ฝั่งนี้ไว้ ใต้ทางด่วนเห็นไหมครับ แต่มันจะพัฒนาและทำโครงการขึ้นมาไม่ได้ เพราะมันไม่มีทางครับ ทางที่จะออกไป ก็คือออกไปทางพระโขนงนี่ ถนนกว้างไม่ถึง ๔ เมตร เขาทำอย่างไรล่ะครับ เพื่อจะพัฒนาที่ฝั่งนี้ ที่เป็นที่ตาบอดที่ซื้อมาในราคาถูกนี่ เห็นไหมครับ มันมีสะพานข้ามคลองพระโขนงครับ เขาให้ไปจ้างบริษัททำ EIA ศึกษาหมด และก็ขออนุญาตสร้างสะพานข้ามคลองพระโขนง ภาพต่อไปครับ จะชัดเจนเห็นไหมครับ สะพานข้ามคลองพระโขนงตรงกลางครับ คลองพระโขนงนี่ เป็นทางน้ำเป็นทางเดินเรือเป็นที่สาธารณะ เขาขออนุญาตสร้างสะพานข้ามคลองมาฝั่งนี้ จึงได้ถนนกว้าง ๑๒ เมตร พอที่จะสามารถอนุญาตขึ้นโครงการ The Base West, The Base East โครงการ Garden Square Hasu HAUS แล้วก็ยังมีโครงการ Habito ซึ่งมันเป็น Mini Mall และมีโรงเรียนนานาชาติอยู่ฝั่งนี้อีกนะครับ รวมแล้ว ๓๓,๒๐๐ ยูนิต ท่านประธานครับ ถ้าไม่มีสะพานข้ามคลองพระโขนงนี้ เขาทำพัฒนาโครงการฝั่งนี้ไม่ได้เห็นไหมครับ เขาทำอย่างไรครับ เขาก็ไปทำ EIA และขออนุญาตสร้างสะพาน โดยนำที่ดิน ๖ แปลง ภาพต่อไปเห็นไหมครับ ๖ แปลง ก็คือที่ดินของบริษัทแสนสิริ ที่ดินของบริษัทในเครือ ที่ดินที่เขาได้สิทธิภาระจำยอมมา บอกว่า ๖... ๘ รวมแล้ว ๘ แปลงครับ เป็น ๘ แปลง ว่าถ้าเขาได้สร้างโครงการนี้ เขาจะสร้างสะพานข้ามคลองพระโขนง และเขาจะเอาที่ดิน ๘ แปลงนี้มาเป็นทาง ให้บุคคลยินยอมให้บุคคลทั่วไป สามารถเข้าใช้ประโยชน์ และถนนภาระจำยอมครับท่านประธาน นี่คือ EIA ที่จะขออนุญาต แล้วทุกคนก็ต้องทำหนังสือยินยอมหมดครับ ว่ายกให้เป็นประโยชน์สาธารณะ และให้ประชาชนทั่วไปใช้เป็นทางร่วมด้วยได้ ซึ่งเป็นภาพเปิดไปเรื่อย ๆ นะครับ ภาคผนวก ๑ ภาคผนวก ๒ นี่ครับ เป็นหนังสือที่เจ้าของที่ดินจะต้องลงบันทึก ยืนยันกับทางกรุงเทพมหานคร จึงจะขออนุญาตสร้างอันนี้ได้ครับ ต่อไปเลยครับ ภาพรวม มาจนถึงแบบสะพานที่จะขออนุญาตนะครับ ผมผ่านไปเรื่อย ๆ นะครับ แบบสะพานเห็นไหมครับ ฝั่งพระโขนง ฝั่งอ่อนนุช นี่คือแบบขออนุญาตสร้างสะพานครับ สะพานนี้ข้ามคลองพระโขนงนะครับ ซึ่งไม่ใช่ทางไม่ใช่สมบัติส่วนตัว ไม่ใช่ที่ดินส่วนตัวของบริษัทแสนสิริแน่นอน หนังสือขออนุญาตก่อสร้างครับ หน้าต่อไปครับท่านประธานครับ ใบอนุญาตก่อสร้างดัดแปลงและรื้อถอน เลขที่นี้ออกเมื่อวันที่ ๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๕ เห็นไหมครับ ในหนังสืออนุญาตข้อ ๔ ผู้ได้รับอนุญาตต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขดังต่อไปนี้ เห็นไหมครับ ที่สำคัญ คือต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขแนบท้าย ๑๖ ข้อก่อนที่ กทม. เขาจะอนุญาต รายละเอียด ๑๖ ข้อนี่ ผมเอามาให้ดูเฉพาะข้อสำคัญนี่เห็นไหมครับ ข้อที่ ๓ ผู้ได้รับอนุญาตต้องยินยอมยกสะพาน ที่ก่อสร้างให้เป็นที่สาธารณประโยชน์ และมีหน้าที่บำรุงรักษาสะพานดังกล่าว ให้มีความมั่นคงแข็งแรง และสามารถใช้งานได้สะดวก ข้อ ๑๐ ครับ ผู้ได้รับอนุญาตต้องยินยอมให้ประชาชนใช้สะพาน ที่ได้รับอนุญาตให้ก่อสร้างเป็นสะพานสาธารณะ ไม่ใช่มาตั้งชื่อสะพานแสนสำราญเป็นสมบัติส่วนตัว ซึ่งหากกรุงเทพมหานครจำเป็นจะต้องใช้สถานที่ หรือแจ้งให้รื้อถอนสะพานดังกล่าวเมื่อใด ผู้รับอนุญาตต้องยินยอมจะแก้ไข หรือรื้อถอนสะพานดังกล่าวภายใน ๓๐ วัน นับแต่วันรับหนังสือแจ้งให้ดำเนินการ โดยไม่เรียกร้องค่าเสียหาย หรือค่าทดแทนใด ๆ ทั้งสิ้นเห็นไหมครับ นี่คือเงื่อนไขและข้อสำคัญข้อที่ ๑๕ ครับ ผู้ได้รับอนุญาตต้องเปิดโอกาส ให้เจ้าของที่ดินที่ได้รับผลกระทบนะครับ จากการก่อสร้างสะพาน สามารถเชื่อมต่อและใช้สะพานที่ได้รับอนุญาต เพื่อใช้เป็นทางเข้าออกสู่ทางสาธารณะได้ ประชาชนที่อยู่รอบบริเวณนั้น ที่จะสามารถเชื่อมทางเข้ามาใช้ กับทางสาธารณะนี้ได้ด้วย มันชัดเจนไหมครับ ว่าถ้าหาก กทม. ไม่มีเงื่อนไขนี้ แล้ว กทม. ไปอนุญาตให้บริษัทแสนสิริ สร้างสะพานข้ามคลองพระโขนงนี่ ตั้งแต่ผู้ว่าฯ ปลัดก็ติดคุกกันระนาวแล้วครับ อนุญาตไม่ได้เพราะมัน ขัดต่อระเบียบกรุงเทพมหานคร พ.ศ. ๒๕๔๙ ขัดต่อกฎหมาย เพราะฉะนั้น บริษัทแสนสิรินี่ ขออนุญาตเรื่องนี้ และก็นำที่ดินภาระจำยอมทั้งหมดนี่ล่ะครับ มายินยอมให้บุคคลทั่วไปใช้ ซึ่งสอดคล้องกับข้อ ๑๔ ของระเบียบกรุงเทพมหานครทุกประการ เขาจึงได้รับอนุญาตให้ก่อสร้าง บริษัทที่ร่วมกับเขาบริษัทลูกของเขา ต้องทำหนังสือยินยอมหมดครับ ในหน้าต่อไปเห็นไหมครับ ต้องยินยอมหมด บริษัท เมจิก บริษัท พระโขนง-อ่อนนุช นี่บริษัทในเครือเขาทั้งนั้นนะครับ นี่คือระเบียบกรุงเทพมหานคร พ.ศ. ๒๕๔๙ ภาพต่อไปเลยครับผม ไปเร็ว ก็จะเป็นภาพโฉนดที่ดินนะครับ ภาพต่อไปนะครับ ที่เขาเอามายื่นประกอบขออนุญาต ผมไม่ได้มากล่าวหาท่านแบบพล่อย ๆ หรือว่าไม่มีหลักฐาน ทุกอย่างมันมีข้อเท็จจริง มีเอกสาร มีประจักษ์พยานนะครับ โฉนดที่ดินนี่เป็นชื่อบริษัทแสนสิริทั้งนั้น ท่านประธานครับ เวลารู้สึกมันจะเร็วไปนะครับ ก็... อันนี้ก็โอเค ผมข้ามไปเลยครับ เห็นไหมครับ ได้รับอนุญาตสร้างสะพานเสร็จ ท่านดูสิครับ แล้วมาตั้งด่านเก็บเงินนี่ ทำแข็งแรงเลยใหญ่โตเลยเห็นไหมครับ มีป้อมยาม มีด่านไม้กันขึ้นลง นี่ทางขึ้นลงด้านอ่อนนุชขึ้นสะพานไปลงฝั่งนู้น ก็มีป้อมยามแบบเดียวกันนี้รอเก็บเงินประชาชน มอเตอร์ไซค์ ๑๐ บาท รถเก๋ง ๒๐ บาท วันหนึ่งรถผ่านขึ้นผ่านลงเป็นหมื่น ๆ เที่ยว ท่านลองคิดดูสิครับ ว่าเป็นเงินเท่าไหร่ แล้วก็มีการตรวจสอบของสื่อมวลชน ของพี่น้องประชาชนที่ตั้งชื่อสะพาน ว่าเป็นสะพานแสนรำคาญแล้ว เพราะว่าทำให้เขาเดือดร้อน แทนที่เขาจะได้ใช้ทางสาธารณะ กลายเป็นต้องมาใช้เสียเงินให้บริษัทแสนสิริ ผมเป็นคนเขียนโครง... เขียนบทความนี้คนแรกตั้งแต่ปี ๒๕๖๑ เพราะผมเห็นสะพานตรงนี้ครั้งแรก คือปี ๒๕๖๑ เดือนธันวาคมครับ ผมก็เลยเขียนบทความลงฐานเศรษฐกิจ ในคอลัมน์ข้าพระบาท ทาสประชาชน เตือนเขาว่า กทม. ไปยกที่สมบัติสาธารณะนี่ ให้เอกชนมาหาประโยชน์ได้อย่างไร และก็บอกควรไปทำเสียให้ถูกต้อง และก็เสนอทางออกด้วย ให้ยกที่อันนี้ให้เป็นที่สาธารณะ ตามระเบียบกรุงเทพมหานคร และมันก็เคยมีตัวอย่างคำพิพากษาศาล... ศาลปกครองตัดสินไว้แล้ว ผมผ่านไปเลยครับ นี่มีคำพิพากษาผมเขียนเตือนไว้หมดแล้ว ตั้งแต่ธันวาคม-มกราคมนะครับ นี่รูปแบบสะพานชัดเจนนะครับ คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดผมก็ชี้ให้ดู จนกระทั่งมาถึงปัจจุบันนี้นะครับ กว่าเขา... เขาเก็บเงินมานี่มัน ๘ ปี ๙ ปีแล้วนะครับ เขายังไม่เลิกครับ จนกระทั่งนายศรีสุวรรณ มาเอาข้อมูลจากที่ผมเขียนไปนี่ครับ ไปยื่นกระทุ้งกับผู้ว่าฯ กทม. ปลัด กทม. จึงมีคำสั่งเมื่อนี่เองครับ วันที่ ๓๐ มีนาคม นี่ครับ ให้... ให้บริษัทแสนสิริ เปิดทางให้ประชาชนใช้เป็นทางสาธารณะ ห้ามเก็บเงินประชาชน หากไปเก็บเงินประชาชนก็จะถูกดำเนินคดีอาญา ปลัด กทม. ก็ออกคำสั่ง แต่ท่านครับ ผมแปลกใจมาก บริษัทแสนสิริแทนที่จะรู้ว่านี่มันไม่ถูกต้อง ไม่ถูกกฎหมายมันผิดจริยธรรม กลับมาชี้แจงแบบดื้อด้าน ผมจึงตั้งชื่อสะพานนี้ว่าดื้อด้าน ผมไม่อยากใช้คำว่า "หน้าด้าน" เดี๋ยวจะไม่เหมาะสม ว่าเรียกเก็บเงินนี่ สะพานนี้ตัวเองไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ไม่เกี่ยวข้องได้อย่างไรล่ะครับ ขออนุญาตสร้าง ขออนุญาตสร้างสะพานในนามบริษัทตัวเองทั้งนั้น ด้วยเหตุนี้ครับ ผมจึงกราบเรียนท่านประธานและท่านสมาชิก ว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ผมเห็นว่าเป็นเรื่อง ประพฤติ... ผิดจริยธรรมอย่างร้ายแรง และไม่ซื่อสัตย์กับประชาชน ไม่ซื่อสัตย์กับแผ่นดินนะครับ ได้ประโยชน์สาธารณะแล้ว ยังมาเบียดบังสร้างความเดือดร้อนให้ประชาชน ผมจึงอยากจะฝากเตือน ไปถึงพรรคที่เสนอชื่อคุณเศรษฐา ว่าคุณช่วยตอบและยืนยันเรื่องนี้ได้ไหม ว่าจะไม่มีพฤติกรรมอย่างนี้ จะเลิกและจะปฏิบัติตามกฎหมาย ถ้าคุณยืนยันว่าคุณจะไม่ทำสิ่งเหล่านี้อีกต่อไป และถ้าท่านได้มาเป็นนายกฯ แล้วนี่ ท่านจะไม่เอาอำนาจ ความเป็นตำแหน่งนายกฯ ของท่าน ไปเบียดบังเอาสมบัติสาธารณะของแผ่นดิน ไปหากินเป็นผลประโยชน์ของตัวเองและพวกพ้อง ผมจะยินดีโหวตให้ครับ แล้วถ้าท่านไม่... ไม่ทำตามที่ผมแนะนำนี่นะครับ ท่านไปดูคำพิพากษาคดีคุณกนกวรรณสิครับ ศาลฎีกาตัดสินไปแล้วครับ นะครับ ว่าครอบครองที่สาธารณะเป็นอย่างไรครับ ต้องถูกหยุดปฏิบัติหน้าที่และก็ถูกเพิกถอน สิทธิทางการเมืองไปตลอดชีวิตนะครับ คุณปารีณาก็โดนไปแล้ว เพราะฉะนั้น ด้วยเหตุนี้ที่ผมพูดมานี่ ก็โดยย่อโดยรวบรัด เพื่อจะชี้ให้เห็นว่า ท่านประธานครับ ผมจำเป็นต้องตรวจสอบ และจำเป็นต้องพิจารณา ว่าบุคคลผู้นี้สมควรได้เป็นนายกรัฐมนตรีหรือไม่ และผมจะพิจารณาดูว่าท่านจะตอบอย่างไร และท่านควรจะหยุดและเลิกเสียครับ สภาพปัจจุบันนี่ของตรงนี้นะครับ ท่านไม่เก็บเงินครับ แต่ท่านยังไม่รื้อแบริเออร์ออกไปนะครับ ยังไม่ได้รื้อทางที่ท่านทำประตูทำซุ้ม อะไรต่าง ๆ นี้ออกไปจากทางสาธารณะ เพราะฉะนั้น ผมจึงอยากให้ท่านนี่ ไปทำเสียให้ถูกต้องครับ ไปทำเสียให้ถูกต้องตามกฎหมาย และก็ผมคิดว่าสมาชิกรัฐสภา คงไม่ได้อยากจะเห็นผู้นำประเทศ เป็นคนที่มีความคิดเช่นนี้ วันก่อนท่านเป็นนักธุรกิจ ท่านทำมาหากินอย่างไรผมไม่ว่าครับ แต่ถ้าท่านจะมาเป็นนายกฯ ในวันนี้แล้วนี่ กรุณาอย่าทำพฤติกรรมแบบนี้ต่อไปอีก ขอบคุณครับท่านประธานครับ (ศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร) ครับ ผมอยากจะเรียนท่านสมาชิกนะครับ เดี๋ยวผมเรียนก่อนได้ไหม ท่านจุลพันธ์จะประท้วงอะไรครับ เชิญครับ (คุณจุลพันธ์) ท่านประธานครับ ผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดเชียงใหม่ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมไม่ได้ประท้วงครับท่านประธาน ผมนั่งและยกมือครับท่านประธาน ผมใช้สิทธิในฐานะของพรรคการเมืองนะครับ ในการหารือกับท่านนะครับ ในเรื่องของกรอบเวลานะครับ ผมเรียนให้ท่านประธานทราบ ในเรื่องของกรอบเวลาว่าตามข้อตกลงนี่ ที่ทางสมาชิกวุฒิสภาได้มีการร้องขอในที่ประชุม ระหว่างตัวแทนพรรคการเมือง กับทางวิปของวุฒินี่นะครับ ได้ขอเวลามา ๒ ชั่วโมงขณะนี้ครบแล้วนะครับ พวกผมนี่เห็นในรายชื่อครั้งแรกนี่ ผมเห็นว่าเกินอยู่ ๒ ท่านราวครึ่งชั่วโมงนี่ พวกผมไม่ได้ติดใจนะครับ ก็อยากจะให้ใช้สิทธิเพื่อรักษาบรรยากาศ แต่คราวนี้มีการมาลงเพิ่มอีก ๒ ท่านนี่นะครับ ตอนนี้จะกลายเป็นเกือบ ๕๐ นาทีนะครับ ก็ยินดีครับ แต่ว่าอยากจะให้กำหนดกรอบเวลาให้ชัดเจน และอย่าให้เกินมากไปกว่านี้ เพราะว่าที่ประชุมเรามีการตกลงกัน ว่าเราอยากจะลงมติราว ๓ โมงเศษนะครับ เพราะพรรคเพื่อไทย ต้องเรียนต่อท่านประธานครับ เราขออนุญาตใช้สิทธิในช่วงท้ายนะครับ ในการชี้แจงถึงข้อเท็จจริงราว ๓-๔ ท่านครับ ก็คงใช้เวลาไม่นานมาก ก็เรียนต่อท่านประธานครับ (ศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร) ตรงกับเวลาที่ผมกำลังจะปรึกษาท่านสมาชิก ทุกแห่งนะครับ คือเพราะว่าแบ่งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กับสมาชิกวุฒิสภาเท่านั้น ไม่ได้แบ่งเป็นพรรคนะครับ ดังนั้นนี่ ทาง สว. จะเหลืออีก ๒ ท่านเท่านั้นใช่ไหมครับ ๔ ท่านก็คงจะอนุญาตสัก ๒๐ นาทีนะครับ พอไหวไหมครับท่านจุลพันธ์ (คุณจุลพันธ์) ท่านประธานครับ ถ้าท่านประธานจะบริหารอย่างนั้นผมยินดีครับ ก็จริง ๆ แล้วเวลาของ สส. ยังพอมีครับ ให้ครึ่งชั่วโมงเลยก็ได้ครับ ๔ ท่านนี่ครับ เพื่อ... เพื่อความราบรื่นของงานครับ (ศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร) และทางผู้เสนอก็จะสรุปใช้เวลาอีกเท่าไรครับ (คุณจุลพันธ์) ราว ๔๐ นาทีครับ ไม่เกิน ๔ ท่านครับ ขอบพระคุณครับท่านครับ (ศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร) ทางผู้เสนอจะเสนอจะใช้เวลา ๔๐ นาที ส่วนพรรคอื่นไม่มีแล้วนะครับ (คุณจุลพันธ์) ครับ เราจะได้ลงมติกันราว ๓ โมงครึ่ง ถึง ๓ โมง ๔๕ ครับท่านประธาน (ศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร) เป็นสิ่งที่จะกำหนดว่าอย่างนั้นครับ ถูกต้อง ขอบคุณนะครับ ดังนั้น ก็ทาง สว. จะอภิปรายติดต่อกันไป ๔ ท่านนะครับ ท่านละ... เมื่อกี้ให้เท่าไรนะครับ เอาท่านละ ๘ นาทีตามสูตรของ... ท่านสิงห์ศึกยกมือครับ เชิญ ๆ ๆ (พลเอกสิงห์ศึก) ครับ กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ผม พลเอก สิงห์ศึก สิงห์ไพร สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ก็ต้องขอขอบคุณทางผู้แทนของพรรคนะครับ ที่ได้กรุณาให้เวลากับสมาชิกวุฒิสภา ซึ่งสมาชิกวุฒิสภานั้น ก็มีความเห็นว่ามีผู้ประสงค์ครับ จะอภิปรายมาก แต่ว่าก็ทราบดีว่าเวลา... กรอบเวลานั้น อยู่ในเวลา ๒ ชั่วโมง แต่ว่าท่านได้กรุณาให้เวลานั้น ต้องขอขอบพระคุณนะครับ และก็เดี๋ยวผมจะบริหารเวลาในคนที่เหลือ อยู่ในกรอบ ๓๐ นาที ใช่ไหมครับท่านประธานครับ ๔๐ นาทีใช่ไหมครับ (ศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร) ครับ ๓๐ นาที แต่ผมขอความกรุณา ว่าเราเคยใช้ของเรา ๘ นาทีนะ ปกติ สว. จะใช้ ๘ นาทีนะครับ (พลเอกสิงห์ศึก) ครับ ได้ครับ (ศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร) อนุญาตท่านละ ๘ นาทีนะครับ (พลเอกสิงห์ศึก) ๘ นาที ๔ ท่านนะครับ ครับขอบคุณครับ (ศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร) ส่วนในการสรุปของ... ของพรรคเพื่อไทย ก็จะ... พรรคที่เสนอ ก็จะใช้เวลาประมาณ ๔๐ นาทีและก็จะจบนะครับ ขอบคุณตามนี้ครับ อย่างนั้นเชิญ สว. ต่อนะครับ ผมอ่านรายชื่อนะครับ เรียงตามลำดับนะครับ ท่านดิเรกฤทธิ์ เจนครองธรรม และก็ท่านเสรี สุวรรณภานนท์ นะครับ ท่านละ ๘ นาทีนะครับ เชิญครับ (คุณดิเรกฤทธิ์) ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ดิเรกฤทธิ์ เจนครองธรรม สมาชิกวุฒิสภาในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมขออนุญาตอภิปรายเรื่องสำคัญมาก เพราะว่าวันนี้เราจะอภิปราย เพื่อให้เกิดการลงมติไว้วางใจ หรือไม่ไว้วางใจ ให้บุคคลเป็นนายกรัฐมนตรีของเรานะครับ ผมมีความเห็นว่านายกรัฐมนตรีนี่ ต้องไม่ใช่นายกรัฐมนตรีของเสียงข้างมากเท่านั้น แต่ว่าท่านต้องเป็นนายกรัฐมนตรี ของคนทั้งประเทศ ท่านต้องเป็นนายกรัฐมนตรีของผม ของพี่น้องประชาชนในต่างจังหวัด และกรุงเทพฯ ทั่วประเทศ เพราะฉะนั้น ผมเรียนอย่างนี้ครับ การที่เราจะใช้เกณฑ์ ในการพิจารณาเลือกนายกรัฐมนตรี ผมได้ให้ความเห็นซึ่งเพื่อน สว. ของผม หลายท่านจำนวนมากก็เห็นด้วย แน่นอนเรามีแค่เพียง ๓ เกณฑ์เท่านั้นเอง เรื่องแรก ก็คือว่ามี สส. ข้างมาก สนับสนุนและก็เสนอชื่อมา ตอนนี้ก็ได้ข่าวว่ามี ๓๑๔ จาก ๑๑ พรรคการเมืองก็เข้าข่ายครับ เราก็จะต้องสนับสนุนท่านแน่นอนนะครับ เพราะว่าเราไปเลือกเสียงข้างน้อยไม่ได้ เสียงข้างน้อยไม่มีเสถียรภาพนะ พัฒนาประเทศไม่ต่อเนื่องแน่นอน เรื่องที่ ๒ ก็คือต้องมีคุณสมบัติตามรัฐธรรมนูญนะ ไม่มีลักษณะต้องห้าม กรณี คุณเศรษฐา ทวีสิน ที่ได้เสนอมา ก็ยินดีครับ ไม่มีเรื่องค้างศาล ไม่มีเรื่องค้างองค์กรอิสระ ที่เราจะต้องรอให้เกิดการวินิจฉัยเข้ามา อย่างไรก็ดีก็มีประเด็นเรื่องผู้นำประเทศ คนที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีของคนทั้งประเทศ จำเป็นจะต้องมีคุณสมบัติเป็นที่ประจักษ์ คุณธรรม จริยธรรม ซื่อสัตย์ สุจริตอย่างเห็นได้ชัด เพราะฉะนั้น ประเด็นนี้นี่แน่นอนครับ มีประชาชนกล่าวหา มีประชาชนร้องเรียน ผมคิดว่าเป็นเรื่องที่ดีแล้วต้องรับฟังนะครับ ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตามเมื่อเขาเห็นชื่อบุคคล ที่จะไปเป็นนายกรัฐมนตรีของพวกเรา เขาก็เสนอความเห็น เสนอข้อมูลพร้อมหลักฐานมานะครับ ผมก็คิดว่าเรื่องนี้ก็จำเป็น สมาชิกรัฐสภาก็มาขยายความได้ มาถามให้เกิดความชัดเจนได้ เพื่อที่จะได้นายกรัฐมนตรีผู้มีคุณสมบัติที่เหมาะสม เรื่องที่ ๓ เป็นเรื่องสุดท้ายในหัวข้อ ก็คือว่าท่านเป็นนายกรัฐมนตรีของคนทั้งประเทศ ท่านต้องขับเคลื่อนรัฐบาลพาคนทั้งประเทศ ไปในทิศทางที่เป็นประโยชน์กับประชาชน ในเรื่องนโยบายที่ท่านหาเสียงมา รณรงค์ทั้งประเทศ แล้วก็มีประชาชนเลือกท่านมาเป็นจำนวนมาก เป็นพรรคเสียงข้างมากนะครับ เพื่อไทยได้เป็นอันดับ ๒ นะครับ ตรงนี้นี่ ผมไม่ติดใจในเรื่องนโยบายส่วนใหญ่นะครับ ที่ประชาชนเลือกมาท่านต้องขับเคลื่อนครับ เพราะว่าเป็นพันธกรณี เป็นพันธสัญญาที่มีต่อประชาชน อย่างไรก็ดีผมมีเรื่องหนึ่ง ที่จำเป็นจะต้องขออภิปรายเพิ่มเติม เพื่อขอความชัดเจน นั่นก็คือสิ่งที่ท่านไม่ได้ประกาศ เป็นนโยบายไว้แต่แรกนะครับ แล้วก็เมื่อมีการให้สัมภาษณ์นะครับ คุณเศรษฐา ทวีสิน ท่านบอกว่าถ้าได้เป็นนายกรัฐมนตรี ประชุมคณะรัฐมนตรีครั้งแรก ท่านจะให้มีการเขียนรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ทั้งฉบับ คำ ๆ นี้มันแปลว่าอะไร มันแปลว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่ดี ไม่ดีทั้งหมดเลยนะครับ เพราะว่าถ้าไม่ดีบางส่วนท่านก็ขอแก้บางส่วนได้ แต่เพราะว่ามันไม่ดีทั้งฉบับไงครับ ท่านเลยต้องเขียนใหม่ทั้งฉบับ แล้วก็ประเด็น ก็คือว่าผู้ที่จะให้มาเขียนนี่ ท่านบอกว่าต้องมี... ให้มี สสร. นะครับ สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ เป็นองค์กรเฉพาะกิจขึ้นมาทำเฉพาะเรื่อง เอาอำนาจรัฐสภา ที่มีหน้าที่แก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญได้นี่ มอบอำนาจให้มี สสร. ไปร่างขึ้นมาใหม่ ตรงนี้นะครับ มันเป็นปัญหา ทั้งในเรื่องเนื้อหาและวิธีการ ผมมีข้อกังวล และก็เพื่อนสมาชิกวุฒิสภากังวลหลายท่านนะครับ ซึ่งไม่ว่าจะเป็นท่านคำนูณ สิทธิสมาน ท่านก็ได้ให้เหตุผลรายละเอียดไปบ้างแล้ว พลเอก สมเจตน์ บุญถนอม ได้ให้ข้อห่วงใยแล้วก็ได้เสนอแนะเอาไว้แล้ว ผมเองก็อยากจะขยายความตรงนี้ครับ เมื่อท่านได้เป็นนายกรัฐมนตรีแล้ว หรือไม่ก็ตาม เมื่อได้เป็นนี่ก็น่าจะทำเรื่องเหล่านี้ให้ชัดเจน ประการแรกครับ การที่จะเสนอให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ให้ สสร. มายกร่างนี่ มีคำถามนะครับ ที่ต้องช่วยกันตอบให้ชัดเจนอยู่ ๖ ข้อ ข้อ ๑ คือทำไมต้องมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ครับ ท่านจะต้องแก้เรื่องอะไรที่มันสำคัญ แก้เรื่องเหล่านั้นเพื่อให้ใครได้ประโยชน์อะไร เรื่องนี้ต้องชัดเจนนะครับ ท่านต้องเขียนให้ชัดในเชิงเนื้อหา เนื้อหาในรายละเอียดที่จะต้องแก้นั้นนี่ มันมีมากแค่ไหนครับ มันมีมากที่จะต้องทำทั้งฉบับหรือไม่ ตามที่ผมได้กล่าวไว้ บางมาตรานี่คนที่อยู่ในแวดวงการเมือง คนที่ประสบการณ์ในรัฐสภา สว. หลายท่าน ท่านก็บอกไว้ว่าอันตรายนะครับ นอกจากเรื่องสถาบันหลักของชาติ แล้วก็ยังมีเรื่องอื่น ๆ บางคนยกขึ้นมาว่ามาตรา ๑๔๔ เรื่องแทรกแซงงบประมาณโดย สส. สว. เรื่องของมาตรา ๒๓๕ เรื่องจริยธรรม ประพฤติมิชอบทุจริต ที่ให้เกิดคดีนักการเมืองทุจริต และต้องขึ้นศาลอาญาแผนกคดีอาญานักการเมือง ตรงนี้นี่ท่านจะเอาอย่างไร แล้วก็ความสัมพันธ์ระหว่างองค์กร ที่ใช้อำนาจอธิปไตย ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายนิติบัญญัติ โดยสภาจะมี ๒ สภา สภาเดียว ฝ่ายบริหารนะครับ มีขอบเขตอะไรอย่างไรนะครับ นโยบายจะกว้างขวางแค่ไหน เลือกอะไรมาทำก็ได้ใช่หรือไม่ การปฏิรูปประเทศยุทธศาสตร์ชาติไม่ดีไม่จำเป็น ต้องยกเลิกใช่หรือไม่ อย่างไรนะครับ เรื่องเหล่านี้จำเป็นจะต้องขยายความ อันต่อไป ก็คือว่าวิธีการที่จะทำตามรัฐธรรมนูญนี่ มันจะทำได้อย่างไร ในเมื่อมาตรา ๒๕๖ ที่ว่าด้วยการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ทำได้เฉพาะการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญนะครับ ศาลรัฐธรรมนูญก็มีคำวินิจฉัยแล้วในคราวที่แล้ว ที่มีคณะ สส. นะครับ ได้เสนอมานะครับ เรื่องนี้ก็เป็นประเด็นปัญหา เพราะฉะนั้น แล้วการที่จะให้ทำประชามติ ท่านต้องมีรายละเอียดที่ชัดเจนนะครับ ไม่อย่างนั้นนี่ ท่านจะเอาคำถามอะไรไปถามประชาชน การที่มีมติ ครม. นะครับ ท่านจะให้ทำประชามติ เพื่อปรึกษาหารือประชาชนทั้งประเทศใช่ไหมครับ ว่าควรจะทำอย่างไรกับรัฐธรรมนูญอย่างกว้าง ๆ หรือต้องมีรายละเอียดนะครับ ผมคิดว่าทั้งหมดนี้นี่เป็นเรื่องที่สำคัญ สุดท้ายครับ ในเรื่องรัฐธรรมนูญนี่ เราจะต้องเปรียบเทียบนะครับ ว่าสิ่งที่เราจะได้มา จากการแก้แบบของท่านที่ท่านเสนอนี่ กับการแก้ไขรัฐธรรมนูญด้วยวิธีการอื่น อะไรจะต้องเสียเวลา เสียค่าใช้จ่ายมากกว่ากันนะครับ และอะไรที่จะเกิดประโยชน์ต่อประชาชน ผมคิดว่าเรื่องนี้ต้องพูดให้ชัดนะครับ แล้วก็เรื่องนี้นะครับ ทั้งเรื่องคุณสมบัติความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ ความสามารถในการนำพาประเทศแล้ว เรื่องรัฐธรรมนูญก็เป็นเรื่องสำคัญ ๒ เรื่องนี้นะครับ ถ้าอธิบายไม่ได้ชัดเจนนะครับ ท่านก็จะได้รับเสียงสนับสนุนที่น้อยลง ขอบพระคุณครับ (ศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร) ครับ ต่อไปเป็นท่านเสรี สุวรรณภานนท์ นะครับ แล้วตามด้วย พลเอก เลิศรัตน์ ครับ รัตนวานิช เชิญท่านเสรีครับ (คุณเสรี) ครับ กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม เสรี สุวรรณภานนท์ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา จริง ๆ ตั้งใจว่าจะพูด ๓๐ นาทีต่อมาก็เหลือ ๑๕ ตอนนี้พอได้พูดก็เหลือ ๘ นะครับ ก็พยายามจะใช้เวลาให้คุ้มค่าที่สุดนะครับ คือในส่วนที่จะพิจารณาเห็นชอบคุณเศรษฐา เป็นนายกรัฐมนตรีหรือไม่น่ะนะครับ จริง ๆ ตอนแรก ฟังเสียงเหมือนจะไม่ผ่านนะครับ แต่ปรากฏตอนเช้า สื่อมวลชนมาถามบอกจะผ่านไหม เห็นท่าน สว. กิตติศักดิ์บอกว่า จะผ่าน ๑๐๐ คนนะครับ สว. ผมก็บอกไม่แน่ใจนะครับ แต่ในสภานี่นะครับ มันย่อมจะฟังเสียงกันออก ว่าผ่าน หรือไม่ผ่าน ก็เชื่อได้นะครับ ว่าแนวโน้มของคุณเศรษฐา ในส่วนวุฒิสภานี้นะครับ มีแนวโน้มสูงที่จะผ่านนะครับ แต่อย่างไรก็ตามท่านประธานครับ ก็ยังไม่ทราบนะครับ ว่าคะแนนจะเป็นอย่างไร ก็คงด้วยความรู้สึก ว่าสิ่งที่จะกราบเรียนต่อที่ประชุม ว่าถ้าหากว่าผมตัดสินใจให้ผ่านมันง่าย มันก็ตามน้ำไป แต่ด้วยความรู้สึกว่าการจะพิจารณาบุคคล เป็นนายกรัฐมนตรีนั้นนี่ ต้องเป็นความรับผิดชอบของสมาชิกวุฒิสภา และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผมก็พยายามให้เหตุผลกับตัวเอง ว่าสิ่งที่จะตัดสินใจนั้นนี่นะครับ มันจะมีเหตุผลอย่างไร ในการที่จะเห็นชอบ หรือไม่เห็นชอบ จริง ๆ แล้วนี่นะครับ ผมก็อยากจะฟังเสียงคุณเศรษฐา ในที่ประชุมแห่งนี้นะครับ แต่ท่านก็ไม่... ไม่นำเสนอให้มาตอบสมาชิก หรือมาแสดงวิสัยทัศน์ จริง ๆ ผมก็มีหลายเรื่อง เพราะว่าการจะพิจารณานั้น ไม่ใช่แค่คุณสมบัติลักษณะต้องห้ามอย่างเดียว เพราะรัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ว่าสมควรจะเป็นไหม สมควรจะเห็นชอบ หรือไม่เห็นชอบ เห็นแล้วจะชอบหรือไม่ ควรหรือไม่ควร ซึ่งมีหลายเรื่องครับท่านประธานนะครับ จริง ๆ ก็อยากจะถามว่า ไอ้การจะแก้ปัญหา Digital ที่พูดถึงนี่นะครับ แจกเงิน Digital ดังกล่าวนี่ เอาเงินจากไหนนะครับ แจกคนละหมื่นบาท คนร่ำรวยมหาเศรษฐีก็ได้เช่นเดียวกัน ทำไมไม่แจกตรงเสียเลย ทำไมต้องไปผ่านกระบวนการ... ซึ่งเข้าใจว่าน่าจะเป็นบริษัทนะ ที่ได้ถือครองเงิน Digital หรือเปล่า หรือว่าจะต้องตั้งบริษัท มาบริหารจัดการหรือเปล่านะครับ มันก็มีคำถามเยอะนะครับ แต่อย่างไรก็ตามนี่นะครับ การแจกเงินให้ประชาชนผมก็ไม่ขัดข้อง แต่ห่วงว่าเงินที่แจกนั้นนะครับ ๕ แสนกว่าล้านเอามาจากที่ไหนนะครับ แล้วถ้าหากเอามาแจกแล้ว จะกระทบกับการเงิน การคลังหรือไม่ แล้วส่วนราชการบริหารส่วนอื่น จะเอาเงินจากที่ไหนนะครับ มันจะเป็นปัญหากับประเทศหรือไม่ อันนี้ก็อยากฟังจากปากนะครับ ส่วนที่ ๒ ครับท่านประธานครับ ผมก็อยากจะฟังเสียงคน... บริหารประเทศ ว่า เอ๊ะ จะแก้ปัญหาน้ำมันอย่างไรนะครับ ประชาชนจะมีกินมีใช้อย่างไรนะครับ จริง ๆ แถลงนโยบายมันก็อีกเรื่องหนึ่ง แต่ตอนนี้มันต้องเป็นเรื่องที่ควรหรือไม่ควร มีความรู้ความสามารถไหม จะเป็นนายกรัฐมนตรีได้นะครับ จะแก้ปัญหาเศรษฐกิจอะไรอย่างไรนะครับ ก็เป็นคำถามที่อยากถาม แต่อย่างไรก็ตามครับท่านประธานครับ ผมว่าสิ่งที่ทางพรรคร่วมไปแถลงไว้ครับ ผมก็มีคำถามอยู่ส่วนหนึ่งซึ่งน่าจะสำคัญ เพราะเราก็ยึดถืออยู่ตลอดนะครับ ว่าการจะแก้รัฐธรรมนูญนี่นะครับ ที่จะไปกระทบ กับหมวดสถาบันพระมหากษัตริย์นี่นะครับ เราจะไม่เห็นด้วย ซึ่งท่านก็แถลงไว้ในส่วนสุดท้ายนะครับ ว่าและยังคงไว้ในส่วนของหมวด ที่เกี่ยวข้องกับสถาบันพระมหากษัตริย์ ก็นั่นหมายว่าท่านจะแก้รัฐธรรมนูญนะครับ เมื่อจะแก้แล้วนะครับ ก็คงส่วนในหมวด เพราะฉะนั้น คำว่า คง... "คงส่วนในหมวด" นี่นะครับ ท่านจะเอาหมวดไว้ แล้วสาระไปแก้หรือเปล่านะครับ ก็ขอให้พูดให้ชัด ว่าถ้าจะคงหมวดไว้ นั่นหมายความว่าต้องไม่ไปแก้สาระนะครับ เนื้อหาที่บัญญัติไว้อยู่เดิม ก็คือต้องยกเว้นหมวด ๑ หมวด ๒ พูดให้ชัด ถ้าพูดแบบนี้ เขียนแบบนี้ครับ มันหลอก... หลอกชาวบ้านได้นะครับ หรือว่าไม่แตะแล้วนะครับ แต่จริง ๆ แล้วท่านแฝงไว้นะครับ ประการสำคัญครับท่านประธาน ในระยะ... เวลาที่เหลืออยู่นี่ ผมว่าสิ่งหนึ่งที่เราได้พูดถึงเลยนี่นะครับ นะครับ ก็คือเรื่องที่คุณชูวิทย์นี่ เขาได้นำเสนอในเรื่องที่ท่านเศรษฐานี่ ได้เป็นผู้บริหารบริษัทมหาชน แล้วบริษัทนี้นี่นะครับ มีข้อครหาหลายเรื่อง ในเรื่องแรกนะครับ ในกรรมาธิการผมไปตรวจนี่นะครับ เป็นเรื่องที่ท่านมีการโอนซื้อที่ดินมา จากคนที่มาโอน ๑๒ ชื่อนะครับ แต่ทำคนละวันกันนะครับ อันนี้มันก็... มันก็เป็นคำถามนะครับ ว่าใน ๑๒ ชื่อดังกล่าว ทำไมไม่โอนเสียวันเดียวกันนะครับ มันมีเหตุอะไรทำไมต้องไปแยกโอน แต่ก็ให้ความเป็นธรรมครับ เพราะว่าในส่วนเดิมนี่นะครับ เขาก็... แต่ละคน ๑๒ คน เขาก็รับมาคนละวันอยู่แล้วนะครับ ก็ได้รับโอนจากการ... การแบ่งสันหุ้นอะไรนี่นะครับ แต่พอมาโอนขายนี่นะครับ มันก็มีคำถาม แต่เรื่องแรกนี่ไม่เท่าไรครับท่านประธาน เรื่องที่ ๒ เรื่องที่ ๓ นี่นะครับ ที่คุณชูวิทย์เขานำออกมาเอามานำเสนอนี่นะครับ ผมว่าท่านต้องตอบให้ชัด เพราะว่าบริษัทแสนสิริมาแถลง ผมเรียนตามตรงว่ามันยังไม่สามารถ ตอบสิ่งที่คุณชูวิทย์เขานำเสนอได้ ผมไม่ได้ดูตัวบุคคลที่นำเสนอนะครับ อาจจะมีคนชอบไม่ชอบ อาจจะดูคุณสมบัติคุณชูวิทย์ไม่น่าเชื่อถือ หรือ... หรือจะรังเกียจอะไรก็ตาม แต่ผมดูที่เนื้อหานะครับ เนื้อหาที่เขานำเสนอนี่นะครับ มันก็เป็นเรื่องน่าห่วงว่าในบริษัทมหาชน คือบริษัทที่ประชาชนไปถือหุ้น จำนวนมหาศาลนี่นะครับ มีกระบวนการการซื้อที่ดินนะครับ โดยซื้อในราคา ที่ระบุว่าเป็นราคาท้องตลาดนะครับ แต่พอไปดูตอนขายนะครับ เป็นในราคาขายราคาถูก แต่พอเวลาจะซื้อท้องตลาด ก็ไปมีบริษัทมาอยู่ตรงกลางนะครับ เป็นนอมินีเป็นตัวแทนไปซื้อราคาถูก แล้วก็เอาไปขายราคาแพงนะครับ มันก็มีส่วนต่างอย่างที่ว่า เพราะฉะนั้น ในเรื่องเหล่านี้นี่ครับท่านประธาน ๒ เรื่องที่นำเสนอมานั้น เป็นเรื่องที่คิดว่าน่าสนใจว่ามีเรื่องเหล่านี้ แล้วคนที่เป็นนอมินี ก็มาจากบริษัทของมหาชนนี้ทั้งนั้นนะครับ ดังนั้นนี่นะครับ ผมว่าในกระบวนการการซื้อขายที่ดิน มันเป็นเรื่องของการกระทำก็จริง แต่มันเป็นเรื่องบุคคลที่ไปบริหารองค์กร ก็ห่วงว่าถ้าหากนำเรื่องเหล่านี้ มาใช้วิธีการเหล่านี้มาบริหารประเทศนะครับ มันจะมีเงินทอนกันตลอดไหมนะครับ มันก็เป็นคำถาม และก็โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องที่ ๓ นะครับ เรื่องที่ ๓ นั้นเป็นเรื่อง... พอบริษัทที่ได้เงินมาแล้วนี่นะครับ ปรากฏว่า ไปเปลี่ยนผู้ถือหุ้นเป็นคนต่างชาติ แล้วมันโอนไปต่าง... ต่างประเทศนะ เอาเงินโอนไปต่างประเทศ มันก็... มันก็เป็นคำถามนะครับ ที่ผมอยากให้ตอบให้ชัดเจนนะครับ หรือตอบให้ตอบให้ได้ แต่หลักฐานคุณชูวิทย์ ผมเรียนตามตรงผมพยายามดูหลายรอบนะครับ มันเป็น... หลักฐานที่น่าเชื่อถือนะครับ เพราะฉะนั้นนี่ นะครับ คนที่จะมาบริหารประเทศนี่ ถ้าหากว่าไม่สามารถจะแก้ปัญหา ในเรื่องเหล่านี้ได้นี่นะครับ มันก็จะกลายเป็นส่วนหนึ่ง ที่เป็นตัวอย่างว่าในส่วนอื่น ๆ นี่นะครับ บริษัทนี้เวลาซื้อที่ดินใช้บริษัทนอมินีนี่นะครับ มากระทำการเช่นนี้อยู่หลายเรื่อง หรือจำนวนมากหรือเปล่านะครับ มันเป็นคำถาม แต่อย่างไรก็ตามท่านประธานครับ ส่วนสุดท้ายที่จะกราบเรียน ว่าการเป็นนายกรัฐมนตรี ถ้าหากว่ายังมีเรื่องเหล่านี้มันเป็นทุกขลาภ ถ้าหากว่าท่านยังมีพฤติกรรม หรือการกระทำเหล่านี้มาก่อนนี่นะครับ มันกลายเป็นเรื่องของการที่จะต้องถูกกล่าวหา ว่าไม่ซื่อสัตย์สุจริต หรืออาจจะถูกกล่าวหาว่าผิดจริยธรรม แต่อย่างไรก็ตามนี่นะครับ มันก็มีกระบวนการอีกถ้าหากว่าที่บอกเป็นทุกขลาภ คือถ้าหากว่าท่านผ่านไปนะครับ ในรัฐธรรมนูญมาตรา ๑๗๐ นี่นะครับ ท่านก็ถูกตรวจสอบ ในคุณสมบัติลักษณะต้องห้าม ตามมาตรา ๑๖๐ ของรัฐธรรมนูญอีกไม่จบไม่สิ้น และก็อาจจะสู่ศาลรัฐธรรมนูญอีก เพราะฉะนั้นนี่ นะครับ สุดท้าย ก็คือว่าในกรณีที่ถ้าจะเป็นบุคคล มาบริหารประเทศนะครับ ถ้าหากว่ามีเรื่องเหล่านี้นี่นะครับ ผมเป็นห่วงนะครับ เป็นห่วงบ้านเมือง เป็นห่วงว่าท่าน อาจจะไปประสบเคราะห์กรรม... เคราะห์กรรมอีกในอนาคตข้างหน้า ซึ่งไม่เป็นผลดีกับบ้านเมือง กระผมไม่มีอคตินะครับ ไม่รู้จัก ไม่เคยคุย ไม่เคยพบแม้สักครั้งเดียวนะครับ ก็ด้วยความเป็นห่วงในความรับผิดชอบภาระหน้าที่ ในฐานะบุคคลที่ต้องมาทำหน้าที่ ในการกลั่นกรอง หรือคัดกรอง บุคคลที่จะมาเป็นนายกรัฐมนตรี ในส่วนที่จะเป็นประโยชน์ หรือรักษาผลประโยชน์ ของพี่น้องประชาชนทั้งประเทศนะครับ ก็จะต้องนำเสนอในเรื่องเหล่านี้ เพื่อให้สมาชิกรัฐสภาได้พิจารณาครับ ขอบคุณท่านประธานครับ (ศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร) ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญ พลเอก เลิศรัตน์ รัตนวานิช และก็ท่านถวิล เปลี่ยนศรี นะครับ เป็นคนสุดท้ายนะครับ (พลเอกเลิศรัตน์) ครับ กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม พลเอก เลิศรัตน์ รัตนวานิช สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ขอขอบพระคุณท่านประธานนะครับ และขอขอบพระคุณทางพรรคการเมือง ที่ได้ให้เวลากับทางสมาชิกวุฒิสภาเพิ่มขึ้น กระผมก็ได้รับฟังการอภิปราย ของเพื่อนสมาชิกวุฒิสภาและเพื่อน สส. ได้พูดถึงผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรี จากพรรคเพื่อไทย ก็ใคร่ขอเพิ่มเติมนะ ด้วยเวลาที่จำกัด ประการแรกนี่ถ้าเราดูส่วนผสมของรัฐบาลชุดนี้ จาก ๑๑ พรรค ๓๔๔ เสียง ก็ต้องเห็นว่าได้เกิดขึ้นจากความพยายาม ในการที่จะให้หลาย ๆ พรรค ซึ่งบางท่าน ก็เรียกว่า "พรรคฝ่ายเสรีประชาธิปไตย" ร่วมกับพรรคฝ่ายรัฐบาลเดิม หรือบางท่านบอกว่าฝ่ายอนุรักษนิยม มารวมกันเป็นรัฐบาลพิเศษนะครับ อันนี้ก็ต้อง... ต้องเป็นความเสียสละของทั้ง ๒ ฝั่ง ถ้าฝั่งฟากของรัฐบาลเดิมนี่ ๒-๓ พรรคนี่ไม่มารวมด้วย โอกาสจะตั้งรัฐบาลได้สำเร็จก็ไม่มี เหมือนกับที่เราผ่านไปในครั้งแรกที่มี ๒ พรรค รวมเป็น ๘ พรรคพยายามจะจัดตั้งรัฐบาล ส่วนพรรคแกนนำ คือ พรรคเพื่อไทย ก็ต้องถือว่ามีส่วนเสียสละ อย่างเช่นที่ท่านผู้นำของพรรคได้พูดหลายครั้ง ว่าเป็นความลำบากใจนะ ที่จะจัดตั้งรัฐบาลผสมชุดนี้ ท่ามกลางข้อจำกัดที่มีอยู่ในรัฐธรรมนูญ ผมก็มีความชื่นชมในความเสียสละ ของทั้ง ๒ ส่วนนะครับ และก็หวังว่ารัฐบาล ที่เกิดจากการผสมกันของทั้ง ๒ ฝั่ง ๒ ขั้วนี่ จะเป็นรัฐบาลที่ทำเพื่อประชาชนจริง ๆ และเพื่อแก้ปัญหาที่คั่งค้างอยู่หลายประการ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาเศรษฐกิจ เราได้ฟังสภาพรรคแถลงแล้ว ว่า GDP ของเราใน ๓ เดือนที่ผ่านมา โตเพียง ๑.๘ เปอร์เซ็นต์ แล้วทั้งปีจะโตแค่ ๒.๕ กว่า ๆ เท่านั้น ซึ่งถือว่าต่ำมาก นี่ไม่นับรวมถึงหนี้ครัวเรือนของพี่น้องประชาชน ซึ่งท่วม GDP ของประเทศไปแล้ว ก็ด้วยความเชื่อมั่น ว่าฝ่ายค้านถ้าหาก ๑๔... ๑๑ พรรคไม่มีรัฐบาล ฝ่ายค้านที่เหลืออยู่ก็เป็นพรรคที่มีคุณภาพ ที่จะสามารถเป็นฝ่ายค้านที่ทำหน้าที่ได้อย่างดียิ่ง ในการที่จะติดตามตรวจสอบ การบริหารงานของรัฐบาล ในส่วนตัวบุคคลซึ่งได้รับการเสนอชื่อนั้น ก็มีเพื่อนสมาชิกวุฒิสภาหลายท่านได้อภิปราย ถึงข้อด้อยข้อดีต่าง ๆ ไปแล้วหลายประการ ผมเองก็ยอมรับในความสามารถของท่าน ในฐานะนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ ได้ติดตามการชี้แจงอภิปรายของท่านหลายครั้ง ก็รู้สึกว่าท่านก็มีความสามารถในระดับที่น่าพอใจ แต่อย่างไรก็ดีตัวท่านเองและตัวพรรคเพื่อไทย ก็ต้องพยายามชี้แจงและทำความเข้าใจ ให้กับสาธารณะได้มีความกระจ่างแจ้ง ในความสามารถในความบริสุทธิ์ใจ จากข้อกล่าวหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ซึ่งทางฝ่าย สว. เอง ก็ได้พยายามติดตามในเรื่องนี้นะครับ ก็ยังคิดว่ามีบางเรื่องที่ท่านจะต้องชี้แจง และทำความเข้าใจ และบางเรื่องก็จะผ่านการตรวจสอบ ของหน่วยงานของรัฐ ทางกระบวนการยุติธรรมต่อไป กระผมมีประเด็นที่อยากจะกราบเรียนว่าใน... ในช่วงของการที่มีการติดตาม การเสนอชื่อของพรรคเพื่อไทย ให้เป็นนายกรัฐมนตรีนี่ ก็มีกระแสข่าวที่สื่อพยายามจะชี้นำ ซึ่งก็เป็นปกติเพราะตอนนี้สื่อแข่งขันกันมาก มีการกล่าวหาว่ามีการแจกกล้วย ซึ่งปกติก็ไม่เคยเกิดขึ้น ในฝั่งฟากของสมาชิกวุฒิสภา พอสื่อชี้นำก็มีสมาชิกวุฒิสภาบางท่าน ที่ผมได้ยินในวันนี้นำมาอภิปรายมาพูดถึง ผมขอยืนยันด้วยเกียรติยศศักดิ์ศรี ของความเป็นสมาชิกวุฒิสภาว่าผมไม่เชื่อ ว่าจะมี สว. แม้แต่ท่านเดียวไปรับสิ่งตอบแทน ที่หลายท่านใช้คำว่า "กล้วย" จากผู้หนึ่งผู้ใดนะ และก็ยังไม่คิดว่าจะมีใครนี่ ที่จะนำกล้วยเหล่านี้มาแจกให้กับ สว. เพื่อที่จะลงมติให้กับผู้ได้รับการเสนอชื่อ จากพรรคเพื่อไทย ก็จึงอยากจะกราบเรียนไว้ในที่นี้เพื่อบันทึกไว้ ว่าการชี้นำการกล่าวหาของสื่อมวลชนนี่ เราต้องระมัดระวังนะ มีปัญหาค่อนข้างมาก แข่งขันกันแล้วก็ไม่ได้คำนึงถึงความรับผิดชอบ ในการที่จะนำมานำเสนอ มีการใช้ชื่อย่อ ใช้วิธีการต่าง ๆ ที่ทำให้การทำงานของสมาชิกรัฐสภาเอง เป็นไปด้วยความยากลำบาก ในประเด็นสุดท้ายนี่ก็อยากจะกราบเรียน ว่ากระผมไม่ขัดข้องที่จะสนับสนุน ผู้รับการเสนอชื่อของพรรคเพื่อไทย ให้เป็นผู้นำรัฐบาล เพื่อให้การเมืองให้ประเทศสามารถเดินต่อไปได้ ในการแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ และปัญหาทางด้านการเมืองด้านสังคมต่าง ๆ นี่ ในส่วนนโยบายของพรรคร่วมที่จะเกิดขึ้นนั้น ก็มีเพื่อน สว. หลายท่านได้ตั้งขอสังเกตนะครับ ที่ยังเป็นประเด็นปัญหา รวมทั้งนักวิชาการหลายท่านก็ได้พูดถึง ไม่ว่าจะเป็นเงิน Digital ต่าง ๆ ที่ท่านจะนำมาใช้ เพื่อกระตุ้นกำลังซื้อในฐานรากนะครับ กับประเด็นเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มีเพื่อน สว. หลายท่านได้พูดถึง ผมเองก็เคยเป็นกรรมการ ร่างรัฐธรรมนูญอยู่ ๑ ฉบับ ก็คิดว่าความเป็นห่วงของ... ของเพื่อน สว. ต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น เป็นเรื่องที่อยากจะฝากให้พรรคร่วมรัฐบาล ได้พิจารณาให้รอบคอบ ว่าจะต้องดำเนินการอยู่บนพื้นฐาน ของการรักษาไว้ซึ่งสถาบันหลักของประเทศ วิธีการที่จะรักษาไว้ และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ ให้อยู่ในสถานะเช่นเดียวกัน กับที่รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันได้มีบัญญัติไว้นะครับ ไม่ใช่เฉพาะหมวด ๑ หมวด ๒ เท่านั้น กับอีก ๓๘ มาตราในหมวดต่าง ๆ ก็มีความสำคัญเช่นเดียวกัน กระผมเห็นด้วยว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ ซึ่งจะมานั่งแก้ทีละมาตราทีละหมวดทำไม่ได้ครับ เพราะล็อกที่ใส่ไว้นี่ กุญแจ ๓-๔ ชั้นนี่ในมาตรา ๒๕๖ นี่ แต่ละมาตราที่เราจะไปแก้ บางครั้งก็ต้องไปทำประชามติก่อนนะ เช่น การแก้ไขคุณสมบัติของผู้ดำรงตำแหน่ง ในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ทุกคนเลย ทุกประเภทเลยต้องไปถามประชามติ อย่างนั้นจึงเห็นด้วยว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยการแก้ไขทั้งฉบับนั้น เป็นสิ่งที่สามารถดำเนินการได้ แล้วก็ถ้ามีการดำเนินการอย่างรัดกุม ให้ผู้ร่างที่มีความรู้และก็มีความหวังดีต่อประเทศ ก็เราก็จะสามารถได้รัฐธรรมนูญ ที่มีความเป็นประชาธิปไตยมากขึ้น ขอขอบพระคุณครับ (ศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร) ครับ ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านถวิล เปลี่ยนศรี ครับ (คุณถวิล) ถวิล เปลี่ยนศรี สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ เหตุผลที่ผมและก็พวกผมมาทำหน้าที่ในวันนี้ ก็เพราะว่ารัฐธรรมนูญ ได้กำหนดว่าให้พวกผมมาทำหน้าที่ และพวกผมก็มีเหตุผลที่แตกต่าง ไปจากสภาผู้แทนราษฎร เพราะฉะนั้นนี่ ในการพิจารณาก็คงจะใช้หลักเดียวกันไม่ได้ จะให้พวกผมโหวตตามน้ำไปตามสภาล่าง โดยไม่คิดอย่างอื่นเลยก็คงจะทำไม่ได้นะครับ ในฐานะของสมาชิกวุฒิสภา แน่นอนแล้วครับ ว่าพวกเราย่อมจะมีเหตุผลที่แตกต่างกันออกไป แล้วก็มีเหตุผลอยู่หลายเรื่องด้วยกัน ที่จะนำมาสู่การพิจารณา ความจำเป็นที่หลายท่านได้พูดถึง ที่จะต้องมีรัฐบาลเข้ามาบริหารประเทศโดยเร็ว เพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจสังคม ที่พี่น้องประชาชนรออยู่นั้นก็เป็นเหตุผลที่สำคัญ เหตุผลที่ต้องดำเนินการ ให้เป็นไปตามฉันทามติของพี่น้องประชาชน ที่ได้ออกเสียงเลือกตั้งก็เป็นเหตุผลที่สำคัญ ผมในฐานะสมาชิกวุฒิสภา เราไม่ได้ปฏิเสธเหตุผลเหล่านั้น หรือความจำเป็นเหล่านั้นนะครับ แต่ว่าอย่างไรเรา... อย่างไรก็ตาม เรามีเรื่องอื่น ๆ ที่ต้องพิจารณาเพิ่มเติมอีกนะครับ ที่สำคัญ ก็คือว่าเราควรจะมีนายกรัฐมนตรี ที่มีคุณสมบัติอย่างไรนะ จะต้องมีภาวะผู้นำแบบไหน จะต้องมีความรู้ความสามารถ หรือประสบการณ์ ที่จะนำประเทศไปสู่อนาคตที่ดีได้หรือไม่ มีนโยบายต่าง ๆ ที่ดีที่เหมาะสมกับสถานการณ์ และปัญหาของบ้านเมืองหรือไม่ รวมไปถึงสิ่งที่สำคัญอีกประการหนึ่ง ก็คือความประพฤติคุณธรรม จริยธรรม ของตัวนายกรัฐมนตรีเอง ว่ามีความเหมาะสมเหมาะควรหรือไม่ เหตุที่พูดอย่างนี้ ก็เพราะว่าผู้ที่เสนอชื่อเข้ามาในวันนี้ ไม่ได้มาเป็นหัวหน้าครอบครัว ไม่ได้มาเป็นแค่ประธานกรรมการ บริษัทอสังหาริมทรัพย์ หรือ... หรือบริษัทเอกชนแค่บริษัทหนึ่ง แต่ว่าเขามาเป็นหัวหน้าของประเทศนี้ เป็นผู้นำของประเทศนี้ โดยเฉพาะเหตุผลเรื่องของคุณธรรมจริยธรรม ผมไม่ได้พูดขึ้นเอง หรือ สว. เรากำหนดขึ้นเอง แต่กำหนดชัดอย่างที่หลายท่านได้พูดแล้ว ในมาตรา ๑๖๐ ของรัฐธรรมนูญนะครับ ที่กำหนดไว้ชัดเจนใน (๔) ซื่อสัตย์สุจริตให้เป็นที่ประจักษ์ คือไม่ใช่สุจริตแบบธรรมดานะครับ สุจริตแค่ว่าเหมือนปุถุชนธรรมดาทั่วไป มีเรื่องมีคดี เอกสารพยานหลักฐานไปไม่ถึง กฎหมายเอื้อมไม่ถึง ก็ถือว่าสุจริตแล้วนั้นไม่ใช่ ไม่ใช่นะ คุณสมบัติของผู้ที่จะมาเป็นนายกรัฐมนตรี แต่ต้องเป็นที่ประจักษ์แจ้ง ว่าสุจริตจริงโปร่งใสจริงนะครับ อันที่ ๕ ครับ (๕) ในมาตรานี้ ไม่มีพฤติกรรมอันเป็นการฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐาน จริยธรรมอย่างร้ายแรง ครับ ก็อันนี้ก็เป็นเรื่องที่สำคัญนะครับ สรุปแล้ว คือว่าโดยเหตุผลของพวกผม ที่เป็นสมาชิกวุฒิสภา ที่ต้องพิจารณาประกอบในการลงคะแนน ต้องพิจารณาหลาย ๆ เหตุผลประกอบกันนะครับ สำหรับเรื่องอื่น ๆ นั้น ผมคิดว่าเพื่อนสมาชิกได้พูดไปแล้วนะครับ ในเรื่องของวิสัยทัศน์ นโยบาย แนวทางนะครับ เรื่องของการจะแจกเงิน Digital ๑๐,๐๐๐ บาท แก่คนที่อายุ ๑๖ ปีขึ้นไป เงินเดือนปริญญาตรี ๒๕,๐๐๐ ค่าแรง ๖๐๐ อันนั้นก็ว่ากันไปครับ เรื่องของการที่จะไปแก้ไขรัฐธรรมนูญ หรือยกร่างรัฐธรรมนูญ โดยมี สสร. ขึ้นมายกร่างนะครับ เรื่องพวกนั้นสำคัญนะครับ ผมไม่ได้คิดว่าไม่สำคัญ แต่ว่ามันก็ยังพอที่จะปรับเปลี่ยน ตกแต่งอะไรกันไปได้ เรื่องรัฐธรรมนูญมันก็ยังไม่แน่นะครับ ผมอ่านนโยบาย อ่านแถลงการณ์แล้ว ก็ยังไม่ทราบว่าท่านจะแก้ไขทั้งฉบับ จะแก้ไขทั้งหมด หรือจะแก้ไขบางมาตรา หรือจะยกร่างกันมาทั้งฉบับ จะมี สสร. มาด้วยวิธีการไหนนะครับ และจะแก้ไขกันเป็นอย่างไรในข้างหน้านะครับ ซึ่งเรื่องพวกนี้ผมขอยกเว้นนะครับ เพื่อนสมาชิกได้พูดและให้ข้อสังเกตมามากแล้ว ผมขอกลับมาเรื่องคุณธรรมจริยธรรม ตามมาตรา ๑๖๐ นะครับ ว่าด้วยคุณสมบัติของนายกฯ นะครับ ผมอยากจะเรียนอย่างนี้ครับ เรื่องของนโยบาย เรื่องของวิสัยทัศน์ เรื่องแนวทางความคิดในการบริหารประเทศนั้นนี่ ตัวที่เป็นนายกรัฐมนตรี ตัวคนที่เป็นนายกรัฐมนตรีนั้นนี่ ถึงแม้ว่าจะมีความคิดอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่เมื่อถึงเวลาจริง ๆ ในการที่จะทำนโยบาย ทำแนวทางออกมา เขายังมีโอกาสที่จะไปปรึกษาหารือ ยังมีโอกาสที่จะไปปรับแต่ง นโยบายความคิดพวกนั้นนี่ ให้รอบคอบรัดกุมมากยิ่งขึ้น แต่สิ่งที่ผมเน้น ก็คือว่าคุณธรรมจริยธรรม ความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์นี่นะครับ อันนี้ไม่มีที่ไหนนะครับ ที่จะตบแต่งได้นะครับ มันติดมาในตัวตน มันอาจจะอยู่ใน DNA อยู่ยีนนะ อยู่ในอุปนิสัยที่เป็นอยู่แล้วหรืออย่างไรนะครับ เพราะฉะนั้น ที่ผ่านมาผมและบรรดาเพื่อนสมาชิก ต่างก็ได้รับทราบข้อมูล ข้อเท็จจริง เกี่ยวกับผู้ที่รับการเสนอชื่อขึ้นมาจากสาธารณะ จากมีผู้มายื่นเอกสารให้นะ จากผู้ที่ส่งข้อมูลเข้ามาทาง... ทางจดหมายนะครับ แล้วก็มีการเปิดเผยในทางสาธารณะ ต่อสื่อมวลชนนะครับ มาเป็นลำดับ ในเรื่องของความซื่อสัตย์สุจริต การทำธุรกิจ ของผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อในวันนี้นะครับ ว่าอาจจะเป็นการใช้เล่ห์เหลี่ยม ช่องว่างของกฎหมาย เพื่อหลีกเลี่ยงภาษี ค่าธรรมเนียม หรืออาจจะเป็นการใช้การกระทำ ที่ยอกย้อนซับซ้อน ผ่านบริษัท หรือกลุ่มบุคคลที่เป็นตัวแทนเป็นนอมินี เพื่อให้แต่ประโยชน์ที่ไม่ควรจะได้ หรือจะเข้าข่ายฉ้อโกง ผู้ถือหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ด้วยซ้ำไปนะครับ อันนี้เราก็ได้... ได้หลักฐานได้ข้อมูลมาตลอดนะครับ ผมฟัง ผมใคร่ครวญ ผมคิด ผมกลับไปวิเคราะห์โดยรอบคอบ แล้วก็เห็นข้อเคลือบ... เคลือบแคลงสงสัยอยู่หลายประการ และที่สำคัญ ก็คือยังไม่เคยเห็นผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อ หรือพรรคการเมืองที่เป็นผู้เสนอชื่อขึ้นมานั้นนี่ ได้เอาหลักฐานพยานต่าง ๆ นี่ มาชี้แจงให้เห็นเป็นที่ประจักษ์ ว่าไม่ได้เป็นข้อเท็จจริงนะ เพราะฉะนั้นนี่ ครับ หลายท่านบอกผมว่าอย่าไปสนใจเลยเรื่องพวกนั้น ในที่สุดแล้วนี่ เขาก็ได้รับการตรวจสอบด้วยกลไกของสภา การอภิปรายไม่ไว้วางใจ การไปร้ององค์กรต่าง ๆ ที่จะลงโทษเขาทีหลัง หรือแม้แต่กระบวนการทางกฎหมาย จะพิสูจน์เองนะครับ ผมมาพิจารณาโดยบทบาทหน้าที่ของผมเองแล้ว ในฐานะที่เป็นสมาชิกวุฒิสภา ในการที่เราปฏิญาณตนเข้ามา เพื่อรักษาผลประโยชน์ของชาติบ้านเมืองนะครับ เมื่อรับทราบแล้วนะครับ รู้แล้วสาธารณชนก็ทราบเรื่องพวกนี้แล้วนี่นะครับ แล้วผมยังไม่ทำหน้าที่ตรงนี้ เมื่อทำในบริษัททำในเอกชนได้ และจะมั่นใจได้อย่างไร ว่าถ้าข้อกล่าวหาเหล่านั้นที่เป็นจริงนั้นนี่ จะไม่สร้างความเสียหายมากขึ้น เมื่อเข้าไปมีอำนาจในทางบริหารราชการแผ่นดิน ซึ่งมีอำนาจหน้าที่ทั้งตามกฎหมาย ทั้งทางตรงและทางอ้อมอีกมากมาย ที่จะทำอะไรให้เกิดขึ้นได้นะครับ เรื่องแบบนี้ครับท่านประธานที่เคารพครับ ไม่รู้ไม่เห็นมาก่อนก็แล้วไปนะครับ ก็ปล่อยวางให้กลไกต่าง ๆ ทำหน้าที่ต่อไปภายหลังนะครับ แต่นี่ผมทราบแล้วพี่น้องประชาชนทราบแล้วนะครับ เพราะฉะนั้นนี่ คงจะมองข้าม หรือให้ความ... ไม่ให้ความสนใจไม่ได้นะครับ ก็ขอเรียนว่า แม้ว่าผมเองจะมีแค่ ๑ เสียงในรัฐสภาแห่งนี้ ก็จะขอทำหน้าที่ในการกลั่นกรองอย่างเข้มข้น อย่างเอาจริงเอาจัง เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหาย แก่ชาติบ้านเมืองในวงกว้างออกไปในภายหลัง ขอบคุณครับท่านประธานครับ (ศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร) ครับ ขอบคุณครับท่านถวิล เปลี่ยนศรี เชิญท่านจุลพันธ์ครับ มีอะไรเสนอครับ เชิญครับ (คุณจุลพันธ์) ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทยในฐานะสมาชิกรัฐสภาครับ ท่านประธานครับ ขณะนี้ผู้อภิปรายในส่วนของสมาชิกวุฒิสภา และในส่วนของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ก็ค่อนข้างครบถ้วนครับ ทางพรรคเพื่อไทยนี่ จะใช้สิทธิในการชี้แจงตอบข้อซักสงสัย ในนามของแคนดิเดต ที่พรรคเพื่อไทยเป็นผู้เสนอนี่นะครับ โดยจะขอใช้สิทธิ ๑ ท่านครับ โดยนายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว ใช้เวลา ๑๕ นาที ครับ ก็จะจบการอภิปราย ก็ขอท่านประธานได้โปรดแจ้งเพื่อนสมาชิก เพื่อเตรียมการตรวจสอบองค์ประชุมครับ เพราะว่าเราจะต้องลงมติกัน ในราว ๓ โมง ๑๐ นาที ครับ ขอบพระคุณครับ (ศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร) ครับ ตอนแรกผมเข้าใจว่าจะมีผู้อภิปรายสรุป ๓ ท่าน ตอนนี้เหลือท่านชลน่านคนเดียวใช่ไหมครับ (คุณจุลพันธ์) ใช่ครับท่านครับ (ศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร) ครับ ก็เรียนเชิญ ท่านชลน่าน ศรีแก้ว อภิปรายสรุปนะครับ และจะตอบข้อซักถามของท่านสมาชิกนะครับ เชิญครับ (คุณชลน่าน) ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดน่าน พรรคเพื่อไทยในฐานะสมาชิกรัฐสภา กระผมต้องขออนุญาตท่านประธาน ในนามของพรรคเพื่อไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ที่ได้เป็นผู้เสนอชื่อ ผู้ซึ่งสมควรจะได้รับการแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ของพรรคเพื่อไทยตามรัฐธรรมนูญมาตรา ๘๘ ในวันนี้ท่านสมาชิกรัฐสภาผู้ทรงเกียรติ หลายท่านนะครับ ทั้งทางส่วนของสมาชิกวุฒิสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ได้กรุณาแสดงความคิดเห็น ในวาระที่เราจะให้ความเห็นชอบบุคคล ซึ่งสมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ตามที่เสนอในที่ประชุมแห่งนี้ ในนามพรรคเพื่อไทยและพรรคร่วม ที่จะจัดตั้งรัฐบาลทั้ง ๑๑ พรรค ต้องกราบขอบพระคุณท่านสมาชิกรัฐสภา ที่เคารพทุกท่านนะครับ ที่ได้ให้ความเห็นได้มีข้อห่วงใยนะครับ ซักถามในข้อสงสัย แม้ในสิ่งที่เรากำลังพิจารณากันอยู่นะครับ เป็นเรื่องของการให้ความเห็นชอบบุคคล ซึ่งตัวรัฐธรรมนูญมาตรา ๑๕๙ ก็ดีนะครับ มาตรา ๒๗๒ ก็ดีก็ให้ความสำคัญเกี่ยวกับตัวบุคคล ในเรื่องของคุณสมบัติลักษณะต้องห้าม แต่ก็เป็นความสวยงามของสภาแห่งนี้นะครับ ท่านสมาชิกรัฐสภาทุกท่าน ในฐานะที่เป็นผู้แทนปวงชนชาวไทย ก็ย่อมจะมีสิทธิทำหน้าที่ แทนพี่น้องประชาชนในการที่จะสอบถาม ในการที่เสาะแสวงหาข้อเท็จจริงนะครับ ก่อนที่ทุกท่านจะตัดสินใจเลือกบุคคล ที่จะมาเป็นผู้นำของประเทศ มาเป็นนายกรัฐมนตรีของทุกคนของคนไทยทุกคน ท่านประธานครับ ผมมีประเด็นที่จะกราบเรียนอยู่ ๓ ประเด็น ในฐานะที่เป็นพรรคการเมืองที่เสนอชื่อ จะขอใช้สิทธิตรงนี้ได้กราบเรียนผ่านท่านประธาน ไปยังท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่เคารพทุกท่าน ประเด็นที่ ๑ ครับ เป็นข้อสงสัยเป็นข้อซักถาม เกี่ยวกับเรื่องของคุณสมบัติลักษณะต้องห้าม ของผู้ที่ถูกเสนอชื่อ หรือเป็นผู้ซึ่งสมควรได้รับการแต่งตั้ง เป็นนายกรัฐมนตรีที่ชื่อว่านายเศรษฐา ทวีสิน ในเรื่องที่หลายท่านให้ความสนใจ เป็นประเด็นเกี่ยวกับเรื่องของความซื่อสัตย์สุจริต เป็นที่ประจักษ์ เรื่องของมาตรฐานจริยธรรมนะครับ ปฏิบัติ หรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรม ที่ทุกท่านเห็นว่ามันน่าจะเกี่ยวโยง เกี่ยวข้องไปในเรื่องของพฤติการณ์พฤติกรรม ของการประกอบอาชีพ ในขณะที่ดำรงตำแหน่งเป็นภาคเอกชน ในบริษัทมหาชนนะครับ ที่ประกอบกิจการ เกี่ยวกับเรื่องของอสังหาริมทรัพย์ ได้ยกกรณีตัวอย่างขึ้นมาหลายกรณี และที่สำคัญครับ เป็นประเด็นที่ถกเถียง เป็นประเด็นที่เผยแพร่ในสังคมอย่างแพร่หลาย สังคมโดยรวมก็มีความรับรู้ มีความสนใจ ก็เกิดการวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างมากมาย มีการให้เหตุให้ผลกัน ในมิติของเชิงสังคมมาเยอะแยะนะครับ วันนี้ผมเองต้องขออนุญาตท่านประธานนะครับ ในประเด็นนี้นี่ จะกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพครับ ในฐานะของพรรคเพื่อไทย เป็นผู้ที่ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญมาตรา ๘๘ ครับ ในการตรวจสอบคุณสมบัติลักษณะต้องห้าม ที่เราเห็นว่ามีเรื่องสำคัญ เป็นเรื่องประเด็นที่สำคัญที่สุดนี่นะครับ ที่จะเสนอชื่อบุคคลนั้นให้มาเป็นผู้นำของประเทศ เรื่องนี้เราให้ความสำคัญครับ ทางฝ่ายกฎหมายของเรา บุคคลที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนนะครับ ได้เข้ามาร่วมไม้ร่วมมือกัน ในการที่จะตรวจสอบคุณสมบัติลักษณะต้องห้าม ตามรัฐธรรมนูญมาตรา ๑๖๐ อย่างถี่ถ้วนครบถ้วน ยืนยันกับท่านประธานไปยังเพื่อนสมาชิก ท่านสมาชิกที่เคารพทุกท่านนะครับ ว่าพรรคเพื่อไทยไม่ได้ละเลยในเรื่องนี้ เพราะถือเป็นเรื่องความรับผิดชอบ ที่ยิ่งใหญ่มากของพรรค ต่อพี่น้องประชาชนและต่อประเทศชาติบ้านเมือง ข้อกล่าวหา หรือข้อสงสัยหลาย ๆ เรื่องนะครับ เกี่ยวกับเรื่องประเด็นข้อกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการหลีกเลี่ยงภาษี การจัดซื้อขายที่ดิน ที่มีกล่าวหา กล่าวอ้างว่ามีการแต่งตั้งบุคคล ตัวแทน หรือ Nominee ขึ้นมารองรับนะครับ มีการดำเนินการในสิ่งที่ไม่ชอบ เช่น มีเรื่องของสภาอะไรต่าง ๆ ผมกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพครับ ในมุมของพรรคเพื่อไทยไม่ได้ละเลยนะครับ ทั้งก่อนหน้า และขณะที่มีการนำเรื่องนี้มาพูดคุยในสังคม ต้องขอบคุณนะครับ คนที่เขานำเรื่องนี้มาเปิดเผย ถ้ามองในแง่ดีพี่น้องประชาชนได้ประโยชน์ครับ คุณเศรษฐา ทวีสินได้ประโยชน์ และพรรคเพื่อไทยได้ประโยชน์ และที่สำคัญเรื่องนี้เข้าสู่สภา ผมขอยืนยันกับท่านประธานด้วยความเคารพครับ เราได้ตรวจสอบในข้อกฎหมายทุกอย่างนะครับ ล่วงเลยไปถึงเรื่องของจริยธรรม เรื่องของความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ เราไม่ได้นิ่งนอนใจนำเรื่องนี้มาตรวจสอบ ยืนยันกับท่านประธานครับ ไม่มีเรื่องใด ๆ ที่เป็นเรื่องที่ผิดกฎหมาย ไม่มีหลักฐานเชิงประจักษ์ ไม่มีข้อเท็จจริงที่บ่งชี้ว่าเป็นเรื่องผิดกฎหมาย กราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพ รายละเอียดผมอาจจะมีเวลาไม่มากครับ แต่ว่าเราสามารถจะชี้แจงพูดคุยกันได้เยอะมาก ในมิติของสื่อสังคมทั่วไป ท่านประธานครับ ยืนยันกับท่านประธานครับ ไม่มีข้อเท็จจริงใด ๆ หรือหลักฐานใด ๆ ที่บ่งชี้ว่านายเศรษฐา ทวีสิน เป็นผู้ที่ไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ มีแต่ข้อกล่าวหาที่โน้มเอียง เอาหลักฐานในการประกอบธุรกิจ มาเป็นตัวกล่าวอ้าง เป็นลักษณะการเชื่อมโยงกัน แต่ก็ไม่สามารถพิสูจน์ได้ ท่านประธานด้วยความเคารพครับ เป็นเพียงข้อกล่าวหา ไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่ามีความผิดเช่นนั้น ก็ยังถือว่าคุณเศรษฐา ทวีสิน หรือนายเศรษฐา ทวีสินเป็นผู้ที่มีความบริสุทธิ์ เป็นผู้ที่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ ในประเด็นที่ ๑ ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานนะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ประเด็นที่ ๒ ครับ เป็นที่พูดคุยกันเยอะในสภาแห่งนี้ สมาชิกหลายท่านนะครับ อาจจะแสดงความเห็น ในฐานะพรรคการเมืองด้วย ได้แสดงเหตุผลว่าไม่สามารถให้ความเห็นชอบ บุคคลซึ่งได้ถูกเสนอชื่อ คือ นายเศรษฐา ทวีสิน มาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ของประเทศไทยได้ ด้วยเหตุผลที่ไม่ใช่เรื่องของคุณสมบัติ ลักษณะต้องห้าม เป็นเรื่องของจุดยืนทางการเมือง เป็นพฤติการณ์พฤติกรรมในการจัดตั้งรัฐบาล ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธาน ในประเด็นนี้นะครับ เพราะมีหลายท่านเองก็ให้ความสนใจ พรรคเพื่อไทยเองนะครับ เคารพในเสียงของพี่น้องประชาชนทุกเสียงครับ ผมขีดเส้นใต้ว่าทุกเสียง ประเทศเรา ประเทศไทย ได้ชื่อว่าเป็นประเทศ ที่มีการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข จริงอยู่ครับ ในพฤติการณ์พฤติกรรม ในอุดมการณ์ในการแสดงออก ในบ้านนี้เมืองนี้นี่ หลายคนอาจจะมีการแบ่งฝักแบ่งฝ่าย ว่ากลุ่มนั้นเป็นเสรีนิยม กลุ่มนี้เป็นอนุรักษนิยม แต่ผมกราบเรียนท่านประธาน ด้วยความเคารพครับ ไม่ว่าจะเป็นเสรีนิยม เป็นอนุรักษนิยม ล้วนแต่เป็นการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ขีดเส้นใต้นะครับ มุ่งเน้นด้วย เพราะฉะนั้น สิ่งที่พรรคเพื่อไทยเอง ได้ยึดมั่นยึดถือ ก็คือระบอบการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข สำคัญที่สุด คือ ระบบรัฐสภาครับ สส. ที่ถูกเลือกมาในสภาแห่งนี้นะครับ ในขณะนี้นี่ ๔๙๘ คน ๔๙๙ คนล้วนมาจากการเลือกของพี่น้องประชาชน ที่ทุกคนก็ถือว่าเป็นปวงชนชาวไทย มีอำนาจอธิปไตยตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ เขาเหล่านั้นเป็นผู้ให้สิทธิ์ให้เสียง กับตัวแทนเขาเข้ามาในระบบตัวแทน เขาเป็นประชาชนในระบอบประชาธิปไตยครับ เขาไม่ได้เป็นเผด็จการ จริงอยู่ครับ พฤติการณ์พฤติกรรมที่ผ่านมานี่ เรามีเรื่องของการแบ่งแยก ความเห็นการแตกต่างความคิด แม้จะเป็นประชาธิปไตยในระบอบการปกครอง ที่มีองค์พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข แต่ความคิดความเห็นของคนในชาตินี้ ในบ้านนี้เมืองนี้นี่ ใน ๒ ทศวรรษที่ผ่านมา มีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง กลุ่มที่อ้างเป็นเสรีประชาธิปไตย ก็มีแนวคิดวิธีการไปอีกรูปแบบหนึ่ง กลุ่มที่อ้างเป็นฝ่ายอนุรักษนิยม ก็มีแนวคิดวิธีการอีกอย่างหนึ่ง ๒ แนวนี้ใน ๒ ทศวรรษที่ผ่านมาท่านประธานครับ มีความแตกต่างมีความขัดแย้ง มีการต่อสู้เชิงอุดมการณ์ทางการเมืองมาตลอด พรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชน พรรคเพื่อไทย มีประสบการณ์ในเรื่องนี้มาอย่างเจ็บปวด คนที่เจ็บปวดที่สุดครับท่านประธานครับ คือ พี่น้องประชาชนคนไทย ถามว่าเราขัดแย้งกันเราสู้กันแล้วได้อะไรขึ้นมา นี่คือ จุดยืนและอุดมการณ์ของพรรคเพื่อไทยครับ เราเห็นความย่อยยับเห็นความสูญเสีย เห็นโอกาสของพี่น้องประชาชนที่เสียหายไป เพราะเพียงแต่มีความคิดต่างกัน และมีจุดมุ่งหมายเดียวกันแต่แยกกันเดิน บนพื้นฐานความไม่ไว้เนื้อเชื่อใจซึ่งกันและกัน แน่นอนครับ ท่านมีความเชื่ออย่างนี้ ฝ่ายที่บอกว่าต้องการปกป้องรักษาเอกราช ประเทศชาติบ้านเมืองสถาบันหลักของชาติ เขาก็ต้องปกป้อง เขาก็ต้องแสดงออกเต็มที่ ถ้าคุณมีพฤติการณ์พฤติกรรมที่สุ่มเสี่ยงไป ที่จะเป็นอันตรายต่อสถาบันหลักของชาติ ก็ย่อมมีการต่อสู้ ย่อมมีการทำลายล้าง นั่นคือเหตุการณ์ที่ผ่านมาครับ และเราจะปล่อยให้เหตุการณ์เหล่านี้ เกิดขึ้นต่อไปหรือท่านประธานครับ นี่คือจุดยืนของพรรคเพื่อไทย เราต้องนำเรื่องนี้มาคิดหนักครับ จริงอยู่ครับ เรายินดีและส่งเสริม ในสิ่งที่เป็นอำนาจประชาชน เราเห็นด้วยอย่างยิ่งนะครับ ที่พรรคก้าวไกล เป็นพรรคแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล เราเป็นพรรคอันดับ ๒ ๑๔๑ เสียงเรายินดีครับ ได้จับมือร่วมจัดตั้งรัฐบาล ท่านประธานครับ ด้วยความเคารพท่านประธานจริง ๆ ครับ ถ้าไม่มีรัฐธรรมนูญฉบับนี้นี่ ผมบอกกับท่านประธานเลยก็ได้ ว่าพรรคเพื่อไทยไม่มีทางจับมือกับพรรคก้าวไกล ในการจัดตั้งรัฐบาล เรารอครับ เราเป็นพรรคอันดับ ๒ เราสามารถที่จะแย่งชิงจัดตั้งรัฐบาลได้ ถ้ากลไกการเมืองและรัฐธรรมนูญมันเป็นปกติ แต่ด้วยสภาพบังคับของรัฐธรรมนูญอย่างนี้นี่ครับ เราไม่ร่วมมือกันไม่ได้ แต่เราก็คิดผิดครับ เราคิดผิดว่ายิ่งเราจับมือกันยิ่งจัดตั้งรัฐบาลไม่ได้ ไทยรักไทย พลังประชาชน เราหัวชนฝามาแล้วเจ็บครับ เราเกิดก่อนเรามีประสบการณ์ครับ แล้วเราจะเอาหัวไปชนฝาทำให้ประเทศชาติ และพี่น้องประชาชนเสียหายไป เราไม่ทำนะครับ สิ่งที่ดีที่สุดเราหันหน้ามา ฐานอำนาจดุลอำนาจที่มีอยู่ในประเทศนี้ดีที่สุด คือ จับมาดุลอำนาจมาประนีประนอมอำนาจ และให้เกิดประโยชน์ ต่อประเทศชาติบ้านเมืองให้สูงสุด ผมว่านั่นน่าจะเป็นแนวคิดที่ดีที่สุด ในโอกาสนี้ในช่วงเปลี่ยนผ่านนี้ เราต้องปกป้องคุ้มครองสถาบันหลักของ... ของชาติ ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ท่านประธานครับ ทุกคนพูดเหมือนกันครับ แต่วิธีการทำไม่เหมือนกัน โดยเฉพาะวิธีการที่มีความคลางแคลงสงสัยนี่ ในชาตินี้นี่มันทำให้เกิดความขัดแย้ง ฉะนั้น เพื่อไทยอาสาเข้ามา สลายความขัดแย้งตรงนี้ จัดตั้งรัฐบาลในนามของทุกฝ่าย ที่สามารถร่วมมือกันได้ ขณะนี้เราได้ ๑๑ พรรคครับ และมั่นใจ ๑๒, ๑๓, ๑๔, ๑๕ พรรคก็จะตามมา เพื่อสร้างความเข้มแข็ง ความแข็งแรงของรัฐบาล ที่มาจากการเลือกตั้งของพี่น้องประชาชน ท่านประธานครับ นี่คือ จุดยืนของพรรคเพื่อไทย ในการจัดตั้งรัฐบาล เราเชื่อมั่นครับ ว่าแนวทางการจัดตั้งรัฐบาล เราต้องการแก้วิกฤติของประเทศ ถ้าไม่ทำอะไรเลยจะเกิดวิกฤติเศรษฐกิจ เกิดวิกฤติความขัดแย้ง ท่านอาจจะมีสมมติฐานว่าการตั้งรัฐบาลอย่างนี้ จะก่อให้เกิดความขัดแย้ง ซึ่งสมมติฐานนั้น มันตรงข้ามกับสมมติฐานของพรรคเพื่อไทย และพรรคที่ร่วมจัดตั้งรัฐบาล ๑๑ พรรค ถ้าจะสลายความขัดแย้งได้ต้องใช้กลไกนี้เท่านั้น ท่านประธานครับ ด้วยความเคารพท่านประธาน นี่คือเหตุผลข้อที่ ๒ เรื่องที่ ๓ ครับ ข้อห่วงใยเรื่องของนโยบาย ขอเวลาอีกนาทีเดียวครับ หลายท่านมีความห่วงใยเรื่องนโยบาย โดยเฉพาะประเด็นเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ด้วยข้อเท็จจริงครับ ขณะนี้เป็นเพียงนโยบาย ที่เราใช้ในการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง นโยบายของรัฐบาลจะเกิดการร่วมมือกัน จัดทำเป็นนโยบายรัฐบาลแถลงต่อรัฐสภา ตรงนั้นน่ะ ท่านสามารถวิพากษ์วิจารณ์ได้อย่างเต็มที่ เพราะจะต้องถูกนำไปใช้ แต่ก็เป็นข้อดีครับ ที่ท่านได้สะท้อนมาในขณะนี้นี่ มันจะเป็นจุดเริ่มต้น ที่นำสู่การไปเขียนนโยบายรัฐบาล ในสิ่งที่ท่านมีข้อกังวล มีข้อห่วงใย ผมกราบเรียนท่านประธานด้วยเคารพครับ เรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ หลายท่านอาจจะมีความคลางแคลง สงสัยเข้าใจผิด เราปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ ปฏิบัติตามคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญทุกเรื่องครับ วิกฤติหนึ่ง คือ รัฐธรรมนูญ ที่ทำให้บ้านเมืองเราเป็นอย่างนี้ ผมเข้าใจครับ ว่าฝ่ายที่เขาเขียนรัฐธรรมนูญมาอย่างนี้นี่ เขาต้องการที่จะปกป้องคุ้มครอง ในสิ่งที่เขาเห็นว่ามีความสำคัญ แต่ถึงระยะหนึ่งครับ รัฐธรรมนูญที่ใช้ในการปกป้องคุ้มครอง ในช่วงเวลาหนึ่งต้องถูกสลายออกไป มันจะเป็นการดุลอำนาจที่ดี เพราะฉะนั้น การแก้ไขรัฐธรรมนูญนะครับ มันเป็นเรื่องจำเป็นและสำคัญ ผมกราบเรียนด้วยความเคารพ บนพื้นฐานที่เราจะไม่ทำให้เกิดความขัดแย้งครับ แน่นอนครับ เราแก้รัฐธรรมนูญ เพื่อไปจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ผมพูดชัด ๆ นะครับ แก้รัฐธรรมนูญเพื่อไปจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งการที่จะทำอย่างนี้ได้นี่ ต้องผ่านกระบวนการทำประชามติครับ เพราะฉะนั้น เรา...เราเลยไป ประกาศว่าถ้าเราเป็นรัฐบาล ๒ เรื่องที่เราจะทำควบคู่พร้อมกันไป เร่งด่วน คือ ด้านเศรษฐกิจแก้ไขปัญหาปากท้อง แต่เรื่องที่จำเป็นต้องทำควบคู่กันไป ต้องใช้เวลาครับ ไม่น้อยกว่า ๒ ปีขึ้นไปนี่ เราเริ่มช้าไม่ได้ ก็เริ่มทำประชามติ เพื่อถามพี่น้องประชาชน ว่าจะจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ ข้อคำถามตรงนี้ ก็จะเป็นรายละเอียดที่ต้องไปคุยกัน ทำ...ทำโดยใครก็จะทำเป็นคำถามในประชามติ ถ้าได้รับมติจากพี่น้องประชาชน ก็เข้าสู่กระบวนการแก้รัฐธรรมนูญ เขียนรายละเอียด ไปใน... ในสิ่งที่เราต้องการแก้ และไปจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ความตั้งใจเราครับ เราจะมีสภาร่างรัฐธรรมนูญขึ้นมา ซึ่งรายละเอียดเราค่อยไปคุยกันอีกที ว่ามาอย่างไร จำนวนเท่าไร ให้มีดุลยภาพที่ดีนะครับ มีความมั่นใจทุกฝ่าย ว่าเราสามารถทำงานร่วมกันได้ ประเด็นนี้ผมเลยกราบเรียนท่านประธาน ด้วยความเคารพครับ ว่าบนพื้นฐานที่เราจะเริ่มต้น เป็นรัฐบาลแห่งความปรองดอง เป็นรัฐบาลแห่งความสมัครสมานสามัคคี เห็นคนในชาติทุกคนมีค่า มีคุณค่าเท่ากันไม่แบ่งฝั่งแบ่งฝ่าย เราหันหน้าเข้ามาหากันครับ มาเริ่มต้นตรงนี้ แล้วผมก็เชื่อว่าทุกคนโดยเฉพาะทุกท่าน เป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชนอยู่แล้ว มีจิตปรารถนาดีต่อประเทศชาติบ้านเมือง และพี่น้องประชาชนอย่างแน่นอนครับ ไม่แตกต่างครับ หรือไม่เป็นประเด็นอะไรที่จะมีความเห็นต่างกัน ความเห็นต่างเป็นสีสันที่สวยงาม ในระบอบประชาธิปไตย โดยเฉพาะในระบบเสียงข้างมาก ภายใต้องค์พระมหากษัตริย์ที่เป็นประมุข ต้องมีความเห็นต่างครับ แต่เราจะแปลงความเห็นต่างตรงนั้น มาเป็นความเห็นร่วมอย่างไร นั่นคือ ขึ้นกับพวกเรา ๗๕๐ คนที่อยู่ตรงนี้ โอกาสนี้เลยครับ ถ้าทุกท่านได้มอบความไว้วางใจ ให้กับนายเศรษฐา ทวีสิน ผู้ที่ถูกเสนอชื่อเป็นบุคคล ซึ่งสมควรที่จะได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี จากมติของพวกเรา ๗๕๐ ท่านในวันนี้ ก็จะเป็นจุดเริ่มต้นของการนำความเห็นต่าง มาเป็นความเห็นร่วม เพื่อหันหน้าเข้าหากันมาทำงานร่วมกัน ท่านประธานที่เคารพครับ สิ่งที่ผมกราบเรียนมาทั้งหมด ในนามของพรรคเพื่อไทย และพรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาลทั้ง ๑๑ พรรค ขอกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังเพื่อนสมาชิก ผ่านไปยังพี่น้องประชาชน ทุกอย่างเราหวังว่าจะได้สิ่งที่ดีที่สุดครับ แต่สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับทุกคนที่หวังมันไม่เคยเกิดขึ้น โดยเฉพาะในมิติของสังคมไทย ที่มีความแตกต่างหลากหลายมาอย่างนี้ เราต้องรับความแตกต่างหลากหลาย และนำสิ่งที่เป็นอยู่ในขณะนี้ มาทำหน้าที่ในการบริหารจัดการ ให้เป็นโอกาสและความหวังที่ดี ของพี่น้องประชาชนให้มากที่สุด ผมกราบขอบคุณผ่านท่านประธาน ไปยังสมาชิกที่เคารพทุกท่านนะครับ ที่กรุณาจะขานชื่อให้ความเห็นชอบ นายเศรษฐา ทวีสิน เป็นบุคคลซึ่งสมควรได้รับการแต่งตั้ง เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ ๓๐ ของประเทศไทยกราบขอบพระคุณครับ (คุณวันมูหะมัดนอร์) ครับ ขอบคุณ คุณหมอชลน่าน ศรีแก้วมากครับ ท่านสมาชิกที่เคารพทุกท่านครับ เนื่องจากสมาชิกได้อภิปรายคุณสมบัติ ของบุคคลที่จะถูกชื่อ... ที่จะถูกเสนอชื่อ เพื่อพิจารณาแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ครบทุกฝ่ายแล้ว ตามระยะเวลาที่เราได้กำหนดไว้ ผมต้องขอขอบคุณเป็นอย่างยิ่งครับ ที่เราสามารถจะเข้าประชุม โดยพร้อมเพรียงตรงเวลา และกำหนดการอภิปราย ก็เสร็จสิ้นตามกรอบเวลาครับ ผมจึงขอปิดการอภิปราย และดำเนินการขั้นตอน ในการออกเสียงลงคะแนนต่อไปนะครับ การลงคะแนนเสียงนั้นจะกระทำโดยเปิดเผยครับ ตามข้อบังคับที่ ๕๖ (๒) โดยการเรียกชื่อสมาชิกรัฐสภาตามลำดับอักษร และให้ออกเสียงลงคะแนนเป็นรายคน ซึ่งผมจะได้เชิญสมาชิกรัฐสภาจำนวน ๖ คนครับ เพื่อเป็นผู้ตรวจสอบการนับคะแนน ตามข้อบังคับที่ ๑๓๗ ต่อไป ซึ่งผมจะบอกเป็นขั้นตอนเพื่อไม่ให้สับสน แต่คิดว่าสมาชิกคงไม่สับสนนะครับ เพราะว่าเราได้เพิ่งกระทำไป เมื่อคราวที่แล้ว แล้วนะครับ รายชื่อนะครับ ผู้ที่จะมาเป็นกรรมการ เพื่อตรวจสอบการนับคะแนนนะครับ ท่านแรก ก็คือท่านธัญธร ธนินวัฒนาธร ครับ จากพรรคก้าวไกลครับ อยู่นะครับ ท่านที่ ๒ นางสาวศิริโสภา โกฏคำลือ ครับ จากพรรคเพื่อไทยนะครับ ท่านที่ ๓ นางสาวผกามาศ เจริญพันธ์ จากพรรคภูมิใจไทย ท่านที่ ๔ คือ คุณอัครแสนคีรี โล่ห์วีระ จากพรรคประชาพลังประชารัฐ ท่านที่ ๕ พลเอก พหล สง่าเนตร จากวุฒิสมาชิกครับ ท่านที่ ๖ คือ คุณดวงพร รอดพญา ครับ รอดพยาธิ์ ครับ จากวุฒิสมาชิกครับ ทั้งหมด ๖ ท่านอยู่ครบทุกคนนะครับ เดี๋ยวสักครู่ก็ค่อยเชิญขึ้นมาข้างหน้านะครับ เพื่อทำหน้าที่ในการเป็นกรรมการนับคะแนนครับ มติที่จะเห็นชอบการแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีนั้น จะต้องมีเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่ง ของจำนวนสมาชิกที่มีอยู่ คือ ๓๗๔ คะแนนเป็นต้นไปนะครับ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา ๒๗๒ วรรค ๑ ข้อบังคับที่ ๑๓๗ นะครับ ก่อนที่จะดำเนินการให้มีการขานชื่อนับคะแนน ผมจะขอตรวจสอบองค์ประชุมก่อนครับ ขอเชิญท่านสมาชิกที่อยู่ข้างนอกครับ กรุณาเข้ามาในห้องประชุมครับ เพื่อเราจะได้ตรวจสอบจำนวนผู้เข้าประชุมครับ [เสียงออด] (คุณวันมูหะมัดนอร์) ท่านที่เข้ามาแล้ว กรุณากดบัตรแสดงตนด้วยครับ (คุณภาณุ) ๔๑๒ แสดงตนครับ (คุณวันมูหะมัดนอร์) ครับ ๔๑๒ แสดงตนนะครับ เชิญครับ สมาชิกที่อยู่ข้างนอก หรือเข้ามาแล้ว มีปัญหาเรื่องการเสียบบัตรแสดงตน กรุณาแจ้งด้วยครับ ครับ สมาชิกกำลังทยอยเข้ามาครับ ครับ เชิญครับ ท่านสมาชิกที่กำลังเดินเข้ามาครับ กรุณาเข้ามาเสียบบัตรและก็แสดงตนด้วยครับ ถ้ามีปัญหากรุณาแจ้งด้วยครับ (คุณสรวีย์) ๔๐๒ แสดงตนครับ (คุณวันมูหะมัดนอร์) ครับ ช่วยกรุณาแจ้ง ให้ชัดด้วยครับ ที่แจ้งยังไม่ได้ระบุ ยังไม่ได้... ครับ ยังมีสมาชิก... อ๋อ ไม่เป็นไรครับ เราจะรอครับ (คุณธนยศ) ท่านประธานครับ (คุณวันมูหะมัดนอร์) เชิญครับ (คุณธนยศ) ๑๖๐ ครับ ธนยศ ทิมสุวรรณ แสดงตนครับ (คุณวันมูหะมัดนอร์) ๑๖๐ แสดงตนครับ สมาชิกที่แสดงตนแล้ว ก็อย่าเพิ่งออกไปไหนครับ เดี๋ยวจะต้องมีการลงมติแล้วครับ ครับ มีท่านผู้ใดที่ยังไม่ได้แสดงตนบ้าง ที่เข้ามาแล้วนะครับ [เสียงออด] (คุณวันมูหะมัดนอร์) ที่เข้ามาแล้ว มีท่านผู้ใดยังไม่ได้แสดงตนครับ ครับ ครับ ไม่มีแล้ว ขอให้เจ้าหน้าที่แจ้งผลด้วยครับ ตอนนี้จำนวนผู้เข้าประชุมที่เสียบบัตร ๖๘๘ มีผู้แจ้งเพิ่มเติมไหมครับ (คุณไชยามพวาน) ขออภัยครับท่านครับ ๑๕๖ ครับ แสดงตนครับ (คุณวันมูหะมัดนอร์) ครับ แสดงตนเพิ่ม เชิญเจ้าหน้าที่ขอจำนวนเพิ่มขึ้นจากที่... (คุณไชยามพวาน) ไชยามพวานครับ (คุณวันมูหะมัดนอร์) ครับ (คุณวิวรรธน์) ท่านประธานครับ วิวรรธน์ แสงสุริยะฉัตร ๑๖๘ แสดงตนครับ (คุณวันมูหะมัดนอร์) ครับ แสดงตนครับ ผมขอเชิญท่านสมาชิกที่ได้รับการเลือก ให้เป็นกรรมการนับคะแนน กรุณามาประจำที่ข้างหน้าด้วยเลยได้ครับ (คุณสมเดช) ท่านประธานครับ ขออนุญาตครับ สมเดช นิลพันธุ์ ๑๙๗ แสดงตนครับ (คุณวันมูหะมัดนอร์) ครับ ๑๙๗ แสดงตนครับ (พลตำรวจเอก เสรีพิศุทธ์) ขออนุญาตครับ เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ครับ แสดงตนครับ (คุณปรีดา) กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ผม ปรีดา บุญเพลิง ๒๑... ๒๒๑ แสดงตนครับ (คุณประพันธุ์) ขออนุญาตครับท่านประธานครับ ผม ประพันธุ์ คูณมี ๓๐๔ ครับ ขอแสดงตนครับ (คุณวันมูหะมัดนอร์) ครับ ๓๐๔ แสดงตนครับ เดี๋ยวรอสักครู่ครับ เจ้าหน้าที่กำลังรวบรวม... (คุณปนัดดา) ท่านประธานครับ ปนัดดา ดิศกุล ๐๙๗ ครับ ขอแสดงตัวครับ (คุณดิเรกฤทธิ์) ท่านประธานครับ ดิเรกฤทธิ์ เจนครองธรรม ๐๕๙ แสดงตนครับ (คุณวันมูหะมัดนอร์) ครับ ขอบคุณมากครับ (คุณประสิทธิ์) ขออนุญาตครับท่านประธาน ๓๒๐ ประสิทธิ์ ปทุมารักษ์ แสดงตนครับ (คุณวันมูหะมัดนอร์) ครับ ๓๒๐ ครับ (คุณอำพล) ท่านประธานครับ อำพล จินดาวัฒนะ สมาชิกวุฒิสภา ๒๔๓ แสดงตนครับ ขอบ... (คุณวันมูหะมัดนอร์) ครับ ตอนนี้มี ผู้ที่อยู่ในห้องประชุม ได้แสดงตนทั้งหมดนะครับ ๗๐๐... (ผู้เข้าร่วมประชุมชาย) ๔๐๘ แสดงตนครับ ท่านประธานครับ (คุณวันมูหะมัดนอร์) อีก... บวกอีก ๑ ครับ ๔๐๘ ครับ ๗๐๒ ท่านนะครับ (คุณชัยทิพย์) ท่านประธานครับ ท่านประธานครับ ผม ๑๒๔ แสดงตนครับ (คุณวันมูหะมัดนอร์) ๑๒๔ แสดงตนครับ คิดว่าคงไม่ซ้ำแล้วนะ เป็น ๗๐๓ นะครับ (คุณธนกร) กราบเรียนท่านประธานครับ ๒๓๓ แสดงตนครับ (คุณวันมูหะมัดนอร์) ๒๓๓ แสดงตนครับ บวกอีก ๑ ครับ (คุณเกรียงยศ) เรียนท่านประธานครับ ๐๓๘ แสดงตนครับ (คุณวันมูหะมัดนอร์) ครับ เชิญครับ ครับ ตอนนี้ก็มีผู้แสดงตนทั้งหมด ๗๐๕ ท่านนะครับ ๗๐๕ ท่านถือว่าครบองค์ประชุมแล้วนะครับ เมื่อสมาชิกครบองค์ประชุมแล้ว ต่อไปนะครับ ผมจะให้เลขาธิการ อ่านรายชื่อสมาชิกเรียงตามลำดับอักษร เพื่อให้ท่านออกเสียงลงคะแนนเป็นรายบุคคลครับ ท่านกดก็ออกเสียงเลยครับ โดยจะลงคะแนนตามข้อบังคับที่ ๕๖ (๒) เมื่อเลขาธิการอ่านรายชื่อสมาชิกท่านใด ขอให้สมาชิกท่านนั้นยืนขึ้น และออกเสียงลงคะแนน ดังนี้ ถ้าท่านเห็นชอบ กับบุคคลที่เสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรี คือ ท่านเศรษฐา ทวีสิน นะครับ ถ้าท่านเห็นชอบนะครับ ขอให้ท่านกล่าวคำว่า "เห็นชอบ" นะครับ ไม่ต้องเอ่ยชื่อท่านแล้วนะครับ ถ้าท่านเห็นชอบกับชื่อที่ถูกเสนอชื่อ ก็ให้ท่านกล่าวคำว่า "เห็นชอบ" ถ้าท่านไม่เห็นชอบก็กล่าวคำว่า "ไม่เห็นชอบ" ถ้าท่านต้องการงดออกเสียง ให้กล่าวคำว่า "งดออกเสียง" เมื่อมีการลงคะแนนแล้วนะครับ ระบบการลงคะแนนของเรา จะใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ มาสนับสนุนการลงคะแนนด้วย เพื่อให้สมาชิกได้เห็นว่าชัดเจน ว่าการออกเสียงของท่าน กับคะแนนที่ออกมาตรงกันหรือไม่ อย่างไร เมื่อท่านออกคะแนนแล้วผลการลงคะแนนของท่าน จะปรากฏภาพจอข้างหน้านี้ ถ้าท่านเห็นว่าสิ่งที่ท่านขาน... ขานออกไปนั้น ไม่ตรงกับคะแนนที่ปรากฏในจอ ท่านสามารถจะยกมือคัดค้านชี้แจงต่อไปได้ ก็จะได้แก้ไข แต่เมื่อท่านขานชื่อแล้วและคะแนนปรากฏแล้ว ต่อไปแล้วท่านก็ไม่สามารถจะเปลี่ยนแปลงได้ เพราะว่าถือว่าได้ตรวจสอบเรียบร้อยแล้วนะครับ และเมื่อปิดการลงคะแนนแล้วนะครับ สำหรับท่านสมาชิกเมื่อขานชื่อ... เลขาอ่านชื่อครบแล้วนะครับ แต่มีท่านสมาชิกที่ยังไม่ได้ลงคะแนน เดี๋ยวผมจะอ่านต่อไป ว่าให้... ท่านจะมาขานชื่อข้างหน้านี้อย่างไร เอาไว้เป็นตอนขั้นตอนนั้น ตอนนี้เป็นขั้นตอนที่ว่า ท่านสมาชิกที่อยู่ในห้องประชุม แล้วท่านเลขาธิการ ก็จะอ่านรายชื่อตามลำดับอักษร ผมขอเชิญคณะกรรมการทั้ง ๖ ท่านครับ ได้กรุณาออกมาก่อนครับ เพื่อท่านจะได้ตรวจสอบได้นะครับ ออกมาพร้อมแล้ว ครับ ขอบคุณมากครับ คณะกรรมการทั้ง ๖ ท่านครบแล้วนะครับ และก็พร้อมแล้ว อย่างนั้น ขอเชิญท่านเลขาธิการครับ (คุณพรพิศ) ๑. นางสาวกมนทรรศน์ กิตติสุนทรสกุล (คุณกมนทรรศน์) ไม่เห็นชอบค่ะ (คุณพรพิศ) ๒. นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ (คุณกมลศักดิ์) เห็นชอบครับ (คุณพรพิศ) ๓. นายกรรณภว์ ธนภรรคภวิน ๔. นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล (คุณกรวีร์) เห็นชอบครับ (คุณพรพิศ) ๕. นายกรวีร์ สาราคำ (คุณกรวีร์) เห็นชอบครับ (คุณพรพิศ) ๖. นายกระแสร์ ตระกูลพรพงศ์ (คุณกระแสร์) เห็นชอบครับ (คุณพรพิศ) ๗. นายกรุณพล เทียนสุวรรณ (คุณกรุณพล) ไม่เห็นชอบ (คุณพรพิศ) ๘. นายกฤช ศิลปชัย (คุณกฤช) ไม่เห็นชอบครับ (คุณพรพิศ) ๙. นายกฤดิทัช แสงธนโยธิน (คุณกฤดิทัช) เห็นชอบครับ (คุณพรพิศ) ๑๐. นางสาวกฤษฎิ์ ชีวะธรรมานนท์ (คุณกฤษฎิ์) ไม่เห็นชอบค่ะ (คุณพรพิศ) ๑๑. นายกฤษฐ์หิรัญ เลิศอุฤทธิ์ภักดี (คุณกฤษฐ์หิรัญ) ไม่เห็นชอบครับ (คุณพรพิศ) ๑๒. นางสาวกฤษณา สีหลักษณ์ (คุณกฤษณา) เห็นชอบค่ะ (คุณพรพิศ) ๑๓. พลตรี กลชัย สุวรรณบรูณ์ ขออนุญาตออกเสียงอีกครั้งค่ะ ไม่ได้ยินค่ะ (พลตรี กลชัย) เห็นชอบครับ (คุณพรพิศ) ๑๔. นายกล้านรงค์ จันทิก (คุณกล้านรงค์) เห็นชอบครับ (คุณพรพิศ) ๑๕. นายกษิดิศ อาชวคุณ (คุณกษิดิศ) ไม่เห็นชอบครับ (คุณพรพิศ) ๑๖. นางกอบกุล อาภากร ณ อยุธยา (คุณกอบกุล) เห็นชอบค่ะ (คุณพรพิศ) ๑๗. นายกัณตภณ ดวงอัมพร (คุณกัณตภณ) ไม่เห็นชอบครับ (คุณพรพิศ) ๑๘. นายกัณวีร์ สืบแสง (คุณกัณวีร์) ไม่เห็นชอบครับ (คุณพรพิศ) ๑๙. นายกันต์พงษ์ ประยูรศักดิ์ (คุณกันต์พงษ์) ไม่เห็นชอบ (คุณพรพิศ) ๒๐. นางสาวกัลยพัชร รจิตโรจน์ (คุณกัลยพัชร) ไม่เห็นชอบค่ะ (คุณพรพิศ) ๒๑. นายกาญจน์ ตั้งปอง ๒๒. นางสาวกาญจน์ จังหวะ (คุณกาญจน์) เห็นชอบค่ะ (คุณพรพิศ) ๒๓. ศาสตราจารย์พิเศษกาญจนารัตน์ ลีวิโรจน์ (ศาสตราจารย์พิเศษกาญจนารัตน์) งดออกเสียงค่ะ (คุณพรพิศ) ๒๔ นางสาวกานสินี โอภาสรังสรรค์ (คุณกานสินี) ชอบค่ะ (คุณพรพิศ) ๒๕. นางสาวการณิก จันทดา (คุณการณิก) ไม่เห็นชอบค่ะ (คุณพรพิศ) ๒๖. นายกำพล เลิศเกียรติดำรงค์ ๒๗. นายกิตติ กิตติธรกุล (คุณกิตติ) เห็นชอบครับ (คุณพรพิศ) ๒๘. นายกิตติ วะสีนนท์ (คุณกิตติ) เห็นชอบ (คุณพรพิศ) ๒๙. นายกิตติ สมทรัพย์ (คุณกิตติ) เห็นชอบครับ (คุณพรพิศ) ๓๐. นางสาวกิตติ์ธัญญา วาจาดี (คุณกิตติ์ธัญญา) เห็นชอบค่ะ (คุณพรพิศ) ๓๑. นายกิตติภณ ปานพรหมมาศ (คุณกิตติภณ) ไม่เห็นชอบครับ (คุณพรพิศ) ๓๒. นายกิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ (คุณกิตติศักดิ์) เห็นชอบครับ (คุณพรพิศ) ๓๓. นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ ๓๔. นางสาวกุลวลี นพอมรบดี (คุณกุลวลี) เห็นชอบค่ะ (คุณพรพิศ) ๓๕. นายกูรดิสถ์ จันทร์ศรีชวาลา (คุณกูรดิสถ์) เห็นชอบครับ (คุณพรพิศ) ๓๖. นายเกรียง กัลป์ตินันท์ (คุณเกรียง) เห็นชอบครับ (คุณพรพิศ) ๓๗. นายเกรียงไกร กิตติธเนศวร (คุณเกรียงไกร) เห็นชอบครับ (คุณพรพิศ) ๓๘. นายเกรียงยศ สุดลาภา (คุณเกรียงยศ) เห็นชอบครับ (คุณพรพิศ) ๓๙. นายเกรียงศักดิ์ ฝ้ายสีงาม (คุณเกรียงศักดิ์) เห็นชอบครับ (คุณพรพิศ) ๔๐. นายเกษม อุประ (คุณเกษม) เห็นชอบครับ (คุณพรพิศ) ๔๑. นายเกียรติคุณ ต้นยาง (คุณเกียรติคุณ) ไม่เห็นชอบครับ (คุณพรพิศ) ๔๒. นายเกียว แก้วสุทอ (คุณเกียว) เห็นชอบครับ (คุณพรพิศ) ๔๓. นายโกศล ปัทมะ (คุณโกศล) เห็นชอบครับ (คุณพรพิศ) ๔๔. ศาสตราจารย์เกียรติคุณไกรสิทธิ์ ตันติศิรินทร์ (ศาสตราจารย์เกียรติคุณไกรสิทธิ์) เห็นชอบครับ (คุณพรพิศ) ๔๕. นายขวัญชาติ วงศ์ศุภรานันต์ (คุณขวัญชาติ) เห็นชอบครับ (คุณพรพิศ) ๔๖. นางขวัญเรือน เทียนทอง (คุณขวัญเรือน) เห็นชอบค่ะ (คุณพรพิศ) ๔๗. นางสาวขัตติยา สวัสดิผล (คุณขัตติยา) เห็นชอบค่ะ (คุณพรพิศ) ๔๘. นายคงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ (คุณคงกฤษ) เห็นชอบครับ (คุณพรพิศ) ๔๙. นายคริษฐ์ ปานเนียม (คุณคริษฐ์) ไม่เห็นชอบ (คุณพรพิศ) ๕๐. นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม (คุณครูมานิตย์) เห็นชอบครับ (คุณพรพิศ) ๕๑. นายคอซีย์ มามุ (คุณคอซีย์) เห็นชอบครับ (คุณพรพิศ) ๕๒. นายคำนูณ สิทธิสมาน (คุณคำนูณ) เห็นชอบครับ (คุณพรพิศ) ๕๓. นายคำพอง เทพาคำ (คุณคำพอง) ไม่เห็นชอบครับ (คุณพรพิศ) ๕๔. นายคุณากร มั่นนทีรัย (คุณคุณากร) ไม่เห็นชอบครับ (คุณพรพิศ) ๕๕. นายจเด็จ อินสว่าง (คุณจเด็จ) ไม่เห็นชอบ (คุณพรพิศ) ๕๖. นายจตุพร กมลพันธ์ทิพย์ (คุณจตุพร) เห็นชอบครับ (คุณพรพิศ) ๕๗. นายจรยุทธ จตุรพรประสิทธิ์ (คุณจรยุทธ) ไม่เห็นชอบครับ (คุณพรพิศ) ๔๘. นายจรัส คุ้มไข่น้ำ (คุณจรัส) ไม่เห็นชอบครับ (คุณพรพิศ) ๕๙. นายจรินทร์ จักกะพาก (คุณจรินทร์) งดออกเสียงครับ (คุณพรพิศ) ๖๐. พันตำรวจเอก จรุงวิทย์ ภุมมา (พันตำรวจเอก จรุงวิทย์) เห็นชอบครับ (คุณพรพิศ) ๖๑ พลโท จเรศักณิ์ อานุภาพ (คุณพลโท จเรศักณิ์) เห็นชอบครับ (คุณพรพิศ) ๖๒. นายจักพันธ์ ปิยพรไพบูลย์ ๖๓. นายจักรกฤษณ์ ทองศรี (คุณจักรกฤษณ์) เห็นชอบครับ (คุณพรพิศ) ๖๔. นายจักรวาล ชัยวิรัตน์นุกูล (คุณจักรวาล) เห็นชอบครับ (คุณพรพิศ) ๖๕. นายจักรัตน์ พั้วช่วย (คุณจักรัตน์) เห็นชอบครับ (คุณพรพิศ) ๖๖. นายจัตุรงค์ เสริมสุข (คุณจัตุรงค์) งดออกเสียงครับ (คุณพรพิศ) ๖๗. นายจาตุรนต์ ฉายแสง (คุณจาตุรนต์) เห็นชอบครับ (คุณพรพิศ) ๖๘. นายจำลอง ภูนวนทา (คุณจำลอง) เห็นชอบครับ (คุณพรพิศ) ๖๙. นายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ (คุณจิตติพจน์) เห็นชอบครับ (คุณพรพิศ) ๗๐. นางจินตนา ชัยยวรรณาการ (คุณจินตนา) เห็นชอบค่ะ (คุณพรพิศ) ๗๑. นายจิรชัย มูลทองโร่ย (คุณจิรชัย) เห็นชอบครับ (คุณพรพิศ) ๗๒. นางจิรดา สงฆ์ประชา (คุณจิรดา) เห็นชอบค่ะ (คุณพรพิศ) ๗๓. พลเอกจิรพงศ์ วรรณรัตน์ (พลเอกจิรพงศ์) เห็นชอบครับ (คุณพรพิศ) ๗๔. นายจิรวัฒน์ ศิริพานิชย์ (คุณจิรวัฒน์) เห็นชอบครับ (คุณพรพิศ) ๗๕. นายจิรวุฒิ สิงห์โตทอง (คุณจิรวุฒิ) เห็นชอบครับ (คุณพรพิศ) ๗๖. นาวสาวจิรัชยา สัพโส (คุณจิรัชยา) เห็นชอบค่ะ (คุณพรพิศ) ๗๗. นายจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ (คุณจิรัฏฐ์) ไม่เห็นชอบครับ (คุณพรพิศ) ๗๘. นางสาวจิราพร สินธุไพร (คุณจิราพร) เห็นชอบค่ะ (คุณพรพิศ) ๗๙. นายจีรเดช ศรีวิราช (คุณจีรเดช) เห็นชอบครับ (คุณพรพิศ) ๘๐. พลเอก จีระศักดิ์ ชมประสพ (พลเอก จีระศักดิ์) งดออกเสียงครับ (คุณพรพิศ) ๘๑. นายจุติ ไกรฤกษ์ (คุณจุติ) เห็นชอบครับ (คุณพรพิศ) ๘๒. นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ (คุณจุรินทร์) งดออกเสียงครับ (คุณพรพิศ) ๘๓. นายจุลพงศ์ อยู่เกษ (คุณจุลพงศ์) ไม่เห็นชอบครับ (คุณพรพิศ) ๘๔. นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ (คุณจุลพันธ์) เห็นชอบครับ (คุณพรพิศ) ๘๕. นางจุฬาลักษณ์ ขันสุธรรม (คุณจุฬาลักษณ์) ไม่เห็นชอบค่ะ (คุณพรพิศ) ๘๖. นายเจตน์ ศิรธรานนท์ (คุณเจตน์) เห็นชอบครับ (คุณพรพิศ) ๘๗. นายเจน นำชัยศิริ (คุณเจน) งดออกเสียงครับ (คุณพรพิศ) ๘๘. นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ (คุณเจเศรษฐ์) เห็นชอบครับ (คุณพรพิศ) ๘๙. นายเจษฎา ดนตรีเสนาะ (คุณเจษฎา) ไม่เห็นชอบครับ (คุณพรพิศ) ๙๐. นายฉกาจ พัฒนกิจวิบูลย์ (คุณฉกาจ) เห็นชอบครับ (คุณพรพิศ) ๙๑. นายฉลาด ขามช่วง (คุณฉลาด) เห็นชอบครับ (คุณพรพิศ) ๙๒. นางฉวีรัตน์ เกษตรสุนทร (คุณฉวีรัตน์) เห็นชอบค่ะ (คุณพรพิศ) ๙๓. นายฉัตร สุภัทรวณิชย์ (คุณฉัตร) ไม่เห็นชอบครับ (คุณพรพิศ) ๙๔. พลเอก ฉัตรเฉลิม เฉลิมสุข (พลเอก ฉัตรเฉลิม) เห็นชอบครับ (คุณพรพิศ) ๙๕. พลเอก ฉัตรชัย สาริกัลยะ (พลเอก ฉัตรชัย) เห็นชอบครับ (คุณพรพิศ) ๙๖. นายเฉลา พวงมาลัย (คุณเฉลา) เห็นชอบครับ (คุณพรพิศ) ๙๗. ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง ๙๘. นายเฉลิมชัย กุลาเลิศ (คุณเฉลิมชัย) ไม่เห็นชอบครับ (คุณพรพิศ) ๙๙. พลอากาศตรีเฉลิมชัย เครืองาม (พลอากาศตรีเฉลิมชัย) งดออกเสียงครับ (คุณพรพิศ) ๑๐๐. ผู้ช่วยศาสตราจารย์เฉลิมชัย บุญยะลีพรรณ (ผู้ช่วยศาสตราจารย์เฉลิมชัย) งดออกเสียงครับ (ว่าที่ร้อยตำรวจตรี อาพัทธ์) ๑๐๑. นายเฉลิมชัย เฟื่องคอน (คุณเฉลิมชัย) เห็นชอบครับ (ว่าที่ร้อยตำรวจตรี อาพัทธ์) ๑๐๒. นายเฉลิมพงศ์ แสงดี (คุณเฉลิมพงศ์) ไม่เห็นชอบครับ (ว่าที่ร้อยตำรวจตรี อาพัทธ์) ๑๐๓. พลเอก เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ ๑๐๔. นายเฉลียว เกาะแก้ว (คุณเฉลียว) งดออกเสียงครับ (ว่าที่ร้อยตำรวจตรี อาพัทธ์) ๑๐๕. นางสาวชญาภา สินธุไพร (คุณชญาภา) เห็นชอบค่ะ (ว่าที่ร้อยตำรวจตรี อาพัทธ์) ๑๐๖. นางสาวชนก จันทาทอง (คุณชนก) เห็นชอบค่ะ (ว่าที่ร้อยตำรวจตรี อาพัทธ์) ๑๐๗. นายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว (คุณชนนพัฒฐ์) เห็นชอบครับ (ว่าที่ร้อยตำรวจตรี อาพัทธ์) ๑๐๘. นายชยพล สท้อนดี (คุณชยพล) ไม่เห็นชอบครับ (ว่าที่ร้อยตำรวจตรี อาพัทธ์) ๑๐๙. พลเอก ชยุติ สุวรรณมาศ (พลเอก ชยุติ) เห็นชอบครับ (ว่าที่ร้อยตำรวจตรี อาพัทธ์) ๑๑๐. หม่อมหลวงชโยทิต กฤดากร (หม่อมหลวงชโยทิต) เห็นชอบครับ (ว่าที่ร้อยตำรวจตรี อาพัทธ์) ๑๑๑. นายชริน วงศ์พันธ์เที่ยง (คุณชริน) ไม่เห็นชอบครับ (ว่าที่ร้อยตำรวจตรี อาพัทธ์) ๑๑๒. นายชลธานี เชื้อน้อย (คุณชลธานี) ไม่เห็นชอบครับ (ว่าที่ร้อยตำรวจตรีอาพัทธ์ )๑๑๓. นางสาวชลธิชา แจ้งเร็ว (คุณชลธิชา) ไม่เห็นชอบค่ะ (ว่าที่ร้อยตำรวจตรี อาพัทธ์) ๑๑๔. นายชลน่าน ศรีแก้ว (คุณชลน่าน) เห็นชอบครับ (ว่าที่ร้อยตำรวจตรี อาพัทธ์) ๑๑๕. นายชลิต แก้วจินดา ๑๑๖. นายชวน หลีกภัย (คุณชวน) ไม่เห็นชอบ (ว่าที่ร้อยตำรวจตรี อาพัทธ์) ๑๑๗. นายชวาล พลเมืองดี (คุณชวาล) ไม่เห็นชอบครับ (ว่าที่ร้อยตำรวจตรี อาพัทธ์) ๑๑๘. นายชัชวาล แพทยาไทย (คุณชัชวาล) งดออกเสียงครับ (ว่าที่ร้อยตำรวจตรี อาพัทธ์) ๑๑๙. นายชัชวาล อภิรักษ์มั่นคง (คุณชัชวาล) ไม่เห็นชอบครับ ไม่เห็นด้วยครับ ไม่รับรองครับ (ว่าที่ร้อยตำรวจตรี อาพัทธ์) ๑๒๐. พลตำรวจเอก ชัชวาลย์ สุขสมจิตร์ (พลตำรวจเอกชัชวาลย์) งดออกเสียงครับ (ว่าที่ร้อยตำรวจตรี อาพัทธ์) ๑๒๑. นายชัชวาลล์ คงอุดม (คุณชัชวาลล์) เห็นชอบครับ (ว่าที่ร้อยตำรวจตรี อาพัทธ์) ๑๒๒. นายชัยเกษม นิติสิริ (คุณชัยเกษม) เห็นชอบครับ (ว่าที่ร้อยตำรวจตรี อาพัทธ์) ๑๒๓. นายชัยชนะ เดชเดโช ๑๒๔. นายชัยทิพย์ กมลพันธ์ทิพย์ (คุณชัยทิพย์) เห็นชอบครับ (ว่าที่ร้อยตำรวจตรี อาพัทธ์) ๑๒๕. นายชัยธวัช ตุลาธน (คุณชัยธวัช) ไม่เห็นชอบครับ (ว่าที่ร้อยตำรวจตรี อาพัทธ์) ๑๒๖. นายชัยมงคล ไชยรบ (คุณชัยมงคล) เห็นชอบครับ (ว่าที่ร้อยตำรวจตรี อาพัทธ์) ๑๒๗. นายชัยวัฒน์ เป้าเปี่ยมทรัพย์ (คุณชัยวัฒน์) เห็นชอบครับ (ว่าที่ร้อยตำรวจตรี อาพัทธ์) ๑๒๘. นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร (คุณชัยวัฒน์) ไม่เห็นชอบครับ (ว่าที่ร้อยตำรวจตรี อาพัทธ์) ๑๒๙. พลเรือเอก ชัยวัฒน์ เอี่ยมสุมทร (คุณพลเรือเอก ชัยวัฒน์) เห็นชอบครับ (ว่าที่ร้อยตำรวจตรี อาพัทธ์) ๑๓๐. นายชาญวิทย์ ผลชีวิน (คุณชาญวิทย์) เห็นชอบครับ (ว่าที่ร้อยตำรวจตรี อาพัทธ์) ๑๓๑. นายชาดา ไทยเศรษฐ์ (คุณชาดา) เห็นชอบครับ (ว่าที่ร้อยตำรวจตรี อาพัทธ์) ๑๓๒. นายชาตรี หล้าพรหม ๑๓๓. พลเอก ชาตอุดม ติตถะสิริ (พลเอก ชาตอุดม) งดออกเสียงครับ (ว่าที่ร้อยตำรวจตรี อาพัทธ์) ๑๓๔. นายชิตวัน ชินอนุวัฒน์ (คุณชิตวัน) ไม่เห็นชอบครับ (ว่าที่ร้อยตำรวจตรี อาพัทธ์) ๑๓๕. นายชิษณุพงศ์ ตั้งเมธากุล (คุณชิษณุพงศ์) ไม่เห็นชอบครับ (ว่าที่ร้อยตำรวจตรี อาพัทธ์) ๑๓๖. นายชุติพงศ์ พิภพภิญโญ (คุณชุติพงศ์) ไม่เห็นชอบครับ (ว่าที่ร้อยตำรวจตรี อาพัทธ์) ๑๓๗. นางสาวชุติมา คชพันธ์ (คุณชุติมา) ไม่เห็นชอบค่ะ (ว่าที่ร้อยตำรวจตรี อาพัทธ์) ๑๓๘. นายชูกัน กุลวงษา (คุณชูกัน) เห็นชอบครับ (ว่าที่ร้อยตำรวจตรี อาพัทธ์) ๑๓๙. นายชูชัย มุ่งเจริญพร (คุณชูชัย) เห็นด้วยครับ (ว่าที่ร้อยตำรวจตรี อาพัทธ์) ๑๔๐. นายชูศักดิ์ คีรีมาศทอง (คุณชูศักดิ์) เห็นชอบครับ (ว่าที่ร้อยตำรวจตรี อาพัทธ์) ๑๔๑. พลเอกชูศักดิ์ เมฆสุวรรณ์ (พลเอกชูศักดิ์) เห็นชอบครับ (ว่าที่ร้อยตำรวจตรี อาพัทธ์) ๑๔๒. นายชูศักดิ์ แม้นทิม (คุณชูศักดิ์) เห็นชอบครับ (ว่าที่ร้อยตำรวจตรี อาพัทธ์) ๑๔๓. รองศาสตราจารย์ชูศักดิ์ ศิรินิล (รองศาสตราจารย์ชูศักดิ์) เห็นชอบครับ (ว่าที่ร้อยตำรวจตรี อาพัทธ์) ๑๔๔. นายเชตวัน เตือประโคน (คุณเชตวัน) ไม่เห็นชอบ (ว่าที่ร้อยตำรวจตรี อาพัทธ์) ๑๔๕. พลเอก เชวงศักดิ์ ทองสลวย (พลเอก เชวงศักดิ์) เห็นชอบครับ (ว่าที่ร้อยตำรวจตรี อาพัทธ์) ๑๔๖. นายเชวงศักดิ์ เร่งไพบูลย์วงษ์ (คุณเชวงศักดิ์) เห็นชอบครับ (ว่าที่ร้อยตำรวจตรี อาพัทธ์) ๑๔๗. นายเชาวฤทธิ์ ขจรพงศ์กีรติ (คุณเชาวฤทธิ์) เห็นชอบครับ (ว่าที่ร้อยตำรวจตรี อาพัทธ์) ๑๔๘. พลเรือเอก เชิงชาย ชมเชิงแพทย์ (พลเรือเอก เชิงชาย) งดออกเสียงครับ (ว่าที่ร้อยตำรวจตรี อาพัทธ์) ๑๔๙. นายเชิงชาย ชาลีรินทร์ (คุณเชิงชาย) เห็นชอบครับ (ว่าที่ร้อยตำรวจตรี อาพัทธ์) ๑๕๐. ว่าที่ร้อยตรี เชิดศักดิ์ จำปาเทศ (ว่าที่ร้อยตรี เชิดศักดิ์) เห็นชอบครับ (ว่าที่ร้อยตำรวจตรี อาพัทธ์) ๑๕๑. นายเชิดศักดิ์ สันติวรวุฒิ (คุณเชิดศักดิ์) เห็นชอบครับ (ว่าที่ร้อยตำรวจตรี อาพัทธ์) ๑๕๒. นายโชติวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ (คุณโชติวุฒิ) เห็นชอบครับ (ว่าที่ร้อยตำรวจตรี อาพัทธ์) ๑๕๓. นายไชยชนก ชิดชอบ (คุณไชยชนก) เห็นชอบครับ (ว่าที่ร้อยตำรวจตรี อาพัทธ์) ๑๕๔. นายไชยวัฒนา ติณรัตน์ (คุณไชยวัฒนา) เห็นชอบครับ (ว่าที่ร้อยตำรวจตรี อาพัทธ์) ๑๕๕. นายไชยา พรหมา (คุณไชยา) เห็นชอบครับ (ว่าที่ร้อยตำรวจตรี อาพัทธ์) ๑๕๖. นายไชยามพวาน มั่นเพียรจิตต์ (คุณไชยามพวาน) ไม่เห็นชอบครับ (ว่าที่ร้อยตำรวจตรี อาพัทธ์) ๑๕๗. นายซาการียา สะอิ (คุณซาการียา) เห็นชอบครับ (ว่าที่ร้อยตำรวจตรี อาพัทธ์) ๑๕๘. นายซากีย์ พิทักษ์คุมพล (คุณซากีย์) เห็นชอบครับ (ว่าที่ร้อยตำรวจตรี อาพัทธ์) ๑๕๙. นายซูการ์โน มะทา (คุณซูการ์โน) เห็นชอบครับ (ว่าที่ร้อยตำรวจตรี อาพัทธ์) ๑๖๐. นายเซีย จำปาทอง (คุณเซีย) ไม่เห็นชอบครับ (ว่าที่ร้อยตำรวจตรี อาพัทธ์) ๑๖๑. นางสาวญาณธิชา บัวเผื่อน (คุณญาณธิชา) ไม่เห็นชอบค่ะ (ว่าที่ร้อยตำรวจตรี อาพัทธ์) ๑๖๒. นางญาณีนาถ เข็มนาค (คุณญาณีนาถ) เห็นชอบค่ะ (ว่าที่ร้อยตำรวจตรี อาพัทธ์) ๑๖๓. พลเรือเอก ฐนิธ กิตติอำพน (พลเรือเอก ฐนิธ) งดออกเสียงครับ (ว่าที่ร้อยตำรวจตรี อาพัทธ์) ๑๖๔. นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ (คุณฐากร) งดออกเสียงครับ (ว่าที่ร้อยตำรวจตรี อาพัทธ์) ๑๖๕. นายฐากูร ยะแสง (คุณฐากูร) ไม่เห็นชอบครับ (ว่าที่ร้อยตำรวจตรี อาพัทธ์) ๑๖๖. นายฐิติกันต์ ฐิติพฤฒิกุล (คุณฐิติกันต์) ไม่เห็นชอบครับ (ว่าที่ร้อยตำรวจตรี อาพัทธ์) ๑๖๗. นางฐิติมา ฉายแสง (คุณฐิติมา) เห็นชอบค่ะ (ว่าที่ร้อยตำรวจตรี อาพัทธ์) ๑๖๘. นายณกร ชารีพันธ์ (คุณณกร) ไม่เห็นชอบ (ว่าที่ร้อยตำรวจตรี อาพัทธ์) ๑๖๙. นายณพล เชยคำแหง (คุณณพล) เห็นชอบครับ (ว่าที่ร้อยตำรวจตรี อาพัทธ์) ๑๗๐. พลเรือเอกณรงค์ พิพัฒนาศัย (พลเรือเอกณรงค์) งดออกเสียง (ว่าที่ร้อยตำรวจตรี อาพัทธ์) ๑๗๑. นายณรงค์ รัตนานุกูล (คุณณรงค์) เห็นชอบครับ (ว่าที่ร้อยตำรวจตรี อาพัทธ์) ๑๗๒. นายณรงค์ สหเมธาพัฒน์ (คุณณรงค์) งดออกเสียงครับ (ว่าที่ร้อยตำรวจตรี อาพัทธ์) ๑๗๓. นายณรงค์ อ่อนสอาด (คุณณรงค์) เห็นชอบครับ (ว่าที่ร้อยตำรวจตรี อาพัทธ์) ๑๗๔. พลเอก ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ๑๗๕. นายณรงเดช อุฬารกุล (คุณณรงเดช) ไม่เห็นชอบ (ว่าที่ร้อยตำรวจตรี อาพัทธ์) ๑๗๖. นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ (คุณณัฏฐ์ชนน) เห็นชอบครับ (ว่าที่ร้อยตำรวจตรี อาพัทธ์) ๑๗๗. พลตำรวจโท ณัฏฐวัฒก์ รอดบางยาง (พลตำรวจโท ณัฏฐวัฒก์) เห็นชอบครับ (ว่าที่ร้อยตำรวจตรี อาพัทธ์) ๑๗๘. นางสาวณัฐจิรา อิ่มวิเศษ (คุณณัฐจิรา) เห็นชอบค่ะ (ว่าที่ร้อยตำรวจตรี อาพัทธ์) ๑๗๙. นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ (คุณณัฐชา) ไม่เห็นชอบครับ (ว่าที่ร้อยตำรวจตรี อาพัทธ์) ๑๘๐. นายณัฐพงศ์ เปรมพูลสวัสดิ์ (คุณณัฐพงศ์) ไม่เห็นชอบครับ (ว่าที่ร้อยตำรวจตรี อาพัทธ์) ๑๘๑. นายณัฐพงษ์ พิพัฒน์ไชยศิริ (คุณณัฐพงษ์) ไม่เห็นชอบครับ (ว่าที่ร้อยตำรวจตรี อาพัทธ์) ๑๘๒. นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ (คุณณัฐพงษ์) ไม่เห็นชอบครับ (ว่าที่ร้อยตำรวจตรี อาพัทธ์) ๑๘๓. นายณัฐพงษ์ สุปริยศิลป์ (คุณณัฐพงษ์) เห็นชอบครับ (ว่าที่ร้อยตำรวจตรี อาพัทธ์) ๑๘๔. นายณัฐพงษ์ สุมโนธรรม (คุณณัฐพงษ์) ไม่เห็นชอบครับ (ว่าที่ร้อยตำรวจตรี อาพัทธ์) ๑๘๕. นายณัฐพล โตวิจักษณ์ชัยกุล (คุณณัฐพล) ไม่เห็นชอบครับ (ว่าที่ร้อยตำรวจตรี อาพัทธ์) ๑๘๖. นายณัฐวุฒิ บัวประทุม (คุณณัฐวุฒิ) ไม่เห็นชอบครับ (ว่าที่ร้อยตำรวจตรี อาพัทธ์) ๑๘๗. นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ (คุณณัฐวุฒิ) เห็นชอบครับ (ว่าที่ร้อยตำรวจตรี อาพัทธ์) ๑๘๘. พลเอกดนัย มีชูเวท (พลเอกดนัย) เห็นชอบครับ (ว่าที่ร้อยตำรวจตรี อาพัทธ์) ๑๘๙. นายดนุพร ปุณณกันต์ (คุณดนุพร) เห็นชอบครับ (ว่าที่ร้อยตำรวจตรี อาพัทธ์) ๑๙๐. นางดวงพร รอดพยาธิ์ (คุณดวงพร) งดออกเสียงค่ะ (ว่าที่ร้อยตำรวจตรี อาพัทธ์) ๑๙๑ รองศาสตราจารย์พิเศษ ดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง (รองศาสตราจารย์พิเศษดวงฤทธิ์) เห็นชอบครับ (ว่าที่ร้อยตำรวจตรี อาพัทธ์) ๑๙๒. นางสาวดาวน้อย สุทธินิภาพันธ์ (คุณดาวน้อย) เห็นชอบค่ะ (ว่าที่ร้อยตำรวจตรี อาพัทธ์) ๑๙๓. พลตำรวจเอกดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ (พลตำรวจเอกดำรงศักดิ์) งดออกเสียงครับ (ว่าที่ร้อยตำรวจตรี อาพัทธ์) ๑๙๔. นายดิเรกฤทธิ์ เจนครองธรรม (คุณดิเรกฤทธิ์) เห็นชอบครับ (ว่าที่ร้อยตำรวจตรี อาพัทธ์) ๑๙๕. นายดุสิต เขมะศักดิ์ชัย (คุณดุสิต) เห็นชอบครับ (ว่าที่ร้อยตำรวจตรี อาพัทธ์) ๑๙๖. พลตำรวจเอก เดชณรงค์ สุทธิชาญบัญชา (พลตำรวจเอก เดชณรงค์) เห็นชอบครับ (ว่าที่ร้อยตำรวจตรี อาพัทธ์) ๑๙๗. นายเดชอิศม์ ขาวทอง ๑๙๘. นายตรัยวรรธน์ อิ่มใจ (คุณตรัยวรรธน์) ไม่เห็นชอบครับ (ว่าที่ร้อยตำรวจตรี อาพัทธ์) ๑๙๙. พลตำรวจโท ตรีทศ รณฤทธิวิชัย (พลตำรวจโท ตรีทศ) เห็นชอบครับ (ว่าที่ร้อยตำรวจตรี อาพัทธ์) ๒๐๐. พลอากาศเอก ตรีทศ สนแจ้ง (พลอากาศเอกตรีทศ) งดออกเสียงครับ (คุณพรพิศ) ๒๐๑. นางสาวตรีนุช เทียนทอง (คุณตรีนุช) เห็นชอบค่ะ (คุณพรพิศ) ๒๐๒. นายตวง อันทะไชย (คุณตวง) งดออกเสียงครับ (คุณพรพิศ) ๒๐๓. นางสาวตวงทิพย์ จินตะเวช (คุณตวงทิพย์) เห็นชอบค่ะ (คุณพรพิศ) ๒๐๔. นายไตรเทพ งามกมล (คุณไตรเทพ) เห็นชอบครับ (คุณพรพิศ) ๒๐๕. รองศาสตราจารย์ พลเอก ไตรโรจน์ ครุธเวโช (รองศาสตราจารย์พลเอกไตรโรจน์) เห็นชอบครับ (คุณพรพิศ) ๒๐๖. นายถนอมพงศ์ หลีกภัย (คุณถนอมพงศ์) เห็นชอบครับ (คุณพรพิศ) ๒๐๗. นายถนัด มานะพันธุ์นิยม (คุณถนัด) งดออกเสียงครับ (คุณพรพิศ) ๒๐๘. นายถวิล เปลี่ยนศรี (คุณถวิล) ไม่เห็นชอบครับ (คุณพรพิศ) ๒๐๙. นายถาวร เทพวิมลเพชรกุล (คุณถาวร) เห็นชอบครับ (คุณพรพิศ) ๒๑๐. พลอากาศเอก ถาวร มณีพฤกษ์ (พลอากาศเอก ถาวร) เห็นชอบครับ (คุณพรพิศ) ๒๑๑. นายถิรเดช ตั้งมั่นก่อกิจ (คุณถิรเดช) เห็นชอบครับ (คุณพรพิศ) ๒๑๒. นายทรงเดช เสมอคำ (คุณทรงเดช) เห็นชอบครับ (คุณพรพิศ) ๒๑๓. นายทรงยศ รามสูต (คุณทรงยศ) เห็นชอบครับ (คุณพรพิศ) ๒๑๔. นายทรงศักดิ์ ทองศรี (คุณทรงศักดิ์) เห็นชอบครับ (คุณพรพิศ) ๒๑๕. นายทรงศักดิ์ มุสิกอง ๒๑๖. นายทรงศักดิ์ ส่งเสริมอุดมชัย (คุณทรงศักดิ์) เห็นชอบครับ (คุณพรพิศ) ๒๑๗. นายทวิวงศ์ โตทวิวงศ์ (คุณทวิวงศ์) ไม่เห็นชอบ (คุณพรพิศ) ๒๑๘. พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง (พันตำรวจเอก ทวี) เห็นชอบครับ (คุณพรพิศ) ๒๑๙. นายทวี สุระบาล (คุณทวี) เห็นชอบครับ (คุณพรพิศ) ๒๒๐. พลเอก ทวีป เนตรนิยม (พลเอก ทวีป) งดออกเสียง (คุณพรพิศ) ๒๒๑. นายทวีวงษ์ จุลกมนตรี (คุณทวีวงษ์) งดออกเสียงครับ (คุณพรพิศ) ๒๒๒. นายทศพร เสรีรักษ์ (คุณทศพร) เห็นชอบครับ (คุณพรพิศ) ๒๒๓. นางทัศนา ยุวานนท์ (คุณทัศนา) เห็นชอบค่ะ (คุณพรพิศ) ๒๒๔. นายทินพล ศรีธเรศ (คุณทินพล) เห็นชอบครับ (คุณพรพิศ) ๒๒๕. ศาสตราจารย์ ร้อยเอก ทินพันธุ์ นาคะตะ (ศาสตราจารย์ ร้อยเอก ทินพันธุ์) งดออกเสียงครับ (คุณพรพิศ) ๒๒๖. นางทิพา ปวีณาเสถียร (คุณทิพา) ไม่เห็นชอบค่ะ (คุณพรพิศ) ๒๒๗. นางสาวทิสรัตน์ เลาหพล (คุณทิสรัตน์) ไม่เห็นชอบค่ะ (คุณพรพิศ) ๒๒๘. พลเอก เทพพงศ์ ทิพยจันทร์ (พลเอก เทพพงศ์) เห็นชอบครับ (คุณพรพิศ) ๒๒๙. นายเทอดชาติ ชัยพงษ์ (คุณเทอดชาติ) เห็นชอบครับ (คุณพรพิศ) ๒๓๐. นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร (คุณเท่าพิภพ) ไม่เห็นชอบครับผม (คุณพรพิศ) ๒๓๑. นางเทียบจุฑา ขาวขำ (คุณเทียบจุฑา) เห็นชอบค่ะ (คุณพรพิศ) ๒๓๒. พลเอก ธงชัย สาระสุข (พลเอกธงชัย) เห็นชอบครับ (คุณพรพิศ) ๒๓๓. นายธนกร วังบุญคงชนะ (คุณธนกร) เห็นชอบครับ (คุณพรพิศ) ๒๓๔. เรืออากาศโท ธนเดช เพ็งสุข (เรืออากาศโท ธนเดช) ไม่เห็นชอบครับ (คุณพรพิศ) ๒๓๕. นายธนพัฒน์ ศรีชนะ (คุณธนพัฒน์) เห็นชอบครับ (คุณพรพิศ) ๒๓๖. นายธนยศ ทิมสุวรรณ (คุณธนยศ) เห็นชอบครับ (คุณพรพิศ) ๒๓๗. พลเอก ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร (พลเอกธนะศักดิ์) เห็นชอบครับ (คุณพรพิศ) ๒๓๘. นายธนา กิจไพบูลย์ชัย (คุณธนา) เห็นชอบครับ (คุณพรพิศ) ๒๓๙. นายธนาธร โล่ห์สุนทร (คุณธนาธร) เห็นชอบครับ (คุณพรพิศ) ๒๔๐. นายธเนศ เครือรัตน์ (คุณธเนศ) เห็นชอบครับ (คุณพรพิศ) ๒๔๑. นายธรรมนัส พรหมเผ่า (คุณธรรมนัส) เห็นชอบครับ (คุณพรพิศ) ๒๔๒. พลเอก ธวัชชัย สมุทรสาคร