การต้องไปเลือกผู้ที่สมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกฯ ไม่ใช้เป็นการสถาปนา ไม่ให้ไปดำเนินการอย่างอื่น ต้องเลือกอย่างเดียวตามที่เขียนไว้ เพราะฉะนั้น มันเลยไม่มีคำจำเป็น ว่าต้องเขียนคำว่า "ญัตติ" นำหน้าตัวรัฐธรรมนูญ ถ้ารัฐธรรมนูญที่บอกว่า ต้องไปดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่ง สังเกตครับ อภิปรายไม่ไว้วางใจ อภิปรายทั่วไป เขาเขียนคำว่า "ญัตติ" ญัตติ ญัตติ หมดนะครับ ซึ่งสมาชิกมีข้อสนับสนุนเรื่องนี้อยู่ ผมจะไม่ลงรายละเอียด ด้วยความเคารพท่านประธาน โดยสรุปครับ ต้องชัด ๑. เสนอตาม ๑๕๑ อภิปรายกันไปโต้แย้งกันไป ๒. ลงมติตาม ๑๕๑ ถ้าจบตามนั้นจบครับ วันนี้ครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ (คุณวันมูหะมัดนอร์) เมื่อกี้คุณณัฐวุฒิครับ เชิญครับ ครับ เป็นความเห็นที่ดีของคุณชลน่าน แต่ว่าต้องฟังคนอื่นด้วย (คุณณัฐวุฒิ) ท่านประธานครับ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม ครับ เนื่องจากมีประเด็นที่คล้ายคลึงกันครับ แต่ว่ามีประเด็นที่แตกต่าง จะขอให้ คุณพริษฐ์ วัชรสินธุ เป็นผู้อภิปรายสรุปครับ (คุณวันมูหะมัดนอร์) ครับ เชิญ ๆ ครับ แทนคุณณัฐวุฒินะครับ (คุณพริษฐ์) เรียน... เรียนประธานสภาครับ กระผม พริษฐ์ วัชรสินธุ ผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล ในฐานะสมาชิกรัฐสภาครับ ผมคิดว่าเราก็มีการพูดกันในประเด็นนี้ มาสักพักหนึ่งแล้วนะครับ มา ๒ ชั่วโมง ก็ยังเดินหน้าไปไม่ถึงไหนนะครับ ผมขออนุญาตลองใช้เวลาสัก ๒-๓ นาที ในการสรุปความเห็นที่แตกต่างที่มีอยู่ และเสนอแนะต่อท่านประธานนะครับ ว่าสามารถดำเนินการประชุม ต่อไปอย่างไรบ้างนะครับ ผมคิดว่าหัวใจของความเห็นที่แตกต่าง ที่มีอยู่ในรัฐสภาแห่งนี้นะครับ ก็คือการตีความว่าการพิจารณาบุคคล ซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกฯ นั้นนี่ เข้าข่ายญัตติโดยทั่วไป ที่ถูกกำกับดูแลโดยข้อบังคับข้อที่ ๔๑ หรือไม่ อันนี้คือหัวใจสำคัญของความเห็นที่แตกต่าง ระหว่างสมาชิกรัฐสภาในที่นี้ แต่กว่าจะเดินทางไปถึงการพิจารณาเนื้อหาสาระ ทั้งฝั่งที่สนับสนุน หรือฝั่งที่คัดค้านนั้นนี่ มันมี ๒-๓ ประเด็น ที่ก็ยังเห็นต่างกันอยู่ ในเชิงของกระบวนการนะครับ ก็เลยจะพยายามไล่เรียงประเด็น และให้ท่านประธานได้ลองวินิจฉัย ในแต่ละประเด็นดูนะครับ เพื่อสภาแห่งนี้เดินหน้าต่อได้นะครับ ประเด็นที่ ๑ นะครับ คือ อาจจะต้องขอให้ท่านประธานนั้นวินิจฉัยครับ ว่าการที่สมาชิกรัฐสภา ขออนุญาตเอ่ยนามท่านอัครเดชนั้น ทักท้วงขึ้นมาและเสนอญัตติขึ้นมานั้นนี่ ชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่นะครับ เพราะว่า ณ ปัจจุบัน เราก็เห็นว่าตลอด ๒ ชั่วโมงที่ผ่านมา ก็มีการอภิปรายทั้งเห็นด้วยและคัดค้านนะครับ อย่างฝั่งที่คัดค้านก็บอกว่าไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ เพราะว่าได้เข้าสู่ระเบียบวาระ ในพิจารณานายกฯ แล้ว ตามมาตรา ๒.๒ ฝ่ายที่สนับสนุนก็บอกว่าชอบด้วยรัฐธรรมนูญนะครับ เพราะฉะนั้น อันนี้คือประเด็นแรก ที่ยังเป็นข้อถกเถียงกันอยู่ ว่าการทักท้วงของท่านอัครเดชนั้น ชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่นะครับ อันนี้อาจจะต้องขอให้ท่านประธานนั้น วินิจฉัยข้อที่ ๑ นะครับ หากสมมุติว่าท่านประธานวินิจฉัย ว่าชอบด้วยรัฐธรรมนูญนะครับ และสามารถทักท้วงคัดค้านได้นะครับ ก็เข้าสู่ประเด็นที่ ๒ ครับ ที่อาจจะต้องให้ท่านประธานวินิจฉัยเช่นกัน ก็คือว่าหากจะมีการเสนอญัตติเพื่อทักท้วงนะครับ จะใช้ข้อบังคับใดนะครับ ซึ่ง ณ ปัจจุบันนี่ ผมก็สรุปได้ว่าความเห็นนั้น แบ่งออกเป็น ๓ ฝ่ายนะครับ ท่านประธาน เมื่อสักครู่วินิจฉัยไปเบื้องต้นนะครับ ว่าให้ใช้ข้อบังคับข้อ ๓๑ นะครับ ความเห็นที่ ๒ คือ ท่านอัครเดช ตอนนั้นอ้างอิงข้อบังคับ ๓๒ (๑) นะครับ และก็ความเห็นที่ ๓ ซึ่งผมเห็นด้วยนะครับ ก็เป็นความเห็นที่คุณหมอชลน่าน ขออนุญาตที่เอ่ยนาม พูดเมื่อสักครู่ ก็คือใช้ข้อบังคับข้อ ๑๕๑ เพราะฉะนั้น ประเด็นที่ ๒ ที่ท่านประธานต้องวินิจฉัยครับ คือ หากผ่านข้อที่ ๑ ไปแล้ว ว่าข้อทักท้วง ของท่านอัครเดชนั้นชอบด้วยรัฐธรรมนูญนี่ จะทักท้วงโดยการเสนอญัตติอ้างอิงข้อบังคับใด ระหว่าง ๓๑, ๓๒ (๑) หรือว่า ๑๕๑ นะครับ พอท่านประธานวินิจฉัยเสร็จแล้วนะครับ ว่าเป็นข้อบังคับอะไรนะครับ ซึ่งผมยืนยันว่าความเห็นผม คือ ควรจะเป็น ๑๕๑ นั้นนี่ ค่อยเดินทางมาสู่ขั้นตอนที่ ๓ นั่นคือ การปล่อยให้หรือว่าการเปิด ให้สมาชิกรัฐสภาทุกคนนั้นได้อภิปรายเต็มที่ ว่าเห็นด้วยหรือเห็นต่างกับข้อเสนอของบางท่าน ว่าการพิจารณาบุคคล ซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกฯ นั้น สมควรจะถูกกำกับโดยข้อบังคับข้อที่ ๔๑ นะครับ วันนี้คือ ๓ ขั้นตอน ที่ผมอาจจะต้องเรียนท่านประธาน ให้ช่วยวินิจฉัยนะครับ เพื่อที่ว่าเราจะได้เดินหน้าประชุมต่อได้ และเมื่อไปสู่ขั้นที่ ๓ ก็จะได้เปิดให้สมาชิก ทั้ง ๒ ฝ่ายนั้น สามารถอภิปรายด้วยข้อมูล และหลักฐานทางกฎหมายเต็มที่ครับ ขอบคุณครับ (คุณณัฐวุฒิ) ท่านประธานครับ ณัฐวุฒิขอนิดเดียวครับท่านประธาน ไม่เกิน ๑ นาทีครับ (คุณวันมูหะมัดนอร์) ครับ ได้ครับ (คุณณัฐวุฒิ) ท่านประธานที่เคารพ ผม ณัฐวุติ บัวประทุม ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะสมาชิกรัฐสภาครับ ด้วยความเคารพครับ มีประเด็นที่เพื่อนสมาชิกอภิปราย แล้วก็อาจจะขาดตกบกพร่องไป แค่ ๒ ประเด็นสั้น ๆ ครับ ประเด็นที่ ๑ ครับ ท่านประธานครับ กรณีญัตติ ซึ่งท่านอ้างนะครับ ว่าเป็นญัตติของท่านสมาชิกวุฒิสภา ท่านเสรี สุวรรณภานนท์ ความจริงผมเอ่ยหลายครั้ง ว่าท่านก็เป็นอาจารย์ของผมด้วย ท่านประธานยังไม่ได้วินิจฉัยนะครับ ว่าญัตติของท่านเสรี สุวรรณภานนท์ นั้น เข้าข่ายญัตติในข้อใด ของข้อบังคับการประชุมรัฐสภา ไม่เช่นนั้นมันก็จะไปต่อไม่ได้ ว่าเราจะเปิดให้มีการอภิปรายหรือไม่ ในขณะเดียวกันครับท่านประธานครับ กรณีที่ท่านประธานได้วินิจฉัยตอนแรก ว่าญัตติของท่านอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ด้วยความเคารพนะครับ อยู่กรรมาธิการเดียวกัน รักใคร่กันดีครับ ท่าประธานครับ ท่านวินิจฉัยโดยอ้างข้อ ๓๑ นะครับ ไม่ใช่ข้อ ๓๒ และท่านบวกข้อ ๓๑ ไปข้อ ๓๖ สภาแห่งนี้ได้ยินกันทั้งสภาครับ ประชาชนได้ยินกันทั้งประเทศที่จับตาดูอยู่ครับ กระบวนการข้างนอกอย่าไปเร่งอะไรเราครับ เรากำลังทำงานในสภา แต่ข้อ ๓๑ ไม่ตรงครับท่านประธาน ข้อ ๓๑ ถ้าท่านวินิจฉัยแบบนั้นต้องเข้าชื่อ... ต้องสภา... ต้องมีมติ แล้วส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความครับ จะเอากันแบบนั้นไหมครับ ฉะนั้น ท่านประธานต้องวินิจฉัยให้ชัดนะครับ ว่าตกลงกรณี... ถามเจ้าตัวก็ได้ครับ ท่านอัครเดชเสนอญัตติตามข้อใด ท่านเสรีเสนอตามญัตติตามข้อใด และท่านประธานวินิจฉัยตามข้อใด แต่ถ้าท่านวินิจฉัยชอบหรือไม่ชอบ จะไป ๑๕๑ ที่มีการตีความข้อบังคับต่อ อันนั้นค่อยว่ากันในเชิงรายละเอียดครับ ขออนุญาตนำเรียนให้เกิดความชัดเจน และก็ไม่ผิดหลงในที่ประชุมแห่งนี้ครับ ท่านประธานครับ (คุณวันมูหะมัดนอร์) ครับ ขอบคุณ (คุณเสรี) ครับท่านประธานครับ (คุณวันมูหะมัดนอร์) ผมขอ ท่านสมชาย แสวงการ ครับ (คุณเสรี) ผมขอพาดพิงก่อนนะครับท่านประธาน เสรีครับท่านประธาน (คุณวันมูหะมัดนอร์) อ๋อ ท่านเสรีครับ คุณเสรีพาดพิงสั้น ๆ นะ จะได้ให้สมชายต่อ (คุณเสรี) สั้น ๆ ครับท่านประธานครับ กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม เสรี สุวรรณภานนท์ สมาชิกรัฐสภา เมื่อกี้ท่านสมาชิกได้กรุณาถามว่า ญัตติที่ผมเสนอนั้นนี่นะครับ เป็นญัตติในเรื่องใด ต้องกราบเรียนครับท่านประธานครับ เป็นญัตติเรื่องเดิม ไม่ใช่ญัตติอื่น ตามที่ท่านได้อภิปรายพูดถึงกัน เพราะฉะนั้น ญัตติที่พิจารณาอยู่นี้ เป็นญัตติเดิมที่ผมไม่เห็นด้วยนะครับ เพราะฉะนั้น ผมก็มีสิทธิที่จะไม่เห็นด้วยได้นะครับ อันนี้อยู่ในเรื่องเดียวกันเลยครับนะครับ ข้อที่ ๒ ท่านประธานครับ สิ่งที่เรากำลังพิจารณาอยู่นี้ มีประเด็นง่าย ๆ สั้น ๆ เองครับท่านประธาน ว่าสมาชิกในสภา ส่วนหนึ่งเสนอให้คุณพิธา เป็นนายกรัฐมนตรี อยู่ในวาระนะครับ ท่านเสนอชื่อมา มีสมาชิกอีกส่วนหนึ่ง คือ ผมไม่เห็นด้วย เพราะฉะนั้น ประเด็นนี่ครับ ที่จะถกเถียงนี่ครับ หรืออภิปรายกันนี่ มันก็แค่เพียงว่าทั้ง ๒ ฝ่ายนะครับ ที่เห็นด้วยกับไม่เห็นด้วยนะครับ จะมีเหตุผลอะไรสนับสนุน เหตุผลสนับสนุน ก็อาจจะเป็นเรื่องของญัตติที่เห็นไม่ตรงกัน เหตุผลที่ไม่เห็นกัน ก็คือบางท่านเสนอว่าขัดข้อบังคับนะครับ ส่วนผมไม่เห็นด้วย เพราะขัดรัฐธรรมนูญ ขัดข้อบังคับ อันนั้นเป็นรายละเอียดครับท่านประธาน เพราะฉะนั้น ประเด็นตอนนี้ ที่ท่านประธานกรุณาสรุปไปตอนแรกนี่นะครับ ชัดเจนแล้วว่าก็ให้ที่ประชุมแห่งนี้น่ะครับ อภิปรายไปตามความเห็นของท่าน มันจะได้เข้าวาระไงครับ ถ้าท่านถกเถียงกันอย่างนี้ครับ ไม่มีโอกาสที่จะเดินหน้าได้นะครับ ก็กราบเรียนด้วยความเคารพครับ ว่าก็เสนอญัตติแล้ว แต่ละคนเห็นแตกต่าง หรือจะเห็นอย่างไร ก็อภิปรายกันไปนะครับ แล้วก็ไปสรุปตอนท้ายว่าท่านเห็นด้วย กับการเสนอชื่อของคุณพิธา ให้เป็นนายกรัฐมนตรีหรือไม่นะครับ ใครเห็นด้วยก็ลงโหวตไป ใครไม่เห็นด้วยก็ลงโหวตไปนะครับ ก็มันก็จะชัดเจนครับท่านประธานครับ ขอบคุณครับ (คุณวันมูหะมัดนอร์) ครับ เชิญคุณสมชายครับ (คุณสมชาย) ขอบคุณท่านประธานครับ สมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานสมาชิกรัฐสภา และก็ในฐานะวิปวุฒิสภา ผมกราบเรียน เพื่อให้ท่านประธานเดินหน้าการประชุม ในการควบคุมการประชุมสภา ให้เป็นไปตามที่ท่านประธานได้วินิจฉัยแล้ว ดังนี้ครับ ๑. ในเรื่องของที่ท่านอัครเดช กับท่านเสรีเสนอนั้นนี่ เป็นสิทธิของสมาชิก ในการคัดค้านญัตติที่ตกไปแล้วตามข้อ ๔๑ ท่านเห็นว่าข้อเสนอที่ท่านสุทิน คลังแสง ก็ดี อดีต... คราวที่แล้ว เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว คุณหมอชลน่านก็ดีนะครับ เสนอคุณพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ นี่ เป็นญัตติที่เสนอแล้วตกไปแล้ว ไม่สามารถพิจารณาได้ในสมัยประชุมนี้ ต้องไปพิจารณาใหม่ในสมัยประชุมหน้า ผมคิดว่าท่านประธานวินิจฉัยถูกแล้ว เพราะว่าดำเนินการตามข้อ ๓๒ ข้อ ๓๖ และก็ข้อ ๑๓๖ และก็มาตรา... ข้อบังคับที่เกี่ยวเนื่องในส่วนนี้ ไม่ได้ขัดหรือแย้งกันนะครับ ประการที่ ๒ พวกกระผมไม่ได้มีความเห็น ว่าต้องวินิจฉัยตีความตามข้อ ๑๕๑ แต่ประการใด ผมไม่สงสัย ไม่สงสัยเลยครับ ว่าญัตติที่ตกไปแล้วพิจารณาไม่ได้ มันพิจารณาไม่ได้อยู่แล้วครับ ไม่มีความจำเป็นต้องส่งศาลรัฐธรรมนูญ ไม่มีความจำเป็นต้องใช้ข้อ ๑๕๑ วินิจฉัย กรณีที่จะใช้ ๑๕๑ วินิจฉัยนั้น คือ กรณีที่มีผู้สงสัยนะครับ ภายใต้บังคับรัฐธรรมนูญมาตรา ๑๔๙ ถ้ามีปัญหาที่จะต้องตีความข้อบังคับนี้ ไม่มีปัญหาที่จะต้องตีความครับ เพราะสมาชิกมีสิทธิคัดค้านด้วยเสียงข้างมาก ว่าญัตติดังกล่าวนั้นไม่ชอบ เพียงแค่นี้ครับท่านประธานครับ ก็ขออนุญาตว่าในฐานะวิปวุฒิฯ นี่ อยากให้ท่านประธานดำเนินการ ให้มีการอภิปรายและก็ลงมติครับ เพราะว่าใช้เวลามา ๒ ชั่วโมงกว่า โดยเป็นการโต้เถียงกันไปมานะครับ ก็ขออนุญาตให้ท่านประธานได้... สนับสนุนท่านประธานดำเนินการ การประชุมต่อไปเลยครับ ขอบพระคุณครับ (คุณฐากร) ท่านประธานครับ (คุณวันมูหะมัดนอร์) มีผู้เสนอผม... เชิญครับ (คุณฐากร) ขออนุญาตท่านประธานครับ ผม ฐากร ตัณฑสิทธิ นะครับ พรรคไทยสร้างไทยนะครับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ ในฐานะสมาชิกรัฐสภานะครับ ผมเข้าใจว่า... สนับสนุนความเห็นของท่านประธานนะครับ ผมเข้าใจว่าผมเข้าใจตรงกัน กับที่ท่านประธานเข้าใจนะครับ ในประเด็นแรกนี่ ก็คือที่ทางคุณหมอชลน่านนำเสนอนี่นะครับ ผมขออนุญาตเรียนว่าเห็นด้วยนะครับ ที่ท่านบอกว่าต้องใช้สิทธิในการยื่นญัตตินี่ ตามข้อ ๑๕๑ นะครับ ซึ่งในข้อ ๑๕๑ ขออนุญาตนำเรียนท่านประธานว่า เขากล่าวไว้ว่า การ... ในวรรค ๒ นะครับ การขอให้ที่ประชุมรัฐสภาวินิจฉัยตามวรรค ๑ อาจกระทำได้โดยประธานขอปรึกษา หรือสมาชิกรัฐสภาเสนอญัตติ โดยมีสมาชิกรัฐสภารับรองไม่น้อยกว่า ๔๐ คน ผมเข้าใจว่าที่ท่านประธานวินิจฉัยไปเมื่อสักครู่ เข้าใจว่าท่านประธานนี่ วินิจฉัยตามข้อ ๓๒ ใน (๑) ซึ่งเป็นเรื่องเร่งด่วน อย่างไรก็ตาม ในวรรค ๒ เขากำหนดไว้อยู่แล้วว่าต้องเสนอเป็นญัตติ เพราะฉะนั้น ในเรื่องดังกล่าวนะครับ ทาง ๘ พรรคร่วมพันธมิตร... ผมอธิบายอีกครั้งหนึ่งนะครับ ๘ พรรคร่วมพันธมิตร เสนอรายชื่อบุคคลดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี โดยเห็นว่าไม่เป็นมติ... ไม่เป็นญัตตินะครับ ย้ำอีกครั้งหนึ่งนะครับ ไม่ใช่ญัตติ ดังนั้น เมื่อท่านอัครโรจน์นะครับ ขออนุญาต... ขออนุญาตที่เอ่ยนามท่านนะครับ อัครเดชนะครับ ขออนุญาตที่เอ่ยนามท่านครับ ท่านเห็นว่ามันเป็นญัตติ ซึ่งก็เป็นสิทธิที่ท่านนำเสนอได้ ผมเข้าใจว่าเราเข้าใจประเด็นตรงกัน ผมเข้าใจประเด็น ตรงกับท่านประธานเป็นอย่างดีครับ ในวันนี้ เพราะฉะนั้นนี่ การที่เราจะฟังข้อวินิจฉัยต่าง ๆ ในการที่จะตัดสินนะครับ ผมเข้าใจว่าในมาตรา ๑๕๑ นะครับ การที่จะตีความนี่ มันเป็นมติของที่ประชุมของรัฐสภา ในการที่จะวินิจฉัย อย่างที่ทางคุณหมอชลน่านนะครับ ขออนุญาตที่เอ่ยชื่อท่าน ท่านได้กล่าวไว้แล้วในข้อ ๑๕๑ ดังนั้นนี่ ผมว่าทุกอย่าง มันได้ข้อสรุปตรงกันไปแล้วนะครับ ตกลงกันไปแล้ว ผมนี่เตรียมข้อมูลที่จะมาอภิปรายแล้ว ว่ามันเป็นญัตติ หรือไม่เป็นญัตติ แต่วันนี้ทุกคนก็พยายามอภิปรายกันนะครับ เป็นช่วง ๆ เป็นห้วง ๆ เป็น... เป็นวรรค เป็นตอน ผมฟังแล้วนี่ มันยังไม่เข้าใจในการที่จะตัดสินใจ ว่าเป็นญัตติหรือไม่เป็นญัตติ ฟังข้อมูลของแต่ละคนให้มันชัดเจนก่อนครับ แล้วที่ประชุมรัฐสภาตัดสินใจกันเลย ว่าจะเอาอย่างไร ผมว่าระยะเวลาขณะนี้ เมื่อสักครู่ผมอภิปรายไป ๑ ชั่วโมงครึ่ง ตอนนี้ล่วงเลยมา ๒ ชั่วโมงเศษแล้วครับ ยังตัดสินใจไม่ได้ ผมอยากจะฟังคำอภิปรายของแต่ละท่าน ว่ามันเป็นญัตติ หรือไม่เป็นญัตติ หรือว่าเป็นการปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๕๙ ในการเสนอชื่อบุคคลดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ดังนั้น ถ้าเราได้ข้อยุติตามนี้นะครับ ฟังการอภิปราย สามารถตกลงกันได้ครับ ในการลงมติดังกล่าวครับ ขอให้... ผมขออนุญาตท่านประธาน เดินหน้าตามที่ท่านประธานได้ตัดสินไปแล้วนะครับ เดินหน้าเถอะครับ จะได้เร็วครับ ขออนุญาตท่านประธานครับ (คุณวันมูหะมัดนอร์) ครับ ขอบคุณคุณฐากรมากครับ ขณะนี้มี... คือ เราพิจารณามา ๒ ชั่วโมงกว่า อย่างที่คุณฐากรพูดถึง แต่เรายังไม่เข้าวาระที่กำลังจะพูดกันวันนี้ ก็ผมจะขออนุญาตให้ ๒ ฝ่าย... จริง ๆ เลยนะครับ จะขอยุติ แล้วก็จะได้วินิจฉัยกันต่อไป คือ คุณวิทยา แก้วภราดัย อีกท่านหนึ่ง ซึ่งอยู่ซีกของ ๑๐ พรรค และก็ท่านสุดท้ายนะครับ ซึ่งท่านก็ไม่พูดยาวอยู่แล้ว คือ คุณมหรรณพ จากฝ่าย สว. พูดอีกท่านหนึ่ง ต่อไปผมจะได้วินิจฉัยครับ เชิญครับ (คุณวิทยา) ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม วิทยา แก้วภราดัย พรรครวมไทยสร้างชาติ สมาชิกรัฐสภานะครับ ผมคิดว่าเราเดินมาพอสมควรแล้วนะครับ แล้วก็ตั้ง... ตั้งสตินิ่ง ๆ และก็เริ่มต้นจากที่เราเดินมา จะรู้เราไปถึงไหนครับ ผมได้รับหนังสือเรียกประชุม จากท่านประธานสภาครั้งแรก ก็แปลกใจครับ ก็คือนัดประชุมวันนี้ เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบ บุคคลที่สมควรแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ผมก็คิดว่าจะมีสิ่งแปลกใหม่ขึ้นมา เพราะเป็นการเรียกใหม่ แต่ว่าระหว่างที่ท่านประธานออกหนังสือเรียก ผมเข้าใจว่าท่านประธานก็ไม่ทราบครับ ว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นในวันนัดประชุม จนหลังจากหนังสือท่านประธาน ไปถึงผมวันเสาร์แล้ว มันก็เริ่มออกเสียงจากพรรคร่วม ๘ พรรค เขายืนยันที่จะเสนอคนเดิมเข้ามา คราวนี้พอเสนอคนเดิมเข้ามา เขาก็ดำเนินกระบวนการถูกต้องครับ ดำเนิน... ท่านประธานเป็นทางอื่นไม่ได้ครับ ท่านนัดวันนี้แล้ว ถ้าวันนี้ตกลงไม่ได้ท่านก็ต้องนัดอีก เพราะหน้าที่ท่านต้องหานายกฯ ให้ได้ ถ้าท่านไม่นัดประชุมสภาเสียอย่าง นายกฯ ประเทศนี้ก็ไม่มีทางเกิดครับ พอนัดเสร็จแล้ว วันนี้ปรากฏว่ามีผู้เสนอขึ้นมาเป็นคนเดิมจริง ๆ ท่านก็อธิบายไม่ได้ครับ ว่าถ้าเป็นคนเดิมท่านจะให้ข้อยกเว้น ในฐานะเป็นประธานสภาได้อย่างไรนะ มันมีอะไรแปลกใหม่ขึ้นมา สำหรับให้พวกผมมานั่งเป่าเสกคนเดิมอีกครั้งหนึ่ง เพราะถ้าถึงวันนี้ครับ เมื่อเสนอคนเดิมเข้ามา อาทิตย์ที่แล้ว ซัดกันไป ๔-๕ ชั่วโมงแล้ว และก็จบไปแล้ว วันนี้เสนอคนเดิมกลับเข้ามา เพื่อนสมาชิกพรรคผม เขาก็ใช้สิทธิบอกอย่างนี้คนเดิมมันซ้ำหนิ ประธานลองทบทวนดู จะตำหนิท่านประธานไม่ได้ เพราะวันที่ท่านประธานออกหนังสือ ก็ยังไม่รู้ว่าจะเป็นใคร แต่วันนี้รู้แล้วว่าเป็นใคร พวกผมก็ค้านว่าเสนออย่างนี้ไม่ได้ ขัดข้อบังคับ ท่านประธานก็เดินมาถูกแล้วครับ วันนี้ คนหนึ่งเสนอก็ว่ามา คุณเอากฎหมายอะไรมารองรับ ว่ามา ทางนี้ก็คนที่เขาคัดค้าน เขาก็จะว่าไป สรุปท้ายก็ลงมติกันครับ ว่าระหว่างคนเสนอมากับคนคัดค้าน ใครเสียงมากกว่าคนนั้นก็ชนะไป แต่ผมฝากท่านไว้นิดหนึ่งครับท่านประธานครับ เถียงกันอย่างไรก็ตาม สัปดาห์หน้าท่านก็ต้องนัดอีก สัปดาห์ถัดไปท่านก็ต้องนัดอีก เพราะเป็นหน้าที่ท่านครับ แล้วท่านไม่อาจรู้ได้ แต่ถ้าท่านเรียกมาคุยเสียก่อน ท่านจะรู้ วันนี้ สัปดาห์หน้าท่านนัดอีก สัปดาห์ถัดไปท่านนัดอีก ท่านนัดอีกล่วงหน้าไปได้เป็นเดือนเลยครับ ทุกสัปดาห์ ผมต้องการคำตอบนะครับ ว่ามันจะเกิดสูญญากาศทางข้อบังคับไหม ถ้าคุณเสนอคนเดิม ครั้งแล้วครั้งเล่า ครั้งแล้วครั้งเล่า จนหาคนเสนอให้ไม่ได้ แล้วจะเกิดอะไรขึ้นครับท่านประธาน เพราะฉะนั้น มันต้องมีจุดจบ เสนอครั้งที่ ๑ ไม่พอใจ ครั้งที่ ๒ ไม่พอใจ ครั้งที่ ๓ เมื่อไม่มีข้อยุติ มันก็ไปเรื่อย ๆ หาจุดจบไม่ได้ท่านประธาน เพราะฉะนั้น ผมคิดว่าวันนี้ ก็หาจุดจบในข้อบังคับและก็ความเป็นจริง ไม่ใช่นึกสนุกก็เสนอทุกวัน จนผมเชื่อว่าท่านเสนอได้เป็นปีครับ (คุณวันมูหะมัดนอร์) ครับ ข้อเสนอค่อนข้างชัดเจน เดี๋ยวเราก็จะหาข้อยุติ ตามที่ท่านกำลังจะพูดถึงเหมือนกันครับ (คุณวิทยา) ถูกต้องครับท่านประธาน ผมคิดว่าท่านเดินมาถูกทางแล้วครับ ให้ออกความคิดเห็นกันไปเลยครับ (คุณวิทยา) ขอบคุณมากครับ (คุณวันมูหะมัดนอร์) ขอบพระคุณมากครับ (คุณวันมูหะมัดนอร์) เนื่องจากเราใช้เวลามากแล้ว ในเรื่องนี้ เดี๋ยวเราจะหาข้อยุตินะครับ เชิญคุณมหรรณพเป็นท่านสุดท้ายเลยนะครับ ผมจะไม่อนุญาตท่านผู้ใดแล้วนะครับ เชิญครับ (คุณมหรรณพ) กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม มหรรณพ เดชวิทักษ์ สมาชิกวุฒิสภาในฐานะสมาชิกรัฐสภา เห็นชอบด้วยอย่างยิ่ง ต่อคำปรารภของท่านประธาน ว่าเราได้ใช้เวลาถกเถียงกันมานานแล้ว เท่าที่ผมจับเวลา ๒ ชั่วโมงครึ่ง ยังไม่ไปถึงไหน ผมจับความได้ว่า ฝ่ายที่ยื่นญัตติแสดงความไม่เห็นด้วย ต่อการเสนอชื่อบุคคลเดิมให้เราให้ความเห็นชอบ ตามข้อบังคับ ๔๑ นั้น ย่อมกระทำมิได้ กับฝ่ายที่พยายามจะโต้แย้งว่าทำได้ อ้างสารพัด แม้กระทั่งอ้างให้ตีความตามมาตรา... ตามข้อ ๑๕๑ ผมก็สงสัยว่าพวกที่สงสัยว่า ๑๕๑ นี่ ก็ทำไมไม่เสนอเป็นญัตติล่ะครับ ท่านเสนอสิครับ ท่านมีสิทธิที่จะเสนอให้ตีความตาม ๑๕๑ ก็พวกเราเชื่อว่าไม่ต้องตีความ เพราะข้องบังคับเขียนไว้ชัดเจนในประโยคแรก ว่าญัตติใดที่ตกไปแล้ว ไม่สามารถจะนำกลับมาเสนอใหม่ได้ ในสมัยประชุมเดียวกัน จบไปแล้วครับ ไม่มีข้อสงสัย เราไม่สงสัยครับท่านประธาน ผมขอให้เดินหน้าต่อเถอะครับ ขอบพระคุณครับ (คุณวันมูหะมัดนอร์) ครับ ขอบพระคุณคุณมหรรณพครับ ขอเป็นท่านสุดท้ายจริง ๆ แล้วครับ เนื่องจากว่าเราพูดกันมาพอสมควร เรื่องใหญ่ก็อยู่ที่เรื่องของข้อบังคับ ว่าจะทำได้หรือไม่นะครับ เพราะฉะนั้น เมื่อไม่มีผู้เสนอให้ตีความวินิจฉัยข้อบังคับที่ ๑๕๑ ทั้ง ๆ ที่หลายท่านก็พูดถึงเรื่องนี้ แต่ข้อบังคับนี้ก็เปิดโอกาสให้ว่า ให้ประธานเสนอตอนที่ประชุมนี้ได้ เพื่อให้การวินิจฉัยตามข้อบังคับที่ ๑๕๑ แต่ทั้งนี้ต้องมีผู้รับรอง ๔๐ คน เช่นเดียวกับสมาชิกเสนอ เพราะผมดูแล้วว่าพูดต่อไป ๓ ชั่วโมง ก็ยังคงไม่ได้ข้อยุติ แต่ถ้าใช้ข้อบังคับ ๑๕๑ นี้แล้ว ก็อภิปรายต่อไปได้ แต่ต้องอภิปรายภายใต้ข้อบังคับ ๑๕๑ นี้ เพื่อตีความข้อบังคับ ซึ่งข้อบังคับที่กำลังเสนอ คือ ข้อบังคับว่าด้วยข้อบังคับที่ ๔๑ ที่คุณอัครเดชเสนอนะครับ ว่าจะใช้ได้หรือไม่ ก็สรุปอย่างนั้นนะครับ เพราะฉะนั้น ในขั้นตอนนี้นะครับ ประธานขอเสนอ จะเห็นด้วย หรือไม่เห็นด้วยก็ได้นะครับ ขอเสนอ... (คุณจุลพันธ์) ท่านประธานครับ ท่านประธานที่เคารพครับ (คุณวันมูหะมัดนอร์) ผมขอเสนอ... พูดให้จบก่อน ไม่อย่างนั้นก็จะไปทีเดียว ผมขอเสนอว่าขอให้ที่ประชุมนี้ได้ใช้มาตรา... ก็ได้ขอใช้ข้อบังคับที่ ๑๕๑ ครับ เพื่อตีความข้อบังคับ ซึ่งต้องมีสมาชิกรับรอง ๔๐ คน เพราะฉะนั้น ผมขอเสนอให้ตีความ ขอผู้รับรองด้วยครับ กราบขอประทานโทษ มีผู้รับรองก็ดีแล้ว แต่ว่าทางรองประธาน ลองเลขาธิการบอก ถ้าประธานเสนอไม่ต้องมีผู้รับรองก็ได้ แต่ว่าเพื่อยืนยันผู้รับรองก็ดีแล้วนะครับ (คุณพริษฐ์) ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตประท้วงท่านประธานครับ (คุณวันมูหะมัดนอร์) เชิญครับ (คุณพริษฐ์) ตามข้อบังคับครับ (คุณพริษฐ์) เข้าใจครับ ว่าเป็นสิทธิของท่านประธาน ตามข้อ ๑๕๐ นะครับ ว่าถึงแม้ไม่มีสมาชิกรัฐสภาเสนอญัตติ ให้ตีความข้อบังคับนั้นนะครับ ท่านประธานก็สามารถเสนอได้ แต่ว่าอยากจะเข้าใจคำถาม หรือว่าญัตติชัด ๆ นิดหนึ่งครับ ว่าคำถามหรือว่าญัตติ ที่ประธานเสนอคืออะไรครับ (คุณวันมูหะมัดนอร์) เมื่อเราพิจารณา ๑๕๑ ญัตติจะมีการอภิปรายต่อไปครับ ไม่ได้หมายความว่า รับรองแล้ว แล้วเสียงเกินกึ่งหนึ่ง ต้องเกินกึ่งหนึ่งด้วยนะครับ ๓๗๕ เห็นด้วยกับข้อปรึกษา ข้อเสนอของท่านประธาน แล้วถึงจะเดินต่อไป ถ้าเดินต่อไป ก็อภิปรายได้ว่าจะเป็นญัตติเพราะอะไร ไม่เป็นญัตติเพราะอะไร (คุณสมชาย) ท่านประธานที่เคารพครับ สมชาย แสวงการ ครับ ขออนุญาตประท้วงท่านประธานครับ (คุณวันมูหะมัดนอร์) ครับ เชิญครับ (คุณสมชาย) สักครู่ ที่ผมลุกขึ้นประท้วงท่านประธาน และด้วยความเคารพ ให้ท่านประธานได้ดำเนินการไปนั้น ด้วยความเคารพท่านประธานจริง ๆ ครับ ประการที่ ๑ ท่านประธานวินิจฉัยไปล่วงหน้าแล้ว เมื่อสักครู่นะครับ ว่าพิจารณาญัตติข้อเสนอของท่านอัครเดช ท่านเสรี สุวรรณภานนท์ ที่คัดค้านญัตติการเสนอคุณพิธาเป็นนายกรัฐมนตรี ว่าคัดค้านว่าไม่ชอบตามข้อ ๔๑ เพราะฉะนั้นนี่ จะต้องเดินตามนี้ครับ เมื่อท่านประธานวินิจฉัยไปแล้วจะต้องเดินตามนี้ ทีนี้มาเปลี่ยนคำวินิจฉัย ผมก็ไม่คัดค้านท่านประธานนะครับ (คุณวันมูหะมัดนอร์) ความจริง ก็เดินไปตาม ๑๕๑ ก็อภิปรายได้ และมีความเห็นได้ทั้งอย่างที่คุณสมชายพูด หรือคุณเสรีพูด หรือทางฝ่ายพรรคก้าวไกลว่าต้องใช้หมวด ๙ หรือจะใช้อย่างที่คุณอัครเดชเสนอก็ได้ ได้ทั้งนั้น แต่จะได้มีข้อยุติไงครับ จะได้มีข้อยุติว่าข้อเสนอนั้นถูกต้องหรือไม่นะครับ เพราะฉะนั้น ผม... (คุณสมชาย) ท่านประธานครับ ขอสัก... ขออภัยท่านประธาน ด้วยความเคารพจริง ๆ ครับ สักครู่ครับ ผมขออนุญาตท่านประธาน ใช้เวลาสักครู่อธิบายครับ ว่ากระผมเห็นว่าข้อเสนอของท่านอัครเดช ว่าตามข้อ ๔๑ ว่าญัตติดังกล่าวนี่เสนอไม่ได้ ข้อเสนอของท่านเสรี สุวรรณภานนท์ บอกว่าขัดรัฐธรรมนูญนี่ ท่านประธานวินิจฉัยแล้วนะครับ ว่าต้องเดินการประชุมไปตามนี้ ส่วนข้อ ๑๕๑ นี่ มาทีหลัง กระผม พวกกระผมไม่ได้ขัดข้องว่า... หรือสงสัยเลย ว่าข้อบังคับดังกล่าวขัดการประชุม ขัดต่อประเด็นใดที่ต้องวินิจฉัยตาม ๑๕๑ เพราะฉะนั้น พวกผมไม่มีความจำเป็น ในส่วนที่ต้องวินิจฉัย หรืออภิปรายในส่วน ๑๕๑ แต่ยืนยันครับ ว่าเมื่อท่านประธานเดินตามข้อ ๓๒ ข้อ ๓๖ แล้ว และพวกเราเห็นว่าญัตติดังกล่าว ในการเสนอชื่อ ของคุณสุทิน คลังแสง นั้นตกไปแล้ว ตั้งแต่คราวที่คุณหมอชลน่านเสนอ เพราะฉะนั้น ต้องเดินตามนี้ก่อนครับ ส่วนท่านประธานจะวินิจฉัยว่าใช้ ๑๕๑ นี่ ก็ต้องเรียงสุดท้าย เพราะฉะนั้น พวกกระผมนี่ไม่ได้อภิปราย ในส่วนว่า ๑๕๑ ต้องตีความหรือไม่ เราอภิปรายตามที่ท่านอัครเดช กับท่านเสรีเสนอครับ และเวลาลงมติก็ต้องลงมติเรียงตาม ที่ท่านอัครเดชกับท่านเสรีเสนอ ครับท่านประธานครับ ขออนุญาตดำเนินการตามนี้ครับ ไม่อย่างนั้นสภาจะสับสนครับ (คุณสมชาย) กราบขอบพระคุณครับ (คุณวันมูหะมัดนอร์) ก็ขอบคุณท่านสมชายมากครับ (คุณวันมูหะมัดนอร์) แต่อย่างไรก็ตาม อภิปรายไป ในที่สุดก็เป็นข้อขัดแย้งในเรื่องของข้อบังคับอยู่ดี ก็ต้องตีความอยู่ดี ก็เหมือนที่คุณจุลพันธ์เสนอแต่ตอนแรก ผมก็เห็นว่าเราอภิปรายมานี่ ๒ ชั่วโมง เกือบ ๓ ชั่วโมงแล้วนะครับ ก็ไม่ได้ข้อยุติ เดี๋ยวก็จะไปอีก เพราะฉะนั้น ผมจึงเห็นว่า ได้ฟังทุกฝ่ายแล้วนะครับ ส่วนใหญ่ก็ติดอยู่ที่ว่าข้อบังคับนี้จะไปได้หรือไม่ เพราะฉะนั้น ผมจึงขอวินิจฉัย เป็นไปตามที่ผมได้เสนอตอนแรก เพราะฉะนั้น ตอนนี้ก็อยู่ในขั้นตอน ที่ว่าจะพิจารณาว่าให้รัฐสภาวินิจฉัยนะครับ เมื่อที่ประชุมรัฐสภาลงมติวินิจฉัย โดยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง ของสมาชิกเท่าที่มีอยู่ ของทั้ง ๒ สภาเป็นประการใดแล้ว ให้ถือว่าคำวินิจฉัยนั้นเป็นเด็ดขาดนะ ครับ เพราะฉะนั้น ในตอนนี้ ผมก็จะขอว่า... จะต้องตีความว่าจะเป็นไปตามข้อ ๑๕๑ นะครับ ซึ่งการตีความนี้ ก็จะตีความว่าข้อเสนอของคุณอัครเดชนะครับ (คุณกิตติศักดิ์) ท่านประธานครับ (คุณวันมูหะมัดนอร์) ถูกต้องตามข้อบังคับ ที่จะเสนอได้หรือไม่ ถูกต้องไหมครับ เป็นประเด็น... เอาประเด็นที่จะวินิจฉัยข้อ ๑๕๑ หมอชลน่านได้เสนอเมื่อสักครู่ ผมก็จับประเด็น... ถ้าคุณหมออยู่ ช่วยเสนอประเด็นว่าเราจะใช้ข้อ ๑๕๑ นี้นะครับ จะไปเสนอญัตติ เพื่อนสมาชิกลงด้วยญัตติอย่างไรครับ หรือจะมีอภิปรายก่อนนะครับ แต่ผมขอให้เข้าสู่ข้อบังคับที่ ๑๕๑ ครับ เชิญครับ (คุณชลน่าน) ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว เพื่อไทย จังหวัดน่าน สมาชิกรัฐสภา กราบขอบคุณท่านประธานครับ ด้วยข้อเสนอของผมนี่ เป็นการเสนอตามข้อบังคับข้อ ๑๕๑ นะครับ อาศัยอำนาจตามข้อบังคับนั้น ในการเสนอเนื้อหาญัตติ เหมือนกับเพื่อนสมาชิกเสนอครับ เพราะว่าเพื่อนสมาชิก ต้องการให้วินิจฉัยข้อบังคับข้อที่ ๔๑ นี่ความหมายของผมนะครับ แต่ผู้เสนออาจจะไม่ใช้คำว่า "วินิจฉัย" ท่านบอกว่าการเสนอญัตติ... ขออภัยครับท่านประธาน การเสนอชื่อ ผู้สมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ของ ดร.สุทิน คลังแสง เสนอไม่ได้ เนื่องจากว่าเป็นญัตติที่ตกไปแล้ว ตามข้อบังคับข้อ ๔๑ หลังจากนั้น มีการคัดค้านว่ามันไม่ใช่ข้อบังคับข้อ ๔๑ เราเสนอตาม ๑๓๖ มันก็มีข้อสงสัยในการใช้ข้อบังคับนี้ เพราะฉะนั้น อาศัยอำนาจข้อบังคับข้อ ๑๕๑ นี่ เป็นอำนาจในการเสนอตามข้อนี้นะครับ วัตถุประสงค์ เพื่อให้สภามีคำวินิจฉัย ว่าการใช้ข้อบังคับของเรานี่ ชอบหรือไม่ชอบอย่างไร ถ้าคำวินิจฉัยนั้นออกมาเป็นเสียงข้างมาก ต้องเกินกึ่งหนึ่งหรือไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง ตามข้อบังคับนะครับ ข้อวินิจฉัยนั้นถือเป็นที่ยุติเท่านั้นเอง เนื้อหาสาระญัตติ เป็นตามที่เพื่อนสมาชิกเสนอครับท่านประธานครับ ก็อภิปรายตามนั้นครับ ก็โต้แย้งกันไป ฝ่ายสนับสนุนก็สนับสนุน ฝ่ายไม่เห็นชอบก็อ้างข้อกฎหมายนะครับ หรือรัฐธรรมนูญ หรือข้อบังคับที่เกี่ยวข้องมา ให้สภาแห่งนี้ได้เป็นผู้วินิจฉัย เท่านั้นเองครับท่านประธานครับ ไม่เป็นญัตติว่าจะต้องเป็น... ผมเป็นผู้เสนอญัตติตาม ๑๕๑ ไม่ใช่ครับ เสนอมาแล้ว แต่ผมขอว่า ให้ใช้อำนาจตามข้อ ๑๕๑ ในการเสนอ และการวินิจฉัยเท่านั้นเองครับ ขอบพระคุณครับ (คุณอัครเดช) ท่านประธาน ท่านประธานครับ (คุณวันมูหะมัดนอร์) ทีนี้ ก่อนที่เราจะใช้โหวตเสียง ผมก็อยากให้มีการอภิปราย ทั้งที่เห็นด้วย อย่างที่คุณฐากรได้พูดถึง ว่าจะใช้ ๔๑ ได้หรือไม่ หรือได้เพราะอะไร ไม่ได้เพราะอะไร หรือมีข้อเสนอย่างอื่น แต่สุดท้ายก็ต้องลงมติด้วยเสียงเกินกึ่งหนึ่ง แต่ตอนนี้เพื่อให้มีความชัดเจน เพราะคุณฐากรได้เสนอตอนแรกกลับไปแล้ว ว่าควรจะให้มีการเสนอความคิดเห็นทั้ง ๒ ฝ่าย ก็เสนอความเห็นเฉพาะในประเด็นที่ว่า จะใช้ข้อ ๔๑ นั้นได้ เพราะอะไร และถ้าใช้ไม่ได้ เพราะอะไร ควรจะใช้ข้อบังคับข้อใดนะครับ อันนี้ก็... ก็อยู่ในประเด็น มันจะได้... มันจะได้ลงมติตาม ๑๕๑ (คุณเสรี) ท่านประธานครับ ผม เสรี ครับท่านประธานครับ (คุณวันมูหะมัดนอร์) เดี๋ยว ๆ ๆ ทางคุณอัครเดชยกมือก่อนครับ (คุณอัครเดช) ครับ ท่านประธานครับ ผม อัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ครับ สส. ราชบุรี พรรครวมไทยสร้างชาติ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ผมเสนอนี่เป็นญัตตินะครับ เพื่อพิจารณาว่าญัตตินะครับ ของผู้ที่เสนอให้คุณพิธา ลิ้มเจริญรัตน์นี่ มาเป็นนายกรัฐมนตรีนี่นะครับ มันเป็นญัตติ แล้วญัตตินี่ได้ตกไปแล้วนะครับ อันนี้นี่ผมเลยหารือท่านประธานว่า ในเมื่อผมเสนอเป็นญัตติไปแล้ว โดยปกติ เมื่อเสนอเป็นญัตติไปแล้ว แล้วท่านประธานก็วินิจฉัยแล้ว ว่าญัตติของผมนี่นะครับ เป็นไปตามข้อบังคับนะครับ ท่านประธานได้วินิจฉัยแล้ว ฉะนั้น ก็อยากให้เข้าไปสู่ระเบียบวาระ การพิจารณาญัตติของผม ด้วยการให้สมาชิกนี่อภิปราย เมื่ออภิปรายเสร็จ ก็มาลงมติกันนะครับ ด้วยเสียงข้างมากนะครับ ว่าเห็นด้วยกับญัตติของผมหรือไม่ อย่างไร ผมไม่ได้เสนอนะครับ ให้ใช้ ๑๕๑ ในการพิจารณา ฉะนั้น ใครที่เสนอพิจารณา ๑๕๑ ถ้าคุณหมอชลน่าน ศรีแก้ว ขออนุญาตที่เอ่ยนามท่านนะครับ ถ้าท่านจะใช้ ๑๕๑ ท่านก็ต้องเสนอเป็นญัตติขึ้นมา เพื่อที่ให้ที่ประชุมนี้พิจารณาว่าใช้ ๑๕๑ นะครับ ในการพิจารณาในสิ่งที่เรากำลังพิจารณาอยู่ แต่ผมนี่ไม่ได้ใช้ ๑๕๑ นะครับท่านประธานครับ ผมเสนอญัตติ อย่างนั้นขอท่านประธานได้วินิจฉัยด้วยนะครับ (คุณวันมูหะมัดนอร์) ครับ ตรง... ตรงแล้วครับ วินิจฉัยถูกต้องแล้วว่าข้อเสนอของท่าน ข้อเสนอ ๔๑ ตามข้อบังคับนะครับ แต่มีคนอภิปราย แต่เขาไม่เสนอ อภิปรายว่ากระทำไม่ได้ ผิดข้อบังคับ อยากจะขอให้ใช้ ๑๕๑ เพื่อได้ข้อยุติ แต่ไม่ได้เสนอเป็นญัตติ แต่ผมในฐานะเป็นประธาน ข้อบังคับ ๑๕๑ ก็บอกว่าประธานเสนอหรือหารือได้ อันนี้ก็จบไปแล้ว ผมหารือแล้ว แล้วก็ข้อบังคับก็บอกท่านประธานหารือ ไม่ต้องมีผู้รับรอง แต่เมื่อกี้ผมก็ได้ขอผู้รับรองแล้ว ตอนนี้ก็ยังอยู่ในขั้นตอนที่ว่า อยากจะฟังความคิดเห็น เพื่อได้อภิปรายว่า ๔๑ จะใช้ได้หรือไม่ ตอนนี้ท่านเสรี สุวรรณภานนท์ จะอภิปรายนะครับ (คุณเสรี) ครับ (คุณวันมูหะมัดนอร์) เชิญครับ (คุณเสรี) ครับ กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม เสรี สุวรรณภานนท์ สมาชิกรัฐสภา ด้วยความเคารพผม... ผมก็คงไม่ขัดแย้งท่านประธานนะครับ แต่เพียงแต่ว่าสิ่งที่ท่านประธานวินิจฉัยนี่ มันก็อาจจะเป็นประเด็นฝ่ายเดียวนะครับ หรืออาจจะเป็นประเด็น ที่ท่านประธานอยากจะฟังสมาชิกครับ ต้องกราบเรียนท่านประธานครับ เพื่อความชัดเจนนะครับ ถ้าหากว่าท่านประธานจะดำเนินการไปตามนั้นนี่ ต้องมีความชัดเจนว่าไม่เกี่ยวกับญัตติ หรือเรื่องที่ผมเสนอว่าไม่เห็นด้วย ด้วยเหตุผลในทางรัฐธรรมนูญนะครับ อันนี้... พอดีท่านประธานปรึกษากันเสร็จหรือยังครับ ผมก็... ครับ ขออนุญาตต่อครับ กราบอภัยครับ (คุณวันมูหะมัดนอร์) ผมจำเป็นจะต้องเปลี่ยน เพราะว่าจะต้องไปรับแขกสำคัญ ประธานรัฐสภาของ... ที่... มา ถึงคิวผมตอน... ตอนเที่ยง (คุณเสรี) ผม... ผมกลัวต่อกันไม่ติดนะ ไม่ใช่อะไร ก็กราบเรียนนิดเดียวครับท่านประธานครับ สิ่งที่ท่านจะพิจารณานี่นะครับ คือ ไม่เกี่ยวกับญัตติหรือเรื่องที่ผมเสนอนะครับ ว่าผมไม่เห็นด้วย ด้วยเหตุผลในทางรัฐธรรมนูญนะครับ ผมไม่ได้เถียงข้อบังคับนะครับ ผมไม่เห็นด้วยในทางรัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้น ท่านจะลงมติอย่างไรก็ตามนี่นะครับ ผมก็จะมีเหตุผลอีกส่วนหนึ่ง ซึ่งมติจะออกมาอย่างไรก็ตาม ไม่เกี่ยวกับญัตติที่ผมเสนอหรือเรื่องที่ผมเสนอ เพราะผมเสนอในส่วนประเด็นสำคัญ คือ ที่ท่านเสนอมานั้นนี่นะครับ ไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ หรือขัดรัฐธรรมนูญนะครับ ขอบคุณครับท่านประธานครับ ขอความชัดเจนตรงนี้จากท่านประธานด้วยนะครับ ว่าไม่เกี่ยวกันนะครับ ถ้าท่านจะถาม... ถามญัตติอะไรก็ตามนะครับ ไม่เกี่ยวกับผมนะครับ ขอบคุณครับ (คุณกิตติศักดิ์) ท่านประธานครับ กิตติศักดิ์ ครับ กิตติศักดิ์ ครับ ขอพูดสักนิดครับ (ศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร) เชิญครับ ท่านกิตติศักดิ์เชิญครับ (คุณกิตติศักดิ์) ท่านประธานครับ กิตติศักดิ์ รัตนวราหะ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ก่อนที่จะดำเนินการต่อไป ขอให้ท่านประธานพิจารณาสักนิดนะครับ ว่าขณะนี้ศาลรัฐธรรมนูญมีผลบังคับแล้ว สั่งให้คุณพิธายุติปฏิบัติหน้าที่ ด้วยมติ ๗ ต่อ ๒ (คุณวิโรจน์) ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตประท้วงท่านผู้อภิปรายครับ ตามข้อบังคับข้อที่ ๔๕ นะครับ (ศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร) เดี๋ยวก่อนครับ ครับ พูดเสร็จหรือยังครับ เดี๋ยว... เดี๋ยวท่านประท้วง (คุณกิตติศักดิ์) ครับ เมื่อศาลรัฐธรรมนูญมีมติออกมาอย่างนี้ เพื่อประกอบการพิจารณาของท่านประธาน โปรดพิจารณาครับ ขอบพระคุณครับ (ศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร) ฟังให้เขาเสร็จ ประท้วง (คุณวิโรจน์) ไม่ ๆ ครับ ตาม... ตามข้อบังคับ เมื่อมีบุคลลประท้วงครับ ยืนแล้วยกมือขึ้นเหนือศรีษะ ประธานต้องพิจารณา ให้ผู้ประท้วงประท้วงก่อนครับ เพราะไม่อย่างนั้นจะมีความเสียหายเกิดขึ้นครับ ถ้าปล่อยให้บุคคลคนนี้พูดในสภาครับ ท่านประธานจะรับผิดชอบไหมครับ (คุณกิตติศักดิ์) กิตติศักดิ์ มีศักดิ์และสิทธิตามรัฐธรรมนูญ มีสามารถที่จะอภิปรายได้ครับ อย่าใจร้อนนะ (คุณวิโรจน์) ผมไม่... (ศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร) ขออนุญาตนะครับ ผมเพิ่งนั่งนิดเดียวนะครับ แล้วก็... (คุณโรจน์) ท่านประธานครับ การยืนแล้ว... แล้วลุกขึ้นชูมือ (ศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร) ท่านนั่งก่อนครับ ท่านนั่งก่อน ท่านพูดแน่ และเขาก็พูดแน่ และจะพูดกันกี่ครั้ง เถียงกัน ผมก็จะยอม (คุณวิโรจน์) ไม่ใช่ครับท่านประธานครับ (ศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร) ไม่ใช่ เดี๋ยวรอนิดหนึ่งสิ (คุณวิโรจน์) ก็ในเมื่อผมยืนขึ้นแล้วยกมือครับ ตามข้อบังคับครับ ผมต้องมีสิทธิ (ศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร) ตามข้อบังคับน่ะ ใช่ครับ แต่ตอนนี้เพิ่งเปลี่ยนเก้าอี้นะครับ (คุณวิโรจน์) อ๋อ อย่างนั้นผมของประท้วงท่านประธาน (ศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร) ไม่ต้องท้วงครับ ผมกำลัง... แค่อ่านนิดเดียวนะครับ นั่งลงก่อนครับ แล้วท่านจะไปเถียงกับท่านกิตติศักดิ์ เดี๋ยวผมจะใช้ชี้แจงครับนะครับ ท่านอย่าเอาชนะผมเลยนะครับ ผมไม่ได้มีข้อ... ครับ ด้วยความเคารพแล้ว ผมก็โอเคนะ ท่านนั่งนะครับ (คุณรังสิมันต์) ท่านประธานครับ ด้วย... ด้วยความเคารพครับ ผม รังสิมันต์ โรม ครับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ด้วยความเคารพครับท่านประธานครับ คือ ด้วยข้อบังคับครับ ที่ท่านวิโรจน์จะต้องได้ประท้วง ซึ่งถ้าเกิดท่านประธาน ยอมให้ท่านวิโรจน์ประท้วงมันก็เดินต่อครับ มิฉะนั้น มันจะกลายเป็นการประท้วงท่านประธาน ข้อ ๕ ไปต่อครับ ซึ่งเดี๋ยวมันจะไปไม่จบครับ ให้ท่านวิโรจน์ ได้ประท้วงเถอะครับท่านประธานครับ (ศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร) ครับ ก็อนุญาตไปแล้วนี่ครับ นะครับ (คุณวิโรจน์) ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วิโรจน์ ลักขณาอดิศร ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะสมาชิกรัฐสภาครับ ผมขอประท้วงท่านผู้ที่อภิปรายนะครับ ตามข้อบังคับข้อที่ ๔๕ ครับ นะครับ คือ อย่างนี้ครับ ผมว่าระเบียบราชการนี่ ก็คงต้องรอหนังสือราชการมา อย่างเป็นทางการก่อนนะครับ ไม่ต้องแสดงอาการ กระเหี้ยนกระหือรือขนาดนั้นนะครับ ทำไมครับ อยากจะเข้าวัดที่พิจิตร มากขนาดนั้นเลยหรือครับ ท่านประธานครับ ไม่ต้องกระเหี้ยนกระหือรือครับ เพราะต่อให้ท่านอยากจะเข้าวัดก็เข้าไม่ได้ครับ (ศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร) ท่านหยุดแค่นั้น ดีกว่านะครับ นะครับ อย่าทะเลาะกันเลยนะครับ ตกลงก็ผม... เพิ่งจะเริ่มดำเนินการนะครับ เมื่อกี้นี้จะขอให้ที่ประชุมนี้พิจารณาใช่ไหมครับ ผมขอเวลานิดหนึ่งนะครับ มติที่จะทำ ผมกำลังขอข้อมูลจากเจ้าหน้าที่นะครับ ที่มอบให้ผมทำ ก่อนที่จะท่านประธานรัฐสภา คือ วันนี้ก็ยุ่งนิดหน่อยนะครับ เพราะผมเอง ก็ต้องไปรับซาอุดิอาระเบียมานะครับ อย่างนั้นคือ... สิ่งที่พูดกันตอนเช้า ผมก็ไม่... ไม่ทราบทั้งหมดนะครับ ตอนนี้จะให้ขอมติ ในเรื่องข้อบังคับตามข้อ ๑๕๑ ใช่ไหมครับ (คุณสมชาย) ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านประธานครับ สมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภาครับ ท่านประธานครับ ขออนุญาตครับ (ศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร) ครับ ขอฟังท่านสมชายก่อนนะครับ (คุณสมชาย) ท่านประธานครับ สมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา และก็ในฐานะผู้ได้เสนอต่อท่านประธานรัฐสภา ว่าญัตติของท่านอัครเดช กับท่านเสรี สุวรรณภานนท์ ที่คัดค้านตามข้อ ๔๑ ในข้อบังคับการประชุมรัฐสภา ว่าญัตติที่เสนอชื่อคุณพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นนายกรัฐมนตรีนั้น ตกไปแล้ว เมื่อวันที่ ๑๓ กรกฎาคม ไม่สามารถพิจารณาได้อีก แต่ต้องพิจารณาในสมัยประชุมหน้านะครับ อันนี้ก็เป็นญัตติที่เสนอไปแต่ต้น ประเด็นที่ ๒ คุณหมอชลน่านไม่ได้เสนอญัตติ ตามข้อ ๑๕๑ ว่าให้วินิจฉัย พวกผมก็ไม่ได้ติดใจต้องตีความข้อบังคับข้อใด เพียงแต่เห็นความเห็นต่าง เพราะฉะนั้นนี่ ผมได้คัดค้าน ท่านประธานรัฐสภาสักครู่ไปแล้วนะครับ ท่านประธานจะใช้อำนาจวินิจฉัยก็ไม่เป็นไรครับ แต่ผมเห็นว่าต้องเรียงลำดับตามข้อญัตติ ที่คุณอัครเดชและคุณเสรีได้เสนอนะครับ เพราะฉะนั้นนี่ ท่านประธานจะยังให้ลงมติไม่ได้นะครับ คงเป็นเรื่องของการอภิปราย ในส่วนของการคัดค้านญัตติการเสนอชื่อคุณพิธา ไม่ได้เสนอตีความครับท่านประธานครับ ขอบพระคุณครับ (ศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร) ครับ คำถามผมก็จะมีเกี่ยวกับข้อ ๑๕๑ ที่ท่านประธานรัฐสภาได้พูดไว้นะครับ ว่าท่านจะขอใช้บังคับข้อ ๑๕๑ นะครับ ดังนั้นนี่ ผมจึงจะต้องถามเสียก่อน ว่าที่ประชุมนี้จะเห็นชอบ ให้พิจารณาข้อ ๑๕๑ หรือไม่นะครับ ถ้าท่านเห็นว่าควรพิจารณาข้อ ๑๕๑ ก็จะมีคำถามที่ ๒ ต่อไป ว่าท่านเห็นด้วยที่จะให้ลงมติ ตามที่สมาชิกเสนอหรือไม่เห็นด้วยนะครับ ให้... (คุณรังสิมันต์) ท่านประธานครับ ด้วย... ด้วยความเคารพอีกแล้วครับ ท่านประธาน ผม รังสิมันต์ โรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ต้องเรียนกับท่านประธานครับ ว่าการวินิจฉัยของท่านประธานผมเข้าใจนะครับ เนื่องจากมันเป็นช่วงที่ท่านประธานกำลังเดินมา แต่ว่าทางท่านประธานรัฐสภา คือ ท่านวันนอร์นะครับ ได้วินิจฉัยไปแล้วครับ แล้วก็ได้ใช้นะครับ ในส่วนของข้อ ๑๕๑ นะครับ ที่ระบุเอาไว้นะครับ ในวรรคที่ ๒ ว่าการขอให้ที่ประชุมรัฐสภาวินิจฉัยตามวรรค ๑ อาจกระทำได้โดยประธานขอปรึกษา หรือสมาชิกรัฐสภาเสนอญัตติ โดยมีสมาชิกรัฐสภารับรองไม่น้อยกว่า ๔๐ คน ซึ่งในกรณีนี้เป็นกรณีที่ท่านประธานขอปรึกษา จบแล้วครับท่านประธานครับ ในส่วนนี้ ตอนนี้เรากำลังเดินเข้าสู่กระบวนการ ตามข้อ ๑๕๑ แล้ว แล้วก็เมื่อกี้นะครับ ทางท่านประธานนะครับ ก็ได้ตั้งคำถามเสร็จสิ้นไปแล้วครับ ไม่มีความจำเป็นใด ๆ ที่จะต้องกลับมาพิจารณา ในประเด็นที่พิจารณาไปแล้ว ขอให้ท่านประธานช่วยควบคุมการประชุม ให้เป็นไปตามข้อบังคับด้วยครับ ขอบคุณครับ (ศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร) ครับ ทำความเข้าใจอีกครั้งหนึ่งนะครับ ปรับปรุงแล้วนะครับ คือ ข้อบังคับข้อ ๑๕๑ นะครับ เป็นญัตติที่เข้ามากับญัตติที่เสนอใช่ไหมครับ ในวันนี้ ตามญัตติที่เสนอวันนี้ ก็คือญัตติที่ดำเนินการตามข้อ ๔๑ ตามบังคับนะครับ ดังนั้นนี่ ผมก็จะถาม เนื่องจากมันมี ๒ มติถูกไหมครับ ขอโทษ ๒ ญัตตินะครับ ญัตติแรกนี่ จะเห็นด้วยกับข้อ ๑๕๑ หรือไม่นะครับ ถ้าเห็นด้วยกับข้อ ๑๕๑ นี่ ก็เป็นอันว่าต้องปฏิบัติตามข้อ ๑๕๑ นะครับ หรือท่านเห็นด้วย กับญัตติที่เสนอมาแต่ต้น ข้อ ๔๑ นะครับ ที่มีท่านพิธา (คุณวิโรจน์) ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วิโรจน์ ลักขณาดิศร ขออนุญาตประท้วงท่านประธาน ตามข้อบังคับข้อที่ ๕ ครับ คือ ท่านประธานวันนอร์... ท่านอาจารย์วันนอร์น่ะครับ นะครับ ก็ท่าน... ท่านได้วินิจฉัยไปเรียบร้อยแล้วครับ ตามข้อบังคับข้อที่ ๑๕๐ และก็มีผู้รับรองเรียบร้อยแล้วครับ ดังนั้นนี่ กระบวนการต่อไป ก็คือการลงมตินะครับ ตามข้อบังคับตามข้อ ๑๕๑ ครับ นะครับ ก็ต้องลงมตินะครับ แล้วก็เสียง ก็คือน่าจะสัก ๓๗๕ ครับ นะครับ ท่านประธานดำเนินการประชุมต่อเลยครับ อย่างนี้ คือ... คือ ท่านประธานกำลังจะวนกลับมา กลับมาแล้วก็กำลังจะขัดแย้งกับคำวินิจฉัย ของท่านประธานอาจารย์วันนอร์ไปแล้วนะครับ (คุณพริษฐ์) ท่านประธานครับ (ศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร) เดี๋ยวก่อนนะครับ ผมจะสรุปอย่างนี้ใช่ไหมครับ ว่าถ้าเห็นด้วยกับข้อ ๑๕๑ ก็ผลของเขา คือ... (คุณพริษฐ์) ท่านปรอะธานครับ ขออนุญาตประท้วงครับท่านประธาน (ศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร) ครับ ท่าน... ท่านชลน่านชี้แจงกับผมอีกทีดีกว่านะครับ (คุณชลน่าน) ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว เพื่อไทย จังหวัดน่าน สมาชิกรัฐสภา ด้วยความเคารพท่านประธานครับ มันอาจจะมีความสับสนสักนิดหนึ่ง ผมขออนุญาตครับท่านประธานครับ ข้อ ๑๕๑ ไม่ใช่ญัตติครับ เป็นข้อเสนอว่าเพื่อนสมาชิกเสนอญัตติให้... ข้อเสนอของเพื่อนสมาชิกบอกว่า ญัตติที่เสนอโดย ดร.สุทิน คลังแสง เป็นญัตติที่ตกไปแล้ว เสนอไม่ได้ ก็เลยให้สภาวินิจฉัยว่ามันตกไปแล้วหรือไม่ โดยผู้เสนอนี่ ยืนยันว่ามันตกไปแล้ว การที่จะเสนออย่างนี้นี่ ก็คือเสนอไปตามข้อ ๔๑ ใช่ไหมครับ เราอย่างเลี่ยงไปอื่น ๆ นะครับ เราต้องเอาข้อบังคับเป็นตัวตั้ง ท่านต้องบอกว่าท่านเองนี่ ใช้ข้อบังคับข้อ ๔๑ ในการพิจารณาในการเลือกนายกรัฐมนตรี เอาตรงนี้ก่อนนะครับท่านประธาน ท่านเสนออย่างนั้น หมายความว่าท่านเองน่ะ ใช้ข้อ ๔๑ ในการพิจารณาในการเลือกนายกรัฐมนตรี ท่านเลยตีความว่ามันตกไปแล้ว เสนอซ้ำไม่ได้ ทีนี้อีกซีกหนึ่งนี่ เขาก็เห็นว่าเขาไม่ได้ใช้ข้อ ๔๑ เขาใช้ข้อ ๑๓๖ เขาก็ยืนยันว่ามันยังไม่ตก เมื่อมีความเห็นต่าง ในการตีความข้อบังคับอย่างนี้นะครับ ผมเองก็บอกว่าถ้าคุณจะเสนอญัตติ ว่าให้รัฐสภาวินิจฉัยว่าตก ไม่ตกนี่ มันอาศัยฐานอำนาจจากข้อบังคับใดมารองรับ ดูแล้วมันไม่มีครับท่านประธาน จะเสนอตาม ๓๑ ก็ไม่ได้ เสนอตาม ๓๒ ก็ไม่ได้ เพราะไม่ได้เขียนให้ ถ้าจะให้สภาวินิจฉัยนี่นะครับ มันมีข้อเดียว ก็คือ ๑๕๑ ผมก็เลยเสนอว่าให้ใช้ข้อ ๑๕๑ เป็นกระบวนการ เป็นวิธีการครับ ไม่ใช่ญัตตินะครับ เป็นวิธีการหนึ่ง ๑. เสนอตาม ๑๕๑ อาศัยอำนาจตาม ๑๕๑ เสนอว่าการใช้ข้อบังคับข้อ ๔๑ ชอบด้วยข้อบังคับหรือไม่ ตกหรือไม่ตกนั่นแหละครับ ความหมาย เมื่อให้เหตุให้ผลกันแล้ว ในการอภิปราย ๒ ฟากฝั่งนี่นะครับ ทั้งสนับสนุน ทั้งคัดค้านนี่ พอถึงเวลาลงมติ ก็ต้องอาศัยข้อบังคับข้อ ๑๕๑ นี่แหละมาลงมติ ซึ่งต้องใช้เสียงไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง ถึงจะเป็นการวินิจฉัยข้อบังคับข้อ ๔๑ โดยสรุปครับ คือ วินิจฉัยข้อบังคับข้อ ๔๑ นะครับ ท่านประธานอย่าไปแยกว่าเห็นชอบกับเสนอ ๑๕๑ ไม่เห็นชอบกับการเสนอตามสิทธิ ไม่ใช่ครับ ไปลงญัตติอย่างนั้น ไม่ถูกครับท่านประธานครับ ด้วยความเคารพ ขั้นตอนนี้นี่ ท่านประธานมีหน้าที่ ให้สมาชิกได้อภิปรายสนับสนุนหรือคัดค้าน ตามที่ท่านสมาชิกเสนอ ๒ ฟากฝั่งนี้หรือไม่ เท่านั้นเองครับ หลังจากนั้นเราก็มาพิจารณาลงมติ การลงมตินั้นก็เป็นไปตาม ๑๕๑ เท่านั้นเองครับ นี่คือขั้นตอนครับ ขอบพระคุณครับ (คุณอรรถกร) ท่านประธานครับ ขออนุญาตครับ อรรถกร ครับ เผอิญผมไม่เห็นด้วย กับเพื่อนสมาชิกเมื่อสักครู่นี้ครับ ท่านประธานครับ ขออนุญาตครับ (ศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร) ครับ เชิญครับ (คุณอรรถกร) ขอบพระคุณครับ กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม อรรถกร ศิริลัทธยากร พลังประชารัฐ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ขอบพระคุณความห่วงใยของเพื่อนสมาชิก ขออนุญาตเอ่ยนามท่านด้วยความเคารพนะครับ ท่านคุณหมอชลน่าน ศรีแก้ว ที่เมื่อสักครู่นี้ท่านกรุณาพยายามหาทางออก ให้กับที่ประชุมรัฐสภาแห่งนี้ อย่างไรก็ดีครับ ผมมีเรื่องที่อาจจะเห็นต่าง กับท่านผู้เสนอเมื่อสักครู่นี้ เพราะว่าทางฝั่งเพื่อนสมาชิกของผมอีกฟากหนึ่ง คุณอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ เสนอการพิจารณาวันนี้ อ้างอิงข้อบังคับการประชุมรัฐสภา ข้อที่ ๔๑ เมื่อสักครู่นี้คุณหมอชลน่าน ศรีแก้ว ได้บอกครับ ว่าเพื่อนสมาชิกอีกฝั่งหนึ่ง ที่เห็นตรงข้ามกับคุณอัครเดชนี่ ให้เสนอ ให้ใช้ข้อบังคับข้อที่ ๑๓๖ ซึ่ง ๒ ฝ่ายคิดไม่เหมือนกัน ผมนำเรียนท่านประธานและที่ประชุมนะครับ ว่าเราต้องพูดความจริงกัน เพราะว่าการใช้ ๑๕๑ มันมีความได้เปรียบเสียเปรียบกัน เพราะถ้าผมไม่พูดอย่างนี้นี่ พี่น้องประชาชนที่อยู่ที่บ้าน ก็คงจะสอบถามว่าทำไมถึงไม่เดินหน้าสักที ทำไมถึงไม่โหวต... ไม่ใช้ ๑๕๑ เพื่อตัดสิน ผมเรียนว่าถ้าใช้ ๑๕๑ เสียงส่วนใหญ่ ก็คือ ๓๗๖ แต่ถ้าใช้ ๔๑ ก็จะใช้เสียงส่วนใหญ่ของที่ประชุม มันคือ ความแตกต่างกันตรงนี้ ดังนั้นเองครับ ถ้าผมจะบอกบ้างว่าฝ่ายที่เห็นด้วย กับการเสนอบุคคล ที่จะถูกคัดสรรเป็นนายกรัฐมนตรี โดยใช้ข้อบังคับข้อที่ ๑๓๖ ท่านก็เป็นผู้เสนอขึ้นมา แล้วก็เอา ๑๕๑ นี่ มาเป็นตัวตัดสินได้หรือไม่ ผมจึงขออนุญาตนำเสนอท่านประธานครับ ว่าผมไม่เห็นด้วยครับ (ศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร) มีท่าน... จิตติพจน์ วิริยะโรจน์ กับท่านพริษฐ์ วัชรสินธุ จะเกี่ยวกับเรื่องนี้ไหมครับ (คุณจิตติพจน์) เกี่ยวครับท่านประธานครับ (ศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร) ครับ เชิญครับ (คุณจิตติพจน์) กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผม นายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย จังหวัดศรีสะเกษครับ ผมต้องขออนุญาตให้ข้อมูลกับท่านประธานครับ ก่อนที่ท่านประธานวันนอร์จะลงจาก... จากบัลลังก์นะครับ ท่านอยู่ระหว่างการปรึกษาสภาแห่งนี้ครับ ว่ากระบวนการยื่นเสนอชื่อท่านพิธา ให้เป็นนายกรัฐมนตรีนี่ การให้ความเห็นชอบนี่นะครับ มีปัญหาเรื่องการขัดข้อบังคับหรือไม่นะครับ ซึ่งท่านประธานก็ได้ใช้อำนาจตามข้อบังคับที่ ๑๕๑ โดยขอปรึกษาครับ ท่านขอปรึกษาสภาแห่งนี้นะครับ ว่าขอให้ให้ข้อคิดเห็นนะครับ ว่าตามข้อบังคับการประชุมนี่ สามารถเสนอท่านพิธาซ้ำได้หรือไม่ โดยการขอปรึกษาตามข้อบังคับที่ ๑๕๑ ซึ่งท่านประธานก็ได้ทำเพิ่มกว่าปกตินะครับ โดยการขอปรึกษาและก็ขอผู้รับรองด้วยนะครับ ซึ่งจริง ๆ ท่านไม่จำเป็นต้องขอผู้รับรองเลย ดังนั้น กระบวนการพิจารณาในขณะนี้ จึงอยู่ในกระบวนการขอปรึกษา ที่ท่านประธานวันนอร์ดำเนินการอยู่ ซึ่งการขอปรึกษานั้นสามารถดำเนินการได้ ตามข้อบังคับการประชุมที่ ๒๒ ข้อ ๒๒ นะครับ ว่าประธานมีอำนาจหน้าที่ ที่จะขอปรึกษาเรื่องใด ๆ ก็ได้ และท่านกำลังปรึกษาครับ ตามมาตรา ๑๕๑ อยู่นะครับ และก็เป็นอำนาจตามข้อบังคับข้อ ๕ ด้วยนะครับ ของท่านประธาน ที่มีอำนาจที่จะดำเนินการ กำหนดวาระการประชุมนะครับ ดังนั้น ขณะนี้นะครับ จึงเป็นอยู่ในช่วงของการพิจารณา ที่ท่านประธานวันนอร์ปรึกษา ตามมาตราตามข้อ ๑๕๑ อยู่ครับ ขอบพระคุณครับ (ศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร) ท่านพริษฐ์ วัชรสินธุ (คุณพริษฐ์) ครับ เรียนประธานวุฒิสภา ปฏิบัติหน้าที่ในฐานะประธานรัฐสภาครับ ผม พริษฐ์ วัชรสินธุ ผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะสมาชิกรัฐสภานะครับ ผมมี ๓ ประเด็นครับท่านประธาน แต่ความจริงถ้าประเด็นแรกจบ แล้วท่านประธานวินิจฉัย ก็เดินหน้าต่อได้เลย โดยที่ผมไม่ต้องใช้เวลาในที่แห่งนี้เพิ่มเติมนะครับ ประเด็นที่ ๑ นะครับ ผมคิดว่ามันเลยเวลา ที่เราจะมาถกเถียงกันแล้วในประเด็นนี้นะครับ เพราะว่าก่อนที่ท่านประธานวุฒิสภา จะเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ในฐานะประธานรัฐสภานี่ ท่านประธานวันนอร์นะครับ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่ปฏิบัติหน้าที่ในฐานะประธานสภานี่ ก็ได้วินิจฉัยไปเรียบร้อยแล้วนะครับ ไม่ต้องเชื่อคำพูดผมก็ได้นะครับ สามารถเอาเทปนะครับ หรือว่าคลิป Youtube นั้น สามารถลองย้อนกลับไปดูก็ได้นะครับ ก็จะเห็นชัดว่าท่านประธานสภา ณ เวลานั้น ขออภัยครับ ท่านประธานรัฐสภา ณ เวลานั้น ได้วินิจฉัยไปแล้วนะครับ ได้เสนอให้มีการพิจารณานะครับ การตีความข้อบังคับ ตามข้อ ๑๕๑ วรรค ๒ นะครับ และก็เมื่อเสนอไปแล้ว ความจริงต้องบอกว่า ๑๕๑ วรรค ๒ ก็ไม่ได้จำเป็นจะต้องมีผู้รับรองด้วยนะครับ ผู้รับรองนั้นจำเป็น ต่อเมื่อเป็นการเสนอโดยสมาชิกรัฐสภา แต่เมื่อท่านประธานสภาได้เสนอไปแล้วนะครับ ก็ถือว่าวินิจฉัยไปแล้วนะครับ ผมก็ได้ลุกขึ้นมาถามตอนนั้นเหมือนกันนะครับ ว่าขอคำถามชัด ๆ นะครับ ท่านประธานรัฐสภา ณ เวลานั้น ก็ให้คำตอบกลับมานะครับ ว่าคำถามนั้นเป็นคำถามในลักษณะที่ว่า เห็นด้วยหรือไม่กับข้อทักท้วงของสมาชิกรัฐสภา อย่างเช่น คุณอัครเดช เป็น ต้นนะครับ เพราะฉะนั้น ประเด็นที่ ๑ ตรงนี้ผมให้... ขออนุญาตให้ท่านประธานวินิจฉัยก่อนแล้วกันครับ เพราะว่าถ้าเกิดว่าวินิจฉัยว่า ทางท่านประธานรัฐสภาวินิจฉัยไปแล้วนี่ มันก็จะเดินหน้าต่อไปเลย โดยที่ไม่ต้องอธิบายอะไรเพิ่มเติม แต่ว่าถ้าท่านประธานรัฐสภา ยังมีข้อกังวลใจนะครับ ความไม่แน่ใจอย่างไร ก็เดี๋ยวจะอธิบายเพิ่มเติมให้ท่านประธานครับ (ศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร) ท่านมหรรณพครับ เชิญครับ (คุณมหรรณพ) กราบเรียนท่านประธานรัฐสภา ที่เคารพ กระผม มหรรณพ เดชวิทักษ์ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ตั้งแต่เช้าถึงบัดนี้เรายังไม่ได้ข้อยุติใด ๆ ทั้ง ๆ ที่ท่านผู้ชมและท่านผู้ฟังทางบ้าน กำลังติดตามผลของการพิจารณาของเรา ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขอสรุปสั้น ๆ เพื่อประหยัดเวลา ของสภาอันทรงเกียรติแห่งนี้ ดังนี้ครับ เมื่อเปิดประชุมเมื่อเช้านี้ มีท่านผู้ทรงเกียรติจากพรรคพลังประชารัฐ ได้กรุณาเสนอความเห็นคัดค้าน การเสนอญัตติเลือกนายกรัฐมนตรี โดยมีบุคคลชื่อเดิมที่ได้โหวตไปแล้วคราวที่แล้ว แล้วตกไปแล้ว ซึ่งข้อบังคับข้อ ๔๑ เขียนไว้ชัดเจน ว่าญัตติใดที่ได้ตกไปแล้วนั้น ไม่สามารถจะนำกลับมาเสนอสภาได้ ในสมัยประชุมเดียวกัน มันไม่มีข้อสงสัยอะไรในการต้องตีความ ต่อมา ก็มีเพื่อนสมาชิกฝ่ายที่ไม่เห็นด้วย ก็พยายามคัดค้าน ว่าไม่สามารถจะใช้ข้อบังคับข้อ ๔๑ มาพิจารณาได้ ทั้ง ๆ ที่การโหวตคราวที่แล้วนั้น ก็ได้โหวตโดยใช้ข้อบังคับข้อที่ ๓๖ แล้วก็ใช้โหวตไปตามที่ว่าถือว่าญัตตินั้น เป็นญัตติเลือกตั้งนายกรัฐมนตรี (ศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร) ท่านมหรรณพ เดี๋ยวก่อนนะครับ มีผู้ประท้วงครับ ท่านมหรรณพครับ (คุณประเสริฐพงษ์) กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาครับ ผม ประเสริฐพงษ์ ศรนุวิตร์ ผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ อดีตอนาคตใหม่ ปัจจุบันพรรคก้าวไกล ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ขอประท้วงผู้อภิปราย ซึ่งเป็นสมาชิกรัฐสภาตามข้อ ๔๕ ท่านพูดซ้ำซากวนเวียนครับ ซึ่งเรื่องนี้มันจบไปแล้ว และไม่ควรใช้เวลาสภาแห่งนี้ให้สิ้นเปลือง เพราะว่าท่านอาจจะเพิ่งเข้ามา ท่านประธานเพิ่งจะเข้ามาอาจจะไม่ต่อเนื่อง แต่ผมมายืนยันว่าผู้อภิปราย ได้เป็นผู้อภิปรายวนเวียนซ้ำซากผิดข้อบังคับ ซึ่งประธานได้วินิจฉัยไปแล้วด้วยครับ ขอบพระคุณครับ (ศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร) ครับ มีท่านสมชาย แสวงการ (คุณมหรรณพ) ท่านประธานครับ ผมยังอภิปรายไม่เสร็จนะครับ (ศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร) ผมเข้าใจแล้ว ของท่านมหรรณพน่ะนะครับ (คุณมหรรณพ) คือ อย่างนี้ครับ ผมจำเป็นต้องชี้แจง ผมไม่ได้ใช้เวลาและก็ไม่ได้วนเวียนซ้ำซาก ท่านประธานวันนอร์ท่านก็กรุณาชื่นชม ว่าผมนี่ใช้เวลากระชับมากเองนะครับ ผมไม่ได้ไปขอให้ท่านพูด (ศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร) ท่านมหรรณพ สรุปเลยครับ ท่านมหรรณพสรุปเลย (คุณมหรรณพ) สรุปครับ ว่าให้ท่านประธานวันนอร์นั้นมีความเห็นว่า... จะถามที่ประชุมแห่งนี้ ว่าจะใช้การตีความตามข้อบังคับข้อ ๑๕๑ หรือไม่ ผมคิดว่านั่นเป็นข้อยุติ และผมพร้อมที่จะลงมติ แต่ให้ชัดเจนนะครับ ว่าถ้าไม่มีการ... ถ้าหากว่าเสียงที่เห็นชอบด้วย ต่อการที่จะใช้ข้อบังคับข้อที่ ๑๕๑ ในการตีความ มีไม่ถึง ๓๗๕ ขึ้นไป ถือว่าต้องพิจารณาตามญัตติของท่านผู้ทรงเกียรติ จากพรรคพลังประชารัฐครับ ขอบพระคุณครับ (ศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร) ครับ ผมเข้าใจแล้ว สรุปง่าย ๆ ว่าท่านมหรรณพบอกว่า จะต้องพิจารณาก่อน ว่าจะใช้ข้อบังคับข้อ ๑๕๑ หรือไม่นะครับ ซึ่งจะต้องถามมติก่อน (คุณธีรัจชัย) ท่านประธานที่เคารพครับ (คุณธีรัจชัย) ขออนุญาตครับ (ศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร) เดี๋ยวก่อนนะครับ (ศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร) ผม... ผมสรุปให้ฟัง มีท่านสมชายก่อน แล้วเดี๋ยวท่าน... (คุณธีรัจชัย) ได้ครับ เชิญครับ เดี๋ยวผมต่อท่านสมชายก็ได้ครับ (ศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร) เอาสั้น ๆ สรุป ๆ (คุณสมชาย) ครับ ขอบคุณท่านประธานครับ สมชาย แสวงการ สมาชิกรัฐสภาครับ ก็อยากให้การประชุมเดินหน้าไปได้นะครับ เมื่อสักครู่ก็ได้เรียนท่านประธานแล้ว ว่าผู้เสนอ คือ ท่านอัครเดชกับท่านเสรีนี่ คัดค้านญัตติตามข้อ ๔๑ แล้วก็ท่านประธานวินิจฉัยว่าต้องใช้ ๑๕๑ ก็มีคำถามที่ผมอยากฟังท่านประธานครับ ว่าจะใช้ได้หรือไม่ อันนี้ เพราะฉะนั้น ท่านประธานก็ได้อ่านตามนั้น และก็ให้สมาชิกลงมติได้เลยครับ จะได้เดินหน้าต่อครับ ขอบพระคุณครับ (ศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร) มีท่านธวัชชัย ก่อนใช่ไหมครับ (คุณธีรัจชัย) ผม ธีรัจชัย ครับ (ศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร) ธีรัจชัยครับ (คุณธีรัจชัย) ครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ธีรัจชัย พันธุมาศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร เขตหนองจอก มีนบุรี ลาดกระบัง ในฐานะสมาชิกรัฐสภาครับ ท่านประธานที่เคารพครับ เกี่ยวกับเรื่องที่เรากำลังปรึกษาหารือ ในที่ประชุมรัฐสภาแห่งนี้ ก็สืบเนื่องว่าท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรท่านหนึ่ง ได้เสนอว่า การเสนอนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ นะครับ เป็นนายกรัฐมนตรีตามระเบียบวาระวันนี้ ซึ่งเป็นการสรรหานายกรัฐมนตรีตามรัฐธรรมนูญนี่ เป็นญัตติที่เคยตกไปแล้วมาเสนอใหม่ไม่ได้ นี่คือเป็นข้อกล่าวอ้าง ของท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เสนอขึ้นมา เป็นประเด็นขึ้นมาในการหารือในวันนี้ และมีสมาชิกจาก ๘ พรรคร่วมรัฐบาลนะครับ ก็ได้มีการโต้แย้งว่านะครับ การเสนอนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นนายกรัฐมนตรีนี่ มันไม่ใช่เป็นญัตติ แต่เป็นการดำเนินการ ให้เป็นไปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ เมื่อมีการกล่าวอ้าง และมีการปฏิเสธภาระการพิสูจน์ หลักต้องอยู่กับในส่วนของผู้เสนอตอนแรก ถ้าเอาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา...นี่ ผู้ใดกล่าวอ้าง ผู้ใดปฏิเสธ ภาระพิสูจน์ตกกับผู้กล่าวอ้างครับ ดังนั้น เมื่อเวลาต่อมา ทางท่านประธานรัฐสภานะครับ ท่านวันมูหะมัดนอร์ มะทา ขออนุญาตเอ่ยนามท่าน ท่านได้สรุปไว้แล้วว่า เรื่องนี้เป็นการตีความข้อบังคับการประชุมรัฐสภา ว่ามันเป็นญัตติที่เคยมีการโหวต เมื่อสัปดาห์ที่แล้วนี่ เป็นญัตติหรือไม่ และมาเสนอวันนี้มันตกหรือไม่ อีกฝ่ายว่าไม่ใช่ญัตติ ดังนั้น เรื่องนี้เป็นการตีความ ท่านประธานรัฐสภาได้ระบุไว้ชัด แล้วบอกว่าขอเสียงรับรอง เป็นข้อความเห็นของท่านประธาน ที่จะขอปรึกษากับที่ประชุมแห่งนี้ และมีการ... ให้มีการรับรองเรียบร้อยแล้ว ดังนั้น ประเด็นนี่ ก็ต้องถือว่า... ประเด็นว่าเรื่องนี้เป็นญัตติที่ตกไปหรือไม่ ภาระพิสูจน์ตกแก่ฝ่ายผู้เสนอครับ ถ้าไม่ถึง ๓๗๖ ก็ถือว่าญัตตินี้ตกไป ก็ต้องโหวตไปคุณพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ว่าจะให้เป็นนายกรัฐมนตรีหรือไม่ครับ นี่คือความชัดเจน และเลยมาแล้ว ไม่ต้องไปพูดถึงเรื่องโหวต ๑๕๑ หรือโหวตตามมาตราอื่นครับ (ศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร) ของท่าน ไม่เกี่ยวกับ ๑๕๑ แล้วหรือครับ (คุณรังสิมันต์) ท่านประธานครับ ผม รังสิมันต์ โรม ครับ (ศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร) ท่านรังสิมันต์ โรมครับท่าน (คุณรังสิมันต์) ครับ เรียน... เรียนท่านประธาน ผม รังสิมันต์ โรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกลนะครับ ในฐานสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ด้วย... ด้วยความเคารพจริง ๆ ครับ คือ เรื่องนี้ เราไม่ควรจะมาเสียเวลากันแบบนี้อีกแล้วครับ ท่านประธาน จริง ๆ ต้องรบกวนทางฝ่ายด้านล่างน่ะครับ ช่วยเปิดวิดีโอ ที่ท่านประธานรัฐสภา ท่าน... ท่านวันนอร์ ได้วินิจฉัย ได้พิจารณา และขอปรึกษาตาม ๑๕๑ พอท่านประธานรัฐสภา ขอปรึกษาตาม ๑๕๑ นะครับ ประตูมันเปิดแล้วครับ หรือถ้าเกิดว่าวิดีโอมันนานไป รบกวนท่านช่วยโทรศัพท์ โทรคุยกับท่านประธานนะครับ เราจะได้ไม่ต้องมาเสียเวลา ถกเถียงกันแบบนี้ครับ แล้วมันจะได้เดินหน้ากันต่อไป ว่าจะเอากันอย่างไร เท่านั้นเองครับท่านประธาน คือ ถกเถียงกันอย่างนี้ ผมว่าไปอีก ๒ ชั่วโมง ๓ ชั่วโมงน่ะครับ แต่ถ้าท่านประธานนะครับ ช่วยกรุณาดูวิดีโอ หรือโทรศัพท์คุยกันนะครับ เราอยู่ในโลกที่โทรศัพท์คุยกันไปแล้วนี่ รบกวนเถอะครับท่านประธาน มันจะได้จบครับ ขอบคุณครับ (ศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร) เอาอย่างนี้นะครับ ขอ ๒ ขั้นตอนก็แล้วกันนะครับ ขั้นตอนแรกนี่ ผมจะถามว่าจะนำ ๑๕๑ นะครับ หรือว่าจะนำมาตรา... ขอโทษข้อบังคับข้อ ๑๕๑ หรือไม่ ถ้ามีคนเห็นด้วยนะครับ ก็จะถามต่อไปว่าเมื่อที่ประชุมลงมติ ก็จะ... (คุณวิโรจน์) ท่านประธานที่เคารพ ผม วิโรจน์ ขออนุญาตประท้วงท่านประธาน แล้วเป็นการช่วยเหลือท่านประธานจริง ๆ ครับ ด้วยความบริสุทธิ์ใจเลยครับท่านประธานครับ (ศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร) ผม... ผมเข้าใจแล้ว ที่ท่านจะให้ผมถาม... ครั้งเดียว (คุณวิโรจน์) คือ... คืออย่างนี้ครับ ตอนนี้ขั้นตอนนี้ มัน... มันมาอยู่ในขั้นที่อภิปรายเห็นด้วย และก็คัดค้านแล้วครับ ว่า... ว่าเป็นญัตติหรือไม่นะครับ ถ้าเกิดเป็นญัตตินี่ มันก็เข้าข้อบังคับข้อที่ ๔๑ ครับ ถ้าไม่ใช่ญัตติก็เดินตามข้อบังคับ ๑๓๖ ครับ แล้วท่านอาจารย์วันนอร์นี่ ก็ท่านได้ใช้ข้อบังคับ ตามข้อ ๑๕๐ ไปที่เรียบร้อยแล้วครับ ตอนนี้ คือ อภิปรายนะครับ ทั้งฝ่ายสนับสนุนและก็คัดค้านครับ จากนั้นก็เปิดให้ลงมติตามข้อบังคับ ตามข้อ ๑๕๑ เท่านั้นเองครับ ไม่ใช่มาโหวกมาโหวต อะไรอีกแล้วครับท่านประธานครับ ด้วยความเคารพจริง ๆ ครับท่านประธาน (ศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร) ครับ (คุณฐากร) ท่านประธานครับ ขออนุญาตประท้วงครับ (คุณอัครเดช) ท่านประธานครับ (ศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร) มาจากไหนครับ (คุณอัครเดช) ท่านประธานครับ (คุณฐากร) ขออนุญาตนะครับ (คุณอัครเดช) ท่านประธานครับ ผม อัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ครับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดราชบุรี พรรครวมไทยสร้างชาติครับท่านประธานครับ ขออนุญาตหารือท่านประธาน ทางนี้ครับท่านประธานครับ ขออนุญาตหารือท่านประธานครับ คือ เราก็เสียเวลา ในการพิจารณาตรงนี้มาพอสมควรนะครับ อย่างที่เพื่อนสมาชิกหลายท่าน ก็คงคิดเหมือนกันนะครับ ผมขอนุญาตอย่างนี้ท่านประธานครับ ในเมื่อท่านประธานวันนอร์นะครับ ท่านได้เสนอในการใช้ ๑๕๑ นะครับ แต่ว่าผมเองนี่ เมื่อสักครู่นี้นี่ ได้ลุกขึ้นมานะครับ ยืนยันว่าท่านประธานวันนอร์นี่ ท่านก็วินิจฉัยว่าข้อเสนอของผมนี่ ในการเสนอญัตติ ตามข้อที่ ๓๒ นะครับ (๑) นี่ไปแล้ว แล้วท่านก็ได้วินิจฉัยว่าเป็นไปตามข้อบังคับนะครับ ว่าจะพิจารณาว่าญัตติ ของการเสนอคุณพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ นี่ เสนอได้หรือไม่ อย่างไร ซ้ำหรือไม่นะครับ ผมก็เลยขออนุญาตให้ท่านประธานนี่ ได้วินิจฉัยตรงนี้ แล้วก็ให้ที่ประชุมนี่ได้ลงมติก่อนนะครับ ว่าสรุปแล้วเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย โดยใช้เสียงข้างมากนะครับ หลังจากนั้นได้หรือไม่นี่ จึงไปสู่กระบวนการ ในการใช้ข้อบังคับข้อที่ ๑๕๑ นะครับ ในการที่จะเสนออีกทีหนึ่งนะครับ ว่าเสนอรอบ ๒ ได้หรือเปล่า (ศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร) ก็ตรง กับที่ผมเพิ่งพูดเมื่อกี้นี้ ที่ท่านเสนอมานี่ (คุณฐากร) ท่านประธานครับ ขออนุญาตประท้วงนะครับ ท่านประธานครับ ผม ฐากร ตัณฑสิทธิ นะครับ บัญชีรายชื่อพรรคไทยสร้างไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภานะครับ ขออนุญาตท่านประธานครับ (ศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร) ครับ เชิญ (คุณฐากร) เมื่อสักครู่นี้นะครับ ที่ท่านประธานวันนอร์สรุปนี่ ก็คือท่านใช้สิทธิตาม... ตามข้อ ๑๕๑ ก็คือมาตราข้อ ๑๕๑ นะครับ เพราะฉะนั้นนี่ ขณะนี้เข้าสู่ขั้นตอน ของการที่จะฟังสมาชิกรัฐสภาอภิปรายสนับสนุน ว่าข้อเสนอดังกล่าวนี่ เป็นญัตติหรือไม่เป็นญัตติ เพื่อประกอบการตัดสินใจของสมาชิกรัฐสภา ในการที่จะลงมติตาม... ตามข้อ ๑๕๑ ผมคิดว่กระบวนการนี้ มันน่าจะเริ่มต้นในการรับฟังได้แล้ว เพราะว่าทุกคนอยากจะรับฟัง แล้วก็อยากจะใช้วิจารณญาณในการตัดสินใจ ว่าเราจะเห็นด้วยกับฝ่ายใด ในการที่จะพิจารณาตรงนี้ครับ ขออนุญาตท่านประธานครับ เดินหน้าในการประชุมได้แล้วครับ (ศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร) ถ้าเดินหน้า ก็หมายความว่าให้ท่านอภิปรายกันต่อนะครับ ถูกไหมครับ ท่านฐากร ตัณฑสิทธิ ข้อ ๑๕๑ นี่นะครับ (คุณสมชาย) ท่านประธานที่เคารพครับ สมชาย แสวงการ ขอประท้วงครับ (ศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร) ประท้วงใครครับ (คุณสมชาย) ประท้วงท่านประธานครับ ขออนุญาตท่านประธาน เพื่อดำเนินการตามระเบียบวาระการประชุม ท่านประธานมีหน้าที่ควบคุม ตามข้อ ๕ (๓) โดยดังนี้ครับ ขออนุญาตนะครับท่านประธาน เสนอความเห็นเพื่อประกอบการพิจารณา ให้สภาเดินหน้าไปได้ ๑. คือ ท่านอัครเดชได้เสนอญัตติ กับท่านเสรีเสนอญัตติคัดค้านตามข้อ ๔๑ ว่าญัตติที่เสนอคุณพิธาเป็นนายกรัฐมนตรีนั้น ดำเนินการไม่ได้ เพราะเป็นญัตติซ้ำ ท่านอาจารย์วันนอร์ก็เห็นว่า ท่านจะมาพิจารณาตาม ๑๕๑ วินิจฉัยนี่นะครับ โดยคุณหมอชลน่าน ขออภัยที่เอ่ยนาม ก็ไม่ได้เสนอเป็นญัตติ เพราะฉะนั้นนี่ เรียงตามลำดับนี่ จะต้องเรียงตามที่ท่านอัครเดชเสนอในการลงมติ อันนี้ประการที่ ๑ นะครับ ผมก็หารือท่านประธานและที่ประชุมไปแล้ว ว่าจะอภิปรายหรือไม่ ท่านก็ใช้เวลากันมา ๒-๓ ชั่วโมงนี่ ก็ไม่อภิปราย เพราะฉะนั้นนี่ ท่านประธานครับ ถ้าท่านประธานจะถามมติเลย ผมก็ยินดีนะครับ ขออนุญาตท่านประธานดำเนินการถามมติเลยครับ ขอผู้รับรองครับ (ศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร) ท่านจุลพันธ์ครับ เชิญ... ท่านจุลพันธ์ครับ เชิญ (คุณจุลพันธุ์) ท่านประธานที่เคารพ กระผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เชียงใหม่ เพื่อไทย สมาชิกรัฐสภา ตอนนี้นี่สับสนไปหมดแล้ว กระบวนการประชุมในสภานี่ เหมือนไม่มีขั้นไม่มีตอน ผมต้องเรียนต่อท่านประธานครับ ต้องตั้งสติ เพราะท่านประธานเข้ามารับไม้ต่อนี่ ผมเข้าใจครับ แต่ตอนนี้กระบวนการของพวกเรา เดินหน้าไปถึงการที่เรากำลังจะต้องพิจารณา ข้อบังคับการประชุมข้อที่ ๑๕๑ การตีความข้อบังคับ ซึ่งท่านประธานวันมูหะมัดนอร์ มะทา เป็นผู้เสนอต่อที่ประชุม ทุกคนรับทราบแล้ว เรากำลังจะตีความข้อบังคับข้อที่ ๔๑ ซึ่งเราถกเถียงกันมาตั้งแต่เช้า ว่าสรุปว่าไอ้การเสนอชื่อคุณพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ขอประทานโทษ การเสนอชื่อของท่านพิธานี่ เป็นญัตติที่ซ้ำซ้อนหรือไม่นะครับ ประเด็นมันมีแค่นั้น สิ่งที่ท่านอัครเดชก็ตาม ท่านเสรีเสนอก็ตาม เป็นการเสนอบอกว่ามันขัดต่อข้อ ๔๑ มันไม่มีการเสนอญัตติตามข้อ ๔๑ นะครับ ข้อ ๔๑ มันเสนอเป็นญัตติไม่ได้ เพราะฉะนั้น กระบวนการเรา เรามีปัญหาในเรื่องข้อบังคับ ท่านวันนอร์ก็เสนอว่าเราตีความตาม ๑๕๑ ถ้าใครเห็นชอบว่าสิ่งที่เสนอมาเป็นญัตติ และมันซ้อนญัตติมันเสนอไม่ได้ ต้องตก ก็เห็นชอบ ถ้าใครเห็นว่าเสนอได้ ซ้ำได้ เพราะว่ามันไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ และรัฐธรรมนูญใหญ่กว่าข้อบังคับ ก็กดไม่เห็นชอบ ลงมติมา ถ้าแตะ ๓๗๕ ญัตติของท่านสุทิน คลังแสง เป็นอันตกไป ถ้าลงมติไม่ถึง ๓๗๕ สิ่งที่ท่านอัครเดชเสนอ หรือท่านเสรีเสนอก็ตาม ก็เป็นอันตกไป มันก็เดินหน้าลงมติต่อ ก็แค่นั้นเองครับ ตอนนี้ลงมติตาม ๑๕๑ ได้เลยครับ เพราะว่าคำถามมีแล้ว ท่านประธานวันนอร์จบเรื่องคำถามไปเรียบร้อย กระบวนการสภากำลังจะเดินหน้า อย่าวนอยู่ในอ่างครับ ขอบพระคุณครับ (คุณอัครเดช) ท่านประธานครับ ท่านประธานครับ (ศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร) ขออนุญาตนิดหนึ่ง เดี๋ยวครับ (คุณอัครเดช) ท่านประธานครับ ผม อัครเดช วงพิทักษ์โรจน์ ครับ (ศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร) ท่านอัครเดชรอ... รอนิดหนึ่งนะ ผมอยากฟังท่าน อันนี้ผมจะถามเจ้าหน้าที่ เกี่ยวกับที่ท่านวันนอร์พูดไว้นะครับ ขอ... ขออนุญาตฟังนิดหนึ่งนะครับ ผมได้รับจากเจ้าหน้าที่ ว่าท่านได้เสนอข้อ ๑๕๑ ไว้แล้วจริงนะครับ แต่ท่านจะให้อภิปรายนะครับ ดังนั้น ก็ต้องให้ท่านอภิปราย และก็จะได้ถามไปเลยนะครับ (คุณอัครเดช) ท่านประธานครับ ท่านประธานครับ ผม อัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ทางนี้ครับท่านประธานครับ (ศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร) เชิญครับ (คุณอัครเดช) ท่านประธานครับ ผม อัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ครับ สส. จากพรรครวมไทยสร้างชาติ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ เมื่อสักครู่นี้นี่ ท่านเพื่อนสมาชิกจากพรรคพลังประชารัฐนะครับ ก็ได้อภิปรายไปแล้วว่าข้อได้เปรียบเสียเปรียบ ในการใช้ข้อบังคับข้อที่ ๔๑ กับข้อ ๑๕๑ นี่มันต่างกัน ถ้าข้อ ๔๑ นี่ ใช้เสียงข้างมากนะครับ ที่ผมเสนอไป แต่ข้อที่ ๑๕๑ นี่ ใช้เสียงกึ่งหนึ่งนะครับ ของรัฐสภาแห่งนี้ มันมีการได้เปรียบเสียเปรียบ ผมก็ยืนยันว่าญัตติของผมนี่ ท่านประธานวันนอร์นี่ได้วินิจฉัยแล้ว ว่าเป็นไปตามข้อบังคับของสภา... ของรัฐสภาแห่งนี้นะครับ ก็คือท่านนี่ได้วิจิฉัยว่าญัตติที่ผมเสนอนี่นะครับ เป็นญัตติในทำนองเดียวกันตามข้อที่ ๓๓ ถึงแม้นะครับ ญัตติที่กำลังปรึกษาหารือกันอยู่นี้ พิจารณาอยู่นี่ ห้ามเสนอญัตติอื่น แต่มีข้อบังคับยกเว้นครับท่านประธานครับ ว่าเรื่องในทำนองเดียวกัน เกี่ยวเนื่องกันนี่ ท่านประธานสามารถใช้ดุลยพินิจ ในการยกมาเป็นญัตติในการพิจารณารวมกันได้ ซึ่งท่านประธานวันนอร์ก็วินิฉัยแล้ว ว่าเป็นญัตติเดียวกันแล้วก็ให้พิจารณานะครับ ฉะนั้น ผมจึงยืนยันครับท่านประธาน ว่าให้นะครับ ลงมติตามข้อเสนอของผม ที่ได้เสนอตามข้อบังคับข้อที่ ๓๒ (๑) คือ ให้ปรึกษาหารือ ทีนี้เสร็จปุ๊บ ท่านประธานวันนอร์ ก็ฟังอภิปรายไปมาฟังไปมา ฟังไปมา ท่านก็เสนอ ๑๕๑ ขึ้นมานะครับ แล้วท่านก็ออกไป ผมก็จะลุกขึ้นมานะครับ แย้งกับท่าน ว่าท่านวินิจฉัยแล้ว ว่าเอาของผมนะครับ ตามข้อ ๔๑ ก่อน แต่ท่านออกไปก่อน แล้วท่านประธานก็ขึ้นมาต่อ มันก็เลยขาดความต่อเนื่อง ฉะนั้น ผมก็ยังยืนยันกับท่านประธาน ว่าขอให้พิจารณาของผมก่อนว่าเป็นญัตตินะครับ ที่จะต้องลงมติก่อน แล้วหลังจากนั้นผมก็เลยเสนอเมื่อสักครู่นี้ไงครับ ว่าแล้วค่อยไปเป็นข้อบังคับข้อ ๑๕๑ ท่านที่เสนอมาจะลงมติว่า ๑๕๑ จะโหวตอย่างไร ท่านก็เสนอเป็นญัตติมาในที่ประชุม แล้วให้ที่ประชุมลงมติอีกทีหนึ่งนะครับ ขออนุญาตเสนอท่านประธานอย่างนี้ครับ ให้ท่านประธานได้วินิจฉัยครับ ขอบพระคุณครับ (คุณเสรี) ครับ ท่านประธานครับ ท่านประธานครับ ผม เสรี ครับ อยู่ด้านนี้ครับ (ศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร) ครับ ท่านเสรีเชิญครับ (คุณเสรี) กราบเรียนท่านประธานครับ ผม เสรี สมาชิกรัฐสภา ที่ผมจึงต้องลุกขึ้นมาพูด ก็เพราะว่าพอดี... ขออนุญาตเอ่ยนามท่านจุลพันธ์ได้อภิปราย แล้วก็ไปสรุปพาดพิงถึงญัตติที่ผมเสนอ หรือเรื่องที่ผมเสนอ โดยสรุป... ท่านสรุปไปว่า ถ้าหากว่าจะใช้การพิจารณามาตรา ๑๕๑ แล้ว ผลเป็นอย่างไรนี่ ถ้าหากว่าเห็นด้วย จะให้ใช้ ๑๕๑ ทำให้ญัตติที่ผมเสนอนั้นตกไปด้วยนะครับ ผมก็เลยต้องกราบเรียนว่าสิ่งที่ท่านจะมีข้อวินิจฉัย ในเรื่องข้อบังคับอะไรของท่านนี่นะครับ ก็ไม่รวมกับญัตติที่ผมเสนอ เพราะญัตติที่ผมเสนอนั้น ผมพูด... พยายามพูดให้ประธานเข้าใจนะครับ หลายครั้ง ให้สมาชิกเข้าใจว่า ของผมนั้น เป็นเรื่องที่ท่านเสนอรายชื่อคุณพิธามา ในรอบ ๒ นี้ ขัดกับรัฐธรรมนูญนะครับ เพราะฉะนั้น ท่านวินิจฉัยอย่างไรนะครับ มติและผลจะเป็นอย่างไร ในส่วนข้อบังคับนะ ท่านก็ลงมติกันไปนะครับ อย่าเหมาเอาของผมไปรวมให้ตกไปด้วยนะครับ ขอบคุณท่านประธานครับ (ศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร) ครับ คือ ผมเข้าใจแล้วนะครับ คือ มีความขัดแย้งกัน ระหว่างข้อ ๔๑ กับข้อ ๑๕๑ นะครับ ดังนั้นนี่ ก็... ก็ไม่รู้ว่าจะตัดสินอย่างไรนะครับ เพราะว่าพอดี... เดี๋ยวก่อนนะ ให้ผมพูดเสร็จนะครับ เพราะว่าญัตติ การที่เสนอทั้งคู่นี่ มีลักษณะเป็นญัตติทั้งคู่นะครับ ทั้งข้อ ๔๑ และข้อ ๑๕๑ นะครับ คือ ญัตติที่จะขอ... ที่มันกระทบกับเรื่องที่เสนอวันนี้นะครับ ดังนั้นนี่ การที่ผมจะวินิจฉัย ว่าจะเลือกอย่างหนึ่งอย่างใดมาพิจารณานี่ มันก็จะเป็นการพิพาทกัน ระหว่าง ๒ ความเห็นที่เสนอมา (คุณณัฐพงษ์) ไม่ต้องวินิจฉัยท่านประธาน (ศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร) ต้องวินิจฉัยครับ เพราะว่าผมจะเลือกถามมติจากใครล่ะครับ จะถามใครก่อน ข้อ ๔๑ กับข้อ ๑๕๑ นะครับ จะให้ผมถามใครก่อน (คุณวิโรจน์) ประท้วงครับท่านประธาน (คุณพริษฐ์) ประท้วงครับ (ศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร) ดังนั้นนี่ (คุณวิโรจน์) ท่านประธานครับประท้วงครับ (ศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร) ครับ ไม่ต้องประท้วงครับ (คุณพุธิตา) ท่านประธานคะ ขอประท้วงค่ะ (ศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร) เชิญ ๆ ครับ (ศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร) เชิญแสดง... เชิญเสนอชื่อมาดีกว่าครับ ไม่ต้องประท้วงหรอก มีอยู่แค่นี้นะครับ ผมอธิบายแค่นั้น ไม่ได้มีอย่างอื่นนะครับ ถามท่านน่ะ (คุณพุธิตา) ขอประท้วงท่านประธานค่ะ (ศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร) ประท้วงเลยครับ ประท้วงเลยครับ (คุณพุธิตา) ค่ะ เรียนท่านประธานที่เคารพค่ะ ดิฉัน นางสาวพุธิตา ชัยอนันต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงใหม่ พรรคก้าวไกลค่ะ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ตอนนี้นะคะ ท่านประธานวันนอร์ได้วินิจฉัยไปแล้วนะคะ แล้วก็มีผู้รับรองไปแล้ว ดำลับต่อไป คือ การอภิปรายนะคะ ว่าตกลงเราจะอภิปรายเห็นด้วย หรือไม่เห็นด้วยกับข้อบัญญัติ ๔๑ อย่างไรนะคะ ท่านประธานวันนอร์ได้วินิจฉัยไปแล้วนะคะ ขอท่านประธานได้ดำเนินการต่อเลยนะคะ (ศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร) ดำเนินการต่อก่อนครับ มาตรา... ขอโทษไม่ใช่มาตรานะ ข้อ ๑๕๑ นะครับ ท่านวันนอร์เพียงแต่เสนอขึ้นมานะครับ ดังนั้น ก็ท่านสมาชิกมีสิทธิอภิปราย เชิญครับ ท่านผู้ใดจะอภิปรายมาตรา... ขอโทษ ไม่ใช่มาตรา ข้อ ๑๕๑ ตามข้อบังคับ มีไหมครับ ท่านอนุศักดิ์ คงมาลัย ครับ เอาเฉพาะเรื่องนี้นะครับ ข้อ ๑๕๑ ว่าท่านเห็นด้วยเป็นอย่างไร (คุณอนุศักดิ์) กราบเรียนประธานที่เคารพครับ ท่านประธานรัฐสภาครับ กระผม อนุศักดิ์ คงมาลัย สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ก็คงกราบเรียนท่านประธานนะครับ ว่ามีพี่น้องทางบ้านโทรมาถาม ว่าตกลงในสภานี้มีความเข้าใจไม่ตรงกัน มีปัญหาช่องว่าง ความรู้ที่เกี่ยวกับเรื่องของการลงมติในสภาแห่งนี้ ว่าการลงมติในสภาแห่งนี้นี่ เวลาลงมตินี่มันลงมติด้วยข้อเสนอ หรือลงมติด้วยการยื่นเป็นญัตติ มันมีการลงมติอะไรที่ไม่ได้ยื่นเป็นญัตติบ้างหรือไม่ ซึ่งในขณะที่เถียงกันมาตั้งแต่เช้านี่ พยายามที่จะบอกว่า อันนี้มันไม่ใช่ญัตติที่เสนอไปแล้ว เป็นเพียงการดำเนินการ ให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ วิธีคิดแบบนั้นผมคิดว่ามันค่อนข้างจะตะแบง มันเป็นข้อเสนอให้พิจารณา เมื่อพิจารณามา สภาลงมติ มันก็คือญัตติน่ะครับท่านประธานครับ ญัตติ คือ ข้อเสนอเพื่อลงมติ คำว่า "ญัตติ" ในพระพุทธศาสนานะครับ เป็นคำประกาศให้สงฆ์ทราบ คำประกาศนั้นมาจากการที่สงฆ์มีมติร่วมกัน การมีมติร่วมกันก็เสนอเป็นญัตติ ญัตติ ก็คือประเด็น หรือเป็นทางเลือกที่เป็นข้อ ๆ ให้พิจารณา ดังนั้น กระผมคิดว่าพี่น้องท่านผู้ฟังนะครับ ที่ติดตามอยู่ทางบ้านจะได้เข้าใจ ว่าในสภาแห่งนี้นี่ เราได้ลงมติในเรื่องของการเสนอ ตามวาระการประชุมที่เสนอใหม่นะครับ ครั้งที่แล้วพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคล ซึ่งสมควรให้ได้รับตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรี ครั้งที่แล้วเสนอไปแล้วชื่อบุคคลคนหนึ่ง มาครั้งนี้ ก็คงพิจารณาให้เสนอความเห็นชอบของบุคคล คนอื่น ๆ หรือเปล่า เรายังไม่ทราบ แต่ว่าถ้าเป็นคนเก่า มีการมองในลักษณะที่ว่าตามข้อ ๒๑ เอ้ย ข้อ ๔๑ ของข้อบังคับการประชุมรัฐสภา นั่นก็คือเป็นญัตติที่ตกไปแล้ว ผมว่ามันน่าที่... ไม่ต้องไปตีความอะไร ให้มากมายไปกว่าตรงนี้ ขอขอบพระคุณครับ (ศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร) ครับ มีรายชื่อไหม ท่านใดประสงค์จะอภิปราย มี... ตอนนี้มีท่านณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ นะครับ (คุณณัฐพงษ์) ท่านประธานครับ ท่านฐากรน่าจะเป็นคิวแรกก่อนผมครับ (ศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร) อ๋อ ใช่ ท่านฐากรครับ เชิญครับ เขียนหวัดมาหน่อยครับ (คุณฐากร) ขออนุญาตท่านประธานนะครับ เริ่มต้นได้เลยไหมครับท่านประธานครับ (ศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร) ครับ ท่านฐากร (คุณฐากร) ครับ ขออนุญาตท่านประธานนะครับ (ศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร) เฉพาะ ข้อ ๑๕๑ นะครับ (คุณฐากร) ครับผม ผมคงอธิบายถูกนะครับ หมายถึงว่ามาตรา... ข้อ ๑๕๑ จะไปเชื่อมโยงกับข้อ ๔๑ นะครับ ว่าการ... การเสนอดังกล่าว เป็นการเสนอญัตติซ้ำหรือไม่ เพราะว่าจะนำไปสู่การลงมติในข้อ ๑๕๑ ถูกต้องนะครับท่านประธานครับ ผมจะได้อธิบาย... อภิปรายถูกครับ ครับ ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานรัฐสภา (คุณสมชาย) ท่านประธานที่เคารพครับ ขออนุญาตประท้วงครับ ท่านประธานครับ ท่านประธาน (ศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร) ครับ เชิญครับ ถ้ามีท่านประท้วงเชิญเลย (คุณสมชาย) สมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ขออนุญาตทำคาวามเข้าใจ เมื่อสักครู่ท่านประธาน ผมได้ค้างการพิจารณานะครับ และก็ไม่ได้ขัดแย้งกับท่านประธาน ว่า... คุณอัครเดชนี่ได้เสนอว่าขัดแย้งข้อ ๔๑ ท่านประธานอนุญาตให้มีการพิจารณา ในการประชุมอภิปรายไปได้ ผมกราบเรียนว่าในตอนสุดท้าย การลงมตินี่ท่านประธานจะต้องลงมติ ว่าญัตติของท่านอัครเดชกับท่านเสรีนะครับ ขัดหรือไม่นะครับ คัดค้านได้หรือไม่นะครับ ไม่ได้ตีความวินิจฉัยตาม ๑๕๑ เพราะฉะนั้น จึงต้องลุกขึ้นมาก่อน เพื่อให้ท่านประธานชัดเจนครับ ว่าท่านสมาชิกเมื่อสักครู่ท่านลุก เพื่อให้ท่านประธานวินิจฉัย ว่าเดินตาม ๑๕๑ ในการลงมติอันนี้ไม่ชอบครับ ขออนุญาตนำเรียนท่านประธานครับ (ศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร) คือ อยากจะให้ท่านสมาชิกที่ประสงค์จะอภิปรายนี่ เข้าชื่อมานะครับ ว่าไปตามลำดับนะครับ ถ้ามาแทรกระหว่างกลางนี่ ก็เสีย... คือ หมายความว่า มันไปขัดการพูดนิดหน่อยนะครับ และก็มีการประท้วงนี่แหละ ไม่เอานะครับ เชิญท่านฐากรต่อนะครับ (คุณฐากร) ครับ กราบเรียนท่านประธานรัฐสภา กระผม นายฐากร ตัณฑสิทธิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อพรรคไทยสร้างไทย ใน... ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธานรัฐสภา ดังนี้ครับ การให้รัฐสภาให้ความเห็นชอบบุคคล ซึ่งสมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ตามมาตรา ๑๕๙ และมาตรา ๒๗๒ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๖๐ นั้น ไม่ใช่ญัตติ จึงไม่สามารถนำข้อบังคับตามข้อ ๔๑ ของการประชุมรัฐสภา พ.ศ. ๒๕๖๓ มาบังคับใช้ได้ ด้วยเหตุผลที่ผมจะขอเรียนชี้แจง เพื่อสนับสนุนดังต่อไปนี้ ข้อที่ ๑ การเสนอชื่อบุคคลเป็นนายกรัฐมนตรี เป็นการปฏิบัติตามมาตรา ๑๕๙ และมาตรา ๒๗๒ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และสอดคล้องกับข้อบังคับ การประชุมรัฐสภาหมวด ๙ ว่าด้วยข้อบังคับ ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธาน ว่าข้อบังคับของการประชุมรัฐสภา ในข้อ ๑๓๖ เขียนแยกหมวดไว้อย่างชัดเจนนะครับ ว่าในหมวดการพิจารณา ให้ความเห็นชอบนายกรัฐมนตรีนั้น เขียนแยกหมวดไว้ในหมวดที่ ๙ ซึ่งไม่ได้... ซึ่งไม่ได้อยู่ในหมวดที่ ๒ ของการประชุมรัฐสภาแต่อย่างใด หมวดที่ ๒ ของการประชุมรัฐสภา จะมีในส่วนที่ ๒ ที่เสนอไว้อย่างชัดเจน ว่าการเสนอญัตติ จะต้องมีขั้นตอนในการทำอย่างไร ตั้งแต่ข้อ ๒๙ จนกระทั่งไล่เรียงมาถึงข้อที่ ๔๑ ซึ่งเป็นสาระสำคัญว่าญัตติใดตกไปแล้ว ห้ามนำญัตติซึ่งมีหลักการเช่นเดียวกัน ขึ้นมาเสนอใหม่ในสมัยประชุมเดียวกัน เว้นแต่ญัตติที่ยังมิได้มีการลงมติ หรือญัตติที่ประธานรัฐสภาจะอนุญาต ในเมื่อพิจารณาเห็นว่า เหตุการณ์ได้เปลี่ยนแปลงไป แต่ในข้อบังคับของการประชุม เขียนหมวด เขียนแยกไว้อย่างชัดเจน ว่าให้บรรจุไว้ในหมวดที่ ๙ การพิจารณาให้ความเห็นชอบ ซึ่งกำหนดไว้ในมาตรา... ในข้อ ๑๓๖ ผมจึงเรียนหลักการในข้อกฎหมาย ว่าหลักทั่วไปของกฎหมาย ในเมื่อกฎหมายใดกำหนดบทเฉพาะไว้อยู่แล้ว เราไม่สามารถที่จะนำบทบัญญัติทั่วไปของกฎหมาย มาบังคับใช้กับบทเฉพาะ ที่เขียนไว้อย่างชัดเจนในหมวดที่ ๙ ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานต่อไปครับ ในข้อ ๑๓๖ ที่กำหนดไว้ เขียนบอกว่า การพิจารณาให้ความเห็นชอบนายกรัฐมนตรี ตามมาตรา ๒๗๒ วรรค ๑ ของรัฐธรรมนูญ ให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเสนอชื่อบุคคล ซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ต่อที่ประชุมรัฐสภา เชื่อมโยงกับอะไรรู้ไหมครับท่านประธาน เชื่อมโยงกับ... กับรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๕๙ และ... และบทเฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๗๒ ดังนั้น ผมขออนุญาตกราบเรียน ว่าการดำเนินการดังกล่าวในครั้งนี้ เป็นการเสนอรายชื่อบุคคลซึ่งไม่ใช่ญัตติ ซึ่งหากเป็นญัตติแล้วจะต้องเขียนไว้ในหมวดที่ ๒ ของการประชุมรัฐสภา ขออนุญาตกราบเรียนนะครับ เป็นเหตุผลที่ ๑ นะครับ เหตุผลที่ ๒ นะครับ ที่อยากจะกราบเรียนท่านประธานนะครับ เหตุผลที่ ๒ นะครับ ที่เป็นเหตุผลที่สำคัญนะครับ ก็คือในข้อบังคับของการประชุมรัฐสภา เราอาศัยอำนาจนะครับ ที่ออกข้อบังคับของการประชุมรัฐสภา อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๕๖ (๑๑) และมาตรา ๑๕๗ ของรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย ที่รัฐสภาได้ตราข้อบังคับ ของการประชุมรัฐสภาดังกล่าวไว้ ดังนั้น ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธาน ว่าข้อบังคับดังกล่าว ไม่ได้ไปเกี่ยวข้อง กับมาตรา ๑๕๙ ของรัฐธรรมนูญ และมาตรา ๒๗๒ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยแต่อย่างใด ดังนั้น จึงมีความชัดเจน ว่าการเสนอรายชื่อนายกรัฐมนตรีนั้น ไม่ได้ไปเกี่ยวข้องกับว่า... กับระเบียบวาระ ของการยืนญัตติที่ประชุมแต่อย่างใด แต่เป็นการเสนอชื่อนายกรัฐมนตรี ตามมาตรา ๑๕๙ ประกอบกับมาตรา ๒๗๒ ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ดังนั้น ในเมื่อรัฐธรรมนูญไม่ได้เขียนไว้อย่างไร จะเสนอรายชื่อบุคคลดังกล่าวจำนวนกี่ครั้งก็ได้ แต่มีเงื่อนไขว่าต้องเป็นบุคคลที่อยู่ในข่าย ที่ กกต. หรือกฎหมายรัฐธรรมนูญเขียนรับรองไว้ ผมขออนุญาตอ่านให้ท่านประธานฟัง อย่างชัดเจนนะครับ ใน... ในรัฐธรรมนูญมาตรา ๑๕๙ ให้สภาผู้แทนราษฎร พิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคล ซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี จากบุคคลซึ่งมีคุณสมบัติ และไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๑๖๐ และเป็นผู้ที่มีชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อ พรรคการเมืองแจ้งไว้ ตามมาตรา ๘๘ เฉพาะจากบัญชีรายชื่อของพรรคการเมือง ที่มีสมาชิกสภาผู้... ที่มีสมาชิกได้รับเลือกเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๕ ของจำนวนสมาชิกทั้งหมด เท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร สรุปนะครับท่านประธาน มี ๖ พรรคการเมือง ที่ได้สมาชิกไม่น้อยกว่าร้อยละ ๕ ก็คือจำนวน ๒๕ คน เพราะฉะนั้นนี่ ๖ พรรคการเมือง ๙ ชื่อ ผมดูมาแล้วนะครับ ๖ พรรคการเมือง ๙ ชื่อ จะเสนอชื่อบุคคลดังกล่าว เป็นนายกรัฐมนตรีจำนวนกี่ครั้งก็ได้ จนกว่าจะมีการสรรหานายกรัฐมนตรีได้ ผมเล่าเหตุผลต่อไปอีกนะครับ ทำไมผมถึงพูดอย่างนี้ครับ ท่านมาดูในวรรคที่ ๒ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ในมาตรา ๒๗๒ ต่อเนื่องอีกนะครับ มาตรา ๒๗๒ เขียนไว้บอกว่า ในระหว่าง ๕ ปี นับแต่วันที่รัฐสภาชุดแรกตามรัฐธรรมนูญนี้ การให้ความเห็นชอบบุคคล ซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ให้ดำเนินการตามมาตรา ๑๕๙ เว้นแต่การพิจารณาให้ความเห็นชอบ ตามมาตรา ๑๕๙ วรรค ๑ ให้กระทำในที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา และมติที่เห็นชอบการแต่งตั้งบุคคลใด ให้เป็นนายกรัฐมนตรี ตามมาตรา... ๑๕๙ วรรค ๓ ต้องมีคะแนนเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่ง ของจำนวนสมาชิกทั้งหมด เท่าที่มีอยู่ของทั้ง ๒ สภา สำคัญนะครับ ต่อไปครับ ในระหว่างเวลาวรรค ๑ หากมีกรณีไม่อาจแต่งตั้งนายกรัฐมนตรี จากผู้ที่มีชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อ พรรคการเมืองแจ้งไว้ ตามมาตรา ๘๘ ไม่ว่าด้วยเหตุใด และสมาชิกทั้ง ๒ สภารวมกัน จำนวนไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ ของทั้ง ๒ สภา เข้าชื่อเสนอต่อประธานรัฐสภา ขอให้รัฐสภามติยกเว้น เพื่อไม่ต้องเสนอชื่อนายกรัฐมนตรี จากผู้ที่มีชื่ออยู่ในบัญชีพรรคการเมืองแจ้งไว้ ตามมาตรา ๘๘ ในกรณีเช่นนั้น ให้ประธานรัฐสภาจัดให้มีการประชุมร่วมกัน ของ... รัฐสภาโดยพลัน และในกรณีที่รัฐสภามีมติด้วยเสียง ไม่น้อยกว่า ๒ ใน ๓ ของจำนวนสมาชิกเท่าที่มีอยู่ของทั้ง ๒ สภา ให้ยกเว้นได้ ผมกราบเรียนท่านประธานนะครับ เจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ที่เขียนไว้อย่างนี้ ในวรรค ๒ จะมาสอดคล้องกับข้อบังคับ ของการประชุมรัฐสภา ในข้อ ๑๓๘ ก็คือเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญเขียนไว้บอกว่า กรณีที่อยู่ในบัญชีรายชื่อที่กำหนดไว้แล้ว ที่เป็นนายกรัฐมนตรี โหวตกันตามวรรค ๑ โหวตไม่ได้ ถึงจะต้องไปใช้นอกบัญชีรายชื่อ ถึงบอกว่า... ผมถึงบอกว่า เจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญนี่ เขียนไว้นี่ จะเสนอรายชื่อกี่ครั้งก็ได้ ซ้ำเมื่อไหร่ก็ได้ จนกว่าจะนอกบัญชีรายชื่อที่กำหนดไว้ ท่านมาดูนะครับ ใน... ในข้อบังคับ ๑๓๘ ของที่ประชุมรัฐสภา เขียนไว้อย่างชัดเจนนะครับ ข้อ ๑๓๘ จะไปสอดคล้องกับวรรค ๒ ของ... วรรค ๒ ของมาตรา ๒๗๒ ของรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๓๘ เขียนไว้ บอกว่าในกรณีที่ไม่อาจแต่งตั้งนายกรัฐมนตรี ตามมาตรา ๒๗๒ วรรค ๑ ของรัฐธรรมนูญ ไม่ว่าด้วยเหตุใด และสมาชิกของทั้ง ๒ สภารวมกัน ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ ของทั้ง ๒ สภา เข้าชื่อเสนอ... เข้าชื่อเสนอญัตตินะครับ ต่อประธานรัฐสภา เพื่อขอให้รัฐสภามีมติยกเว้น ไม่เสนอรายชื่อนายกรัฐมนตรี จากผู้ที่มีชื่อ อยู่ในบัญชีรายชื่อพรรคการเมืองแจ้งไว้ ตามมาตรา ๘๘ ของรัฐธรรมนูญ ให้ประธานรัฐสภาบรรจุเข้าระเบียบวาระ การประชุมรัฐสภาเป็นเรื่องด่วน ขออนุญาตเรียนท่านประธานนะครับ เหตุผลนี้ ก็คือถ้าในกรณีที่จะต้องเสนอบุคคล ที่อยู่นอกบัญชีรายชื่อ ข้อบังคับ ๑๓๘ เขียนไว้ชัดเจนครับ บอกว่าต้องทำเป็นญัตติ แต่ในข้อ ๑๓๖ ไม่ได้เขียนไว้ครับ สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญมาตรา ๑๕๙ อย่างชัดเจน เพราะฉะนั้นนี่ ๑๓๖, ๑๓๘ กรณีเสนอนอกบัญชีรายชื่อ ต้องเสนอเป็นญัตติ รัฐธรรมนูญ ทั้งกฎหมายเขียนไว้อย่างชัดเจน คราวนี้นะครับ ผมมาเชื่อมโยง สุดท้ายแล้วนะครับ เหตุผลสุดท้าย ท่านมาดูนะครับ ว่าเมื่อระยะเวลา ๕ ปี หลังจากนี้ผ่านพ้นไป ก็คือหลังจากเดือนพฤษภาคม ปี ๒๕๖๗ วุฒิสภานี่ไม่ได้มีสิทธิ ที่จะมาร่วมโหวตนายกรัฐมนตรีต่อไปแล้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จะเป็นผู้โหวตนายกรัฐมนตรี ท่านย้อนกลับมาดูนะครับ ว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เมื่อมาโหวตรัฐมนตรี จะอาศัยอำนาจเฉพาะ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๕๙ เท่านั้น ดังนั้น ผมอนุญาตเรียนว่า ในรัฐธรรมนูญมาตรา ๑๕๙ เมื่อโหวตดังกล่าว ก็จะไปใช้ระเบียบนะครับ ระเบียบการประชุม ของ... ระเบียบการประชุมนะครับ ขออนุญาตแป๊บหนึ่งนะครับ ระเบียบการ... ระเบียบการประชุม สภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ และแก้ไขเพิ่มเติม ปรับปรุงแทนนะครับ ดังนั้น ขออนุญาตเรียนท่านประธานนะครับ ว่าระเบียบว่า... ว่าด้วยการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เขาเขียนว่า... ว่าอย่างไรรู้ไหมครับ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๒๘ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ สภาผู้แทนราษฎรจึงตราข้อบังคับการประชุม ของสภาผู้แทนราษฎรขึ้นไว้ดังต่อไปนี้นะครับ เพราะฉะนั้นนี่ ผมอ่านมาตรา ๑๒๘ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ให้ท่านประธานฟังชัด ๆ นะครับ จะได้ทราบว่าทำไมถึงเป็นเหตุผลที่สำคัญ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๑๒๘ เขียนไว้อย่างนี้ครับท่านประธานครับ สภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา มีอำนาจตราข้อบังคับการประชุม เกี่ยวกับการเลือกและการปฏิบัติหน้าที่ ของประธานสภา รองประธานสภา เรื่องหรือกิจการอันเป็นหน้าที่ และอำนาจของคณะกรรมาธิการสามัญแต่ละชุด การปฏิบัติหน้าที่ และองค์ประชุมของคณะกรรมาธิการ วิธีการประชุม การเสนอ และพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ และร่างพระราชบัญญัติ การเสนอญัตติ การปรึกษา การอภิปราย การลงมติ การบันทึกการลงมติ การเปิดเผยการลงมติ การตั้งกระทู้ถามต่าง ๆ และการเปิดอภิปรายทั่วไปไม่ไว้วางใจ ผมขออนุญาตเรียนท่านประธานนะครับ จึงได้ออกเป็นระเบียบข้อบังคับ ของการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งระเบียบการประชุม ของสภาผู้แทนราษฎรนะครับ ผมเรียนเป็นหลักสำคัญเลยนะครับ ว่าไม่มีหมวดไหนเลยครับ ที่เกี่ยวกับการเลือกนายกรัฐมนตรี ผมเรียนท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนะครับ ถ้าท่านยังลง... ถ้าทุกท่านเห็นว่า การเสนอนายกรัฐมนตรีในครั้งนี้ เสนอซ้ำไม่ได้นะครับ เมื่อมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในปี... ๖ พฤษภาคม ปี ๒๕๖๗ ซึ่งเป็นอำนาจของสภาผู้แทนราษฎร เต็ม ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ แล้ว ท่านจะเลือกนายกรัฐมนตรีตามมาตราไหนครับ ระเบียบข้อบังคับของท่านไม่มีเลย เขาไม่ได้ให้อำนาจท่านไว้ จุดนี้เป็นสิ่งที่แสดงออกให้เห็นให้ชัดเจน ว่าการเลือกนายกรัฐมนตรี จะต้องเลือกตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๕๙ เท่านั้น ประกอบกับ... รัฐธรรมนูญบทเฉพาะกาล ๒๗๒ ดังนั้น ผมจึงขออนุญาตนำเรียน ว่าการเสนอเลือกนายกรัฐมนตรีดังกล่าว ไม่ใช่ญัตติแต่อย่างใด เพราะว่าจะมีปัญหาในอนาคตข้างหน้า หลังจากที่... ใช้ระเบียบของการประชุม สภาผู้แทนราษฎร ในการเลือกนายกรัฐมนตรี ซึ่งจะเป็นปัญหาติดตามมาในอนาคตข้างหน้า เพราะว่าในปี ๒๕๕๗ วุฒิสภาจะไม่ได้มีส่วนร่วม ในการที่จะเลือกนายกรัฐมนตรีต่อไปแล้ว สุดท้ายครับท่านประธานครับ ท่านประธานจะเห็นว่ารัฐธรรมนูญนี่ ถ้าเกิดว่าเขียนไว้อย่างไร ถ้ารัฐธรรมนูญที่เขียนไว้ให้เสนอเป็นญัตติ ผมเข้าใจว่าคณะที่จัดร่างนี่ ท่านมีความเข้าใจเป็นอย่างดีนะครับ ท่านจะเห็นนะครับ ว่าถ้าท่านจะให้เสนอเป็นญัตติ ที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ เช่น มาตรา ๑๕๑ เขียนไว้ชัดเจนนะครับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จำนวนไม่น้อยกว่า ๑ ใน ๕ ของจำนวนสมาชิกทั้งหมด เท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร มีสิทธิเข้าชื่อเสนอญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไป เพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรี เป็นรายบุคคลหรือทั้งคณณะ เขียนไว้ชัดเจนครับ ในมาตรา ๑๕๑ มาดูมาตรา ๑๕๒ อีกครับ เขียนไว้อย่างชัดเจนครับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จำนวนไม่น้อยกว่า ๑ ใน ๑๐ ของจำนวนสมาชิกทั้งหมด เท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร จะเข้าชื่อเพื่อเสนอญัตติขออภิปราย... ขอเปิดอภิปรายทั่วไป เพื่อซักซ้อมข้อเท็จจริง หรือเสนอแนะปัญหาต่อคณะรัฐมนตรี โดยไม่มีการลงมติครับ ดังนั้น ผมจึงเรียนว่า ถ้ารัฐธรรมนูญเขาเขียนกำหนดไว้ ว่าจะเสนอเป็นญัตติ ผมเข้าใจว่าผู้ร่างในขณะนั้น เข้าใจรัฐธรรมนูญเป็นอย่างดีครับ เขียนไว้อย่างชัดเจนว่าต้องเสนอเป็นญัตติ แต่การเสนอรายชื่อผู้... การเสนอบุคคล สมควรดำรงตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรี ก็คือให้ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๕๙ ซึ่งไม่ใช่การเสนอเป็นญัตติแต่อย่างใด จะสอดคล้องกับข้อบังคับของการประชุมรัฐสภา ในมาตรา... ในข้อ ๑๓๖ และ ๑๓๘ ในการเลือกดังกล่าวนะครับ จึงขออนุญาตกราบเรียนท่านประธาน เพื่อโปรดพิจารณาวินิจฉัยในข้อ ๑๕๑ ว่าในการเสนอนายกรัฐมนตรีในครั้งนี้ ถึงแม้ว่าจะมีการเสนอรายชื่อบุคคลเดิมซ้ำ จะไม่เข้าข้อบังคับในข้อ ๔๑ ของวิธีการประชุมรัฐสภา หรือการยื่นญัตติแต่อย่างใด ขอกราบขอบพระคุณ ท่านประธานรัฐสภาเป็นอย่างยิ่งครับ กราบขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่งครับ (คุณอัครเดช) ท่านประธานครับ ท่านประธานครับ ทางนี้ครับ (คุณอัครเดช) ท่านประธานครับ (ศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร) ครับ (คุณอัครเดช) ทางนี้ครับท่านประธานครับ ท่านประธานครับ ผม นายอัครเดช วงษพิทักษ์โรจน์ สส. พรรครวมไทยสร้างชาติ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตหารือท่านประธาน ด้วยความเคารพท่านฐากรนะครับ คือ ไม่รู้ว่าท่านนี่ ตอนนี้ท่านกำลังใช้สิทธิอะไรในการอภิปราย คือ สส. หรือสมาชิกในฝั่งที่ไม่เห็นด้วยนะครับ ก็คือญัตตินี่มันซ้อนกันนี่ ก็มีความสงสัยครับ ว่าตอนนี้ท่านประธานนี่ จะเดินหน้าการประชุมอย่างไร คือ ถ้าท่านประธานจะให้อภิปราย ทางสมาชิกฝั่งนี้นี่จะได้ไปลงชื่อ แต่เมื่อสักครู่นี่ผมเดินไปที่หน้าบัลลังก์ท่านนะครับ เจ้าหน้าที่ก็เขียนหัวกระดาษด้วยดินสอ ว่ามาตรา ๑๕๑ ผมก็ยืนยันครับ ว่าจะให้พิจารณานะครับ ญัตติของผมก่อน ตามข้อที่ ๓๒ (๑) ทีนี้ท่านปล่อยให้อภิปรายอย่างนี้นี่นะครับ เลยขอความชัดเจนท่านประธาน ว่าท่านให้อภิปรายในญัตติ ๓๒ (๑) ของผม หรือว่าท่านจะอภิปราย ๑๕๑ ซึ่ง ๑๕๑ นี่ ท่านประธานวันนอร์นี่ ท่านเสนอมาทีหลังนะครับ ผมเลยขออนุญาตขอความชัดเจน ถ้าท่านอภิปรายอย่างนี้นะครับ ผมก็จะได้แจ้งทางเพื่อนสมาชิก ที่ต้องการอภิปรายนี่ มาลงชื่อเพื่ออภิปราย แสดงว่าตอนนี้นี่เราอยู่ในขั้นตอนไหนครับ เลยขอความชัดเจนจากท่านประธานครับ จะได้แจ้งทางสมาชิกถูกครับ (คุณวิโรจน์) ท่านประธานครับ ขอประท้วงท่านผู้กำลังอภิปรายครับ (ศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร) ขอชี้แจง สักนิดเดียวนะครับ ก็ให้อภิปรายตามข้อ ๑๕๑ นะครับ คราวนี้ที่ท่านฐากรอภิปรายมานี่ ก็เป็นรวมนะครับ ไม่ได้เฉพาะนั่น ก็... ก็อาจจะมากไป แต่ว่าก็ทำให้มันเข้าใจกันง่ายขึ้นนะครับ ในบางสิ่งบางอย่างที่ท่านชี้แจงไว้ ผมถึงไม่ได้ไปหยุดของท่านนะครับ ท่านชี้แจงระหว่างความแตกต่าง ระหว่างที่บันทึกไว้ ที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ กับที่บัญญัติไว้ในข้อบังคับนะครับ ท่านวิโรจน์ครับ จะประท้วงอะไรครับ เพราะว่ามี... (คุณวิโรจน์) ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขอนุญาตประท้วงนะครับ ท่านอัครเดชครับ ตามข้อบังคับข้อที่ ๔๕ นะครับ คือ อภิปรายวนเวียนซ้ำซากนะครับ ตอนนี้มาถึงขั้นตอนการอภิปรายนะครับ ในเรื่องของมาตรา ๑๕๑ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว คือ อย่างนี้ครับ ญัตติของท่านอัครเดชมันไปไม่ได้เลย ถ้าเรายังไม่มีข้อสรุปว่าข้อพิจารณานี่ ที่เสนอบุคคลนี่ ให้รัฐสภาเห็นชอบ แต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีนี่นะครับ เป็นญัตติหรือไม่ ถ้าเป็นญัตติ ก็เข้าข้อบังคับข้อที่ ๔๑ ถ้าไม่ใช่นะครับ ก็เข้าข้อบังคับข้อที่ ๑๓๖ แล้วตอนนี้นะครับ ทางท่านฐากรนะครับ ก็กำลังอภิปรายว่ามันไม่เข้าข้อ ๔๑ ซึ่งทางท่านอัครเดช ก็มีสิทธิที่จะอภิปรายว่ามันเข้าข้อที่ ๔๑ ผมว่าการประชุมกำลังเดินมาสวยแล้วครับ ไม่อยากให้มีการวนเวียนซ้ำซาก และถ้าเกิดท่านยังวนกลับเข้ามาอีกล่ะครับ วันนี้มันก็ไม่ไปไหนสักทีครับท่านประธานครับ ดำเนินการต่อครับท่านประธานครับ ให้กำลังใจท่านประธานครับ (คุณอัครเดช) ท่านประธานครับ ผม อัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ขออนุญาตใช้สิทธิพาดพิงครับ ท่านประธานครับ ผมหารือท่านประธานนี่นะครับ เพื่อความชัดเจน เพราะว่า สส. นะครับ อีกหลายพรรคนะครับ ขอความชัดเจน ว่าตอนนี้นี่ ในที่ประชุมนี่ กำลังดำเนินการถึงขั้นตอนไหน ท่านวิโรจน์ครับ โดยปกติถ้ามีความชัดเจนในการอภิปรายนี่ หน้าบัลลังก์ของท่านประธานนี่ เจ้าหน้าที่จะต้องพิมพ์ด้วยหมึกเลยนะครับ ว่าประเด็นที่กำลังพิจารณา อภิปรายนี่ประเด็นอะไร แต่เจ้าหน้าที่เมื่อสักครู่ที่ผมไปที่หน้าบัลลังก์ ยังเขียนด้วยดินสออยู่เลยครับ จริงไหมครับ ท่านยังเขียนด้วยดินสอ แม้กระทั่งเจ้าหน้าที่ครับ ท่านประธานนิดหนึ่งครับ เดี๋ยวผมจะเสียหายครับ ว่าท่านวิโรจน์นี่หาว่าผมนี่วกเวียนซ้ำซาก (ศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร) ครับ... ครับ ขออนุญาตจริง ๆ (คุณอัครเดช) ท่าน... ท่านประธานครับ นิดเดียวครับ วันนี้นี่ แม้กระทั่งเจ้าหน้าที่หน้าบัลลังก์นี่ ยังไม่รู้เลยครับ ว่าตอนนี้อภิปรายญัตติอะไรอยู่นะครับ ยังเขียนด้วยดินสออยู่เลยครับ ผมเลยขอความชัดเจนท่านประธานแค่นั้นเองครับ เพราะอะไรครับ เพราะว่าเพื่อน สส. นี่ จะได้ไปลงชื่อในการอภิปราย (คุณณัฐวุฒิ) ท่านประธาน ผมประท้วงผู้อภิปรายครับ (ศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร) ผมได้เตือนเขาแล้ว แต่ว่าหยุดดีกว่า เพื่อจะได้... (คุณณัฐวุฒิ) หยุดนะครับ ต้องให้ความเป็นธรรมกับเจ้าหน้าที่นะครับ เขาพิมพ์หมึกครับ อยู่ในมือผมนี่ครับ คุณอัครเดชเดินไปตอนเวลากี่นาฬิกาครับ (ศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร) ผมอยากจะเรียนนะครับ (คุณณัฐวุฒิ) ก็ข้อ ๑๕๑ ก็ถูกต้องแล้วนี่ครับ ตกลงท่านประธานวินิจฉัยชัดแล้วใช่ไหมครับ ไม่ฉะนั้น ผมจะประท้วงนะครับท่านประธาน (คุณอัครเดช) ท่านประธานครับ เดี๋ยวจะหาว่าผมโกหก (ศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร) พอแล้วนะครับ เชื่อผมเถอะนะครับ นะครับ ผมฟังเมื่อกี้นี้ อย่างของท่านฐากรนี่ ผมตั้งใจฟังเลยนะครับ นะฮะ ดังนั้น ท่านอื่น ๆ ที่จะอภิปรายต่อมา ก็ขอให้อยู่ในประเด็นนะครับ ลงชื่อก็ลงสิทำไมไม่ลงนะครับ ผมสั่งแล้วนี่นะครับ ก็ผมก็บอกแล้วว่าให้เข้าชื่อไว้นะครับ และก็ผมก็พิจารณาเรียงตามลำดับ ของแต่ละประเภทนะครับ ขอบคุณนะครับ ท่าน... (คุณอัครเดช) ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตได้ฟัง จากปากท่านประธานนิดเดียวครับ นิดเดียวครับท่านประธาน ด้วยความเคารพนะครับท่านประธาน คือ ตอนนี้นี่ท่านประธานนะครับ กำลังดำเนินการอภิปรายนะครับ ญัตติไหนอยู่ครับท่านประธานครับ เพราะว่าผมนี่ประท้วงท่านประธานครับ (ศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร) ข้อ ๑๕๑ ครับ เพราะว่าติดค้าง มาจากที่ท่านประธานรัฐสภาได้กำหนดไว้ เมื่อกี้ผมฟังชี้แจงแล้ว (คุณอัครเดช) ไม่ครับ ด้วยความเคารพท่านประธาน ผมจะได้แจ้งทางสมาชิกมาลงชื่ออภิปรายครับ ไม่อย่างนั้นนี่ตอนนี้นี่มันไม่มีความชัดเจนเลยครับ แล้วผมเรียนท่านประธานอีกนิดเดียวครับ ตอนที่ผมไปสักครู่นี้นะท่านณัฐวุฒิครับ เป็นดินสอจริง ๆ นะครับ เจ้าหน้าที่ก็ลงดินสอนะครับ (คุณอัครเดช) เดี๋ยวจะหาว่าผมนี่ (คุณณัฐวุฒิ) ท่านประธานครับ (คุณณัฐวุฒิ) ในมือผมเป็นหมึกจริง ๆ ครับ (ศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร) พอแล้วครับ พอแล้ว (คุณณัฐวุฒิ) ถ้าดินสอก็ต้องเป็น ๒B ครับ ไม่อย่างนั้นคิดคะแนนไม่ได้ครับท่านประธานครับ (ศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร) พอแล้วครับ นะครับ หรือว่าท่านพูด... ครึกครื้นกันบ้างก็ไม่รู้นะ พอแล้วไม่เอานะครับ เป็นไป... อย่างที่ว่านะครับ เอาอยู่ในสิ่งที่อภิปรายนะครับ ต่อไปเป็นท่านณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ นะครับ แล้วก็มาท่านเสรี สุวรรณภานนท์ นะครับ จากนั้นไปท่านกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ นะครับ เชิญท่านณัฐพงษ์เลยนะครับ เอาตรงไปตรงมาตรงประเด็นนะครับ เดี๋ยวข้อ ๑๕๑ เห็นด้วย ไม่เห็นด้วยอย่างไร ก็ว่ากันไปเลยนะครับ (คุณณัฐพงษ์) ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ผมนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้แทนราษฎรพรรคก้าวไกลสมาชิกรัฐสภาครับ ฝ่ายโสตฯ ถ้าพร้อมแล้วนำสไลด์ขึ้นได้เลยนะครับ ท่านประธานครับ ก่อนที่จะเริ่มการอภิปราย เพื่อให้ความเห็นว่าผมเห็นด้วย หรือไม่เห็นด้วย กับการพิจารณาญัตติตามข้อบังคับข้อที่ ๑๕๑ อยากจะขอถามคำถามย้ำ ในที่ประชุมอีกครั้งนะครับ ว่าคำถามในญัตตินี้ ก็คือการถามว่า การเสนอชื่อนายกฯ ที่เรากำลังจะพิจารณาในวันนี้นั้น เป็นไป... เป็นญัตติตามข้อบังคับข้อที่ ๔๑ ของการประชุมร่วมกัน ของรัฐสภาใช่หรือไม่นะครับ ถ้าคำถามของญัตติเป็นไปตามนี้นะครับ ผมจะขออภิปรายว่าผมและพรรคก้าวไกล รวมถึง ๘ พรรคร่วมนะครับ เราไม่เห็นด้วย ด้วยเหตุผลดังประการดังต่อไปนี้นะครับ ผมเข้าใจว่าสมาชิกรัฐสภาหลาย ๆ ท่าน ได้นำเสนอไปตอนเมื่อเช้าแล้วนะครับ ซึ่งผมจะขอจำแนกออกเป็นสัก ๒-๓ กลุ่มนะครับ แต่วันนี้ผมจะขออภิปรายนะครับ เหตุผลในกลุ่มสุดท้าย คือ กลุ่มที่ ๓ นะครับ ว่าทำไมผมถึงไม่เห็นด้วย ว่าการเสนอชื่อนายกฯ นั้น เป็นไปตามข้อบังคับข้อที่ ๑๑ ของการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ข้อแรกครับท่านประธานครับ สมาชิกหลายท่านนะครับ ได้อภิปรายไปแล้วว่าการเลือกนายกฯ นั้น จริง ๆ ไม่ใช่ญัตติทั่วไปนะครับ อาจจะเป็นเพราะว่า ศักดิ์ของรัฐธรรมนูญนั้นสูงกว่า เราถือว่ากระบวนการการเลือกนายกฯ นั้น เป็นกระบวนการเฉพาะ ที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญครับ สมาชิกที่ได้อภิปรายสนับสนุนในกลุ่มนี้ครับ ก็มีการให้เหตุหลายอย่างครับท่านประธาน อย่างแรกอย่างเช่น การบอกว่าการเสนอ... ท่านอาจจะบอกว่าเป็นญัตตินี่ การเสนอชื่อนายกฯ นั้น เสนอโดยผู้รับรองที่มาจากเฉพาะ สส. เพราะฉะนั้นนี่ มันไม่น่าเป็นญัตติในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา รวมถึงเหตุผลอื่น ๆ ที่ผมอาจจะละไว้นะครับ เปิดโอกาสให้เพื่อนสมาชิกหลายท่าน ได้อภิปรายเหตุผลสนับสนุนประกอบ กลุ่มที่ ๒ ครับ ก็คือการตีความตามเจตนารมณ์ ของรัฐธรรมนูญครับ ไม่ว่าจะเป็นตามมาตรา ๑๕๙ หรือมาตรา ๒๗๒ ไม่มีคำว่า "ญัตติ" แต่อย่างใดนะครับท่านประธาน ในกรณีอย่างนี้ เราควรจะตีความตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรม ว่าไม่อยากจะสร้างทางตัน ทางการเมืองหรือเปล่า ยกตัวอย่างอย่างเช่น ถ้ามีการเสนอชื่อแคนดิเดตนายกฯ ขึ้นมา ๓ ชื่อ แล้วทั้ง ๓ ชื่อนั้นไม่ได้รับเสียงเกินกึ่งหนึ่ง ของสมาชิกเท่าที่มีอยู่ในรัฐสภาเลย ถึงตอนนั้นเราก็น่าจะต้องเอาลำดับ ๑ และลำดับที่ ๒ มาโหวตซ้ำใช่หรือไม่ครับ ถ้าเกิดกรณีแบบนี้แล้วเราจะตีความ ว่านายกฯ ที่ถูกเสนอชื่อไปแล้ว ไม่สามารถถูกเสนอซ้ำเข้ามาได้อีก จะเกิด Deadlock หรือเหตุทางตันทางการเมืองทันที ข้อสุดท้ายครับ ก็คือการตีความ ตามบทบัญญัติทางกฎหมายนะครับ เป็นเหตุผลที่ผมจะลงลึกในวันนี้ ก็คือการที่บอกว่าถ้ารัฐธรรมนูญมีเจตจำนง มีเจตนารมณ์ที่จะไม่ให้เสนอซ้ำ จะต้องมีการบัญญัติไว้เป็นลายลักษณ์อักษร โดยการนำเสนอกรณีเทียบเคียง เป็นบรรทัดฐานดังต่อไปนี้ครับท่านประธานครับ ขอสไลด์หน้าถัดไปนะครับ กรณีเทียบเคียงที่ผมจะนำเสนอ ก็คือในกรณีของการเสนอชื่อผู้ตรวจการแผ่นดิน ในสมัยสภานิติบัญญัติแห่งชาติในปี ๒๕๕๙ ครับ นั่นก็คือในวันที่ ๒ มิถุนายน ๒๕๕๙ นั้น ขออนุญาตเอ่ยนามนะครับ มีการเสนอชื่อคุณหมอเรวัตนะครับ ให้ สนช. นี่ พิจารณาว่าเหมาะสมที่จะดำรงตำแหน่ง เป็นผู้ตรวจการแผ่นดินหรือเปล่า ซึ่งในวันนั้นนะครับ ก็ไม่ได้มีมติออกมาเป็นเสียงข้างมาก ทำให้ต้องส่งกลับนะครับ ไปให้กรรมการสรรหาพิจารณาส่งชื่อเข้ามาใหม่ (ศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร) ขออนุญาตนิดนะครับ ท่านพูดถึงบุคคลภายนอก ไม่ทราบว่าจะมีเรื่องเสียหายหรือเปล่า (คุณณัฐพงษ์) ไม่มีครับท่านประธานครับ ผมขอยืนยันว่าไม่มีกรณีเสียหายแน่นอนครับ เป็นข้อเท็จจริง ตามหน้าข่าวที่ปรากฏไว้ในประวัติศาสตร์ครับ (ศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร) อย่างนั้นเชิญต่อครับ (คุณณัฐพงษ์) ขอบคุณครับท่านประธานครับ ต่อมาในวันที่ ๗ กรกฎาคม ครับ ได้มีการเสนอชื่อคุณหมอเรวัต เข้ามาสู่กระบวนการการพิจารณาซ้ำ ในสภานิติบัญญัติแห่งชาตินะครับ ตามที่หน้าข่าวที่ผมได้แปะไว้นะครับ ทีนี้เราไปดูกันต่อครับ ว่าตอนนั้น สนช. ได้อาศัยบทบัญญัติใดในรัฐธรรมนูญ อาศัยอำนาจใดในการกระทำแบบนี้นะครับ ขอสไลด์หน้าถัดไปครับ ในปี ๕๙ ครับ อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญปี ๕๗ ซึ่งมีประกาศ จากคณะรักษาความสงบแห่งชาตินะครับ ในการออกมาบอกว่าในการดำเนิน การสรรหาองค์กรอิสระต่าง ๆ นะครับ ผมไม่ขออ่านทั้งหมดนะครับ ให้ดำเนินการตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทยในปี ๒๕๕๐ ครับ ทีนี้เราตามไปดูกันต่อครับท่านประธาน ว่าบทบัญญัติในปี ๕๐ นั้นระบุว่าอย่างไร ขอสไลด์หน้าถัดไปนะครับ ในรัฐธรรมนูญปี ๒๕๕๐ นะครับ มีการระบุเอาไว้ว่า... กระบวนการดำเนินการสรรหานั้นนะครับ ให้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการสรรหาก่อนนะครับ กรณีนี้ ก็คือกรณีที่สรรหาผู้ตรวจการแผ่นดิน ในกรณีดังกล่าวนะครับ ซึ่งประกอบไปด้วยประธานศาลฎีกา ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประธานศาลปกครองสูงสุด ประธานสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งในขณะนั้น ก็คือประธาน สนช. นะครับ มาเป็นคณะกรรมการสรรหานะครับ ขอสไลด์หน้าถัดไปครับ เมื่อสรรหาเสร็จแล้วนะครับ ตามอนุฯ ๒ ที่ผมได้ไฮไลต์ไว้ในสไลด์หน้านี้ จะต้องมีการเสนอต่อสมาชิกวุฒิสภานะครับ ซึ่งขนาดนั้น ก็คือ สนช. ทำหน้าที่แทน ในการให้ความเห็นชอบนะครับ ขอสไลด์หน้าถัดไปครับ ซึ่งจากบันทึกการประชุมของ สชน. ในวันที่ ๒ มิถุนายนปี ๒๕๕๙ ตามที่ผมได้แสดงหน้าข่าวไปแล้วนะครับ อันนี้คือบันทึกการลงมตินะครับ ผลการลงมติในวันนั้น ก็คือบอกว่า ไม่ได้รับความเห็นชอบด้วยคะแนนเสียงข้างมาก แปลว่า ไม่ได้รับความเห็นชอบ จากสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ขอสไลด์หน้าถัดไปครับ ดังนั้น ตามกระบวนการ ในบทบัญญัติรัฐธรรมนูญปี ๕๐ ก็คือต้องส่งกลับไปให้คณะกรรมการสรรหานะครับ ดำเนินการสรรหาขึ้นมาใหม่ ซึ่งตามหน้าข่าวในวันที่ ๗ กรกฎาคม ครับ มีการให้ความเห็นออกมาว่า ๔ บรรทัดสุดท้าย ที่ผมได้ขีดเส้นใต้ไว้นะครับ ในการเสนอชื่อคุณหมดเรวัตกลับขึ้นมาอีกครั้งนั้น ถือว่าเป็นความรับผิดชอบ ของคณะกรรมการสรรหา ที่มาจากการประชุมกัน ของประมุขศาลต่าง ๆ นะครับ ผมย้ำคำว่า "ประมุขศาลต่าง ๆ" นะครับ ล้วนแต่เป็นผู้ทรงคุณวุฒิทั้งสิ้นนะครับ คนที่เชื่อว่าการตัดสินใจ ที่จะเสนอชื่อกลับเข้ามาหรือไม่นั้นนะครับ ก็ล้วนเป็นการตัดสินใจของคณะกรรมการสรรหา ซึ่งเป็นผู้ทรงคุณวุฒิ ถือเป็นสิทธิขาดครับ เพราะไม่ได้มีข้อห้ามไว้ ขีดเส้นใต้ ๒ ครั้งนะครับ ประโยคสุดท้าย เพราะไม่ได้มีข้อห้ามไว้ นี่จึงเป็นที่มา ที่ผมลุกขึ้นมาอภิปรายเหตุผลประกอบครับ ว่าการเสนอชื่อนายกฯ นั้น ก็ไม่ได้มีข้อห้ามไว้เช่นเดียวกันครับ ว่าเสนอชื่อซ้ำไม่ได้ ขอสไลด์หน้าถัดไปนะครับ ไปอีก ๒ หน้าได้เลยนะครับ ทีนี้นะครับท่านประธาน ถ้าจะมีกรณีเทียบเคียงเพิ่มเติม ก็คืออย่างในกรณีรัฐธรรมนูญปี ๖๐ นี่นะครับ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ เพื่อสรรหาองค์กรอิสระต่าง ๆ นะครับ เพื่อแก้ไขปัญหาที่เคยเกิดขึ้นในปี ๕๙ ก็คือมีการเสนอซ้ำนี่ จึงได้มีบทบัญญัติไว้ชัดเจนครับ ว่า... ไม่ให้เสนอซ้ำนี่ จะต้องเขียนไว้ว่าไม่ให้เสนอซ้ำครับ อย่างกรณีของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดินปี ๖๐ ครับ มาตรา ๑๓ วรรค ๒