(อาจารย์เชาวนี) สวัสดีค่ะได้ยินเสียงไหมคะ ได้ยินเสียงพี่ไหมคะ เหลือนักเรียนอยู่ 2 คน วันนี้เราสอนไปก่อนนะ พอดีมีนักเรียนนะคะ ที่ไปประชุมกีฬา โอเค สวัสดีค่ะ นั่งลงค่ะ ครั้งก่อนที่เราเรียนลูกเรื่องเซต เรื่องเซต จำได้ไหมคะ น้องได้ยินเสียงไหมคะ ได้ยินเสียงไหม เหมือนไม่ได้ยินเสียง (ล่าม) คุณครูได้ยินเสียงล่ามไหมคะ (อาจารย์เชาวนี) ได้ยินค่ะ ได้ยินเสียงล่ามค่ะ ได้ยินเสียงครูไหมคะ (ล่าม) ได้ยินค่ะ ได้ยินชัดเจนค่ะ (อาจารย์เชาวนี) โอเค (ล่าม) คุณครูเห็นภาพล่ามไหมคะ (อาจารย์เชาวนี) อันไหนนะคะ (ล่าม) คุณครูเห็นภาพล่ามไหมคะ พอดีว่าฝั่งนี้ค้างค่ะ (อาจารย์เชาวนี) ภาพล่ามเห็นอยู่นะคะ แต่ที่จอมันหมุนอยู่นะ ไม่เป็นไรนะคะ ได้ยินเสียงพี่แล้วนะ ชัดไหมคะ โอเค เราเริ่มจากนักเรียน 2 คนก่อนนะคะ ลูกดูนะคะ วันนี้เราจะเริ่ม เริ่มหัวข้อใหม่นะคะ หลังจากที่เราเรียนไปแล้วเรื่องของเซตนะ หน่วยนี้ ก็คือหน่วยเกี่ยวกับตรรกศาสตร์เบื้องต้น เหมือนล่ามไม่ได้ยินหรืออย่างไรคะ ภาษามือไม่… โอเค ได้ยินแล้วใช่ไหมคะ ได้แล้ว แต่สัญญาณน่าจะติด วันนี้เราจะเรียนเรื่องตรรกศาสตร์ นักเรียนไม่เคยเจอแน่นอนเลยคำศัพท์นี้นะคะ คำว่า "ตรรกศาสตร์" ตรรกศาสตร์นะคะ มันเป็นคำสองคำมาต่อเชื่อมกัน คำว่า "ตรรกะ" คืออะไร “ตรรกะ” ตัวนี้หมายถึงความมีเหตุมีผลนะคะ การคิดเป็นระบบมีเหตุมีผลนะคะ “ศาสตร์” ศาสตร์ ตัวนี้มันหมายถึงอะไร มันหมายถึงตำราหรือวิชานะคะ มารวมกัน พอคำว่า "ตรรกศาสตร์" มารวมกัน มันก็เลยหมายถึงวิชาที่ว่าด้วยในเรื่องของการมีเหตุมีผลนะคะ ซึ่งมันสำคัญมากในชีวิตประจำวันของเรา ถ้าทุกคนรู้ แล้วก็มีเหตุผลนะคะ ก็จะอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข การเลือกการตัดสินใจนะคะ ทำในสิ่งต่าง ๆ ก็เลือกในสิ่งที่ถูกต้อง ถ้าเรารู้ว่าอันนี้มันไม่ดี เราก็จะไม่ทำ ถ้าเรารู้ว่าอันนี้มันดี เราก็จะทำ ถูกไหมคะ วิชาคณิตศาสตร์เรื่องตรรกศาสตร์นะคะ สำหรับ ม.4 นี้จะเป็นตรรกศาสตร์เบื้องต้น เอาง่าย ๆ ก่อน ซึ่งนักเรียนจะพบในชีวิตประจำวันมากมายนะคะ สำหรับชั่วโมงนี้ เราจะเรียนเรื่อง "ประพจน์" นะคะ ประพจน์ คำศัพท์นี้ก็คือคำใหม่เหมือนกัน ประพจน์นี่คืออะไร เดี๋ยวเราจะมาดูกันนะคะ อันนี้ที่ครูพูดไปแล้วนะคะ ตรรกศาสตร์ หมายถึง การศึกษาเรื่องตรรกศาสตร์ ที่มีความสำคัญต่อวิชาคณิตศาสตร์นะคะ เพราะว่าเป็นรากฐานเป็นเครื่องมือที่สำคัญในการสื่อสาร การสื่อความหมายในวิชาคณิตศาสตร์หรือว่าในวิชาอื่น ๆ นะคะ ในเรื่องตรรกศาสตร์สามารถนำไปใช้ได้หมดเลยนะคะ ใครเป็นผู้คิดค้นที่พบ ภาพท่านนี้ เป็นนักวิทยาศาสตร์ นักปรัชญานะคะ ชื่อว่า “อริสโตเติล” เป็นชาวกรีกนะคะ เป็นชาวกรีก นี่ ชื่อของเขา ในเรื่องของเซตใครนะคะ ใครเป็นผู้ก่อตั้ง เกออร์ก คันทอร์ นะคะ เป็นผู้ก่อตั้ง จำได้ไหม แต่ละเรื่องนะคะ ในเรื่องคณิตศาสตร์จะมีคนที่คิด คิดค้นแล้วก็พบทฤษฎีตัวนี้ขึ้นมา อันนี้ก็เหมือนกันตรรกศาสตร์นะคะ อริสโตเติลนี่ เป็นผู้คิด คิดค้น วันนี้นะคะ เราเรียนนะคะ นักเรียนจะต้องบอกความหมายของประพจน์ได้ เรียนแล้วนะคะ คำว่า "ประพจน์" นักเรียนจะต้องบอกครูได้นะคะ ถ้าเราเห็นคำว่าประพจน์นี่ มันบอกอะไรมันหมายถึงอะไร อันที่ 2 นักเรียนจะต้องสามารถบอกจำแนกข้อความนะคะ ว่าเป็นประพจน์ หรือไม่เป็นประพจน์นะ วันนี้เราจะเรียนเรื่องคำว่า "ประพจน์" นะคะ ขั้นตอนแรกเลยของการเรียนตรรกศาสตร์นะคะ เราจะต้องรู้ก่อน ว่าประพจน์มันคืออะไร แล้วประพจน์น่ะ มันเป็นหรือไม่เป็นประพจน์นะคะ อันนี้คือความหมายของประพจน์ ประพจน์ ก็คือประโยคนะคะ ประโยคหรือว่าข้อความที่อยู่ในรูปของประโยคบอกเล่า หรือว่าประโยคปฏิเสธ ซึ่งในแต่ละประโยคนั้น ก็จะมีค่าความจริงนะคะ ค่าความจริงอันนี้ อาจจะเป็นจริงก็ได้หรือว่าเป็นเท็จนะคะ อย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น ประพจน์จะเป็นประพจน์ได้ ก็ต่อเมื่อเป็นประโยคบอกเล่าหรือประโยคปฏิเสธ มีค่าความจริงเป็นจริงหรือว่าเป็นเท็จ ดูนะ ครูจะยกตัวอย่างแล้วนะคะ ประโยคมีตั้งหลายประโยคถูกไหม นี่ อันนี้คือประโยคทั้งหมด ที่ครูยกตัวอย่างมา ประโยคบอกเล่า เช่นอะไร 1 สัปดาห์ มี 7 วัน ครูปิ๊กจะลองประโยคบอกเล่านะคะ 1 สัปดาห์ มี 7 วัน อันนี้คือประโยคบอกเล่า ถามว่ามันจริงหรือเปล่า ใน 1 สัปดาห์มีกี่วันลูก 1 สัปดาห์มีกี่วันคะ 7 วัน ถูกต้อง แสดงว่าประโยคตัวนี้เป็นจริงนะคะ ประโยคตัวนี้เป็นจริง เมื่อเป็นประโยคบอกเล่าแล้วก็มีค่าความจริงนะคะ แสดงว่าตัวนี้เป็นประพจน์ สามารถเรียกได้ว่าเป็นประพจน์นะคะ หรือ 3 + 5 = 10 3 + 5 = 10 อันนี้ก็เป็นประโยค ประโยคบอกเล่าเหมือนกันนะคะ มันจริงหรือเท็จ ลูกว่ามันจริงไหม 3 + 5 นี่ 3 + 5 = 10 ไหม 3 + 5 = 10 ไหม ผิด ใช่มันผิด มันผิดแสดงว่ามันเป็นเท็จ เท็จ หรือว่ามันไม่ใช่นะคะ มันไม่ใช่ มันไม่ถูก ในเรื่องของตรรกศาสตร์ มันจะมีคำอยู่ 2 คำ เราจะใช้คำว่า "จริง" กับ "เท็จ" นะคะ จริงกับเท็จ เท็จนี่ ก็คือมันไม่ใช่น่ะ มันไม่ถูกนะคะ ก็เป็นประพจน์เหมือนกัน โอเคนะ โอเคนะ ไม่ว่าจะเป็นประโยคบอกเล่านะคะ ที่มีค่าความจริงเป็นจริงหรือเป็นเท็จ มีอยู่ 2 อย่างนี้ จะเป็นประพจน์ อีกประโยคหนึ่ง ถ้าครูปิ๊กจะบอก ว่านักเรียนเก็บสมุด ประโยคนี้นะ นักเรียนเก็บสมุด นักเรียนว่ามันเป็นประโยคอะไร บอกเล่า ปฏิเสธ คำสั่ง อันนี้คือคำสั่ง นักเรียนว่าครูพูด... นักเรียนเก็บสมุด นักเรียนต้องทำไหม นักเรียนต้องทำ นักเรียนต้องเก็บสมุด เพราะฉะนั้น เป็นประโยคอะไร นี่สมุดมันมีอยู่บนโต๊ะ ครูบอกว่านักเรียนเก็บสมุด นักเรียนก็เก็บสมุด เพราะฉะนั้น มันเป็นประโยคอะไร ครูสั่งให้นักเรียนทำ มันก็คือประโยคคำสั่งนะคะ ประโยคคำสั่ง เป็นจริงหรือเป็นเท็จ ไม่มีนะคะ ไม่มีค่าความจริงหรือเท็จ เราไม่ได้สามารถที่จะหาค่าความจริงกับความเท็จได้ ค่าความจริงนี่ ไม่สามารถระบุได้ ประโยคขอร้อง ไออุ่น ช่วยไปยกกระเป๋าหน่อย ช่วยไปยกกระเป๋าหน่อย อันนี้คือประโยคขอร้อง พอขอร้องปุ๊บ มันไม่สามารถบอกได้ว่าเป็นจริงหรือเป็นเท็จนะคะ มันไม่ได้บอก มันไม่มีค่าของความจริง ไม่มีค่าของ... ไม่สามารถบอกได้ เป็นจริงหรือเป็นเท็จนะคะ ประโยคขอร้อง กินข้าวหรือยัง นักเรียนกินข้าวหรือยัง กินแล้ว แต่ไม่สามารถบอกได้ว่าเป็นจริงหรือเป็นเท็จ อันนี้แค่ถาม ประโยคคำถามนะคะ มันหาค่าความจริงของประโยคนั้นไม่ได้ มันบอกไม่ได้ว่ามันเป็นจริงหรือเป็นเท็จ อุ๊ย ตายแล้ว อุ๊ย ตายแล้ว นี่ เวลาเรารู้สึกแล้วเราอุทานออกมา ก็ไม่มีค่าความจริง เป็นจริงหรือเป็นเท็จ อันนี้ไม่มี อันนี้ไม่มีนะลูก มีอยู่ 2 ประโยค มีประโยคบอกเล่า กับประโยคปฏิเสธ ที่จะมีค่าความจริงนะคะ มีอยู่ 2 อย่างนะ เป็นจริงหรือเป็นเท็จ มันถึงจะเรียกว่า "ประพจน์" ดูนะ นักเรียนจะต้องวิเคราะห์ข้อความหรือประโยคนะคะ ว่ามันเป็นประโยคบอกเล่า หรือว่าเป็นประโยคปฏิเสธ เมื่อไหร่ที่ข้อความที่นักเรียนดูแล้วนี่ มันเป็น 2 ชนิดนี้ เป็นประโยคบอกเล่ากับปฏิเสธ ทีนี้นักเรียนไปดูว่ามันมีค่าความจริงหรือเปล่า ถ้ามันมีค่าความจริงปุ๊บ แสดงว่ามันเป็นประพจน์ มีอยู่ 2 มีอยู่ 2 ข้อสังเกตนะคะ จะบอกได้ว่าเป็นประพจน์หรือเปล่า 1. เป็นประโยคบอกเล่าหรือประโยคปฏิเสธ มีค่าความจริงหรือเปล่านะคะ ค่าความจริงมีอยู่ 2 ค่านะคะ ความจริงเป็นจริง กับความจริงเป็นเท็จนะคะ นี่ กว่าจะมาเป็นประพจน์ได้ นักเรียนจะต้องรู้ก่อนว่าประโยคที่ให้มานะคะ เป็นประโยคบอกเล่าหรือประโยคปฏิเสธ โอเคนะ เมื่อเรารู้แล้วว่ามันเป็นประโยค 2 ประโยคนี้ ค่าความจริงเป็นจริงหรือค่าความจริงเป็นเท็จ ทีนี้สัญลักษณ์มาแล้วนะคะ ถ้าค่าความจริงเป็นจริงนี่ สัญลักษณ์คือตัว T ใหญ่ เมื่อไหร่ที่นักเรียนพบตัว T นะคะ นั่นหมายถึงว่ามันเป็นความจริงนะคะ มันถูก มันจริง แต่ถ้ามันเป็นเท็จ สัญลักษณ์ย่อ ก็คือตัว F ใหญ่นะคะ อันนี้หมายถึงเท็จนะคะ ไม่เป็นจริง มีคำถามไหม ถามไหมคะ เข้าใจไหม โอเคนะ ทีนี้ครูให้ดูตรงนี้ ภาพนี้ลูก อันนี้อะไรคะ จิ้งจก จิ้งจกหรืออะไร จระเข้ ประโยคนี้มี เขาเขียนว่าจระเข้เป็นสัตว์เลื้อยคลาน มันเป็นสัตว์เลื้อยคลานไหมลูก ใช่ไหม สัตว์มันแบ่งออกเป็นหลายประเภทนะคะ สัตว์บก สัตว์น้ำ สัตว์เลื้อยคลาน อันนี้มันเป็นประโยคบอกเล่านะคะ เราเช็กก่อนนะคะ อันดับแรกเราเช็กก่อน ว่าเป็นประโยคหรือเปล่า ใช่ มันเป็นประโยค มันเป็นประโยคบอกเล่า มันเป็นประโยคที่บอกที่เล่าเรื่องราวนะคะ แสดงว่ามันเป็นประโยคบอกเล่า ขั้นแรกผ่านไปแล้วนะ ลองมาดู เรามาเช็กอันที่ 2 ล่ะคะ ค่าความจริง มันจริงไหมที่จระเข้เป็นสัตว์เลื้อยคลาน จริงไหมลูก จริงนะคะ มันเป็นสัตว์เลื้อยคลาน มีค่าความจริงเป็นจริง เพราะฉะนั้น สรุปเลยข้างบน เป็นประพจน์หรือไม่เป็นประพจน์ อันไหน ถูกต้อง มันก็คือประพจน์นะคะ มันคือประพจน์ นักเรียนต้องมาขีดตรงนี้นะ นี่ เป็นประพจน์ อีกข้อหนึ่ง อันนี้เป็นประโยคอะไร เดือนสิงหาคม มี 30 วัน อันนี้ก็บอกเล่า เป็นประโยคบอกเล่านะคะ เขาบอกน่ะว่าเดือนสิงหาคมมี 30 วัน เขาบอกแบบนี้เสร็จแล้ว เรามาดูว่ามันจริงหรือมันเท็จ นักเรียนคิดว่าเดือนสิงหาคมมีกี่วัน เดือนสิงหาคมมีกี่วันลูก ตอบเลย 31 วัน ใช่ อะไรก็ตาม เดือนไหนก็ตามนะคะ ที่ลงท้ายด้วย “คม” น่ะลูก ลงท้ายด้วย "คม" มันหมายถึง มี 31 วัน มันมี 31 วัน เพราะฉะนั้น 30 วัน ตัวนี้ถูกไหม ถูกไหมคะ จริงไหม หรือเท็จ นี่ 30 วัน ใช่ นี่ ที่เขาบอกประโยคบอกเล่ามา ค่าความจริงมันเป็นเท็จ ค่าความจริงมันเป็นเท็จ สรุปมันเป็นประพจน์หรือไม่เป็นประพจน์ นี่ เป็นหรือไม่เป็น เป็นประพจน์นะคะ เป็นเหมือนกัน ครูจะบอก ว่าค่าความจริงสามารถบอกได้ 2 อย่าง ก็คือจริงกับเท็จ อันนี้ก็คือประพจน์นะคะ มันจะเป็นประพจน์ แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่นี่ ตอบไม่ได้ หาค่าความจริงไม่ได้ ตอบไม่ได้ ไม่รู้ว่ามันจริงหรือเท็จ อันนี้จะต้องไม่เป็นประพจน์ ค่าความจริงมีอยู่ 3 ค่านะลูก จริง เท็จ ตอบไม่ได้ ไม่รู้ ตอบไม่ได้ เมื่อไหร่ที่ค่าความจริงเป็นจริงกับเท็จนี่ มันจะเป็นประพจน์ แต่ถ้าเมื่อค่าความจริงนี่ หาค่าไม่ได้ ตอบไม่ได้ ตอบไม่ได้ มันจะไม่เป็นประพจน์ โอเคนะ นักเรียน 3 คน เหลือ 3 คน ครูจะให้เป็นกลุ่มเลยนะคะ 3 คน นักเรียนดูโจทย์ ตรงนี้ ประโยคตัวนี้นะคะ ที่ครูให้มา ถาม คุยกันนะ ว่า 5 + 5 = 11 นะคะ มันเป็นประโยคอะไร มันเป็นประโยคอะไร แล้วมันมีค่าความจริง เป็นจริงหรือเป็นเท็จนะคะ เราสามารถให้นักเรียนนะคะ ให้หยิบเอาประโยคที่อยู่ฝั่งซ้ายมือ มาใส่ 2 ช่องนี้ นักเรียนจะใส่ถูกไหม ช่องแรกก็คือประพจน์ ประโยคไหนที่เป็นประพจน์ ให้ใส่มา ประโยคไหนที่ไม่ใช่ประพจน์ ให้แยกนะคะ ประโยคมาใส่ในกรอบนี้ เมื่อนักเรียนแยกประโยคพวกนี้ ใส่ในช่องเรียบร้อยแล้ว นักเรียนต้องบอกเหตุผลได้ บอกว่าทำไมนักเรียนถึงเอาประโยคนี้ นักเรียนถึงบอกว่ามันเป็นประพจน์ ทำไมมันถึงไม่เป็นประพจน์ ถ้า… ถ้านักเรียนเลือกประโยคภาษาไทยตรงช่องประพจน์ปุ๊บ นักเรียนจะต้องบอกค่าความจริงด้วยว่ามันเป็นจริงหรือเป็นเท็จนะคะ ถ้านักเรียนเลือกประโยคนั้น มาใส่ในช่องที่ไม่เป็นประพจน์ นักเรียนก็ต้องใส่ค่าความจริงเป็นตอบไม่ได้ ช่วยกันคิด 3 คน ข้อแรก 5 + 5 = 11 ข้อ 2 ห้ามใช้โทรศัพท์เวลาพบหมอ คิดในใจเลยนะว่ามันเป็นประโยคอะไร ข้อ 3 ครูเชาวนีสอนวิชาคณิตศาสตร์ ครูปิ๊กนะคะ ครูปิ๊ก ครูปิ๊กนี่สอนวิชาคณิตศาสตร์ 4. ช่วยยกของให้ครูหน่อย 4 ประโยคนี้นักเรียนคิดว่ามันเป็นประพจน์หรือไม่เป็นประพจน์นะคะ ให้นักเรียนคุยกัน แล้วเอาออกมาเขียนนะคะ ครูจะเขียนในกระดาน เป็นประพจน์หรือไม่เป็นประพจน์ คุยกัน ให้เวลาคุยกัน ปรึกษากันก่อนนะคะ เดี๋ยวรอตอบทีเดียว นักเรียนนี่ นักเรียนต้องคุยกับเพื่อน ไม่ใช่มาคุยกับคุณครูนะคะ ให้คุยกันคุยกันว่าประโยคข้อที่ 1 นี่ มันเป็นบอกเล่าหรือปฏิเสธนะคะ แล้วมันมีค่าความจริงหรือเปล่า มันเป็นจริงหรือมันเป็นเท็จ ไม่ใช่มาถามครู ให้คุยกับเพื่อน ว่ามันจะเป็นประโยคอะไร ซึ่งประโยคน่ะ มันก็มีประโยคอะไรบ้าง ประโยคบอกเล่า ประโยคปฏิเสธประโยคคำถาม ประโยคขอร้องนะคะ ข้อแรก ข้อแรก 5 + 5 = 11 นักเรียนว่าเป็นประโยคอะไร มีค่าความจริงเป็น เป็นอะไรคะ มันถูกหรือมันผิดนี่ 5 + 5 มันเท่ากับเท่าไรคะ เออ มันเป็นเท็จ มันเป็นเท็จ จริง ๆ คือมันเป็น 10 เพราะฉะนั้น อันนี้มันเป็นประโยคบอกเล่า มันเป็นเท็จนะคะ ประโยคบอกเล่าข้อที่ 1 เราจะเอาไปใส่ตรงไหนลูก เอาไปใส่ประพจน์หรือไม่เป็นประพจน์ ออกมาเขียนประโยคที่ 1 นะคะ เขียนใส่ช่องไหน ประพจน์หรือไม่เป็นประพจน์ ฝั่งไหนดีลูก เช็ก แล้วบอกนะคะ ดูนะ เพื่อนเขียนประโยค 5 + 5 = 11 อยู่ในช่องของประพจน์นะคะ ทีนี้ ครูถามว่าค่าความจริงเป็นอะไร ค่าความจริงอันนี้มันจริงหรือเท็จ ครูถามว่าค่าอันนี้มันเป็นจริงหรือเท็จ ใช่ มันเป็นเท็จนะคะ เขียนเท็จใส่ตรงนี้ ใส่สัญลักษณ์ เท็จต้องตัวอะไรภาษาอังกฤษ เขียนภาษาไทยก็ได้ ภาษาอังกฤษเขาจะใช้สัญลักษณ์ตัว F ลูก จำไว้นะ ต่อไปถ้าครูเขียนสัญลักษณ์ F นี่แสดงว่าค่าความจริงมันเป็นเท็จนะคะ ต่อไปครูจะไม่เขียนภาษาไทย เท็จสะกดอย่างนี้ ครูจะเขียนสัญลักษณ์แทน ครูจะใช้ตัว F แทน ถ้าประโยคไหนมันเป็นเท็จ อันนี้เป็นฐานนะ เชิญนั่งค่ะ ไออุ่นออกมาลูก ข้อที่ 2 ห้ามใช้โทรศัพท์เวลาพบหมอ มันเป็นประโยคอะไร นักเรียนว่ามันเป็นประโยคอะไร มันจะอยู่ช่องไหน เป็นประพจน์หรือไม่เป็นประพจน์ เพื่อนช่วยได้ เพื่อน ๆ นะคะ ช่วยได้เลย ครูถามนะ ห้ามใช้โทรศัพท์เวลาพบหมอ มันเป็นจริงหรือมันเป็นเท็จ ค่าความจริงเป็นจริงหรือเป็นเท็จ ตอบได้ไหมมันคืออะไร มีค่าความจริงหรือ... ตอบได้ไหมลูก นี่ มันเป็นประโยคอะไร ห้าม ห้าม คำว่า "ห้าม" มันเป็นประโยคอะไรลูก มันหาค่าความจริงไม่ได้ ก็คือตอบไม่ได้ แสดงว่าไออุ่นเข้าใจผิดนะคะ เราจะต้องโยกประโยคนะคะ โยกประโยคนี้ไปใส่ในช่องที่ไม่เป็นประพจน์ ต่อไป เปลี่ยน เปลี่ยนนะคะ เขียนอยู่ฝั่งนู้น ค่าความจริงตอบไม่ได้ ตอบไม่ได้ เชิญค่ะ เปลี่ยนเอาให้เพื่อนอีกคน ข้อที่ 3 ข้อที่ 3 นะลูก เขาบอกว่าครูเชาวนีนะคะ ครูปิ๊กนี่แหละ ครูเชาวนีสอนวิชาคณิตศาสตร์ นักเรียนว่าเป็นประโยคอะไร เป็นประโยคบอกเล่า จริงไหมคะ ครูปิ๊กสอนคณิตศาสตร์ ถูกไหมคะ ถูก เพราะฉะนั้น จะมีค่าความจริงเป็นจริง ให้เลือกเขียนประโยคใส่ จะอยู่ช่องไหน ลูกคิดว่าอยู่ช่องไหน แล้วครูเชาวนีสอนวิชาคณิตศาสตร์นะคะ เป็นประโยคบอกเล่า และมีค่าความจริงเป็นจริงนะคะ แสดงว่าอยู่ในช่องเป็นประพจน์ และข้อสุดท้าย ข้อสุดท้าย ดูประโยคดี ๆ นะลูก ช่วยยกของให้ครูหน่อย ช่วยยกของให้ครูหน่อย คำว่า "ช่วย" นี่ เป็นประโยคอะไร มันเป็นประโยคขอร้องนะคะ ขอร้อง ขอร้อง เพราะฉะนั้น มันจะต้องไม่เป็นประพจน์ใช่ไหมคะ มันจะต้องไม่เป็นประพจน์ ประโยคข้อที่ 4 จะอยู่ตรงนี้ ประโยคนี้มีค่าความจริงไหมลูก มีไหม ไม่มีนะคะ มันไม่มี มันไม่มีค่าของความจริงนะคะ พอเข้าใจไหม ก่อนที่เราจะรู้นะคะ ว่ามันเป็นประพจน์หรือเปล่า เราจะต้องไปดูว่าข้อความที่เขาให้มานี่ มันเป็นประโยคบอกเล่าหรือเปล่า หรือมันเป็นประโยคปฏิเสธหรือเปล่านะคะ เมื่อไหร่ที่มันเป็นประโยค 2 ประโยคนี้ มันมีค่าความจริงไหม ถ้าเราหาค่าความจริงได้ นั่นแหละ สรุปได้เลยว่ามันเป็นประพจน์นะคะ เดี๋ยวนักเรียนเอาสมุดขึ้นมานะคะ แล้วให้นักเรียนบันทึก ตัวนี้ แบบฝึกตัวนี้แยกลงไปในสมุดของตัวเองนะคะ ครูจะลบนะ ที่เขียนบนกระดานนะคะ ที่เขียนบนกระดาน ครูจะลบออก แล้วให้นักเรียนดูตรงนี้ ในประโยคลงในหน้าจอนะคะ แยก แยกใส่กรอบให้ถูกต้อง อันนี้ครูจะลบแล้วนะ จำได้ไหมคะ จำได้ โอเค เดี๋ยวเขียนเลยนะคะ ลูก ๆ ดูนะคะ จากตัวอย่างใช่ไหมคะ ที่ครูให้แบบฝึกนักเรียนทั้งหมดมีอยู่ 10 ข้อด้วยกันนะคะ นักเรียนดูนะคะ นักเรียนช่วยกันดูนะ ข้อแรก 3 x 2 = 6 จริงไหมคะ 3 x 2 = 6 จริงไหม จริงนะคะ มีค่าความจริง สัญลักษณ์ช่องนี้ ก็คือตัว T นะคะ เป็นประพจน์หรือไม่เป็นประพจน์ เป็นประพจน์นะคะ เพราะว่ามันมีค่าความจริงนะคะ เป็นจริงนะ ข้อที่ 2 เก็บเงิน 20 บาท เก็บเงิน 20 บาท ไม่รู้ว่ามันจริงหรือเท็จ คือ ตอบไม่ได้ เพราะฉะนั้น ไม่เป็นประพจน์นะคะ ข้อ 3 9 + 9 = 9 จริงหรือเปล่า เท็จนะคะ ค่าความจริงเป็นเท็จ สัญลักษณ์ ก็คือ F ใครตอบถูกบ้างข้อนี้ ตอบถูกไหม F นะคะ ข้อความจริงเป็นเท็จนะคะ ก็คือ F เป็นประพจน์นะคะ เป็นประพจน์ ข้อที่ 4 สัปดาห์หนึ่งมี 7 วัน ถูกไหมคะ ถูกนะคะ ค่าความจริงเป็นตัว T ตัว T นะคะ แล้วก็เป็นประพจน์ ข้อที่ 5 ไออุ่น อยู่เรือนนอนบุษราคัม ไออุ่นอยู่เรือนนอนไหนลูก ไออุ่นอยู่เรือนนอนไหน นอนที่ไหนคะ อยู่ในเรือนนอนมรกต 2 เพราะฉะนั้น ความจริง… ค่าความจริงเป็นเท็จนะคะ ประโยคนี้ค่าความจริงเป็นเท็จ ก็คือตัว F นะคะ ในช่องนี้ นักเรียนใส่ตัว F นะคะ ดูของตัวเองด้วยนะคะ ว่าถูกหรือเปล่า ประพจน์ เป็นประพจน์นะคะ ข้อ 6 2 + 3 = 2 x 3 มันเท่ากันจริงไหม มันไม่เท่ากันนะคะ เพราะฉะนั้น ค่าความจริงเป็นเท็จ เพราะอะไร 2 + 3 ได้เท่าไรลูก 2 + 3 ได้เท่าไร ได้ 5 2 x 3 ล่ะ ได้ 6 เพราะฉะนั้น มันไม่เท่ากัน ค่าความจริงก็เลยเป็นเท็จนะคะ เป็นประพจน์นะคะ สรุป ก็คือเป็นประพจน์ ข้อ 6 แตงโมเป็นผลไม้ใช่ไหมคะ แตงโมเป็นผลไม้ จริงหรือเท็จ จริงนะคะ ตัว T ใส่ในช่องนี้ แล้วก็เป็นประพจน์ ข้อ 8 2 เป็นสมาชิกของเซต A เมื่อเซต A คือ 0, 1, 2, 3, 4 จริงหรือไม่จริง จริงหรือเท็จจริงนะคะ นี่เห็นไหม นักเรียนเห็นเซต A ไหมคะ เซต A มันมีสมาชิก ก็คือ 0, 1, 2, 3, 4 2 มันอยู่ใน เซต A ถูกไหม เพราะฉะนั้น จริงนะคะ ตัวนี้คือจริง เป็นประพจน์ ข้อ 9 99 + 1 = 100 จริงนะคะ ตอบได้เลยว่าอันนี้คือจริง ค่าความจริงเป็นจริง เพราะฉะนั้น เป็นประพจน์นะคะ เป็นประพจน์ ข้อสุดท้าย ข้อ 10 ห้ามเดินผ่าน เขาติดป้ายไว้เลยลูก ห้ามเดินผ่าน ค่าความจริงตอบได้ไหม มีไหม ไม่มีนะคะ หาค่าความจริงไม่ได้ ตอบไม่ได้ เพราะฉะนั้น ข้อนี้ไม่เป็นประพจน์ โอเค 10 ข้อ นักเรียนมีใครสงสัยในเรื่องของประพจน์ไหมคะ ประพจน์คืออะไร ประพจน์ ก็คือประโยคหรือข้อความนะคะ ที่อยู่ในรูปของประโยคบอกเล่า หรือว่าประโยคปฏิเสธ ที่มีค่าความจริงเป็นจริง หรือเป็นเท็จก็ได้ อย่างใดอย่างหนึ่ง อันนี้เขาเรียกว่า "ประพจน์" โอเคนะ นักเรียนเดี๋ยวเขียนสรุปความหมายของประพจน์นะคะ ลงไปในสมุดของลูกเลยนะคะ ลูกคะ เสร็จแล้ว นักเรียนดูนะคะ วันนี้เราเรียนเรื่องของประพจน์ไปแล้ว มอง ๆ มอง ๆ ๆ ดูนะ วันนี้เราเรียนหัวข้อประพจน์ไปแล้วนะคะ สัปดาห์หน้า สัปดาห์หน้า เราจะเรียนเรื่องคำเชื่อมประพจน์นะคะ ก็คือประโยคหรือข้อความนะคะ มันจะมีค่าเป็นจริงหรือเป็นเท็จ อย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้นนะคะ สัปดาห์ต่อไป ครูจะใช้คำเชื่อม เราเรียนแค่ 2 คำพอ มีประโยคอยู่ 2 ประโยคนะ ครั้งหน้า ประโยคที่ 1 กับประโยคที่ 2 มีอยู่ 2 ประโยค คำเชื่อมที่ครูจะใช้ จะใช้คำว่า "และ" นะคะ อีกคำหนึ่ง คำว่า "หรือ" จริง ๆ มันจะมีอีกนะ แต่เราเรียนแค่นี้พอนะคะ สำหรับลูก ๆ ครูสอนแค่ใช้คำว่า "และ" กับ "หรือ" เข้ามาเชื่อมประโยค แล้วเรามาดูนะคะ ว่าประโยค 2 ประโยค ถ้ามีคำเชื่อม "และ" เข้ามานี่ ประโยคมันจะเป็นจริงหรือเป็นเท็จ อันนี้มันอาจจะสับสนหน่อยนะลูก งง ๆ แต่ว่าค่อย ๆ ค่อย ๆ ทำความเข้าใจไปนะคะ ตัวนี้ มันจะเป็นประโยชน์กับเรามาก เมื่อเราจะหาความจริงนะคะ อย่างเช่น ของเราหายที่เรือนนอนนะคะ สมมติ สมมติของเราหาย เราก็จะสืบ สืบนะคะ หมายถึงว่าค้นหาความจริงอย่างมีเหตุผลนะคะ ว่าใครเป็นคนเอาไป หรือเราจะลืมไว้ที่ไหน มันจะมีประโยค ซึ่งคำพวกนี้ เวลาที่ตำรวจเขาจะจับผู้ร้าย หรือว่าหาคำตอบ เวลาศาลนะคะ จะตัดสินความผิดพวกนี้ มันจะได้นำพวกนี้แหละไปใช้ เขาจะดู เพื่อหาค่าของความจริง ว่ามันเป็นจริงหรือว่ามันเป็นเท็จนะคะ ซึ่งในแต่ละเรื่อง แต่ละประโยคนี่ เขาจะเอามาเชื่อมกัน มันเป็นพื้นฐาน เดี๋ยวสัปดาห์ต่อไปนะคะ พวกเราก็จะได้เรียนเรื่องคำเชื่อมนะคะ คำเชื่อมประพจน์ มี “และ” และ “หรือ” นะคะ 2 คำนี้ ความหมายต่างกันเลยนะลูก สำหรับวันนี้มีคำถามไหมคะ ในเรื่องของประพจน์ ถามไหม คุณครูให้ทำแบบฝึกแล้วนะคะ คุณครูพาทำแล้ว คนที่เข้าใจมากที่สุดนะคะ ก็จะสามารถตอบได้ทันทีเลย ดูประโยคเสร็จ แค่เลือก แค่ดูว่ามันมีค่าความจริง เป็นจริงหรือเป็นเท็จ ถ้ามันมีความจริงหรือว่าเท็จ แสดงว่าเป็นประพจน์ แค่นั้นเอง เป็นประโยคบอกเล่าหรือปฏิเสธนะคะ ตัวนี้ โอเค ในสัปดาห์หน้าเราก็คงจะเจอกันแค่นี้เหมือนเดิม เพราะว่าเพื่อน ๆ เราไปแข่งกีฬาใช่ไหมคะ สัปดาห์หน้าเพื่อนก็ไปแข่งกีฬาเหมือนกัน ไปแข่งกีฬา กลับมา ขอให้นะคะ เรานี่ ต้องตั้งใจเรียนนะลูก ตั้งใจเรียนเสร็จแล้ว พอเพื่อนกลับมานี่ มันจะใกล้เวลาสอบแล้ว เพื่อนที่ไปแข่งกีฬานี่ มันจะไม่มีเวลาที่จะมาทบทวนเหมือนของเรา เพราะฉะนั้นฝากนะคะ ถ้าเพื่อนกลับ คือกลับมานี่เวลาว่าง ๆ นี่ เอาไปเล่า เอาเรื่องนี้แหละ ที่เราเรียนนี่ ไปสอน ไปบอก ไปเล่า กับเพื่อนที่เป็นนักกีฬานะคะ ได้ไหม เพราะฉะนั้น เรา 4 คนนี่ เป็นตัวแทนของเพื่อนในห้องที่มาเรียน ต้องตั้งใจ ตั้งใจดี ๆ นะคะ เสร็จแล้วก็จะได้เอาไปสอนเพื่อน ชี้แค่คนเดียวเลยนะนี่ เพราะคนนี้ โอเคไหม รับผิดชอบนะคะ ดู เสร็จแล้วไปเล่าให้เพื่อนฟัง ไปสอนให้เพื่อนด้วย วันนี้เราเรียนเรื่องอะไรนะคะ ถ้าไม่มีอะไรสงสัยแล้ว เดี๋ยวเราต้องไปเรียนวิชาอะไรคะ ต่อไป วิชาภาษาอังกฤษ โอเค ค่ะสำหรับวันนี้ก็ขอจบแค่นี้นะลูก สัปดาห์หน้ามาเจอกันใหม่นะคะ ค่ะ ขอบคุณน้องล่ามมากนะคะ [สิ้นสุดการถอดความ]