็ต้องเตือนเพื่อนด้วยนะ ไม่ใช่ว่า เอาเลยทำเลย โดยที่ไม่ได้เตือนเพื่อนเลยว่า สิ่งที่เพื่อนทำนั้นมันถูกไหม ต่อไปนะครับ เวลาพูดหรือสื่อสารอะไรน่ะ เราต้องสื่อสารให้ชัดเจน ให้เข้าใจ นักเรียนใช้ภาษามือเหมือนกัน ไม่ว่า สมมติว่า อย่างคุณครูเอง คุณครูน่ะ ไม่รู้จักภาษามืออย่างนี้ ถ้านักเรียนจะมาใช้ภาษามือแบบเร็ว ๆ กับคุณครูไปเลยโดยที่ไม่ชัดเจนเลยว่าต้อง มันคืออะไร คำไหนเป็นอย่างไรน่ะ นักเรียนคิดว่าคุณครูจะเข้าใจไหม ไม่เข้าใจนะครับ คุณครูไม่เข้าใจ นักเรียนต้องใช้ภาษามือที่ชัดเจน เวลาสื่อสารกับ อื่นน่ะ คนอื่นเขาจะได้รู้ว่า อ๋อ นักเรียนทำแบบนี้ นักเรียนใช้ภาษามือแบบนี้ มันเป็น แปลว่าแบบนี้ หมายความว่าแบบนี้ อะไรอย่างนี้ อย่างเช่นน้องเจ็ทพูดได้นี่ น้องเจ็ทก็ต้องฝึกพูด ฝึกบ่อย ๆ ออกเสียงบ่อย ๆ มันจะได้พูดออกมาเป็นคำที่ถูกต้องออกมาได้ แล้วคนอื่นเขาจะได้เข้าใจ อืม บางทีถ้าสมมุติว่าน้องเจ็ทเองน้องเจ็ทอยากจะสื่อสารด้วยคำพูดให้คนอื่นเข้าใจเป็นเป็นคำที่ถูกต้อง น้องเจ็ทสามารถมาปรึกษาคุณครูได้ น้องเจ็ทไปปรึกษาคุณครูคนอื่นได้ ที่เขาสามารถพูดได้สื่อสารได้แล้วออกเสียงให้ชัดเจนออกมา แล้วก็ถ้านักเรียนจะสื่อสารด้วยภาษามือ ถ้านักเรียนไม่แม่นภาษามือว่าคำนี้ ควรใช้ภาษามือลักษณะแบบไหน ควรใช้ภาษามือแบบไหนให้มันถูกต้องนักเรียนก็ต้องไปถามคุณครูเขาเก่งภาษามือ เขาจะได้สอนในการพูดภาษามือ สื่อสารภาษามือให้กับนักเรียนได้ถูกต้อง ตรงนั้น ไม่ใช่ว่านักเรียนจะใช้ภาษามือแบบผิด ๆ ไป แล้วทีนี้ก็ไปสื่อสารกับน้อง ๆ น้อง ๆ ก็ใช้ผิด ๆ มาด้วย ๆ ๆ คนปกติก็เหมือนกันครับนักเรียน ก็บางทีที่เขาใช้ภาษาพูดในการสื่อสารเขาก็เหมือนกัน บางทีเขาใช้คำพูดที่ผิด เขาก็เรียนแบบคำพูดที่ผิดไปเรื่อย ๆ ภาษามือก็เหมือนกันครับ ภาษามือถ้านักเรียนใช้ผิดมา น้อง ๆ ก็จะทำตาม ทำผิดมาเรื่อย ๆ บางทีภาษามือมันอาจจะไม่เหมือนกันในแต่ละพื้นที่ นักเรียนเข้าใจตรงนี้ดีใช่ไหมครับ ต่อไป ไม่พูดส่อเสียดหรือล้อเลียนผู้อื่น เห็นไหมครับ การพูดการสื่อสารที่ดีน่ะ ที่คุณครูบอกไปแล้วว่า เราไม่ควรที่จะไป Bully คนอื่น ไปพูดให้คนอื่นรู้สึกไม่ดี การพูดที่ดีคือการพูด ให้รู้จักกาลเทศะ เวลาไหนควรพูด เวลาไหนควรฟัง เวลาไหนควรดู เราต้องรู้ เวลาพูดใช่ไหมครับ เวลาเราสื่อสารอย่างนี้ เราก็ต้องเปิดโอกาสให้ผู้ฟัง หรือผู้สนทนาของเราได้สอบถามเราบ้าง ไม่ใช่ว่าอยู่ดี ๆ พูด ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ภาษามืออยู่ดี ๆ พูด โอเค สวัสดีไปแล้ว โดยที่ไม่ได้ฟังเขาเลยว่าเขารู้สึกอย่างไร เขาเป็นอย่างไรบ้าง อย่างนี้ นักเรียนคิดว่า อย่างเช่นคุณครูพูด ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ เสร็จปุ๊บอย่างนี้ พูดเสร็จปุ๊บไปแล้ว แล้วคิดว่า แล้วคุณครูไม่ถามนักเรียนเลยว่า นักเรียนรู้สึกอย่างไรบ้าง นักเรียนเข้าใจไหมอย่างนี้ นักเรียนคิดว่า นักเรียนโอเคไหมครับ นักเรียนคิดว่านักเรียนเข้าใจในสิ่งที่คุณครูพูดไหม เห็นไหม เอาล่ะทีนี้ เราก็เรียนเรื่องมารยาทในการฟัง การดูการพูดมาแล้ว ทีนี้ชั่วโมงหน้า เราจะไปเรียนเรื่องอะไร เดี๋ยวคุณครู จะมาบอกอีกทีหนึ่ง เราจะทบทวนกันเรื่องมารยาทก่อน แล้วก็ต่อด้วยบทเรียนอื่น สำหรับวันนี้นะครับ คุณครูก็… ระบบของเราก็ขัดข้องช่วงแรกนิดหน่อยนะ เดี๋ยว ครั้งหน้าเราก็ค่อยปรับปรุงกันนะครับ สำหรับวันนี้ คุณครูก็สอนเพียงเท่านี้นะ โอเค ไว้เจอกันใหม่ครับ สวัสดีครับ สวัสดี ขอบคุณพี่ล่ามนะครับ [สิ้นสุดการถอดความ]