(อาจารย์เกวลี) เดี๋ยววันนี้เริ่มเลยแล้วกันนะคะ แต่ก่อนที่จะเริ่ม สัปดาห์หน้านะคะ จริง ๆ แล้วเราจะต้องเตรียมงานรับปริญญา แล้วเป็นสัปดาห์ที่จะต้องสอนออนไลน์ อาจารย์จะไม่สอน แต่จะให้งาน Project เราไปทำ เพราะว่าเราจะหยุดยาวมาก 2-3 สัปดาห์เลย หลังจากงานรับปริญญาเสร็จปึ๊บ กลับมา ก็คืองานต้องเสร็จนะคะ แต่เดี๋ยวท้ายสไลด์อาจารย์จะอธิบายเรื่องงานอีกทีหนึ่ง วันนี้จะเป็นบทที่ 8 นะคะ จะเป็นเกี่ยวข้องกับเรื่องของกฎหมายที่มีส่วนได้ส่วนเสียกับการซื้อขายของออนไลน์ของเรานะคะ ก็คือเป็นกฎหมายพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์นั่นเอง ซึ่งกฎหมายพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์คืออะไรนะคะ พอเราเริ่มมีการทำธุรกรรมออนไลน์มากขึ้นนี่ การบริหารบ้านเมืองโดยคณะรัฐมนตรีนี่ ในปี 2541 เขาก็เลยได้จัดทำโครงการเมื่อประมาณ 20 กว่าปีที่แล้วนะคะ โครงการพัฒนากฎหมายเทคโนโลยีสารสนเทศนะคะ ซึ่งโดยเนื้อหานี่ มันก็จะเกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรมออนไลน์ การซื้อขายของออนไลน์นะคะ ซึ่งกฎหมายฉบับนี้ จัดทำโดยคณะกรรมการเทคโนโลยีสารสนเทศแห่งชาตินะคะ หลัก ๆ จะมีกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ส่วนใหญ่มีอยู่ 6 ฉบับด้วยกัน ฉบับแรกจะเป็นเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์หรือว่า EDI ระบบที่เราเคยเรียนไปแล้วนะคะ กฎหมายเกี่ยวกับการลงลายมือชื่อเป็นอิเล็กทรอนิกส์นะคะ เกี่ยวกับกฎหมายทางการโอนเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ มีการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลนะคะ มีการมีกฎหมายเกี่ยวกับอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์ แล้วก็การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางสารสนเทศให้ทั่วถึงและเท่าเทียม ซึ่งกฎหมายที่เรามีใช้ทุกวันนี้นี่ บางเรื่องอาจจะเป็นหัวข้อที่ค่อนข้างล้าสมัย แต่จริง ๆ แล้วกฎหมาย 6 ฉบับนี้นี่ ก็ยังมีผลถึงปัจจุบันนะคะ อาจจะมีการปรับเปลี่ยนเนื้อหาบ้างให้ทันสมัยตามยุคนะคะ อันแรกเป็นกฎหมายแลกเปลี่ยนข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือว่าระบบที่เราเคยเรียนมาแล้วคือระบบ EDI นะคะ ก็จะมีเพื่อรับรองสถานะทางกฎหมายของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ ก็คือข้อมูลที่เราพิมพ์ลงไปใน Social หรือในสื่อใด ๆ ก็ตาม การยืมเงิน ขนาดปัจจุบันนี่ ยืมเงินผ่าน LINE ก็ยังถือว่าเป็นการทำธุรกรรมทางกฎหมายเสมือนด้วยการเขียนด้วยกระดาษนะคะ ไม่ว่านักศึกษาจะพิมพ์อะไรลงไปใน Facebook ประกาศขายอะไรใด ๆ ก็ตาม มันมีผลทางกฎหมายนะคะ โดยที่การรับรองข้อมูลแบบนี้นี่ มันก็จะรับรองการทำสัญญา มีการทำธุรกรรมต่าง ๆ ในวงการการค้า รวมถึงการขนส่งระหว่างประเทศด้วย ถ้าใครจะทำธุรกรรมกับคนในประเทศไทย ก็ต้องดูกฎหมายตัวนี้ด้วยนะคะ มันเลยมีข้อดี ก็คือ มันสามารถคุ้มครองเรา ให้เราสามารถทำธุรกิจได้อย่างไม่มีข้อจำกัดด้านเวลาสถานที่ คือเขาจะส่งข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์มาเวลาไหนก็ได้ ก็เสมือนว่าเป็นการทำการซื้อขายกับเราแล้วนะคะ โดยที่จะต้องใช้มาตรฐานที่ยอมรับโดยทั่วไป วิธีการส่งที่ตรงกัน โครงสร้างข้อมูลที่เหมือนกัน วิธีการรับส่งข้อมูลตรงกัน จะถือว่าการธุรกรรม ทำธุรกรรมนั้นถูกต้องตามกฎหมายนะคะ โดยสาระสำคัญของการแลกเปลี่ยนข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์นะคะ ก็เป็นไปตามกฎหมายต้นฉบับการค้าระหว่างประเทศนะคะ ก็จะมีหลายหมวด หมวดแรกก็จะให้ข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับขอบเขตการซื้อขาย นิยาม คำต่าง ๆ การตีความ ข้อกำหนด ข้อตกลงนะคะ หมวดที่ 2 จะเกี่ยวข้องกับข้อกำหนดทางกฎหมายนะคะ ว่ารูปแบบของข้อมูลแบบไหน ถึงจะเป็นธุรกรรมที่ถูกต้อง การับรองข้อมูลเป็นอย่างไร ใช้ Digital Signature หรือว่าลายเซ็นดิจิทัลได้ไหม หรือว่าใช้ข้อมูลการเข้ารหัสใด ๆ ที่ส่งผลทางกฎหมายได้บ้างนะคะ พยานหลักฐานการเก็บรักษาข้อมูล การดัดแปลงข้อมูลสามารถดู เขาเรียกว่าภาษาบ้านเรา ก็คือ… ภาษาวิชาการเขาเรียกว่า "Digital Footprint" เหมือนว่าคุณทำธุรกรรมใด พิมพ์อะไร ถึงแม้ว่าคุณจะลบไปแล้ว มันก็ยังตามรอยเท้ากลับไปได้ ว่าก่อนที่มันจะเกิดผลลัพธ์ตัวนี้นี่ ระหว่างทางมันเกิดอะไรขึ้นบ้างนะคะ หมวดที่ 3 จะเป็นเกี่ยวกับการส่งข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ ก็จะดูว่าความสมบูรณ์ของสัญญา การเกิดขึ้นของสัญญาต่าง ๆ การรับรองสัญญานะคะ การรับรองข้อมูล มี Time Stamp นะคะ เวลาที่ได้รับข้อมูลกี่โมงวันไหนอย่างไร Time Zone ของแต่ละประเทศไม่เหมือนกัน ใช้ Time Zone ประเทศอะไรนะคะ เพราะบางทีมันจะมีข้อกำหนด ว่าต้องส่งใบเสนอราคาก่อนเวลาเท่านี้ ๆ ถึงจะได้ราคาพิเศษอะไรก็ว่าไปนะคะ การรับรองสถานะข้อมูลที่เป็นอิเล็กทรอนิกส์นะคะ ข้อมูลใด ๆ ก็ตามที่เกิดขึ้นในเครือข่ายคอมพิวเตอร์นะคะ หรือเครือข่ายไร้สายใด ๆ ก็ตาม จะถูกรับรองสถานะ ก็ต่อเมื่อมันสามารถเข้าถึงได้ด้วยการอ่านนะคะ แล้วก็ถ้าสมมติว่าเป็นข้อความดิจิทัลหรือข้อความที่เข้ารหัส มันต้องสามารถแปลงกลับมาเป็นข้อความที่สามารถนำมาใช้อ้างอิงในภายหลังได้ อันนี้คือ ถือว่าสถานะข้อมูลจะถูกรับรองนะคะ ประโยชน์ของการแลกเปลี่ยนข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์นะคะ ก็แน่นอนค่ะ ทำได้ตลอดเวลา ไม่จำเป็นจะต้องใช้กำลังคนมาก ทำเวลาไหนก็ได้นะคะ จะเห็นว่าเมื่อก่อนน่ะการขายของทีหนึ่งจะต้องมีบุคลากรที่เกี่ยวข้องเยอะมาก เดี๋ยวนี้บางคนมีพนักงานคน 2 คนก็เปิดร้านขายของได้แล้วนะคะ รวมถึงถ้ามันเป็นการ... ข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์นี่ มันจะลดความผิดพลาดเช่น บางอย่าง ถ้าสมมติว่าเราให้เขากรอกข้อมูลมาเอง แล้วเราอ่านตัวเลขผิด หรืออ่านชื่อผิดนะคะ มันก็อาจจะส่งผลเสียต่อการทำธุรกิจของเราก็ได้ เช่น ตัวเลขเราเข้าใจว่าเป็น เขาสั่งอาจจะสั่งแค่ 600 กล่อง แต่ลายมือเขาเขียนลาก ๆ คุณอ่านเป็น 6,000 กล่อง ข้อมูลผิดแล้ว เขาซื้อแค่ 600 น่ะ เราทำตั้ง 6,000 น่ะ เราก็อาจจะขาดทุนใช่ไหมคะ แต่ถ้าเรามีการแลกเปลี่ยนข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ ใบสั่งซื้อเป็นออนไลน์ พิมพ์มา ตัวหนังสืออ่านง่ายแน่นอน ถ้าเป็นตัวพิมพ์ แล้วเขาก็เป็นคนพิมพ์เอง เราก็สามารถมาอ้างได้ ว่าก็ในเมื่อข้อมูลที่ส่งเข้ามานี่ มันเป็นข้อมูลที่คุณพิมพ์มา แล้วส่งมาให้เรา ถ้ามีความผิดพลาด มันก็เริ่มที่ตัวคนที่สั่งซื้อเอง อันนี้ก็เวลาถ้ามันเป็นแบบนี้ เวลาเขาจะสั่งซื้อสินค้าหรือการตรวจทานข้อมูลนี่ มันก็สามารถดูได้ มันทำให้ลดความผิดพลาดไปได้ระดับหนึ่ง แล้วก็ประสิทธิภาพการทำธุรกรรมนี่ พอมันเป็นข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ที่มันชัดเจน แล้วมันก็ตรวจสอบได้ตลอดเวลานี่ มันก็ทำให้เรา เหมือนเราซื้อของออนไลน์ โอนปุ๊บ เงินเข้า แจ้งเตือน นี่ ธุรกรรมเรารู้แล้วว่าเงินเข้าจริง ๆ นะ ไม่โดนหลอก เพราะบางทีแค่สลิปเฉย ๆ เราก็ยังโดนหลอก แต่ถ้ามันทำธุรกรรมออนไลน์ได้มีการแจ้งเตือนใด ๆ ก็ตาม มันก็ทำให้เรามั่นใจในการทำธุรกรรมมากขึ้น รวมถึงพอเราสามารถประหยัดกำลังคน ประหยัดเวลาได้ เราก็อาจจะมีต้นทุนในการแข่งขันทางธุรกิจของเราได้เช่นเดียวกันนะคะ แต่มันก็ยังมีปัญหาในการแลกเปลี่ยนข้อมูลนะคะ ถ้าเป็นบางประเทศ ที่ไม่ได้รับรองกฎหมายเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์นี่ มันก็อาจจะมีปัญหากับเราได้ การปลอมแปลงลายเซ็น จริง ๆ ถ้าเราใช้เป็นลายเซ็นดิจิทัลนี่ มันจะต้องมีการเข้ารหัส เพื่อให้สามารถตรวจสอบได้ว่า เป็นลายเซ็นจริงไหม เพราะบางทีเราไปสแกนลายเซ็นใครมาแปะลงก็ได้ค่ะ เป็นแค่รูปภาพ แต่ถ้าเป็นลายเซ็นดิจิทัลที่มีการเข้ารหัสนี่ มันก็จะเป็นอีกอย่างหนึ่งที่สามารถยืนยันตัวเราได้ รวมถึงลายลักษณ์อักษรต่าง ๆ ถ้าเราเป็น... เป็นบันทึกข้อความ หรือคำสั่งซื้อที่เป็นกระดาษ แล้วเป็นลายเซ็น แล้วเราแค่ไปสแกนนี่ บางประเทศเขานับเป็นเอกสารดิจิทัลไหม ทั้ง ๆ ที่มันอาจจะเป็นตัวเขียนหรืออะไรก็ตามนะคะ แล้วก็บางทีนี่ ถ้ามันเป็นดิจิทัลมาก ๆ นี่ มันไม่รู้ว่าต้นฉบับคืออะไร เพราะว่ามันมีการดัดแปลงได้ง่ายนะคะ พอเข้าไปสู่คอมพิวเตอร์แล้วนี่ เราปรับอะไรก็ได้นะคะ พยานหลักฐาน บางอย่าง มันไม่ได้มีแค่ลายนิ้วมือ ถ้าเวลาคุณดูหนังฝรั่งนี่ เขาจะต้องยกคอมพิวเตอร์ไป ดูเสาสัญญาณ ดูจุดที่รับสัญญาณสุดท้าย อยู่ตรงไหนอะไรอย่างไรนะคะ พอมันเป็นอุปกรณ์ สมมติว่ามันเคลื่อนที่ได้ มันก็อาจจะมีผลต่อพยานหลักฐานถ้าสมมติว่ามีปัญหาเกิดขึ้น แล้วก็เวลาเราทำสัญญา ถ้าเป็นกระดาษทั่วไป เขาจะต้องให้เขียนด้วยว่าคุณเขียนสัญญานี้ที่ไหน วันอะไร แต่ถ้ามันเป็นออนไลน์ คุณอาจจะบอกว่าคุณเขียนในมหาวิทยาลัย แต่ว่าจริง ๆ แล้วคุณอาจจะอยู่บ้านก็ได้ มันก็ต้องมีการตรวจสอบพยานหลักฐานเข้าไปดู IP Address อีกว่า IP Address ที่ทำสัญญาจริง ๆ อยู่ที่ไหน ทำการประมูลอยู่ในประเทศไทยหรือเปล่า เพราะข้อกำหนดของเราคือต้องเป็นคนในประเทศเท่านั้น อะไรแบบนี้นะคะ ก็จะต้องมีรายละเอียดต่าง ๆ ปลีกย่อยที่มาประกอบการข้อกฎหมายเหล่านี้ด้วยนะคะ กฎหมายอย่างที่ 2 นะคะ จะเป็นกฎหมายเกี่ยวกับลายมือชื่อดิจิทัล หรือลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์นะคะ ก็ทำอย่างไรล่ะ ถ้าสมมติว่าเราต้องขายของออนไลน์ แล้วเราก็ไม่ได้เดินทางไปต่างประเทศ เราต้องมีลายเซ็นออนไลน์ของเราเพื่อยืนยันการรับรอง กระบวนการใด ๆ ที่ทำธุรกรรมเกิดขึ้นให้เสมือน หรือเสมอ ด้วยการที่เหมือนกับว่าเราไปเซ็นลายเซ็นตรงนั้นจริง ๆ นะคะ โดยที่ที่กฎหมายตัวนี้นี่มันก็ส่งผลต่อความเชื่อมั่นในการทำธุรกรรมของเราด้วย ก็จะมีการกำกับดูแลการให้บริการ ว่าเราจะใช้อะไรมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์นี่ ด้วยการเข้ารหัสแบบใด หรือใช้โปรแกรมใดในการรองรับนะคะ ตลอดจนมีบริการอื่นเกี่ยวข้องเกี่ยวกับลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์หรือเปล่านะคะ โดยอะไรบ้างล่ะ ที่ถือว่าเป็นลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ มันอาจจะเป็นตัวอักษร เป็นตัวเลข เป็นเสียง เป็นอัตลักษณ์ของร่างกาย เป็นการสแกนนิ้วมือ สแกนม่านตา สแกน Face ID ในหน้าของเราก็ได้ ทุกอย่างที่พูดขึ้นมานี่ มันคือวิธีการที่เกิดขึ้นทางอิเล็กทรอนิกส์ทั้งสิ้น อาจจะเป็นกุญแจสาธารณะ กุญแจส่วนตัว หรือมีการทำ Certificate เกิดขึ้นมาก็ได้นะคะ เหมือนเวลาเราปลดล็อกง่าย ๆ นะคะ เหมือนรู้ได้อย่างไรว่าโทรศัพท์เครื่องนี้เป็นของเรา ก็สแกนนิ้วแล้วมันก็เข้าเครื่องนี้ได้ อย่างน้อยพยานหลักฐานแรก ก็คือ เราเป็นเจ้าของเครื่องนี้จริง ๆ นะ หรือเรามีรหัสในการปลดล็อกหน้าจอไหม บางระบบก็คือสแกนหน้า ถ้าไม่ใช่หน้าที่ลงทะเบียนไว้ ก็ไม่สามารถเปิดระบบได้อะไรอย่างนี้ค่ะ โดยวิธีทางอิเล็กทรอนิกส์ในการติดต่อของคอมพิวเตอร์กับระบบเครือข่ายนี่ อาจจะเป็นทั้งการแลกเปลี่ยนข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์หรือว่าระบบ EDI มีการส่งอีเมล วิธีการใช้ Facebook Messenger นะคะ หรือมีการโต้ตอบเป็นกลุ่ม อาจจะบน Google Meet หรือบน Zoom หรือ Discord ใด ๆ ก็ตามที่เราสามารถคุยกันเป็นกลุ่มได้ มีการใช้เทคโนโลยีตั้งแต่เมื่อนานมาแล้ว จะเป็น Edge, 3G, 4G จนถึงปัจจุบันเป็น 5G อันนี้ก็คือช่องทางที่คอมพิวเตอร์สามารถเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตหรือระบบเครือข่ายได้นะคะ หรือเราอาจจะมีการใช้การติดต่อผ่านเครื่องมืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่น ๆ เช่น ใช้แฟ็กซ์ โทรสาร เราอาจจะมีการเซ็นเอกสารนะคะ แล้วก็ส่งเป็นโทรสาร หรือเป็นแฟ็กซ์นี่ ไปให้ปลายทางได้ ทำไมกฎหมายพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ถึงสำคัญ เพราะเอาจริง ๆ เราทุกคนจะอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ เราไม่รู้ด้วยซ้ำ ว่าคนที่คุยกับเราตอนนี้จริง ๆ เป็นใคร เขาอาจจะอ้างว่าเป็นอาจารย์ก็ได้ หรือใครก็ไม่รู้แหละ อ้างว่าเป็นนักศึกษาก็ได้ อาจจะเป็นคนอื่นอย่างนี้ค่ะ เหมือนในรูป คนเล่นเกมกับคุณอาจจะไม่ใช่คนก็ได้ เราจะรู้ได้อย่างไร เพราะว่าเราไม่อยู่ด้วยกัน ไม่ได้เจอหน้ากันนะคะ โดยลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์นี่ ก็วิธีการของมันก็คือ มันจะเอามาประกอบกับข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อแสดงความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลกับข้อมูลดิจิทัล หรือว่าข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์นะคะ ก็คือวัตถุประสงค์ของการมีลายมือชื่อที่สั้น ก็คือระบุตัวตนความเป็นเจ้าของ แล้วก็สามารถปฏิเสธธุรกรรม หรือข้อความนั้น ๆ นะคะ ได้ แล้วก็ต้องมีผลผูกพันกับข้อมูลนั้น ๆ ที่เกิดขึ้นนะคะ ก็คือ ถ้าคุณมีการลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ หรือว่ามีการเข้ารหัสใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับคุณ คุณไม่สามารถปฏิเสธได้นะคะ ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์มีอะไรบ้าง Username Password ก็นับเป็นลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ เหมือนคุณจะมาบอกว่าสมมติมีวันหนึ่งคุณโดนแฮ็ก Facebook แบบไม่ใช่เป็น Facebook ปลอมนะ Facebook จริง ๆ ไปขายของแล้วมันเป็นชื่อคุณว่าโกงเขา ตำรวจจะต้องกล่าวหาคุณก่อนเลยว่าคุณเป็นคนทำจริง ๆ เพราะคุณปฏิเสธไม่ได้ว่าไม่ใช่ผม ไม่ใช่หนู ไม่ได้ เพราะ Username Password ถ้าไม่ใช่ตัวเองคุณแล้วใครเข้าไปเล่นได้ล่ะ จะบอกว่าญาติมาใช้คอมพิวเตอร์ ก็อาจจะฟังไม่ขึ้น คุณก็อาจจะถูกกล่าวหาว่าเป็นคนผิดก่อน หลังจากนั้นก็จะมีการสืบสวนต่อไป หรือการใช้เทคโนโลยีชีวภาพ สแกนหน้า สแกนลายนิ้วมือ ใช้คำสั่งเสียงนะคะ ถ้าฉลาดกว่านั้นบางทีดูสแกนไปถึงขั้นใบหูถูกต้องหรือเปล่า สแกนโดยวิเคราะห์จากท่าเดินก็มีนะคะ รวมถึงอาจจะ Gen การใช้ระบบกุญแจคู่ให้เป็นลายมือชื่อดิจิทัลก็ได้ กุญแจแบบที่เป็นกุญแจส่วนตัวกับกุญแจสาธารณะ อันนี้ก็เคยอธิบายไปแล้วนะคะ รวมถึง Email Address ถ้าเป็น Email Address ที่ไม่ใช่ตัวอักขระ ๆ ยึกยือแล้วมันเป็นชื่อคุณ เป็นอีเมลคุณจริง ๆ สมมติเป็นอีเมลสั่งซื้อของแล้วคุณบอกว่าคุณไม่ได้สั่ง เขาก็จะไม่เชื่อ ตั้งธงไว้ก่อนว่าจะไม่เชื่อ เพราะว่าใครจะรู้ Username Password E-mail คุณได้นอกจากตัวคุณเอง เพราะฉะนั้นเขาถึงบอกว่า เราจะต้องเก็บรักษา Username Password ของเราให้ดี ในทุก ๆ อย่าง LINE Facebook E-mail รหัสเข้าระบบเพิ่มถอนรายวิชาของนักศึกษาก็เหมือนกัน ก็ต้องเก็บรักษาข้อมูลให้เป็นความลับนะคะ หวังว่าทุกอย่างจะถือว่าเป็นการยืนยันว่าคุณได้ทำธุรกรรมนั้นหรือทำกิจกรรมนั้นจริง ๆ โดย E-mail นะคะ มันก็เลยเปรียบเสมือนว่ามันเป็นชื่อและที่อยู่ของคุณบนเครือข่าย ถ้าคุณส่ง E-mail ไปหรือส่ง E-mail ใด ๆ ก็ตามมีชื่อคุณติดไปด้วย มันจะถือว่าการทำธุรกรรมนั้นเกิดขึ้นแล้วนะคะ การใช้อีเมล คนคนหนึ่งอาจจะมีอีเมลหลายอีเมลได้นะคะ แต่ปัญหามันก็จะเกิดขึ้นได้ เช่น คนชื่อซ้ำนะคะ อีเมลอาจารย์จริง ๆ อาจจะเป็นใช้อีเมลมหาวิทยาลัย SNRU อย่างนี้ค่ะ แต่มันอาจจะมีชื่อบางชื่อที่ใช้ชื่อเหมือนของอาจารย์แต่ว่าเป็น@gmail.com @yahoo.com หรือ @ ใด ๆ ก็ตาม.com จะรู้ได้ไงว่าอีเมลไหนเป็น Email จริง ๆ ของอาจารย์ เพราะจริง ๆ แล้ว เขาอาจจะไม่รู้ด้วยซ้ำว่าอาจารย์เป็นใคร ไม่มีการตรวจสอบเลย ว่าเมลนี้เป็นของจริงหรือเปล่านะคะ มันเลยส่งผลต่อว่า แล้วจะยืนยันว่าเป็นอาจารย์ได้อย่างไร เหมือนเวลาอีเมลหลัก ๆ เวลาใช้ทางการศึกษานี่ ถ้าเป็นนักศึกษาจริง ๆ นะคะ เขาก็จะนิยมให้ใช้เป็นอีเมลขององค์กรของเรา ก็คือ @snru นะคะ เพื่อเป็นการยืนยันตัวตน ว่าเราเป็นคนในองค์กรนี้จริง ๆ นะคะ เป็นคนในมหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนครจริง ๆ แล้วก็ทำให้คนที่รับข้อมูลของเรา สามารถรู้ได้ว่าเราเป็นคนในองค์กรจริง ๆ นะคะ ชื่ออาจจะซ้ำได้ แต่ตัวที่อยู่อีเมลนี่ มันก็จะซ้ำได้ยาก ปัญหาที่เกิดจากการมีอีเมลธรรมดานะคะ ถ้าสมมติว่าเราเอาไว้ใช้แค่โหลด Application สมัครเว็บทั่วไปนี่ ก็อาจจะไม่มีปัญหา แต่ถ้ามันไม่ใช่ E-mail องค์กร เขาก็จะถามแล้วว่าคุณเป็นใคร E-mail นี้นะคะ หรือบางคนก็ถ้ามีหลาย E-mail ก็จะมีปัญหา ว่าเวลารับและส่งข้อมูลนี่ เวลาไหนกันแน่นะคะ แล้วเราควรจะส่งไปที่ E-mail ไหนกันแน่ เพื่อให้เขาได้รับเอกสารหรือข้อมูลที่เราต้องการจะสื่อสารด้วยนะคะ หรืออาจจะเป็นเกี่ยวกับการใช้กุญแจ กุญแจคู่นะคะ ในประเทศไทยก็มีกฎหมายรองรับการใช้กุญแจดิจิทัลอยู่นะคะ ก็การที่จะใช้กุญแจคู่ได้ ก็เหมือนที่อาจารย์เคยสอนก็คือ คุณจะต้องมีกุญแจส่วนตัว แล้วก็กุญแจสาธารณะอีก 1 ดอก คนที่จะเปิดข้อความคุณได้ จะต้องมีกุญแจสาธารณะที่คุณเคยส่งให้เท่านั้นนะคะ เพราะฉันคุณก็จะปฏิเสธไม่ได้เหมือนกันว่าฉันไม่เคยส่งให้เขา ถ้าไม่เคยส่งให้เขาแล้วเขาจะเปิดได้อย่างไร ถ้าเขามีกุญแจคุณ อันนี้ก็จะเป็นเรื่องที่ทำให้เราไม่สามารถปฏิเสธความรับผิดชอบได้เช่นเดียวกันนะคะ โดยสรุปแล้วสาระสำคัญของขอบเขตกฎหมายของลายมือชื่อทางอิเล็กทรอนิกส์นี่ ก็คือประเภทเอกสารทุกอันจำเป็นจะต้องลงลายมือชื่อดิจิทัล มีการรับรองความถูกต้องมีการยกเลิกได้นะคะ แล้วก็หน่วยงานที่รับผิดชอบจะต้องสามารถยืนยันได้ การลงลายมือชื่อ ไม่ว่าจะเป็นนิติบุคคล หรืออาจจะเป็นหน่วยงาน เป็นองค์กร หรือเป็นคนธรรมดาทั่วไป ก็สามารถที่จะเกิดขึ้นได้ แล้วอาจจะต้องมีการแจ้งจดทะเบียนนะคะ เช่นว่าถ้าคุณเป็นองค์กร หรือเป็นนิติบุคคลนี่ ใครเป็นคนรับผิดชอบในส่วนนี้นะคะ ความรับผิดชอบจะถ้าสมมติเกิดขึ้นมาแล้ว หน่วยงานไหนเป็นหน่วยงานที่รองรับนะคะ แล้วระหว่างผู้ใช้งานกับหน่วยงานนี่ มีความสัมพันธ์กันอย่างไรนะคะ เขาก็จะต้องมาตรวจสอบได้ ไม่ใช่ว่า เอ๊ะ น่าสงสัยพฤติกรรมมีเจ้าหน้าที่มาเกี่ยวข้องด้วยหรือเปล่า เขาจะต้องสามารถสืบได้นะคะ ประเทศที่มีกฎหมายลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ ส่วนใหญ่ทั่วโลกก็ค่อนข้างรองรับกฎหมาฉบับนี้อยู่แล้วนะคะ รวมถึงประเทศไทยด้วย แล้วก็ประเทศที่พัฒนาแล้วหลาย ๆ ประเทศ อาจจะเป็นทั้งอเมริกา สหรัฐฯ สหราชอาณาจักร หรืออังกฤษ หรือญี่ปุ่นนี่ เขาก็รองรับการใช้ Digital Signature หรือว่าลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์อยู่แล้วนะคะ กฎหมายฉบับที่ 3 เกี่ยวข้องกับการโอนเงินทางอิเล็กทรอนิกส์นะคะ ก็เป็นการรับรองว่าการโอนเงินทางช่องทางอิเล็กทรอนิกส์นี่ สามารถทำได้แล้วก็สมบูรณ์นะคะ ก่อให้เกิดความเชื่อมั่นว่าถ้าเราทำธุรกรรมทางช่องทางนี้แล้วเราจะได้รับเงินจริง ๆ นะคะ ไม่ถูกโกงแน่นอน เราจะการันตีเขาอย่างนี้ได้อย่างไรนะคะ โดยอันนี้อาจารย์ก็เคยพูดแล้วเหมือนกันนะคะ พัฒนาทางการเงิน สมัยโบราณ เราไม่มีเงิน เวลาเราดูหนังสมัยก่อนอาจจะเป็นการแลกเปลี่ยนสินค้า เอาไก่มาแลกหมูนะคะ หรือเอาไข่ไก่ไปแลกกล้วย เขาจะเรียกว่าเป็นการแลกเปลี่ยนสินค้า พอมนุษย์มีวิวัฒนาการมากขึ้น เริ่มคิดเงินตราขึ้นมาเป็นเงิน เงินเหรียญอาจจะเป็นเหมือนสมัยโบราณ ประเทศไทยคือเป็นเงินพดด้วง เอาก้อนเงิน ก้อนทองมาแทน ให้มันมีมูลค่านะคะ มีเหรียญ มีธนบัตร พอพัฒนาการขั้นถัดมา เราเรียกว่าเป็นเงินพลาสติก เป็นบัตรเครดิตต่าง ๆ พอปัจจุบันนี้ถึงยุคเป็นเงินดิจิทัล หลัง ๆ มานี่ เราแทบไม่ไปกดเงินที่ตู้เลย เพราะเราสแกนจ่าย ใช้เงินออนไลน์ จ่ายเงินได้เร็วขึ้น ถ้าสมมติเราไปกดเงินที่ตู้นี่ 100 บาท ไม่ถึง 100 บาท เรากดไม่ได้ แต่ถ้าเงินในบัญชีเรามีไม่กี่สิบบาท เราก็ยังสามารถซื้อของได้ เพราะว่ามันเป็นเงินที่เป็นเงินดิจิทัล สามารถสแกนจ่ายได้นะคะ สาระสำคัญของกฎหมายการโอนเงิน ก็คือรูปแบบและการพิสูจน์เจตนาในการชำระเงินนะคะ ว่าการทำธุรกรรมนี้เกิดขึ้นเพื่ออะไรนะคะ ถ้าเจ้าหนี้หรือลูกหนี้ไม่สามารถชำระเงินได้ เราจะมีวิธีการแก้ปัญหาอย่างไรนะคะ แล้วก็ในการสั่งซื้อ จ่ายเงิน ยกเลิก ชำระเงิน มีระยะเวลาในการกำหนดอย่างไรบ้าง ความรับผิดชอบต่อการเสียหาย รับผิดชอบอย่างไร การโอนเงินโดยมิชอบ ก็คือการโอนเงินที่ไม่ถูกต้อง รับผิดชอบอย่างไร แล้วก็ถ้าทำธุรกรรมระหว่างประเทศ เราจะโอนเงินระหว่างประเทศทำอย่างไรนะคะ ประเทศที่มีกฎหมายในการโอนเงินทางอิเล็กทรอนิกส์นะคะ ก็จะเป็นประเทศที่เจริญแล้วนะคะ ที่เขารองรับอยู่แล้วล่ะนะคะ กฎหมายเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลนะคะ ซึ่งปัจจุบันนี้เราคุ้นเคยกันดีคำว่า "PDPA" นะ ก็จะต้องคุ้มครองข้อมูลของตัวเราเอง แล้วก็ของคนอื่นด้วยนะคะ ข้อมูลไหนที่เป็นข้อมูลที่อ่อนไหวง่าย เปิดเผยไม่ได้นะคะ หรืออาจจะเปิดเผยได้ในวงจำกัด หรือว่าอะไรก็ตามที่เราโพสต์ลงไปใน Social Media ถ้าเขาเอาข้อมูลนั้นไปทำในทางที่ไม่ดี มันจะถือว่าเป็นการละเมิดต่อเจ้าของข้อมูล เช่น วันนี้เราไปทำ... เราทำเอกสารมานะคะ เหมือนทำรูปภาพใด ๆ ก็ตาม เผยแพร่ เราโพสต์หรือเราเอาให้เพื่อนดู แต่ว่าข้อมูลรูปภาพนี้ มันดันถูกเผยแพร่โดยคนอื่นเอาไปหาประโยชน์ ก็ผิดกฎหมายนะคะ ทั้งนี้ก็ต้องดูด้วยว่าความเป็นส่วนตัวในกฎหมายที่ประเทศไทยกำหนดไว้นี่ มันกำหนดถึงขอบเขตอะไรนะคะ มันอ่อนไหวต่อความมั่นคงของประเทศไหมนะคะ เอาไม่ต้องถึงประเทศก็ได้ค่ะ เหมือนเวลาเราถ่ายคลิปวีดีโอ ถ้าสมมติว่าจะโพสต์ลงออนไลน์จริง ๆ เขายังต้องปิดหน้าเราไว้เลย ทำเบลอ ๆ ใช่ไหมคะ คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เช่น บางทีเราอาจจะไปร้านหมูกะทะกับเพื่อนแต่ไม่ได้คิดอะไรมากถ่ายติดโต๊ะข้าง ๆ แต่เขารู้สึกว่าเขากำลังกินข้าวอยู่ เขาเคี้ยวแล้วเขาดูไม่สวย แล้วคุณไปโพสต์อย่างนี้ เขาฟ้องได้นะ เพราะว่าละเมิดข้อมูลของเขา ก็คือละเมิดหน้าตาของเขาอะไรอย่างนี้นะคะ ก็ต้องระวังด้วย ถ่ายรูปติดใครมาเลยมีอะไรข้างหลัง ก็ระวังนิดหนึ่งนะคะ บางคนอาจจะคิดว่า โอ๊ย มันไม่เห็นน่าจะซีเรียสอะไรแต่บางคนเขาไม่ไม่โอเคกับการทำแบบนี้นะคะ ข้อมูลส่วนบุคคลมีอะไรบ้าง ที่อันแรกเป็นข้อมูลที่ไม่ค่อยอ่อนไหว รู้ไปก็รู้ก็ได้ค่ะ ไม่ได้น่าอับอายอะไรนะคะ เช่น ชื่อ นามสกุล บ้านอยู่ไหน นี่ก็… ก็ไม่ค่อยอ่อนไหวเท่าไร แต่ก็น่ากลัวอยู่ เพราะว่ามันก็จะมีพวกมิจฉาชีพที่ส่งของมา แล้วสมมติว่าถ้าเราอยู่กับผู้ใหญ่ แล้วเขาไม่รู้อย่างนี้ค่ะ เป็นเก็บเงินปลายทางใด ๆก็ว่าไป มันก็อาจจะมีความถูกโกงหรือถูกหลอกได้นะคะ อายุก็ยังไม่ถือว่าเป็นข้อมูลที่อ่อนไหวนะคะ แต่ว่าบางคนเขาอาจจะไม่ชอบก็มีนะคะ แต่ว่าโดยรวม ๆ แล้วนี่ ชื่อ นามสกุล ที่อยู่ อายุ เพศนี่ ก็ไม่ได้เป็นข้อมูลที่อ่อนไหวมาก กับข้อมูลที่ Sensitive มาก ๆ คือ ข้อมูลที่กระทบความรู้สึก หรือสภาพจิตใจ หรือสุขภาพ ห้ามจัดเก็บ หรือถ้าจัดเก็บคุณไม่สามารถเปิดเผยได้นะคะ เช่น บางคนเชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ ลักษณะทางพันธุกรรมนะคะ ศาสนา ถ้าบางคนเคยทำวิจัย เขาขอดูบัตรประชาชน อาจารย์เคยเห็นคือเขาจะเอาสติกเกอร์แปะไว้ที่ศาสนา แล้วค่อยถ่ายเอกสาร หรือค่อยเผยแพร่ข้อมูลต่อไป เพราะว่าข้อมูลศาสนาถือเป็นข้อมูลที่อ่อนไหว มันกระทบความเชื่อของใครก็ได้ หรือบางคนไม่มีศาสนา แต่ชอบในลัทธิ มันก็เรื่องของเขานะะ เราจะไม่หัวเราะเยาะ เราจะไม่แสดงความคิดเห็น การเมือง อันนี้ก็เป็นเรื่องส่วนบุคคล คุณมีสิทธิ์จะคิดได้นะคะ หรืออีกคนหนึ่งเขาก็มีสิทธิ์จะคิดได้ เราจะไม่ทะเลาะกันเรื่องนี้ แล้วก็ไม่เก็บเรื่องนี้มาเป็นประเด็นที่จะคุยกัน เพราะมันเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่อ่อนไหวมาก ๆ นะคะ คุยกันได้ค่ะ แต่ว่าอย่าถึงขั้นทะเลาะกัน รวมถึงประเด็นข้อมูลสุขภาพ ใครป่วย ทำไมเวลาไปโรงพยาบาลนี่ เขาห้ามถ่ายภาพ มันอาจจะเกี่ยวข้องกับการรักษาของคุณหมอด้วย แล้วก็สิทธิของผู้ป่วยที่อยู่ คนอื่นที่อยู่ในบริเวณนั้นด้วย เพราะฉะนั้น เวลานักศึกษาทำอะไรก็ตามตอนนี้ คุณไม่ชอบอะไร คุณก็อย่าทำแบบนี้กับคนอื่น ไม่ชอบถูกถ่ายรูปติด ไม่ชอบถูกเอาความลับไปเปิดเผย คนอื่นเขาก็ไม่ชอบเหมือนกันนะคะ อันนี้เป็นหลักง่าย ๆ เลย ถ้าสมมติว่า เอ๊ะ ข้อมูลอะไรที่ฉันไม่สามารถคุยกับคนอื่นได้นะ คุณไม่ชอบอะไร คุณก็อย่าพูดแบบนั้นนะคะ สิทธิของเจ้าของข้อมูล เขาก็สามารถประมวลผลข้อมูลส่วนตัวเขาได้นะคะ แล้วก็สิทธิ์ที่จะให้ข้อมูลนั้นกับคนอื่นหรือเปล่า เหมือนอยู่ดี ๆ อาจารย์ขอว่าเอ๊ะ คุณเกิดวันไหนน่ะ ขอวันเดือนปีเกิดหน่อย คุณไม่ให้ก็ได้ แต่ถ้าคุณยินยอมที่จะให้ หรือตอนนี้ค่ะ แค่ทำแบบประเมินความพึงพอใจ ทุกคนก็ต้องเซ็นยินยอมที่จะให้ข้อมูลด้วยซ้ำนะคะ รวมถึงสิทธิ์การเข้าถึงตรวจสอบ ร้องขอ แก้ไขข้อมูลส่วนบุคคล ไม่ใช่ว่าอยู่ดี ๆ เดินไปบอกว่า ขอเปลี่ยนเลขที่บ้านหน่อย บ้านใครไม่รู้ เดินไปบอกว่า เอ๊ย เลขบ้านเขาไม่สวยขอเปลี่ยนหน่อยอย่างนี้ไม่ได้นะคะ เป็นข้อมูลส่วนตัวของเขา หรือว่าบัตรประชาชน นี่เปลี่ยนศาสนาให้เพื่อนอย่างนี้ ไม่ได้นะคะ มันเป็นข้อมูลส่วนตัวของเขา ก็เขาก็ต้องเป็นคนดูแลข้อมูลส่วนตัวของเขาเองอะไรอย่างนี้ กฎหมายต่อมาจะเกี่ยวข้องกับอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์นะคะ ก็จะเป็นการกำหนดมาตรการทางอาญา ตอนนี้ถ้าใครทำผิดในระบบเครือข่าย การให้ข้อมูลในโลกออนไลน์ ก็มีผลทางกฎหมายแล้วนะคะ เราจะโพสต์ด่าใครบน Facebook หรือบน Social ไม่ได้ มี พรบ. คอมพิวเตอร์แล้วนะคะ หรืออ่านแล้วรู้ได้ว่าเป็นใคร ก็ไม่ได้ อะไรที่คุณโพสต์ลงไปใน Social หรือในโลกออนไลน์ มันไม่ถือเป็นข้อมูลส่วนตัว จะมาอ้างว่าพื้นที่ส่วนตัวของฉันนู่นนี่นั่นไม่ได้ ถ้ามันผิด ก็ผิดนะคะ แต่หลัก ๆ ของกฎหมายอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์นี่ หลัก ๆ ก็คือมีการขโมยเงินจากบัญชี จากแก๊งคอลเซ็นเตอร์ใด ๆ ก็ตามนะคะ อาจจะมีการขโมยข้อมูลความลับของบริษัท ในระบบคอมพิวเตอร์ การปล่อยไวรัส การใช้คอมพิวเตอร์ปลอมแปลงเอกสารต่าง ๆ หรือใช้คอมพิวเตอร์ในการก่อวินาศกรรมเหมือนหนังหลาย ๆ เรื่องนะคะ วางระเบิด ปล้นธนาคาร ปล้นเครื่องบินอย่างนี้ ไม่ได้ การขโมย Domain Name การขโมยลิงก์ เหมือนบางคน ดาราโดนแฮ็ก IG อันนี้ก็เป็นคดีอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์เหมือนกันนะคะ ตัดต่อภาพ โพสต์หมิ่นประมาท โพสต์ดูถูก โพสต์ใส่ร้ายป้ายสี ใช้คำไม่สุภาพ ผิดกฎหมายนะคะ ไม่ว่าใครก็ตาม คุณ ถ้าโดนใครตัดต่อภาพ โพสต์หมิ่นประมาท ดูถูกใส่ร้ายป้ายสี คุณก็ไม่ยอมเหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นคนธรรมดาหรือใครก็ตาม เพราะฉะนั้น อะไรที่มันผิดกฎหมายเรารู้อยู่แล้ว อะไรที่มันไม่ดีรู้อยู่ในใจอย่าทำนะคะ เพราะว่าตอนนี้ ทุกอย่างตรวจสอบได้ ใคร.. มันเคยมีคดีหนึ่งค่ะ ไม่พอใจ เป็นผู้ชายคนหนึ่งเลิกกับแฟน แล้วไม่พอใจแฟน เลิกกันไม่ดี เอาเบอร์โทรศัพท์ผู้หญิง เอารูปไปโพสต์ในเว็บไซต์หาคู่ จนเขาถูกโทรหาบ่อยมาก โดนทำให้เขารู้สึกว่าอยู่ด้วยความไม่สงบ แจ้งตำรวจได้นะคะ ตำรวจตาม IP Address ถึงบ้านเลยนะ เพราะฉะนั้น อย่าคิดว่าทำอะไรไม่มีกล้องวงจรปิด ไม่มีใครรู้หรอก IP Address เช็กได้นะคะ เพราะฉะนั้น ระวัง อะไรที่เรารู้อยู่แล้วว่ามันไม่ดี ก็หลีกเลี่ยงนะคะ ในประเทศไทยก็จะมีหลาย ๆ กรณีที่เกิดขึ้น เช่น แอบเปลี่ยนชื่อที่อยู่นะคะ อันนี้ก็... แก๊งคอลเซ็นเตอร์ก็ระบาดเหมือนกัน ทำทีเป็นว่าบัญชีธนาคารคุณมีปัญหานะ ให้แก้ไขข้อมูลนะคะ การแอบใช้ Internet Account ก็คือเหมือนไอ้เลข Login รหัสนักศึกษาคุณนี่แหละนะคะ เกิดสมมติว่าไม่ได้ Log out ออกจากเครื่อง แล้วมีคนมาใช้ต่อ ก็ถือว่า ถ้าสมมติว่าถ้ามีความผิด คุณก็จะโดนสืบสวนไปด้วยนะ แล้วก็อาจจะมีบางเว็บไซต์พนักงานถูกไล่ออกไม่พอใจ เปลี่ยนจากเว็บไซต์หน่วยงาน กลายเป็นเว็บโป๊ หรือส่งอีเมล ใช้อีเมลผู้บริหารส่งข้อมูลไปด่าคนอื่น อันนี้ก็มีกรณีที่เกิดขึ้นเหมือนกัน หรือว่าพนักงานแอบติดตั้งโปรแกรม สแกนหา Username Password ของผู้บริหารพนักงานในองค์กร แล้วก็เข้าไป Login ทำความเสียหายให้องค์กรก็มี หรืออาจจะใช้อีเมลขององค์กรไปทำให้ชื่อเสียงขององค์กรเสียหายก็มีนะคะ ในประเทศไทยปัจจุบันมีกรณีที่ผิดทางคอมพิวเตอร์นี่เยอะมากนะคะ แต่ปัญหามันก็อาจจะมีเกี่ยวกับด้านพยานหลักฐาน บางคนก็บอกว่าอุ้ย เผาเครื่องคอมพิวเตอร์ทิ้ง ไปตามหาไม่เจอแล้วอะไรอย่างนี้นะคะ ก็คล้าย ๆ ในหนังเลยนะคะ บางทีอาจจะไปยึด ตอนนี้ถ้าเป็น พรบ. คอมพิวเตอร์นี่ ถ้าสมมุติว่ามีคนทำผิด แล้วตำรวจรู้ว่าเป็นที่ไหน เขาไม่ต้องขอหมายศาลนะ หมายค้นก็ไม่ต้องมีก็ได้ ถ้าเขามั่นใจว่ามันผิดที่ไหน เขาสามารถยึดคอมพิวเตอร์เครื่องนั้นไปตรวจสอบได้โดยทันที โดยไม่ต้องรอหมายศาลนะคะ กฎหมายค่อนข้างรุนแรง บางคนก็จะมาบอกว่าอุ๊ยโดนรังแกไม่ได้นะ เพราะว่าถือว่าคุณรู้อยู่แก่ใจว่าคุณทำผิดหรือคุณทำถูกกันแน่นะคะ อันนี้ก็ตัดไป อันนี้ก็อธิบายไปแล้ว กับอีกอันหนึ่ง ที่เป็นประเด็น ก็คืออายุของผู้กระทำความผิด ส่วนมากบางทีเวลาอะไรนะ โพสต์ด่าคนนั้นคนนี้ เขาจะบอกว่า โอ๊ย เด็กเพิ่งเกิด ยังเป็นเด็กอยู่เลย ทำไมมาโพสต์ด่านู่นนี่นั่นโน่นนะคะ ส่วนมาก หรือบางทีเป็นเด็กที่เก่งมาก ๆ นี่ เขาอาจจะมา คึกคะนอง เจาะระบบ ก็จะเป็นกรณีที่ว่าเป็นเด็กและเยาวชนนี่ ความผิดที่เกิดขึ้น เขาอาจจะอ้างได้ว่าเขารู้เท่าไม่ถึงการณ์หรือความคึกคะนองนะคะ ถามว่ากรณีพวกนี้มีไหม มี ในบ้านเราก็มีเยอะแยะ เวลาเด็ก บางทีไปเช็กดูดี ๆ เป็นเด็ก ป. 4 มาโพสต์ด่าอย่างนี้นะคะ ก็มี เพราะฉะนั้น ประเด็นเรื่องอายุของคนที่กระทำความผิด พรบ. คอมพิวเตอร์นี่ก็มีนะคะ เป็นอีกกฎหมายฉบับที่สำคัญนะคะ เป็นพระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์นะคะ ตั้งแต่ปี 2544 มีไว้เพื่อรับรองสถานะทางกฎหมายของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้ในการทำธุรกรรมหรือสัญญานะคะ ให้มีผลเช่นเดียวกันทำสัญญากฎหมายพาณิชย์ คือให้สัญญาทางอิเล็กทรอนิกส์เหมือนกับสัญญากระดาษทุกประกาศนั่นเองนะคะ เนื้อหาสาระสำคัญ อันแรก ห้ามปฏิเสธความผูกพัน ถ้าคุณมีชื่ออยู่ในนั้น หรือเป็น Account ใด ๆ ก็ตามที่มันเกี่ยวข้องกับคุณ คุณปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้นะคะ ถ้าใครลงลายมือชื่อในหนังสือ หรือในเอกสารดิจิทัลจะถือว่าข้อมูลหรือข้อความนั้นเป็นของคุณ ปฏิเสธไม่ได้นะคะ แล้วก็การเก็บรักษาข้อมูล จะต้องถูกต้องเชื่อถือได้ ไม่มีการแก้ไข แล้วก็สามารถเรียกดูข้อมูลภายหลังได้ถูกต้อง ไม่มีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ นะคะ เว้นแต่ว่าคุณจะมีการรับรอง หรือมีการบันทึกเพิ่มเติม แต่ข้อมูลเดิมคุณจะลบไม่ได้ แก้ไขไม่ได้ จะต้องเป็นฉบับใหม่ในการเพิ่มเติม หรือแก้ไขเท่านั้นนะคะ ฉบับเดิมที่มีผลไปแล้วไม่นับนะคะ ถือว่าข้อมูลนั้นสมบูรณ์ไปแล้ว แล้วก็การรับข้อมูลให้ถือว่ามีผลตั้งแต่เวลาที่ข้อมูลนั้น ๆ เข้าสู่ระบบนะคะ คุณส่งข้อมูลมาตอน 2 ทุ่ม ก็ให้มีผลตั้งแต่ 2 ทุ่ม ที่คุณส่ง ณ ตอนนั้น วินาทีนั้นนะคะ กับบทบาทของภาครัฐในการให้บริการประชาชนนะคะ เราจะเรียกว่าเป็น e-Government ก็คือระบบรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ ก็คือได้หลายอย่าง ประชาชนสามารถเข้าใช้บริการได้ หรือการออกประกาศกฎกระทรวงใด ๆ ก็ตาม ตอนนี้จะต้องเผยแพร่บนระบบคอมพิวเตอร์ให้ประชาชนรับทราบด้วยนะคะ กับหน้าที่ของเจ้าของใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์ ถ้าใครไปยืนยันตัวตนกับเจ้าหน้าที่น่ะนะคะ ก็ต้องระมัดระวัง อาจจะมีการขโมยหรือการแอบอ้างการใช้ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ โดยที่ไม่อนุญาตถ้ามันหลุดออกไป ก็คุณก็ต้องรับผิดชอบ ทรัพย์สินตัวเองด้วยนะคะ ว่าแค่ลายมือชื่อดิจิทัลที่คุณเก็บไว้นี่ บางทีเขาอาจจะมาแอบก๊อบออกไปจากคอมพิวเตอร์คุณได้อย่างไรนะคะ หรือมันถูกเผยแพร่ได้อย่างไร เราก็ต้องระมัดระวังเรื่องพวกนี้ด้วยนะคะ แล้วก็ พรบ. คอมพิวเตอร์ เริ่มใช้เมื่อปี 2550 นะคะ ว่าด้วยการกระทำผิดทางคอมพิวเตอร์ ที่มาก็คือ อย่างที่อาจารย์พูดตอนแรกนะคะ อาชญากรรมคอมพิวเตอร์ คือ คอมพิวเตอร์มีบทบาทในชีวิตของมนุษย์มากขึ้นทุกวัน ๆ ไม่มีวันไหนที่เราไม่ได้เจอคอมพิวเตอร์ ไม่ว่าจะเรียนทางคอมฯ หรือไม่เรียนทั้งคอมฯ ก็ตาม โทรศัพท์ที่ใช้ ก็ถือว่าเป็นคอมพิวเตอร์ชนิดหนึ่งเหมือนกันนะคะ อาจจะมีการเผยแพร่ข้อมูลที่เป็นเท็จ สื่อลามกอนาจาร พรบ. คอมพิวเตอร์ เลยมีมาตรการขึ้นมาเพื่อควบคุมสื่อนั้น ๆ นะคะ แล้วก็ พรบ. คอมพิวเตอร์นี่ ถือว่าเป็นการสื่อสารทางหนึ่งทางกฎหมายที่ต้องรับรองได้เหมือนกับว่าเราพูด เราเขียน เวลาด่าใครก็มีความผิด การด่าในคอมพิวเตอร์ การด่าโดยใช้คอมพิวเตอร์ก็มีความผิดเช่นกัน คุณไปยืนด่าเขาต่อหน้า คุณด่าเขาในโลกออนไลน์ มีความผิดเหมือนกันนะคะ โดยที่ประกาศสำคัญ ก็คือ ในกรณีที่เป็นเว็บบอร์ดนะคะ ผู้ให้บริการจะต้องเก็บ IP Address ของ User นั้น ๆ ตั้งแต่เข้าใช้งานจน Log out ออกนะคะ ในกรณีเป็นเว็บไซต์ทางการค้า ก็จะต้องมีการเก็บหมายเลขบัตรเครดิตด้วย เพื่อยืนยันตัวตนเมื่อก่อนนะคะ ตั้งแต่ปี 2550 เดี๋ยวนี้ เวลาคุณทำธุรกรรมใด ๆ ตอนนี้เขาใช้บัตรประชาชนเป็นการยืนยันตัวตน และสแกนหน้าด้วยนะ โดยผู้ให้บริการที่บอกว่าจะต้องเก็บ IP Address มีใครบ้างนะคะ คนแรกเป็นผู้ให้บริการกิจกรรมโทรคมนาคม ไม่ว่าจะเป็นโทรศัพท์ดาวเทียม มีสาย ไร้สายทุกอย่าง ตอนที่นี้คุณเล่นอยู่นี่ ก็เขาติดตามคุณได้ รวมถึงผู้ให้บริการที่ให้บริการระบบเครือข่าย ไม่ว่าจะเป็นอินเทอร์เน็ตใด ๆ ก็ตาม นอกองค์กร ภายนอกองค์กร เน็ตที่บ้าน เขาก็ต้องเก็บข้อมูลคุณเหมือนกันนะคะ รวมถึงผู้ให้บริการในการเช่าระบบคอมพิวเตอร์ เขาก็ต้องเก็บข้อมูลคุณเช่นเดียวกันนะคะ หรือการที่เป็นผู้ให้บริการข้อมูลคอมพิวเตอร์ผ่านแอปพลิเคชันต่าง ๆ เป็น Content เป็นเว็บบอร์ด Web Service ใด ๆ เขาก็จะมีการเก็บข้อมูลคุณ ง่าย ๆ เลยค่ะ เหมือนเวลาทำไมคุณเล่น Facebook กับใช้ Google ไปพร้อมกัน Search หา สมมติว่า ร้านล้างรถ เจอข้อมูลแล้ว แล้วพอกลับไปเล่น Facebook ก็จะมีแต่โฆษณาร้านล้างรถ ครีมทำความสะอาดรถเต็มเลย เขาแอบดูคุณอยู่ ในโทรศัพท์บางทีนี่ มันมีฟังก์ชันนะคะ ว่าให้มันเปิดไมโครโฟนได้ บางครั้งก็เคยสงสัยว่า เอ๊ะ ทำไม Google มันรู้หรือ Facebook มันรู้ว่าเราอยากทำอะไร เพราะว่าไอ้ Application บางอย่างนี่ มันสั่งให้เปิดไมโครโฟน แล้วฟังสิ่งที่เราพูดได้นะคะ ลองสังเกตดูนะคะ ลองสังเกตดู ว่าเราทำกิจกรรมอะไรบ่อย ๆ โฆษณามันก็จะขึ้นมาตามเหมือนกัน โดยผู้ให้บริการจะต้องเก็บข้อมูลอะไรบ้าง อันแรกเป็นการจราจรต่าง ๆ ของคอมพิวเตอร์ เช่น คุณเล่นที่ไหนส่งข้อมูลไปที่ไหนบ้าง ระยะเวลาในการเล่น วันที่เวลาไหน ข้อมูลที่ส่งไปมีปริมาณเท่าไร เขาจะต้องเก็บข้อมูลเหล่านี้ไม่น้อยกว่า 90 วัน หรือ 3 เดือน เพราะฉะนั้น ถ้าคุณทำอะไรใด ๆ ก็ตาม แต่ถ้ามันมีความผิดเกิดขึ้น ข้อมูลยังอยู่ค่ะ แม้ว่าคุณจะลบในเครื่องคุณ แต่ว่าในเซิร์ฟเวอร์ของผู้ให้บริการยังอยู่ ข้อมูลของผู้ใช้บริการมีอะไรบ้าง Username Password เลขบัตรประจำตัวประชาชน Username Pin Code ต่าง ๆ เขาก็เก็บเหมือนกันค่ะ 3 เดือนเหมือนกัน 90 วัน คุณจะบอกว่าคุณลบแล้วทิ้งแล้ว มันยังอยู่นะคะ โดยที่โทษสูงสุดก็จะมีตั้งแต่จำคุกจนปรับเงิน โทษสูงสุดก็ 5 ปีปรับเงินก็ครั้งละ 100,000 บาท ถ้ามันมีความผิดหลายความผิด ก็ตามโทษของแต่ละความผิดนั้น ๆ ไปนะคะ แต่ถ้ามันกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ คุณอาจจะถึงขั้นจำคุก 3 ปีถึง 15 ปี หรือถ้ามันก่อให้เกิดอันตรายถึงร่างกายหรือชีวิต ก็อาจจะถูกโทษจำคุกตลอดชีวิตมี 10 ปี 20 ปี ประหารชีวิตมีนะคะ หน่วยงานที่ดูแลรับผิดชอบการกระทำผิดทางคอมพิวเตอร์นะคะ ก็คืออันแรกเลยเป็นกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมนะคะ แล้วก็สำนักงานตำรวจแห่งชาติ DSI นะคะ NECTEC ก็ดูแลด้านระบบการรับส่งข้อมูลด้วยนะคะ และอีกหัวข้อหนึ่งที่สำคัญของกฎหมายพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์อีกอย่างหนึ่งก็จะเกี่ยวข้องกับลิขสิทธิ์กับสิทธิบัตรนะคะ โดยลิขสิทธิ์นี่ก็มันเป็นสิทธิ์ของผู้สร้างสรรค์แต่เพียงคนเดียวที่จะกระทำได้นะคะ เช่นคุณจะทำซ้ำ ดัดแปลงอะไรก็ตาม เหมือนเวลาทำไมขายแผ่นซีดี ขายหนังออนไลน์ ถ้าใครทำเว็บดูหนังเถื่อน เป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ เพราะถือว่าหนังที่เขาทำมานี่เป็นทรัพย์สินทางปัญญา กว่าจะทำให้ได้หนังภาพยนตร์เรื่องหนึ่งนี่ มันใช้ความอุตสาหะจำนวนเงินมาก ๆ ทำไมเราถึงมี Netflix ทำไมถึงมี Disney+ ทำไมมี HBO ทำไมมี viu แอปพลิเคชันในการดูหนังต่าง ๆ ที่ต้องเสียสตางค์ เพราะเขาไปซื้อลิขสิทธิ์มา เพื่อมาเผยแพร่ให้คุณนะคะ อะไรบ้างที่มีลิขสิทธิ์ หนังสือ การเต้นรำ การรำ การทำท่าทางต่าง ๆ การแสดงท่าทางโดยวิธีการใบ้ งานจิตรกรรม ประติมากรรมต่าง ๆ ดนตรี เนื้อร้อง ทำนอง โน้ตเพลง วิดีโอเทป แผ่นเลเซอร์ดิสก์ CD ต่าง ๆ นะคะ ภาพยนตร์เสียง การเผยแพร่ทางโทรทัศน์ ทำไมเวลาเราดูทีวี ทีวี ในจอทีวีปกตินะคะ กับดูทีวีออนไลน์ ถ้าใครสังเกตจะดูว่าข่าวกีฬา ถ้าอยู่ในทีวีดูได้ ถ้าอยู่ในออนไลน์จะดูไม่ได้ เพราะเขาซื้อลิขสิทธิ์มาแค่เผยแพร่ผ่านโทรทัศน์ ไม่ได้เผยแพร่ผ่านทางช่องทางออนไลน์ บางอย่างเราก็จะดูไม่ได้นะคะ ต้องดูในทีวีเท่านั้น ดูออนไลน์ไม่ได้อย่างนี้ค่ะ เพราะทุกอย่างจะเป็นลิขสิทธิ์หมด แล้วอะไรล่ะที่มันไม่เรียกว่าเป็นลิขสิทธิ์ ข่าว ข้อเท็จจริงต่าง ๆ ที่เป็นข่าวพูดมาแต่ละวันนี่ อันนี้ ใครไปพูดก็ได้ รัฐธรรมนูญกฎหมาย ไม่มีลิขสิทธิ์ค่ะ ประชาชนสามารถอ่านแล้วก็เผยแพร่ได้ คำสั่งต่าง ๆ ของหน่วยงานรัฐ คำสั่งศาลพิพากษาต่าง ๆ หนังสือราชการ งานแปลของหน่วยงานรัฐ หรือท้องถิ่นที่จัดทำขึ้น อันนี้ไม่ถือว่าเป็นลิขสิทธิ์นะคะ ทำอย่างไรถึงจะมีลิขสิทธิ์ก็จะเกิดขึ้นทันทีตั้งแต่ที่เราได้สร้างสรรค์ผลงานโดยที่ไม่ซ้ำใคร คุ้มครองทันทีนะคะ ก็ถ้าเป็นงานที่ทำมาแล้วไม่ซ้ำใครนี่ คุณจะถือว่าเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์นั้น ๆ เหลือแค่เป็นงานเอกสารที่คุณต้องไปทำนะคะ แล้วก็คนที่จะเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในประเทศไทย จะต้องเป็นคนไทยนะคะ มีผลได้ส่วนเสียกับกฎหมายไทยเท่านั้นนะ สิทธิ์ของเจ้าของลิขสิทธิ์ทำอะไรได้บ้าง คุณจะแจกจ่าย ทำซ้ำ ดัดแปลง จำหน่าย ให้เช่า คัดลอกทำอะไรก็ได้ ตามที่คุณจะอนุญาต หรือคุณจะทำเองก็ได้ อาจจะมีค่าตอบแทน หรือไม่มีค่าตอบแทนก็ได้นะคะ อันนี้คือการเป็นเจ้าของ อายุในการคุ้มครองลิขสิทธิ์ จะประมาณ 50 ปีนะคะ หลังจากที่เขาเสียชีวิตไปแล้ว แต่ถ้ายังไม่ตาย ลิขสิทธิ์จะมีอยู่ได้ตลอดจนกว่าเขาจะตายนั่นเองนะคะ ถ้าเป็นกรณีที่เป็นองค์กรหน่วยงานใด ๆ ก็ตาม ลิขสิทธิ์อยู่ได้ 50 ปี ถ้าเป็นภาพถ่าย ส่วนมากจะเป็น 50 ปีค่ะ ยกเว้นว่าการเป็นการประยุกต์จะอยู่ได้แค่ 25 ปีนะคะ ภายหลังจากลิขสิทธิ์หมดอายุแล้ว ก็เป็นสาธารณะ ใครจะใช้งานผลงานนั้น ๆ ก็ได้ ไม่ถือว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์นะคะ กับอีกอันหนึ่ง บางคนจะสับสนระหว่างลิขสิทธิ์กับสิทธิบัตรนะคะ สิทธิบัตรนี่ จะเป็นหนังสือรับรองของรัฐ เพื่อคุ้มครองการประดิษฐ์คิดค้น หรือออกแบบผลิตภัณฑ์ที่กฎหมายกำหนดนะคะ ถ้าใครมีสิทธิบัตรก็จะเป็นเจ้าของสิทธิบัตร มีสิทธิ์คนเดียวในการแสวงหาประโยชน์จากการประดิษฐ์สิ่งนั้น ๆ ได้ ขายได้ผลิตได้นะคะ แต่ก็จะจำกัดแค่ช่วงเวลาหนึ่งเท่านั้น เช่น สิทธิบัตรการประดิษฐ์ ก็จะเป็นการคิด ความคิดสร้างสรรค์ลักษณะขององค์ประกอบผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ นะคะ อาจจะเป็นการออกแบบผลิตภัณฑ์ รูปร่างลักษณะภายนอกของผลิตภัณฑ์นั้น ๆ นะคะ ก็อันนี้ก็เป็นสิทธิบัตร ตัวอย่างสิทธิบัตรจะเป็นเอกสารกระดาษแบบนี้นะคะ ถ้าเป็นสิทธิบัตรการประดิษฐ์จะอยู่ได้ 20 ปี ตั้งแต่วันที่ขอ หรือถ้าเป็นสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์จะอยู่ได้แค่ 10 ปีนะคะ จะมี 2 แบบ ความแตกต่าง ลิขสิทธิ์เกิดขึ้นทันที ไม่ต้องขอเอกสาร ไม่ต้องจดทะเบียน ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมใด ๆ นะคะ ลิขสิทธิ์สามารถให้โอนสิทธิให้กันได้ เป็นมรดกได้นะคะ แต่สิทธิบัตรนี่จะมี 2 อย่าง คือ สิทธิบัตรการประดิษฐ์กับการออกแบบนะคะ ต้องเป็นผลงานที่คิดขึ้นมาใหม่ ไม่เคยเผยแพร่ที่ไหนมาก่อนนะคะ ก็จะต้องมีการจดทะเบียน มีเสียค่าธรรมเนียมนะคะ งานในห้องวันนี้ ให้นักศึกษาทำ 2 ข้อนะคะ แต่ก่อนจะอธิบายงาน 2 ข้อนี้ อธิบายเลยแล้วกัน ให้หาตัวอย่างข่าวอาชญากรรมทางอินเทอร์เน็ต หรืออันตรายที่เกิดจากอินเทอร์เน็ตมา 2 ตัวอย่าง ว่ามันผิด พรบ. คอมฯ หรือพรบ. ธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ไหมนะคะ บอกแหล่งที่มาของข้อมูลด้วยนะคะ แล้วก็ให้หาตัวอย่างผลงานที่เป็นสิ่งประดิษฐ์ หรือผลงานออกแบบนะคะ อาจจะเป็นทั้งสิ่งประดิษฐ์ที่เป็นสิทธิบัตรลิขสิทธิ์มาอย่างละ 1 นะคะ ข้อมูลพวกนี้หาได้ว่าใครเป็นคน… ผลงานเป็นของใคร ใครเป็นเจ้าของนะคะ แล้วก็บอกเว็บไซต์ที่มาด้วย กับงาน Project 3 อาทิตย์ที่เราจะไม่ได้เจอกัน 20 คะแนน ความสามารถของเว็บไซต์หรือระบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ที่นักศึกษาต้องพัฒนา งานกลุ่ม กลุ่มเดิมที่เคยแบ่งให้ ทำเสร็จหรือยังรายงาน เสร็จแล้ว เอากลุ่มเดิมนะคะ ให้นักศึกษาใช้อะไรน่ะ Wordpress หรืออะไรนะ Wix เหรอ เว็บไซต์ที่สามารถสร้างเว็บไซต์ขายของได้น่ะนะคะ โดยความสามารถของงานที่นักศึกษาต้องพัฒนา ก็จะมีการสามารถปรับแต่งรายการสินค้าได้ เพิ่ม ลบ แก้ไข แก้ไขข้อมูลต่าง ๆ มีตะกร้าสินค้าแน่นอนนะคะ มีการค้นหาสินค้าได้ มีหน้ายืนยันสินค้า การสั่งซื้อสินค้าได้นะคะ ช่องทางการชำระเงิน อันนี้อาจารย์อนุโลมให้ เอาเป็นแค่หน้าจำลองก็ได้ว่าให้โอนเงินแจ้งสลิปอย่างนี้ เวลาเราซื้อของเขาก็จะบอกว่าสลิปเป็นการโอนเงิน แล้วก็มีช่องให้เพิ่มสลิปโอนเงิน แล้วก็ยืนยันว่าเราโอนกี่โมงอะไรอย่างนี้ เคยใช้ไหม นั่นแหละเอาแบบนั้นก็ได้นะ เพราะว่าเขาบอกว่าเราโอนเงินกี่โมง ให้แนบสลิปมายืนยันด้วยว่าโอนเงินแล้วอย่างนี้ค่ะ เอาแบบนี้ก็ได้ ในส่วนของผู้ขาย เอาง่าย ๆ มันจะมีหน้าของคนซื้อกับหน้าของ Admin Admin จะต้องไปสามารถปรับเปลี่ยนข้อมูลในระบบได้นะคะ สามารถกดอนุมัติคำสั่งซื้อได้ ใครจัดการส่งสินค้า ตรวจสอบสินค้า มีช่องให้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับสินค้าไหม ถ้าเป็นเว็บไซต์สำเร็จรูป ส่วนใหญ่จะทำได้ รอดูแค่ว่าพวกคุณจะออกแบบเป็นอย่างไร ก็ให้ไปคุยกันเองในกลุ่มว่าจะขายสินค้าอะไรนะ อันนี้ปล่อย Free Style เลย แล้วหลังจากงานรับปริญญา ส่ง อี กอันหนึ่งที่ต้องทำ คือ ให้ทำเป็นคลิปวิดีโอบันทึกหน้าจอค่ะ ว่าระบบที่คุณทำนี่มันทำอะไรได้บ้าง เป็นวิดีโอได้ด้วย ได้ไหม ได้สิ บันทึกหน้าจอ มันมีโปรแกรมในเครื่องอยู่ เราก็เปิดเว็บของเรา หรือระบบของเรา แล้วก็บันทึกหน้าจอ ไปด้วยว่ากดอันนี้เกิดอะไรขึ้น เกิดอะไรขึ้นนะ ส่งอาจารย์เป็นคลิปวิดีโอด้วย แล้วก็ทำเล่มคู่มือด้วย แคปแต่ละส่วน แต่ละส่วน ของเว็บไซต์เราว่ามันทำได้ตามหัวข้อที่กำหนดไหม ตรงไหนคือส่วนที่ทำได้ตามหัวข้อเหล่านี้ แคปมา แคป ๆ ๆ ให้ดู อันนี้เป็นส่วนของ Project นะ ส่วนวันนี้ในห้อง ทำ 2 ข้อส่งใน Classroom เหมือนเดิม แล้วก็ไอ้ตัว Project เดี๋ยวอาจารย์จะอัปเพิ่มให้ ว่ากำหนดส่งวันไหน แล้วต้องส่งอะไรบ้างนะ อันนี้แค่อธิบายคร่าว ๆ ว่าในระบบที่เราจะทำมันต้องมีอะไรบ้าง เริ่มทำงานในห้องได้ค่ะ ส่งเป็นไฟล์ด้วย ก็… เดี๋ยวล่ามพักก่อนก็ได้ค่ะ เดี๋ยวทำงานในห้องค่ะ เดี๋ยวเปิด Classroom ให้ ล่ามก็ยังอยู่ซื่อ ๆ ละปุ้ย Line บอกเขาก็ได้ว่าพักก่อน เขาก็ยังอยู่หน้ากล้องอยู่ สร้างให้แล้ว ได้วันไหน วันพฤหัสได้ไหม [สิ้นสุดการถอดความ]