(คุณธนิสร์) 9GAG ก็ 9GAG ไม่ได้วาดเลย วาดภาพเดียวกาก ๆ มันก็สามารถเล่าเรื่องได้อย่างมีประสิทธิภาพได้ อันนี้คือแบบสิ่งที่เปลี่ยนไปเยอะในวงการการ์ตูนสำหรับเรานะครับ เราว่าทิศทางมันจะคล้าย ๆ กับวงการสิ่งพิมพ์โดยรวมครับ ก็คือตัว Contect การ์ตูน จะไปสู่ในโลก Online มากขึ้นเรื่อย ๆ เหมือนตอนนี้ที่เราเห็นภาพชัด ก็คือวัฒนธรรมการอ่านของคนทั่วไปครับ เขาเริ่มยอมรับการอ่านการ์ตูนบนโลก Online อย่างมาก บางคนอ่านแต่ Online ด้วยซ้ำ ไม่ได้อ่านเป็นเล่มอะไรอย่างนี้ ซึ่งเขาก็โอเคกับมัน แต่มันเริ่มมี Website บางเว็บที่เขาสร้างนักเขียนครับ ไปเขียนงาน Online แล้วคนอ่านใน Online อย่างเดียว เช่น WeComics หรือว่า LINE WEBTOON อะไรอย่างนี้ครับ comico อะไรอย่างนี้ครับ ซึ่งมันก็จะมีกลุ่มคนที่อ่านสไลด์แบบบนหน้าจออย่างเดียวครับ เขาก็จะโอเคกับ Platform นี้ ที่การ์ตูนก็ถูกออกแบบมาเพื่ออ่านบนโทรศัพท์มือถือโดยแท้อะไรอย่างนี้ครับ เราเข้าใจว่าในอนาคตมันน่าจะถูก Transform ไปสู่ Online มากขึ้น แต่ว่าสิ่งพิมพ์ก็จะไม่หายไป เพราะว่าคนก็ยังต้องการสะสมหนังสือเป็นเล่ม หรือว่าชอบการอ่าน บรรยากาศการอ่านงานเป็นเล่มอยู่ ซึ่งโลก Online ไม่มีทางให้ได้ อะไรอย่างนี้ครับ [เสียงดนตรี] (บรรยาย) แม้สื่ออินเทอร์เน็ตจะเข้ามามีบทบาทต่อวงการหนังสือเพราะเข้าถึงง่าย แผ่ขยายในวงกว้าง ประหยัด และตรงกลุ่มเป้าหมายมากกว่า ทำให้คนสนใจสื่อสิ่งพิมพ์อย่างการ์ตูนน้อยลง แต่ในภาวะวิกฤตินี้ นับว่าการ์ตูนมีการปรับตัว โดยหันมาสร้างรายได้ โดยการลงให้อ่านฟรีบนโลก Online แล้วเก็บค่าโฆษณาแทนการออกเป็นรูปเล่มจำหน่าย ซึ่งสามารถสร้างรายได้ดีกว่าการรวมเล่มขายแบบเดิมเสียอีก เพราะฐานลูกค้ากว้างขึ้นมาก (คุณธนิสร์) ทุกวันนี้ นักเขียนการ์ตูนแทบจะทุกคนนะครับ ต้องมี ครับ Page ครับ แล้วสำนักพิมพ์หลายสำนักพิมพ์ก็ดูว่าสมมติถ้าเขาจะเอางานมาเสนอ เขาจะดูว่ามียอด Like Page เยอะไหม อะไรอย่างนี้ ในขณะเดียวกันสำนักพิมพ์หลายที่ก็ไปติดต่อ Page ดัง ๆ มาเพื่อผลิต Contect ด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้น ในแง่แบบ Online นี่ มันมีบทบาทต่อสิ่งพิมพ์แบบเชื่อมโยงกันโดยปริยาย วงการเหล่านี้น่ะครับ ดนตรี ศิลปิน อะไรอย่างนี้ การมีชื่อเสียงมันมีความสำคัญมากที่จะแบบประกอบอาชีพให้ได้ครับ มันทำให้คนรู้จักงานเรา ทำให้คนมาติดต่อเราไปทำงานอย่างอื่นที่อาจจะไม่เกี่ยวกับการ์ตูน แต่ว่าเลี้ยงชีพได้ เช่น วิทยากร อะไรไรอย่างนี้ ซึ่งโดยวิทยากรอาจจะแบบไม่ได้เก่งเลย แต่ว่าดันดังไง แต่ว่าเขา แล้วไมค์ก็มาเจาะปากเขา แล้วเขาก็ได้พูดอะไรอย่างนี้ แล้วเขาก็ได้เงินจากตรงนั้นอะไรอย่างนี้ (บรรยาย) ความมุ่งมั่นในการฝึกฝนและเรียนรู้ศิลปะการวาดการ์ตูน พร้อม ๆ กับพัฒนาการถ่ายทอดผลงานในหลากหลายรูปแบบมาตั้งแต่เด็ก ทำให้ภูมิเกิดทักษะความชำนาญ สร้างเป็นองค์ความรู้เฉพาะตัวที่โดดเด่น เป็นที่รู้จักในวงกว้าง มีแฟนประจำที่ติดตามผลงานอยู่ตลอด ถือเป็นต้นแบบคนหนึ่งของคนทำงานในด้านนี้ จึงไม่แปลกที่นายสะอาดจะได้รับเชิญให้เป็นวิทยากรเพื่อถ่ายทอดวิธีคิดและประสบการณ์ให้กับคนอื่น ๆ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจอยู่เสมอ (ผู้เข้าร่วมสัมมนาหญิง 1) ส่วนตัว คือ เรียนสาย Animation น่ะค่ะ ก็เลยได้เรื่องความรู้เกี่ยวกับพวก Character อย่างที่พี่เขาบอกน่ะค่ะ ว่าการสร้าง Character ไม่ได้จำเป็นว่าจะต้องว่าหน้าตามันเป็นอย่างไร แต่คือต้องลง Detail เกี่ยวกับว่าอุปนิสัย รูปลักษณ์ ลักษณะว่าตัว Character ตัวนี้ คือ แบบมีที่มาอย่างไร ทำไมเขาถึงมีหน้าตาอย่างนี้ หรืออะไรอย่างนี้ค่ะ ก็จะได้ความรู้เกี่ยวกับพวกการ Design Character ไปด้วย (ผู้เข้าร่วมสัมมนาหญิง 2) ก็รู้สึกว่าอะไร รู้สึกได้วิธีแบบการเล่าลำดับเรื่องอย่างไรในการ์ตูน ซึ่งบางทีแบบมันไม่เหมือนกับที่เรียนในมหาวิทยาลัยก็จริง แต่ว่ามันเป็นอะไรที่ใช้ได้ แล้วแบบว่า คนมันแบบมันเอาไปใช้ในชีวิตจริง แล้วคนเราจะนั่นได้น่ะ (ผู้จัดสัมมนา) สำเร็จนะครับผม เพราะว่าหลาย ๆ คนก็รู้จักเขา อย่างที่เข้าใจกันคือผมน่ะ จัดสัมมนาไปแล้ว คือ เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาผมจัดของคุณบอย โกสิยพงษ์ คุณบอย โกสิยพงษ์ เขาเดินขึ้นมาจาก Lift เขาเจอป้ายของว่าตูนไทยไปที่ไหน คือ คุณบอยเขาสัมมนาวันจันทร์ แล้วของคุณสะอาดวันศุกร์ เขาบอก อ้าว คุณสะอาดมาด้วยเหรอ เอ้อ น่าฟัง น่าฟัง คือ คุณบอย โกสิยพงษ์ เขายังรู้จักเลย แสดงว่าคุณสะอาดเขาก็คงไม่ไม่ธรรมดาแหละครับผม (คุณธนิสร์) เหมือนว่าไปอยู่ในกล้อง ถามว่าตัวละครที่เราสร้างขึ้นมามันจะเล่นอยู่ในกล้องอย่างไร แล้วก็ 2. ก็คือมันจะต้องมีการ Design ว่า เรื่องทั้งหมดของเราน่ะ จะเล่าอย่างไร เล่าแบบไหน เล่าเร็วหรือว่าเล่าช้า จังหวะของเรื่องหรือว่าน้ำเสียงของเรื่องเป็นอย่างไร น้ำเสียงมันจะเนิบนาบ Space เยอะ ๆ หรือว่าน้ำเสียงมันจะรัว เร็ว เล่นมุกตลกตลอดเวลาอย่างนี้ มันก็จะเกิดอาการ Design ผ่านช่องไปเรื่อย ๆ สมมติถ้าเรา Space เยอะ ช่องก็จะมีการให้พื้นที่กับมันในแต่ละช่องสูงอะไรอย่างนี้ครับ วันนี้ก็มาบรรยาย เรียกว่าบรรยาย บางงานเสวนา เป็นวิทยากร ก็มีพูดเรื่องวงการการ์ตูนไทย วงการ Animation แล้วก็ขั้นตอนการทำงานเช่น การทำ Story Board การ Design Character อะไรอย่างนี้ แล้วก็รวมถึงวิธีคิดในการทำสื่อ หรือว่า Trend ของสื่อการ์ตูนในอนาคตว่าน่าจะเป็นอย่างไรบ้าง ทั้งแบบในไทยและต่างประเทศอะไรอย่างนี้ครับ พยายามจะเปรียบเทียบกัน มีบ้างครับ แต่ว่าไม่ไม่บ่อยเท่าไร ปีละ 2-3 ครั้งอะไรอย่างนี้ครับ รู้สึกหมดพลังครับส่วนใหญ่ รู้สึกว่าธรรมชาติของเราไม่ใช่คนที่พูดเยอะอะไรอย่างนี้ เวลาที่ สมมติถ้าเรางานทำงานเขียนเราจะเขียนได้เรื่อย ๆ อะไรอย่างนี้ แต่ถ้าเวลาพูด เรารู้สึกว่าเราจะเสียพลังงานไปค่อนข้างเยอะมากกว่าปกติ ที่เขาคิดตลอดเลยว่าสมมติว่าถ้ามีวันหนึ่งคนอ่านทุกคนแบบมีความเอกฉันท์ว่ามึงเลิกเขียนเถอะ แต่อาร์ตมึงน่ะกากว่ะ อะไรอย่างนี้ เราก็แบบเข้าใจ เราก็ยอมอะไร เราจะไม่เซ้าซี้กับการผลิตงานที่เราไม่เคารพตัวเองออกมาอะไรอย่างนี้ แต่ในกระทั่งแง่หนึ่งน่ะ คนไม่โอเคกับการ์ตูนเราแล้ว การ์ตูน Out แล้ว คนไม่อ่านการ์ตูนอีกเลยทั้งโลกอะไรอย่างนี้ เราก็ไปทำงานเขียนก็ได้ เราทำงานมาถึงจุดนี้ สุดท้ายความสนุก ความสุข ที่เราได้วาดตอนเด็ก ๆ กับพี่ชาย พี่สาวเราน่ะ มันก็กลายเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดอยู่ดี มันเหมือนว่าต่อให้มีคนอ่านชอบงานเราเยอะ แต่ถ้าเราแบบเราเขียนงานที่เราไม่สนุกกับมัน เราไม่เคารพตัวเองอะไรอย่างนี้ เราก็รู้สึกว่าไม่ทำมันดีกว่าอะไรอย่างนี้ (บรรยาย) สำหรับชายหนุ่มวัย 26 ปี ภูมิ ถือได้ว่าเป็นผู้ที่ประสบความสำเร็จคนหนึ่งในการสร้างสรรค์งานศิลปะด้านนี้ ได้รับการยอมรับทั้งในด้านของผลงานและชื่อเสียง แม้จะอายุไม่มาก ภูมิได้พิสูจน์ให้เราเห็นว่า แท้จริงแล้วความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาฝึกฝนฝีมือของตนเองอยู่เสมอ บวกกับความรักและความซื่อสัตย์ในสิ่งที่ทำ จะนำพาทุกคนนั้นไปสู่จุดหมายที่วาดฝันไว้ในที่สุด และนี่คือเรื่องราวของนักวาดการ์ตูนรุ่นใหม่แต่มากด้วยประสบการณ์ นายสะอาด หรือ ภูมิ ธนิสร์ วีระศักดิ์วงศ์ คนสร้างศิลป์ (คุณธนิสร์) “เราทำงานมาถึงจุดนี้ สุดท้ายความสนุก ความสุข ที่เราได้วาดตอนเด็ก ๆ กับพี่ชาย พี่สาวเราน่ะ มันก็กลายเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดอยู่ดี” [เสียงดนตรี] [เสียงโฆษณา] (บรรยาย) ความคิดเกิดจากความรู้ ที่หาได้จากการเรียนรู้ พบกันกับรายการ Green Law กฎหมายสายเขียว ทุกวันเสาร์ เวลา 11.35 น. ทางโทรทัศน์รัฐสภา ช่อง 10 [เสียงดนตรี] [รายการ D-มีดี] (ผู้บรรยายหญิง) รายการนี้ท่านสามารถเลือกรับฟังเสียงบรรยายภาพ หรือ Audio Description ที่ช่องเสียง AD และคำบรรยายแทนเสียงหรือ Subtitle ระบบ Closed Caption โดยกดรีโมตเปิด-ปิดการใช้งานที่ปุ่ม Subtitle ผ่านเครื่องรับโทรทัศน์ หรือ Set Top Box ระบบ Digital TV ภาคพื้นดิน (ผู้บรรยายชาย) รายการต่อไปนี้เป็นรายการทั่วไป สามารถรับชมได้ทุกวัย (ผู้บรรยายชาย) รายการต่อไปนี้เป็นรายการที่มีบริการคำบรรยายแทนเสียง และบริการเสียงบรรยายภาพ ท่านสามารถเลือกเปิดและปิด คำบรรยายแทนเสียง และเลือกรับฟังเสียงบรรยายภาพ ได้ที่ช่องเสียง AD จากเครื่องรับโทรทัศน์ในระบบ Digital [เสียงดนตรี] (คุณวัชรินทร์) ครับ จากตอนที่แล้วรายการ D-มีดี ได้ต้อนรับคนหูหนวกที่เก่ง อย่างคุณนับดาว องค์อภิชาติ ผู้อำนวยการกองประกวด Miss & Mister Deaf Thailand การประกวดหาตัวแทนคนหูหนวกคนไทยไปประกวดเวทีคนหูหนวกระดับโลก ที่เธอคนนี้ได้เรียนรู้การใช้สื่อที่ต้องพบเจอกับอุปสรรคในการเข้าถึงตั้งแต่เด็ก ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลข่าวสาร ความบันเทิงที่วัยเด็กต้องการ หรือข้อจำกัดของคนหูหนวกที่ไม่ได้รับความช่วยเหลือในการเข้าถึงสื่อ รวมทั้งไม่สามารถสื่อสารกับคนทั่วไปได้ แต่เธอคนนี้ไม่ยอมแพ้ครับ ได้เอาประสบการณ์เหล่านั้นผลักดันให้เป็นพลัง เพื่อก้าวไปเป็นผู้ผลิตสื่ออย่างตั้งใจ ด้วยหวังสร้างพื้นที่ให้คนหูหนวกได้มีสิทธิ์เหมือนคนทั่วไป โดยเฉพาะอาชีพคนทำงานสื่อสารมวลชน (คุณธัญวิทย์) สวัสดีครับคุณผู้ชมครับ ต้อนรับเข้าสู่รายการ D-มีดี วันนี้นะครับ เราก็ยังอยู่กับคุณนับดาวนะครับผม แขกรับเชิญของเรานะครับ ในตอนที่แล้วครับ เรารู้เรื่องราวของคุณนับดาวมาแล้วนะครับ ซึ่งเธอเป็นคนหูหนวก และปัญหาแรก ๆ ที่เจอ ก็คือปัญหาด้านการสื่อสารนั่นเอง แต่เธอก็ไม่เคยย่อท้อครับ จนปัจจุบันเธอก็ประสบความสำเร็จครับ (คุณวัชรินทร์) คุณนับดาวนะครับ เป็นผู้อำนวยการกองประกวด Miss & Mister , Miss Queen & Mrs. Deaf Thailand ที่มีความมุ่งมั่น ตั้งใจ ที่จะส่งเสริมการเรียนรู้ของคนหูหนวกให้เปิดกว้าง และเป็นที่รู้จัก และยอมรับของคนในสังคม และเร็ว ๆ นี้ คุณนับดาวก็จะก้าวเข้าสู่เวทีการประกวดระดับโลกด้วยครับ (คุณธัญวิทย์) ใช่แล้วครับ และภารกิจของคุณนับดาวนะครับ ก็คือภารกิจนักปั้นนั่นเองนะครับ เพราะว่าคุณนับดาวมีความเชื่อว่า อะไรก็ตามที่คนทั่วไปสามารถทำได้นะครับผม คนหูหนวกก็สามารถทำได้เช่นเดียวกัน ถูกต้องไหมครับคุณนับดาวครับ (คุณนับดาว) ใช่แล้วค่ะ และดิฉันก็พร้อมมากเลยนะคะ (คุณธัญวิทย์) ครับผม แล้ววันนี้นะครับเราก็มีน้อง 2 ท่านนะครับที่ต้องการจะมาเรียนรู้จากคุณนับดาวนะครับ ขอเรียนเชิญน้องทั้งสองท่านเข้ามาเลยครับ เชิญครับ เชิญครับผม สวัสดีน้อง ๆ ทั้ง 2 ท่านนะครับผม (คุณรัชพล) สวัสดีครับ (คุณศรัญญา) สวัสดีค่ะ (คุณธัญวิทย์) ให้แนะนำตัวเองหน่อยก็แล้วกัน ชื่ออะไรกันบ้างครับ เริ่มเลยครับ (คุณศรัญญา) สวัสดีค่ะ ชื่อส้มโอค่ะ เป็น Miss Deaf 2020 ค่ะ (คุณรัชพล) สวัสดีครับ ผมชื่อบิ๊ก ครับ เป็น Mr. Deaf 2020 ครับผม (คุณธัญวิทย์) น้องส้มโอครับ ทำไมถึงอยากออกมายืนเบื้องหน้าและใช้สื่อเพื่อการสื่อสารครับ (คุณศรัญญา) ดิฉันอยากจะเป็นตัวแทนของคนหูหนวก เพื่อแสดงให้คนทั่วไปได้รู้จักคนหูหนวก และได้รู้ว่าคนหูหนวกมีศักยภาพ สามารถทำได้ และอยากเป็นแบบอย่างให้กับคนหูหนวกคนอื่น ๆ ค่ะ (คุณธัญวิทย์) แล้วทางน้องบิ๊กละครับ (คุณรัชพล) ผมนะครับ มีความฝันนะครับ อยากจะเป็นนายแบบ แล้วก็เป็นนักแสดง เพราะว่าผมชอบมาก ๆ เลยครับ แล้วก็อยากจะเทียบเท่ากับคนหูดีด้วยครับ ขอบคุณครับ (คุณธัญวิทย์) นะครับผม ดูจากท่าทางของน้อง ๆ ทั้ง 2 ท่าน ก็คงจะพร้อมแล้วนะครับ และคุณนับดาวก็บอกเราไปตอนต้นแล้วว่าพร้อมมากเช่นเดียวกัน เดี๋ยวในวันนี้นะครับ เราจะมาติดตามทุกขั้นตอนเลยนะครับ กับภารกิจนักปั้นนะครับ จะทำอย่างไรน่ะ ให้คนหูหนวกสามารถจะมีความมั่นใจ กล้าแสดงออก และสามารถใช้สื่ออย่างสร้างสรรค์ได้ มาฟังจุดประสงค์ของภารกิจกันครับ (คุณวัชรินทร์) ก่อนจะไปพบกับภารกิจของคุณนับดาว เรามาชวนคิดกันว่า เราเห็นอะไรจากเรื่องราวที่คุณนับดาวได้เล่าให้เราฟังไปแล้ว และเรื่องนี้เกี่ยวข้องอย่างไรกับการรู้เท่าทันสื่อของคนหูหนวก เรื่องราวของคุณนับดาวสะท้อนให้เราเห็นถึงข้อจำกัดของคนหูหนวก ในการเข้าถึงสื่อข้อมูลข่าวสาร และความบันเทิงจากสื่อ ซึ่งในปัจจุบันสื่อที่นำเสนอในรูปแบบของภาษามือ ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการของคนหูหนวกครับ ซึ่งปัญหาจากการเข้าถึงสื่อนี้ เป็นอุปสรรคอย่างมากต่อการทำความเข้าใจของคนหูหนวก ทำให้คนหูหนวกต้องใช้ความพยายามอย่างมาก กว่าจะเข้าใจความหมายหรือเนื้อหาในสื่อ และปัญหาในการเข้าถึงสื่อที่หลากหลายของคนหูหนวก ทำให้คนหูหนวกขาดทักษะในการวิเคราะห์ เปรียบเทียบ หรือประเมินคุณค่าของสื่อครับ ดังนั้น ในภารกิจของเราที่มอบให้กับคุณนับดาวในครั้งนี้ จึงเป็นภารกิจที่ท้าทายสำหรับคุณนับดาว ในฐานะนักปั้นและผู้เข้าร่วมภารกิจ ซึ่งเป็นคนหูหนวก แม้ว่าจะมีอุปสรรคหรือข้อจำกัดต่าง ๆ มากมาย พวกเขาจะแก้ปัญหาและพัฒนาทักษะความเข้าใจในการวิเคราะห์ ตั้งคำถาม เปรียบเทียบข้อมูลข่าวสารจากสื่อได้อย่างไร และพวกเขาจะสามารถเข้าไปมีส่วนร่วมในฐานะผู้ผลิตสื่อที่มีความรู้เท่าทันได้หรือไม่ครับ (คุณธัญวิทย์) ก่อนจะทำภารกิจ ต้องถามคุณนับดาวก่อนครับ ว่า คิดว่าการเอาสื่อเข้ามาช่วยในการทำภารกิจนี่ จำเป็นมากน้อยแค่ไหนครับ (คุณนับดาว) จำเป็นมาก ๆ เลยค่ะ จะขาดสื่อไม่ได้เลยนะคะ เพราะว่าสื่อเหล่านี้ จะช่วยให้คนหูหนวกทันต่อเหตุการณ์ต่าง ๆ ในโลก เป็นการสร้างโอกาสให้เขามีโอกาสได้เรียนรู้และพัฒนาตนเองค่ะ สื่อจึงมีส่วนสำคัญมากค่ะ (คุณวัชรินทร์) คุณนับดาวครับ โดยทั่วไปแล้วนะครับ ผมเห็นว่าคนหูหนวกมีการใช้สื่อ แล้วมีปัญหาอุปสรรคในการเข้าถึงไหมครับ (คุณนับดาว) มีปัญหามากเลยค่ะ เพราะว่าไม่มีคำบรรยายใต้ภาพ หรือคนหูหนวกบางคนไม่สามารถอ่านภาษาไทยเข้าใจได้ 2. บางทีมีจอล่าม บางทีก็ไม่มีจอล่าม สิ่งเหล่านี้มันทำให้ไม่สามารถเข้าถึงได้ แล้วคนหูหนวกก็ไม่เกิดความเข้าใจ แล้วไม่สามารถพัฒนาได้อย่างเต็มศักยภาพค่ะ (คุณธัญวิทย์) แล้วอย่างงี้คุณนับดาวครับ ในปัจจุบันมันมีทั้งข้อมูลเท็จ มี Fake News อย่างนี้ครับ ในฐานะของคนหูหนวกนี่ จะใช้วิธีการแยกแยะอย่างไรครับ อันไหนจริง อันไหนไม่จริง (คุณนับดาว) สิ่งสำคัญเลยนะคะ ก็คือเรื่องของข้อมูล เราจะต้องรู้แหล่งที่มาของข้อมูลว่าข้อมูลเอามาจากไหน มีหลักฐานข้อมูลที่ชัดเจนไหม แล้วมีการเปรียบเทียบข่าวหรือข้อมูลกับแหล่งข่าวอื่น ๆ ด้วย ถ้าสมมติว่าข้อมูลไม่ตรงกันหรือไม่เป็นในทิศทางเดียว กันก็ถือว่าเป็น Fake News ค่ะ แต่ถ้าสมมติสำนักข่าวหรือแหล่งข่าวหลายที่มีข้อมูลตรงกัน เราก็สามารถเชื่อได้ว่าแหล่งข้อมูลนั้น อ้างอิงนั้นเป็นข่าวจริงค่ะ (คุณวัชรินทร์) คุณนับดาวครับ คุณนับดาวถือเป็นตัวอย่างที่ดีมากเลยนะครับ จะได้เป็นตัวอย่างให้กับคนหูหนวก ไม่ตกเป็นเหยื่อของสื่อ แล้วก็รู้จักระมัดระวังตนเอง เสพสื่อได้อย่างถูกต้อง ซึ่งเรื่องนี้เป็นสิ่งสำคัญมากเลยครับ สังคมมีการเปลี่ยนแปลง เราจะต้องรู้เท่าทันสื่อนะครับ เป็นเรื่องที่สำคัญมากเลยครับ (คุณนับดาว) ใช่ค่ะ (คุณวัชรินทร์) เยี่ยมมากครับ (คุณธัญวิทย์) อย่างนั้นเรามาดูกันครับ ว่าการจะรู้เท่าทันสื่อนี่ต้องมีวิธีการอย่างไรบ้าง ไปชมกันครับ (คุณวัชรินทร์) ทุกวันนี้โลกถูกเชื่อมโยงกันเป็นหนึ่งเดียวด้วยเทคโนโลยีทางการสื่อสาร ทำให้เกิดมีข้อมูลข่าวสารเกิดขึ้นมากมาย ทั้งในสื่อหลัก อย่างสื่อโทรทัศน์ วิทยุ รวมทั้งสื่อ Online สื่อแต่ละแบบถูกสร้างขึ้นมาด้วยจุดประสงค์ต่าง ๆ ทั้งที่เจตนาดีและซ่อนผลประโยชน์ เราเป็นผู้รับสื่อและเป็นผู้ส่งสารในเวลาเดียวกัน ถ้าเราเป็นคนรับสื่อที่รู้เท่าทัน ไม่ตกเป็นเหยื่อ ก็จะทำให้เราอยู่กับสื่อได้อย่างเป็นสุข และสร้างประโยชน์จากสื่อได้ นิสัยหนึ่งที่ควรฝึกในการรับข้อมูลข่าวสาร คือ ฝึกสงสัยและตั้งคำถามกับสื่อ อย่างเช่น เราเห็นข้อมูลต่าง ๆ ในโทรทัศน์หรือสื่ออื่น ๆ เราต้องอย่าเพิ่งเชื่อ ให้สงสัยก่อนว่าจริงไหม และหาข้อมูลอื่นมาเปรียบเทียบก่อนตัดสินใจ โดยอาศัยความคิดหลักของการรู้เท่าทันสื่อ เช่น 1. ตั้งคำถามว่าใครเป็นคนทำ จะช่วยให้เราคิดวิเคราะห์ต่อได้ ว่าน่าเชื่อถือหรือไม่ และมีเป้าหมายอะไรในการผลิตเนื้อหานั้น 2. ตั้งคำถามกับกลวิธีการนำเสนอ ว่าอะไรที่ทำให้เราสนใจ หากเรารู้เท่าทันวิธีนั้น เราจะไม่ตกเป็นเหยื่อได้ง่ายครับ 3. ตั้งคำถามกับเจตนาของคนที่ผลิตสื่อนั้น ๆ เพราะเนื้อหาให้สื่อส่วนใหญ่ถูกผลิตมา เพื่อการหาผลประโยชน์ โดยเฉพาะประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ บางครั้งก็เป็นการหารายได้ในทางที่ผิด เช่น การโฆษณาเกินจริง หรือการหลอกลวง Online ตอนนี้เราไปติดตามการทำภารกิจสอนคนหูหนวก ในฐานะคนรับสื่ออย่างรู้เท่าทันกันครับ (คุณนับดาว) เรื่องของ Fake News ค่ะ ข่าวทุกข่าวที่เราเห็นเป็นเรื่องจริงทั้งหมดไหมคะ (คุณรัชพล) ไม่แน่ครับ (คุณนับดาว) ใช่ค่ะ ทุกข่าวไม่ใช่ว่าจะจริง มันจะมีทั้งข่าวจริงและข่าวปลอม วิธีที่เราจะตรวจสอบ และจะได้ข้อมูลชัดเจน ก็คือต้องทำแบบนี้ค่ะ อย่างแรกเลยนะคะ เราดูตรงหัวข้อข่าว หลังจากเห็นแล้ว อย่าเพิ่ง Post อย่าเพิ่ง Share เราต้องเข้าไปตรวจสอบค่ะ ดูแหล่งที่มาของข่าวว่ามีแหล่งที่มาจากที่ไหน จากนั้นเข้าไปดูในเว็บหรือช่องทางอื่น ๆ ว่าข่าวนี้เขาให้ข้อมูลตรงกันไหม ถ้าตรงกันก็เป็นข่าวที่จริง เชื่อถือได้ แต่ถ้าตรวจสอบแล้วไม่ตรงกัน ก็เชื่อถือไม่ได้ อย่าเพิ่ง Post อย่าเพิ่ง Share นะคะ ในปัจจุบันนะคะ ก็มีอีกหนึ่งสิ่งที่เราจะต้องระมัดระวังตัว นั่นก็คือเรื่องของการถูกหลอกรัก Online หรือ Romance Scammer ค่ะ ก็จะเป็นลักษณะของการทักเข้ามาพูดคุยกับเราในเชิงชู้สาว ใน Application หรือช่องทาง Online มีทั้งคนดีและมิจฉาชีพอยู่ เพราะฉะนั้น เวลาที่เราใช้สื่อเหล่านี้ เราจะต้องพิจารณาดูให้ดีนะคะ เพราะทุกวันนี้พบการกระทำผิดแบบนี้เยอะมากเลยค่ะ น่ากลัวมากเลยนะคะ อันตรายมากเลย (คุณรัชพล) น่ากลัวมากเลยครับ ที่มาหลอกกันแบบนี้ (คุณนับดาว) ใช่ค่ะ และที่สำคัญนะคะ เขาจะบอกให้เราโอนเงินให้ เราต้องไม่โอนนะคะ เวลาจะทำอะไร เราจะต้องรอบคอบค่ะ เพราะทุกวันนี้คนหูหนวกเจอปัญหาเยอะมากเลยค่ะ เหตุผลเพราะ Website เหล่านี้ ไม่ได้มีจอล่ามภาษามือที่จะช่วยที่คนหูหนวกเข้าใจ คนหูหนวกก็เลยไม่รู้เท่าทันค่ะ ต่อมานะคะ เรื่องของการ Bully กัน ไม่ว่าจะเป็น เตี้ย อ้วน ดำ ซึ่งเป็นการกระทำที่ไม่ควรทำนะคะ เพราะทุกคนก็เป็นคนเหมือนกัน การที่เราไป Bully ใครสักคน เราไม่รู้เลยว่าเมื่อเขาเจอสิ่งเหล่านั้น เขาจะรู้สึกอย่างไร เหมือนน้องคนนี้นะคะ ที่มีข่าวว่าเสียชีวิต แล้วเราลองมาคิดดูนะคะ ว่าหากเป็นเราที่โดน Bully เราก็ไม่ชอบใช่ไหมคะ เพราะฉะนั้น อย่าไปทำแบบนี้กับคนอื่นนะคะ (คุณวัชรินทร์) นอกจากสื่อ Online ที่ว่าแล้ว สื่อโทรทัศน์ก็ยังเป็นสื่อที่คนหูหนวกใช้เข้าถึงข้อมูลข่าวสารด้วย แต่คนหูหนวกมีปัญหาต่อการรับข้อมูลข่าวสารทางโทรทัศน์ เพราะรายการที่มีล่ามภาษามือยังไม่ครอบคลุม ทำให้คนหูหนวกคล้อยตามกับสื่อที่ไม่เหมาะสมได้ เช่น รายการที่มีการนำเสนอความรุนแรง ที่คนหูหนวกอาจซึมซับข้อมูลที่ไม่รอบด้าน จึงทำให้เกิดพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมตามมาได้ หรือรายการโฆษณาสินค้าที่นำเสนอข้อมูลเกินจริง อ้างสรรพคุณ หรือกลวิธีที่ชักชวนให้หลงซื้อสินค้านั้น ๆ โดยไม่จำเป็น ทั้งนี้เป็นเพราะข้อจำกัดในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารที่ไม่เพียงพอนั่นเองครับ (คุณนับดาว) ตอนนี้นะคะ เรามีเทคโนโลยีใหม่ ๆ เยอะ เราก็ต้องเท่าทัน เช่น มันมี Facebook ใช่ไหม มี Ig คนหูดีเขาใช้เทคโนโลยี เราก็ต้องตามเขาให้ทันนะคะ (คุณวัชรินทร์) ในโลกแห่งยุค Digital นี้ เราสามารถติดต่อสื่อสารได้อย่างรวดเร็ว ทันใจ เพราะมีช่องทางการเผยแพร่ข่าวสาร ความรู้มากมายในหลากหลายรูปแบบ และหลาย Platform ซึ่งสื่อเหล่านี้คนหูหนวกก็สามารถใช้ร่วมกับคนทั่วไปได้ การใช้ประโยชน์ของสื่อในยุคใหม่นี้ นอกจากจะเพื่ออำนวยความสะดวกสบาย หรือใช้เพื่อการค้า หาความรู้ หรือเพื่อความบันเทิงแล้ว เรายังต้องรู้จักใช้วิจารณญาณในการวิเคราะห์ คุณประโยชน์และโทษที่แฝงอยู่ในสื่อนั้น ๆ ให้ได้ จึงจะเรียกได้ว่า “เป็นการรู้เท่าทันสื่ออย่างแท้จริง” ด้วยเทคโนโลยียุคใหม่นี้ ทุกคนสามารถเป็นผู้ผลิตสื่อได้เอง ซึ่งมาพร้อมกับ Application ที่มี Function ในการตกแต่งภาพและเสียงได้ เราในฐานะผู้รับสื่อก็ควรต้องระวังและรู้จักแยกแยะให้ออก ระหว่างสิ่งที่เป็นจริงกับสิ่งที่ถูกปรุงแต่งขึ้น เพื่อป้องกันการตกเป็นเหยื่อของสื่อที่ไม่หวังดีเหล่านี้ อันจะช่วยลดความเสี่ยงจากมิจฉาชีพ หรือช่วยแก้ปัญหาความแตกแยกได้ (คุณธัญวิทย์) ทั้งหมดถึงตอนนี้นะครับ ก็เป็นช่วงแรกของภารกิจเท่านั้นนะครับ เดี๋ยวช่วงหน้าครับ เรากลับมาติดตามภารกิจกันต่อ สักครู่เดียวครับ [เสียงดนตรี] (บรรยาย) D-มีดี (คุณธัญวิทย์) กลับมาติดตามภารกิจนักปั้นของคุณนับดาวกันต่อนะครับ ในตอนนี้ครับ คุณนับดาวก็กำลังสอนภาษามืออย่างเหมาะสมให้กับน้อง ๆ อยู่ครับ (คุณวัชรินทร์) ใช่แล้วครับ ตอนนี้ทั้งน้องส้มโอและบิ๊กกำลังเรียนระดับการใช้ภาษามือจากคุณนับดาว ไม่ว่าจะเป็นการสื่อสารทั่วไป ภาษามือที่ใช้ในการแสดง หรือภาษามือที่ใช้สำหรับการแนะนำตัว นักปั้นของเราจะปั้นมาในรูปแบบไหน เชิญติดตามครับ (คุณนับดาว) มาถึงช่วงนี้นะคะ พี่ก็จะมาสอนวิธีการแนะนำตัวเองเวลาอยู่หน้ากล้องนะคะ อย่างแรกเลย เราจะเน้นเรื่องของบุคลิกภาพแล้วก็ท่าทาง พี่จะให้ดูตัวอย่างนะคะ ตัวอย่างแรก ถ้าเราพูดว่า ดิฉันชื่อนับดาว ตอนนี้อยู่ที่บ้าน เราดูภาพแบบนี้เรารู้สึกอย่างไรคะ ไม่มีอารมณ์ร่วมใช่ไหม กับแบบที่ 2 ค่ะ สวัสดีค่ะ ดิฉันนับดาว จากจังหวัดราชบุรีค่ะ แบบที่ 2 นี่ จะมีสีหน้าที่สอดคล้องกับบริบทของการแนะนำตัว ทีนี้พี่ก็จะให้แต่ละคนนะคะ เลือกหัวข้อมาเล่าตามใจ คนละ 1 นาที จากนั้นพี่ก็จะแนะนำนะคะ เรื่องเกี่ยวกับบุคลิกภาพ เพราะต่อไป หากเราไปอยู่หน้ากล้อง เราจะได้ชิน แล้วก็ทำตัวได้ง่ายขึ้นนะคะ เดี๋ยวให้น้องส้มโอก่อนค่ะ ปรบมือต้อนรับหน่อยค่ะ (คุณศรัญญา) สวัสดีค่ะ ชื่อส้มโอค่ะ จากจังหวัดนครนายก วันนี้นะคะ จะมาเล่าเรื่องเกี่ยวกับแมว 16 ตัว ที่ดิฉันเลี้ยงไว้ค่ะ ล่าสุดมีคนนำแมวมาทิ้ง ดิฉันรับมาเลี้ยง 4 ตัว พ่อของดิฉันไม่ชอบแมวนะคะ จริง ๆ แล้ว แต่ว่าดิฉันอยากจะเลี้ยง พ่อก็เลยอนุญาต โดยให้ดิฉันรับผิดชอบดูแลแมว ให้อาหารครบ 3 มื้อ ตอนแรกแมวก็จะมีแผลตามร่างกายนะคะ ดิฉันก็ช่วยรักษาดูแลจนแผลหาย ทุกวันนี้ก็เลี้ยงทั้งหมด 16 ตัวค่ะ (คุณนับดาว) เยี่ยมมากเลยค่ะ ที่สำคัญอย่าลืมนะคะ ว่าการใช้ภาษามือ เราจะต้องมีจังหวะไม่เร็วหรือช้าจนเกินไป เสร็จแล้วหลังจากจบการเล่าเรื่องนะคะ จะต้องไหว้นะคะ ไม่ไม่ใช้ภาษามือแทนคำว่าขอบคุณ แต่ให้ใช้การไหว้แทนนะคะ ต่อไปน้องบิ๊กค่ะ (คุณรัชพล) สวัสดีครับ ผม บิ๊ก รัชพล ครับ จากจังหวัดชลบุรี ผมจะมาเล่าเรื่องเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพและการออกกำลังกายนะครับ มีตัวอย่างให้ชมด้วยครับ การออกกำลังกายจะทำให้ร่างกายเราแข็งแรงนะครับ แล้วก็มีสุขภาพดี แล้วครั้งหน้านะครับ จะมีขั้นตอนอื่น ๆ มาแนะนำอีกครับ ขอบคุณครับ (คุณนับดาว) สิ่งสำคัญเลยนะคะน้องบิ๊ก สังเกตได้นิดหนึ่งเลยนะคะ ว่าน้องบิ๊กตื่นเต้นใช่ไหมคะ สิ่งสำคัญเลย ก่อนที่เราจะออกมา เราจะต้องไม่ตื่นเต้น หายใจลึก ๆ นะคะ แล้วก็ไม่ต้องไปคิดเลยว่าข้างหน้าเรามีกล้องอยู่ เราจะได้ใช้มือได้อย่างเป็นธรรมชาติ เวลาที่เราไปสถานที่อื่น ๆ หรือว่าไปงานอื่น ๆ เราก็จะได้ไม่ตื่นเต้นนะคะ เพราะว่าเวลาที่มีกล้องมาจ่อ เราจะชอบแบบลืมบท หรือว่าตื่นเต้นจนเกินไป เราไม่ต้องสนใจจุดนั้น แล้วก็ทำมือให้เป็นธรรมชาติ ตามที่เราอยากจะเล่าเรื่องได้เลยค่ะ ทั้ง 2 คนทำได้ดีมากเลยค่ะ ต่อไปนะคะ เป็นเรื่องของการ Post ท่ายืนนะคะ ผู้หญิงนะคะ จะไม่ยืนแบบนั้นนะคะ ดูตัวอย่างพี่นับดาวนะคะ แบบของผู้หญิงเราจะต้องยืนแบบนี้ ไหนลองลองทำสิคะ เชิดคางขึ้นมานิดหนึ่งค่ะ จากนั้นยืนประมาณนี้นะคะ เพราะว่าเวลาที่เรายืน ถ้ายืนเปิดเกินไปมันจะไม่สวยนะคะ จากนั้นมองไปด้านหน้าค่ะ แบบนี้นะคะ อันนี้เป็นตัวอย่างนะคะ จำไว้นะคะ ว่าแบบนี้ เดี๋ยวให้น้องส้มโอไปฝึกค่ะ ต่อมา แบบของผู้ชาย ผู้ชายต้องยืนคลุมเป้าไหมคะ ลอง Post ด้วยตัวเองสิคะ อย่าคลุมเป้านะคะ สำหรับผู้ชาย Psot ประมาณนี้ แล้วมองตรงไปข้างหน้าค่ะ แต่ว่าหัวนะคะ อย่าตรงเกินไป จะต้องเอียงนิดหน่อยค่ะ สายตามองไปข้างหน้า แต่หัวจะเอียง ทำมุมเล็กน้อย ทำหลังให้ตรงค่ะ อย่าหลังงอนะคะ ต้องทำหลังให้ตรง เวลาคนดู มองมาจะได้มีบุคลิกที่ดีค่ะ [เสียงดนตรี] (คุณวัชรินทร์) ตอนนี้นะครับ ผมอยากถามน้องทั้ง 2 คน หลังจากที่คุณนับดาวได้สอนไปแล้ว รู้สึกอย่างไรกันบ้างครับ เล่าให้พี่ฟังได้ไหม (คุณศรัญญา) ได้ค่ะ จริง ๆ ส้มโอมีความสนใจเรื่องนี้อยู่แล้ว แต่ยังไม่ค่อยเก่งนะคะ หลังจากที่พี่ได้มาสอนเกี่ยวกับการเดิน ก็ทำให้รู้สึกว่าทำได้ดีขึ้น และการ Post ท่า สำหรับถ่ายภาพ ก็ต้องมีมุมที่เหมาะสม การใช้สีหน้าที่เหมาะสม ก็ทุกอย่างที่สอนมารู้สึกดีขึ้นหมดเลยค่ะ ก็ต้องขอขอบคุณพี่บีค่ะ (คุณรัชพล) ส่วนผมนะครับ ตอนแรกก็จะฝืน ๆ แข็ง ๆ หน่อย คุณนับดาวก็ช่วยสอนให้ จนรู้สึกไม่เครียด ไม่เกร็งครับ แล้วก็สามารถที่จะแบบ Post ได้แบบสบาย ๆ รู้สึกว่าตัวเองพัฒนาขึ้นครับ (คุณวัชรินทร์) เยี่ยมเหมือนกันใช่ไหมครับ (คุณรัชพล) ใช่ครับ ผมรู้สึกว่าดีครับ (บรรยาย) สำหรับภารกิจที่คุณนับดาวทำร่วมกับคุณบิ๊กและคุณส้มโอนั้น คือ การเรียนรู้การเป็นคนรับสื่ออย่างรู้เท่าทัน รู้จักคิดวิเคราะห์ เพื่อไม่หลงไปกับสื่อจำพวก Fake News Cyber Bully หรือ Romance Scamming รวมทั้งฝึกการแสดงออกและการใช้ภาษามือที่เหมาะสมเพื่อเป็นคนหูหนวกที่ผลิตสื่อเองอย่างมีคุณภาพ และรู้เท่าทันกระบวนการผลิตนั่นเอง (คุณธัญวิทย์) คุณนับดาวครับ ขั้นตอนต่อไปของภารกิจทำอะไรต่อครับ (คุณนับดาว) ขั้นตอนต่อไปนะคะ ก็จะให้น้องบิ๊กแสดงละครสั้น ๆ แล้ว Post ลงใน Application ค่ะ ส่วนน้องส้มโอ ให้ Post ภาพ ลงใน Application ค่ะ ก็อยากให้น้องทั้ง 2 คนนะคะ ได้ลองทำ 2 อย่างนี้ค่ะ (คุณธัญวิทย์) เอาละครับ คุณผู้ชมครับ ตอนนี้น้อง ๆ ทั้ง 2 ท่านนะครับผม ก็ได้รับโจทย์จากคุณนับดาวเป็นที่เรียบร้อยแล้วนะครับ น้องทั้งสองท่านต้องสร้าง Contect ขึ้นมาเอง และอยู่เบื้องหน้าด้วยนะครับ ในฐานะของสื่อสารมวลชน กลับมาพบกับพวกเราได้ใหม่กับรายการ D-มีดี สำหรับวันนี้ สวัสดีครับ [เสียงดนตรี] [เสียงโฆษณา] (บรรยาย) ความคิดเกิดจากความรู้ ที่หาได้จากการเรียนรู้ พบกันกับรายการ Green Law กฎหมายสายเขียว ทุกวันเสาร์ เวลา 11.35 น. ทางโทรทัศน์รัฐสภา ช่อง 10 [MV เพลง บ้านเกิดเมืองนอน] (ลูกสาว) ฮัลโหลแม่ (แม่) เมื่อไหร่จะกลับบ้าน (ลูกสาว) ยังน่ะแม่ ต้องอยู่ทำรายงานก่อนน่ะ นี่ เดี๋ยวกำลังจะออกไปแล้ว (แม่) ออกไปไหน (ลูกสาว) น่าจะไปที่ที่แบบ เก่า ๆ โบราณ ๆ น่ะแม่ (แม่) ปลอดภัยหรือเปล่า (ลูกสาว) ก็กลัวนิดหนึ่งนะ แต่ว่าก็ต้องไปน่ะ ไปหาข้อมูลสักแบบ นิดหนึ่ง อะไรอย่างนี้ (แม่) ระวังตัวด้วยนะ ดูแลตัวเองเยอะ ๆ รีบทำงานให้เสร็จ แล้วก็กลับบ้าน (ลูกสาว) อืม ๆ แม่ก็ดูแลตัวเองด้วยนะ [เพลง บ้านเกิดเมืองนอน] [เสียงดนตรี] (คุณธีรนัยน์) บ้านเมืองเรารุ่งเรืองพร้อมอยู่หมู่เหล่า พวกเราล้วนพงศ์เผ่าศิวิไลซ์ เพราะฉะนั้นชวนกันยินดี เปรมปรีดิ์ดีใจเรียกตนว่าไทย แดนดินผืนใหญ่มิใช่ทาสเขา ก่อนนี้มีเขตแดนนับว่ากว้างใหญ่ ได้ไว้พลีเลือดเนื้อแลกเอา รบ ๆ ๆ ไม่หวั่นใคร มอบความเป็นไทยให้พวกเรา แต่ครั้งนานกาลเก่าชาติเราเขาเรียกชาติไทย แน่นอนเนื้อและเลือดพลีไป เพราะฉะนั้นเราควรยินดี มีความภูมิใจแดนดินถิ่นไทย รวบรวมไว้ได้แสนจะยากเข็ญ ยากแค้นเคยกู้แดนไว้อย่างบากบั่น ก่อนนั้นเคยแตกฉานซ่านเซ็น แม้กระนั้นยังร่วมใจ ช่วยกันรวมไทยให้ร่มเย็น บัดนี้ไทยดีเด่นร่มเย็นสมสุขเรื่อยมา อยู่กินบนแผ่นดินท้องถิ่นกว้างใหญ่ ชาติไทยนั้นเคยใหญ่ในบูรพา ทุก ๆ เช้าเราดูธงไทย ใจจงปรีดาว่าไทยอยู่มาด้วยความผาสุกถาวรสดใส บัดนี้ไทยเจริญวิสุทธ์ผุดผ่อง พี่น้องจงแซ่ซ้องชาติไทย รักษาไว้ให้มั่นคง เชิดธงไตรรงค์ให้เด่นไกล ชาติเชื้อเรายิ่งใหญ่ ชาติไทยบ้านเกิดเมืองนอน ชาติเชื้อเรายิ่งใหญ่ ชาติไทยบ้านเกิดเมืองนอน (ผู้บรรยายหญิง) ปี 2565 นับเป็นโอกาสสำคัญของผู้ประกอบการไทย เพราะประเทศไทยจะได้รับบทบาทสำคัญ ในฐานะเจ้าภาพจัดการประชุมความร่วมมือทางเศรษฐกิจ Asia Pacific หรือ APEC ไทยจะให้ความสำคัญกับการฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมในช่วงหลังโควิด-19 โดยมี BCG Model เป็นแนวทางในการขับเคลื่อน โดยมีแผนในการสนับสนุนผู้ประกอบการในหลากหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นการใช้เทคโนโลยี Digital และนวัตกรรมในธุรกิจมากขึ้น การส่งเสริมบทบาทของสตรีในระบบเศรษฐกิจ รวมไปถึงสนับสนุนให้นักธุรกิจและผู้ประกอบการ MSME ได้รับข้อมูลอย่างทันท่วงที เพื่อให้สามารถปรับตัวและวางแผนทางธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อร่วมกันฟื้นฟูความเข้มแข็งของเศรษฐกิจและผู้ประกอบการไทย ให้พร้อมรับมือทุกความท้าทาย และความก้าวหน้าสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนร่วมกัน [เสียงดนตรี] (ผู้บรรยายชาย) ติดตามชม ถ่ายทอดสดการประชุมวุฒิสภา ทุกวันจันทร์ เวลา 09.30 น. และวันอังคาร เวลา 09.00 น. ถ่ายทอดสดการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ทุกวันพุธและวันพฤหัสบดี เวลา 09.30 น. ทางสถานีโทรทัศน์รัฐสภา ช่อง 10 (คุณวรปรัชญ์) สวัสดีครับ ผม ธาม วรปรัชญ์ ครับ (คุณโสภณ) สวัสดีครับ ท๊อฟฟี่ นะครับ เชื่อว่าตอนนี้นะครับ ทุกคนคงได้รับ SMS แปลก ๆ กันใช่ไหมครับ หรือว่าการโทรศัพท์แปลก ๆ เข้ามาหาใช่ไหมครับ (คุณวรปรัชญ์) สำนักงาน กสทช. ขอให้ประชาชน ระมัดระวัง อย่าหลงเชื่อข้อความ SMS หรือคนที่โทร. มาขอข้อมูลทางโทรศัพท์นะครับ (คุณโสภณ) แต่สิ่งที่เราควรระวัง ก็คืออย่าให้ข้อมูลส่วนตัวของเราไป เช่น เลขบัตรประชาชนครับ หรือ Username หรือ Password ต่าง ๆ นี่ อันนี้ห้ามให้เขาเด็ดขาดนะครับ เพราะว่าเขาอาจจะไปทำเรื่องเกี่ยวกับธุรกรรมทางการเงินครับ เพราะว่าเงินในบัญชีของคุณนี่ อาจจะถูกดูดไปก็ได้ครับ หากใครประสบปัญหาครับ ต้องการแจ้งข้อมูลเกี่ยวกับ เอสเอ็มเอส หรือโทรศัพท์หลอกลวงครับ สามารถแจ้งมายัง Call Center สำนักงาน กสทช. หมายเลข 1200 ครับ หรือส่งมาทาง Email ครับ 1200@nbtc.go.th ครับ [เสียงสัญญาณเคารพธงชาติไทย] (คุณประพันธ์) ธงชาติและเพลงชาติไทย เป็นสัญลักษณ์ของความเป็นไทย เราจงร่วมใจยืนตรงเคารพธงชาติ ด้วยความภาคภูมิใจในเอกราช และความเสียสละของบรรพบุรุษไทย [เพลงชาติไทย] (ผู้ขับร้อง) ประเทศไทยรวมเลือดเนื้อชาติเชื้อไทย เป็นประชารัฐ ไผทของไทยทุกส่วน อยู่ดำรงคงไว้ได้ทั้งมวล ด้วยไทยล้วนหมายรักสามัคคี ไทยนี้รักสงบ แต่ถึงรบไม่ขลาด เอกราชจะไม่ให้ใครข่มขี่ สละเลือดทุกหยาดเป็นชาติพลี เถลิงประเทศชาติไทยทวีมีชัย ชโย [เสียงดนตรี] (บรรยาย) สืบสาร งานแผ่นดิน เผดิมผดุง อำรุง อักขรา ราชูปถัมภ์ เสริมศึกษา บูชาศาสน์ ประกาศย้ํา คมนาคม ทรงนำ ดำเนินเจริญฯ [เสียงดนตรี] (บรรยาย) รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว กิจการด้านโทรศัพท์มีพัฒนาการที่ก้าวหน้าอย่างเห็นได้ชัดเจน แต่เดิม การติดต่อทางโทรศัพท์ ต้องให้พนักงานต่อสายจากโทรศัพท์กลางไปยังปลายทาง จึงจะสามารถติดต่อพูดคุยกันได้ อีกทั้งขณะนั้นมีสำนักงานโทรศัพท์กลางอยู่เพียงแห่งเดียว คือ ที่วัดเลียบ ถนนจักรเพชร เมื่อกิจการโทรศัพท์ที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จำนวนผู้เช่าโทรศัพท์ขยายตัวมากขึ้น อีกทั้งเครื่องชุมสายโทรศัพท์ ที่โทรศัพท์กลางวัดเลียบ ก็รับการติดตั้งเพิ่มขึ้นอีกได้ไม่มาก ในปี 2470 รัฐบาล โดย กรมไปรษณีย์โทรเลข จึงสร้างโทรศัพท์กลางขึ้นอีกแห่งหนึ่ง ที่ตำบลบางรัก บริเวณการสื่อสารแห่งประเทศไทย ในปัจจุบัน มีขนาด 900 เลขหมาย ปีเดียวกันนี้ ทางการได้วางสาย Cable ใต้ดิน เชื่อมโทรศัพท์กลางวัดเลียบ กับโทรศัพท์กลางบางรัก ส่งผลให้กิจการโทรศัพท์แพร่หลายไปทั่วกรุงเทพฯ นอกจากนี้ยังสามารถใช้ติดต่อกับจังหวัดใกล้เคียง เช่น จังหวัดสมุทรปราการ นนทบุรี และนครปฐมได้ด้วย ขณะนั้น พระเจ้าพี่ยาเธอ กรมพระกำแพงเพชร อัครโยธิน เสนาบดีกระทรวงพาณิชย์และคมนาคม ทรงดำริให้ริเริ่มใช้โทรศัพท์แบบต่อสายเอง เพราะมีประสิทธิภาพดีกว่าโทรศัพท์แบบพนักงานต่อจากโทรศัพท์กลาง ผู้ใช้โทรศัพท์ สามารถติดต่อกับปลายทางได้โดยตรง จึงรวดเร็วกว่า ตัดปัญหาความผิดพลาดในการต่อสาย อีกทั้งการใช้ตัวเลขอารบิก ทำให้ทุกชาติ ทุกภาษา เข้าใจง่าย การเก็บเงินโดยใช้เครื่องวัด มีความเที่ยงตรง และยังประหยัดค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาเครื่อง กล่าวได้ว่า เวลานั้น ไทยเป็นประเทศที่มีกิจการโทรศัพท์ก้าวหน้าในภูมิภาคเดียวกัน และเป็นก้าวสำคัญของการนำเทคโนโลยี วิทยาการต่าง ๆ เข้ามาปรับปรุง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ จนสามารถให้บริการประชาชนได้อย่างทั่วถึง และสะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น [เสียงดนตรี] (ผู้บรรยายหญิง) ปี 2565 นับเป็นโอกาสสำคัญของผู้ประกอบการไทย เพราะประเทศไทยจะได้รับบทบาทสำคัญ ในฐานะเจ้าภาพจัดการประชุมความร่วมมือทางเศรษฐกิจ Asia Pacific หรือ APEC ไทยจะให้ความสำคัญกับการฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมในช่วงหลังโควิด-19 โดยมี BCG Model เป็นแนวทางในการขับเคลื่อน โดยมีแผนในการสนับสนุนผู้ประกอบการในหลากหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นการใช้เทคโนโลยี Digital และนวัตกรรมในธุรกิจมากขึ้น การส่งเสริมบทบาทของสตรีในระบบเศรษฐกิจ รวมไปถึงสนับสนุนให้นักธุรกิจและผู้ประกอบการ MSME ได้รับข้อมูลอย่างทันท่วงที เพื่อให้สามารถปรับตัวและวางแผนทางธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อร่วมกันฟื้นฟูความเข้มแข็งของเศรษฐกิจและผู้ประกอบการไทย ให้พร้อมรับมือทุกความท้าทาย และความก้าวหน้าสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนร่วมกัน (ผู้บรรยายหญิง) สมาชิกแรกเริ่มของ APEC มี 12 เขตเศรษฐกิจ คือ ออสเตรเลีย บรูไน แคนาดา อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ มาเลเซีย นิวซีแลนด์ ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไทย และสหรัฐอเมริกา ต่อมาได้รับสมาชิกเพิ่ม รวมเป็น 21 เขตเศรษฐกิจ ดังนี้ สาธารณรัฐประชาชนจีน เขตบริหารพิเศษฮ่องกง จีนไทเป เม็กซิโก ปาโปนิวกินี ชิลี เปรู เวียดนาม และรัสเซีย [เสียงดนตรี] [รายการ ห้องข่าวรัฐบาลแชนแนล] (บรรยาย) รายการนี้ถ่ายทำขึ้นภายใต้มาตรการควบคุมโรค และข้อกำหนดที่ออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 [เสียงดนตรี] (บรรยาย) นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร มอบโล่รางวัลกิจกรรมส่งเสริมการต่อต้านคอร์รัปชันประจำปี 2564 พร้อมฝากเยาวชนตระหนักถึงความสำคัญของการสร้างสรรค์การเมืองสุจริต เชื่อ จะเป็นรากฐานให้เกิดบ้านเมืองสุจริต นายศุภชัย สมเจริญ รองประธานวุฒิสภาคนที่ 2 มอบโล่และประกาศเกียรติคุณให้แก่ผู้สนับสนุนโครงการกองทุนการศึกษา หวังสร้างนักเรียน เยาวชนเป็นคนดี มีคุณธรรม จริยธรรม เพื่อเป็นกำลังสำคัญของประเทศชาติ คณะกรรมาธิการ การแก้ปัญหาความยากจน และลดความเหลื่อมล้ำวุฒิสภา เสนอแนวทางคลี่คลายปัญหาจังหวัดภาคใต้ ด้วยการมุ่งพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ใน 3 ด้าน สำหรับความเคลื่อนไหวต่างประเทศ มหาวิทยาลัย Oxford ของอังกฤษเตือน วัคซีน Pfizer หรือ AstraZeneca 2 เข็ม ไม่สามารถป้องกันโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอนได้ ชี้ ร้ายกว่าที่คาด (คุณวัฒนะ) สวัสดีครับ (คุณกิตติ) สวัสดีครับ (คุณสรัญธร) สวัสดีค่ะ ต้อนรับคุณผู้ชมเข้าสู่ห้องข่าวรัฐสภาแชนแนล ภาคเช้านะคะ เช้าวันนี้พบกัน วันพุธที่ 15 ธันวาคม พุทธศักราช 2564 ค่ะ อยู่กับคุณวัฒนะ คล้ายแก้ว คุณกิตติ เสรีประยูร ดิฉัน สรัญธร แก้วเวียงชัย ค่ะ และผู้บรรยายภาษามือของเราในวันนี้ อาจารย์คมคิด ศันสนะเกียรติ ค่ะ (คุณวัฒนะ) ครับ เช้าวันนี้คุณผู้ชม คุณผู้ฟังอย่าเพิ่งแปลกใจไปนะครับ ว่าผมกับคุณกิตตินี่สวมสูทด้วย แต่ว่าคุณสรัญธรทำไมไม่ใส่ แล้วอยากจะโชว์นิดหนึ่งนะครับ คุณสรัญธรใส่เสื้อตัวนี้ จะเชิญชวนคุณผู้ชมและคุณผู้ฟังนะครับ ไปร่วมกันบริจาคโลหิตที่สภากาชาดไทย ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาตินี่ ยังคงต้องการเลือดของคนไทย ที่จะไปช่วยเหลือนะครับ ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่เจ็บป่วย หรือว่าผู้ที่ประสบอุบัติเหตุต้องการเลือดเป็นอย่างมากนะครับ (คุณสรัญธร) ที่รัฐสภาเราเองก็มีกิจกรรมเรื่องของการเชิญชวนบริจาคโลหิตเช่นกันนะคะ สำหรับผู้ที่น้ำหนักถึง สุขภาพแข็งแรง นอนหลับพักผ่อนเพียงพอ ไม่แน่ใจว่าเป็นวันนี้เป็นวันแรก หรือว่าเป็นวันไหนกันแน่นะคะ (คุณวัฒนะ) วันพรุ่งนี้นะครับ ที่อาคารรัฐสภา สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรนะครับ ในส่วนของสำนักบริการทางการแพทย์ประจำรัฐสภา ก็จะมีการบริจาคโลหิต เชื่อว่าประชาชนที่อยู่บริเวณใกล้เคียงนะครับคุณผู้ชม ไม่ว่าจะเป็นชุมชนที่วัดแก้วฟ้าจุฬามณี หรือพี่น้องประชาชนที่อยู่แถวเขตดุสิต ไม่ไกลจากรัฐสภา พรุ่งนี้เดินทางไปนะครับ ไปบริจาคโลหิตกัน แน่นอน สส. หลายท่านนี่ ผมเป็นแฟนคลับ จะเห็นไปให้บริการ บริจาคโลหิตหลายท่านเลยทีเดียว นอกจากนี้ก็ บุคคลในวงงานรัฐสภามากมาย ไปบริจาคโลหิตไม่ต่ำกว่า 200 Unit ทุกครั้งนะครับ (คุณสรัญธร) ก็ถือว่า