(คุณตรีชฎา) การเยือนรัสเซียของ Kim Jong Un เกิดขึ้นท่ามกลางการรายงานข่าวของสื่อตะวันตก ถึงความพร้อมของเกาหลีเหนือในการจัดหาอาวุธ และกระสุนให้กับรัสเซีย เพื่อจะใช้ทำสงครามกับยูเครน แม้ว่ารัฐบาลรัสเซียนะคะ ระบุว่าในการประชุมนี้นี่ ไม่ได้มีการลงนามข้อตกลงทางทหาร กับเกาหลีเหนือก็ตาม ก่อนหน้านั้นนะคะ ที่สหรัฐนี่ไปยึดปืนใหญ่ กระสุนได้มาจากเรือของอิหร่านนะคะ แล้วก็มีข่าวออกมาว่าสหรัฐจะส่งอาวุธเหล่านั้น ให้กับทางยูเครนและไม่นานสหรัฐก็บอกอีกนะคะ เมื่อสักครู่เกาหลีเหนือก็พร้อมที่จะส่งอาวุธ ก็คือกระสุนและปืนใหญ่ ให้กับทางรัสเซียเช่นเดียวกัน ส่วนสถานการณ์การสู้รบ ระหว่างรัสเซียและยูเครนค่ะ เมื่อวานนี้มีรายงานว่ากองทัพรัสเซีย เปิดฉากโจมตีใจกลางแคว้นคาร์คีฟ ซึ่งอยู่ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ของยูเครนนะคะ เหตุการณ์นี้ ทำให้เด็กผู้ชายวัย 10 ขวบ ซึ่งกำลังนอนหลับอยู่พร้อมกับคุณย่าวัย 68 ปี เสียชีวิตคาที่ และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกอย่างน้อย 27 คน ในจำนวนนี้นะคะ รวมไปถึงเด็กทารกวัย 11 เดือนด้วย เด็กผู้ชายวัย 10 ขวบคนนี้นี่ ถือว่าเป็นหนึ่งในเด็กยูเครน กว่า 500 คนที่เสียชีวิต นับตั้งแต่เปิดสงครามมาเมื่อกุมภาพันธ์ปีที่แล้ว เหตุโจมตีครั้งนี้เกิดขึ้นตามมาหลังจากที่รัสเซีย ได้ยิงขีปนาวุธตกกลางงานศพในหมู่บ้านฮาโลซาร์ ซึ่งเป็นหมู่บ้านเล็ก ๆ แห่งหนึ่ง ในเมืองคูเปีย... คูเปียนสก์นะคะ ซึ่งตั้งอยู่ในแคว้นเดียวกัน จนถึงตอนนี้นี่ พบผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 52 คน และบาดเจ็บอีก 6 คนค่ะ การโจมตีที่เกิดขึ้น ส่งผลทำให้รัสเซียถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก แต่เมื่อวานนี้นี่นะคะ โฆษกรัฐบาลรัสเซีย Dmitry Peskov นี่ ได้ออกมาย้ำบอกว่า กองทัพรัสเซียไม่ได้กำหนดเป้าหมาย โจมตีไปที่พลเรือน ส่วนความคืบหน้าการสอบสวน สาเหตุเครื่องบินส่วนตัว ของ Yevgeny Prigozhin ค่ะ หัวหน้ากลุ่ม Wagner ที่ไปตกนอกกรุงมอสโก แล้วเขาเสียชีวิตนะคะ เมื่อเดือนสิงหาคม ทาง Peskov นี่ บอกว่ายังไม่ได้มีการสรุปรายงาน ของทีมสอบสวนในขั้นสุดท้าย แต่ว่าประธานาธิบดีปูติน ชี้ว่าสาเหตุของเครื่องบินตก ไม่ได้เกิดจากการโจมตีจากภายนอก แต่เกิดจากการระเบิดภายในตัวเครื่องบิน ส่วนในชั่วข้ามคืนที่ผ่านมาค่ะ ทางการยูเครนเปิดเผยว่ากองทัพยูเครนนะคะ สามารถยิงสกัดโดรนรัสเซียได้ 25 ลำ หลังจากรัสเซียส่งฝูงโดรนขนาดใหญ่ ระดมโจมตีพื้นที่ใกล้กับแม่น้ำดานูบ แต่จากเหตุการณ์นี้ค่ะ ส่งผลทำให้โครงสร้างพื้นฐานของท่าเรือ รวมถึงไซโลธัญพืชของยูเครน ได้รับความเสียหายอย่างหนัก การระดมโจมตีตอบโต้กันไปมาทางอากาศ และภาคพื้นดินระหว่างยูเครนและรัสเซีย ก็ยังคงดำเนินต่อเนื่องไปทั่วยูเครนเลยนะคะ หลายพื้นที่ด้วย ส่วนการส่งความช่วยเหลือให้กับยูเครนค่ะ ของบรรดาชาติพันธมิตรยักษ์ใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นสหรัฐแล้วก็เยอรมนีนะคะ เมื่อวานนี้ ประธานาธิบดี Frank-Walter Steinmeier ของเยอรมนี แล้วก็ประธานาธิบดี Joe Biden ของสหรัฐ ประชุมร่วมกันเป็นครั้งแรก เพื่อจะหารือในประเด็นนี้ หลังการประชุมนะคะ ประธานาธิบดีเยอรมนี ออกมาแถลงว่า รัฐบาลเยอรมนี แล้วก็รัฐบาลสหรัฐ ยังคงยืนหยัดในการสนับสนุนยูเครนอย่างเต็มที่ ส่วนทางนายกรัฐมนตรี Olaf Scholz ของเยอรมนีนี่ ซึ่งประชุมร่วมกับ ประธานาธิบดี Volodymyr Zelenskyy ของยูเครนในสเปน ออกมาให้คำมั่นสัญญากับยูเครนเหมือนกันว่า จะจัดหาระบบป้องกันภัยทางอากาศ Patriot อีกชุดหนึ่งให้กับยูเครน เพื่อช่วยป้องกันการโจมตีโครงสร้างพื้นฐาน ในช่วงที่ฤดูหนาวกำลังจะเข้ามาถึง ทั้งนี้นะคะ บริษัท Rheinmetall ผู้ผลิตยานพาหนะทางทหารสัญชาติเยอรมันค่ะ และผู้ผลิตอาวุธรายใหญ่ที่สุดของเยอรมนี ประกาศว่าเวลานี้ทางบริษัท ได้รับจองคำสั่งซื้อกระสุนปืนใหญ่อีกจำนวนมาก ภายใต้ข้อตกลงกับรัฐบาลเยอรมนี เพื่อจะเติมในสต๊อกที่ลดลง นับตั้งแต่รัสเซียเปิดฉากรุกรานยูเครน และคาดว่าจะทำให้แล้วเสร็จภายในปี 2024 ซึ่งในวัน วันหนึ่งนี่นะคะ ยูเครนนี้ ใช้กระสุนไปนี่หลายพันนัด เพราะฉะนั้น ก็มีข่าวออกมาก่อนหน้านี้แล้ว ว่าพันธมิตรชาติตะวันตกนะคะ โดยเฉพาะกับในยุโรปนี่ กระสุนก็ร่อยหรอลงไปทุกที ก็เลยต้องมีการเติมนั่นเองนะคะ ไปดูความสัมพันธ์ในทะเลจีนใต้บ้างค่ะ ระหว่างฟิลิปปินส์แล้วก็จีนนะคะ ยังคงตึงเครียด ไม่มีทีท่าว่าจะเบาลงเลยนะคะ ล่าสุดนี่ มันมีเหตุการณ์ไม่กี่วันที่ผ่านมา คือจีนนี่ไปจุดชนวนความตึงเครียดขึ้นอีกครั้ง ไปส่งเรือหน่วยยามชายฝั่ง เข้าขวางเรือของฟิลิปปินส์จนเกือบหวิดจะชนกันค่ะ นี่คือภาพมุมสูงนะคะ ที่เผยให้เห็น วินาทีเรือของหน่วยยามชายฝั่งของจีน ที่เข้าปิดล้อมเรือหน่วยยามชายฝั่งของฟิลิปปินส์ และเรือขนส่งเสบียงไปให้กับทหารฟิลิปปินส์ บริเวณแนวปะการัง ซึ่งนี่เป็นพื้นที่พิพาททะเลจีนใต้ เหตุการณ์เกิดเมื่อวันพุธ ที่ 4 ตุลาคม ที่ผ่านมานะคะ โฆษกหน่วยยามชายฝั่งของฟิลิปปินส์นี่ อ้างบอกว่าในช่วงวันเกิดเหตุ เรือของหน่วยยามชายฝั่งของจีน แล่นเข้ามาใกล้ของเรือฟิลิปปินส์... แล่นเข้ามาใกล้เรือของฟิลิปปินส์ในรัศมี 1 เมตร นอกจากนี้นี่ ทาง BBC ยังรายงานด้วยว่า ผู้สื่อข่าวของ BBC นะคะ ซึ่งอยู่บนเรือยามชายฝั่งของฟิลิปปินส์ลำหนึ่ง ที่กำลังปฏิบัติภารกิจคุ้มกันเรือส่งเสบียง ได้พบเห็นเรือหน่วยยามชายฝั่งของจีนลำหนึ่ง ที่มีขนาดใหญ่กว่าเรือพาณิชย์ 2 ลำ ที่กำลังมุ่งหน้าไปยังสันดอนโธมัสที่ 2 ถึง 5 เท่า เข้าขัดขวางเส้นทางด้วย การเผชิญหน้าระหว่างฟิลิปปินส์และจีนค่ะ กินเวลานานหลายชั่วโมง ขณะที่ทางการฟิลิปปินส์นะคะ ออกมาประณามจีนที่เข้าสกัด ภารกิจของเรือ 4 ลำนี้ โดยย้ำว่าการกระทำของจีนนี่ อาจจะนำไปสู่ความเข้าใจผิด แล้วก็เป็นอันตราย ความตึงเครียดระหว่างฟิลิปปินส์ และจีนยังคงพุ่งสูง หลังจากเมื่อเดือนที่แล้วนะคะ หน่วยยามชายฝั่งของฟิลิปปินส์ ได้เปิดปฏิบัติการพิเศษ รื้อถอนแนวกั้นลอยน้ำของจีน บริเวณสันดอนสการ์โบโรห์ ซึ่งเป็นพื้นที่พิพาทอีกจุดหนึ่งในทะเลจีนใต้ เพื่อจะเปิดทางให้เรือประมงของตนเอง เข้าไปยังพื้นที่ดังกล่าวค่ะ คุณผู้ชมคะ หลังจากเหตุวินาศกรรม 9/11 ที่เกิดขึ้นนะคะ จนทำให้สหรัฐ ณ เวลานั้น ต้องประกาศสงครามกับการก่อการร้ายค่ะ แล้วจากนั้นไม่นานนะคะ วันนี้ค่ะ ถือได้ว่าเป็นวันที่ครบรอบ 22 ปี ที่สหรัฐนี่ ส่งกำลังทหารเข้าไปบุกอัฟกานิสถาน เราจะย้อนกลับไปดูเหตุการณ์นั้นอีกครั้ง ใน BITE-SIZE HISTORY ค่ะ [เสียงดนตรี] (บรรยาย) วันที่ 7 ตุลาคม ปี 2001 สหรัฐอเมริกาได้เริ่มต้นปฏิบัติการปราบปราม กลุ่มก่อการร้ายในอัฟกานิสถาน ด้วยการส่งเครื่องบินรบเป้าหมายทางยุทธศาสตร์ ในกรุงคาบูลและจังหวัดต่าง ๆ ตามด้วยปฏิบัติการของภาคพื้นดิน ซึ่งสามารถกำราบกลุ่มตาลีบัน ได้ภายในไม่กี่สัปดาห์ โดยมีพันธมิตรอย่างสหราชอาณาจักรออสเตรเลีย เครือจักรภพและพันธมิตรฝ่ายเหนือ ซึ่งเป็นกลุ่มติดอาวุธที่ต่อสู้กับกลุ่มตาลีบัน มาอย่างยาวนานเข้าร่วมสนับสนุน เป้าหมายของสหรัฐ คือการทำลายกลุ่มก่อการร้ายอัลเคดา เชื่อว่าอยู่เบื้องหลังเหตุวินาศกรรม เมื่อวันที่ 11 กันยายนของ ปีเดียวกัน และยุติการใช้อัฟกานิสถานเป็นฐานปฏิบัติการ รวมถึงโค่นล้มรัฐบาลตาลีบัน แต่แม้จะทำได้ตามเป้าหมาย สหรัฐยังต้องคงทหาร ไว้ในอัฟกานิสถานนานถึง 20 ปี เพื่อรักษาเสถียรภาพและความมั่นคง โดยได้ถอนกำลังทั้งหมดในเดือนสิงหาคม ปี 2021 เปิดทางให้กลุ่มตาลีบัน กลับมามีอำนาจการปกครองประเทศได้ตามเดิม [เสียงดนตรี] (คุณตรีชฎา) ช่วงนี้เราพักกันก่อนสักครู่นะคะคุณผู้ชม ช่วงหน้าจะพาไปดู การเปิดตัวของรถไฟความเร็วสูง ประเทศเพื่อนบ้านเราใน ASEAN นี่ค่ะ นี่คือหน้าตาของรถไฟความเร็วสูง ในอินโดนีเซีย คือเขาได้รับทุนมาจากจีนนะคะ ที่มาช่วยสร้างและปรากฏว่า ต่อจากนี้นะคะ ถ้าไปเที่ยวอินโดนีเซีย จาการ์ตาไปเมืองบันดุงนี่ 2 เมืองใหญ่ จาก 3 ชั่วโมงกว่า ๆ จนเหลือแค่ชั่วโมงเดียวเท่านั้น เดี๋ยวกลับมาดูหน้าตาเต็ม ๆ สักครู่ค่ะ [เสียงดนตรี] [เสียงโฆษณา] (คุณตรีชฎา) คุณผู้ชมคะ ต่อเนื่องจากโครงการริเริ่ม แถบและเส้นทาง หรืออีกชื่อหนึ่งว่า One Belt One Road 1 แถบ 1 เส้นทางของจีน ล่าสุดนะคะ เรามีรถไฟความเร็วสูงสายแรกของ ASEAN หรือภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เรียบร้อยแล้ว เปิดตัวมานะคะ ที่อินโดนีเซียค่ะ รถไฟความเร็วสูงที่ว่านี้นะคะ หรืออีกชื่อหนึ่งว่ารถไฟหัวกระสุน คือย่นระยะเวลาอย่างมากนะคะ คือปกติแล้วในอินโดนีเซียนี่นะคะ จะมี 2 เมืองใหญ่ ก็คือกรุงจาการ์ตาที่เป็นเมืองหลวง กับเมืองบันดุงใช่ไหมคะ ปกตินี่ ถ้าจะต้องโดยสาร 2 เมืองนี้นี่ จะใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมงกว่า ๆ แต่พอมีรถไฟหัวกระสุนหรือรถไฟความเร็วสูงนี้ ใช้เวลาแค่เพียงชั่วโมงหนึ่ง ก็ถึงแล้วค่ะ นี่คือโฉมหน้าของรถไฟความเร็วสูง ที่ชื่อว่า "Whoosh" ค่ะ วิ่งเชื่อมระหว่างกรุงจาการ์ตา เมืองหลวงของอินโดนีเซีย และเมืองบันดุง ซึ่งเป็นเมืองที่มีขนาดใหญ่ เป็นอันดับที่ 4 ของอินโดนีเซีย แล้วก็เป็นเมืองหลวง ของจังหวัดชวาตะวันตกนะคะ ชื่อของรถไฟขบวนนี้ Whoosh นี่ แรงบันดาลใจมาจากเสียงค่ะ เสียงของรถไฟที่วิ่งเร็วนะคะ และสะท้อนความทันสมัย ของระบบขนส่งของอินโดนีเซีย ที่มีประสิทธิภาพที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมด้วย และบูรณาการ เข้ากับการขนส่งสาธารณะรูปแบบอื่น ๆ นอกจากนี้นี่นะคะ คำว่า "Whoosh" มาจากภาษาอินเดีย... ขออภัยค่ะ มาจากภาษาอินโดนีเซียว่า Vaktu Herman Operasi Optimal, Sistem Handal ซึ่งแปลว่า ประหยัดเวลา ดำเนินงานได้เหมาะสมที่สุด และระบบที่เชื่อถือได้ ต้องบอกว่ารถไฟความเร็วสูงสายนี้ซึ่งมี 8 ขบวน แล้วสามารถจุผู้โดยสารได้ 601 คน จะพาผู้โดยสารวิ่งข้ามระหว่างเมืองหลวง ของอินโดนีเซียและเมืองบันดุงนะคะ ซึ่งก็เป็นเมืองใหญ่อีกเมือง ด้วยระยะทาง คือ 140 กิโลเมตร ภายในเวลาตอนแรกว่า 1 ชั่วโมงนี่ ไป ๆ มา ๆ นี่ไม่ถึงนะคะ ประมาณ... ตีไปประมาณ 40 นาที จากเดิมอย่างที่บอกไปว่าสองเมืองนี้ ต้องใช้เวลาอย่างก่อนหน้านี้ 3 ชั่วโมง นี่ย่นลงมาเหลือไม่ถึงชั่วโมง ประธานาธิบดี Joko Widodo ค่ะ ซึ่งได้นั่งรถไฟความเร็วสูง Whoosh เพื่อเป็นประธานในพิธีเปิดไปเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา พร้อมกับ Iriana widodo สุภาพสตรีหมายเลข 1 บอกว่ารถไฟความเร็วสูงสายนี้ สามารถวิ่งทำความเร็วได้สูงถึง 300 กิโลเมตรต่อชั่วโมง นอกจากจะเป็นรถไฟความเร็วสูงสายแรก ในอินโดนีเซียแล้ว ก็ยังเป็นรถไฟความเร็วสูงสายแรก ใน ASEAN ด้วยค่ะ (นายโจโก) [ภาษาต่างประเทศ] (คุณตรีชฎา) แต่จริง ๆ แล้วนี่ การเปิดตัวรถไฟความเร็วสูงของอินโดนีเซีย ล่าช้ากว่ากำหนดถึง 4 ปีนะคะ เนื่องมาจากว่ามีอุปสรรคมากมาย Ruud Bajingan ค่ะ รัฐมนตรีอาวุโสที่ดูแล Project นี้ เล่าให้ฟังบอกว่าปัญหาและความท้าทาย เกิดขึ้นในขั้นตอนการก่อสร้าง ซึ่งมันเป็นปัญหาขั้นพื้นฐาน อย่างเรื่องปัญหาการจัดสรรที่ดิน ที่ใช้ในการก่อสร้างทางรถไฟ การประสานงานที่ไม่เพียงพอ ตลอดจนความยากลำบากในการระดมทุน ในช่วงการระบาดของ COVID-19 แต่สุดท้ายก็พิสูจน์ให้เห็นแล้ว ว่าโครงการนี้สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี จากความร่วมมือของหลายฝ่าย ตั้งแต่รัฐบาลกลาง รัฐบาลท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ ภาคเอกชน และภาครัฐ ตลอดจนผู้ที่ให้ทุนสนับสนุน ก็คือรัฐบาลจีนค่ะ แล้วก็อีกหลายบริษัทที่เกี่ยวข้อง ขณะที่รถไฟความเร็วสูงขบวนนี้นะคะ จะเปิดให้ประชาชนทดลองนั่งฟรี จนถึงกลางเดือนตุลาคมนี้ ก่อนจะเริ่มเก็บเงินค่าโดยสาร แม้ว่าจะยังไม่ได้สรุปราคาค่าโดยสารแน่ชัด แต่ว่ารถไฟความเร็วสูงสายนี้ มาลองดูนะคะ ว่าเป็นอย่างไร มีที่นั่ง 3 ประเภทค่ะ คือชั้น 1 ชั้น 2 แล้วก็ VIP มีสิ่งอำนวยความสะดวก และการให้บริการที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งตรงนี้แน่นอนนะคะ ว่าแต่ละชั้น ก็จะมีราคาที่แตกต่างกันเล็กน้อย ในเบื้องต้นนี่ คาดการณ์แบบนี้ ว่าค่าโดยสารจากกรุงจาการ์ตาไปยังเมืองบันดุง ซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยว แบบที่นั่งชั้น 2 ซึ่งมีราคาถูกที่สุด จะอยู่ที่ประมาณ 250,000 รูเปีย หรือประมาณ 595 บาท ต่อคนต่อเที่ยว ส่วนที่นั่งชั้น First-Class หรือว่าชั้น 1 ก็จะกว้างขวางมากขึ้น มีช่องเก็บสัมภาระ ที่วางเท้า มีบริการ WiFi บนรถไฟ แล้วก็ชาร์จ USB สำหรับผู้โดยสารทุกคน ราคาจะอยู่ที่ 300,000 รูเปียอินโดนีเซีย หรือประมาณ 714 บาทต่อเที่ยว ขณะที่ที่นั่ง VIP ค่ะ ราคาจะอยู่ที่ 350,000 รูเปียอินโดนีเซีย หรือ 383 บาท ต่อผู้โดยสาร 1 คน และต่อเที่ยว นี่ถือว่าเป็นรถไฟความเร็วสูงสายแรกในประเทศ และในอาเซียนนะคะ ถามคนอินโดนีเซียบ้างดีกว่าว่าเขารู้สึกอย่างไร รายงานข่าวบอก ว่าคนอินโดนีเซียตื่นเต้นดีใจ แต่ก็แสดงความเห็นแตกต่างกันออกไปค่ะ อย่างคนที่อาศัยอยู่ใกล้กับกรุงจาการ์ตา บอกว่าก็คิดว่าสะดวกมาก ๆ เพราะว่าครอบครัวของเธอ แล้วก็เพื่อน ๆ ของเธออยู่ที่บันดุง การมีรถไฟความเร็วสูง ก็ทำให้เธอสามารถใช้บริการรถไฟสายนี้ กลับบ้านไปหาครอบครัวและเพื่อน ๆ ได้บ่อยขึ้น แต่ก็มีเสียงจากคนอินโดนีเซียบางส่วนนะคะ ที่บอกว่าตั๋วมันแพงเกินไป สำหรับพวกเขาแล้วตอนนี้ ถ้าเปิดให้นั่งฟรี ยาวไปจนถึงกลางเดือนตุลาก็ไปใช้บริการ แต่หลังจากที่ไม่ฟรีแล้ว ในแง่ของราคาถ้าเลือกได้ ก็ยังคงชอบการโดยสารโดยใช้รถบัส เพื่อจะเดินทางไปยังเมืองบันดุงอยู่ดีนะคะ โครงการรถไฟความเร็วสูงสายนี้นี่ ถูกตั้งคำถามมากมาย ถึงผลกระทบทางเศรษฐกิจด้วยค่ะ แล้วก็ความคุ้มค่าในการดำเนินการ เนื่องมาจากว่าโครงการมูลค่าสูงมากนะคะ สูงถึง 7,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว ๆ 268,000 ล้านบาท ตัวแทนจาก Kereta Cepat Indonesia-China หรือว่า KCIC ซึ่งเป็นกลุ่มร่วมทุน ระหว่างรัฐวิสาหกิจอินโดนีเซีย 4 แห่ง กับบริษัท China Railway International ของจีน เปิดเผยกับสำนักข่าว Nikkei Asia นะคะ ว่าในอนาคตเส้นทางรถไฟสายนี้ จะสร้างผลประโยชน์มหาศาลให้กับอินโดนีเซีย เพราะว่าแน่นอนนะคะ ว่าเวลาความสะดวกสบายมันไปถึงแล้วนี่ ก็จะมีการพัฒนาพื้นที่รอบข้าง ในเชิงพาณิชย์ เช่น มีโรงแรม มีห้างสรรพสินค้าตามสถานีรถไฟสายนี้ ซึ่งตอนนี้นะคะ มีสถานีในกรุงจาการ์ตา เริ่มพัฒนาพื้นที่แล้ว เช่นเดียวกับปลายทางอย่างบันดุงค่ะ ซึ่งเป็นที่รู้จักในฐานะพื้นที่ท่อง... ท่องเที่ยวด้านอาหาร แล้วก็อุตสาหกรรมเชิงกลยุทธ์ ก็จะมีนักท่องเที่ยว นักธุรกิจเข้าออกเมืองมากขึ้น เนื่องมาจากว่าสะดวกสบายมาก 40 นาทีก็ถึงแล้ว แต่ว่าหลายฝ่ายก็ยังตั้งคำถาม เกี่ยวกับผลกระทบทางเศรษฐกิจ อย่างน้อยก็ในตอนนี้นะคะ Piter Abdullah กรรมการบริหาร ของสถาบันวิจัย Segara ในกรุงจาการ์ตา ชี้ว่า ณ ตอนนี้สิ่งที่ได้ คือ ความภาคภูมิใจให้กับประเทศ เพราะว่ามันเป็นรถไฟความเร็วสูง สายแรกเลยในกลุ่มประเทศอาเซียน ที่เปิดตัวที่อินโดนีเซีย แต่ในแง่ของผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจ เขาประเมินบอกว่ารถไฟความเร็วสูงสายนี้ จะไม่ส่งผลใด ๆ ต่อระบบเศรษฐกิจ ของอินโดนีเซียอย่างมีนัยสำคัญ เพราะว่าผู้คนนี่ ก็ยังคงจะใช้รถยนต์ส่วนตัว เพื่อเดินทางไปเยือนกรุง... ไปเยือนเมืองบันดุง เนื่องมาจากว่าที่นั่นยังขาดแคลน ระบบขนส่งสาธารณะที่เชื่อถือได้ นอกจากนี้นี่ เขาก็ย้ำว่ารถไฟความเร็วสูง จะส่งผลลัพธ์ในเชิงเศรษฐกิจอย่างมีนัยสำคัญ ก็ต่อเมื่อเชื่อมต่อไปยังเมืองซูราบายา ซึ่งเป็นเมืองใหญ่อันดับ 2 ของประเทศ แล้วก็เป็นเมืองหลวงของจังหวัดชวาตะวันออก ซึ่งซูราบายานี่ อยู่ห่างจากจาการ์ตา ไปประมาณ 700 กิโลเมตรเลย แล้วอินโดนีเซียถามตรงนี้ ว่ามีแผนจะขยายเส้นทางรถไฟความเร็วสูง ในอนาคตหรือไม่ ประธานาธิบดี Joko Widodo นะคะ บอกว่าตัวเขาก็หวัง ว่าจะมีการขยายเส้นทางรถไฟไปยังเมืองใหญ่ ๆ อย่างเช่น เมืองเคอร์ตาจาติ เมืองยอกยาการ์ตา เมืองโซโล แล้วก็ซูราบายา เป็นต้น โดยตอนนี้นี่นะคะ รัฐมนตรีอาวุโส ที่ดูแล Project รถไฟความเร็วสูง อย่าง Ruud bajingan นี่ บอกว่าประธานาธิบดี Joko Widodo นี่ ให้ตัวเขาไปศึกษาเส้นทางรถไฟ ไปซูราบายาแล้วนะคะ แล้วบอกด้วย ว่ารัฐบาลจีนเองก็ยินดีอย่างมาก ถ้าสามารถเข้ามามีส่วนร่วมใน Project ขยายเส้นทางรถไฟความเร็วสูงนี้ในอนาคตค่ะ และช่วงรอบสัปดาห์ที่เกิดขึ้น มีข่าวอะไรน่าสนใจบ้าง ติดตาม Week In Review ค่ะ [เสียงดนตรี] (บรรยาย) รถบัสบรรทุกนักท่องเที่ยว 39 คน ชนราวกั้นตกสะพานสูงเกือบ 15 เมตร ก่อนเกิดไฟลุกไหม้ในเขตเมสเตร ของเมืองเวนิสเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต อย่างน้อย 21 คน ซึ่งมีเด็กรวมอยู่ด้วย ด้านทางการอิตาลี ยังพยายามยืนยันตัวตนผู้เสียชีวิตจากตัวอย่าง DNA เนื่องจากหลายคน ไม่ได้นำเอกสารแสดงตนติดตัวมาด้วย ขณะที่เบื้องต้นยังไม่สามารถสรุปสาเหตุ ของอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นได้ บังกลาเทศกำลังเผชิญ กับการระบาดของโรคไข้เลือดออก ครั้งเลวร้ายที่สุดเป็นประวัติการณ์ โดยในปีนี้หลังจากผ่านมาเพียง 9 เดือน พบผู้เสียชีวิตที่เกี่ยวข้องกับไข้เลือดออกแล้ว มากกว่า 1,000 คน สูงกว่าปีที่แล้วกว่า 4 เท่า ขณะที่โรงพยาบาลกำลังพยายามอย่างหนัก เพื่อรับมือกับจำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง นักวิจัยพบโลมาในทะเลสาบเตเฟ ในป่าแอมะซอนของบราซิล ตายมากกว่า 100 ตัว ในช่วงหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังอุณหภูมิน้ำบางจุดสูงกว่า 39 องศาเซลเซียส เชื่อว่าสาเหตุมาจากอุณหภูมิน้ำในทะเลสาบ ที่สูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ และภาวะแล้งอย่างไม่เคยมีมาก่อนในป่าแอมะซอน [เสียงดนตรี] (คุณตรีชฎา) ช่วงนี้พักกันก่อนสักครู่ค่ะคุณผู้ชม ช่วงหน้ากลับมาดูประเทศหนึ่ง ที่มีความก้าวหน้าเรื่องของเทคโนโลยี แล้วก็เป็นหนึ่งในประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ 7 ชาตินะคะ หรือว่า G7 แต่สิ่งหนึ่งที่ยังก้าวข้ามไม่พ้นสักที ก็คือเรื่องความเท่าเทียมกันทางเพศในสังคม โดยเฉพาะกับล่าสุดค่ะ กลุ่ม LGBTQ+ ที่เขาบอกว่า เขาอยู่ในญี่ปุ่นก็เหมือนอากาศธาตุ แล้วก็ต้องอยู่แบบหลบ ๆ ซ่อน ๆ เดี๋ยวกลับมาสักครู่ค่ะ [เสียงดนตรี] [เสียงโฆษณา] (คุณตรีชฎา) คู่อย่างของอากิแล้วก็ฮิการินะคะ คู่รักหญิงรักหญิงชาวญี่ปุ่น ที่ออกมาบอกเล่าเรื่องราวชีวิตกับสำนักข่าว BBC เธอบอกว่าเธอเล่าให้ฟังสั้น ๆ แบบนี้ เธอบอกเธอไปหาบ้านเช่า เพื่อจะอยู่ด้วยกัน แต่คำตอบที่เธอได้รับจากเจ้าของบ้านเช่า คือ บ้านเช่านี้นี่ มันสำหรับคู่รักเท่านั้น เธอก็ตอบกลับไป ว่าพวกเธอนี่ไงคือคู่รักกัน ก่อนที่ผู้ให้เช่าจะอธิบายเพิ่มเติม ว่าคู่รักในที่นี้หมายถึงหญิงกับชาย อากิกับฮิการิค่ะ คบกันมามากกว่า 7 ปีแล้ว 30 กว่า ๆ ทั้งคู่ และเป็นคุณแม่ที่ดูแลลูกชายตัวน้อย คืออากินี่ เธอมีลูกและเธอคลอดลูกนะคะ แล้วก็ไปเจอกับฮิการิ ทั้ง 2 ก็สลับบทบาทกันเป็นแม่ค่ะ ทั้งเปลี่ยนผ้าอ้อม ป้อนนมกันไป แต่ทว่าในความเป็นจริง ถ้าพูดถึงท่าทีของรัฐบาลและสังคม ที่มีแนวคิดอนุรักษนิยมของญี่ปุ่น พวกเธอทั้งคู่ไม่ใช่คู่รักที่ถูกต้องตามกฎหมาย แม้จะมีเพื่อนเพื่อนที่คอยให้กำลังใจ