(อาจารย์จักรพงศ์) ก็เหมือนกับภาษาในการสื่อสาร ถ้านักเรียนสื่อสารออกมาในสิ่งที่ไม่ดี มันก็จะทำให้คนที่รับสารเข้าไป คนที่ฟังเรา คนที่ดูเราเข้าไปน่ะ เขาจะเข้าใจในสิ่งที่เราสื่อสารออกไปอย่างนั้นไม่ดีนะครับ นักเรียนเขียนลงในสมุดเลยนะ โอเค นะครับ นักเรียนนักเรียนไปทบทวนดูนะครับ สิ่งที่นักเรียนเขียนไปนะครับ นักเรียนดูพี่ล่ามนะ เวลาที่เราอธิบายภาษามือนะครับ นักเรียนจะได้เข้าใจนะครับ คุณครูพูดออกไปแล้วให้พี่ล่ามสื่อสารนักเรียนอีกครั้งหนึ่งนะครับ โอเคนะครับ สำหรับสิ่งที่นักเรียนจดไปในสมุดนะครับ มันจะมีอยู่ในข้อสอบด้วย ให้นักเรียนอ่านทบทวนดี ๆ นะครับ มันออกข้อสอบด้วยนะ เดี๋ยวสอบไม่รู้เรื่องนะครับ ต่อไปนะครับ จะเป็นจุดมุ่งหมายของการเขียนนะครับ จุดมุ่งหมายของการเขียนนะครับ การเขียนนะ จะบรรลุผลตามวัตถุประสงค์หรือไม่นั้นนะครับ สิ่งสำคัญอย่างหนึ่ง ก็คือการเขียนจะต้องมีจุดมุ่งหมายที่สามารถจำแนกได้ดังนี้ 1. ข้อที่ 1 นะครับ การเขียนเพื่อการเล่าเรื่อง การเขียนเพื่อการเล่าเรื่องนี่ เป็นการนำเสนอ การนำเรื่องราวที่สำคัญมาถ่ายทอดเป็นข้อเขียนนะครับ เช่น การเขียนเล่าประวัติ ยกตัวอย่างเช่น คุณครูจะเขียนประวัติของตัวเองนี่ คุณครูจะต้องเขียนเล่าว่า คุณครูเกิดภูมิลำเนาเกิดอยู่ที่จังหวัดไหน เรียนอยู่ที่ไหน เรียนจบอะไรมาถึงจะได้มาเป็นครูที่โรงเรียนแห่งนี้ประมาณนั้นนะครับ เล่าประวัติอย่างเช่น คุณครูจะยกตัวอย่างนักเรียนในห้องเรียน อย่างเช่น เจ็ต เจ็ตมาจากจังหวัดอะไร เกิดอยู่ที่ไหน พ่อแม่ชื่ออะไร ก็เหมือนการเขียนประวัติส่วนตัวของเราเล่าให้คนที่เขาอ่านน่ะ ได้เข้าใจนะครับ ข้อที่ 2 นะครับ การเขียนเพื่ออธิบาย การเขียนเพื่ออธิบายเป็นการเขียนเพื่อชี้แจง อธิบายวิธีใช้ วิธีทำ ขั้นตอนการทำ เช่น อธิบายการใช้เครื่องมือต่าง ๆ อย่างเช่น คุณครูได้โทรศัพท์มา 1 เครื่อง คุณครูก็ต้องอธิบาย ว่าโทรศัพท์เครื่องนี้ สามารถทำอะไรได้บ้าง สามารถโทรออกได้ เล่น Application ไหนได้บ้างอย่างนี้นะครับ เป็นการเขียนเพื่ออธิบาย เดี๋ยวให้นักเรียนจดลงในสมุดเลยนะครับ ครับ เดี๋ยวเรามาดูข้อที่ 3 สำหรับจุดมุ่งหมายการเขียนต่อเลยนะครับ ครับ ข้อที่ 3 นะครับ การเขียนเพื่อแสดงความคิดเห็นครับ การเขียนเพื่อแสดงความคิดเห็นเป็นการเขียนเพื่อวิเคราะห์ วิจารณ์ แนะนำ หรือแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องใดเรื่องหนึ่งนะครับ นักเรียนดูพี่ล่ามนะครับ นักเรียนดูพี่ล่ามอธิบายภาษามือนะครับ นักเรียนอย่าเพิ่งเขียนนะเดี๋ยวคุณครูจะให้เวลานักเรียนเขียนนะครับ เดี๋ยวต้องดูพี่ล่ามก่อนนะ ไม่อย่างนั้นนักเรียนจะไม่เข้าใจนะครับ ข้อที่ 3 นะครับ การเขียนเพื่อแสดงความคิดเห็น ก็เป็นการเขียนเพื่อวิเคราะห์วิจารณ์แนะนำหรือแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องใดเรื่องหนึ่งนะครับ ข้อที่ 4 การเขียนเพื่อโน้มน้าวใจ การเขียนเพื่อโน้มน้าวใจนะครับ เป็นการเขียนที่แสดง… เป็นการเขียนที่ผู้เขียนมีจุดประสงค์ที่จะชักจูง โน้มน้าวใจให้ผู้อ่านยอมรับในสิ่งที่ผู้เขียนเสนอนะครับ ข้อที่ 5 การเขียนเพื่อธุรกิจนะครับ เป็นการเขียนที่ผู้เขียนมีจุดประสงค์อย่างใดอย่างหนึ่งนะครับ การเขียนชนิดนี้จะมีรูปแบบการเขียน ลักษณะการใช้ภาษาที่แตกต่างกันตามประเภทของการเขียนนะครับ นักเรียนเข้าใจไหมครับ นักเรียนพอเข้าใจนะ ถ้านักเรียนเข้าใจแล้วนะครับ นักเรียนเขียนลอกลงในสมุดได้เลยครับผม นะครับ ต่อไปนะครับ ก็จะเป็นเรื่องของมารยาทในการเขียนนะครับ เดี๋ยวคุณครูจะอธิบายให้เป็นข้อ ๆ นะ มารยาทในการเขียนนะครับ ข้อที่ 1 นะครับ ใช้ถ้อยคำสุภาพไพเราะ หลีกเลี่ยงคำหยาบ ไม่ใช้อารมณ์ ความรู้สึกส่วนตนหรืออคติ วิจารณ์ผู้อื่นอย่างปราศจากเหตุผล จนทำให้เกิดความเดือดร้อน เสียหาย และสังคมแตกแยกนะครับ ข้อที่ 2 เขียนข้อความหรืองานเขียนที่เป็นจริง ได้ศึกษา ค้นคว้า และตรวจสอบว่าถูกต้องแล้ว ถ้าเป็นเรื่องส่วนตัวต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าของเสียก่อนนะครับ มารยาทข้อที่ 1 นะครับ ใช้ถ้อยคำสุภาพไพเราะ เวลานักเรียนจะเขียนอะไรก็ช่างนะครับ นักเรียนจะเขียนสื่อสารให้กับเพื่อน ๆ นักเรียนจะเขียนสื่อสารให้กับคุณครู หรือว่าจะเขียนสื่อสารให้กับคนอื่นนะครับ นักเรียนจะต้องหลีกเลี่ยงคำหยาบคายนะครับ ต้องใช้คำที่สุภาพไพเราะ ไม่ใช้อารมณ์ในการเขียนนะครับ จนทำให้ผู้อื่นรู้สึกเดือดร้อนเสียหาย หรือทำให้ผู้อื่นรู้สึกโกรธอย่างนี้ นักเรียนไม่ต้องเขียนแบบนั้นนะ ข้อที่ 2 นะครับ ไม่ว่านักเรียนจะเขียนอะไรนะครับ นักเรียนจะต้องได้ศึกษาเรื่องนั้นจริง ๆ ก่อน นักเรียนค่อยจะเขียนสื่อสารออกไป เช่น คุณครูจะยกตัวอย่างว่า นักเรียนจะเขียนสื่อสารเกี่ยวกับเรื่องสมุนไพร นักเรียนจะต้องศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับสมุนไพรตัวนั้นก่อนนะครับ ว่ามีสรรพคุณช่วยรักษาโรคอะไรได้บ้าง ไม่ใช่ว่านักเรียนจะเขียนโดยที่นักเรียนไม่รู้เลย ว่าสมุนไพรตัวนั้นน่ะ เป็นสมุนไพรจริง ๆ หรือเปล่า ช่วยรักษาโรคนี้จริง ๆ หรือเปล่า นักเรียนก็เขียนมั่วไปหมด ถ้าคนอื่นเขาไปอ่านนะ ไปอ่านสิ่งที่นักเรียนเขียนออกไป แล้วเขากลับไปคิดว่าสมุนไพรตัวไหนสามารถรักษาตัวเขาได้ เขาไปกินแล้วเขาเสียชีวิตอย่างนี้ มันก็เป็นเรื่องที่ผิดนะครับ นักเรียนเข้าใจไหมครับ มีอะไรจะถามครูไหม โอเค ถ้าเข้าใจแล้วนักเรียนเขียนลงในสมุดได้เลยครับ นะครับ สำหรับมารยาทในการเขียนนะครับ ต่อไปนะครับจะเป็นข้อที่ 3 ข้อที่ 3 นะครับ เขียนให้ถูกต้องตามอักขรวิธี ใช้สระ พยัญชนะ และวรรณยุกต์ให้ถูกต้อง ใช้ถ้อยคำที่เหมาะสมกับเนื้อหา กาลเทศะ และสถานะบุคคลนะครับ ข้อที่ 4 นะครับ เขียนสิ่งที่มีคุณค่าอันก่อให้เกิดความสุข ให้เกิดความสงบสุขแก่คนในสังคม และประเทศชาติ ทำให้เกิดองค์ความรู้ใหม่ที่มีต่อการพัฒนาประเทศชาตินะครับ นักเรียนเขียนลงในสมุดได้เลยครับ นะครับ วันนี้คุณครูจะค้างไว้ที่ข้อที่ 4 ก่อนนะครับ เดี๋ยวเรามาต่อข้อที่ 5 ในชั่วโมงถัดไปนะ วันนี้ก็หมดเวลาแล้ว เดี๋ยวนักเรียนไปเรียนต่อในคาบถัดไปนะครับ สำหรับวันนี้ สวัสดีครับ ขอบคุณพี่ล่ามนะครับ [สิ้นสุดการถอดความ]