(เจ้าหน้าที่) ทดสอบ ทดสอบ ทดสอบ 1 2 3 1 2 3 ล่ามได้ยินไหมครับ (ล่าม) ล่ามได้ยินค่ะ อาจารย์ได้ยินล่ามไหมคะ (เจ้าหน้าที่) ฮัลโหล ล่ามได้ยินไหมครับ ได้ยิน โอเค เดี๋ยวรอแป๊บหนึ่งนะครับ กำลังโหลดเอกสาร คุณล่ามครับ พร้อมแล้วครับ (อาจารย์) ค่ะ สวัสดีนักเรียนทุกคนนะคะ วันนี้เราจะมาเรียนหน่วยการเรียนรู้ที่ 7 การพูดในโอกาสต่าง ๆ นะคะ การพูดในโอกาสต่าง ๆ เป็นการพูดที่ยึดสถานการณ์การพูดเป็นหลัก มีความสำคัญมาก เพราะเป็นการพูดที่ผู้พูดจะต้องพูดให้บรรลุผลตามสถานการณ์นั้น มีวัตถุประสงค์ที่จะก่อให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ ความรู้สึกที่ดีตามสถานการณ์ในการพูด โดยคำนึงถึงมารยาทอันดีงาม เหมาะสมแก่กาลเทศะ พูดได้ถูกต้อง ไม่เก้อเขิน เข้ากับบรรยากาศ และสร้างความประทับใจ ดังต่อไปนี้ค่ะ 1. การทักทาย แนวทางการทักทาย ควรปฏิบัติดังนี้ 1.1 ยิ้มแย้มแจ่มใส 1.2 กล่าวคำปฏิสันถารหรือทักทาย 1.3 แสดงกิริยาอาการประกอบคำปฏิสันถาร 1.4 การเลือกใช้ถ้อยคำค่ะ 2. การแนะนำตนเองและผู้อื่น 2.1 การแนะนำตนเอง การแนะนำตนเอง คือ การพูดเพื่อให้ตนเองได้เป็นที่รู้จักของบุคคลอื่น หรืออาจเป็นการพูดเฉพาะตัว หรือหมู่คณะในโอกาสต่าง ๆ ทั้งแบบเป็นทางการและไม่เป็นทางการ เช่น การพบปะในที่สาธารณะ ในงานเลี้ยง การเจรจากิจธุระ การไปขอสัมภาษณ์บุคคล แนะนำตนเองในกลุ่มย่อยเป็นต้นค่ะ คนไทยมักไม่คุ้นเคยกับการแนะนำตนเองแบบชาวตะวันตก แต่มักแสดงออกด้วยการยิ้มทักทาย แล้วจึงเริ่มการสนทนา หลักการแนะนำตนเองมีดังนี้ 1. ขึ้นต้นให้ประทับใจ 2. อธิบายข้อมูลที่เกี่ยวกับตนเองให้ชัดเจนในประเด็นต่าง ๆ ตามความเหมาะสมกับโอกาสที่พูด ไม่จำเป็นต้องใช้ทุกข้อ 3. การลงท้ายให้ประทับใจค่ะ 2.2 การแนะนำผู้อื่น การกล่าวแนะนำผู้อื่น เป็นการแนะนำในหลายโอกาส เช่น การแนะนำคู่สนทนา การกล่าวแนะนำผู้ดำเนินการอภิปราย แนะนำวิทยากรในการสัมมนา ซึ่งมีแนวทางการแนะนำแตกต่างกันไป 1. การแนะนำคู่สนทนา การแนะนำตัวในการสนทนา ถ้าไม่รู้จักกันมาก่อน อาจมีคนกลางแนะนำ หรือแนะนำตัวเองก็ได้ โดยมีหลักดังนี้ 1. การแนะนำคู่สนทนา การแนะนำตัวในการสนทนา ถ้าไม่รู้จักกันมาก่อน อาจจะมีคนกลางแนะนำ หรือแนะนำตัวเองก็ได้ ข้อ 1.1 แนะนำผู้อ่อนอาวุโสรู้จัก กับผู้อาวุโสมากกว่า เช่น “คุณเกริกชัยครับ นี่ท่านผู้อำนวยการของผม ท่านผู้อำนวยการครับ นี่คุณเกริกชัยเพื่อนผม เป็นหัวหน้าฝ่ายซ่อมบำรุงอยู่ที่บริษัท” 2. แนะนำผู้ชายให้รู้จักผู้หญิงหากนั่งอยู่ ผู้หญิงไม่ต้องลุกขึ้นยืน แต่ชายควรจะยืนขึ้น หากมีผู้แนะนำให้รู้จักกับหญิง ยกตัวอย่างเช่น “คุณต้นน้ำครับ นี่คุณปลายฝน ทำงานอยู่ที่เดียวกับผม คุณปลายฝนครับ คุณต้นน้ำเพื่อนเก่าของผมครับ” 3. แนะนำผู้มีวัยวุฒิ คุณวุฒิ และตำแหน่งหน้าที่การงานน้อยกว่า ให้รู้จักผู้มีตำแหน่งสูงกว่า ไม่ว่าหญิงหรือชาย ยกตัวอย่างเช่น “ท่านอธิการบดีครับ ผมขอแนะนำคุณขรรค์ชัย ชำนาญกิจ เลขาของผมครับ คุณขรรค์ชัย ที่ท่านอธิการบดีกรมธุรกิจพลังงาน” 4. ถ้าเป็นการแนะนำคู่สนทนาที่อยู่ในระดับเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นอายุ เพศ หรือตำแหน่งหน้าที่การงาน จะแนะนำใครก่อนหลังก็ได้ ไม่ถือว่าเป็นการผิดมารยาทแต่อย่างใด 5. เมื่อแนะนำให้รู้จักกัน ถ้าเป็นคนไทย ผู้อาวุโสน้อยกว่า ควรแสดงความเคารพด้วยการไหว้ ส่วนผู้อาวุโสมากกว่า จะต้องรับไหว้หรือคร่อมศีรษะ เพื่อรับการแสดงความเคารพ แต่ถ้าผู้อาวุโสเสมอกัน อาจยกมือไหว้พร้อมกัน จับมือ หรือก้มศีรษะให้แก่กันพอเป็นพิธี 2. การกล่าวแนะนำผู้พูดหรือวิทยากร 1. วิเคราะห์ทั้งผู้ฟัง โอกาสในการพูด ผู้ที่เชิญให้พูด และลักษณะของเรื่องที่จะพูดค่ะ 2. เลือกใช้คำแนะนำให้เหมาะสม คือ เหมาะกับลักษณะและอารมณ์ของผู้ฟัง เหมาะกับโอกาส บุคลิกภาพ ชื่อเสียงของผู้พูด และสอดคล้องกับเนื้อเรื่องที่จะพูด 3. ควรแนะนำสั้น ๆ แต่ให้มีเนื้อหาครบถ้วน โดยใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 20 วินาที และไม่ควรเกิน 2 นาที 4. ถ้าผู้พูดเป็นบุคคลที่ผู้ฟังรู้จักดีแล้ว ควรแนะนำสั้น ๆ เช่น ท่านเป็นคนไทยคนแรกที่พิชิตยอดเขาเอเวอเรสต์ 5. ไม่ควรให้ผู้พูดรู้สึกขวยเขิน เพราะคำยกยอจนเกินควร เพียงให้อยู่ในขนาดที่เรียกร้องให้เกิดความสนใจที่จะฟังค่ะ 6. แนะนำตามลำดับขั้นของอารมณ์ โดยเรียกร้องให้เกิดความสนใจในตัวผู้พูด ตามหัวข้อเรื่องที่จะพูด 7. ประกาศชื่อผู้พูด โดยเน้นเสียงให้หนักแน่น แจ่มใส และชัดเจน ควรแนะนำโดยการพูดปากเปล่า ตัวอย่าง การแนะนำผู้พูด ผู้มีเกียรติทั้งหลาย ผู้บรรยายช่วงเวลาต่อไปนี้ ท่านจบการศึกษาจากภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้า จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในระดับปริญญาตรีและปริญญาโท ก่อนไปศึกษาต่อระดับปริญญาเอก ทางด้านสนามแม่เหล็กไฟฟ้าและด้านเสาอากาศ ที่มหาวิทยาลัยโอไฮโอ สหรัฐอเมริกา เมื่อจบการศึกษาได้เป็นอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยเทกซัส เอแอนด์เอ็ม ประมาณ 1 ปี เป็นต้นค่ะ 3. การกล่าวขอบคุณผู้พูด เมื่อการพูดสิ้นสุดลง ผู้กล่าวแนะนำ มักเป็นผู้กล่าวขอบคุณผู้พูดด้วย ตามปกติแล้ว ผู้กล่าวคำขอบคุณ จะกล่าวถึงใจความสำคัญ ของเรื่องที่พูดจบไปอย่างสั้น ๆ พร้อมทั้งเน้นให้เห็นว่า ผู้ฟังจะได้รับประโยชน์จากการฟังครั้งนี้ ยกตัวอย่างเช่น ในกรณีของการพูดที่มีวิทยากร มีวิธีการกล่าวขอบคุณดังนี้ 1. เริ่มด้วยการกล่าวขอบคุณ 2. สรุปเนื้อหาที่วิทยากรพูดไว้อย่างสั้น ๆ พร้อมทั้งกล่าวเชื้อเชิญวิทยากรไว้สำหรับการพูดครั้งต่อไป 3. จบลงด้วยการกล่าวขอบคุณอีกครั้งหนึ่ง ตัวอย่างการแนะนำผู้พูด ผู้มีเกียรติทุกคน ทุกคนคงเห็นพ้องกับดิฉันว่าตลอดเวลา 3 ชั่วโมง ที่นั่งฟังการบรรยายของ ดร.ปราชญ์ วงศ์อัจฉริยะ อยู่นั้น เป็นช่วงเวลาแห่งความประทับใจจริง ๆ นอกจากเราจะได้รับความรู้ทางด้านเทคโนโลยีล้ำสมัย ในการพัฒนาสิ่งประดิษฐ์ต่าง ๆ ที่ไม่เพียงทำให้การใช้ชีวิตเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้น แต่ยังส่งผลให้โลกเปลี่ยนแปลงได้อย่างไม่น่าเชื่อ ผลงานสิ่งประดิษฐ์ที่ท่านนำเสนอยังคงสร้างแรงบันดาลใจให้แก่ผู้ฟังอย่างยิ่ง นอกจากนี้ เราได้รับความเพลิดเพลินกับลีลาการพูดของท่าน ที่สอดแทรกอารมณ์ขัน ยกตัวอย่างประกอบได้อย่างน่าสนใจ และจดจำง่าย จึงนับว่าเป็นโชคดีอย่างยิ่งของพวกเรา ที่มีโอกาสได้เปิดโลกอนาคตกับท่านในครั้งนี้ เป็นต้นค่ะ 3. การตอบรับและปฏิเสธ การตอบรับ หมายถึง การยอมรับ การยินยอม การเห็นชอบ การตกลง การเห็นด้วย ให้คำตอบที่ไม่ปฏิเสธ เช่น ตอบรับ รับเชิญ ยอมสารภาพ ตกลงความ ส่วนการปฏิเสธนั้น หมายถึง ไม่รับ ไม่ยอมรับ เช่น การปฏิเสธการเชิญ ไม่ยอมรับข้อเท็จจริง เช่น ปฏิเสธข้อกล่าวหา เป็นต้นค่ะ 3.1 การกล่าวตอบรับ การกล่าวตอบรับในสถานการณ์ทั่วไป เช่น การสนทนา การพูดติดต่อกิจธุระ อาจใช้ประโยชน์เหล่านี้ ดังตัวอย่าง เมื่อได้รับเชิญไปร่วมงานหรือชวนไปเที่ยว ตัวอย่างที่ 1 เป็นความคิดที่ดี กำลังอยากไปหาที่เงียบ ๆ พักผ่อนอยู่ทีเดียว ตัวอย่างที่ 2 ดีเหมือนกัน เบื่อแสงสีเต็มทีละ ไปสูดอากาศนอกเมืองอยู่กับธรรมชาติดีกว่า เป็นต้นค่ะ การกล่าวตอบ เมื่อได้รับรางวัล ผู้ที่ได้รับทุน หรือรางวัลเกียรติคุณ มักจะกล่าวตอบรับเพื่อแสดงความพอใจและขอบคุณผู้ให้ ควรพูดสั้น ๆ ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ โดยอาศัยแนวทางดังต่อไปนี้ แสดงความขอบคุณ และความพอใจที่ได้รับของขวัญหรือรางวัลดังกล่าว 2. ควรพูดอย่างถ่อมตนและยกย่องผู้ร่วมงาน 3. จบด้วยการพูดขอบคุณอีกครั้งหนึ่ง ย้ำถึงความดีใจ ความภาคภูมิใจ ที่ได้รับของขวัญหรือรางวัลนั้น ตัวอย่างการกล่าวตอบเมื่อได้รับรางวัล “รางวัลบุคลากรดีเด่น เป็นรางวัลแรกในชีวิตที่ได้รับ ถือว่าเป็นโบนัสที่นอกเหนือจากความคาดหมาย การทำงานไม่สามารถทำคนเดียวได้ เปรียบเสมือนกับเชฟ แม้จะทำกับข้าวอร่อยเพียงใด ถ้าไม่มีคนเตรียมวัตถุดิบให้ ไม่มีบริการที่ให้คำแนะนำที่ดี บรรยากาศในร้านที่ตกแต่งดี ๆ คนกินก็จะไม่ได้รับรู้ถึงความอร่อย จึงถือว่าความสำเร็จแห่งการรับรางวัลในครั้งนี้ เป็นความสำเร็จของบริบทแวดล้อม รวมทั้งเพื่อนร่วมงานและพ่อแม่ ขอขอบคุณผู้อำนวยการ เพื่อนร่วมงาน และหัวหน้างาน ที่มีการบริหารจัดการที่มีคุณภาพ จนทำให้มีผลงานที่ดีในวันนี้ ขอบคุณค่ะ” 3.2 การตอบปฏิเสธ การตอบปฏิเสธต้องเลือกใช้ถ้อยคำให้เหมาะสม ยกตัวอย่างดังต่อไปนี้ 1. แนวทางการตอบปฏิเสธมีหลายลักษณะ เช่น การตอบปฏิเสธอย่างตรงไปตรงมา แสดงท่าทีเสียดายอย่างจริงใจ แสดงความเข้าใจก่อนปฏิเสธ ตอบแบบเลี่ยง ไม่ปฏิเสธตรง ๆ บอกเหตุผลที่ทำให้ต้องปฏิเสธ กล่าวขอบคุณที่ให้เกียรติเชิญไปร่วมงาน ปฏิเสธพร้อมต่อรอง และปฏิเสธแล้วถามกลับค่ะ 2. การปฏิเสธเพื่อน ในการคบหาสมาคมกับเพื่อน แม้จะสนิทสนมกันเพียงใด แต่บางสถานการณ์หากพิจารณาแล้วว่าการตอบรับตามที่เพื่อนต้องการอาจสร้างปัญหาได้ การปฏิเสธก็เป็นเรื่องจำเป็น ดังสถานการณ์ที่ยกตัวอย่างดังต่อไปนี้ค่ะ สถานการณ์ เพื่อนต่างเพศ ชวนเข้าไปในห้องพักส่วนตัว คำพูดปฏิเสธ เราไม่อยากเข้าไป มันดูไม่ดีนะ ขอตัวนะ หวังว่าเธอคงจะเข้าใจ การหาทางออกเมื่อถูกเซ้าซี้ คำพูดปฏิเสธ ขอตัวนะ ไว้วันหลังค่อยว่ากัน สถานการณ์ชวนไปทำกิจกรรมที่บ้าน คำพูดปฏิเสธ ไปกินข้าวบ้านเราดีกว่า แม่เราชอบให้ชวนเพื่อนไปกินข้าว สถานการณ์ เพื่อนชายชวนไปดื่มสุรา คำปฏิเสธ เราไม่ชอบ กลัวจะเมา ไม่ดื่มนะ นายคงไม่ว่า เป็นต้นค่ะ สถานการณ์ เพื่อนต่างเพศชวนไปค้างคืนต่างจังหวัด คำพูดปฏิเสธ เราไม่ชอบไปค้างที่อื่น เพราะพ่อแม่เราไม่อนุญาต สถานการณ์ เพื่อนชวนเที่ยวผับหรือไปมั่วสุมตามแหล่งต่าง ๆ เราไม่ชอบไปที่อย่างนั้น ไปแล้วอึดอัด ไม่ไปนะ 4. การแสดงความยินดีและเสียใจ การกล่าวแสดงความยินดีและเสียใจแก่บุคคลที่มีความสัมพันธ์ในรูปแบบต่าง ๆ ของการดำเนินชีวิตในสังคม อาจจำแนกได้ดังนี้ 4.1 การแสดงความยินดี การแสดงความยินดีในโอกาสต่าง ๆ การกล่าวต้อนรับ และการกล่าวอวยพร 4.2 การแสดงความเสียใจ การพูดแสดงความเสียใจเมื่อเกิดการสูญเสีย การพูดปลอบใจเพื่อน การกล่าวแสดงความอาลัย เมื่อมีผู้ย้ายไปรับตำแหน่งใหม่ค่ะ ค่ะ ตอนนี้ก็ได้จบเนื้อหาที่เราจะเรียนแล้วนะคะ ต่อไป อาจารย์จะให้นักเรียนทำแบบฝึกหัดบทที่ 7 นะคะ เดี๋ยวท้ายคาบ จบชั่วโมงแล้วจะกลับมาเจอกันค่ะ ครูล่ามคะ ตอนนี้หมดเวลาเรียนแล้วนะคะ ขอบคุณอาจารย์ล่ามที่มาให้ความรู้กับเด็ก ๆ หูด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ [สิ้นสุดการถอดความ]