(คุณคำนูณ) ครับ ใช่ครับ (คุณปิยฉัฏฐ์) มีเรื่องเล่าเรื่องราวอยู่พอสมควรเหมือนกันค่ะ ครับก็แล้วถ้าท่านดูนี่ครับ ห้องประชุมจันทรานี่ จุดเด่นของเขาก็คือแสงเขาจะออกสีนวลนะครับ ออกมาในโทนขาว ก็เหมือนเป็นพระจันทร์น่ะ มีความนุ่มนวล มีความเยือกเย็น อันที่จริงก็เหมาะกับความเป็นสมาชิกวุฒิสภาน่ะ (คุณปิยฉัฏฐ์) อันนี้ท่านคำนูณกำลังจะพูดถึงความอาวุโสหรือเปล่าค่ะ (คุณคำนูณ) ก็ใช่ครับ แต่ว่า ถ้าท่านได้มีโอกาสไปชมห้องประชุมสุริยันนี่นะครับ มันจะแตกต่างออกไปนะครับ ก็งามไปอีกแบบหนึ่ง แต่แสงสีนี่จะออกโทน (คุณปิยฉัฏฐ์) ร้อนแรงกว่าประมาณนี้ ร้อนแรง (คุณคำนูณ) ออกเหลือง ๆ แดง ๆ คือเป็นแสงของพระอาทิตย์นะครับ ก็คือก็เป็นความร้อนแรงเหมาะกับความเป็นสภาผู้แทนราษฎร (คุณปิยฉัฏฐ์) ที่บรรยากาศออกจะ (คุณคำนูณ) ใช่ครับ (คุณปิยฉัฏฐ์) มีสีสัน มีสีสัน (คุณคำนูณ) มีสีสัน มีสีสันมากกว่า แล้วถ้าท่านติดตามการประชุมนี่ ก็จะพบลักษณะที่แตกต่างกันของการประชุมสภาผู้แทนราษฎรกับการประชุมวุฒิสภา แต่แม้จะแตกต่างกันอย่างไรเมื่อมาผสมกลมกลืนกัน เป็นรัฐสภาแล้วนี่ ก็ถือว่าเป็นความสมดุลที่ลงตัวครับ (คุณปิยฉัฏฐ์) ใช่ค่ะ เป็นความลงตัวและต้องถือว่าเป็นความเติมเต็มที่ทำให้สมบูรณ์แบบในฝ่ายนิติบัญญัติของเราค่ะ (คุณคำนูณ) เนื่องจากเวลาของเรานี่นะครับ เลยกำหนดการไปพอสมควรนะครับ ผมก็จะทำความเข้าใจกับพวกเรานิดหนึ่งนะครับว่า ตอนนี้ออกมาถ่ายรูปได้นะครับ แต่ว่าอีกสักพักหนึ่ง ผมจะให้สัญญาณว่าให้ท่านเข้านั่งประจำที่ แล้วเราก็จะจำลองการประชุมวุฒิสภาของเรานี่นะครับ ก่อนที่ท่านประธานจะเดินเข้ามาสู่บัลลังก์ ซึ่งในขณะนี้ก็จะมีรองประธานวุฒิสภาคนที่ 1 กับรองประธานวุฒิสภาคนที่ 2 เดินเข้ามานี่ เมื่อท่านเดินเข้ามาแล้วนี่นะครับ เจ้าหน้าที่เขาจะกดออด ออดที่เวลาถ่ายทอดโทรทัศน์นี่ ท่านจะได้ยินนี่ครับ คราวนี้ท่านจะได้ยินกับหูของตัวท่านเอง ว่าเสียงมันระทึกขนาดไหน นะครับ ก็โดยปกติ ก็คือว่าเมื่อออดดังขึ้นนี่ เราก็จะลุกขึ้นยืน (คุณปิยฉัฏฐ์) ค่ะ (คุณคำนูณ) ก็ถือว่าทำความเคารพผู้เป็นประธาน (คุณปิยฉัฏฐ์) ค่ะ (คุณคำนูณ) ในที่ประชุมนะครับ อันนี้ก็ถือว่าเป็นประเพณีของการประชุมสภาไม่ว่าจะเป็นสภาผู้แทนราษฎรหรือวุฒิสภาหรือการประชุมร่วมกันของรัฐสภานะครับ (คุณปิยฉัฏฐ์) ท่านคำนูญคะ แต่วันนี้ท่านที่มาร่วมสัมมนากับเราไม่ต้องกดบัตรแสดงตนใช่ไหค่ะ (คุณคำนูณ) ใช่ครับ คือปกตินี่นะครับ ที่นั่งของท่านนี่ ถ้าท่านดูนี่นะครับ มันจะมีที่กดปุ่มหลายปุ่มอยู่เหมือนกัน แต่มันจะกดได้นี่นะครับ มันต้องมีบัตรแสดงตนนะครับ บัตรแบบนี้ครับ สมาชิกสภาทุกคนนี่ก็จะต้องพกบัตรติดตัวไว้ไม่ควรลืมทิ้งไว้นะครับ เมื่อเสียบบัตรเข้าไปแล้วนี่ เราก็จะมีปุ่มแสดงตนได้ แล้วก็มีปุ่มเปิดไมค์ได้ แต่สำหรับในวันนี้ก็เป็นข้อยกเว้นครับ ถ้าว่า ท่านใดจะอภิปรายหรือจะพูดตามคิวนะครับ ซึ่งเมื่อถึงเวลานั้นนี่ คุณครูหยุย คุณวัลลภ ตังคณานุรักษ์ ท่าน สว. ก็จะเป็นผู้ดำเนินการนี่นะครับ ท่านก็ยกมือขึ้น ทางเจ้าหน้าที่เขาก็จะไปเสียบบัตร ให้กับท่านนะครับ ก็กดปุ่ม (คุณปิยฉัฏฐ์) ทีนี้ ลองย้อนกลับมาในวันนี้ (คุณคำนูณ) ครับ เรื่องของ (คุณปิยฉัฏฐ์) 4 ปีแห่งความสำเร็จ สว. พบประชาชนน่ะค่ะ อยากจะให้ท่านคำนูณเล่าสักนิดหนึ่งว่า ที่มาที่ไปของโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนน่ะค่ะ เกิด อย่างไร แล้วก็เราลงพื้นที่ไปทำอะไรกันบ้างล่ะคะ (คุณคำนูณ) ครับก็ อันที่จริง โครงการ สว. พบประชาชนนี่ มีขึ้นเป็นครั้งแรกในวุฒิสภาชุดนี้ เป็นชุดแรกนะครับ ชุดต่อไปนี่ จะมีหรือไม่ นี่ อันนี้เราก็ไม่ทราบนะครับ ก็โดยหลักการก็คือเป็นการไปรับฟังปัญหาของพี่น้องประชาชน แล้วก็ดำเนินการบูรณาการ นำปัญหานั้น ไปยังรัฐบาล แล้วก็นำปัญหานั้น มายังคณะกรรมาธิการทุกคณะของวุฒิสภาที่มีอยู่ เพื่อหาทางการแก้ไข เป็นข้อเสนอแนะไปยังรัฐบาลต่อไป ก็ถือว่าเป็นมิติใหม่ในการทำงานของวุฒิสภา ชุดปัจจุบันซึ่ง ท่านก็คงพอทราบว่า วุฒิสภาชุดนี้ถือเป็นวุฒิสภาที่ ได้รับเสียงวิพากษ์วิจารณ์สูงที่สุดเท่าที่เคยมีมาในประวัติศาสตร์ชาติไทยนะครับ ทั้งทางลบและทางบวกนะครับ และภารกิจของสมาชิกวุฒิสภาชุดนี้นี่ ก็จะมีมากกว่าสมาชิกวุฒิสภาตามปกติ เพราะว่าชุดแรกนี่ จะเป็นไปตามบท เฉพาะกาล ซึ่งก็เรามีหน้าที่เพิ่มขึ้นคืออะไรบ้างครับ ท่านปิยฉัฏฐ์ (คุณปิยฉัฏฐ์) ประการแรกเลยในเรื่องของเราเรียกกันว่า ตสร. ก็คือติดตามเสนอแนะและเร่งรัดการปฏิรูปประเทศค่ะ ซึ่งในการลงพื้นที่ของสมาชิกวุฒิสภานี่ค่ะ วัตถุประสงค์หรือว่าประเด็นหลักของเราก็คือเพื่อจะลงไปติดตามแล้วก็นำปัญหา และข้ออุปสรรคที่เราได้พบได้เห็นกับตัวเราเอง ได้ฟังจากพี่น้องประชาชนด้วยตัวเองนี่ นำมาเสนอ เสนอแนะ สู่ฝ่ายบริหารหรือว่ารัฐบาลน่ะนะคะ จากนั้นนี่พอเราเสนอแนะไปแล้วเราก็ต้องมีการติดตาม อันนี้มองในส่วนของโครงการก่อนนะคะ ถ้าหากว่าปัญหาของพี่น้องประชาชนยังไม่ได้รับการแก้ไข เราก็จะมีการเร่งรัดด้วยวิธีการต่าง ๆ ไม่ว่าจะเรื่องของการตั้งกระทู้ถาม ไม่ว่าเรื่องของการทวงถาม ทุก ๆ สิ่งทุกประการค่ะ เพื่อให้ได้มา แต่ว่าจริง ๆ หน้าที่ที่เป็นพิเศษของสมาชิกวุฒิสภาชุดนี้อีกประการหนึ่ง อันนี้ก็ที่เป็นประเด็นและเป็นอย่างที่ท่านคำนูณพูดถึงนะคะ มีทั้งบวกและลบก็คือหน้าที่ในการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีค่ะ อันนี้อยากให้ท่านคำนูณพูดต่อดีกว่า (คุณคำนูณ) ครับ (คุณปิยฉัฏฐ์) เดี๋ยวบวกแล้วลบ บวกแล้วลบจะมาทางนี้ (คุณคำนูณ) หน้าที่พิเศษที่เพิ่มเติมขึ้นมานี่ สำหรับสมาชิกวุฒิสภาครั้งแรก ชุดแรกตามบทเฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญ 2560 นี่นะครับ เนื่องจากว่า รัฐธรรมนูญ 2560 นี่ เป็นรัฐธรรมนูญฉบับแรกเช่นกันครับ ที่มีบทบังคับให้ดำเนินการปฏิรูปประเทศ เป็นบทบังคับไว้ในรัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้น เมื่อมีบทบังคับเรื่องการปฏิรูปประเทศนี่ ก็จำเป็นที่จะต้องมีองค์กร ที่ทำหน้าที่ตรวจสอบ ติดตาม เสนอแนะ เกี่ยวกับการปฏิรูปประเทศที่ท่าน สว. ปิยฉัฏฐ์ นี่ท่านบอกมาว่า ตสร. ตสร. ฟัง ๆ ดูแล้วเหมือนอาหารกระป๋องเลย ชอบกลนะ แต่ว่าจริง ๆ (คุณปิยฉัฏฐ์) อันนั้น อสร. นะคะ (คุณคำนูณ) ตสร นี่ก็คือ ตรวจสอบ เสนอแนะ แล้วก็เร่งรัด ที่เรื่องที่เกี่ยวกับการปฏิรูปประเทศนะครับ นอกจากนั้นนี่ ในการพิจารณาร่างกฎหมาย ที่เกี่ยวกับการปฏิรูปประเทศนี่ แทนที่จะพิจารณาในสภาผู้แทนราษฎรให้เสร็จสิ้นก่อนแล้วค่อยมาวุฒิสภานี่ ก็จะเป็นช่องทางพิเศษที่จะเป็นการพิจารณาในที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา และนอกจากนั้นอีกเรื่องหนึ่งก็คือ การร่วมเลือกนายกรัฐมนตรีนะครับ ก็คือเพื่อเหตุผล เพื่อความต่อเนื่องในการปฏิรูปประเทศ ซึ่งก็ไม่เคยมีมาก่อน แล้วก็เป็นผลมาจากการทำประชามติสอบถามประชาชน พร้อม ๆ กับการสอบถามประชาชนว่าเห็นชอบด้วยกับ รัฐธรรมนูญร่างรัฐธรรมนูญ 2560 นี้หรือไม่ เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2559 ครับ อันนี้ก็เป็นที่มา แต่ว่าภารกิจนั้นก็กำลังจะเป็นประวัติศาสตร์ไปแล้วครับ เพราะว่า หน้าที่พิเศษต่าง ๆ ทั้งหลาย ที่ผมเล่ามานะครับ ก็จะหมดไปพร้อมกับวาระของสมาชิกวุฒิสภาชุดแรกตามบทเฉพาะกาล ก็คือประมาณเดือนพฤษภาคม 2567 ถ้าจำไม่ผิดก็น่าจะเป็นวันที่ 11 พฤษภาคม 2567 ผมก็จะไม่มีโอกาสได้พูดในห้องประชุมแห่งนี้แล้วนะครับ ท่าน สว. ปิยฉัฏฐ์ ซึ่งเป็นดาวสภาฝ่ายหญิง ท่านหนึ่งก็คงจะต้องไปบรรยายตามที่ต่างต่างนะครับ เพราะว่า รัฐธรรมนูญเขาก็กำหนดไว้ให้ ผู้ที่จะดำรงตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภานี่ เป็นได้สมัยเดียว ต่อไม่ได้ เว้นก็ไม่ได้ เป็นได้สมัยเดียว แล้วเมื่อครบวาระแล้ว นี่ จะไปดำรงตำแหน่งทางการเมืองใด ๆ อีก ก็ ไม่ได้ภายใน 2 ปี (คุณปิยฉัฏฐ์) ใช่ค่ะ (คุณคำนูณ) นะครับ (คุณปิยฉัฏฐ์)สำหรับในส่วนของโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนนะคะ เมื่อสักครู่ท่านคำนูณได้กล่าวถึงไปแล้วว่า มีที่มาอย่างไร แต่ว่าขออนุญาตขยายความนิดหนึ่งน่ะค่ะ ในการทำงานของโครงการวุฒิสภาพบประชาชนนี่ค่ะ เราแบ่งเป็นกลุ่ม กลุ่มภาค 7 กลุ่มภาคน่ะนะคะ กับ 1 อำนวยการ ขออนุญาตเรียกสั้น ๆ ว่าเป็น 7 กลุ่มภาคแล้วกัน ก็จะไล่มาตั้งแต่ภาคเหนือตอนบน ภาคเหนือตอนล่าง ภาคอีสานตอนบน ภาคอีสานตอนล่าง ภาคตะวันออก ภาคกลาง และสุดท้ายคือภาคใต้ค่ะ ในการทำงานก็จะมีการขับเคลื่อนโดยแบ่งเป็นกลุ่ม แล้วก็สุดท้ายนี่เมื่อเราลงพื้นที่แล้ว เราได้รับปัญหา เราได้รับฟังข้อความเห็นหรือว่าอุปสรรคใด ๆ นี้ค่ะ เราก็จะนำกลับมาสู่ฝ่ายอำนวยการ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการร้องเรียน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความต้องการ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของอุปสรรคปัญหาในการประกอบอาชีพในการพูดง่าย ๆ คือในการทำมาหากินของพี่น้องประชาชน เราก็จะกลับมาดำเนินการในส่วนนี้ หรือแม้แต่ในขณะที่เราลงไปในพื้นที่ค่ะ เราก็จะมีการนัดกับทาง… คือนัดหมายแล้วก็แจ้งกำหนดการให้กับทางท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ฝ่ายปกครองและทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อมาร่วมกันฟังและช่วยกันแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนค่ะ (คุณคำนูณ) ก็ ครับ ออดมาแล้วครับ ก็ขอเข้าสู่พิธีการอย่างเป็นทางการอีกครั้งนะครับ ก็กราบสวัสดีพี่น้องประชาชนทุกท่าน เพื่อนสมาชิกวุฒิสภา ท่านประธาน ท่านรองประธานนะครับ ก็ขอต้อนรับเข้าสู่พิธีการของการสัมมนาโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน ครบรอบ 4 ปี อย่างเป็นทางการนะครับ ผมคำนูณ สิทธิสมาน ครับ (คุณปิยฉัฏฐ์) ค่ะ ดิฉัน ปิยฉัฏฐ์ วันเฉลิม สมาชิกวุฒิสภาค่ะ เราทั้ง 2 คนได้รับมอบหมายในวันนี้นะคะ ให้ทำหน้าที่พิธีกรในช่วงแรกของการสัมมนาในบ่ายวันนี้ค่ะ (คุณคำนูณ) ครับ สำหรับโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนนี่ ก็ดำเนินการมาแล้ว 4 ปีนะครับ แล้วเมื่อสักครู่ก่อนจะเริ่มเข้าพิธีการ นี่ เรา 2 คนนี่ ก็ได้กล่าวความเป็นมาไปตามสมควรแล้ว และอีกสักครู่หนึ่ง ท่านรองประธานวุฒิสภาคนที่ 1 แล้วก็ท่านสมาชิกวุฒิสภา ท่านวีระศักดิ์ โค้วสุรัตน์ นี่นะครับ ท่านก็จะได้มาบรรยายให้พวกเราทราบในรายละเอียดอีกครั้งหนึ่ง เพราะฉะนั้น เนื่องจากเวลาล่วงเลยมา พอสมควรนี่ ผมจะไม่ขยายความมากนักนะครับ แต่ว่า ในวันนี้นี่ เรามีการถ่ายทอดช่องทางพิเศษด้วยใช่ไหมครับ (คุณปิยฉัฏฐ์) ใช่ค่ะ สำหรับการสัมมนาในบ่ายวันนี้นะคะ ก็จะมีการถ่ายทอดสดทาง Facebook Live วุฒิสภา ทางช่องทาง YouTube นะคะ Sinate Channel มีถ่ายทอดทาง TikTok ด้วยนะคะ TikTok วุฒิสภาเพื่อประชาชน และที่สำคัญ นอกจากนั้นแล้วนี่ค่ะ ยังมีการถ่ายทอดเสียงทางวิทยุกรมประชาสัมพันธ์ NBT Radio Online 891 AM ค่ะ ซึ่งประชาชนที่อยู่ทางบ้านน่ะนะคะ ก็สามารถที่จะติดตาม สามารถที่จะแสดงความคิดเห็นมายังรายการนี้ได้ค่ะ เพราะว่าในวันนี้เราได้รับเกียรติจากหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องน่ะนะคะ เพื่อมารับฟังปัญหา แล้วก็รับฟังความคิดเห็น ไม่ว่าจะในห้องประชุมนี้หรือว่าผ่านทางสื่อช่องทางต่าง ๆ ดังที่กล่าวมาแล้วค่ะ (คุณคำนูณ) ครับ แล้วเพื่อให้ผู้เข้าร่วมสัมมนาทุกท่านนี่ ได้รับความสะดวกมากยิ่งขึ้นนะครับ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาตินะครับ ก็ได้มาให้บริการคำบรรยายแทนเสียงแบบ Near Real-time หรือ Live Captions เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้เข้าร่วมสัมมนาในครั้งนี้ ให้ได้เข้าถึงเนื้อหาโดยพร้อมเพรียงกันครับ (คุณปิยฉัฏฐ์) ค่ะ และในการสัมมนาครั้งนี้นะคะ ทางวุฒิสภาได้รับเกียรติจากผู้แทนฝ่ายรัฐบาล ร่วมกับศูนย์ราชการที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมรับฟังความคิดเห็น ที่เป็นผลสำเร็จ จากการบูรณาการความร่วมมือของฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติ และประเด็นข้อห่วงใย ที่ประชาชนรอที่จะเสนอให้รัฐบาลชุดใหม่ค่ะ ซึ่งท่านที่กรุณาให้เกียรติมา ก็ประกอบด้วย ท่านรองพิชิต สมบัติมาก รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมค่ะ ท่านรองเอกฉัตร ศีตวรรัตน์ รองปลัดกระทรวงพาณิชย์ ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย ผู้แทนจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และผู้แทนจากสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติค่ะ (คุณคำนูณ) ครับ ในโอกาสนี้ เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลามากเกินไปนะครับ ท่านผู้ที่เสมือนเป็นผู้นำในการนำสมาชิกวุฒิสภาเดินทัพทางไกลมาตลอด 4 ปีนะครับ คือ ท่านพลเอกสิงห์ศึก สิงห์ไพร รองประธานวุฒิสภาคนที่ 1 ในฐานะประธานคณะกรรมการโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน จะมากล่าวถึงวัตถุประสงค์ในการจัดการสัมมนา อย่างเป็นทางการครับ ขอกราบเรียนเชิญท่านครับ (พลเอก สิงห์ศึก) ครับ เรียนท่านสมาชิกวุฒิสภา ท่านผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน พี่น้องประชาชน สถาบันการศึกษา คณะครู นักเรียนทุกท่าน ผมพลเอก สิงห์ศึก สิงห์ไพร รองประธานวุฒิสภาคนที่ 1 ในฐานะประธาน กรรมการโครงการ สมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน ได้ทำการจัดงานสัมมนาโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน ครบรอบ 4 ปี 4 ปีแห่งความสำเร็จสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน รู้สึกมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มากล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการจัดงาน ที่สะท้อน 4 ปีแห่งความสำเร็จโครงการสมาชิกวุฒิสภาเพื่อประชาชนในครั้งนี้ ก่อนอื่นผมขอเล่าความเป็นมาของโครงการสมาชิกวุฒิภาพบประชาชนโดยสังเกตว่า นับตั้งแต่สมาชิกวุฒิสภาได้รับโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ทำหน้าที่ด้านนิติบัญญัติ และการทำหน้าที่สำคัญอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง สมาชิกวุฒิสภาต่างมีมติเห็นพ้องว่า การทำหน้าที่ใด ๆ ของสมาชิกวุฒิสภาตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 นั้น หากเปิดโอกาสให้หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ประชาชนทุกกลุ่มเป้าหมายมีส่วนร่วม หรือทำอะไรถามใจประชาชนด้วยนั้น ถือเป็นกระบวนการการทำหน้าที่ตามภารกิจที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยกำหนดไว้ทุกประการ จึงเป็นที่มาของการริเริ่มโครงการ สว. พบประชาชน ตามที่กำหนดเป็นคำขวัญว่า “ไปด้วยมิตรไมตรี ปฏิบัติต่อคนทุกคนในพื้นที่ อย่างเป็นกัลยาณมิตร” จุดมุ่งมุ่งหมายเพื่อไปเยี่ยมเยือน สร้างขวัญกำลังใจ ไปแลกเปลี่ยนการเรียนรู้ ร่วมรับฟังการสะท้อนข้อคิดเห็น เสริมสร้างวิถีชีวิต ความเป็นอยู่ให้แก่ประชาชน ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง อีกทั้ง ติดตามผลการบังคับใช้กฎหมายเพื่อนำมาพิจารณาประกอบโดยประชาชนมีส่วนร่วม โดยแนวทางการดำเนินงานโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนนี้ มีการจัดตั้งคณะกรรมการโครงการ 7 คณะ รับผิดชอบลงพื้นที่เจ็ดกลุ่มจังหวัด ตลอดระยะเวลา 5 ปีตามวาระของสมาชิกวุฒิสภา อีกทั้งมีคณะกรรมการอำนวยการซึ่งประกอบด้วยอนุกรรมการอีก 4 คณะ ร่วมดำเนินในการกลุ่มเป้าหมายพิเศษ ได้แก่ เด็ก เยาวชน ประชาชน กลุ่มชาติพันธุ์ หมู่บ้าน ตำบลที่อยู่ห่างไกลตามแนวชายฝั่ง โดยสมาชิกที่วุฒิสภามีแนวคิดว่า เราจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ทุกกลุ่ม ควรได้รับโอกาสที่เท่าเทียมกัน มีการลงพื้นที่พบประชาชน รวมทั้งสิ้น 450 ครั้ง ในพื้นที่ทุกจังหวัดทุกภูมิภาค ซึ่งการดำเนินงานโครงการดังกล่าว ได้ดำเนินการต่อเนื่องมาแล้วเป็นระยะเวลา 4 ปี ถือเป็นโครงการที่ริเริ่มสร้างสรรค์นวัตกรรมรูปแบบการพบประชาชนเป็นครั้งแรกที่เกิดขึ้นในสมัยวุฒิสภาชุดปัจจุบัน ที่ได้นำกลไกของวุฒิสภา บูรณาการแนวทางการดำเนินงานร่วมกับหน่วยงาน ทั้งในระดับพื้นที่ ส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค ให้มีการขับเคลื่อนการทำงานร่วมกันแบบประสานสอดคล้อง คำนึงถึงประโยชน์ของชาติ และประชาชนเป็นสำคัญ จากการประเมินผลการดำเนินงานตามโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนของคณะกรรมการฝ่ายประเมินผล พบว่า โครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน มีความสำเร็จเป็นรูปธรรมจับต้องได้ ดังนี้ 1. ประชาชนมีความรู้ ความเข้าใจในภาพลักษณ์การทำงานของสมาชิกวุฒิสภาภาคประชาชน โดยได้เห็นว่าสมาชิกวุฒิสภาเป็นที่พึ่ง เป็นกลาง และปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต ไม่ยึดโยงผลประโยชน์ใดใด วัดได้จากการมีส่วนร่วมในการพบปะประชาชนในพื้นที่จำนวน 450 ครั้ง ประชาชนมีความเชื่อถือ และความศรัทธาต่อสมาชิกวุฒิสภา ต้องการให้มีโครงการนี้อยู่อย่างต่อเนื่อง 2. ได้สนับสนุนช่วยเหลือปัญหาที่ประชาชนมีความคับข้องใจ และปัญหาที่ยืดเยื้อมานาน และไม่ได้รับการแก้ไข ผ่านการเสนอโครงการด้วยวาจา ด้วยเอกสาร และบันทึกเรื่องร้องเรียนได้สำเร็จหลายเรื่อง โดยอาศัยกลไกของวุฒิสภา เช่น ปัญหาที่ดินทำกิน ปัญหาแหล่งน้ำ ปัญหาด้านการเกษตร ปัญหาด้านเศรษฐกิจ ปัญหาสังคม ที่ประชาชนเสนอ ด้วยวาจาจำนวน 1,882 เรื่อง และเป็นเอกสารจำนวน 531 เรื่อง เมื่อประชาชนเสนอปัญหาวุฒิสภาได้ใช้กลไกของวุฒิสภาประสาน และให้การช่วยเหลือ ทำให้ลดปัญหาได้สำเร็จเป็นรูปธรรมในส่วนที่เกี่ยวข้องเอกสาร 531 เรื่อง สำเร็จลุล่วงบรรลุผลมากกว่า 60 เรื่องประมาณ 11 เปอร์เซ็นต์ ยุติเรื่อง 26 เรื่อง 5 เปอร์เซ็นต์ และอยู่ระหว่างดำเนินการ 459 เรื่อง 84 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งอยู่ในระหว่างการที่หน่วยงานรับไปดำเนินการต่อเนื่อง 3. เป็นโครงการต้นแบบ การริเริ่ม สร้างสรรค์ และออกแบบนวัตกรรมการปฏิบัติงาน ที่สามารถบูรณาการแบบมีส่วนร่วมระหว่าง ภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน ให้มีการทำงานและการแก้ไขปัญหาร่วมกันเพื่อประโยชน์ประชาชนอย่างชัดเจนและเป็นระบบ 4. ประชาชนได้รับความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับกฎหมายที่เกี่ยวข้องควรรู้ เกี่ยวกับหน้าที่ของรัฐ สิทธิขั้นพื้นประชาชน… วิธีงบประมาณของภาครัฐตามที่กฎหมายกำหนด นำไปสู่การพัฒนาแนวความคิดของพี่น้องประชาชนด้วยการพึ่งพาตนเอง เกิดการอยู่ร่วมกันด้วยความรัก ความสามัคคี มีชุมชนเข้มแข็ง ทำงานร่วมกันแบบประชารัฐ ตามหลักของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง สำหรับโครงการที่สำเร็จเป็นรูปธรรม ทำให้พี่น้องประชาชนคลี่คลายความคับข้องใจ และเกิดความพึงพอใจ จะขอยกตัวอย่างกิจกรรมของแต่ละกลุ่มจังหวัด ที่สำคัญ ๆ 1 ตัวอย่าง เช่น กลุ่มอำนวยการประสานงานให้เกิดโครงการ… อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย และโครงการสร้างฝายน้ำชุมชนรวมใจประชารัฐ ซึ่งอำนวยการโดยพี่น้องประชาชนพึ่งพาตนเอง ณ บ้านศรีบุญเรือง อำเภอดอยหลวง จังหวัดเชียงราย และอื่น ๆ กลุ่มภาคเหนือตอนบน โครงการเศรษฐกิจฐานรากขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ณ จังหวัดแม่ฮ่องสอน กลุ่มภาคเหนือตอนล่าง การติดตั้งไฟฟ้าเพื่อประชาชน ณ อำเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลก การบริหารจัดการน้ำจังหวัดพิจิตร กลุ่มภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน การแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน เกี่ยวกับที่ดินทำกิน การแก้ไขปัญหาน้ำท่วม เป็นต้น ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง โครงการท่องเที่ยววิถีชุมชน บ้านโพนสูง และน้ำ ไฟฟ้า ถนน หนทางสู่ความยั่งยืน ภาคกลาง การปรับปรุงอ่างเก็บน้ำบ้านซอนต้า จังหวัดราชบุรี ภาคตะวันออก การขับเคลื่อนการพัฒนาเกาะสีชัง สีชังโมเดล จังหวัดชลบุรี ภาคใต้ การส่งเสริมและยกระดับรายได้ของเกษตรกรผู้เลี้ยงปูขาว จังหวัดนครศรีธรรมราช สำหรับกลุ่มเป้าหมายการพบเด็กเยาวชนในสถาบันการศึกษา พบว่า การให้ความรู้ ความเข้าใจ การสร้างแรงบันดาลใจสู่อนาคต ทำให้เด็ก เยาวชน เกิดทัศนคติที่ดี มีวิสัยทัศน์ รักการเรียนรู้ เพื่อเป็นคนดีในสังคมต่อไปในอนาคต เหล่านี้เป็นเพียง 1 ในผลงานที่ยกเป็นตัวอย่าง ผลงานที่สำเร็จแล้ว มีผลงานอีกหลากหลายชิ้นงานปรากฏที่บอร์ดนิทรรศการ และคู่มือสรุปผลงานที่ได้จัดทำขึ้น จึงเป็นที่มาของการจัดงานสี่ปีแห่งความสำเร็จ สมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนขึ้น วัตถุประสงค์เพื่อประชาสัมพันธ์ผลสำเร็จของการดำเนินงานโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน ที่มีรูปแบบหลากหลายในระยะเวลา 4 ปี ให้สาธารณชนได้รับทราบอย่างกว้างขวาง โดยรูปแบบการจัดงานประกอบด้วยองค์ประกอบ 3 ส่วนดังนี้ ส่วนที่ 1 การจัดสัมมนาและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ นำข้อห่วงใยที่พบ ณ ห้องประชุมวุฒิสภา ส่วนที่ 2 การแสดงผลงานด้านนิทรรศการที่ประสบผลสำเร็จ ส่วนที่ 3 การแสดงผลงานด้านเศรษฐกิจฐานราก ณ โถงอาคารริมสระมรกต รูปแบบการจัดงานครั้งนี้ จึงมุ่งเน้น การแสดงผลสัมฤทธิ์จากโครงการ สว. พบประชาชน เพื่อประชาชน ร่วมชื่นชม การดำเนินการแผนงานตามโครงการ ที่เกิดประโยชน์ ร่วมกันทุกฝ่าย ซึ่งรายละเอียดของงาน และหัวข้อการสัมมนาจะปรากฏในกำหนดการแล้ว จากความเป็นมา และวัตถุประสงค์การจัดงานครั้งนี้ ผมในฐานะคณะกรรมการโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน มีความยินดียิ่ง ที่ขอนำผู้เข้าร่วมสัมมนาทุกท่าน เข้าสู่เวทีสัมมนา 4 ปี ความสำเร็จสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน ด้วยการไปด้วยมิตรไมตรี ปฏิบัติต่อทุกคนในพื้นที่อย่างเป็นกัลยาณมิตร ตามลำดับต่อไปครับ ขอขอบคุณครับ [เสียงปรบมือ] (คุณปิยฉัฏฐ์) ลำดับต่อไปขอเรียนเชิญท่านวีระศักดิ์ โค้วสุรัตน์ สมาชิกวุฒิสภา ซึ่งท่านเป็นรองประธานคณะอนุกรรมการด้านการจัดการสัมมนาค่ะ ได้กล่าวสรุปผลการดำเนินงานภาพรวมของการดำเนินโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน ในช่วง 4 ปีที่ผ่านมาค่ะ ขอเรียนเชิญค่ะ (คุณคำนูณ) ครับ ขอเรียนเชิญท่านครับ (คุณวีระศักดิ์) กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับผม วีระศักดิ์ โควสุรัตน์ สมาชิกวุฒิสภา ขออนุญาตใช้เวลาเพียงสั้น ๆ ครับ ในการที่จะอภิปรายสรุปให้เห็น สำหรับพี่น้องประชาชนที่มาอยู่ในที่นี้ ในที่นี้ต้องขออนุญาตถือโอกาส กราบสวัสดี ท่านผู้แทนส่วนราชการ ฝ่ายบริหาร ท่านสมาชิกวุฒิสภา ภาคสื่อสารมวลชน และพี่น้องประชาชนที่เคารพ วันนี้อาคารวุฒิสภา ได้รับเกียรติเป็นอย่างยิ่ง ที่ได้เห็นท่านเข้ามาร่วมทำกิจกรรมกันอยู่ในห้องประชุมใหญ่แห่งนี้ ผมขออนุญาตที่จะเดินอภิปรายไปด้วยนะครับท่านประธานครับ ขออนุญาตครับ … ตลอดระยะเวลา 4 ปี นำไปสู่อะไรบ้างนั้น จริง ๆ แล้วคงจะไม่สามารถอภิปรายได้เสร็จภายใน 15-20 นาทีเท่านั้นแน่ ๆ แต่ว่าสิ่งที่ผมคิดว่าได้สร้างเป็นนวัตกรรมใหม่ ของการมีโครงการแบบนี้เป็นครั้งแรกของการที่เรามีวุฒิสภา ก็คือการที่เราสามารถทำให้บุคลากรที่เป็นสมาชิกสภา ซึ่งส่วนใหญ่แล้ว เขาเป็นผู้ที่เคยเป็นผู้นำ เป็นผู้บริหารของหน่วยงาน เป็นผู้บริหารราชการระดับสูง เป็นคนที่เคยบริหารเอกชน ภาคเอกชน หรือว่าดูแลการค้า ดูแลกิจกรรม หรือเป็นผู้แทนวิชาชีพ มีทั้งที่เป็นแพทย์ ทั้งที่เป็นผู้ที่ดูแลด้านทันตแพทย์ หรือว่าแม้กระทั่งคนที่เป็นผู้นำชาวนา … หลายท่านด้วยกันในที่นี้ แล้วเขาก็สามารถนะ เวลาเดินทางไปยังคณะกรรมการวุฒิสภาพวกประชาชน ทำให้เขาสามารถเดินทางไปได้ครับ เพราะว่าหน้าที่อย่างหนึ่งของวุฒิสภาก็คือการเตรียมสภาแห่งการกลั่นกรอง การกลั่นกรองกฎหมายเป็นเรื่องอย่างแรก ในการกลั่นกรองกฎหมายจะต้องมีพูดถึงเรื่องการปฏิรูป พูดถึงเรื่องการปรับปรุงกฎหมายในอนาคต การกระทำเช่นว่านั้นได้ ใช้ความรู้ก็ได้ แต่มันไม่จบครับ มันจะต้องใช้ความเห็น การรับฟังความเห็นจากประชาชน ที่อยู่ในพื้นที่ต่าง ๆ ซึ่งบางทีหลายครั้งที่เราลงไปเราก็พบนะครับว่า กฎหมายหลายฉบับ แม้กระทั่งเป็นตราพระราชบัญญัติ ประชาชนก็ยังเข้าไม่ถึง บางเรื่องเป็นเรื่องที่มีกฎหมายที่ประชาชนรู้จักตัวกฎหมายแม่ แต่พอไปถึงตัวกฎหมายลูก รวมไปถึงกิจกรรมต่าง ๆ กลายเป็นสิ่งที่เขารู้สึกว่า… แล้วไม่แน่ใจว่าต้องไปอย่างไร …กรณีที่เราไปไกล เดินทาง ถ้านับเป็นระยะทางแล้ว 40,000 กว่ากิโลเมตร 40,000 กว่ากิโลเมตร ถ้าหากเอาตัวเลขของการที่นับจากแม่สายบนสุดไปจนถึงสุไหงโกลกที่ภาคใต้ ไปกลับอย่างนี้ประมาณ 20 เที่ยวครับ แต่ว่าการเดินทางตลอด 4 ปีนั้นนี่ ได้ช่วยทำให้เราสามารถเข้าไปในพื้นที่ยาก เข้าถึงยาก รับฟังเขาได้ยาก บางพื้นที่เข้าไปในพื้นที่ที่ราษฎรยังคงมีความแคลงใจต่อเรื่องบางเรื่องต่อนโยบายของรัฐ เราใช้เวลาในการเข้าไปสร้างความ แนวคิดแบบปรับทุกข์ผูกมิตร ใกล้ชิด แล้วก็ชักชวนกันสนทนา เพื่อจะทำให้พี่น้องประชาชนมีความรู้สึกว่า อย่างน้อยมีใครรับฟังเขาอย่างตั้งใจ เวลาที่ไปเป็นในรูปแบบของคณะกรรมการวุฒิสภาพบประชาชน เราจะเห็นนะครับว่า ประกอบไปด้วยบุคคลที่เป็นสมาชิกวุฒิสภาที่มาจากหลากหลายอาชีพ มาหลากหลายความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ แต่เราไม่ได้ไปกันเองเท่านั้นนะครับ แต่เราไปพร้อมกับตัวแทนของฝ่ายบริหาร เพราะเราเป็นฝ่ายนิติบัญญัติเราทราบดีครับ เวลาไปในพื้นที่เราไม่สามารถเป็นผู้สั่งการ เราอาจจะสามารถรับประเด็นกลับมา แล้วก็มาสะท้อนใหม่ ในห้องประชุมแห่งนี้บ้าง ในห้องประชุมรัฐสภาบ้าง วิธีการก็อาจจะเป็นเรื่องของการตั้งกระทู้ถาม ให้รัฐมนตรีมาตอบ บางเรื่อง ก็เป็นเรื่องที่เรายกขึ้นปรึกษาหารือในที่ประชุม เพื่อจะทำให้เรื่องราวเหล่านั้นได้ถูกบันทึกอย่างเป็นทางการด้วยระบบของนิติบัญญัติ ซึ่งก็จะมีหนังสือนำจากท่านประธานในที่ประชุม ส่งไปยังรัฐบาลเพื่อจะขอให้เห็นว่า นั่นคือความห่วงใย ที่วุฒิสภามีมาจากการรับฟังความเห็นจากภาคประชาชน กลไกแบบนี้เป็นการใช้กลไกที่มีของรัฐสภา ด้วยการเข้าไปเชื่อมโดยตรงกับภาคประชาชน จริงอยู่พวกเราไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง ต่างกันมากนะครับ การที่เป็นผ่านกระบวนการเลือกตั้งมา แปลว่าคน ๆ นั้นนี่ จะต้องเป็นคนที่ประชาชนรู้จักมากพอสมควรอยู่แล้ว เขาจึงได้รับการเลือกตั้งเข้ามา แต่วุฒิสภาไม่ได้มาจากวิธีการนั้น แต่สิ่งที่วุฒิสภาสำนึกเสมอว่า การทำงานจะต้องรับฟังเสียงของประชาชน จึงได้ออกสายดำเนินการกิจกรรมการเดินทางไกล ไปตามที่ต่างๆ ครบทุกภาค แบ่งคณะของสมาชิกวุฒิสภาออกเป็นหลายๆ กลุ่ม แล้วก็ไปอย่างเช่น ภาคเหนือตอนบน ภาคเหนือตอนล่าง ภาคอีสานตอนบน ภาคอีสานตอนล่าง ไปภาคกลาง ภาคตะวันออก แล้วก็ลงภาคใต้ สิ่งเหล่านี้ ถ้าไปสักครั้งหนึ่ง 2 ครั้ง อาจจะไม่เห็นความแตกต่างหรอกครับ แต่เป็นเรื่องการไปแล้วทำให้เกิดความมั่นใจว่า ถ้าตรงนั้นเขาบอกว่าเขามีเรื่องร้องเรียน เรื่องจะถึงเรา บางเรื่องมาด้วยเป็นหนังสือ 500 กว่าเรื่อง บางเรื่องเป็นเรื่องที่เขานึกขึ้นออกในตอนที่เขาเจอหน้าเราแล้ว บางครั้ง ไปครั้งแรกก็ยังไม่แน่ใจว่าควรจะบอกเราหรือไม่ แต่ภายหลังเขารู้สึกว่ามาแล้วไม่หายไป กลับมาใหม่ เขาก็เลยยินดีที่จะเล่าให้เราฟัง เมื่อรับฟังแล้ว เราก็จะขอความเห็นทั้งจากความเชี่ยวชาญของสมาชิกวุฒิสภาที่ไปด้วย พร้อม ๆ กันนั้นก็จะถามความเห็นของตัวแทนหน่วยงานของรัฐ ซึ่งอาจจะเป็นตั้งแต่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งบางทีเขาอาจจะยังไม่ได้เคยฟังเรื่องนี้ชัด ๆ หรือไม่แน่ใจว่าจะให้เขาเอาอย่างไร อาจจะเป็นเรื่องที่ทางองค์การบริหารที่เกี่ยวข้องกับทางจังหวัด เช่น การบริหารราชการส่วนภูมิภาค ซึ่งบางเรื่องก็เป็นเรื่องที่แม้อยู่ในเขตจังหวัดของท่าน ท่านก็ไม่มีอำนาจในการสั่งการ เพราะมันเป็นเรื่องอำนาจที่เป็น… มันจะต้องเกี่ยวข้องกับส่วนกลาง อย่างเช่นเรื่องในป่า เป็นต้น พอแบบนี้แล้ว สมาชิกวุฒิสภาซึ่งมีทั้งความเชี่ยวชาญ มีประสบการณ์ และมีความพร้อมในการที่จะรับฟังเรื่องทุกเรื่องได้ ก็จะมาประมวล แยกเป็นประเด็น แล้วก็ 1. ถามความเห็นจากหน่วยงาน 2. เอากลับมา สะท้อนให้กับหน่วยงานกลางได้รับฟังว่า เราได้ไปเห็นปัญหาอะไร แล้วเราคิดว่าจากการรับฟังนั้น เราคิดว่ามีข้อเสนออะไรที่จะให้เขาสามารถเอาไปพิจารณาดำเนินการได้ ถ้าหากว่าไล่ดูกันตามตัวเลขที่ว่าไปแล้ว 450 ครั้งในการลงพื้นที่ไปใน 4 ปี เราไปครบทั้ง 76 จังหวัด และในแต่ละภาคที่เราได้ไปกันนั้น มี ความถี่ อย่างชนิดที่ว่ายังไม่เคยมี หน่วยงานที่จะลงได้มากถึงขนาดนั้นนะครับ ผมยกตัวอย่างให้ฟัง ไปภาคเหนือตอนบนไปถึง 39 ครั้งครับ ครบทุกจังหวัด ไปภาคเหนือตอนล่าง 35 ครั้ง ไปภาคอีสานตอนบน 34 ครั้ง ไปภาคอีสานตอนล่าง 27 ครั้ง ไปภาคตะวันออก 36 ครั้ง และลงภาคใต้ไป 42 ครั้ง อยู่ในภาคกลาง อีก 58 ครั้ง นี่เฉพาะการพูดถึงจำนวนปริมาณตัวเลขของการไปถึงพื้นที่นะครับ แต่ทั้งหมดนี้แล้วนี่ ยังมีระดับอำนวยการ ซึ่งนำโดยท่านประธานพลเอก สิงห์ศึก นำคณะกรรมการอำนวยการที่เป็นสมาชิกวุฒิสภา ซึ่งอาจจะไม่ได้สังกัดเฉพาะในภาคใดภาคหนึ่งนี่ ตามลงไปอีก รวมเป็น 22 ครั้ง เพราะฉะนั้น นั่นคือ 450 ที่ท่านประธานสิงห์ศึกได้กรุณากล่าวให้เราฟังตั้งแต่ตอนเริ่มต้น อย่างไรก็ดี เมื่อเข้าไปครบทั้ง 76 จังหวัดแล้ว เรื่องที่ร้องเข้ามา ถึงมือหน่วยงานทั้งหมดครับ ถ้าถึงมือเรามันจะไปถึงมือหน่วยงาน ขณะนี้เรื่องที่มาถึงแล้วนี่ เป็นจำนวนที่เป็นเอกสารนี่ 531 เรื่อง ขณะนี้ถึงมือหน่วยงานแล้ว 459 อีกจำนวนหนึ่งที่ยังไปไม่ถึงหน่วยงานก็เพราะเป็นเรื่องที่ยังไม่สามารถสรุปประเด็นได้ว่า แล้วประเด็นจริง ๆ ต้องอยู่ในอำนาจหน้าที่ของหน่วยงานไหน หรือพื้นที่ใด เรื่องร้องเรียนลองคิดดูนะครับว่า ในกรณีหนึ่ง ที่ผมสังเกตดูจากผลการลงพื้นที่ไป เราพบว่าสถิติของเรื่องร้องเรียนที่มากที่สุด มากที่สุดจริง ๆ แล้วเป็นเรื่องเกี่ยวกับน้ำครับ ไปพื้นที่ไหนก็ตามจะพูดถึงเรื่องน้ำ ไม่น้ำท่วมก็น้ำแล้ง น้ำมาไม่พอใช้ นั่นเป็นเรื่องแรก ประเด็นประเภทที่ 2 จะเป็นเรื่องของที่มาเท่าๆ กัน คือเป็นประเด็นเรื่องที่ดินทำกิน ตั้งแต่ไม่มีที่ดินทำกิน หรือพื้นที่มันยังไม่ชัดเจน หรือไม่แน่ใจว่าตกลงแล้วพื้นที่นี้นี่ หน่วยไหนเป็นคนที่ต้องมาพัฒนา ไปดูแลมันกันแน่ เรื่องประเภทที่ 3 จะเป็นเรื่องคมนาคมขนส่ง เป็นเรื่องท่าน้ำไม่มี สะพานไม่ดี ถนนเสียหายไม่มีใครซ่อม ของพวกนี้ ก็เป็นเรื่องที่เราได้รับบันทึกมา เรื่องประเภทที่ 5 คือเรื่องเศรษฐกิจ และเป็นเรื่องเศรษฐกิจฐานรากซะเป็นส่วนใหญ่ เพราะเขารู้สึกว่า เขาปลูกได้พอได้ เขาแปรรูปพอได้แล้ว แต่พอถึงตอนทำมาค้าขาย เขารู้สึกว่าเขาติดขัด เขาอยากจะได้ความช่วยเหลือ ความช่วยเหลือที่ว่านั้น อาจจะมาจากประสบการณ์ที่สมาชิกวุฒิสภามี อาจจะมาจากความช่วยเหลือที่ทางหน่วยงานของรัฐสามารถทำได้ แต่พร้อมกันนั้นอีกภาคส่วนหนึ่ง ที่เข้ามาช่วยเรามาก คือสถาบันการศึกษาครับ ที่ตามเข้าไปสามารถไปวิเคราะห์ จับลึกในพื้นที่ เพื่อทำให้ประเด็นเหล่านั้น ถูกวิเคราะห์ออกมาในเชิงวิทยาศาสตร์ว่าแล้วจะแก้ไขอย่างไรได้บ้าง เราก็ชี้ชวนให้บรรดาสถาบันการศึกษาเข้าไปในพื้นที่ เพื่อจะอยู่ร่วมกับภาคประชาสังคม แล้วก็หาวิธีทางแก้ไข ที่เขาสามารถทำงานร่วมกันต่อไป อีกเรื่องหนึ่งที่ร้องเข้ามามากพอสมควรคือเรื่องสิ่งแวดล้อม ปัญหาเรื่องขยะ ปัญหาเกี่ยวกับเรื่องมลพิษ และอีกปัญหาหนึ่งที่ ถ้าไม่นับว่ามันเป็นปัญหาอื่น ๆ แต่จริง ๆ แล้วเป็นเสียงที่ดังมาเสมอ ก็คือปัญหาด้านสังคม เขากลับเข้าไปแล้วพี่น้องประชาชนบอกว่าในบางพื้นที่เหลือแต่ผู้สูงอายุ บางพื้นที่โรงเรียนไม่ค่อยมีเด็กมาเรียนแล้ว ของแบบนี้นี่ ถ้าจะว่าไปแล้วเวลาไปเรียกร้องกับหน่วยงานของรัฐเป็นรายกระทรวง รายกรม ก็คงยากนะครับที่จะมีหน่วยงานไหนลงไปแล้วสามารถมองรับปัญหาทั้งหมดเป็นก้อนทั้งหมด แยกแยะออกมาได้ เพราะว่าเขาเป็นบทบาทของกรม ของกระทรวงที่เขาจะต้องทำตามบทบาทหน้าที่ ที่กำหนดไว้ในกรม และกระทรวงและกฎหมายที่มีเฉพาะของเขา แต่สมาชิกเป็นสมาชิกทางด้านนิติบัญญัติ เพราะฉะนั้น ไม่มีเรื่องอะไรที่เราไม่รับหรือรับไม่ได้ มันเป็นเรื่องที่เราเป็นเจ้าภาพได้ทุกเรื่อง แต่เราไม่ต้องเป็นเจ้าของทุกเรื่องหรอกครับ เพราะเจ้าของจริง ๆ เป็นเจ้าของในพื้นที่ เจ้าของจริง ๆ เป็นเรื่องกรม เป็นเรื่องของกระทรวงต่าง ๆ ที่จะต้องสามารถรับมา แล้วบางเรื่องนำไปสู่การแก้ไขตัวกฎระเบียบเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ฝ่ายบริหารสามารถแก้ไขได้เอง บางเรื่องเป็นเรื่องที่ต้องไปแก้ไขด้วยการพัฒนาร่างพระราชบัญญัติใหม่กลับเข้ามาในสภา แต่อย่างน้อยก็ทำให้บรรดาผู้บริหารก็ดี คนบริหารในท้องถิ่นก็ดี ผู้ว่าราชการจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ ไปจนกระทั่ง หน่วยงานส่วนกลาง และราษฎรพี่น้องประชาชนและประชาสังคมมีความมั่นใจได้ว่า อย่างน้อยมีเพื่อนรออยู่แล้วในสภา เวลาที่กฎหมายค่อนข้างเดิน และมันต้องใช้เวลานานนะครับ การที่สมาชิกวุฒิสภามีวาระของเขา 5 ปี มันช่วยทำให้เขาสบายใจได้ว่า เวลาที่เขาเสนอเป็นแนวคิดด้านกฎหมายหรือมาตรการนั้นนี่ มันจะมีใครสักจำนวน หนึ่ง ซึ่งในที่นี้ก็คือ สว. พวกประชาชนนั้นนี่ ที่ไปฟังกับหูดูกับตา จับมือกันเดินในพื้นที่ เห็นของต่าง ๆ มาแล้ว แล้วก็จะสามารถ ให้เขาแน่ใจได้ว่า เขาโทรศัพท์ติดต่อเข้ามา เขาถามตามเข้ามาได้ ว่าคนคนนั้นที่เขามา มาฟังเขาที่เป็นสมาชิกวุฒิสภา ยังอยู่หรือไม่ ยังอยู่ครับ เพราะวาระ 5 ปี อยู่ได้นานพอที่ทำให้กฎหมายค่อย ๆ เคลื่อนจากกรมเล็ก ๆ กองเล็ก ๆ ก้าวไปสู่ระดับคณะรัฐมนตรีเข้ามายังสภาผู้แทนราษฎรราษฎรและมาจบที่ห้องประชุมวุฒิสภาแห่งนี้ โครงการ สว. พบประชาชนจึงเป็นนวัตกรรมที่ทำให้เรามีสะพานไม้ยาว ๆ ที่ช่วยทำให้ชุมชนที่อยู่ห่างไกล จะอยู่ชายแดนจะอยู่บนดอย จะอยู่ในที่ที่เข้าถึงยาก หรือแม้กระทั่งเขาอาจจะอยู่กลางเมือง แต่ว่าเสียงที่เขาร้องออกมาเป็นเรื่องความเดือดร้อนนั้นนี่ บางครั้งมันยากที่จะบอกว่าฟังได้ศัพท์จับชัดเจน แต่ว่าพอเข้าไปบ่อย ๆ แล้วรับฟังจนกระทั่งรู้เรื่อง เราสามารถจำแนกได้ แล้วเรามีสมาชิกมากเพียงพอ ท่านสมาชิกวุฒิสภาที่นั่งอยู่ด้านหลังของผมทางด้านซ้ายมือนั้น นั่นก็คือ ท่านที่เป็นประธานและอนุกรรมการต่าง ๆ ที่ทำโครงการแต่ละภาคแต่ละเรื่อง แยกกลับเข้ามา เมื่อท่านกลับเข้ามา ท่านอาจจะใช้ความเป็นสมาชิกวุฒิสภา แต่ละคนในการใช้สิทธิ์ของความเป็นสมาชิก ในการกดปุ่ม จับไมโครโฟน ตั้งกระทู้ถาม หรือว่าปรึกษาหารือ สามารถทำได้ หรืออย่างที่ 2 ท่านกลับเข้าไปในห้องประชุมเล็กที่เรียกว่าห้องประชุมกรรมาธิการ ซึ่งก็มี 27 คณะ ที่มีอยู่ในวุฒิสภาแห่งนี้ สามารถให้กลายเป็นเรื่องขององค์ประกอบของคณะกรรมาธิการ รับเป็นเรื่อง ๆ ไป กรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม คณะกรรมาธิการว่าด้วยเรื่องของสาธารณสุข คณะกรรมาธิการด้านการศึกษา และอื่น ๆ ก็จะได้ช่วยดึงพลังสนอง และความสามารถในการที่จะเรียกหน่วยงานต่าง ๆ ที่จะต้องมาให้ถ้อยคำแก่ห้องประชุมกรรมาธิการ ซึ่งมีกฎหมายรองรับ รัฐธรรมนูญบังคับว่าจะต้องส่งคนมา จะต้องส่งข้อมูลมาให้ ก็ช่วยทำให้หลายเรื่อง ได้ข้อยุติ หลายเรื่องได้เจ้าภาพ บางเรื่อง แม้มันจะต้องใช้เวลานาน แต่ก็ยังทำให้พี่น้องประชาชนรู้สึกอุ่นใจ ว่าเขามีเพื่อนรออยู่แล้วในสภา ท่านผู้มีเกียรติที่เคารพครับ ผมขอจบด้วยการที่จะ กราบเรียนท่านว่า ในการที่เราไปทุกที่ด้วยไมตรี เราปฏิบัติต่อพื้นที่อย่างกัลยาณมิตร เราตามให้ติดกับทุก ๆ ปัญหา แล้วนำมา สิ่งเหล่านั้นกลับมาสะท้อน เพื่อนำไปสู่การพัฒนา สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่พิสูจน์ว่าในสี่ปีที่ทำมา เราทำได้ต่อเนื่อง เราไม่ได้สามารถบอกได้ว่า วุฒิสภาชุดถัดไป เข้ามาจะต้องทำเรื่องแบบนี้ เพราะนั่นไม่ใช่วัฒนธรรมที่เราจะต้องไปกำหนดให้คนรุ่นถัดไปที่จะเข้ามา แต่สิ่งที่เป็นปรากฏต่อพี่น้องประชาชนที่มีตามพื้นที่ต่าง ๆ แล้ว แล้วได้สัมผัสกับสมาชิกวุฒิสภาไปแล้ว ท่านจะเป็นคนกำหนดครับ ว่าในอนาคตท่านอยากจะให้มีโครงการวุฒิสภาพบประชาชน กระจายกันไปตามทุกพื้นที่อย่างนี้ต่อไปหรือไม่ เพื่อให้เกิดความต่อเนื่อง แล้วก็ทำให้แน่ใจว่าประชาชนมีเพื่อนรออยู่แล้วในสภา ในระบบรัฐสภาที่มี 2 สภาเป็นสภาคู่อย่างประเทศไทย และประเทศส่วนใหญ่ในโลกนี้ก็มี 2 สภา บทบาทของสภาทั้ง 2 ย่อมไม่… ต้องไม่เหมือนกัน เพราะถ้าเหมือนกันก็คงไม่ต้องมี แต่สภาที่ 2 แห่งนี้ ในอดีตคนเคยเรียกว่า สภาของความเป็นพี่เลี้ยง แต่วันนี้ก็ต้องยอมรับนะครับว่า คนจบปริญญาเอกนั่งอยู่ในสภาผู้แทนราษฎรก็มีเยอะแยะ คนมีประสบการณ์สูง ๆ ในสภาผู้แทนก็มีมากมาย อายุของเขาก็หลากหลาย เราไม่ใช่พี่เลี้ยงของสภาผู้แทนฯ อีกต่อไป แต่จริง ๆ แล้วรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ร่างเอาไว้เพื่อให้วุฒิสภาทำหน้าที่เป็นสภาเติมเต็ม สภาเติมเต็มในสิ่งที่บ่อยครั้ง สภาผู้แทนราษฎร โดยธรรมชาติของเขาอาจจะทำเรื่องนั้นได้ไม่ถนัด เพราะเขามีเรื่องเขตเลือกตั้ง เขามีพื้นที่เฉพาะของเขา แต่วุฒิสภาทุกคนมีของอยู่ 2-3 อย่างครับ ที่ผมอยากจะกราบเรียนเป็นการส่งท้าย ประการแรก วุฒิสมาชิกสภา สมาชิกวุฒิสภาทุกคน มีเขตพื้นที่ของเขาทั่วประเทศ ทำได้ทุกเรื่อง ฟังได้ทุกคน รับปัญหาได้ทุกอย่าง อย่างที่ 2 เขาไม่มีเรื่องพรรคการเมือง เพราะทุกคนตามกฎหมายบังคับเลยนะครับ จะต้องพ้นจากความเป็นสมาชิกพรรคการเมืองมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปีเท่านั้นถึงจะมา สามารถมาเป็นสมาชิกวุฒิสภาได้ และกฎหมายบังคับด้วยในรัฐธรรมนูญว่า ต้องไม่ฝักใฝ่พรรคการเมืองใด พรรคการเมืองหนึ่งทั้งสิ้น นั่นเป็นเรื่องที่ 2 เพราะฉะนั้นจึงสามารถเข้าไปหาใครก็ได้ โดยที่ไม่ต้องกังวล เขาจะถูกมองว่าเป็นของพรรคไหน การเมืองอะไร ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ดี แต่เรื่องสุดท้ายสิครับ ก็คือว่าสมาชิกวุฒิสภาที่ท่านรู้จักทุกคนในวันนี้ เมื่อพ้นวาระไปแล้ว รัฐธรรมนูญกำหนดเอาไว้ว่า จะไม่มีสิทธิ์กลับมาตลอดชีวิตในการมาเป็นสมาชิกวุฒิสภาอีกต่อไป เพราะฉะนั้น เมื่อไปถามจากคนที่ร่างรัฐธรรมนูญถามว่าทำไมถึงทำอย่างอย่างนั้น เพราะเขาบอกว่ามันเป็นธรรมชาติอยู่นั่นเอง ที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรราษฎรซึ่งมาจากการเลือกตั้ง เขาจะทำอะไรก็ตาม เขาจะต้องกังวล คำนึงอยู่เสมอว่า ถ้าทำอย่างนี้จะมีโอกาสในการให้เขาได้รับเลือกตั้งกลับมาหรือไม่ แต่สมาชิกวุฒิสภาไม่ใช่อย่างนั้น ในเมื่อรู้อยู่แล้วว่ารัฐธรรมนูญกำหนดว่า ท่านจะไม่มีสิทธิ์กลับมาตลอดชีวิต ไม่ว่าท่านจะทำดีแค่ไหน ประชาชนชื่นชมท่านมากแค่ไหนก็ตาม ไม่มีสิทธิ์ที่จะทำกลับมาอีกแล้ว และต้องเว้นวรรคทางการเมืองในการดำรงตำแหน่งต่าง ๆ ไปอีกอย่างน้อย 2 ปี ต้องเว้นวรรค 10 ปี ในการจะถูกเสนอชื่อไปเป็นองค์กรตรวจสอบอิสระใด ๆ ตามรัฐธรรมนูญ แต่เราก็ยังทำ เพราะอะไรครับ เพราะมันถูกออกแบบเอาไว้ว่า ในขณะที่สภาผู้แทนราษฎร โดยธรรมชาติของเขาทุกประเทศทั่วไป เขาจะต้องนึกถึง Next Election แต่ในขณะที่คนที่มาเป็นสมาชิกวุฒิสภา และรู้ว่าจะไม่มีสิทธิ์กลับมาอีกแล้วตลอดไป เขาจะทำในสิ่งที่เป็นเพื่อ Next Generation ขอบคุณท่านทุกท่านที่มาร่วมในการมีกิจกรรมสัมมนาในวันนี้ เราหวังว่าในการถอดข้อความและบทเรียนที่ประเดี๋ยวจะได้รับฟังจากผู้แทนจากพี่น้องราษฎรที่มาจากชุมชนที่ทำงานร่วมกับโครงการวุฒิสภาเพื่อประชาชนจากทุก ๆ ภาค จะได้สรุปให้เราฟังว่า ไม่ว่าจะเป็นปัญหาเกี่ยวกับที่ดิน น้ำ เศรษฐกิจฐานราก หรือเรื่องอื่น ๆ นั้นนี่ พี่น้องประชาชน อยากจะเห็นประเทศไทยเป็นอย่างไร ขอบพระคุณมากครับ [เสียงปรบมือ] (คุณปิยฉัฏฐ์) ขอบพระคุณท่านวีระศักดิ์ โค้วสุรัตน์ สมาชิกวุฒิสภานะคะ หลังจากที่ได้ฟังท่านวีระศักดิ์ได้กล่าวถึง 4 ปี สว. พบประชาชนที่ผ่านมาแล้ว เชื่อว่าทุกท่านก็คงได้ทราบถึงภาพรวมของการดำเนินงานโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน และทราบถึงเหตุที่เราใช้ชื่อว่า “ความสำเร็จ” นะคะ และอย่างที่ท่านวีระศักดิ์ได้กล่าวเมื่อสักครู่ว่า วุฒิสภาในวันนี้ ไม่ใช่วุฒิสภา… ไม่ใช่สภาพี่เลี้ยง แต่เป็นสภาเติมเต็ม เราก็อยากจะเรียนย้ำให้พี่น้องประชาชนได้ทราบค่ะว่า คำว่า “สภาเติมเต็ม” ส่วนหนึ่งนั่นคือหมายถึงเราเต็มใจที่จะรับฟังปัญหา อุปสรรค ข้อสงสัยและข้อเสนอแนะต่างต่างจากพี่น้องประชาชน เราเต็มที่ ที่จะแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน และเต็มใจเต็มที่เต็มกำลังที่จะช่วยเหลือพี่น้องประชาชนค่ะ ซึ่งในช่วงต่อไปจะเป็นการเปิดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สิ่งที่เป็นความสำเร็จจากการร่วมมือของฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัตินะคะ รวมถึงปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ ค่ะ แต่ว่าในช่วงนี้ เราทั้ง 2 คนก็หมดหน้าที่แล้วนะคะ ก็จะขออนุญาตกล่าวคำว่า “สวัสดี” และขอมอบช่วงเวทีในช่วงต่อไปให้กับครูหยุย ท่านวัลลภ ตังคณานุรักษ์ และท่านดวงพร รอดพยาธิ์ สมาชิกวุฒิสภา ขอเรียนเชิญค่ะ และขอกล่าวคำว่าสวัสดีค่ะ (คุณคำนูณ) ครับ ขอบพระคุณทุกท่านครับ [เสียงปรบมือ] (คุณวัลลภ) ท่านประธานที่เคารพ ท่านพ่อแม่พี่น้อง ที่รักทุกทุกท่านนะครับ ก็ขออนุญาต กล่าวคำว่าสวัสดีอีกครั้งหนึ่ง แล้วก็สวัสดีไปถึง ท่านผู้แทนส่วนราชการทั้งหลายที่อยู่ทางขวามือของผมนะครับ ที่สำคัญวันนี้นี่ พี่ดวงพรสังเกตไหมว่า เราไม่ได้อยู่เฉพาะข้างล่างนะครับ (คุณดวงพร) ใช่ค่ะ เรามีท่านผู้ร่วมสัมมนาที่อยู่บนชั้นลอยข้างบนด้วยนะคะ ก็… (คุณวัลลภ) ปรบมือให้เพื่อนเราด้านบนได้ไหมครับ เต็มไปหมดเลยครับ [เสียงปรบมือ] (คุณวัลลภ) พี่ดวงพรครับ ผมคิดว่าวาระของเราวันนี้นี่ เนื่องจากเราฟังท่านประธานสิงห์ศึก พูดไปแล้ว ฟังอาจารย์วีระศักดิ์ กึ่ง ๆ ปาฐกถาไปแล้ว ผมคิดว่าเวทีต่อไปนี้น่าจะเป็นเวทีของภาคประชาชนแล้วนะครับ (คุณดวงพร) ค่ะ (คุณวัลลภ) เริ่มอย่างไรดี (คุณดวงพร) เราเริ่มเลยไหมคะ เรามีกัน 7 ภาค (คุณวัลลภ) ครับ (คุณดวงพร) นะคะ 7 กลุ่มภาค เราก็จะมีผู้แทนจากทุกกลุ่มภาคนี่ เป็นผู้แทนที่จะขึ้นมาให้ข้อมูลกับเรานะคะ (คุณวัลลภ) ครับ (คุณดวงพร) กลุ่มจะเริ่มจากกลุ่มที่ 1 เลยไหมคะ (คุณวัลลภ) อย่างนั้นผมขออนุญาตเชิญท่านแรกเลยนะครับ เรียนว่า เรามีผู้แทน 7 ภาค ที่จะมานำเสนอผลสัมฤทธิ์ หรือความรู้สึก อาจจะกึ่งดีอกดีใจก็ได้ว่า หลังจากสมาชิกวุฒิสภาลงไปแล้วนี่ ประชาชนได้รับอะไรอย่างเป็นรูปธรรมบ้าง ต่อจากนั้นก็จะเป็น 4 กลุ่มเป้าหมายนะพี่ดวงพรนะ ค่อยตามมานะครับ (คุณดวงพร) ค่ะ (คุณวัลลภ) อย่างนั้นผมขออนุญาตพี่ว่าผมเชิญกลุ่มแรกก่อนเลยนะครับ ท่านแรกนะครับ จะเป็นผู้แทน จากภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ที่ต้องเรียนท่านทั้งหลายก่อน เพราะว่า เรานัดประชุมกันทั้งเจ็ด 7 แล้วให้แต่ละภาค อาสาสมัครก่อนว่า ภาคใดสนใจจะพูดเป็นภาคแรกนะครับ แล้วแต่ละท่านก็ยกมือ เขาเรียกว่า ยกมืออาสาสมัครเป็นภาค ๆ ตามกันไปนะครับ ภาคแรกก็จะเป็นภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ซึ่งจะนำเสนอโดย คุณนพดล ม่วงแก้ว คุณนพดล ม่วงแก้ว นี่เป็นประธานที่ดูแลในเรื่องของการ ปลูกกาแฟแลมะคาเดเมีย พืชทางเศรษฐกิจและพืชทางเลือก ในพื้นที่สูงบ้านดงมะไฟ ตำบลมะเกลือใหม่ อำเภอสูงเนิน จังหวัดนครราชสีมา เรามีเวลาทั้งหมดแต่ละท่าน 10 นาที จะมีนาฬิกาขึ้นมาให้ท่านเห็น น่าจะขึ้นแล้ว พอ 9 นาทีก็จะมีเสียงออดเตือนท่าน ท่านจะได้บินลงได้อย่างสง่างามนะครับ เรียนเชิญเลยครับ ท่านนพดลครับ ตรงไหนครับ เชิญครับ (คุณนพดล) กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ และทุกท่านที่เข้าร่วมในที่ประชุมแห่งนี้ กระผม นายนพดล ม่วงแก้ว ประธานวิสาหกิจชุมชนกาแฟอาราบิก้า และมะคาเดเมียแบบประชาอาสาบ้านดงมะไฟ ตำบลมะเกลือใหม่ อำเภอสูงเนิน จังหวัดนครราชสีมานะครับ ก็นับว่าเป็นเรื่องดีงาม ถ้าว่าก่อนหน้านี้ขอเล่าที่มาที่ไป Before นะ ก็คือว่า เราได้เลือกเกษตรที่สูง นั่นหมายถึงกาแฟ และมะคาเดเมีย เข้ามาดูแลป่าต้นน้ำลำธาร ซึ่งเราเป็นพื้นที่สูง ในระดับความสูงตั้งแต่ 400-700 เมตรเหนือระดับน้ำทะเลนะครับ ก็ถือว่าเป็นที่ที่มีศักยภาพ เราเคยมองแต่ว่าภาคเหนือ ปลูกกาแฟได้ ภาคใต้ก็ปลูกอีกสายพันธุ์หนึ่ง แต่ว่าตรงภาคกลางตรงนี้ใกล้กรุงเทพมากเลย เพียงแค่ 250 กิโลเมตรเท่านั้นนะครับ บนนั้นมีศักยภาพสามารถปลูกกาแฟอาราบิก้าได้ดีพอเพียง จากการ ที่เราเริ่มต้นในปี 2545 หลังจากนั้นเราได้รับการสนับสนุนจากศูนย์วิจัยเกษตรที่ เขาค้อ ภาคเหนือตอนล่างจังหวัดเพชรบูรณ์นะครับ ก็เรานี่อยู่ภาคอีสาน เพราะฉะนั้น เราเป็นเด็กนอก พื้นที่บริการ แต่ครูก็ดีมาก ครูก็มาให้คำแนะนำให้นักวิชาการให้ต้นพันธุ์ มาทดลองปลูกเมื่อปี 2545 จนกระทั่งปี 2549 เอ๊ะ มันก็เป็นรูปกาแฟนี่นา เก็บได้ แล้วหลังจากนั้นนี่ ในปี 2548 เราเริ่มเขียนโครงการแล้วว่า แผนแม่บทชุมชนบัญญัติ 10 ประการบ้านดงมะไฟ ก็จำเป็นต้องเขียนขึ้น เพราะร้อยพ่อพันธุ์แม่มันอยู่ที่นั่น ดังนั้นแล้วนี่ เพื่อทุกคนจะต้องทำปฏิบัติ ให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม จะทำอย่างไร เราได้เห็นแล้วว่าพื้นเกษตรที่เกษตรกรเขาทำกันอยู่ก่อนที่ผมจะเข้าไปอยู่นี่ จนถึงทุกวันนี้ มัน 40 ปีแล้ว สิ่งที่เขาทำคือ เป็นพืชเชิงเดี่ยว ซึ่งต้องเปิดหน้าดินอยู่ทุกปี เพราะหน้าฝนที่กำลังถึงอยู่นี้ เกิดการชะล้างอย่างมโหฬาร ต่อเนื่องกันมา 40 ปี ไม่สายเกินไปเมื่อปี 2545 ที่เราตัดสินใจเอาเกษตรที่สูง เข้าไปดูแลป่าผืนนี้ เบื้องต้นเราใช้ พอปี 2549 นี่ ไปจดทะเบียนวิสาหกิจชุมชน ว่าวิสาหกิจชุมชนกาแฟอาราบิก้า และมะคาเดเมีย แบบประชาอาสาบ้านดงมะไฟ เราพบว่าแบบประชาอาสานี่เป็นคีย์เวิร์ดที่สำคัญแห่งความสำเร็จ เพราะมันไม่ใช่มีการนโยบายไม่มีการแผน ไม่มีการงบประมาณใด ๆ จากที่ใดก็แล้วแต่ แต่ว่ามันเป็นความพร้อมใจของเกษตรพื้นฐานนะครับ ในการที่จะเปลี่ยนวิถีชีวิตจาก พืชไร่ธรรมดามาเป็นแบบนี้ อย่างน้อยตอนนี้นี่ เรามีพื้นที่ทั้งหมด 300 ไร่ มีเกษตรกรที่อยู่ในวิสาหกิจชุมชน 28 ครัวเรือน จำเป็นเหลือเกินที่เราจำเป็นต้องสร้างให้เต็มรูปแบบ เช่น 1. ส่งเสริมการปลูก 2. เก็บเกี่ยว 3. แปรรูปและลงบรรจุภัณฑ์หรือการตลาดในที่เดียวกัน เราโชคดีครับ กาแฟที่เราปลูกใน 400-700 นี่ เมื่อไปตรวจแล็บ ปรากฏว่าเรามีคาเฟอีนเพียงแค่ 1 เปอร์เซ็นต์ คราวนี้เป็นเรื่องใหญ่นะครับ เดี๋ยวผมจะนำเรียน ก็ปรากฏว่าพอหลังจากนั้นแล้วนี่ มันก็ไปเข้าสู่กระบวนการ GI นะครับ นี่ตั้งแต่ปี 2559 วันที่ 31 มีนาคม ปี 2559 กรมทรัพย์สินทางปัญญาได้ขึ้นทะเบียนกาแฟดงมะไฟให้เป็น GI เป็นตัวแรกของจังหวัดนครราชสีมานะครับ หลังจากนั้นพอปี 2560 เราเข้าใจว่าพื้นที่นี้เป็นพื้นที่ทำกิน แต่ว่ายังมีปัญหาพื้นที่ทำกินอยู่ ๆ ทราบว่าก่อนหน้านั้นปี 2547 มีเรื่อง สทก ส.ท.ก. ทป.4 และหลังจากนั้นก็เงียบไป จนกระทั่งมาในปี 2557 เรามีข่าวดีว่ามี คทช. ขณะนี้ คทช. ก็เข้ามาแล้วที่ตั้งแต่ปี 2560 น่าจะเสร็จปี 2563 แต่ปี 2564 ยังไม่ซ้ายไม่ขวา ปรากฏว่าสิ่งดีงามเกิดขึ้นทันที มีโครงการ สว. พบประชาชน ได้ตรงมาที่บ้านดงมะไฟนะครับ ขอทราบ 2 เรื่อง คือเรื่องการปลูกเกษตรที่สูง กาแฟดงมะไฟ เรื่องที่ 1 และก็เรื่อง ก็คือ ปัญหาพื้นที่ทำกินนะครับ ผมก็ได้นำเสนอในตอนนั้นนี่ ท่าน สว. 28 ท่าน มาจากส่วนกลางที่กรุงเทพ และจากนั้นก็เป็นภาคส่วนที่เกี่ยวข้องนะครับ ก็จะมีเกษตรจังหวัด มีป่าไม้ นม.8 นะครับ แล้วก็ อันนี้ 2 อันนี่ หลัก ๆ มีทรัพยากรน้ำภาค 5 เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย แต่เนื่องจากว่า คทช. มันยังไม่ไปซ้ายไปขวา แล้วที่นั่นมันเป็นพื้นที่ป่า ปรากฏว่า สว. รับทราบปัญหานี่ ก็จึงได้นำเข้าสู่กระบวนการนะครับ ตอนหลังนี่ มันก็ดีมาก ๆ เลยตรงที่ว่า มีการบูรณาการ ร่วมกันกับภาคส่วน ที่มีหน้าที่ประจำอยู่แล้วในจังหวัด ปรากฏว่านี้เป็นกรณีแรก ผมเกิดมาก็ไม่เคยเห็น ผมได้กล่าวเลยบอกว่า อันนี้ท้ายที่สุด เราได้ ได้ยินแล้วว่าเป็นนวัตกรรมนะครับ ต้องคือการว่าไปรับทราบไปรับรู้ว่า ประชาชนน่ะ เขามีความต้องการอย่างไร ปัญหาเขามีอย่างไร แล้วจะมาแก้กันอย่างไรนะครับ ดังนั้นแล้วนี่ สว. ถือว่าเป็นกระบวนการที่ถูกต้องและเหมาะสมนะครับ เราก็ได้รับการบูรณาการเพิ่มขึ้น เพิ่มขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม เรื่อง คทช. ก็คาดว่าเมื่อวานนี้ได้ประชุมกันแล้วก็ในส่วนที่เกี่ยวข้องก็น่าจะเป็นประมาณปี 2567 ถ้าเป็นปี 2567 ได้นี่ งบประมาณไม่ว่าจะเป็นภาคส่วนของ กจ. เกษตรจังหวัด หรือจะเป็นทรัพยากรน้ำตั้งขึ้นไปแล้ว 14 ล้าน จากการพบกับ สว. พบประชาชน เห็นไหม โครงการต่าง ๆ เหล่านี้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว นะครับ ขณะเดียวกันก็รอเวลา ถ้าหากว่าหลังจากนั้นแล้วนี่ พร้อมเมื่อไหร่ก็จะเริ่มดำเนินการ แต่อย่างไรก็ขอเรียนข่าวดีให้กับพี่น้องของเรานะครับ ทุกท่าน ว่ากาแฟดงมะไฟเป็น GI เราได้พิสูจน์แล้วว่าคาเฟอีน 1 เปอร์เซ็นต์ไม่ใช่ 1 เดียวในไทย มันกลายเป็น 1 เดียวในโลก และข้อมูลของกาแฟดงมะไฟ ก็ไปอยู่ที่สหประชาชาติเรียบร้อยแล้ว ขณะเดียวกันเสื้อที่ผมใส่นี้ คือเสื้อของโคราชจีโอพาร์คนะครับ ณ ตอนนี้ การที่จะไปสู่ดวงดาว การที่มีไปสู่ความสำเร็จ เพื่อผลประโยชน์ของประเทศชาติ เราจำเป็นต้องร่วมกัน ครับ กราบขอบพระคุณครับ [เสียงปรบมือ] (คุณดวงพร) กลุ่มที่ 2 นะคะ ก็จะเป็นประเด็นที่นำเสนอโดยกลุ่มของภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนนะคะ โดยประเด็นที่จะมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ถึงตัวอย่างของความสำเร็จนี่นะคะ ก็จะเป็นประเด็นการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน ในพื้นที่ตำบลคำป่าหลาย จังหวัดมุกดาหารนะคะ นำเสนอโดย นายญาน ปาหลา นะคะ เรียนเชิญค่ะ อยู่ตรงไหนเอ่ย (คุณญาน) กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ และเพื่อนสมาชิกทุกท่านนะครับ ที่เข้ามาสัมมนาในครั้งนี้นะครับ กระผมนายญาน ปาหลา ราษฎรหมู่ที่ 13 ตำบลคำป่าหลาย อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหารครับ การที่… การแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน ในพื้นที่ตำบลคำป่าหลาย อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหารนะครับ ผมขอขอบคุณนะครับ สมาชิกวุฒิสภา ที่จัดโครงการสมาชิกวุฒิสภาพประชาชนนะครับ เพื่อลงพื้นที่ รับฟังความคิดเห็นของประชาชน นะครับ ข้อเสนอแนะ แนวทาง การแก้ไขของปัญหาของประชาชน ทำให้ความเดือดร้อนของประชาชนในหลายประเด็นนะครับ การแก้ไขปัญหาที่ได้สำเร็จไปแล้วก็มีนะครับ ยังไม่สำเร็จก็มีนะครับ แต่มีการลงพื้นที่ต่อเนื่อง ก็ได้คลี่คลายลงไปนะครับ การความเดือดร้อนของประชาชน ในเขตพื้นที่ ตำบลคำป่าหลายนะครับ หาไม่ได้อีกแล้วนะครับ สว. นะครับ ผมดีใจมากนะครับ ที่ท่าน สว. ลงไปติดตามผลงานการแก้ไขปัญหาของราษฎร ในพื้นที่ตำบลคำป่าหลาย อำเภอเมือง มุกดาหาร นะครับ ที่ลุล่วงไปด้วยดีนะครับ บางส่วนก็ยังติดอยู่นะครับ ประเด็นที่ทำกินนะครับ ที่ทำกิน และประเด็นที่อยู่อาศัยของราษฎร ชาวตำบลคำป่าหลายนะครับ ซึ่งแตกต่างกว่าภาคอื่นนะครับ ตำบลคำป่าหลาย อำเภอเมือง มุกดาหารนี้ เป็นพื้นที่ทำกินอีกอยู่อย่างหนึ่ง ที่อยู่อาศัยเป็นกลุ่มเป็นก้อนนะครับ เป็นหมู่บ้าน เขาเรียก เป็นหมู่ เป็นหมู่ นะครับ แตกต่างกันกับที่อื่น ที่อื่น ที่อยู่อาศัยกับที่ทำกินอยู่ร่วมกันนะครับ อันนี้ไม่ใช่นะครับ ความเดือดร้อนของประชาชนในเขตตำบลคำป่าหลาย เนื่องจากมีนโยบายนะครับ ทวงคืนผืนป่านะครับ มีนโยบายทวงคืนผืนป่า ท่าน สว. ได้ลงไปพูดคุยกับประชาชน แล้วรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ก็ได้แก้ไขมาเป็นบางส่วนนะครับ บางส่วนก็เสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว ราษฎร ก็ได้เข้าไปทำกินในพื้นที่ที่ตรวจยึด ก็มีนะครับ บางส่วนก็เข้าไปทำกินใน พื้นที่ คสช. เพราะว่า 30 มิ.ย. จากคณะรัฐมนตรีนะครับ ก็ได้เข้าไปทำกินแล้ว ประเด็นที่ 2 นะครับ เกี่ยวกับเหมืองหินนะครับ เหมืองหินตั้งอยู่หมู่ที่ 6 บ้านนาคำน้อย ตำบลคำป่าหลาย อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหารนะครับ ซึ่งขออนุญาตตั้งแต่ปี 2559 นะครับ ผมก็ได้กับราษฎรในหมู่บ้าน 3 หมู่บ้าน ได้เดินทางขอเรียกร้อง ขอคืนสิทธิ์นะครับ เพราะว่าเป็นเหมืองที่เป็นเหมืองหินที่มีแร่ หิน ทราย นะครับ อยู่ตรงนั้นนะครับ รอบ ๆ บริเวณ นะครับ รอบ ๆ บริเวณมันมีสระน้ำ มีบ่อน้ำ มีน้ำซับนะครับ ปัจจุบันนี้ ปัจจุบันนี้นะครับ ราษฎร 3 หมู่ นะครับ เอาน้ำซับที่ผุดขึ้นมาจากหินนะครับ จะเอามาจากผืนดิน เอามาทำน้ำประปา เพื่ออุปโภค บริโภค ใน 3 หมู่นะครับ อันนี้ ก็ได้ยินข่าวว่า ท่าน สว. บอกว่าทางอุตสาหกรรมได้ทำหนังสือขอยกเลิกไว้แล้วนะครับ อันนี้ ผมขอขอบพระคุณท่าน สว. มากนะครับ ที่มีเป็นห่วงเป็นใยของชาวบ้านนะครับ ประเด็นใหม่ ซึ่งของตำบลคำป่าหลายอีก ประเด็นที่โรงแป้งมันสำปะหลังนะครับ โรงแป้งมันสำปะหลัง ตั้งอยู่บ้านหนองแคนนะครับ ปล่อยน้ำเสียลงลำห้วยบางทรายนะครับ ปล่อยน้ำเสียลงลำห้วยบางทราย เวลาน้ำหลาก มันก็ดีนะครับ เวลาหน้าแล้ง มันทำให้น้ำเสีย เขียวชอุ่มเลยนะครับ ปูปลาตายหมดนะครับ คนลงก็ไม่ได้ ราษฎรนะครับไปทำมาหากินก็ไม่ได้ จากลำห้วยบางทรายนะครับ เพราะว่ามันคันนะครับ มันเป็นผื่นเป็นคันหมดนะครับ ฉะนั้น ตัวนี้ผมขอให้ท่าน สว. ติดตาม ให้ผมหน่อยนะครับ ประเด็นที่ 4 นะครับ เกี่ยวกับกลิ่นของ โรงงานยางพารานะครับ ในเขตตำบลคำป่าหลายนะครับ ตอน สว. ลงไปมันไม่เหม็นนะครับ สว. กลับมา เหม็นกลับมาตามหลังเลยนะครับ แต่ช่วงนี้ มันก็เป็นช่วง ๆ นะครับ เวลาอากาศเย็น ๆ มันก็เหม็นนะครับ ฉะนั้น ขอให้ท่าน สว. ไป ติดตามแก้ไขให้หน่อยนะครับ นะครับผมขอ ขอบพระคุณมากนะครับผม [เสียงปรบมือ] (คุณวัลลภ) บอกความสำเร็จ 2 เรื่อง ขณะเดียวกันก็ขออีก 2 เรื่อง ท่านจเรศักดิ์จดไว้นะครับ เป็น 2 ภาคแล้วนะครับ ภาคอีสาน ตอนล่าง และอีสานตอนบน ท่านถัดไปนะครับ เราจะขออนุญาต ดิ่งพสุธาลงทางใต้เลยนะครับ นะครับ จะไปที่ภาคใต้ ประเด็นการส่งเสริมและยกระดับรายได้ของเกษตรกรผู้เลี้ยงปูขาว จังหวัดนครศรีธรรมราชนะครับ ผู้ที่จะมานำเสนอนจาก คือคุณณัฎฐชัย นาคเกษม ตรงไหนครับ เรียนเชิญเลยครับ เชิญครับ (คุณณัฎฐชัย) กราบสวัสดี ท่าน สว. และ ทุกท่านในที่นี้นะ ผม ณัฎฐชัย นาคเกษม มาจากอำเภอหัวไทร จังหวัดนครศรีธรรมราช นะครับ ก็ดูสีผิวก็คงจะรู้นะครับ คงไม่ใช่คนเหนือแน่นอน เป็นคนปักษ์ใต้ครับ คือประเด็นที่จะนำเสนอในวันนี้ก็คือ โครงการความสำเร็จ จากการปรับเปลี่ยนการเลี้ยงกุ้งขาวมาเป็นการเลี้ยง… การเลี้ยงกุ้งขาว มาเป็นการเลี้ยงกุ้ง... มาเลี้ยงปูทะเล คือปูขาวแบบยั่งยืนนะครับ โครงการก็คือ มานำเสนอความสำเร็จครับ ก็คือปัญหา คืออาชีพเดิมของผมก็คือเป็นเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้ง ก็หลาย ๆ คนที่เคยเลี้ยงกุ้งก็คงจะรู้ดีนะครับ ว่าความสำเร็จมีแค่ไหน ก็ประสบปัญหาเรื่องสภาวะขาดทุน เพราะขาดทุนถามว่าแหล่งทุนที่เราเอามา เรามาจากไหนครับ ก็มาจาก ธ.ก.ส เพราะเราเป็นเกษตรกร เราไม่ใช่นายทุน เราก็ต้องกู้จาก ธ.ก.ส. พอเป็นหนี้มากปั๊บ ขาดทุนตลอดก็เป็นปัญหาหนี้สะสมกับพวกเรา เพราะฉะนั้น พอเวลาเราเลี้ยงกุ้งไม่ได้ 1 เดือนที่เราต้องจ่ายดอกกับ ธ.ก.ส. ก็ประมาณ 10,000 เศษ ๆ ถ้ามันไม่มีรายได้ ถามว่าจะเอาเงินที่ไหนไปจ่าย ธ.ก.ส. ครับ เพราะฉะนั้นในช่วงว่าง บ่อที่เราว่างอยู่ เราก็ได้ไปหาลูกปูจากธรรมชาติ เอามาปล่อยในบ่อ ที่มันว่างอยู่จากการขาดทุนนากุ้ง พอปล่อยไปได้สักระยะหนึ่งเราก็เออ มันก็สามารถ ประกอบอาชีพให้กับเราได้ คือระดับหนึ่งน่ะ พอซื้อข้าวสาร พอซื้อกับข้าวอะไรได้ คราวนี้ ทาง สว. สวัสดิ์ ก็เล็งเห็นอยู่ตรงนี้แล้ว ก็ได้นำปัญหาตรงนี้ จากเกษตรกรผู้ขาดทุนในการเลี้ยงกุ้ง ท่าน สว. สวัสดิ์ ก็ได้ผ่านเรื่องตรง นี้ ไปทาง วช. วช. ก็แทงเรื่องตรงนี้ลงไปเลย ลงไปทางมหาวิทยาลัยศรีวิชัย มทร. ศรีวิชัย ไสใหญ่ ว่าลงมาช่วยแก้ปัญหาให้กับเกษตรกรตรงนี้หน่อยสิ มทร. ศรีวิชัย ไสใหญ่ ก็ได้ลงมา แต่ก่อนนั้นคือเราเอาปู เอามาเลี้ยง อัตราการรอดเราจะอยู่แค่ประมาณไม่เกิน 20 เปอร์เซ็นต์ หลังจาก มทร. เข้ามาให้ความรู้กับพวกเรา จาก 20 เปอร์เซ็นต์ ตอนนี้เราสามารถทำอัตรารอดได้ 70 เปอร์เซ็นต์ครับ เพราะฉะนั้นต้องขอเสียงปรบมือให้กับ สว. สวัสดิ์ของเราสักนิดหนึ่งครับ ที่มาช่วยเรา แล้วหลังจากนั้น เราก็ได้ลูกพันธ์ุปู เป็นปูขาวนะครับ เป็นปูขาวหรือบางคนก็เรียกว่าปูทองหลาง เราได้ลูกพันธุ์ดี ๆ จากศูนย์เพาะเลี้ยงชายฝั่งต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นจากตรัง สงขลา ทุ่งทะเล หรือแม้กระทั่งลุ่มน้ำปากพนัง นะครับ หลังจากที่เราทำอัตราการรอดได้ถึงขั้น 70 เปอร์เซ็นต์ ถามว่าอะไรเกิดขึ้น ก็คือผลกำไรเราเริ่มมีขึ้นใช่ไหมครับ จาก 20 เปอร์เซ็นต์มาเป็น 70 เพราะฉะนั้น เราเล็งเห็นแล้วว่า 1 บ่อ ในบ่อกุ้งร้างของเราครับ 1 บ่อเราผลิตได้เกือบ 1 ตัน คูณง่าย ๆ ครับ 1,000 กิโลกรัม คูณ 300 เราใช้ระยะเวลาในการเลี้ยงไม่เกิน 4 เดือนครึ่ง ถามว่าตรงนี้คืออะไร และปัจจุบันนี้ เรานำเข้าปูขาวหรือว่าปูจากต่างประเทศเข้ามาเป็น 1,000 ล้านต่อปีนะครับ หลาย ๆ คนอาจจะยังไม่รู้ เพราะฉะนั้น นครศรีธรรมราชเป็นจังหวัดที่ยังมีบ่อกุ้งร้างตรงนี้อีกเยอะ เป็น 10,000-20,000 บ่อ ถ้าเรายกระดับตรงนี้ขึ้นมา ผมว่าเศรษฐกิจตรงนี้ย่อมดีขึ้นนะครับ เพราะทำให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น คือตรงนี้ ส่วนหนึ่งเราต้องขอบคุณ สว. ที่ว่า ชี้แนวทาง เอาทางมหาวิทยาลัยเข้ามา มาช่วยกับเกษตรกรตรงนี้ ทำให้เกษตรกรมีความรู้ และอีกส่วนหนึ่งนะครับ ก็คืออยากจะ… อยากจะคือขอบคุณ ขอบคุณมาก ๆ เลย เพราะว่าทำให้ตรงนี้ สภาวะหนี้สินของเกษตรกร ตอนนี้เริ่มดีขึ้นนะครับ เพราะฉะนั้น คือฟาร์มผมเป็นฟาร์มสาธิตในการเลี้ยงปูขาว ถ้าเกษตรกรที่ต้องการปรับเปลี่ยนอาชีพ สนใจ เข้าไปดูได้เลยครับที่ฟาร์มผม และอีกอย่างหนึ่ง เราเลี้ยงปูขาว เราไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมเหมือนกับเลี้ยงกุ้งที่ผ่านมา ที่ผมเคยเลี้ยงนะ คนอื่นเลี้ยงผมไม่รู้ แต่ถ้าที่ผมเลี้ยงมา เลี้ยงกุ้งก็คือเราจะทำลายสิ่งแวดล้อมเป็นส่วนใหญ่ ไม่ว่าจะใช้สารเคมี สี น้ำเทียมอะไรต่าง ๆ แต่ปัจจุบันนี้เราเลี้ยงปูขาว น้ำที่เราปล่อยออกไป ทุกอย่างเราสามารถเช็กได้หมด ค่า PH แอมโมเนีย อัลคาไลน์ ไนไตรท์อะไรทุกอย่าง ปลอดภัยกับสัตว์น้ำทุกชนิด เพราะเรามีการบำบัด ไม่ใช่บำบัดอย่างเดียวนะ ในขณะที่เราเลี้ยง เราก็ใช้จุลินทรีย์ ในการบำบัดน้ำ แล้วก็ช่วยทำให้การเจริญเติบโตของปูดีขึ้น เพราะปูขาวเป็นปูโคลนที่อยู่กับโคลน เพราะฉะนั้นจุลินทรีย์ตัวนี้ ทำให้โคลนสะอาด พอโคลนสะอาดขึ้นปึ๊บ ทุกอย่างมันก็ดีขึ้น น้ำที่เราปล่อยสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ ก็ไม่มีมลพิษ และที่สำคัญอีกอย่างหนึ่ง ที่ฟาร์มของเราก็คือ เป็นธนาคารจุลินทรีย์ เราทำจุลินทรีย์แบ่งปันให้กับเกษตรกร ไม่ว่าผู้จะเลี้ยงกุ้ง เลี้ยงปู หรือว่าสัตว์น้ำทุกอย่าง สามารถมาแบ่งปันจากที่ฟาร์มเราได้ เพราะฉะนั้นตอนนี้ เกษตรกรยืนได้ จากล้ม และยืนได้ขึ้นระดับหนึ่ง ขอฝากอีกข้อหนึ่งครับ ถ้าอย่างนั้น จากลุกขึ้นมายืน ตอนนี้อยากเดินได้ครับ พออยากเดินได้ก็ต้องฝากผ่านทาง สว. ด้วยครับ เราอยากนำเสนอโครงการนี้เข้าสู่ ป.ป.ท. ครับ ให้ช่วย ให้เราเดินได้ต่ออีกสักนิดนะครับ เพราะฉะนั้น ตรงนี้ต้องขอฝากจริง ๆ ครับ เพราะฉะนั้นต้องขอขอบคุณท่าน สว. ล่วงหน้า ไว้ในที่นี้ด้วยนะครับ ว่าจะช่วยเสนอโครงการของเราให้กับ ป.ป.ท. ต่อไปครับ ขอบคุณมากครับ [เสียงปรบมือ] (คุณดวงพร) นะคะ จากภาคใต้ ตอนนี้จะชวนท่านไปขึ้นเหนือนะคะ ไปดู โครงการ ไปดูความสวยงามนะคะ จะเป็นโครงการของ… โครงการของการท่องเที่ยวนะครับ เรื่องของ นั่งแพแลน้ำนะครับ ที่ตำบลคันโช้ง อำเภอวัดโบสถ์ จังหวัดพิษณุโลกนะครับ นำเสนอโดยนายปราโมทย์ เมืองเปรมค่ะ เชิญค่ะ (คุณปราโมทย์) ครับ กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายปราโมทย์ เมืองเปรม นายกองค์การบริหารส่วนตำบลคันโช้ง อำเภอวัดโบสถ์ จังหวัดพิษณุโลก ขอนำเสนอความสำเร็จของโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน ภาคเหนือตอนล่าง ในการผลักดันการท่องเที่ยวของประชาชนในพื้นที่ตำบลคันโช้ง อำเภอวัดโบสถ์ จังหวัดพิษณุโลก ตำบลคันโช้ง เป็น 1 ใน 6 ตำบลของอำเภอวัดโบสถ์ จังหวัดพิษณุโลก โดยในปี พ.ศ. 2545 กรมชลประทานมาสำรวจพื้นที่ตำบลคันโช้ง เพื่อดำเนินการก่อสร้างเขื่อน อันเป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9 และพระองค์ท่าน ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณ พระราชทานนามเขื่อนแห่งนี้ว่า “เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน” เป็นเขื่อนตามแนวพระราชดำริแห่งสุดท้ายของพระองค์ท่านอีกด้วย หลังจากสร้างเขื่อนเสร็จ กรมชลประทานได้เริ่มทำการกักเก็บน้ำ และได้แจ้งประชาสัมพันธ์สัมพันธ์ วัตถุประสงค์ของการสร้างเขื่อนไว้ดังนี้ 1. สามารถบรรเทาความเดือดร้อนจากอุทกภัย 2. เพื่อพัฒนาแหล่งน้ำแควน้อย และเพิ่มผลผลิตทางด้านการเกษตร 3. เพื่อส่งน้ำอุปโภค บริโภค 4. เป็นแหล่งท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจของประชาชน 5. เสริมสร้างอาชีพจากผลผลิตและการประมง ตามที่คณะสมาชิกวุฒิสภา ได้มีโครงการสมาชิกวุฒิสภาเพื่อประชาชน ณ จังหวัดพิษณุโลก ในวันที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2566 โดยมีท่านพลเอกสิงห์ศึก สิงห์ไพร รองประธานวุฒิสภาคนที่ 1 ประธานคณะกรรมการ โครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง เพื่อรับฟังความคิดเห็นและปัญหา ซึ่งชาวตำบลคันโช้ง ได้เสนอปัญหาในพื้นที่ให้ทางคณะวุฒิสภาได้รับทราบ ดังนี้ ปัญหาข้อที่ 1 การพัฒนาพื้นที่รอบเขื่อนแควน้อยบำรุงแดน ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัดพิษณุโลก เทศกาลนั่งแพแลน้ำ เป็นกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยว ของตำบลคันโช้ง เกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2555 โดยการรวมตัวของชาวบ้านในพื้นที่ ที่มีความสนใจ มีความต้องการหารายได้เสริม มาช่วยเหลือครอบครัว โดยเห็นว่า พื้นที่หน้าเขื่อนแควน้อยบำรุงแดน มีการปล่อยน้ำไหลลงสู่แม่น้ำแควน้อย เกิดเป็นสายน้ำที่ใส ไหลเย็น รวมทั้งทัศนียภาพรอบๆ เป็นป่าเขาที่มีความสวยงาม เหมาะกับการพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของตำบลคันโช้งและจังหวัดพิษณุโลกได้ ซึ่งในช่วงแรกๆ ชาวบ้านได้นำแค่ไม้ไผ่ ซึ่งเป็นของใช้ที่มีกันแทบทุกหลังคาเรือน มาวางไว้ริมตลิ่งของแม่น้ำแควน้อย ให้นักท่องเที่ยวมานั่ง และลงเล่นน้ำเพื่อคลายร้อนในฤดูร้อน เมื่อนักท่องเที่ยวเดินทางท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้น ชาวบ้านบางรายที่มีฝีมือในการทำอาหาร ได้มาเปิดร้านจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่มเล็ก ๆ ไว้จำหน่ายให้กับนักเที่ยว ซึ่งสามารถสร้างรายได้เสริมให้กับชาวบ้านได้เป็นอย่างดี ต่อในช่วงเวลาหลายปีที่ผ่านมา ชาวบ้านได้มีการพัฒนารูปแบบ บริหารจัดการกิจกรรมต่าง ๆ ให้มีความน่าสนใจเป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยว เพื่อดึงดูดให้นักท่องเที่ยวได้เดินเข้ามาท่องเที่ยวในตำบลคันโช้งของเรา ปัจจุบันได้มีการตั้งกลุ่มท่องเที่ยวตำบลคันโช้งในรูปแบบของคณะกรรมการ ทำหน้าที่วางนโยบาย บริหารการท่องเที่ยวในพื้นที่ให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ และแก้ไขปัญหาอาจจะเกิดขึ้น รูปแบบการท่องเที่ยวได้มีการพัฒนาเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม จากที่ชาวบ้านนำแค่ไม้ไผ่มาวางให้นักท่องเที่ยว ก็เปลี่ยนเป็นซุ้มไม้ ที่มีความหนาแน่น คงทน แข็งแรง หลังคามุงด้วยหญ้าคา เป็นรูปแบบเดียวกันทั้งหมด เพื่อความสวยงาม เป็นระเบียบเรียบร้อย เพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว รวมทั้งมีการทำแพไม้ไผ่ ไว้เป็นตัวเลือกให้นักท่องเที่ยวได้ใช้บริการอีกด้วย ที่ผ่านมาเทศกาลนั่งแคร่แช่น้ำ จะจัดขึ้นในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนเมษายนของทุกปี ได้มีนักท่องเที่ยวเดินเข้ามาท่องเที่ยวกันเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะในช่วงวันหยุดยาว ที่หยุดต่อเนื่องกันหลายวัน เช่น เทศกาลวันสงกรานต์ ซุ้มไม้ที่เตรียมไว้ 800-900 ซุ้ม ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการของนักท่องเที่ยว จะเห็นได้ว่ากิจกรรมท่องเที่ยวนี้สามารถสร้างรายได้เสริม ให้กับชาวบ้านตำบลคันโช้ง และพื้นที่ใกล้เคียงรอบเขื่อนกันน้อยบำรุงแดงได้เป็นอย่างดี ในปี พ.ศ. 2566 นี้ ได้มีเปลี่ยน ได้มีการเปลี่ยนชื่อจากเทศกาลนั่งแคร่แช่น้ำ เป็นเทศกาลนั่งแพแลน้ำ แต่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ได้เกิดปัญหาในเรื่องของการขออนุญาตใช้พื้นที่ จากหน่วยงานราชการที่เป็นเจ้าของพื้นที่ ทำให้บางปีกว่าจะได้รับอนุญาตใช้พื้นที่ ก็เกิดความล่าช้าในการกิจกรรม อันเป็นการเสียโอกาสของชาวบ้าน ซึ่งชาวบ้านตำบลคันโช้ง และพื้นที่ใกล้เคียง ที่ได้รับผลประโยชน์จากการกิจกรรมท่องเที่ยวนี้ ต่างมีความต้องการให้หน่วยงานที่เป็นเจ้าของพื้นที่ ได้อนุญาต ให้จัดเทศกาลนั่งแพแลน้ำ ได้อย่างต่อเนื่อง เป็นประจำทุกปี ในปี พ.ศ. 2566 ที่ผ่านมา ก็ได้ติดปัญหาเรื่องการขออนุญาตใช้พื้นที่เช่นเดิม จนชาวบ้านคิดว่าไม่สามารถจัดเทศกาลนั่งแพแลน้ำได้ เบื้องต้น ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น ได้นำปัญหาไปปรึกษากับท่าน สว. พิกุลแก้ว ไกรฤกษ์ และท่าน สว. กิตติศักดิ์ รัตนวราหะ ท่านทั้ง 2 ได้เข้ามารับฟังปัญหา และนำปัญหานี้เข้าไปปรึกษากับทางคณะวุฒิสภา และคณะวุฒิสภาก็ได้เดินทางมารับฟังปัญหาดังกล่าว พร้อมได้หาทางแก้ไข ตามโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน โดยมีท่านพลเอกสิงห์ศึก สิงห์ไพร รองประธานวุฒิสภาคนที่ 1 ประธานคณะกรรมการ… ประธานคณะวุฒิสภาพบประชาชนในจังหวัดภาคเหนือตอนล่างในวันที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2566 ซึ่งคณะวุฒิสภาได้นำปัญหานี้กลับไปพิจารณา ผลักดันจนสามารถแก้ไขปัญหานี้ได้สำเร็จ ทำให้ในปี พ.ศ. 2566 นี้ สามารถจัดกิจกรรมเทศกาลนั่งแพน้ำได้ ชาวบ้านต่างรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่ง พร้อมทั้งขอกราบขอบพระคุณคณะสมาชิกวุฒิสภาเป็นอย่างสูง ที่ท่านได้เห็นความทุกข์ยากของชาวบ้านตำบลคันโช้งและช่วยแก้ไขปัญหานี้ได้จนสำเร็จ ปัญหาข้อที่ 2 ขอทวงถามโครงการสร้างแก่งเทียมทดแทนแก่งเจ็ดแควที่ถูกน้ำท่วม การก่อสร้างเขื่อนแควน้อยบำรุงแดน กรมชลประทานได้ทำการเวนคืนที่ดินของชาวบ้าน และพื้นที่ป่าของตำบลคันโช้งและตำบลบ้านยาง อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดพิษณุโลก เป็นจำนวน 40,000 กว่าไร่ หลังจากการก่อสร้างแล้วเสร็จ ได้ทำการกักเก็บน้ำ ส่งผลให้พื้นที่ป่าอุดมไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติที่เป็นแหล่งอาหารของชาวบ้าน รวมทั้งแก่งเจ็ดแคว แหล่งท่องเที่ยวที่สำคัย ถูกน้ำท่วมไปด้วย ซึ่งทางกรมชลประทานได้สัญญากับชาวบ้านไว้ว่า จะดำเนินการก่อสร้างแก่งเทียมขึ้นมาทดแทนแก่งเก็บเขื่อนที่ถูกน้ำท่วมไป ได้มีการออกแบบ และตั้งงบประมาณไว้ปี พ.ศ. 2554 ไว้จำนวนเงิน 46 ล้านบาท แต่ด้วยอุปสรรคปัญหาต่าง ๆ ทำให้ไม่สามารถก่อสร้างเขื่อนเทียมได้ และในวันที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2566 โครงการสมาชิกวุฒิสภาเพื่อประชาชน ณ จังหวัดพิษณุโลก พลเอกสิงห์ศึก สิงห์ไพร ได้สั่งการให้ท่าน สว. กิตติศักดิ์ รัตนาวรหะ และท่าน สว. จตุรงค์ เสริมสุข ประชุมหารือ ประสานและติดตามความคืบหน้าของโครงการสร้างแก่งเทียม เพราะคณะสมาชิกวุฒิสภา ได้เล็งเห็นว่า การก่อสร้างแก่งเทียมนี้ ถ้าสำเร็จก็จะเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญอีกแห่งหนึ่ง ของตำบลคันโช้งและจังหวัดพิษณุโลก เพราะเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สามารถเดินเข้ามาท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี อาจจะเป็นการสร้างรายได้เสริมให้กับประชาชนชาวตำบลคันโช้งได้เป็นอย่างดี ชาวตำบลคันโช้ง กราบขอบพระคุณคณะสมาชิกวุฒิสภาเป็นอย่างสูง ที่ท่านได้กรุณาผลักดัน โครงการท่องเที่ยว เทศกาลนั่งแพแลน้ำ จนประสบผลสำเร็จ สามารถสร้างรายได้เสริม ในช่วงฤดูแล้ง ที่ไม่สามารถทำการเกษตรได้ และชาวตำบลคนโช้ง มีความยินดีเป็นอย่างยิ่ง ถ้าจะมีโอกาสได้ต้อนรับสมาชิกวุฒิสภาอีกครั้ง เพราะตำบลคันโช้งยังมีปัญหาอีกหลายด้าน ที่อยากจะให้ท่านเข้ามาช่วยเหลือ โครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน เป็นโครงการที่ดี ช่วยบรรเทาทุกข์ร้อนของประชาชน ให้ได้รับการแก้ไข เพื่อความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ของพวกเราชาวตำบลคันโช้ง อำเภอวัดโบสถ์ จังหวัดพิษณุโลก ขอขอบพระคุณครับ [เสียงปรบมือ] (คุณวัลลภ) ผ่านไป 4 ภาคแล้วครับ ต้องขอชื่นชมนะครับว่าทุกภาค ใช้เวลาเหลือทั้งนั้นเลย การมีมิติเวลาที่เหลือจะเป็นประโยชน์ต่อห้องประชุมมากนะครับ เราอาจจะมีเวลาให้ทุกท่านลุกขึ้นมาอภิปรายบางสิ่งบางอย่างได้นะ ขอดูเวลาอีกสักพัก หนึ่งว่ามันจะเป็นอย่างไร ขณะนี้เวลาเหลือค่อนข้างมาก มากขึ้นไปว่า แต่ละท่านใช้ไม่หมด ซึ่งอย่างนั้นต้องขอบคุณมาก ๆ นะครับ แต่ขณะเดียวกันสิ่งที่ท่านบอกถึงความสำเร็จ ท่านก็ฝากประเด็นแก่งเทียมเอาไว้ เข้าใจว่าท่านพลเอก สิงห์ศึก ก็คงบันทึกเอาไว้แล้วล่ะครับ นะครับ ภาคต่อไป ผมคิดว่ามันมีโครงการหนึ่งที่เกิดขึ้นในประเทศไทยนะครับ ก็คือโครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ก็คือเป็นโครงการที่พัฒนาพื้นที่ชายฝั่ง พื้นที่พัฒนาชายฝั่ง ทะเลตะวันออกนั่นแหละครับ แล้วเขาก็บอกว่ามันประสบปัญหาเยอะมากเลยนะครับ ทีนี้ในพื้นที่ภาคตะวันออกนี่ ก็เลยพยายามที่จะขับเคลื่อนแนวทางแก้ไขปัญหา และลดผลกระทบจากโครงการ EEC ที่ว่านี่ ในพื้นที่แหลมฉบัง พยายามมานาน แล้วประสบความสำเร็จ พอสมควรนะครับ ก็จะมาเล่าสู่กันฟังนะครับ โดยสุภาพสตรี คราวนี้เราฟังเสียงผู้หญิงบ้างนะครับ โดยคุณ พาสนา กำมเลศ นั่งตรงไหนเรียนเชิญเลยครับ โอเค เชิญครับ (คุณพาสนา) สวัสดีค่ะ ดิฉัน กราบเรียนท่านประธานที่เคารพนะคะ ดิฉัน พาสนา กำมเลศ เป็นตัวแทนจาก ตะวันออก มาจากหมู่บ้านแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรีนะคะ จริง ๆ ในเรื่องของการขับเคลื่อน การแก้ไขปัญหาและลดผลกระทบจากโครงการ EEC ที่หมู่บ้านเราได้รับ นะคะ ผลกระทบนี่ได้รับมานานแล้ว แต่พอทีม สว. ลงไปในพื้นที่บ้านเรา ครั้งแรกเลย ชาวบ้านไม่รู้จักนะคะว่า สว. คือใคร หรือคือหน่วยงานใด อันนี้ อันนี้เป็นเรื่องตลกของชาวบ้านในหมู่บ้านเรา พอท่านวรพงศ์ลงไปนี่ เราเลยรู้ว่า อ๋อ เขามาทำอะไร วันนี้นี่ เราเป็นตัวแทนหมู่บ้านเล็ก ๆ ซึ่งในโลกนี้นี่ ชื่อหมู่บ้านของเรา รู้จักทั่วโลกแล้วนะคะ คำว่า “แหลมฉบัง” มาจากหมู่บ้านเล็กๆ ของเรา ซึ่งมีแค่ 200 กว่าหลังคาเรือนนะคะ ขอบคุณที่เอาชื่อของเราให้ทั่วโลกรู้จัก แต่วันนี้อยากให้รู้จักในที่นี้ เพราะว่าเราต้องมีเรื่องขอบคุณทีม สว. นะคะ ที่ลงไปช่วยจัดการแล้วก็บูรณาการการแก้ไขปัญหา ที่เกิดระหว่างรัฐกับรัฐเอง แล้วก็รัฐกับประชาชน ซึ่งพอท่านลงไปนี่ มันเป็นการพบโดยตรงกับประชาชน แล้วท่านทราบปัญหาทันทีว่าคืออะไร ถึงแม้ว่าจะเป็นปัญหาเล็ก ๆ นะคะ ในเรื่องเกี่ยวกับสาธารณูปโภคในหมู่บ้าน ที่เราถูกจำกัดพื้นที่ไว้นะคะ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการขอบ้านเลขที่เพิ่มไม่ได้ พอขอบ้านเลขที่เพิ่มไม่ได้ น้ำไฟก็ไม่ได้ ก็เกิดการพ่วงกันไปเรื่อย ๆ พอพ่วงไปเรื่อย ๆ ไฟกระแสไฟก็ไม่พอ ในหมู่บ้านเราจะเป็นหมู่บ้านที่ไฟดับบ่อยมาก แต่ ณ วันนี้ไม่ดับแล้วค่ะ ก็ขอบคุณมากๆ เพราะเราได้รับกระแสไฟหม้อแปลงนะคะ เพิ่มขึ้น แล้วก็การไฟฟ้า หรือแม้กระทั่งการประปา หน่วยงานรัฐทั้งหมดที่อยู่ในพื้นที่ของเรา เริ่มกลับมา มาช่วยเหลือ จากการลงไปทำงานของทีม สว. ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ เมื่อปี 2566 ที่ผ่านมา แค่ 6 เดือนนะคะ เราเห็นผลชัดเจนขึ้น เป็นระยะสั้น ากจากโครงการที่เราฟังมาจากทุกภาคนะคะ ภาคตะวันออกที่เราได้รับ ตรงนี้จาก 6 เดือนที่เราได้เห็นผลงานจากการทำงานร่วมกัน ในการทำเวิร์กช็อปที่ ตัวดิฉันเองทำงานมาเป็นลูกจ้างข้าราชการ… เป็นลูกจ้างบริษัทเอกชนมา 30 กว่าปี ไม่เคยเห็นการทำงานที่สามารถรวมหน่วยงานภาครัฐเกินได้ 15 หน่วยงาน เช่นวันนั้นมาก่อนเลย อันนี้คือความภาคภูมิใจมาก แล้วท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ท่านธวัชชัยก็เข้าถึงพวกเราเพิ่มขึ้น ท่านไปในหมู่บ้านแล้วก็ถามว่า เป็นอย่างไรบ้าง ถึงไหนแล้ว อันนี้ คือมองเห็นว่า หน่วยงานรัฐไม่ได้ทิ้งประชาชนจริง ๆ จากการทำงานของทีม สว. ที่เราเห็น ภาพชัดเจนนะคะ เพราะฉะนั้นในวันนี้นี่ จากความจำเป็นพื้นฐานของชาวบ้าน ได้เริ่มขยับ หน่วยงานรัฐเริ่มมีการทำงานร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นการท่าเรือเองนะคะ แล้วก็หน่วยงานจากทางราชการจังหวัด ก็เริ่มเข้ามา แล้วก็สอบถามพวกเรามากขึ้น ว่าปัญหาแก้ไขไปถึงไหน ณ วันนี้ หมู่บ้านแหลมฉบังเล็ก ๆ ที่มีชาวดั้งเดิม เป็นคนพื้นเพเลยนะคะ เริ่มได้รับความกรุณาจากหน่วยงานรัฐ หลาย ๆ หน่วยงานที่ทีม สว. ได้ลงไป ร่วมงานกับทางภาครัฐในพื้นที่นะคะ อีกเรื่องหนึ่งที่เราอยากจะฝากนะคะ คือ ในหมู่บ้านเรามีพื้นที่ป่าชายเลน ซึ่งป่าชายเลนเล็ก ๆ นี้ เดิมเป็นป่าเสื่อมโทรมเลยก็ว่าได้ แต่ด้วยความดันทุรังที่เราอยู่ในพื้นที่ พ.ร.บ เวนคืน แล้วเราก็มี ท่านหนึ่งได้เสียสละตนเอง แล้วก็เริ่มเข้าไปปลูกป่าเพิ่มขึ้น ช่วยกันบ้าง จากหน่วยงานอื่นที่อยู่รอบ ๆ เรา เพราะว่ารอบ ๆ เรานี่ถูกล้อมด้วยการขยายของการท่าเรือและเขตอุตสาหกรรม เพราะฉะนั้นหน่วยงานเขาก็จะมาทำ CSR เราก็ปักกันไปเรื่อย ๆ ปลูกป่าไปเรื่อย ๆ แต่ ณ วันนี้นี่ จากป่าที่เสื่อมโทรม เราทำจนได้รับรางวัลอันดับ 1 ของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์จาก 407 โครงการนะคะ และยังได้รับรางวัลลูกโลกสีเขียว ได้รับรางวัลที่ 1 จากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย แค่ 3 รางวัลนี้ เราก็เลยอยากการันตีว่า อยากจะให้ทีม สว. ฝากนิดหนึ่งค่ะว่า เราอยากให้รักษาป่าชายเลนนี้ ไว้ที่หมู่บ้านเล็ก ๆ ของเรา แล้วก็อยากให้หน่วยงานรัฐ เข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารจัดการ อยากได้บุคคล บุคลากรที่มีความรู้ความสามารถ ในการบริหารจัดการเพื่อให้ป่าชายเลนแห่งนี้ มีตัวตนขึ้นมา แล้วมีการบูรณาการป่านี้ อย่างน้อย สามารถเข้าโครงการเครดิตคาร์บอนได้ ซึ่งเป็นโครงการอีก 1 โครงการที่จะมีประโยชน์ทั้งโลกนี้นะคะ อย่างน้อยวันนี้นี่ การที่ได้เป็นตัวแทนจากภาคตะวันออก จากหมู่บ้านเล็ก ๆ นะคะ ที่เป็นหมู่บ้านชาวประมงโดยพื้นฐาน แล้วจากอาชีพประมงนี้ ทำให้มีอาชีพอื่นตามมาในหมู่บ้าน เราก็มีรายได้กันเพิ่มขึ้น สุดท้าย เราอยากจะฝากว่า เราไม่ได้อยากเป็นหมู่บ้านในตำนานนะคะ แต่ขออยู่ในพื้นที่บ้านเกิดตลอดกาลค่ะ ขอบคุณมากค่ะ [เสียงปรบมือ] (คุณดวงพร) ขออนุญาตลำเอียงหน่อยนะคะ เพราะว่า มีผู้หญิงอยู่ท่านเดียวนะคะ ที่เป็นผู้นำเสนอ แล้วก็ต้องเรียนไว้ชัดเจนนะคะต้องชื่นชมท่านเลยนะคะ ท่านพูดชัดเจนนะคะ แล้วก็ลำเอียงอีกอย่างหนึ่ง คือบังเอิญอยู่ภาคตะวันออก ดูแลภาคตะวันออกอยู่ด้วยนะ ก็จะขอรับประเด็น ที่ท่านนำเสนอนะคะ ไว้นำเรียนท่านหัวหน้าคณะเพื่อที่จะได้ทำงานร่วมกันต่อไปนะคะ ค่ะ ก็ประเด็นในส่วนที่ 6 เราจะเปลี่ยนอารมณ์นิดหนึ่งนะคะ จากเรื่องธรรมชาติหลาย ๆ เรื่อง แล้วตอนนี้จะเป็นเรื่องเทคโนโลยีนะคะ ก็จะไปที่ภาคเหนือตอนบนนะคะ เป็นประเด็นของแพลตฟอร์มย่านล้านนาสร้างสรรค์นะคะ นำเสนอโดย ดร.ดนัยธัญ พงษ์พัชราธรเทพ นะคะ กับแล้วก็ ดร.กลวัชร คล้ายนาค นะคะ รองคณะบดีวิทยาลัยศิลปะสื่อและเทคโนโลยี จากจังหวัดเชียงใหม่ค่ะ เรียนเชิญค่ะ (ดร.ดนัยธัญ) ครับ เรียนท่านประธานนะครับ ในที่ประชุมนะครับ แล้วก็ท่านผู้เข้าร่วมประชุมทุกท่านนะครับ ผมเป็นตัวแทนจากภาคเหนือตอนบนนะครับ จากวิทยาลัยศิลปะสื่อและเทคโนโลยีของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่นะครับ ก็วันนี้ หลายท่านอาจจะสงสัยว่าทำไมนะครับ เราเป็นจากสถาบันอุดมศึกษา แต่เป็นตัวแทนที่ได้มาในวันนี้นะครับ ก็สืบเนื่องมาจากนะครับ ในช่วงต้นปีที่ผ่านมานะครับ มีท่านพลเอก สกนธ์ สัจจานิตย์ นะครับ ซึ่งท่านเป็นประธานคณะกรรมการโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนนะครับ ในพื้นที่ภาคเหนือ ร่วมกับท่าน ดร. สถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ นะครับ ก็ได้ไปเยี่ยมเยือนที่คณะของเรานะครับ ซึ่งคณะของเรานี่นะครับ แม้ว่าจะเป็นสถาบันอุดมศึกษา ซึ่งบทบาทหลักก็น่าจะเป็นในเรื่องของการผลิตบุคลากรนะครับ เพื่อเข้าสู่ตลาดแรงงาน แต่ในอีกมิติหนึ่งนี่นะครับ ทางคณะเราก็ให้ความสำคัญกับการนำเอา ความรู้หรือว่าบุคลากรที่มีความรู้ของทางของเรานี่ เข้าไปทำงานร่วมกับชุมชนนะครับ ซึ่งน่าจะเป็นบทบาทที่ เราพยายามที่จะทำเป็นแกนหลัก เพื่อให้นักศึกษาของเรานี่ ได้มีประสบการณ์ในการทำงานในลักษณะดังกล่าวเพิ่มมากขึ้นนะครับ ดังนั้นนี่ก็ในด้านหนึ่งก็คงต้องขอฝากเนื้อฝากตัวนะครับว่าเราก็เป็นน้องใหม่ในการที่จะทำงานให้กับชุมชนสังคมด้วยนะครับ แต่ในอีกบทบาทหนึ่งที่เรามีความถนัดมาก่อนหน้านี้ก็คือในเรื่องขององค์ความรู้เรื่องของเทคโนโลยีดิจิตอลหรืออะไรต่าง ๆ นะครับ เพราะเราเป็น Digital School นี่นะครับ เราก็เลยได้นำเอาความรู้ดังกล่าวนี่นะครับ ลงไปใช้เพื่อทำประโยชน์ในการสร้างสิ่งที่ได้จะขออนุญาตนำเสนอในวันนี้ นั่นก็คือสิ่งที่เรียกว่าเป็นย่านล้านนาสร้างสรรค์นะครับ หรือว่าในเรื่องของแพลตฟอร์มที่เราเรียกว่าเป็น “แพลตฟอร์มล้านนาสร้างสรรค์” ก็แล้วกันนะครับ ซึ่งแพลตฟอร์มดังกล่าวนี่นะครับ ในส่วนของการได้รับการสนับสนุนนี่ ก็ต้องขอขอบพระคุณทางสมาชิกวุฒิสภานะครับที่ ที่ได้ลงพื้นที่ไป ณ วันนั้นนี่ ที่ช่วยส่งเสริมผลักดันให้โครงการดังกล่าวนี่เกิดขึ้นนะครับ และตอนนี้นี่เราก็อยู่ในระหว่างกระบวนการดำเนินการนะครับ ในการดำเนินงานในช่วงแรกของโครงการนะครับ ก็จะขออนุญาตฉายภาพใหญ่ ๆ นะครับว่าโครงการนี้นี่ เรากำลังทำอะไรอยู่นะครับ ชื่อแผนงานของเราจะเป็นว่า เป็นพัฒนาแพลตฟอร์มที่เรียกว่า UGC ซึ่งย่อมาจาก User Generated Content นะครับ จะเป็นแนวคิด หนึ่งของในเรื่องของการท่องเที่ยวแนวใหม่ที่เป็นการท่องเที่ยวที่เป็นลักษณะของนักท่องเที่ยวอิสระ ที่มีเพิ่มมากขึ้นนะครับ แล้วก็การออกแบบเส้นทางการท่องเที่ยวต่าง ๆ นี่นะครับ ก็จะสามารถตอบสนองต่อนักท่องเที่ยวที่เขาไม่อยากจะไปในแบบที่รูปแบบของการท่องเที่ยวกระแสหลักนะครับ โดยใช้ปัญญาประดิษฐ์นี่เข้ามาช่วย ซึ่งลักษณะดังกล่าวนี่ ถ้าหาก เป็นลักษณะของการลงไปเพื่อช่วยเหลือของการท่องเที่ยวในรูปแบบของชุมชนนี่นะครับ แล้ว ผสมผสานกับการออกแบบเส้นทางการท่องเที่ยวด้วยปราชญ์ชุมชนได้ โดยที่มีแพลตฟอร์มตัวนี้นี่ ที่มีระบบปัญญาประดิษฐ์เป็นตัวช่วยนี่ ท้ายที่สุดแล้วนี่ ก็จะทำให้เส้นทางการท่องเที่ยวนี่ สามารถนำเสนออัตลักษณ์ของชุมชนท้องถิ่นเข้าไปอยู่บนแพลตฟอร์มนะครับ แล้วก็ให้นักท่องเที่ยวที่ต้องการท่องเที่ยวในเชิงลึกนะครับ ที่ต้องการประสบการณ์ท้องถิ่นจริง ๆ นี่ นะครับ สามารถอาศัยข้อมูลดังกล่าวนี่ เพื่อไปท่องเที่ยวได้ ในขณะเดียวกันนะครับ แพลตฟอร์มดังกล่าวนี่นะครับ ก็จะเกี่ยวข้องกับการนำเสนอสินค้าที่เป็นอัตลักษณ์ของชุมชนนะครับ ที่นอกเหนือจากลงไปท่องเที่ยวแล้วนะครับ เราก็จะมีเรียกว่าเป็น Market Place ก็แล้วกันนะครับ ที่สามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์ของชุมชนนี่ เพื่อจะขายในรูปแบบของ E-commerce Platform อยู่ในแพลตฟอร์มใหญ่เดียวกันได้ด้วยนะครับ อันนี้เป็นภาพรวมที่ ขอนำเสนอให้ทุกท่านได้เห็นภาพนะครับ ขอสไลด์ถัดไปเลยนะครับ อันนี้เป็น ผมขอนุญาตผ่านเลยละกันนะครับ ขอสไลด์ถัดไปเลยนะครับ อันนี้เป็นภาพรวมนะครับว่า แพลตฟอร์มที่เรากำลังดำเนินการออกแบบอยู่นะครับ แล้วก็อยู่ในเฟสที่ 1 นี่นะครับ ก็จะเป็น Part ของ เป็นในส่วนของระบบที่เราเรียกว่าเป็นโลกเสมือนจริงนะครับ กำลังดำเนินการอยู่นะครับ ก็หมายความว่า ในการที่จะดึงดูดให้ผู้ใช้บริการตรงนี้นี่ เข้ามานะครับ ถ้าเรานึกถึงภาพของแอปพลิเคชันทั่วไปก็อาจจะเป็นแพลตฟอร์มที่แนะนำสถานที่ แนะนำเส้นทางหรือแนะนำอะไรต่าง ๆ แต่เนื่องจากคณะของเรานี่ ก็เป็นคณะที่สอนในเรื่องของพวกแอนิเมชันด้วยนะครับ ดังนั้นนี่ ก็พยายามสร้างโลกเสมือนจริงที่เป็นภาพของสถานที่จำลองผ่านโลกที่เป็นในเชิงที่ไม่ใช่ภาพถ่าย แต่เป็นภาพลายเส้นหรืออะไรต่างๆ นี่ เข้ามาเป็นตัวที่นำเสนอข้อมูลเพิ่มเติม รวมไปถึงสินค้าหรืออะไรต่าง ๆ นี่ เราก็จะมีการนำเสนอภาพลายเส้น ที่อาจจะสามารถ ออกแบบลวดลายต่าง ๆ แล้วไปประกบกับตัวสินค้าของผู้ประกอบการนะครับ ออกเป็นลายเส้นของทางล้านนา ที่สามารถเพิ่มมูลค่ากับตัวสินค้าได้ด้วยนะครับ ดังนั้น ในส่วนขององค์ประกอบของแพลตฟอร์มล้านนาสร้างสรรค์นี่นะครับ ทั้งในส่วนของภาพของแผนที่นะครับ ที่เราเรียกว่าเป็น Interactive Map นะครับ แล้วบวกด้วยการใส่ในเรื่องของโลกเสมือนจริง ที่ทำให้คนที่จะไปเที่ยวนี่ ก่อนไปเที่ยวก็ได้เรียนรู้ข้อมูลของสถานที่ที่ท่านจะไปเที่ยวก่อนล่วงหน้า ผ่านกระบวนการที่เป็นภาพเสมือนจริง มีเกมประกอบหรืออะไรต่าง ๆ นี่ นะครับ แล้วเมื่อท่านเรียนรู้ล่วงหน้าแล้ว เวลาท่านไปเที่ยวจริงนี่ ท่านก็จะสามารถมีอารมณ์ร่วมกับการท่องเที่ยวตรงนั้นนี่ได้เพิ่มมากขึ้น เช่นเดียวกันครับ ในแพลตฟอร์มดังกล่าวนี่ ก็จะพูดถึงในเรื่องของ การต่อยอดในการนำสินค้าของชุมชนนี่ ไปขายได้ด้วยนะครับ เราก็จะมีการสร้างเป็น Market Place นะครับ ที่สามารถช่วยในการที่สินค้าของชุมชนนี่นะครับ นำเสนอขาย แล้วมีระบบโลจิสติกส์ ระบบการชำระเงินนี่ สามารถเอาไปขายต่อได้ ในภาพรวมทั้งหมดก็จะเป็นอย่างแผนภาพที่แสดงให้ท่านเห็นนะครับว่า ตัว AI ที่เรากำลังพูดถึงนี่ ก็จะมาช่วยนะครับ ในการประมวลผลข้อมูลว่าเส้นทางท่องเที่ยวยอดนิยมเป็นอย่างไรนะครับ สินค้ายอดนิยมเป็นอย่างไรนะครับ แล้วก็มุมของปราชญ์ชุมชนก็จะทำหน้าที่ในการที่จะช่วยป้อนข้อมูลเข้าไปในระบบตรงนี้ให้ได้ ให้กับแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ ได้ด้วยนะครับ ดังนั้น การออกแบบเส้นทางท่องเที่ยว มิได้ออกแบบโดยคนที่ไม่รู้จริง แต่จะออกแบบโดยปราชญ์ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วม เราก็จะสร้างพื้นที่ให้ปราชญ์ชุมชนนี่ สามารถนำเสนอข้อมูลของเขาเข้าไปอยู่ในระบบได้ด้วยเช่นเดียวกันนะครับ ขอสไลด์ถัดไปเลยครับ อันนี้เป็นภาพรวมในเรื่องของที่เราเรียกว่า เป็นโครงสร้างในเรื่องของเชิงธุรกิจก็แล้วกันนะครับว่า เรามองว่า ในเรื่องของแพลตฟอร์มที่เราออกแบบขึ้นมาในเรื่องของย่านล้านนาสร้างสรรค์นี่นะครับ ท้ายที่สุดแล้วนี่ เราจะทำเพื่อตอบสนองความต้องการของแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่ ชุมชนนะครับ ในเขตพื้นที่จังหวัดภาคเหนือ โดยในเฟสที่ 1 นี่ เราก็จะเริ่มจากพื้นที่ทดลองก่อนนะครับ นั่นก็คือชุมชนในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่เป็นตัวเริ่มต้นนะครับ จากนั้นนี่ถ้าหากประสบ ความสำเร็จหรือว่ามีความมั่นใจในเรื่องของกระบวนการแล้วนี่ เราก็จะขยายไปยังพื้นที่ชุมชนอื่น ๆ ในเขตพื้นที่ ภาคเหนือต่อไปนะครับ ซึ่งสิ่งเหล่านี้นี่นะครับ ท้ายที่สุดแล้วนี่ ก็จะทำให้แพลตฟอร์มดังกล่าวนี่ ถ้าหากนักท่องเที่ยวที่ต้องการท่องเที่ยวทางเลือก ลักษณะของการท่องเที่ยวชุมชนนะครับ ที่เราเรียกว่า Community Based Tourism นี่นะครับ รวมไปถึงต้องการสินค้าของชุมชน แล้วก็ที่มีอัตลักษณ์ต่าง ๆ นะครับ ก็จะสามารถเป็นกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่จะมาใช้บริการใน ของเราต่อไปได้นะครับ ขอสไลด์ถัดไปเลยครับ อันนี้เป็นตัวอย่างนะครับ ว่าเรานำเอาโลกของเสมือนจริงกับโลกจริงนี่มาเชื่อมกันได้อย่างไรนะครับ อันนี้เป็นตัวอย่างของการที่เราทดลองเอาแพลตฟอร์มที่อยู่บนเป็น… เป็นตัวแอนิเมชันหรืออะไรต่าง ๆ นี่นะครับ ไปทดลองวางนะครับ เป็นรูปของเฟอร์นิเจอร์ที่ไปวางในโลกของออฟไลน์ได้ หรือการลองออกแบบลายเส้นไปวางไว้บนผลิตภัณฑ์นะครับ ที่เป็นผลิตภัณฑ์ของเรานะครับ ซึ่งตัวของผู้บริโภคก็สามารถเข้าไปนำเสนอลวดลายหรืออะไรต่างๆ นี่ในตัวผลิตภัณฑ์ที่เขาสนใจได้เช่นเดียวกัน ขอสไลด์ถัดไปเลยครับ นะครับ อันนี้เป็นลวดลายที่เป็นในเชิงลวดลายเชิงอัตลักษณ์นะครับ ที่เราได้ถอดออกมานะครับ ซึ่งลวดลายเหล่านี้นี่แหละนะครับ ก็จะเป็นตัวที่จะไปอยู่บนผลิตภัณฑ์ของชุมชนได้นะครับ ขอสไลด์ถัดไปเลยครับ ถัดไปเลยครับ ขอสไลด์ถัดไปเลยครับ ขอเป็น ขอสไลด์ถัดไปเลยครับ อันนี้เป็นตัวแพลตฟอร์มท้ายที่สุดนะครับ เราเรียกว่าเป็น Super App ก็แล้วกันนะครับว่า ใน Super App นี่ก็จะมีทั้งในเรื่องของ Interactive Map นะครับ มีทั้ง Platform กลางที่เป็นตัวซื้อขายสินค้าและบริการ แล้วก็มีตัวของระบบ AR VR ที่จะทำให้ผู้ใช้นี่สามารถไปทดลองวางลวดลายร่วมกับตัวสินค้าของชุมชนนะครับ รวมไปถึงร่วมออกแบบ ในเรื่องของลายอัตลักษณ์ต่าง ๆ ที่ชุมชนนั้นนี่ มีตัวสินค้าอยู่แล้วด้วยนะครับ นึกถึงแก้ว 1 ใบ แล้วสามารถวางลายที่ตัวเองสนใจนี่ เข้าไปบนแก้วใบนั้น แล้วก็เป็นสินค้าที่เป็นของที่ระลึกที่สามารถเอาไปใช้ในงานต่าง ๆ ของผู้บริโภคต้องการได้ อันนี้ก็เป็นสิ่งที่เราต้องการทำนะครับ สุดท้ายนี่ก็จะได้ภาพออกมาในลักษณะของสิ่งที่นำเสนอในตรงนี้นะครับว่า ท่านก็จะได้ของที่เป็น Unique ของตัวเองนะครับ ที่สามารถเอาไป… เอาไปเป็นของฝากของอิเล็กทรอนิกส์ที่ไม่เหมือนใคร ไม่ซ้ำใครได้นะครับ แล้วก็เป็นลวดลายที่สะท้อนของอัตลักษณ์ของล้านนา ภาคเหนือได้ด้วยนะครับ ดังนั้นตรงนี้ก็คือเป็นภาพรวมนะครับ ระหว่างการท่องเที่ยวบวกกับ E-commerce ซึ่งเป็นเป้าหมายสุดท้ายของแพลตฟอร์มของเรานะครับ สำหรับทาง มช. ก็ขออนุญาตจบการนำเสนอแต่เพียงเท่านี้ละกันนะครับ ขอบพระคุณครับ สวัสดีครับ [เสียงปรบมือ] (คุณวัลลภ) นี่คือพลังทางวิชาการนะครับ ถ้ามันสำเร็จได้นี่ มันจะมีประโยชน์ต่อทุกชุมชน ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบ เป็นการสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวนี่ อันนี้ผมคิดว่าน่าสนใจ เป็นพลังทางวิชาการ กลุ่มสุดท้ายนี่ จะเป็นภาคกลาง อันนี้จะเป็นพลังอีกชนิดหนึ่ง ก็คือพลังแสงอาทิตย์นะครับ พลังแสงอาทิตย์ ก็คือการติดตั้งระบบ สูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อช่วยเหลือเกษตรกร อำเภอบางบาล จังหวัดพระนครศรีอยุธยานะครับ เรียนเชิญ ท่านณฎล สว่างญาติ นามสกุลที่ผมคุ้นมากใน สว. นี่นะ เรียนเชิญครับ เรียนเชิญครับ (คุณนพดล) ครับผม กราบเรียนท่านประธานและผู้เข้าร่วมสัมมนาทุกท่านนะครับ กระผมนพ นายณฎล สว่างญาติ นะครับ เป็นผู้แทน สว. พบประชาชนภาคกลางนะครับ มานำเสนอโครงการที่ประสบความสำเร็จนะครับ 2 โครงการด้วยกันนะครับ ขออนุญาตขอสไลด์ด้วยครับ โอเคนะครับ ก็จากที่ สว. พบประชาชนภาคกลางนะครับ ได้เดินทางไปนะครับ รับฟังปัญหาที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยานะครับ น่าจะเป็นจังหวัดแรก ๆ เลยนะครับ ที่ สว. พบประชาชนนี่ ได้เข้าไปดำเนินการนะครับก็ได้รับปัญหาจากเกษตรกร ภาคประชาชนทั้งหลายนะครับ ก็มันเป็นส่วน 1 นะครับ ที่ทำให้พวกเรานี่ ได้สะท้อนปัญหาจากพื้นที่เข้าไปนะครับ ปัญหาแรกที่เกิดขึ้นก็คือเป็นปัญหาจากอำเภอบางบาลนะครับ ที่พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ในการทำนานะครับ แล้วก็จะติดปัญหาเรื่องระบบการส่งน้ำ เพราะว่าในพื้นที่นี่ คลองส่งน้ำนี่ มันมีระยะทางที่ค่อนข้างไกลนะครับ แล้วก็จะติดปัญหาว่า ถ้าเราใช้วิธีการวิดน้ำแบบเดิม ๆ นี่ มันจะทำให้เกิด เขาเรียกค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูงนะครับ ก็เลยต้องมีการคิดกันว่า ด้วยตัวชาวบ้านนะครับ ด้วยตัวพวกเราเองนี่ ก็คิดกันอยู่ว่าเราจะทำอย่างไรให้ลดต้นทุนในการวิดน้ำนะครับ ก็เลยคิดว่าเราจะต้องทำโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งเราคิดไว้เองอยู่แล้วนะครับ แต่สุดท้ายนี่ ด้วยกำลังทรัพย์ กำลังที่พวกเรามีนี่ มันไม่สามารถเดินทางไปถึง ณ ตรงนั้นได้นะครับ พอดีโครงการ สว. พบประชาชน ภาคกลางเข้ามานะครับ ก็เลยสะท้อนปัญหาตรงนี้เข้าไปในส่วนนั้นนะครับ ก็เลยกลายเป็นว่าเรามาจับมือร่วมกันนะครับ ในส่วนของ สว. พบประชาชนภาคกลาง แล้วก็ ชาวบ้านในพื้นที่ ตัวเกษตรกรเองนะครับ ขอสไลด์ต่อไปครับ อันนี้อาจจะเห็นว่าเป็นโครงการที่ไม่ได้ใหญ่มาก แต่สิ่งที่เราอาจจะมองเห็นได้ก็คือ มันเป็นโครงการที่เกิดจากภาคเกษตรกรนะครับ มีความอยากได้ แล้วก็สะท้อนออกมานะครับ โดยที่เราไม่ได้อยู่ เขาเรียกว่า เราไม่ได้แบมือขอนะครับ เรามีการสมทบทุนนะครับ มันเป็นการร่วมมือกันระหว่างภาคที่อยู่ด้านบนกับตัวเกษตรกรเองนะครับ เป็นการนำงบทั้ง 2 ส่วนนี้นะครับ มาร่วมมือกันในการจัดสร้างนะครับ ระบบสูบน้ำโซลาร์เซลล์นะครับ อาจจะดูยังไม่เยอะนะครับ แต่ว่ามันอาจจะเป็นมิติใหม่นะครับ จากการที่เราเคยเห็นว่าตัวภาคประชาชน ภาคเกษตรกรนะครับ คอยรองบประมาณมาจัดสร้างนู่นนี่นั่น แต่สิ่งที่เกิดจากที่บางบาลนะครับ พวกเรานี่ ไม่ได้อยู่เฉย ๆ เราพร้อมที่จะสมทบทุนเพื่อให้โครงการนี่มันไปได้ แล้วเราจะมองเห็นว่าสิ่งที่มันเกิดขึ้นนี่ มันเกิดความยั่งยืน เพราะว่าสิ่งที่เราได้รับมามันคือเหมือนเป็นเจ้าของนะครับ พอเป็นความเจ้าของ… มีความได้รับเจ้าของ เราก็จะรักษาสิ่งนี้ เพื่อให้เราใช้ได้อย่างมีประโยชน์ต่อไปนะครับ อันนี้งบประมาณที่จัดสร้าง ก็จะมีประมาณสักประมาณ 170,000 บาทนะครับ ได้จากเงินสมทบจากโครงการ สว. พบประชาชนภาคกลางนี่ประมาณสัก 150,000 บาทนะครับ ชาวนาออกเองประมาณสัก 20,000 บาทนะครับ แล้วก็จะมีส่วนของที่ชาวนาได้ออกไปแล้วก็คือส่วนของการจัดทำท่อพร้อมเขาเรียกมอเตอร์นะครับ อันนี้เราก็จะ มันคือการบูรณาการร่วมกันนะ นะครับ ขอสไลด์ต่อไปครับ อันนี้ก็คือเป็นภาพรวมของตัวโครงการที่ดำเนินการไปแล้วนะครับ พื้นที่ที่ติดตั้งนี่จะอยู่ที่ตำบลวัดตะกู อำเภอบางบาลนะครับ พื้นที่ได้รับผลประโยชน์ในการจัดทำโครงการนี้นะครับ ก็จะอยู่ประมาณ 1,800 ร้อยไร่นะครับ โดยที่มีเกษตรกรได้รับประโยชน์ประมาณ 86 ครัวเรือนนะครับ ขอสไลด์ต่อไปเลยครับ อันนี้จะเป็นเส้นทางน้ำนะครับ ซึ่งตำบลวัดตระกูล และตำบลบางหลวงนี่จะรับน้ำจากคลองบางหลวงนะครับ โดยผ่านน้ำมาจากแม่น้ำเจ้าพระยานะครับ ซึ่งการจะผ่านเข้าไปใน ใน 2 ส่วนนี้นะครับ ก็จะต้องผ่านคลองยายนิ่มนะครับ ซึ่งจำเป็นที่จะต้องมีปั๊มน้ำนะครับ วิดน้ำขึ้นไป เพราะว่าจะเป็นลักษณะของคลองลอย ไม่สามารถเปิดได้โดยตรงนะครับ โครงการนี้ก็เลยทำให้เกิดประโยชน์นะครับ เพราะว่าคลองยายนิ่มนี่ ส่งน้ำประมาณสัก 2 กิโลเมตรนะครับ ขอสไลด์ต่อไปครับ อันนี้ก็จะเป็นภาพรวมนะครับ ของพื้นที่ที่ได้รับผลประโยชน์จากตัวของโครงการนะครับ ก็มันทำให้เรา เขาเรียก ตัวเกษตรกรเองนี่ มีความรู้สึกว่ามันตื้นตันเนาะ เพราะว่าตัวเราเองเราก็มีส่วนร่วมในตัวโครงการนะครับ แล้วก็จะมีผู้ใหญ่ใจดีนะครับ มาช่วยสนับสนุน ดันให้เราไปได้ไกลกว่าเดิมนะครับ โอเค ขอต่อไปครับ ผลประโยชน์ที่ได้รับจากตัวโครงการนี้นะครับ ตัวชาวนาเองที่ได้รับน้ำนะครับจากโครงการนี้นะครับ เราก็จะลดต้นทุนในการสูบน้ำไปนี้ประมาณสัก 40 เปอร์เซ็นต์ ที่ยังมองว่ายังลดได้น้อยเพราะว่าส่วนหนึ่งนี่ ที่ตัวโครงการดำเนินการนี่ ยังดำเนินการแค่เพียงครึ่งเดียว เพราะว่าตัวโซลาร์เซลล์ หรือตัวที่เราดำเนินการติดตั้งไปแล้วนี่นะครับ มันสามารถใช้กับท่อได้เพียงท่อเดียวนะครับ ดังนั้นนี่ มัน ทำงานยังไม่เต็มประสิทธิภาพนะครับ ถ้าเป็นไปได้ก็อาจจะมาร่วมมือกันเพิ่มเติมนะครับ ในส่วนของทำให้เต็มประสิทธิภาพ เพราะว่าตอนนี้พื้นที่ที่เราบอกว่าเคยจะได้รับผลประโยชน์ถึง 1,800 ไร่นี่ยังดำเนินการได้ไม่เต็มที่นะครับ ก็จะได้ประมาณสัก 800 กว่าไร่ เพราะว่า เรายังวิดน้ำได้ไม่เต็มที่นะครับ โอเค ขอสไลด์ต่อไปเดี๋ยวไม่ทัน อีกโครงการหนึ่งนะครับ เป็นตัวโครงการทวงคืนพื้นที่สาธารณะเพื่อพัฒนาเป็นถนนและคลองส่งน้ำนะครับ ที่ตำบลวังแดง อำเภอท่าเรือ จังหวัดพระนครศรีอยุธยานะครับ ก็อันนี้เป็นความเดิมก็คือที่วังแดงนี่มันมีทางเกวียนอยู่นะครับ ซึ่งเป็นทางที่ใช้ขนส่งผลผลิตนะครับ จากแปลงนาออกมาด้านนอกนะครับ แล้วก็ถูกภาคเอกชนยึดนะครับ ครอบครอง แล้วก็กลายเป็นพื้นที่ที่เขาเรียก ถูกยึดแล้วเราใช้งานไม่ได้นะครับ ก็เลยกลายเป็นว่าเราต้องขนส่งนะครับ มันก็จะเกิดทำให้เกิดการ… ปัญหาก็คือการขนส่งระหว่างในพื้นที่ที่ทำนา ณ บริเวณนั้นนะครับ ก็คือ ยกตัวอย่างเช่น การขนปัจจัยเข้าไปในพื้นที่นี่ จะต้องมีการจ้าง คนแบกเข้าไประยะทางประมาณสัก 2 กิโลเมตรนะครับ ซึ่งตรงนี้มันจะเป็นต้นทุนของเกษตรกรค่อนข้างสูงนะครับ ผลอีกอันหนึ่งก็คือการที่ขนผลผลิตนี่ออกมาขายข้างนอก ก็เช่นเดียวกันนะครับ มันจะมีการต้องผ่านแปลงนาคนอื่นโดยที่ไม่ได้เป็นถนนนะครับ ก็เลยเกิดปัญหาเรื่องของการขนส่งนะครับ ขอสไลด์ต่อไป ก็เลยมาร้องนะครับ สร้างปัญหาในของ สว. พบประชาชนภาคกลางนะครับ แล้วก็ปัจจุบันนี้ได้ทวงพื้นที่ทั้งหมดนะครับ คืนมาได้แล้วนะครับ ตอนนี้กำลังอยู่ทำแผน จัดทำเส้นทางแล้วก็พื้นที่เป็นคลองส่งน้ำนะครับ โดยจัดทำงบประมาณนี่ เบื้องต้นนี่ใช้งบประมาณประมาณสัก 4,500,000 บาทนะครับ ซึ่งตอนนี้กำลังของบประมาณอยู่นะครับ เพื่อจะจัดทำถนนแล้วก็คลองส่งน้ำเพื่อที่จะเข้าไปในพื้นที่อย่างที่ว่าครับ เพื่อแก้ปัญหาของเกษตรกรที่จะต้องแบกปัจจัยการผลิตเข้าไป แล้วก็ต้องแบกผลผลิตที่ผลิตได้นี่ออกมาเป็นระยะทางที่ไกล ทำให้ต้นทุนสูงนะครับ ต่อเลยครับ อันนี้ก็คือเป็นภาพรวมของโครงการนะครับ ก็ตัวโครงการนี้จะอยู่ที่ตำบลวังแดง อำเภอท่าเรือนะครับ พื้นที่ที่ทวงคืนมาแล้วนี่ จะเป็นพื้นที่ทางเกวียนนี้กว้าง 10 เมตร ยาว 1.3 กิโลเมตรนะครับ แล้วก็คาดว่าถ้าจะดำเนินการต่อไปก็คือจะก่อสร้างเป็นถนนกว้าง 4 เมตร ยาวทั้ง 1.3 กิโลเมตร แล้วก็ขุดคลองกว้าง 3 เมตรนะครับ เพื่อเป็นคลองส่งน้ำนะครับ ส่วนหนึ่งเป็นคลองส่งน้ำ อีกส่วนหนึ่งคือ ดำเนินการที่จะ… เขาเรียกทำถนนเพื่อให้ขนผลผลิตได้ง่ายนะครับ เกษตรกรที่ได้รับผลประโยชน์ในคราวนี้ก็คือจะเป็นประมาณ 64 ครัวเรือนนะครับ ต่อครับ อันนี้เป็นพื้นที่ที่ดำเนินการจริงนะครับ ก็ลักษณะการก่อสร้างนี่ก็จะทำให้เกิดผลประโยชน์ในการที่อย่างที่ว่านะครับ ก็คือผลผลิตทั้งหลายที่เราจะขนเข้าขนออกนี่ มันจะได้ง่ายขึ้นนะครับ ต่อเลยครับ อันนี้คือผลประโยชน์ ถ้าโครงการสำเร็จนะครับ ซึ่งตอนนี้เรากำลังอยู่ในกระบวนการในการของงบประมาณในการดำเนินการนะครับ ก็คือถ้าสำเร็จแล้วนี่ ชาวนาจะลดค่าใช้จ่ายในการสูบน้ำได้ถึง 60 เปอร์เซ็นต์ เพราะว่าเดิมนี่ จะเป็นคลองไส้ไก่เป็นคลองเล็ก ๆ ในการวิดน้ำ ซึ่งการส่งน้ำนี่ค่อนข้างยาก แล้วก็เปลืองทรัพยากรในการที่จะส่งน้ำนะครับ ข้อที่ 2 ก็คือกระบวนการในการขนส่งนะครับ ก็จะง่ายขึ้นนะครับ ความสะดวกในการเดินทางก็จะง่ายขึ้นนะครับ สิ่งที่เรายังเป็นปัญหาอยู่ ณ ตอนนี้ก็คือ เรื่องงบประมาณครับ โอเคต่อเลยครับ ก็ทั้งหมดก็ขอขอบคุณนะครับโครงการ สว. พบประชาชนภาคกลางนะครับ ที่ทำให้เสียงเล็ก ๆ อย่างพวกเรา มันดังขึ้นมานะครับ จนหน่วยงานทั้งหลายเข้ามาดูแล เข้ามาช่วยเหลือ แล้วก็ทำให้เรายิ้มได้นะครับ แล้วก็ขอให้โครงการนี้ สร้างรอยยิ้มให้กับพวกเราต่อไปนาน ๆ ขอบคุณครับ [เสียงปรบมือ] (คุณวัลลภ) พี่ดวงพรครับ เรา ครบ 7 ภาคเรียบร้อย เข้าใจว่านอกจากความสำเร็จที่ทั้ง 7 ภาคได้ช่วยนำเสนอต่อที่ประชุมแล้ว ยังมีประเด็นฝาก แล้วผมก็พอจับประเด็นได้ 4-5 ภาค ดังต่อไปนี้นะครับ ซึ่งประเด็นที่ท่านฝาก ให้ทวงถามก็ดี ท่านบอกให้ดำเนินการต่อก็ดี จะนำไปรวมกับอีก 4 กลุ่ม ที่จะนำเสนอในเวลาต่อไปนะครับ มีการฝากเพิ่มของอีสานตอนบน แล้วก็เน้นชื่อท่านจเรศักดิ์ เป็นการเฉพาะเลยก็คือ ประเด็นน้ำเสียและกลิ่นจากโรงงาน อันนี้ก็เป็นเรื่องที่สืบเนื่องนะครับ ประเด็นทวงถามเรื่องแก่งเทียม จากภาคเหนือตอนล่างนะครับ อันนี้ก็เอ่ยชื่อท่านสิงห์ศึก สิงห์ไพร อย่างชัดเจนเหมือนกันนะครับ ประเด็นป่าชายเลนของภาคตะวันออก ซึ่งมันงดงาม ได้รางวัลมาเยอะแล้ว ก็อยากให้เราช่วยต่อยอด สืบสาน ให้มันมั่นคงสืบไป เป็นมรดกของมนุษยชาติ ให้มันยั่งยืนนะครับ ประเด็นพื้นที่สาธารณะเมื่อสักครู่ ของภาคกลาง ซึ่งบอกว่าได้พื้นที่แล้ว แต่พื้นที่สาธารณะจะเอาไปทำ ถนนแล้วก็คลองส่งน้ำ อันนี้ก็ฝากประเด็นงบประมาณ ไปยังท่านวิทยา โดยเป็นการเฉพาะนะครับ ของภาคกลาง ขณะเดียวกันผมคิดว่าเรามีงานที่ทางเราสนใจที่จะติดตามต่อ ก็คือเรื่องคณะทำงาน ของอีสานตอนล่างของดงมะไฟ ซึ่งท่านผู้ว่าราชการจังหวัดแต่งตั้งขึ้นมา อยากให้ดำเนินการต่อเนื่องไปอย่างไม่สะดุด แม้จะเปลี่ยนผู้ว่ากี่คนก็ตาม งานวิจัยนะครับ ของทางเชียงใหม่นี่ น่าจะมีผลต่อการเพิ่มผลผลิต การออกแบบ นะครับ รวมทั้งส่งเสริมการท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี ก็จะรอผลงานวิจัย แล้วก็จะได้ร่วมกัน ขยายผลนะครับ ต่อยอดขยายฐานนะ ไปยังพื้นที่อื่นที่จะได้ประโยชน์จากมันต่อไปนะครับ รวมทั้งประเด็นที่น่าสนใจ ที่ได้ช่วยให้หนี้สินของผู้เลี้ยงนะครับ ผู้เลี้ยงกุ้งนี่ ได้กลับกลายมาสู่เป็นผู้เลี้ยงปูขาว แล้วก็เป็นพื้นที่ที่ทางภาคใต้ได้เป็นแหล่งของการศึกษาดูงาน อันนี้ก็น่าจะเป็นสิ่งที่เรานำไปเผยแพร่ให้กว้างขวางต่อไป ครับพี่ อันนี้คือ 7 พื้นที่นะครับ ทีนี้ก็มาถึงประเด็นสำคัญ ที่พี่ดวงพรต้องดำเนินการแล้วล่ะครับ ในกลุ่มเป้าหมายทั้งหมดนะครับ (คุณดวงพร) ในความหลากหลายนะคะ ที่ท่านฟังไปแล้วใน 7 ประเด็นนะครับ แล้วก็ที่ทางครูหยุยได้เล่าเพิ่มเติมนี่นะคะ เป็นย่อย ๆ นี่ เวลาที่เราลงไปในพื้นที่ ตลอดเวลาที่ผ่านมา เราจะพบว่ามี 4 ประเด็นใหญ่นะคะ ซึ่งเป็นปัญหาร่วม เป็นปัญหาที่ทุกภูมิภาคประสบนะคะ แล้วก็ เป็นเรื่องที่ทางภูมิภาคต่าง ๆ นี่ รวมทั้ง สว. เองนี่ ก็อยากจะฝากประเด็นเหล่านี้นะคะ ให้รัฐบาลที่เพิ่งจะเข้ามารับหน้าที่ ได้พิจารณานะคะ (คุณวัลลภ) ครับ (คุณดวงพร) ซึ่งเราก็ได้แยกออกมาเป็น 4 หัวข้อนะ ซึ่งเป็นประเด็นร่วม แล้วก็ประสบในทุกพื้นที่ด้วยกัน แต่มันมีความลึกซึ้ง อาจจะไม่เท่ากันนะคะ มีความซับซ้อนแตกต่างกันไป ซึ่งก็จะมีผู้แทนจากภาคประชาชนนี่ ได้ช่วยสะท้อนปัญหาใน 4 ประเด็นหลักนี้ให้กับทางรัฐบาลนะคะ ซึ่งหลังจากนี้เราก็ได้รวบรวมประเด็นเหล่านี้นี่ ส่งเป็นทางการนะคะ จะส่งเป็นทางการให้กับทางผู้แทนของรัฐบาลที่เข้ามาร่วมการสัมมนาในวันนี้ด้วยนะคะ ก็จะขอเริ่มจากกลุ่มที่ 1 นะคะ (คุณวัลลภ) ครับขออนุญาตว่า กลุ่มแรกขอเลือกปัญหาการบริหารจัดการน้ำนะพี่นะ นะครับ บริหารจัดการน้ำนี่ ก็จะมีผู้แทน ซึ่งมาจากผู้แทน คือเราประชุมกลุ่มกันเมื่อวานที่โรงแรมนะครับ ก็แยกเป็น 4 กลุ่ม แต่ละกลุ่มก็ระดมสมองกันเสร็จก็เลือกผู้แทนกลุ่มขึ้นมา 1 คน บางกลุ่มอาจจะมี 2 คนอะไรอย่างนี้นะครับ กลุ่มปัญหาน้ำนี่ ก็ได้เลือกท่านนายกองค์การบริหารส่วนตำบลย่านยาว จังหวัดพิจิตร ชื่อนี่ก็เหมือนนักมวยนะครับ คุณลักษณ์ รักกี้ สุขประเสริฐ ขอเรียนเชิญครับ (คุณรักกี้) ครับ กราบเรียนท่านประธานแล้วก็ผู้มีเกียรติทุกท่านนะครับ ผม รักกี้ สุขประเสริฐ นะครับ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลย่านยาว จังหวัดพิจิตรนะครับ ก็เป็นผู้แทนนะครับ แล้วก็เป็นเครือข่ายวุฒิสภา จังหวัดพิจิตรนะครับ แล้วในครั้งนี้นี่ ก็เป็นผู้แทนของ กลุ่มย่อยนะครับ ในเรื่องของการบริหารจัดการน้ำของประเทศไทยเรานะครับ จากผลการประชุมกลุ่มย่อยเมื่อวานนะครับ ก็จะมีทั้งหมดนี่ ที่แบ่งประเด็นสำคัญอยู่ทั้งหมด 4 ประเด็น นะครับ คร่าว ๆ นะครับ ประเด็นแรกนี่นะครับ ก็จะเป็นเรื่องของการจัดการเรื่องของน้ำดื่มนะครับ น้ำอุปโภคบริโภคนะครับ ที่พวกเราได้สรุปกันมาเมื่อวานนะครับ ก็จะเป็น 1.1 นะครับ แหล่งน้ำต้นทุนสำหรับการผลิตประปานี่นะครับ ไม่เพียงพอนะครับ ในฤดูแล้งนะครับ 1.2 นะครับ น้ำประปาไม่มีคุณภาพ น้ำขุ่น มีกลิ่น มีสารปนเปื้อนนะครับ ก็มีพี่น้องจากจังหวัดชลบุรีกับปราจีนบุรีเมื่อวานก็ฝากนะครับว่า ช่วงนี้นะครับ เป็นน้ำนี่ที่เขาให้ดูคลิปเมื่อวาน น้ำก็จะมีสีขุ่นดำ แล้วก็ไม่สามารถนำมาใช้อุปโภคบริโภคได้นะครับ แล้วก็ประเด็นที่ 3 นะครับ ในเรื่องของน้ำประปา ตอนนี้นะครับ เราคงปฏิเสธไม่ได้นะครับ ในประเทศไทยเรานี่ น้ำต้นทุนเยอะนะครับ แต่ว่าพี่น้องที่เป็นพื้นล่างนะครับ เป็นชาวบ้านนี่ ต้องใช้น้ำประปาที่มีคุณภาพต่ำ แล้วก็มีราคาค่อนข้างแพงนะครับ 1.4 ครับ น้ำอุปโภคบริโภคไม่เพียงพอนะครับ เนื่องจากภัยแล้ง อย่างผมนะครับ ในตำบลอยู่ในบ้านนอกนะครับ ก็จะมีประปาหมู่บ้านนะครับ ที่ อปท. เป็นผู้ดูแล แล้วบางหมู่บ้านนี่นะครับ อยู่ในกลุ่มของผู้ใหญ่บ้าน กำนันเป็นผู้ดูแลนะครับ ก็ไม่เพียงพอในช่วงฤดูแล้ง แล้วก็คุณภาพน้ำนะครับ ไม่มีคุณภาพนะครับ แล้วก็หัวข้อที่ 2 นะครับ ประเด็นที่ 2 นี่ การสร้างความมั่นคงของน้ำภาคการผลิตนะครับ ภาคการเกษตรนะครับ แล้วก็น้ำอุปโภคบริโภคนะครับ ก็อย่างจะแบ่งย่อยไปได้อีกประมาณ 4 ประเด็นนะครับ 2.1 นะครับ ฝายกักเก็บน้ำไม่เพียงพอนะครับ เราอย่างที่นำเรียนครับว่า ประเทศไทยนะครับ มีแหล่งน้ำจำนวนมาก แต่ปัญหานะครับ แหล่งกักเก็บ กักเก็บน้ำนี่นะครับ ไม่ได้รับการพัฒนาอย่างถูกต้องนะครับ แล้วก็มีนะครับ แต่ไม่สามารถใช้การได้ 2.2ครับ แหล่งกักเก็บน้ำชำรุดเสียหายนะครับ ไม่ว่าจะเป็นฝายจะเป็นเขื่อนนะครับ ก็ชำรุดเสียหาย เพราะว่าบางแห่ง ใช้งานมากว่า 40-50 ปีนะครับ แล้วก็ไม่ได้ถูกทะนุบำรุงจากหน่วยงานเจ้าภาพนะครับ 2.3 ครับ พื้นที่นอกเขตชลประทานที่ขาดแคลนแหล่งน้ำนะครับ ไม่มีระบบการกระจายน้ำอย่างเพียงพอนะครับ เราคงปฏิเสธไม่ได้ครับ ประเทศไทยเป็นประเทศเกษตร… เป็นกสิกรรมนะครับ แล้วก็พื้นที่นี่ ที่อยู่นอกเขตชลประทานนี่ ผมเชื่อว่าไม่ต่ำกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ครับ ที่อยู่นอกเขตชลประทาน ปัญหาของพื้นที่ที่อยู่นอกเขตชลประทานครับ จะไม่มีในเรื่องของแหล่งน้ำต้นทุน ไม่มีระบบนะครับ แล้วก็เป็นเกษตรกรกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ของประเทศครับ ที่ได้รับความเดือดร้อนนะครับ แล้วก็ข้อต่อไปนะครับ แหล่งน้ำตื้นเขินนะครับ ไม่สามารถกักเก็บน้ำได้นะครับ ก็อยากจะให้ลงไปดูนะครับ ในเรื่องห้วยหนองคลองบึงนะครับ กลับไปฟื้นฟู แล้วไปสร้างระบบนะครับ ให้กับพี่น้องเกษตรกรนะครับ ประเด็นที่ 3 ครับ การบริหารจัดการนะครับ พื้นที่นอกเขตชลประทานและในเขตชลประทานนะครับ 3.1 ครับ ในช่วงฤดูแล้งนะครับ ในช่วงฤดูแล้งนี่ ไม่มีหน่วยงานนะครับ ที่จะเข้าไปช่วยบริหารจัดการนะครับ ไปดูแลพี่น้องเกษตรกรที่อยู่นอกเขตชลประทานนะครับ ซึ่งมีกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ของประเทศนะครับ นะครับ แล้วก็มีเขื่อนนะครับ ในพื้นที่ แต่ไม่สามารถนำน้ำมาใช้ประโยชน์ได้ อันนี้ก็จะเป็นในเรื่องของพื้นที่ที่ติดอยู่กับเขื่อนนะครับ อย่างเช่น จังหวัดพิษณุโลกนี่นะครับ ก็มีพื้นที่อยู่ในเขื่อน แต่ไม่สามารถนำน้ำมาใช้ประโยชน์ได้นะครับ 3.3 ครับ ชลประทานไม่สามารถผันน้ำมาให้พี่น้องเกษตรกรตามปฏิทินเพาะปลูกนะครับ อันนี้ก็ได้รับข้อเสนอแนะมาจากเกษตรกรภาคกลางครับ ทางสิงห์บุรี อ่างทอง ชัยนาทนะครับ ก็เข้าใจว่าน่าจะเกิดจากแหล่งน้ำต้นทุนนะครับ แต่ว่าขาดการพูดคุยการประชาสัมพันธ์นะครับ เพราะว่าเกษตรกรถึงฤดูกาลเพาะปลูกแล้วนี่นะครับ มีน้ำหรือไม่มีน้ำก็ทำรอน้ำนะครับ อยากจะให้ช่วยดูตรงนี้ด้วยนะครับ 3.4 ครับ ในแม่น้ำสายหลัก ๆ นะครับ ไม่มีเขื่อน อย่างผมอยู่ที่จังหวัดพิจิตรนะครับ รับน้ำจากจังหวัดภาคเหนือ แล้วจังหวัดพิจิตรนี่ ไม่มีแหล่งน้ำต้นทุนครับท่าน เรารับน้ำในฤดูน้ำหลาก น้ำทิ้งลงมาท่วมจังหวัดพิจิตร แล้วก็ใต้จังหวัดพิจิตรลงไปนะครับ ถึงลุ่มเจ้าพระยา จะสังเกตได้นะ ในแม่น้ำน่านไม่มีเขื่อนแม้แต่ตัวเดียวนะครับ เราเองนี่นะครับ เป็นจังหวัดที่น้ำผ่าน แล้วไม่มีแหล่งน้ำต้นทุนจากพิษณุโลกลงมาพิจิตร นครสวรรค์ ชัยนาทนะครับ ก็อยากจะนำเสนอนะครับ ในเรื่องของการสร้างเขื่อนกักเก็บน้ำนะครับ ในแม่น้ำสายหลักนะครับ การสร้างเขื่อนมีประโยชน์ทั้งในเรื่องของการชะลอน้ำท่วมนะครับ แล้วก็ช่วยในเรื่องของการกักเก็บน้ำเพื่อเกษตรกรรม แล้วก็เพื่ออุปโภคบริโภคอีกทางหนึ่งนะครับ 3.5 ครับ แผนการกักเก็บน้ำและการระบายน้ำของเขื่อนหลักนะครับ อาจจะไม่สอดคล้องหรือไม่มีประสิทธิภาพนะครับ ก็อยากจะฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปน่ะนะครับ ปัญหาสำคัญอีกเรื่องหนึ่งนะครับ ในเขตลุ่มน้ำภาคกลาง และผมเชื่อว่าทั้งประเทศ แม้กระทั่งชายฝั่งนี่ น่าจะมีปัญหาเช่นกัน ก็คือในเรื่องของปัญหาน้ำกัดเซาะตลิ่งนะครับ ในแม่น้ำ แล้วก็กัดเซาะชายหาด ชายฝั่งนะครับ ก็อยากจะ… ปัญหาของการที่น้ำกัดเซาะตลิ่ง แล้วกัดเซาะชายฝั่งนะครับ มันก็มีปัญหาในเรื่องของพื้นที่ดินทำกิน แล้วก็บ้านเรือนนะครับที่ปลูกอยู่ที่ชายฝั่งนี่ เป็นพื้นที่ที่มีโฉนด มีเอกสารสิทธิ์ครับ แต่ในเมื่อลุ่มน้ำ น้ำขึ้น น้ำลงมาเร็วนะครับ ขึ้นเร็วลงเร็วนี่ ทำให้ดินสไลด์ แล้วก็ทำให้พื้นที่หายไปนะครับ บ้านเรือนก็เสียหายนะครับ แล้วก็มีปัญหาอื่น ๆ ที่อยากจะนำเสนอนะครับ ในช่วงที่ผ่านมานะครับ เป็นช่วงของภาวะการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศของโลกนะครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของภาวะโลกเดือดที่กำลังจะมาถึงในปีหน้านะครับ ตอนนี้เมื่อต้นปีนะครับ ก็เกิดปรากฏการณ์เอลนีโญ ทำให้ฝนตกน้อยครับ ฝนไม่ตกตามฤดู แล้วก็ฝนตกล่านะครับ น้ำน้อยนะครับ ข้อเสนอไปถึงรัฐบาลนะครับ อยากจะนำเสนอนะครับ ในเรื่องของ 1. นำน้ำในเขตชลประทานนะครับ ซึ่งมีกรมชลประทานรับผิดชอบบริหารจัดการน้ำ คงต้องดำเนินการตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ เพื่อหาแหล่งน้ำต้นทุนและขับเคลื่อนแผนงานโครงการขนาดใหญ่อย่างต่อเนื่องครับ 2. หน่วยงานรับผิดชอบ การบริหารจัดการน้ำนอกเขตชลประทานนะครับ เช่น กรมทรัพยากรน้ำ กรมทรัพยากรน้ำบาดาล กรมพัฒนาที่ดิน รวมถึงองค์กรปกครองท้องถิ่น คงต้องช่วยกันนะครับ มีแผนเร่งด่วน เพื่อจะเตรียมรับมือเอลนีโญ แล้วก็ภาวะโลกเดือดนะครับ 2.1 ครับ พัฒนาแหล่งน้ำเดิมให้มีประสิทธิภาพเพื่อเก็บกักน้ำให้มากขึ้นนะครับ 2.2 เพิ่มเติมพื้นที่กักเก็บน้ำ อาจพิจารณาจากแผนเดิม แล้วก็เพิ่มเติมนะครับ อยากให้มีแหล่งน้ำในทุกตำบล ในทุกอำเภอ ในทุกหมู่บ้านนะครับ 2.3 ครับ พิจารณาใช้แหล่งน้ำใต้ดิน แต่ควรเป็นวิธีที่ อันนี้น่าจะไปใช้ในเรื่องของที่ไม่มีในระบบชลประทานนะครับ เพราะว่าจริง ๆ แล้ว นี่ แหล่งน้ำใต้ดินนะครับ เจาะตรงไหนก็มีน้ำครับในประเทศไทยเรานะครับ กรณีที่ไม่สามารถหาแหล่งน้ำเพิ่มเติมได้นะครับ อาจต้องมีการปรับเปลี่ยนอาชีพนะครับ ก็อยากจะฝากไปถึงรัฐบาลนะครับ จากการเพาะปลูกนี่ อาจจะไปเป็นเรื่องของการทำปศุสัตว์ หรืออาชีพอื่นที่จะต้องรองรับในฤดูแล้ง คราวหน้าที่จะถึงนี้นะครับ แล้วก็พิจารณาการใช้แปลงใหญ่นะครับ เข้ามาบริหารจัดการน้ำนะครับ ประเทศไทยนะครับ ที่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาวะภูมิอากาศเกิดปรากฏการณ์เอลนีโญนะครับ มาแล้วนะครับตอนนี้ ก็อยากจะให้รัฐบา ถือเรื่องนี้เป็นเรื่องเร่งด่วนนะครับ อยากให้รัฐบาลนี่ แล้วหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนะครับ มีแนวทางการดำเนินการ การเตรียมการรองรับปัญหาภัยแล้ง โดยมีการเตรียมการล่วงหน้า และวางแผนอย่างมีประสิทธิภาพ แล้วก็อาจจะต้องปรับเปลี่ยนถึงพฤติกรรมของพี่น้องเกษตรกรรมนะครับ พี่น้องเกษตรกรให้รับรู้ มีการพูดคุยประชาสัมพันธ์ให้ถึงนะครับ เพราะว่า จะได้ไม่เกิดการเสียหายนะครับ ข้อที่ 2 ครับ การจัดหาแหล่งน้ำให้เพียงพอ โดยพื้นที่นอกเขตชลประทานนะครับ โดยเฉพาะการพัฒนาแหล่งน้ำขนาดกลางขนาดเล็กนะครับ แล้วก็ขุดสระประจำไร่นานะครับ ข้อที่ 3 ครับ พิจารณามอบหมายให้หน่วยงานเจ้าภาพ สทนช. จัดการ ทำแผนการจัดการน้ำให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดนะครับ ข้อที่ 4 ครับ พิจารณาการจัดสรรงบประมาณด้านการบริหารจัดการน้ำอย่างเพียงพอลงไปที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนะครับ เพราะว่า อปท. นี่ อยู่กับพี่น้องในพื้นที่นะครับ ข้อที่ 5 ครับ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ขับเคลื่อนโครงการแปลงใหญ่อย่างต่อเนื่อง เนื่องด้วยแปลงใหญ่มีระบบ มีการบริหารจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพอยู่แล้วครับ แล้วก็อันนี้นะครับ อยากจะฝากท่านประธานครับ ตอนนี้ ในจังหวัดพิจิตรนะครับ เกิดปัญหาน้ำท่วมนะครับ เพราะว่ารับน้ำจากเทือกเขาเพชรบูรณ์ลงมา วันนี้พี่น้องพิจิตรครับ เดือดร้อนอยู่ประมาณ 60,000 ไร่นะครับ เนื่องด้วย น้ำที่ลงมาจากเขตพิษณุโลกนะครับ บ้านมุงลงมานี่ ทำให้คลองหนองตอนะครับ คลองแตกครับ เขื่อนพัง แล้วก็มีพื้นที่ของพี่น้องนี่ พอปลูกอยู่ประมาณ 30,000 ไร่นะครับ ก็อยากจะฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องครับ ตอนนี้พี่น้องเกษตรกรเดือดร้อนครับ ขอบคุณครับ [เสียงปรบมือ] (คุณดวงพร) ค่ะ ก็จะขอต่อไปที่ประเด็นที่ 2 เลยนะคะ เป็นปัญหาด้านที่ดินทำกินนะคะ ก็เป็นความทุกข์ยากนะคะ ที่ได้ประสบกันในทุกภาคนะคะ ประเด็นนี้จะนำเสนอโดยท่านสริญทิพญ ทัพมงคลทรัพย์ นะคะ ท่านเป็นนายกสมาคมท่องเที่ยวเกาะเสม็ดค่ะ เรียนเชิญค่ะ (คุณสริญทิพญ) กราบเรียนท่านประธาน และท่านผู้ทรงคุณวุฒิทุกท่านค่ะ ดิฉัน สริญทิพญ ทัพมงคลทรัพย์ นายกสมาคมท่องเที่ยวเกาะเสม็ดค่ะ แล้วก็ได้รับมอบหมายให้กับกลุ่มย่อย พูดเกี่ยวกับเรื่องที่ดินทำกินด้วยนะคะ ประเด็นแรก ดิฉันจะขอฝากค่ะ เรื่องพื้นที่ที่ดินทับซ้อน ระหว่างหน่วยงานรัฐ 2 หน่วยงาน ทำให้ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ได้รับความเดือดร้อน ได้รับผลกระทบ จากกฎหมาย 2 ฉบับ ซึ่งธนารักษ์เอง กรมราชพัสดุเอง ก็ได้มี 1 ฉบับ และก็อุทยานเองก็มี 1 ฉบับ เพราะฉะนั้นเมื่อกฎ 2 ฉบับนี้รวมกันแล้ว คนที่ได้รับผลกระทบก็คือประชาชนนะคะ ยกตัวอย่างเช่น พื้นที่ทับซ้อนของเกาะเสม็ดนะคะ อยู่ในความดูแลของอุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า หมู่เกาะเสม็ดและพื้นที่ราชพัสดุ พื้นที่เกาะเสม็ดนะคะ จังหวัดระยอง มีประชาชนที่อยู่ในพื้นที่มาก่อนการประกาศการเป็นอุทยานแห่งชาตินะคะ เสม็ดเป็นแหล่งท่องเที่ยวแล้วนะคะตอนนี้ ได้รับ 1 ใน 10 ของสถาน ที่ท่องเที่ยวในใจของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ แต่เสม็ดยังไม่สามารถที่จะพัฒนาไปทางไหนได้นะคะ สืบเนื่องจากปัญหาของอุทยานประกาศพระราชกฤษฎีกา ทับที่ดินประชาชน นำมาสู่การแก้ไขปัญหาตามมติ กพช. ครั้งที่ 7/2543 สรุปสถานะที่ดินเกาะเสม็ดเป็นที่ราชพัสดุ ให้ประชาชนเช่าที่ดินกับที่ราชพัสดุ นะคะ ตามแผนที่จัดทำร่วมกันโดยใช้แผนที่ของอุทยานที่ประกาศในครั้งแรก และมีการจัดทำแผนแนวเขตไว้ในปี 2542 ซึ่งน่าจะเป็นที่ยุติในการแก้ไขปัญหา แต่ก็หาใช่ไม่ หลังจากที่ประชาชนเช่าพื้นที่แล้ว ก็ยังมีการถูกจับกุมนะคะ ที่ทำสัญญาเช่าไปแล้วถูกจับกุมดำเนินคดีจากอุทยาน เพราะฉะนั้นค่ะ การแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ต้องให้ 2 หน่วยงานตกลงกันเสียก่อนนะคะว่าเป็นหน่วยงานใดที่เราจะขึ้นตรง เพราะมิฉะนั้นปัญหานี้ก็จะต่อเนื่องกันมา เราต่อสู้กันมาเกี่ยวกับปัญหานี้ 40 กว่าปีค่ะ ไม่สามารถที่จะแก้ไขปัญหานี้ได้ ก็จะต้องขอรบกวนขอความกรุณาในคณะท่าน สว. โดย ท่านพลเอก วรพงษ์ สง่าเนตร ได้พาคณะกรรมาธิการนะคะ เข้าลงไปตรวจสอบพื้นที่ ก็ยังไม่สามารถจะแก้ไขปัญหาตรงนี้ได้ ซึ่งเชื่อว่าระยะเวลาที่ผ่านมา 40 ปี เราต่อสู้กันไม่ไหวแล้วค่ะ แนวทางที่จะแก้ไขปัญหาอย่างที่บอกค่ะ ว่าเราจะต้องใช้แผนที่บนพื้นที่เกาะเสม็ดให้เป็นฉบับเดียวกัน คือแผนที่ในการจัดการให้เช่าปี 2543 ที่นำไปสู่กระบวนการข้อเสนอแก้ไขตามปัญหาก็คือ One Map แต่สุดท้าย One Map ที่ประกาศออกมาเกาะเสม็ดได้รับข้อยกเว้น อันนี้คือเราสามารถใช้สโลแกนได้ไหมคะว่า “เกาะเสม็ดเสร็จทุกราย” ในขณะที่ปัญหาของเรายังคงคาอยู่ แต่ท่องเที่ยวของเราก็ยังต้องเดินหน้านะคะ เราก็จะขออนุญาตว่าให้ 2 หน่วยงานคุยกันให้เรียบร้อยก่อน ว่าใครจะเป็นเจ้าของ แล้วประชาชนที่อยู่ในพื้นที่จะได้มีความรู้สึกมั่นใจในการที่จะอยู่ในพื้นที่อย่างมั่นคงและถาวรในพื้นที่ที่ตัวเองอยู่นะคะ แล้วก็อีกเรื่องหนึ่ง การขออนุญาตใช้พื้นที่ป่าเพื่อการพัฒนาพื้นที่หรือก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน โดยการขออนุญาตใช้ประโยชน์ในพื้นที่ของรัฐในพื้นที่อำเภอเมืองนครราชสีมา ในประเด็นเกี่ยวกับพื้นที่ราชพัสดุจำนวน 6,000 ไร่ ติดกับสวนสัตว์โคราช ซึ่งกองทัพบกเป็นผู้ใช้พื้นที่ ต่อมาได้มีการอนุญาตให้บริษัทเอกชนแห่งหนึ่งเช่าพื้นที่ปลูกมันสำปะหลัง แต่ประชาชนจะขอพื้นที่สร้างที่อยู่อาศัยให้กับคนยากไร้ กลับไม่ได้รับการอนุญาตและการขออนุญาตในการใช้พื้นที่ของกรมธนารักษ์เพื่อพัฒนาพื้นที่ โดยทำโครงการ Smart City จึงอยากที่จะขอให้หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง อนุญาตให้ใช้พื้นที่สร้างที่อยู่อาศัยให้กับคนยากไร้ ได้มีที่พักพิง และอนุญาตให้เป็นพื้นที่ Smart City นะคะ ปัญหาพื้นที่ทับซ้อนระหว่างที่ดินของป่าไม้กับพื้นที่ที่ประชาชนได้ใช้ทำประโยชน์ในพื้นที่อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา ประชาชนได้รับผลกระทบมากว่า 30 ปี ปัจจุบันยังไม่สามารถแก้ปัญหาได้ ขอให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องร่วมกันแก้ไขปัญหาพื้นที่ซับซ้อนระหว่างที่ดินของป่าไม้ พื้นที่ของประชาชนให้ได้ใช้ประโยชน์พร้อมทั้งเป็นที่อยู่อาศัยอย่างถาวรและถูกต้อง ส่วนปัญหาพื้นที่ที่เมื่อสักครู่ได้มีทางป่าหวายนะคะ ได้นำเสนอมาว่าพื้นที่ที่อยู่นอกในพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ป่าสงวน สำนักงานเขตป่าไม้ เขต 7 ขอนแก่นเป็นผู้ดูแลปัญหาคือเทศบาลไม่ ที่จะก้าวล่วงไปซ่อมแซมถนนดังกล่าวได้ เพราะฉะนั้น จะต้องให้หน่วยงานภาครัฐและภาคประชาชนได้มีโครงการร่วมกันเพื่อที่จะได้มีโอกาสในการพัฒนานะคะ ก็ประชาชนสามารถที่จะมอบโครงการนี้ให้กับทางหน่วยงานรัฐได้ ไม่จำเป็นที่จะต้องไปขออนุญาต แล้วรอการอนุญาตกลับมา กว่าที่จะตอบกลับมานี่มันก็ใช้เวลาระยะเวลานานพอสมควรนะคะ แล้วก็ส่วนประเด็นที่ 3 เป็นปัญหาการขออนุญาตใช้พื้นที่เวนคืนเพื่อการพัฒนาการขยายพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษ EEC โดยขอให้ประชาชนกลุ่มเดิมของกลุ่มชุมชนแหลมฉบังค่ะ ให้สามารถอยู่ร่วมกันกับรัฐเพื่อพัฒนาร่วมกัน ยกตัวอย่างเช่น ชุมชนแหลมฉบังที่การท่าเรือได้เวนคืนพื้นที่แหลมฉบังตั้งแต่ปี พ.ศ. 2521 แต่ยังคงมีชุมชนดั้งเดิมอยู่ ยังไม่ยอมย้ายออกไปนะคะ แล้วบางคนก็ย้ายแล้ว บางคนก็ยังอยู่ แต่ก็อยากจะขอให้ชุมชนเดิม สามารถที่จะคงอยู่ในพื้นที่นี้ได้ โดยอยู่ในรูปแบบของการพัฒนาร่วมกันกับท่าเรือนะคะ อันนี้ก็เป็นประเด็นข้อนำเสนอ ยังมีเวลาอยู่อีกนิดหน่อย ดิฉันขอนะคะ ขอน้อมนำกระแสพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2516 ป่าสงวนที่ทางการขีดเส้นไว้ ประชาชนนั้นเลว รัฐจะเอากฎหมายป่าสงวนไปบังคับใช้ ขออนุญาตค่ะ ป่าสงวนที่ทางการขีดเส้นไว้ ประชาชนอยู่ในนั้นแล้ว รัฐจะเอากฎหมายป่าสงวนไปบังคับใช้คนที่อยู่ในป่าโดยขีดเส้นบนกระดาษก็ชอบกลอยู่ กลายเป็นปัญหาที่ใดขีดเส้นแล้ว ประชาชนที่อยู่ในนั้นกล่าวเป็นผู้ผิดกฎหมาย ว่าตามธรรมชาติ ใครเป็นผู้ทำผิดกฎหมาย ก็ผู้ที่ขีดเส้นนั่นเอง เพราะว่าบุคคลที่อยู่ในป่านั้น เขาอยู่ก่อนนะคะ หมายความว่าทางราชการบุกรุก ไม่ใช่บุคคลบุกรุกกฎหมาย เพราะฉะนั้นจากปัญหาที่ดิฉันได้นำเสนอมาทั้งหมด ดิฉันเชื่อว่ายังมีประชาชนอีกหลายพื้นที่นักนะคะในประเทศไทย ที่มีปัญหาเกี่ยวกับที่ดินทับซ้อนระหว่างหน่วยงานภาครัฐและก็กับประชาชนเพราะฉะนั้น รอการแก้ไขและรอความหวัง ที่จะให้มีหน่วยงานเข้ามาแก้ไข ให้เขามีความรู้สึกมั่นคง ในชีวิตและอยู่อย่างถูกต้อง อย่างถูกกฎหมาย อย่างถาวร กราบขอบพระคุณท่านประธานค่ะ [เสียงปรบมือ] (คุณวัลลภ) ความจริงผมเชื่อพี่แล้วล่ะ พี่ดวงพร พูดตั้งแต่แรกว่า ท่านสุภาพสตรีลุกขึ้นมาอภิปราย มันจะฉะฉาน ชัดเจนไปหมดเลยนะครับ ก็ยังไม่ยอมแพ้นะ ขอฟังบุรุ๋อีกสักท่านหนึ่งเถอะ อาจจะช่วยกู้หน้าผมมาได้มั่ง ต่อไปเป็นปัญหาด้านการเกษตรนะครับ ด้านการเกษตรนี่นะครับ จะเป็นโอ้ ท่านไม่ธรรมดานะ ท่านเป็นผู้ทรงคุณวุฒิด้านประมง สภาเกษตรกร จังหวัดระยองนะครับ เป็นผู้แทนของกลุ่มนะครับ ก็คือ ท่านโชติ ฟางลอย อยู่ไหนครับ เรียนเชิญเลยครับ อ้อ อยู่ตรงหน้าผมเองครับ เชิญเลยครับ ใช่ไหม ครับ โชติ ฟางลอย (คุณโชติ) ใช่ครับ (คุณวัลลภ) เรียนเชิญเลยครับ (คุณโชติฉ กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ แล้วก็แขกผู้มีเกียรติทุกท่าน แล้วก็เพื่อนสมาชิกเครือข่ายผู้นำนักประชาธิปไตยทุกท่าน กระผม นายโชติ ฟางลอย เป็นผู้ทรงคุณวุฒิ ด้านประมง สภาเกษตรกร จังหวัดระยอง วันนี้ก็ขอขอบคุณเพื่อนสมาชิกที่ได้อนุญาตให้ผมเป็นตัวแทนในการอภิปราย ปัญหาทางด้านการเกษตร ให้ท่านวุฒิสภาได้ฟังนะครับ ครับปัญหาที่ผมจะพูดนี่เป็นปัญหาระดับประเทศนะครับ เป็นปัญหาที่พี่น้องประชาชน ซึ่งเป็นเกษตรกรทั้งประเทศ ที่ได้รับผลกระทบนะครับ จากปัญหาต่าง ๆ ที่ท่านวุฒิสภานะครับ ได้ลงพบพี่น้องประชาชนตลอด 4 ปีเต็มนั้น มีปัญหามากมายนะครับ ซึ่งแบ่งประเด็นออกทั้งหมด ได้ 8 ประเด็นนะครับ แต่จากการที่เราพูดคุย ในกลุ่มเครือข่ายผู้นำนักประชาธิปไตยนะครับ เมื่อวานนั้น เราได้สรุปประเด็น ลำดับความสำคัญของปัญหา ดังต่อไปนี้ครับ 1. ปัญหาผลผลิตทางด้านการเกษตรตกต่ำนะครับ ท่านสมาชิกครับ ปัญหาการเกษตรตกต่ำนั้นเป็นปัญหาเรื้อรังนะครับ ทราบจริงอยู่ว่า ในปัจจุบันนั้น ไม่ว่าปัญหาเรื่องข้าวนะครับ เราไม่มีปัญหานะครับ ปาล์มก็ไม่มีปัญหา นะครับ มันสำปะหลังก็ไม่มีปัญหา สับปะรดก็ไม่มีปัญหา ในสถานการณ์ปัจจุบัน แต่กุ้งมีปัญหาครับ นะครับ แต่เราก็ยังไม่ไว้วางใจได้ครับว่า ปัญหาพืชการเกษตร ในปัจจุบันนั้น ซึ่งราคาดีอยู่ แต่อนาคต ยังไม่แน่ครับ ก็เกิดจากสภาวะอะไรต่าง ๆ ที่จะตามมา ไม่ว่าในปีหน้า ที่เราจะเจอสภาวการณ์ฝนแล้งทิ้งช่วง หรือปรากฏการณ์เอลนีโญนะครับ ในปีหน้านะครับ ฉะนั้น ปัญหาสิ่งที่พวกเราคิดมานั้น ก็ต้องสะท้อนให้กับท่านวุฒิสภา เข้าไปช่วยกันพิจารณา นะครับ ส่งต่อให้กับไปยังรัฐบาลนะครับ ส่วนปัญหาเรื่องกุ้งนั้น ผมในฐานะเป็นผู้ทรงคุณวุฒิด้านประมง แล้วมองว่ากุ้งนั้นเป็นสินค้าที่ทำรายได้ให้กับประเทศชาติ เป็นอันดับต้น ๆ นะครับ แต่ระยะหลังนั้น เราเจอสภาวะสิ่งแวดล้อมเปลี่ยนแปลงนะครับ เลี้ยงกุ้งก็ ถ้ารอดก็รวย ครับ แต่ถ้าไม่รอดก็เจ๊ง ผมเลี้ยงกุ้งมา 30 กว่าปีครับ จน ๆ รวย ๆ จนสุดท้ายก็เจ๊ นะครับ แต่ ผมจะนำเสนอว่า ในอนาคตนั้น ถ้าเราอยากให้เกษตรกร มีอาชีพที่มั่นคง มีรายได้ที่ยั่งยืนนั้น เราต้องมีแผนที่ชัดเจนในการผลิตกุ้งขาวอนามัย เพื่อส่งออกครับ ครับในเรื่องที่ 2 ก็คือ เรื่องปัญหาต้นทุนการผลิต ที่ต้นสูงขึ้นนะครับ ในระยะเวลาที่ผ่านมานั้น เราจะพบว่า ต้นทุนการผลิตทางด้านการเกษตรนั้น สูงขึ้นถึง 10-15 เปอร์เซ็นต์ มาจากอะไรครับ มาจากต้นทุนการผลิต เช่น น้ำมัน นะครับ ยาฆ่าแมลง ปุ๋ยเคมีที่แพงขึ้น ฉะนั้น ประเด็นตรงนี้นี่นะครับ ก็เป็นประเด็นหลักนะครับ ต้นทุนการทำการเกษตรนั้น ถ้าเกิดสิ่งเหล่านี้แพงขึ้นนะครับ ตั้งธงได้เลยว่า เราจะขาดทุนนะครับ ยังไม่บวกถึงการ… ปัญหาสิ่งแวดล้อม ปัญหาฝนฟ้าอากาศที่ไม่เป็นเอื้ออำนวยนะครับ ก็เราก็มาช่วยคิดกันว่า เราจะทำอย่างไร ให้ต้นทุนการผลิตทางด้านการเกษตรนี้ลดลงนะครับ เพื่อความยั่งยืนของอาชีพเกษตรกรของเรานะครับ ในระดับประเทศนะครับ ส่วนปัญหาที่ 3 นะครับ ปัญหาเกี่ยวกับการเยียวยาเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ ครับ ท่านสมาชิกครับ ภัยพิบัติของผมนั้น ผมจะขอเสนอแนะว่า ภัยพิบัติในระดับประเทศนั้นเราพบว่า 1. ภัยพิบัติจากธรรม การเปลี่ยนแปลงของโลกนะครับ เช่น ภาวะโลกร้อนนะครับ เราจะทำอย่างไรให้เกษตรกรเรามีผล ได้รับผลกระทบน้อยที่สุด แล้วก็ผลกระทบนั้น สามารถสร้างเป็นรายได้ให้กับเกษตรกรได้นะครับ โดยเราต้องลดขั้นตอน หรือหากระบวนการที่ให้เกษตรกรที่ปลูกต้นไม้ ไม่ว่าสวนยางพารา หรือว่าสวนปาล์มน้ำมันนะครับ สวนทุเรียน เราสามารถขายคาร์บอนเครดิตให้กับภาคอุตสาหกรรมได้นะครับ ในส่วนที่ 2 ภัยพิบัติจากฝีมือมนุษย์นะครับ คือ การทำลายธรรมชาติสิ่งแวดล้อมนะครับ ผมขอยกตัวอย่าง เรื่องการทำลายธรรมชาติสิ่งแวดล้อม คือ ภัยพิบัติจากน้ำมันรั่วนะครับ น้ำมันรั่วใน… ยกตัวอย่าง คงหนีไม่พ้นด้านภาคตะวันออกนะครับ โดยเฉพาะจังหวัดระยองของผมนะครับ เราเจอสภาวะน้ำมันรั่วนะครับ ชลบุรีก็น้ำมันรั่วนะครับ ระยองก็น้ำมันรั่ว เกาะเสม็ด ที่ท่าน นายกสมาคมการท่องเที่ยวเกาะเสม็ด ก็เจอปัญหาเรื่องน้ำมันรั่วนะครับ น้ำมันรั่วนี่ เป็นปัญหาที่ อมตะนิรันดร์กาลครับ กว่าจะฟื้นฟูธรรมชาติขึ้นมา ให้กลับเหมือนเดิมนี่ ท่านเชื่อไหมครับ เราต้องใช้ระยะเวลาเป็นสิบ ๆ ปีนะครับ ที่จะสามารถ เกษตรกรจะวางอวนปูนะครับ เพื่อไปจับให้ได้ปูเหมือนเดิมที่ผ่านมานะครับ ยากขึ้น เกษตรกรก็ต้องออกไปไกลขึ้นนะครับ เพื่อจะได้วางปู อวนปู ให้ได้ปูมากขึ้นนะครับ ไอ้ตรงนี้แหละครับ มันคือ เกษตรกรมันจะไม่มีความยั่งยืนในอาชีพประมงพื้นบ้านเลยนะครับ ส่วนปัญหาที่ 3 ก็คือ ปัญหาการ… มนุษย์ที่รุกล้ำถิ่นที่อยู่อาศัยของสัตว์ คือปัญหาเรื่องช้าง ปัญหาใหญ่ครับ ปัญหาเรื่องช้างในภาคนตะวันออก ทุกภาคส่วนพยายามจะแก้ปัญหา ว่าทำอย่างไร ให้ช้างที่อยู่ในป่า มีอาหารกินนะครับ อยู่อย่างสะดวกสบาย มีความสุข ไม่ต้องลงมาทำลายพืชผลทางการเกษตรของชาวสวน ฉะนั้น ปัญหาตรงนี้นะครับ ผมก็ติดตามว่า ภาครัฐจะแก้ปัญหาอย่างไร ก็ยังไม่เป็น เขาเรียกว่าไม่เป็นรูปธรรม ฉะนั้นก็ฝากสมาชิกวุฒิสภาว่า ถ้าอนาคต ถ้าเราจะแก้ปัญหาตรงนี้ได้นะครับ ก็จะช่วยให้เกิดความยั่งยืนทางด้านอาชีพของเกษตรกร แล้วก็แก้ปัญหาการถิ่นที่อยู่ของช้างนะครับ ครับ ในส่วนที่ 4 นะครับ ปัญหาด้านอื่น ๆ นะครับ เมื่อกี้ ท่านสมาชิกจากนครศรีธรรมราช ได้เสนอปัญหาเรื่องอาชีพการเพาะเลี้ยงกุ้งนะครับ ภาคตะวันออกก็เหมือนกันครับ หรือว่าภาคกลางก็เหมือนกันนะครับ เราก็มีปัญหาเรื่องบ่อกุ้งร้างนะครับ เราจะทำอย่างไรครับ บ่อกุ้งร้างนี่ สามารถสร้างมูลค่าเพิ่ม จากการที่เราเอาบ่อกุ้งร้างทิ้งไว้อยู่เฉย ๆ โดยไม่สามารถสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งได้อีกเลยนะครับ ท่านไปดูได้เลยครับว่า ปัจจุบันนี่ ผู้ที่เลี้ยงกุ้ง ต้องหยุดนะครับ อุปกรณ์ต่าง ๆ ก็ทิ้งไว้นะครับ ขึ้นสนิม ไม่สามารถเอามาใช้ประโยชน์ได้ แต่ภาครัฐอาจจะมองไม่เห็นนะครับ แต่ผมในฐานะนี่ คนที่เคยทำอาชีพ การเพาะเลี้ยงกุ้งทะเล ผมมองเห็นว่า ทุกสิ่งที่ถ้าเกิดโดนน้ำเค็มแล้วก็มันจะเสียหายหมดนะครับ ครับผมก็ขอฝากประเด็นปัญหาด้านนี้ครับ แต่ส่วนข้อเสนอแนะนะครับ ก็มีอยู่ 4-5 เรื่องด้วยกัน 1. คือ ต้องการให้ส่วนท้องถิ่นมีส่วนบทบาทในการหาแหล่งทุนให้กับเกษตรกรนะครับ ส่วนที่ 2. ก็คือขอเพิ่มเติมว่าอนาคต เราต้องมีการศึกษาการตัดต่อพันธุกรรมนะครับ เพื่อความยั่งยืนของอาชีพเกษตรกร เพื่อความยั่งยืนของการสร้างมูลค่าเพิ่ม เพื่อให้ผลผลิตทางการเกษตรนี้มีความยั่งยืนนะครับ ส่วนที่ 3 นะครับ คือต้องให้ภาครัฐนะครับ โดยท้องถิ่นนะครับ มีจุดรับซื้อ สินค้าการเกษตร โดยมีภาคประชาชน ชาวสวน มีส่วนร่วมนะครับ 5. นะครับ ควรยกระดับการปรับปรุงพันธุกรรมของสัตว์เลี้ยง เช่น โคเนื้อนะครับ เราต้องมี GI ของโคเนื้อที่เป็นพันธุ์ดั้งเดิมของประเทศไทย เพื่อต่อสู้กับพันธุ์โคเนื้อที่อยู่ต่างประเทศนะครับ ควรยกระดับพัฒนาสินค้าอย่างจริงจังนะครับ เช่น เราต้องมีการจัดโซนนิงนะครับ ปัญหา ของสินค้าการเกษตรนะครับ เรื่องโซนนิงนี่สำคัญมากนะครับ ก็จะ… ถ้าเรามีการจัดโซนนิงที่ดีนะครับ ก็จะไม่มีปัญหาเรื่องสินค้าการเกษตรตกต่ำนะครับ ข้อที่ 6 นะครับ เราควรคิดภาษีธุรกิจสินค้าเกษตรอย่างเป็นธรรมและถูกต้องนะครับ เช่น น้ำผลไม้ เราจะไปคิดสินค้าเหมือนกับโค้กได้อย่างไรครับ โค้ก Volume มันเยอะมากนะครับ แล้วก็เขาซื้อ Syrup มามาผสมในน้ำอัดลม แต่เกษตรกรเราใช้น้ำตาลทรายครับ มาผลิตเป็นน้ำผลไม้ ฉะนั้น ภาษีตรงนี้ เราก็ต้องคิดว่า ต้อง ให้ต่างกันนะครับ ฉะนั้น เกษตรกรที่คิดจะทำน้ำผลไม้ ถ้าต้นทุนน้ำตาลแพงนี่ นะครับ แล้วคิดภาษีเหมือนภาคอุตสาหกรรมใหญ่ ๆ นั้น เกษตรกรอยู่ไม่ได้ครับ ครับ ก็ขอฝากท่านวุฒิสภานะครับ ไว้เพียงแค่นี้ครับ ขอบคุณครับ [เสียงปรบมือ] (คุณวัลลภ) ที่ผ่านมาใช้เวลาได้ค่อนข้างดี ผมก็ปรึกษาหารือกับพี่ดวงพรครับว่า ข้างล่างพูดกันน่าจะเกือบจะครบถ้วน ขาดอีก 1 ขาดอีก 1 กิจกรรม ก็คือ เศรษฐกิจฐานราก ด้านบน มีท่านใดสนใจจะอภิปราย ไหมครับ ขอมือเธอหน่อยไว้ก่อน แต่ไม่ได้พูดตอนนี้นะครับ มีไหมครับ ไม่มีนะ (คุณดวงพร) มี มีคนยกมือ (คุณวัลลภ) มีไหมครับ มียกมือสูง ๆ หน่อย มีไหมครับ มี 1 ท่าน โอเคนะ ผมให้แค่ 1 ท่านเท่านั้นเอง ขอเชิญคุณพี่ก่อนเลย เชิญเลยครับพี่ดวงพร (คุณดวงพร) ค่ะ ระหว่างที่ให้ท่านข้างบนได้เตรียมเนื้อหานะคะ ก็ขออนุญาต ให้ประเด็นที่ 4 ได้นำเสนอนะคะ เป็นประเด็นสุดท้ายนะคะ ของปัญหาที่จะนำฝากไปยังส่วนราชการนะคะ คือเรื่องของปัญหาด้านเศรษฐกิจฐานรากนะคะ ซึ่งก็เป็นเรื่องใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับปากท้องของประชาชนจำนวนมากนะคะ เรียนเชิญท่านศรีสุภา ชุมสาย ณ อยุธยา ท่านเป็นประธานสื่อภาคประชาชนจังหวัดปทุมธานีค่ะ เรียนเชิญค่ะ (คุณศรีสุภา) สวัสดีค่ะ เรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ศรีสุภา ชุมสาย ณ อยุธยา จากจังหวัดปทุมธานี ขอนำเสนอประเด็นปัญหาของกลุ่มเศรษฐกิจฐานรากนะคะ ซึ่งวิธีการที่เราได้มา ซึ่งปัญหาโดยการเราแบ่งกลุ่มย่อยออกเป็น 3 กลุ่ม คือกลุ่มเกษตร แปรรูป กลุ่ม OTOP หรืออุตสาหกรรมในครัวเรือน และกลุ่มท่องเที่ยวชุมชน จากการที่เราระดมความคิดเห็นและทำการสกัดปัญหาออกมา จึงทำให้พบว่า ปัญหาของกลุ่มเศรษฐกิจฐานราก มีปัญหาในลักษณะเดียวกัน ซึ่งแต่ละกลุ่ม เราก็มีปัญหา ดังนี้ค่ะ 1. ปัญหาขาดจากการสนับสนุนภาครัฐ อย่างต่อเนื่อง 2. ปัญหาเรื่องงบประมาณที่ลงในพื้นที่ ทั้งในเรื่องของงบประมาณที่ไม่เพียงพอและไม่ต่อเนื่อง ตลอดจนงบประมาณที่ได้มาไม่ตรงตามความต้องการของประชาชน 3. ปัญหาเรื่องการจัดการผลผลิตของชุมชน เช่น การขาดความรู้ทางด้านเทคโนโลยี การขาดเครื่องมือที่ทันสมัย รวมไปถึงวิธีการผลิตที่ไม่ได้มาตรฐานค่ะ 4. ปัญหาด้านการตลาด เช่น เมื่อมีการผลิตสินค้าออกมา แล้วหาช่องทางจำหน่ายไม่ได้ และขาดความรู้ ตลาดที่ทันสมัย 5. ปัญหาในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน และ 6. ปัญหาในด้านข้อกฎหมายที่ไม่ชัดเจน ในปัญหาข้อที่ 7 คือด้านการประชาสัมพันธ์ของภาครัฐ ที่ไม่ครอบคลุมและทั่วถึงในทุกพื้นที่ ซึ่งบางเรื่องบางโครงการ ประชาชนไม่ได้มีความต้องการ จำเป็นต้องมีการทำประชาคม เพื่อสอบถามความคิดเห็นของประชาชน รวมไปถึงจะทำให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการตัดสินใจ และปัญหาข้อที่ 8 นะคะ คือขาดการบูรณาการการทำงานของหน่วยงานภาครัฐ ในท้องที่ค่ะ และจากปัญหาทั้งแปดข้อดังกล่าวมานี้ จากกลุ่มของเศรษฐกิจฐานราก ก็มีข้อเสนอแนะที่จะฝากไว้ดังนี้นะคะ 1. การกำหนดหน่วยงาน เจ้าหน้าที่ในพื้นที่ที่จะดูแลกลุ่มเศรษฐกิจฐานรากที่ชัดเจน เพื่อให้ประชาชน สามารถติดต่อ เข้าถึง ในการขอความช่วยเหลือ 2. สร้างกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก ในระดับจังหวัด เพื่อมีผู้รับผิดชอบโดยตรง ในระดับพื้นที่ เพื่อทำหน้าที่จัดสรรงบประมาณลงในพื้นที่ ให้ตรงตามความต้องการของประชาชน และจัดสรรงบประมาณให้ได้มาอย่างต่อเนื่อง เพื่อไม่ให้เกิดการสะดุดหรือชะงัก ในกิจกรรมที่ประชาชนดำเนินการ 3. มีกระบวนการที่ชัดเจนในการส่งเสริมองค์ความรู้ให้แก่ชุมชนในด้านการใช้เทคโนโลยีด้านการผลิต การแปรรูป การออกแบบผลิตภัณฑ์ เพื่อให้สินค้าชุมชนสามารถยกระดับมาตรฐานได้ 4. มีหน่วยงานที่จะพัฒนาการตลาดสมัยใหม่ให้แก่ชุมชนอย่างชัดเจนและต่อเนื่องทั่วถึง พร้อมทั้งปลูกฝังกรอบความคิดให้แก่ชุมชน เรื่องการตลาดนำการผลิต 5. จัดหาแหล่งเงินทุนให้กลุ่มเศรษฐกิจฐานราก ที่มีเงื่อนไขให้ประชาชนสามารถเข้าถึงได้ง่าย กว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน รวมทั้งกองทุนต่าง ๆ ที่ภาครัฐมีอยู่ปัจจุบัน เช่น กองทุนพัฒนาบทบาทสตรี กองทุนพัฒนาหมู่บ้าน ควรมาเป็นกลไกในการช่วยพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก 6. ให้ความรู้แก่ประชาชนในประเด็นข้อกฎหมายเรื่อง อย. การใช้พื้นที่ป่า สงวน เป็นต้น ทั้งนี้เพื่อให้ประชาชนสามารถปฏิบัติตามได้ถูกต้อง 7. หน่วยงานภาครัฐส่วนกลางร่วมประสานการทำงานกับ อบต. อบจ. ทั้งนี้ เพื่อให้การกระจายข้อมูลข่าวสารจากภาครัฐ สามารถครอบคลุมถึงประชาชนในทุกระดับ และข้อสุดท้ายคือข้อ 8 ภาครัฐในหน่วยงานในพื้นที่มากมาย แต่การบูรณาการการพัฒนาในพื้นที่ ที่จะได้ผล มักขึ้นอยู่กับตัวบุคคล จึงควรสร้างระบบที่จะทำให้เกิดการบูรณาการอย่างแท้จริง เพราะประเด็นของกลุ่มเศรษฐกิจฐานรากเกี่ยวโยงกับหลายหน่วยงาน การขาดการบูรณาการในพื้นที่ ย่อมทำให้โอกาสการพัฒนาของประชาชน บรรลุผลได้เต็มที่ ค่ะ ดิฉันขอขอบพระคุณ และในช่วงสุดท้ายนี้ ดิฉันขอโยนไมค์ให้กับศิลปินพื้นบ้านอีก 1 ท่านนะคะ ขอบพระคุณค่ะ (คุณวัลลภ) เชิญ เชิญ มีเรื่องแถมด้วย เชิญเลยครับ [เสียงปรบมือ] (คุณวัลลภ) จะร้องเพลงนะครับ ศิลปินพื้นบ้าน เชิญครับ (คุณบุญสม) ครับผม กราบเรียนท่านประธาน ท่านวุฒิสภา และเครือข่ายวุฒิสภา ผู้มีเกียรติที่เคารพทุกท่าน ผมบุญสม สังข์สุข ครูภูมิปัญญาไทยรุ่นที่ 7 จากสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษานะครับ อดีตนายกสมาคมเพลงโคราช รองประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดนครราชสีมา เพลงโคราชเป็นเพลงพื้นบ้านที่มีการละเล่นมาตั้งแต่สมัยต้น ๆ รัตนโกสินทร์ เราสมัยรัชกาลที่ 2 รัชกาลที่ 3 โดยเฉพาะในสมัยรัชกาลที่ 3 ที่คุณย่าโมมีชีวิตอยู่ เพลงโคราชเป็นที่ชื่นชอบของคุณย่าโมนะครับ และเพลงโคราชยังได้แสดงในงานชุมนุมลูกเสือโลก ครั้งที่ 1 ในนามการแสดงของมณฑลนครราชสีมา เพลงโคราชได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของจังหวัดนครราชสีมา ปัญหามีอยู่ว่า หมอเพลงโคราชที่แสดงที่ลานย่าโมนะครับ ปัจจุบันเช่าเวทีจากเทศบาลนคร นครราชสีมา ที่ผ่านมา เดือนละ 30,000 บาท หมดสัญญากำลังจะต่อสัญญาใหม่ เทศบาลขอขึ้นราคาเช่าเวทีเป็น 40,000 บาท ค่าตอบแทนการต่อสัญญา 90,000 บาท ทำให้หมอเพลงโคราช 100 กว่าชีวิต ที่ร้องรำอยู่ที่ลานย่าโม เป็นอาชีพที่กระตุ้นเศรษฐกิจ เป็นเศรษฐกิจฐานราก เมื่อมีผู้ท่องเที่ยว เมื่อมีประชาชนที่มีความเดือดร้อน ต้องการจะไปหาเพลงโคราชถวายย่าโม ไปแก้บนย่าโม ทำให้ต้องได้รับผลกระทบจากการขึ้นค่าเช่า ของเวทีเพลงโคราชไปด้วย หลายท่านอาจจะนึกภาพเพลงโคราชไม่ออก หรือหลายท่านอาจจะเคยไปเที่ยวโคราช แล้วได้เคยได้ชม ได้ฟังเพลงโคราช วันนี้ผมอยากจะมาว่าเพลงโคราช ให้ท่านผู้มีเกียรติที่นี่ ได้รับฟังครับ [เพลงโคราช] เพลงโคราชนักปราชญ์ท้องถิ่น ศิลปะดนตรีกวีศิลป์ดอกนาทุกท่านเอย ผุดผ่องดังทองทา รวมเป็นผู้นำประชาธิปไตย เครือข่ายวุฒิสภา ชูเศรษฐกิจฐานรากเป็นที่ประจักษ์เที่ยวถ่องไทย โคราชรุ่งเรืองเป็นเมืองศิลป์ ภูมิแผ่นดินเมืองสวย อัตลักษณ์ก็รุ่มรวย เป็นเมืองสดเมืองสดเมืองใส สดเมืองใส ท่านท้าวสุรนารีเขาอยู่คู่เมืองศรี เมืองย่าแสง ขอความเมตตาสงสาร กับรัฐบาลผู้ทรงศักดิ์ เพลงโคราชมีอัตลักษณ์ควรจะลงส่งเสริม เพลงพื้นบ้านเป็นฐานต้นทุนช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มขอความกรุณา อย่าคิดค่าเช่าโรงเพลง ขึ้นราคาแพง ขอบคุณครับ (คุณวัลลภ) โอ้โห [เสียงปรบมือ] (คุณวัลลภ) ใครจะกล้าขึ้นราคาหรือลงคอนะ เดี๋ยวเรื่องนี้ ท่านสุธี มากบุญ นะ แล้วก็พี่ทัศนา ยุวานนท์ นะ คนโคราชทั้งคู่ ซึ่งเป็นสมาชิกวุฒิสภาก็คงจะไปเป็นสะพาน เขาเรียกสะพานมิตรภาพ พูดคุยกันนะ ปัญหาที่ว่าท่านฝากมาล่าสุดนะครับ พี่ดวงพร ผมดูเวลาแล้วนี่ เราจะเลิก 16.30 น. ทีนี้เรามีกิจกรรมอยู่ 3 กิจกรรม ที่ค้างอยู่ ยังครับ ยังครับ ค้างสำคัญคือ การยื่น สำคัญคือกิจกรรมการยื่นข้อสรุปประเด็นปัญหา 4 ปัญหาฝาก มายังผู้แทน นี่ ส่วนราชการที่ท่านมานั่งฟังตั้งแต่ต้น พร้อมกับบรรดาสมาชิกวุฒิสภาทั้งบนและด้านล่าง นี่เป็นกิจกรรมพิเศษที่จำเป็นจะต้องมี กิจกรรมอีกกิจกรรมหนึ่งก็คือ เดี๋ยวท่านประธานที่นั่ง ท่านรองสิงห์ศึกนี่ ท่านก็จะต้องอารัมภบท ในการกล่าวขอบพระคุณท่านทั้งหลายที่มา มาร่วมในวันนี้นะครับ ทีนี้กิจกรรมที่สำคัญก็ได้พูดไปแล้วว่า เรามีเวลาเหลืออยู่ 2 ท่าน ที่จะให้นำเสนอได้ท่านละไม่เกิน 3-5 นาทีเท่านั้น ข้างบนนี่จองไปแล้ว 1 คน ด้านล่างต้องเป็นคนที่ไม่ซ้ำกับคนเดิมนะครับ ต้องขอความกรุณา เพราะว่าเราอยากจะให้เวที ได้นำเสนอ แต่ขอความสุภาพ สู่ในห้องประชุมนี้นะครับ ด้านบน ด้านบน ยกมือ 1 ท่านแล้ว สวมเสื้อสีเขียวด้านล่าง ด้านล่าง ผมขออนุญาตใช้สิทธิ์ เนื่องจากมี 2 ท่านนะครับ ขออนุญาตใช้สิทธิ์นะครับ ท่านที่ผมเห็นยกก่อนก็คือซ้ายมือสุดของผมนะ ท่านนั่งลงครับ ท่านล่ะครับ นั่งลง เรียนเชิญครับ ด้านบน ประมาณ 3-4 นาที เรียนเชิญครับ แนะนำตัวสั้น ๆ เชิญครับ (คุณสมคิด) ครับ ผม นายสมคิด กรณกิจโกวิท หมอพื้นบ้าน ตำบลไร่ขิง อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม หมอไคโรแพรกเตอร์ จัดกระดูก จับเส้นรักษาไมเกรนนะครับ เป็นเครือข่ายผู้นำนักประชาธิปไตย วุฒิสภา ผมอยากเสนอแนะว่าให้รัฐนี่ ให้องค์กรปกครองท้องถิ่นนะครับ สนับสนุนเงินทุนให้เกษตรกรนะครับ ในงบประมาณที่เหมาะสม และปลอดดอกเบี้ย แนวความคิดของผมนี่ ถ้า รัฐเสนอว่า พักชำระหนี้ แต่ดอกเบี้ยนี่ ก็ต้องชำระ ต้องชำระด้วย ไม่ดี มันต้องพักชำระหนี้แล้วก็พักชำระการคิดดอกเบี้ย ในขณะเดียวกัน ผมก็อยากให้ภาครัฐนี่สนับสนุนให้องค์กรปกครองท้องถิ่น มีงบประมาณสนับสนุนให้เกษตรกรนะครับ เพราะปัญหาหลักของเกษตรกร คือเงินทุน มีแรงมีปัญญา มีสติปัญญา แต่ขาดเงินทุนสนับสนุน บางครั้งบางคราว ด้านเงินทุน แหล่งทุน ไม่สามารถเข้าถึงได้ เพราะขาดการประชาสัมพันธ์ บางครั้งก็เป็นเรื่องของพรรคพวกนะครับ ผมจึงอยากจะเสนอแนะด้านนี้เป็นหลักเลยว่า ควรสนับสนุนนะครับ มองถึงว่า องค์การปกครองท้องถิ่นนี่ ก็แต่ละส่วน แต่ละจังหวัด มีงบประมาณไม่น้อยทีเดียวที่จะสนับสนุนเกษตรกรแต่ละจังหวัดได้ โดยรากฐานของพื้นฐานแล้วนี่ ถ้าเรามีแหล่งเงินทุน โดยปลอดดอกเบี้ย เกษตรกรระดับล่าง ไม่มีคำว่าตกต่ำนะครับ ผมอยากให้ภาครัฐนี่ มองถึงตรงนี้ว่า องค์กรปกครองท้องถิ่น ทุกจังหวัดเลยนะครับ น่าจะมีแนวความคิดของผมนี่ว่า 500,000 บาทเป็นต้นไปนี่ ไม่มีดอกเบี้ยนะครับ และมีผู้รับรองนะครับ แต่ละวงศ์ตระกูล แต่ละตำบล มองถึงว่า ควรจะสนับสนุนนะครับ ขอให้ภาครัฐนี่ มองถึงตรงนี้นะครับ เพราะแหล่งเงินทุนนี่ เป็นเรื่องสำคัญมากเลย (คุณวัลลภ) ครับ (คุณสมคิด) นะครับ (คุณวัลลภ) ได้ประเด็นแล้วครับ (คุณสมคิด) (คุณสมคิด) และเรื่องของน้ำบาดาลอีกกรณีหนึ่งนะครับ อบต. นะครับ สูบน้ำขึ้นมา เป็นน้ำประปาของชุมชนนะครับ เทศบาลสูบน้ำขึ้นมา ในท่อควรจะกรองสักนิดหนึ่งนะครับ ไม่ใช่ว่า ให้เราใช้แบบขี้โคลนเลยน่ะนะครับ แล้วปัญหาการจัดเก็บขยะนะครับ เป็นสิ่งที่หมักหมม ควรจะให้มาตรฐานอีกสักนิดหนึ่ง (คุณวัลลภ) ครับ (คุณสมคิด) เรื่องขยะมูลฝอยนะครับ ของแต่ละท้องถิ่นนะครับ (คุณวัลลภ) โอเคครับ (คุณสมคิด) ผมเอง มีพื้นที่อยู่จังหวัดเพชรบุรีนะครับ มองถึงว่า เพชรบุรี ที่จังหวัดผมนี่นะ ก็ดีมากเลยนะครับ เรื่องการจัดเก็บขยะ แต่ละตำบล อย่างของผมนี่ อยู่ตำบลท่าไม้รวกนะครับ อำเภอท่ายาง เอ้ย ตำบลท่าไม้รวกนะครับ อำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรีนี่ การจัดเก็บขยะ ผมถือว่าใช้ได้ทีเดียว (คุณวัลลภ) ครับ (คุณสมคิด) นะครับ (คุณวัลลภ) โอเคครับ คุณหมอขอบคุณมากครับ (คุณสมคิด) ขอบคุณมากครับ ท่านประธาน (คุณวัลลภ) ขอบคุณมากครับ (คุณสมคิด) ผู้ทรงเกียรติทุกท่านครับ (คุณวัลลภ) ครับ เป็นครั้งแรกที่ คนที่นั่งด้านนี้ ต้องแหงนหน้าฟังนะครับ ปกติเขามองไปข้างหน้า นี่เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์เลยครับ เรียนเชิญท่านสุดท้ายครับ เรียนเชิญครับ เชิญครับ เพราะเราไม่มีเวลาแล้วครับ เรียนเชิญครับ (คุณธีรพล) กราบสวัสดีท่านประธาน ท่านรองประธานผู้ทรงเกียรติทุก ๆ ท่านครับ ผมนายธีรพล สังข์แสงชาติ เป็นตัวแทนของ อำเภอขีดขิน อำเภอบ้านหมอ เมืองขีดขิน จังหวัดสระบุรีครับ จะมาขอชี้แจง ปรึกษาหารือ และต้องขอขอบคุณท่าน สว. ในคณะ ที่ได้เข้าไปพบประชาชนเมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2566 ในสถานที่ของหอประชุมม่วงน้อย โรงปูนนะครับ ของเครือซีเมนต์ไทย เราได้ผลักดันในเงื่อนไขของที่ทำกินให้กับประชากร ในส่วนของเมืองขีดขิน ที่ถูกตกหล่นไปเป็นจำนวนมากน่ะนะครับ แต่ด้วยความโชคดีที่เราได้รับความกรุณาอย่างสูงสุดของคณะท่าน สว. พบประชาชนในวันนั้น ได้ให้โอกาสกับผม ในฐานะภาคประชาชน ในจิตอาสาทำดีด้วยหัวใจ เข้าไปเสนอโครงการ เพื่อพัฒนาชุมชนในส่วนของพื้นที่ทำกินให้กับประชาชนอย่างยั่งยืน ผมได้เสนอเข้าไปน่ะนะครับ โดยใช้เวลาเพียงประมาณ 30 วัน เราได้การตอบรับจากคณะ สว. ในขณะนั้น ขออนุญาตเอ่ยนามนะครับ ก็คือท่าน สว. วิทยา ท่าน สว. ถาวร และท่าน สว. ประมาณ ที่เข้าไปในร่วมพบประชาชนในวันนั้น แล้วได้มีดำรัสให้กับกรมธนารักษ์จังหวัดสระบุรี ช่วยเร่งดำเนินการให้ประชาชนอย่างเร่งด่วน เราได้รับคำสั่งจากมหาดไทยกลับมาโดยประมาณ 30-45 วันนะครับ โครงการนี้นี่ถูกละเลยมามากกว่า 40 ปี แต่เราใช้เพียง 30-45 วัน เราได้คำสั่งจากมหาดไทยโดยการผลักดันของคณะท่าน สว. ที่ได้เข้าไปรับเรื่องด้วยสโลแกนที่ว่า “ฟังกับหูดูกับตา” เราได้สัมผัสจริงครับ เราได้สำเร็จจริงครับ โดยคณะ ในส่วนของกรมธนารักษ์สระบุรี ได้เร่งดำเนินการในขณะที่ดำเนินการนี้ แล้วเสร็จไปกว่า 148 แปลง ผลงานชิ้นโบว์แดงชิ้นนี้นะครับ ต้องให้เครดิตกับทางท่านคณะ สว. เป็นที่ตั้ง รวมถึงการพากเพียรในส่วนของการพยายามที่แก้ปัญหาในการบุกรุกท้องที่ในส่วนของกรมธนารักษ์ ได้ถึง 148 แปลง (คุณวัลลภ)ครับ (คุณธีรพล) แล้วได้ผล เม็ดเงินเข้าสู่ระบบของกระทรวงการคลังอย่างชัดเจน (คุณวัลลภ) โอเคครับ (คุณธีรพล) แล้วยังมีการรอคอยอยู่อีกประมาณ 150 น่ะนะครับ นี่คือข้อที่ 1 ส่วนข้อที่ 2 ด้วยเวลาอันจำกัดนะครับ ส่วนข้อที่ 2 นี่ เราได้มีการผลักดัน ในส่วนของแก้ปัญหาน้ำท่วม หลังจากที่เราได้พื้นที่ที่มอบให้ประชาชนอย่างยั่งยืนแล้ว แต่สิ่งหนึ่งที่ทำให้บั่นทอนต่อชีวิต และทรัพย์สินของประชาชน ทำให้เกิดความมั่นใจตกหล่นไปก็คือเรื่องของน้ำท่วมครับท่าน กรณีการน้ำท่วมครั้งนี้นะครับ มีการต่อเนื่องมาจากตั้งแต่ปี 2545 เป็นครั้งที่ยิ่งใหญ่ ต่อมาผ่านมา 10 ปีครับ ด้วยกรณีการประเทศ ภูมิประเทศเปลี่ยนแปลงไป เกิดน้ำท่วมครั้งที่ 2 อันรุนแรงก็คือ ปี 2564 ครับ ต่อมาปี 2565 ครับ เราได้รับความมั่นใจจากอดีตรัฐมนตรีในสมัยที่แล้วนะครับ ลงพื้นที่อย่างชัดเจนครับ (คุณวัลลภ) ครับ (คุณธีรพล) ประชาชนมีความมั่นใจอย่างสูง เมื่อรัฐมนตรีเข้าสู่พื้นที่ รับปากอย่างจริงใจ ออกสื่อหลาย ๆ โซเชียลครับ กล่าวว่า สระบุรีปีนี้น้ำต้องไม่ท่วมครับ (คุณวัลลภ) ครับ (คุณธีรพล) แต่ปรากฏว่าคืออะไรครับ ท่วมกว่า มากกว่า 20 วัน หนักกว่าปี 2564 ครับ (คุณวัลลภ) เอ้า เดี๋ยวค่อยว่ากัน (คุณธีรพล) นี่คือปัญหานะ (คุณวัลลภ) โอเค (คุณธีรพล) วันนี้ผมฝากขอนิดเดียวครับ ขออีก 1 นาทีครับ ผมขอฝากให้รับพิจารณาเป็นคาดหวังอย่างสูงสุดเลยนะครับ เพราะว่า สว. ในสมัยนี้จะเหลือเวลาอีก 240 วัน ที่ผมมีความหวังอันสูงสุดพร้อมกับประชาชน คาดหวังอย่างสูงสุดว่า สว. คณะนี้จะดำเนินการการแก้ปัญหาให้เราได้จริง เพราะเราไม่คาดหวังในสมัยหน้าครับ (คุณวัลลภ) โอเค (คุณธีรพล) ในอนาคต (คณวัลลภ) โอเค ขอบพระคุณมากครับ (คุณธีรพล) ขอบพระคุณครับ (คุณวัลลภ) ขอบพระคุณมากครับ สวัสดีครับ (คุณวัลลภ) ครับ ครับ พี่ดวงพรเรียนเชิญเลยครับ เรียนเชิญพี่ดวงพรครับ (คุณดวงพร) อภิปรายกันพอสมควรนะคะ ก็ถ้วนหน้าแล้วนะคะ ก็จะขออนุญาต เรียนเชิญท่านรองประธานสิงห์ศึกน่ะนะคะ (คุณสนั่น) ครับขออนุญาตครับ ขออนุญาตครับ ขออนุญาตครับ สักนิดหนึ่ง รบกวนเวลาแค่ 2 นาทีไม่เกินครับ อย่างงนั้น ไม่ ๆ ๆ ไม่ (คุณวัลลภ) ไม่ยอมใช่ไหมครับ ไม่ยอมครับ (คุณสนั่น) ขอไม่เกิน 2 นาทีนะครับ (คุณวัลลภ) เรียนเชิญครับ (คุณสนั่น) ครับ ขอ 2 นาทีนะครับ ขอบคุณครับท่านประธานครับ ผมเครือข่ายนะครับ ผู้นำนักประชาธิปไตยนะครับ จังหวัดสมุทรสาครครับ สนั่น ยืนยง ครับ คือประเด็น 2 คำถามนั่นเอง ไม่รบกวนเวลาของสภานะครับ นะครับ 2 นาทีน่าจะไม่เกินครับ มันมีคำถามอยู่ ตอนนี้มีประเด็นที่มันร้อนแล้วก็เป็นที่สงสัยประชาชนนะครับ คือจะถามว่า แผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีนี่ครับ ที่บรรจุไว้ในรัฐธรรมนูญ ปี 2560 น่ะ มีโอกาสที่จะถูกยกเลิกมากน้อยแค่ไหน (คุณวัลลภ) ครับ (คุณสนั่น) ถ้ามีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ (คุณวัลลภ) ครับ (คุณสนั่น) 2. สภาวุฒิสภานะครับ จะหมดเวลา จะหมดวาระในเดือนพฤษภาคม ปี 2567 ซึ่งจะครบนะครับ 5 ปี (คุณวัลลภ) พฤษภาคม (คุณสนั่น) ยังต้องรักษาการต่อไปจนกว่านะครับ สมาชิกวุฒิสภาตามรัฐธรรมนูญใหม่นะครับ หรือไม่อย่างไรนะครับ 2 คำถามนะครับ (คุณวัลลภ) คำถามแรก ตอบไม่ได้ เพราะเราไม่ใช่ สสร. สมัยหน้า คำที่ 2 คือ รักษาการณ์ 2 เดือนครับ ออกมาแล้วครับ ขอบพระคุณครับ (คุณสนั่น) ขอบคุณมากครับ (คุณวัลลภ) ครับ ขอบคุณมากครับ (คุดวงพร) ครบถ้วนนะคะ ขออนุญาตเรียนเชิญ ท่าน พลเอก สิงห์ศึก สิงห์ไพร นะคะ ท่านรองประธานวุฒิสภาคนที่ 1 นะคะ ได้กรุณากล่าวปิดการสัมมนานะคะ ก่อนที่เราจะได้มอบหนังสือเป็นทางการให้กับศูนย์ราชการต่อไปค่ะ เรียนเชิญท่านค่ะ (พลเอก สิงห์ศึก) ครับ ขอบคุณครูวัลลภ และท่านดวงพรนะครับ ก่อนที่ผมจะกราบขอบคุณทุกท่านนะครับ ขอสรุปการดำเนินงานของสมาชิกวุฒิสภา ในการจัดนิทรรศการ และการจัดสัมมนา 2 วันนี้ ก็ขอยืนยันว่า ข้อที่ 1 การดำเนินงานของโครงการสมาชิกวุฒิสภานั้น เป็นไปตามกฎหมายที่รัฐธรรมนูญราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 ได้กำหนดไว้ทุกประการ เช่น การทำ… ต่อไปนี้ การทำงานของหน่วยงานของรัฐนะครับ เมื่อจะต้องทำแผนงาน ต้องเป็นไปตามความต้องการพัฒนา… ความต้องการพัฒนาตามบริบทของแต่ละพื้นที่ของหน่วยงานอย่างมีการบูรณาการ และประชาชนต้องมีการรับรู้ของแผนการอย่างมีส่วนร่วม การที่ผมยืนยันเช่นนี้ ก็สืบเนื่องจากที่รัฐบาลได้ออกพระราชกฤษฎีกา การบริหารราชการแบบบูรณาการเชิงพื้นที่ พ.ศ. 2565 เมื่อเดือนสิงหาคม 2565 อันนี้เป็นการยืนยันว่า โครงการ สว. พบประชาชนนั้น เป็นไปตามกฎหมายของรัฐธรรมนูญ และเป็นตามกฎหมายรองของรัฐบาลที่กำหนดไว้ 2. สมาชิกวุฒิสภาทุกท่านนะครับ ได้มาวิเคราะห์งาน ในส่วนงานตามหน้าที่ ตามอำนาจต่าง ๆ ที่ควรจะทำ ก็จึงร่วมกันสร้างนวัตกรรมรูปแบบการทำงาน อย่างเช่น ที่ปรากฏผล ในวันนี้ ก็คือว่า 4 ปีที่เราทำมานั้น เป็น 4 ปีแห่งความสำเร็จ ของ สว. พบประชาชน นะครับ เป็นการ รูปแบบนวัตกรรม ของโครงการ สว. พบประชาชน จากการแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็น สะท้อนข้อคิดเห็น ได้ยินกับหู ได้เห็นกับตา ได้พูดคุยกันตรงหน้า อันนี้เป็นเรื่องจริงที่สุด นะครับ ท่านที่ผู้มาร่วมประชุมในห้องประชุมที่นี่ หรือ ผู้ที่ชมการถ่ายทอดสดออนไลน์ไป ก็คงจะยืนยันว่า การพูดคุยกันตรงหน้า มองด้วยตากัน ได้ยินกับหูกัน ซึ่งกันและกันแล้ว ไม่มีสิ่งใดที่จะต้องมาเป็นเท็จนะครับ เพราะข้อเท็จจริงในพื้นที่จะปรากฏเอง เราจึงขอยืนยันว่ามันเป็นนวัตกรรม รูปแบบ กิจกรรม ที่เสริมกิจกรรมหลัก ตามหน้าที่และอำนาจ ในข้อที่ 3 นั้น วันนี้นะครับ ผมต้องขอขอบคุณนะครับ ที่จะขอบขอบคุณ สรุปอีกครั้งหนึ่ง ก็คือ ผู้แทนหน่วยงานของรัฐ ที่เราได้เรียนเชิญท่านมาร่วมรับฟังข้อคิดเห็นของพี่น้องประชาชน และหน่วยงานของท่าน ตั้งแต่ผู้บริหารหน่วยงาน คือ รัฐมนตรี ปลัดกระทรวง อธิบดีกรมต่าง ๆ ท่านอาจจะติดภารกิจ แต่ท่านได้มอบหมายให้ผู้แทน หรือท่านได้มาโดยเฉพาะตัวเองนั้นนะครับ ท่านคงได้ยินกับหูนะครับ ได้เห็นกับตา ต่อหน้าซึ่งกันและกันแล้ว ก็ถือว่าเป็นตัวอย่างความสำเร็จ ของโครงการส่วนหนึ่ง อีกหลาย ๆ ส่วน และหลากหลายมิติ ที่เราอยากจะกล่าวมากกว่านี้ แต่ว่ารายงานเหล่านี้ เราได้สรุป จะส่งตรงไปยังหัวหน้าฝ่ายบริหาร และหัวหน้าในแต่ละกระทรวงต่าง ๆ นะครับ เพื่อที่ท่านจะได้นำไปพิจารณา ดำเนินการในส่วนที่ฝ่ายบริหารจะต้องดำเนินการ ที่รับรู้ร่วมกัน เพราะว่า ผมมั่นใจว่า ในส่วนของข้าราชการการเมือง ในส่วนของข้าราชการประจำ ทุกคนมีเจตนาดีต่อประเทศชาติ ทุกคนมีความมุ่งหวังว่า พี่น้องประชาชน จะต้องลืมตาอ้าปากได้ ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ต้องก้าวพ้นความยากจนได้ ผมมั่นใจเช่นนั้นนะครับ ในวันนี้นะครับ ผมก็ต้องขอขอบคุณท่านสมาชิกวุฒิสภา ขอขอบคุณผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ ขอขอบคุณพี่น้องประชาชน ผู้แทนพี่น้องประชาชน ในภูมิภาคต่าง ๆ ที่มาร่วมกัน ณ ที่นี้ จากทั่วประเทศ คณะครู นักเรียน ที่เข้าร่วมกิจกรรมใน 2 วันนี้ และ ผู้ประกอบกิจการเศรษฐกิจฐานราก ที่มาร่วมกิจกรรมนะครับ สื่อมวลชนทุกท่าน ที่ให้ความสนใจ และท่านได้นำเสนอสิ่งที่ดีของพี่น้องประชาชนต่อสาธารณะ เพื่อให้พี่น้องประชาชนที่ไม่ได้มาร่วมกิจกรรม ได้รับทราบ และได้รับความภาคภูมิใจร่วมกัน ผมก็มั่นใจว่าวันนี้ ผู้แทนหน่วยงานของรัฐที่มา ก็คงมีความยินดีและมีความเต็มใจ ที่จะนำข้อเสนอของเรานั้น ไปดำเนินการ เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ เพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชน ต่อไป ผมก็ต้องขอขอบคุณทุกท่านนะครับ และหลังจากที่รับข้อมูลเพื่อส่งต่อแล้ว ผมก็ขอปิดการดำเนินงานการประชุมสัมมนาในวันนี้ ขอขอบคุณทุกท่านครับ สวัสดีครับ (คุณวัลลภ) ลำดับต่อไป ขอเรียนเชิญท่านรองทั้ง 2 ด้านล่าง ด้านหน้าด้วยครับ แล้วก็ขอเรียนเชิญท่านผู้แทนทุกกระทรวงด้านล่างยืนกับท่านด้วยครับ แล้วก็ขอเชิญ ท่านที่นำเสนอ 7 ท่าน กับ 4 กลุ่มปัญหา มาด้วยครับ ท่านจะได้ยื่นข้อเสนอทั้งหมด ให้กับทางผู้แทนของส่วนราชการ โดยมีท่านรอง 2 ท่านเป็นพยาน นี่คือ ภาพชุดที่ 1 นะครับ หลังจากนั้นก็จะเป็นภาพถ่ายตามอัธยาศัยของท่านนะครับ เรียนเชิญเลยครับ ทางฝั่งซ้ายนี่เป็น 11 ท่าน กับ 4 กลุ่มปัญหา ทางฝั่งขวา ก็จะเป็น หัวหน้าส่วนราชการ เรียนเชิญครับ ท่านรอง 2 ท่านครับ (พิธีกรหญิง) ค่ะ และสำหรับวันนี้นะคะ ก็ต้องขอขอบพระคุณนะคะ ท่านรองประธานวุฒิสภาคนที่ 1 ค่ะ ท่านรองประธานวุฒิสภาคนที่ 2 นะคะ แล้วก็ท่านสมาชิกวุฒิสภานะคะ รวมไปถึงผู้แทนจากหน่วยงานของ ภาครัฐทุก ๆ ท่านเลยนะคะ แล้วก็ที่สำคัญที่สุดค่ะ พี่น้องประชาชนนะคะ ที่วันนี้ได้มาร่วมกันนะคะ สะท้อนถึง ในเรื่องของที่เป็น ประเด็นปัญหาหลัก ๆ นะคะ ที่ 4 ด้านนะคะ ที่เราต้องการจะนำส่งให้กับทางรัฐบาลนะคะ รวมไปถึงคะ Best Practice ทั้ง 7 ประเด็น 7 เรื่องนะคะ ที่วันนี้ได้นำมาเสนอให้กับเราได้รับทราบกันในการสัมมนาในวันนี้นะคะ สำหรับภาพถ่ายของการจัดสัมมนาในวันนี้ รวมไปถึงกิจกรรมต่าง ๆ นะคะ ทุก ๆ ท่านสามารถที่จะไปดาวน์โหลดภาพต่าง ๆ ภาพกิจกรรม แล้วก็บรรยากาศต่าง ๆ ได้นะคะ ผ่านทางแฟนเพจเฟซบุ๊กนะคะ ของกลุ่มงานสื่อมวลชน สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภานะคะ เดี๋ยวหลังจากจบงานนี้นะคะ ทางเจ้าหน้าที่ของเรานะคะ ก็จะมีการอัปโหลดภาพถ่ายนะคะ ลงไปที่เพจนะคะ เพื่อให้ทุกท่านได้ดาว์นโหลดไปใช้งานกันได้นะคะ ค่ะ สำหรับวันนี้ก็ขอขอบพระคุณทุกท่านเป็นอย่างสูงค่ะ [สิ้นสุดการถอดความ]