(อาจารย์จักรพงศ์) ฮัลโหล Test Test ได้ยินไหมครับ ผมไม่ได้ยินเสียงพี่ล่ามเลยครับ ได้ยินไหมครับ พี่ล่ามได้ยินผม แต่ผมไม่ได้ยินพี่ล่าม แล้วก็เสียงไมค์ก็ไม่ได้ออกด้วยครับ ฮัลโหลครับ ฮัลโหล Test Test ฮัลโหล สวัสดีครับ ไม่ได้ยินเสียงล่ามเลยครับ เสียงตัวเองก็ไม่ได้ออกไมค์ด้วยครับ ฮัลโหล ฮัลโหล เปิดแล้วนะครับ (เจ้าหน้าที่) สวัสดีครับ อาจารย์ได้ยินเสียงไหมครับ (อาจารย์จักรพงศ์) โอเคครับ สวัสดีครับ สวัสดีครับ สวัสดี สวัสดีพี่ล่ามด้วยนะครับ ครับผม คุณครูจะสอนเกี่ยวกับระดับของภาษานะครับ ระดับของภาษาเดี๋ยวเรามารู้ความหมายกันก่อนนะครับ ว่าภาษาคืออะไร ภาษานอกจากจะเป็นเครื่องมือที่ใช้ในการสื่อสารแล้วนะครับ ยังใช้… ยังสร้างความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ได้เช่นกันนะครับ โดยภาษาคำนึงถึงความสัมพันธ์ระหว่างกันโอกาสกาลเทศะและบุคคล ภาษาจึงมีลักษณะแตกต่างกันเป็นหลายระดับนะครับ เดี๋ยวเรามาดูกันว่าระดับของภาษาคืออะไร ระดับของภาษานะครับ คือรูปแบบการใช้ภาษาที่มีความลดหลั่นของถ้อยคำตามโอกาสกาลเทศะและความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล เช่น การใช้คำสรรพนามว่า “ข้าพระพุทธเจ้า” “ข้าพเจ้า” “กระผม” “ดิฉัน” “ผม” “ฉัน” “หนู” “ข้า” คำที่ใช้แทนตัวผู้พูดเหล่านี้แสดงถึงระดับของภาษาว่ามีความแตกต่างกัน ถึงแม้ว่าผู้ใช้ภาษาจะเป็นบุคคลเดียวกันก็ตามนะครับ นักเรียนเข้าใจความหมายของระดับภาษาไหมนักเรียนมองเห็นไหมครับ นักเรียนมองเห็นหรือเปล่า มองเห็นไหม มองเห็นใช่ไหม ให้นักเรียนเขียนความหมายของระดับภาษาลงไปในสมุดที่คุณครูแจกให้เลยนะครับ โอเคเสร็จกันแล้วใช่ไหมครับ ถ้าเสร็จแล้วนักเรียนดูพี่ล่ามนะครับ เดี๋ยวพี่ล่ามใช้ภาษามืออธิบายนักเรียนฟังนะ เดี๋ยวคุณครูจะอธิบายอีกครั้งหนึ่งเกี่ยวกับระดับภาษานะครับ ระดับภาษา ก็คือรูปแบบการใช้ภาษานะครับ ที่มีความลดหลั่นของถ้อยคำตามโอกาส กาลเทศะ และความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล เช่น การใช้สรรพนามที่ว่า “ข้าพระพุทธเจ้า” “ข้าพเจ้า” “กระผม” “ดิฉัน” “ฉัน” “ผม” “หนู” “ข้า” คำที่ใช้แทนตัวผู้พูดเหล่านี้นะครับ แสดงถึงระดับของภาษา ว่ามีความแตกต่างกัน ถึงแม้ว่าผู้ใช้ภาษาจะเป็นบุคคลเดียวกันก็ตามนะครับ ก็คือมีหลายระดับตามโอกาสประมาณนั้น คนคนหนึ่งจะใช้ภาษาในการพูดได้ก็จะมีหลายระดับเช่นกัน สมมติคุณครูไปพูดกับพระมหากษัตริย์ก็ต้องใช้คำราชาศัพท์ ใช้คำศัพท์ไปอีกระดับหนึ่ง ถ้าพูดกับพระภิกษุสงฆ์ก็จะพูดไปอีกรูปแบบหนึ่ง ประมาณนั้นนะครับ ต่อไปนะครับ การแบ่งระดับภาษา ภาษาไทยมีวัฒนธรรมในการใช้ภาษา ต้องเปลี่ยนระดับภาษาให้เหมาะสมกาลเทศะและบุคคล เมื่อใช้ภาษาต่างเวลา ต่างสถานที่ และต่างฐานะบุคคลกัน ต้องเลือกสรรใช้ถ้อยคำต่าง ๆ กัน ทั้ง ๆ ที่ต้องการให้มีความหมายอย่างเดียวกันน่ะครับ ภาษาอาจแบ่งเป็นระดับต่าง ๆ ได้หลายระดับเช่นกันครับผม นักเรียนจดลงในสมุดเลยนะครับ โอเค เสร็จแล้วนะครับ ต่อไปนะครับ การแบ่งระดับของภาษานะครับ ข้อที่ 1 แบ่งตามโอกาสและความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลเป็น 2 ระดับคือระดับที่เป็นทางการหรือเป็นแบบแผน และก็ระดับที่ไม่เป็นทางการหรือไม่เป็นแบบแผนนะครับ นักเรียนจดลงสมุดเลยนะครับ เดี๋ยวสอนเรื่องระดับของภาษาเสร็จ เดี๋ยวคุณครูจะมีแบบทดสอบหลังเรียนให้นักเรียนทำด้วย โอเคนะครับ การแบ่งระดับของภาษานะครับ ข้อที่ 1 ก็คือ แบ่งตามโอกาสความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล เป็น 2 ระดับ ก็คือ ระดับที่เป็นทางการหรือเป็นแบบแผน และก็ระดับที่ไม่เป็นทางการหรือไม่เป็นแบบแผนนะครับ ที่คุณครูให้นักเรียนจดนี่นะครับ ก็เพราะว่าอยากให้นักเรียนได้ฝึกเขียนไปด้วย จะได้เรียงประโยคให้ถูกต้องด้วยนะครับ เพราะว่าอนาคตนักเรียนจะต้องมีการเขียนสื่อสารในอนาคตด้วยนะครับ เพราะว่าถ้าสมมติว่านักเรียนจบไปแล้ว นักเรียนจะต้องมีการเขียนสื่อสารกับคนปกติทั่วไปที่ไม่ได้หูหนวกเหมือนกับนักเรียน แล้วทีนี้เขาก็จะไม่สามารถใช้ภาษามือสื่อสารกับนักเรียนได้ เพราะฉะนั้นนักเรียนจะต้องเขียนเป็นภาษาเขียนให้เขาเข้าใจได้นะครับ ได้ยินไหมครับ โอเคนะครับ ข้อที่ 2 นะครับ แบ่งตามโอกาสความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลเป็น 3 ระดับ ก็คือระดับพิธีการ ระดับกึ่งทางการ ระดับไม่เป็นพิธีการนะครับ 3 ระดับตรงนี้ นักเรียนจดลงในสมุดเลยนะครับ โอเคนะครับ นักเรียนดูพี่ล่ามนะ ต่อไปข้อที่ 3 นะครับ แบ่งตามกาลเทศะและความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลเป็น 5 ระดับนะครับ ก็คือ 1. ระดับพิธีการ 2. ระดับทางการ 3. ระดับกึ่งทางการ 4. ระดับไม่เป็นทางการ 5. ระดับกันเอง นะครับ นักเรียนจดลงในสมุดเลยนะครับ ในระหว่างที่นักเรียนจดเสร็จแล้ว นักเรียนสามารถไปเข้าห้องน้ำ ดื่มน้ำได้นะครับผม ครับผม เสร็จแล้วใช่ไหมครับ มีใครอยากเข้าห้องน้ำไหมครับ มีไหม มีใครจะเข้าห้องน้ำไหม ไม่มี โอเค ถ้าอย่างนั้นเรียนต่อเลยนะ ไปดื่มน้ำเหรอ หิว โอเค ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวไปดื่มน้ำก่อนครับ เดี๋ยวพัก 10 นาที ครับผม พัก 10 นาทีครับ โอเคนะครับ มาต่อกันเลยนะ เมื่อทราบแล้วนะครับ ว่าระดับภาษาสามารถแบ่งออกได้เป็นกี่ระดับ เพื่อให้สามารถครอบคลุมระดับของภาษามากที่สุดนะครับ จะขออธิบายระดับภาษาที่แบ่งออกเป็น 5 ระดับ ก็คือ 1. ภาษาระดับพิธีการ 2. ภาษาระดับทางการ 3. ภาษาระดับกึ่งทางการ 4. ภาษาระดับไม่เป็นทางการหรือระดับสนทนา 5. ภาษาระดับกันเองหรือภาษาปากนะครับ นักเรียนเขียนลงในสมุดนะ เดี๋ยวทีนี้จะไปรู้ความหมายของภาษาแต่ละระดับกันเลยนะครับ เดี๋ยวให้เขียนลงในสมุดก่อนนะ ครับ ต่อไปเลยนะครับ ความหมายของระดับพิธีการนะครับ ระดับพิธีการระดับนี้ใช้โอกาสสำคัญนะครับ หรือประชุมแบบพิธีการนะ ผู้ส่งสารมักจะเป็นบุคคลสำคัญหรือผู้มีตำแหน่งสูงนะครับ ผู้รับสารอาจจะเป็นบุคคลระดับเดียวกันก็ได้ หรือจะเป็นประชาชนระดับภาษานี้นะครับ เป็นภาษาที่มีความประณีต ไพเราะ และมีความอลังการ การเลือกเฟ้นถ้อยคำนะครับ มักก่อให้เกิดความจรรโลงใจ เช่น การกล่าวเปิดประชุม การกล่าวถวายราชสดุดีนะครับ การกล่าวปราศรัยนะครับ นักเรียนจดลงในสมุดเลยนะครับ เสร็จหรือยังครับ โอเคนะครับ เดี๋ยวให้นักเรียนไปทบทวนนะครับ สิ่งที่นักเรียนเขียนลงในสมุดไปนะครับ ให้นักเรียนไปอ่านมา แล้วก็ถ้าไม่เข้าใจตรงไหนให้ถามคุณครูนะครับ ไม่เข้าใจตรงไหนถามคุณครูได้ตลอดเวลาเลยนะครับ สำหรับวันนี้คุณครูก็สอนเพียงแค่นี้นะ เดี๋ยวเจอกันใหม่ในชั่วโมงหน้านะครับ สำหรับวันนี้ สวัสดีครับ ขอบคุณพี่ล่ามนะครับ [สิ้นสุดการถอดความ]