﻿WEBVTT

1
00:00:00.000 --> 00:00:10.000

2
00:01:00.798 --> 00:01:06.025

3
00:01:07.398 --> 00:01:09.162

4
00:01:09.118 --> 00:01:10.117

5
00:01:10.148 --> 00:01:11.269

6
00:01:11.297 --> 00:01:11.660

7
00:01:11.678 --> 00:01:12.229

8
00:01:12.198 --> 00:01:13.452

9
00:01:13.868 --> 00:01:16.727

10
00:01:16.748 --> 00:01:17.162

11
00:01:16.878 --> 00:01:18.216

12
00:01:18.158 --> 00:01:21.378

13
00:01:21.548 --> 00:01:21.975

14
00:01:22.128 --> 00:01:22.944

15
00:01:22.898 --> 00:01:23.187

16
00:01:23.088 --> 00:01:28.337
เป็นยังไงกันบ้างคะแนนสอบ

17
00:01:28.278 --> 00:01:30.758

18
00:01:30.837 --> 00:01:34.177
ถ้าใครอ่านหนังสือตอบได้ใช่ไหมคะ

19
00:01:34.358 --> 00:01:36.181
สไลด์มีไหมคะ

20
00:01:36.157 --> 00:01:36.558

21
00:01:36.409 --> 00:01:41.813
ออกนอกเหนือจากในสไลด์ก็เฉพาะส่วนที่เป็นข้อสอบในเชิง

22
00:01:41.668 --> 00:01:43.212
เพราะใช่ไหมคะ

23
00:01:43.268 --> 00:01:45.796
แล้วก็เอาตัวอย่างการจับ

24
00:01:45.698 --> 00:01:47.111
ความ

25
00:01:47.368 --> 00:01:51.281
การอ่านวิเคราะห์เอามาจากข้างนอก

26
00:01:51.337 --> 00:01:51.619

27
00:01:51.597 --> 00:01:52.106

28
00:01:51.978 --> 00:01:57.202
แล้วใช้หลักการในการตอบตามหลักเกณฑ์ในเอกสารใช่ไหมคะ

29
00:01:57.558 --> 00:01:58.198

30
00:01:58.197 --> 00:01:58.674

31
00:01:58.639 --> 00:01:59.985
m40

32
00:01:59.916 --> 00:02:03.847
ได้เท่าไหร่กันบ้างใครได้ 40 เต็มคะ

33
00:02:04.089 --> 00:02:04.319

34
00:02:04.347 --> 00:02:06.730
ตอบให้ครูชื่นใจหน่อย

35
00:02:07.419 --> 00:02:13.787
39 38

36
00:02:13.697 --> 00:02:19.310
ต้องให้ครูต่อแบบรวบรวมนั้นก็คือใครได้เกินครึ่ง

37
00:02:19.149 --> 00:02:20.366
มา

38
00:02:20.677 --> 00:02:20.915

39
00:02:21.836 --> 00:02:23.727
ครึ่งเต็ม 20

40
00:02:23.757 --> 00:02:24.199

41
00:02:24.137 --> 00:02:25.268

42
00:02:25.228 --> 00:02:27.325
จริงๆแล้วเวลา

43
00:02:27.537 --> 00:02:32.338
มันแค่ชั่วโมงเดียวแต่ว่าครูให้ชั่วโมงครึ่ง

44
00:02:32.337 --> 00:02:34.043
เพื่อน

45
00:02:34.129 --> 00:02:36.968
วันนั้นเขาให้ชั่วโมงครึ่งนะจ๊ะ

46
00:02:37.017 --> 00:02:42.334
สังเกตดูนะกูให้ชั่วโมงครึ่งเพราะว่าครูให้

47
00:02:42.778 --> 00:02:47.755
ส่งภายในก็ดูหัวนะนะคะถึง 02:30 น

48
00:02:47.778 --> 00:02:50.133
บ่ายสองครึ่งนะคะ

49
00:02:50.146 --> 00:02:50.424

50
00:02:50.397 --> 00:02:57.350
40 ข้อแต่ให้ตั้งชั่วโมงครึ่งก็โจทย์ค่อนข้างยาวและที่สำคัญก็คือเผื่อเวลาให้

51
00:02:57.196 --> 00:03:03.168
เดือนนะคะที่อาจจะต้องมีคนอ่านให้ใช่ไหมคะวันนี้เพื่อนอ่านให้ไหมคะมี

52
00:03:02.897 --> 00:03:04.684
ข้อสอบให้ไหม

53
00:03:04.757 --> 00:03:05.276

54
00:03:05.269 --> 00:03:05.550

55
00:03:05.718 --> 00:03:07.962
มีเนาะโอเคทำทันไหมคะ

56
00:03:07.886 --> 00:03:10.524
กันอยู่เนาะ OK

57
00:03:10.457 --> 00:03:16.180
ที่ผ่านมาก็ให้ผ่านไปคราวนี้มาเริ่มต้นใหม่นะคะในครึ่งหลัง

58
00:03:16.026 --> 00:03:16.557

59
00:03:16.478 --> 00:03:16.729

60
00:03:16.736 --> 00:03:19.244
เรื่องหลังนี้ก็เช่นเดียวกัน

61
00:03:19.427 --> 00:03:19.667

62
00:03:19.746 --> 00:03:26.885
เนื้อหาก็จะอยู่ในเอกสารอยู่ในสไลด์นะคะที่ครูจะได้นำเสนอต่อไปนี้

63
00:03:27.177 --> 00:03:31.922
กดถัดมาที่เราจะเรียนต่อจากบทที่ 4 นะคะนั่นก็คือ

64
00:03:31.977 --> 00:03:35.454
บทที่ 5 เป็นเรื่องของการอ่านตีความ

65
00:03:35.377 --> 00:03:41.303
วันนี้ไม่ต้องใช้หนังสือแปลให้ดูในสไลด์ที่ไหนคะสไลด์ที่ครู

66
00:03:41.338 --> 00:03:43.885
ถ่ายไว้ส่งให้นาย

67
00:03:44.477 --> 00:03:45.459
ไปไหนคะ

68
00:03:45.367 --> 00:03:51.841
ใน line นะครับเปิดดูนะลูกนะดูหน้าจอก่อนก็ได้ค่ะดูหน้าจอก่อนเหมือนกันนะคะเหมือนกัน

69
00:03:51.587 --> 00:03:51.819

70
00:03:51.970 --> 00:03:52.458

71
00:03:52.547 --> 00:03:58.327
อันนี้เพื่อนนะคะสามารถเปิดดูได้นะเปิดเปิดฟังได้ใช่ไหมลูกถ้าเป็นขวดนะ

72
00:03:57.997 --> 00:03:59.212
ป้า

73
00:04:00.038 --> 00:04:05.552
ฟังนะบทนี้นะคะในเอกสารที่เราถืออยู่ในตัวเล่ม

74
00:04:05.286 --> 00:04:08.651
กลับเป็นตัวอย่างของการตีความเกือบทั้งหมด

75
00:04:08.877 --> 00:04:09.100

76
00:04:09.077 --> 00:04:11.025
แต่ในส่วนของหลักการ

77
00:04:10.928 --> 00:04:16.339
หนูจะนำมาใส่ไว้ในสไลด์ที่ครูจะบรรยายให้พวกเราฟังต่อไปนี้

78
00:04:16.565 --> 00:04:18.883
และงานในท้ายคาบ

79
00:04:18.998 --> 00:04:21.444
จะอยู่ที่หน้า 110

80
00:04:21.365 --> 00:04:21.959
8

81
00:04:22.337 --> 00:04:26.129
กูจะให้พวกเราดูเอกสารที่หน้า 118

82
00:04:26.045 --> 00:04:29.272
เพื่อทำแบบฝึกหัดท้ายบทนะคะ

83
00:04:29.189 --> 00:04:30.484
ในวันนี้

84
00:04:30.408 --> 00:04:33.581
แต่ก่อนที่จะทำในหน้า 118

85
00:04:33.608 --> 00:04:37.330
รู้จะอธิบายเกี่ยวกับหลักการของการ

86
00:04:37.255 --> 00:04:42.516
การอีกแบบนึงที่เราเรียกว่าการอ่านตีความ

87
00:04:43.666 --> 00:04:46.448
ในการอ่านตีความนะคะ

88
00:04:46.416 --> 00:04:51.878
เป็นอีกหนึ่งขั้นตอนของการอ่านที่ใช้ควบคู่กัน

89
00:04:51.865 --> 00:04:55.610
กับการอ่านจับใจความสะอาดวิเคราะห์

90
00:04:55.905 --> 00:04:58.266
มันจะค่อยๆไล่มาทีละขั้น

91
00:04:58.525 --> 00:05:06.749
จับใจความและมาวิเคราะห์วิเคราะห์เสร็จก็ตีความนะคะเพราะตีความจากนั้นก็จะกลายเป็นการขยาย

92
00:05:06.476 --> 00:05:08.895
ความนะคะต่อไป

93
00:05:09.035 --> 00:05:15.610
แล้วก็สุดท้ายก็จะนำไปสู่การจัดทำบัญชีนิทัศน์หนังสือนะคะซึ่งการทำบรรทัดหนังสือ

94
00:05:15.374 --> 00:05:20.659
ต้องอาศัยทั้งการอ่านจับใจความวิเคราะห์และตีความ

95
00:05:20.565 --> 00:05:22.278
เพื่อนำมาสรุปแป้น

96
00:05:22.165 --> 00:05:24.015
งานเขียนของพวกเรา

97
00:05:24.085 --> 00:05:24.535

98
00:05:24.275 --> 00:05:29.749
เขียนเพื่ออะไรเขียนเพื่อให้ข้อมูลหนังสือที่เราเลือกอ่าน

99
00:05:30.306 --> 00:05:34.409
และให้ข้อมูลในเชิงของการวิเคราะห์นะคะ

100
00:05:34.336 --> 00:05:34.572

101
00:05:34.526 --> 00:05:40.000
อย่างนั้นวันนี้นะคะเรามารู้อีก 1 กระบวนการนั่นก็คือการอ่าน

102
00:05:39.847 --> 00:05:41.336
ดีกว่านั่นเอง

103
00:05:42.478 --> 00:05:42.782

104
00:05:43.116 --> 00:05:43.548

105
00:05:43.684 --> 00:05:44.283

106
00:05:44.275 --> 00:05:50.127
การอ่านตีความมีความสำคัญอย่างไรนะคะ

107
00:05:50.156 --> 00:05:52.585
จะช่วยให้ผู้อ่าน

108
00:05:52.856 --> 00:05:55.732
ทำความเข้าใจในงานเขียน

109
00:05:56.565 --> 00:06:01.006
ได้อย่างหลากหลายไม่มองงานเขียนนั้นแต่เพียงมุมเดียว

110
00:06:00.925 --> 00:06:01.169

111
00:06:01.377 --> 00:06:04.523
ถ้าเราอ่านแค่เพียงจับใจความ

112
00:06:04.706 --> 00:06:07.774
โดยที่ไม่พิจารณาให้ละเอียดลึกซึ้ง

113
00:06:08.095 --> 00:06:12.574
หรือทำความเข้าใจกับตัวสารหรือตัวข้อความ

114
00:06:12.647 --> 00:06:12.928

115
00:06:12.836 --> 00:06:15.933
ที่มันมีนัยยะต่างๆแอบแฝงอยู่

116
00:06:15.916 --> 00:06:16.153

117
00:06:16.105 --> 00:06:19.333
เราก็จะเข้าใจเพียงความรู้เบื้องต้น

118
00:06:19.244 --> 00:06:19.634

119
00:06:19.566 --> 00:06:19.832

120
00:06:19.954 --> 00:06:23.656
แต่ถ้าหากพินิจพิจารณาไปถึง

121
00:06:23.596 --> 00:06:24.511
ตัว

122
00:06:24.497 --> 00:06:29.865
แขวงอยู่หรือเนื้อสารที่แฝงอยู่เจตนาต่างๆที่แฝงอยู่ใน

123
00:06:29.754 --> 00:06:30.822
เนื้อความ

124
00:06:30.904 --> 00:06:31.168

125
00:06:31.096 --> 00:06:36.450
งานเขียนนานๆเราก็จะเข้าใจในอีกมุมมองใน

126
00:06:36.414 --> 00:06:36.946

127
00:06:36.864 --> 00:06:43.163
ความเข้าใจหรือที่เราเรียกว่าเข้าใจได้อย่างหลากหลายมิตินั่นเองนะคะ

128
00:06:43.526 --> 00:06:45.241
อันที่ 2 นะคะ

129
00:06:45.634 --> 00:06:50.970
งานการเขียนขออภัยการอ่านตีความนะคะจะช่วยฝึกให้ผู้อ่าน

130
00:06:50.835 --> 00:06:54.101
เป็นผู้ที่มีเหตุผลและก็มี

131
00:06:54.035 --> 00:06:54.915
ความคิด

132
00:06:55.564 --> 00:06:56.842
อีกไหมเรื่องนี้

133
00:06:57.104 --> 00:06:57.353

134
00:06:57.355 --> 00:06:58.891
อ่านมาตร

135
00:06:59.095 --> 00:06:59.474

136
00:06:59.675 --> 00:06:59.949

137
00:06:59.795 --> 00:07:00.229

138
00:07:00.114 --> 00:07:01.959
ใช้ความคิดมากไหมคะ

139
00:07:02.294 --> 00:07:08.202
ยิ่งอ่านมากก็ยิ่งเป็นการลับสมองนะคะเหมือนคนรับมีดนะคะ

140
00:07:08.125 --> 00:07:14.504
มีดเนี่ยนะคะถ้ามันไม่ได้ฝนบ่อยๆมันก็จะถือใช่ไหมคะคนไม่ได้อ่านหนังสือ

141
00:07:14.534 --> 00:07:22.770
ก็จะเป็นคนที่ตื้อสมองตื้อใช่ไหมคะไม่มีสติปัญญาที่เฉียบคมนะคะเพราะฉะนั้นการอ่านจึงเป็นการ

142
00:07:22.734 --> 00:07:28.242
รับสมองแล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่งอ่านโดยอาศัยการพินิจ

143
00:07:28.114 --> 00:07:29.141
พิจารณา

144
00:07:29.134 --> 00:07:33.263
การตีความตรงนี้จะช่วยให้ผู้อ่านเป็นผู้ที่นี่

145
00:07:33.234 --> 00:07:33.980

146
00:07:34.005 --> 00:07:37.097
คิดแล้วก็เป็นผู้ที่มีเหตุและผลนั่นเอง

147
00:07:37.784 --> 00:07:43.556
จากนั้นค่ะความสำคัญอีกข้อหนึ่งก็คือเวลาที่เราอ่านงานเขียนประเภท

148
00:07:43.484 --> 00:07:44.629
วรรณคดี

149
00:07:44.574 --> 00:07:44.836

150
00:07:45.474 --> 00:07:48.069
ถ้าหว่านแค่เพียงตัวบท

151
00:07:48.103 --> 00:07:50.079
หรือตัวข้อความ

152
00:07:50.085 --> 00:07:55.664
โดยไม่ทำความเข้าใจความหมายรวมไปถึงอารมณ์

153
00:07:55.594 --> 00:07:58.171
ความรู้สึกที่อยู่ในงานเขียนนั้นๆ

154
00:07:58.603 --> 00:08:02.895
สิ่งนั้นจะทำให้เราเข้าไม่ถึงรสของวรรณคดี

155
00:08:02.832 --> 00:08:03.115

156
00:08:03.153 --> 00:08:08.436
แต่ถ้าเมื่อไหร่อ่านอย่างพินิจพิเคราะห์อ่านอย่างตีความ

157
00:08:08.474 --> 00:08:14.208
ก็จะทำให้สามารถเข้าถึงรสของวรรณคดีได้อย่างลึกซึ้ง

158
00:08:16.033 --> 00:08:19.142
และอันที่ 4 นะคะความสำคัญข้อที่ 4

159
00:08:19.033 --> 00:08:19.282

160
00:08:20.004 --> 00:08:21.621
การอ่านตีความ

161
00:08:21.676 --> 00:08:24.749
จะเป็นสิ่งที่ช่วยให้พวกเรา

162
00:08:24.674 --> 00:08:28.005
ฝึกการใช้วิจารณญาณ

163
00:08:28.274 --> 00:08:29.886
และทำให้เรา

164
00:08:29.873 --> 00:08:34.274
มีทักษะในการไตร่ตรองการคิดใคร่ครวญ

165
00:08:34.672 --> 00:08:35.369

166
00:08:35.884 --> 00:08:39.343
นี่คือความสำคัญของการอ่านตีความ

167
00:08:40.503 --> 00:08:40.854

168
00:08:41.334 --> 00:08:41.695

169
00:08:41.653 --> 00:08:41.855

170
00:08:41.914 --> 00:08:42.117

171
00:08:42.163 --> 00:08:42.436

172
00:08:42.484 --> 00:08:42.773

173
00:08:43.514 --> 00:08:43.950

174
00:08:44.343 --> 00:08:44.636

175
00:08:46.204 --> 00:08:46.487

176
00:08:49.153 --> 00:08:54.563
อยากรู้ขึ้นมาให้หมดเลยทีเดียวเลยนะคะจะได้ดูไปพร้อมกัน

177
00:08:54.913 --> 00:08:55.271

178
00:08:55.552 --> 00:08:55.789

179
00:08:55.812 --> 00:08:56.255

180
00:08:56.642 --> 00:08:57.472

181
00:08:58.311 --> 00:08:58.555

182
00:08:58.502 --> 00:08:58.732

183
00:08:58.692 --> 00:08:59.443

184
00:08:59.973 --> 00:09:00.263

185
00:09:00.352 --> 00:09:01.196

186
00:09:01.393 --> 00:09:08.713
หลักในการอ่านตีความทุกข์ขึ้นมาทีเดียวเลย 6 ข้อดูไปพร้อมกันคืออะไร

187
00:09:08.813 --> 00:09:14.100
ข้อที่ 1 นะคะในการอ่านตีความสิ่งสำคัญเลยที่เราต้องยึดถือ

188
00:09:14.133 --> 00:09:15.305
นั่นก็คือ

189
00:09:15.353 --> 00:09:15.696

190
00:09:15.603 --> 00:09:18.750
อ่านโดยมีการสำรวจความหมาย

191
00:09:19.002 --> 00:09:21.713
หมายความว่ายังไงอ่านอย่างสำรวจความหมาย

192
00:09:21.692 --> 00:09:21.991

193
00:09:22.203 --> 00:09:24.606
สำรวจคืออ่านคร่าวๆถูกไหมคะ

194
00:09:24.572 --> 00:09:29.114
ยังไม่อ่านละเอียดเนาะแต่ถ้าหากว่ามีการสำรวจความหมายด้วย

195
00:09:29.194 --> 00:09:30.025
คืออะไร

196
00:09:30.083 --> 00:09:30.308

197
00:09:30.592 --> 00:09:30.805

198
00:09:30.792 --> 00:09:32.655
มันคือการอ่าน

199
00:09:32.642 --> 00:09:37.907
พี่พยายามทำความเข้าใจกับคำที่มีความหมายยาก

200
00:09:38.152 --> 00:09:42.329
หรือคำที่ต้องอาศัยการให้ความหมายมากกว่า 1 อย่าง

201
00:09:43.412 --> 00:09:45.524
มากกว่า 1 ความหมายขึ้นไป

202
00:09:45.913 --> 00:09:49.765
ลักษณะเช่นนี้เรียกว่าอ่านสำรวจความหมาย

203
00:09:50.073 --> 00:09:57.521
นะคะเราต้องมาสังเกตนะคะว่าข้อความนะเนี่ยมันสามารถที่จะเข้าใจได้ใน 2 ทางหรือไม่นะคะ

204
00:09:57.631 --> 00:10:03.273
หรือเข้าใจในลักษณะที่มันมีความลึกซึ้งมากกว่าตัวบทที่อ่านอยู่หรือเปล่า

205
00:10:03.281 --> 00:10:04.803
นี่คือการอ่านแบบ

206
00:10:04.741 --> 00:10:06.786
สำรวจความหมายนะคะ

207
00:10:06.731 --> 00:10:08.326
อันที่ 2 ค่ะ

208
00:10:08.270 --> 00:10:14.781
เวลาอ่านแบบตีความเนี่ยสิ่งที่ต้องยึดถืออย่างหนึ่งก็คือเราควรศึกษา

209
00:10:14.742 --> 00:10:15.495
ประวัติ

210
00:10:15.762 --> 00:10:17.100
ที่มา

211
00:10:17.551 --> 00:10:21.464
หรือที่เราเรียกว่าชีวประวัติของผู้เขียนด้วย

212
00:10:21.652 --> 00:10:28.078
ทำไมต้องศึกษาเพราะว่าเวลาที่นักเขียนเขาเขียนงานอะไรบางอย่าง

213
00:10:28.251 --> 00:10:34.170
ให้โอกาสนี้ค่ะเขาจะใส่ความเป็นตัวตนของนักเขียนท่านนั้นๆ

214
00:10:34.343 --> 00:10:39.812
ใส่บุคลิกลักษณะวิถีชีวิตหรือความคิดความอ่าน

215
00:10:39.662 --> 00:10:40.477
เขา

216
00:10:40.432 --> 00:10:42.668
ลงไปในงานเขียนด้วย

217
00:10:42.600 --> 00:10:46.294
ที่นี้เมื่อจะต้องตีความงานเขียน

218
00:10:46.311 --> 00:10:46.565

219
00:10:46.571 --> 00:10:53.122
เราเองถ้าเข้าใจถึงบริบททางชีวิตของเขาว่าที่มาที่ไปหรือ

220
00:10:53.362 --> 00:10:58.301
ลักษณะนิสัยนะคะวิธีในการใช้ภาษาของเขามันเป็นแบบไหน

221
00:10:58.552 --> 00:11:03.189
เราก็จะเข้าใจงานเขียนนั้นๆและตีความได้อย่างถูก

222
00:11:03.100 --> 00:11:03.671

223
00:11:05.733 --> 00:11:10.010
บางคนใช้คำคำเดียวแต่

224
00:11:10.023 --> 00:11:15.480
มีหลายความหมายนักเขียนบางคนใช้คำบางคำ

225
00:11:15.790 --> 00:11:22.669
โดยปกติแล้วเนี่ยคนทั่วไปเข้าใจว่าคำนี้หมายความว่าแบบนี้แต่สำหรับนักเขียนบางท่าน

226
00:11:23.030 --> 00:11:24.688
คำที่นำไปใช้

227
00:11:24.751 --> 00:11:27.951
ไม่ได้หมายความอย่างที่คนทั่วไปเข้าใจกัน

228
00:11:28.080 --> 00:11:28.360

229
00:11:28.400 --> 00:11:29.359
แต่

230
00:11:29.560 --> 00:11:35.034
มีความหมายที่แฝงอยู่และมีความหมายที่แตกต่างออกไปจากการรับรู้

231
00:11:35.000 --> 00:11:36.081
คนในสังคม

232
00:11:36.741 --> 00:11:43.355
นี่คือสิ่งที่เราจำเป็นจะต้องศึกษาภูมิหลังของเขาเพื่อทำความเข้าใจ

233
00:11:43.591 --> 00:11:47.055
ส่วนเนื้อสารนะคะอันที่ 3 ค่ะ

234
00:11:47.051 --> 00:11:50.436
เราจะต้องศึกษารูปแบบของงานเขียน

235
00:11:50.571 --> 00:11:55.521
ขนบประเพณีของงานเขียนยังเช่นงานเขียนประเภทร้อยกรอง

236
00:11:55.633 --> 00:11:55.870

237
00:11:55.891 --> 00:12:01.602
ที่เป็นงานเขียนประเภทวรรณคดีแบบแผนวรรณคดีที่เป็นวรรณคดีมรดก

238
00:12:01.912 --> 00:12:03.046

239
00:12:03.832 --> 00:12:10.717
จะมีบทไหว้ครูใช่ไหมคะเขาจะมีบทไหว้ครูก่อนถ้าเรารู้ว่าส่วนนี้นะคะ

240
00:12:10.880 --> 00:12:13.189
ชื่อขนมธรรมเนียมดั้งเดิม

241
00:12:13.892 --> 00:12:14.178

242
00:12:14.150 --> 00:12:14.908
ของ

243
00:12:14.849 --> 00:12:16.629
กลอนในยุคโบราณ

244
00:12:16.580 --> 00:12:16.843

245
00:12:16.770 --> 00:12:21.330
ของคำประพันธ์ในยุคโบราณเราก็จะเข้าใจว่า

246
00:12:21.190 --> 00:12:23.155
ทำไมเขาต้องทำ

247
00:12:23.110 --> 00:12:24.819
ทำไมเขาต้องเขียน

248
00:12:24.779 --> 00:12:25.053

249
00:12:25.100 --> 00:12:30.479
เขาเริ่มจากการไหว้ครูก่อนเพราะไหว้ครูเสร็จท่านต่อมาเขาก็จะมีการ

250
00:12:30.420 --> 00:12:35.998
คอมตัวว่าเขาคือคนเขียนนะแต่คิดแต่งอันนี้เนี่ยอาจจะดีหรือไม่ดีก็

251
00:12:35.870 --> 00:12:37.985
ขอให้ผู้อ่านได้พิจารณา

252
00:12:37.911 --> 00:12:42.690
แสดงถึงความอ่อนน้อมถ่อมตนก่อนที่จะเริ่มเข้าสู่

253
00:12:42.659 --> 00:12:50.525
เนื้อความของงานเขียนหรือวรรณคดีเรื่องนั้นๆนี่คือลักษณะนะคะที่เป็นรูปแบบและเป็นขนม

254
00:12:50.338 --> 00:12:58.451
ธรรมเนียมประเพณีนิยมนะคะของการสร้างสรรค์วรรณคดีไทยนะคะในลักษณะของร้อยกรอง

255
00:12:58.598 --> 00:12:59.062

256
00:13:00.529 --> 00:13:02.634
ก็มานะคะ

257
00:13:02.646 --> 00:13:08.031
ข้อที่ 4 การศึกษาความคิดหลักความคิดรองและความ

258
00:13:07.899 --> 00:13:08.738
sad

259
00:13:08.791 --> 00:13:10.919
อันนี้ก็สำคัญเช่นเดียวกัน

260
00:13:10.839 --> 00:13:12.991
ถ้าเราอ่านตีความ

261
00:13:13.021 --> 00:13:18.032
แล้วเราไม่สามารถระบุได้ว่าอะไรคือความคิดหลัก

262
00:13:18.789 --> 00:13:20.956
อะไรคือความคิดที่เสริม

263
00:13:21.219 --> 00:13:23.794
อะไรคือความคิดที่แทรกเข้าไป

264
00:13:24.038 --> 00:13:24.439

265
00:13:24.489 --> 00:13:28.741
สิ่งนี้ถ้าเรายังแยกไม่ได้การอ่านตีความ

266
00:13:28.709 --> 00:13:31.723
จะมีโอกาสผิดเพี้ยนสูง

267
00:13:31.988 --> 00:13:32.280

268
00:13:32.689 --> 00:13:32.946

269
00:13:33.458 --> 00:13:33.731

270
00:13:33.648 --> 00:13:39.854
ยกตัวอย่างนะคะยกตัวอย่างยกตัวอย่างเช่นเรื่องถ้าเราอ่านเรื่องเงาะ

271
00:13:39.668 --> 00:13:42.400
สมมุติเราอ่านเรื่องเงาะป่า

272
00:13:42.549 --> 00:13:42.790

273
00:13:42.939 --> 00:13:44.838
เงาะป่าเป็นเรื่องของใคร

274
00:13:44.734 --> 00:13:45.094

275
00:13:45.050 --> 00:13:47.598
เป็นเรื่องของกลุ่มชาติติพันธ์

276
00:13:47.938 --> 00:13:55.112
ที่เรียกว่าชาติที่พันธุ์กลุ่มมันนิซาไก่นะคะพวกเงาะป่านะคะหรือที่เราบ้านเราเรียกว่าเงาะป่าซาไก

277
00:13:55.229 --> 00:13:56.318
ได้ยินไหมคะ

278
00:13:56.969 --> 00:13:59.654
คนกลุ่มนี้มีวิถีชีวิตแบบไหน

279
00:13:59.589 --> 00:13:59.803

280
00:14:00.938 --> 00:14:06.412
เขาจะอาศัยอยู่ในป่าเนาะแล้วก็ขุดเผือกขุด

281
00:14:06.187 --> 00:14:12.236
มันก็หากินไปเรื่อยๆมีชุมชนของเขานั่นแหละแต่การตั้งถิ่นฐาน

282
00:14:12.078 --> 00:14:12.913
เขา

283
00:14:12.858 --> 00:14:15.369
เขาจะตั้งอยู่ไม่เป็นหลักเป็นแหล่ง

284
00:14:15.550 --> 00:14:20.566
พ่อตัดใบไม้มาใช่ไหมคะมาทำเป็นที่พักเป็นทับใช่ไหมคะ

285
00:14:20.602 --> 00:14:25.178
พอใบไม้เริ่มเปลี่ยนสีก็คือเริ่มแห้งเห*่ยวเป็นสีเหลือง

286
00:14:25.279 --> 00:14:27.962
เขาก็จะย้ายที่อยู่ไปเรื่อยๆ

287
00:14:27.908 --> 00:14:33.712
ที่นี้นะคะผู้ที่แต่งเรื่องนี้ก็คือพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

288
00:14:33.550 --> 00:14:36.754
หัวนะคะพระราชนิพนธ์เรื่องนี้ขึ้นนะคะ

289
00:14:36.809 --> 00:14:41.977
แต่งขึ้นเพราะส่งโรงเนี่ยนะคะส่งได้ฟังเรื่องราวของเด็ก

290
00:14:41.868 --> 00:14:43.142
เตาเผา

291
00:14:43.090 --> 00:14:43.540

292
00:14:43.347 --> 00:14:48.860
ตาไก่เนี่ยแหละนะคะที่ได้เข้าไปอยู่ในวังนะครับลงได้รับรู้เรื่องราวก็เลยเป็นแรง

293
00:14:48.668 --> 00:14:49.460
ใจ

294
00:14:49.428 --> 00:14:55.830
ก็เลยเอามาแต่งนะคะเป็นเรื่องของนางเอกคือนางลำหับใช่ไหมคะมีความรักกันนะคะ

295
00:14:55.970 --> 00:15:01.448
กับส้มปลาใช่ไหมคะส้มปลาส้มปลาแล้วก็มีคนที่มาค่ะ

296
00:15:01.218 --> 00:15:03.998
เขาเรียกว่าชื่ออะไรนะช่วยกันเอาใช่ไหมคะ

297
00:15:03.850 --> 00:15:05.528
งั้นเอานี่คือมารัก

298
00:15:05.639 --> 00:15:05.917

299
00:15:06.088 --> 00:15:10.713
เขาเรียกว่าอะไรอ่ะเป็นคนที่พ่อแม่เลือกให้นะคะ

300
00:15:10.957 --> 00:15:14.797
เพราะความรักถูกขัดขวางนะคะก็เลยทำให้

301
00:15:14.667 --> 00:15:14.927

302
00:15:14.870 --> 00:15:17.936
เกิดโศกนาฏกรรมขึ้น

303
00:15:17.943 --> 00:15:21.619
พระเอกและนางเอกก็ได้ตายตามกันฆ่าตัวตาย

304
00:15:21.527 --> 00:15:22.343

305
00:15:22.362 --> 00:15:22.694

306
00:15:23.447 --> 00:15:29.167
อีกคนนึงนะคะที่เป็นคนลงมือฆ่านะคะที่เป็นคนลงมือฆ่า

307
00:15:29.407 --> 00:15:32.275
คู่รักนี้นะคะก็ได้

308
00:15:33.189 --> 00:15:38.728
เสียใจนะคะมีความรู้สึกว่าตัวเองเสียใจมากนะคะที่ทำให้เกิดโศกนาฏกรรมนี้ขึ้น

309
00:15:38.698 --> 00:15:41.838
นี่ถ้าหากว่าเราดูจากเนื้องานเนี่ย

310
00:15:42.086 --> 00:15:45.396
เวลาที่อ่านแล้วก็จะเห็นว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับอะไรคะ

311
00:15:45.297 --> 00:15:51.695
ความรักใช่ไหมคะเป็นเรื่องเกี่ยวกับความรักความรักของหนุ่มสาวและเป็นความรักที่ไม่สมหวังด้วย

312
00:15:52.028 --> 00:15:57.489
แต่ในบทเรียนที่ติดที่อยู่ในหนังสือเรียนวิชาภาษาไทยที่เด็กไทยเรียนนะคะ

313
00:15:57.847 --> 00:16:01.092
ตอนนี้มีการคัดเอาเฉพาะ

314
00:16:01.567 --> 00:16:02.468
กลอน

315
00:16:03.108 --> 00:16:08.428
ผนังกับไม้ไผ่ผนังกับไม้ไผ่เป็นน้องของพระเอกและนางเอก

316
00:16:08.997 --> 00:16:11.119
เด็ก 2 คนที่เป็นเพื่อนรักกัน

317
00:16:11.109 --> 00:16:11.341

318
00:16:12.459 --> 00:16:14.636
เป็นเด็กที่อยู่ในช่วงวัยประถม

319
00:16:15.267 --> 00:16:20.854
อายุก็คืออยู่ในช่วงของเด็กวัยประถมศึกษานี่แหละนะคะในหนังสือเรียน

320
00:16:21.106 --> 00:16:23.138
คัดตอนนี้มาให้

321
00:16:24.306 --> 00:16:26.271
สิ่งที่เราเห็นก็คือ

322
00:16:26.297 --> 00:16:30.018
ตอนนี้การทำความเข้าใจในเนื้อหา

323
00:16:30.007 --> 00:16:30.258

324
00:16:30.587 --> 00:16:34.179
ความคิดหลักของวรรณคดีเรื่องนี้

325
00:16:34.235 --> 00:16:35.184
เปลี่ยนไปละ

326
00:16:35.136 --> 00:16:35.426

327
00:16:35.456 --> 00:16:38.099
เพราะตอนที่ถูกตัดมาให้เรียน

328
00:16:38.076 --> 00:16:38.354

329
00:16:38.337 --> 00:16:42.630
ความคิดหลักของตอนนี้ก็คือเป็นความรักระหว่างเพื่อน

330
00:16:43.336 --> 00:16:48.785
เป็นความรักระหว่างเพื่อนแต่ในวรรณคดีเล่มใหญ่รวมทั้งหมด

331
00:16:48.906 --> 00:16:51.418
มันเป็นความรักระหว่างหนุ่มสาว

332
00:16:51.596 --> 00:16:58.765
ฉะนั้นเราต้องบอกก่อนว่าที่มานะคะหรือแหล่งที่มาของข้อมูลนะคะหรือวรรณคดีที่เราอ่านเนี่ย

333
00:16:58.777 --> 00:17:01.259
มันเป็นแบบฉบับเต็มหรือเป็นฉบับย่อ

334
00:17:01.208 --> 00:17:04.760
ถ้าเป็นฉบับเต็มความคิดหลักก็คือเป็นเรื่องของ

335
00:17:04.796 --> 00:17:10.427
การอ่านมีความรักที่ไม่สมหวังใช่ไหมคะทำให้เกิดความทุกข์แต่พอเป็น

336
00:17:10.555 --> 00:17:14.763
ตอนที่ถูกตัดมาให้นักเรียนประถมศึกษาได้เรียน

337
00:17:14.856 --> 00:17:17.218
กลับกลายเป็นความรักระหว่างเพื่อน

338
00:17:17.286 --> 00:17:17.562

339
00:17:17.865 --> 00:17:21.018
นี่คือความคิดหลักที่อยู่ใน

340
00:17:20.996 --> 00:17:28.003
เนื้อหาของวรรณคดีในบทเรียนนั่นเองนะคะนี่คือการแยกนะคะว่าอันไหนคือความคิด

341
00:17:27.916 --> 00:17:30.126
หลักและความคิดรองนะคะ

342
00:17:30.105 --> 00:17:32.916
บางคนก็บอกว่าความคิดหลักของ

343
00:17:33.105 --> 00:17:38.234
วันที่คนังกับไม้ไผ่อยู่ในเอกสารอยู่ในบทเรียนนะอยู่ในบทเรียนหนังสือเรียน

344
00:17:38.106 --> 00:17:38.487

345
00:17:38.426 --> 00:17:40.451
บางคนไม่ได้ตอบเรื่องความรัก

346
00:17:40.477 --> 00:17:45.779
แปลบๆบอกว่าความคิดหลักในตอนนี้ก็คือวิถีชีวิตของคนที่

347
00:17:45.865 --> 00:17:47.071
เป็นกลุ่ม

348
00:17:47.335 --> 00:17:48.621
ชาติพันธุ์

349
00:17:48.805 --> 00:17:50.427
มันนิซาไก

350
00:17:51.685 --> 00:17:57.133
อันนี้เป็นความคิดรองนะคะมันเป็นความคิดรอเรือจะเป็นความคิด

351
00:17:56.945 --> 00:17:58.215
เสริมก็ได้

352
00:17:58.155 --> 00:17:58.442

353
00:17:58.415 --> 00:18:02.485
แต่ที่แน่ๆไม่ใช่อะไรคะไม่ใช่ความคิดหลัก

354
00:18:02.704 --> 00:18:06.265
ชุดท้ายสุดท้ายข้อ 5 ค่ะ

355
00:18:06.675 --> 00:18:07.094

356
00:18:07.185 --> 00:18:14.341
เราจำเป็นจะต้องศึกษาในเรื่องของภาษาในการสื่อสารถ้าเรารู้ว่างานเขียน

357
00:18:14.305 --> 00:18:19.586
จากนั้นนะคะมีการใช้ภาษาที่ดีภาษาที่ถูกต้อง

358
00:18:19.554 --> 00:18:24.833
สมการทำความเข้าใจในการตีความก็จะมีความถูกต้อง

359
00:18:24.935 --> 00:18:26.879
และมีความแม่นยำ

360
00:18:26.864 --> 00:18:32.113
มากยิ่งขึ้นแต่ถ้าหากว่าภาษาที่ใช้ในงานเขียน

361
00:18:32.104 --> 00:18:35.061
มันยังไม่เคลียร์ยังไม่ชัดเจน

362
00:18:35.764 --> 00:18:39.264
มันก็จะส่งผลต่อการอ่านตีความไปด้วย

363
00:18:39.345 --> 00:18:39.617

364
00:18:39.734 --> 00:18:41.911
และสุดท้ายข้อที่ 6

365
00:18:41.906 --> 00:18:42.142

366
00:18:42.165 --> 00:18:47.003
เวลาอ่านตีความเราคงจะต้องมาอ่านตามลำดับ

367
00:18:47.038 --> 00:18:47.275

368
00:18:47.164 --> 00:18:49.862
โดยเริ่มจากการแปลความ

369
00:18:49.785 --> 00:18:50.050

370
00:18:50.104 --> 00:18:55.653
การแปลความก็คือทำความเข้าใจตัวเนื้อความก่อนใช่ไหมคะว่ามันแปลว่ายังไง

371
00:18:55.874 --> 00:19:01.088
แสดงว่ามันต้องมีคำศัพท์ที่ยากใช่ไหมคะที่ต้องแปลเนื้อความของคำศัพท์

372
00:19:01.265 --> 00:19:04.207
แปลคำศัพท์แล้วเราก็จะมาอ่านทั้งหมด

373
00:19:04.204 --> 00:19:06.454
บ้านทั้งหมดก็แปลกกว่า

374
00:19:06.385 --> 00:19:06.684

375
00:19:06.634 --> 00:19:12.331
แจ้งความแล้วก็มาตีความเพราะตีความเสร็จก็ไปขยายความ

376
00:19:12.534 --> 00:19:16.330
การขยายความคือการแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม

377
00:19:16.314 --> 00:19:16.545

378
00:19:16.503 --> 00:19:21.331
เสริมว่าเหตุใดเราจึงตีความเช่นนั้น

379
00:19:21.374 --> 00:19:21.600

380
00:19:21.623 --> 00:19:22.448
นะคะ

381
00:19:24.194 --> 00:19:24.448

382
00:19:24.513 --> 00:19:24.711

383
00:19:26.184 --> 00:19:26.540

384
00:19:27.143 --> 00:19:27.431

385
00:19:27.333 --> 00:19:27.550

386
00:19:27.585 --> 00:19:27.848

387
00:19:28.484 --> 00:19:28.774

388
00:19:32.064 --> 00:19:32.305

389
00:19:36.744 --> 00:19:37.176

390
00:19:38.736 --> 00:19:38.963

391
00:19:39.374 --> 00:19:39.887

392
00:19:39.943 --> 00:19:45.230
อาทิตย์นี้นะคะวิธีการ

393
00:19:45.144 --> 00:19:45.965
ศาล

394
00:19:46.223 --> 00:19:51.689
หรือการอ่านตีความนั้นนะคะมันมีวิธีอย่างไรบ้าง

395
00:19:51.803 --> 00:19:52.577

396
00:19:52.573 --> 00:19:57.835
อันที่ 1 นะคะเราคงจะต้องใช้เทคนิคการวิเคราะห์นะคะ

397
00:19:57.764 --> 00:19:59.857
จากที่เราเรียนเมื่อบทที่แล้ว

398
00:19:59.744 --> 00:20:00.035

399
00:20:00.324 --> 00:20:02.234
วิเคราะห์ความ

400
00:20:02.372 --> 00:20:05.925
จากนั้นมาพิจารณารายละเอียด

401
00:20:05.833 --> 00:20:06.141

402
00:20:06.665 --> 00:20:10.060
ขั้นที่ 3 ค่อยมาตีความ

403
00:20:10.382 --> 00:20:14.884
และขั้นที่ 4 แสดงความคิดเสริม

404
00:20:15.256 --> 00:20:20.701
ตอนนี้น่าจะไม่ต้องดูหนังสือนะคะดูที่หน้าจอนะคะดูที่หน้าจอ

405
00:20:20.623 --> 00:20:26.500
แล้วก็อาจจะดูในมือถือนะคะของตนเองเพื่อในกรณีที่มองจอไม่เห็น

406
00:20:26.335 --> 00:20:26.896

407
00:20:27.035 --> 00:20:29.690
เปิดดูตามได้นะคะดูตามสไลด์

408
00:20:29.863 --> 00:20:30.384

409
00:20:33.573 --> 00:20:33.873

410
00:20:34.664 --> 00:20:34.869

411
00:20:34.853 --> 00:20:35.401

412
00:20:35.493 --> 00:20:39.038
มาดูขั้นที่ 1 นะคะมันมีรายละเอียดยังไง

413
00:20:39.144 --> 00:20:39.567

414
00:20:40.304 --> 00:20:43.925
ขั้นที่ 1 ที่เป็นการวิเคราะห์ความ

415
00:20:44.332 --> 00:20:50.133
อันดับแรกเราคงจะต้องมาดูว่าเรื่องที่เราอ่านนั้นมีวิธีการ

416
00:20:50.102 --> 00:20:52.598
เริ่มต้นเรื่องอย่างไร

417
00:20:53.494 --> 00:20:53.773

418
00:20:53.743 --> 00:20:59.665
เริ่มต้นด้วยการนำเอาข้อความที่เป็นเพลงเป็นบทความหรือเป็นข้อความ

419
00:20:59.962 --> 00:21:04.274
เตือนใจหรือเป็นสำนวนหรือว่าเป็นความฝัน

420
00:21:04.191 --> 00:21:04.593

421
00:21:04.322 --> 00:21:06.947
เขาเริ่มต้นด้วยอะไรนะคะ

422
00:21:06.882 --> 00:21:09.975
รักนั้นนะคะมาดูการดำเนินเรื่อง

423
00:21:10.142 --> 00:21:13.944
เขามีวิธีการดำเนินเรื่องแบบไหน

424
00:21:14.385 --> 00:21:17.319
เป็นไปตามลำดับระยะเวลา

425
00:21:17.512 --> 00:21:21.322
หรือลำดับโดยเล่าจากท้ายมา

426
00:21:21.682 --> 00:21:23.148
เริ่มต้นเรื่อง

427
00:21:23.342 --> 00:21:24.686
เคยดูหนังไหมคะ

428
00:21:24.883 --> 00:21:25.099

429
00:21:25.582 --> 00:21:29.943
ที่นั่งที่เขาเล่าจากตอนท้ายแล้วมาเฉลยตอนท้ายว่า

430
00:21:29.822 --> 00:21:30.094

431
00:21:30.203 --> 00:21:31.921
เหตุมันเกิดจากอะไร

432
00:21:31.862 --> 00:21:37.401
แบบย้อนเวลากลับไปกลับมา

433
00:21:37.311 --> 00:21:37.720

434
00:21:38.144 --> 00:21:45.755
เล่าสลับไปสลับมาท้ายไปเริ่มเรื่องนะคะจัดท้ายเรื่องไปตอนต้นเรื่องนะคะมีการดำเนิน

435
00:21:45.582 --> 00:21:50.433
สลับไปสลับมาครับดำเนินเรื่องแบบไหนใช้วิธีใดนะคะ

436
00:21:50.382 --> 00:21:56.264
ปิดเรื่องแบบไหนจบเรื่องแบบไหนจบแบบ Happy Ending ไหมหรือจบแบบโศก

437
00:21:56.081 --> 00:21:57.171
นาฏกรรม

438
00:21:57.103 --> 00:21:57.403

439
00:21:57.422 --> 00:21:58.498
จบแบบ

440
00:21:58.582 --> 00:22:00.554
ไม่มีใคร

441
00:22:00.761 --> 00:22:07.126
มีความสุขสักคนอย่างนี้หรือเปล่าเราก็ต้องดูตรงนี้นะคะและจากนั้นค่ะ

442
00:22:07.033 --> 00:22:10.616
ก็มาวิเคราะห์ที่ตัวเนื้อหาทั้งหมด

443
00:22:10.621 --> 00:22:11.337

444
00:22:11.463 --> 00:22:11.778

445
00:22:11.650 --> 00:22:14.441
ขั้นที่ 1 คือการวิเคราะห์เนื้อความเนาะ

446
00:22:14.467 --> 00:22:14.701

447
00:22:15.301 --> 00:22:15.999

448
00:22:18.821 --> 00:22:19.248

449
00:22:19.591 --> 00:22:20.164

450
00:22:21.192 --> 00:22:21.510

451
00:22:21.830 --> 00:22:22.249

452
00:22:22.471 --> 00:22:23.153

453
00:22:25.172 --> 00:22:25.406

454
00:22:26.130 --> 00:22:26.604

455
00:22:30.861 --> 00:22:31.071

456
00:22:31.251 --> 00:22:31.491

457
00:22:31.570 --> 00:22:31.854

458
00:22:32.210 --> 00:22:34.649
ต่อไปขั้นที่ 2

459
00:22:37.211 --> 00:22:37.439

460
00:22:38.362 --> 00:22:38.730

461
00:22:38.741 --> 00:22:39.748

462
00:22:39.830 --> 00:22:45.922
ต่อจากการวิเคราะห์เนื้อความเราจะมาพิจารณารายละเอียด

463
00:22:47.203 --> 00:22:47.715

464
00:22:47.652 --> 00:22:48.127

465
00:22:47.902 --> 00:22:50.045
ในหัวข้อนี้นะคะ

466
00:22:50.093 --> 00:22:53.212
คำว่ารายละเอียดหมายถึงอะไรบ้าง

467
00:22:53.291 --> 00:22:55.197
ดูตรงไหนบ้าง

468
00:22:55.140 --> 00:22:56.944
ดูซิว่า

469
00:22:57.060 --> 00:22:59.382
ข้อเท็จจริงของเรื่องนี้

470
00:22:59.311 --> 00:23:00.336
คืออะไร

471
00:23:01.101 --> 00:23:03.092
ข้อคิดเห็นของเรื่อง

472
00:23:02.961 --> 00:23:03.996
คืออะไร

473
00:23:04.370 --> 00:23:09.966
ทำไปแล้วใช่ไหมคะเมื่อคราวที่แล้วแยกไปแล้วใช่ไหมคะข้อเท็จจริงกับข้อคิดเห็น

474
00:23:11.541 --> 00:23:12.820
อารมณ์

475
00:23:12.760 --> 00:23:14.261
ความรู้สึก

476
00:23:14.300 --> 00:23:15.986
ของผู้เขียน

477
00:23:16.741 --> 00:23:18.224
เป็นแบบใด

478
00:23:18.209 --> 00:23:23.476
กูเขียนตอนที่เขียนเรื่องนี้นะคะอารมณ์และความรู้สึกของผู้เขียน

479
00:23:23.780 --> 00:23:26.807
มีลักษณะของอารมณ์เป็นแบบใด

480
00:23:31.860 --> 00:23:32.122

481
00:23:39.610 --> 00:23:39.995

482
00:23:40.820 --> 00:23:42.293
วันที่ 3 ค่ะ

483
00:23:42.301 --> 00:23:42.550

484
00:23:42.620 --> 00:23:43.111

485
00:23:43.320 --> 00:23:46.724
หลังจากที่วิเคราะห์เนื้อความแล้วใช่ไหมคะ

486
00:23:46.981 --> 00:23:52.568
คันเมื่อกี้พิจารณารายละเอียดที่ 3 ต่อมาก็คือดำเนินการตี

487
00:23:52.349 --> 00:23:52.996
ความ

488
00:23:53.119 --> 00:23:56.059
ดำเนินการตีความโดย

489
00:23:56.389 --> 00:24:00.488
ประมวลข้อมูลจากการพิจารณา

490
00:24:00.500 --> 00:24:05.711
หมายความว่าเราเอาข้อมูลทั้งหมดมากองรวมกันก่อน

491
00:24:06.320 --> 00:24:08.109
เอาข้อมูลทั้งหมด

492
00:24:08.049 --> 00:24:10.007
มาวางรวมกัน

493
00:24:10.160 --> 00:24:13.640
แล้วพิจารณาไปทีละประเด็น

494
00:24:13.622 --> 00:24:14.447

495
00:24:15.029 --> 00:24:19.065
โดยที่เราจะต้องวิเคราะห์สารที่ผู้เขียน

496
00:24:19.059 --> 00:24:20.401
ต้องการส่ง

497
00:24:20.420 --> 00:24:25.180
วัดเจตนาในการส่งสารของเนื้อเรื่องนี้เนี่ย

498
00:24:25.150 --> 00:24:27.901
เขามีเจตนาเพื่ออะไร

499
00:24:28.169 --> 00:24:32.846
มันอาจจะมีคำที่เป็นคำสำคัญที่เป็นตัวบ่งชี้เจตนาอยู่

500
00:24:33.099 --> 00:24:33.991
เช่น

501
00:24:33.991 --> 00:24:35.531
ตักเตือน

502
00:24:35.660 --> 00:24:37.978
แนะนำชี้แนะ

503
00:24:37.899 --> 00:24:39.206
สั่งสอน

504
00:24:39.182 --> 00:24:40.452
ให้ข้อคิด

505
00:24:41.099 --> 00:24:45.999
คำต่างๆเหล่านี้เป็นคำสำคัญที่ระบุถึง

506
00:24:45.980 --> 00:24:47.705
เจตนาพร้อม

507
00:24:47.698 --> 00:24:49.368
กูเขียนนั่นเองค่ะ

508
00:24:50.841 --> 00:24:51.088

509
00:24:51.348 --> 00:24:51.556

510
00:24:51.742 --> 00:24:52.005

511
00:24:52.059 --> 00:24:52.494

512
00:24:52.448 --> 00:24:52.893

513
00:24:53.540 --> 00:24:53.965

514
00:24:54.749 --> 00:24:55.028

515
00:24:55.328 --> 00:24:55.533

516
00:24:55.579 --> 00:25:00.969
หลังจากที่เราได้ประมวลข้อมูลวิเคราะห์แล้ว

517
00:25:00.987 --> 00:25:03.018
ก็จะนำไปสู่การ

518
00:25:02.889 --> 00:25:08.606
สรุปการตีความว่าจากที่เราดูว่าเจตนาของเขาเป็นยังไง

519
00:25:08.528 --> 00:25:10.253
ตัวเนื้อความทั้งหมด

520
00:25:10.450 --> 00:25:12.241
เขาสื่อถึงอะไร

521
00:25:12.500 --> 00:25:14.093
เราก็จะ

522
00:25:14.028 --> 00:25:15.633
ทำเป็นข้อสรุป

523
00:25:15.630 --> 00:25:15.847

524
00:25:15.818 --> 00:25:21.098
ว่าจากที่เราอ่านทั้งหมดนี้ก็สรุปเพียงหนึ่งเดียวที่เราได้

525
00:25:21.268 --> 00:25:22.538
คืออะไร

526
00:25:22.680 --> 00:25:23.339

527
00:25:24.539 --> 00:25:24.980

528
00:25:24.858 --> 00:25:25.124

529
00:25:27.299 --> 00:25:27.571

530
00:25:27.737 --> 00:25:27.976

531
00:25:27.937 --> 00:25:28.142

532
00:25:28.258 --> 00:25:28.548

533
00:25:28.507 --> 00:25:28.742

534
00:25:28.828 --> 00:25:29.218

535
00:25:29.468 --> 00:25:29.733

536
00:25:30.238 --> 00:25:30.470

537
00:25:30.818 --> 00:25:31.119

538
00:25:31.262 --> 00:25:31.720

539
00:25:31.578 --> 00:25:32.065

540
00:25:31.710 --> 00:25:32.154

541
00:25:32.928 --> 00:25:33.178

542
00:25:33.187 --> 00:25:33.401

543
00:25:33.697 --> 00:25:39.235
จากนั้นมาหลักการข้อที่ 4 ค่ะวิธีการต่อมานั่นก็คือ

544
00:25:39.718 --> 00:25:43.006
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติมเข้าไป

545
00:25:43.178 --> 00:25:43.575

546
00:25:44.341 --> 00:25:47.968
อันนี้นะคะเป็นการแสดงความคิดเสริม

547
00:25:47.919 --> 00:25:51.394
อะไรบ้างที่เราสามารถเพิ่มเติมเข้าไปได้

548
00:25:51.507 --> 00:25:55.672
นั่นก็คือใส่ความคิดเห็นของเราเข้าป่า

549
00:25:56.058 --> 00:25:56.296

550
00:25:57.268 --> 00:26:05.998
เมื่อกี้นี้เราดูเฉพาะตัวสิ่งที่เราอ่านใช่ไหมคะดูเฉพาะเนื้อความขั้นที่ 4 นี้เราสามารถใส่ความคิดเห็น

551
00:26:05.657 --> 00:26:06.949
ตัวเราเข้าไป

552
00:26:06.948 --> 00:26:07.164

553
00:26:07.137 --> 00:26:11.386
ใช้ความรู้ที่มันเกี่ยวข้องกับเรื่องที่เราอ่าน

554
00:26:11.429 --> 00:26:12.769
ใส่เข้าไปได้

555
00:26:12.837 --> 00:26:18.192
เมื่อไหร่ใจเพื่อให้เห็นว่าการที่เราสรุปความว่า

556
00:26:18.159 --> 00:26:20.343
ทั้งหมดนี้ที่เราอ่าน

557
00:26:20.458 --> 00:26:20.857

558
00:26:20.587 --> 00:26:24.758
มันมีนัยยะหรือมีข้อความที่สื่อถึง

559
00:26:24.947 --> 00:26:30.238
ประเด็นใดนะคะให้คุณค่าหรือให้แนวคิดอะไร

560
00:26:30.389 --> 00:26:33.289
สิ่งที่เราได้จากการอ่านนั้นคืออะไร

561
00:26:34.047 --> 00:26:38.291
เขาก็ต้องถามหาเหตุผลใช่ไหมคะว่าทำไมเราถึงสรุปเช่นนั้น

562
00:26:38.269 --> 00:26:42.030
ข้อที่ 4 นี้จะเป็นตัวเสริมเข้าไป

563
00:26:41.926 --> 00:26:42.187

564
00:26:42.119 --> 00:26:47.534
เพื่อสนับสนุนว่าสิ่งที่เราสรุปนั้นมันมีที่มานะมันมีที่มาจาก

565
00:26:47.437 --> 00:26:52.711
ความคิดของเราและนายขณะเดียวกันไม่ใช่แค่ความคิดเห็นแต่เพียงอย่างเดียว

566
00:26:52.878 --> 00:26:56.244
แกยังมีหลักการความรู้ที่เป็นจริง

567
00:26:56.148 --> 00:26:56.561

568
00:26:56.466 --> 00:26:59.403
มีข้อมูลที่น่าเชื่อถือได้

569
00:26:59.416 --> 00:27:02.491
ที่ทำให้การสรุปการตีความของเรานั้น

570
00:27:02.486 --> 00:27:07.787
มันรู้สึกว่ามันถูกต้องใช่ไหมคะเห็นว่าถูกต้องเห็นว่าดีแล้วนะคะ

571
00:27:07.995 --> 00:27:13.911
ในขณะเดียวกันนะคะเราก็มีการพิจารณาถึงอารมณ์และความรู้สึก

572
00:27:13.896 --> 00:27:14.814

573
00:27:14.726 --> 00:27:18.156
ผู้เขียนร่วมไปกับเราได้ด้วย

574
00:27:18.178 --> 00:27:19.716
หมายความว่า

575
00:27:19.787 --> 00:27:20.001

576
00:27:19.977 --> 00:27:24.335
รายการตีความโลกเห็นว่าผู้เขียนมีอารมณ์มีความรู้สึกอย่างไร

577
00:27:24.205 --> 00:27:29.917
ในข้อที่ 4 นี้เราสามารถอธิบายอารมณ์และความรู้สึกของเรา

578
00:27:30.227 --> 00:27:34.512
เกิดขึ้นภายหลังจากการที่ได้อ่านงานเขียน

579
00:27:34.575 --> 00:27:35.491
นั้นๆ

580
00:27:35.416 --> 00:27:35.685

581
00:27:35.666 --> 00:27:38.064
เราอ่านแล้วเราคล้อยตาม

582
00:27:38.048 --> 00:27:38.271

583
00:27:38.176 --> 00:27:44.365
เราเกิดความรู้สึกเดียวกันและสัมผัสได้ว่าผู้เขียนเขาส่งอารมณ์

584
00:27:44.256 --> 00:27:45.607
การเขียนมาแบบนี้

585
00:27:45.535 --> 00:27:45.821

586
00:27:45.735 --> 00:27:48.377
กูอ่านในฐานะที่เป็นคนรับสาร

587
00:27:48.546 --> 00:27:53.326
เข้าใจแล้วก็มีความรู้สึกไม่แตกต่างจากผู้เขียน

588
00:27:53.296 --> 00:27:53.541

589
00:27:53.485 --> 00:27:54.187

590
00:27:54.185 --> 00:27:57.772
เป็นการขยายความเพิ่มเติมเข้าไป

591
00:27:57.707 --> 00:27:57.964

592
00:27:57.896 --> 00:28:00.521
เพื่อทำให้สิ่งที่เราสรุป

593
00:28:00.657 --> 00:28:03.666
จัดการตีความนั้นมันมีน้ำหนัก

594
00:28:03.665 --> 00:28:09.008
และมีความน่าเชื่อถือโดยไม่ใช่อาศัยแค่สิ่งที่เรา

595
00:28:08.925 --> 00:28:09.648

596
00:28:10.205 --> 00:28:11.233
เปล่า

597
00:28:11.356 --> 00:28:16.182
แต่เรายังมีอะไรด้วยคะมีหลักการใช่ไหมคะมีความรู้

598
00:28:16.285 --> 00:28:18.979
มีการเชื่อมโยงความรู้สึก

599
00:28:19.104 --> 00:28:22.323
พี่ปุ๊กเขียนส่งมายังผู้อ่าน

600
00:28:22.304 --> 00:28:25.064
แล้วมันเป็นไปในทิศทางเดียวกัน

601
00:28:25.056 --> 00:28:26.551
มันสอดคล้องกัน

602
00:28:26.535 --> 00:28:26.818

603
00:28:26.798 --> 00:28:30.259
ดังนั้นนะคะใน 4 ขั้นตอนนี้นะคะ

604
00:28:30.258 --> 00:28:36.149
จึงเป็นวิธีการนะคะที่จะทำให้เราสามารถอ่าน

605
00:28:36.014 --> 00:28:38.811
ฟาร์มได้อย่างมีประสิทธิภาพ

606
00:28:42.557 --> 00:28:43.042

607
00:28:44.606 --> 00:28:44.845

608
00:28:45.565 --> 00:28:45.772

609
00:28:45.696 --> 00:28:46.104

610
00:29:01.515 --> 00:29:01.851

611
00:29:02.094 --> 00:29:02.318

612
00:29:08.376 --> 00:29:09.626

613
00:29:10.166 --> 00:29:15.548
คราวนี้นะคะ

614
00:29:16.635 --> 00:29:18.941
เราจะรู้ได้อย่างไร

615
00:29:19.324 --> 00:29:19.615

616
00:29:19.575 --> 00:29:23.756
ว่าสิ่งที่เราตีความไปนั้น

617
00:29:23.747 --> 00:29:23.978

618
00:29:24.133 --> 00:29:25.983
มันถูกต้อง

619
00:29:26.944 --> 00:29:29.515
มันมีความน่าเชื่อถือ

620
00:29:29.504 --> 00:29:29.963

621
00:29:29.826 --> 00:29:32.521
และมันจะเป็นที่ยอมรับ

622
00:29:32.454 --> 00:29:38.169
สำหรับผู้ที่รักเรียนหรือได้เห็นความคิดเห็นของเรา

623
00:29:38.094 --> 00:29:41.266
จากการที่เราสรุปแล้วก็เราก็ตีความมา

624
00:29:41.174 --> 00:29:41.659

625
00:29:41.613 --> 00:29:42.093

626
00:29:41.874 --> 00:29:46.490
เกณฑ์ในการพิจารณามีดังต่อไปนี้นะคะ

627
00:29:46.414 --> 00:29:46.831

628
00:29:47.053 --> 00:29:47.533

629
00:29:47.323 --> 00:29:51.661
เห็นตัวด้านบนสีแดงๆไหมคะอ่านว่ายังไงนะคะ

630
00:29:51.993 --> 00:29:53.349
คิดด้วย

631
00:29:53.854 --> 00:29:57.853
ตนเองใช่ไหมคะคิดด้วยตนเอง

632
00:29:58.273 --> 00:29:59.791
อย่าท่องจำ

633
00:30:00.253 --> 00:30:00.712

634
00:30:01.283 --> 00:30:04.227
ถ้าหากว่าในการตีความของเรา

635
00:30:04.426 --> 00:30:05.455
เรา

636
00:30:05.383 --> 00:30:10.123
ใช้ความคิดของเราในการพินิจพิเคราะห์ตัวฉัน

637
00:30:12.244 --> 00:30:17.812
ไม่ได้ไปท่องจำมาว่าหลักการหรือว่าเรื่องที่เรากำลังอ่านอยู่เนี่ย

638
00:30:17.612 --> 00:30:20.631
แตกต่างออกไปจากสิ่งที่เราเคยรู้มา

639
00:30:21.144 --> 00:30:23.636
ถ้ามันแตกต่างแล้วเรารีบปฏิเสธ

640
00:30:23.833 --> 00:30:26.305
นั่นแสดงว่าเราเป็นยังไงล่ะลูก

641
00:30:26.333 --> 00:30:26.562

642
00:30:26.523 --> 00:30:28.661
เรากำลังทำ

643
00:30:28.782 --> 00:30:33.199
เรียกว่าไม่ได้เข้าเกณฑ์ข้อนี้ใช่ไหมคะไม่ได้เข้าเกณฑ์ข้อนี้

644
00:30:33.442 --> 00:30:38.835
แสดงว่าเรายึดหลักการเดิมๆเรายึดความรู้เก่าๆ

645
00:30:38.762 --> 00:30:41.438
ไม่ได้เปิดใจรับสิ่งใหม่

646
00:30:41.384 --> 00:30:42.535
ดังนั้น

647
00:30:42.603 --> 00:30:48.302
เกณฑ์ข้อที่ 1 นั่นก็คือให้ใช้ความคิดของตนเองในการอ่าน

648
00:30:48.173 --> 00:30:51.126
ดีกว่าและที่สำคัญก็คือ

649
00:30:51.052 --> 00:30:56.517
อย่าได้ท่องจำในสิ่งที่มันเป็นตัว

650
00:30:56.762 --> 00:31:02.545
ความรู้ที่เรามีอยู่นะคะแต่ให้เปิดใจรับนะคะแล้วก็อ่านในสิ่งที่

651
00:31:02.463 --> 00:31:03.350
เขียน

652
00:31:03.363 --> 00:31:04.656
สื่อออกมา

653
00:31:05.093 --> 00:31:05.368

654
00:31:05.413 --> 00:31:06.888
ต่อไป

655
00:31:07.202 --> 00:31:09.731
อันที่ 2 สีเขียวขวามือ

656
00:31:10.603 --> 00:31:15.493
เกณฑ์ข้อที่ 2 เวลาอ่านนะค่ะเราจะต้องมีความบริสุทธิ์

657
00:31:15.332 --> 00:31:15.981
จ่าย

658
00:31:16.103 --> 00:31:16.362

659
00:31:16.292 --> 00:31:20.097
หมายความว่าไม่มีอคติใดๆ

660
00:31:20.722 --> 00:31:23.423
งานเขียนชิ้นนั้นๆ

661
00:31:24.243 --> 00:31:24.668

662
00:31:25.852 --> 00:31:31.198
ไม่มีการตั้งป้อมกำแพงในใจว่าถ้าเป็นงานของคนนี้ฉันไม่อ่าน

663
00:31:32.183 --> 00:31:35.961
มีไหมคะเรามีนักเขียนที่เราชอบงานเขียนของเขา

664
00:31:35.901 --> 00:31:36.348

665
00:31:36.164 --> 00:31:40.510
แล้วมีงานเขียนของบางคนที่เรารู้สึกว่า

666
00:31:40.451 --> 00:31:41.262
วันนี้

667
00:31:42.121 --> 00:31:45.050
ถ้าเขาทำออกมาแล้วจะไม่อ่านงานของเขาเลย

668
00:31:45.131 --> 00:31:47.945
มันมีอยู่ช่วงนึงนะคะที่

669
00:31:47.881 --> 00:31:48.331

670
00:31:48.394 --> 00:31:51.307
ในสังคมนะคะมองต่างกัน

671
00:31:51.282 --> 00:31:51.580

672
00:31:52.374 --> 00:31:55.412
รู้จักคุณโน้ตอุดมแต้พานิชใช่ไหมคะ

673
00:31:55.576 --> 00:31:57.291
เขาเดี่ยวไมโครโฟน

674
00:31:57.232 --> 00:31:59.719
ก่อนหน้าที่เขาจะมาเดี๋ยวเขาทำอะไรมาก่อน

675
00:31:59.802 --> 00:32:00.004

676
00:32:00.052 --> 00:32:02.742
เขาเขียนหนังสือใช่ไหมคะ

677
00:32:02.680 --> 00:32:04.005
เขียนหนังสือ

678
00:32:04.022 --> 00:32:10.732
ในขณะที่เขาเขียนหนังสือขายก็มีกลุ่มคนกลุ่มนึงนะคะพี่อ่านงานแล้วก็บอกว่า

679
00:32:10.883 --> 00:32:13.238
เรียกว่าสิ่งนี้เป็นวรรณกรรมขยะ

680
00:32:13.631 --> 00:32:16.716
มีคนให้นิยามว่าเป็นวรรณกรรมขยะ

681
00:32:17.221 --> 00:32:18.742
แต่พอเขา

682
00:32:18.692 --> 00:32:23.717
นำเอางานเขียนคำขึ้นไปทอล์คโชว์ขึ้นไปโชว์เดี่ยวไมโครโฟน

683
00:32:23.691 --> 00:32:29.211
กลับกลายเป็นว่าสิ่งที่เขาเขียนแล้วนำไปถ่ายทอดบนเวที

684
00:32:29.131 --> 00:32:29.764

685
00:32:30.543 --> 00:32:32.783
รอบของการแสดง

686
00:32:32.981 --> 00:32:34.058
การพูด

687
00:32:34.521 --> 00:32:34.779

688
00:32:34.650 --> 00:32:35.029

689
00:32:35.801 --> 00:32:36.752
พอไหม

690
00:32:36.822 --> 00:32:38.613
ต้องจัดหลายๆรอบ

691
00:32:38.552 --> 00:32:44.442
จัดกี่ครั้งคนก็เต็มทุกรอบใช่ไหมคะว่าชนะนะคะอย่างนี้เนี่ย

692
00:32:44.381 --> 00:32:49.598
เขาบอกว่าก่อนที่จะหยิบหนังสืออะไรขึ้นมาอ่านนะคะเราก็อาจจะ

693
00:32:49.772 --> 00:32:54.620
รู้นะคะแค่เพียงข้อมูลนะว่าใครเป็นผู้เขียนแต่อย่าเพิ่งใส่

694
00:32:54.504 --> 00:32:57.197
เรื่องของอคตินะคะว่า

695
00:32:57.261 --> 00:33:01.564
งานเขียนของคนนี้มีชื่อเสียงมาในลักษณะเช่นนี้นะคะ

696
00:33:02.251 --> 00:33:09.237
ฉะนั้นเกณฑ์ในข้อนี้ก็คือเราเองนะคะก็อาจจะต้องมีความเป็นกลางเนาะนะคะมี

697
00:33:08.920 --> 00:33:14.268
ใจที่เป็นกลางมีความบริสุทธิ์ใจนะคะอันที่ 3 ค่ะ

698
00:33:14.490 --> 00:33:19.060
ชี้ให้เห็นถึงพฤติกรรมที่เชื่อมโยงกันได้

699
00:33:20.061 --> 00:33:25.285
หมายความว่ายังไงหมายความว่าเวลาเราอ่านตีความ

700
00:33:25.570 --> 00:33:29.544
นิติกรรมที่เชื่อมโยงกันก็คือ

701
00:33:29.561 --> 00:33:35.242
ฟังก์ชั่นตัวละครนะคะตัวละครตัวนึงนะคะที่อยู่ในเรื่องที่เราอ่าน

702
00:33:35.122 --> 00:33:36.723
อ่านนวนิยาย

703
00:33:36.850 --> 00:33:37.065

704
00:33:37.050 --> 00:33:37.322

705
00:33:37.621 --> 00:33:43.147
มันมีตัวละครที่มีพฤติกรรมอะไรบางอย่างนะคะอาจจะเป็นในทางบวก

706
00:33:43.130 --> 00:33:44.162
ทางลบ

707
00:33:45.179 --> 00:33:46.703
ถ้าเป็นทางลบ

708
00:33:46.851 --> 00:33:48.583
อาจจะบอกว่าคนเนี้ย

709
00:33:48.642 --> 00:33:53.675
มีปมอะไรบางอย่างที่ทำให้เขาแสดงพฤติกรรม

710
00:33:53.700 --> 00:33:56.140
ที่มันเป็นเชิงลบออกมา

711
00:33:56.839 --> 00:34:02.567
ถ้าเราสามารถระบุถึงสิ่งที่เชื่อมโยงกันระหว่างพฤติกรรม

712
00:34:02.540 --> 00:34:07.247
ปัญหาในใจของคนที่อยู่ในตัวละครในเรื่องนั้นแหละค่ะ

713
00:34:07.150 --> 00:34:11.706
อธิบายได้แสดงว่าเราผ่านเกณฑ์ข้อนี้

714
00:34:11.769 --> 00:34:12.460

715
00:34:12.529 --> 00:34:12.791

716
00:34:12.729 --> 00:34:14.002
ตอบๆ

717
00:34:16.569 --> 00:34:16.816

718
00:34:17.080 --> 00:34:17.321

719
00:34:17.459 --> 00:34:17.918

720
00:34:18.242 --> 00:34:18.545

721
00:34:19.841 --> 00:34:25.373
หลังจากที่เราตีความแล้วนะคะเราอยากเก็บความเข้าใจนี่ไว้แต่

722
00:34:25.280 --> 00:34:31.039
เพียงผู้เดียวแล้วสรุปเองว่าอุ้ยที่ผ่านมาฉันอ่านมาฉันเข้าใจว่าแบบนี้

723
00:34:30.788 --> 00:34:31.213

724
00:34:31.109 --> 00:34:37.351
ทำไมฉันเก่งขนาดนี้ทำไมฉันปราดเปรื่องขนาดนี้นะคะเข้าใจเป็นฉากเป็น

725
00:34:37.129 --> 00:34:42.578
แล้วสามารถอธิบายเนื้อหาอธิบายความเชื่อมโยงเรื่องนี้

726
00:34:42.839 --> 00:34:45.083
ได้อย่างคล่องแคล่ว

727
00:34:45.531 --> 00:34:49.132
เราจำเป็นจะต้องเอาสิ่งที่เป็นความคิดของเรา

728
00:34:49.489 --> 00:34:52.373
ไปแลกเปลี่ยนกับคนอื่นด้วยค่ะ

729
00:34:53.089 --> 00:34:58.713
เราจะต้องเอาสิ่งที่เราสรุปจากการอ่านเอาไปเช็คกับคนอื่นด้วยว่า

730
00:34:58.979 --> 00:35:01.159
คนที่อ่านงานเล่มนี้

731
00:35:01.408 --> 00:35:03.348
เขาคิดเหมือนกันกับเราไหม

732
00:35:04.229 --> 00:35:07.331
เขาเห็นไปในแนวทางเดียวกันกับเราหรือเปล่า

733
00:35:09.228 --> 00:35:12.718
ถ้าเราสรุปเองโดยที่เราไม่มีคนประเมินให้

734
00:35:12.808 --> 00:35:18.094
นั่นแสดงว่าไม่ผ่านเกณฑ์นะยังไม่ได้เข้าเกณฑ์ของการอ่านตีความ

735
00:35:18.451 --> 00:35:19.681
อ่านเสร็จ

736
00:35:19.729 --> 00:35:21.374
ตีความแล้ว

737
00:35:21.400 --> 00:35:26.488
ช่วยไปแชร์แลกเปลี่ยนกับคนอื่นๆด้วย

738
00:35:26.587 --> 00:35:26.815

739
00:35:26.718 --> 00:35:30.828
ว่าสิ่งที่เราอ่านแล้วเราเข้าใจแบบนี้เราตีความแบบนี้

740
00:35:30.939 --> 00:35:36.928
คนอื่นเข้าใจแบบเราไหมนะคะมีมุมมองที่แตกต่างจากเราไหมนะคะ

741
00:35:36.837 --> 00:35:39.749
ว่าจะได้เกิดการวิเคราะห์นะคะ

742
00:35:39.647 --> 00:35:41.017
แล้วก็

743
00:35:41.008 --> 00:35:42.497
หาข้อ

744
00:35:42.609 --> 00:35:46.066
ตกลงร่วมกันนะคะหรือหาจุดร่วมนะคะ

745
00:35:46.059 --> 00:35:48.896
ที่มันเป็นข้อสรุปของเรื่องนั้นได้

746
00:35:52.280 --> 00:35:53.411

747
00:35:55.089 --> 00:35:55.580

748
00:35:55.858 --> 00:35:56.353

749
00:35:57.728 --> 00:35:58.221

750
00:35:58.557 --> 00:35:58.793

751
00:36:00.927 --> 00:36:01.191

752
00:36:01.120 --> 00:36:05.705
ที่นี่เวลาตีความค่ะเราจะดูอยู่ 2 อย่างด้วยกัน

753
00:36:05.987 --> 00:36:09.054
เราจะดูอยู่ 2 อย่างด้วยกัน

754
00:36:09.249 --> 00:36:12.559
วันที่ 1 นะคะเราดูที่

755
00:36:12.517 --> 00:36:15.016
จุดประสงค์ค่ะ

756
00:36:15.086 --> 00:36:19.747
เราดูที่จุดประสงค์นะคะเวลาเราอ่านงานต่างๆเนี่ย

757
00:36:20.266 --> 00:36:24.889
ตัวเนื้อเขาเรียกว่าตัวเนื้อความเขาเรียกว่าสารเนาะเขาเรียกว่าสาร

758
00:36:25.007 --> 00:36:29.413
สิ่งแรกที่เราจะดูตัวสานั่นก็คือดูจุดประสงค์ของผู้เขียนค่ะ

759
00:36:29.307 --> 00:36:33.087
วาดโดยรวมทั้งหมดแล้วทั้งเรื่องเนี่ย

760
00:36:33.087 --> 00:36:35.890
เขียนมีเจตนาอะไร

761
00:36:36.087 --> 00:36:38.786
ในการส่งสารนั้นๆ

762
00:36:38.917 --> 00:36:39.383

763
00:36:39.367 --> 00:36:40.441
จากนั้น

764
00:36:40.388 --> 00:36:42.236
มาดูส่วนที่ 2

765
00:36:42.253 --> 00:36:44.993
เราเรียกว่าน้ำเสียง

766
00:36:44.926 --> 00:36:45.218

767
00:36:45.767 --> 00:36:48.347
น้ำเสียงคืออารมณ์ความรู้สึก

768
00:36:48.718 --> 00:36:53.999
มันจะมีคำที่บ่งชี้ว่าน้ำเสียงของผู้เขียนนั้นเป็นแบบใด

769
00:36:54.418 --> 00:36:59.091
เวลาเขียนมันมีเสียงออกมาไหมคะเราอ่านไม่มีเสียงออกมาจากตัวหนังสือไหม

770
00:36:59.727 --> 00:37:05.576
ไม่มีเป็นหน้าที่ของใครของผู้อ่านที่จะต้องอนุมาน

771
00:37:05.626 --> 00:37:06.509
หรือ

772
00:37:06.455 --> 00:37:09.102
ประมาณเอาว่าผู้เขียน

773
00:37:09.786 --> 00:37:13.650
ต้องการจะสื่อเนื้อความนี้และในขณะที่เขียน

774
00:37:13.765 --> 00:37:21.307
ความรู้สึกหรืออารมณ์ความรู้สึกของผู้เขียนเนี่ยอยู่ในอารมณ์แบบไหนมันมีคำที่เป็นตัวกำกับเอาไว้อยู่

775
00:37:21.067 --> 00:37:25.141
น้ำเสียงที่ว่านี้มีอะไรบ้างดูนะ

776
00:37:25.045 --> 00:37:25.451

777
00:37:25.295 --> 00:37:26.218
นี่

778
00:37:26.196 --> 00:37:27.547
ประชด

779
00:37:28.188 --> 00:37:31.541
ไอ้คะทาขา

780
00:37:31.516 --> 00:37:31.767

781
00:37:31.706 --> 00:37:32.967
xxx

782
00:37:33.245 --> 00:37:33.531

783
00:37:33.438 --> 00:37:35.667
รื่นเริง

784
00:37:35.937 --> 00:37:37.212
เคร่ง

785
00:37:37.476 --> 00:37:38.589
คลัช

786
00:37:38.495 --> 00:37:39.960
อิสระ

787
00:37:40.545 --> 00:37:41.505
อะไรคะ

788
00:37:41.767 --> 00:37:42.083

789
00:37:42.336 --> 00:37:44.389
อ่านให้ฟังหน่อย

790
00:37:44.905 --> 00:37:45.154

791
00:37:45.095 --> 00:37:46.308
อะไรอีก

792
00:37:46.317 --> 00:37:46.853

793
00:37:47.085 --> 00:37:47.298

794
00:37:48.105 --> 00:37:53.318
มีอะไรอีกคะแข็งกร้าวตรงไปตรงมา

795
00:37:53.500 --> 00:37:55.099
ให้ข้อคิด

796
00:37:55.216 --> 00:37:56.418
เตือนใจ

797
00:37:56.566 --> 00:37:56.834

798
00:37:57.656 --> 00:37:59.162
ยิ่งแก่

799
00:37:59.256 --> 00:37:59.532

800
00:37:59.514 --> 00:38:01.625
สนุกขบขัน

801
00:38:01.886 --> 00:38:03.286
เย้ยหยัน

802
00:38:03.356 --> 00:38:04.690
รู้ทัน

803
00:38:04.895 --> 00:38:07.900
คาดคั้นกระแนะกระแหน

804
00:38:07.975 --> 00:38:08.852
และ

805
00:38:09.055 --> 00:38:11.249
อะไรคะชวนคิด

806
00:38:11.495 --> 00:38:17.116
มีคำอื่นอีกมากมายนะคะแต่คำเหล่านี้ล้วนแต่เป็นคำที่บ่งบอก

807
00:38:16.935 --> 00:38:17.589

808
00:38:17.575 --> 00:38:19.384
น้ำเสียงพร้อม

809
00:38:19.374 --> 00:38:20.799
ผู้เขียนนั่นเอง

810
00:38:23.655 --> 00:38:23.881

811
00:38:24.566 --> 00:38:25.130

812
00:38:25.524 --> 00:38:25.789

813
00:38:26.354 --> 00:38:26.953

814
00:38:27.255 --> 00:38:27.545

815
00:38:27.444 --> 00:38:27.755

816
00:38:27.894 --> 00:38:28.341

817
00:38:28.275 --> 00:38:28.568

818
00:38:28.785 --> 00:38:29.198

819
00:38:29.236 --> 00:38:29.705

820
00:38:29.745 --> 00:38:30.025

821
00:38:29.875 --> 00:38:30.159

822
00:38:30.517 --> 00:38:30.967

823
00:38:31.155 --> 00:38:31.450

824
00:38:31.476 --> 00:38:32.304

825
00:38:32.504 --> 00:38:32.780

826
00:38:33.725 --> 00:38:33.925

827
00:38:34.366 --> 00:38:34.623

828
00:38:34.684 --> 00:38:35.484

829
00:38:35.965 --> 00:38:41.560
ดังนั้นเวลาตีความจึงจำเป็นนะคะที่จะต้องดูใน 2 ส่วน

830
00:38:41.415 --> 00:38:42.038

831
00:38:42.116 --> 00:38:47.774
วันนี้ก็เช่นเดียวกันโจรที่ครูให้นั่นก็คือนายหน้า 100

832
00:38:47.745 --> 00:38:48.477

833
00:38:48.454 --> 00:38:54.035
ครูจะให้พวกเราตีความด้านเนื้อหากับอีกอันนึงก็คือ

834
00:38:53.895 --> 00:38:55.452
ด้านน้ำเสียง

835
00:38:55.435 --> 00:38:58.265
คำว่าด้านเนื้อหาหมายถึง

836
00:38:59.214 --> 00:39:04.504
เนื้อความว่าเนื้อความเนี่ยเขากล่าวถึงอะไรและเจตนาของ

837
00:39:04.536 --> 00:39:05.372
เขียน

838
00:39:05.494 --> 00:39:07.863
มีเจตนาอะไร

839
00:39:07.935 --> 00:39:10.107
พี่ส่งมายังผู้อ่าน

840
00:39:10.686 --> 00:39:15.418
ส่วนในด้านน้ำเสียงนะคะได้น้ำเสียงคืออารมณ์ความรู้สึกเนาะ

841
00:39:15.745 --> 00:39:17.862
ลักษณะของอารมณ์ความรู้สึก

842
00:39:18.375 --> 00:39:21.695
เราจะใช้คำใดเพื่อระบุถึงอารมณ์

843
00:39:21.775 --> 00:39:26.389
เมื่อกี้นี้มีตัวอย่างแล้วใช่ไหมคะข้อความที่เป็นข้อบ่งชี้

844
00:39:26.635 --> 00:39:30.099
ว่าอารมณ์ความรู้สึกที่เกิดขึ้น

845
00:39:30.034 --> 00:39:30.256

846
00:39:30.354 --> 00:39:31.751
มีอะไรบ้าง

847
00:39:33.495 --> 00:39:34.193

848
00:39:34.453 --> 00:39:34.936

849
00:39:35.026 --> 00:39:35.470

850
00:39:35.475 --> 00:39:36.123

851
00:39:36.696 --> 00:39:37.065

852
00:39:37.525 --> 00:39:38.118

853
00:39:39.003 --> 00:39:39.429

854
00:39:40.094 --> 00:39:40.526

855
00:39:41.054 --> 00:39:41.493

856
00:39:41.304 --> 00:39:41.587

857
00:39:41.625 --> 00:39:41.863

858
00:39:45.464 --> 00:39:45.745

859
00:39:46.623 --> 00:39:46.876

860
00:39:46.943 --> 00:39:47.217

861
00:39:47.134 --> 00:39:47.415

862
00:39:47.263 --> 00:39:49.716
ขอดูตัวอย่างค่ะ

863
00:39:49.765 --> 00:39:50.185

864
00:39:50.143 --> 00:39:52.387
ตัวอย่างการตีความ

865
00:39:52.773 --> 00:39:54.832
อันนี้มาจากเนื้อเพลงเนาะ

866
00:39:54.763 --> 00:40:01.120
เขาบอกว่าบ้านเราแสนสุขใจแม้จะอยู่ที่ไหน

867
00:40:01.294 --> 00:40:04.110
ไม่สุขใจเหมือนบ้านเรา

868
00:40:04.053 --> 00:40:04.427

869
00:40:04.434 --> 00:40:07.119
คำว่าถ่ายซึ้งใจ

870
00:40:07.129 --> 00:40:09.360
เพราะใช่ทาสเขา

871
00:40:09.294 --> 00:40:09.572

872
00:40:09.493 --> 00:40:12.333
ด้วยพระบารมีล้นเกล้า

873
00:40:12.503 --> 00:40:15.362
คุ้มเหล่าร่มเย็นสุขสันต์

874
00:40:16.533 --> 00:40:16.803

875
00:40:16.794 --> 00:40:21.139
เนื้อเพลงใช่ไหมคะเคยได้ยินน้องเพลงนี้ใช่ไหมคะ

876
00:40:21.094 --> 00:40:25.074
มาดูเนื้อความทั้งหมดก่อนก่อนที่จะไปตีความ

877
00:40:25.124 --> 00:40:27.127
เพลงนี้กล่าวถึงอะไรคะ

878
00:40:28.393 --> 00:40:28.638

879
00:40:28.713 --> 00:40:29.885
กล่าวถึงอะไร

880
00:40:30.374 --> 00:40:32.005
คำว่าบ้าน

881
00:40:32.042 --> 00:40:37.242
หมายถึงตัวบ้านที่เราอยู่อาศัยหรือมันมีความหมายกว้างกว่านั้น

882
00:40:38.834 --> 00:40:45.819
กว้างกว่านั้นทำไมจึงกว้างกว่าบ้านที่เราอยู่อาศัยเพราะเราเห็นคำว่าอะไรคะ

883
00:40:46.584 --> 00:40:48.777
เขียนคำว่าด้วย

884
00:40:48.824 --> 00:40:51.954
พระบารมีล้นเกล้า

885
00:40:52.092 --> 00:40:55.244
ด้วยพระบารมีล้นเกล้า

886
00:40:55.172 --> 00:40:56.308
ก็คือ

887
00:40:57.282 --> 00:40:57.532

888
00:40:57.665 --> 00:41:03.884
บารมีของใครพระมหากษัตริย์ที่ปกป้องคุ้มครองให้

889
00:41:04.013 --> 00:41:06.767
มีความร่มเย็นเป็นสุข

890
00:41:08.564 --> 00:41:14.226
ใช่ไหมชักเนื้อเพลงนะคะยังไม่ต้องตีความแต่ดูจากเนื้อเพลง

891
00:41:14.774 --> 00:41:17.646
มันมีเนื้อหาแบบนี้นะคะ

892
00:41:18.103 --> 00:41:18.381

893
00:41:18.493 --> 00:41:18.763

894
00:41:19.064 --> 00:41:19.311

895
00:41:20.024 --> 00:41:20.353

896
00:41:20.342 --> 00:41:20.577

897
00:41:21.302 --> 00:41:21.509

898
00:41:21.882 --> 00:41:22.335

899
00:41:22.262 --> 00:41:22.490

900
00:41:22.391 --> 00:41:22.596

901
00:41:22.652 --> 00:41:22.936

902
00:41:22.842 --> 00:41:23.193

903
00:41:23.351 --> 00:41:23.839

904
00:41:23.803 --> 00:41:24.032

905
00:41:24.642 --> 00:41:24.890

906
00:41:24.892 --> 00:41:25.197

907
00:41:25.154 --> 00:41:25.458

908
00:41:25.472 --> 00:41:26.057

909
00:41:26.054 --> 00:41:26.287

910
00:41:26.693 --> 00:41:26.927

911
00:41:29.572 --> 00:41:29.829

912
00:41:30.332 --> 00:41:30.536

913
00:41:30.462 --> 00:41:30.686

914
00:41:30.853 --> 00:41:31.133

915
00:41:30.972 --> 00:41:31.205

916
00:41:31.233 --> 00:41:31.448

917
00:41:31.554 --> 00:41:31.817

918
00:41:31.933 --> 00:41:32.212

919
00:41:32.254 --> 00:41:37.618
แม่พ่อมาตีความค่ะน้าสาดูตัวอย่างนะแต่พ่อตีความ

920
00:41:38.151 --> 00:41:40.000
ด้านเนื้อหาค่ะ

921
00:41:39.941 --> 00:41:41.215
ด้านเนื้อหา

922
00:41:41.171 --> 00:41:42.944
ด้านเนื้อหา

923
00:41:43.151 --> 00:41:46.350
เพราะตีความออกมาแล้วตีความได้ว่า

924
00:41:46.293 --> 00:41:48.985
ไม่มีสถานที่แห่งใด

925
00:41:48.922 --> 00:41:52.963
ที่ทำให้เราเป็นสุขใจได้เท่ากับบ้านของเรา

926
00:41:53.081 --> 00:41:57.956
และพระบารมีในองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

927
00:41:57.891 --> 00:42:03.920
ช่วยคุ้มครองให้ผู้ที่อยู่ในประเทศไทยได้ร่มเย็นเป็นสุขและมี

928
00:42:03.842 --> 00:42:05.684
ความสุขเช่นกัน

929
00:42:05.703 --> 00:42:09.301
น้าคำว่าบ้านเมื่อกี้นี้จึงหมายถึง

930
00:42:09.221 --> 00:42:11.555
ประเทศของเรา

931
00:42:11.531 --> 00:42:16.742
บ้านที่เป็นบ้านหลังใหญ่ก็คือประเทศไทยนั่นเองใช่ไหมคะ

932
00:42:16.852 --> 00:42:17.346

933
00:42:17.421 --> 00:42:17.735

934
00:42:18.832 --> 00:42:19.192

935
00:42:19.730 --> 00:42:19.954

936
00:42:20.811 --> 00:42:21.112

937
00:42:21.331 --> 00:42:21.975

938
00:42:22.683 --> 00:42:25.951
คราวนี้มาดูด้านน้ำเสียงกันบ้าง

939
00:42:25.942 --> 00:42:28.081
น้ำเสียงนะคะ

940
00:42:28.250 --> 00:42:33.662
ตีความได้ว่าผู้เขียนต้องการแสดงความคิดเห็นและเตือน

941
00:42:33.630 --> 00:42:34.348

942
00:42:34.462 --> 00:42:39.775
เตือนสติไรเตือนสติผู้อ่านว่าประเทศไทย

943
00:42:39.851 --> 00:42:44.701
ให้ความร่มเย็นนะคะแก่ชาวไทยไม่มีที่ใดเสมอเหมือน

944
00:42:44.900 --> 00:42:45.161

945
00:42:45.481 --> 00:42:49.923
แล้วนอกจากนี้ผู้กล่าวก็ยังเขียนข้อความด้วยความรู้สึก

946
00:42:49.970 --> 00:42:51.586
ภาคภูมิใจ

947
00:42:52.910 --> 00:42:58.520
หานอกจากเตือนสติแล้วนะคะก็ยังมีความภาคภูมิใจนาย

948
00:42:58.680 --> 00:43:02.210
ความที่เกิดมาเป็นคนไทย

949
00:43:02.450 --> 00:43:06.964
ภูมิใจที่เกิดมาเป็นคนไทยเพราะเมืองไทย

950
00:43:06.881 --> 00:43:08.734
มีความสุข

951
00:43:08.931 --> 00:43:09.218

952
00:43:09.759 --> 00:43:13.552
ไม่มีเรื่องเดือดร้อนใดๆ

953
00:43:13.990 --> 00:43:14.742

954
00:43:15.530 --> 00:43:20.221
น้ำเสียงไหมคะน้ำเสียงนั่นก็คือมีน้ำเสียง

955
00:43:20.210 --> 00:43:26.694
ภาคภูมิใจใช่ไหมคะน้ำเสียงชื่นชมนะคะแล้วก็น้ำเสียงที่จะ

956
00:43:26.671 --> 00:43:30.010
ต้องการเตือนสตินะคะให้กับผู้ที่

957
00:43:29.939 --> 00:43:35.506
คิดไม่ดีกับบ้านเมืองใช่ไหมคะแล้วก็มาถึงหัว

958
00:43:35.450 --> 00:43:36.217

959
00:43:36.219 --> 00:43:37.358
ต่อไป

960
00:43:37.371 --> 00:43:39.863
เรื่องของอะไรคะมาดูซิ

961
00:43:39.809 --> 00:43:42.426
จากโคลงโลกนิติ

962
00:43:43.651 --> 00:43:43.959

963
00:43:43.909 --> 00:43:44.189

964
00:43:44.549 --> 00:43:49.954
ไม่ใช่โลกนิตินะคะเขียนรอก่อน

965
00:43:49.858 --> 00:43:50.847
อิติ

966
00:43:50.819 --> 00:43:51.078

967
00:43:50.950 --> 00:43:53.451
แต่เวลาอ่านอ่านว่า

968
00:43:53.458 --> 00:43:56.291
โลกนิติ

969
00:43:56.329 --> 00:43:56.537

970
00:43:56.850 --> 00:43:59.542
เรียนตอนมอะไรคะ

971
00:43:59.658 --> 00:44:01.939
ตอนมอต้นใช่ไหม

972
00:44:01.849 --> 00:44:03.394
ท่องไหมคะ

973
00:44:03.380 --> 00:44:06.028
ทองคุณครูให้ท่องบทไหนบ้าง

974
00:44:06.389 --> 00:44:06.601

975
00:44:07.538 --> 00:44:07.824

976
00:44:07.798 --> 00:44:08.152

977
00:44:08.318 --> 00:44:08.556

978
00:44:08.699 --> 00:44:11.560

979
00:44:11.519 --> 00:44:13.167

980
00:44:13.120 --> 00:44:16.318

981
00:44:16.378 --> 00:44:17.409

982
00:44:17.349 --> 00:44:18.313

983
00:44:18.818 --> 00:44:19.083

984
00:44:20.419 --> 00:44:20.967

985
00:44:21.569 --> 00:44:22.337

986
00:44:22.278 --> 00:44:23.080

987
00:44:23.564 --> 00:44:23.983

988
00:44:23.940 --> 00:44:24.362

989
00:44:24.454 --> 00:44:25.028

990
00:44:25.041 --> 00:44:25.299

991
00:44:25.358 --> 00:44:25.648

992
00:44:25.741 --> 00:44:31.293
อันนี้มาจากสุภาษิตโคลงโลกนิตินะเห็นไหมคะที่หน้าจอ

993
00:44:32.009 --> 00:44:37.240
ดูซิเนื้อความตอนนี้นะคะโคลงบทนี้กล่าวว่า

994
00:44:37.459 --> 00:44:39.630
จ่ายทรัพย์วันละบาท

995
00:44:39.569 --> 00:44:40.392
ซื้อ

996
00:44:40.408 --> 00:44:42.010
มังสา

997
00:44:42.587 --> 00:44:45.291
นายหนึ่งเลี้ยงพยัคฆา

998
00:44:45.278 --> 00:44:46.299
ไอ้อ้วน

999
00:44:46.238 --> 00:44:46.451

1000
00:44:46.687 --> 00:44:46.903

1001
00:44:46.879 --> 00:44:47.145

1002
00:44:47.199 --> 00:44:50.590
234 นายมากำกับ

1003
00:44:51.108 --> 00:44:51.399

1004
00:44:51.367 --> 00:44:54.171
ยายทรัพย์ 4 ส่วนถ้วน

1005
00:44:54.118 --> 00:44:56.617
บาทสิ้นเสือตาย

1006
00:44:57.837 --> 00:44:58.193

1007
00:44:58.538 --> 00:45:00.085
เนื้อความกล่าวถึงอะไร

1008
00:45:00.077 --> 00:45:00.342

1009
00:45:00.718 --> 00:45:03.777
ยังไม่ต้องตีความเนื้อความกล่าวถึงอะไรคะ

1010
00:45:05.578 --> 00:45:08.809
เนื้อความกล่าวถึงการเลี้ยง

1011
00:45:08.788 --> 00:45:11.878
เลี้ยงเสือใช่ไหมคะพยัคฆ์คือเสือใช่ไหม

1012
00:45:11.859 --> 00:45:15.664
การเลี้ยงเสือมีคนทำหน้าที่เลี้ยงเสืออยู่

1013
00:45:15.647 --> 00:45:16.494
1 คน

1014
00:45:16.540 --> 00:45:16.791

1015
00:45:16.858 --> 00:45:22.119
ใช่ไหมคะตอนแรกนะคะแต่ว่าจ่ายเนี่ยจ่ายวันละบาทใช่ไหมคะ

1016
00:45:22.177 --> 00:45:27.743
คนที่เอาเงินจ่ายให้กับพนักงานไปเลี้ยงเสือนะคะ

1017
00:45:28.007 --> 00:45:32.558
เห็นว่าจ่ายวันละบาทเนี่ยนะคะเลี้ยงยังไงเสือก็ไม่อ้วน

1018
00:45:32.427 --> 00:45:32.698

1019
00:45:33.327 --> 00:45:35.105
ไม่น่าจะเกิดจาก

1020
00:45:35.757 --> 00:45:37.081

1021
00:45:37.167 --> 00:45:40.317
ไม่น่าจะเกิดจากปริมาณเนื้อ

1022
00:45:40.307 --> 00:45:43.415
แต่มันน่าจะเกิดจากคนเลี้ยงพี่น้อยไปหรือเปล่า

1023
00:45:43.767 --> 00:45:45.837
ก็เลยเพิ่มคนเลี้ยง

1024
00:45:46.007 --> 00:45:50.241
คราวนี้นะคะเอาคนมาเลี้ยงเพิ่มจาก 1

1025
00:45:50.488 --> 00:45:52.590
กลายเป็นกี่คนคะทีนี้

1026
00:45:52.477 --> 00:45:54.018
4 คน

1027
00:45:54.918 --> 00:45:57.018
มาเพิ่มเป็น 4 คน

1028
00:45:56.966 --> 00:45:57.207

1029
00:45:57.218 --> 00:45:59.136
เสืออ้วนขึ้นไหมทีนี้

1030
00:46:00.167 --> 00:46:01.640
อ้วนขึ้นไหมคะ

1031
00:46:02.088 --> 00:46:05.731
ไม่อ้วนขึ้นแต่กลับกลายเป็นว่า

1032
00:46:05.806 --> 00:46:07.590
เสือต่าย

1033
00:46:07.977 --> 00:46:09.852
ทำไมเสือจนตาย

1034
00:46:10.347 --> 00:46:10.607

1035
00:46:12.337 --> 00:46:14.242
แสดงว่า

1036
00:46:14.386 --> 00:46:16.416
ใน 4 คนนี้

1037
00:46:17.077 --> 00:46:17.361

1038
00:46:17.326 --> 00:46:23.063
มีการเปรียบบังเอาอะไรคะเอาเงินค่าอาหารของเสือไปเป็น

1039
00:46:23.097 --> 00:46:24.128
ของตน

1040
00:46:24.057 --> 00:46:24.328

1041
00:46:24.187 --> 00:46:26.841
แบ่งกัน 4 คนคนละสลึง

1042
00:46:29.187 --> 00:46:32.903
สุดท้ายเสือไม่ได้กินอาหารเลย

1043
00:46:32.965 --> 00:46:33.770

1044
00:46:35.137 --> 00:46:35.506

1045
00:46:36.166 --> 00:46:36.375

1046
00:46:37.007 --> 00:46:37.366

1047
00:46:37.446 --> 00:46:37.815

1048
00:46:38.477 --> 00:46:38.848

1049
00:46:39.566 --> 00:46:39.822

1050
00:46:39.816 --> 00:46:42.919
ตีความด้านเนื้อหาค่ะสีนี้

1051
00:46:43.085 --> 00:46:43.305

1052
00:46:43.336 --> 00:46:43.717

1053
00:46:44.437 --> 00:46:49.724
เนื้อหาก็คือจ่ายเงิน 1 บาทให้ชายคนหนึ่งซื้อเนื้อเลี้ยงเสือ

1054
00:46:49.688 --> 00:46:50.086

1055
00:46:50.388 --> 00:46:52.702
เสือกินแล้วไม่อ้วน

1056
00:46:53.467 --> 00:46:58.773
ร้านแบ่งเงินบาทนั้นเป็น 4 ส่วนให้ชาย 4 คนไปเลี้ยงเสือ

1057
00:46:59.168 --> 00:47:00.465
เสือกลับ

1058
00:47:00.446 --> 00:47:01.283
ต่าย

1059
00:47:02.437 --> 00:47:06.746
ใช่ไหมคะนี่คือการตีความด้านเนื้อหา

1060
00:47:06.656 --> 00:47:06.941

1061
00:47:06.846 --> 00:47:08.584
สวนด้านน้ำเสียงค่ะ

1062
00:47:08.648 --> 00:47:08.932

1063
00:47:08.847 --> 00:47:11.722
เขียนให้ข้อคิดว่า

1064
00:47:11.846 --> 00:47:14.370
การทุจริตคอรัปชั่นนั้น

1065
00:47:14.285 --> 00:47:14.583

1066
00:47:14.536 --> 00:47:19.470
มันมีอยู่มากมายมีอยู่ทุกหนทุกแห่ง

1067
00:47:19.536 --> 00:47:22.549
ยิ่งมีคนทุจริตมาก

1068
00:47:22.485 --> 00:47:22.724

1069
00:47:22.736 --> 00:47:27.023
ความเสียหายก็ยิ่งมากตามขึ้นไปด้วย

1070
00:47:31.125 --> 00:47:31.373

1071
00:47:32.536 --> 00:47:35.599
ถ้าคนเลี้ยงไม่ทุจริตเสือจะตายไหมคะ

1072
00:47:35.807 --> 00:47:36.126

1073
00:47:36.125 --> 00:47:37.859

1074
00:47:40.486 --> 00:47:40.966

1075
00:47:40.995 --> 00:47:41.223

1076
00:47:41.187 --> 00:47:41.455

1077
00:47:41.445 --> 00:47:41.673

1078
00:47:41.576 --> 00:47:42.460

1079
00:47:42.606 --> 00:47:42.824

1080
00:47:42.925 --> 00:47:43.469

1081
00:47:43.495 --> 00:47:43.790

1082
00:47:44.325 --> 00:47:44.877

1083
00:47:45.355 --> 00:47:45.652

1084
00:47:45.675 --> 00:47:45.956

1085
00:47:45.925 --> 00:47:48.844
ต่อไปค่ะ

1086
00:47:49.067 --> 00:47:54.215
พฤษภพระกาสรอีกกุญชรอันปลดปลง

1087
00:47:54.385 --> 00:47:59.595
โททนต์เสน่งคงสำคัญหมายในกายมี

1088
00:47:59.834 --> 00:48:02.342
นรชาติสิวางวาย

1089
00:48:02.395 --> 00:48:05.329
มลายสิ้นทั้งอินทรีย์

1090
00:48:05.597 --> 00:48:06.430
สถิติ

1091
00:48:06.365 --> 00:48:08.923
แต่ชั่วดี

1092
00:48:09.055 --> 00:48:12.147
ประดับไว้ในโลกา

1093
00:48:12.764 --> 00:48:13.004

1094
00:48:13.405 --> 00:48:13.684

1095
00:48:13.535 --> 00:48:13.770

1096
00:48:14.115 --> 00:48:15.202
เคย

1097
00:48:15.144 --> 00:48:17.493
ฟังเคยอ่าน

1098
00:48:17.764 --> 00:48:19.193
เคยท่อง

1099
00:48:19.307 --> 00:48:24.653
แล้วก็เจอบ่อยๆในการกล่าวของพิธีกรในงานศพใช่ไหมคะ

1100
00:48:33.204 --> 00:48:34.351

1101
00:48:34.363 --> 00:48:34.979

1102
00:48:34.936 --> 00:48:35.277

1103
00:48:35.194 --> 00:48:35.549

1104
00:48:36.666 --> 00:48:36.887

1105
00:48:37.566 --> 00:48:37.857

1106
00:48:37.686 --> 00:48:38.119

1107
00:48:38.324 --> 00:48:38.607

1108
00:48:38.716 --> 00:48:39.249

1109
00:48:39.235 --> 00:48:39.878

1110
00:48:39.874 --> 00:48:42.895
มาตีความด้านเนื้อหากันค่ะ

1111
00:48:43.395 --> 00:48:43.672

1112
00:48:43.584 --> 00:48:43.877

1113
00:48:44.094 --> 00:48:45.487
เนื้อหา

1114
00:48:45.954 --> 00:48:47.432
กล่าวถึงอะไรคะ

1115
00:48:47.495 --> 00:48:51.539
เมื่อวัวควายและช้าง

1116
00:48:52.614 --> 00:48:58.426
ล้มล้มจะตายใช่ไหมคะสัตว์ใหญ่เวลาตายเขาเรียกว่ามันล้ม

1117
00:48:58.515 --> 00:48:58.791

1118
00:48:58.643 --> 00:48:59.265

1119
00:48:59.926 --> 00:49:00.218

1120
00:49:00.684 --> 00:49:03.704
วัวควายและช้าง

1121
00:49:03.703 --> 00:49:04.525
ล้ม

1122
00:49:05.175 --> 00:49:08.525
ก็ยังคงเหลืองานและเขาเอาไว้

1123
00:49:09.405 --> 00:49:12.983
ไม่ทราบว่าเป็นสัตว์ชนิดใด

1124
00:49:13.373 --> 00:49:13.634

1125
00:49:13.639 --> 00:49:13.911

1126
00:49:13.823 --> 00:49:14.075

1127
00:49:14.405 --> 00:49:16.125
แต่ถ้าคนตายไป

1128
00:49:16.323 --> 00:49:18.876
จะเหลือสิ่งใดเอาไว้

1129
00:49:19.204 --> 00:49:22.085
เพื่อให้คนได้จดจำ

1130
00:49:22.154 --> 00:49:27.410
นั่นก็คืออะไรคะความดีและความชั่วที่ได้

1131
00:49:27.403 --> 00:49:28.754
เคยทำเอาไว้

1132
00:49:30.543 --> 00:49:31.739

1133
00:49:31.765 --> 00:49:32.400

1134
00:49:32.783 --> 00:49:33.029

1135
00:49:33.234 --> 00:49:35.654
น้ำเสียงของผู้เขียนคืออะไร

1136
00:49:37.595 --> 00:49:38.266

1137
00:49:38.803 --> 00:49:39.038

1138
00:49:39.195 --> 00:49:39.442

1139
00:49:39.445 --> 00:49:39.892

1140
00:49:40.216 --> 00:49:40.421

1141
00:49:40.344 --> 00:49:41.363

1142
00:49:42.003 --> 00:49:42.280

1143
00:49:45.083 --> 00:49:45.320

1144
00:49:45.532 --> 00:49:45.757

1145
00:49:47.203 --> 00:49:47.490

1146
00:49:50.404 --> 00:49:50.641

1147
00:49:51.043 --> 00:49:51.271

1148
00:49:51.742 --> 00:49:52.455

1149
00:49:52.383 --> 00:49:54.996
น้ำเสียงของผู้เขียน

1150
00:49:55.143 --> 00:49:55.372

1151
00:49:55.724 --> 00:49:59.379
เขาบอกว่าวิเคราะห์ออกมาแล้วตีความออกมาแล้ว

1152
00:49:59.754 --> 00:50:03.101
เมื่อต้องการเสนอแนะหรือให้ข้อคิดค่ะ

1153
00:50:03.474 --> 00:50:05.356
ให้ข้อคิดว่ายังไง

1154
00:50:06.034 --> 00:50:06.314

1155
00:50:06.163 --> 00:50:10.466
ให้ข้อคิดว่าเมื่อคนเรายังมีชีวิตอยู่

1156
00:50:10.773 --> 00:50:13.963
ควรทำความดีเอาไว้

1157
00:50:13.912 --> 00:50:16.593
เพื่อให้คนระลึกถึง

1158
00:50:17.043 --> 00:50:19.732
เมื่อจากโลกนี้ไปแล้ว

1159
00:50:20.834 --> 00:50:24.231
เตือนสติใช่ไหมคะให้ข้อคิดเนาะว่า

1160
00:50:24.482 --> 00:50:25.504
คนเรา

1161
00:50:25.514 --> 00:50:32.027
คนอื่นน่ะเขาจะรู้จักเลยจดจำเราได้หลังจากที่เราตายไปแล้วก็ด้วยสิ่งดีงามที่เรา

1162
00:50:32.050 --> 00:50:35.788
ทำเอาไว้หรือความชั่วที่เราได้สร้าง

1163
00:50:36.203 --> 00:50:36.458

1164
00:50:36.723 --> 00:50:36.938

1165
00:50:37.933 --> 00:50:38.484

1166
00:50:42.612 --> 00:50:42.875

1167
00:50:42.742 --> 00:50:43.221

1168
00:50:46.392 --> 00:50:46.682

1169
00:50:50.242 --> 00:50:50.492

1170
00:50:51.392 --> 00:50:51.673

1171
00:50:51.582 --> 00:50:52.709

1172
00:50:52.734 --> 00:50:54.217
ตัวอย่างต่อมาค่ะ

1173
00:50:54.405 --> 00:50:57.593
ยาเสพติดมีพิษร้าย

1174
00:50:57.723 --> 00:51:00.427
ทำลายความเป็นคน

1175
00:51:00.553 --> 00:51:01.296

1176
00:51:02.084 --> 00:51:07.619
ดูจากเนื้อหาแล้วนะคะตีความด้านเนื้อหากล่าวถึงอะไร

1177
00:51:07.531 --> 00:51:08.040

1178
00:51:08.813 --> 00:51:14.178
ผู้ใดติดยาเสพติดนั้นไม่ใช่คนที่สมบูรณ์

1179
00:51:14.251 --> 00:51:17.038
ต่อไปคำว่าสมบูรณ์ในที่นี้หมายถึงอะไร

1180
00:51:17.083 --> 00:51:19.760
คนอ้วนนะคะคนสมบูรณ์เป็นคนอ้วนไหม

1181
00:51:19.962 --> 00:51:21.811
ไม่ใช่

1182
00:51:22.394 --> 00:51:22.642

1183
00:51:22.522 --> 00:51:28.596
คนที่สมบูรณ์ก็คือคนที่มีสติมีปัญญาใช่ไหมคะ

1184
00:51:28.482 --> 00:51:30.526
มีปัญญานะคะ

1185
00:51:30.523 --> 00:51:32.368
นี่คือลักษณะของคน

1186
00:51:32.392 --> 00:51:35.920
คนมีสติจะไปหลงผิดติดยาเสพติดไหม

1187
00:51:36.102 --> 00:51:39.375
ไม่มีเพราะรู้อยู่แล้วว่าถ้าไปติด

1188
00:51:39.371 --> 00:51:42.973
คือหนทางสู่ความหายนะแน่นอน

1189
00:51:43.920 --> 00:51:44.195

1190
00:51:44.941 --> 00:51:45.218

1191
00:51:45.321 --> 00:51:47.691
ตีความด้านน้ำเสียงค่ะ

1192
00:51:47.641 --> 00:51:49.243
น้ำเสียง

1193
00:51:49.240 --> 00:51:51.903
ผู้เขียนเตือนสติค่ะ

1194
00:51:51.860 --> 00:51:56.237
เตือนสติให้เห็นโทษอันร้ายแรงของยาเสพติด

1195
00:51:57.691 --> 00:52:03.088
เสร็จแล้วหมดความยั้งคิดรู้ผิดชอบชั่วดีไหมมายแล้วนะคะ

1196
00:52:03.000 --> 00:52:06.138
ไม่รู้รับผิดชอบชั่วดีอะไรทั้งสิ้น

1197
00:52:06.210 --> 00:52:09.764
ดังนั้นควรที่จะเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดไหม

1198
00:52:09.860 --> 00:52:12.810
ไม่ควรที่จะเข้าไปยุ่งเกี่ยวนะคะ

1199
00:52:14.541 --> 00:52:14.833

1200
00:52:15.052 --> 00:52:15.328

1201
00:52:16.972 --> 00:52:17.259

1202
00:52:17.290 --> 00:52:17.843

1203
00:52:18.250 --> 00:52:18.492

1204
00:52:18.961 --> 00:52:19.311

1205
00:52:20.691 --> 00:52:20.926

1206
00:52:21.010 --> 00:52:21.266

1207
00:52:21.330 --> 00:52:21.602

1208
00:52:21.522 --> 00:52:21.748

1209
00:52:21.722 --> 00:52:21.990

1210
00:52:22.231 --> 00:52:22.511

1211
00:52:27.480 --> 00:52:27.833

1212
00:52:27.862 --> 00:52:28.154

1213
00:52:28.180 --> 00:52:30.123
อ่านต่อไป

1214
00:52:30.561 --> 00:52:30.837

1215
00:52:30.879 --> 00:52:31.360

1216
00:52:31.320 --> 00:52:34.395
ถ้าเป็นแค่กระดาษเปื้อนหมึก

1217
00:52:34.651 --> 00:52:37.667
เหลือค่าอะไรให้สังคม

1218
00:52:37.860 --> 00:52:39.857
ถ้าดูจากข้อความนี้สิคะ

1219
00:52:41.440 --> 00:52:43.681
ถ้าเป็นแค่กระดาษเปื้อนหมึก

1220
00:52:44.520 --> 00:52:47.084
จะเหลือค่าอะไรให้สังคม

1221
00:52:47.662 --> 00:52:47.915

1222
00:52:47.980 --> 00:52:49.231

1223
00:52:49.262 --> 00:52:50.743
กล่าวถึงอะไรเนี่ย

1224
00:52:51.312 --> 00:52:51.740

1225
00:52:52.914 --> 00:52:53.212

1226
00:52:53.242 --> 00:52:55.018
กระดาษเปื้อนหมึก

1227
00:52:55.600 --> 00:52:55.872

1228
00:52:56.760 --> 00:53:00.156
คำนี้ต้องตีความกระดาษเปื้อนหมึกหมายถึงอะไร

1229
00:53:00.792 --> 00:53:01.180

1230
00:53:02.459 --> 00:53:02.755

1231
00:53:02.781 --> 00:53:03.171

1232
00:53:04.380 --> 00:53:09.714
กระดาษเปื้อนหมึกนะคะถ้าตีความแล้วหมายถึงนักเขียนค่ะ

1233
00:53:10.601 --> 00:53:11.895
นักเขียน

1234
00:53:12.000 --> 00:53:12.299

1235
00:53:12.199 --> 00:53:12.965
เขียน

1236
00:53:13.219 --> 00:53:13.507

1237
00:53:14.051 --> 00:53:16.664
หนังสือแต่งหนังสือขายเนาะ

1238
00:53:16.682 --> 00:53:17.921
สมัยก่อน

1239
00:53:17.901 --> 00:53:24.260
เวลาพิมพ์เขาใช้อะไรคะพิมพ์ลงในกระดาษใช่ไหมคะคำเนี้ยนะคะมันใช้มาจน

1240
00:53:24.169 --> 00:53:25.899
ปัจจุบันนี้นะคะ

1241
00:53:25.839 --> 00:53:28.275
กระดาษเปื้อนหมึกนะคะ

1242
00:53:28.339 --> 00:53:28.580

1243
00:53:28.531 --> 00:53:31.205
อาชีพของนักเขียนนะคะ

1244
00:53:31.223 --> 00:53:33.913
หรือหมายถึงงานเขียน

1245
00:53:34.430 --> 00:53:35.694

1246
00:53:36.349 --> 00:53:41.650
ตีความด้านเนื้อหาได้ว่าหากงานเขียนไม่มีคุณค่า

1247
00:53:42.819 --> 00:53:47.114
คงเป็นเพียงกระดาษเปื้อนหมึกเท่านั้น

1248
00:53:47.680 --> 00:53:47.978

1249
00:53:48.769 --> 00:53:53.771
นักเขียนที่เขียนสิ่งที่ไม่มีคุณค่ามันจะไม่เกิดประโยชน์

1250
00:53:53.771 --> 00:53:56.071
และมันก็จะกลายเป็นเพียง

1251
00:53:56.010 --> 00:53:57.276
กระดาษที่

1252
00:53:57.290 --> 00:53:58.441
เปื้อนหมึก

1253
00:53:58.509 --> 00:53:59.343
เท่านั้น

1254
00:53:59.858 --> 00:54:00.242

1255
00:54:01.010 --> 00:54:01.290

1256
00:54:01.269 --> 00:54:01.947

1257
00:54:01.908 --> 00:54:02.259

1258
00:54:02.228 --> 00:54:04.776
น้ำเสียงล่ะคะน้ำเสียง

1259
00:54:04.804 --> 00:54:09.731
ผู้เขียนชี้ให้เห็นความสำคัญของงานเขียน

1260
00:54:09.978 --> 00:54:10.244

1261
00:54:10.301 --> 00:54:14.212
ที่นำเสนอต่อสังคมสาธารณชน

1262
00:54:15.299 --> 00:54:21.778
เนื้อหาของงานที่เขียนควรจะมีส่วนในการสร้างสรรค์และ

1263
00:54:21.759 --> 00:54:24.491
จรรโลงสังคมนั่นเอง

1264
00:54:26.960 --> 00:54:27.235

1265
00:54:27.788 --> 00:54:28.066

1266
00:54:28.038 --> 00:54:28.319

1267
00:54:29.318 --> 00:54:29.847

1268
00:54:29.838 --> 00:54:31.092

1269
00:54:31.238 --> 00:54:31.666

1270
00:54:32.598 --> 00:54:32.972

1271
00:54:34.899 --> 00:54:35.585

1272
00:54:35.668 --> 00:54:35.950

1273
00:54:35.859 --> 00:54:36.135

1274
00:54:37.969 --> 00:54:38.246

1275
00:54:38.738 --> 00:54:43.996
คราวนี้เรามาดูอีกสิ่งหนึ่งที่มีความเกี่ยวข้อง

1276
00:54:44.057 --> 00:54:45.851
การตีความ

1277
00:54:45.848 --> 00:54:48.956
เวลาเราอ่านงานเขียนต่างๆ

1278
00:54:49.057 --> 00:54:54.299
เราจะพบว่ามีสิ่งหนึ่งที่มันจะสะดุดตา

1279
00:54:54.308 --> 00:54:59.849
และเป็นสิ่งที่เราจะต้องทำความเข้าใจมากกว่าข้อ

1280
00:54:59.757 --> 00:55:01.395
ความทั่วๆไป

1281
00:55:01.478 --> 00:55:04.811
นั่นคือสิ่งที่เราเรียกว่าสัญลักษณ์

1282
00:55:05.267 --> 00:55:05.554

1283
00:55:05.397 --> 00:55:07.899
สัญลักษณ์หรือ symbol

1284
00:55:08.017 --> 00:55:10.890
สัญลักษณ์มันคืออะไร

1285
00:55:10.958 --> 00:55:16.574
มันคือสิ่งหนึ่งสิ่งใดที่ใช้แทนสิ่งที่ผู้เขียนต้องการกล่าวถึง

1286
00:55:21.667 --> 00:55:27.111
เขียนเลือกที่จะใช้สิ่งเหล่านี้นะคะสิ่งที่เป็นสัญลักษณ์

1287
00:55:27.108 --> 00:55:27.867

1288
00:55:28.197 --> 00:55:29.155
ใช้

1289
00:55:29.156 --> 00:55:31.714
ในลักษณะของนามธรรม

1290
00:55:34.796 --> 00:55:40.098
ใช้ในลักษณะของนามธรรมแต่เวลาเขียนนะคะใช้สิ่งที่เป็นรูป

1291
00:55:40.047 --> 00:55:40.771
ทำ

1292
00:55:40.876 --> 00:55:42.432
แทนนามธรรม

1293
00:55:42.607 --> 00:55:42.885

1294
00:55:42.797 --> 00:55:46.043
เอาง่ายๆนะคะเหมือนกับ

1295
00:55:46.006 --> 00:55:51.997
เราพูดถึงความดีใช่ไหมคะถ้าเราพูดถึงความดีเราใช้สีแทนความดีคือสีอะไรคะ

1296
00:55:52.726 --> 00:55:55.490
สีขาวความดีเป็นนามธรรมไหมคะ

1297
00:55:55.486 --> 00:56:01.533
สีขาวเป็นสิ่งที่เราจับต้องได้ใช่ไหมคะสีขาวเป็นรูปประธรรมสีขาวใช้แทน

1298
00:56:01.708 --> 00:56:02.652
ความดี

1299
00:56:02.796 --> 00:56:03.887
ความบริสุทธิ์

1300
00:56:04.458 --> 00:56:09.617
ความบริสุทธิ์ความดีแล้วจับต้องได้ไหมอันไหนคือความดีชี้ได้ไหมคะว่าอันไหนคือความดี

1301
00:56:10.036 --> 00:56:10.858
ไม่ได้

1302
00:56:10.867 --> 00:56:14.561
เพราะฉะนั้นนี่คือสิ่งที่เราเรียกว่าสัญลักษณ์

1303
00:56:14.515 --> 00:56:14.810

1304
00:56:14.707 --> 00:56:18.120
มันมีหน้าตาหรือมันมีรูปแบบอย่างไรบ้าง

1305
00:56:18.237 --> 00:56:19.684
เดี๋ยวกูจะอธิบาย

1306
00:56:21.046 --> 00:56:21.340

1307
00:56:21.305 --> 00:56:21.547

1308
00:56:23.417 --> 00:56:23.627

1309
00:56:25.786 --> 00:56:26.072

1310
00:56:26.036 --> 00:56:26.310

1311
00:56:30.076 --> 00:56:30.330

1312
00:56:30.276 --> 00:56:30.567

1313
00:56:31.106 --> 00:56:31.358

1314
00:56:32.317 --> 00:56:32.596

1315
00:56:36.877 --> 00:56:37.095

1316
00:56:37.316 --> 00:56:37.759

1317
00:56:38.348 --> 00:56:38.582

1318
00:56:38.666 --> 00:56:39.109

1319
00:56:39.176 --> 00:56:39.461

1320
00:56:39.686 --> 00:56:39.927

1321
00:56:40.197 --> 00:56:40.765

1322
00:56:42.247 --> 00:56:42.508

1323
00:56:43.479 --> 00:56:43.715

1324
00:56:45.196 --> 00:56:45.448

1325
00:56:45.456 --> 00:56:46.583
สัญลักษณ์

1326
00:56:46.546 --> 00:56:49.251
มีอยู่ 3 ลักษณะด้วยกัน

1327
00:56:49.357 --> 00:56:49.566

1328
00:56:49.615 --> 00:56:49.843

1329
00:56:49.935 --> 00:56:54.124
สัญลักษณ์มีอยู่ 3 ลักษณะ

1330
00:56:54.428 --> 00:56:54.643

1331
00:56:54.808 --> 00:56:56.339
ลักษณะที่ 1

1332
00:56:56.537 --> 00:56:56.798

1333
00:56:56.725 --> 00:57:00.864
เขาเรียกว่าสัญลักษณ์ที่มีความหมายแบบ

1334
00:57:00.836 --> 00:57:01.364

1335
00:57:01.275 --> 00:57:01.922

1336
00:57:03.776 --> 00:57:05.661
หมายความว่า

1337
00:57:05.695 --> 00:57:11.338
เป็นการใช้สัญลักษณ์ที่คนทั่วไปเข้าใจร่วม

1338
00:57:11.336 --> 00:57:11.914

1339
00:57:11.975 --> 00:57:12.266

1340
00:57:12.236 --> 00:57:16.697
เช่นเมื่อกี้นี้สีขาวแทนความบริสุทธิ์

1341
00:57:16.718 --> 00:57:16.957

1342
00:57:16.918 --> 00:57:20.186
สีดำแทนความโศกเศร้า

1343
00:57:20.876 --> 00:57:21.116

1344
00:57:21.907 --> 00:57:23.353
นางฟ้า

1345
00:57:23.565 --> 00:57:24.789
งานอะไรคะ

1346
00:57:25.235 --> 00:57:27.558
แทนความใจดี

1347
00:57:27.795 --> 00:57:32.127
นางฟ้าเป็นสัญลักษณ์ของความสวยใช่ไหมคะความใจดี

1348
00:57:32.476 --> 00:57:33.960
ความมีเมตตา

1349
00:57:34.015 --> 00:57:37.411
ใจดีเหมือนนางฟ้าเลยสวยเหมือนนางฟ้า

1350
00:57:37.666 --> 00:57:42.132
ลักษณะเช่นนี้นางฟ้าจึงเป็นสัญลักษณ์ของ

1351
00:57:42.026 --> 00:57:44.124
ความสวยความงาม

1352
00:57:44.135 --> 00:57:45.323
ใจดี

1353
00:57:45.865 --> 00:57:51.066
แบบนี้นายมันจะเข้ากับลักษณะข้อที่ 1 นั่นก็คือ

1354
00:57:50.994 --> 00:57:53.414
สัญลักษณ์ที่มีความหมายแบบ

1355
00:57:53.355 --> 00:57:54.473
ตุ่น

1356
00:57:54.575 --> 00:57:54.963

1357
00:57:54.895 --> 00:57:59.662
แบบที่ 2 สัญลักษณ์ที่มีความหมายหลายนัย

1358
00:57:59.955 --> 00:58:02.778
และแบบที่ 3 ในช่องที่ 3

1359
00:58:03.154 --> 00:58:06.626
สัญลักษณ์ที่มีความหมายแบบนัยยะประวัติ

1360
00:58:06.557 --> 00:58:06.945

1361
00:58:07.005 --> 00:58:07.390

1362
00:58:07.516 --> 00:58:10.354
ช่องที่ 2 กับช่องที่ 3 นี้

1363
00:58:10.916 --> 00:58:13.114
มีลักษณะคล้ายกัน

1364
00:58:13.605 --> 00:58:20.847
คล้ายกันในที่นี้ก็คือเป็นสัญลักษณ์ที่ผู้เขียนกำหนดความหมายเพิ่มเติมขึ้นมา

1365
00:58:22.514 --> 00:58:24.241
แกจะลึก

1366
00:58:24.233 --> 00:58:26.987
ในระดับใดขึ้นอยู่กับ

1367
00:58:27.183 --> 00:58:30.363
การให้ความหมายของผู้เขียน

1368
00:58:31.544 --> 00:58:35.895
ครูมีตัวอย่างครูมีตัวอย่างให้ดูนะคะ

1369
00:58:36.475 --> 00:58:36.703

1370
00:58:38.145 --> 00:58:38.382

1371
00:58:38.334 --> 00:58:38.596

1372
00:58:39.874 --> 00:58:40.226

1373
00:58:43.513 --> 00:58:43.725

1374
00:58:45.895 --> 00:58:46.399

1375
00:58:46.986 --> 00:58:50.734
ดูชุดข้อความ 3 ชุดนี้

1376
00:58:50.635 --> 00:58:51.121

1377
00:58:51.144 --> 00:58:55.581
เราพูดถึงสิ่งเดียวกันก็คือดอกไม้

1378
00:58:56.204 --> 00:58:56.450

1379
00:58:56.394 --> 00:58:59.008
เราพูดถึงเรื่องเดียวกันคือดอกไม้

1380
00:58:59.024 --> 00:58:59.301

1381
00:58:59.213 --> 00:59:03.383
มันมีคำที่เป็นคำสำคัญที่เป็นสัญลักษณ์อยู่คือดอกไม้

1382
00:59:03.255 --> 00:59:03.661

1383
00:59:03.704 --> 00:59:06.609
ในช่องแรกในส่วนแรกนะคะ

1384
00:59:06.584 --> 00:59:08.798
เซตแรกจะมีคำว่า

1385
00:59:08.753 --> 00:59:13.145
กุหลาบเวียงพิงค์เรื่องดอกคูณดอกหญ้า

1386
00:59:13.245 --> 00:59:15.294
ดอกไม้ทั้งหมดเลยใช่ไหมคะ

1387
00:59:16.254 --> 00:59:20.248
ปกติแล้วดอกไม้เป็นสัญลักษณ์ของอะไรคะ

1388
00:59:22.024 --> 00:59:24.150
ดอกไม้เป็นสัญลักษณ์ของอะไร

1389
00:59:25.993 --> 00:59:29.829
ดอกไม้เป็นสัญลักษณ์ของผู้หญิงนะคะ

1390
00:59:29.772 --> 00:59:33.811
เป็นสัญลักษณ์ของผู้หญิงดอกไม้งามนะคะ

1391
00:59:34.123 --> 00:59:40.102
เช่นอะไรบ้างกุหลาบเวียงพิงค์เคยได้ยินเพลงนี้ไหมคะเวียงพิงค์ก็คือ

1392
00:59:39.954 --> 00:59:41.615
สาวงามแห่งเมือง

1393
00:59:41.683 --> 00:59:47.999
เชียงใหม่ใช่ไหมคะเห็นไหมเป็นดอกกุหลาบเนาะต่อไปเรื่องทอย

1394
00:59:48.353 --> 00:59:51.230
สาวชาวเหนือ

1395
00:59:51.167 --> 00:59:52.998
เช่นกันแต่อยู่บน

1396
00:59:52.902 --> 00:59:56.458
จอยสาวชาวภูเขาชาวดอย

1397
00:59:57.062 --> 01:00:00.299
ดอกคูณดอกคูณคืออะไร

1398
01:00:00.203 --> 01:00:03.580
ดอกบัวเป็นสัญลักษณ์ของหญิงสาวในภาคไหนคะ

1399
01:00:04.112 --> 01:00:04.687

1400
01:00:04.363 --> 01:00:10.068
สาวอีสานใช่ไหมคะภาคอีสานคือสัญลักษณ์ของดอกคูณใช่ไหมคะ

1401
01:00:10.003 --> 01:00:11.957
เสียงแคนก็คือจังหวัดอะไร

1402
01:00:11.923 --> 01:00:15.735
ภาคอีสานของเราดินแดนที่มีดอกคูณเยอะๆ

1403
01:00:16.284 --> 01:00:16.758

1404
01:00:16.672 --> 01:00:22.447
ภาคอีสานหรือขอนแก่นนั่นเองใช่ไหมคะแต่ดอกคูณนะคะ

1405
01:00:22.363 --> 01:00:26.188
ใช้เป็นสัญลักษณ์ของผู้หญิงที่อยู่ทางภาคอีสานได้

1406
01:00:26.272 --> 01:00:26.704

1407
01:00:26.471 --> 01:00:28.415
อีกอย่างนึงคือดอกหญ้า

1408
01:00:28.773 --> 01:00:29.029

1409
01:00:28.963 --> 01:00:29.179

1410
01:00:29.153 --> 01:00:33.486
ดอกหญ้าดอกหญ้า

1411
01:00:33.392 --> 01:00:38.072
ดอกหญ้าคือผู้หญิงที่รู้สึกว่าตัวเองเป็นไงต่ำต้อยด้อยค่า

1412
01:00:38.894 --> 01:00:39.348

1413
01:00:39.022 --> 01:00:43.469
เซตนี้คือหมายความถึงอะไรหมดเลยผู้หญิงทั้งหมดเลย

1414
01:00:43.444 --> 01:00:43.662

1415
01:00:43.571 --> 01:00:46.631
อ่านแล้วเข้าใจได้เลยทันทีว่านี่คือกล่าวถึง

1416
01:00:46.581 --> 01:00:47.401
ผู้หญิง

1417
01:00:47.412 --> 01:00:47.789

1418
01:00:47.732 --> 01:00:51.651
อันนี้น่าจะเป็นความหมายในแบบไหนคะ 1 2 หรือ 3

1419
01:00:52.152 --> 01:00:52.420

1420
01:00:52.352 --> 01:00:55.282
อันนี้คือแบบที่ 1

1421
01:00:55.424 --> 01:00:58.374
เป็นความหมายแบบกัดตุ่น

1422
01:00:58.432 --> 01:01:01.724
เป็นสิ่งที่คนทั่วไปเข้าใจได้ตรงกัน

1423
01:01:01.704 --> 01:01:02.197

1424
01:01:02.082 --> 01:01:04.958
อันที่ 2 ค่ะดูนะ

1425
01:01:05.552 --> 01:01:07.188
มาจากเพลงค่ะ

1426
01:01:07.791 --> 01:01:11.540
ดอกไม้ดอกไม้จะบานบริสุทธิ์

1427
01:01:11.433 --> 01:01:13.779
กล้าหาญจะบานในใจ

1428
01:01:13.751 --> 01:01:16.712
สีขาวหนุ่มสาวจะใฝ่

1429
01:01:16.821 --> 01:01:20.497
แน่วแน่แก้ไขจุดไฟศรัทธา

1430
01:01:21.301 --> 01:01:23.799
ข้อความในเซตที่ 2 นี้

1431
01:01:23.871 --> 01:01:27.016
ดอกไม้ยังหมายถึงผู้หญิงอยู่ไหมคะ

1432
01:01:27.262 --> 01:01:27.542

1433
01:01:28.222 --> 01:01:28.643

1434
01:01:28.411 --> 01:01:28.862

1435
01:01:29.311 --> 01:01:29.529

1436
01:01:29.893 --> 01:01:30.142

1437
01:01:31.171 --> 01:01:36.755
ความหมายเปลี่ยนไปหรือยังมีความหมายเพิ่มเติมขึ้นมาแล้วใช่ไหมคะ

1438
01:01:37.575 --> 01:01:41.168
เข้าข่ายข้อที่ 2 หรือยังความหมายหลายนัย

1439
01:01:41.290 --> 01:01:45.524
เราต้องมาทำความเข้าใจด้วยว่าดอกไม้ในข้อที่ 2 นี้

1440
01:01:45.642 --> 01:01:47.984
ซื้อดอกไม้แล้วหมายความว่ายังไง

1441
01:01:47.890 --> 01:01:48.098

1442
01:01:48.154 --> 01:01:49.995
ถ้าไม่ได้หมายถึงผู้หญิง

1443
01:01:50.130 --> 01:01:51.227
หมายถึงอะไร

1444
01:01:51.921 --> 01:01:52.363

1445
01:01:52.882 --> 01:01:56.937
คราวนี้เราอาจจะต้องย้อนกลับไปที่หลักการในการ

1446
01:01:56.921 --> 01:01:58.544
อ่านตีความ

1447
01:01:58.591 --> 01:02:02.171
เรามาดูที่มาของงานเขียนชิ้นนี้กันค่ะ

1448
01:02:02.822 --> 01:02:08.369
ข้อความนี้มาจากบทประพันธ์ของอาจารย์จิระนันท์พิตรปรีชา

1449
01:02:08.641 --> 01:02:10.573
จากวรรณกรรม

1450
01:02:10.701 --> 01:02:15.882
ที่ได้รับรางวัลซีไรต์ชื่อว่าใบไม้ที่หายไป

1451
01:02:17.030 --> 01:02:20.974
อาจารย์เขียนนะคะในช่วงที่ตนเองนั้น

1452
01:02:20.950 --> 01:02:24.654
เป็นนักต่อสู้เรียกร้องประชาธิปไตย

1453
01:02:24.591 --> 01:02:25.413
กระต่าย

1454
01:02:25.361 --> 01:02:25.821

1455
01:02:25.750 --> 01:02:28.722
เป็นกลุ่มของนักศึกษานะคะ

1456
01:02:28.629 --> 01:02:31.528
ที่อยู่ในห้วงปี 2519

1457
01:02:31.640 --> 01:02:32.851
ในช่วงนั้น

1458
01:02:34.201 --> 01:02:37.598
ที่มีการต่อสู้กันระหว่างทหารกับ

1459
01:02:37.730 --> 01:02:41.700
นักศึกษาจำได้ไหมคะถ้าเราเรียนสังคมมา

1460
01:02:41.572 --> 01:02:44.472
มีการเรียกร้องทางการเมือง

1461
01:02:44.389 --> 01:02:50.015
ช่วงนั้นมีนักเขียนเกิดขึ้นมากมายและเป็นนักเขียนที่มีชื่อเสียง

1462
01:02:50.280 --> 01:02:53.703
ถ้าเราดูภูมิหลังหรือชีวประวัติของคนเขียน

1463
01:02:53.812 --> 01:02:54.088

1464
01:02:53.939 --> 01:02:58.208
คราวนี้เรารู้หรือยังว่าข้อความที่แปลว่าดอกไม้เนี่ยนะคะ

1465
01:02:58.030 --> 01:03:01.015
พี่ไม่ได้หมายถึงผู้หญิงมันน่าจะหมายถึงอะไร

1466
01:03:01.500 --> 01:03:05.533
เพลงนี้เด็กนักศึกษาชอบเอาไปร้องในการออก

1467
01:03:05.469 --> 01:03:06.290
ค่าย

1468
01:03:06.492 --> 01:03:08.790
เพื่อไปพัฒนาท้องถิ่น

1469
01:03:09.192 --> 01:03:12.113
เวลาไปร้องนะคะเวลาเอาไป

1470
01:03:12.070 --> 01:03:15.541
ใช้ประกอบในกิจกรรมนันทนาการต่างๆ

1471
01:03:15.590 --> 01:03:16.012

1472
01:03:16.159 --> 01:03:21.128
คนที่เป็นนักศึกษาก็จะได้รู้สึกว่าตัวเองนั้นมีอุดมการณ์ในการ

1473
01:03:21.480 --> 01:03:22.387
ทำงาน

1474
01:03:22.508 --> 01:03:25.490
อุดมการณ์ในการช่วยพัฒนาประเทศชาติ

1475
01:03:25.389 --> 01:03:28.951
ดอกไม้ในที่นี้หมายถึง

1476
01:03:28.979 --> 01:03:31.208
ประชาธิปไตยค่ะ

1477
01:03:32.239 --> 01:03:37.455
ดอกไม้จะบานในที่นี้ก็คือความเบ่งบานของประชาธิปไตย

1478
01:03:38.199 --> 01:03:40.758
ดอกไม้ที่เรียกนี้คือ

1479
01:03:40.699 --> 01:03:42.436
ประชาธิปไตย

1480
01:03:42.558 --> 01:03:46.356
สีขาวหนุ่มสาวจะใฝ่สีขาวคืออะไร

1481
01:03:46.269 --> 01:03:50.023
สีขาวคืออุดมการณ์อันบริสุทธิ์

1482
01:03:50.189 --> 01:03:50.423

1483
01:03:50.378 --> 01:03:53.199
สีขาวหนุ่มสาวจะใฝ่ฝ่ายอะไร

1484
01:03:53.188 --> 01:03:56.850
ไฟในอุดมการณ์และมีความแน่วแน่

1485
01:03:57.029 --> 01:04:01.711
พี่จะปรับปรุงเปลี่ยนแปลงให้ประเทศนี้มันดีขึ้น

1486
01:04:02.099 --> 01:04:05.484
นี่คือความหมายที่เราเรียกว่า

1487
01:04:05.629 --> 01:04:07.743
ความหมายหลายนัย

1488
01:04:08.118 --> 01:04:12.036
ดอกไม้ความหมายเปลี่ยนไปแล้วไม่ได้หมายถึง

1489
01:04:12.028 --> 01:04:15.167
ความงามไม่ได้หมายถึงหญิงสาว

1490
01:04:15.429 --> 01:04:17.658
แม่หมายถึงประชาธิปไตย

1491
01:04:20.419 --> 01:04:22.019
สุดท้ายค่ะ

1492
01:04:22.601 --> 01:04:23.867
ช่องนี้

1493
01:04:23.818 --> 01:04:24.245

1494
01:04:24.068 --> 01:04:28.035
ความหมายนัยยะประวัติแน่นอนละสีเหลืองแนะนำประวัติ

1495
01:04:28.868 --> 01:04:30.762
อยากให้ช่วยกันตีความ

1496
01:04:30.868 --> 01:04:31.407

1497
01:04:31.568 --> 01:04:34.664
ดอกไม้ในข้อนี้

1498
01:04:35.348 --> 01:04:38.627
มันมีบริบทของข้อความทั้งหมดว่า

1499
01:04:38.747 --> 01:04:41.494
ดอกไม้ที่มีค่าที่สุด

1500
01:04:41.818 --> 01:04:46.495
ชื่อดอกไม้ที่มีผู้นำไปวางไว้บนหลุมฝังศพ

1501
01:04:47.648 --> 01:04:49.639
ดอกไม้ที่นี้หมายถึงอะไร

1502
01:04:50.789 --> 01:04:55.684
มีความซิถ้าไม่ได้หมายถึงหญิงงามไม่ได้หมายถึงหญิงสาว

1503
01:04:55.588 --> 01:04:57.767
ไม่ได้หมายถึงประชาธิปไตย

1504
01:04:58.148 --> 01:05:01.349
ดอกไม้ตัวนี้หมายถึงอะไร

1505
01:05:01.347 --> 01:05:01.577

1506
01:05:02.377 --> 01:05:03.002

1507
01:05:04.428 --> 01:05:04.887

1508
01:05:04.688 --> 01:05:04.924

1509
01:05:05.267 --> 01:05:05.836

1510
01:05:06.550 --> 01:05:07.953
ยากเนาะ

1511
01:05:07.949 --> 01:05:09.810
ยากนะ

1512
01:05:09.749 --> 01:05:14.456
มาเฉลยกันนะคะก็อยากชวนคิดนะอยากชวนคิด

1513
01:05:14.617 --> 01:05:16.338
ช่วยกันคิดนิดนึงก็ได้

1514
01:05:16.407 --> 01:05:16.690

1515
01:05:16.597 --> 01:05:17.427
ว่า

1516
01:05:17.438 --> 01:05:17.679

1517
01:05:17.557 --> 01:05:19.028
ดอกไม้

1518
01:05:18.967 --> 01:05:19.193

1519
01:05:19.160 --> 01:05:21.844
ทำไมมันจึงมีค่าที่สุด

1520
01:05:22.179 --> 01:05:24.796
เมื่อนำไปวางไว้บนหลุมฝังศพ

1521
01:05:26.660 --> 01:05:32.214
แสดงว่าสถานการณ์ปกติดอกไม้มันถูกลดคุณค่าลงใช่ไหมหรือว่าดอก

1522
01:05:31.977 --> 01:05:33.984
มันไม่ได้มีค่าเท่านี้ใช่ไหมคะ

1523
01:05:34.537 --> 01:05:35.126

1524
01:05:37.297 --> 01:05:39.211
ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น

1525
01:05:39.989 --> 01:05:40.247

1526
01:05:40.238 --> 01:05:40.513

1527
01:05:41.327 --> 01:05:44.551
เวลาเราให้ดอกไม้ใคร

1528
01:05:44.469 --> 01:05:44.732

1529
01:05:45.371 --> 01:05:49.046
ดอกไม้น่าจะเป็นตัวแทนความรู้สึกของเราใช่ไหมคะ

1530
01:05:49.526 --> 01:05:51.968
ให้ในวันที่เขาไม่สบาย

1531
01:05:52.349 --> 01:05:57.630
แสดงว่าเราส่งความปรารถนาดีความห่วงใยไปให้ใช่ไหมคะเป็นตัวแทนบอกว่า

1532
01:05:57.599 --> 01:05:58.747
หายเร็วๆนะ

1533
01:05:59.706 --> 01:05:59.945

1534
01:05:59.906 --> 01:06:05.755
วัดไหนที่เขารับปริญญาเราแสดงความยินดีเอาช่อดอกไม้ไปให้

1535
01:06:06.629 --> 01:06:10.482
สื่อความว่าเราบอกเขาว่าเรายินดีด้วยนะ

1536
01:06:11.627 --> 01:06:11.859

1537
01:06:11.826 --> 01:06:13.082
ใช่ไหมคะ

1538
01:06:13.037 --> 01:06:15.557
แต่พ่อเอาไปให้คนตาย

1539
01:06:16.366 --> 01:06:19.772
คนตายจะลุกขึ้นมาตอบเราหรือสื่อความกับเราได้ไหมคะ

1540
01:06:20.277 --> 01:06:21.352
ไม่ได้

1541
01:06:21.747 --> 01:06:26.899
ถูกไหมนั่นแสดงว่าดอกไม้นั้นเมื่อมันถูกวางให้กับผู้ตาย

1542
01:06:27.137 --> 01:06:29.753
มันกลับกลายเป็นสิ่งที่มีค่าที่สุด

1543
01:06:30.587 --> 01:06:32.843
เพราะอะไรมันมีเหตุอะไร

1544
01:06:32.955 --> 01:06:38.228
เวลาเราให้ดอกไม้ใครเราส่งความปรารถนาดีไปยังผู้อื่น

1545
01:06:38.466 --> 01:06:41.149
เราต้องการให้ผู้รับแสดงตอบกลับมา

1546
01:06:41.161 --> 01:06:44.335
ที่เราไหมคะแสดงความรู้สึกตอบกลับเราไหม

1547
01:06:45.066 --> 01:06:45.567

1548
01:06:45.515 --> 01:06:46.674

1549
01:06:46.735 --> 01:06:50.121
ยกตัวอย่างนะสมมุติเราให้ดอกไม้ไปแล้วเขาไม่รับก็โยนทิ้ง

1550
01:06:50.456 --> 01:06:51.361
จะรู้สึกยังไง

1551
01:06:51.477 --> 01:06:51.791

1552
01:06:51.796 --> 01:06:57.088
เธอเสียใจใช่ไหมนั่นแสดงว่าให้อะไรไปเราต้องการให้เขาตอบรับความรู้สึก

1553
01:06:56.985 --> 01:06:58.160
เราใช่หรือไม่

1554
01:06:58.395 --> 01:06:58.657

1555
01:06:58.655 --> 01:07:02.236
แต่พ่อให้คนตายเขาไม่สามารถตอบรับได้แล้ว

1556
01:07:03.385 --> 01:07:05.100
ให้ไปทำไมใช่ไหมคะ

1557
01:07:06.145 --> 01:07:11.611
ถ้าให้คนตายแสดงว่าให้แล้วมีประโยชน์แต่ยังจะให้อยู่แสดงว่า

1558
01:07:11.525 --> 01:07:17.155
ฉันให้ดอกไม้นั้นคือการให้โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน

1559
01:07:17.037 --> 01:07:17.562

1560
01:07:18.315 --> 01:07:21.976
มันจึงเป็นดอกไม้ที่มีค่าที่สุด

1561
01:07:22.025 --> 01:07:25.745
แต่ถ้าเธอให้ด้วยมีวัตถุประสงค์แอบแฝง

1562
01:07:25.817 --> 01:07:28.250
มีความต้องการการตอบรับ

1563
01:07:28.186 --> 01:07:28.439

1564
01:07:28.504 --> 01:07:30.509
ดอกไม้นั้นจะไม่มีค่า

1565
01:07:32.155 --> 01:07:36.424
แต่พ่อมันไปให้คนที่ไม่สามารถที่จะให้อะไรเธอกลับมาได้

1566
01:07:36.955 --> 01:07:37.370

1567
01:07:37.214 --> 01:07:45.343
เวลาที่เธอให้เขาไปแสดงว่าเธอบริสุทธิ์ใจใช่ไหมคะเธอมีความปรารถนาดีเธอไม่ได้ต้องการอะไรหรือไม่ได้หวังอะไร

1568
01:07:45.285 --> 01:07:45.511

1569
01:07:45.414 --> 01:07:46.103

1570
01:07:46.184 --> 01:07:47.579
อีกต่อไปแล้ว

1571
01:07:48.425 --> 01:07:53.920
นี่คือนัยยะที่เรียกว่าความหมายแบบนัยยะประวัติ

1572
01:07:54.707 --> 01:07:55.659
ซึ้งนะ

1573
01:07:56.306 --> 01:08:01.816
อ่านมากๆต้องทำความเข้าใจมากๆจึงจะตีความตรงนี้

1574
01:08:01.874 --> 01:08:02.308

1575
01:08:02.265 --> 01:08:02.523

1576
01:08:02.645 --> 01:08:05.693
และทำความเข้าใจได้อย่างถูกต้อง

1577
01:08:06.686 --> 01:08:10.359
ภาพบอกหรือยังว่าดอกไม้ใน 3 บริบทนี้

1578
01:08:10.523 --> 01:08:11.968
ไม่เหมือนกันเลย

1579
01:08:12.003 --> 01:08:14.528
อันที่ 1 คือหญิงสาว

1580
01:08:15.145 --> 01:08:16.888
ความหมายหลายนัยคือ

1581
01:08:17.124 --> 01:08:17.338

1582
01:08:17.255 --> 01:08:20.141
ที่เพิ่มขึ้นมาคือประชาธิปไตย

1583
01:08:20.204 --> 01:08:20.487

1584
01:08:20.464 --> 01:08:21.882
ในขณะที่

1585
01:08:22.184 --> 01:08:24.746
วันที่ 3 ความหมายแบบนัยยะประวัติ

1586
01:08:25.064 --> 01:08:30.361
คืออะไรคะผู้เขียนกำหนดความหมายขึ้นมาเองนะเธอการให้โดยไม่หวัง

1587
01:08:30.324 --> 01:08:32.654
สิ่งตอบแทนลึกเข้าไปอีก

1588
01:08:32.626 --> 01:08:39.001
ลึกซึ้งมากดังนั้นเรื่องการตีความมันจึงเป็นเรื่องที่ค่อน

1589
01:08:38.904 --> 01:08:39.991
สร้างจะ

1590
01:08:39.934 --> 01:08:43.660
ต้องให้ความสำคัญและให้รายละเอียด

1591
01:08:43.644 --> 01:08:46.777
รวมไปถึงอ่านอย่างละเอียดด้วย

1592
01:08:46.854 --> 01:08:52.115
จึงจะสามารถถอดรหัสความออกมาได้อย่างไร

1593
01:08:52.104 --> 01:08:52.639

1594
01:08:55.944 --> 01:08:56.218

1595
01:08:57.743 --> 01:08:58.041

1596
01:08:58.444 --> 01:08:58.952

1597
01:08:58.822 --> 01:08:59.086

1598
01:08:59.144 --> 01:08:59.375

1599
01:08:59.346 --> 01:08:59.938

1600
01:08:59.984 --> 01:09:00.262

1601
01:09:01.073 --> 01:09:01.598

1602
01:09:01.597 --> 01:09:01.818

1603
01:09:02.034 --> 01:09:02.276

1604
01:09:02.993 --> 01:09:03.243

1605
01:09:03.183 --> 01:09:03.665

1606
01:09:03.703 --> 01:09:03.922

1607
01:09:04.783 --> 01:09:05.280

1608
01:09:05.303 --> 01:09:05.685

1609
01:09:05.623 --> 01:09:05.860

1610
01:09:07.223 --> 01:09:11.213
การอ่านตีความนะคะในส่วนของสัญลักษณ์

1611
01:09:12.024 --> 01:09:15.891
การแบ่งหมวดหมู่ของสัญลักษณ์

1612
01:09:15.862 --> 01:09:16.682

1613
01:09:17.023 --> 01:09:19.963
เอาไว้หลายประเภทด้วยกัน

1614
01:09:20.803 --> 01:09:21.087

1615
01:09:21.383 --> 01:09:23.355
เราสามารถใช้

1616
01:09:23.554 --> 01:09:27.891
ตัวละครในวรรณคดีมาเป็นสัญลักษณ์ได้ค่ะ

1617
01:09:28.362 --> 01:09:29.180
เช่น

1618
01:09:29.513 --> 01:09:36.893
ขุนแผนเป็นสัญลักษณ์ของอะไรคะความเจ้าชู้วันทองเป็นสัญลักษณ์ของอะไรคะ

1619
01:09:37.523 --> 01:09:40.267
ความหลายใจ

1620
01:09:40.462 --> 01:09:40.699

1621
01:09:40.913 --> 01:09:44.390
จรกาเป็นสัญลักษณ์ของอะไรคะ

1622
01:09:45.143 --> 01:09:45.399

1623
01:09:45.416 --> 01:09:45.758

1624
01:09:45.913 --> 01:09:50.242
ความขี้ริ้วขี้เหร่ใช่ไหมคะจรกา

1625
01:09:50.403 --> 01:09:53.336
ชูชกเป็นสัญลักษณ์ของอะไร

1626
01:09:54.243 --> 01:09:54.600

1627
01:09:54.693 --> 01:09:57.113
ความโลภความตะกละ

1628
01:09:57.182 --> 01:09:57.527

1629
01:09:57.702 --> 01:10:03.168
แต่ปัจจุบันนี้มีคนเอารูปปั้นชูชกไปกราบไหว้

1630
01:10:03.782 --> 01:10:06.623
แล้วบอกว่านี่คือสัญลักษณ์ของ

1631
01:10:06.543 --> 01:10:08.780
ความอุดมสมบูรณ์

1632
01:10:08.982 --> 01:10:09.259

1633
01:10:09.743 --> 01:10:10.011

1634
01:10:09.944 --> 01:10:10.234

1635
01:10:10.382 --> 01:10:17.120
ถ้าดูจากเนื้อความของที่มาของคำเราจะเห็นได้เลยว่ามันไม่

1636
01:10:17.053 --> 01:10:18.285
ห้องใช่ไหมคะ

1637
01:10:18.202 --> 01:10:22.800
รถชนจริงๆแล้วเป็นสัญลักษณ์ของความโลภและความ

1638
01:10:22.692 --> 01:10:23.377

1639
01:10:23.848 --> 01:10:24.098

1640
01:10:24.292 --> 01:10:26.842
กินจนตัวตายใช่ไหมคะ

1641
01:10:26.859 --> 01:10:27.620

1642
01:10:27.623 --> 01:10:27.936

1643
01:10:27.941 --> 01:10:33.385
แต่ก็มีคนไปตีความในความหมายใหม่เนาะแล้วก็พยายามสร้างให้มันเป็นความศักดิ์สิทธิ์ขึ้นมา

1644
01:10:33.383 --> 01:10:38.470
ให้คนไปบูชากราบไหว้เพราะฉะนั้นเราต้องรู้ที่มาก่อน

1645
01:10:38.631 --> 01:10:44.179
จึงจะสามารถตัดสินใจได้ว่าฉันจะกราบไหว้เหมือนกับชาวบ้านเขาไหมนะคะ

1646
01:10:44.212 --> 01:10:45.140
อาจใช้

1647
01:10:45.170 --> 01:10:50.974
สติปัญญาพิจารณาเอานะต่อไปนะคะเป็นสัญลักษณ์

1648
01:10:50.870 --> 01:10:51.816
ของอะไร

1649
01:10:52.600 --> 01:10:53.542
ความ

1650
01:10:54.581 --> 01:10:57.251
ใจร้ายนะคะ

1651
01:10:57.279 --> 01:10:59.787
ทศกัณฐ์เจ้าชู้ไหม

1652
01:11:00.422 --> 01:11:00.666

1653
01:11:00.859 --> 01:11:05.964
น่าเสียดายใจทศกัณฑ์ใครฟังเพลงลูกทุ่งเคยฟังไหมคะ

1654
01:11:06.308 --> 01:11:10.441
เพลงของหัวใจทศกัณฐ์แสดงว่า

1655
01:11:10.470 --> 01:11:16.008
ใจร้ายใช่ไหมคะอยากมีรักเหมือนพระรามใช่ไหมคะ

1656
01:11:16.239 --> 01:11:22.797
ที่พระรามออกตามหานางสีดาแต่สำหรับทศกัณฐ์เธอไม่ตามใครใช่ไหมคะเธอมีเมียเยอะมาก

1657
01:11:22.709 --> 01:11:23.350

1658
01:11:23.419 --> 01:11:27.031
เจอก็ใจร้ายนะครับเป็นยักษ์ที่ใจร้าย

1659
01:11:26.939 --> 01:11:30.236
ทศกัณฐ์จึงเป็นสัญลักษณ์ของความ

1660
01:11:30.269 --> 01:11:32.657
จะร้ายดุร้าย

1661
01:11:32.698 --> 01:11:32.947

1662
01:11:32.962 --> 01:11:35.526
ป้ายนะคะประเภทที่ 2

1663
01:11:35.517 --> 01:11:35.803

1664
01:11:35.709 --> 01:11:38.729
เราใช้สัตว์ต่างๆเป็นสัญลักษณ์ได้

1665
01:11:38.919 --> 01:11:40.323
เช่นอะไรบ้าง

1666
01:11:40.648 --> 01:11:41.877
ช้าง

1667
01:11:42.441 --> 01:11:44.622
ช้างเป็นสัญลักษณ์ของอะไรคะ

1668
01:11:44.548 --> 01:11:46.808
ความยิ่งใหญ่

1669
01:11:46.858 --> 01:11:49.303
เสือเป็นสัญลักษณ์ของอะไร

1670
01:11:50.770 --> 01:11:52.422
ความดุร้าย

1671
01:11:52.619 --> 01:11:58.296
ใช่ไหมคะเสือความดุร้ายเสือนะคะจริงๆไม่ได้ชื่อเสือ

1672
01:11:58.707 --> 01:12:04.287
พ่อทุกคนเขาขนานนามว่าเป็นไอ้เสือแสดงว่าคนนั้นมีก็ต้องมี

1673
01:12:04.027 --> 01:12:05.450
2 เมตร

1674
01:12:05.497 --> 01:12:06.979
ความ

1675
01:12:06.907 --> 01:12:10.681
ใช่ไหมคะมีความรู้ร้ายหรือว่ามีลักษณะของความ

1676
01:12:10.630 --> 01:12:10.929

1677
01:12:11.588 --> 01:12:12.694
เรียกว่าอะไรดี

1678
01:12:13.129 --> 01:12:13.371

1679
01:12:13.828 --> 01:12:19.908
เออจะมีลักษณะความเกเรอยู่แต่ว่าเสือก็คือสัญลักษณ์ของความดุร้าย

1680
01:12:19.726 --> 01:12:21.002
นะคะ

1681
01:12:20.936 --> 01:12:25.123
ชอบๆกระต่ายค่ะกระต่ายเป็นสัญลักษณ์ของอะไรคะ

1682
01:12:26.066 --> 01:12:26.338

1683
01:12:26.965 --> 01:12:27.518

1684
01:12:27.856 --> 01:12:28.127

1685
01:12:28.438 --> 01:12:30.568
กระต่ายเป็นสัญลักษณ์ของอะไร

1686
01:12:31.956 --> 01:12:32.193

1687
01:12:32.146 --> 01:12:33.749
ขับรถเร็วไหมคะ

1688
01:12:33.887 --> 01:12:36.182
คล่องแคล่วว่องไว

1689
01:12:36.577 --> 01:12:41.560
เต่าราคะความเชื่องช้านะคะ

1690
01:12:41.568 --> 01:12:42.213

1691
01:12:42.277 --> 01:12:42.637

1692
01:12:42.596 --> 01:12:46.302
เป็นสัญลักษณ์ของผู้ชายที่

1693
01:12:46.246 --> 01:12:47.070

1694
01:12:47.334 --> 01:12:52.849
ไม่ทำมาหากินใช่ไหมคะแล้วก็เอาเปรียบผู้หญิงผู้ชายที่เอาเปรียบผู้หญิงนะคะ

1695
01:12:53.415 --> 01:12:54.699
ก็คือแมงดา

1696
01:12:55.084 --> 01:12:57.334
ป้ายประเภทที่ 3 ค่ะ

1697
01:12:57.455 --> 01:12:58.727
ใช้อะไรคะ

1698
01:12:58.676 --> 01:13:02.911
ดอกไม้ชนิดต่างๆหรือพันธุ์ไม้

1699
01:13:03.665 --> 01:13:05.143
มีอะไรบ้าง

1700
01:13:05.264 --> 01:13:05.563

1701
01:13:05.584 --> 01:13:11.445
ดอกรักดอกลั่นทมดอกดาวเรืองนะคะดาวเรืองเป็นสัญลักษณ์ของอะไรคะ

1702
01:13:13.594 --> 01:13:19.229
มีชื่อที่ไปพร้อมกับคำว่ารุ่งเรืองใช่ไหมคะเขาก็เลยให้เป็นสัญลักษณ์

1703
01:13:19.104 --> 01:13:20.019
ข้อความ

1704
01:13:20.005 --> 01:13:22.786
รุ่งเรืองดอกลั่นทมแล้วลูก

1705
01:13:23.013 --> 01:13:23.322

1706
01:13:23.653 --> 01:13:24.012

1707
01:13:24.423 --> 01:13:29.534
ความทุกข์ระทมใช่ไหมคะเขาถึงได้เปลี่ยนชื่อใช่ไหมเปลี่ยนชื่อเป็นอะไร

1708
01:13:29.484 --> 01:13:29.740

1709
01:13:29.734 --> 01:13:33.172
ลีลาวดีนะคะ

1710
01:13:33.133 --> 01:13:37.556
อะไรอีกนะคะต้นโพธิ์ต้นไทรเป็นสัญลักษณ์ของอะไร

1711
01:13:38.453 --> 01:13:39.337

1712
01:13:39.413 --> 01:13:39.663

1713
01:13:39.995 --> 01:13:43.725
ยั่งยืนใช่ไหมคะความมั่นคง

1714
01:13:45.062 --> 01:13:50.157
อายุยืนนานเป็นร่มโพธิ์ร่มไทรเป็นที่พึ่งนะคะ

1715
01:13:49.983 --> 01:13:54.665
ยืนนานเป็นที่พึ่งนะคะเป็นสัญลักษณ์ของสิ่งนี้

1716
01:13:57.224 --> 01:13:57.477

1717
01:13:57.482 --> 01:13:57.857

1718
01:13:57.992 --> 01:14:00.297
อะไรอีกสีต่างๆ

1719
01:14:01.382 --> 01:14:01.887

1720
01:14:01.963 --> 01:14:02.349

1721
01:14:03.173 --> 01:14:08.614
สีชมพูเป็นสัญลักษณ์ของอะไรคะช่วงนี้หัวใจป่ะ

1722
01:14:08.563 --> 01:14:10.756
สีชมพูนั่นก็คือมี

1723
01:14:10.672 --> 01:14:13.048
ความรักนะคะ

1724
01:14:12.983 --> 01:14:14.068
อะไรอีก

1725
01:14:15.293 --> 01:14:18.228
ธรรมชาติต่างๆนะคะ

1726
01:14:18.614 --> 01:14:20.761
เป็นสัญลักษณ์ของอะไร

1727
01:14:20.802 --> 01:14:21.019

1728
01:14:22.402 --> 01:14:27.835
มีเมฆบางเมฆอาจจะเป็นสัญลักษณ์ของอุปสรรคต่างๆใช่ไหมคะ

1729
01:14:27.712 --> 01:14:30.677
น้ำค้างนะคะน้ำค้าง

1730
01:14:30.662 --> 01:14:34.919
สัญลักษณ์แทนความสดชื่นใช่ไหมคะอาจเป็นความสดชื่นเนาะ

1731
01:14:34.822 --> 01:14:38.812
พายุคลื่นลมต่างๆเป็นสัญลักษณ์ของอุปสรรค

1732
01:14:39.372 --> 01:14:39.603

1733
01:14:40.016 --> 01:14:40.896

1734
01:14:41.172 --> 01:14:41.792

1735
01:14:41.872 --> 01:14:47.336
อะไรอีกอวัยวะต่างๆนะคะเครื่องประดับเครื่องใช้ข้าว

1736
01:14:47.253 --> 01:14:48.300
ของต่างๆ

1737
01:14:48.530 --> 01:14:52.111
สามารถที่จะนำมาใช้เป็นสัญลักษณ์

1738
01:14:52.053 --> 01:14:52.872
ได้

1739
01:14:56.032 --> 01:14:56.264

1740
01:14:56.931 --> 01:14:59.247
นอกเหนือจาก

1741
01:14:59.871 --> 01:15:01.615
ตัว

1742
01:15:01.799 --> 01:15:07.384
เอกสารตัวข้อความที่เป็นทั้งร้อยแก้วและร้อยกรอง

1743
01:15:07.880 --> 01:15:13.466
มันยังมีอีกเรื่องหนึ่งนะคะที่ผู้คนพากันให้ความสนใจ

1744
01:15:13.900 --> 01:15:15.930
นั่นก็คือเรื่องของลายเซ็น

1745
01:15:15.891 --> 01:15:19.284
มีคนตีความลายเซ็นเอาไว้

1746
01:15:19.409 --> 01:15:24.885
ภาษาลองดูซิว่าวิธีการเซ็นชื่อของตนเองมันไปสอดคล้องกับ

1747
01:15:25.050 --> 01:15:28.284
การตีความของนักจิตวิทยา

1748
01:15:28.189 --> 01:15:29.734
อย่างไรนะคะ

1749
01:15:30.371 --> 01:15:35.822
ดูลายเซ็นอันที่ 1 นะคะโอ้โหหน้าจอดูไม่ออกเลย

1750
01:15:36.258 --> 01:15:37.927
แบบที่ 1 ค่ะ

1751
01:15:38.369 --> 01:15:41.057
ตัวอักษรที่เป็นชื่อ

1752
01:15:42.018 --> 01:15:44.351
ใหญ่กว่านามสกุล

1753
01:15:45.359 --> 01:15:45.656

1754
01:15:45.679 --> 01:15:47.224
ตัวอักษร

1755
01:15:47.468 --> 01:15:49.066
ที่เป็นชื่อ

1756
01:15:49.070 --> 01:15:49.311

1757
01:15:49.332 --> 01:15:51.382
ใหญ่กว่านามสกุล

1758
01:15:52.598 --> 01:15:52.889

1759
01:15:52.918 --> 01:15:56.190
คนที่เซ็นแบบนี้เขาบอกว่า

1760
01:15:56.567 --> 01:15:58.938
จะเป็นคนที่

1761
01:15:59.967 --> 01:16:00.219

1762
01:16:00.409 --> 01:16:02.770
มีความเป็นผู้นำ

1763
01:16:03.608 --> 01:16:04.045

1764
01:16:03.927 --> 01:16:06.744
มีความเป็นผู้นำสูง

1765
01:16:06.877 --> 01:16:07.318

1766
01:16:07.778 --> 01:16:08.030

1767
01:16:08.607 --> 01:16:08.868

1768
01:16:08.740 --> 01:16:09.309

1769
01:16:09.377 --> 01:16:09.821

1770
01:16:18.927 --> 01:16:24.512
แบบนี้นะคะถ้าเซ็นแบบที่ว่านี้

1771
01:16:24.688 --> 01:16:28.101
เขาบอกว่ามีความเป็นผู้นำสูง

1772
01:16:28.216 --> 01:16:30.408
ชื่อใหญ่กว่านามสกุล

1773
01:16:30.386 --> 01:16:35.390
แต่ว่าเป็นคนที่โดดเดี่ยวและแยกตัวมาจากครอบครัว

1774
01:16:36.857 --> 01:16:40.018
ไม่ค่อยสัมพันธ์กับพ่อแม่

1775
01:16:40.578 --> 01:16:46.035
มีความมั่นใจในตนเองสูงและมีโอกาสที่จะ

1776
01:16:45.957 --> 01:16:49.563
ประสบความสำเร็จมากกว่าเพื่อนในวัยเดียวกัน

1777
01:16:49.547 --> 01:16:49.770

1778
01:16:49.736 --> 01:16:53.289
เนื่องจากว่ามีความมุมานะ

1779
01:16:53.386 --> 01:16:55.193
ตั้งมั่นเด็ดเดี่ยว

1780
01:16:56.007 --> 01:16:58.087
แต่อาจจะขาดเรื่องความรัก

1781
01:16:58.197 --> 01:16:59.748
สักครอบครัว

1782
01:17:01.082 --> 01:17:04.237
กับคนที่เป็นคนเซ็นในลักษณะ

1783
01:17:04.205 --> 01:17:08.320
ต่อแบบแบบนี้นะคะลักษณะต่อมานั่นก็คือ

1784
01:17:09.017 --> 01:17:09.255

1785
01:17:09.975 --> 01:17:13.972
ลายเซ็นชื่อนามสกุลใหญ่กว่าชื่อ

1786
01:17:13.885 --> 01:17:14.094

1787
01:17:14.084 --> 01:17:14.349

1788
01:17:14.465 --> 01:17:14.691

1789
01:17:15.298 --> 01:17:15.683

1790
01:17:15.806 --> 01:17:17.884
นามสกุลใหญ่กว่าชื่อ

1791
01:17:18.946 --> 01:17:23.911
เขาบอกว่าคนแบบนี้นะคะที่เซ็นแบบนี้

1792
01:17:23.884 --> 01:17:24.085

1793
01:17:24.076 --> 01:17:27.502
คนพิเศษในลักษณะเช่นนี้จะเป็นคนที่รักครอบครัว

1794
01:17:27.655 --> 01:17:31.715
ฉันเป็นคนที่อยู่ติดบ้านรักครอบครัว

1795
01:17:31.636 --> 01:17:31.929

1796
01:17:31.956 --> 01:17:34.162
ยอดธงวงศ์ตระกูล

1797
01:17:34.515 --> 01:17:39.206
ให้เกียรติผู้คนในครอบครัวและชอบช่วยเหลือคนในบ้าน

1798
01:17:41.245 --> 01:17:44.456
มีความสุขอยู่เสมอ

1799
01:17:44.444 --> 01:17:50.476
แปลสำหรับคนประเภทนี้ที่เซ็นแบบนี้เขาบอกว่ามีแนวโน้มนะคะ

1800
01:17:50.335 --> 01:17:51.358
พี่จะ

1801
01:17:51.615 --> 01:17:55.410
เรียกว่ารักและทุ่มเทให้กับ

1802
01:17:55.334 --> 01:17:58.794
คนรอบข้างมากจนเกินไป

1803
01:17:58.724 --> 01:17:58.988

1804
01:17:58.924 --> 01:18:01.686
เงินบางครั้งทำให้ตัวเองเหน็ดเหนื่อย

1805
01:18:01.804 --> 01:18:02.070

1806
01:18:01.934 --> 01:18:04.363
และต้องรับผิดชอบ

1807
01:18:04.303 --> 01:18:08.235
เรื่องราวต่างๆของผู้คนรอบตัวในครอบครัว

1808
01:18:08.273 --> 01:18:09.489
มากจน

1809
01:18:09.425 --> 01:18:10.389
เกินไป

1810
01:18:12.633 --> 01:18:16.471
จริงใจแต่เหนื่อยมีความรักรอบตัวแต่เหนื่อยมาก

1811
01:18:16.344 --> 01:18:17.225

1812
01:18:17.244 --> 01:18:20.283
กลับแบบแรกก็คือโดดเดี่ยวและนะคะ

1813
01:18:20.443 --> 01:18:23.299
ความรักแต่ไปได้ไกลนะคะ

1814
01:18:23.263 --> 01:18:25.202
แบบที่ 3 ค่ะ

1815
01:18:25.312 --> 01:18:30.885
แบบนี้เขาเรียกว่าเส้นแบบต่อเนื่องและเขียนสมัคร

1816
01:18:30.882 --> 01:18:31.906
เหมือนกัน

1817
01:18:32.043 --> 01:18:36.680
อาจจะมีลักษณะของการเว้นวรรคไว้นิดนึงตรงระหว่าง

1818
01:18:36.592 --> 01:18:38.540
ชื่อกับนามสกุล

1819
01:18:38.514 --> 01:18:39.149

1820
01:18:39.152 --> 01:18:44.669
พรุ่งนี้เขาบอกว่าจะเป็นวิธีการเซ็นที่มีความสมดุลมาก

1821
01:18:44.602 --> 01:18:45.110

1822
01:18:45.042 --> 01:18:45.312

1823
01:18:45.365 --> 01:18:49.129
มันจะเป็นลักษณะของ love life Balance นะคะ

1824
01:18:49.081 --> 01:18:54.352
ทำให้ชีวิตนะคะทั้งเรื่องงานเรื่องของชีวิตเรื่องความรักครอบครัวต่างๆ

1825
01:18:54.593 --> 01:18:56.272
มีความลงตัว

1826
01:18:56.194 --> 01:18:57.000

1827
01:18:57.081 --> 01:19:02.578
นี่คือวิธีการเซ็นที่นักจิตวิทยานะคะเขาบอกว่าเวลาเซ็นนะคะ

1828
01:19:02.532 --> 01:19:04.376
เนี่ยมันจะเป็นตัวเหมือน

1829
01:19:04.263 --> 01:19:10.110
การบ่งบอกมันลายมือก็เช่นเดียวกันนะคะลายมือก็เป็นตัวบ่งบอกอารมณ์ความรู้

1830
01:19:09.902 --> 01:19:10.398

1831
01:19:10.415 --> 01:19:14.770
ของคนที่เป็นคนเขียนตัวอักษรนั้นๆ

1832
01:19:14.701 --> 01:19:18.392
ภาษาเวลาตรวจงานคุณครูตรวจงานนักเรียนนะคะ

1833
01:19:18.292 --> 01:19:24.153
ถ้าคุณครูตรวจไม่เห็นเขียนผิดเยอะๆจะสังเกตได้ว่าครูน่าจะเขียนตัวหนังสือใหญ่กว่า

1834
01:19:23.931 --> 01:19:24.323

1835
01:19:24.060 --> 01:19:24.638

1836
01:19:24.641 --> 01:19:24.935

1837
01:19:24.891 --> 01:19:28.237
ที่สำคัญคือการลงน้ำหนักของเส้นปากกา

1838
01:19:28.351 --> 01:19:30.066
มันจะมีความ

1839
01:19:30.200 --> 01:19:30.942

1840
01:19:30.912 --> 01:19:32.782
มากกว่าปกติ

1841
01:19:33.280 --> 01:19:35.212
แสดงว่าตอนนั้นคุณครู

1842
01:19:35.200 --> 01:19:40.827
เกิดความรู้สึกว่าฉันสอนไปแล้วทำไมเด็กทำไม่ได้อย่างที่

1843
01:19:40.650 --> 01:19:42.256
หนูตั้งใจเอาไว้

1844
01:19:42.510 --> 01:19:48.698
เวลาตรวจก็จะมีลักษณะเช่นนี้คือการวิเคราะห์นะคะเป็นลักษณะการวิเคราะห์การเขียนนั่นเอง

1845
01:19:48.601 --> 01:19:49.489

1846
01:19:50.773 --> 01:19:51.044

1847
01:19:51.030 --> 01:19:51.817

1848
01:19:51.860 --> 01:19:57.813
ชอบๆนะคะอีกหลายอย่างเลยค่ะที่เราต้องดีกว่าเนาะ

1849
01:19:57.690 --> 01:20:00.239
โฆษณานะคะดูภาพนี้

1850
01:20:00.510 --> 01:20:03.767
ภาพไม่ชัดน้องแต่กูจะอธิบายให้ฟัง

1851
01:20:03.639 --> 01:20:08.925
เป็นภาพของผู้นำประเทศมหาอำนาจที่มีความขัดแย้งกัน

1852
01:20:09.800 --> 01:20:12.701
เกาหลีเหนือกับเกาหลีใต้

1853
01:20:13.259 --> 01:20:13.540

1854
01:20:13.449 --> 01:20:17.001
อเมริกากับอิรักนะคะ

1855
01:20:16.969 --> 01:20:17.336

1856
01:20:17.869 --> 01:20:22.794
บารัคโอบามาเนี่ยค่ะกับใครกับประธานาธิบดีของประเทศจีน

1857
01:20:22.798 --> 01:20:24.100
อเมริกากับจีน

1858
01:20:24.020 --> 01:20:27.242
ไม่ถูกกันเนาะใช่ไหมอะไรอีก

1859
01:20:27.219 --> 01:20:31.065
ประเทศที่มีความขัดแย้งเขาเอารูปของผู้นำ

1860
01:20:31.073 --> 01:20:36.072
เอามาแต่งภาพแล้วให้ชื่อโฆษณา

1861
01:20:36.058 --> 01:20:38.213
Diva unhedged

1862
01:20:39.399 --> 01:20:43.954
เลิกเกลียดกันเถอะใช่ไหมคะแล้วหันกลับมารักกัน

1863
01:20:43.880 --> 01:20:46.124
ตีความด้านเนื้อหา

1864
01:20:46.828 --> 01:20:51.455
ดูจากภาพตีความด้านเนื้อหาคืออะไรเนื้อหาคือ

1865
01:20:51.501 --> 01:20:56.903
การนำภาพของผู้นำประเทศที่มีความขัดแย้ง

1866
01:20:56.818 --> 01:20:57.401

1867
01:20:57.718 --> 01:20:58.180

1868
01:20:58.038 --> 01:21:02.404
ไม่มามีสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน

1869
01:21:03.798 --> 01:21:04.388

1870
01:21:04.318 --> 01:21:06.326
ตีความด้านน้ำเสียง

1871
01:21:06.618 --> 01:21:09.256
ผู้เขียนต้องการอะไรคะรู้สึกยังไง

1872
01:21:09.238 --> 01:21:11.762
ผู้เขียนรู้สึก

1873
01:21:12.127 --> 01:21:13.215
รู้สึกยังไงดี

1874
01:21:15.328 --> 01:21:16.398
หวังอะไร

1875
01:21:16.289 --> 01:21:17.454
ต้องการอะไร

1876
01:21:17.509 --> 01:21:23.283
ผู้เขียนต้องการให้เกิดสันติภาพใช่ไหมคะ

1877
01:21:23.469 --> 01:21:24.529
พรุ่งนี้

1878
01:21:24.558 --> 01:21:30.014
สิ่งที่เขาต้องการจะต้องการให้เกิดสันติภาพขึ้นในประเทศที่เป็นคู่

1879
01:21:29.877 --> 01:21:30.708
สงคราม

1880
01:21:30.897 --> 01:21:33.863
หรือเป็นผู้ที่มีความขัดแย้งกัน

1881
01:21:34.357 --> 01:21:36.808
ไม่ได้เอาภาพมาแต่งแค่ล้อเลียน

1882
01:21:36.919 --> 01:21:38.399
ไม่ได้ล้อเลียนนะ

1883
01:21:38.400 --> 01:21:44.029
แต่เป็นลักษณะของอะไรของการแฝงความต้องการนะคะ

1884
01:21:44.156 --> 01:21:48.001
พี่ต้องการให้เห็นหรือต้องการให้เกิดสันติภาพขึ้น

1885
01:21:47.997 --> 01:21:50.802
ในประเทศที่เป็นคู่ขัดแย้งนี้

1886
01:21:51.078 --> 01:21:51.342

1887
01:21:51.597 --> 01:21:51.949

1888
01:21:52.036 --> 01:21:52.584

1889
01:21:52.678 --> 01:21:52.982

1890
01:21:53.517 --> 01:21:53.962

1891
01:21:55.878 --> 01:21:56.197

1892
01:21:56.137 --> 01:21:56.374

1893
01:21:56.327 --> 01:21:56.647

1894
01:21:56.716 --> 01:21:58.001

1895
01:21:58.696 --> 01:21:58.927

1896
01:21:59.146 --> 01:21:59.568

1897
01:21:59.987 --> 01:22:02.802
โฆษณาคราวนี้มาเพลงบ้าง

1898
01:22:02.736 --> 01:22:03.221

1899
01:22:03.246 --> 01:22:03.520

1900
01:22:03.636 --> 01:22:03.925

1901
01:22:04.078 --> 01:22:04.814

1902
01:22:05.106 --> 01:22:08.174
คุ้นๆไหมคะเนื้อความเพลงนี้

1903
01:22:08.186 --> 01:22:10.533
เพลงนี้นะคะ

1904
01:22:11.195 --> 01:22:11.428

1905
01:22:12.276 --> 01:22:14.850
มีอยู่ 2 ส่วนด้วยกัน

1906
01:22:15.096 --> 01:22:16.006

1907
01:22:16.256 --> 01:22:16.695

1908
01:22:16.577 --> 01:22:18.899
หน้าจอ

1909
01:22:19.135 --> 01:22:19.373

1910
01:22:19.586 --> 01:22:19.817

1911
01:22:19.835 --> 01:22:20.458

1912
01:22:20.417 --> 01:22:20.805

1913
01:22:20.867 --> 01:22:26.973
เป็นที่สัญญาณหรือว่าเป็นที่แล้วขออนุญาตเบรคแป๊บนึงนะคะเพราะว่าตอนนี้หน้าจอ

1914
01:22:26.886 --> 01:22:27.726
จากนี้

1915
01:22:28.110 --> 01:22:28.989

1916
01:22:28.935 --> 01:22:33.225
มีปัญหานะคะเดี๋ยวขอแก้ไขทางเทคนิคก่อนแป๊บนึงค่ะ

1917
01:22:33.296 --> 01:22:33.925

1918
01:22:33.996 --> 01:22:34.263

1919
01:22:37.645 --> 01:22:37.881

1920
01:22:38.226 --> 01:22:38.455

1921
01:25:23.952 --> 01:25:24.246

1922
01:28:34.597 --> 01:28:34.824

1923
01:29:32.125 --> 01:29:32.693

1924
01:29:33.464 --> 01:29:33.751

1925
01:29:33.785 --> 01:29:34.530

1926
01:29:34.494 --> 01:29:34.749

1927
01:29:37.305 --> 01:29:39.613

1928
01:29:39.625 --> 01:29:39.920

1929
01:29:42.436 --> 01:29:43.381

1930
01:29:43.524 --> 01:29:43.787

1931
01:29:44.035 --> 01:29:44.254

1932
01:29:44.225 --> 01:29:44.477

1933
01:29:47.624 --> 01:29:49.106

1934
01:29:49.164 --> 01:29:49.370

1935
01:29:49.357 --> 01:29:49.581

1936
01:30:07.615 --> 01:30:07.877

1937
01:30:19.914 --> 01:30:20.229

1938
01:30:34.906 --> 01:30:35.179

1939
01:30:35.282 --> 01:30:40.572
มาหรือยังคะภาษามาหรือยัง

1940
01:30:41.129 --> 01:30:43.358
กลับมาจากเข้าห้องน้ำหรือยัง

1941
01:30:43.485 --> 01:30:48.553
ไอ้นิดเดียวไข่นิดเดียวเดี๋ยวจะได้ทำงานต่อแล้วไอ้นิดนึงกูขอขยายนิดนึง

1942
01:30:48.541 --> 01:30:51.501
ขยายความราคาขยายความ

1943
01:30:51.683 --> 01:30:54.218
ถ้ากลับไปนั่งที่กลับไป

1944
01:31:08.275 --> 01:31:08.511

1945
01:31:12.253 --> 01:31:14.378

1946
01:31:17.052 --> 01:31:23.151
รักษาดูนะคะเมื่อกี้นี้นอกเหนือจาก

1947
01:31:23.073 --> 01:31:24.357
โฆษณา

1948
01:31:24.353 --> 01:31:25.383
ภาพนิ่ง

1949
01:31:25.312 --> 01:31:25.743

1950
01:31:26.342 --> 01:31:31.150
ก็ยังมีเพลงที่เราอาจจะต้องตีความ

1951
01:31:33.191 --> 01:31:36.593
ทำไมหน้าจอเล็กจังเดี๋ยวแป๊บนึงนะคะเดี๋ยวพวกขยายหน้าจอก่อน

1952
01:31:41.262 --> 01:31:41.515

1953
01:32:05.032 --> 01:32:06.174

1954
01:32:13.741 --> 01:32:14.580

1955
01:32:16.952 --> 01:32:17.189

1956
01:32:18.361 --> 01:32:18.649

1957
01:32:40.722 --> 01:32:45.569

1958
01:32:46.421 --> 01:32:46.661

1959
01:32:46.991 --> 01:32:47.926

1960
01:32:48.220 --> 01:32:52.662

1961
01:32:53.530 --> 01:32:56.324

1962
01:32:56.672 --> 01:32:56.869

1963
01:32:57.251 --> 01:32:57.459

1964
01:32:57.443 --> 01:32:57.808

1965
01:32:57.760 --> 01:32:58.183

1966
01:32:59.361 --> 01:32:59.897

1967
01:32:59.870 --> 01:33:00.191

1968
01:33:00.189 --> 01:33:00.440

1969
01:33:01.219 --> 01:33:01.582

1970
01:33:01.539 --> 01:33:02.769

1971
01:33:03.009 --> 01:33:03.435

1972
01:33:03.519 --> 01:33:04.405

1973
01:33:04.359 --> 01:33:05.302

1974
01:33:05.451 --> 01:33:06.462

1975
01:33:06.983 --> 01:33:09.035

1976
01:33:09.100 --> 01:33:09.543

1977
01:33:09.481 --> 01:33:09.904

1978
01:33:10.440 --> 01:33:11.440

1979
01:33:11.909 --> 01:33:12.357

1980
01:33:12.240 --> 01:33:12.806

1981
01:33:12.882 --> 01:33:13.506

1982
01:33:14.030 --> 01:33:16.205

1983
01:33:16.270 --> 01:33:16.785

1984
01:33:20.310 --> 01:33:25.740
OK จอเล็กก็ช่างไม่เป็นไรนะคะ

1985
01:33:25.619 --> 01:33:27.151
เพลงเพลงนึง

1986
01:33:27.800 --> 01:33:29.402
เพลงอมตะด้วย

1987
01:33:29.659 --> 01:33:30.063

1988
01:33:30.049 --> 01:33:30.602

1989
01:33:30.619 --> 01:33:31.440
รู้จัก

1990
01:33:31.519 --> 01:33:36.346
วงคาราบาวไหมคะรู้จักเพลงเดือนเพ็ญไหมคะ

1991
01:33:36.258 --> 01:33:39.184

1992
01:33:39.138 --> 01:33:42.177
เพลงเดือนเพ็ญเนื้อร้องเข้ายังไงนะ

1993
01:33:42.279 --> 01:33:48.840
เดือนเพ็ญแสงเย็นเห็นอร่ามนภาจำนวนดูงาม

1994
01:33:49.009 --> 01:33:51.971
เย็นชื่นหนอยามเมื่อลม

1995
01:33:52.020 --> 01:33:56.996
พัดมาใช่ไหมคะถ้าเรารู้จักเนื้อเพลงนะคะ

1996
01:33:56.949 --> 01:34:00.753
จากเนื้อเพลงที่เป็นเนื้อเพลงปัจจุบันนะคะ

1997
01:34:00.658 --> 01:34:02.841
ชื่อวัดเพลงเดือนเพ็ญ

1998
01:34:04.130 --> 01:34:04.374

1999
01:34:04.379 --> 01:34:06.408
ดูจากเนื้อความทั้งหมด

2000
01:34:06.368 --> 01:34:09.205
ถ้าตีความจากเนื้อหา

2001
01:34:09.310 --> 01:34:14.560
ตีความด้านเนื้อหาจะเป็นการกล่าวถึงความรู้สึก

2002
01:34:14.628 --> 01:34:15.586
ถึง

2003
01:34:15.588 --> 01:34:20.038
บ้านใช่ไหมคะคำว่าบ้านในที่นี้คือภูมิลำเนา

2004
01:34:20.018 --> 01:34:20.841
เดิม

2005
01:34:20.779 --> 01:34:25.229
เช่นคนนี้อาจจะไปทำงานที่ต่างจังหวัดแล้วคิดถึง

2006
01:34:25.197 --> 01:34:26.298
บ้านเกิด

2007
01:34:26.808 --> 01:34:32.704
สวยไหมคะแต่ทีนี้พอกลับมาดูในประเด็นของ

2008
01:34:32.821 --> 01:34:35.199
ที่มาของเพลงนี้ค่ะ

2009
01:34:35.259 --> 01:34:35.545

2010
01:34:35.457 --> 01:34:37.184
เราก็จะพบว่า

2011
01:34:37.178 --> 01:34:42.417
เพลงนี้นั้นนะคะมันไม่ได้มีความหมายอยู่แค่

2012
01:34:42.757 --> 01:34:45.314
การคิดถึงภูมิลำเนา

2013
01:34:45.639 --> 01:34:49.480
เราไปดูว่าเพลงนี้มีที่มายังไง

2014
01:34:49.608 --> 01:34:51.663
ผู้แต่งเพลงนี้

2015
01:34:51.657 --> 01:34:55.045
ไม่ใช่คุณแอ๊ดคาราบาวนะคะ

2016
01:34:54.987 --> 01:34:57.213
ผู้แต่งเพลงนี้คือ

2017
01:34:57.167 --> 01:34:59.942
อัศนีพลจันทร์

2018
01:34:59.928 --> 01:35:00.176

2019
01:35:00.117 --> 01:35:04.095
หรือที่ใช้นามปากกาว่านายผี

2020
01:35:04.090 --> 01:35:04.341

2021
01:35:04.217 --> 01:35:05.697
ให้ผีเป็นใคร

2022
01:35:05.616 --> 01:35:05.877

2023
01:35:05.818 --> 01:35:10.308
นายผีเป็นนักเขียนนักคิดเป็นกวีที่มี

2024
01:35:10.239 --> 01:35:11.600
ชื่อเสียง

2025
01:35:11.516 --> 01:35:17.208
ยุคเดียวกันกับช่วงของอาจารย์จิระนันท์พิตรปรีชาที่มีการต่อสู้เรียกร้อง

2026
01:35:17.095 --> 01:35:18.443
การเมืองนั่นแหละค่ะ

2027
01:35:18.627 --> 01:35:19.093

2028
01:35:18.886 --> 01:35:20.369
เป็นยุคเดียวกัน

2029
01:35:20.547 --> 01:35:24.811
ซึ่งตอนนั้นหลังจากที่ทหารได้ทำการ

2030
01:35:24.719 --> 01:35:26.403
วัดร้างนะคะ

2031
01:35:26.376 --> 01:35:30.139
กลุ่มของนักศึกษากลุ่มนี้ก็ได้

2032
01:35:30.026 --> 01:35:34.720
หนีออกไปแล้วไปอยู่ที่ตะเข็บชายแดน

2033
01:35:34.647 --> 01:35:37.139
ตะเข็บชายแดนนี้อยู่ที่ไหน

2034
01:35:37.587 --> 01:35:37.796

2035
01:35:38.297 --> 01:35:41.368
เขาว่ากันว่าตามประวัติคือ

2036
01:35:41.305 --> 01:35:41.542

2037
01:35:42.017 --> 01:35:45.069
คุณอัสนีเนี่ยไปอยู่ที่ประเทศลาว

2038
01:35:45.086 --> 01:35:47.454
ข้ามฝั่งไปอยู่ที่ประเทศลาว

2039
01:35:47.647 --> 01:35:50.582
แล้วนายประเทศลาวนั้น

2040
01:35:50.466 --> 01:35:55.542
บ้านใกล้เมืองพี่เมืองน้องเรานี่เองเนาะแต่กลับมาไม่ได้

2041
01:35:56.175 --> 01:36:00.912
อัสนีก็เลยแต่งเพลงนี้แทนความคิดถึง

2042
01:36:01.296 --> 01:36:03.723
คนที่อยู่ในประเทศ

2043
01:36:04.695 --> 01:36:04.968

2044
01:36:05.586 --> 01:36:07.276
เนื้อเพลง

2045
01:36:07.185 --> 01:36:11.192
ไม่ได้หมายความแค่เพียงคนในครอบครัว

2046
01:36:11.155 --> 01:36:11.607

2047
01:36:11.534 --> 01:36:17.324
แต่มันมีความหมายกว้างกว่านั้นหน้าตาดูต้นฉบับก่อนนะคะต้นฉบับ

2048
01:36:17.305 --> 01:36:19.040
เขาเขียนว่ายังไง

2049
01:36:18.975 --> 01:36:19.224

2050
01:36:19.415 --> 01:36:21.093
เขาเขียนว่า

2051
01:36:21.536 --> 01:36:27.215
กูอยากให้ไปดูสังเกตตัวนี้ค่ะสังเกตนี่ค่ะหน้าจอหน้านี้ค่ะ

2052
01:36:27.615 --> 01:36:30.644
ลมเอยจงเป็นสื่อให้

2053
01:36:30.634 --> 01:36:30.833

2054
01:36:30.827 --> 01:36:33.629
น้ำรักจากห้วงดวงใจ

2055
01:36:33.706 --> 01:36:37.309
ของข้านี้ไปบอกเขานะ

2056
01:36:37.235 --> 01:36:37.985
นา

2057
01:36:39.285 --> 01:36:39.958

2058
01:36:39.984 --> 01:36:45.439
ให้คนไทยรู้ว่าไม่นานลูกที่จากมาจะไปซบ

2059
01:36:45.374 --> 01:36:47.201
ในอก

2060
01:36:47.095 --> 01:36:48.328
แม่เกย

2061
01:36:49.086 --> 01:36:51.692
ถ้าดูจากประโยคนี้

2062
01:36:52.024 --> 01:36:55.999
ตรงนี้น่าจะเป็นสารสำคัญ

2063
01:36:56.013 --> 01:37:00.052
ผู้เขียนต้องการจะสื่อถึงผู้ฟัง

2064
01:37:00.224 --> 01:37:00.494

2065
01:37:00.804 --> 01:37:06.390
ฟังกลุ่มนี้คือใครเขาบอกว่าฝากลมเป็นสื่อ

2066
01:37:07.147 --> 01:37:08.047

2067
01:37:08.046 --> 01:37:08.444

2068
01:37:08.233 --> 01:37:09.375
น้ำ

2069
01:37:09.575 --> 01:37:14.138
นะคะน้ำรักหนูน้ำรักนะน้ำรักจากห้วงดวงใจ

2070
01:37:14.194 --> 01:37:16.868
ให้ไปบอกอะไรเขา

2071
01:37:17.074 --> 01:37:17.718

2072
01:37:17.714 --> 01:37:18.579
นา

2073
01:37:18.613 --> 01:37:18.844

2074
01:37:18.814 --> 01:37:20.957
ให้ไปบอกเขานะนา

2075
01:37:20.924 --> 01:37:21.345

2076
01:37:21.374 --> 01:37:22.018

2077
01:37:22.133 --> 01:37:26.892
การตีความของผู้ที่นำเอาเพลงนี้ไปแต่งเพลงใหม่

2078
01:37:26.884 --> 01:37:28.944
จึงตีความว่า

2079
01:37:31.493 --> 01:37:36.917
นำรักจากห้วงดวงใจของข้านี้ไป

2080
01:37:36.874 --> 01:37:37.511
บอก

2081
01:37:37.893 --> 01:37:38.845
เขา

2082
01:37:38.986 --> 01:37:39.942
น้ำ

2083
01:37:39.944 --> 01:37:40.794
นา

2084
01:37:40.907 --> 01:37:43.786
หมายถึงอะไรคะภูเขา

2085
01:37:43.852 --> 01:37:46.791
แม่น้ำและท้องนา

2086
01:37:50.974 --> 01:37:56.525
ให้เมืองไทยคราวนี้นะคะคนที่เอามาแต่งใหม่มาเรียบเรียงใหม่

2087
01:37:56.413 --> 01:37:57.181
นะคะ

2088
01:37:57.624 --> 01:37:59.748
ให้ขยายความ

2089
01:37:59.682 --> 01:38:04.133
จากเดิมให้คนไทยใช่ไหมคะเหมือนไทยค่ะ

2090
01:38:04.414 --> 01:38:04.677

2091
01:38:04.674 --> 01:38:04.958

2092
01:38:05.313 --> 01:38:08.999
เพลงนี้มันจึงเกิดจากการตีความในมุมของ

2093
01:38:09.032 --> 01:38:11.281
ผู้ที่นำมาเรียบเรียง

2094
01:38:11.462 --> 01:38:11.758

2095
01:38:11.724 --> 01:38:12.532
ว่า

2096
01:38:12.494 --> 01:38:12.780

2097
01:38:13.252 --> 01:38:17.099
เพลงนี้นะคะมันมีความหมาย

2098
01:38:17.042 --> 01:38:19.042
จากคนแดนไกล

2099
01:38:18.963 --> 01:38:22.347
ส่งความคิดถึงมายังเมืองไทย

2100
01:38:22.413 --> 01:38:27.186
นะคะไม่นานลูกที่จากมาจะไปซบหน้าแทบอก

2101
01:38:27.034 --> 01:38:32.033
ของแม่แม่ในที่นี้เป็นแม่ผู้ให้กำเนิด

2102
01:38:32.162 --> 01:38:33.878
หรือหมายถึงอะไรคะ

2103
01:38:34.464 --> 01:38:37.586
แผ่นดินเกิดหรือประเทศไทย

2104
01:38:37.664 --> 01:38:39.720
นักศึกษาคิดว่าน่าจะเป็นอะไร

2105
01:38:40.422 --> 01:38:40.886

2106
01:38:40.742 --> 01:38:45.991
แผ่นดินไทยใช่ไหมคะเพราะมันจะไปคล้องกับอะไรคะ

2107
01:38:46.251 --> 01:38:49.221
เมืองไทยให้เมืองไทยรู้ว่า

2108
01:38:49.202 --> 01:38:56.198
ไม่นานเนี่ยนะคะจะกลับไปซบที่แผ่นดินเกิดดังนั้นคำว่าอกแม่คือแผ่นดินแม่

2109
01:38:56.443 --> 01:39:00.992
ไม่ได้หมายความถึงมารดาผู้ให้กำเนิด

2110
01:39:00.982 --> 01:39:01.807
นั่นเอง

2111
01:39:01.816 --> 01:39:03.338
ดังนั้น

2112
01:39:03.483 --> 01:39:07.752
ในเพลงที่เขานำมาเรียบเรียงใหม่ในปัจจุบัน

2113
01:39:07.653 --> 01:39:08.009

2114
01:39:07.972 --> 01:39:13.150
จึงมีการปรับคำใช้คำที่สื่อความ

2115
01:39:13.091 --> 01:39:13.512

2116
01:39:13.483 --> 01:39:15.804
จากการตีความ

2117
01:39:15.852 --> 01:39:16.942
ต้นฉบับ

2118
01:39:17.512 --> 01:39:17.750

2119
01:39:17.891 --> 01:39:22.259
เพราะคนเขียนลี้ภัยทางการเมืองเนาะ

2120
01:39:22.571 --> 01:39:28.091
พอมาถึงเพลงในยุคปัจจุบันนี้จึงได้เขียนหรือปรับข้อความให้มี

2121
01:39:28.013 --> 01:39:30.919
ความชัดเจนมากยิ่งขึ้นนะคะ

2122
01:39:30.841 --> 01:39:35.642
เมื่อกี้จัดคนไทยใช่ไหมคะต้นฉบับคือให้คนไทยรู้ว่าใช่ไหมคะ

2123
01:39:35.511 --> 01:39:35.778

2124
01:39:35.643 --> 01:39:38.196
อันนี้ต่อถึงประเทศเลยนะคะ

2125
01:39:38.271 --> 01:39:42.031
ต้นฉบับว่าให้คนที่อยู่เมืองไทยจะได้รู้นะคะ

2126
01:39:41.982 --> 01:39:44.405
คิดถึงนะคะ

2127
01:39:44.480 --> 01:39:46.545
แต่เพื่อความชัดเจน

2128
01:39:47.302 --> 01:39:47.560

2129
01:39:47.492 --> 01:39:49.311
เพลงนี้ก็เลยถูกนำมา

2130
01:39:49.224 --> 01:39:53.340
เขียนใหม่นะคะให้มีบริบทที่มันมีความชัดเจน

2131
01:39:53.321 --> 01:39:53.565

2132
01:39:53.510 --> 01:39:57.968
เราจะเห็นได้ว่าเวลาที่เราตีความมาค่ะ

2133
01:39:58.003 --> 01:39:58.278

2134
01:39:58.252 --> 01:40:01.974
บางอย่างเราอาจจะมองไม่เหมือนคนอื่นก็ได้

2135
01:40:02.551 --> 01:40:05.114
สิ่งที่ทำให้เรามองต่างมันมาจากอะไร

2136
01:40:05.881 --> 01:40:09.063
เขาบอกว่ามันมาจากประสบการณ์ค่ะ

2137
01:40:09.331 --> 01:40:09.552

2138
01:40:09.719 --> 01:40:09.982

2139
01:40:09.910 --> 01:40:10.183

2140
01:40:10.099 --> 01:40:13.641
คนที่รู้มากเห็นมากอ่านมาก

2141
01:40:13.570 --> 01:40:15.942
ย่อมมีประสบการณ์มาก

2142
01:40:15.870 --> 01:40:18.435
การตีความก็ยิ่งลึกซึ้งกว่า

2143
01:40:18.447 --> 01:40:18.669

2144
01:40:18.630 --> 01:40:24.886
แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าคนที่อ่านน้อยกว่านั้นจะตีความได้แย่หรือ

2145
01:40:24.769 --> 01:40:26.124
ความได้ไม่ถูก

2146
01:40:26.051 --> 01:40:31.264
เพียงแต่การให้เหตุผลหรือการให้น้ำหนักของ

2147
01:40:31.440 --> 01:40:36.476
สิ่งที่เราตีความนะเนี่ยมันจะต้องอาศัยองค์ประกอบหลายอย่าง

2148
01:40:36.372 --> 01:40:38.488
ดังนั้นนะคะ

2149
01:40:38.420 --> 01:40:44.394
การที่ให้ความเห็นที่แตกต่างจึงไม่ใช่เรื่องผิดปกติ

2150
01:40:44.699 --> 01:40:49.408
ดังบทประพันธ์ที่อยู่ในหน้าจอที่ว่านี้เขาบอกว่า

2151
01:40:49.439 --> 01:40:51.483
สองคนยลตามช่อง

2152
01:40:52.069 --> 01:40:54.562
คนหนึ่งมองเห็นโคลนตม

2153
01:40:54.499 --> 01:40:54.906

2154
01:40:54.888 --> 01:40:57.091
อีกคนตาแหลมคม

2155
01:40:57.060 --> 01:40:59.936
มองเห็นดาวอยู่พราวพราย

2156
01:41:00.718 --> 01:41:06.216
ถ้านิยามของการตีความมันจะไปคล้องกับบทประพันธ์ใด

2157
01:41:05.969 --> 01:41:08.669
ขอให้น้าสารนึกถึงบทประพันธ์นี้ค่ะ

2158
01:41:08.728 --> 01:41:08.961

2159
01:41:08.978 --> 01:41:13.987
ว่าเราจะเห็นได้ลึกซึ้งจะเห็นดวงดาวหรือจะเห็นโคลนตม

2160
01:41:13.968 --> 01:41:14.248

2161
01:41:14.098 --> 01:41:16.629
มันขึ้นอยู่กับประสบการณ์

2162
01:41:16.540 --> 01:41:22.497
การสร้างสมประสบการณ์ด้วยการอ่านจึงเป็นการลับคมสติปัญญา

2163
01:41:22.688 --> 01:41:24.366
และจะทำให้เรา

2164
01:41:24.358 --> 01:41:29.225
มีความลึกซึ้งและมีความกระจ่างแจ้ง

2165
01:41:29.159 --> 01:41:29.385

2166
01:41:29.350 --> 01:41:30.813
ในการคิด

2167
01:41:30.821 --> 01:41:32.026
วิเคราะห์

2168
01:41:32.428 --> 01:41:34.137
หาเหตุหาผล

2169
01:41:34.669 --> 01:41:39.619
ผ่านกระบวนการที่เราเรียกว่าอ่านตีความนั่นเอง

2170
01:41:41.968 --> 01:41:42.313

2171
01:41:42.229 --> 01:41:42.662

2172
01:41:42.998 --> 01:41:43.355

2173
01:41:44.919 --> 01:41:45.145

2174
01:41:46.130 --> 01:41:48.118
รักษาตัวนี้นะคะ

2175
01:41:48.118 --> 01:41:50.162
ดูจากข้อความ

2176
01:41:50.238 --> 01:41:54.504
อ่านธรรมดาก่อนก็ได้นะคะใครดูถูก

2177
01:41:54.409 --> 01:41:56.305
ดูหมิ่นศิลปะ

2178
01:41:56.318 --> 01:42:00.182
อนารยะไร้สกุลสถุลสัตว์

2179
01:42:00.417 --> 01:42:06.210
เราลิงค่างเสือสางกลางป่าชัฏใจมืดจัดกว่าน้ำหมึก

2180
01:42:06.128 --> 01:42:06.890

2181
01:42:06.827 --> 01:42:09.832
เพียงกินนอนสืบพันธุ์นั้นฤา

2182
01:42:09.841 --> 01:42:12.587
ชื่อว่าสิ่งประเสริฐเลิศล้ำ

2183
01:42:12.527 --> 01:42:12.814

2184
01:42:12.718 --> 01:42:14.969
อยากยโสกักขฬะ

2185
01:42:14.897 --> 01:42:15.727
ทำ

2186
01:42:15.669 --> 01:42:15.978

2187
01:42:15.926 --> 01:42:18.887
เหยียบย่ำทุกหย่อมหญ้าสาธารณ์

2188
01:42:18.807 --> 01:42:19.050

2189
01:42:19.058 --> 01:42:21.860
ภพหน้าอย่ามีรูปมนุษย์

2190
01:42:21.887 --> 01:42:25.073
กดเกิดในร่างดิรัจฉาน

2191
01:42:25.018 --> 01:42:25.286

2192
01:42:25.208 --> 01:42:28.550
หน้าติดดินกินขี้เลื้อยคลาน

2193
01:42:28.536 --> 01:42:28.780

2194
01:42:28.729 --> 01:42:32.268
ทรมานทุกข์ร้อนร้ายนิรันดร์

2195
01:42:32.328 --> 01:42:32.615

2196
01:42:32.580 --> 01:42:38.159
จากงานเขียนของอาจารย์อังคารกัลยาณพงศ์อาจารย์เจี๊ยบไปแล้วนะคะแต่ว่าจะเป็นสี

2197
01:42:37.967 --> 01:42:43.557
ชาตินะคะอาจารย์เป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถสูง

2198
01:42:43.528 --> 01:42:44.544
มากนะคะ

2199
01:42:44.557 --> 01:42:49.929
ภาษาไทยบทประพันธ์นี้ถ้าตีความด้านเนื้อหาเขากล่าวถึง

2200
01:42:49.809 --> 01:42:50.691
อะไรคะ

2201
01:42:51.857 --> 01:42:53.201
เขากล่าวถึงอะไร

2202
01:42:53.526 --> 01:42:53.825

2203
01:42:55.839 --> 01:42:58.024
อังคารกล่าวถึงใคร

2204
01:42:58.076 --> 01:42:58.368

2205
01:43:00.194 --> 01:43:02.182
เป็นการกล่าว

2206
01:43:02.497 --> 01:43:02.718

2207
01:43:02.627 --> 01:43:05.778
ตำหนิติเตียนด่าทอไหมคะ

2208
01:43:05.887 --> 01:43:09.596
ใครคะด่าใครคะใครว่าใคร

2209
01:43:09.605 --> 01:43:09.842

2210
01:43:09.926 --> 01:43:14.406
ว่าคนที่ดูถูกงานศิลปะ

2211
01:43:15.048 --> 01:43:15.330

2212
01:43:16.648 --> 01:43:16.919

2213
01:43:17.286 --> 01:43:20.711
ดูจากข้อความความหมายที่สื่อออกมา

2214
01:43:20.947 --> 01:43:26.432
สาปแช่งขนาดไหนสาปแช่งขนาดที่ว่าพบหน้าอย่ามีรูปมนุษย์

2215
01:43:26.765 --> 01:43:29.473
ลองพูดเกิดในร่างดิรัจฉาน

2216
01:43:29.845 --> 01:43:32.161
สาปให้เป็นคนอีกไหมคะ

2217
01:43:32.537 --> 01:43:36.892
ทราบว่าอย่าได้เกิดเป็นคนอีกเลย

2218
01:43:37.607 --> 01:43:42.083
เพราะถ้าเกิดมาแล้วก็ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นเพียงคน

2219
01:43:42.205 --> 01:43:47.168
จิตใจเป็นไงอย่าช้าอย่าเพราะอะไรอย่าเพราะ

2220
01:43:47.016 --> 01:43:49.445
ดูถูกดูหมิ่นศิลปะ

2221
01:43:50.088 --> 01:43:54.008
นั่นแสดงว่าอาจารย์เชิดชูงาน

2222
01:43:53.934 --> 01:43:55.081
ศิลปะ

2223
01:43:55.285 --> 01:43:55.528

2224
01:43:55.606 --> 01:43:59.664
และถ้าใครที่คิดจะมาย่ำยี

2225
01:43:59.835 --> 01:44:01.483
ดูถูกดูหมิ่น

2226
01:44:02.585 --> 01:44:04.120
อาจารย์พร้อมที่จะ

2227
01:44:04.564 --> 01:44:05.793
สาปแช่ง

2228
01:44:05.784 --> 01:44:07.050
พร้อมที่จะ

2229
01:44:07.126 --> 01:44:08.276
ต่อต้าน

2230
01:44:08.484 --> 01:44:10.822
พร้อมที่จะต่อว่า

2231
01:44:10.786 --> 01:44:15.862
บางทีใช่ไหมคะครูอยากให้ดูตรงนี้ค่ะอารมณ์ความรู้สึก

2232
01:44:15.777 --> 01:44:16.424
เป็นยังไง

2233
01:44:17.195 --> 01:44:18.604
อารมณ์ความรู้สึก

2234
01:44:19.115 --> 01:44:24.900
ตอบแทนไหมคะเป็นอารมณ์โกรธแค้นใช่ไหมคะ

2235
01:44:24.885 --> 01:44:26.424
โกรธแค้นที่

2236
01:44:26.414 --> 01:44:30.089
มีผู้ดูถูกดูหมิ่นศิลปะ

2237
01:44:30.386 --> 01:44:33.733
คราวนี้กูอยากให้กลับไปดูอีกอย่างนึง

2238
01:44:34.235 --> 01:44:40.460
ลองพิจารณาดูซิว่าผู้เขียนเนี่ยค่ะเขาน่าจะเขียนบทประพันธ์นี้ในช่วง

2239
01:44:40.244 --> 01:44:41.687
วัยใดของเขา

2240
01:44:41.603 --> 01:44:43.985
ดูจากการใช้ภาษาแล้ว

2241
01:44:44.284 --> 01:44:45.579
คิดว่าเป็น

2242
01:44:45.504 --> 01:44:45.780

2243
01:44:45.765 --> 01:44:46.663
รุ่นไหน

2244
01:44:46.594 --> 01:44:47.513
วัยรุ่น

2245
01:44:47.553 --> 01:44:51.013
วัยผู้ใหญ่หรือว่าวัยผู้สูงอายุ

2246
01:44:51.146 --> 01:44:53.086
ภาษาคิดว่าใน 3 วันเนี้ย

2247
01:44:53.834 --> 01:44:55.255
อาจารย์เขียนในช่วงไหน

2248
01:44:55.433 --> 01:44:57.031
รู้จักการใช้ภาษา

2249
01:44:58.764 --> 01:44:58.965

2250
01:44:59.603 --> 01:44:59.861

2251
01:45:02.734 --> 01:45:04.000
ไปไหน

2252
01:45:04.083 --> 01:45:04.537

2253
01:45:04.593 --> 01:45:05.803
เด็ก

2254
01:45:05.753 --> 01:45:06.571
วัยรุ่น

2255
01:45:06.583 --> 01:45:07.527
ผู้ใหญ่

2256
01:45:08.124 --> 01:45:09.583
ไปสูงอายุ

2257
01:45:09.914 --> 01:45:10.122

2258
01:45:11.323 --> 01:45:15.930
ผู้ใหญ่ใช่ไหมคะคิดว่าเป็นใบผู้ใหญ่ใช่ไหมอ่ะคราวนี้มาดูซิ

2259
01:45:15.873 --> 01:45:17.200
ภาษาคะ

2260
01:45:17.284 --> 01:45:20.315
ปกติแล้วธรรมชาติของความเป็นผู้ใหญ่

2261
01:45:20.223 --> 01:45:20.437

2262
01:45:20.543 --> 01:45:24.338
เมื่อมีเหตุมากระทบสิ่งแรกที่ผู้ใหญ่

2263
01:45:24.263 --> 01:45:26.185
ต้องทำนั่นก็คือ

2264
01:45:26.244 --> 01:45:27.392
การนิ่งค่ะ

2265
01:45:27.722 --> 01:45:32.726
วุฒิภาวะของผู้ใหญ่จะมีสูงขึ้นเมื่ออายุมากขึ้น

2266
01:45:34.704 --> 01:45:37.451
ดังนั้นภาษาแบบนี้

2267
01:45:38.425 --> 01:45:40.097
ดูจากประวัติ

2268
01:45:40.083 --> 01:45:45.150
เราจะเห็นว่าบทประพันธ์นี้เขียนตอนอาจารย์อายุ 18 ค่ะ

2269
01:45:45.523 --> 01:45:48.566
เข้าเรียนปี 1 ในมหาวิทยาลัย

2270
01:45:48.602 --> 01:45:51.847
แล้วสาขาที่ตนเองเลือกเรียนนั้น

2271
01:45:51.933 --> 01:45:57.331
เป็นสาขาที่มีผู้กล่าวว่าเรียนไปทำไม

2272
01:45:57.254 --> 01:45:59.395
เป็นศิลปินไส้แห้ง

2273
01:45:59.943 --> 01:46:03.417
เรียนไปทำไมศิลปะมันไม่มีประโยชน์

2274
01:46:03.983 --> 01:46:09.327
ย้อนกลับไปเมื่อประมาณ 30-40 ปีที่แล้วค่านิยมของสังคมไทยเป็นแบบนั้นจริง

2275
01:46:09.293 --> 01:46:09.688

2276
01:46:10.002 --> 01:46:10.282

2277
01:46:10.442 --> 01:46:10.674

2278
01:46:10.573 --> 01:46:16.245
มองว่างานศิลปะเป็นงานที่ไม่สร้างรายได้เป็นงานที่ไม่ได้ก่อให้เกิดความรัก

2279
01:46:16.152 --> 01:46:17.132
หน่วยใดๆ

2280
01:46:17.882 --> 01:46:18.700
ใช่ไหม

2281
01:46:19.617 --> 01:46:21.357
ช่วงนั้น

2282
01:46:21.723 --> 01:46:26.236
อารมณ์และความรู้สึกของคนที่รักในงานศิลปะ

2283
01:46:26.464 --> 01:46:31.568
บันทึกพรุ่งพล่านภาษาที่ใช้มันจะมีความเดือดดาล

2284
01:46:32.423 --> 01:46:33.638
เข้มข้น

2285
01:46:35.112 --> 01:46:36.441
อยากมากนะ

2286
01:46:36.461 --> 01:46:37.302

2287
01:46:37.361 --> 01:46:39.035
ไม่มีคำหยาบเลยสักคำ

2288
01:46:39.602 --> 01:46:44.179
อ่านแล้วรู้สึกยังไงรู้ได้เลยว่าถ้าเป็นภาษาพูด

2289
01:46:44.342 --> 01:46:46.488
ชาวบ้านทั่วๆไปเขาว่ากันเนี่ย

2290
01:46:47.482 --> 01:46:50.567
มีสต๊อกมาเพ่นพ่านเต็มไปหมดเลยใช่ไหมคะ

2291
01:46:50.554 --> 01:46:50.776

2292
01:46:50.803 --> 01:46:53.750
แต่ในนี้ไม่มีคำหยาบเลย

2293
01:46:54.081 --> 01:46:54.390

2294
01:46:54.653 --> 01:46:59.692
มันไพเราะไปด้วยการเลือกสรรคำมาลง

2295
01:46:59.901 --> 01:47:04.067
แล้วทำให้เห็นว่าผู้เขียนมีความรู้สึก

2296
01:47:04.071 --> 01:47:06.191
เดือดดาลขนาดไหน

2297
01:47:07.972 --> 01:47:09.261
การตีความ

2298
01:47:09.323 --> 01:47:09.586

2299
01:47:09.714 --> 01:47:12.556
อ้าวต่อไปนะคะ

2300
01:47:13.615 --> 01:47:14.500

2301
01:47:14.513 --> 01:47:19.252
คำถามมีไหมคะหลังจากที่เราได้เรียนมาทั้งหมดแล้ว

2302
01:47:19.193 --> 01:47:25.379
เราก็จะเห็นว่าเวลาที่เราอ่านงานอะไรก็ตามแต่ไม่ว่าจะเป็นทางออนไลน์

2303
01:47:25.211 --> 01:47:27.125
น่าจะเป็นอ่านหนังสือ

2304
01:47:27.260 --> 01:47:32.525
ไม่ว่าจะเป็นการอ่านงานเขียนประเภทร้อยแก้วทุกประเภทร้อยกรองทุกแบบ

2305
01:47:33.602 --> 01:47:37.342
เวลาอาจถ้าเราเจอในเรื่องของสัญลักษณ์เนาะ

2306
01:47:37.192 --> 01:47:40.091
ในเรื่องของการมีการ

2307
01:47:40.131 --> 01:47:41.482
ตีความว่า

2308
01:47:41.612 --> 01:47:45.402
สิ่งที่ผู้เขียนต้องการสื่อหรือเจตนาในการส่งสาร

2309
01:47:45.451 --> 01:47:51.708
รวมไปถึงอารมณ์ความรู้สึกของผู้เขียนที่มีอยู่ในงานเขียนนานๆเนี่ยนะคะเราจะเห็นได้ไง

2310
01:47:51.411 --> 01:47:52.325
ที่เลย

2311
01:47:52.632 --> 01:47:56.617
แม้แต่ในงานเขียนที่เป็นลักษณะของงานที่เป็นบทความ

2312
01:47:57.172 --> 01:48:00.061
บทความเนี่ยหน้าวิเคราะห์มากนะคะ

2313
01:48:00.001 --> 01:48:05.430
แต่สำหรับพวกเรานะคะด้วยเวลาเนาะกว่าจะทำให้เราอาจจะต้องลด

2314
01:48:05.312 --> 01:48:10.649
เรื่องของการอ่านบทความตรงนี้ลงไปแต่สิ่งที่ครูจะให้พวกเราทำ

2315
01:48:10.501 --> 01:48:14.215
นั่นก็คือนายหน้า 100

2316
01:48:14.160 --> 01:48:14.717

2317
01:48:15.180 --> 01:48:15.461

2318
01:48:15.880 --> 01:48:17.848
เป็นหัวข้อ

2319
01:48:17.870 --> 01:48:18.634
Bot

2320
01:48:18.572 --> 01:48:20.799
ประพันธ์ที่ชื่อว่า

2321
01:48:20.880 --> 01:48:21.862
ซ่อน

2322
01:48:22.422 --> 01:48:28.906
ซ่อนอะไรอาจารย์ศักดิ์สิริมีสมสืบเขียนเอาไว้ในหนังสือที่

2323
01:48:28.691 --> 01:48:31.601
ชื่อว่ามือนั้นสีขาว

2324
01:48:31.902 --> 01:48:36.771
อยากให้พวกเราลองอ่านแล้วตอบคำถาม 2 ข้อ

2325
01:48:37.284 --> 01:48:40.038
ตีความด้านน้ำเสียง

2326
01:48:40.289 --> 01:48:43.422
2 ตีความด้านเนื้อหา

2327
01:48:43.562 --> 01:48:43.846

2328
01:48:43.939 --> 01:48:48.840
นักศึกษาไม่ต้องเขียนลงกระดาษหนังสือพิมพ์ในมือถือก็ได้ค่ะ

2329
01:48:49.261 --> 01:48:52.868
ตอบโจทย์ข้อที่ 1 กับโจทย์ข้อที่ 2

2330
01:48:53.480 --> 01:48:59.185
รักนั้นแคปหน้าจอนะคะหรือแคปข้อความที่เราพิมพ์เนี่ย

2331
01:48:59.380 --> 01:49:02.127
ใส่ในอัลบั้มในไลน์กลุ่มให้ครูหน่อย

2332
01:49:02.450 --> 01:49:05.366
กูจะเอากลับไปอ่านแล้วลงคะแนนให้

2333
01:49:05.280 --> 01:49:08.843
ว่าเธอตีความเรื่องซ่อนนี้ว่าอย่างไร

2334
01:49:11.099 --> 01:49:11.375

2335
01:49:12.129 --> 01:49:12.414

2336
01:49:12.578 --> 01:49:12.991

2337
01:49:13.538 --> 01:49:13.750

2338
01:49:14.628 --> 01:49:21.159
ส่งวันไหนส่งวันนี้นะคะห้องอื่นเขาก็ส่งในชั่วโมงห้องเรานะคะ

2339
01:49:21.289 --> 01:49:27.273
อนุญาตให้ส่งได้ถึง 18:00 น นะคะส่งมานะคะอัพรูปเข้าไปใน LINE กลุ่มนะคะ

2340
01:49:27.368 --> 01:49:30.436
แล้วเดี๋ยวกูจะรอตรวจแล้วลงคะแนนให้

2341
01:49:32.050 --> 01:49:34.626
มีใครสงสัย

2342
01:49:36.029 --> 01:49:36.623

2343
01:49:36.729 --> 01:49:38.138
เนื้อหา

2344
01:49:38.199 --> 01:49:42.055
สงสัยหรือมีคำถามเกี่ยวกับเรื่อง

2345
01:49:42.168 --> 01:49:45.727
เนื้อหาทั้งหมดในวันนี้รวมถึงงานการบ้านหรือเปล่า

2346
01:49:45.892 --> 01:49:48.655
ถามได้เลยค่ะมีปัญหาอะไรน้อมีไหม

2347
01:49:50.759 --> 01:49:51.909
มีไหมจ๊ะ

2348
01:49:51.909 --> 01:49:54.145
แก

2349
01:49:54.220 --> 01:49:54.580

2350
01:49:55.051 --> 01:49:55.285

2351
01:49:55.439 --> 01:50:00.841
ถ้าไม่มีนะคะงั้นชั่วโมงนี้เอาไว้

2352
01:50:00.757 --> 01:50:02.384
แค่นี้นะคะแล้วแต่

2353
01:50:02.228 --> 01:50:04.039
เราจะมา

2354
01:50:03.960 --> 01:50:10.054
บรรณนิทัศน์หนังสือกันนะคะเราจะมาทำการแนะนำหนังสือ

2355
01:50:09.977 --> 01:50:13.455
แต่ก่อนจะแนะนำมันต้องมีการวิเคราะห์ก่อนนอนนะคะ

2356
01:50:13.440 --> 01:50:13.660

2357
01:50:13.630 --> 01:50:18.842
แจ้งความมา 4 ความแล้วก็มาวิเคราะห์กันเพื่อที่จะทำในรูปแบบของการบัตรนิทัศน์

2358
01:50:19.198 --> 01:50:19.739

2359
01:50:19.718 --> 01:50:24.984
โอเคงั้นชั่วโมงนี้แค่นี้ก่อนนะคะสวัสดีค่ะ

2360
01:50:24.960 --> 01:50:25.501

2361
01:50:27.717 --> 01:50:30.192
ขอบคุณล่ามด้วยนะคะ

2362
01:50:33.358 --> 01:50:36.485

2363
01:51:18.137 --> 01:51:22.508
กัญญาณัฐค่ะ

2364
01:51:22.876 --> 01:51:23.206

2365
01:51:23.197 --> 01:51:23.429

2366
01:51:23.458 --> 01:51:25.168
กัญญารัตน์

2367
01:51:25.440 --> 01:51:25.862

2368
01:51:25.827 --> 01:51:28.045
จิราภา

2369
01:51:27.996 --> 01:51:29.846
จุฑามาศ

2370
01:51:29.797 --> 01:51:31.463
ชนิกานต์

2371
01:51:31.395 --> 01:51:31.826

2372
01:51:32.937 --> 01:51:35.577
ชลิตา

2373
01:51:36.269 --> 01:51:36.565

2374
01:51:36.969 --> 01:51:37.937
Line

