(คุณทิวาพร) ชายอีกครั้งหนึ่ง ที่เขาล้มลงไปกับพื้นแล้วนี่นะคะ ซ้ำอีกด้วย นี่ค่ะ ตัวเองก็ผู้ที่ก่อเหตุก็เดินขึ้นรถกระบะไปนะคะ แต่ว่ายังวกกลับมาที่พี่ชายอีกครั้งหนึ่ง ก่อนที่แม่จะออกมาจากในบ้าน จนผู้ก่อเหตุก็ขับรถหนีไปได้ค่ะ เบื้องต้นทางตำรวจก็คาดว่าสาเหตุ น่าจะมาจากความที่ไม่พอใจกันในหมู่ญาติ ผู้ที่ก่อเหตุนี่ เดินทางกลับมา จากจังหวัดนราธิวาสนะคะ กลับมาร่วมงาน เป็นงานบุญ งานบุญเดือนสิบที่บ้านภรรยาค่ะ แต่ว่าตอนที่กลับมานี่ ก็มีปากเสียงกับทางด้านผู้ตาย พอตกค่ำในวันนั้นแหละ ก็ขับรถมาแล้วก็จ่อยิงแบบนี้ จนกระทั่งหลบหนีไปน่ะค่ะ ล่าสุดทางผู้ก่อเหตุขับรถหนีไป ผ่านทางอำเภอปากพะยูน จังหวัดพัทลุง แล้วก็ไปยังเส้นทางสิงห์นคร อำเภอเมือง จังหวัดสงขลานะคะ คาดว่าจะหนีกลับไปที่จังหวัดนราธิวาสนั่นแหละค่ะ โดยทางชุดสืบสวน ทางตำรวจภูธร จังหวัดพัทลุง ก็ประสานไปแล้วนะคะ ที่จังหวัดสงขลา เดี๋ยวตั้งด่านสกัดจับด้วยนะคะ แต่ว่าจนถึงขณะนี้ ยังไม่สามารถจับกุมตัวได้ค่ะ พี่น้องประชาชนก็ระมัดระวังกันด้วยนะคะ ไปต่อกันที่เชียงใหม่หน่อยค่ะ มีเหตุการณ์สะเทือนขวัญเช่นเดียวกัน อันนี้พบเป็นศพแล้วนะคะ ก็คือผู้หญิงวัย 63 ปี ลักษณะนี่คล้ายกับการถูกฆาตกรรม แล้วถูกจุดไฟเผาค่ะ เหตุการณ์เกิดขึ้นในหมู่... ในบ้านพักหลังหนึ่งนะคะ เนื้อที่ประมาณหนึ่งไร่ ในพื้นที่ริมใต้ อำเภอแม่ริม ไปตรวจสอบค่ะ เป็นศพของนางยุพิน พงษ์จำรัส อายุ 63 ปีนะคะ เธอเสีย อยู่ที่สวนค่ะ ห่างจากบ้านไปประมาณ 5 เมตร สภาพศพ คุณผู้ชมถูกเผานะคะ คือไหม้เกรียมแล้วค่ะ เหลือเพียงร่างส่วนบน ใกล้กันก็มีตะกร้าผ้าแล้วก็เสื้อผ้าบางส่วน ตรวจสอบที่บ้าน ประตูบ้านด้านหน้าถูกล็อกเอาไว้นะคะ ในห้องครัวนี่ มีแก้ว แล้วก็มีร่องรอยการชงกาแฟ ลักษณะยังดื่มไม่หมดเลยค่ะ ส่วนในตัวบ้านนี่ ก็ไม่ได้มีร่องรอยการต่อสู้ หรือว่ารื้อค้นทรัพย์สิน แต่พบเป็นร่องรอย ตะกร้าผ้ากระจัดกระจายอยู่ที่ประตูหลังบ้านนะคะ แล้วก็ใกล้กันกับจุดที่พบศพเลย เจ้าหน้าที่ก็เก็บหลักฐาน ทั้งในที่เกิดเหตุ แล้วก็กล้องวงจรปิด ด้านหน้าบ้านเอาไปตรวจสอบเพิ่มเติมค่ะ ทางด้านญาตินี่นะคะ ก็ออกมาบอกค่ะ บอกว่าผู้ตายค่ะ เคยทำงานเป็นลูกจ้าง ที่โรงพยาบาลตำรวจ ค่ายดารารัศมี อำเภอแม่ริม แล้วก็เกษียณมาแล้วเมื่อ 3 ปีที่แล้ว ส่วนลูกชายแล้วก็ลูกสาวก็ไปทำงานอยู่ต่างจังหวัด ด้านสามีเองก็เสียชีวิตแล้วนี่นะคะ ปกติแล้วผู้... ผู้ตายนี่ เขาเป็นคนที่ชอบทำบุญ แล้วก็เป็นที่รักของเพื่อน ๆ ก่อนที่จะมาเสียชีวิตวันที่ 10 ตุลาคมที่ผ่านมา ก็เพิ่งที่จะได้เงินปันผล จากทางสหกรณ์หลักแสนบาทได้ แล้วก็บอกว่าเดี๋ยวจะโอนเงิน มาใช้หนี้ให้กับญาตินะ เป็นเงินจำนวน 10,000 บาท ก็ยังคุยกันเล่นๆ อยู่เลย ญาติบอกนะคะ บอกว่านี่ยังคุยกันอยู่เลย บอกว่าเดี๋ยวจะแจกเงินให้กับเพื่อน ๆ ด้วย ผู้ตายก็บอกแบบนี้ค่ะ จนวัน... จนมาถึงวันที่สิบสองตุลาคม ก็ขาดการติดต่อกับลูกชายไป ลูกชายทำงานอยู่ที่จังหวัดปราจีนบุรีนะคะ ปกติแล้ว ก็จะดูกล้องวงจรปิด ผ่านทาง Smart Phone อยู่เป็นประจำว่าคุณแม่ทำอะไร อยู่ตรงไหน ทีนี้ไม่เห็นคุณแม่ ก็เลยรู้สึกว่ากังวลใจค่ะ เป็นห่วง ไม่เห็นแม่มา 2 วันแล้ว เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่า ก็เลยแจ้งบอกญาติ ญาติที่เข้ามาดูหน่อยนะคะ ว่าทางคุณแม่นี่ เป็นอะไรบ้าง เดี๋ยวลองฟังเสียงทางญาติดูนะคะ (คุณทิวาพร) คุณผู้ชมในเบื้องต้นทางตำรวจนี่ ส่งศพชันสูตรทางนิติเวช ที่โรงพยาบาลนครพิงค์แล้วนะคะ เพื่อที่จะหาสาเหตุการเสียชีวิตกันต่อไป โดยตอนนี้มีการตั้งประเด็นค่ะ ทั้งฆ่าชิงทรัพย์หรือว่าฆ่าตัวตาย เพราะว่ามีข้อมูลว่าจดหมายที่ผู้ตายนี่ ระบายเรื่องของความอัดอั้นว่าถูกหลอกไปลงทุน แล้วก็ในโทรศัพท์ของผู้ตายเอง ก็ยังพบว่ามีการโอนเงิน ไปลงทุนอยู่หลายครั้งนะคะ ครั้งละหลายแสน จำนวนนี่ ก็หลายครั้งอยู่กว่าที่เป็นหลายแสน ในขณะที่ทางตำรวจก็เร่งสอบปากคำเพื่อนบ้าน แล้วก็ตรวจสอบกล้องวงจรปิด เพื่อที่จะเร่งคลี่คลายคดีด้วยนะคะ หาสาเหตุกันต่อนะคะ เรื่องของการเสียชีวิต ว่าเสียชีวิตเกิดจากอะไรกันแน่ค่ะ (คุณภิญญดา) เพราะว่าถ้าดูทั้ง 2 ปมนี้ ค่อนข้างจะขัดแย้งกันนะคะ (คุณทิวาพร) เดี๋ยวรอติดตามความจริงนะคะ ตำรวจกำลังเร่งพิสูจน์ความจริงอยู่ค่ะ แต่ตอนนี้ก็ต้องรอความจริงเหมือนกัน เพราะว่าเหตุผลกลใด กล้วยทอดร้านนี้มันอร่อยขนาดไหน ดราม่าล่าสุดในโลกออนไลน์คุณผู้ชมคะ รถพยาบาลนาทีชีวิตผู้ป่วยนะคะ มีผู้ป่วยอยู่หลังรถ แต่ว่าไปแวะซื้อกล้วยทอดคุณผู้ชม ลูกสาวผู้ป่วยบอกแบบนี้ไม่ได้นะคะ ก็เลยมีการไปต่อว่าต่อขานกัน แล้วก็อัดคลิป โพสต์คลิปด้วยคุณผู้ชม เดี๋ยวเรากลับมาดูนะคะ ว่าตอนการสอบสวนข้อเท็จจริง ไปถึงไหนแล้วค่ะ เดี๋ยวกลับมาด้วยกันค่ะ [เสียงดนตรี] [เสียงโฆษณา] [เสียงดนตรี] (คุณทิวาพร) คุณผู้ชมคะ มาติดตามดราม่าล่าสุด ในโลกออนไลน์กันนะคะ เป็นที่ถกเถียงกัน แต่ว่าส่วนใหญ่ก็เป็นเอกฉันท์นะ ว่าเป็นสิ่งที่ไม่สมควรทำ แต่ตอนนี่ทางโรงพยาบาล เขากำลังตรวจสอบข้อเท็จจริงอยู่นะคะ เรากำลังพูดถึงกรณีที่มีผู้หญิงคนหนึ่งค่ะ เธอโพสต์คลิป แล้วก็ต่อว่าต่อขานนะคะ เจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ที่ไปรับคุณพ่อเธอนี่ เอารถพยาบาลไปรับพ่อเธอ แน่นอนป่วยนะคะ ป่วยฉุกเฉินนะคะ จึงต้องเรียกรถพยาบาลมารับ แต่ก่อนถึงโรงพยาบาลค่ะคุณผู้ชม มีการจอดแวะนะคะ ไม่ได้แวะเติมน้ำมัน แวะซื้อกล้วยทอด คือญาติพอรู้เรื่องกันนี่ ก็พากันอารมณ์ขึ้นน่ะนะคะ ว่า เห้ย คุณทำอย่างนี้ได้อย่างไรนะคะ จรรยาบรรณอยู่ที่ไหนคุณผู้ชม คนป่วยนี่ วินาทีชีวิตเขา เขาอยู่กับคุณน่ะ ขึ้นอยู่กับคุณนะคะ ตอนนี้ก็กำลังตั้งกรรมการ ตรวจสอบข้อเท็จจริงกันอยู่ เราย้อนไปดูคลิปเหตุการณ์ ที่เธอนำมาเผยแพร่ก่อนค่ะ ตอนนี้คนไข้อยู่โรงพยาบาล ใช่ใจค่ะ (คุณทิวาพร) นี่คือความคับแค้นใจของลูกสาวนะคะ คุณผู้ชมคือเป็นห่วงคุณพ่อก็เป็นห่วง โกรธก็โกรธ เธอบอกตอนแรกนี่ พอรถชะลอจอดนะ ใจเธอยังคิดเลยนะว่า ข้างหน้าถนนเป็นหลุมเป็นบ่อหรือเปล่า มีอุบัติเหตุอะไรเกิดขึ้นรึเปล่า แต่ที่ไหนได้ แวะเอากล้วยทอดคุณผู้ชม เธอก็เอาคลิปนี้นะคะ มาโพสต์เลยบอกว่า เหตุการณ์นี่เกิดขึ้นที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ในพื้นที่นครนายกนะคะ ตัวเธอนี่ก็มาสอบถามแหละ ก็มาต่อว่านั่นแหละนะ จอดทำไมนะคะ พี่จอดทำไม ฝั่งของทางโรงพยาบาลนี่ ๆ พี่คนนี้ ไม่แน่ใจคนขับหรือเปล่า พยักหน้าอย่างเดียวเลย รับฟัง รับฟัง พยักหน้า พยักหน้านะคะ โดยลูกสาวคนป่วยนี่ บอกว่าวันเกิดเหตุคุณพ่อไม่สบายค่ะ ก็เลยให้น้องนี่ โทรหากู้ภัย 1669 รถพยาบาลคันนี้แหละก็มารับ ตอนนั้นคุณพ่ออาการหนักแล้วนะคะ แต่ระหว่างทางค่ะ ที่รถพยาบาลนำตัวคุณพ่อมาส่งโรงพยาบาลนี่ หลานชายที่อยู่บนรถนี่ เล่าเหตุการณ์บอกว่าขับช้าๆ ชะลอดูต้นไม้ ชมวิว ได้ยินคนบนรถคุยกันว่า ต้นไม้สวยดีนะ ซึ่งตรงนั้นนี่ เป็นต้นไม้บริเวณปากซอยบ้านนะคะ ในขณะที่คนป่วยนี่อยู่ขั้นวิกฤติ นอนรออยู่ในรถ ไม่หมดแค่นั้นค่ะ อันนี่สุดๆ นะคะ บอกว่ามีการจอดแวะเอากล้วยทอด ระหว่างทางก่อนถึงโรงพยาบาลอีก หลานชายก็เอามาเล่าให้ฟังค่ะ เธอก็เลยมาทวงถามความเป็นจริง แล้วก็ขอความเป็นธรรม กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วยค่ะ นี่นะคะ สำหรับลูกสาวผู้ป่วยก็โพสต์คลิป แล้วก็ทวงถาม ทางเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลถึงสาเหตุ ว่า เอ๊ะ ทำไม แวะซื้อกล้วยทอดระหว่างทางทำไม ก็ทางโรงพยาบาลนครนายก ก็มี Comment นะคะ ชี้แจงออกมาแล้วคุณผู้ชม บอกเบื้องต้นทางผู้บริหารโรงพยาบาลนครนายก ได้รับทราบข้อมูลที่ปรากฏอยู่ในคลิปวิดีโอแล้ว ทางโรงพยาบาลนครนายกไม่ได้นิ่งนอนใจ และไม่สบายใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ขอเรียนให้ทราบว่าเรื่องที่เกิดขึ้น ระหว่างการสอบสวนข้อเท็จจริง ในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ ผู้ให้บริการจากเหตุการณ์ในครั้งนี้นะคะ แล้วก็ยังบอกด้วยว่าที่ผ่านมา ทางโรงพยาบาลได้มีการฝึกอบรม ทางด้านจริยธรรมวิชาชีพการให้บริการ อย่างเข้มงวดอย่างสม่ำเสมอ และขอเรียนให้ทราบว่าขณะนี้ผู้ป่วย อยู่ในความดูแลของแพทย์และพยาบาล รายงานจากผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการ เพื่อวินิจฉัยโรค ไม่พบภาวะหัวใจขาดเลือด อาการทั่วไปคงที่ขณะนี้ให้ผู้ป่วยพักรักษาตัว ที่โรงพยาบาลเพื่อสังเกตอาการต่อไปค่ะ ตอนนี้ทางโรงพยาบาลนครนายกเตรียมการนะคะ ตั้งคณะกรรมการสอบสวน แล้วก็เดี๋ยวจะมีการนัดผู้สื่อข่าวค่ะ แถลงถึงเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในวันพรุ่งนี้นะคะ เวลาบ่ายโมงนะคะ เดี๋ยวรอฟังจากทางโรงพยาบาลด้วย แล้วก็นี่คนขับรถนี่ว่าแวะทำไมนะคะ ทำไมแบบไปส่งเขาให้เสร็จก่อน แล้วคุณออกมากินกันไม่ได้เหรอ มันต้อง... มันต้องเอาเดี๋ยวนั้น เอาตอนนั้นเลยหรือนะคะ เดี๋ยวรอฟังแถลงข่าวพรุ่งนี้ค่ะ จากโรงพยาบาลไปกันต่อที่ร้านหมูกระทะค่ะ หลาย ๆ ร้านเขาก็จะมีจุดเด่น เอกลักษณ์อะไรแตกต่างกันออกไป บางร้านก็จะมีพนักงานที่คอยให้บริการ ล่าสุดเกิดเรื่องร้อน ๆ ที่ร้านหมูกระทะนะคะ เพราะว่ามีสาวกัปตันร้านหมูกระทะ คนหนึ่งนี่ ออกมาร้องเรียนบอกว่า ถูกทางภรรยาของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เข้ามาทำร้ายร่างกาย เพราะว่าเข้าใจผิดว่าตัวเธอเองนี่ เป็นชู้กับทางด้านสามี ที่มากินที่ร้านหมูกระทะนี่ล่ะค่ะ จนนี่ค่ะ คุณผู้ชมภาพจากกล้องวงจรปิด ก็จะเห็นว่ามีการทำร้ายร่างกายกันเกิดขึ้น ตัวเธอบอกว่าเธอไม่ได้รับความเป็นธรรมนะคะ เพราะว่าภรรยาตำรวจนี่ ถูกปรับแค่ 500 บาทเท่านั้นเอง เดี๋ยวลองดูกันก่อนนะคะ ว่าบรรยากาศเป็นอย่างไรค่ะ (คุณทิวาพร) นี่เป็นการพูดคุยเล็กน้อยเท่านั้นเอง แล้วก็ลงไม้ลงมือเลยทันที (คุณภิญญดา) จะบอกว่าเหมือนยังคุยไม่จบเลย เพราะว่าฝ่ายภรรยา บอกว่าน้องก็ต้องรู้จักว่าสามีพี่เป็นใคร น้องก็ยังถามกลับไปอยู่เลย แล้วสามีพี่เป็นใคร แล้วโพ๊ะเลย ตบเลย (คุณทิวาพร) ยังงงอยู่เลย แล้วก็ตรงเข้ามาตบหน้าแบบนี้นะคะ ภรรยาของทางด้านตำรวจนายหนึ่ง บุกเข้ามาทำร้ายร่างกายค่ะ ถึงในร้านหมูกระทะในพื้นที่ของเมืองนครสวรรค์ จนตัวกัปตันสาวเองก็ได้รับบาดเจ็บนี่นะคะ เพราะว่าเหตุการณ์ในครั้งนี้นี่ ก็บอกว่ามาจากความหึงหวง เกิดเมื่อวันที่ 11 ตุลาคมที่ผ่านมา คือน้องผู้เสียหายนำคลิปออกมาร้องเรียน กับทางสื่อค่ะ เล่าให้ฟังบอกว่าตัวเธอเอง ทำงานที่ร้านหมูกระทะ ก็มีกลุ่มลูกค้าผู้ชาย 3-4 คนน่ะ เขาก็มากินหมูกระทะนะคะ ก็ตามปกติ เขาบอก Video Call หาเพื่อนของกลุ่มนี่ ก็ Video Call หากันนะคะ แล้วก็ชวนให้ออกมาหา ก็ให้ตัวเธอเองนี่ ก็ยกมือไหว้สวัสดี เพราะว่าเป็นลูกค้าใช่ไหมคะ ก็น้องสวัสดี ตัวเธอเองก็สวัสดี แต่ปรากฏว่าคนที่รับสาย กลับเป็นภรรยาของตำรวจนายหนึ่งค่ะ ตรงจุดนี้เธอ... เธอก็เลยบอกว่า น่าจะเป็นจุดเกิดเหตุที่ทำให้เข้าใจผิดกัน ว่าตัวเธอเองนี่ ติดต่อไปหา แล้วก็ไปคบชู้กับสามีของเขานะคะ จากนั้นนี่ ก็แยกย้ายกันไป ก็ไม่ได้มีการเคลียร์กัน ไม่ได้มีการอธิบายข้อมูลอะไร วันต่อมาก็มีแช็ตใน Facebook จากคนที่ไม่รู้จักกัน ทักมาหาเธอค่ะ บอกอยู่ที่หน้าที่พักของเธอแล้วนะ แล้วก็โทรมาตามราวีโดยตลอดนะคะ ก็ไปสืบค้นใน Facebook ก็ทำให้รู้ว่า เป็นพี่ภรรยาของตำรวจท่านนั้น ที่เป็นเพื่อนของลูกค้านี่ค่ะ ก่อนที่จะถูกตามมาแล้วก็ทำร้ายร่างกาย อย่างที่เห็นในคลิปนี่นะคะ หลังจากเกิดเหตุตัวเธอเองก็ไปแจ้งความแล้ว แต่ว่าตำรวจก็เรียกคู่กรณี มาปรับก็เป็นเงิน500 บาท ในข้อหาทะเลาะวิวาท ซึ่งตัวเธอเองยืนยันบอกว่าข้อหานี่ มันไม่เหมาะสมกับสิ่งที่เธอโดนกระทำนะ เพราะว่าตัวเธอเองไม่เคยไปเป็นชู้ กับสามีของตำรวจฝ่ายคู่กรณีเลย แล้วก็ไม่เคยรู้จักกันด้วยค่ะ ลองฟัง น้องผู้เสียหายดูนะคะ (ผู้เสียหาย) ไปแจ้งความที่หนองปิง เขาบอกว่ากฎหมายไปแค่นั้น ให้เขาเสียค่าปรับแค่ 500 ทั้งที่หนูไม่ไม่ได้อะไรเลย หนูไม่ได้เข้าไปสอบปากคำ เพราะว่าเขาไม่ได้เรียกหนูไป คือคนที่ตบหนูน่ะ เข้าไปสอบปากคำกับผัวเขา เข้าไป 2 คน แต่หนูงงว่าทำไมไม่เรียกหนูเข้าไป คือแล้วใบอันนี่ค่ะ บันทึกประจำวัน เขียนว่าตบหน้าหนูแค่ทีเดียว ทั้งที่มันขัดแย้งกับกล้องวงจร คือหนูแค่...ทำไม ทำไมไม่เรียกหนูเข้าไปอะไรอย่างนี้ หนูจะได้พูดว่าหนูโดนอะไรบ้างอะไรอย่างนี้ค่ะพี่ หนูไม่ได้รับความเป็นธรรมเลย (คุณทิวาพร) น้องผู้เสียหายเองเขาบอกว่า อยากจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุดนะคะ แม้ว่าทางฝั่งของคู่กรณีที่มีสามีเป็นตำรวจนี่ จะอยู่ในพื้นที่นครสวรรค์ อย่างไรเธอบอกว่าเรื่องนี้นี่ เธออยากให้... ให้มันดำเนินการได้มากกว่านี่นะคะ ก็เลยนำคลิปหลักฐานจากกล้องวงจรปิด มาร้องเรียนกับทางผู้สื่อข่าว อยากให้คู่กรณีออกมารับผิดชอบ ด้วยการไหว้ขอโทษในร้านที่เกิดเหตุด้วย รวมไปถึงจ่ายค่าทำขวัญ ที่ทำให้ตัวเธอได้รับบาดเจ็บ แล้วก็ที่สำคัญ คือเธออับอายคนที่อยู่ในร้านด้วยนะคะ (คุณภิญญดา) คือเธอมองว่ามันไม่ใช่ แค่เรื่องการทำร้ายร่างกายนะ มันเป็นการเข้าใจผิดกัน แล้วก็เสื่อมเสียชื่อเสียงด้วย ค่ะ แค่นี้ไม่น่าจะพอ แล้วก็ด้วยความที่ไปมีเรื่องกับเมียตำรวจค่ะ พูดตรง ๆ เธอก็กลัวว่าเข้าข้างกันหรือเปล่า ทำไมค่าปรับมัน ก็คือแบบขั้นต่ำสุดเลย ปรับ 500 แล้วแยกย้ายกันไปนะคะ (คุณทิวาพร) ค่ะ ก็ขอความเป็นธรรม ให้กับเธอด้วยนะคะ เรื่องนี้ก็ต้องจับตาคุณผู้ชมคะ ว่าฝ่ายผู้เสียหายจะได้รับความเป็นธรรม อย่างสมควรหรือไม่นะคะ กรณีที่มีภรรยาของนายตำรวจนี่ เธอออกมาร้องเรียนกับคุณกัน จอมพลัง เธอบอกว่าเธอน่ะ หนีตายออกมาจากบ้าน พฤติกรรมสามีนี่ นอกจากจะตบตีเธอแล้วนะคะคุณผู้ชม มีการนัดพวกนัดเพื่อนนี่ ภาษาทางศัพท์ที่เขาเรียก "Swinging" มารุมโทรมเธอ เอามามีเพศสัมพันธ์กับเธอโดยที่เธอไม่ยินยอม ที่สำคัญนี่ มีการถ่ายคลิปด้วยนะคะ เตรียมจะเอาไปขายหรือเปล่า เอาไปประจานหรือเปล่า ล่าสุดนะคะคุณผู้ชม คู่กรณี ก็คือสามีของเธอนี่นะคะ ได้มีการเข้ารับทราบข้อกล่าวหา แถมยังปฏิเสธด้วยนะคะ ตำรวจนำตัวไปฝากขังที่ศาลอาญารัชดา โดยมีการยื่นขอศาล ขออนุญาตปล่อยตัวชั่วคราวคุณผู้ชมคะ ก็มีการประกันตัวออกไป ด้วยวงเงิน 300,000 บาท โดยศาลมีคำสั่งห้ามนะคะ สามีคนนี้ติดต่อหรือว่าข่มขู่คุกคามผู้เสียหาย แต่ตอนนี้ออกไปแล้วนะคะ ฟังเสียงผู้ต้องหาหน่อยค่ะ (คุณทิวาพร) เอาแต่พูดว่าขออนุญาตไม่ตอบ ขออนุญาตไม่ตอบนะคุณผู้ชม นี่คือสิบตำรวจโท ณัฐนนท์ นะคะ ผู้ที่ถูกกล่าวหา เกี่ยวกับเรื่องนี้ว่าเป็นสามีโหด ที่ทำร้ายร่างกาย แล้วก็มีพฤติกรรมผิดแปลก โดยการเรียกผู้ชายอื่นมารุมโทรมภรรยาด้วย แถมยังมีการอัดคลิปเก็บไว้ตั้งหลายครั้งด้วยนะคะ ตอนนี้ก็คือถูกคุมตัวไป จังหวะนี้เป็นอยู่ ที่สถานีตำรวจนครบาลโชคชัยนะคะ ก่อนจะไปขออำนาจศาลฝากขังที่ศาลอาญา โดยเดินทางมารับทราบข้อกล่าวหา 3 ข้อค่ะ ก็คือเป็นธุระจัดหาทำร้ายร่างกาย แล้วก็กักขังหน่วงเหนี่ยว จากการที่ภรรยาแจ้งความดำเนินคดีเอาไว้ ว่าเขานี่พาเพื่อนมารุมโทรมเธอ แล้วก็ถ่ายคลิปเก็บไว้หลายครั้ง โดยเรื่องนี่เกิดตั้งแต่ปี 2564 แล้วนะคะ ที่รีสอร์ตแห่งหนึ่งที่ถนนนาคนิวาส เขตลาดพร้าว ทางด้านสิบตำรวจโท ณัฐนันท์ ไม่ตอบคำถามค่ะ บอกสั้น ๆ แค่ว่าให้นักข่าวไปถามทนายค่ะ ให้ไปถามทนาย นักข่าวก็ไปถามทนายค่ะ คุณธนกฤต สิทธิราช นะคะ ก็ออกมาเปิดเผยบอกว่า ได้พาทางสิบตำรวจโท ณัฐนนท์ เข้ามารับทราบข้อกล่าวหา โดยลูก... ลูกความของตัวเองนี่ ก็ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา แล้วก็ยืนยันนะคะ บอกว่าเป็นสามีภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมาย ก่อนที่จะรับราชการตำรวจมานานกว่า 10 ปี แต่ก็ยอมรับ บอกว่าที่ผ่านมา ก็เคยมีปากเสียงกับภรรยา แต่ว่าไม่ถึงขั้นที่จะใช้ความรุนแรงอะไรนะคะ ส่วนการที่ภรรยาไปแจ้งความสามี เบื้องต้นทางฝั่งทนายเขาบอกว่าลูกความนี่ ให้การว่าไม่เคยกระทำการลักษณะ อย่างที่เคยกล่าวหาเลย ส่วนลูกความระบุบอกว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เป็นการสมยอม ตรงนี้ทนายบอกว่า ยังไม่ทราบเรื่องของรายละเอียด และในส่วนของลูกความและภรรยา ก็อยู่กันในครอบครัวนี่ อยู่กันหลายคนด้วยนะคะ ทนายก็มองว่าตรงนี้ เรื่องที่เกิดขึ้นจึงมองว่าเป็นไปได้ยากค่ะ พร้อมทั้งยืนยันว่าลูกความของตัวเอง ไม่ได้มีการข่มขู่อย่างแน่นอน แต่ว่าใครจะเป็นโกหก ใครจะเป็นคนที่โกหกตรงนี่ ขึ้นอยู่กับพยานหลักฐานนะคะ ที่จะแถลงต่อศาล ให้พิสูจน์ความจริงเป็นเรื่องของศาล รวมไปถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่าเจ้าของรีสอร์ต นำเอกสารมาให้กับทางพนักงานสอบสวน ตรงนี้ทางทนายบอกว่า ยังไม่ทราบถึงเรื่องของรายละเอียดนะคะ ก็ต้อง รอติดตามนะคะ แต่ที่แน่ ๆ ตอนนี้ สิบตำรวจโท ณัฐนนท์ น่ะค่ะ หลังจากนำตัวไปยื่นคำร้องฝากขัง ต่อศาลครั้งแรก เป็นเวลา 12 วัน โดยในชั้นสอบสวนนี่ ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธทุกข้อ... กล่าวหานะคะ แล้วก็ท้ายคำร้องค่ะ พนักงานสอบสวนไม่ได้คัดค้าน การประกันตัวชั่วคราว แต่ขอให้ศาลนี่แนบเป็นการออกข้อห้ามนะคะ ข้อกำหนด ห้ามติดต่อใกล้ชิดผู้เสียหายโดยตรง แต่ผู้เสียหายนี่ก็ยื่นคัดค้านการประกันตัวชั่วคราว เพราะเธอนี่ เกรงเรื่องของความปลอดภัยค่ะ แล้วก็กลัวว่าเขาออกมานี่ เดี๋ยวเขาจะมาตามคุกคามทำร้ายร่างกายเธออีก โดยศาลพิจารณาแล้ว อนุญาตให้ฝากขังได้ แต่ต่อมานะคะ ทนายความของสิบตำรวจโท ณัฐนนท์ ยื่นคำร้องเพิ่มเติมพร้อมหลักทรัพย์ ขอปล่อยตัวชั่วคราวระหว่างฝากขัง ศาล การพิจารณาแล้วนะคะ มีคำสั่งอนุญาตให้ประกันตัวไปค่ะ ตีราคาประกัน 300,000 บาท แล้วก็มีคำสั่งห้ามผู้ต้องหาติดต่อหรือว่าข่มขู่คุกคาม ผู้เสียหายเด็ดขาดนะคะ ตอนนี้ก็ต้องดูแลความปลอดภัย ของผู้เสียหายด้วยนะคะ (คุณภิญญดา) ค่ะ ช่วงนี้เราพักกันก่อนนะคะ ช่วงหน้าเดี๋ยวกลับมาติดตาม นายกรัฐมนตรีลงพื้นที่ ที่จังหวัดพิษณุโลกค่ะ ติดตามเรื่องของสถานการณ์น้ำนะคะ ในขณะที่ชาวบ้านเองก็มารอต้อนรับให้กำลังใจ บอกว่าอยากให้เป็นนายกรัฐมนตรีต่ออีกสมัยด้วย รวมไปถึงยังมีประเด็น เรื่องของเงินดิจิทัล 10,000 บาท เดี๋ยวตรงนี้นะคะคุณผู้ชม เดี๋ยวติดตามรายละเอียดกันในช่วงหน้า ช่วงนี้พักกันสักครู่ค่ะ [เสียงดนตรี] [เสียงโฆษณา] [เสียงดนตรี] (คุณภิญญดา) กลับมาในช่วงนี้ค่ะ คุณผู้ชม ติดตามภารกิจของท่านนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่ไปที่จังหวัดพิษณุโลกนะคะ ติดตามเรื่องของสถานการณ์น้ำ ก็พบปะพี่น้องประชาชน เห็นประชาชนมารอให้การต้อนรับด้วย แล้วก็บอกท่านนายกบอกว่าอยากให้เป็นนายก อีกสมัยหนึ่งต่อไปเลยนะคะ แล้วก็แน่นอนหลาย ๆ คน จับตามองเรื่องของเงินดิจิตอล 10,000 บาทค่ะ ตรงนี้นายกเองก็ได้มีการพูดด้วยนะ บอกว่าถ้าเกิดใครชอบอย่างไรน่ะ เรื่องของนโยบายเงินดิจิทัล 10,000 บาท ก็อย่าเก็บเอาไว้ในใจคนเดียว ส่งเสียงออกมาหน่อย บอกออกมาหน่อย บอกว่าชื่นชอบ (คุณทิวาพร) คือเหมือนตัดพ้อแหละ เพราะว่าหลังจากออกนโยบายมานี่ มีแต่คำวิพากษ์วิจารณ์นะคะ มีแต่เสียงเตือน เสียงห้าม เสียงให้ระมัดระวัง ก็เลยไปบอกประชาชนว่าถ้าคุณถูกใจ โพสต์หน่อย พูดหน่อย ประชาชนคนอื่นเขาจะได้รู้กันบ้างว่า นโยบายนี้ มีคนสนับสนุนนะ (คุณภิญญดา) อยากให้ส่งเสียงดัง ๆ บอกว่าคนทำงานเอง ก็ต้องการกำลังใจเหมือนกันนะคะ ท่านนายกรัฐมนตรีบอกแบบนี้ค่ะ คุณเศรษฐา ทวีสิน ลงพื้นที่ไปพร้อมกับทางคณะนะคะ ท่านก็เดินทางมาที่ วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร พระอารามหลวง นะคะ แล้วก็ได้มีการทักทายพี่น้องประชาชน ที่รอให้การต้อนรับอยู่ บอกสั้น ๆ ค่ะ บอกว่ารู้สึกดีใจที่ทุกคนมารอต้อนรับนะคะ จากนั้น ท่านก็เดินเข้าไปกราบสักการะ พระพุทธชินราช พระคู่บ้านคู่เมืองจังหวัดพิษณุโลก แล้วก็นมัสการขอพรพระศรีรัตนมุนี เจ้าคณะจังหวัดพิษณุโลกด้วย เพื่อความเป็นสิริมงคลค่ะ ในขณะที่คุณผู้ชม นี่คือบรรยากาศด้านในโบสถ์ใช่ไหม ข้างนอกโบสถ์ค่ะ ก็มีทางพลตำรวจเอกสุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ นี่ค่ะ แล้วก็คุณอนงค์วรรณ เทพสุทิน อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมนะคะ รวมไปถึงพี่น้องประชาชน ก็มาให้การต้อนรับนายกรัฐมนตรีแบบอบอุ่นเลย นี่บางคนก็มาถ่ายรูปกับบิ๊กโจ๊กด้วย นี่ค่ะ แล้วก็มีการชูป้าย ชูป้ายให้กำลังใจ พร้อมกับบอกนายกรัฐมนตรีด้วยนะคะ ว่าชาวพิษณุโลกสนับสนุน นโยบายเงิน 10,000 บาท แล้วก็อยากให้เป็นนายกรัฐมนตรี อีกสมัยต่อเนื่องกันไปเลยค่ะ นายกก็เดิน...ลงพื้นที่นะคะ แล้วก็ตรวจเยี่ยมโรงผลิตน้ำประปา ที่เทศบาลนครพิษณุโลก ในอำเภอเมือง อำเภอพิษณุโลกนะคะ ตำบลในเมือง อำเภอพิษณุโลกด้วย แล้วก็มีการพูดคุยถึงปัญหาน้ำประปา ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องค่ะ เพราะว่ามีรายงานมา บอกว่าในพื้นที่นี่น้ำประปาไม่สะอาด แล้วก็ยังเข้าไม่ถึงในบางพื้นที่ด้วยนะคะ เพราะฉะนั้น ส่งผลกระทบต่อชาวบ้าน บอกชาวบ้านในพื้นที่นี่ ไม่สามารถที่จะใช้อุปโภคบริโภคได้ค่ะ นอกจากนี้ท่านนายกก็ยังยืนยัน กับทางประชาชนนะคะ ว่ารัฐบาลพร้อมที่จะรับฟัง ความคิดเห็นของทุกคนเลย แล้วก็พยายามที่จะช่วยเหลือ พี่น้องประชาชนอย่างสุดความสามารถด้วย บอกว่าเพราะเราเองเป็นรัฐบาลของประชาชน แล้วก็ตระหนักดีถึงปัญหาความเดือดร้อน ที่ผ่านมาเราก็พยายามที่จะลดค่าไฟ ลดค่าน้ำมันเชื้อเพลิง แล้วก็พยายามที่จะผลักดันนโยบาย เงิน Digital Wallet 10,000 บาท มาอย่างต่อเนื่อง เพื่อที่จะทำให้เงินเข้ากระเป๋า ของพี่น้องประชาชนมากยิ่งขึ้นนะคะ แล้วท่านยังพูดถึงเรื่องของนโยบาย เงินดิจิทัล 10,000 บาท โดยระบุบอกว่าวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2567 นี้ ทุกท่านในที่นี้ที่อายุ 16 ปีหรือว่ามากกว่า ก็จะได้เงินคนละ 10,000 บาท นอกจากนี้ท่านก็ยังให้เหตุผลด้วยนะคะ บอกว่าลองคิดดูสิ ถ้าเกิดบ้านหนึ่งนะ มีคน 3 คน 5 คน 7 คน ท่านได้เงิน 30,000 70,000 50,000 ท่านก็สามารถที่จะเอาไปตั้งตัวได้เลย เปลี่ยนชีวิตได้ ทำธุรกิจใหม่ ๆ ได้ ลองคิดดูว่ามีประโยชน์มากน้อยขนาดไหนนะคะ แล้วก็เงินที่ได้นี่ ไปใช้ที่กรุงเทพก็ไม่ได้นะ ต้องใช้ในเขตที่ท่านอยู่ มันก็จะพัฒนาชุมชนที่ท่านอยู่ด้วย ตรงนี้เห็นว่ามีหลายท่านไม่เห็นด้วย แต่ว่าเราก็พยายามที่จะรับฟังความคิดเห็น เพราะว่าเป็นรัฐบาลของประชาชนค่ะ จากนั้น ท่านนายกรัฐมนตรีนะคะ ก็ได้มีการโพสต์ข้อความผ่าน X นะคะคุณผู้ชม หรือว่า Twitter เก่านี่นะคะ พูดถึงโครงการ Digital Wallet ค่ะ บอกว่าเรื่องนี่ก็เข้าใจนะ ว่ามีคนที่เห็นด้วยแล้วก็ไม่เห็นด้วยนะคะ แต่ว่าในฐานะรัฐบาลของประชาชนค่ะ ขอรับฟังทุกความเห็นเพื่อเอามาปรับให้ดี แล้วก็ให้ตรงใจทุกคนนะคะ ผมอยากให้เราลองนึกภาพไปด้วยกันนะคะ ว่าวันที่ 1 กุมภาพันธ์ จะมีเงินเข้าสู่ระบบนี่ ถึง 560,000,000,000 บาท ถ้าท่านเป็นภาคอุตสาหกรรม ท่านจะผลิตสินค้ามารองรับหรือไม่นะคะ แล้วก็จะต้องซื้อวัสดุผลิตสินค้า วัตถุดิบต่าง ๆ เพิ่มเติมหรือไม่ จะจ้างคนใหม่ไหม จะจ้างคนเพิ่มไหม แล้วเงินที่เข้าไปอยู่ในกระเป๋า ประชาชนตั้งเท่าไร มันจะถูกใช้นะคะ คือเราตั้งใจให้เอาไปถูกใช้นี่ ในพื้นที่ตามบัตรประชาชน ดังนั้นนี่ เราต้องการพัฒนาชุมชนที่ท่านอยู่ ไม่ใช่พัฒนาเมืองใหญ่แค่อย่างเดียวค่ะ (คุณทิวาพร) นี่นะคะ แล้วก็ท่านนายกยังบอกด้วย บอกว่าถ้าเกิดเห็นตรงกับผม แล้วก็ชอบโครงการนี้อยู่ อย่ายอมให้คนที่ไม่เห็นด้วย โดยที่ไม่มีเหตุผลนี่ มายับยั้งโครงการนี้ ขอให้ส่งเสียงออกมา ออกมาบอกพวกเราบ้างว่าท่านมีความสุข แล้วก็ดีใจที่รัฐบาลทำให้แบบนี้ เราเองก็อยากได้กำลังใจจากทุกคน เพราะว่าพวกเราตั้งใจทำงาน ให้พี่น้องประชาชนจริง ๆ ครับ เอาล่ะค่ะ จากเรื่องของประชาชน ยังอยู่ที่เรื่องของสุขภาพของประชาชนด้วยนะคะ คุณผู้ชมเรียกว่าเป็นความเคลื่อนไหว ในวงการแพทย์และสุขภาพที่สำคัญค่ะ เมื่อ BDMS กำลังจะจัดงานประชุมวิชาการครั้งใหญ่ ในหัวข้อเส้นทางสู่การมีสุขภาพดี อย่างยืนยาวนะคะ มีการเปิดให้ลงทะเบียนกัน โดยมีบุคลากรทางการแพทย์ แล้วก็ผู้ที่สนใจจากทั่วประเทศเข้าร่วม เพราะนี่ถือเป็นการเตรียมความพร้อมค่ะ ในการรองรับการเปลี่ยนแปลงของประชากร ที่ตอนนี้อัตราการเกิดก็น้อยลงนะคะ แล้วก็มีผู้สูงอายุเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วค่ะ บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด มหาชน หรือ BDMS เตรียมจัดงานประชุมเชิงวิชาการ ประจำปี 2566 ภายใต้ชื่อ BDMS academic annual meeting to 2023 ใน concept a road to lifelong well-being. หรือเส้นทางสู่การมีสุขภาพดีอย่างยืนยาว เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ และประสบการณ์ทางวิชาการ พร้อมเปิดโอกาสให้บุคลากรทางการแพทย์ ในสาขาต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นแพทย์ เภสัชกร พยาบาล นักกายภาพบำบัด นักรังสีการแพทย์และอีกหลากหลายเลยนะคะ รวมถึงผู้ที่สนใจจากทั่วประเทศ อัปเดตเทรนสุขภาพและองค์ความรู้ด้านการแพทย์ ระหว่างวันที่ 30 ตุลาคม ถึง 3 พฤศจิกายนนี้ค่ะ โดยงานนี้นะคะ จะจัดขึ้น ณ ศูนย์การประชุม ศูนย์ประชุมแห่งใหม่ BDMS connect center อยู่ที่ถนนวิทยุกรุงเทพมหานคร แล้วก็จะเปิดให้เข้าร่วมประชุมทางออนไลน์ คู่ขนานกันไปด้วยคะ BDMS ในฐานะผู้ให้บริการด้านสุขภาพ และการแพทย์แบบครบวงจร BDMS ตระหนักแล้วก็ให้ความสำคัญกับการเปลี่ยนแปลง ของโครงสร้างประชากร ที่มีอัตราการเกิดน้อยลง และผู้สูงอายุเพิ่มขึ้น เพื่อเป็นการวางรากฐานในการดูแลสุขภาพ ประชากรให้ครบทุกช่วงวัย ผู้ที่สนใจสามารถลงทะเบียนร่วมงานได้ ตั้งแต่วันนี้ถึง 20 ตุลาคมนี้ และรับข้อมูลตารางการประชุมเพิ่มเติมได้ค่ะ ที่ www.bdmsannualmeeting.com ค่ะ ช่วงนี้เราพักกันก่อนนะคะ ช่วงหน้าเรายังคงเกาะติดสถานการณ์ ความวิกฤตที่เกิดขึ้นที่อิสราเอลนะคะ ต่อกลุ่ม... ผู้ปฏิบัติการก็คือฮามาสนั่นเองค่ะ แต่ว่าที่สำคัญเลย ก็คือการช่วยเหลือพี่น้องคนไทย ที่อยู่ในประเทศอิสราเอลนะคะ โดยเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาค่ะ ก็จะมีเที่ยวบินที่เดินทางมาถึงแล้วนะคะ เป็นเที่ยวบินที่ 3 ที่อพยพพี่น้องแรงงานนะคะ ชาวไทยที่หนุ่มอิสราเอลมาที่อู่ตะเภานะคะ เดี๋ยวช่วงหน้ากลับมาติดตามกันค่ะ [เสียงดนตรี] [เสียงโฆษณา] [เสียงดนตรี] (คุณภิญญดา) คุณผู้ชมคะ เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมานะคะ ก็มีทางเที่ยวบินที่ได้ดำเนินการอพยพ ประชาชนชาวไทยนะคะ จากประเทศอิสราเอลมายังประเทศไทยแล้ว ที่สนามบินอู่ตะเภานะคะ โดยกำหนดการนี่แจ้งเอาไว้นะคะ ว่าประมาณ 7 นาฬิกา 25 นาที แต่ว่ามาถึงเร็วกว่าเดิมนี่ ก็คือหนึ่งชั่วโมงด้วยกัน โดยมีพี่น้องชาวไทย ที่เดินทางมาประมาณ 90 คนนะคะ ที่มากับเที่ยวบิน ซึ่งถือว่าเป็นเที่ยวบินที่ 3 แล้วค่ะ ทางพลเรือเอก สิทธิชัย ต่างใจ ท่านผู้อำนวยการท่าอากาศยานอู่ตะเภาค่ะ ได้รับมอบภารกิจอำนวยความสะดวก ในการรับพี่น้องแรงงานชาวไทย ที่เดินทางกลับมาจากประเทศอิสราเอลนะคะ บอกว่าซึ่งปกติแล้วทางสนามบินอู่ตะเภา เป็นสนามบินที่ไม่ค่อยมีผู้คนคับคั่ง จึงใช้เวลาในการผ่านช่องทางต่าง ๆ ประมาณ 10 นาทีส่วนในวันนี้ค่ะ อาจจะใช้เวลาเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ซึ่งเมื่อแรงงานไทยเดินทางมาถึง ก็จะมีการตรวจคัดกรองโลก แล้วก็เป็นการคัดกรองผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ ทั้งสภาพร่างกายแล้วก็ทางจิตใจด้วยนะคะ ขณะเดียวกัน มีเจ้าหน้าที่ของทางกรมการจัดหางาน คอยดูแลด้วยค่ะ ว่าจะดำเนินการต่อไปอย่างไรบ้าง ส่วนเจ้าหน้าที่ของทางกระทรวงการต่างประเทศ ก็จะมีการแนะนำ เรื่องการเดินทางต่อนะคะ ไปยังที่พักที่จัดเตรียมเอาไว้ ที่โรงแรม SC Park กรุงเทพมหานครค่ะ โดยผู้ที่ได้รับบาดเจ็บที่เดินทางมาในเที่ยวบินนี้ มีจำนวนทั้งสิ้นนะคะ ผู้ที่เดินทางมาถึงนะคะ มีทั้งหมดทั้งสิ้นคือ 90 คน แบ่งออกเป็นผู้ชาย 88 คน ผู้หญิง 2 คน แล้วก็ในจำนวนนี้มีผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ 2 คนค่ะ นอกจากนี้ทางพลเรือเอกสิทธิชัยนะคะ ท่านยังได้ชี้แจงถึงกรณีที่แรงงานไทย ได้เดินทางมาลงที่สนามบินอู่ตะเภาด้วยนะคะ ว่าทำไมถึงไม่ไปลงที่สนามบินดอนเมือง หรือว่าเป็นสนามบิน... สนามบินสุวรรณภูมิ ที่น่าจะมีความสะดวกมากกว่าด้วยนะคะ เดี๋ยวติดตามรายละเอียดกันต่อ แต่ว่าในช่วงนี้ เดี๋ยวเราพักเคารพธงชาติกันก่อน ช่วงนี้ขอบพระคุณนะคะ ล่ามภาษามือของเราด้วยค่ะ คุณสุพัฒชนันท์ค่ะ ขอบพระคุณค่ะ ขอบคุณค่ะ พักเคารพธงชาติกันสักครู่ค่ะ [เสียงโฆษณา] (คุณภิญญดา) กลับมาในช่วงนี้นะคะคุณผู้ชม ก่อนหน้านี้ในช่วงเช้าที่มีทางเที่ยวบินนี่ ถึงประเทศไทยนำแรงงานหรือว่าพี่น้องชาวไทย ที่ประเทศอิสราเอลอพยพมายังประเทศไทยนี่ เรียบร้อยแล้วนะคะ เป็นเที่ยวบินที่ 3 ก็มีทั้งหมด 90 คนด้วยกันนะคะ โดย 90 คนมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 คน ทีนี้มีคำถามไปถึงทางพลเรือเอก สิทธิชัย ต่างใจ ท่านผู้อำนวยการ การท่าอากาศยานอู่ตะเภาด้วยนะคะ ว่าสาเหตุที่แรงงานไทยเดินทางมา แล้วก็ลงที่สนามบิน... ที่สนามบินอู่ตะเภานี่ ทำไมไม่ไปลงที่สนามบินดอนเมือง หรือว่าสนามบินสุวรรณภูมินะคะ ซึ่งน่าจะมีความสะดวกมากกว่า ตรงนี้ท่านชี้แจงบอกว่าทางสายการบิน Flight ดูไบที่เดินทาง มาจากประเทศอิสราเอลค่ะ ที่นำชาวไทยนี่ มาที่... ท่าอากาศยานของสนามบินอู่ตะเภา เป็นเพราะว่าทาง Flight ดูไบเอง เดินทางมาที่สนามบินอู่ตะเภา เป็นประจำอยู่แล้วนะคะ เดี๋ยวลองฟังเสียงท่านดูค่ะ (พลเรือเอก สิทธิชัย) มีในส่วนของพื้นที่ ของประเทศอิสราเอล ก็อาจจะมีอุปสรรคบ้าง เนื่องจากว่าเขายังอยู่ในสภาวะ ที่เกิดความไม่สงบ ก็ต้องมีการติดต่อครอบครัว ติดต่อในส่วนของพี่น้องซึ่งอยู่ทางนู้น แต่เมื่อมาถึงสนามบิน ก็จะมีสายการบินซึ่งสายการบิน Flight ดูไบ เป็นสายการบินที่ปกติ ก็บินเดินทางลงที่อู่ตะเภาอยู่แล้ว อาจจะมีหลายท่าน ความสงสัยว่าทำไมถึงมาลงที่อู่ตะเภา ดอนเมืองหรือสุวรรณภูมิอาจจะใกล้กว่า สาเหตุที่มาลงที่นี่ เนื่องจากเป็นสายการบิน ที่มีการบินประจำอยู่ที่สนามบินอู่ตะเภาอยู่แล้วครับ เมื่อเดินทางมาบนเครื่องไม่มีอุปสรรค มาถึงที่นี่ก็ไม่มีอุปสรรค ในการในการดำเนินการใด ๆ ครับ (คุณภิญญดา) นี่ค่ะ ก็เดี๋ยวเราติดตามกันต่อนะคะ เรื่องของการอพยพ พี่น้องชาวไทยที่อยู่ในประเทศอิสราเอล ให้เดินทางมาถึงยังประเทศไทย ตอนนี้ก็มีการแจ้งความประสงค์ลงทะเบียนเอาไว้ ว่ามีผู้ที่อยากที่จะเดินทางกลับประเทศไทย ประมาณกว่า 7,000 คนนะคะ เห็นในวันพรุ่งนี้ เดี๋ยวจะมีเที่ยวบินที่อพยพพี่น้องชาวไทยมาอีกนี่ น่าจะได้ประมาณ 130 คนค่ะ (คุณทิวาพร) นายกรัฐมนตรี เศรษฐา ทวีสิน เองนะคะ ก็เดินหน้าค่ะ ในการประสานงานอย่างเต็มกำลังนะคะ ทั้งเรื่องของภาครัฐต่อภาครัฐ ทั้งเรื่องของภาครัฐแล้วก็สนาม... สายการบินพาณิชย์ รวมไปถึง Connection ส่วนตัว นี่ท่านก็ใช้ด้วยนะ ในการที่จะช่วยเหลือพี่น้องแรงงานไทยนะคะ ให้กลับมาสู่มาตุภูมิอย่างปลอดภัย คุณผู้ชมคะ คุณเศรษฐา ทวีสิน นี่ให้สัมภาษณ์ถึงการให้ช่วยเหลือนะคะ บอกว่าตอนนี้นี่ยังคุยกันทุกวัน ยังคุยกันต่อเนื่องค่ะ เร่งนำ 7,000 กว่าคนที่ลงชื่อไว้นี่ กลับบ้านให้เร็วที่สุดนะคะ ตอนนี้ต้องขอขอบคุณ สายการบินพาณิชย์ทั้ง 3 แห่งของไทย ก็คือนกแอร์ แอร์เอเชีย แล้วก็การบินไทย ที่ได้ทำงานร่วมกันเป็นอย่างดี นายกนะคะ ยังบอกอีกว่าส่วนตัวแล้ว นี่ท่านนายกได้ใช้ความสัมพันธ์ค่ะ ส่วนตัวก็คือ Connection ส่วนตัวนี่ ติดต่อกับภาคเอกชนที่มีเครื่องบินนะ แล้วก็มี Connection กับทางอินเดีย แล้วก็มีการประสาน สายการบินนะคะ Spidee jet ซึ่งมีเครื่องบิน A340 แต่ละแต่ละ Flight นี่ รับคนได้ประมาณ 350 คน เร็วที่สุดนี่ ที่น่าจะใช้ได้ก็คือ 15 ตุลาคม ก็คือวันนี้เธอได้ให้ช่องทางการติดต่อ กับกระทรวงการต่างประเทศไปแล้วนะคะ เพราะว่าสายการบินนี่ เขาจะลำเลียงคนอินเดียไปส่งอยู่แล้ว ถ้าตกลงกันได้ เคลียร์กับรัฐบาลฝั่งอิสราเอลได้ ให้เครื่องบินลงจอดได้ ก็จะรับคนไทยกลับมาได้ด้วยนะคะ ก็จะรีบคุยเรื่องนี้กันอย่างเร็วที่สุด ในส่วนของปัญหาที่ทางนานาชาติค่ะ ให้ความร่วมมือกับไทยในการเปิดน่านฟ้า บินไปรับคนไทยกลับประเทศ นายกบอกว่าตอนนี้เท่าที่รายงานมา เรื่องการเปิดน่านฟ้าไม่ได้มีปัญหาอะไร ปกตินี่ จริง ๆ จะไปขอเปิดน่านฟ้าคนอื่นเขา ต้องใช้เวลาเป็น 10 วันนะคะ แต่ว่าตอนนี่เหลือเพียง 2 วัน ในการพิจารณาความปลอดภัย แล้วก็วางแผนร่วมกัน ถ้ามีปัญหาอะไรก็จะยกหูพูดคุยด้วยตัวเอง ที่ผ่านมาก็...นะคะ ขอความกรุณาในเรื่องของความมั่นคง ก็อาจจะไม่ได้เปิดเผยข้อมูล อะไรเยอะมากนักนะคะ (คุณภิญญดา) ค่ะ ส่วนที่มีนักวิชาการ ฝ่ายความมั่นคงแสดงเรื่องของความกังวล ถึงการวางตัวของรัฐบาลไทย กับอิสราเอลอาจจะส่งผลกระทบ ถึงเรื่องของปาเลสไตน์ด้วย ตรงนี้ท่านนายกยืนยันค่ะ บอกว่าเรานี่วางตัวเป็นกลาง เพราะว่าเราไม่ได้เป็นส่วนหนึ่ง ของความขัดแย้งของใครทั้งสิ้น หน้าที่ของตนเอง ก็คือการทำงานร่วมกับทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นปาเลสไตน์ หรือว่าทางสถานทูตอิสราเอล เพื่อที่จะปกป้องคนไทยให้รอดพ้น ปลอดภัยจากทางวิกฤตสงครามในครั้งนี้นะคะ นอกจากนี้ก็บอกว่าเป็นที่น่าเสียใจ ว่าทางสถานทูตไทยประจำอิสราเอล ได้รายงานว่ามีคนไทยเสียชีวิตเพิ่มขึ้นอีก 3 ราย รวม ณ ขณะนี้มีคนไทยที่เสียชีวิต 24 รายแล้ว และถูกจับเป็นตัวประกันจำนวนเท่าเดิม คือ 26 รายค่ะ ท่านก็เปิดเผยเรื่องของตัวเลขมานะคะ ขณะที่เมื่อคืนนี้นะคะ เครื่องบินแอร์บัส 340 ของกองทัพอากาศ ก็ได้เดินทางออกจาก ท่าอากาศยานทหารกองบินหก กองทัพอากาศประมาณเที่ยงคืนครึ่ง ออกไปรับแรงงานไทยจากอิสราเอลนะคะ แล้วก็ภารกิจครั้งนี้นี่ ชุดปฏิบัติการเขาได้วางแผนไว้ว่าจะมาถึงไทย ในช่วงเช้ามืดนะคะ ของวันจันทร์ ก็คือของวันพรุ่งนี้แล้วค่ะ พลอากาศเอก พันธ์ภักดี พัฒนกุล ผู้บัญชาการทหารอากาศนะคะ ท่านบอกว่าเครื่องบินที่จะใช้ในการอพยพนี่ มีอยู่ 2 ลำค่ะ ก็คือแอร์บัส 340 ของกองทัพอากาศ และอีกลำเป็นของการบินไทย เบื้องต้นคาดการณ์ไว้ว่าทั้งขาไปขากลับนะคะ ใช้เวลาเดินทาง 12 ชั่วโมงครึ่ง โดยจะมีการบินผ่านน่านฟ้า 10 ประเทศ ที่อนุญาตให้เราผ่านได้ค่ะ ส่วนขากลับนี่ อาจจะมีการปรับแผน เปลี่ยนเส้นทางการบินบ้าง หากกระทรวงการต่างประเทศ สามารถขออนุญาตให้เครื่องบินไทย ผ่านน่านฟ้าประเทศใกล้เคียงได้ ซึ่งอาจจะลดเวลานะคะ จากปกติ 12 ชั่วโมงครึ่ง จะเหลือ 8 ชั่วโมงครึ่งได้ค่ะ สำหรับความปลอดภัย ในการนำเครื่องบินลงจอดนะคะคุณผู้ชม ก็ยังมีความปลอดภัยสูงสุดค่ะ เพราะว่าประเทศปลายทางนี่ อนุญาตให้เครื่องบินขึ้นลงได้ แต่ถ้าหากมีเหตุการณ์ฉุกเฉินนี่มันเกิดขึ้นนะคะ หรือว่าเหตุไม่คาดฝันเกิดขึ้นนี่ นักบินก็ได้มีการจัดทำแผนการบินไว้ทุกเส้นทาง พร้อมกับยืนยันว่าน้ำมันเรา ก็มีเพียงพอในการบินนะคะ ซึ่งพอไปถึงอิสราเอลแล้วนี่ ชุดปฏิบัติการคาดว่า น่าจะใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมง คัดกรอง แยกคนเจ็บ แยกคนป่วย คัดกรองเรื่องของปัญหาสุขภาพจิตด้วย จะได้ดูแลกันเป็นพิเศษ ระหว่างทางในการเดินทางกลับมานะคะ แล้วก็ส่งตัวรักษาต่อได้เลย สำหรับปัญหาที่คาดว่าน่าจะพบตอนนี้นี่ ก็คือเรื่องของการจราจรแออัดค่ะ หมายถึงการจราจรทางอากาศนั่นแหละ เพราะว่ามีหลายประเทศนี่ เขาก็พากันส่งเครื่องบิน ไปรับพลเมืองของเขาเหมือนกัน ก็อาจจะทำให้การจราจรทางอากาศหรือสนามบิน ต้องจัดลำดับดี ๆ นะคะ ว่าเวลาไหนค่ะ Flight ไหนจะลงก่อน ขึ้นทีหลังอย่างไร ก็ต้องจัดคิวกัน โดยทางกองทัพอากาศ ได้จัดเตรียมนักบินไว้อย่างพร้อมเพรียงค่ะ สามารถปฏิบัติภารกิจได้อย่างรวดเร็ว โดยมีอดีตนักบินกองทัพอากาศที่ปัจจุบันนี่ ไปทำงานที่สายการไทยนะคะ ก็อาสามาร่วมนำคนไทยกลับบ้านด้วยนะคะ แล้วก็ตั้งแต่วันนี้นะคะ สถานเอกอัครราชทูตกรุงเทลอาวีฟ ก็จะเปิดศูนย์พักพิงชั่วคราวให้กับคนไทยค่ะ อยู่ที่โรงแรม David InterContinental Tel Aviv เพื่อรอเดินทางไปสนามบินกลับไทยต่อไป ถ้าใครมีปัญหาเรื่องของการเดินทางนะคะ ก็สามารถติดต่อ Hotline สายด่วน หรือหมายเลขศูนย์พักพิง หรือสแกน QR Code หน้าจอได้เลย คุณผู้ชมที่ญาติอยู่ที่นู้น ถ่ายรูปนี้ไว้เลยค่ะ แล้วไลน์ไปให้เขาเลย ถ้ายังติดต่อพูดคุยกันนะคะ ส่งไปให้เลย เขาจะได้มีการ contact connect ติดต่อกันไว้ แล้วก็บอกชื่อโรงแรมไป บอกให้ไปที่ David InterContinental Tel Aviv ด้วยนะคะ ไปกันต่อที่ความเคลื่อนไหวที่อิสราเอลนะคะ ตอนนี้ทางกองทัพอิสราเอลออกแถลงการณ์ออกมา แล้วก็ระบุด้วยค่ะ บอกว่ากำลังที่จะวางแผนโจมตีทางบก ทางอากาศถล่มกลุ่มติดอาวุธฮามาส ที่อยู่ในฉนวนกาซา แต่ว่ายังไม่ได้กำหนดวันเวลาที่แน่ชัดนะคะ เป็นทางกองกำลังป้องกันอิสราเอล หรือว่า IDF ค่ะ ที่ออกแถลงการณ์ออกมา กองทัพกำลังเตรียมความพร้อม สำหรับขั้นตอนต่อไป ของการทำสงครามต่อต้านกลุ่มติดอาวุธฮามาส ในฉนวนกาซา ซึ่งอาจจะครอบคลุม แล้วก็รวมไปถึงการรุกคืบ โจมตีที่หลากหลายทั้งทางบก ทางอากาศแล้วก็ทะเลด้วย ด้วยความช่วยเหลือจากกองกำลังสำรองนะคะ หลายแสนคนที่ถูกเกณฑ์ และเข้าร่วมกองทัพค่ะ แถลงการณ์ยังระบุด้วยนะคะ ว่านอกเหนือจากการสนธิกำลังโจมตี การประสานงานของกองกำลังภาคพื้นดิน และผู้นำด้านโลจิสติกส์ของกองทัพแล้ว ทาง IDF ยังได้เตรียมขยายพื้นที่แนวรบ ออกไปด้วยค่ะ ซึ่งตอนนี้อาวุธยุทโธปกรณ์ที่จำเป็น ถูกส่งไปยังจุดที่เกี่ยวข้องแล้ว กองพันและทหารของ IDF ถูกส่งไปประจำการทั่วประเทศ สำหรับการปฏิบัติการภาคพื้นดิน ในครั้งสำคัญครั้งนี้ค่ะ แต่ว่ายังไม่มีกำหนดนะคะ เรื่องของกรอบระยะเวลาที่แน่ชัด แต่ก็คาดการณ์กันค่ะ ว่าอิสราเอลจะเปิดฉากปฏิบัติการ โจมตีภาคพื้นดินเร็ว ๆ นี้ สอดคล้องไปกับท่าทีของนายกรัฐมนตรี Benjamin Netanyahu ของอิสราเอล ซึ่งก็เดินทางมาเยี่ยมค่ายทหาร ซึ่งเป็นค่ายทหารราบนอกฉนวนกาซา แล้วก็ช่วงจังหวะนี้มีการทหารด้วยนะคะ ว่าพร้อมสำหรับขั้นตอนต่อไปหรือไม่ ซึ่งทางด้านทหารเองก็พยักหน้ารับ เป็นการตอบรับด้วยค่ะ (คุณทิวาพร) แถลงการณ์นี้นะคะ ยังมีขึ้นหลังจากผ่าน 24 ชั่วโมงที่อิสราเอล สั่งให้ชาวปาเลสไตน์ 1,100,000 คน ในพื้นที่ทางเหนือของฉนวนกาซา เร่งอพยพลงใต้กันค่ะ เพื่อความปลอดภัย ก่อนกองกำลัง IDF จะปฏิบัติ บุกฉนวนกาซาภาคพื้น กวาดล้างกลุ่มฮามาส แต่โฆษกของกองทัพอิสราเอลเปิดเผยว่า ไม่ได้มีกำหนดเส้นตายที่แน่ชัด อิสราเอลได้มีการขยายเวลาอพยพออกไปอีกค่ะ เพราะว่าทราบดีว่าตอนนี้ ยังมีผู้คนจำนวนมากที่ตกค้างอยู่ ขณะที่สำนักข่าว BBC รายงานนะคะ ว่ามีผู้หญิงแล้วก็เด็กเล็กค่ะ เสียชีวิตในขบวนอพยพ จากการปฏิบัติการโจมตีทางอากาศ ของอิสราเอลแล้วด้วย ทางด้านองค์การอนามัยโลก WHO นะคะ ออกมาประณามคำสั่งของอิสราเอล ที่ให้อพยพโรงพยาบาล 22 แห่ง ทางเหนือของฉนวนกาซา โดยบอกว่าการบังคับให้ผู้ป่วยกว่า 2,000 คน ต้องย้ายไปในพื้นที่ทางตอนใต้ ซึ่งสถานพยาบาลก็แออัดไปด้วยผู้ป่วยเดิมอยู่แล้ว แล้วก็ไม่สามารถรองรับ ผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้นอย่างมากได้ในทันทีนั้น นี่อาจจะเท่ากับ... เทียบเท่ากับโทษประหารชีวิต เหมือนว่าบังคับให้พวกเขาลงไปตายนั่นเองนะคะ ทางด้านทำเนียบขาวของสหรัฐฯ ค่ะ เปิดเผยว่าประธานาธิบดี Joe Biden ได้หารือกับประธานาธิบดีรัฐปาเลสไตน์ แล้วก็นายกรัฐมนตรีของอิสราเอลด้วยนะคะ เป็นการยกหูหารือกันทางโทรศัพท์ค่ะ โดยในการพูดคุยกับ ประธานาธิบดี Mahmoud Abbas ของปาเลสไตน์ Biden ประณามการโจมตีอิสราเอล อย่างโหดร้ายของกลุ่มฮามาส แล้วก็หารือในเรื่องของความพยายาม การนำความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม ที่จำเป็นเร่งด่วนมาสู่ชาวปาเลสไตน์นะคะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นฉนวนกาซา ตลอดจนประเด็นความพยายามของสหรัฐฯ ที่จะป้องกันไม่ให้ความขัดแย้งนั้นขยายวงกว้างขึ้น และความจำเป็น ในเรื่องของการรักษาเสถียรภาพ ในเขตเวสต์แบงก์ด้วย ขณะที่สำนักนายกรัฐมนตรีอิสราเอลค่ะ เปิดเผยบอกว่าประธานาธิบดี Biden และนายกรัฐมนตรี Netanyahu คุยโทรศัพท์กันเป็นครั้งที่ 5 แล้วค่ะ นับตั้งแต่ความขัดแย้งมันปะทุขึ้นมา เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โดยบอกว่าผู้นำอิสราเอล กล่าวขอบคุณสหรัฐฯ นะคะ สำหรับการสนับสนุนของอเมริกา ที่มอบให้กันมาอย่างลึกซึ้ง แล้วก็ไม่มีเงื่อนไข ตลอดจนความช่วยเหลือด้านความมั่นคง แล้วก็หน่วยข่าวกรองด้วยค่ะ ในขณะที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวง การต่างประเทศของอิหร่านค่ะ นาย Hossein Amir-Abdullahian ซึ่งก็ออกมาเตือนอิสราเอลนะคะ ให้ยุติการก่ออาชญากรรม สงครามต่อพลเรือนในฉนวนกาซา ก่อนที่จะสายเกินไป ไม่อย่างนั้นแล้วอิสราเอลอาจจะต้องเผชิญ กับแผ่นดินไหวของการต่อต้านครั้งใหญ่ค่ะ ถ้อยแถลงของรัฐมนตรีต่างประเทศของอิหร่าน มีขึ้นระหว่างที่เดินทางเยือนกรุงเบลารุส ของทาง... เลบานอนนะคะ เบลารุสของเลบานอนค่ะ แล้วก็พบปะกับทางผู้นำกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ด้วย โดยระบุว่ากลุ่มฮิซบอลเลาะห์ นำสถานการณ์ทั้งหมด ของสงครามอิสราเอล แล้วก็กลุ่มฮามาส มาพิจารณาในทุกมิติ และอิสราเอลควรที่จะหยุดการโจมตีฉนวนกาซา พร้อมกับเตือนด้วยว่าสงคราม อาจจะขยายวงกว้างไปยังส่วนอื่น ๆ ของตะวันออกกลางได้ หากกลุ่มฮิซบอลเลาะห์เข้าร่วมการต่อสู้ด้วยนะคะ จากนี้ในวันเดียวกันนี้ค่ะ รัฐมนตรีต่างประเทศของอิหร่าน ยังเดินทางไปพบกับนาย Ismail Haniyah ซึ่งเป็นกลุ่ม... เป็นผู้นำของกลุ่มฮามาส ในกลุ่มโดฮาของกาตาร์ด้วยนะคะ นับจนถึงตอนนี้ ก็เป็นระยะเวลากว่าหนึ่งสัปดาห์แล้ว หลังจากที่กลุ่มฮามาสเปิดฉากโจมตีอิสราเอล เมื่อวันที่ 7 ตุลาคมที่ผ่านมา ซึ่งก็คร่าชีวิตผู้คนในอิสราเอลกว่า 1,300 คน ทั้งพลเรือนแล้วก็ชาวต่างชาติอย่างน้อย 150 คน ถูกจับเป็นตัวประกัน ในขณะทางฝั่งของปาเลสไตน์ตัวเลขผู้ที่เสียชีวิต ในฉนวนกาซาจากการโจมตีทางอากาศ ของอิสราเอลก็อยู่ที่กว่า 2,200 คน ในจำนวนนี้ เป็นเด็กอย่างน้อย 724 คนค่ะ ช่วงหน้ากลับมาติดตาม กีฬากันบ้างนะคะคุณผู้ชม เพราะว่าตอนนี้ต้องส่งกำลังใจให้กับทีมช้างศึก