(อาจารย์จักรพงศ์) ตั้งใจฟังคุณครู นี่ ภาพที่ 2 มีนักเรียนไม่กินขนม จากที่เคยกินขนมไม่กินขนมแล้ว เห็นไหม ไม่กินขนมแล้ว แล้วก็นักเรียนที่พูดคุยเสียงดังก็ไม่ได้พูดคุยกันแล้ว ก็ตั้งใจฟังคุณครู เสียงดังไปไหมครับ นักเรียนนะครับ นักเรียนดูนะครับ เห็นภาพที่ 2 ใช่ไหมครับ ภาพที่ 2 เป็นพฤติกรรมที่พึงประสงค์นะ ก็คือเป็นนักเรียนที่ตั้งใจเรียนเรียบร้อยแล้ว ก็คือคุณครูก็มีกำลังใจในการสอน คาบต่อไป นักแสดงกำลังแสดงอยู่บนเวทีนะ กำลังแสดงอยู่บนเวทีนะ มีคนลุกขึ้น ประมือเสียงดัง ร้องเพลงเสียงดัง ลุกขึ้นเต้นนะครับ นักเรียนเห็นไหมครับ กำลังทำภาษามือให้นักเรียนได้ดูได้อะไร อยู่ดี ๆ มีนักเรียนพูดคุยเสียงดัง นักเรียนคิดว่านักเรียนจะเข้าใจไหมครับ นักเรียนไม่เข้าใจนะครับ เพราะว่าอย่างเช่น สมมติว่าคุณครูกำลังพูดอยู่ แล้วพี่ล่ามกำลังใช้ภาษามือสื่อสารกันนักเรียนอยู่นี่ นักเรียนคิดว่าถ้าอยู่ดี ๆ มี… ถ้านักเรียนไม่มีสมาธิในการดูพี่ล่ามอธิบาย นักเรียนคิดว่านักเรียนจะเข้าใจไหมครับ นักเรียนจะไม่เข้าใจตรงนี้เลยนะว่าคุณครูอธิบายเรื่องอะไร นี่แหละครับเป็นสิ่งที่สำคัญเลย เห็นไหมครับ ภาพที่ 3 เป็นบรรยากาศในห้อเรียน ที่อยู่ดี ๆ คุณครูพูดขึ้นมาแล้วมีนักเรียนพูดแทรกขึ้นมานะครับ นักเรียนดูนะครับว่าเป็นพฤติกรรมที่เหมาะสมไหม เพราะว่าการที่มีคนพูดอยู่แล้วมีคุณครู แล้วมีคุณครูพูด นักเรียนฟังอยู่กลุ่มหนึ่งนี่ มีคนอื่นมาสะกิดนักเรียน มีคนอื่นมาพูดแทรกขึ้นมา คนที่ตั้งใจฟังคุณครูสอนอยู่ นักเรียนคิดว่าเขาเข้าใจไหมครับ เข้าใจไหม นักเรียนคิดว่าเขาจะเข้าใจไหมครับ ไม่เข้าใจนะครับ ถ้าเกิดว่ามีอะไรมารบกวนหรือว่ามีอะไรมาทำให้ผู้ฟังหรือผู้ดูเขาเสียสมาธินี่ อย่างไรเขาก็ไม่เข้าใจ อย่างเช่น ถ้าสมมติว่าคุณครูถามนี่ นักเรียนก็ตอบไม่ได้ทุกคน เพราะว่าคุณครูดูแล้วก็มีบางคนที่ดูพี่ล่ามใช้ภาษามือ มีบางคนที่ดูคุณครูแต่ไม่เข้าใจ แต่ไม่ได้ยินเสียง นักเรียนคิดว่าคนที่ดูคุณครูนี่จะเข้าใจไหม ไม่เข้าใจ นักเรียนจะต้องดูพี่ล่าม เพราะพี่ล่ามใช้ภาษามืออธิบายนักเรียนได้เข้าใจ ส่วนคุณครูมีหน้าที่อธิบายให้พี่ล่ามสื่อสารพี่ล่าม ให้พี่ล่ามพูดให้สื่อสารให้นักเรียนดูอีกทีหนึ่งภาษามือ ทั้งหมดทั้งมวลในเรื่องที่ครูพูดมามันเกี่ยวกับรูปภาพ 3 รูปภาพที่คุณครูสอนไปนั้น คุณครูกำลังจะพูดถึงเรื่องมารยาท มารยาทที่ดีต้องทำอย่างไร ไม่ว่าจะเป็นมารยาทในการฟัง มารยาทในการพูด การสื่อสารด้วยภาษามือของนักเรียนนี่ การดูต่าง ๆ นี่ สิ่งไหนที่เรียกว่า "มีมารยาท" แล้วเป็นมารยาทที่ดี สิ่งไหนที่นักเรียนควรทำ เพราะว่านักเรียนอย่าลืมนะครับ นักเรียนอยู่ที่โรงเรียนที่นี่ นักเรียนจะอยู่ถึงแค่ ม.6 นักเรียนจบไปแล้วน่ะ 1. จะต้องมีคนไปเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัยใช่ไหมครับ พอไปเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัย แล้วบางคนก็ไปทำงาน นักเรียนคิดว่าในสังคมที่นักเรียนไปอยู่นั้นน่ะ นักเรียนคิดว่านักเรียนจะอยู่ได้ไหม ถ้านักเรียนไม่มีมารยาท นักเรียนอยู่ไม่ได้นะครับ นักเรียนไม่สามารถอยู่ได้โดยที่นักเรียนไร้มารยาท นักเรียนจะต้องรู้กาลเทศะ รู้ว่าสิ่งไหนควรทำ สิ่งไหนไม่ควรทำถ้านักเรียนไม่รู้เลย มันจะทำให้นักเรียนอยู่ในสังคมนั้นลำบาก แล้วจะทำให้ตัวนักเรียนเองนั้นลำบากใจ ไม่สามารถที่จะอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้ในสังคม สิ่งที่ครูจะสอนในวันนี้นะ คุณครูก็จะบอกว่า มารยาทคืออะไร มารยาทมีอะไรบ้าง และมารยาทต้องทำอย่างไร มาฟังอันแรกเลยนะครับ มารยาทในการฟังที่ดีต้องทำอย่างไร มารยาทในการฟังที่ดี โอเค ในห้องนี้ไม่ได้มีหูหนวก 100 เปอร์เซ็นต์ มีหูตึงด้วย เพราะฉะนั้น หูตึงก็คือได้ยินและสื่อสารได้ พอสื่อสารได้ ทีนี้เราจะต้องทำอย่างไรในการฟัง มารยาทในการฟังต้องเป็นอย่างไรบ้าง เรามาดูข้อที่ 1 ของมารยาทในการฟังเลยนะครับ มารยาทในการฟังข้อที่ 1 ก็คือตั้งใจฟังด้วยความตั้งใจและมีสมาธิในการฟัง นักเรียน นักเรียนเห็นไหมที่คุณครูสอนอยู่ตรงนี้ นักเรียนสามารถนอนอยู่บนโต๊ะฟังคุณครูอย่างนี้ เอามือค้ำอย่างนี้ ฟังอย่างนี้ถือว่ามีมารยาทในการฟังไหม นักเรียนอย่าไปทำที่ไหนเลยนะ บอกเลยนะแล้วอย่าไปทำที่ไหนนะครับ หรือว่านักเรียนจะไปเจอใครก็ช่างที่เขากำลังพูดกำลังสอนอยู่นะ ไปเรียนมหาวิทยาลัยอย่างนี้ นักเรียนไปนั่งฟังคุณครูอยู่อย่างนี้ ไม่ได้เลยนะ ถือว่าไม่มีมารยาทในการฟังนะครับ มารยาทในการฟัง นักเรียนต้องนั่งดี ๆ มีอะไรจะถามครับ เชิญครับ ไม่ได้ครับ ไม่ได้เลยครับ ถ้าเกิดว่าทำพฤติกรรมอย่างนั้นถือว่าไม่ให้เกียรติคุณครูไม่ให้เกียรติคุณครูเลย เพราะว่าจะทำ… สมมติว่าถ้าไม่ใช่คุณครูน่ะ เขาจะมองว่าเด็กคนนี้เป็นเด็กที่ไม่น่ารัก ถือว่าพฤติกรรมนี้ เป็นการไม่มีมารยาทนะครับ เราต้องนั่งหลังตรง ตั้งใจดูพี่ล่ามสื่อสาร ตั้งใจฟังคุณครู ถ้าง่วง นักเรียนจะต้องจัดการกับตัวเอง โดยที่ลุกขึ้นแล้วยกมือไหว้ขออนุญาตคุณครู ขอไปเข้าห้องน้ำ ขออนุญาตล้างหน้าหน่อยนะครับ ผมรู้สึกง่วง นักเรียนก็พูดลักษณะอย่างนี้ แล้วก็เดินออกจากห้องไปเข้าห้องน้ำล้างหน้าให้เรียบร้อย จัดการตัวเองเพื่อที่จะไม่ให้ตัวเองง่วง จะมานั่งค้ำคางอย่างนี้ไม่ได้นะครับ ห้ามเลยนะครับ ถือว่าเป็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม โอเคนะ ครับผม หรือว่าเป็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมนะครับ เพราะตอนนี้เรากำลังเรียนเรื่องมารยาทนะ โอเค โอเค มารยาทในการฟัง ก็คือฟังด้วยความตั้งใจมีสมาธิในการฟัง และที่สำคัญเลย ที่สำคัญเลย นักเรียนเองจะต้องสบตาพี่ล่าม เพื่อให้พี่ล่ามสื่อสารได้เข้าใจ ส่วนคนไหนได้ยินคุณครูอธิบาย ได้ยินเสียงคุณครู สบตาคุณครูได้ครับ สบตาคุณครูได้ แต่ถ้าไม่ได้ยินเสียงคุณครูให้สบตาพี่ล่าม พี่ล่ามจะได้สื่อสารให้เรียนเข้าใจ โอเค ต่อไปนะครับ ต่อไปไม่พูดคุยกับคนข้าง ๆ หรือส่งเสียงดัง ในขณะที่คุณครูกำลังสอนอยู่นี่ กำลังพูดคุยอยู่นี่กำลังสื่อสารอยู่นี่ อยู่ดี ๆ มีเพื่อนร้องตะโกนเสียงดัง เอิ้ว ๆ ๆ ๆ อย่างนี้ นักเรียนคิดว่าพฤติกรรมที่เหมาะสมไหม ไม่เหมาะสมเลย พฤติกรรมที่ดีจะต้องตั้งใจพูดง่าย ๆ ว่านักเรียนต้องตั้งใจฟัง ต้องตั้งใจดู เพราะว่าคุณครูกำลังอธิบายเรื่องมารยาท เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดของนักตัวนักเรียนเองเลย เพราะนักเรียนจะต้องนำไปใช้ในชีวิตประจำวันของนักเรียนในอนาคตและสิ่งที่สำคัญที่สุดอีก 1 ข้อ ก็คือโทรศัพท์มือถือนะครับ โทรศัพท์มือถือ ถ้าคุณครูอย่างคุณครูจะยกตัวอย่างที่หอนอนในขณะที่คุณครูกำลังอบรมนักเรียนอยู่ นักเรียนมีโทรศัพท์เล่น นักเรียนจะเล่นโทรศัพท์ในระหว่างที่คุณครูอบรมไหม ถ้าคุณครูพูดอบรมใช้ภาษามือพูดกับนักเรียน 30-40 คน ในหอนอนกับคุณครู 1 คนที่กำลังอบรมนักเรียนอยู่นี่ นักเรียนคิดว่าคุณครูเขาเหนื่อยไหม เหนื่อย คุณครูเหนื่อยมากเลย จะทำอย่างไรสื่อสารให้นักเรียนได้เข้าใจ เพราะนักเรียนไม่ได้ยินคุณครูต้องใช้ภาษามือ แต่นักเรียนไม่สนใจคุณครู หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเล่นในขณะที่คุณครูกำลังสื่อสารอยู่นี่นักเรียนคิดว่าเป็นพฤติกรรมที่เหมาะสมไหมครับ ไม่เหมาะสมเลย ไม่เหมาะสมเลยนะครับ เพราะว่าถ้านักเรียนไม่ฟังหรือไม่ดูคุณครูในขณะที่คุณครูใช้ภาษามือพูดสื่อสารกับนักเรียนไปนี่ ไม่เป็นก็จะไม่เข้าใจเลยว่าคุณครูพูดอะไรออกไป พอถึงเวลาสมมติว่าคุณครูสั่งงานสั่งอะไรไปให้นักเรียนทำ พอถึงเวลาที่ต้องส่งงานกลับกันว่าไม่รู้เรื่อง แต่พอคุณครูถามว่าเข้าใจไหม นักเรียนตอบเข้าใจทุกคน ก็เหมือนที่คุณครูถามในห้องเรียนนี่ คุณครูสอนไป สอนไป แล้วคุณครูก็ถามว่านักเรียนเข้าใจไหมครับ นักเรียนตอบเข้าใจ เข้าใจครับ เข้าใจค่ะ แต่พอคุณครูให้ทำงาน ทำได้ไหม ทำไม่ได้ เพราะอะไร เพราะนักเรียนไม่ได้ตั้งใจฟังเลย ไม่ได้ตั้งใจดูว่าพี่ล่ามอธิบายว่าอะไร สุดท้ายก็ทำงานไม่ได้ โทษใครครับ โทษตัวเราเอง เพราะตัวเราเองนี่แหละที่ไม่ได้ตั้งใจ ต่อไป ข้อต่อไป ก็คือไม่รับประทานอาหารและเครื่องดื่มในขณะที่ฟัง นักเรียนเห็นรูปภาพก่อนหน้านี้ที่คุณครู ก่อนที่จะเข้าสู่บทเรียนไหม ที่มีครูสอนในห้องเรียนแล้วมีนักเรียนคนหนึ่งที่แอบกินขนมในห้องเรียนน่ะ แอบรับประทานอาหารในห้องเรียน นักเรียนเห็นไหมครับ เป็นการแสดงออกที่ไม่เหมาะสมเลยนะครับ ในขณะที่ผู้พูดนี่ เขาพูดเขากำลังสอนเราอยู่นี่ นักเรียนแอบกินขนม แล้วจะทำให้เพื่อน ๆ ข้าง ๆ นักเรียนน่ะ คิดว่ามีสมาธิไหม เพื่อน ๆ ไม่มีสมาธินะ เพื่อน ๆ ก็หิวเหมือนกัน เขาแค่ไม่กล้าที่ได้หยิบขึ้นมากิน… สิ่งที่ควรห้ามนะครับ ไม่เหมาะสมเลย ไม่ควรที่จะเอาขึ้นมากิน เพราะจะทำให้เพื่อน ๆ ไม่มีสมาธิ แล้วคุณครูก็ไม่สามารถที่จะสอนให้ทุกคนเข้าใจในสิ่งที่คุณครูจะสื่อสารได้ ต่อไป ไม่ว่าจะเป็นการนั่งประชุม สมมติว่านักเรียนเข้าแถวตอนเช้า นักเรียนจะต้องนั่งเป็นห้องเรียนใช่ไหมครับ นั่งเป็นห้องเรียน ทีนี้ ก็จะมีคุณครูอบรมหน้าเสาธงทุกเช้า ทุกเช้า แล้วมีพี่ ๆ คณะกรรมการนักเรียน พูดคุยกับนักเรียนทุกเช้า เวลาเข้าแถว นักเรียนมาทีหลัง แล้วเพื่อนเข้าแถวเสร็จแล้วอย่างนี้ ถือว่านักเรียนมีมารยาทไหม เวลาจะประชุม ไม่ว่าจะอะไรทั้งนั้น สมมติคุณครูจะยกตัวอย่างไปถึงว่านักเรียนไปทำงาน นักเรียนเรียนจบแล้วนักเรียนไปทำงาน ไปทำงานที่บริษัทแห่งหนึ่งแล้วหัวหน้านัดประชุมนักเรียน นัดประชุมตัวนักเรียนเองนี่ นัดประชุมพนักงานในบริษัท อยู่ดี ๆ นักเรียนให้หัวหน้าไปนั่งรอที่ประชุมก่อน แล้วนักเรียน พนักงานทุกคนตามไปทีหลังอย่างนี้ นักเรียนคิดว่ามันเหมาะสมไหมครับ ไม่เหมาะสมนะครับ เราอย่าให้ผู้ใหญ่มารอ เราต้องมารอผู้ใหญ่นะ การมีมารยาทที่ดีของนักของนักเรียนหรือเด็กที่น่ารักนี่ ต้องมารอผู้ใหญ่ อย่าให้ผู้ใหญ่รอ อย่างเช่นห้องเรียนนี่ คุณครูพอถึงเวลา 8 โมงครึ่งที่จะต้องเรียนหนังสือ นักเรียนจะต้องมาเปิดห้องมาทำความสะอาดห้องอะไรรอคุณครูเรียบร้อยแล้ว คุณครูถึงจะมาปุ๊บ คุณครูก็จะมาเปิดคอม เปิดอะไรอย่างนี้ เตรียมที่จะสอน ไม่ใช่ว่า พอถึงเวลาปุ๊บ คุณครูก็เข้ามาเตรียมอะไรสอนมานั่งรอนักเรียน แล้วนักเรียนมาทีหลังคุณครูอย่างนี้ ก็ไม่โอเคนะครับ อย่างนี้ถือว่าเป็นการไม่มีมารยาทนะ มาดูข้อต่อไป มารยาทในการดู มารยาทในการดูมีอะไรบ้าง มารยาทในการดูนะครับ มารยาทในการดู ไม่ส่งเสียงดังรบกวนผู้อื่น ไม่ส่งเสียงดังรบกวนผู้อื่น เวลาที่คนอื่น ผู้อื่นเขาดูอยู่ อย่างเช่นเพื่อน ๆ ดูทีวี ในหอนอนน่ะ เพื่อน ๆ ดูทีวี ในหอนอน นักเรียนจะไปตะโกนเสียงดัง รบกวนคนอื่นได้ไหม ไม่ได้ เขาก็ดูไม่เข้าใจสิครับ ก็ถือว่าเป็นการไม่มีมารยาทในการดูเหมือนกัน ทุกนักเรียนจะต้องตั้งใจดู ในขณะที่ดูนี้ เราต้องทำท่าอย่างไร ต้องสุภาพเรียบร้อยไหม หรือว่าในขณะที่คุณครูสอนอยู่ นักเรียนกำลังดูพี่ล่ามอธิบายภาษามืออยู่ อยู่ดี ๆ มีคนนั่งเอามือค้ำคางดูพี่ล่ามอย่างนี้ ถือว่าเหมาะสมไหมที่คุณครูบอกไป ไม่เหมาะสม พฤติกรรมไม่เหมาะสมเลย เป็นการไม่มีมารยาท ห้ามทำเด็ดขาดนะครับ ห้ามทำเลย ต้องนั่งให้เรียบร้อยในท่าที่สุภาพเรียบร้อย จะนั่งไขว่ห้างได้ไหม นั่งไขว่ห้างได้ไหม เวลานั่งไม่ได้ ต้องนั่งให้เรียบร้อย ผู้หญิงก็เวลาใส่กระโปรงก็ต้องดูความเรียบร้อยของตัวเองด้วยว่า ท่านั่งของตัวเองเรียบร้อยไหม และที่สำคัญนะครับ ในขณะที่ดูอยู่ จะไม่ลุกเดินเพ่นพ่านไปไหนเลยนะครับ เพราะว่าถ้าจำเป็นจริง ๆ แบบฉุกเฉินอยากเข้าห้องน้ำก็ต้องขออนุญาตคุณครู ลุกขึ้นเบา ๆ แล้วก็ยกมือไหว้ ขออนุญาตไปเข้าห้องน้ำ อันนี้ก็สำคัญเหมือนกัน ไม่ว่าจากทุกกรณีเลย มารยาททุกที่เลย โทรศัพท์เป็นเรื่องเครื่องมือสื่อสารเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดเลยนะครับ ในขณะที่ผู้พูด ผู้… เขากำลังสื่อสารอยู่ ไม่ว่านักเรียนจะดูจะฟังอะไรทั้งนั้นน่ะ เสียงโทรศัพท์เข้ามา ทำให้รบกวนคนอื่นไหม นักเรียนเห็นไหม เพื่อนลุกขึ้นเบา ๆ แล้วเพื่อนยกมือขออนุญาตคุณครูไปเข้าห้องน้ำนี่ นักเรียนคิดว่าเพื่อนมีมารยาทไหม เห็นไหม น่ารักไหม น่ารัก เอ้า อยู่ดี ๆ ลุกพรวดพราดขึ้นมา ปุ๊บ เดินออกไปเลยอย่างนี้ คุณครูรู้ไหมว่านักเรียนไปไหน ไม่รู้ ถือว่าไม่มีมารยาทอย่างนั้นนะครับ อย่าไปทำที่ไหนน่ะ อายเขา อืม แล้วก็ไม่รับประทานในขณะที่ดูอยู่ ยังดูอยู่ นักเรียนดูพี่ล่ามอธิบายไปอย่างนี้ นักเรียนเอาขนมขึ้นมากินอย่างนี้ พี่ล่ามหิวทำอย่างไรทีนี้ พี่ล่ามก็ไม่มีสมาธิสื่อสารกับนักเรียนสิ เห็นไหมครับ ไม่ได้นะ อย่าไปทำนะ ตั้งใจมีสมาธิในการดู นักเรียน นักเรียนดูบรรยากาศในโรงหนัง มีใครเคยไปดูหนังในโรงหนังบ้าง ยกมือขึ้น เคยไหม เคยไปดูหนังในโรงหนังไหม เคยไหม ไม่เคยเลยหรอ คุณครูจะพูดให้ฟัง บรรยากาศในโรงหนังเขาก็จะให้นักเรียนปิดเครื่องมือสื่อสารเหมือนกัน ปิดโทรศัพท์มือถือ หรือถ้านักเรียนจำเป็น นักเรียนก็ปิดเสียงโทรศัพท์มือถือ ปิดเสียงโทรศัพท์มือถือ ถ้านักเรียนจำเป็นอีกว่า โอ้ มีสายเข้าพอดีเป็นเสียงสายที่สำคัญมากเลย นักเรียนก็ต้องเดินออกไปรับโทรศัพท์ข้างนอก เพื่อที่จะไม่ทำให้บรรยากาศในโรงหนังนั้นเสียบรรยากาศ ตรงที่ว่าแสงโทรศัพท์จะไปรบกวนคนอื่น หรือเสียงจะรบกวนคนอื่นในขณะที่เขากำลังกับภาพยนตร์ที่เขาดูอยู่ นักเรียน นักเรียนเดี๋ยวคุณครูจะอ่านบทสนทนา ตรงนี้ให้นักเรียนดู นักเรียนดูพี่ล่ามดี ๆ นะ เดี๋ยวคุณครูจะอ่านบทสนทนาให้ว่าเป็นอย่างไร ตัวละครในบทสนทนานี้จะมีทั้งหมด 3 ตัวละครนะครับ ก็จะมีอ๊อด มีอ้อย แล้วก็มีอ้น อ๊อดบอกว่า อ้นกับอ้อยไปไหนน่ะ ท่าทางรีบร้อนเชียว อ้อยตอบว่า รีบไปอ่านหนังสือในห้องสมุดน่ะสิ อ๊อดจึงบอกว่า แหม ขยันอ่านจนแว่นหนาเตอะเลยนะป้าอ้อย อ้อยเลยบอกว่า อ้าว ทำไมมาว่าฉันล่ะ ฉันไม่ใช่ป้าเธอนะ อ้นก็เลยบอกว่า อ๊อด พูดไม่ดีเลย คนใส่แว่นตาเป็นเรื่องธรรมดา หลายคนเขาก็ใส่แว่นตาตั้งแต่เด็ก ๆ อ้อยเขาขยันอ่านหนังสือ ไปล้อเขาทำไม อ๊อดจึงบอกว่า ขอโทษ ขอโทษ พูดเล่นน่ะ พูดแค่นี้ทำเป็นโกรธไปได้ นักเรียนคิดว่าอ๊อดนี่ ที่บอกว่าอ้อยนี้ เรียกว่าอ้อยเป็นป้า ป้าอ้อยแล้วก็บอกเขาว่า… อ๊อดบอกป้าอ้อยว่า ใส่แว่นตาหนาเตอะเหมือนป้าเลยนี่ นักเรียนคิดว่าอ๊อดมีมารยาทไหม มีมารยาทในการพูดไหม อยู่ดี ๆ ไปบอกเขาว่าเป็นป้าอย่างนี้ บอกเขาว่าเขาแก่อย่างนี้ นักเรียนคิดว่าอ๊อดมีมารยาทในการพูดไหม ไม่มีเลย แล้วอยู่ดี ๆ มีคนมาบอกนักเรียนว่า หู ทำไมอ้วนน่าเกลียดจังเลย นักเรียนชอบไหม อ้วน น่าเกลียดมาก ๆ เลย นักเรียนชอบไหมครับ สมมติว่ามาบอกนักเรียนว่า โห ขี้เหร่จังเลยอย่างนี้ นักเรียนชอบไหม ไม่ชอบ ไม่มีใครชอบหรอกครับ ไม่มีใครชอบ คนที่เอาปมด้อยเรามาพูดหรอก การพูดต้องทำอย่างไรต้องรักษาน้ำใจเขา ต้องดูด้วยว่าเราสนิทกับเขาแค่ไหน แต่สนิทกันมากแค่ไหนก็ช่าง ไม่ควรที่จะไปว่าเขา เอาปมด้อยเขามาพูด จะสนิทแค่ไหนก็ช่างนะครับ ไม่ควรที่จะเอาปมด้อยเขามาพูด จะไปบอกเขาว่า โอ้ทำไมอ้วนจังเลยวันนี้ กินอะไรมานี้ กินช้างไปทั้งตัวหรือเปล่าอย่างนี้ อย่างนี้ถือว่าไม่มีมารยาทในการพูดนะครับ ไม่มีมารยาทในการพูดเลย สิ่งที่สำคัญที่สุด คืออะไร นักเรียนไม่ควรที่จะไป Bully เพื่อน ๆ ไม่ว่าเขาจะเป็นอะไร เขาก็คือเพื่อนเรา ไม่ว่านักเรียนจะไปเจอใครก็ช่าง นักเรียนก็ไม่ควรที่จะไปพูดปมด้อยของคนอื่น อย่าแสดงมารยาทที่ไม่ดีใส่คนอื่น นักเรียนต้องมีสติอยู่เสมอ ให้รู้ว่าสิ่งที่นักเรียนกำลังจะพูด กำลังจะสื่อสาร กำลังจะบอกเขาน่ะ มันเป็นสิ่งที่ดีไหม มีนักเรียนจะเข้าห้องน้ำไหมครับท่าน เดี๋ยวพักเข้าห้องน้ำสัก 10 นาทีนะ เดี๋ยวพักเข้าห้องน้ำ 10 นาทีนะครับ มาครบหรือยังครับ เดี๋ยวต่อไปจะเป็นมารยาทในการพูดนะ ถ้ามารยาท ในการพูดเสร็จปุ๊บก็คือเดี๋ยวคุณครูจะปล่อยไปกินข้าวแล้ว เดี๋ยวรอเพื่อนอีกคนหนึ่ง ขิง เข้าห้องน้ำเหรอครับ โอเค เดี๋ยวรอเพื่อนอีกแป๊บหนึ่งนะ เดี๋ยวรอเพื่อนอีกแป๊บหนึ่ง โอเคนะครับ เพื่อนมาครบแล้วนะ นึกว่านอนในห้องน้ำแล้ว โอเคนะครับ ต่อไปนะครับ มารยาทในการพูดนะ การพูดหรือการสื่อสารที่ดีต้องทำอย่างไร นักเรียนดูพี่ล่ามนะ นักเรียนดูพี่ล่ามนะ พี่ล่ามจะได้อธิบาย นักเรียนเข้าใจเร็ว ๆ นะ ถ้าเสร็จมารยาทในการพูดนี้ เดี๋ยวคุณครูจะปล่อยไปกินข้าวเลย โอเคไหมครับ โอเคไหม เพราะฉะนั้น นักเรียนจะต้องตั้งใจดูพี่ล่ามอธิบายดี ๆ นะ โอเค มารยาทในการพูดข้อที่ 1 ต้องพูดจาอย่างไร พูดจาให้ไพเราะสุภาพ สื่อสารอย่างไรให้ไพเราะ เวลาเราจะพูด เวลานักเรียนเจอแขกมาอย่างนี้นะครับ นักเรียนจะสื่อสารกับแขกให้ไพเราะอย่างไร ไม่ใช่ว่าจะไปพูดกับแขกโดยที่ไม่รู้จักกาลเทศะ ลำดับแรกที่เจอแขกต้องทำอย่างไร ต้องสวัสดีก่อนนะ ต้องสวัสดีแขกก่อน เจอผู้ใหญ่ทุกคนเลยนะครับ ไม่ว่าจะเป็น ๆ พี่ ครูบาอาจารย์ เจอแขกเข้ามาในโรงเรียน นักเรียนจะต้องยกมือ กล่าวทักทายสวัสดีเสมอ นักเรียนห้ามมือแข็งนะ จะไม่น่ารักนะครับ ต้องอ่อนน้อมถ่อมตน ข้อที่ 2 ในการพูดนะครับ ต้องพูดให้ชัดเจน ให้ได้ยินอย่างทั่วถึง อย่างห้องนี้น้องอาย น้องอายพูดสื่อสารได้ น้องอายจะต้องพูดออกเสียงให้ชัดเจน เพื่อที่จะสื่อสารให้เข้าใจได้ ส่วนคนไหนที่พูดไม่ได้ สื่อสารด้วยภาษามือ นักเรียนจะต้องใช้ภาษามือที่ชัดเจน ให้คำสละสลวย ให้ผู้ดูนั้นเขาสามารถที่จะเข้าใจในสิ่งที่นักเรียนสื่อสารได้ ถ้านักเรียนใช้ภาษามืออย่างรวดเร็ว แล้วไม่รู้ว่าคำนี้เขาใช้อย่างงี้หรือเปล่า คนฟังก็จะจำคำนั้นแล้วเอาไปใช้ต่อ แล้วก็ไม่สามารถที่จะเข้าใจได้ ถ้านักเรียนไม่เข้าใจ นักเรียนจะต้องสอบถามผู้รู้หรือสอบถามคุณครูหรือเพื่อน คนที่แม่นเกี่ยวกับภาษามือ ว่าตำแหน่งนี้อยู่ตรงไหน ภาษามือควรใช้อย่างไร ส่วนน้องอายพูดได้น้องอายก็ต้องฝึกพูดให้ตรงอักขระ พูดให้ตรงคำความหมาย ต้องรู้ว่าพูดอย่างไรให้ชัดเจน คนอื่นเขาจะได้เข้าใจ ถ้าสมมติว่านักเรียนมาสื่อสารกับคุณครูเองนี่ อย่างคุณครูเองไม่ได้ภาษามือ นักเรียนคิดว่านักเรียนพูดภาษามืออย่างเร็วเลย รัวมาเลยอย่างนี้ นักเรียนคิดว่าคุณครูจะเข้าใจไหมครับ อย่างไรคุณครูก็ไม่เข้าใจครับ นักเรียนต้องช้า ๆ ค่อย ๆ ทำกับคุณครู เพราะคุณครูยังไม่ได้ภาษามือ คุณครูเพิ่งมา หรือคนอื่นที่เพิ่งเข้ามาใหม่ ยังไม่ได้ภาษามือ นักเรียนจะต้องค่อย ๆ สื่อสารกับเพื่อน ค่อย ๆ ช้า ๆ ฝึกทีละนิดทีละหน่อยให้กับเพื่อน ๆ ได้เข้าใจ ต่อไปนะครับ ไม่พูดส่อเสียดหรือล้อเลียนผู้อื่น ก็คือ ไม่พูด Bully คนอื่นนะครับ ที่คุณครูได้พูดไปเมื่อบทสนทนาที่คุณครูได้พูดถึงอ๊อด อ้น ที่เขาสนทนากันแล้ว ไม่ควรที่จะไปพูดส่อเสียดคนอื่นหรือล้อเลียนคนอื่นนะ คนนี้ทำไมเธออ้วนจัง เธอกินอะไรเขามา อย่างนี้ ไม่ได้นะครับ นักเรียนต้องรู้จักมีมารยาทในการพูด อยู่ดี ๆ จะไปทักเขาแบบนั้นน่ะ เขาก็เสียความมั่นใจในการใช้ชีวิตประจำวันเขาหมด อยู่ดี ๆ ทักกันในเพื่อน เจอกันอย่างนี้ เอ๊ย ทำไมวันนี้เธอดูหน้าไม่สวยเลยอย่างนี้ ไม่ได้นะ ต้องรักษาน้ำใจเขา ต้อง… ถ้าเกิดว่า อยู่ดี ๆ อย่าไปพูดในคนเยอะ ๆ เลย โอ๊ย ทำไมวันนี้เธอใส่เสื้อสีนี้ไม่เหมาะกับเธอเลยอย่างนี้ ก็ไม่ได้ ถ้าเห็นเพื่อน แล้วมันไม่โอเคจริง ๆ ก็ค่อยกระซิบบอก บอกเขา ในที่ที่มีแค่เรา ค่อย ๆ บอกกันเอา อย่าไปพูดใน… จนทำให้เขาอับอายขายขี้หน้าอย่างอย่างนั้นไม่ได้นะครับ ถือว่าไม่มีมารยาทนะครับ ต่อไปนะครับ เปิดโอกาสให้ผู้ฟังมีโอกาสซักถาม อย่างเช่น คุณครูสอนนักเรียนในห้องเรียนนี่ คุณครูสอนเสร็จปุ๊บ คุณครูต้องถามนักเรียนว่าเข้าใจไหม ใช่ไหมครับ นี่แหละครับก็คือครูเปิดโอกาสให้นักเรียนได้ซักถามคุณครูว่า มีใครไม่เข้าใจไหม คุณครูก็ถามไปแบบนี้ นักเรียนเข้า ไม่เข้าใจนักเรียนก็ยกมือถามเดินออกมาถามอย่างนี้ครับ ก็คือเราต้องเปิดโอกาสให้ผู้ฟังได้แสดงความคิดเห็นบ้าง ไม่ใช่ว่าอยู่ดี ๆคุณครูเข้ามาครูก็สอน ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ สอนเสร็จปุ๊บ สวัสดีครับ อย่างนี้ โดยที่ไม่ถามนักเรียนเลยว่านักเรียนเข้าใจในสิ่งที่เราสอนไหมอย่างนี้ ก็ไม่ใช่ ก็เหมือนกับเวลานักเรียนไปสื่อสารกับน้อง ๆ นักเรียนไปบอกน้อง ๆ หรือบอกเพื่อน ๆ ในกลุ่มกันเองนี่ นักเรียนไปสื่อสารกับเขา พูด ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ไป นักเรียนก็คิดว่าเขาเข้าใจแล้ว แต่ที่ไหนได้ เขาไม่รู้เรื่องเลย เพราะเขาไม่มีโอกาสที่จะไปถามนักเรียนว่า อันนี้คืออะไรเหรอ อันนี้คืออะไรเหรออย่างนี้ นักเรียนอย่าไปตัดสิน อย่าไปตัดสินคนอื่น นักเรียนต้องถามเขาก่อน อย่างนี้ ต้องเปิดโอกาสให้ผู้ฟังเขามีโอกาสซักถามเราบ้าง ไม่ใช่ว่าจะพูดให้จบ จบก็คือเข้าใจ ไม่ใช่นะครับ มารยาทในการพูดที่ดี ผู้พูดควรมาให้ตรงเวลาหรือมาก่อนเวลา การตรงต่อเวลาเป็นสิ่งที่สำคัญเลยนะครับ นักเรียนรู้ไหม อย่างเช่นคุณครูบอกให้นักเรียนไปเข้าห้องน้ำ 10 นาทีอย่างนี้ นักเรียนไปเข้าสัก 15 นาที 16 นาทีอย่างนี้ ก็ถือว่าสายนะครับ 10 นาทีคือ 10 นาทีนะครับ นักเรียนไปเข้าห้องน้ำมา 8 นาทีนี่ถือว่ารักษาเวลานะครับ การมาก่อนเวลาเป็นการรักษาเวลามาก เป็นการที่ให้เกียรติซึ่งกันและกัน ไม่ใช่ว่าครูบอก 10 นาทีนักเรียนมา 10 นาที 2 วินาทีอย่างนี้ก็ถือว่าสายครับ เลยเวลาถือว่าสายทั้งหมดนะครับ เป็นสิ่งที่ไม่ควร เวลาที่ผู้ใหญ่นัดหรือมีนัดกับใคร สมมติว่านักเรียนมีแฟนอย่างนี้ นักเรียนมีแฟน แฟนนัดไปกินข้าว เราปล่อยให้แฟนรอเป็น 10 นาที 20 นาทีอย่างนี้ น่ารักไหมล่ะ นักเรียนคิดว่าแฟนจะโอเคไหม สมมติว่านักเรียนไปรอแฟนนั่งรอแฟนอยู่นี่ แฟนมาหาช้านี่นักเรียนโอเคไหม นักเรียนก็ไม่โอเค ก็เหมือนกัน กับเวลานักเรียนมีนัดกับแม่กับพ่อกับคุณครูกับเพื่อนเองนี่ ถ้าสมมติว่านักเรียนไปนั่งรอคนอื่นเขา โอ๊ยทำไมมาสายจังเลย ออกเดินทาง 7 โมงนะ 7 โมงเช้าอย่างนี้ 7 โมงเช้าแต่ ออกรถอีกที 8 โมงเช้า ไปตั้ง ชั่วโมงหนึ่งอย่างนี้ โอเคไหมครับ มันก็ไม่โอเค ก็ถึงได้บอกว่าการตรงต่อเวลานี่ เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดเลย หิวข้าวกันไหมครับ หิวข้าวกันไหม มีใครไม่ได้กินข้าวเช้ามาบ้างไหม มีไหม มีใครไม่ได้กินข้าวเช้ามาบ้างไหมครับ วันนี้ข้าวเช้ากินกับอะไรลูก ไม่ได้กินเหรอ ไข่เจียวเหรอลูก ไข่น้ำ ดูท่านี่หิว หิวใช่ไหมลูก ดูท่านี้หิวใช่ไหม เดี๋ยวอย่างไร วันนี้เราพอแค่นี้ก่อนนะ เดี๋ยวสัปดาห์หน้าคุณครูก็ จะสอนเรื่องอะไรเดี๋ยวคุณครูมาเซอร์ไพรส์ อีกทีหนึ่ง เดี๋ยวมาดูตารางก่อนนะครับว่า ชั่วโมงหน้าคุณครูจะว่างไหม เผื่อคุณครูได้ไปราชการอีก เดี๋ยวจะมีคุณครูมาสอนแทนนะ สำหรับวันนี้ ไปกินข้าวได้นะ เดี๋ยวหิวกันมากแล้ว โอเคครับ ขอบคุณพี่ล่ามนะครับ ขอบคุณครับ สวัสดีครับ [สิ้นสุดการถอดความ]