﻿WEBVTT

1
00:00:00.000 --> 00:00:04.000

2
00:00:04.006 --> 00:00:08.006
นักเรียนคิดว่าต่อไปนะคะ

3
00:00:08.011 --> 00:00:12.011
จดเสร็จหรือยังลูก จดเสร็จหรือยัง จดเสร็จแล

4
00:00:12.013 --> 00:00:16.013
ใครจดยังไม่เสร็จบ้าง สไลด์นี้มีไหม

5
00:00:16.014 --> 00:00:20.014
45-60 เปอร์เซ็นต์ของพลังงาน

6
00:00:20.015 --> 00:00:24.015
จดหรือยัง โอเค

7
00:00:24.017 --> 00:00:28.017
แล้วคนที่มีอาชีพใช้แรงงาน

8
00:00:28.018 --> 00:00:32.018
70-80 เปอร์เซ็นต์ จดหรือยัง

9
00:00:32.020 --> 00:00:36.020
โอเค ต่อไปนะคะ ก็จะเป็นความสำคัญ

10
00:00:36.021 --> 00:00:40.021
ของคาร์โบไฮเดรต

11
00:00:40.023 --> 00:00:44.023
กินคาร์โบไฮเดรตมีความสำคัญ

12
00:00:44.025 --> 00:00:48.025
ต่อร่างกายอย่างไร อันดับแรกเลย

13
00:00:48.027 --> 00:00:52.027
อาหารเป็นแหล่งพลังงานอันดับแรกของเรานะคะ

14
00:00:52.029 --> 00:00:56.029
คาร์โบไฮเดรต เป็นแหล่งพลังอันดับแรก

15
00:00:56.030 --> 00:01:00.030
ในข้อ 2 ว่าแหล่งพลังงานที่ร่างกายจะดึงมาใช้เป็น

16
00:01:00.031 --> 00:01:04.031
อันดับแรก คืออะไร ตอบว่า

17
00:01:04.032 --> 00:01:08.032
ไม่ใช่

18
00:01:08.034 --> 00:01:12.034

19
00:01:12.035 --> 00:01:16.035
หนูก็จะต้องตอบว่าแหล่งพลังงานที่สำคัญเป็น

20
00:01:16.037 --> 00:01:20.037
อันดับแรกที่ร่างกายจะดึงมาใช้ ก็คือ

21
00:01:20.037 --> 00:01:24.037
คาร์โบไฮเดรต

22
00:01:24.039 --> 00:01:28.039
คาร์โบไฮเดรตนะคะ จะไม่ใช่เป็นแหล่ง

23
00:01:28.042 --> 00:01:32.042
พลังงานอย่างเดียวนะคะ มันเป็นองค์ประกอบ

24
00:01:32.042 --> 00:01:36.042
ของทั้งฮอร์โมนบางชนิดในร่างกายนะคะ

25
00:01:36.044 --> 00:01:40.044
เป็นองค์ประกอบของเซลล์ในร่างกาย อย่างเช่น เยื่อ

26
00:01:40.046 --> 00:01:44.046
หุ้มเซลล์ ผนังเซลล์ต่าง ๆ

27
00:01:44.047 --> 00:01:48.047
ในร่างกาย ร่างกายทุกคนนะคะ

28
00:01:48.049 --> 00:01:52.049
มีหน่วยที่เล็กที่สุด ก็คือเซลล์นะ

29
00:01:52.050 --> 00:01:56.050
เซลล์มาเป็นเนื้อเยื่อ เนื้อเยื่อ

30
00:01:56.051 --> 00:02:00.051
มาเป็นอวัยวะ อวัยวะ

31
00:02:00.055 --> 00:02:04.055
ก็เป็นระบบอวัยวะในร่างกายอย่างเช่น

32
00:02:04.056 --> 00:02:08.056
ระบบทางเดินอาการ ก็จะมีอะไร ปาก

33
00:02:08.058 --> 00:02:12.058
มีหลอดลม มีกระเพาะ มีลำไส้เล็ก

34
00:02:12.060 --> 00:02:16.060
ลำไส้ใหญ่  ทวารหนัก ระบบทางเดิน

35
00:02:16.061 --> 00:02:20.061
อาหารนะคะ ระบบหายใจอย่างนี้นะคะ มันก็จะเป็นระบบ

36
00:02:20.062 --> 00:02:24.062
ในร่างกาย แล้วก็จะเป็น กลายเป็นอะไร

37
00:02:24.064 --> 00:02:28.064
ก็คือ อันที่ใหญ่ที่สุด

38
00:02:28.066 --> 00:02:32.066
นี่ ร่างกายใช่ไหม

39
00:02:32.066 --> 00:02:36.066
อะไรบ้าง เซลล์นะคะ ร่างกายประกอบไปด้วยหน่วยเล็กที่สุด

40
00:02:36.069 --> 00:02:40.069
เรียกว่า "เซลล์" อันที่ 2 ก็คือ

41
00:02:40.071 --> 00:02:44.071
เนื้อเยื่อนะคะ จากนั้นเป็นอวัยวะ

42
00:02:44.072 --> 00:02:48.072
3. ระบบอวัยวะ

43
00:02:48.073 --> 00:02:52.073
4 ร่างกายนะคะ

44
00:02:52.073 --> 00:02:56.073
มันก็จะเป็นองค์ประกอบของหน่วยที่เล็กที่สุด ก็คือ

45
00:02:56.075 --> 00:03:00.075
เซลล์

46
00:03:00.077 --> 00:03:04.077
นอกจากนี้นะคะ มันก้จะมีอีกเยอะ

47
00:03:04.078 --> 00:03:08.078
ความสำคัญของคาร์โบไฮเดรตมีอีกเยอะมาก

48
00:03:08.080 --> 00:03:12.080
เป็นส่วนประกอบของฮอร์โมนบางชนิดที่มันอยู่ใน

49
00:03:12.081 --> 00:03:16.081
ร่างกายนะคะ อย่างร่างกายขาดคาร์โบไฮเดรตได้ไหม

50
00:03:16.081 --> 00:03:20.081
เราลดคาร์โบไฮเดรตได้นะคะ คนอ้วน

51
00:03:20.082 --> 00:03:24.082
อย่างครูอ้วนไหมลูก อ้วน ครูก็ต้อง

52
00:03:24.084 --> 00:03:28.084
ลดคาร์โบไฮเดรต แต่ร่างกายจะ

53
00:03:28.085 --> 00:03:32.085
ดึงอะไรมาใช้ไกลโคเจนใช่ไหม ที่มันจะแอบเก็บไว้อยู่

54
00:03:32.086 --> 00:03:36.086
เหมือนเราน่ะ ชอบซ่อนเงินพ่อหับแม่

55
00:03:36.086 --> 00:03:40.086
เรามีหลายกระเป๋าไงลูก

56
00:03:40.088 --> 00:03:44.088
เราก็ต้องมีเงินกระเป๋าที่ 1 ไว้ใช้

57
00:03:44.089 --> 00:03:48.089
กระเป๋าที่ 2 ไว้สำรอง ร่างกายมันฉลาด ร่างกายมัน

58
00:03:48.090 --> 00:03:52.090
มีกลไกเหมือนกัน มีการซ่อน

59
00:03:52.091 --> 00:03:56.091
ไขมันไว้ใช้ การซ่อนคาร์โบไฮเดรตไว้ใช้

60
00:03:56.094 --> 00:04:00.094
ไว้ยามฉุกเฉิน ไว้ยามที่เราอดอยาก

61
00:04:00.095 --> 00:04:04.095
มันก็จะค่อยดึงมาใช้ ค่อย ๆ ดึงมาใช้

62
00:04:04.096 --> 00:04:08.096
โอเคนะ

63
00:04:08.097 --> 00:04:12.097
ความสำคัญคาร์โบไฮเดรต จดนะลูก

64
00:04:12.099 --> 00:04:16.099
อันนี้

65
00:04:16.100 --> 00:04:20.100

66
00:04:20.102 --> 00:04:24.102
วันนี้เราจะเรียนถึงกี่โมง

67
00:04:24.104 --> 00:04:28.104
ถึง 2 ทุ่ม

68
00:04:28.106 --> 00:04:32.106
ถึง 2 ทุ่มไหมวันนี้

69
00:04:32.110 --> 00:04:36.110

70
00:04:36.112 --> 00:04:40.112
ดูหน้าเอิร์น ดูหน้าบีมด้วย

71
00:04:40.113 --> 00:04:44.113
เดินมาจากไหน

72
00:04:44.114 --> 00:04:48.114
ทำไมมาช้า มาจากไหน มาจากนอน

73
00:04:48.115 --> 00:04:52.115
เอิร์นน่ะ

74
00:04:52.116 --> 00:04:56.116
เอิร์น ดอมถามเอิร์นสิ มาจากไหน

75
00:04:56.118 --> 00:05:00.118
ทำไมมาช้า

76
00:05:00.119 --> 00:05:04.119
คุยอีกแล้ว

77
00:05:04.121 --> 00:05:08.121
คุยอีกแล้ว

78
00:05:08.123 --> 00:05:12.123

79
00:05:12.125 --> 00:05:16.125
คุยกับพี่เขาว่าอะไร

80
00:05:16.127 --> 00:05:20.127

81
00:05:20.130 --> 00:05:24.130
คะ (นักศึกษาหญิง)  ผนังเซลล์คืออะไรคะ (อาจารย์ชุติมนณฑน์)

82
00:05:24.134 --> 00:05:28.134
ผนังเซลล์ มันก็คือผนังเซลล์

83
00:05:28.137 --> 00:05:32.137
มันก็คือตัวที่ห่อหุ้มเซลล์ เขาเรียกว่า "

84
00:05:32.138 --> 00:05:36.138
ผนังเซลล์ ตัวที่ห่อหุ้มเซลล์อีกทีหนึ่ง

85
00:05:36.139 --> 00:05:40.139

86
00:05:40.139 --> 00:05:44.139

87
00:05:44.141 --> 00:05:48.141
มันมีทั้งผนังเซลล์สัตว์ ผนังเซลล์พืช

88
00:05:48.143 --> 00:05:52.143
ในผนังเซลล์สัตว์ก็จะเป็นเซลูโลส

89
00:05:52.145 --> 00:05:56.145
เหมือนกัน ผนังเซลล์มนุษย์มันก็จะ

90
00:05:56.146 --> 00:06:00.146
เป็นคาร์โบไฮเดรตเหมือนกัน มีส่วนประกอบของคาร์โบไฮเดรต

91
00:06:00.147 --> 00:06:04.147

92
00:06:04.148 --> 00:06:08.148
ผนังเซลล์ ก็ตัวที่หุ้มเซลล์น่ะลูก

93
00:06:08.149 --> 00:06:12.149
มีทั้งโปรตีน คาร์โบไฮเดรต

94
00:06:12.150 --> 00:06:16.150
แต่องค์ประกอบหลักก์คือคาร์โบไฮเดรต

95
00:06:16.151 --> 00:06:20.151

96
00:06:20.152 --> 00:06:24.152

97
00:06:24.154 --> 00:06:28.154

98
00:06:28.155 --> 00:06:32.155

99
00:06:32.157 --> 00:06:36.157

100
00:06:36.159 --> 00:06:40.159
เซลล์คนเรานะลูก มันจะ

101
00:06:40.163 --> 00:06:44.163
ขยายใหญ่ขึ้นได้แล้วมันก็เพิ่มขนาดได้นะลูก

102
00:06:44.165 --> 00:06:48.165
เซลล์ของคนเรา มันสามารถที่จะ

103
00:06:48.165 --> 00:06:52.165
ขยายใหญ่ขึ้นได้ แล้วก็เพิ่มขนาดได้ อย่างเช่น

104
00:06:52.167 --> 00:06:56.167
ครูอ้วน เซลล์ครูทั้ง

105
00:06:56.168 --> 00:07:00.168
เพิ่มจำนวนจาก 4-10

106
00:07:00.169 --> 00:07:04.169
จาก 5 ไป 10 มันเพิ่มจำนวนได้ แต่มันไม่สามารถ

107
00:07:04.171 --> 00:07:08.171
ลดจำนวนได้ ดังนั้น คนอ้วนน่ะ มันลด

108
00:07:08.172 --> 00:07:12.172
มันลดได้ แต่ว่ามันจะอ้วนเร็ว

109
00:07:12.174 --> 00:07:16.174
คนที่อ้วนไปแล้วน่ะลูก

110
00:07:16.176 --> 00:07:20.176
มันทั้งขนาดใหญ่ แล้วก็มีการแบ่งเซลล์

111
00:07:20.177 --> 00:07:24.177
แต่มันลดจำนวนลงไม่ได้

112
00:07:24.178 --> 00:07:28.178
ดังนั้น ถ้าคนอ้วนแล้วน่ะ เกิดมาใน

113
00:07:28.178 --> 00:07:32.178
ชีวิตเราต้องดูแลตัวเองทุกช่วงวัย

114
00:07:32.180 --> 00:07:36.180
ถ้าอ้วน ปุ๊บ มันจะควบคุมยาก

115
00:07:36.182 --> 00:07:40.182
คนอ้วนปุ๊บมันจะกลับมาผอมได้ แต่มันจะกลับมาอ้วนไว

116
00:07:40.183 --> 00:07:44.183
กว่าคนทั่วไป เราต้อง

117
00:07:44.184 --> 00:07:48.184
เราต้องเพิ่มกล้ามเนื้อถึงจะช่วย

118
00:07:48.185 --> 00:07:52.185
เผาผลาญไขมันในร่างกายได้ กล้ามเนื้อ

119
00:07:52.186 --> 00:07:56.186
เร่งการเผาผลาญ ทำอย่างไรเราจะมีกล้ามเนื้อคะ

120
00:07:56.187 --> 00:08:00.187
เออ เราต้องออกกำลังกาย

121
00:08:00.188 --> 00:08:04.188
ทานโปรตีนในปริมาณที่เพียงพอ ไม่ใช่กินโปรตีนเยอะ

122
00:08:04.190 --> 00:08:08.190
แต่ไม่ออกกำลังกาย มันก็จะไม่สมดุลใช่ไหม

123
00:08:08.192 --> 00:08:12.192
ใช่ ผักผลไม้ ก็สำคัญ

124
00:08:12.193 --> 00:08:16.193
การที่เรามีกล้ามเนื้อเยอะ ก็จะ

125
00:08:16.193 --> 00:08:20.193
ช่วยในเรื่องของการเผาผลาญพลังงานในร่างกาย

126
00:08:20.195 --> 00:08:24.195
อันนี้เสร็จหรือยัง

127
00:08:24.195 --> 00:08:28.195
เสร็จแล้ว

128
00:08:28.197 --> 00:08:32.197
อันนี้สำคัญมากเลย อันนี้นะคะ

129
00:08:32.198 --> 00:08:36.198
นักเรียนจะต้องรู้และจำให้ขึ้นใจ

130
00:08:36.200 --> 00:08:40.200
เพราะว่าครูน่ะ ให้ไปท่องแล้ว

131
00:08:40.202 --> 00:08:44.202
ไปท่องแล้ว มีใครจำได้ไหมสไลด์นี้

132
00:08:44.203 --> 00:08:48.203
ไปท่องบ้างหรือยัง ไปท่องหรือยังคะ

133
00:08:48.204 --> 00:08:52.204
อันนี้

134
00:08:52.205 --> 00:08:56.205
ท่องแต่จำได้ไหม จำได้ ต้องจำได้บ้างล่ะ

135
00:08:56.208 --> 00:09:00.208
ใช่ไหม ไม่เชื่อหรอกจำไม่ได้ จำได้บ้าง

136
00:09:00.209 --> 00:09:04.209
จำให้ได้นะ อันนี้

137
00:09:04.210 --> 00:09:08.210
มีในข้อสอบนะคะ มีในข้อสอบ ตะกี้ข้อสอบ

138
00:09:08.211 --> 00:09:12.211
กี่ข้อแล้ว จด

139
00:09:12.212 --> 00:09:16.212
5 ข้อ อันนี้ข้อที่เท่าไร

140
00:09:16.214 --> 00:09:20.214
ข้อที่ 6 หรือยัง อันนี้ อันนี้

141
00:09:20.215 --> 00:09:24.215
จดระบุข้อด้วยว่าข้อที่ 1 ข้อที่ 2

142
00:09:24.216 --> 00:09:28.216
ข้อที่ 3 ดูสิ

143
00:09:28.219 --> 00:09:32.219
มันข้อที่เท่าไรแล้ว

144
00:09:32.220 --> 00:09:36.220

145
00:09:36.222 --> 00:09:40.222
ข้อที่ 1 ก็คือ

146
00:09:40.224 --> 00:09:44.224
C6H12O6

147
00:09:44.226 --> 00:09:48.226
ข้อที่ 2 เก็บไว้ เก็บคาร์โบไฮเดรต

148
00:09:48.228 --> 00:09:52.228
ไว้ที่ตับและกล้ามเนื้อ

149
00:09:52.231 --> 00:09:56.231
ข้อที่ 3 เก็บไว้ในรูปของไกลโคเจน

150
00:09:56.232 --> 00:10:00.232
ข้อที่ 4 คาร์โบไฮเดรต 1 กรัม จะให้

151
00:10:00.233 --> 00:10:04.233
พลังงาน 4 กิโลแคลอรี

152
00:10:04.235 --> 00:10:08.235
ข้อที่ 5

153
00:10:08.236 --> 00:10:12.236
45-60 ของอาหารทั้งหมดของพลังงานทั้งหมด

154
00:10:12.237 --> 00:10:16.237
ข้อที่ 6 70-80

155
00:10:16.240 --> 00:10:20.240
เปอร์เซ็นต์ แคลอรีจากผู้ที่ใช้แรงงาน

156
00:10:20.240 --> 00:10:24.240
ข้อที่ 7 ความสำคัญของคาร์

157
00:10:24.242 --> 00:10:28.242
ข้อที่ 8 กลไก

158
00:10:28.243 --> 00:10:32.243
ของคาร์โบไฮเดรต ต้องมี 8 ข้อแล้วนะ มี 8 ข้อแล้วนะลูก

159
00:10:32.244 --> 00:10:36.244

160
00:10:36.244 --> 00:10:40.244

161
00:10:40.247 --> 00:10:44.247
กลไกของ

162
00:10:44.249 --> 00:10:48.249
คาร์โบไฮเดรตนะคะ เมื่อเข้าสู่ร่างกาย มันจะไปที่ไหนบ้าง

163
00:10:48.250 --> 00:10:52.250
เมื่อเราบริโภคคาร์โบไฮเดรตไปแล้วนะคะ

164
00:10:52.251 --> 00:10:56.251
มันก็จะเกิดการย่อย

165
00:10:56.252 --> 00:11:00.252
ในระบบทางเดินอาหาร ทางเดินอาหารมีอะไรบ้าง

166
00:11:00.254 --> 00:11:04.254
มีปากใช่ไหม มีหลอดอาหาร มีกระเพาะอาหาร

167
00:11:04.254 --> 00:11:08.254
มีลำไส้ ลำไส้อะไรก่อนเล็กหรือใหญ่ก่อน

168
00:11:08.256 --> 00:11:12.256
แล้วไปที่ลำไส้ใหญ่นะคะ

169
00:11:12.257 --> 00:11:16.257
(อาจารย์ชุติมนณฑน์) ลำไส้ใหญ่นะคะ ลำไส้ใหญ่

170
00:11:16.258 --> 00:11:20.258
แล้วก็ลำไส้เล็ก แล้วมันก็จะดูดซึมตรงลำไส้อะไร

171
00:11:20.260 --> 00:11:24.260
มันจะดูดซึบสารอาหารต่าง ๆ

172
00:11:24.262 --> 00:11:28.262
ที่ลำไส้เล็กนะคะ

173
00:11:28.264 --> 00:11:32.264
สัตว์บริโภค

174
00:11:32.265 --> 00:11:36.265
คาร์โบไฮเดรตไปแล้วนะคะ มันจะย่อยสลายในระบบทางเดินอาหาร

175
00:11:36.266 --> 00:11:40.266
เปลี่ยนในรูปของน้ำตาล จากนั้นก็ดูดซึม

176
00:11:40.267 --> 00:11:44.267
เข้าสู่ร่างกาย จากนั้น ก็เปลี่ยนเป็น

177
00:11:44.269 --> 00:11:48.269
พลังงานแล้วก็เป็นน้ำตาลกลูโคส

178
00:11:48.269 --> 00:11:52.269
ในเลือดนะคะ ร่างกายก็จะดึงไปใช้สำหรับเป็นพลังงาน

179
00:11:52.270 --> 00:11:56.270
บางส่วนที่มันเหลือก็จะเป็นน้ำตาลในเลือด

180
00:11:56.272 --> 00:12:00.272
สะสมไว้ในตับและกล้ามเนื้อ ในรูปของอะไรคะ ใน

181
00:12:00.273 --> 00:12:04.273
รูปของอะไรลูก สะสม

182
00:12:04.274 --> 00:12:08.274
ในตับและกล้ามเนื้อ ในรูปของอะไร

183
00:12:08.275 --> 00:12:12.275
หน้านี้

184
00:12:12.278 --> 00:12:16.278
จำให้ได้ 5 คะแนนเลยนะ

185
00:12:16.279 --> 00:12:20.279
ไปไหนคะ เพื่อน

186
00:12:20.280 --> 00:12:24.280
ไปไหนลูก

187
00:12:24.280 --> 00:12:28.280
โทรตามยังไม่มาเลย

188
00:12:28.281 --> 00:12:32.281
หนูไปไหนนะ

189
00:12:32.285 --> 00:12:36.285
ให้เวลา

190
00:12:36.286 --> 00:12:40.286
ไปตาม 5... ให้เวลาไปตาม แล้วรีบขึ้นมา

191
00:12:40.287 --> 00:12:44.287

192
00:12:44.288 --> 00:12:48.288

193
00:12:48.289 --> 00:12:52.289

194
00:12:52.290 --> 00:12:56.290
สัตว์

195
00:12:56.293 --> 00:13:00.293
บริโภคคาร์โบไฮเดรตย่อยสลาย

196
00:13:00.294 --> 00:13:04.294
ในระบบทางเดินอาหาร

197
00:13:04.295 --> 00:13:08.295
เปลี่ยนเป็นน้ำตาลโมเลกุลเดี่ยวนะคะ ดูดซึมเข้าสู่

198
00:13:08.296 --> 00:13:12.296
ร่างกายในรูปน้ำตาลโมเลกุลเดี่ยว ใช้พลังงาน

199
00:13:12.297 --> 00:13:16.297
แล้วก็เป็นน้ำตาลกลูโคสในเลือด

200
00:13:16.298 --> 00:13:20.298
น้ำตาลในเลือด คือ น้ำตาลกลูโคสนะ

201
00:13:20.298 --> 00:13:24.298
น้ำตาลกาแลคโตสไม่ใช่นะ ในเม็ดเลือดก็คือน้ำตาล

202
00:13:24.299 --> 00:13:28.299
กลูโคส สะสมไว้ในตับและกล้ามเนื้อในรูปของไกล

203
00:13:28.301 --> 00:13:32.301
จะต้องท่องแล้วจำให้ได้อันนี้นะลูก

204
00:13:32.304 --> 00:13:36.304

205
00:13:36.306 --> 00:13:40.306

206
00:13:40.307 --> 00:13:44.307

207
00:13:44.309 --> 00:13:48.309

208
00:13:48.311 --> 00:13:52.311

209
00:13:52.312 --> 00:13:56.312

210
00:13:56.315 --> 00:14:00.315

211
00:14:00.316 --> 00:14:04.316

212
00:14:04.322 --> 00:14:08.322

213
00:14:08.324 --> 00:14:12.324

214
00:14:12.327 --> 00:14:16.327

215
00:14:16.332 --> 00:14:20.332

216
00:14:20.334 --> 00:14:24.334

217
00:14:24.335 --> 00:14:28.335

218
00:14:28.336 --> 00:14:32.336

219
00:14:32.339 --> 00:14:36.339

220
00:14:36.342 --> 00:14:40.342
พออาหารออกจาก

221
00:14:40.343 --> 00:14:44.343
ลำไส้ใหญ่แล้วไปไหน

222
00:14:44.345 --> 00:14:48.345
ไปที่ทวารหนัก โอเค นึกว่าจะไม่รู้

223
00:14:48.346 --> 00:14:52.346

224
00:14:52.347 --> 00:14:56.347
นอกจากนี้นะคะ มันก็จะมีอวัยวะอื่น ๆ

225
00:14:56.348 --> 00:15:00.348
ที่มีบทบาทร่วมกันกับการย่อยอาหาร

226
00:15:00.348 --> 00:15:04.348
ก็คือตับอ่อน ถุงน้ำดี ที่มี

227
00:15:04.349 --> 00:15:08.349
ส่วนร่วมในการย่อยอาหาร เดี๋ยวเราจะไปเรียน

228
00:15:08.350 --> 00:15:12.350
อาทิตย์หน้านะคะ อันนี้ว่ากินเข้าไปแล้วมีเอนไซม์

229
00:15:12.351 --> 00:15:16.351
อะไรบ้างในการย่อยในปากมีเอนไซม์อะไรนอกจากอะไมโลส

230
00:15:16.352 --> 00:15:20.352
แล้วมรเอนไซมือะไร ในกระเพาะอาการมีกรด

231
00:15:20.353 --> 00:15:24.353
ที่ชื่อว่าอะไร ในลำไส้เล็ก

232
00:15:24.354 --> 00:15:28.354
มีเอนไซม์อะไรที่ช่วยในการย่อย อันนี้นะคะ

233
00:15:28.355 --> 00:15:32.355

234
00:15:32.356 --> 00:15:36.356

235
00:15:36.357 --> 00:15:40.357

236
00:15:40.359 --> 00:15:44.359

237
00:15:44.362 --> 00:15:48.362

238
00:15:48.363 --> 00:15:52.363

239
00:15:52.368 --> 00:15:56.368

240
00:15:56.370 --> 00:16:00.370

241
00:16:00.372 --> 00:16:04.372

242
00:16:04.374 --> 00:16:08.374

243
00:16:08.377 --> 00:16:12.377
ใครไปตามแล้วนะ

244
00:16:12.380 --> 00:16:16.380

245
00:16:16.382 --> 00:16:20.382
เป็นอะไรถึงไม่อยากมาเรียน

246
00:16:20.383 --> 00:16:24.383

247
00:16:24.384 --> 00:16:28.384

248
00:16:28.386 --> 00:16:32.386
ทำไมว่าประเสริฐเป็นลูฏครูน้

249
00:16:32.389 --> 00:16:36.389
คือใคร

250
00:16:36.390 --> 00:16:40.390
เป็นลุกครูน้อยหรือ

251
00:16:40.393 --> 00:16:44.393
เป็นลูกศิษย์ลูกน้อย (อาจารย์ชุติมนณฑน์) อ๋อเป็นลูกศิษย์

252
00:16:44.394 --> 00:16:48.394
ครูน้อย

253
00:16:48.395 --> 00:16:52.395

254
00:16:52.397 --> 00:16:56.397

255
00:16:56.398 --> 00:17:00.398

256
00:17:00.399 --> 00:17:04.399

257
00:17:04.402 --> 00:17:08.402

258
00:17:08.407 --> 00:17:12.407

259
00:17:12.411 --> 00:17:16.411
ตลกน่ะ

260
00:17:16.414 --> 00:17:20.414

261
00:17:20.416 --> 00:17:24.416
อันนี้เสร็จหรือยังคะ (นักศึกษาหญิง)  เสร็จแล้วค่ะ (อาจารย์ชุติมนณฑน์)

262
00:17:24.417 --> 00:17:28.417
อันดับแรก เราบริโภคคาร์โบไฮเดรตแล้วไปไหน

263
00:17:28.420 --> 00:17:32.420
ไม่ใช่ไปย่อยสลายในระบบทางเดินอาหาร

264
00:17:32.421 --> 00:17:36.421
เข้าไปแล้ว ไปย่อยที่ไหน

265
00:17:36.422 --> 00:17:40.422
ระบบรู้แล้ว ระบบรวมน่ะ

266
00:17:40.423 --> 00:17:44.423
กระเพาะมันเป็น Sub Set ของระบบท่างเดินอา

267
00:17:44.427 --> 00:17:48.427
อันใหญ่คือระบบอันใหญ่คือระบบทางเดินอาหาร

268
00:17:48.428 --> 00:17:52.428
ระบบทางเดินอาหารมีอะไรบ้าง

269
00:17:52.429 --> 00:17:56.429
ปาก หลอดอาหาร

270
00:17:56.430 --> 00:18:00.430
กระเพาะ ลำไส้เล็ก ลำไส้ใหญ่

271
00:18:00.432 --> 00:18:04.432
นี่คือระบบ

272
00:18:04.433 --> 00:18:08.433
ทางเดินอาหาร ถูกไหม

273
00:18:08.434 --> 00:18:12.434
แล้วคาร์โบไฮเดรตไปย่อยสลายที่ระบบอะไร

274
00:18:12.435 --> 00:18:16.435
กระเพาะมันอยู่ในระบบอะไร

275
00:18:16.436 --> 00:18:20.436
ระบบทางเดินอาหาร

276
00:18:20.437 --> 00:18:24.437
เดี๋ยวกระเพาะมันอยู่ในระบบอะไรคะ

277
00:18:24.438 --> 00:18:28.438
เมื่อเราบริโภคคาร์โบไฮเดรต

278
00:18:28.439 --> 00:18:32.439
มันไปถูกย่อยในระบบอะไร

279
00:18:32.440 --> 00:18:36.440
ระบบทางเดินอะไร เอาจริง ๆ

280
00:18:36.441 --> 00:18:40.441
อย่าเล่น เอาใหม่ อย่าเล่น

281
00:18:40.443 --> 00:18:44.443
คาร์โบไฮเดรต คาร์โบไฮเดรตเมื่อเราบริโภคเข้าไปแล้ว

282
00:18:44.445 --> 00:18:48.445
ไปย่อยใน... ระบบทางเดินอาหาร

283
00:18:48.446 --> 00:18:52.446
แล้วเปลี่ยนเป็นน้ำตาล น้ำตาลถูก

284
00:18:52.447 --> 00:18:56.447
นำไปไหน ดูดซึมเข้าสู่ร่างหาย

285
00:18:56.448 --> 00:19:00.448
เป็นพลังงานที่ใช้ในร่างกาย

286
00:19:00.449 --> 00:19:04.449
อีกส่วนหนึ่งก็เก็บเป็นน้ำตาลในเลือด มันเป้น

287
00:19:04.450 --> 00:19:08.450
ในเลือดแล้วที่เหลือล่ะ

288
00:19:08.452 --> 00:19:12.452
ในรูป

289
00:19:12.453 --> 00:19:16.453
จำได้ไหม ท่องอีกทีหนึ่ง ท่อง

290
00:19:16.457 --> 00:19:20.457
อีกทีหนึ่ง 1 2 3

291
00:19:20.458 --> 00:19:24.458
บริโภคคาร์โบไฮเดรตแล้วไป

292
00:19:24.459 --> 00:19:28.459
เปลี่ยน... เออ

293
00:19:28.460 --> 00:19:32.460
พอมัน

294
00:19:32.462 --> 00:19:36.462

295
00:19:36.463 --> 00:19:40.463
แล้วก็เป็นน้ำตาลในเลือด ใช้เป็นน้ำตาลในเลือด

296
00:19:40.465 --> 00:19:44.465
แล้วก็สะสมไว้ใน

297
00:19:44.466 --> 00:19:48.466
น้ำตาลที่ร่างกายนำไปใช้เป็นน้ำตาล

298
00:19:48.467 --> 00:19:52.467
อะไร มันสะสมในรูป

299
00:19:52.468 --> 00:19:56.468
ของไกลโคเจนนะลูก แต่น้ำตาลที่เราเอาไปใช้ได้อย่างเดียว

300
00:19:56.470 --> 00:20:00.470
ก็คือน้ำตาลโมเลกุลเดี่ยว

301
00:20:00.471 --> 00:20:04.471

302
00:20:04.471 --> 00:20:08.471

303
00:20:08.473 --> 00:20:12.473
ทีนี้เราฮึบก่อน ให้เวลานั่งสมาธิก่อน

304
00:20:12.474 --> 00:20:16.474
เริ่มจะยากขึ้นเรื่อย ๆ แล้ว

305
00:20:16.474 --> 00:20:20.474
เริ่มจะยากขึ้นแล้ว อันนี้จดแล้วนะ

306
00:20:20.476 --> 00:20:24.476
โอเค เริ่มจะยากขึ้นแล้ว นั่ง

307
00:20:24.477 --> 00:20:28.477
สมาธิก่อน 1 นาที

308
00:20:28.480 --> 00:20:32.480
นั่งสมาธิก่อน อันนี้เริ่มยากแล้ว

309
00:20:32.481 --> 00:20:36.481

310
00:20:36.482 --> 00:20:40.482
แต่อาทิตยืหน้าเดี๋ยวเราจะมาเรียนกัน ว่า

311
00:20:40.483 --> 00:20:44.483
เมื่อเราบริโภคอาหารเข้าไปในปากแล้ว

312
00:20:44.485 --> 00:20:48.485
มันเป็นอย่างไรต่อ มันเกิดกระบวนการย่อยอย่างไร ไปที่ไหนบ้าง

313
00:20:48.487 --> 00:20:52.487
น้ำดีช่วยอะไรในการย่อย ตับช่วยอะไรในการย่อย

314
00:20:52.489 --> 00:20:56.489
เดี๋ยวอาทิตย์หน้าครูจะสอน แต่ว่า

315
00:20:56.489 --> 00:21:00.489
มันจะมีศัพท์เยอะมาก มีเอนไซม์เยอะมากที่ช่วยในการย่อย

316
00:21:00.490 --> 00:21:04.490
แต่ครูจะให้พวกเราจำแค่

317
00:21:04.491 --> 00:21:08.491
แค่แบบตัวสำคัญที่เราจะต้องไปใช้

318
00:21:08.492 --> 00:21:12.492

319
00:21:12.493 --> 00:21:16.493

320
00:21:16.495 --> 00:21:20.495

321
00:21:20.497 --> 00:21:24.497
เธอเคย

322
00:21:24.498 --> 00:21:28.498
เห็นชื่อครูไหม ชื่อครูที่อยู่ในนี้ เห็นไหม

323
00:21:28.503 --> 00:21:32.503
เห็นชื่อครูไหมลูก

324
00:21:32.506 --> 00:21:36.506

325
00:21:36.507 --> 00:21:40.507
เห็นชื่อครูเป็นอย่างไร ถูกไหม

326
00:21:40.508 --> 00:21:44.508
มนณฑน์

327
00:21:44.509 --> 00:21:48.509

328
00:21:48.510 --> 00:21:52.510
เขาเปลี่ยนชื่อให้ครู ทุกรอบเลย

329
00:21:52.512 --> 00:21:56.512

330
00:21:56.513 --> 00:22:00.513
อันนี้เสร็จแล้ว ต่อไปจะเริ่

331
00:22:00.514 --> 00:22:04.514
ทุกคนพร้อมหรือยังคะ โอเคพร้อมแล้วนะ

332
00:22:04.515 --> 00:22:08.515
ต่อไปนะคะ จะเป็นประเภทของคาร์โบไฮเดรต

333
00:22:08.516 --> 00:22:12.516
ค่ะ เชิญค่ะ เจอเพื่อนไหม

334
00:22:12.517 --> 00:22:16.517

335
00:22:16.519 --> 00:22:20.519
ไปไหนน้อ

336
00:22:20.520 --> 00:22:24.520
ไม่ ไม่ได้อะไรนะ ไม่มาก็บอก

337
00:22:24.522 --> 00:22:28.522
ว่าทำไมถึงไม่มาทำไมถึงลา ทำไมถึงหาย

338
00:22:28.523 --> 00:22:32.523
ไม่อย่างนั้น ครูจะเป็นห่วง ว่าไปเกิดอุบัติเหตุหรือเ

339
00:22:32.524 --> 00:22:36.524
หรือเปล่า ไปกินอะไรไม่ดีหรือเปล่า

340
00:22:36.525 --> 00:22:40.525
หรือว่าปวดท้อง เป็นลมในห้องน้ำ

341
00:22:40.527 --> 00:22:44.527
อย่างนี้ครูก็ไม่รู้ไง นี่ก็เป็นห่วง

342
00:22:44.528 --> 00:22:48.528
พวกเราแบบนี้ ก้เลยว่าไปไหน ไม่ต้องกลัวว่าคณุ

343
00:22:48.530 --> 00:22:52.530
ให้บอกเพราะว่าพวกเราโตแล้ว ปวส. แล้ว

344
00:22:52.531 --> 00:22:56.531
อายุจะ 20 อายุ 20 กันแล้วนะ 21

345
00:22:56.532 --> 00:23:00.532
22 ก็มี

346
00:23:00.533 --> 00:23:04.533
23 23 ไม่มี

347
00:23:04.534 --> 00:23:08.534
22 นะ เยอะสุด โอเค ต่อไป

348
00:23:08.534 --> 00:23:12.534
จะเป็นประเภทของคาร์โบไฮเดรตนะคะ

349
00:23:12.536 --> 00:23:16.536
คาร์โบไฮเดรต

350
00:23:16.537 --> 00:23:20.537
อันนี้ไม่ต้องกลัวเป็นภาษาอังกฤา ครุยังไม่ได้แปล

351
00:23:20.539 --> 00:23:24.539
ประเภทของคาร์โบไฮเดรต มี 1.

352
00:23:24.540 --> 00:23:28.540
ประเภทของคาร์โบไฮเดรต จดลงไปในสมุดลูก

353
00:23:28.541 --> 00:23:32.541
ไม่อย่างนั้นมันจะจำไม่ได้แล้วหนูจะทำข้อสอบปลายภาค

354
00:23:32.542 --> 00:23:36.542
ไมม่ได้นะคะ มีวิธีเดียวคือจด

355
00:23:36.543 --> 00:23:40.543
นะคะ มันไม่มีใครจำได้หรอก เนื้อหามันเยอะ

356
00:23:40.544 --> 00:23:44.544

357
00:23:44.545 --> 00:23:48.545
ประเภทของคาร์โบไฮเดรต

358
00:23:48.546 --> 00:23:52.546
1. ก็คือ Monosaccharides

359
00:23:52.547 --> 00:23:56.547

360
00:23:56.549 --> 00:24:00.549
Monosaccharides Mono ก

361
00:24:00.551 --> 00:24:04.551
Mono ก็คือเป็นน้ำตาลโมเลกุลเดี่ยว เป็น

362
00:24:04.552 --> 00:24:08.552
น้ำตาลที่เล็กที่สุดนะคะ Mono แปลว่า

363
00:24:08.553 --> 00:24:12.553
เป็นน้ำตาลโมเลกุลเดี่ยว ประเภทของคาร์โบไฮเดรต

364
00:24:12.555 --> 00:24:16.555
จดหรือยัง จดหรือยัง จดหัวข้อหรือยัง ประเภท

365
00:24:16.556 --> 00:24:20.556
ของคาร์โบไฮเดรต บรรทัดต่อมา 1.

366
00:24:20.557 --> 00:24:24.557
เขียนว่า Monosaccharides เขียนภาษาไทย

367
00:24:24.558 --> 00:24:28.558
หรือภาษาอังกฤษก็ได้ครูไม่ว่าลูก

368
00:24:28.559 --> 00:24:32.559
Monosaccharides

369
00:24:32.560 --> 00:24:36.560
= น้ำตาลโมเลกุลเดี่ยว

370
00:24:36.563 --> 00:24:40.563
เขียนไปด้วย Mono แปลว่า หนึ่ง นะคะ

371
00:24:40.564 --> 00:24:44.564
saccharide นะคะ

372
00:24:44.566 --> 00:24:48.566
เป็นน้ำตาลนะคะ saccharide ก็คือน้ำตาลนะคะ

373
00:24:48.568 --> 00:24:52.568

374
00:24:52.570 --> 00:24:56.570
ใช่ Monosaccharides

375
00:24:56.572 --> 00:25:00.572
= น้ำตาลโมเลกุลเดี่ยว

376
00:25:00.573 --> 00:25:04.573
น้ำตาลโมเลกุลเดี่ยว ทำไมต้องเป็นน้ำตาลโมเลกุลเดี่ยว

377
00:25:04.576 --> 00:25:08.576
มีคาร์บอน 6 ตัวนะคะ มีคาร์บอน

378
00:25:08.577 --> 00:25:12.577
6 ตัว มีอะตอมของธาตุคาร์บอนแค่ 6 ตัว

379
00:25:12.577 --> 00:25:16.577
นะคะ

380
00:25:16.579 --> 00:25:20.579
อันนี้เป็นตัวนี้ที่

381
00:25:20.580 --> 00:25:24.580
ร่างกายนำไปใช้ได้นะ ร่างกายสามารถนำไปใช้ ก็คือ

382
00:25:24.580 --> 00:25:28.580
เป็น Monosaccharides จดหรือยัง

383
00:25:28.581 --> 00:25:32.581
เสร็จหรือยัง จดแค่ว่า

384
00:25:32.582 --> 00:25:36.582
ประเภทของน้ำตาล บรรทัดที่ 2

385
00:25:36.583 --> 00:25:40.583
1. Monosaccharides น้ำตาลโมเลกุล

386
00:25:40.584 --> 00:25:44.584
เดี่ยว จดแค่นี้

387
00:25:44.585 --> 00:25:48.585

388
00:25:48.586 --> 00:25:52.586

389
00:25:52.587 --> 00:25:56.587
ครูจะเล่าให้ฟัง

390
00:25:56.591 --> 00:26:00.591
ว่าทำไมเป้นน้ำตาลโมเลกุลเดี่ยว เผื่อ

391
00:26:00.593 --> 00:26:04.593
ใครสงสัย แต่ครูไม่ออกข้อสอบหรอกอันนี้

392
00:26:04.593 --> 00:26:08.593
ครูออกแค่ว่า Monosaccharides คืออะไร

393
00:26:08.594 --> 00:26:12.594
หนูก็ตอบไปว่าน้ำตาลโมเลกุลเดี่ยวที่มีน้ำตาล

394
00:26:12.596 --> 00:26:16.596
6 ตัว ยากไหม

395
00:26:16.597 --> 00:26:20.597
ไม่ค่อย

396
00:26:20.598 --> 00:26:24.598

397
00:26:24.599 --> 00:26:28.599
ครูไม่บอกก็ได้

398
00:26:28.602 --> 00:26:32.602
ว่ามีคาร์บอนกี่ตัว ครูออกแค่ Monosaccharides

399
00:26:32.605 --> 00:26:36.605
คืออะไร Monosaccharides ถ้าจะออก Monosaccharides

400
00:26:36.605 --> 00:26:40.605
คืออะไร ประกอบไปด้วยน้ำตาลชนิดใด

401
00:26:40.607 --> 00:26:44.607
บ้าง ครูจะออกแค่นี้

402
00:26:44.608 --> 00:26:48.608
ก้เรียนไปด้วย บอกไปด้วย เราจะได้จำ ระหว่างเรียน

403
00:26:48.609 --> 00:26:52.609
ครูก็จะบอกข้อสอบไปด้วยนะคะ แล้วก็

404
00:26:52.611 --> 00:26:56.611
เราก็จะได้ เวลาใกล้สอบ

405
00:26:56.612 --> 00:27:00.612
เผื่อเราลืมเราก็จะได้ทบทวนได้

406
00:27:00.613 --> 00:27:04.613
เรื่องคาร์โบไฮเดรตนี่ ครูแนนบอกว่าครูแนนจะออกเรื่องอะไร

407
00:27:04.613 --> 00:27:08.613
มีกี่ข้อ ข้อสอบมีประมาณนี้จะได้กลับไป

408
00:27:08.615 --> 00:27:12.615
ได้นะลูก

409
00:27:12.617 --> 00:27:16.617
Monosaccharides = น้ำตาลโมเลกุลเดี่ยว

410
00:27:16.619 --> 00:27:20.619
โอเคนะ ได้หรือยัง

411
00:27:20.620 --> 00:27:24.620
อันนี้เป็นสูตรทางเคมี

412
00:27:24.621 --> 00:27:28.621
หนูไม่ต้องจำหรอก แต่ครูอยากให้หนูดู มัน

413
00:27:28.622 --> 00:27:32.622
มีคาร์บอนกี่ตัว อันนี้จะเป็น

414
00:27:32.623 --> 00:27:36.623
กลุโคสนะคะ น้ำตาลกลูโคส

415
00:27:36.624 --> 00:27:40.624
มีคาร์บอน 1 2 3 4 5 6

416
00:27:40.625 --> 00:27:44.625
โอเคไหม เชื่อเขาไหม เชื่อนักวิทยาศาสตร์หรือยัง

417
00:27:44.625 --> 00:27:48.625
ว่ามีคาร์บอน 6 ตัว อันนี้จะเป็นโครงสร้างทางเคมี

418
00:27:48.627 --> 00:27:52.627
ของน้ำตาลกลูโคส กลูโคส

419
00:27:52.628 --> 00:27:56.628
ก็คือน้ำตาลโมเลกุล...

420
00:27:56.629 --> 00:28:00.629
หรือภาษาอังกฤษเรียกว่า

421
00:28:00.630 --> 00:28:04.630
เดี่ยว = Mono ใช่ไหม

422
00:28:04.631 --> 00:28:08.631
เก่งมากเลย ไม่น่าเชื่อว่าทุกคนจะจำได้

423
00:28:08.633 --> 00:28:12.633
ทุกคนเก่งมาก

424
00:28:12.635 --> 00:28:16.635
น้ำตาลโมเลกุลเดี่ยว

425
00:28:16.636 --> 00:28:20.636
ตัวแรกที่ครูอยากให้รู้จัก ก็คือกลูโคส

426
00:28:20.637 --> 00:28:24.637
นอกจากกลูโคสแล้วมันยังมี

427
00:28:24.639 --> 00:28:28.639
Fructose  Galactose

428
00:28:28.641 --> 00:28:32.641
น้ำตาลโมเลกุลเดี่ยว จะมี 3 ตัว จดไว้เลย

429
00:28:32.643 --> 00:28:36.643
Glucose Monosaccharides ก็คือน้ำตาล

430
00:28:36.645 --> 00:28:40.645
โมเลกุลเดี่ยวนะคะ จะมี Glucose Fructose Galactose

431
00:28:40.646 --> 00:28:44.646
หนูมารู้จักตัวนี้ก่อน ก็คือ Glucose

432
00:28:44.647 --> 00:28:48.647
เป็น 1 ใน 3 ของน้ำตาลโมเลกุลเดี่ยว

433
00:28:48.649 --> 00:28:52.649
ได้ไหม ได้ไหม

434
00:28:52.650 --> 00:28:56.650
ทาง... เพื่อทางนู้นได้ไหมลุก

435
00:28:56.651 --> 00:29:00.651
อาร์ต อาร์ตจด

436
00:29:00.652 --> 00:29:04.652
Monosaccharides

437
00:29:04.655 --> 00:29:08.655
มี 3 ตัว จดหรือยัง

438
00:29:08.657 --> 00:29:12.657
จดหรือยัง เหรอ

439
00:29:12.658 --> 00:29:16.658
Glucose ไม่อันนี้ครูให้จดข้อสอบ

440
00:29:16.659 --> 00:29:20.659
ข้อสอบ จดข้อสอบ

441
00:29:20.660 --> 00:29:24.660
มี

442
00:29:24.661 --> 00:29:28.661
1. Glucose เขียนไปMonosaccharides จะมี 3 ตัว

443
00:29:28.662 --> 00:29:32.662
1. Glucose

444
00:29:32.663 --> 00:29:36.663
1. Glucose ก่อน เดี๋ยวเรา

445
00:29:36.664 --> 00:29:40.664
มารู้จัก Glucose  ก่อน Glucose  เป็นอะไรที่ครูบอก

446
00:29:40.666 --> 00:29:44.666
คุ้น ๆ ไหม น้ำตาลในเลือด น้ำตาลในเลือด

447
00:29:44.667 --> 00:29:48.667
คือน้ำตาลอะไร นี่มีในข้อสอบด้วยนะลูก

448
00:29:48.668 --> 00:29:52.668
น้ำตาลในเลือด คือ น้ำตาลอะไร

449
00:29:52.668 --> 00:29:56.668
Glucose  Glucose  เป็น Monosaccharides นะลูก

450
00:29:56.670 --> 00:30:00.670
อย่าลืม ไม่

451
00:30:00.671 --> 00:30:04.671
เขายังส่ายมืออยู่

452
00:30:04.672 --> 00:30:08.672

453
00:30:08.673 --> 00:30:12.673
น้ำตาลในกระแสเลือดก็คืออะไร

454
00:30:12.674 --> 00:30:16.674
Glucose

455
00:30:16.676 --> 00:30:20.676
Glucose นะคะ มักจะไม่อยู่อิสระ มักจะไปจับ

456
00:30:20.677 --> 00:30:24.677
ตัวอื่นนะคะ เดี๋ยวเรามารู้ว่าน้ำตาล

457
00:30:24.678 --> 00:30:28.678
ตัวอื่นที่มันจับน่ะ คืออะไรนะคะ อาจพบบ้าง

458
00:30:28.680 --> 00:30:32.680
เล็กน้อยในพวกหัวหอม องุ่นนะคะ

459
00:30:32.681 --> 00:30:36.681
นี่สำคัญเลย น้ำตาลในกระแสเลือดก็คือน้ำตาล Glucose

460
00:30:36.683 --> 00:30:40.683
น้ำตาลกลูโคสนะคะ ที่เราจะต้องจำ

461
00:30:40.683 --> 00:30:44.683
แล้วก็อีกอันหนึ่ง

462
00:30:44.685 --> 00:30:48.685
ที่เราต้องจำในสไลด์นี้ นอกจาก Glucose เป็นน้ำตา

463
00:30:48.686 --> 00:30:52.686
Glucose เป็นน้ำตาลที่มีการสร้างพันธะ

464
00:30:52.687 --> 00:30:56.687
กับน้ำตาลโมเลกุลเดี่ยวชนิดอื่น ๆ

465
00:30:56.687 --> 00:31:00.687
นะคะ ไปจับกับน้ำตาลชนิดอื่น

466
00:31:00.689 --> 00:31:04.689
ถ้าเจอน้ำตาลที่เป็น 2 ตัว

467
00:31:04.690 --> 00:31:08.690
อย่างไรมันก็ต้องมีตัว Glucose นี่อยู่

468
00:31:08.691 --> 00:31:12.691
ทุกอันเลย มันเป็นน้ำตาลที่

469
00:31:12.693 --> 00:31:16.693
สร้างพันธะที่ไปจับน่ะ พันธะก็คือ

470
00:31:16.695 --> 00:31:20.695
พันธะเท่ากับว่าเราจับมือกันนะ ร่วมพันธะสัญญา

471
00:31:20.696 --> 00:31:24.696
อย่างนี้ลูก เราไม่ได้อยากอยู่คนเดียว เราก็อยากมีแฟนไหม

472
00:31:24.697 --> 00:31:28.697
เราก็ไม่พบกลูโคสในธรรมชาติเลยนะคะ

473
00:31:28.698 --> 00:31:32.698
Glucose  มันก็จะ มันอยากมีแฟนไอ้ตัวนี้มันก็ไป

474
00:31:32.700 --> 00:31:36.700
จับกับ Fructose

475
00:31:36.701 --> 00:31:40.701
อย่างนี้ ไปจับกับน้ำตาลตัวอื่น มันเป็นน้ำตาลที่อยู่ตัวเดียวไม่ได้

476
00:31:40.701 --> 00:31:44.701
นะคะ ก็เลยไม่พบตัวนี้เลยในธรรมชาติ

477
00:31:44.703 --> 00:31:48.703
เข้าใจไหม

478
00:31:48.704 --> 00:31:52.704
นี่ อันนี้สำคัญ

479
00:31:52.705 --> 00:31:56.705
เลย หน้านี้มี 2 ประเด็นหลักที่สำคัญ

480
00:31:56.707 --> 00:32:00.707
ก็คือ กลูโคสเป็นน้ำตาลในกระแสเลือด แล้ว

481
00:32:00.707 --> 00:32:04.707
ก็เป็นน้ำตาลที่

482
00:32:04.709 --> 00:32:08.709
สร้างพันธะกับน้ำตาลโม

483
00:32:08.710 --> 00:32:12.710
ชนิดอื่น เป็นน้ำตาลที่สร้างพันธะกับน้ำตาลชนิดอื่น

484
00:32:12.711 --> 00:32:16.711
จะไม่เจอกลูโคสเดี่ยว ๆ

485
00:32:16.712 --> 00:32:20.712
มันชอบไปจับ มันชอบมีคู่ ชอบมีพันธะผูกพัน

486
00:32:20.713 --> 00:32:24.713
กับตัวอื่น ๆ ตลอดเลย

487
00:32:24.713 --> 00:32:28.713
มี 2 ประเด็นที่จะจดนะ

488
00:32:28.714 --> 00:32:32.714
ที่จะจำ มี 2 อันนี้แหละ 1. คืออะไร หน้านี้

489
00:32:32.715 --> 00:32:36.715

490
00:32:36.716 --> 00:32:40.716
2.

491
00:32:40.717 --> 00:32:44.717
ใช่

492
00:32:44.718 --> 00:32:48.718
โอเค มันไม่อยู่คนเดียวนะ น้ำตาลอันนี้

493
00:32:48.718 --> 00:32:52.718
เดี๋ยวเราจะมารู้กันว่า

494
00:32:52.719 --> 00:32:56.719
มันจับกับอะไร แล้วมันเป็นอะไร แล้วมันพบในอาหารชนิดไหน

495
00:32:56.720 --> 00:33:00.720
ที่มันมี มีในนมน่ะ มีน้ำตาลอะไร

496
00:33:00.721 --> 00:33:04.721
อะไร

497
00:33:04.721 --> 00:33:08.721

498
00:33:08.723 --> 00:33:12.723

499
00:33:12.724 --> 00:33:16.724
โอเค จดเสร็จหรือยัง หน้านี้ออกข้อสอบ 2 ข้อแล้วนะ

500
00:33:16.727 --> 00:33:20.727
มีกี่ข้อแล้ว จำไม่ได้แล้ว

501
00:33:20.728 --> 00:33:24.728
มีกี่ข้อแล้วตะกี้

502
00:33:24.728 --> 00:33:28.728
10 ไหม เพื่อนบอก 10 แล้วนะ ทุกคนถึงหรือยัง

503
00:33:28.729 --> 00:33:32.729
ทุกคนถึง 10 หรือยังเอ่ย

504
00:33:32.729 --> 00:33:36.729

505
00:33:36.731 --> 00:33:40.731

506
00:33:40.734 --> 00:33:44.734

507
00:33:44.735 --> 00:33:48.735

508
00:33:48.739 --> 00:33:52.739
ถ้าใครได้เกรด 4 นะ วิชานี้

509
00:33:52.743 --> 00:33:56.743
ครูมีของรางวัลให้ (นักศึกษา) จริงหรือเปล่า (อาจารย์ชุติมนณฑน์)

510
00:33:56.745 --> 00:34:00.745
จริง ครูเตรียม เดี๋ยวครูเตรียมไว้ให้

511
00:34:00.746 --> 00:34:04.746
ใครทำ

512
00:34:04.747 --> 00:34:08.747
ข้อสอบครูได้นะ ได้เกิน 80 เปอร์เซ็นต์ ห๊ะ

513
00:34:08.748 --> 00:34:12.748
เดี๋ยวครูเตรียมของรางวัลให้

514
00:34:12.749 --> 00:34:16.749
อะไร ไม่มี มีแต่มะเหงก

515
00:34:16.750 --> 00:34:20.750
เกรด zero น่ะ

516
00:34:20.751 --> 00:34:24.751

517
00:34:24.752 --> 00:34:28.752
มี

518
00:34:28.753 --> 00:34:32.753
มีแต่มะเหงกให้ แล้วก็ความทรงจำดี ๆ ไป

519
00:34:32.755 --> 00:34:36.755
มส. ตัวหนึ่ง ถ้าได้ 0 แล้วก็ต้องได้เจอครูอีก

520
00:34:36.756 --> 00:34:40.756
ปีหน้า เอาไหม

521
00:34:40.757 --> 00:34:44.757
เอาไหมเผื่อใครคิดถึง เผื่อใครคิดถึงครู

522
00:34:44.758 --> 00:34:48.758

523
00:34:48.759 --> 00:34:52.759

524
00:34:52.760 --> 00:34:56.760

525
00:34:56.762 --> 00:35:00.762
อะไรนะ

526
00:35:00.764 --> 00:35:04.764
ติด 0 กับติด F หรือ

527
00:35:04.765 --> 00:35:08.765
ส่วนใหญ่นะ เกรด 0

528
00:35:08.766 --> 00:35:12.766
เกรด 1 เกรด 2 เราจะAltGraphใช้

529
00:35:12.767 --> 00:35:16.767
ในระดับขั้นพื้นฐานน่ะ หรือไม่ก็

530
00:35:16.769 --> 00:35:20.769
เป็น ปวช. ปวส. ปวส. นี่ขั้นพื้นฐานไหม ไม่ใช่นะ

531
00:35:20.770 --> 00:35:24.770
เราจะใช้แบบกับ

532
00:35:24.771 --> 00:35:28.771
กับนักเรียนน่ะ นักเรียน ถ้าเกรดแบบ

533
00:35:28.773 --> 00:35:32.773
C D E F อะไรอย่างนี้จะใช้

534
00:35:32.774 --> 00:35:36.774
ในระดับอดุมไปแล้วน่ะ

535
00:35:36.775 --> 00:35:40.775

536
00:35:40.776 --> 00:35:44.776
ไม่ได้...

537
00:35:44.777 --> 00:35:48.777
แล้วแต่ถ้าใครอยากรู้เพิ่มก็อาจจะจดหมดก็ได้นะคะ

538
00:35:48.779 --> 00:35:52.779
แต่ว่าประเด็นหลัก ๆ ที่ครูจะออกข้อสอบจริง ๆ

539
00:35:52.781 --> 00:35:56.781
นี่น้ำตาลในกระแสเลือด กับสร้างพันธะ

540
00:35:56.784 --> 00:36:00.784
กับน้ำตาลโมเลกุลเดี่ยวชนิดอื่น อันนี้แหละ

541
00:36:00.785 --> 00:36:04.785
(นักศึกษาหญิง) เสร็จแล้วค่ะ (อาจารย์ชุติมนณฑน์)

542
00:36:04.785 --> 00:36:08.785
ต่อไป ตัวที่ 1 ก็คือ

543
00:36:08.787 --> 00:36:12.787
กลูโคสนะ ต่อไปก็คือ

544
00:36:12.788 --> 00:36:16.788

545
00:36:16.790 --> 00:36:20.790
ชอบเรียกฟลุกโตส แล้วแต่เรียกอะไร

546
00:36:20.791 --> 00:36:24.791
ก็ได้

547
00:36:24.791 --> 00:36:28.791

548
00:36:28.792 --> 00:36:32.792

549
00:36:32.794 --> 00:36:36.794

550
00:36:36.796 --> 00:36:40.796
อันนี้นะคะ

551
00:36:40.801 --> 00:36:44.801
ก็เป็นน้ำตาลโมเลกุลเดียวอีกตัวที่มีความสำคัญมากนะคะ

552
00:36:44.802 --> 00:36:48.802

553
00:36:48.803 --> 00:36:52.803

554
00:36:52.804 --> 00:36:56.804

555
00:36:56.805 --> 00:37:00.805
น้ำตาล Fructose เป็นน้ำตาลโมเลกุลเดี่ยวนะคะ บางครั้งเรียกว่า

556
00:37:00.806 --> 00:37:04.806
Sugar Fruit Fruit Sugar

557
00:37:04.807 --> 00:37:08.807
ที่มีความหวานมากที่สุดนะคะ

558
00:37:08.808 --> 00:37:12.808
พบมากในผลไม้

559
00:37:12.809 --> 00:37:16.809
และน้ำผึ้ง อันนี้ประเด็นที่สำคัญที่ต้องจำ

560
00:37:16.810 --> 00:37:20.810
ก็คือพบมาก

561
00:37:20.811 --> 00:37:24.811
ในผลไม้

562
00:37:24.812 --> 00:37:28.812
ครุก็จะถามในข้อสอบว่าน้ำตาลชนิดใเพบมาก

563
00:37:28.813 --> 00:37:32.813
ในผล น้ำตาลโมเลกุลเดี่ยวชนิดใดพบมากในผลไม้

564
00:37:32.814 --> 00:37:36.814
หนูตอบได้ไหม Fructose

565
00:37:36.815 --> 00:37:40.815
โอเคเพื่อนตอบได้แล้ว

566
00:37:40.815 --> 00:37:44.815
เป็นน้ำตาล 2 เป้นน้ำตาลที่มีความหวานาก

567
00:37:44.816 --> 00:37:48.816
นะคะ ครูก็จะถามว่า

568
00:37:48.817 --> 00:37:52.817
แหล่งของน้ำตาล Fructose มีอยู่

569
00:37:52.817 --> 00:37:56.817
ในไหน หนูก็จะต้องตอบว่า

570
00:37:56.820 --> 00:38:00.820
ผลไม้และน้ำผึ้ง ถูกไหม

571
00:38:00.820 --> 00:38:04.820
โอเค

572
00:38:04.822 --> 00:38:08.822

573
00:38:08.822 --> 00:38:12.822

574
00:38:12.825 --> 00:38:16.825

575
00:38:16.828 --> 00:38:20.828
น้ำตาลโมเลกุลเดี่ยวที่พบมากในผลไม้

576
00:38:20.832 --> 00:38:24.832
ก็คือ Fructose

577
00:38:24.834 --> 00:38:28.834
มี 3 อัน 3 ข้อ สไลด์นี้

578
00:38:28.835 --> 00:38:32.835
ที่จะต้องจำ

579
00:38:32.836 --> 00:38:36.836
เหนื่อยหรือยังคะ

580
00:38:36.837 --> 00:38:40.837
เหนื่อยหรือยัง เพื่อนคนอื่นเหนื่อยไหมลูก

581
00:38:40.839 --> 00:38:44.839
ยัง โอเค

582
00:38:44.839 --> 00:38:48.839
เดี๋ยวครูสอนเรื่องน้ำตาลโมเลกุลนี้จบ

583
00:38:48.841 --> 00:38:52.841
เดี๋ยวให้เราพัก 5 นาทีนะคะ

584
00:38:52.843 --> 00:38:56.843

585
00:38:56.845 --> 00:39:00.845
พี่เขา คุณครูอีกท่านหนึ่งจะได้ไปเข้าห้องน้ำ

586
00:39:00.846 --> 00:39:04.846
เผื่อคุณครูจะได้ไปเข้าห้องน้ำด้วย ดีไหม

587
00:39:04.847 --> 00:39:08.847

588
00:39:08.849 --> 00:39:12.849

589
00:39:12.850 --> 00:39:16.850
ตอนสอบต้องจำให้ได้นะ

590
00:39:16.852 --> 00:39:20.852

591
00:39:20.854 --> 00:39:24.854

592
00:39:24.855 --> 00:39:28.855

593
00:39:28.858 --> 00:39:32.858

594
00:39:32.861 --> 00:39:36.861

595
00:39:36.864 --> 00:39:40.864

596
00:39:40.865 --> 00:39:44.865

597
00:39:44.865 --> 00:39:48.865

598
00:39:48.868 --> 00:39:52.868
อะไรนะ

599
00:39:52.870 --> 00:39:56.870
เสร็จหรือยัง เสร็จหรือยังอาร์ต

600
00:39:56.873 --> 00:40:00.873
อาร์ต

601
00:40:00.874 --> 00:40:04.874
เสร็จแล้ว เสร็จแล้ว โอเค

602
00:40:04.874 --> 00:40:08.874
เอิร์นล่ะ เอิร์นล่ะ

603
00:40:08.876 --> 00:40:12.876
หน้านี้มีข้อสอบ

604
00:40:12.878 --> 00:40:16.878
ทั้งหมดกี่ข้อ กี่ข้อนะ

605
00:40:16.879 --> 00:40:20.879
หน้านี้เฉพาะหน้านี้มีกี่ข้อ

606
00:40:20.880 --> 00:40:24.880
ทวน

607
00:40:24.881 --> 00:40:28.881
มีอะไรบ้างน่ะ 4 ข้อ

608
00:40:28.883 --> 00:40:32.883
พบมากในผลไม้ เป็นน้ำตาลที่มีความหวาน

609
00:40:32.886 --> 00:40:36.886
มากที่สุด มี Fructose มากที่สุดในผลไม้

610
00:40:36.887 --> 00:40:40.887
โอเค ต่อไป

611
00:40:40.889 --> 00:40:44.889
อันที่ 3 นะคะ

612
00:40:44.891 --> 00:40:48.891
เป็นน้ำตาลโมเลกุลเดี่ยวตัวที่ 3 นะคะ ก็คือ

613
00:40:48.892 --> 00:40:52.892
อ่านออกไหม (นักศึกษาชาย)Galactose  (อาจารย์ชุติมนณฑน์)

614
00:40:52.893 --> 00:40:56.893
Galactose เกือบถูกแล้ว ใกล้ ๆ กานี่แหละ

615
00:40:56.894 --> 00:41:00.894

616
00:41:00.897 --> 00:41:04.897
Galactose นะคะ

617
00:41:04.897 --> 00:41:08.897
น้ำตาลโมเลกุลเดี่ยวตัวที่ 3

618
00:41:08.899 --> 00:41:12.899
จะอันนี้มีอยู่ข้อเดียว

619
00:41:12.899 --> 00:41:16.899
ที่จะต้องจำ พบในนมนะคะ จะพบมาก

620
00:41:16.901 --> 00:41:20.901
ในนม ในรูปของ

621
00:41:20.902 --> 00:41:24.902
อะไร ในรูปของแลคโตส

622
00:41:24.903 --> 00:41:28.903
นะคะ lactose ก็เป็นน้ำตาลอะไรนะ ที่ไม่ชอบ

623
00:41:28.904 --> 00:41:32.904
อยู่ตัวคนเดียว น้ำตาลอะไรที่ไม่ค่อยอยู่คนเดียว ชื่ออะไรนะเมื่อกี้

624
00:41:32.906 --> 00:41:36.906
น้ำตาล ที่แบบ

625
00:41:36.907 --> 00:41:40.907
ชอบมีคู่น่ะ น้ำตาลอะไร

626
00:41:40.909 --> 00:41:44.909
กลูอะไร กลูโคส

627
00:41:44.912 --> 00:41:48.912
Galactose มันจะได้เป็นน้ำตาล Lactose

628
00:41:48.912 --> 00:41:52.912
ครูจะถามว่า

629
00:41:52.914 --> 00:41:56.914
น้ำตาลโมเลกุลเดี่ยวชนิดใดที่พบมาก

630
00:41:56.916 --> 00:42:00.916
ในนม ตอบได้ไหม ตอบได้ไหม

631
00:42:00.917 --> 00:42:04.917

632
00:42:04.918 --> 00:42:08.918

633
00:42:08.918 --> 00:42:12.918
ถ

634
00:42:12.924 --> 00:42:16.924
ได้อะไร น้ำตาล Galactose มันไม่ใช่ Monosaccharides

635
00:42:16.926 --> 00:42:20.926
นะคะ คุณดำ

636
00:42:20.929 --> 00:42:24.929
น้ำตาลโมเลกุลเดี่ยว

637
00:42:24.930 --> 00:42:28.930
ที่พบมากที่สุดในนม ก็คือGalactose

638
00:42:28.932 --> 00:42:32.932
แต่ lactose นี่มันเป้นน้ำตาลโมเลกุลคู่

639
00:42:32.933 --> 00:42:36.933
Glucose + Galactose เป็น Lactose

640
00:42:36.935 --> 00:42:40.935
ชื่อมันแบบว่ามันคล้าย ๆ กันน่ะ แต่ครูจะ

641
00:42:40.936 --> 00:42:44.936
หาวิธีการจำให้พวกเรา พวกเราจะได้ตอบได้

642
00:42:44.937 --> 00:42:48.937

643
00:42:48.939 --> 00:42:52.939

644
00:42:52.940 --> 00:42:56.940

645
00:42:56.941 --> 00:43:00.941

646
00:43:00.947 --> 00:43:04.947
เราเห็นคำตัว G A ไหม

647
00:43:04.948 --> 00:43:08.948
ตัว G A ไหม G A ข้างหน้า มันก็คือ

648
00:43:08.949 --> 00:43:12.949
ga ใช่ไหม

649
00:43:12.950 --> 00:43:16.950
ตอนแรกนะ

650
00:43:16.950 --> 00:43:20.950
ตอนแรก ตอนแรก

651
00:43:20.951 --> 00:43:24.951
ตัว Ga นี่มันเป็นน้ำตาลโมเลกุลเดี่ยว

652
00:43:24.952 --> 00:43:28.952
มันอยู่แบบเดี่ยว ๆ มันมีคำว่า ga ด้วย แต่

653
00:43:28.953 --> 00:43:32.953
พอมันผสม มันไปเจอเนื้อคู่ มันไปเจอเนื้อคู่

654
00:43:32.954 --> 00:43:36.954
เป็น Glucose Glucose มันไปเจอเนื้อคู่

655
00:43:36.956 --> 00:43:40.956
มันเอาไอ้ Ga ที่เป็นเพื่อนมัน ตั้งแต่

656
00:43:40.957 --> 00:43:44.957
มันเด็ก ๆ น่ะ มันเอาทิ้ง เอาเพื่อนมันทิ้ง

657
00:43:44.958 --> 00:43:48.958
แล้ว

658
00:43:48.959 --> 00:43:52.959
มันก็เลยไม่มีกาแล้ว กาก็ไม่อยู่แล้ว พอมันไปเจอแฟน

659
00:43:52.960 --> 00:43:56.960
มันไม่มี Ga แล้ว Ga ก็ต้องตัดทิ้ง

660
00:43:56.961 --> 00:44:00.961
มันก็จะเหลือแต่ Lactose

661
00:44:00.963 --> 00:44:04.963
เข้าใจไหม เข้าใจไหมคะ

662
00:44:04.964 --> 00:44:08.964

663
00:44:08.964 --> 00:44:12.964

664
00:44:12.968 --> 00:44:16.968

665
00:44:16.970 --> 00:44:20.970

666
00:44:20.972 --> 00:44:24.972

667
00:44:24.973 --> 00:44:28.973

668
00:44:28.976 --> 00:44:32.976

669
00:44:32.978 --> 00:44:36.978

670
00:44:36.983 --> 00:44:40.983

671
00:44:40.987 --> 00:44:44.987
ถ้ามันเป็นโมเลกุลเดี่ยว มันอยู่คนเดียว

672
00:44:44.989 --> 00:44:48.989
มันจะมี ga คอยเลี้ยง คอยพยุง

673
00:44:48.991 --> 00:44:52.991
มันเจอคู่แล้วมันเจอคู่กับ Glucose แล้วไม่

674
00:44:52.992 --> 00:44:56.992
ต้องหาคนช่วยแล้ว ไม่ต้องหาคนมาเลี้ยงดู

675
00:44:56.993 --> 00:45:00.993
มันก็ตัด Ga ทิ้ง Ga นี่ก็ออกไป

676
00:45:00.996 --> 00:45:04.996
มันก็เหลือแต่ Lactose มันเป็นน้ำตาล

677
00:45:04.996 --> 00:45:08.996
ที่พบมากใน ในอะไร

678
00:45:08.998 --> 00:45:12.998
พบมากในไหน ในอาหารอะไรคะ ใน

679
00:45:12.999 --> 00:45:16.999
ผลิตภัณฑ์นม ในนม

680
00:45:17.000 --> 00:45:21.000
จำได้ไหม ครูก็ถามว่าน้ำตาล

681
00:45:21.002 --> 00:45:25.002
โมเลกุลเดี่ยวที่พบมากในนมคืออะไร

682
00:45:25.003 --> 00:45:29.003
โอเค ดำ

683
00:45:29.004 --> 00:45:33.004
จำได้ไหมนี่

684
00:45:33.005 --> 00:45:37.005
ครูให้

685
00:45:37.006 --> 00:45:41.006
พักก่อน ให้พัก 5 นาทีนะคะ

686
00:45:41.007 --> 00:45:45.007
โอเค ใครเข้าห้องน้ำ

687
00:45:45.008 --> 00:45:49.008
ไปดื่มนะคะ เชิญเลย ให้เวลา 5 นาที

688
00:45:49.008 --> 00:45:53.008

689
00:45:53.008 --> 00:45:57.008

690
00:45:57.010 --> 00:46:01.010

691
00:46:01.012 --> 00:46:05.012

692
00:46:05.012 --> 00:46:09.012

693
00:46:09.015 --> 00:46:13.015

694
00:46:13.018 --> 00:46:17.018

695
00:46:17.020 --> 00:46:21.020

696
00:46:21.025 --> 00:46:25.025

697
00:46:25.026 --> 00:46:29.026

698
00:46:29.027 --> 00:46:33.027

699
00:46:33.030 --> 00:46:37.030

700
00:46:37.032 --> 00:46:41.032

701
00:46:41.033 --> 00:46:45.033

702
00:46:45.036 --> 00:46:49.036

703
00:46:49.040 --> 00:46:53.040

704
00:46:53.043 --> 00:46:57.043

705
00:46:57.044 --> 00:47:01.044

706
00:47:01.045 --> 00:47:05.045

707
00:47:05.047 --> 00:47:09.047

708
00:47:09.049 --> 00:47:13.049

709
00:47:13.051 --> 00:47:17.051

710
00:47:17.053 --> 00:47:21.053

711
00:47:21.055 --> 00:47:25.055

712
00:47:25.059 --> 00:47:29.059

713
00:47:29.061 --> 00:47:33.061

714
00:47:33.064 --> 00:47:37.064

715
00:47:37.067 --> 00:47:41.067

716
00:47:41.072 --> 00:47:45.072

717
00:47:45.075 --> 00:47:49.075

718
00:47:49.077 --> 00:47:53.077

719
00:47:53.079 --> 00:47:57.079

720
00:47:57.080 --> 00:48:01.080

721
00:48:01.083 --> 00:48:05.083

722
00:48:05.084 --> 00:48:09.084

723
00:48:09.085 --> 00:48:13.085

724
00:48:13.086 --> 00:48:17.086

725
00:48:17.088 --> 00:48:21.088

726
00:48:21.090 --> 00:48:25.090

727
00:48:25.091 --> 00:48:29.091

728
00:48:29.096 --> 00:48:33.096

729
00:48:33.097 --> 00:48:37.097

730
00:48:37.098 --> 00:48:41.098

731
00:48:41.102 --> 00:48:45.102

732
00:48:45.103 --> 00:48:49.103

733
00:48:49.105 --> 00:48:53.105

734
00:48:53.107 --> 00:48:57.107

735
00:48:57.110 --> 00:49:01.110

736
00:49:01.112 --> 00:49:05.112

737
00:49:05.114 --> 00:49:09.114

738
00:49:09.116 --> 00:49:13.116

739
00:49:13.118 --> 00:49:17.118

740
00:49:17.121 --> 00:49:21.121

741
00:49:21.123 --> 00:49:25.123

742
00:49:25.124 --> 00:49:29.124

743
00:49:29.127 --> 00:49:33.127

744
00:49:33.129 --> 00:49:37.129

745
00:49:37.131 --> 00:49:41.131

746
00:49:41.133 --> 00:49:45.133

747
00:49:45.133 --> 00:49:49.133

748
00:49:49.135 --> 00:49:53.135

749
00:49:53.137 --> 00:49:57.137

750
00:49:57.139 --> 00:50:01.139

751
00:50:01.140 --> 00:50:05.140

752
00:50:05.143 --> 00:50:09.143

753
00:50:09.145 --> 00:50:13.145

754
00:50:13.147 --> 00:50:17.147

755
00:50:17.148 --> 00:50:21.148

756
00:50:21.150 --> 00:50:25.150

757
00:50:25.153 --> 00:50:29.153

758
00:50:29.155 --> 00:50:33.155

759
00:50:33.158 --> 00:50:37.158

760
00:50:37.159 --> 00:50:41.159

761
00:50:41.161 --> 00:50:45.161

762
00:50:45.163 --> 00:50:49.163

763
00:50:49.165 --> 00:50:53.165

764
00:50:53.166 --> 00:50:57.166

765
00:50:57.168 --> 00:51:01.168

766
00:51:01.172 --> 00:51:05.172

767
00:51:05.172 --> 00:51:09.172

768
00:51:09.174 --> 00:51:13.174

769
00:51:13.176 --> 00:51:17.176

770
00:51:17.178 --> 00:51:21.178

771
00:51:21.181 --> 00:51:25.181

772
00:51:25.182 --> 00:51:29.182

773
00:51:29.184 --> 00:51:33.184

774
00:51:33.187 --> 00:51:37.187

775
00:51:37.189 --> 00:51:41.189

776
00:51:41.194 --> 00:51:45.194

777
00:51:45.196 --> 00:51:49.196

778
00:51:49.198 --> 00:51:53.198

779
00:51:53.202 --> 00:51:57.202

780
00:51:57.205 --> 00:52:01.205

781
00:52:01.206 --> 00:52:05.206

782
00:52:05.208 --> 00:52:09.208

783
00:52:09.209 --> 00:52:13.209

784
00:52:13.211 --> 00:52:17.211

785
00:52:17.214 --> 00:52:21.214

786
00:52:21.216 --> 00:52:25.216

787
00:52:25.218 --> 00:52:29.218

788
00:52:29.220 --> 00:52:33.220

789
00:52:33.222 --> 00:52:37.222

790
00:52:37.225 --> 00:52:41.225

791
00:52:41.227 --> 00:52:45.227

792
00:52:45.229 --> 00:52:49.229

793
00:52:49.231 --> 00:52:53.231

794
00:52:53.234 --> 00:52:57.234

795
00:52:57.236 --> 00:53:01.236

796
00:53:01.238 --> 00:53:05.238

797
00:53:05.240 --> 00:53:09.240

798
00:53:09.242 --> 00:53:13.242

799
00:53:13.244 --> 00:53:17.244

800
00:53:17.246 --> 00:53:21.246

801
00:53:21.247 --> 00:53:25.247

802
00:53:25.249 --> 00:53:29.249

803
00:53:29.253 --> 00:53:33.253

804
00:53:33.254 --> 00:53:37.254

805
00:53:37.258 --> 00:53:41.258

806
00:53:41.260 --> 00:53:45.260

807
00:53:45.262 --> 00:53:49.262

808
00:53:49.263 --> 00:53:53.263

809
00:53:53.266 --> 00:53:57.266

810
00:53:57.268 --> 00:54:01.268

811
00:54:01.270 --> 00:54:05.270

812
00:54:05.272 --> 00:54:09.272

813
00:54:09.274 --> 00:54:13.274

814
00:54:13.275 --> 00:54:17.275

815
00:54:17.278 --> 00:54:21.278

816
00:54:21.280 --> 00:54:25.280

817
00:54:25.281 --> 00:54:29.281

818
00:54:29.284 --> 00:54:33.284

819
00:54:33.286 --> 00:54:37.286

820
00:54:37.288 --> 00:54:41.288

821
00:54:41.290 --> 00:54:45.290

822
00:54:45.291 --> 00:54:49.291

823
00:54:49.295 --> 00:54:53.295

824
00:54:53.298 --> 00:54:57.298

825
00:54:57.303 --> 00:55:01.303

826
00:55:01.304 --> 00:55:05.304

827
00:55:05.306 --> 00:55:09.306

828
00:55:09.308 --> 00:55:13.308

829
00:55:13.309 --> 00:55:17.309

830
00:55:17.315 --> 00:55:21.315

831
00:55:21.319 --> 00:55:25.319

832
00:55:25.322 --> 00:55:29.322

833
00:55:29.326 --> 00:55:33.326

834
00:55:33.328 --> 00:55:37.328

835
00:55:37.331 --> 00:55:41.331

836
00:55:41.333 --> 00:55:45.333

837
00:55:45.335 --> 00:55:49.335

838
00:55:49.337 --> 00:55:53.337

839
00:55:53.338 --> 00:55:57.338

840
00:55:57.341 --> 00:56:01.341

841
00:56:01.343 --> 00:56:05.343

842
00:56:05.347 --> 00:56:09.347

843
00:56:09.349 --> 00:56:13.349

844
00:56:13.351 --> 00:56:17.351

845
00:56:17.353 --> 00:56:21.353

846
00:56:21.354 --> 00:56:25.354

847
00:56:25.355 --> 00:56:29.355

848
00:56:29.357 --> 00:56:33.357

849
00:56:33.359 --> 00:56:37.359

850
00:56:37.361 --> 00:56:41.361

851
00:56:41.362 --> 00:56:45.362

852
00:56:45.363 --> 00:56:49.363

853
00:56:49.366 --> 00:56:53.366

854
00:56:53.367 --> 00:56:57.367

855
00:56:57.368 --> 00:57:01.368

856
00:57:01.371 --> 00:57:05.371

857
00:57:05.373 --> 00:57:09.373

858
00:57:09.375 --> 00:57:13.375

859
00:57:13.377 --> 00:57:17.377

860
00:57:17.380 --> 00:57:21.380

861
00:57:21.383 --> 00:57:25.383

862
00:57:25.384 --> 00:57:29.384

863
00:57:29.386 --> 00:57:33.386

864
00:57:33.389 --> 00:57:37.389

865
00:57:37.392 --> 00:57:41.392

866
00:57:41.394 --> 00:57:45.394

867
00:57:45.396 --> 00:57:49.396

868
00:57:49.400 --> 00:57:53.400

869
00:57:53.401 --> 00:57:57.401

870
00:57:57.404 --> 00:58:01.404

871
00:58:01.406 --> 00:58:05.406

872
00:58:05.407 --> 00:58:09.407

873
00:58:09.409 --> 00:58:13.409

874
00:58:13.410 --> 00:58:17.410

875
00:58:17.412 --> 00:58:21.412

876
00:58:21.414 --> 00:58:25.414

877
00:58:25.416 --> 00:58:29.416

878
00:58:29.418 --> 00:58:33.418

879
00:58:33.419 --> 00:58:37.419

880
00:58:37.422 --> 00:58:41.422

881
00:58:41.423 --> 00:58:45.423

882
00:58:45.426 --> 00:58:49.426

883
00:58:49.428 --> 00:58:53.428

884
00:58:53.429 --> 00:58:57.429

885
00:58:57.432 --> 00:59:01.432

886
00:59:01.434 --> 00:59:05.434

887
00:59:05.437 --> 00:59:09.437

888
00:59:09.438 --> 00:59:13.438

889
00:59:13.440 --> 00:59:17.440

890
00:59:17.443 --> 00:59:21.443

891
00:59:21.445 --> 00:59:25.445

892
00:59:25.447 --> 00:59:29.447

893
00:59:29.449 --> 00:59:33.449

894
00:59:33.451 --> 00:59:37.451

895
00:59:37.452 --> 00:59:41.452

896
00:59:41.454 --> 00:59:45.454

897
00:59:45.454 --> 00:59:49.454

898
00:59:49.457 --> 00:59:53.457

899
00:59:53.458 --> 00:59:57.458

900
00:59:57.459 --> 01:00:01.459

901
01:00:01.461 --> 01:00:05.461

902
01:00:05.463 --> 01:00:09.463

903
01:00:09.465 --> 01:00:13.465

904
01:00:13.468 --> 01:00:17.468

905
01:00:17.470 --> 01:00:21.470
ต่อเลยนะ // ค่ะ ฃ

906
01:00:21.471 --> 01:00:25.471
อันนี้ Galactose

907
01:00:25.471 --> 01:00:29.471
เป้นน้ำตาลโมเลกุล

908
01:00:29.472 --> 01:00:33.472
ถ้า Ga หายไปมันก็จะมีอะไร

909
01:00:33.474 --> 01:00:37.474
มีคู่เป็นน้ำตาล

910
01:00:37.475 --> 01:00:41.475
โมเลกุลคู่ เดี๋ยวจะเรียน

911
01:00:41.476 --> 01:00:45.476
ต่อไปนะคะ โอเค

912
01:00:45.477 --> 01:00:49.477
1. น้ำตาล ประเภทของน้ำตาล

913
01:00:49.478 --> 01:00:53.478
Mono Mono อะไร Monosaccharides

914
01:00:53.480 --> 01:00:57.480
เป็นน้ำตาลโมเลกุลเดี่ยว

915
01:00:57.481 --> 01:01:01.481
2. ก็คือ Disaccharides

916
01:01:01.482 --> 01:01:05.482
เป็นน้ำตาลโมเลกุลคู่ จดนะคะ

917
01:01:05.483 --> 01:01:09.483

918
01:01:09.484 --> 01:01:13.484
นะคะ ประเภทของน้ำตาลคือน้ำตาลโมเลกุล

919
01:01:13.486 --> 01:01:17.486
เดี่ยว 1. น้ำตาลโมเลกุลเดี่ยว ก

920
01:01:17.489 --> 01:01:21.489
2. น้ำตาลโมเลกุลคู่

921
01:01:21.490 --> 01:01:25.490
ก็คือ Disaccharides

922
01:01:25.491 --> 01:01:29.491
Di แปลว่า 2 Mono

923
01:01:29.493 --> 01:01:33.493
แปลว่าน้ำ น้ำอะไร saccarin

924
01:01:33.495 --> 01:01:37.495
น้ำอะไร

925
01:01:37.496 --> 01:01:41.496
น้ำตาล Sa

926
01:01:41.497 --> 01:01:45.497
Di แปลว่า 2 ก็คือน้ำตาลโมเลกุล

927
01:01:45.498 --> 01:01:49.498
คู่ Di 2 2 ก็อยู่

928
01:01:49.498 --> 01:01:53.498
กันเป็นอะไร เป็นคู่ใช่ไหม เป็นคู่

929
01:01:53.499 --> 01:01:57.499
Disaccharides

930
01:01:57.502 --> 01:02:01.502
คืออะไร Disaccharides ก็เอาน้ำตาล

931
01:02:01.503 --> 01:02:05.503
โมเลกุลเดี่ยวที่เราเรียนกันเม่อกี้ มีอะไรบ้างโมเลกุลเดี่ย

932
01:02:05.504 --> 01:02:09.504
Glucose Fructose กับอะไรอีก

933
01:02:09.505 --> 01:02:13.505
Galactose น้ำตาลโมเลกุลคู่

934
01:02:13.506 --> 01:02:17.506
เกิดจากน้ำตาลโมเลกุลเดี่ยว 2 ตัว

935
01:02:17.507 --> 01:02:21.507
มารวมกันนะคะ มันจะเกิดเป็นน้ำตาลโมเลกุลคู่ก็คือ

936
01:02:21.507 --> 01:02:25.507
Disaccharides

937
01:02:25.509 --> 01:02:29.509
แล้วแต่ละคู่ ครูเคยบอกว่ามันมีอะไรนะ

938
01:02:29.510 --> 01:02:33.510
อยู่ด้วยตลอดเลย น้ำตาล

939
01:02:33.511 --> 01:02:37.511
น้ำตาลอะไรที่จะต้องอยู่คนเดียว

940
01:02:37.511 --> 01:02:41.511
ไม่ได้ จะต้องมีคู่ ก็คือน้ำตาลอะไร

941
01:02:41.513 --> 01:02:45.513
กลูโคส

942
01:02:45.514 --> 01:02:49.514
น้ำตาล Glucose Disaccharides ไปจับ

943
01:02:49.515 --> 01:02:53.515
เกิดจากน้ำตาล Glucose ไป

944
01:02:53.518 --> 01:02:57.518
น้ำตาล Glucose ไปจับ Galactose

945
01:02:57.519 --> 01:03:01.519
น้ำตาลกลูโคส

946
01:03:01.521 --> 01:03:05.521
จับกับตัวของมันเอง

947
01:03:05.521 --> 01:03:09.521

948
01:03:09.522 --> 01:03:13.522
จำแค่ว่า

949
01:03:13.524 --> 01:03:17.524
Disaccharides นี่ เป็นการจับ

950
01:03:17.524 --> 01:03:21.524
คู่น้ำตาลโมเลกุลเดี่ยว 2 ตัวมาจับกัน

951
01:03:21.525 --> 01:03:25.525
น้ำตาลโมเลกุลคู่ Disaccharides เกิดจาก

952
01:03:25.526 --> 01:03:29.526
น้ำตาลโมเลกุลเดี่ยว 2 ตัวมาจับกัน จำแค่นี้

953
01:03:29.527 --> 01:03:33.527
มันมี 2 ตัวมาจับกัน

954
01:03:33.529 --> 01:03:37.529

955
01:03:37.530 --> 01:03:41.530
ครุอาจจะถามในข้อสอบว่า

956
01:03:41.532 --> 01:03:45.532
Disaccharides คืออะไร ครูไม่ได้ถาม

957
01:03:45.533 --> 01:03:49.533
Mono อยู่แล้ว ครูจะถาม Di นี่แหละ Disaccharides

958
01:03:49.534 --> 01:03:53.534
คืออะไร หนูก็จะต้องตอบว่า

959
01:03:53.535 --> 01:03:57.535
เป็นน้ำตาลโมเลกุลคู่

960
01:03:57.537 --> 01:04:01.537
ที่เกิดจากน้ำตาลโมเลกุลเดี่ยว 2 ตัวมาจับกัน

961
01:04:01.540 --> 01:04:05.540
หนูจะต้องตอบแบบนี้ เข้าใจไหมคะ

962
01:04:05.541 --> 01:04:09.541
ถ้าครูถามว่า Disaccharides

963
01:04:09.542 --> 01:04:13.542
คืออะไร หนูตอบได้ไหม ตอบได้ไหมคะ

964
01:04:13.543 --> 01:04:17.543
เป็นน้ำตาลโมเลกุลคู่ ที่เกิดจากน้ำตาลโมเลกุลเดี่ยว

965
01:04:17.545 --> 01:04:21.545
2 ตัวมาจับกัน

966
01:04:21.546 --> 01:04:25.546

967
01:04:25.548 --> 01:04:29.548

968
01:04:29.549 --> 01:04:33.549
ได้ไหม แล้วแต่ละคู่

969
01:04:33.551 --> 01:04:37.551
มันจะต้องมี กลูโคส

970
01:04:37.552 --> 01:04:41.552
Glucose จะอยู่กับน้ำตาลทุกตัวในโมเลกุลคู่

971
01:04:41.555 --> 01:04:45.555
เลยนะคะ จดได้หรือยัง อันนี้ Disaccharides

972
01:04:45.556 --> 01:04:49.556
คืออะไร มี 1 ข้อคำถามแล้ว

973
01:04:49.556 --> 01:04:53.556
อยู่ในหน้านี้ Disaccharides คืออะไร

974
01:04:53.558 --> 01:04:57.558

975
01:04:57.559 --> 01:05:01.559
ข้อที่เท่าไรแล้วลุก ข้อสอบนี่

976
01:05:01.560 --> 01:05:05.560

977
01:05:05.561 --> 01:05:09.561

978
01:05:09.562 --> 01:05:13.562

979
01:05:13.564 --> 01:05:17.564

980
01:05:17.565 --> 01:05:21.565

981
01:05:21.566 --> 01:05:25.566

982
01:05:25.567 --> 01:05:29.567

983
01:05:29.569 --> 01:05:33.569

984
01:05:33.571 --> 01:05:37.571

985
01:05:37.573 --> 01:05:41.573

986
01:05:41.577 --> 01:05:45.577
มีทั้งข้อสอบ

987
01:05:45.579 --> 01:05:49.579
กลางภาคก็อยู่ในนี้นะคะ แล้วก็ข้อสอบ

988
01:05:49.583 --> 01:05:53.583
ท้ายบทเรียนก็อยู่ในนี้นะคะ

989
01:05:53.585 --> 01:05:57.585

990
01:05:57.586 --> 01:06:01.586

991
01:06:01.588 --> 01:06:05.588

992
01:06:05.594 --> 01:06:09.594
ต่อไป หน้านี้

993
01:06:09.597 --> 01:06:13.597
เสร็จหรือยัง หน้านี้มีข้อสอบ 1 ข้อ เสร็จหรือยัง

994
01:06:13.598 --> 01:06:17.598
ต่อไปข้อที่ 18

995
01:06:17.598 --> 01:06:21.598
น้ำตาล Disaccharides นะคะ มีอะไรบ้าง

996
01:06:21.600 --> 01:06:25.600
Disaccharides มีอะไรบ้าง

997
01:06:25.601 --> 01:06:29.601
Disaccharides นะคะ มีน้ำตาล

998
01:06:29.602 --> 01:06:33.602
หลัก ๆ อยู่ 3 ตัวด้วยกัน ตัวแรกเลยที่เราต้องรู้จัก

999
01:06:33.603 --> 01:06:37.603
ก็คือ Maltose Maltose

1000
01:06:37.604 --> 01:06:41.604
ชื่อมันอาจจะจำยากนิดหนึ่งนะลูก

1001
01:06:41.606 --> 01:06:45.606

1002
01:06:45.607 --> 01:06:49.607
Maltose 1. ก็คือ Maltose

1003
01:06:49.608 --> 01:06:53.608

1004
01:06:53.610 --> 01:06:57.610
Maltose เกิดจาก glucose จับกับตัวมันเองนะคะ

1005
01:06:57.611 --> 01:07:01.611

1006
01:07:01.613 --> 01:07:05.613
พบในเมล็ดข้าวที่กำลังงอก

1007
01:07:05.615 --> 01:07:09.615
นะคะ

1008
01:07:09.615 --> 01:07:13.615

1009
01:07:13.619 --> 01:07:17.619
น้ำตาล Maltose ส่วนใหญ่มันจะอยู่ใน

1010
01:07:17.621 --> 01:07:21.621
พวกแป้ง พวกในข้าว

1011
01:07:21.625 --> 01:07:25.625
ในะัญพืช อย่างนี้นะคะ ให้เราจำ Mal

1012
01:07:25.629 --> 01:07:29.629
ให้จำเสียว่าเป็นข้าวมอลต์

1013
01:07:29.634 --> 01:07:33.634
มอลต์อะไรอย่างนี้ Mal Maltose เกิดจาก

1014
01:07:33.635 --> 01:07:37.635
Glucose + Glucose

1015
01:07:37.636 --> 01:07:41.636

1016
01:07:41.637 --> 01:07:45.637
glucose จับกับตัวมันเอง

1017
01:07:45.639 --> 01:07:49.639
ได้น้ำตาลโมเลกุลคู่ ที่มีชื่อว่า

1018
01:07:49.640 --> 01:07:53.640
Maltose อันนี้จำนะ Glucose

1019
01:07:53.642 --> 01:07:57.642
จับกับ Glucose ได้น้ำตาลที่มีชื่อว่าอะไร

1020
01:07:57.642 --> 01:08:01.642

1021
01:08:01.644 --> 01:08:05.644
ชื่อว่าอะไรคะ Maltose

1022
01:08:05.647 --> 01:08:09.647
Glucose

1023
01:08:09.648 --> 01:08:13.648
เป็นน้ำตาลโมเลกุลเดี่ยวใช่ไหม จับ

1024
01:08:13.650 --> 01:08:17.650
กับ glucose  จับกับตัวมันเอง เกิดเป็น

1025
01:08:17.652 --> 01:08:21.652
โมเลกุลคู่ที่ชื่อว

1026
01:08:21.653 --> 01:08:25.653
จะพบ Maltose

1027
01:08:25.654 --> 01:08:29.654
ได้ในข้าว ได้ใน

1028
01:08:29.657 --> 01:08:33.657
ธัญพืชต่าง ๆ

1029
01:08:33.657 --> 01:08:37.657
ที่มีแป้งเยอะ ๆ ที่มีคาร์โบไฮเดรตเยอะ ๆ

1030
01:08:37.659 --> 01:08:41.659
ให้หนู

1031
01:08:41.660 --> 01:08:45.660
จำแค่นี้ เกิดจากการแตกตัวของโมเลกุลแป้งไม่ต้องจำ

1032
01:08:45.660 --> 01:08:49.660

1033
01:08:49.662 --> 01:08:53.662
ให้หนูจำแค่ว่า Glucose เป็

1034
01:08:53.663 --> 01:08:57.663
เป็นน้ำตาลโมเลกุลเดี่ยว จับกับ glucose

1035
01:08:57.667 --> 01:09:01.667
ด้วยกัน เกิดเป็น Maltose ข้อสอบ

1036
01:09:01.668 --> 01:09:05.668
ที่จะออก glucose จับกับ glucose  แล้วได้อะไร แค่นี้เอง

1037
01:09:05.669 --> 01:09:09.669
ครูถามไม่ได้ยาก ข้อ 18 แล้วนะลูก

1038
01:09:09.671 --> 01:09:13.671
ข้อ 18 อันนี้คือข้อ 18

1039
01:09:13.672 --> 01:09:17.672
ไม่ต้อง

1040
01:09:17.673 --> 01:09:21.673
อันนี้ไม่ต้องจำ มันเยอะ ๆ

1041
01:09:21.675 --> 01:09:25.675
หนูจะปวดหัว

1042
01:09:25.677 --> 01:09:29.677

1043
01:09:29.681 --> 01:09:33.681
เผื่อแบบใครอยากจดไปอ่าน ทำความเข้าใจ

1044
01:09:33.683 --> 01:09:37.683
ให้ความรู้เพิ่มเติมกับตัวเองก็จดได้นะคะ

1045
01:09:37.685 --> 01:09:41.685
แต่วันนี้ไม่ออกข้อสอบนะคะ

1046
01:09:41.686 --> 01:09:45.686
แต่ใครอยากจดเพื่อเป็นความรู้

1047
01:09:45.688 --> 01:09:49.688
เพิ่มเติมก็จดได้อันนี้

1048
01:09:49.690 --> 01:09:53.690
จะมี Maltose เยอะในข้าว

1049
01:09:53.692 --> 01:09:57.692
ที่กำลังงอกนะคะ

1050
01:09:57.694 --> 01:10:01.694
ได้หรือยัง

1051
01:10:01.695 --> 01:10:05.695
ได้หรือยังหน้านี้

1052
01:10:05.696 --> 01:10:09.696
จำแค่ว่า glucose  + glucose  ได้ Maltose เท่านั้นแหละ

1053
01:10:09.697 --> 01:10:13.697
จำได้หรือยัง

1054
01:10:13.698 --> 01:10:17.698

1055
01:10:17.699 --> 01:10:21.699

1056
01:10:21.700 --> 01:10:25.700
น้ำตาลโมเลกุลคู่ตัวที่ 2 ตัวแรกผ่านไปแล้ว

1057
01:10:25.703 --> 01:10:29.703
ตัวที่ 2 ก็คือ Lactose นะคะ

1058
01:10:29.704 --> 01:10:33.704
lactose เราคุ้น ๆ ไหม

1059
01:10:33.706 --> 01:10:37.706
เราคุ้น ๆ ไหมเมื่อกี้

1060
01:10:37.708 --> 01:10:41.708
ตัวที่มันมีคู่แล้วใช่ไหมเมื่อกี้

1061
01:10:41.710 --> 01:10:45.710
Lactose ถ้ามันไม่มีคู่ เรียกว่า

1062
01:10:45.712 --> 01:10:49.712
ถ้ามันอยู่ตัวคนเดียวมันต้องมีอะไรเลี้ยง

1063
01:10:49.712 --> 01:10:53.712
มีอะไรเลี้ยง

1064
01:10:53.713 --> 01:10:57.713
ก่อนจะมีคู่น่ะ ก่อนจะมีคู่มันมีอะไรอยู่ด้วย

1065
01:10:57.714 --> 01:11:01.714
อยู่ด้วยมี ga อยู่ด้วยใช่ไหม ก่อนมันจะมี

1066
01:11:01.714 --> 01:11:05.714
คู่มันมี Ga อยู่ด้วย พอมันมีคู่แล้ว

1067
01:11:05.715 --> 01:11:09.715
ga หาย เหลือแค่ lactose

1068
01:11:09.716 --> 01:11:13.716
อะไรเป็นคู่ของมัน Glucose

1069
01:11:13.717 --> 01:11:17.717
ใช่ไหม จำได้ไหมลูก จำได้ไหม

1070
01:11:17.719 --> 01:11:21.719
ค่อย ๆ ค่อย ๆ ทำความเข้าใจ

1071
01:11:21.720 --> 01:11:25.720
มีอยู่ น้ำตาล Lactose นะคะ เกิดจาก

1072
01:11:25.721 --> 01:11:29.721
น้ำตาลโมเลกุลเดี่ยว 2 ตัว ก็คือ glucose + galactose

1073
01:11:29.721 --> 01:11:33.721
มารวมกันนะคะ เกิดเป็น Lactose

1074
01:11:33.722 --> 01:11:37.722
มีเป็นคาร์โบไฮเดรตตัวหลักใน

1075
01:11:37.724 --> 01:11:41.724
น้ำนม

1076
01:11:41.725 --> 01:11:45.725

1077
01:11:45.726 --> 01:11:49.726

1078
01:11:49.731 --> 01:11:53.731
แล้วอันนี้เราต้องจำเลย โรค

1079
01:11:53.733 --> 01:11:57.733
มันมีโรค ชนิดหนึ่ง ที่ทำให้

1080
01:11:57.733 --> 01:12:01.733
ผู้บริโภคเกิดอาการท้องเสียเวลากินนมนะคะ

1081
01:12:01.735 --> 01:12:05.735
คือโรคอะไร มันคือชื่อว่า Lastose intorarente

1082
01:12:05.736 --> 01:12:09.736
นะคะ จำอันนี้เลยลูก

1083
01:12:09.740 --> 01:12:13.740
จำอันนี้เลย lactose intolerance

1084
01:12:13.742 --> 01:12:17.742
นะคะ หนูจำอันนี้เลย ครูจะถามว่า

1085
01:12:17.743 --> 01:12:21.743
โรคอะไรที่เมื่อกินนม

1086
01:12:21.745 --> 01:12:25.745
เข้าไปแล้วทำให้เกิดอาการท้องเสียเวลากินนม

1087
01:12:25.746 --> 01:12:29.746
เรีรยกว่าโรคอะไร ครูจะถาม

1088
01:12:29.749 --> 01:12:33.749
ครูจะถามนะลูก ว่า

1089
01:12:33.750 --> 01:12:37.750
อาการท้องเสีย เวลาที่กินนม

1090
01:12:37.750 --> 01:12:41.750
เรียกว่าโรคอะไรนะคะ

1091
01:12:41.752 --> 01:12:45.752
โรคนี้เขาเรียกว่า

1092
01:12:45.752 --> 01:12:49.752
โรค Lactose intolerance เกิดจากขาดเอนไซม์

1093
01:12:49.753 --> 01:12:53.753
ที่ไปย่อย Lactose ทำให้ท้องเสียนะคะ

1094
01:12:53.755 --> 01:12:57.755
ในผู้ใหญ่บางคนจะขาดเอนไซม์

1095
01:12:57.756 --> 01:13:01.756
ไปย่อย Lactose นะคะ ทำให้ท้องเสีย

1096
01:13:01.757 --> 01:13:05.757
มันเลยมีนมบางชนิดที่ปราศจาก Lactose น่ะ

1097
01:13:05.758 --> 01:13:09.758
เคยเห็นไหม นมบางชนิดที่ปราศจาก

1098
01:13:09.760 --> 01:13:13.760
Lactose เคยเห็นไหม ขวดสีขาว ๆ

1099
01:13:13.761 --> 01:13:17.761
อะไร Free Lactose เคยเห็นไหม เคยได้ยินไหม

1100
01:13:17.762 --> 01:13:21.762
ไปดูตามท้องตลาดก็ได้ ดูตาม Serach Google ดู

1101
01:13:21.762 --> 01:13:25.762
มันจะเขียนว่า "Free Latose"

1102
01:13:25.764 --> 01:13:29.764
เพราะบางคนไม่มีเอนไซม์

1103
01:13:29.766 --> 01:13:33.766
ไปย่อย lactose เอนไซมืย่อย Lactose ก็คือ

1104
01:13:33.766 --> 01:13:37.766
หนูจะเห็นว่า เวลาเอนไซม์น่ะ

1105
01:13:37.766 --> 01:13:41.766
มันจะเป็น ASE น่ะ

1106
01:13:41.769 --> 01:13:45.769
ออกเสียง S ด้านหลัง ส่วนใหญ่เอนไซม์มันจะเป็นชื่อ

1107
01:13:45.770 --> 01:13:49.770
แบบนี้

1108
01:13:49.771 --> 01:13:53.771
นี่

1109
01:13:53.773 --> 01:13:57.773
มันจะมีนม เห็นไหม นวัตกรรมทางอาหาร

1110
01:13:57.774 --> 01:14:01.774
นี่หนูก็จะต้องรู้ว่า ถ้าสมมติว่าผู้ป่วย

1111
01:14:01.775 --> 01:14:05.775
ที่หนูไปดูแลนะคะ หรือว่าผู้บริโภคที่มา

1112
01:14:05.778 --> 01:14:09.778
กินอาหารในร้านแพ้นมวัว ส่วนใหญ่

1113
01:14:09.779 --> 01:14:13.779
ถ้าแพ้นมวัว ถ้าแบบว่าเกิดอาการ

1114
01:14:13.781 --> 01:14:17.781
ท้องเสียเมื่อรับประทานนมวัวหนูจะต้องเลือก

1115
01:14:17.781 --> 01:14:21.781
นมแบบนี้ให้เขา Lactose Free

1116
01:14:21.783 --> 01:14:25.783
มันจะมีเคลมข้างขวดนี่ว่า Lactose fee

1117
01:14:25.785 --> 01:14:29.785
หนูจะต้องเลือกใช้นมประเภทนี้

1118
01:14:29.787 --> 01:14:33.787
ให้กับผู้บริโภค ส่วนใหญ่

1119
01:14:33.788 --> 01:14:37.788
คนแก่น่ะ มักจะเป็น ถ้าผู้สูงอายุ หนูต้องเลือกใช้ผลอ

1120
01:14:37.789 --> 01:14:41.789
ที่เป็นนมวัว หนูต้องเลือกใช้ตัวนี้นะลูก ที่เป็นผู้สูงอายุ

1121
01:14:41.792 --> 01:14:45.792
เพราะว่าผู้

1122
01:14:45.793 --> 01:14:49.793
บริโภคที่เป็นผู้สูงอายุส่วนใหญ่

1123
01:14:49.794 --> 01:14:53.794
การทำงานของ เอนไซม์ Lactes มันจะน้อย

1124
01:14:53.795 --> 01:14:57.795
ผู้สูงอายุหรือผู้ป่วยที่เป็นผู้สูงอายุ

1125
01:14:57.797 --> 01:15:01.797
หนูต้องใช้นมตัวนี้ ถ้าหนูต้องใช้ผลิตภัณฑ์

1126
01:15:01.800 --> 01:15:05.800
แบบนมวัวในการประกอบอาหารน่ะ

1127
01:15:05.803 --> 01:15:09.803
เข้าใจไหม ต้องใช้นมที่เขียนว่า

1128
01:15:09.807 --> 01:15:13.807
lactose fee

1129
01:15:13.808 --> 01:15:17.808
เพราะบางที W

1130
01:15:17.810 --> 01:15:21.810
วิปปิงครีมอะไรอย่างนี้ เค้กใช่ไหม ยังไงมันก็

1131
01:15:21.810 --> 01:15:25.810
หนีไม่พ้นนมวัวใช่ไหมลูก มันต้องพึ่งนมวัวอยู่

1132
01:15:25.812 --> 01:15:29.812
นมวัวอยู่ เราก็เห็นมาใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็น

1133
01:15:29.813 --> 01:15:33.813
Lactose Free แทน

1134
01:15:33.815 --> 01:15:37.815
โยเกิร์ตไปทำครีมชีสอะไรก้

1135
01:15:37.816 --> 01:15:41.816
ดูด้วยนะคะ ว่าผู้บริโภค ลูกค้า กลุ่มลูกค

1136
01:15:41.817 --> 01:15:45.817
ที่เรา ที่เขาน่ะ มาทานอาหารกับเรา

1137
01:15:45.819 --> 01:15:49.819
เขาเป็นกลุ่มลูกค้าประเภทไหน เป็นกลุ่มผู้สูงอายุไหม

1138
01:15:49.820 --> 01:15:53.820
แบบไหนไหมอะไรอย่างนี้เราก็จะต้องดูด้วยนะคะ

1139
01:15:53.821 --> 01:15:57.821
โรคที่...

1140
01:15:57.824 --> 01:16:01.824
โรคเมื่อโรคที่เมื่อทาน

1141
01:16:01.825 --> 01:16:05.825
เข้าไปแล้วทำให้เกิดอาการท้องเสีย

1142
01:16:05.826 --> 01:16:09.826
เนื่องจากการขาดเอนไซม์ Lactase คืออะไร ครู

1143
01:16:09.827 --> 01:16:13.827
ออกข้อสอบ ครูออกจริง ๆ นะ โรคอะไร

1144
01:16:13.827 --> 01:16:17.827
Lactose อะไร

1145
01:16:17.828 --> 01:16:21.828

1146
01:16:21.831 --> 01:16:25.831
intolerance โรคนี้จำให้ขึ้นใจเลย

1147
01:16:25.832 --> 01:16:29.832
โรคที่เกิดอาการท้องเสียเมื่อกินนมวัวเข้าไป

1148
01:16:29.834 --> 01:16:33.834
นะคะ Lactose นี่

1149
01:16:33.836 --> 01:16:37.836
เป็นน้ำตาลโมเลกุลคู่ที่หวานน้อยที่สุด

1150
01:16:37.838 --> 01:16:41.838
นะคะ นี่

1151
01:16:41.842 --> 01:16:45.842
น้ำตาลในนมเป้นน้ำตาลที่หวานน้อยที่สุดนะคะ

1152
01:16:45.843 --> 01:16:49.843
แต่น้ำตาลที่หวานมากที่สุด คืออะไรเมื่อกี้

1153
01:16:49.844 --> 01:16:53.844
ที่เราเรียนไป

1154
01:16:53.845 --> 01:16:57.845
จริงไหม

1155
01:16:57.847 --> 01:17:01.847
จริงไหม

1156
01:17:01.848 --> 01:17:05.848
น้ำตาลอะไร Fructose

1157
01:17:05.850 --> 01:17:09.850
มันคือน้ำตาล Fructose เป็นน้ำตาลโมเลกุลเดี่ยว

1158
01:17:09.853 --> 01:17:13.853
ที่หวานมากที่สุด ยังออกข้อสอบ

1159
01:17:13.855 --> 01:17:17.855
น้ำตาลโมเลกุลคู่

1160
01:17:17.856 --> 01:17:21.856
ที่หวานน้อยที่สุดเรียกว่า

1161
01:17:21.858 --> 01:17:25.858
Lactose เออ แล้วโรคที่เกิด

1162
01:17:25.859 --> 01:17:29.859
อาการเมื่อเกิดอาการท้องเสีย

1163
01:17:29.860 --> 01:17:33.860
เรียกว่า lactose intolerance

1164
01:17:33.861 --> 01:17:37.861
Lactose intolerance Lactose intolerance

1165
01:17:37.862 --> 01:17:41.862
โอเค

1166
01:17:41.863 --> 01:17:45.863
ต่อไปนะคะ

1167
01:17:45.864 --> 01:17:49.864
ตัวสุดท้ายแล้ว น้ำตาลโมเลกุลเดี่ยว

1168
01:17:49.866 --> 01:17:53.866
หลัก ๆ น้ำตาลโมเลกุลคู่ก็มีหลัก ๆ

1169
01:17:53.867 --> 01:17:57.867
ของน้ำตาลโมเลกุลคู่ ซูอะไร

1170
01:17:57.868 --> 01:18:01.868
ที่ใช้ทำน้ำตาลทราย Sucrose

1171
01:18:01.868 --> 01:18:05.868
เกิดจาก Glucose + น้ำตาลที่หวานที่สุด ก็คือ

1172
01:18:05.870 --> 01:18:09.870
Fructose น้ำตาลทรายประกอบด้วย

1173
01:18:09.871 --> 01:18:13.871
99 เปอร์เซ็นต์ Sucoste

1174
01:18:13.873 --> 01:18:17.873
ด้วย Sucrose ถึง 99 เปอร์เซ็นต์ เพราะว่า

1175
01:18:17.874 --> 01:18:21.874
มันประกอบไปด้วย Glucose แล้วก้น้ำตาล Fructose

1176
01:18:21.875 --> 01:18:25.875
น้ำตาลโมเลกุลเดี่ยวที่หวานที่สุดใช่ไหม

1177
01:18:25.876 --> 01:18:29.876
จำได้ไหม จำได้ไหมคะ

1178
01:18:29.877 --> 01:18:33.877
Sucrose เกิดจากน้ำตาล Su

1179
01:18:33.879 --> 01:18:37.879
โอเค เห็นไหม

1180
01:18:37.882 --> 01:18:41.882
น้ำตาลโมเลกุลคู่ทุกตัวเลยนะคะ ที่มีกลูโคส

1181
01:18:41.884 --> 01:18:45.884
เห็นไหม แล้วมันก็จะไปจับน้ำ

1182
01:18:45.885 --> 01:18:49.885
โมเลกุลเดี่ยวตัวอื่นที่เราเรียนไปก่อนหน้า

1183
01:18:49.887 --> 01:18:53.887
น้ำตาลโมเลคู่ คือน้ำตาลจับโมเลกุลเดี่ยว

1184
01:18:53.888 --> 01:18:57.888
ด้วยกัน เห็นไหม

1185
01:18:57.890 --> 01:19:01.890
น้ำตาลโมเลกุลคู่ทุกตัวต้องมี Glucose หมดเลย

1186
01:19:01.894 --> 01:19:05.894
เห็นไหม Sucrose ก็ต้องมี Glucose

1187
01:19:05.895 --> 01:19:09.895
lactose ก็ต้องมี Glucose Maltose ก็ต้องมี

1188
01:19:09.896 --> 01:19:13.896
โอเคไหมคะ เก่งมากเลย

1189
01:19:13.897 --> 01:19:17.897
อันนี้

1190
01:19:17.899 --> 01:19:21.899
ใกล้จะจบแล้ว ใกล้จะจบแล้ว

1191
01:19:21.903 --> 01:19:25.903

1192
01:19:25.904 --> 01:19:29.904

1193
01:19:29.906 --> 01:19:33.906
Fuctose คือ น้ำตาลโมเลกุลเดี่ยวที่หวาน

1194
01:19:33.909 --> 01:19:37.909
ที่สุด

1195
01:19:37.910 --> 01:19:41.910

1196
01:19:41.910 --> 01:19:45.910

1197
01:19:45.911 --> 01:19:49.911
ไหนทวนตะกี้สิ ถามอาร์ต อาร์ต

1198
01:19:49.914 --> 01:19:53.914
อาร์ตลุกขึ้น อาร์ตลุกขึ้น

1199
01:19:53.916 --> 01:19:57.916
อาร์ตลุกขึ้น

1200
01:19:57.917 --> 01:20:01.917
ลุกขึ้นครูจะถาม

1201
01:20:01.917 --> 01:20:05.917
โรคที่กิม

1202
01:20:05.918 --> 01:20:09.918
นมวัวแล้วท้องเสีย

1203
01:20:09.919 --> 01:20:13.919
เขาเรียกว่าโรคอะไร

1204
01:20:13.920 --> 01:20:17.920
เขามีล่าม

1205
01:20:17.921 --> 01:20:21.921

1206
01:20:21.923 --> 01:20:25.923
เขียน เขียนให้ครู

1207
01:20:25.928 --> 01:20:29.928
เขียนมา

1208
01:20:29.929 --> 01:20:33.929

1209
01:20:33.930 --> 01:20:37.930

1210
01:20:37.931 --> 01:20:41.931
เดี๋ยวเรียน ๆ ไปครูถามนะ ต้องตั้งใจ

1211
01:20:41.936 --> 01:20:45.936
นะคะ

1212
01:20:45.937 --> 01:20:49.937

1213
01:20:49.938 --> 01:20:53.938

1214
01:20:53.940 --> 01:20:57.940

1215
01:20:57.942 --> 01:21:01.942

1216
01:21:01.944 --> 01:21:05.944

1217
01:21:05.948 --> 01:21:09.948
เวลาเราสอบนะคะ

1218
01:21:09.950 --> 01:21:13.950
ครูจะมีทั้งข้อกา

1219
01:21:13.954 --> 01:21:17.954
ด้วย แล้วก็ข้อเขียนด้วย

1220
01:21:17.954 --> 01:21:21.954
แต่ถ้าข้อเขียนนะคะ ครูไม่ว่า

1221
01:21:21.958 --> 01:21:25.958
ถ้าจะเขียนเป็นภาษาไทย สมมติ Lactose

1222
01:21:25.959 --> 01:21:29.959
มันคือโรค

1223
01:21:29.960 --> 01:21:33.960
lactose intolerance ก็เขียนภาษาไทยก็ได้

1224
01:21:33.961 --> 01:21:37.961

1225
01:21:37.962 --> 01:21:41.962
หรือไม่ครูน่ะ

1226
01:21:41.965 --> 01:21:45.965
ถ้าครูใจดีหน่อย ถ้านักเรียนเป็นเด็กดีหน่อย

1227
01:21:45.967 --> 01:21:49.967
ไม่ดื้อ ไม่วน โอเคเข้าใจ ครูก็จะถามว่า

1228
01:21:49.968 --> 01:21:53.968
โรคlactose intolerance คือโรคอะไร

1229
01:21:53.969 --> 01:21:57.969
Lactose Intorarent คืออะไร

1230
01:21:57.970 --> 01:22:01.970
ถ้าบางทีครูใจดีหน่อยครูจะถามแบบนี้

1231
01:22:01.972 --> 01:22:05.972
หนุจะตอบว่าอย่างไร ดรค lactose intolerance

1232
01:22:05.972 --> 01:22:09.972
คืออะไร ตอบได้ไหม

1233
01:22:09.974 --> 01:22:13.974
(อาจารย์)  เมื่อรับประทานอะไรคะ

1234
01:22:13.975 --> 01:22:17.975
นมวัว นมถั่วเหลืองท้องเสียไหม

1235
01:22:17.976 --> 01:22:21.976
โอเค โอเค

1236
01:22:21.977 --> 01:22:25.977

1237
01:22:25.978 --> 01:22:29.978
ได้หรือยังคะ

1238
01:22:29.980 --> 01:22:33.980
ได้หรือยัง

1239
01:22:33.981 --> 01:22:37.981

1240
01:22:37.982 --> 01:22:41.982

1241
01:22:41.985 --> 01:22:45.985

1242
01:22:45.988 --> 01:22:49.988
น้ำตาลที่ น้ำตาลทรายประกอบด้วยน้ำตาลอะไร

1243
01:22:49.990 --> 01:22:53.990
เยอะที่สุด

1244
01:22:53.990 --> 01:22:57.990
ครูจะถาม ครูจะถามว่าน้ำตาลทราย

1245
01:22:57.992 --> 01:23:01.992
มีน้ำตาลอะไรเยอะที่สุด ตอบว่า

1246
01:23:01.993 --> 01:23:05.993
แล้ว Sucrose

1247
01:23:05.994 --> 01:23:09.994
เกิดจากน้ำตาลโมเลกุลเดี่ยวอะไรกับอะไร มารวมกัน

1248
01:23:09.995 --> 01:23:13.995
โอเค

1249
01:23:13.996 --> 01:23:17.996
ฮึบ ได้ไปแล้ว 2

1250
01:23:17.999 --> 01:23:21.999
ตัว มาทวนดีกว่า

1251
01:23:22.001 --> 01:23:26.001
มาทวนดีกว่านะ

1252
01:23:26.002 --> 01:23:30.002
น้ำตาลนะคะ ประเภทของคาร์โบไฮเดรต 1.

1253
01:23:30.003 --> 01:23:34.003
Monosaccharides คือ น้ำตาลโมเลกุลเดี่ยว

1254
01:23:34.004 --> 01:23:38.004
น้ำตาลโมเลกุลเดี่ยวมีกี่ตัว

1255
01:23:38.005 --> 01:23:42.005
มีอะไรบ้าง

1256
01:23:42.006 --> 01:23:46.006
น้ำตาลโมเลกุลเดี่ยวมีกี่ตัว ทวน

1257
01:23:46.007 --> 01:23:50.007
มีอะไรบ้าง

1258
01:23:50.007 --> 01:23:54.007
Fructose แล้วก็ Galactose

1259
01:23:54.008 --> 01:23:58.008
โอเค มีใคร

1260
01:23:58.010 --> 01:24:02.010
จะตอบอีกไหม

1261
01:24:02.011 --> 01:24:06.011
ต่อไปน้ำตาลโมเลกุลคู่

1262
01:24:06.013 --> 01:24:10.013
มีกี่ตัวคะ ต่อไปน้ำตาลโมเลกุลคู่

1263
01:24:10.015 --> 01:24:14.015
มีกี่ตัว น้ำตาลโมเลกุลคู่ ก็คือDisaccharides

1264
01:24:14.016 --> 01:24:18.016
มีกี่ตัวเหมือนกัน มี 3 ตัวเหมือนกัน

1265
01:24:18.017 --> 01:24:22.017
มีอะไรบ้างคะ

1266
01:24:22.018 --> 01:24:26.018
มี Maltose (อาจารย์ชุติมณฑน์) Maltose

1267
01:24:26.019 --> 01:24:30.019
1 แล้ว แล้วอะไร lactose

1268
01:24:30.020 --> 01:24:34.020
แล้วอะไรอีก Maltose

1269
01:24:34.021 --> 01:24:38.021
Lactose

1270
01:24:38.023 --> 01:24:42.023
Sucrose Maltose

1271
01:24:42.024 --> 01:24:46.024
เกิดจากอะไรบวกอะไร หลุยไม่ตอบ

1272
01:24:46.025 --> 01:24:50.025
บ้างลูก หลุยส์ ครูตอบบางคนดีกว่า

1273
01:24:50.026 --> 01:24:54.026

1274
01:24:54.027 --> 01:24:58.027
ทับไปเลย เขียนไทยก็ได้ หนูเขียนไทยเลย

1275
01:24:58.028 --> 01:25:02.028
ถ้าหนูอ่านไม่ออก เขียนภาษาไทยเลยลูก

1276
01:25:02.029 --> 01:25:06.029
ครูจะถามว่า Maltose เกิดจากน้ำตาลอะไร กับอะไร

1277
01:25:06.030 --> 01:25:10.030
ใครจะได้คำถามนี้ไป

1278
01:25:10.031 --> 01:25:14.031
ดำ ดำเลย

1279
01:25:14.032 --> 01:25:18.032
ดำตอบเลย Maltose เกิดจากน้ำตาลอะไรบวกอะไรคะ

1280
01:25:18.033 --> 01:25:22.033

1281
01:25:22.035 --> 01:25:26.035

1282
01:25:26.037 --> 01:25:30.037
Maltose นะ Maltose

1283
01:25:30.038 --> 01:25:34.038

1284
01:25:34.040 --> 01:25:38.040
ไม่ใช่

1285
01:25:38.042 --> 01:25:42.042
ใกล้แล้ว ๆ น้ำตาล

1286
01:25:42.046 --> 01:25:46.046
อะไรที่มัน

1287
01:25:46.048 --> 01:25:50.048
มีใครช่วยเพื่อนไหมคะ

1288
01:25:50.048 --> 01:25:54.048
ช่วยเพื่อนไหม

1289
01:25:54.050 --> 01:25:58.050
เกิดจากอะไร ใครจะช่วยเพื่นบ้าง ยกมือขึ้น

1290
01:25:58.051 --> 01:26:02.051
ช่วยเพื่อนไหม ช่วยเพื่อน

1291
01:26:02.052 --> 01:26:06.052
ช่วยเพื่อนไหม

1292
01:26:06.053 --> 01:26:10.053
โอเค เยี่ยมมากปรบมือ

1293
01:26:10.054 --> 01:26:14.054

1294
01:26:14.055 --> 01:26:18.055

1295
01:26:18.056 --> 01:26:22.056
จำได้แหละ

1296
01:26:22.059 --> 01:26:26.059
เดี๋ยวเราไปทวนนะ ตอนนี้อาจจะจำไม่ได้

1297
01:26:26.059 --> 01:26:30.059
จำได้

1298
01:26:30.061 --> 01:26:34.061
ทวนอีกรอบหนึ่ง Maltose เกิดจาก Glucose

1299
01:26:34.062 --> 01:26:38.062
Glucose นะคะ lactose เกิดจาก Glucose

1300
01:26:38.064 --> 01:26:42.064
+ Galactose นะคะ

1301
01:26:42.064 --> 01:26:46.064
เป็นน้ำตาลที่พบมาในนมนะคะ

1302
01:26:46.066 --> 01:26:50.066
แล้วก็จำด้วยว่าโรค lactose intolerance

1303
01:26:50.069 --> 01:26:54.069
นะคะ มีความหวานน้อยที่สุด

1304
01:26:54.070 --> 01:26:58.070
ต่อไปก็ Sucrose

1305
01:26:58.072 --> 01:27:02.072
เกิดจาก Glucose + Fuctose นะคะ

1306
01:27:02.076 --> 01:27:06.076
น้ำตาลทรายนะคะ พบมากในน้ำตาลทราย

1307
01:27:06.077 --> 01:27:10.077
พบถึง 99 เปอร์เซ็นต์นะคะ

1308
01:27:10.078 --> 01:27:14.078
น้ำตาลทรายเขาใช้อะไรทำ เขาใช้พืชอะไรทำ อ้อย

1309
01:27:14.080 --> 01:27:18.080
สะกัดได้จากอ้อยและหัวบีต

1310
01:27:18.080 --> 01:27:22.080

1311
01:27:22.082 --> 01:27:26.082

1312
01:27:26.084 --> 01:27:30.084

1313
01:27:30.085 --> 01:27:34.085

1314
01:27:34.088 --> 01:27:38.088

1315
01:27:38.090 --> 01:27:42.090
หัวบีท น้ำตาล

1316
01:27:42.090 --> 01:27:46.090

1317
01:27:46.092 --> 01:27:50.092

1318
01:27:50.093 --> 01:27:54.093
นี่มันเป็นแบบนี้ประเทศไทย

1319
01:27:54.096 --> 01:27:58.096
ไม่ค่อยมีเท่าไรน่ะ มันจะเป็น

1320
01:27:58.096 --> 01:28:02.096
ลักษณะหัว ๆ ส่วนใหญ่น่ะ

1321
01:28:02.098 --> 01:28:06.098
ส่วนใหญ่น่

1322
01:28:06.099 --> 01:28:10.099
มันเหมือน

1323
01:28:10.100 --> 01:28:14.100
ปลูกไม่ค่อยขึ้นเท่าไรลูก จะปลูกอ้อย

1324
01:28:14.101 --> 01:28:18.101
ประเทศไทยนะมันเป็นแถบร้อน ร้อน

1325
01:28:18.102 --> 01:28:22.102
ใช่ไหม อันนี้มันจะเจริญเติบโตดี ในฝั่

1326
01:28:22.103 --> 01:28:26.103
ที่มีอากาศหนาวเย็น พวกแบบอย่างนี้

1327
01:28:26.104 --> 01:28:30.104
น่าจะ

1328
01:28:30.104 --> 01:28:34.104
มันก็เอามาหมักก่อนแล้วก็ทำเป้นน้ำตาล

1329
01:28:34.106 --> 01:28:38.106
ไอ้นั้นมัน

1330
01:28:38.108 --> 01:28:42.108
แรดิชใช่หรือเปล่า ลูกแรดิช

1331
01:28:42.110 --> 01:28:46.110
สีแดง ๆ น่ะ แต่ว่า

1332
01:28:46.111 --> 01:28:50.111
ก็จำเอาก็แล้วกันว่ามีใน

1333
01:28:50.112 --> 01:28:54.112
อ้อยนะ หัวบีต ครูก็อาจจะไม่ออกข้อสอบหรอก

1334
01:28:54.113 --> 01:28:58.113
มันไม่ค่อยเจอในประเทสไทย แต่เผื่อใคตรจะไป

1335
01:28:58.115 --> 01:29:02.115
ต่างประเทศไหม ในนี้มีไหม เผื่อแบบ

1336
01:29:02.116 --> 01:29:06.116
มีน้ำตาลอะไรน่ะ อาจจะไม่เห็นแค่น้ำตาลอ้อยอย่างเดียวไง

1337
01:29:06.117 --> 01:29:10.117
อาจจะเห็นน้ำตาลอย่างอื่นด้วย มันก็เป็นทางเบ

1338
01:29:10.118 --> 01:29:14.118
ให้กับผู้บริโภค น้ำตาลจากหัวบีท

1339
01:29:14.119 --> 01:29:18.119
อย่างนี้ก็มีแล้วมันไม่ใช่แค่มีน้ำตาลแค่นั้นนะ

1340
01:29:18.119 --> 01:29:22.119
มันมีสารอื่นที่มีความหวาน แต่ไม่ใช่น้ำตา่ลก็มี

1341
01:29:22.121 --> 01:29:26.121
นี่เดี๋ยวเราจะมาเรียน

1342
01:29:26.121 --> 01:29:30.121
นะคะ

1343
01:29:30.123 --> 01:29:34.123

1344
01:29:34.125 --> 01:29:38.125
คาร์โบไฮเดรตประเภทที่ 3

1345
01:29:38.128 --> 01:29:42.128
นะคะ เป็น Sugar Alcohols

1346
01:29:42.130 --> 01:29:46.130
เป็น Sugar Alcohols นะคะ ตัวนี้

1347
01:29:46.132 --> 01:29:50.132
เป็น Sugar Alcohols

1348
01:29:50.134 --> 01:29:54.134
นะคะ ก็

1349
01:29:54.135 --> 01:29:58.135
เป็นสารที่มีละกัษณะ

1350
01:29:58.136 --> 01:30:02.136
และ Alcohols เขาจึงเรียกว่า

1351
01:30:02.137 --> 01:30:06.137
พบในธรรมชาติ ตัวนี้เรา

1352
01:30:06.138 --> 01:30:10.138
เจอบ่อยในพวกอุตสาหกรรมอาหาร

1353
01:30:10.139 --> 01:30:14.139
ในเซเว่นมีเยอะแยะเลยตัวนี้ Suger al

1354
01:30:14.141 --> 01:30:18.141
ให้พลังงานน้อยมาก ปกติน้ำตาลนะคะ

1355
01:30:18.142 --> 01:30:22.142
จะให้พลังงาน 4 กิโลแคลอรีต่อก

1356
01:30:22.142 --> 01:30:26.142
มี 4 กิโลแคลอรี มีพลังงานเพียง 2.6

1357
01:30:26.144 --> 01:30:30.144
นะคะ ร่างกายนะคะ

1358
01:30:30.145 --> 01:30:34.145
ตัวนี้ไม่สามารถดูดซึม แล้วก็ย่อยไมไ่ด้

1359
01:30:34.145 --> 01:30:38.145
ย่อยไม่ได้ ร่างกายย่อยไม่ได้ ดูดซึมไม่ได้

1360
01:30:38.146 --> 01:30:42.146
นี่เขาถึงนำไปใช้

1361
01:30:42.148 --> 01:30:46.148
ในอุตสาหกรรมอาหาร เยอะแยะมากมาย เพื่อคนที่ต้องกา

1362
01:30:46.150 --> 01:30:50.150
น้ำตาลใช่ไหม ลดระดับน้ำตาลต่าง ๆ นะคะ

1363
01:30:50.151 --> 01:30:54.151
นำไปใช้เพราะว่า Sugar Alcohols นี่มัน

1364
01:30:54.152 --> 01:30:58.152
เป็น มันเป็นสารให้คว

1365
01:30:58.154 --> 01:31:02.154
สารให้ความหวานทดแทนน้ำตาลน่ะ

1366
01:31:02.155 --> 01:31:06.155
แล้วก็

1367
01:31:06.155 --> 01:31:10.155
ให้พลังงานต่ำมาก ถ้าแทบกัะบน้ำตาล

1368
01:31:10.157 --> 01:31:14.157
ในไหน suger alcohols เดี๋ยวครู

1369
01:31:14.158 --> 01:31:18.158
บอกก่อนว่าชนิดของ Sugar Alcohols มีอะไรบ้างนคะ

1370
01:31:18.161 --> 01:31:22.161
Sugar Alcohols มันมีเยอะมาก

1371
01:31:22.162 --> 01:31:26.162
นะคะ แต่ตัวหลัก ๆ ที่พบน่ะ มันก็คือ

1372
01:31:26.163 --> 01:31:30.163
Sorbitol แล้วก็ Xylitol คุ้นไหมคะ

1373
01:31:30.163 --> 01:31:34.163
คุ้นไหม Sorbitol

1374
01:31:34.165 --> 01:31:38.165
แล้วก็ Xylitol

1375
01:31:38.167 --> 01:31:42.167
เหรอ

1376
01:31:42.169 --> 01:31:46.169

1377
01:31:46.171 --> 01:31:50.171
ใช่ไหมแล้วหนูเข้าเซเว่นน่ะ

1378
01:31:50.176 --> 01:31:54.176
มันมีคำนี้ Sorbitol กับ Xylitol เจอ

1379
01:31:54.176 --> 01:31:58.176
ในไหนบ่อย

1380
01:31:58.178 --> 01:32:02.178
อย่าง Sorbitol ใช่ไหม มันพบ

1381
01:32:02.178 --> 01:32:06.178
พบในผลไม้บางชนิดอย่างพวกเชอร์รีนะคะ

1382
01:32:06.180 --> 01:32:10.180
เขาก็จะเอาเกิดจากพวกนำผลไม้พวกนี้

1383
01:32:10.181 --> 01:32:14.181
นะคะ อย่างเช่น เชอร์รีมาสกัด

1384
01:32:14.182 --> 01:32:18.182
มาสะกัด ในรูปของ

1385
01:32:18.183 --> 01:32:22.183
hydrogenation ไม่ต้องจำก็ได้

1386
01:32:22.185 --> 01:32:26.185
มันเป็น hydrogenation เติมตัวนั้น ตัวนี้เข้าๆ

1387
01:32:26.187 --> 01:32:30.187
เป็นออกมาเป็นผลึกขาว ๆ นะคะ ก็จะเติม

1388
01:32:30.188 --> 01:32:34.188
เป็นสารให้ความหวานทดแทนน้ำตาลนะคะ

1389
01:32:34.189 --> 01:32:38.189
ก็คือตัวนี้มันจะใช้ได้แม้อุณหภูมิที่สูงมาก

1390
01:32:38.190 --> 01:32:42.190
หนูสังเกตใน Coke ไหม ผลิต

1391
01:32:42.191 --> 01:32:46.191
ที่มันจะเขียนว่า น้ำตาล Free

1392
01:32:46.192 --> 01:32:50.192
มันจะใช้สารพวกนี้ในการที่ให้ความหวาน

1393
01:32:50.193 --> 01:32:54.193
น้ำตาล Sorbitol Sorbitol

1394
01:32:54.194 --> 01:32:58.194
1 ช้อนนี่ มันหวานเทียบเท่า

1395
01:32:58.193 --> 01:33:02.193
คือมันหวานมาก หวานจนขมน่ะ คือเวลาหนูใช้

1396
01:33:02.194 --> 01:33:06.194
หนูต้องระวัง เพราะว่ามันติดขมมาก

1397
01:33:06.196 --> 01:33:10.196
ใช่ มันมีหลายตัวที่ใช้

1398
01:33:10.197 --> 01:33:14.197
ใน coke Zero มันไม่ได้

1399
01:33:14.198 --> 01:33:18.198
พวกนี้มันจะมีเอฟเฟกต์เขาเรียก After Test

1400
01:33:18.199 --> 01:33:22.199
หลังจากชิมแล้ว มันจะขม

1401
01:33:22.200 --> 01:33:26.200
มันขมติดลิ้นน่ะลูก

1402
01:33:26.202 --> 01:33:30.202

1403
01:33:30.203 --> 01:33:34.203

1404
01:33:34.205 --> 01:33:38.205

1405
01:33:38.206 --> 01:33:42.206

1406
01:33:42.208 --> 01:33:46.208
แตาตัวที่

1407
01:33:46.210 --> 01:33:50.210
ที่เขานิยมเอาไปผสมก็คือตัว Suc

1408
01:33:50.213 --> 01:33:54.213
อันนี้ให้พูดเล่าให้ฟังเฉย ๆ นะคะ ครูไม่ได้ออกข้อสอบ

1409
01:33:54.214 --> 01:33:58.214
แต่เผื่อหนูจะจำเอาไปใช้อะไรอย่างนี้

1410
01:33:58.214 --> 01:34:02.214
แต่ stachyose

1411
01:34:02.215 --> 01:34:06.215
เขานิยมเอามาใช้ควบคู่กับ Sorbitol

1412
01:34:06.216 --> 01:34:10.216
มันจะเป็นลักษณะผงสีขาว ๆ

1413
01:34:10.219 --> 01:34:14.219
มีความละเอียดเหมือนแป้งแต่มันไม่ใช่แป้ง

1414
01:34:14.220 --> 01:34:18.220
นะคะ อันนี้จะมานิยมใช้กับ

1415
01:34:18.220 --> 01:34:22.220
Sorbitol เพื่อลดเอฟเฟกต์การขมลงไปนะคะ

1416
01:34:22.223 --> 01:34:26.223
แล้วมีความคงตัว

1417
01:34:26.224 --> 01:34:30.224
แม้ผ่านอุณหภูมิสูงมากมันก็จะมีรสชาติหวานอยู่

1418
01:34:30.225 --> 01:34:34.225
ก้ผลิตภัณฑ์ Coke อย่างนี้ เขาเอาไปผ่านกระบสน

1419
01:34:34.226 --> 01:34:38.226
ใช้แรงดัน ทั้งแรงดัน ทั้งความร้อน

1420
01:34:38.227 --> 01:34:42.227
มันต้องคงตัว แม้อุณหภูมิจะ

1421
01:34:42.229 --> 01:34:46.229
สูงมันก็ต้องอยู่ได้ เขาก็เลยเลือกใช้

1422
01:34:46.230 --> 01:34:50.230
ส่วนต่อไป อันนี้ ครูจะออกแค่ว่าให้ยก

1423
01:34:50.231 --> 01:34:54.231
ชนิดให้ยกตัวอย่าง suger alcohols มา

1424
01:34:54.233 --> 01:34:58.233
2 ชนิด หนูก็ตอบ Sorbitol กับ Xylitol

1425
01:34:58.234 --> 01:35:02.234
ให้ยกตัวอย่าง Sugar Alcohols มาว่า

1426
01:35:02.235 --> 01:35:06.235
มีอะไรบ้าง หนุก็เขียนไปว่า Sorbitol กับ Xylitol

1427
01:35:06.237 --> 01:35:10.237
ภาษาอังกฤษเขียนภาษาไทยได้นะลูก

1428
01:35:10.238 --> 01:35:14.238
ไม่ถนัดภาษาอังกฤษ เขียนภาษาไทยก็ได้นะคะ

1429
01:35:14.239 --> 01:35:18.239

1430
01:35:18.240 --> 01:35:22.240

1431
01:35:22.242 --> 01:35:26.242
ก็เราจะได้รู้ว่าเป็นสาร

1432
01:35:26.243 --> 01:35:30.243
ให้ความหวานทดแทนน้ำตาล

1433
01:35:30.244 --> 01:35:34.244
นี่ที่เราจะใช้คืออะไรเราก็จะได้

1434
01:35:34.245 --> 01:35:38.245
เลือกใช้ได้ อย่างน้อยเราก็ได้รู้ว่ามี Sorbitol กับ Xylitol

1435
01:35:38.249 --> 01:35:42.249
นะ ครูเคยสอนหนูรู้แล้วพวกนี้

1436
01:35:42.250 --> 01:35:46.250
ผลิตภัณฑ์เบเกอรี ก็สามารถใช้ได้

1437
01:35:46.251 --> 01:35:50.251
คนที่ต้องการลด

1438
01:35:50.254 --> 01:35:54.254
ลดพวกน้ำตาลนะ พวก Cookei Cookie

1439
01:35:54.256 --> 01:35:58.256
ก็สามารถใช้พวกน้ำตาลพวกนี้เข้าไปได้นะคะ

1440
01:35:58.259 --> 01:36:02.259
แต่เราก็แบบ เออ ยังอยาก

1441
01:36:02.260 --> 01:36:06.260
ลดน้ำหนักน่ะ แต่อยากกินหวานอยู่น่ะ ยังติดรสชาติเดิม

1442
01:36:06.261 --> 01:36:10.261
อยู่อะไรอย่างนี้ ใช่

1443
01:36:10.262 --> 01:36:14.262
หญ้าหวานก็ใช้ได้ หญ้าหวานก็ใช้ได้นะลูก

1444
01:36:14.263 --> 01:36:18.263
แต่

1445
01:36:18.264 --> 01:36:22.264
หญ้าหวานมันก็ติดขม ครูก็ไม่ค่อยใช้เท่าไหร่

1446
01:36:22.265 --> 01:36:26.265
พวกหญ้าหวาน เวลาใส่ในอาหารอย่างนี้

1447
01:36:26.267 --> 01:36:30.267
มันจะสูงกว่าพวก Sorbitol อีก

1448
01:36:30.268 --> 01:36:34.268
มันก็เป็นทางเลือกกับผู้บริโภคนะ

1449
01:36:34.270 --> 01:36:38.270
ต้องการแบบวัตถุดิบจากธรรมชาติที่เป็นหญ้าหวาน

1450
01:36:38.271 --> 01:36:42.271
ในเลือด ก็คือ 1 ช้อนนี่ 1 กรัม ก็

1451
01:36:42.274 --> 01:36:46.274
ให้พลังงานน้อยกว่าน้ำตาลปกติ มันก็เป็นทางเลือก

1452
01:36:46.275 --> 01:36:50.275
เราจะรับ After Test ของมันได้ไหม รับ

1453
01:36:50.277 --> 01:36:54.277
รสชาติของมันได้ไหม คือมันไม่ได้หวานเหมือนน้ำตาลน่ะลูก

1454
01:36:54.278 --> 01:36:58.278
มันหวานแบบติดขม ๆ ถ้าเรารับได้

1455
01:36:58.280 --> 01:37:02.280
มันก็ดีต่อสุขภาพ

1456
01:37:02.282 --> 01:37:06.282
แต่พวกนี้ พวก...

1457
01:37:06.283 --> 01:37:10.283
พวกนี้เขาเรียก Sorbitol มันเป็นน้ำตาลที่

1458
01:37:10.285 --> 01:37:14.285
Sugar Alcohols ที่มันผ่านการสกัด

1459
01:37:14.286 --> 01:37:18.286
ถ้าเรากินเยอะมันก็จะไม่ได้ เราก็ต้อง

1460
01:37:18.290 --> 01:37:22.290
กินในปริมาณที่เหมาะสม ไม่ใช่ว่า

1461
01:37:22.290 --> 01:37:26.290
มันไม่ใช่ดีต่อสุขภาพนะ แต่มันดีต่อ

1462
01:37:26.290 --> 01:37:30.290
สุขภาพต่ำ แต่เราต้องกินในปริมาณที่เหมาะสม

1463
01:37:30.293 --> 01:37:34.293
นะคะ หนูเคย โดยเฉพาะในเด็กนะคะ ในเด็ก

1464
01:37:34.294 --> 01:37:38.294
จะรับกับน้ำตาลพวกนี้ได้ดีกว่าคนที่

1465
01:37:38.295 --> 01:37:42.295
โตแล้วนะคะ ทำให้เวลาเราน่ะ ผสม

1466
01:37:42.297 --> 01:37:46.297
Xylitol นะคะ ในลูกอม เคยเห้นข่าวไหม

1467
01:37:46.299 --> 01:37:50.299
ที่เด็กน่ะ กินลูกอมแตงโมน่ะ

1468
01:37:50.303 --> 01:37:54.303
แล้วเข้าโรงพยาบาล อันนี้เกิดจาก Xylitol

1469
01:37:54.306 --> 01:37:58.306
ที่เด็กบริโภคเข้าไปเยอะเกินกำหนดน่ะ

1470
01:37:58.307 --> 01:38:02.307
คือเยอะมาก รู้สึกเด็กคนนั้น จะกิน 10-20 กระปุก

1471
01:38:02.309 --> 01:38:06.309
มันเยอะมาก ร่างกายก็รับไม่ไหวนะคะ ก็

1472
01:38:06.310 --> 01:38:10.310
เข้าโรงพยาบาล อันนี้เราจะต้องระมัดระวังในเรื่องของ

1473
01:38:10.311 --> 01:38:14.311
การใช้ ถ้าใช้อย่างพอดีมันก็เกิดผลดี แต่ถ้า

1474
01:38:14.312 --> 01:38:18.312
เราน่ะ ใช้เยอะเกินไปอย่างนี้ มันก็เกิดผลเสียได้

1475
01:38:18.313 --> 01:38:22.313
นะคะ เขาเรียกอะไรนะ

1476
01:38:22.314 --> 01:38:26.314
วัตถุเจือปนในอาหารทุกประเภท เขาจะมี

1477
01:38:26.315 --> 01:38:30.315
การกำหนดปริมาณในการใช้ว่า

1478
01:38:30.316 --> 01:38:34.316
อยู่ที่ระดับเท่าไร ควรกินวันละไม่เกิน

1479
01:38:34.318 --> 01:38:38.318
กี่มิลลิกรัม ผงชูรส ถามว่ากินได้ไหม

1480
01:38:38.319 --> 01:38:42.319
กินได้ แต่หนูห้ามทานเยอะ

1481
01:38:42.321 --> 01:38:46.321
เท่านี้เท่านี้มันจะเขียนบอกเลยนะลูก แต่ถามว่า

1482
01:38:46.323 --> 01:38:50.323
ทานได้ไหม ทานได้ แต่หนูต้องทานในปริมาณที่

1483
01:38:50.324 --> 01:38:54.324
พอดีตามที่ควบคุม มันก็จะไม่เกิดผลเสีย

1484
01:38:54.326 --> 01:38:58.326
ต่อร่างกาย อย่างผงชูรส บางคนกินวันละ

1485
01:38:58.327 --> 01:39:02.327
ซองน่ะ ซอง 10 บาทอย่างนี้ เยอะไหม เยอะ

1486
01:39:02.328 --> 01:39:06.328
ก็ถือว่าเยอะ ถ้ากินแบบ 2 ซอง

1487
01:39:06.330 --> 01:39:10.330
อย่างนี้ อันนั้นน่ะอันตรายแล้ว ถ้ากิน 2 ซอง

1488
01:39:10.331 --> 01:39:14.331
อย่างนี้ เราบริโภคไหม ถามว่าในชีวิตประจำวัน 1

1489
01:39:14.332 --> 01:39:18.332
ซองสมมติว่าเราอาจจะไม่รู้ว่าเราไปกินข้าวข้างนอกเราไม่รู้ว่าใส่

1490
01:39:18.332 --> 01:39:22.332
อะไรบ้าง ชูรสอยู่แล้วใช่ไหมคะ

1491
01:39:22.333 --> 01:39:26.333
แต่ว่าเราก็อย่ากินเยอะ

1492
01:39:26.336 --> 01:39:30.336
เราต้องรู้ว่าต้องกินเท่าไร เท่าไร เรารู้ว่าเรากินได้

1493
01:39:30.337 --> 01:39:34.337
อย่างส้มตำน่ะ ส้มตำครกหนึ่งน่ะ

1494
01:39:34.338 --> 01:39:38.338
บางร้านชูรสเป็นอย่างไร ครึ่งทัพพี

1495
01:39:38.339 --> 01:39:42.339

1496
01:39:42.339 --> 01:39:46.339
ในรสดี ใช้ โมโนโซเดียมกลูตาเมต โนโนโว

1497
01:39:46.341 --> 01:39:50.341
กลูตาเมต อันนั้นคือผงชูรส ถ้าเขียนว่าโมโน

1498
01:39:50.342 --> 01:39:54.342
โซเดียมกลุตาเมท มันเกิดจากมันส

1499
01:39:54.343 --> 01:39:58.343
เอาไปผ่านกระบวนการหมัก มันผสมอยู่แล้วแหละ

1500
01:39:58.345 --> 01:40:02.345
แล้ว Xylitol

1501
01:40:02.346 --> 01:40:06.346
หมากฝรั่ง เดนทีนอะไรอย่างนี้

1502
01:40:06.348 --> 01:40:10.348
เขาจะผสม Xylitol พวกหมากฝรั่ง

1503
01:40:10.350 --> 01:40:14.350
ลอตเต้ ที่เขาผสม Xylitol

1504
01:40:14.351 --> 01:40:18.351
คือ ผสมตัวนี้ มันพบได้ในธรรมชาติ

1505
01:40:18.354 --> 01:40:22.354
เป็นพวกกลุ่ม hardwood

1506
01:40:22.355 --> 01:40:26.355
นะคะ นำมาใช้ในอุตสาหกรรม อุตสาหกรรมนะคะ

1507
01:40:26.357 --> 01:40:30.357
เป็นสารให้ความหวานที่ไม่เกิดความเสี่ยง

1508
01:40:30.359 --> 01:40:34.359
ต่อโรคฟันผุ นี่ จะพบในหมากฝรั่ง

1509
01:40:34.360 --> 01:40:38.360
ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในช่องปากนะคะ

1510
01:40:38.361 --> 01:40:42.361
มันก็จะช่วยยับยั้งการเติบโตของแบคทีเรีย

1511
01:40:42.361 --> 01:40:46.361
ด้วยนะคะ ดังนั้น ผลิตภัณฑ์หมากฝรั่ง

1512
01:40:46.363 --> 01:40:50.363
นะคะ ต่าง ๆ ลูกอม หมากฝรั่ง มันจะผสม

1513
01:40:50.365 --> 01:40:54.365
Xylitol ด้วยนะ ที่เป็นหมากฝรั่งปราศจาก

1514
01:40:54.365 --> 01:40:58.365
น้ำตาล สังเกตพวกนี้รสชาติมันจะไม่ค่อยอร่อย

1515
01:40:58.366 --> 01:41:02.366
รสชาติมันจะไม่ค่อยอร่อย แต่มันก็ยังหวานอยู่ แก้ความอยาก

1516
01:41:02.368 --> 01:41:06.368
ได้

1517
01:41:06.369 --> 01:41:10.369
ที่ครูพูดทั้งหมดน่ะ ครูแค่

1518
01:41:10.370 --> 01:41:14.370
อยากให้เรารู้จักว่า น้ำตาล Algoha

1519
01:41:14.371 --> 01:41:18.371
หวานทดแทนน้ำตาลน่ะ มีอะไรบ้างแค่นั้นแหละ

1520
01:41:18.372 --> 01:41:22.372
ในข้อสอบก็จะออกว่าให้ยกตัวอย่าง

1521
01:41:22.373 --> 01:41:26.373
Sugar Alcohols ซึ่งเป็นสารให้ความหวาน

1522
01:41:26.374 --> 01:41:30.374
ทดแทนน้ำตาล มาสัก 1-2 ตัว

1523
01:41:30.377 --> 01:41:34.377
หนูก็บอก ถ้าใครจำได้ทั้ง 2 ก็ได้คะแนนเต็ม ถ้า

1524
01:41:34.378 --> 01:41:38.378
ใครจำได้อันเดียวก็ได้ 1 คะแนน

1525
01:41:38.379 --> 01:41:42.379
คะแนนเต็ม ก็คือ 2 คะแนน

1526
01:41:42.379 --> 01:41:46.379
ก็จำไป มันมีอยู่แล้วล่ะ

1527
01:41:46.381 --> 01:41:50.381
ในอาหารน่ะ Sorbitol Xylitol น่ะ เราต้องจำ

1528
01:41:50.382 --> 01:41:54.382
ชื่อมันให้ได้

1529
01:41:54.384 --> 01:41:58.384
อย่างน้อย ๆ ไปเซเว่นน่ะ

1530
01:41:58.385 --> 01:42:02.385
เราไปเห็นในหมากฝรั่ง Xylitol เคยเห็น

1531
01:42:02.387 --> 01:42:06.387
อย่างนี้ เพราะเราเรียนอาหารมานะ เราต้องรู้จัก

1532
01:42:06.389 --> 01:42:10.389
อย่าง Sorbitol ไปเจอใน Coke Zerp Pepsi max

1533
01:42:10.391 --> 01:42:14.391
Sorbitol อันนี้นี่น่ะ เป็นสารให้ความหวานทดแทนนะ

1534
01:42:14.392 --> 01:42:18.392
อย่างน้อย ๆ หนูก็จะได้รู้ไงลูฏ

1535
01:42:18.393 --> 01:42:22.393

1536
01:42:22.394 --> 01:42:26.394
มันผสม ไปดูส่วนผสม แต่ครูน่ะเวลากินอะไร

1537
01:42:26.396 --> 01:42:30.396
ครูชอบอ่านฉลาก มีใครเป็นไหม

1538
01:42:30.398 --> 01:42:34.398
เวลาครุกินอะไร ครูจะชอบอ่านฉลาก

1539
01:42:34.399 --> 01:42:38.399
ว่ามันผสมอะไรนะ มีส่วนผสมอันไหน

1540
01:42:38.402 --> 01:42:42.402
ที่เราไม่รู้จักไหม เราเรียนอาหารมาอย่างนี้ ต้องรู้จักทุกตัวใช่ไหม

1541
01:42:42.406 --> 01:42:46.406
ใช่ไหม อย่าง Sorbitol ก็เป็นตัวหนึ่ง ครู

1542
01:42:46.407 --> 01:42:50.407
ตอนเรียน ปี 1 นะ ตอนครูเรียนปี 1 ว่ามันคืออะไ

1543
01:42:50.408 --> 01:42:54.408
ตอนนั้น Max Pepsi Max มันออกมาใหม่ ที่เป็นสีดำน่ะ

1544
01:42:54.409 --> 01:42:58.409
รู้จักไหม เออ Sprite Sprite ก็ใส่

1545
01:42:58.410 --> 01:43:02.410
ตอนนั้นครูกิน Pepsi Max ครั้งแรกน่ะ

1546
01:43:02.411 --> 01:43:06.411
Sorbitol Sorbitol อะไรคือ Sorbitol มันเป็น

1547
01:43:06.412 --> 01:43:10.412
ความสงสัยอยู่ในใจตลอด อะไรคือ Sorbitol

1548
01:43:10.413 --> 01:43:14.413
พอได้เรียนสักปี 2 ครูก็สอน

1549
01:43:14.414 --> 01:43:18.414
ว่านี่ Sorbitol มันคือตัวนี้นะ เป็นสารให้ความ

1550
01:43:18.415 --> 01:43:22.415
ทดแทนน้ำตาล ใน 1 กรัมจะมีปริมาณต่ำมาก

1551
01:43:22.417 --> 01:43:26.417
ครูก็สอน แล้วครูก็ได้ใช้ด้วยในโพรเจกต์

1552
01:43:26.418 --> 01:43:30.418
Project จบ ครูทำเกี่ยวกับ

1553
01:43:30.420 --> 01:43:34.420
อะไรนะ ครูทำโปรเจกต์จบตอนนั้นเกี่ยว

1554
01:43:34.422 --> 01:43:38.422
กับ...

1555
01:43:38.424 --> 01:43:42.424
ให้อนุญาต อนุญาตให้ไปเข้าห้องน้ำ

1556
01:43:42.425 --> 01:43:46.425
เออ ตอนนั้น เดี๋ยว

1557
01:43:46.426 --> 01:43:50.426
จะเล่าให้ฟัง ปวส. แล้วเผื่อใครจะไปต่อปริญญาตรี

1558
01:43:50.427 --> 01:43:54.427
ทำเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ pack Soorate

1559
01:43:54.428 --> 01:43:58.428
ห่อหุ้มไม่ได้หลุดนะ เป็นการ

1560
01:43:58.428 --> 01:44:02.428
แบบเป็นสเปรย์ ผลิตภัณฑ์

1561
01:44:02.430 --> 01:44:06.430
อาหารทอดทุกตัวน่ะ มันจะลดโอกาสการเหม็นหืน

1562
01:44:06.434 --> 01:44:10.434
แบบว่ามันเหมือนสเปรย์

1563
01:44:10.436 --> 01:44:14.436
ฉีดเข้าไปแล้ว ฉีดเข้าไปในของทอดแล้ว ลดอาการหืน

1564
01:44:14.437 --> 01:44:18.437
ทำให้ของทอดตัวนั้นอยู่ในดาน

1565
01:44:18.438 --> 01:44:22.438
เขาเรียกว่า อินแคป อินแคป ก็คือห่อหุ้ม

1566
01:44:22.439 --> 01:44:26.439
ประมาณนั้น

1567
01:44:26.440 --> 01:44:30.440
รู้แล้วนะ ถ้าครูให้ยกตัวอย่างน้ำตาล

1568
01:44:30.443 --> 01:44:34.443
Sugar Alcohols น้ำตาลให้

1569
01:44:34.444 --> 01:44:38.444
ความหวานเป็นสารให้ความหวานทดแทนน้ำตาลตอบได้ไหม

1570
01:44:38.445 --> 01:44:42.445
ตอบได้ เขียนภาษาไทยก็ได้นะ ใครไม่ตอบอังกฤษ

1571
01:44:42.447 --> 01:44:46.447
เขียนเป็นภาษาไทยก็ได้

1572
01:44:46.448 --> 01:44:50.448
จำได้ไหม อ่านออกไหมคะ

1573
01:44:50.449 --> 01:44:54.449
มันไม่ใช่ครูกลัวว่าไปเขียนในข้อสอบแล้ว

1574
01:44:54.450 --> 01:44:58.450
มันตอบไม่ได้ สะกดได้

1575
01:44:58.452 --> 01:45:02.452
อยู่ใช่ไหม ใช่ ๆ เราเรียนอังกฤษมาตั้งหลายปี

1576
01:45:02.453 --> 01:45:06.453
เออ

1577
01:45:06.453 --> 01:45:10.453

1578
01:45:10.455 --> 01:45:14.455
สารให้ความ

1579
01:45:14.457 --> 01:45:18.457
หวานอะไรที่ ไม่เกิดความเสี่ยงต่อโรค

1580
01:45:18.458 --> 01:45:22.458
ฟันผุ มักใช้ในหมากฝรั่ง และผลิตภัณฑ์

1581
01:45:22.460 --> 01:45:26.460
ในช่องปาก ตอบว่า

1582
01:45:26.461 --> 01:45:30.461
เก่ง ๆ ๆ ๆ

1583
01:45:30.462 --> 01:45:34.462
ใกล้จบแล้วหรืออีกกี่สไลด์เอง

1584
01:45:34.464 --> 01:45:38.464

1585
01:45:38.465 --> 01:45:42.465
เราเหลือกี่สไลด์เอง

1586
01:45:42.467 --> 01:45:46.467

1587
01:45:46.468 --> 01:45:50.468
เพื่อนก็คือยังเรียนยังไม่จบคาบเลย จะไปเดิน

1588
01:45:50.472 --> 01:45:54.472
งานเกษตรแล้ว รู้จักไหม

1589
01:45:54.474 --> 01:45:58.474
อาร์ต รู้จักงานเกษตรไหมข้างหน้า

1590
01:45:58.475 --> 01:46:02.475
รู้จักไหม

1591
01:46:02.475 --> 01:46:06.475
ค่ะ รู้จัก

1592
01:46:06.477 --> 01:46:10.477
ไปหรือยัง ไปหรือยัง ไปหรือยัง

1593
01:46:10.478 --> 01:46:14.478
เหรอ

1594
01:46:14.479 --> 01:46:18.479

1595
01:46:18.480 --> 01:46:22.480
พูดเหมือนไปแล้วน่ะ รู้หมดทุกที่ว่ามี

1596
01:46:22.481 --> 01:46:26.481
อะไรบ้าง รู้หมดทุกที่แล้ว

1597
01:46:26.483 --> 01:46:30.483
แล้วรู้ได้อย่างไร ครูยังไม่รู้เลยน่ะ

1598
01:46:30.485 --> 01:46:34.485
เหรอ

1599
01:46:34.486 --> 01:46:38.486
เอาตัวที่ 4 เราจะได้ทำแบบฝึก

1600
01:46:38.486 --> 01:46:42.486
ตัวที่ 4 เป็น Short chain carbohydrates carbohydrates

1601
01:46:42.487 --> 01:46:46.487
แบบสั้น ๆ ละลายน้ำได้

1602
01:46:46.489 --> 01:46:50.489
ละลายใน... ละลายน้ำไม่ได้ แต่ละลายได้ ใน

1603
01:46:50.490 --> 01:46:54.490
80 เปอร์เซ็นต์นะคะ

1604
01:46:54.492 --> 01:46:58.492
เป็น Short chain  ตัวที่ 4 carbohydrates SCC

1605
01:46:58.493 --> 01:47:02.493

1606
01:47:02.494 --> 01:47:06.494

1607
01:47:06.496 --> 01:47:10.496
กลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่ร่างกายย่อย ร่างกายย่อยสลาย

1608
01:47:10.498 --> 01:47:14.498
ไม่ได้นะคะ แต่แบคทีเรีย

1609
01:47:14.499 --> 01:47:18.499
แบคทีเรียก็คือไมโครฟอรา

1610
01:47:18.500 --> 01:47:22.500
แบคทีเรียประจำถิ่นในลำไส้ สามารถ

1611
01:47:22.501 --> 01:47:26.501
ย่อยสลายได้ เขานำไปใช้ประโยชน์ได้นะคะ

1612
01:47:26.503 --> 01:47:30.503
อย่างเช่น Prodiotic กระตุ้นการเจริญเติบโต

1613
01:47:30.504 --> 01:47:34.504

1614
01:47:34.506 --> 01:47:38.506
เป็นกลุ่มของ โพไบโอติกนะคะ

1615
01:47:38.507 --> 01:47:42.507
ของ

1616
01:47:42.508 --> 01:47:46.508
มีประโยชน์ต่อสุขภาพนะคะ การทำงานของลำไส้

1617
01:47:46.510 --> 01:47:50.510
ระบบย่อยอาหารนะคะ

1618
01:47:50.513 --> 01:47:54.513

1619
01:47:54.514 --> 01:47:58.514

1620
01:47:58.515 --> 01:48:02.515

1621
01:48:02.519 --> 01:48:06.519

1622
01:48:06.522 --> 01:48:10.522

1623
01:48:10.525 --> 01:48:14.525

1624
01:48:14.528 --> 01:48:18.528

1625
01:48:18.529 --> 01:48:22.529

1626
01:48:22.531 --> 01:48:26.531

1627
01:48:26.534 --> 01:48:30.534

1628
01:48:30.536 --> 01:48:34.536

1629
01:48:34.538 --> 01:48:38.538
Probiotic

1630
01:48:38.539 --> 01:48:42.539
นะคะ มันจะเป็นจุลินทรีย์ ชนิดหนึ่ง Probiotics

1631
01:48:42.541 --> 01:48:46.541
กับ Prebiotic มันจะต่างกันนะคะ Probiotic

1632
01:48:46.542 --> 01:48:50.542
ก็คือเป็นจุลินทรีย์นิดหนึ่ง

1633
01:48:50.543 --> 01:48:54.543
ช่วยกระตุ้นในการทำงานของลำไส้นะคะ

1634
01:48:54.545 --> 01:48:58.545
พบได้ในอาหาร อย่างเช่น นมเปรี้ยว

1635
01:48:58.546 --> 01:49:02.546
มันจะมี Probiotic อยู่

1636
01:49:02.549 --> 01:49:06.549
Dicroccus ตามด้วยนามสกุล

1637
01:49:06.549 --> 01:49:10.549
นามสกุลก็คือแต่ละที่แต่ละที่มา

1638
01:49:10.551 --> 01:49:14.551
มีค่ะ โยเกิร์ต กิมจิ อย่างนี้ มันจะมี pr

1639
01:49:14.553 --> 01:49:18.553
ที่ดีก็คือ Probiotic แต่ถ้า Prebiotic

1640
01:49:18.555 --> 01:49:22.555
อาหารของจุลินทรีย์ที่อยู่ในร่างกาย

1641
01:49:22.557 --> 01:49:26.557
ที่แบบมันไปใช้ช่วยให้จุลินทรีย์เติบโต

1642
01:49:26.557 --> 01:49:30.557
ในร่างกาย ให้มันเจริยเติบโต

1643
01:49:30.557 --> 01:49:34.557
ระบบย่อยอาหารเขาเรียกว่า "Probiotic" นะคะ

1644
01:49:34.559 --> 01:49:38.559

1645
01:49:38.560 --> 01:49:42.560
ก็คือ

1646
01:49:42.561 --> 01:49:46.561
เหมือนเป็นอาหารของ Probiotics prebiotic เป็นอาหาร

1647
01:49:46.562 --> 01:49:50.562
ของ Probiotic

1648
01:49:50.563 --> 01:49:54.563
แล้งสงสัยไหม ว่า

1649
01:49:54.564 --> 01:49:58.564
Prebiotics พบในไหน

1650
01:49:58.576 --> 01:50:02.576
prebiotic ก็พบในกล้วยก็มี พืช

1651
01:50:02.577 --> 01:50:06.577
หอมแดง กระเทียม มันจะเป็นอาหารของพวกจุลินทรีย์

1652
01:50:06.578 --> 01:50:10.578
ก็จะช่วยปรับ

1653
01:50:10.578 --> 01:50:14.578
สมดุลในร่างกายทำให้ microflora นี่

1654
01:50:14.580 --> 01:50:18.580
จุลินทรียืท้องถิ่น มันเจริญได้ดี มีชีวิตอยุ่ได้

1655
01:50:18.580 --> 01:50:22.580
มันมีชีวิตอยู่ได้รบกับจุลินทรีย์ที่ไม่ดี ที่เข้า

1656
01:50:22.582 --> 01:50:26.582
ถ้าเขามาในร่างกาย จุลินทรีย์ที่ไม่ดี ก็คือ

1657
01:50:26.583 --> 01:50:30.583
มีอะไร เป็นพวกจุลินทรีย์

1658
01:50:30.584 --> 01:50:34.584
ที่อยู่ในอาหารแล้วทำให้ก่อโรค บางที

1659
01:50:34.585 --> 01:50:38.585
ถ้าเรามีจุลินทรีย์ท้องถิ่นอยู่ในตัวเรา

1660
01:50:38.586 --> 01:50:42.586
ที่ดีน่ะ เออ ก็จะชนะกับจุลินทรีย์ที่ก่อโรค

1661
01:50:42.587 --> 01:50:46.587
ถ้าเข้าไปในร่างกายเข้าใจไหม จุลินทรีย์ก่อโรค

1662
01:50:46.588 --> 01:50:50.588
มีในไหนบ้าง มีในเนื้อสัตว์ มีในทุกอย่างเลย

1663
01:50:50.591 --> 01:50:54.591
ที่ทำให้ท้องเสีย

1664
01:50:54.592 --> 01:50:58.592
จดหรือยัง

1665
01:50:58.593 --> 01:51:02.593

1666
01:51:02.593 --> 01:51:06.593
SCC ก็พวกกลุ่ม

1667
01:51:06.596 --> 01:51:10.596
Probiotic ไม่ออกข้อสอบนะคะ แต่ให้พวกเรารู้ไว้

1668
01:51:10.597 --> 01:51:14.597
ให้เรารู้ไว้

1669
01:51:14.598 --> 01:51:18.598
ว่านี่มันเป็นบางชนิด SCC SCC

1670
01:51:18.599 --> 01:51:22.599
เป็นกลุ่มของ Probiotics

1671
01:51:22.600 --> 01:51:26.600
เป็นชนิดของคาร์โบไฮเดรตชนิดหนึ่ง

1672
01:51:26.601 --> 01:51:30.601
ของ Probiotic กระตุ้นการเติบโตของ

1673
01:51:30.602 --> 01:51:34.602
แบคทีเรียในร่างกายและมีประโยชน์ต่อสุขภาพให้เรารู้เท่านี้

1674
01:51:34.603 --> 01:51:38.603
แต่คือไม่ได้ออกข้อสอบ

1675
01:51:38.604 --> 01:51:42.604

1676
01:51:42.605 --> 01:51:46.605
ร่างกายเราย่อยสลาย SCC ไม่ได้นะคะ

1677
01:51:46.606 --> 01:51:50.606
แต่ว่าแบคทีเรียในร่างกายนี่

1678
01:51:50.608 --> 01:51:54.608
จุลินทรีย์ในร่างกาย มันย่ออยสลายได้ นำไปใช

1679
01:51:54.609 --> 01:51:58.609
เราก็จะได้รู้ว่า Probiotic คืออะไร

1680
01:51:58.612 --> 01:52:02.612
รู้หรือยัง เออ รู้หรือยัง Probiotic

1681
01:52:02.613 --> 01:52:06.613
คืออะไร ลูก

1682
01:52:06.614 --> 01:52:10.614
รู้หรือยัง เป็น

1683
01:52:10.616 --> 01:52:14.616
จุลินทรีย์ตัวเล็ก ๆ ที่ช่วยกระตุ้นการเจริญเติบโต

1684
01:52:14.616 --> 01:52:18.616
ของแบคทีเรียในร่างกาย ซึ่งมีประโยชน์ต่อสุขภาพ

1685
01:52:18.618 --> 01:52:22.618

1686
01:52:22.620 --> 01:52:26.620
ซึ่งเป็น

1687
01:52:26.621 --> 01:52:30.621
คาร์โบไฮเดรตชนิดหนึ่ง

1688
01:52:30.622 --> 01:52:34.622

1689
01:52:34.623 --> 01:52:38.623
แต่

1690
01:52:38.625 --> 01:52:42.625
Probiotics บางตัวก็เป็นในรูปของโปรตีน

1691
01:52:42.627 --> 01:52:46.627
แต่บางกลุ่มคาร์โบไฮเดรต

1692
01:52:46.628 --> 01:52:50.628

1693
01:52:50.629 --> 01:52:54.629

1694
01:52:54.631 --> 01:52:58.631
ให้รู้แค่เท่านี้ ผ่านยัง

1695
01:52:58.632 --> 01:53:02.632
แต่ไม่ออกข้อสอบหรอกหน้านี้ จะให้รู้อะไรคือ Probiotic

1696
01:53:02.634 --> 01:53:06.634
Probiotic Prebiotic คืออะไร

1697
01:53:06.635 --> 01:53:10.635
เข้าใจหรือยัง Prebiotics

1698
01:53:10.637 --> 01:53:14.637
คือเป็นอาหารของ Probiotics เข้าใจหรือยัง

1699
01:53:14.638 --> 01:53:18.638

1700
01:53:18.639 --> 01:53:22.639
5. นะคะ 5. เป็น Starch แป้ง

1701
01:53:22.641 --> 01:53:26.641
Starch ที่แปลว่า แป้ง Starch

1702
01:53:26.642 --> 01:53:30.642
เป็นคาร์โบไฮเดรต ที่สะสมอยู่ในพืชนะคะ

1703
01:53:30.644 --> 01:53:34.644
พบในพวกพืช ธัญพืช

1704
01:53:34.646 --> 01:53:38.646
พืชหัวต่าง ๆ พืชหัว อย่างเช่น มันแกว

1705
01:53:38.647 --> 01:53:42.647
อะไรนะ มันแกว มันเทศ พวกตระกูล

1706
01:53:42.649 --> 01:53:46.649
พืชหัวต่าง ๆ นะคะ

1707
01:53:46.650 --> 01:53:50.650

1708
01:53:50.651 --> 01:53:54.651

1709
01:53:54.653 --> 01:53:58.653
โอเคนะ

1710
01:53:58.655 --> 01:54:02.655

1711
01:54:02.657 --> 01:54:06.657
รู้แค่ว่าแป้งนี่ เป็นคาร์โบไฮเดรตที่

1712
01:54:06.659 --> 01:54:10.659
มักจะพบในพืชนะคะ โดยเฉพาะ พืชหัว

1713
01:54:10.660 --> 01:54:14.660
ต่าง ๆ อย่างมันสำปะหลัง ก็ผลิตเป็

1714
01:54:14.660 --> 01:54:18.660
เป็นแป้ง แป้งข้าวจ้าว ตะกลูแป้งข้าวเหี

1715
01:54:18.662 --> 01:54:22.662
แป้งมันสัมปะหลัง

1716
01:54:22.662 --> 01:54:26.662
แป้งสาลีใช่ไหม ที่เราเอามาทำขนม

1717
01:54:26.664 --> 01:54:30.664

1718
01:54:30.665 --> 01:54:34.665
พอแล้วนะ มีอีกเยอะ

1719
01:54:34.666 --> 01:54:38.666
อีกเยอะ

1720
01:54:38.668 --> 01:54:42.668
หนูจะจดหมดไม่ได้นะ

1721
01:54:42.669 --> 01:54:46.669
หนูจดหมดเลยเหรอลูก

1722
01:54:46.670 --> 01:54:50.670

1723
01:54:50.671 --> 01:54:54.671

1724
01:54:54.672 --> 01:54:58.672

1725
01:54:58.675 --> 01:55:02.675

1726
01:55:02.677 --> 01:55:06.677

1727
01:55:06.678 --> 01:55:10.678

1728
01:55:10.682 --> 01:55:14.682

1729
01:55:14.683 --> 01:55:18.683
ได้หรือยังคะ

1730
01:55:18.686 --> 01:55:22.686
โอเค อันต่อไปเลยนะ จำแค่ว่าแป้งนี่

1731
01:55:22.687 --> 01:55:26.687
เป็นคาร์โบไฮเดรตที่สะสมอยู่ในพืชที่สะสมอยู่ใน

1732
01:55:26.688 --> 01:55:30.688
พืชหัว พืชหัวรู้จักไหม เออ

1733
01:55:30.690 --> 01:55:34.690
ก็พวกนั้นแหละลูก

1734
01:55:34.691 --> 01:55:38.691
แป้งทุกชนิดนะคะ จะสามารถ

1735
01:55:38.691 --> 01:55:42.691
ย่อย

1736
01:55:42.693 --> 01:55:46.693
แป้งทุกชนิดจะสามารถย่อย ร่างกาย

1737
01:55:46.695 --> 01:55:50.695
ของมนุษย์นะคะ จะย่อยแป้งได้ทุกชนิดเลยนะคะ

1738
01:55:50.696 --> 01:55:54.696
แป้งทุกชนิดจะสามารถย่อยได้โดยระบบ

1739
01:55:54.696 --> 01:55:58.696
การย่อยอาหารของมนุษย์นะคะ

1740
01:55:58.699 --> 01:56:02.699

1741
01:56:02.701 --> 01:56:06.701
แป้งทุกชนิดจะสามารถย่อยได้

1742
01:56:06.702 --> 01:56:10.702
ด้วยระบบย่อยอาหารของมนุษย์

1743
01:56:10.704 --> 01:56:14.704
มนุษย์สามารถย่อยแป้งได้ทุกชนิด

1744
01:56:14.705 --> 01:56:18.705
คนเราสามารถย่อยแป้งได้ทุกชนิดเลยนะคะ

1745
01:56:18.707 --> 01:56:22.707

1746
01:56:22.708 --> 01:56:26.708

1747
01:56:26.709 --> 01:56:30.709
อันนี้

1748
01:56:30.712 --> 01:56:34.712
จะจบแล้ว

1749
01:56:34.713 --> 01:56:38.713
อันนี้นะคะ อันนี้ก็จะเป็น

1750
01:56:38.716 --> 01:56:42.716
น้ำตาลนะคะ น้ำตาลที่ไม่ใช่

1751
01:56:42.717 --> 01:56:46.717
แป้ง ต่อไปก็คือจะเป็นประเภทของน้ำตาลที่ไม่ใช้แป้งแล้ว

1752
01:56:46.718 --> 01:56:50.718
ก็คือส่วนใหญ่ จะเป็นใบอาหาร

1753
01:56:50.719 --> 01:56:54.719
จะเป็นใยอาหารทุกชนิดเลยนะคะ ก็จะเป็น

1754
01:56:54.719 --> 01:56:58.719
Selluridr

1755
01:56:58.720 --> 01:57:02.720
จะเป้น Polysaccharides

1756
01:57:02.721 --> 01:57:06.721
ที่ไม่ใช่แป้งแล้ว ไม่ใช้แป้งแล้ว

1757
01:57:06.722 --> 01:57:10.722
จะเป็นในหมวดของใยอาหารทั้งหมดเลยเดี๋ยวครูจะสอน

1758
01:57:10.723 --> 01:57:14.723
รู้จัก Sellurose ไหม เป็นตัว

1759
01:57:14.724 --> 01:57:18.724
ไม่ละลายน้ำ มันจะแบ่งเป็น

1760
01:57:18.725 --> 01:57:22.725
ละลายน้ำ กับไม่ละลายน้ำ

1761
01:57:22.726 --> 01:57:26.726
น้ำตาลประเภทของน้ำตาลที่ไม่ใช่

1762
01:57:26.727 --> 01:57:30.727
แป้ง ก็คือมี 2 ประเภท 1

1763
01:57:30.728 --> 01:57:34.728
ละลายน้ำกับไม่ละลายน้ำ ไม่ละลายน้ำเรารู้จักไหม

1764
01:57:34.730 --> 01:57:38.730
Cellulose รู้จักไหม

1765
01:57:38.731 --> 01:57:42.731
แล้วคุ้นไหมคะ อะไรคือ Cellulose พอคุ้นไหมคะ

1766
01:57:42.732 --> 01:57:46.732
นึกออกไหม เคยได้ยินไหมคะ

1767
01:57:46.733 --> 01:57:50.733
เดี๋ยวรู้ เดี๋ยวครูจะบอก กับ

1768
01:57:50.734 --> 01:57:54.734
ละลายน้ำ มีใยอาหาร เราจะคิดมาตลอดว่า

1769
01:57:54.736 --> 01:57:58.736
ใยอาหารร่างกายน่ะ มันย่อยไม่ได้อยู่แล้วมัน

1770
01:57:58.738 --> 01:58:02.738
จะต้องไม่ละลายน้ำใช่ไหม แต่มันมีแบบ

1771
01:58:02.739 --> 01:58:06.739
ละลายน้ำก็จะมีพวก Pectins Gums

1772
01:58:06.740 --> 01:58:10.740
ที่เราเอาไปทำวุ้น ทำสารให้ความข้นหนืด

1773
01:58:10.740 --> 01:58:14.740
ในแยมอะไรอย่างนี้ มันจะมี

1774
01:58:14.745 --> 01:58:18.745
ตัวพวกใยอาหารนี่ สารให้ความข้นหนืดในแยม

1775
01:58:18.745 --> 01:58:22.745
ผสมในไอศกรีมน่ะ เรารู้จักไหม

1776
01:58:22.747 --> 01:58:26.747
สารที่ทำให้...

1777
01:58:26.748 --> 01:58:30.748
กินอันนั้นไหน เจลาตินน่ะ

1778
01:58:30.749 --> 01:58:34.749
พวกผงวุ้น พวกผงวุ้นนี่

1779
01:58:34.750 --> 01:58:38.750
มันก็จะผสมพวกนี้ไปด้วย Pectins Gums

1780
01:58:38.751 --> 01:58:42.751
ทำให้แบบ เป็นสารให้ความข้นหนืด

1781
01:58:42.754 --> 01:58:46.754
แล้วก็สารที่ใส่ในแยมให้มันข้น ๆ

1782
01:58:46.756 --> 01:58:50.756
มันก็จะใส่พวกใยอาหารที่ละลายน้ำนะลูก

1783
01:58:50.757 --> 01:58:54.757
ใส่เข้าไป มันก็จะป้องกันการตกตะกอน อย่างนมพวกนี้

1784
01:58:54.758 --> 01:58:58.758
มันก็ใส่สารพวกนี้น่ะ Pactin

1785
01:58:58.759 --> 01:59:02.759
ไม่ให้นมมันตกตะกอน อย่างน้ำนมข้าวนะ

1786
01:59:02.760 --> 01:59:06.760
ข้าวโอ๊ต เวลาเราเอาไปปั่นนะ มันอยู่ได้ไม่นาน

1787
01:59:06.761 --> 01:59:10.761
มันก็จะตกตะกอนแยกชั้นแล้ว

1788
01:59:10.762 --> 01:59:14.762
เราถึงไม่AltGraphให้ตกตะกอน เราก็ใส่พวกนี้เข้าไป

1789
01:59:14.763 --> 01:59:18.763
เข้าใจไหมคะ เดี๋ยว

1790
01:59:18.767 --> 01:59:22.767
ไปเจาะทีละอย่าง Cellulose คืออะไร

1791
01:59:22.769 --> 01:59:26.769
Cellulose

1792
01:59:26.770 --> 01:59:30.770
มันทนต่อการย่อยด้วยกรดด้วยด่าง ร่างกาย

1793
01:59:30.771 --> 01:59:34.771
เราน่ะ ไม่สามารถย่อย Cellulose ได้อย่าลืมว่า

1794
01:59:34.772 --> 01:59:38.772
มันไม่ใช่แป้งนะ มันเป็นน้ำตาลที่ไม่ใช่แป้ง

1795
01:59:38.773 --> 01:59:42.773
ร่างกายเราน่ะ จะย่อยไม่ได้ ร่างกายเราย่อย

1796
01:59:42.775 --> 01:59:46.775
ได้ไหม ย่อยไม่ได้นะคะ แต่วัว ควาย

1797
01:59:46.775 --> 01:59:50.775
ถามว่าทำไมเรากินผักน่ะ เราไม่อ้วน แต่วัวควาย

1798
01:59:50.776 --> 01:59:54.776
ทำไมกินผักแล้วมันอ้วน กินผักกินหญ้าแล้วมันอ้วน

1799
01:59:54.777 --> 01:59:58.777
เป็นเพราะอะไรลูก ไม่ใช่

1800
01:59:58.779 --> 02:00:02.779
มีใครจะตอบไหม มีใครกล้าตอบครูให้ 5 คะแนน

1801
02:00:02.779 --> 02:00:06.779
เลยจากตะกี้ แตงโม

1802
02:00:06.781 --> 02:00:10.781
แตงโม แตงโมกับคิมแล้ว ได้คนละ 5 คะแนนแล้ว

1803
02:00:10.782 --> 02:00:14.782
มีใครอยากได้ 5 คะแนนอีกไหม

1804
02:00:14.783 --> 02:00:18.783
มีใครอยากได้ไหมคะ

1805
02:00:18.784 --> 02:00:22.784
อยากได้ก็ต้องสิคะ ก็ต้องกล้าตอบสิคะ

1806
02:00:22.785 --> 02:00:26.785

1807
02:00:26.786 --> 02:00:30.786

1808
02:00:30.787 --> 02:00:34.787

1809
02:00:34.789 --> 02:00:38.789
ทำไมเรากินหญ้าไม่อ้วน

1810
02:00:38.792 --> 02:00:42.792
กินผักกินหย้าไม่อ้วน แต่ทำไมควาย

1811
02:00:42.793 --> 02:00:46.793
มันกินผักกินหญ้า ถูก เพราะเป็นอาหารของมัน

1812
02:00:46.794 --> 02:00:50.794
แล้วทำไม เป็นอาหารของมัน

1813
02:00:50.797 --> 02:00:54.797
มีใครจะตอบอีกไหม

1814
02:00:54.798 --> 02:00:58.798
มันมีจุลินทรีย์สูงกว่า

1815
02:00:58.800 --> 02:01:02.800
คิดว่าเป็นเพราะอะไร

1816
02:01:02.801 --> 02:01:06.801
เพราะว่าคนเราไม่มีเอนไซม์

1817
02:01:06.802 --> 02:01:10.802
ในการย่อย Cellulose ซึ่ง Cellulose มีอะไรอยู่คะ

1818
02:01:10.804 --> 02:01:14.804
มี Cellulose

1819
02:01:14.805 --> 02:01:18.805
มันมีอะไรอยู่คะ ในผักมันมีอะไรอยู่ ในผัก ในหญ้า

1820
02:01:18.806 --> 02:01:22.806
มันมี Cellulose อยู่เยอะใช่ไหมคะ เรากินไป

1821
02:01:22.807 --> 02:01:26.807
มันย่อยไม่ได้มันก็ขับถ่ายออกมาเป็นอุจจาระใช่ไหม

1822
02:01:26.808 --> 02:01:30.808
มันย่อยได้ไหม มันย่อย Cellulose ได้

1823
02:01:30.809 --> 02:01:34.809
น่ะ แล้วสะสมในรูปของไกลโคเจน

1824
02:01:34.810 --> 02:01:38.810
พุงก็ย้วย แต่เราเป็นอย่างไร

1825
02:01:38.810 --> 02:01:42.810
มันน่าจะแบบมีคนคิดค้นนวัตกรรมกินเนื้อสัตว์แล้ว

1826
02:01:42.811 --> 02:01:46.811
ไม่อ้วน โดยแบบร่างกายย่อยโ

1827
02:01:46.812 --> 02:01:50.812
มันจะย่อยโปรตีนตัวนั้นได้

1828
02:01:50.813 --> 02:01:54.813
ทำอย่างไรไม่ให้อ้วนนี่ เราเป็นนักวิทยาศาสตร์การอาหาร

1829
02:01:54.814 --> 02:01:58.814
เราจะต้องคิดในอนาคตว่ามัน

1830
02:01:58.814 --> 02:02:02.814
การไปดักเอนไซมืตัวไหนไหม ที่มันไม่ย่อย

1831
02:02:02.814 --> 02:02:06.814
โปรตีนชนิดนี้ ๆ ได้ แล้วเปลี่ยนไปเป็นไขมันได้

1832
02:02:06.816 --> 02:02:10.816
ไม่ให้... เอาแบบ ให้แบบ กินแล้ว

1833
02:02:10.817 --> 02:02:14.817
ไขมันลง ลงลำไส้ใหญ่

1834
02:02:14.817 --> 02:02:18.817
ไปเลย ไม่ต้องให้มันดูดซึม ดักการดูดซึม

1835
02:02:18.819 --> 02:02:22.819
อะไรอย่างนี้ นั่นแหละ วัว ควาย

1836
02:02:22.820 --> 02:02:26.820
ก็เลยอ้วนเพราะกินหญ้า กินผัก

1837
02:02:26.821 --> 02:02:30.821
เข้าใจไหมคะ มันจะมีแบบบางทีมันก็จะมีฟีด

1838
02:02:30.822 --> 02:02:34.822
บางอันที่ขึ้นมา วัวควายกินผัก ยัง

1839
02:02:34.823 --> 02:02:38.823
อ้วนเลย อะไรอย่างนี้ เราก็กินแต่หมูสิ

1840
02:02:38.824 --> 02:02:42.824
เข้าใจไหม เออ

1841
02:02:42.826 --> 02:02:46.826

1842
02:02:46.827 --> 02:02:50.827
อันนี้แค่จำว่า Cellulose นี่ เป็น polysaccharide

1843
02:02:50.829 --> 02:02:54.829
น่ะ มันจะเป็น saccharide ต่อกัน

1844
02:02:54.830 --> 02:02:58.830
หลาย ๆ โมเลกุล ไม่ใช่แค่ 2 แล้ว

1845
02:02:58.830 --> 02:03:02.830
Poly ก็คือเยอะ ๆ มาก ใช่ไหม

1846
02:03:02.833 --> 02:03:06.833
2 ก็คือ Di ใช่ไหม เมื่อกี้ น้ำตาลโมเลกุลคู่ก็คิอ

1847
02:03:06.834 --> 02:03:10.834
saccharide อันนี้คือ polysacch

1848
02:03:10.836 --> 02:03:14.836
ใช่ไหม จะพบมาก

1849
02:03:14.837 --> 02:03:18.837
ที่สุดในธรรมชาติเป็นองค์ประกอบของ

1850
02:03:18.838 --> 02:03:22.838
เซลลืพืช ผนังเซลล์พืชต่าง ๆ ที่อยู่ใน

1851
02:03:22.839 --> 02:03:26.839

1852
02:03:26.840 --> 02:03:30.840
ตัวนี้นะคะ Cellulose จะไม่สามารถ

1853
02:03:30.841 --> 02:03:34.841
ย่อยได้ด้วยเอนไซม์ในสัตว์ชั้นสูง แต่ Cellulose

1854
02:03:34.841 --> 02:03:38.841
มีเอนไซม์ Cell

1855
02:03:38.843 --> 02:03:42.843
โอเคนะ ใช้เป็นสาร  G

1856
02:03:42.844 --> 02:03:46.844
สารให้ความหนืดนะคะ Tigenning

1857
02:03:46.845 --> 02:03:50.845
ให้ความหนืดนะคะ

1858
02:03:50.846 --> 02:03:54.846
ในวัวในความก็มีจุลินทรีย์ Cellulase

1859
02:03:54.847 --> 02:03:58.847
มาย่อย Cellulose แต่คนนี่

1860
02:03:58.848 --> 02:04:02.848
ไม่มีเอนไซม์ Cellulese

1861
02:04:02.849 --> 02:04:06.849
เราก็กินทำไมมันไม่อ้วนสักที เราอยากอ้วนน่ะ กินผักแล้ว

1862
02:04:06.849 --> 02:04:10.849
อยากอ้วนน่ะ

1863
02:04:10.849 --> 02:04:14.849
ต่อไป

1864
02:04:14.851 --> 02:04:18.851
Hemicelluloses ใยอาหารครูจะ

1865
02:04:18.853 --> 02:04:22.853
ไม่ถามเยอะ ครูจะถามว่าให้ยกตัวอย่างสารอาหาร

1866
02:04:22.855 --> 02:04:26.855
ที่ละลายน้ำ และไม่ละลายน้ำ มาคนละ 1

1867
02:04:26.855 --> 02:04:30.855
แค่นั้น ข้อสอบนะคะ

1868
02:04:30.857 --> 02:04:34.857
Hemicelluloses มันคืออะไร เป็น

1869
02:04:34.858 --> 02:04:38.858
เป็นใยอาหารที่ละลายน้ำนะคะ Hemicelluloses

1870
02:04:38.859 --> 02:04:42.859

1871
02:04:42.860 --> 02:04:46.860
นอกจาก Hemicelluloses แล้วก็มี

1872
02:04:46.862 --> 02:04:50.862
Pectins นะคะ Pectins

1873
02:04:50.863 --> 02:04:54.863
Pectins ก็มีมากในเปลือกส้ม เปลือกมะนาว

1874
02:04:54.867 --> 02:04:58.867
กากหัวบีท Pectins มีคุณสมบัติคล้าย

1875
02:04:58.869 --> 02:05:02.869
วุ้นใช้ทำแยม Pectins

1876
02:05:02.871 --> 02:05:06.871
เรารู้จัก Pectins ให้เรารู้แค่ว่า Pectins คือใยอาหารที่สามา

1877
02:05:06.873 --> 02:05:10.873
ที่ละลายน้ำได้ มีมากใน

1878
02:05:10.874 --> 02:05:14.874
เปลือกส้ม มะนาว กากแอปเปิล กากหัวบีท

1879
02:05:14.876 --> 02:05:18.876
มีคุณสมบัติคล้ายวุ้นใช้ทำแย้ม แค่นี้เอง

1880
02:05:18.876 --> 02:05:22.876
ไม่ต้องจำเยอะ อีกอันหนึ่ง

1881
02:05:22.878 --> 02:05:26.878
ที่จะต้องใช้ละลายได้ในน้ำเย็น แต่ไม่ละลาย

1882
02:05:26.879 --> 02:05:30.879
ในน้ำร้อน มันจะมีตัว Pectins นี่

1883
02:05:30.882 --> 02:05:34.882
เขาเรียกอะไรนะ ตัว Pactins ที่เป็นสีใส ๆ น่ะ

1884
02:05:34.883 --> 02:05:38.883
เขาเรียกอะไรนะ หลุยส์ จำได้ไหม

1885
02:05:38.887 --> 02:05:42.887
ที่มันเป็นสีใส ๆ น่ะ ใช้ทำพุดดิ้ง

1886
02:05:42.887 --> 02:05:46.887
มันเป็น Calajinan

1887
02:05:46.889 --> 02:05:50.889
เดี๋ยวครูจะสอน

1888
02:05:50.892 --> 02:05:54.892
เดี๋ยวครูจะพาทำ ไอ้นั้นน่ะ มันต้องมากวนในน้ำเย็นก่อน

1889
02:05:54.892 --> 02:05:58.892
มันจะใส่ในน้ำร้อนไม่ได้ บางคนคิดว่า

1890
02:05:58.894 --> 02:06:02.894
นี่ มันไม่ละลายเสียที ก็เอาไปต้มน้ำ

1891
02:06:02.895 --> 02:06:06.895
ให้มันอุ่น ๆ ดิ ไอ้ผงวุ้นมันจะได้ละลาย

1892
02:06:06.897 --> 02:06:10.897
คนก็เอาไปตั้งน้ำ ปรากฏว่ามันไม่ละลาย

1893
02:06:10.898 --> 02:06:14.898
ในน้ำร้อนแต่มันละลายในน้ำเย็น ยิ่งเย็นยิ่งละลาย

1894
02:06:14.900 --> 02:06:18.900
ไอ้ตัวนี้ ไอ้ตัวที่เขาใช้ทำแยมน่ะ

1895
02:06:18.901 --> 02:06:22.901
Pactins ให้หนูรู้จัก ว่า

1896
02:06:22.903 --> 02:06:26.903
มันคือใยอาหารที่ละลายน้ำตัวหนึ่ง ที่

1897
02:06:26.904 --> 02:06:30.904
ใช้ในการทำแยม ละลายได้ในน้ำเย็น

1898
02:06:30.905 --> 02:06:34.905
แต่ไม่ละลายในน้ำร้อน แค่นั้นเอง

1899
02:06:34.906 --> 02:06:38.906
Pactins

1900
02:06:38.909 --> 02:06:42.909
Cellulose อะไร

1901
02:06:42.910 --> 02:06:46.910
แตงโม Cellulose อะไร

1902
02:06:46.912 --> 02:06:50.912
ไม่ต้องจำหมดก็ได้ จดหมดไหม

1903
02:06:50.914 --> 02:06:54.914
จดไว้ก็ได้แต่ว่าจะจำได้ไหมล่ะ

1904
02:06:54.915 --> 02:06:58.915
จด หนูจด หนูจำได้ไหม จริงนะ

1905
02:06:58.917 --> 02:07:02.917
Pectins

1906
02:07:02.918 --> 02:07:06.918
เป็นใยอาหารที่ละลายน้ำ ละลาย

1907
02:07:06.919 --> 02:07:10.919
น้ำได้ในน้ำเย็น ไม่ละลายในน้ำร้อน มีคุณสมบัติ

1908
02:07:10.919 --> 02:07:14.919
คล้ายวุ้น ใช้ทำแยม ครูจะถามนี่

1909
02:07:14.922 --> 02:07:18.922
ถามแค่นี้แต่ถ้าหนูอยากรู้น่ะ

1910
02:07:18.923 --> 02:07:22.923
อันอื่นครูอธิบายเป็นความรู้เฉย ๆ

1911
02:07:22.924 --> 02:07:26.924

1912
02:07:26.926 --> 02:07:30.926

1913
02:07:30.927 --> 02:07:34.927

1914
02:07:34.929 --> 02:07:38.929

1915
02:07:38.931 --> 02:07:42.931

1916
02:07:42.932 --> 02:07:46.932

1917
02:07:46.934 --> 02:07:50.934

1918
02:07:50.938 --> 02:07:54.938
ใกล้เสร็จแล้ว ใกล้เสร็จแล้ว

1919
02:07:54.940 --> 02:07:58.940
ต่อไป Gums Gums

1920
02:07:58.943 --> 02:08:02.943
ต่อไป Gums

1921
02:08:02.945 --> 02:08:06.945
Gums นี่ เป็นสาร Emultion เป็ส

1922
02:08:06.946 --> 02:08:10.946
ให้ความคงตัว มันจะใส่ในพวกไอศกรีม

1923
02:08:10.946 --> 02:08:14.946
ไอศกรีมจะใส่เป็นตัว Gums

1924
02:08:14.948 --> 02:08:18.948

1925
02:08:18.949 --> 02:08:22.949
ทำให้อาหารข้นหนืดนะคะ เป็น Prebiotics

1926
02:08:22.950 --> 02:08:26.950
นะคะ prebiotic คุ้น ๆ ไหมที่ครูบอกเมื่อกี้

1927
02:08:26.952 --> 02:08:30.952
Prebiotic เป็นอาหารของ Probiotic

1928
02:08:30.953 --> 02:08:34.953
นะคะ Gums ก็คือมี

1929
02:08:34.954 --> 02:08:38.954
ประโยชน์ต่อร่างกายนะคะ เป็นสาร

1930
02:08:38.955 --> 02:08:42.955
ให้ความคงตัว แล้วก็ให้ความข้นหนืด

1931
02:08:42.955 --> 02:08:46.955
เราจดแค่ว่า Gums เป็นใยอาหารที่

1932
02:08:46.956 --> 02:08:50.956
ละลายน้ำ จดเท่า Gums เป็นใยอาหารที่ละลายน้

1933
02:08:50.959 --> 02:08:54.959
เป็นสารให้ความคงตัวและทำให้

1934
02:08:54.960 --> 02:08:58.960
อาหารข้นหนืด เป้น prebiotic

1935
02:08:58.962 --> 02:09:02.962
ของแบคทีเรีย Probiotic ที่มีประโยชน์

1936
02:09:02.964 --> 02:09:06.964
จดเท่านี้ ใช้เป็นสารอีมัลชัน สารให้ความ

1937
02:09:06.965 --> 02:09:10.965
คงตัวนี่ สารให้ความคงตัว จดบรรทัด

1938
02:09:10.966 --> 02:09:14.966
3 บรรทัดสุดท้าย จด 3 บรรทัดสุดท้ายนะลูก

1939
02:09:14.967 --> 02:09:18.967
แล้วก็

1940
02:09:18.969 --> 02:09:22.969
จำว่า Gums นี่

1941
02:09:22.970 --> 02:09:26.970
เป็นใยอาหารที่ละลายน้ำ

1942
02:09:26.971 --> 02:09:30.971
นะคะ

1943
02:09:30.972 --> 02:09:34.972
Gums จะเป็นใยอาหารที่ละลายน้ำ

1944
02:09:34.975 --> 02:09:38.975

1945
02:09:38.976 --> 02:09:42.976

1946
02:09:42.976 --> 02:09:46.976

1947
02:09:46.979 --> 02:09:50.979

1948
02:09:50.981 --> 02:09:54.981

1949
02:09:54.982 --> 02:09:58.982

1950
02:09:58.984 --> 02:10:02.984

1951
02:10:02.986 --> 02:10:06.986

1952
02:10:06.987 --> 02:10:10.987

1953
02:10:10.989 --> 02:10:14.989

1954
02:10:14.991 --> 02:10:18.991

1955
02:10:18.992 --> 02:10:22.992

1956
02:10:22.992 --> 02:10:26.992

1957
02:10:26.994 --> 02:10:30.994

1958
02:10:30.996 --> 02:10:34.996

1959
02:10:34.999 --> 02:10:38.999

1960
02:10:39.001 --> 02:10:43.001

1961
02:10:43.002 --> 02:10:47.002

1962
02:10:47.006 --> 02:10:51.006

1963
02:10:51.008 --> 02:10:55.008

1964
02:10:55.010 --> 02:10:59.010

1965
02:10:59.012 --> 02:11:03.012

1966
02:11:03.014 --> 02:11:07.014

1967
02:11:07.018 --> 02:11:11.018

1968
02:11:11.021 --> 02:11:15.021
เสร็จหรือยังคะ

1969
02:11:15.023 --> 02:11:19.023
อีกนิดหนึ่งรอเพื่อนก่อน

1970
02:11:19.024 --> 02:11:23.024

1971
02:11:23.025 --> 02:11:27.025

1972
02:11:27.028 --> 02:11:31.028

1973
02:11:31.030 --> 02:11:35.030

1974
02:11:35.032 --> 02:11:39.032

1975
02:11:39.033 --> 02:11:43.033

1976
02:11:43.038 --> 02:11:47.038

1977
02:11:47.040 --> 02:11:51.040

1978
02:11:51.042 --> 02:11:55.042

1979
02:11:55.044 --> 02:11:59.044

1980
02:11:59.045 --> 02:12:03.045

1981
02:12:03.046 --> 02:12:07.046

1982
02:12:07.047 --> 02:12:11.047

1983
02:12:11.047 --> 02:12:15.047

1984
02:12:15.050 --> 02:12:19.050

1985
02:12:19.051 --> 02:12:23.051

1986
02:12:23.053 --> 02:12:27.053

1987
02:12:27.060 --> 02:12:31.060

1988
02:12:31.067 --> 02:12:35.067

1989
02:12:35.069 --> 02:12:39.069

1990
02:12:39.070 --> 02:12:43.070

1991
02:12:43.071 --> 02:12:47.071

1992
02:12:47.077 --> 02:12:51.077

1993
02:12:51.079 --> 02:12:55.079

1994
02:12:55.080 --> 02:12:59.080

1995
02:12:59.082 --> 02:13:03.082

1996
02:13:03.083 --> 02:13:07.083
เสร็จหรือยัง เสร็จแล้ว

1997
02:13:07.085 --> 02:13:11.085
อันนี้เป็นหน้าที่และคาร์โบไฮเดรตอันนี้ออกข้อสอบ

1998
02:13:11.087 --> 02:13:15.087
อยู่แล้ว เป็นแหล่งพลังงาน

1999
02:13:15.088 --> 02:13:19.088

2000
02:13:19.088 --> 02:13:23.088

2001
02:13:23.090 --> 02:13:27.090
อันนี้ออกข้อสอบแน่ ๆ จดมาสัก

2002
02:13:27.092 --> 02:13:31.092
3 ข้อ ที่เราจำได้ ครุบอกบอกความสพ

2003
02:13:31.093 --> 02:13:35.093
และประโยชน์ของคาร์โบไฮเดรตมา 3 ข้อ

2004
02:13:35.094 --> 02:13:39.094
ใช่ เลือกเอาข้อที่เราน่าจะจำได้น่ะ

2005
02:13:39.095 --> 02:13:43.095

2006
02:13:43.096 --> 02:13:47.096

2007
02:13:47.097 --> 02:13:51.097

2008
02:13:51.100 --> 02:13:55.100

2009
02:13:55.101 --> 02:13:59.101

2010
02:13:59.103 --> 02:14:03.103

2011
02:14:03.106 --> 02:14:07.106

2012
02:14:07.107 --> 02:14:11.107

2013
02:14:11.111 --> 02:14:15.111

2014
02:14:15.113 --> 02:14:19.113

2015
02:14:19.114 --> 02:14:23.114

2016
02:14:23.116 --> 02:14:27.116

2017
02:14:27.119 --> 02:14:31.119

2018
02:14:31.122 --> 02:14:35.122
เลือกเอาคนละ 3 ข้อนะคะ ข้อสอบจะ

2019
02:14:35.125 --> 02:14:39.125
มี 3 ข้อ ให้นักเรียนบอกหน้าที่ และความสำคัญ

2020
02:14:39.126 --> 02:14:43.126
ให้นักเรียนบอกความสำคัญและประโยชน์ของคาร์โบไฮเดรต

2021
02:14:43.127 --> 02:14:47.127
เสร็จหรือยัง

2022
02:14:47.127 --> 02:14:51.127

2023
02:14:51.128 --> 02:14:55.128

2024
02:14:55.129 --> 02:14:59.129

2025
02:14:59.131 --> 02:15:03.131
แล้วไปอ่านมานะ

2026
02:15:03.135 --> 02:15:07.135
เดี๋ยวครูจะให้ทำข้อสอบ

2027
02:15:07.136 --> 02:15:11.136
ครูว่าถ้าครูให้สอบตอนนี้น่ะ ทำไม่ได้หรอก

2028
02:15:11.139 --> 02:15:15.139
ใช่ไหม ให้ไปทบทวนก่อน

2029
02:15:15.140 --> 02:15:19.140
ให้ไปทบทวนก่อน 1 อาทิตย์แล้วอาทิตย์หน้ามาสอบ

2030
02:15:19.142 --> 02:15:23.142
ทำไม

2031
02:15:23.143 --> 02:15:27.143
เหรอ

2032
02:15:27.144 --> 02:15:31.144
ไม่เป็นอะไร ให้มาสอบย้อนหลังเอานะคะ คน

2033
02:15:31.146 --> 02:15:35.146
ที่ไม่ได้มาสอบ ที่แบบว่ามีความจำเป็นจะต้อง

2034
02:15:35.148 --> 02:15:39.148
ลานะ ก็ให้โอกาสมาสอบ

2035
02:15:39.149 --> 02:15:43.149
มาสอบทีหลังได้

2036
02:15:43.150 --> 02:15:47.150
แต่ต้องบอกครูนะ ไม่อย่างนั้นครูจำไม่ได้ ไม่ได้สอบนะครับ

2037
02:15:47.150 --> 02:15:51.150
ครูไม่ได้สอนวิชาเดียว ครูสอนน้องปี 1

2038
02:15:51.151 --> 02:15:55.151
ด้วย ปี 2 ด้วย ปวช. 1 ปวช.2 ปวช.3

2039
02:15:55.152 --> 02:15:59.152
แล้วก็เป็น...

2040
02:15:59.155 --> 02:16:03.155
เป็นประโยชน์ของตัวเองนะคะ หนูจะต้อง

2041
02:16:03.156 --> 02:16:07.156
ต้องตามหน่อยนะ เป็นประโยชน์ของหนู

2042
02:16:07.157 --> 02:16:11.157

2043
02:16:11.158 --> 02:16:15.158

2044
02:16:15.160 --> 02:16:19.160
เสร็จหรือยังค่ะ แตงโมเสร

2045
02:16:19.163 --> 02:16:23.163
เสร็จแล้วค่ะ ครู (อาจารย์ชุติมณฑน์) แตงโมเสร็จหรือยังคะ

2046
02:16:23.166 --> 02:16:27.166
เอา 3 ข้อนะลูก

2047
02:16:27.167 --> 02:16:31.167
3 ข้อที่คิดว่าตัวเองจะจำได้ ไปเติมในข้อสอบ 3 ข้อ

2048
02:16:31.168 --> 02:16:35.168
โอเค

2049
02:16:35.169 --> 02:16:39.169
เหนื่อยหรือยัง เหนื่อยหรือยังคะ

2050
02:16:39.171 --> 02:16:43.171
โอเค โอเค เดี๋ยวสไลดืสุดท้ายแล้ว

2051
02:16:43.171 --> 02:16:47.171
สไลด์สุดท้าย

2052
02:16:47.173 --> 02:16:51.173

2053
02:16:51.174 --> 02:16:55.174

2054
02:16:55.175 --> 02:16:59.175

2055
02:16:59.176 --> 02:17:03.176
เสร็จจากเรียนวิชาครูแล้วไปไหน

2056
02:17:03.177 --> 02:17:07.177

2057
02:17:07.178 --> 02:17:11.178
ไปไหน

2058
02:17:11.179 --> 02:17:15.179

2059
02:17:15.180 --> 02:17:19.180

2060
02:17:19.182 --> 02:17:23.182
จากนี่ไปงานมันไกลไหมลูก

2061
02:17:23.186 --> 02:17:27.186
เสร็จหรือยังคะ

2062
02:17:27.187 --> 02:17:31.187
เสร็จแล้ว ต่อไป

2063
02:17:31.189 --> 02:17:35.189
อันสุดท้ายแล้วก็คือแหล่งของคาร์โบไฮเดรตนะคะ

2064
02:17:35.191 --> 02:17:39.191
จะมีมาก

2065
02:17:39.192 --> 02:17:43.192
ในเมล็ดธัญพืชนะคะ ในรูปของแป้งนะคะ

2066
02:17:43.194 --> 02:17:47.194
อันนี้ไม่ต้องจำหรอก

2067
02:17:47.194 --> 02:17:51.194
จะเป็นแหล่งของ.. แหล่งของคาร์โบไฮเดรตก็ได้

2068
02:17:51.196 --> 02:17:55.196
จะเป็นในรูปของแป้ง จำก็ได้ แหล่งคาร์โบไฮเดรตจะอยู่ใ

2069
02:17:55.196 --> 02:17:59.196
รูปของแป้ง

2070
02:17:59.204 --> 02:18:03.204
เป็นพวก

2071
02:18:03.205 --> 02:18:07.205
เมล็กธัญพืชนะคะ เป็นพืชหัว

2072
02:18:07.206 --> 02:18:11.206
เป็นต้นนะคะ จะมีอยู่เยอะ

2073
02:18:11.207 --> 02:18:15.207

2074
02:18:15.208 --> 02:18:19.208
เสร็จแล้วนะ

2075
02:18:19.211 --> 02:18:23.211
แล้วก็จะเป็นแหล่งคาร์โบไฮเดรตที่ไม่ใช้เป็น เป็น Non st

2076
02:18:23.215 --> 02:18:27.215
ก็พวกใยอาหารนะคะ จะพบมากในไหน

2077
02:18:27.217 --> 02:18:31.217
ข้าวสาลี ข้าวโพด ข้าว ข้าวโอ้ต ข้าว

2078
02:18:31.219 --> 02:18:35.219
ไม่ขัดสี ข้าวบาเล่  ข้าว

2079
02:18:35.220 --> 02:18:39.220
จะเป็นแหล่งของคาร์โบไฮเดรตที่ไม่ใช้แป้ง

2080
02:18:39.222 --> 02:18:43.222
แล้วก็จะไปดูว่าแหล่งของใยอาหาร ก็คือใยอาหารนะ

2081
02:18:43.223 --> 02:18:47.223
คาร์โบไฮเดรตส่วนใหญ่ที่ไม่ใช่แป้งจะเป็น

2082
02:18:47.225 --> 02:18:51.225
ใยอาหารที่ละลายน้ำ มันจะมี 2 แบบ ละลายน้ำ

2083
02:18:51.226 --> 02:18:55.226
กับไม่ละลายน้ำนะคะ แล้วดูว่า

2084
02:18:55.227 --> 02:18:59.227
ที่ไม่ละลายน้ำมีอะไรบ้าง

2085
02:18:59.227 --> 02:19:03.227
ให้หนูจด จดภาษาไทยก็ได้

2086
02:19:03.229 --> 02:19:07.229
อันนี้เป็น Ho

2087
02:19:07.231 --> 02:19:11.231
เป็นขนมปังไม่ขัดสี ขนมปังพวกโฮวีตนะคะ

2088
02:19:11.232 --> 02:19:15.232
พวกอาหารซีเรียล รู้จักไหม เป็น...

2089
02:19:15.232 --> 02:19:19.232
แหล่งของเส้นใยอาหารที่ไม่ละลายน้ำ จด

2090
02:19:19.234 --> 02:19:23.234
เป็นภาษาไทย 1. ขนมปังโฮลว

2091
02:19:23.235 --> 02:19:27.235
2. ซีเรียล

2092
02:19:27.236 --> 02:19:31.236
พวกธัชพืช

2093
02:19:31.238 --> 02:19:35.238
ไม่ขัดสี 1. ขนมปังโฮลวีต

2094
02:19:35.240 --> 02:19:39.240
2. ธัญพืชไม่ขัดสี

2095
02:19:39.242 --> 02:19:43.242
แหล่งของเส้นใยอาหารที่ไม่ละลายน้ำ 1. ขนมปังโฮวีต

2096
02:19:43.243 --> 02:19:47.243
2. ธัญพืชไม่ขัดสี

2097
02:19:47.244 --> 02:19:51.244
เสร็จหรือยัง

2098
02:19:51.246 --> 02:19:55.246
ธัญพืชไม่ขัดสี

2099
02:19:55.248 --> 02:19:59.248
ธัญพืช

2100
02:19:59.250 --> 02:20:03.250
ไม่ขัดสี

2101
02:20:03.252 --> 02:20:07.252
แล้วก็แอปเปิล แล้วก็

2102
02:20:07.252 --> 02:20:11.252
กล้วย จดตามสิ

2103
02:20:11.254 --> 02:20:15.254
จะให้เลือกมาข้อสอบที่ครูออกไว้ ครูจะให้เลือก

2104
02:20:15.254 --> 02:20:19.254
มาว่า ให้ยกตัวอย่าง

2105
02:20:19.256 --> 02:20:23.256
ให้ยกตัวอย่างอาหารที่

2106
02:20:23.257 --> 02:20:27.257
เป็นแหล่งขอเส้นใยอาหารที่ไม่ละลายน้ำคนละ 5 อย่าง

2107
02:20:27.260 --> 02:20:31.260
แล้วที่ละลายน้ำอีก 5 อย่าง

2108
02:20:31.261 --> 02:20:35.261
คือ ข้อสอบ ข้อสอบให้ยกตัวอย่าง

2109
02:20:35.262 --> 02:20:39.262
ใยอาหารที่ละลายน้ำ 5 ชนิดว่า

2110
02:20:39.264 --> 02:20:43.264
มันมาอยู่ในพืชอะไร กล้วย แอปเปิล ข้า่ว ข้าวไม่ขัดสี

2111
02:20:43.267 --> 02:20:47.267
อะไรอย่างนี้ให้ตอบมา

2112
02:20:47.268 --> 02:20:51.268
5 อย่าง ละลายน้ำ 5 อย่าง กับไม่

2113
02:20:51.270 --> 02:20:55.270
ละลายน้ำ 5 อย่าง

2114
02:20:55.273 --> 02:20:59.273
แอปเปิล แล้วยัง

2115
02:20:59.275 --> 02:21:03.275
กล้วยจดหรือยัง กล้วย ข้าว

2116
02:21:03.276 --> 02:21:07.276
ข้าว ข้าวไม่ขัดสี

2117
02:21:07.276 --> 02:21:11.276
ข้าวไม่ขัดสี พวกข้าวกล้อง ข้าวหอมมะลิน่ะ (อาจารย์ชุติมณฑน์)

2118
02:21:11.279 --> 02:21:15.279
ข้าวหอมมะลิ

2119
02:21:15.280 --> 02:21:19.280
ข้าวหอมมะลิแบบไหนลูก แบบข้าวหอมมะลิเป็นข้าวกล้อง

2120
02:21:19.281 --> 02:21:23.281
ก็ได้ ข้าวกล้องหอมมะลิก็ได้

2121
02:21:23.282 --> 02:21:27.282
ไรซ์เบอร์รี

2122
02:21:27.283 --> 02:21:31.283
ที่มันเป็นสีม่วง ๆ

2123
02:21:31.286 --> 02:21:35.286
อันนั้นก็มีเป็นแหล่งของใยอาหาร

2124
02:21:35.287 --> 02:21:39.287
แต่ถ้ามันขัดสี

2125
02:21:39.288 --> 02:21:43.288
มันก็จะไม่มี มันก็จะไม่ค่อยมี

2126
02:21:43.289 --> 02:21:47.289
ใยอาหารเท่าไร ถ้ามันเป็นข้าวกล้องน่ะ ที่

2127
02:21:47.290 --> 02:21:51.290
มันขัดขัดแค่เปลือกนอกน่ะ

2128
02:21:51.293 --> 02:21:55.293
ยังไม่ได้เอาเปลือกหุ้มออก อันนั้นมีใยอาหาร

2129
02:21:55.294 --> 02:21:59.294
เยอะ ส่วนที่แบบเป็นข้าวขาวน่ะ

2130
02:21:59.296 --> 02:22:03.296
อันนั้นน่ะ ใยอาหารน้อย แทบจะไม่มี มีแต่แป้ง

2131
02:22:03.297 --> 02:22:07.297
แล้วก็

2132
02:22:07.298 --> 02:22:11.298
Cabbag Famil ตระกูล

2133
02:22:11.299 --> 02:22:15.299
ของกะหล่ำปลี

2134
02:22:15.299 --> 02:22:19.299
เขียนไปว่ากะหล่ำปลี

2135
02:22:19.300 --> 02:22:23.300
แล้วก็ถั่วเขียว

2136
02:22:23.301 --> 02:22:27.301

2137
02:22:27.302 --> 02:22:31.302

2138
02:22:31.306 --> 02:22:35.306
แล้วก็ Pears อันนี้จะเป็นถั

2139
02:22:35.309 --> 02:22:39.309
พวกถั่วลันเตา พวกถั่ว...

2140
02:22:39.311 --> 02:22:43.311
เขาเรียกถั่วยาว ๆ อะไรอย่างนี้

2141
02:22:43.312 --> 02:22:47.312

2142
02:22:47.314 --> 02:22:51.314

2143
02:22:51.316 --> 02:22:55.316
แล้วก็พวกเมล็ดธัญพืชต่าง ๆ สตอร์

2144
02:22:55.319 --> 02:22:59.319
มะเขือเทศ

2145
02:22:59.321 --> 02:23:03.321

2146
02:23:03.322 --> 02:23:07.322
แล้วก็เมล็ดธัญพืช พวกเมล็ด

2147
02:23:07.323 --> 02:23:11.323
เมล็ก อาหารนกน่ะลูก

2148
02:23:11.324 --> 02:23:15.324
ที่นก ๆ ชอบกิน มันจะมีสารอาหารที่ละลาย

2149
02:23:15.326 --> 02:23:19.326
อยู่

2150
02:23:19.327 --> 02:23:23.327
โอเคนะ ต่อไปสไลด์สุดท้าย จดเสร็จยัง

2151
02:23:23.329 --> 02:23:27.329

2152
02:23:27.329 --> 02:23:31.329
มะเขือเทศ สตรอว์เบอร์รี จดไปหรือยัง

2153
02:23:31.331 --> 02:23:35.331
ต่อไปจะเป็นแหล่งของ

2154
02:23:35.332 --> 02:23:39.332
ใยอาหารที่ละลายน้ำ พวกข้าวโอ๊ต

2155
02:23:39.333 --> 02:23:43.333
Apples กล้วย

2156
02:23:43.336 --> 02:23:47.336
ข้าวบาเลต์

2157
02:23:47.337 --> 02:23:51.337

2158
02:23:51.340 --> 02:23:55.340
มะเขือเทส

2159
02:23:55.342 --> 02:23:59.342
มะเขือเทศ

2160
02:23:59.343 --> 02:24:03.343

2161
02:24:03.344 --> 02:24:07.344

2162
02:24:07.348 --> 02:24:11.348

2163
02:24:11.349 --> 02:24:15.349

2164
02:24:15.351 --> 02:24:19.351
เสร็จหรือยัง

2165
02:24:19.352 --> 02:24:23.352

2166
02:24:23.355 --> 02:24:27.355
สาลี่

2167
02:24:27.358 --> 02:24:31.358

2168
02:24:31.360 --> 02:24:35.360
บล็อคโครี

2169
02:24:35.363 --> 02:24:39.363
เมล็ดถั่ว

2170
02:24:39.367 --> 02:24:43.367
ลูกพรุน แครร์รอต

2171
02:24:43.368 --> 02:24:47.368

2172
02:24:47.370 --> 02:24:51.370
ผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว แล้วก็

2173
02:24:51.371 --> 02:24:55.371
องุ่น

2174
02:24:55.373 --> 02:24:59.373

2175
02:24:59.374 --> 02:25:03.374

2176
02:25:03.376 --> 02:25:07.376
เสร็จหรือยัง

2177
02:25:07.377 --> 02:25:11.377
นี่ครูก็จะให้ยกตัวอย่างใยอาหารที่ละลายน้ำ ใยอาหาร

2178
02:25:11.378 --> 02:25:15.378
ที่ไม่ละลายน้ำ

2179
02:25:15.380 --> 02:25:19.380
ต่อไปเสร็จแล้วนะ เป็น

2180
02:25:19.381 --> 02:25:23.381
ปริมาณของคาร์โบไฮเดรตที่ควรได้รับ นี่

2181
02:25:23.382 --> 02:25:27.382
ควรกินข้าวหรือแป้งวันละ

2182
02:25:27.384 --> 02:25:31.384
8-12 ทัพพี ไม่ใช่

2183
02:25:31.386 --> 02:25:35.386
ต่อมื้อนะลูก ต่อวันนะ

2184
02:25:35.387 --> 02:25:39.387
ผักเท่าไร ข้าว เห็นไหม

2185
02:25:39.388 --> 02:25:43.388
คาร์โบไฮเดรตนี่ ร่างกายต้องการเยอะอยู่

2186
02:25:43.389 --> 02:25:47.389
แล้วก็ต่อไปก็ผัก ประมาณ 4-6

2187
02:25:47.392 --> 02:25:51.392
ทัพพี ผลไม้ 3-6 ส่วน

2188
02:25:51.392 --> 02:25:55.392
วันละ 1-2 แก้ว เนื้อสัตว์ 6

2189
02:25:55.394 --> 02:25:59.394
-12 ช้อนกินข้าวเองลูก

2190
02:25:59.395 --> 02:26:03.395
ช้อนกินข้าวนะ แล้วก็น้ำมัน น้ำตาล

2191
02:26:03.397 --> 02:26:07.397
เกลือวันละน้อย ๆ พวกเนื้อสัตว์น่ะ

2192
02:26:07.398 --> 02:26:11.398
มันทำให้ร่างกายได้รับโปรตีนครบทุกขนิดนะคะ

2193
02:26:11.399 --> 02:26:15.399
ร่างกายที่โปรตีนที่จำเป็นต่อร่างกาย

2194
02:26:15.400 --> 02:26:19.400
มันทำให้เราน่ะ ได้ครบนะคะ แต่ว่าถ้ากินใน

2195
02:26:19.401 --> 02:26:23.401
ปริมาณมาก ๆ มันก็ไปเกิดปฏิกิริยาในร่างกาย

2196
02:26:23.402 --> 02:26:27.402
เกิดออกซิเดชัน เกิดอนุมูลอิสระใด ๆ

2197
02:26:27.403 --> 02:26:31.403
มันเกิดส่วนเกินน่ะ โปรตีน

2198
02:26:31.404 --> 02:26:35.404
ส่วนเกิน ไขมันส่วนเกินในร่างกายได้นะคะ เวลา

2199
02:26:35.405 --> 02:26:39.405
ทานอาหารน่ะ เราจะต้องรู้จักคิด

2200
02:26:39.406 --> 02:26:43.406
ว่าเราจะกินอะไรอย่างนี้

2201
02:26:43.407 --> 02:26:47.407
ก็ถ้าเกิดไป

2202
02:26:47.410 --> 02:26:51.410
คำนวณอาหารให้ผู้บริโภคนะคะ ก้ต้องคำนวณตามนี้

2203
02:26:51.411 --> 02:26:55.411
ผู้บริโภคหรือว่าใครจะเป็นนักโภชนาการของ

2204
02:26:55.412 --> 02:26:59.412
ตามบริษัท ตามอะไรที่เขาจ้างนะ ตามหน่วยงานราชการ

2205
02:26:59.414 --> 02:27:03.414
บริษัท AIS บริษัท Dtac ก็ต้องคำนวณ

2206
02:27:03.416 --> 02:27:07.416
มื้อหนึ่งนี่ ควรกินข้าว 2 ทัพพีนะ ไม่ควรเกิน

2207
02:27:07.417 --> 02:27:11.417
3 ทัพพีนะ 3 3 เป็น 9 แล้ว

2208
02:27:11.418 --> 02:27:15.418
ก็ไม่ควรเป็น 3 ทัพพีต่อมื้อ ผัก

2209
02:27:15.420 --> 02:27:19.420
เท่าไร แต่ละมื้อก็ต้องมีอาหารให้ครบทุกหมู่

2210
02:27:19.421 --> 02:27:23.421
นะลูกนะ โอเค น้ำมัน

2211
02:27:23.422 --> 02:27:27.422
ก็ยังจำเป็นต่อร่างกายนะลูก อาทิตย์หน้านะคะ

2212
02:27:27.423 --> 02:27:31.423
จะเรียนเรื่องระบบย่อยอาหาร

2213
02:27:31.425 --> 02:27:35.425
เอากินคาร์โบไฮเดรต

2214
02:27:35.426 --> 02:27:39.426
อะไรในการย่อยคาร์โบไฮเดรตบ้างหรือเปล่า มีเอนไซมือะไร

2215
02:27:39.427 --> 02:27:43.427
ตับ มีส่วนช่วยอะไรในการช่วยย่อยอาหาร เข้าไปในกระเพาะ กระเพาะ

2216
02:27:43.428 --> 02:27:47.428
มีกรดอะไร

2217
02:27:47.429 --> 02:27:51.429
แต่ทีนี้ตอนแรกนะ

2218
02:27:51.431 --> 02:27:55.431
ครูว่าจะให้พวกเรามีโครงงาน อยากให้ปั่น

2219
02:27:55.432 --> 02:27:59.432
ให้เสร็จก่อนนะ เพราะว่ามันตรงกับคาบครูพอดี

2220
02:27:59.432 --> 02:28:03.432
แล้วเราต้องส่งโครงร่างโครงงาน

2221
02:28:03.434 --> 02:28:07.434
ใครยังไม่ได้ชื่อโครงงานบ้าง ใครยังไม่ได้ชื่อโครงงาน

2222
02:28:07.435 --> 02:28:11.435
ยังไม่ได้เรื่อง ยังไม่รู้จะทำโครงงาน

2223
02:28:11.437 --> 02:28:15.437
ทำอะไร โครงงานอะไร ไม่ใช้ได้แล้วเหรอ

2224
02:28:15.441 --> 02:28:19.441
เราคู่กับบีมใช่ไหม

2225
02:28:19.442 --> 02:28:23.442
เดี๋ยวอย่างไรก็

2226
02:28:23.443 --> 02:28:27.443
ค่อยคุยกับครู แต่ว่ามันจะต้อง ฟัง

2227
02:28:27.445 --> 02:28:31.445
เราจะต้องทำร่างโครงงาน

2228
02:28:31.446 --> 02:28:35.446
วิจัยนะลูก ไปส่งกับฝ่าย

2229
02:28:35.447 --> 02:28:39.447
วิชาการนะคะ จะต้องมีชื่อเรื่อง

2230
02:28:39.448 --> 02:28:43.448
วตถุประสงค์ ที่มาและความสำคัยนะคะ

2231
02:28:43.449 --> 02:28:47.449
นะคะ สมมติฐานงานวิจัย ว่าเราทำ

2232
02:28:47.449 --> 02:28:51.449
ทำไมต้องทำ เราจะศึกษาอะไรบ้าง

2233
02:28:51.451 --> 02:28:55.451
เดี๋ยวครูจะให้แบบฟอร์มไปนะคะ วันจันทร์

2234
02:28:55.452 --> 02:28:59.452
วันจันทร์นะคะ แล้ววันศุกร์ต้องเสร็จ อาจจะไม่ได้เข้า

2235
02:28:59.452 --> 02:29:03.452
มาในห้องนี้ ครูอาจจะให้เราน่ะอยู่แผนก ให้เราพิมพ์

2236
02:29:03.454 --> 02:29:07.454
งานนะคะ มีใครมี Notebook ไหม

2237
02:29:07.454 --> 02:29:11.454
มันจะต้องใช้โน้ตบุก มี

2238
02:29:11.455 --> 02:29:15.455
น้อยหน่าใช่ไหม แสดงว่าเรามีอยู่แค่ 2 เครื่อง

2239
02:29:15.456 --> 02:29:19.456
เรามีอยู่แค่ 2 เครื่องเองนะคะ ดังนั้น

2240
02:29:19.459 --> 02:29:23.459
เราจะต้องจัดสรรการใช้ให้เกิดประโยชน์นะคะ

2241
02:29:23.461 --> 02:29:27.461
แล้วก็จะต้องส่งครู

2242
02:29:27.461 --> 02:29:31.461
ให้เสณ้จภายในศุกร์หน้า

2243
02:29:31.463 --> 02:29:35.463
เพราะว่าเราไม่มีคอมฯ น่ะลูก อีก 3 เครื่องอยู่ที่

2244
02:29:35.464 --> 02:29:39.464
ห้องแปรรูป เห็นไหม ไอ้

2245
02:29:39.465 --> 02:29:43.465
ตัวสไลด์น่ะ ไอ้ตัวที่เปิดโพรเจกเตอร์น่ะ

2246
02:29:43.466 --> 02:29:47.466
มี 3 เครื่องแล้ว เรามีกี่กลุ่ม 3 กลุ่ม

2247
02:29:47.467 --> 02:29:51.467
มันก็จะมีอีกกลุ่มหนึ่งที่จะต้องใช้คอมผู้สูงอายุ

2248
02:29:51.468 --> 02:29:55.468
เดี๋ยวครูจะเอาคอมมาให้ใช้

2249
02:29:55.471 --> 02:29:59.471

2250
02:29:59.472 --> 02:30:03.472

2251
02:30:03.473 --> 02:30:07.473
นั่นแหละค่ะ ก็จบแล้วสำหรับวันนี้นะคะ

2252
02:30:07.474 --> 02:30:11.474
ก็หวังว่านักเรียนจะจำ

2253
02:30:11.476 --> 02:30:15.476
สิ่งที่คุณครูสอนนะคะ จำให้ได้แล้วก็นำความรู้เอาไปใช้นะคะ

2254
02:30:15.477 --> 02:30:19.477
แล้วข้อสอบครูก็บอกกทุกข้อแล้ว ต้องทำให้ได้

2255
02:30:19.478 --> 02:30:23.478
โอเคค่ะ ขอบคุณพี่ล่ามด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ

2256
02:30:23.479 --> 02:30:27.479

2257
02:30:27.480 --> 02:30:31.480

2258
02:30:31.482 --> 02:30:35.482

2259
02:30:35.484 --> 02:30:39.484

2260
02:30:39.486 --> 02:30:43.486

2261
02:30:43.492 --> 02:30:47.492
[สิ้นสุดการถอดความ]

2262
02:30:47.496 --> 02:30:51.496

2263
02:30:51.500 --> 02:30:55.500

2264
02:30:55.501 --> 02:30:59.501

2265
02:30:59.504 --> 02:31:03.504

2266
02:31:03.506 --> 02:31:07.506

2267
02:31:07.508 --> 02:31:11.508

2268
02:31:11.510 --> 02:31:15.510

2269
02:31:15.511 --> 02:31:18.510

2270
02:31:19.512 --> 02:31:22.516

2271
02:31:27.516 --> 02:31:30.518

2272
02:31:31.518 --> 02:31:34.519

2273
02:31:35.520 --> 02:31:38.523

2274
02:31:39.522 --> 02:31:42.527

2275
02:31:43.524 --> 02:31:46.528

2276
02:31:47.528 --> 02:31:50.530

2277
02:31:51.530 --> 02:31:54.532

2278
02:31:55.531 --> 02:31:58.534

2279
02:31:59.533 --> 02:32:02.536

2280
02:32:03.535 --> 02:32:06.538

2281
02:32:07.538 --> 02:32:10.541

2282
02:32:11.540 --> 02:32:14.542

2283
02:32:15.542 --> 02:32:18.547

2284
02:32:19.547 --> 02:32:22.550

2285
02:32:23.550 --> 02:32:26.552

2286
02:32:27.552 --> 02:32:30.555

2287
02:32:31.555 --> 02:32:34.558

2288
02:32:35.557 --> 02:32:38.560

2289
02:32:39.558 --> 02:32:42.561

2290
02:32:43.562 --> 02:32:46.564

2291
02:32:47.563 --> 02:32:50.564

2292
02:32:51.565 --> 02:32:54.565

2293
02:32:55.567 --> 02:32:58.569

2294
02:32:59.568 --> 02:33:02.569

2295
02:33:03.570 --> 02:33:06.572

2296
02:33:07.572 --> 02:33:10.572

2297
02:33:11.575 --> 02:33:14.576

2298
02:33:15.577 --> 02:33:18.580

2299
02:33:19.579 --> 02:33:22.583

2300
02:33:23.581 --> 02:33:26.584

2301
02:33:27.583 --> 02:33:30.585

2302
02:33:31.586 --> 02:33:34.589

2303
02:33:35.588 --> 02:33:38.591

2304
02:33:39.591 --> 02:33:42.594

2305
02:33:43.594 --> 02:33:46.597

2306
02:33:47.595 --> 02:33:50.598

2307
02:33:51.598 --> 02:33:54.599

2308
02:33:55.600 --> 02:33:58.603

2309
02:33:59.602 --> 02:34:02.604

2310
02:34:03.604 --> 02:34:06.606

2311
02:34:07.607 --> 02:34:10.609

2312
02:34:11.609 --> 02:34:14.611

2313
02:34:15.611 --> 02:34:18.612

2314
02:34:19.613 --> 02:34:22.614

2315
02:34:23.618 --> 02:34:23.619

2316
02:34:27.619 --> 02:34:27.621

2317
02:34:35.624 --> 02:34:35.625

2318
02:34:31.622 --> 02:34:31.623


