(อาจารย์อำไพพรรณ) ฮัลโหลค่ะ ทดสอบ ได้ยินไหมคะ น่ะ เห็นไหมข้อความไม่ขึ้น สวัสดีค่ะ ได้ยินเสียงไหมคะ ล่ามได้ยินเสียงไหมคะ ได้ยินเสียงไหมคะ (ล่าม) ล่ามไม่ได้ยินเสียงค่ะ (อาจารย์อำไพพรรณ) อ๋อ ได้ยินแล้ว โอเค ได้ยินแล้วใช่ไหมคะ ยังไม่ได้ยินนะคะ (ล่าม) ยังไม่ได้ยินเสียงค่ะ (อาจารย์อำไพพรรณ) ค่ะ ของเขาว่าเราไม่ได้นั่นแหละ สวัสดีค่ะ ได้ยินเสียงหรือยังคะ โอเค (ล่าม) ได้ยินเสียงชัดเจนค่ะ (อาจารย์อำไพพรรณ) ได้ยินแล้วนะคะ ลักษณะอย่างไร มีเงาตกกระทบอย่างไร เงาสะท้อนต่าง ๆ อย่างไรนะ อันนี้ก็คือจะเป็นส่วนช่วยของแสงและเงาต่าง ๆ ที่เราจะต้องเรียนรู้ องค์ประกอบของแสงและเงาลูก ซึ่งองค์ประกอบต่าง ๆ ของมันนี่ อย่างแรกเลยก็คือจะต้องเป็นแสงสว่างจัด ก็คือแสงที่มันโดนกระทบโดยตรงใช่ไหมลูก ก็คือเวลาถ้าเกิดแสงมันอยู่ทางไหน วัตถุนั้นนี่ โดนแสงนั้นโดยตรง อันนี้เราจะเรียกว่าแสงสว่างจัด อันที่ 2 แสงสว่างนี่ มันก็จะเป็นส่วนของวัตถุที่มันไม่ได้โดยตรงแบบอันแรก มันก็ยังมีแสงที่มันกระทบหน่อย อันที่ 3 เงา เงาก็คืออันนี้นี่ แทบจะไม่โดนแสงเลย มันก็เลยทำให้เกิดเงาขึ้นมา อันที่ 4 เงามืด อันนี้ เราจะไม่ได้เห็นแสงใด ๆ ทั้งสิ้นเลย ตรงนั้นนี่มันก็จะดำมืดสนิทนะลูก อันที่ 5 จะเป็นเกี่ยวกับแสงสะท้อนต่าง ๆ ก็คือบริเวณที่แสงมันมา แต่ว่ามันไม่ได้โดนแสงโดยตรง อันที่ 6 เงาตกทอด ก็คือบริเวณของเงาของวัตถุนั้น ๆ นี่ เป็นไปตามพื้นหรือว่าวัตถุต่าง ๆ ที่มันรองรับอยู่ อันนี้ตัวอย่างลูก เห็นหรือเปล่า อันแรกแสงที่สว่างที่สุดเราเห็นจากภาพใช่ไหมคะ จากภาพนี่ แสงสว่างที่สุด ก็คือแสงที่มันกระทบโดยตรงใช่ไหม และอันที่ 2 นี่มันก็จะมี เริ่มมีเงาลงมาหน่อย อันที่ 3 เริ่มมืดขึ้น อันที่ 4 เงาตกทอด ก็คือเป็นอย่างไร มันกระทบวัตถุใช่ไหม แล้วมันก็ตกทอดมาข้างล่าง แล้วสุดท้ายก็จะมีแสงสะท้อนให้เราเห็น อันแรก ก็คือจะเป็นลูกบอลกลม ๆ แล้วเรามาดูที่เราวาดเป็นเหมือนรูปปั้นต่าง ๆ นี่ ลักษณะมันก็จะเหมือนกันเลย เราก็จะใช้ 5 แสงด้วยกัน ก็คือแสงสว่างที่สุด ก็คือที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดกับแสง อันที่ 2 ก็คือจะเป็นแสงสว่างเห็นรอบแก้ม ๆ ไหมลูก ตรงแก้ม มันก็จะมีเงาจาง ๆ อันที่ 3 คือแทบไม่โดนแสงใช่ไหม แต่ว่ามันก็ยังโดนแสงอยู่ มันก็เลยจะมีเงามืดเข้มขึ้นมาอีกหน่อย และเราก็จะเห็นเงาตกทอดอยู่ตรงคาง เห็นไหมลูก มันก็คือเป็นเงาที่สะท้อนวัตถุลงมา แล้วก็เงาสะท้อน มันก็จะให้เห็นอยู่ตรงนี้นะ อันนี้ก็คือลักษณะของการใช้แสง ใช้การแรเงาต่าง ๆ เพื่อทำให้ภาพเป็นอย่างไรลูก ดูมีมิติไหม มันดูน่าสนใจมากขึ้นใช่ไหมลูก อันนี้ก็คือเป็นลักษณะของแสงต่าง ๆ การกำหนดลูก การกำหนด การลงน้ำหนักแสงเงาต่าง ๆ อย่างแรกเลย เราจะต้องมีการกำหนดขอบเขตทั้งหมดก่อน ว่าแสงและเงาของเรานี่ จะให้มันอยู่ตรงไหน เพราะฉะนั้น การที่เรากำหนดขอบเขตก่อนอย่างแรกเลย เราจะต้องเป็นอย่างไร ร่างเส้นหนักเลยไหม หนักเลยไหม เข้ม ๆ เลยไหม ไม่ ใช่ไหมลูก เพราะว่ามันเป็นการร่างเฉย ๆ การร่างของเรา เราจะต้องร่างให้เส้นมันเบามากที่สุดใช่ไหม เราก็ร่างเบา ๆ ก่อน หลังจากนั้นนี่ เราก็ทำการลงน้ำหนักเบา ๆ ในบริเวณที่เรากำหนดขอบในข้อแรกไว้แล้ว แล้วเราก็จะต้องทำการเว้นส่วนที่เราจะทำเป็นเกี่ยวกับแสงไว้ใช่ไหม ก็คือตรงนั้นนี่ เราก็จะไม่ต้องแรงเงา อันที่ 3 เพิ่มเติมส่วนของน้ำหนักกลางทั้งหมด ก็คือเราเพิ่มความเข้มก่อน เมื่อกี้เราร่างเบา ๆ ตอนนี้ ให้เราร่างให้มันเข้มขึ้น อันที่ 4 ให้เราเพิ่มน้ำหนักมันเข้มไปอีก แล้วก็ใส่น้ำหนักในส่วนของเงาวัตถุนี่ ให้มันมากขึ้นไปอีก อันที่ 5 เราต้องเริ่มเน้นในส่วนที่มันเข้มจัดแล้ว และเราก็จะต้องเน้นที่ไหน ที่มันอยู่หลังแสงใช่ไหม เพราะว่ามันไม่เจอแสง เพราะฉะนั้นนี่ ตรงนั้นนี่ มันก็จะมืดขึ้นดำขึ้น เราจำได้ใช่ไหมที่เราเรียนกันไปที่แรเงา 7 ระดับ ก็คือเข้มสุดไปถึงเบาสุด เพราะฉะนั้น ตรงด้านหลังนี่ มันก็จะออกแนวเข้ม ๆ เลยถูกไหม อันที่ 6 ลูก จะเป็นการเปรียบเทียบในส่วนของแสงสว่างลูก มันก็จะมีแบบสว่างจ้าเลยสว่างจัด ๆ เลยถูกไหม เพราะว่ามันโดนแสงโดยตรง แล้วก็เป็นแสงสว่างที่มันดรอปลงมาหน่อย ลักษณะการแรเงานี่ เราแรเงาเหมือนกันไม่ได้ถูกไหม เพราะว่าลักษณะของแสงนี่ มันจะไม่เหมือนกัน มันจะมีความแตกต่างกัน เพราะฉะนั้น การลงสีต่าง ๆ การแรเงาต่าง ๆ เรื่องแสงนี่ เราก็จะต้องระมัดระวังด้วย เพราะว่าเวลาเราลงนี่ มันจะต้องแตกต่างกัน ต่อไปลูก การลงเงาตกกระทบ อันนี้เราจะต้องสังเกตจากทิศทางแล้ว ว่าแสงนี่ มันมาจากทางไหน เข้ามาอย่างไร แล้วเงาพวกนี้นี่ มันอยู่หน้าหรืออยู่ข้างหลัง มันต้องเกิดข้างหลังแสงเสมอถูกไหมลูก และเงาใกล้วัตถุนี่ มันก็จะมีน้ำหนักเข้ม ส่วนเงาที่มันไกลออกไปเลย พวกนี้นี่ มันจะมีลักษณะที่จางลง แล้วก็อันสุดท้าย พอเราลงน้ำหนักแสงและเงาอะไรพวกนี้ของเราเสร็จเรียบร้อยหมดแล้วนี่ เราก็จะต้องทำอะไร เก็บรายละเอียดทั้งหมดทุกส่วนใช่ไหม แล้วเราก็จะต้องเน้นส่วนที่เราจะต้องเน้น หรือว่าเราจะเพิ่มเติมในส่วนที่น้ำหนักนี่ เรายังให้ค่าน้ำหนักมันไม่พอ เราก็สามารถเก็บรายละเอียด ณ ส่วนนี้ได้นะ อันนี้จำได้ไหม การจัดองค์ประกอบภาพของเรา ในการที่เราวัดดูว่าขนาดของภาพเราจะต้องประมาณกี่เปอร์เซ็นต์ ถ้าอิงจากภาพจริงที่มันใหญ่ใช่ไหม เราต้องลดมาประมาณ70-80 เปอร์เซ็นต์ใช่ไหม ให้ภาพมันพอดีกระดาษ แล้วเรานี่จะต้องดูแล้วว่าจัดภาพเป็นอย่างไร เราสามารถชิดมุมมากเกินไปได้หรือเปล่า ใหญ่เกินไปมันก็เป็นอย่างไร ล้น ล้นเกินถูกไหมลูก หรือถ้ามันเล็กเกินไปเป็นอย่างไร เหมาะสมไหม มันก็ไม่เหมาะสม ถ้าสูงเกินไป ภาพมันก็ไม่ได้ เพราะฉะนั้น สุดท้าย ภาพสุดท้าย มันจะเหมาะสมที่สุดใช่ไหม ไม่ใหญ่ไป ไม่เล็กไป เพราะฉะนั้นนี่ เราจะต้องดูอะไร ความสมดุลของภาพใช่ไหม ซ้าย ขวา บน ล่าง ให้มันมีความสมดุลมากที่สุด เพราะฉะนั้น ภาพนี่ การจัดองค์ประกอบนี่ มันถือว่าเป็นส่วนสำคัญ ก็อย่างที่เราเคยสอนกันไปนะลูก ว่าเราจะต้องดูก่อนว่าขนาดจริงประมาณเท่าไหน แล้วเราสร้างแกนกลางเป็นตัวบวกของเราเรียบร้อยก่อนถูกหรือเปล่า แล้วหลังจากนั้นนี่ เราก็สามารถค่อย ๆ ร่างภาพ โดยวัดอิงจากขนาดจริง หรือการทำท่าอย่างไรลูก ดินสอ เราใช้วัดอย่างไรที่เราทำ เราจะต้องเล็งอย่างนี้ใช่ไหม ถูกต้อง หลังจากนั้นเราก็จะใช้วาดได้ปกติ ไปกันต่อที่ขนาดและสัดส่วนต่าง ๆ อันนี้นี่ มันจะหมายถึงเกี่ยวกับการกำหนดใช่ไหมว่ามันจะเล็ก จะใหญ่ จะสั้น มันก็จะต้องดูความเหมาะสม แล้วก็สัดส่วนของมันนี่ วัตถุมองเห็นจริงมันเป็นอย่างไร และเราสังเกตเลยว่ารูปทรงลักษณะที่มันมีความใกล้เคียงกันนี่ มันใหญ่กว่า หรือเล็กกว่า หรือว่าลักษณะนี่ มันเท่ากันมากน้อยแค่ไหนนะ เพราะฉะนั้นนี่ เราก็จะต้องดูแต่ส่วนต่าง ๆ มันจะต้องมีความสัมพันธ์กัน หรือว่าเกี่ยวเนื่องกัน เกี่ยวโยงกันเป็นอย่างดีเลยลูก เพราะฉะนั้นนี่ การวาดภาพอะไรพวกนี้นี่ ต้นแบบน่ะ อย่างที่บอก มันอาจจะใหญ่กว่ากระดาษมาก เหมือนสมมติเราเห็นพวกปฏิมากรรมใช่ไหม หรือว่าพวกรูปปั้นต่าง ๆ เราสามารถเอามาลงในกระดาษได้ไหม ได้ แต่ถ้าเราเท่าขนาดจริงเป็นอย่างไรลูก เราจะใช้กระดาษเยอะเกินไปถูกหรือเปล่า เพราะฉะนั้น เราก็จะต้องมาอิงสัดส่วนว่าเราจะย่อขนาดนี่ ให้มันเล็กลงอย่างไร แล้วมันเหมาะสมไหม แล้วสัดส่วนนี่ ถ้าเกิดเทียบจากขนาดจริงนี่ มันสมส่วนมากน้อยแค่ไหน อันนี้เราก็จะต้องดูจากการมองเห็นของเรานี่เป็นหลัก บางครั้งการมองนี่ สายตาของเราใช่ไหม เราก็อาจจะมองแตกต่างกัน อย่างอาทิตย์ที่แล้วที่ครูให้เราลองทำลองวาด เราเห็นใช่ไหมลูก การที่เราอยู่คนละมุม เราเห็นขนาดรูปแบบของหุ่นนิ่งนี่ คนละรูปแบบกัน เพราะฉะนั้นนี่ เราก็อาจจะเห็นวัตถุเหมือนกัน แต่จุดการมองเห็นของเรานี่ มันไม่เหมือนกัน และมันก็เลยทำให้ลักษณะของเรานี่เห็นใกล้-ไกลที่แตกต่างกัน เพราะว่าอย่างพวกเรานั่งเราไม่ได้นั่งแถวเดียวกันใช่ไหม และการนั่งของเรานั่งเป็นวงกลมถูกไหมลูก และระยะห่างจากตัวเราแล้วก็ของภาพนี่ มันก็จะไม่เท่ากัน เพราะฉะนั้น ขนาดและสัดส่วนนี่ จากรูปที่มันเป็น วัตถุที่มันเป็นขนาดเท่ากัน แต่พวกเราสามารถวาดให้มันแตกต่างกันได้ อันนี้ก็คือจะเป็นขนาดและสัดส่วนนะลูก แสงและเงาจากที่เราเรียนไปแล้วมันมี 5 แสงหลัก ๆ ใช่ไหม จำให้ดีนะลูก เพราะว่าออกสอบในสิ่งที่เราเรียนนั่นแหละ แสงและเงานี่มันก็จะเป็นสิ่งที่ทำให้ภาพของเราเป็นอย่างไร กลมกลืน มีความตื้น ลึก หนา บาง อะไรพวกนี้นี่ มันทำให้แสดงออกมาให้ลักษณะนี่ มันเหมือนจริงมากที่สุด ลักษณะนี่มันก็จะเป็น 3 มิติ หรือ 3D ใช่ไหม เพราะฉะนั้นนี่ ถ้าเราทำอะไรที่เป็น 3 มิติต่าง ๆ เราจะมีเรื่องแสงและเงาพวกนี้นี่ปรากฏด้วย และกฎเกณฑ์ของแสงและเงาลูก ถ้าเกิดแสงที่มันเกิดจากธรรมชาติ หรือว่าถูกจัดด้วยการที่เราเพิ่มแสงสว่างต่าง ๆ นี่ ส่วนด้านที่ไม่ถูกเงามืดอะไรพวกนี้นี่ มันก็จะมีความเข้ม ความมืดมากยิ่งขึ้นนะ และระยะ ระยะการใช้แสงและเงาต่าง ๆ นี่ ภาพที่เราใช้ส่วนใหญ่เราจะใช้เป็นอย่างไร อ่อน กลาง แก่ใช่ไหม เพื่อความที่มันสมจริง แล้วเราก็จะต้องเน้นระยะ 7 ระยะ ของแสงและเงาที่เราใช้ให้ได้มากที่สุด โอเคนะ ไปกันต่อที่พื้นผิว พื้นผิวก็คือลักษณะความแตกต่างของวัตถุที่เรามองไม่เห็นด้วย วัตถุที่เรามองเห็นด้วยสายตาต่าง ๆ นะ เกิดจากตามที่เราอย่างไร สัมผัสก็ได้ใช่ไหม สัมผัสแล้วก็รู้แล้วว่า โต๊ะมีลักษณะเป็นไงลูก เรียบใช่ไหม ถ้าสมมติว่าอย่างผนังเป็นอย่างไร ขรุขระ ส่วนกระดาษ ถ้าเป็นกระดาษ A4 เป็นอย่างไร ลักษณะเรียบ และ 100 ปอนด์ที่เราใช้เป็นอย่างไร มันก็จะด้านขรุขระใช่ไหม ลักษณะพวกนี้นี่ มันก็จะเป็นส่วนสำคัญอย่างมากเลยที่เราจะใช้ในการวาดเส้นต่าง ๆ เพราะว่าการวาดเส้นนี่เราจะเน้นพื้นผิว มันก็จะช่วยให้ผลงานของเรานี่มันน่าสนใจ และมันมีเสน่ห์มากยิ่งขึ้นใช่ไหม พอมันมีเสน่ห์นี่ ผลงานของเรามันจะเป็นอย่างไรลูก มันจะสมบูรณ์ แล้วมันจะสามารถทำงานให้มันออกมันเนี้ยบ แล้วมันน่าสนใจได้นะ พื้นผิว คิดว่ามันมีกี่ลักษณะ ลองเดาสิว่ามีกี่ลักษณะ เด็กหูด้วย ลองเดาดู ว่ามีกี่ลักษณะ คิดว่าเท่าไร เท่าไร 1 2 3 เท่าไร ประมาณเท่าไร 3 เหรอ ถ้าพื้นผิวต่าง ๆ ถ้ามันมีจริง ๆ เราจะอิง 2 ลักษณะใหญ่ ๆ ลูก ลักษณะแรกก็คือพื้นผิวตามรูปทรง ตามวัตถุที่เราเห็นพวกนี้ โดยทั่วไปที่เราเห็นต่าง ๆ มันก็จะเป็นการที่เรามองเห็นด้วยสายตา ว่าอย่างที่เราคุยกันไปแล้วคืออะไร ผิวหยาบ ขรุขระ ผิวเรียบ ผิวมัน อะไรพวกนี้ ก็คือสิ่งที่เรามองเห็นทั้งหมด อันนี้คือสิ่งแรกนะ พื้นผิวสิ่งแรก อันที่ 2 เป็นอย่างไร พื้นผิวที่มันมาจากจินตนาการของเรา หรือว่าความรู้สึกของเรา พวกนี้นี่ มันก็จะเป็นสิ่งที่เราคิดกันมาเอง อย่างวิชาที่พวกเราเรียนจะเป็นของครูเมย์ถูกไหม จุดเริ่มต้นของเส้นมันคืออะไร จุดใช่ไหม พวกนี้นี่ มันก็คือเป็นพื้นผิวตามจินตนาการ มันก็คือจะเป็นพวกการจุด การแต้ม การป้ายต่าง ๆ อะไรพวกนี้นี่ มันจะเป็นการเพิ่มความรู้สึกว่า ให้มันรู้สึกว่ามันจะสูง ต่ำ ลึก หรือว่ามันตื้น พวกนี้นี่ มันจะเกิดจากจินตนาการของผู้วาด หรือเขาจะทำการมุ่งเน้นเกี่ยวกับความเคลื่อนไหวในการไม่หยุดนิ่งต่าง ๆ มันก็จะแสดงความรู้สึกเฉพาะส่วนของรูปทรง ก็คือเราอาจจะเลือกที่มันเป็นบางวัตถุ หรือว่าทั้งภาพเราก็สามารถทำได้ อันนี้ก็คือจะเป็นอย่างที่ 2 พื้นผิวทางจินตนาการ อันนี้จำได้แล้วนะ สรุปพื้นผิวมีกี่ลักษณะ ถูกต้อง จำนะ 2 ลักษณะนะลูก ถูกต้อง ไปกันต่อลูก ที่ระนาบ มันก็จะเป็นพื้นผิวที่แบนราบ ซึ่งมีลักษณะเป็น 2 มิติ ก็ถือว่าเป็นโครงสร้างหนึ่งที่มันทำหน้าที่ของรูปทรงต่าง ๆ อะไรพวกนี้นี่ ให้มันมีลักษณะคล้ายกับรูปร่างของที่ว่างต่าง ๆ ระนาบแล้วก็รูปร่างต่าง ๆ นี่ มันจะมีทิศทางและขนาดเช่นเดียวกับรูปแบบของที่ต่าง ๆ ที่เราทำมานะ เพราะฉะนั้นนี่ เราสามารถเอาระนาบอะไรพวกนี้นี่ ไปสร้างรูปทรงทั้ง 2 มิติแล้วก็ 3 มิติอะไรพวกนี้ได้ แล้วก็ตามที่เราสร้างระนาบ 2 มิติอะไรพวกนี้นี่ เราสามารถสร้างจากรูปทรงภายนอกไว้ได้ อย่างที่เราวาด เราเคยวาดอะไรทรงกระบอกใช่ไหม แล้ววาดอะไรอีก ทรงกลม ถูกไหมลูก ทรงเหลี่ยม หรือว่าทรงแบนต่าง ๆ ที่เราเรียนกันไปพวกนี้นี่ มันก็จะเป็นรูปทรงต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในงานจิตรกรรม งานจิตรกรรมคืออะไร ก็คือการวาดที่เราวาดภาพต่าง ๆ ถูกไหม พวกนี้นี่เราสามารถเอาไปใช้เป็นงานที่วาดจาก 2D ก็คือเป็นอย่างไร เป็นพื้นเรียบ ๆ ราบ ๆ ไม่มีอะไรเลย จนสุดท้ายเราสามารถทำให้มันเป็น 3D ได้ถูกต้อง มันก็คือเป็นการอะไร การลวงสายตาของเราใช่ไหม การที่เราวาดภาพ 2 มิติให้มันกลายเป็น 3 มิติ ได้โดยการที่เราใช้หลักทัศนียวิทยานะ ไปกันต่อที่จุดเด่นของภาพ ยังไหวอยู่นะ ทันนะ จุดเด่นของภาพนี่ มันก็คือการที่เน้นส่วนที่ต้องการที่เราจะให้ความสำคัญ กับภาพอะไรพวกนี้ โดยที่เราจะใช้ส่วนประกอบอื่น ๆ และเราก็จะมีการลดความสำคัญ จุดเด่น จุดรอง เราจะต้องไล่ระดับความสำคัญลงมา มันก็จะทำให้ภาพนี่ มีความสัมพันธ์กัน และมันเป็นภาพที่ทำให้มีความน่าสนใจ อย่างแรกเลย จุดเน้น จุดเด่นที่เราสามารถทำได้ ก็คือเราเก็บรายละเอียด ให้มันมากกว่าจุดรอง ก็คือจุดเด่นมันก็ต้องเห็นแล้วเป็นอย่างไร กระแทกตาเลย ถูกไหมลูก เห็นแล้วแบบเราจะต้องชอบ เราจะต้องโดนตรงนี้เลย แล้วก็เราก็จะว่าจุดอื่น ๆ ต่อมา อันที่ 2 เราจะมีการเน้นน้ำหนักแสงและเงาต่าง ๆ เราก็จะมีการเน้นอะไร เน้นพวกเส้น รูปร่าง รูปทรงต่าง ๆ ให้จุดเด่นนั้นน่ะ มันมีความสะดุดตาขึ้นมา ทำให้น่าสนใจใช่ไหม อันต่อไปลูก มีการจัดหุ่นหรือเลือกมุม ให้จุดเด่นนี่มันมีขนาดเป็นอย่างไร ต้องใหญ่กว่าจุดอื่นใช่ไหม เพราะว่าเราเน้นจุดนั้นนี่ เป็นจุดใหญ่ที่สุด แล้วก็ไปที่ข้อที่ 4 เราจะต้องลดความเข้มของฉากหลังให้อ่อนลง เพราะอะไร คิดว่าทำไมเราถึงต้องลดความเข้มของฉากหลังลง ถูกต้อง ใช่ รู้ไหมเด็กหู เพราะอะไร เพราะว่าเราต้องการเน้นจุดเด่นอยู่ใช่ไหมลูก ถ้าพื้นหลังข้างหลังมันเข้มอย่างที่อิฐบอก ถ้ามันเข้มเกินไปนี่ จุดเด่นเราก็จะไม่เด่นแล้ว เพราะเราจะไปโฟกัสที่พื้นหลังมากกว่านะ เพราะฉะนั้นนี่ เราก็จะต้องดูให้ดีว่าจุดเข้ม จุดอ่อน จุดเด่นนี่ มันควรเป็นอย่างไร เราก็จะต้องผลักดันจุดเด่นจุดนั้นนี่ให้มันออกมาเด่นมากยิ่งขึ้น ไปกันต่อ ภาพหุ่นนิ่ง ภาพหุ่นนิ่ง อย่างที่เราเห็นก็คืออะไรลูก ภาพที่มันมาจากธรรมชาติต่าง ๆ ทั้งหมดเลย หรือว่าสิ่งที่มันไม่ใช่สิ่งที่มันเคลื่อนที่ได้ ถูกไหม พอเราเห็นปุ๊บ แล้วเรานำมาจัดวาง ให้มันมีมุมมององค์ประกอบต่าง ๆ ที่มันลงตัว พอมันลงตัวนี่ แล้วเราก็จะต้องมาเล่นแล้ว อย่างห้องนี้แสงมันเข้า แต่เข้าไม่เยอะใช่ไหมลูก เพราะฉะนั้นนี่ เรามีแสงสว่างจากอะไรอีกส่วนหนึ่ง แสงสว่างจาก... ไฟ ถูกต้อง มันก็คือ ไฟ ถึงมันจะอ่อนแต่สุดท้ายถ้ามันกระทบกับวัตถุ อะไรพวกนี้มันเกิดเงาไหมลูก เกิดใช่ไหม อันนี้นี่แหละ มันก็จะทำให้เราเห็นแสงและเงา มันสามารถทำให้ภาพต่าง ๆ ของเรานี่ มีความสวย แล้วก็งดงามได้นะ ซึ่งการเขียนภาพหุ่นนิ่งอะไรพวกนี้นี่ มันก็เหมาะกับพวกเรา ถูกไหม เพราะว่าเรานี่ก็ถือว่าเป็นมือใหม่ ก็คือเวลาเราทำอะไรนี่ เราไม่ต้องมีความกังวลเลย เพราะมันอะไร วัตถุที่มันเป็นสิ่งที่เคลื่อนไหวไม่ได้ มันไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ถูกไหม เพราะฉะนั้น มันอยู่กับที่ อย่างไรเราวาดอย่างไรก็แล้วแต่ สุดท้ายมันยังคงเดิม ถูกไหม ถ้าสมมติว่าลองนั่งอยู่ตรงกลาง แล้วให้พวกเราวาดหน้าครู คิดว่าครูนี่ เปลี่ยนอิริยาบถไหมลูก ครูไม่สามารถอยู่ได้นาน ๆ 3 ชั่วโมงอยู่นิ่งตาแข็ง นึกภาพออกใช่ไหม มันอาจจะยากสักเล็กน้อยถูกไหม ถ้าสำหรับการที่เราจะวาดภาพใหม่ ๆ และให้ไปเล่นภาพเหมือนเลย ก็ไม่ได้ถูกหรือเปล่า เพราะฉะนั้น อันนี้การวาดหุ่นนิ่งนี่ มันก็ถือว่าสิ่งที่เราไม่ต้องกังวล แต่ว่าหุ่นนิ่งนี่ มันก็จะมีเรื่องเกี่ยวกับพื้นหลังต่าง ๆ อะไรพวกนี้ใช่ไหม ที่มาเกี่ยว ดังนั้น เราก็จะต้องใช้จุดเด่นที่เราเรียนกันมาเมื่อกี้ใช่ไหม ว่าเราจะทำอย่างไรให้ภาพหุ่นนิ่งของเรานี่ มันเด่นขึ้นมา แล้วมุมมองของภาพนี่ เราจะจัดวางองค์ประกอบอย่างไรให้มันสวยงาม สมมติเดี๋ยวถ้าครูให้ลองไปหาอุปกรณ์อะไรมา แล้วลองมาจัดตั้ง ลองวางองค์ประกอบ เราจะต้องดูอย่างแรก เราต้องคิดถึงคืออะไร ความใหญ่ ความเล็ก ว่ามันใหญ่แน่นเกินไปหรือเปล่า วัตถุอันไหนควรที่จะเป็นจุดเด่น อันไหนควรที่จะเป็นจุดรองลงมา แล้วไหนจะการจัดวางองค์ประกอบ ว่าเหลือที่ว่างแค่ไหน ลักษณะพื้นผิวเป็นอย่างไร เงาก็จะแตกต่างกันไป ถูกไหมลูก เพราะฉะนั้น อันนี้นี่ เราสามารถแบ่งให้เห็นนี่ ชัด ๆ นี่ประเภทของหุ่นนิ่งเราจะเห็นทั้งหมด 4 ประเภทด้วยกัน ประเภทแรก ก็คือหุ่นจากธรรมชาติ ก็คือเราเห็นจากสภาพแวดล้อมไปหมดเลย ลองหันซ้าย หันขวาสิ คิดว่าภาพนิ่งตามธรรมชาติคืออะไร ไหนลองหันดูสิ รอบตัว ธรรมชาติคิดว่าอะไร คิดว่าอะไร ต้นไม้ ภูเขา ใช่ ผลไม้ ดอกไม้อะไรพวกนี้นี่ ก็คือเป็นสิ่งธรรมชาติที่มันอยู่รอบ ๆ ตัวเราเลยลูก เราสามารถนำทั้งหมดพวกนี้นี่มาใช้งานได้หมดเลย นำมาวาดได้ ก็คืออย่างแรกเลย ก็คือจะเป็นภาพหุ่นนิ่งของธรรมชาติต่าง ๆ อันที่ 2 ภาพหุ่นนิ่งจากสิ่งของทั่วไป ก็คือเป็นสิ่งของที่อยู่ภายในบ้านหรือว่าอยู่รอบตัวเรา หรือสิ่งที่เราใช้ในชีวิตประจำวัน อันนี้ ลองดูในห้อง คิดว่าเป็นอันไหนบ้างลูก ที่มันเข้าข่ายจากข้อที่ 2 เป็นสิ่งของทั่วไป ครูให้เวลาลองมอง ลองมองดู เดี๋ยวลองดูเด็กหูสิ ตอบ… ตอบไหนบ้าง เด็กหู ไหนรอบตัวไหนอันไหน อันไหนที่มันพอจะเป็นสิ่งของได้บ้าง ที่อยู่ในบ้านที่เราสามารถใช้ได้ ที่เราเห็นนี่ ดูสิ คิดว่าอันไหน อย่างข้างเนยก็ได้ถูกไหม อย่างอุ่นก็ได้ พวกสมุด พวกโต๊ะ พวกเก้าอี้ พวกขวดแก้วต่าง ๆ รวมไปถึงอุปกรณ์เครื่องใช้สำนักงานอะไรพวกนี้ เราสามารถใช้ได้หมดเลยนะลูก หรือแม้กระทั่งพวกเรามีปากกา ดินสอใช่ไหม อันนี้ก็คือเป็นภาพหุ่นนิ่งจากสิ่งของทั่วไป ซึ่งเราสามารถใช้ได้หมดเลย อันต่อไป ภาพหุ่นนิ่งที่มาจากรูปทรงทางวัฒนธรรม อันนี้คิดว่าอะไร รูปทรงทางวัฒนธรรม วัฒนธรรมของเราคืออะไร มันคือวัตถุหรือสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นขึ้นมา ย่อลงมาหน่อย วัดวาก็ได้ ซึ่งมันก็เกี่ยวข้องเกี่ยวกับความเชื่อ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ เครื่องบูชา มันก็จะเป็นแบบที่อิฐบอกใช่ไหมลูก มันก็อาจจะวาดวัดหรืออะไรพวกนี้ก็ได้ หรือเราจะเป็นเกี่ยวกับพระพุทธรูป โต๊ะหมู่บูชา พวกหัวโขน เรารู้จักหัวโขนพ่อแก่ไหม เวลาไหว้ ไหว้ครูอะไรต่าง ๆ และพวกนี้นี่ พวกนั้นนี่ก็ได้หมดเลยลูก รวมไปถึงหุ่นกระบอก ใครทันหุ่นกระบอกบ้าง ใครเคยเห็นบ้าง ใครรู้จักหุ่นละครโจหลุยส์อะไรพวกนี้ไหม ที่เป็นหนุมาน แล้วก็เชิดอะไรอย่างนี้ หุ่นกระบอก นั่นแหละ มันก็เป็นลักษณะที่เราสามารถเอามาจากรูปทรงทางวัฒนธรรมต่าง ๆ เราสามารถทำได้ เราก็สามารถเอาพวกนั้นนี่ มาวาดได้ อันดับที่ 4 หุ่นนิ่งจากวัตถุทางเทคโนโลยีต่าง ๆ อันนี้นี่เราก็เห็นอยู่แล้วใช่ไหมว่ามันเป็นเทคโนโลยี แล้วเทคโนโลยีคืออะไร หุ่นนิ่งที่เราสามารถทำได้ มันก็คือเครื่องจักรต่าง ๆ หรือว่าสิ่งของต่าง ๆ ที่มนุษย์สร้างขึ้นถูกไหมลูก อย่างที่อยู่บนโต๊ะทั้งหมดคืออะไร ที่ทุกคนมีวางไว้บนโต๊ะน่ะ วางไว้หมดเลย ก็คือ ถูกต้อง โทรศัพท์มือถือ ใช่ ก็คือสิ่งที่พวกเราเห็นนี่ ก็คือเราสามารถเอามาวาดเป็นภาพนิ่งได้หมดเลย รวมไปถึงอะไร เตารีด หม้อหุงข้าว หรือขวดพลาสติก หรือกระบอกต่าง ๆ ที่เราเห็นทั้งหมดนี่ เราสามารถเอาพวกนี้นี่ มาวาดได้ แล้วในบรรดาประเภท 4 ประเภทนี่ก็แล้วแต่เราชอบอีกว่า เราชอบแนวไหน เราถนัดแนวไหน เราสามารถสร้างแนวนั้นขึ้นมาได้ ภาพหุ่นนิ่งนี่ ถ้ามันจะออกมาสวยงามนี่ มันขึ้นอยู่ที่องค์ประกอบหลาย ๆ อย่าง ถูกไหมลูก เพราะว่ามันจะต้องอยู่กับการวางหุ่นนิ่งของเรานี่ ให้มันเหมาะสมอย่างไร แล้วก็เลือกมุมมองในการวาดให้มันมีระยะของแสงนี่ ตกกระทบอย่างไรให้มันสวยงาม แล้วการจัดภาพอย่างไรนี่ ให้มันเหมาะสมกับแผ่นกระดาษ ถูกไหม เพราะฉะนั้น นี่ มันก็จะไปตรงกับสิ่งที่เราเรียนคืออะไร ขนาด สัดส่วน พื้นผิว ระนาบ ใช่ไหม ที่เราเรียนแสงและเงาอะไรพวกนี้ ที่เราเรียนไปต้น ๆ ก่อนหน้านั้น อันนี้นี่ ก็คือจะเป็นสัดส่วนต่าง ๆ ที่มันสามารถทำให้เรานี่ มาจัดองค์ประกอบภาพ ที่เราเลือกประเภทในการวาดนี่ ได้ ถูกไหมลูก และการวาดของเรานี่ มันอยู่ที่การฝึกบ่อย ๆ ใช่หรือเปล่า มันก็จะทำให้เรานี่สามารถมององค์ประกอบจัดองค์ประกอบของเรานี่ ให้ภาพนี่ มันดูมีมิติดูน่าสนใจได้ เราเคยเห็นไหมเวลาที่ต่างประเทศ นักเรียนเคยเห็นนักเรียนญี่ปุ่นไหม นั่ง ๆ เรียนอยู่ วาดภาพอยู่ วาดภาพออกมา วาดภาพเล่น ออกมาเป็น 3 มิติได้ อันนั้นน่ะ เขาก็จะเป็นการใช้เวลาว่างของเขาในการวาด ถูกหรือเปล่า แต่อันนั้นน่ะมันก็เป็นการฝึก ฝึกไปในตัวเหมือนกัน ซึ่งเขาก็มองจากอะไร จากหุ่นนิ่งธรรมชาติใช่ไหมลูก มองรอบตัว แล้วเขาก็ทำการวาดขึ้นมา ใช่ แล้วก็หุ่นอะไรพวกนี้นี่ เราก็จะต้องฝึกบ่อย ๆ เรา เริ่มแรก เราอาจจะฝึกรายละเอียดที่มันน้อย ๆ ก่อนก็ได้ อย่างที่ครูให้ทำอะไรก่อน ทรงกระบอก แจกัน แอปเปิล ก็คือมันยังรายละเอียดนี่ มันยังไม่เยอะมาก ถูกไหมลูก แล้วพอถ้าเกิดสมมติว่าเราทำได้ เราก็จะต้องพัฒนารูปร่างรูปทรงของเรานี่ ให้มันมากขึ้นไป ซึ่งวัตถุต่าง ๆ นี่มันก็ไม่ควรที่จะแตกต่างกันมากเกินไปใช่ไหม ในการให้แสงและเงา การลงน้ำหนักต่าง ๆ อะไรพวกนี้ เราจะต้องไม่ให้มันแตกต่างกันมาก เพราะว่าแสงมันจะลงในที่เดียวกันใช่หรือเปล่า เพราะฉะนั้นนี่ เราก็ต้องดูด้วย แล้วเราก็จะต้องให้น้ำหนักของมันนี่ เด่นชัดเจนขึ้น เพราะฉะนั้น สิ่งที่สำคัญที่สุดในการวาดเขียนของเรานี่คืออะไร คืออะไรลูก คือการใส่แสงและเงาใช่ไหม มันก็เลยจะทำให้ภาพของเรานี่ มันดูน่าสนใจ เพราะว่าส่วนใหญ่นี่ที่เราใช้เราจะใช้เป็นลักษณะภาพขาวดำในการวาดนะ แล้วก็ฉากหลังนี่ บางอย่าง มันก็มีความสำคัญไม่น้อยไปกว่าจุดเด่น หรือว่าจุดรองใด ๆ เลย เพราะฉะนั้นนี่ การที่เราเลือกฉากหลัง ๆ นี่ เราก็จะต้องดูให้มันสัมพันธ์กับวัตถุที่เราเลือก มาจัดวางต่าง ๆ นะ อันนี้ก็คือจะเป็นสิ่งที่ให้เราเห็นเกี่ยวกับการวาดภาพหุ่นนิ่งต่าง ๆ ไปกันต่อที่ขั้นตอนการวาดภาพหุ่นนิ่ง อันนี้มันจะเป็นเห็นหลัก ๆ เลย 6 ข้อหลัก ๆ อย่างแรกเลย เราจะต้องกำหนดโครงสร้าง ให้มันเหมาะสมกับหน้ากระดาษ เพราะอะไรลูก เราจะต้องเน้นว่าไม่ให้มันใหญ่เกินไป หรือว่าเล็กจนเกินไปใช่ไหม และเราก็จะต้องไม่สูงไม่ต่ำจนเกินไป และเราไม่ควรชิดขอบด้านใดด้านหนึ่ง อย่างภาพในการจัดวางองค์ประกอบภาพที่ครูให้ดูไปเมื่อกี้นะ ว่าไม่ควรชิดบน ไม่ควรชิดซ้าย ไม่ควรชิดล่าง ไม่ควรเล็ก หรือไม่ควรใหญ่จนรู้สึกว่ามันแน่นจนเกินไปนะ อันนี้ก็คือจะเป็นข้อแรกของในการกำหนด อันที่ 2 จะเป็นเกี่ยวกับการร่างภาพ การร่างภาพนี่เป็นการวาดด้วยน้ำหนักใช้อะไร ใช้เส้นเป็นลักษณะเข้มหรือเบา ต้องอย่างไร ลักษณะของเส้นนี่ มันก็จะต้องการร่างนี่ มันจะต้องเบาไว้ก่อน เพราะถ้าเข้มนี่ เราลบแล้วเป็นอย่างไร ภาพเราก็อาจจะเสีย เราอาจจะเสียอารมณ์ฉีกกระดาษทำใหม่ใช่หรือเปล่า เพราะฉะนั้น ภาพร่างของเรานี่ เราก็จะต้องใช้เส้นเบา ๆ ไม่ว่าจะเป็นภายในภาพ ไปจนถึงภายนอกของภาพนะ เราก็จะต้องกำหนดสัดส่วนของมันนี่ ให้ถูกต้องด้วย แล้วก็ภาพรวมนี่ เรายังไม่ต้องใส่รายละเอียด เพราะมันเป็นการร่างภาพขึ้นมาใช่ไหม การร่างก็คือเราวัดขนาดเฉย ๆ และก็ลักษณะรูปร่างนี่มันเป็นอย่างไร อันนี้ก็คือจะอยู่ในส่วนของการร่างภาพ อันที่ 3 การกำหนดแสงและเงา อันนี้ก็คือจะเป็นการลงน้ำหนักแสงและเงาต่าง ๆ นี่ ให้มันคร่าว ๆ ในรูปร่างที่เราสร้างขึ้นมา ซึ่งมันก็จะอยู่ในโครงร่างที่เราวาดไว้ใช่ไหมลูก มันก็คือจะต้องกำหนดแสงและเงา พอเรากำหนดแสงและเงาเสร็จ ไปข้อที่ 4 เราจะต้องเริ่มทำการแสงและเงาแล้ว ถูกไหมลูก เพราะปกติ การที่เราจะใส่น้ำหนักแสงและเงานี่ เราสามารถใส่แบ่งเป็นกี่ระยะ แบ่งเป็น 7 เออ ถูกต้อง 7 อุ่น อุ่นมันลืมไปแล้ว 4 อ่อน กลาง เข้ม แก่ ใช่ไหมอุ่น ไม่เป็นไร เพราะว่าจริง ๆ น่ะ มันก็ต้องเป็น 7 ระยะที่เราทำใช่ไหมลูก ก็คือดำสุดไปจนถึงอ่อนสุดนะ อันนี้ก็คือจะเป็นสิ่งที่เราลองวาด ๆ กันไปแล้ว จำได้ใช่ไหม การแรน้ำหนักของเรา 7 ระยะ อันนี้ก็คือจะเป็นการเน้น เน้นระยะที่เราจะต้องใช้ เราก็จะนิยมเอา 7 ระยะอะไรพวกนี้นี่ มาใช้ในการวาดภาพของเราขึ้นมา แล้วเขาก็จะนิยมเว้นจุดตรงไหนที่คิดว่าจุดตรงไหน ที่เราไม่ต้องแรเงาเลย มันก็จะเป็นระยะที่ไม่ต้องระบายสีไม่ต้องทำอะไรทั้งสิ้น ก็คือจุดที่แสงสว่าง ตกกระทบโดยตรงถูกไหม ตรงกับวัตถุโดยตรง คือแสงสว่างจากตรงนี้นี่ เราก็ไม่จำเป็นจะต้องแรเงา เราก็เว้นส่วนตรงนั้นนี่ไว้ แล้วเราก็จะค่อย ๆ แรเงาน้ำหนักต่าง ๆ ลงไปในส่วนของอื่น และเราก็จะต้องค่อย ๆ ไล่ความเข้มไปทีละระยะ ๆ ขึ้นมา แล้วเราก็ต้องดูน้ำหนักความเข้มของแสงและเงาต่าง ๆ นี่ ว่าระยะนี้มันอยู่ขั้นไหน ขนาดเท่าไหน แล้วเราก็จะทำให้มีความใกล้เคียงกับความเป็นจริงนี่ได้มากยิ่งขึ้น อันนี้คือข้อ 4 นะลูก การเน้นแสงและเงาขึ้นมา ไหวอยู่นะ โอเค ใกล้แล้ว ใกล้จบแล้ว อันนี้ 5 การแรเงานี่ เราจะต้องเน้นน้ำหนักอะไร เน้นระยะ ใกล้ กลาง ไกล พวกนี้นี่ เราก็จะต้องดูใช่ไหม เราก็จะต้องไล่น้ำหนักจากที่มันอ่อนมาก ๆ ไปจนถึงเข้ม ใช่ หรือเราจะเริ่มเข้ม แล้วไล่ลงมาหาอ่อน อันนี้ก็คือจะแล้วแต่ของเรา แต่ว่าการที่เรากำหนดจุดความเข้มสูงสุดก็คืออะไร ระยะข้างหน้าใช่ไหมลูก แล้วก็ระยะไกลสุดนี่ จะมีค่าน้ำหนัก อ่อนที่สุด เพราะฉะนั้น ให้พวกเรานี่ จำเอาไว้ว่าใกล้จะเข้มมาก และอ่อนจนมองไม่เห็น ก็คือระยะไกล ถูกไหม อันนี้จำได้นะ ไปอันสุดท้าย มันจะเป็นการที่เราตกแต่งรายละเอียดแล้ว พูดง่าย ๆ ก็คือปิดงานแล้ว เราจบงานแล้ว เราทำจะเสร็จสุดแล้ว สุดท้ายใช่ไหมลูก เราก็เน้นน้ำหนักแสงเงาของเรา และระยะต่าง ๆ เราพวกนี้นี่ เราสามารถทำได้หมดแล้วใช่ไหมลูก สิ่งสุดท้ายของการแรเงาของเรา ก็คือจะต้องเก็บรายละเอียดต่าง ๆ ให้มันมีความใกล้เคียงกับวัตถุที่เราทำมากที่สุด ถูกไหมลูก เพราะฉะนั้นนี่ เราก็จะต้องใส่รายละเอียดให้ได้มากที่สุด เพื่อที่จะมีความโดดเด่น ใช่ และสุดท้ายมันจะสมจริงมากที่สุด ถูกไหม เพราะฉะนั้น ขั้นตอนการวาดภาพหุ่นนิ่งของเราพวกนี้นี่ เราจะต้องจำ 6 หลัก หลัก ๆ นี้ไว้ แล้วเราจะค่อย ๆ ทำไป มันก็จะสามารถวาดรูปออกมาได้นะ เดี๋ยวครูจะให้ดูรูป ว่าแต่ละขั้นนี่ มันเป็นลักษณะไหน ขั้น 1 เป็นอย่างไร เราร่าง ร่างมันให้เบาที่สุด แต่ไม่ใช่ว่าเป็นอย่างไร เบาเหมือนกลัวเพื่อนเห็น ตัวเองก็มองไม่เห็น ไม่สามารถทำอะไรต่อได้ อันนี้ก็ไม่ใช่ถูกหรือเปล่าลูก อันนั้นก็คือเบาเกินไป เพราะฉะนั้น การร่างก็คือต้องร่างให้เราเห็นด้วย แล้วเราสามารถเอาไปใช้ต่อได้ อันที่ 2 เป็นอย่างไร เราเริ่มใส่ขอบเขตแล้วว่าตรงไหน เงามันจะกระทบตรงไหน อะไรอย่างไร เราก็สามารถใส่ไป เห็นไหมลูก ตอนแรกดอกบัวไม่มีอะไรเลย แล้วเขาก็จะใส่เงาลงมาเป็นเหมือนเส้นร่างไว้ก่อน ว่าให้มันเป็นลักษณะเงา อันที่ 3 ลงน้ำหนักตรงกลางก่อน เห็นไหม เขาเริ่มไล่แล้ว เห็นไหม เห็นวัตถุแล้วใช่ไหม เขาก็เริ่มไล่น้ำหนักกลาง โดยรวมทั้งหมดนี่ ทั้งภาพ เขาก็เริ่มลง ๆ ๆ เสร็จ แล้วก็ไปขั้นที่ 4 เป็นอย่างไร เริ่มลงน้ำหนักเงา แล้วก็เน้นระยะใกล้ ระยะไกล ใกล้มันจะต้องมีลักษณะเงาเป็นเข้ม ไกลเป็นอ่อน ถูกต้อง เพราะฉะนั้นนี่ ข้อที่ 4 ของเรานี่ เราก็จะต้องเน้นน้ำหนักเงาตรงนี้มากขึ้น ข้อที่ 5 เราเริ่มอะไร เน้นเงาเข้ม แล้วก็พวกแสงสว่าง ๆ ขึ้นมาแล้วนะ สุดท้ายเป็นอย่างไร เก็บรายละเอียด เก็บให้หมด เก็บไปเลยว่าจุดละเอียดอยู่ตรงไหน แสงเงาเข้าตรงไหน รายละเอียดของภาพเป็นอย่างไร ลักษณะพื้นผิวของภาพระนาบอะไรพวกนี้ ที่เราเรียนกันมาทั้งหมดเราจะต้องเก็บงานจากตรงนี้ และเราสามารถทำได้ เห็นทั้ง 6 ขั้นตอนแล้วใช่หรือเปล่า เดี๋ยวครูจะให้ดูของแล้วลองเอามาตั้ง ถ่ายรูปแล้วก็วาดลงกระดาษให้ครู ในคาบนี้ เดี๋ยวครูให้วาด ใครมีคำถามสงสัยอะไรไหม สงสัยไหมลูก นี่นะ ครูกำลังสั่งงานอยู่นะ เด็กหูเข้าใจอยู่ใช่ไหมลูก ให้ไปหาภาพนิ่งที่เราจะวาดมาที่มันอยู่แถว ๆ ตัวเรานี่ เอามาตั้ง แล้วจัดวางองค์ประกอบ ถือว่าเป็นวิชา... ถือว่าเป็นการสอบปฏิบัติไปในตัวนะลูก อันนี้ โอเคหรือเปล่า เข้าใจไหม โอเค ครูจะให้เวลาในการหาของ 5 นาทีพอไหม หรือว่า 10 นาที แล้วก็มาวาดที่ห้องนี้ โอเคนะ รับทราบ ได้ ๆ เริ่ม ล่ามคะ เดี๋ยวให้พักก่อนก็ได้ค่ะ แล้วก็เดี๋ยวเด็กทำเสร็จแล้ว เดี๋ยวจะเรียกนะคะ [สิ้นสุดการถอดความ]