(อาจารย์เชาวนี) ฮัลโหล ฮัลโหล สวัสดีค่ะ ล่ามได้ยินไหมคะ ล่ามได้ยินพี่ไหม โอเค สวัสดีนะคะนักเรียนทุกคน สวัสดีค่ะ ลูกบอกว่า ตอนนี้ภาพจอล่ามมันเล็กน่ะค่ะ มันไม่เต็มจอ รอแป๊บหนึ่งนะลูก หัวหน้า สวัสดีค่ะ เป็นอย่างไรบ้างลูก สบายดีไหม ปิดเทอม ปิดเทอมนานเหมือนกันนะคะ เกือบเดือนเลย ประมาณ 3 อาทิตย์ นะ 3 อาทิตย์ แต่ละคนเป็นอย่างไรบ้าง อยู่ที่บ้าน ทำอะไรกันบ้างเอ่ย เล่าให้ฟังหน่อยสิ ใครมีไปเที่ยวที่ไหนไหมลูก ทำอาหาร ทำที่ไหน อ๋อ เอาไปขายที่ตลาดใช่ไหมคะ ไปขายที่ตลาดใช่ไหม ไปช่วยคุณแม่ใช่ไหมคะ ไปช่วยแม่ โอเค แล้วแม่ให้สตางค์มาเท่าไรลูก ไปช่วยแม่ แม่ให้เงินมาไหม แม่แบ่งสตางค์ให้บ้างหรือเปล่า ไม่ได้เลย ไม่เป็นไร เพราะว่าตอนนี้เราก็ช่วยคุณพ่อคุณแม่ก่อนนะคะ ฝึกเอาไว้ ดีมากเลยนะคะ ถึงแม้ว่าต้น ต้นนี่จะเป็นผู้ชายนะ แต่ต้นก็ยังไปช่วยคุณแม่ทำ... ทำอะไรนะลูก ที่ขายที่ตลาดนี่ทำกับข้าวอะไรลูก ขนมเหรอ ขนมไทย เยี่ยม แล้วพี่เบนซ์ล่ะลูก พี่เบนซ์ทำอะไร เกี่ยวข้าว เลี้ยงวัวเหรอ เลี้ยงวัว รวย รวยมากเลย มีกี่ตัวคะ วัวที่บ้าน วัวเยอะไหมลูก วัวเยอะไหม 3... 35 ตัว รวมลูกด้วยเหรอ แสดงว่าเบนซ์นี่เป็นเศรษฐีได้เลยนะนี่ วัวตัวหนึ่งนี่หลายหมื่นนะลูก บางตัวนี้ 40,000-50,000 เลยนะคะ ถ้ามันโต ๆ นะคะ ดีแล้ว ๆ ให้ช่วยคุณพ่อคุณแม่ทำงาน แล้วพี่เรย์ล่ะลูกพี่เรย์ ทำอะไรคะ กรีดยาง พ่อพาไปด้วย ครูถามหน่อย ตอนกรีดยางนี่มันต้องกรีดตอนไหน ช่วงไหนคะ เวลาที่เราไปกรีดยางน่ะ ตอนเช้า ประมาณ 10 โมง ต้องไปทุกวันไหม ต้องไปทุกวันไหมคะ ต้องไปทุกวันไหม ไปกรีดยาง อ๋อ โอเค เก่งมาก อรวรรณล่ะลูก ทำงานบ้าน ช่วยคุณยาย แสดงว่าไม่ได้อยู่กับคุณพ่อคุณแม่ใช่ไหมคะ ตอนปิดเทอมอยู่กับคุณยายใช่ไหมลูก มีพ่ออยู่ด้วย มีพ่อกับย่า อยู่กับย่าใช่ไหม สรุปอยู่กับย่าใช่ไหมลูก กับพ่อ โอเค ลูกเป็นผู้หญิง ลูกก็ดูแลบ้านนะคะ กวาดถู ไปช่วยคุณยายนะคะ คุณย่า คุณพ่อ ทำงานบ้านดีแล้วนะคะ ลูก ทำงานบ้านเหมือนกัน ทำงานบ้านเหมือนกันนะคะ น้องเมย์ อ๋อ ดูแลน้องใช่ไหมคะ พี่กับน้องใช่ไห มช่วยทำอะไรบ้าง ซักผ้ามีไหมลูก อ๋อ เยี่ยมนะคะ ทุกคนเลย นักเรียน ม.6 นักเรียนทุกคนเลยนะคะ กลับบ้านไป ทำงานช่วยคุณพ่อคุณแม่นะคะ ดีมากเลย แล้วตอนนี้นะคะ เทอมที่ 2 แล้ว รู้สึกเป็นอย่างไร ครูปิ๊กนะคะ มีความรู้สึกว่าเทอม 2 แล้วมัน… ใจมันเศร้า ๆ อย่างไรไม่รู้ เพราะว่าแค่เทอมเดียวเอง อีกประมาณ 3-4 เดือนน่ะ ลูก ๆ ก็จะจบแล้วใช่ไหม ลูก ๆ จะจบแล้วใช่ไหมลูก เอาอย่างนี้ เทอมนี้ถ้าสมมติว่าใครสอบของครูปิ๊กไม่ผ่านนะ คณิตศาสตร์ครูปิ๊กให้ตก แล้วก็เรียน ม.6 อีกครั้งหนึ่ง ดีไหม ดีไหม [เสียงหัวเราะ] ไม่เอาใช่ไหม ดีไหม อยากอยู่อีกไหม [เสียงหัวเราะ] โอเคนะคะ ก็เดี๋ยวเทอมนี้นะคะ เทอมนี้นี่เรียนง่ายมากเลยนะคะ จากเทอมที่แล้วเราเรียนเรื่องสถิตินะลูก ของเราดูว่าวิธีการนะคะ สถิติและข้อมูลนะคะ เราทำอย่างไรบ้าง จำได้ไหม การเก็บรวบรวมข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูลนะคะ มีค่าอะไรบ้าง ที่เราไปเก็บมานะคะ ทีนี้เราจะให้นักเรียนทำงานนี่เป็นกลุ่ม โดยใช้ที่เราเรียนมาของเทอมที่แล้วนะลูก เรื่องของสถิตินี่ มาเป็นพื้นฐานของการคำนวณนะคะ เทอมนี้ทั้งเทอมนะคะ ประมาณ 3-4 เดือนนี่ ครูปิ๊กจะสอนเรื่องของโครงงานนะคะ โครงงาน ซึ่งตัวนี้นี่สำคัญมากนะลูก สำคัญมาก เพราะอะไร นักเรียนรู้จักคำนี้ไหมคะ "โครงงาน" ใครเคยเห็นบ้าง ใครเคย… ใครเคยเห็นคำนี้บ้าง คำว่า "โครงงาน" เคยเห็นไหมคะ ใช่ ๆ ที่สำคัญนี่ มันมีหลายแบบมากเลยนะ โครงงานนี่ เดี๋ยวเรามาดูกันนะคะ ว่าทำไมโครงงานมันถึงสำคัญ โครงงานน่ะมันคืออะไรนะคะ โครงงานมันก็คือการศึกษาค้นคว้าสิ่งใดสิ่งหนึ่งนะคะ โครงงานตัวนี้ หมายถึง การศึกษา การค้นคว้า การวิจัยเรื่องใดเรื่องหนึ่ง หรือหลายเรื่องก็ได้นะคะ ที่ตัวเราอยากรู้ อยากรู้คำตอบ เราสนใจแล้ว เราก็เลยจะทำการศึกษาในเรื่องนี้แหละนะคะ เมื่อศึกษาแล้ว นำความรู้นะคะ ที่เราศึกษานี่มาประยุกต์ใช้ มาประดิษฐ์นะคะ มาคิดค้น มาปฏิบัติจริง มาเก็บข้อมูลด้วยวิธีการต่าง ๆ ที่หลากหลายนะคะ มันจะสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันของเราได้นะคะ หรือนำมาแก้ปัญหาในชีวิตประจำวันของลูก ๆ ได้ เพราะฉะนั้น โครงงานเป็นสิ่งที่เราคิดเพื่อหาคำตอบนะคะ ที่เราอยากรู้ และคำตอบนั้นน่ะ มันจะมีประโยชน์กับชีวิตของเราในอนาคตนะคะ เราอาจจะช่วยกันพัฒนา แก้ไขปัญหาก็ได้ อย่างเช่นอะไร อันนี้คือภาพสถานการณ์ติดเชื้อโควิด เห็นไหมลูก ของเทอมี่แล้ว ที่ลูก ๆ เรียนกัน แล้วครูถามว่ามีปัญหาอะไรที่ลูก ๆ พบเห็น แล้วลูก ๆ คิดว่าลูกจะแก้ปัญหานี้ ลูกก็คิดกันมีอยู่ 2 หัวข้อใช่ไหมคะ ของเทอมที่แล้วที่ลูก ๆ ช่วยวิเคราะห์กันออกมาว่าลูกอยากแก้ปัญหาอะไร ลูกคิดอะไร มีกลุ่มหนึ่งเลือกเกี่ยวกับโควิดนะคะ โควิด แล้วอีกกลุ่มหนึ่งก็คือเรื่องของการใช้โทรศัพท์ จำได้ไหมคะ กลุ่มไหนที่ทำการใช้โทรศัพท์ยกมือขึ้น จำได้ไหมว่าตัวเองทำอะไร การใช้โทรศัพท์ของเทอม 1 ใช้โทรศัพท์ใช่ไหม ใช่ มันมีอยู่ 2 กลุ่มลูก อันนี้คือปัญหาที่เราพบ ที่เราอยากแก้ ที่เราอยากวางแผนในการแก้ปัญหา เพราะฉะนั้น ไอ้ตัวนี้แหละคะ ในชีวิตประจำวันของลูกนี่ ทุกวัน ๆ ตั้งแต่เราตื่นนอนขึ้นมาจนถึงเราเข้านอนอีกครั้งนี่ เราจะเจอปัญหาตลอดเวลาเลย และเวลาเราเจอปัญหาปุ๊บ เราก็จะต้องมามีการคิดนะคะ มาคิดก่อนนะ คิดว่าเราจะแก้ปัญหานั้นอย่างไรนะคะ กระบวนการเหมือนกันกับการทำโครงงานเลยลูกนะคะ ถ้าเราทำโครงงานบ่อย ๆ นะคะ มันก็จะช่วยพัฒนาตัวเราเอง ช่วยพัฒนาทักษะนี่ ด้านต่าง ๆ ตัวเราก็จะพัฒนาการคิดใช่ไหมลูก คิด เวลาเราเจอปัญหาเราต้องคิดก่อนเลย คิด… คิดต้องมีระบบด้วยนะ คิดขั้นที่ 1 ขั้นที่ 2 ขั้นที่ 3 จะแก้ปัญหาอย่างไรนะคะ ถ้าสมมติว่าครั้งแรกคิดแบบนี้ มันจะทำได้ไหม ถ้าทำไม่ได้มันต้องมีแผนที่ 2 ถ้าทำแผนที่ 2 ไม่ได้ มันต้องไปทำอีกแผนหนึ่ง อันนี้คือการคิดอย่างเป็นระบบนะคะ มีการวางแผนการทำงานนะคะ มีทักษะการแก้ปัญหา และที่สำคัญที่สุด โครงงานนะคะ มันจะสอนเรื่องของการทำงานเป็นทีม การทำงานร่วมกัน ทำคนเดียวได้ไหมลูก เวลาเราคิด เราเจอปัญหา และเราทำคนเดียวได้ไหมคะ ใช่ คน ๆ เดียวบางที่คิดแล้วมันไม่ครอบคลุม แต่ถ้าหลายคนมาคิด เป็นอย่างไรคะ หลายคนแสดงความคิดเห็นใช่ไหม มันก็จะเกิดข้อมูล ข้อมูลที่เรามาแลกเปลี่ยนกันนี่ มันก็จะเป็นข้อมูลที่ดี ใช่ ภาพของล่ามมันเบลอค่ะ มันไม่ชัด ใช่ ๆ มัน... โอเค ได้ไหมลูก ได้ไหม ดีแล้วค่ะ โอเคแล้วค่ะ อันนี้เข้าใจนะลูก โอเคนะ อันนี้คือความสำคัญ แล้วก็โครงงานนะคะ ความหมายของโครงงาน โอเคนะ ทีนี้โครงงานที่ลูก ๆ ได้เจอในชีวิตประจำวันนี่ มันจะแบ่งเป็น 4 ประเภทลูก แบ่งเป็น 4 ประเภทด้วยกันสำหรับโครงงานนะคะ ลูก ๆ อาจจะเจอโครงงานมาแล้ว อย่างเช่น เราไปแข่ง KidBright ใช่ไหม เบนซ์กับต้นกับเร พี่เรใช่ไหม ที่ไปแข่งโครงงาน KidBright ใช่ไหม พี่เบนซ์ออกมาก่อนลูก ออกมาตอบคำถามก่อน มาเล่าให้ฟังหน่อยว่าไปทำโครงงานอะไรบ้าง มา ถามว่า ลูกนี่เป็นตัวแทนนะคะ เป็นตัวแทนของโรงเรียนที่ไปแข่ง ไปแข่ง KidBright ใช่ไหมคะ ไปแข่ง KidBright อันนี้ก็คือทำโครงงาน แต่เป็นโครงงานอะไร ของวิชาวิทยาศาสตร์ใช่ไหมลูกที่ไป ใช่ ที่ไปแข่งที่กรุงเทพฯ ที่ไปทำที่กรุงเทพฯ นี่ เล่าให้ฟังหน่อยว่าลูกทำโครงงานอะไร ลูกทำโครงงานเกี่ยวกับอะไร ปัญหาของลูกที่เจอคืออะไร แล้วลูกวางแผนอย่างไร อ๋อ แสดงว่าแข่งกัน 2 อย่างใช่ไหมคะ ต้นนี่จะแข่งรถบังคับใช่ไหมลูก ของต้นน่ะจะแยกกันใช่ไหม โครงงานรถบังคับ ที่ขับรถ แล้วบังคับให้เขาไปไอ้นั่นลูกโป่งใช่ไหม อ๋อ โอเค ถามหน่อย ตอนที่ทำ ตอนที่ทำนี่ เรามีวิธีการคิดอย่างไร ทำอย่างไรให้รถมันไป... วิธีการที่จะให้รถนี่มันบังคับไปได้ตรงที่มีลูกโป่ง แล้วก็ทำให้ลูกโป่งแตก ลูกวางแผนอย่างไร ใช้คอมพิวเตอร์บังคับใช่ไหม ต้องแก้ ถ้าสมมติว่ามันไม่โดนน่ะ เราก็ต้องเอามาแก้ใช่ไหมคะ ทำจนกว่ามันจะหาวิธีการจนกว่ามันจะได้… มันจะทำให้ลูกโป่งแตก โอเค อันนี้ก็คือการคิด การแก้ไขปัญหา การวางแผนนะคะ นี่ กระบวนการของการทำโครงงานนี่ มันจะทำให้เรามีการคิดอย่างเป็นระบบนะคะ แล้วพี่เบนซ์ล่ะคะ เบนซ์นี่ ทำโครงงานเกี่ยวกับอะไรนะ สัญญาณเตือนภัยใช่ไหมลูก สัญญาณเตือนภัย ทำไม ครูถามว่าทำไมถึงคิดที่จะทำโครงงานนี้ขึ้นมา เหตุผลที่ทำโครงงานนี้ ทำไมล่ะ มันเป็นแสงใช่ไหมลูก มันเป็นแสง สัญญาณนี้มันจะออกมาเป็นแสง ไม่เป็นเสียงใช่ไหมคะ อ๋อ มีโทรศัพท์เข้าไปที่ LINE ด้วย เตือนในโทรศัพท์ด้วย โอเค โครงงานนี้ก็เป็นอีกหนึ่งโครงงานที่มาจากปัญหาที่พบในชีวิตประจำวันของคนหูหนวกถูกไหมลูก คนหูหนวกนี่ เนื่องจากหูเราไม่ได้ยิน ลูกก็เลยคิดว่าเอ๊ะ เราจะแก้ปัญหาอย่างไร เวลาเราไปเจอภัยพิบัติพวกนี้ใช่ไหมคะ มันก็จะต้องมีวิธีการในการเตือนภัย โอเคเก่งมาก เชิญนั่งค่ะ แล้วลูก ๆ อีก 4 คนที่เหลือนะคะ เราไม่ได้แข่งของโรงเรียนไม่เป็นอะไร เดี๋ยวครูปิ๊กจะพาทำโครงงานในห้องเรียนนี่แหละ พาทำโครงงานในห้องเรียนนี่นะคะ เราจะทำโครงงานกัน เสร็จแล้วตอนสิ้นเทอมนะคะ ตอนวันประชุมผู้ปกครองตอนที่ลูกจบการศึกษา ครูจะให้ลูก ๆ จัดนิทรรศการนะคะ ตรงหอประชุม ตรงหอประชุม แล้วก็ดูว่าลูกแต่ละคนนี่มีโครงงานอะไรไปนำเสนอให้คุณพ่อคุณแม่ได้รับรู้นะคะ ได้รับทราบหรืออันนี้ลูกคิดอะไรบ้างในการทำโครงงานนะคะ เรามาดูกัน โครงงานมีทั้งหมดอยู่ 4 ประเภทด้วยกัน อันแรกเลย โครงงานที่ 1 ลูก โครงงานที่ 1 โครงงานที่เป็นการค้นคว้าทดลอง อันนี้คือโครงงานแบบทดลองนะคะ ทดลองนั่นเอง อันนี้โครงงานแบบทดลอง คำว่า "ทดลอง" นี่ มันคืออะไรลูก โครงงานนะคะ แบบทดลอง ก็คือโครงงานที่มีการสำรวจ รวบรวมข้อมูลนะคะ แล้วนำข้อมูลมาจำแนกเป็นหมวดหมู่ นำเสนอในแบบต่าง ๆ เพื่อให้เห็นลักษณะ หรือเป็นโครงงานที่มีการออกแบบทดลองนะคะ มีการออกแบบนะลูก อันนี้คือออกแบบในการทดลอง เพื่อที่จะศึกษาผลของตัวแปรอิสระนะคะ ว่ามันมีผลอย่างไร อันนี้มันจะมีตัวแปร มันมีอยู่ 3 ตัวแปร เดี๋ยวตอนสัปดาห์ต่อไป ที่เราลงเรื่องของโครงงานแบบทดลองนะคะ ครูก็จะพาลูกลงไปดูว่า ตัวแปรทั้งหมดมีอยู่ 3 ตัวแปร ตัวแปรต้น หรือว่าตัวแปรอิสระนะคะ เรียกต่างกันแต่คือตัวเดียวกัน ตัวแปรต้นหรือตัวแปรอิสระนะคะ อันที่ 2 คือตัวแปรตาม ตัวแปรตามนะคะ อันที่ 3 อันที่ 3 คือ ตัวแปรควบคุมนะคะ มีอยู่ 3 ตัวแปร ถ้าเราจะทำการทดลองเราจะต้องรู้ให้ได้ว่าอันไหนคือตัวแปรต้น อันไหนคือตัวแปรอิสระ อันไหนคือตัวแปรควบคุมนะคะ ขั้นตอนมีอยู่ 5 ขั้นตอนอันนี้ เดี๋ยวเราจะทำกันนะคะ วันนี้เรามาเรียนรู้คร่าว ๆ ก่อน ว่า 4 แบบนี้มีอะไรบ้างนะคะ แล้วใครสนใจจะทำโครงงานแบบไหน ค่อยคุยกันกับเพื่อนนะคะ เราจะแบ่งกลุ่มกัน เรามีคนทั้งหมดอยู่ 10 คนใช่ไหมคะ ห้องนี้ นักเรียนมีอยู่ 10 คนนะ ก็จะให้แบ่งกลุ่มกันน่ะ อาจจะ 3… มีทั้งหมด 3 กลุ่มนะคะ กลุ่มละ 9… เอ้ย กลุ่มละ 3 และก็กลุ่มอีก 1 กลุ่มก็ 4 คนเท่านั้นนะคะ ขั้นตอนของการทำมีอะไรบ้าง เราจะเลือกหัวข้อของโครงงานที่เราสนใจนะคะ เราสนใจอยากทำเรื่องอะไร ไอ้หัวข้อที่เราสนใจนี่มันจะต้องเกิดมาจากปัญหาที่เราพบนะคะ สิ่งที่เราอยากรู้คำตอบนะคะ เราก็จะเลือกหัวข้อขึ้นมาแล้ว ว่าเราสนใจเรื่องอะไร น้องเมย์สนใจเรื่องอะไรลูก สนใจหัวข้ออะไร เมย์สนใจเรื่องเกี่ยวกับอาหาร เกี่ยวกับการออกกำลังกาย เกี่ยวกับ มีอะไรบ้าง ใช่ เยี่ยมนะคะ น้องเมย์เป็นคนที่สนใจเรื่องเกี่ยวกับความงาม การออกกำลังกาย การรับประทานอาหาร ลูกก็อาจจะทำการทดลองเกี่ยวกับเรื่องนี้ก็ได้นะคะ ทำโครงงานเกี่ยวกับในด้านของอาหาร เพราะว่าเมย์กับ... ใช่ ๆ อรวรรณ อรวรรณนี่ ทำกับข้าวอร่อย ไปแข่งอะไรนะ ศิลปหัตถกรรม ไปแข่งทำอาหารใช่ไหมลูก ลูกได้ไปแข่งทำอาหารใช่ไหม ลูกอาจจะคิดทำการทดลองนะคะ เกี่ยวกับอาหารที่ลูกสนใจ คิดสูตรขึ้นมาใหม่ มีสูตรหนึ่งอาจจะทำขนมเบเกอร์รีนะคะ แล้วก็อาจจะมาประยุกต์ใช้กับวัตถุดิบที่แตกต่างกันออกไป อันนี้ก็คือสิ่งที่สามารถคิดมาทำเป็นโครงงานทดลองได้ เราถนัดเรื่องอะไร เราสนใจเรื่องอะไร เราก็ทำเรื่องนั้นนะคะ มันก็จะมีหลากหลายหัวข้อแตกต่างกันไป พี่เรย์สนใจเรื่องอะไรคะ ในชีวิตประจำวันของเรย์ เรย์สนใจเรื่องอะไรลูก ครูถามว่าในเรื่องในชีวิตประจำวันของเรย์นี่ ทั่วไปเลย เราสนใจเรื่องอะไร เราชอบอะไร ในชีวิตในโรงเรียนดีกว่า ในโรงเรียนดีกว่า ในโรงเรียนนี่ ลูกสนใจเรื่องอะไร ลูกคิดว่าอะไรที่เป็นปัญหากับลูกมากที่สุด มีไหม มีปัญหาอะไรที่เกี่ยวกับตัวเอง เกี่ยวกับน้อง เกี่ยวกับเพื่อนเกี่ยวกับโรงเรียน มีปัญหาอะไรที่เราอยากแก้ไข มีไหมคะ เพราะว่าเรย์นี่เป็นคณะกรรมการนักเรียนใช่ไหม เราก็ มีปัญหาอะไรไหมลูก ตอนที่ลูกเป็นกรรมการนักเรียน น้องพูดยากมากเลย เตือนก็ไม่ฟัง ในเรื่องของกฎระเบียบของโรงเรียน น้องทำตามหรือยังใช่ไหมคะ เพราะว่าลูกนี่เป็นกรรมการนักเรียน ลูกก็จะต้องคิดว่า เออ ปัญหาที่จะพัฒนาทำให้น้อง ๆ เพื่อน ๆ นะคะ เราอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข และก็อยู่ภายใต้กฎระเบียบที่เรายอมรับนะคะ แล้วก็ต้องมีการคิดวางแผน แต่ว่าโครงงานของลูก ถ้าจะไปแก้ปัญหาแบบนั้น ลูกจะต้องไปเก็บข้อมูล ซึ่งมันจะไม่ใช่เป็นการทดลองแล้ว มันจะไม่ใช่โครงงานแบบทดลองแล้วนะคะ มันจะเป็นโครงงานอีกแบบหนึ่งนะคะ มาลำดับของการดำเนินงานนะคะ ข้อแรกเราผ่านไปแล้วนะลูก คือ เลือกหัวข้อไว้เรียบร้อยแล้วที่เราสนใจ ต่อมา ข้อที่ 2 เมื่อเราเลือกหัวข้อเสร็จแล้วนะคะ เราก็จะต้องไปศึกษาเอกสาร หรือว่าแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้ เราสนใจเรื่องอะไร ศึกษาค้นคว้าจากเอกสาร เอกสารนี่เป็นข้อมูลที่มันมีอยู่แล้ว เราไปหาความรู้มา แหล่งข้อมูล แหล่งข้อมูลตัวนี้ เราอาจจะไปเก็บข้อมูลจากอะไรคะ แหล่งข้อมูลมีปฐมภูมิกับทุติยภูมิถูกไหม ปฐมภูมิ ก็คือ เดินเข้าไปสอบถามเก็บข้อมูลกับแหล่งข้อมูลเองเลย ทุติยภูมิ คือ ข้อมูลที่มันมีอยู่แล้ว เราไปอ่านนะคะ เราไปค้นคว้าจากสิ่งที่มันมีอยู่แล้วเอามานะคะ อันนี้ก็คือขั้นที่ 2 ก็คือศึกษาค้นคว้าข้อมูลจากเอกสารหรือแหล่งข้อมูลนั่นเองนะคะ 3. จัดทำเค้าโครง เค้าโครงของโครงงานที่จะทำนะคะ มีรายละเอียดอะไร เดี๋ยวบอกนะคะ อันนี้เขาเรียกว่าเค้าโครงของโครงงานนี่ มันจะมีอยู่ 3 บทด้วยกัน เวลาเราทำเสร็จแล้ว โครงงานมันจะมีอยู่ 5 บทนะคะ ทำรายงานนี่มันจะมีอยู่ 5 บท เค้าโครงตัวนี้ มันจะทำแค่บทที่ 1 บทที่ 2 แล้วก็บทที่ 3 ทำเค้าโครงเอาไว้ก่อนนะคะ โอเคนะ ต่อไปอันที่ 4 หลังจากที่เรามีเค้าโครงแล้วนะคะ เราก็จะมาลงมือในการทำโครงงาน อันนี้แหละค่ะ ใช้ระยะเวลาในการทำที่ยาวมาก นานกว่าปกติ นานกว่าข้ออื่น ๆ นะคะ เพราะการลงมือทำ จะต้องอะไร มันมาจากการวางแผนในข้อ 3 แล้ว 1 2 3 4 เราจะเก็บข้อมูลอย่างไรนะคะ เราจะไปเก็บกับใคร เวลาไหนนะคะ ใช้ระยะเวลาเท่าไร ตอนที่เราลงไปเก็บข้อมูลนี้ มันก็เลยจะใช้เวลานาน ถ้าเป็นการทดลอง การทดสอบทำคุกกี้ธัญพืชนะคะ แบบต่าง ๆ ถ้าน้องเมย์สนใจจะทำโครงงานเกี่ยวกับคุกกี้ธัญพืชปุ๊บนี่ ขั้นนี้ก็คือขั้นการทำคุกกี้ธัญพืชแบบต่าง ๆ นั่นเองนะคะ ตัวนี้ เสร็จแล้วเมื่อเราทำเสร็จแล้ว เราก็จะมาสรุปเพื่อที่จะเขียนรายงานในข้อที่ 5 ตัวนี้นะคะ การเขียนรายงาน มันก็จะออกมาเป็นเล่มนะคะ เล่มรายงาน โครงงานนั่นเอง มีทั้งหมดอยู่ 5 บท เราก็จะมีรูปแบบของการเขียนนะคะ อันนี้เป็นงานที่ลูกจะได้ต้องได้ทำ เทอมนี้ครูจะเก็บงานเป็นงานกลุ่มนะคะ งานกลุ่มโดยให้ลูกนี่แบ่งกลุ่มกัน แล้วก็เลือกโครงงานประเภทต่าง ๆ ตามความถนัด ตามความสนใจของตัวเองเลยว่าลูกอยากทำโครงงานประเภทไหนนะคะ พอทำโครงงานเสร็จปุ๊บนี่ ลูกจะต้องมีเล่มรายงานโครงงานนะคะ ของแต่ละกลุ่ม 2. ลูกจจะต้องจัดนิทรรศการนำเสนอโครงงานนะคะ พรีเซนต์โครงงานของลูกในวันที่ลูกจบการศึกษานะคะ วันนั้นเอง วันที่ผู้ปกครองมานะคะ เราก็จะนำเสนอให้ผู้ปกครองได้เห็น อันนี้ครูจะตัดเกรดให้ลูกได้เลยนะคะ การรวบรวมข้อมูลนะคะ ของเทอมที่แล้ว เราบอกแล้ว การรวบรวมข้อมูล ก็คือการเก็บข้อมูลขึ้นมาใหม่ สมมติ สมมตินะคะ ว่าเราสนใจข้อมูลเรื่องอะไร แล้วเราก็จะไปเก็บข้อมูลนั้นมา เป็นข้อมูลปฐมภูมินะคะ ขั้นที่ 1 ขั้นที่ 1 ไปเก็บกับแหล่งนั้นเลย ไปเก็บกับตัวเขาเลยนะคะ อันนี้ก็คือทำขึ้นมาใหม่ รวบรวมข้อมูลของตัวแปร อันนี้ตัวแปรคือสิ่งที่เราสนใจนะคะ อย่างสมมติ เราสนใจเรื่องของการปลูกมะนาว เรื่องของการปลูกมะนาว ตัวแปรที่เราสนใจ คือ การเจริญเติบโตของต้นมะนาวนะคะ อันนี้ข้อมูลที่เราไปเก็บ เราก็จะต้องมีทำแบบบันทึกใช่ไหมลูก ทำแบบบันทึกในการรวบรวมข้อมูล เวลาเราปลูกต้นมะนาวแล้วนะคะ การปลูกก็มีอีกหลากหลายวิธีถูกไหมคะ ปลูกจากเมล็ด ปลูกจากการตอน ตอนกิ่งมาแล้ว แล้วเอามาปลูกนะคะ เราจะต้องเลือกแบบใดแบบหนึ่ง คือ การคุมตัวแปรนะคะ ตัวแปรควบคุม มันจะต้องมีวิธีการปลูกเหมือนกัน ใช้ดินแบบเดียวกันนะคะ รดน้ำปริมาณเท่ากัน เวลาเท่ากัน ทุกอย่างมันจะต้องมีการควบคุมนะคะ อันนี้คือข้อมูลที่เราจะเก็บ เหตุการณ์ที่เราสนใจนะคะ เมื่อเราเก็บข้อมูลได้แล้ว เราก็จะนำไปวิเคราะห์นะคะ เพื่อหาคำตอบว่า เราจะปลูกแบบไหน ที่ต้นมะนาวจะเจริญเติบโตได้ดี ดินแบบไหน แสงปริมาณเท่าไรนะคะ การรดน้ำ รดน้ำขนาดไหน อันนี้คือสิ่งที่เราสนใจ เพื่อที่จะให้ต้นมะนาวของเรานี่เจริญเติบโตได้แบบสมบูรณ์ ออกดอก ออกผลได้ดีนะคะ อันนี้ก็จะใช้ระยะเวลาในเก็บข้อมูลนานไหมลูก กว่าต้นมะนาวต้นหนึ่งที่เราปลูกนี่ ปลูกแล้วออกดอกออกผล ลูกว่าจะใช้เวลานานไหมคะ ประมาณเท่าไร 1 เทอมได้ไหม ประมาณ 3 เดือนมันจะเห็นดอกเห็นผลไหมต้นมะนาว น่าจะเห็นไหมลูก มันก็จะเป็นช่วงนะคะ มะนาวนี่มันจะออกดอกเป็นช่วง ฤดูกาลของเขา เพราะฉะนั้น อันนี้ก็คิด ถ้าใครอยากทำเรื่องนี้ต้องคิดหน่อย เพราะว่ามันจะใช้เวลาในการทำนี่นาน เก็บข้อมูลนานนะคะ นี่มันก็จะต้องมีการวางแผนว่าระยะเวลาเท่านี้เราจะทำได้ไหมนะคะ อันนี้คือตัวอย่างโครงงานแบบทดลอง อย่างเช่น ปุ๋ยชีวภาพนะคะ ชาสมุนไพรจากขมิ้น ใครสนใจเรื่องอาหาร เรื่องชา กลุ่มของชาอาจจะไม่ใช่มีแค่ชานะคะ มีครองแครงธัญพืช หรือเราอาจจะปรับเป็นครองแครงอย่างอื่น ครองแครงผลไม้ พวกนี้ได้หมดเลยนะคะที่ทำ ยาย้อมผมจากใบกาวนะคะ ไส้กรอก ทำไส้กรอกก็ได้ การทำแบบนี้ การทำโครงงานแบบทดลองนี่ ได้หมด ไม่ว่าจะเป็นเกี่ยวกับอาหาร ไม่ว่าเกี่ยวกับวิชาวิทยาศาสตร์ก็ได้นะคะ ทดลองทำตามสิ่งที่เราสนใจได้เลย อันนี้โครงงานประเภทที่ 1 นะคะ โครงงานประเภททดลองนะคะ ต่อไปโครงงานที่ 2 ลูก โครงงานแบบที่ 2 คือ โครงงาน เป็นการศึกษาทฤษฎี เขาเรียกว่า "โครงงานรูปแบบทฤษฎี" นะคะ ทำการศึกษาทฤษฎี อันนี้ คนที่ทำจะต้องมีความรู้พื้นฐานในวิชาต่าง ๆ วิชาที่เขา… ส่วนมากเขาจะทำก็คือโครงงานคณิตศาสตร์ กับโครงงานวิทยาศาสตร์ที่เขาเลือกทำกันนะคะ มันจะเป็นการทดสอบทฤษฎีอะไรต่าง ๆ นี่ ซึ่งโครงงานอันนี้ ถามว่าเหมาะกับเราไหม มันไม่ค่อยเหมาะกับโรงเรียนเราเท่าไรนะคะ เพราะว่ามันยากนะคะ มันยาก ลูกจะต้องเข้าใจ ถ้าจะทำเกี่ยวกับเรื่องของศึกษาทฤษฎีต่าง ๆ แล้วมาพิสูจน์นะคะ หาแบบรูป หารูปแบบที่มันคิดขึ้นมาใหม่ ว่าทฤษฎีนี้มันถูกหรือว่ามันมีรูปแบบในการทำให้ง่าย วิธีการคิดแบบไหนนะคะ อันนี้ยาก อันนี้ยาก ส่วนมากเขาจะสำหรับเด็กที่เรียนเป็นรูปของคณิตศาสตร์กับวิทยาศาสตร์นะคะ อันนี้ครูผ่านนะ มันดูแล้วมันไม่เหมาะกับเรา ของเรานี่โครงงานทดลองนี่เหมาะนะคะ เหมาะมากเลย อีกอันหนึ่ง ประเภทที่ 3 ลูก ประเภทที่ 3 คือ โครงงานประเภทการสำรวจ รวบรวมข้อมูล อันนี้ง่ายมาก ตัวนี้นี่ง่าย โครงงานประเภทการสำรวจ รวบรวมข้อมูลนะคะ ยังไม่ได้แก้ปัญหาอะไรทั้งนั้น ยังไม่ได้ทำอะไร เพียงแต่ดูว่าเราสนใจเรื่องอะไรมาก ไปเอาข้อมูลมานะคะ เอามาวิเคราะห์แล้วก็สรุปผลเท่านั้น อันนี้คือโครงงานประเภทการสำรวจรวบรวมข้อมูลนะคะ เหมือนวิชาอะไรที่ครูสอนไป เทอมที่แล้วครูสอนเรื่องของงานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียนใช่ไหมคะ โครงงานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน โครงการเกี่ยวกับต้นไม้ วิชาต้นไม้นะคะ ที่เราเรียน จำได้ไหม ที่เราเลือก ปีที่แล้วเราเลือกพืชที่เราจะศึกษา ก็คือมะนาวนะคะ มะนาว แล้วครูก็เลยแบ่งกลุ่มให้ลูก ๆ ไปสังเกต ไปเก็บข้อมูล แล้วก็ทำตารางบันทึกข้อมูล จำได้ไหม จำได้ไหมคะ ให้ไปดูลำต้นของมะนาวนะคะ ต้นมะนาวเกิดขึ้นมา ลำต้นตอนโคนของเขานะคะ ตรงโคนของเขานี่ มีลักษณะเป็นอย่างไร มีรูปร่างเป็นอย่างไร มีสี มีผิวนะคะ มีขนาดเป็นอย่างไร อันนี้คือลูกได้ไปเก็บข้อมูลแล้ว ลูกไปเก็บข้อมูลแล้ว ลูกได้สัมผัสกับโครงงานประเภทสำรวจแล้วนะคะ แต่ลูก ครูไม่ได้บอกว่าไอ้ที่ลูกทำนี่ มันเป็นโครงงานนะ นะคะ แล้วครูก็แบ่งกลุ่มอีก ว่าจากการศึกษาลำต้นตอนโคนแล้ว เขยิบขึ้นมาลำต้นตอนกลาง และก็ลำต้นตอนปลาย ก็คือตรงกิ่งของเขานะคะ แน่นอน สิ่งที่เราไปสำรวจ เราไปสรุปน่ะ เอามา… เอามาประเมินใช่ไหมคะ เอามารวบรวม แล้วก็เอามาสรุปผล ลูกก็จะเห็นได้เลยว่าลำต้น ลำต้นของมะนาวนี่ สีของเขาเป็นอย่างไร ใช่ไหมคะ ตรงลำต้นตอนโคนนี่ สีน้ำตาลเลย น้ำตาลเข้มเลยนะคะ ขึ้นมาหน่อย ตรงปลาย ตรงกลางมันจะเป็นสีเขียวใช่ไหมคะ สีเขียวเข้ม มีน้ำตาลด้วย ใช่ แต่ตรงกิ่งของเขาน่ะ ตรงกิ่งแถว ๆ ปลาย ๆ นี่ มันก็จะเป็นสีเขียวอ่อนก็มีใช่ไหมคะ สีเขียว มันจะไม่เป็นสีน้ำตาลแล้ว อันนี้คือการสำรวจข้อมูล แล้วลูก ๆ ก็จะสามารถสรุปออกมาได้ว่า โอเค แม้ว่าจะต้นเดียวนี่แหละ ต้นมะนาวต้นเดียวกัน แต่การศึกษาลำต้นของเขานี่ ในบริเวณต่าง ๆ นี่ มันมีความแตกต่างกัน อันนี้ก็คือโครงงานแบบรวบรวมนะคะ รวบรวมข้อมูล อันนี้ง่าย พอได้ข้อมูลมาแล้วก็เอามาแค่สรุปเฉย ๆ นะคะ โครงงานตัวสุดท้าย คือ โครงงานประเภทสิ่งประดิษฐ์หรือพัฒนา อันนี้คืออะไรคะ โครงงานประดิษฐ์หรือพัฒนา ก็คือโครงงานที่เบนซ์ไปแข่งนั่นเอง ที่เบนซ์ไปแข่ง ที่ไปแข่ง ไปแข่งที่กรุงเทพฯ นะคะ ที่ไปแข่ง KidBright ใช่ เป็นประเภทโครงงานประเภทสิ่งประดิษฐ์ ก็คือประดิษฐ์ ประดิษฐ์อะไร ประดิษฐ์บ้านที่มีสัญญาณเตือนภัย เตือนภัยสำหรับคนหนูหนวกนะคะ อันนี้ก็คือ เป็นการใช้ความรู้ แล้วก็หลักทางวิทยาศาสตร์มาประยุกต์ใช้นะคะ มาใช้อย่างไร มาพัฒนาประดิษฐ์เครื่องมือเครื่องใช้ อุปกรณ์หรือสร้างนวัตกรรมอันหนึ่งขึ้นมา มันก็จะมีผลงานชิ้นหนึ่งที่ลูกคิดขึ้นมาทำนะคะ มาทำในการแก้ปัญหาในชีวิตประจำวันของเรา อันนี้ ปัญหาในชีวิตประจำวันที่เบนซ์พบ ที่กลุ่มของเบนซ์พบก็คืออะไร พบว่าคนหูหนวกใช่ไหมคะ เวลาที่มีน้ำท่วมนี่ นอนอยู่ที่บ้านนี่ไม่รู้เรื่องเลยใช่ไหมคะ ไม่รู้เรื่องเลย แล้วเบนซ์ก็ไปคิดว่า เราจะทำอย่างไร ให้เกิดสัญญาณ การรับรู้สัญญาณว่าถ้ามีน้ำขึ้นมาในระดับหนึ่งปุ๊บ ใช่ ๆ [เสียงหัวเราะ] จะเพิ่มไฟสัญญาณไฟอย่างเดียว แล้วต้องมีใครมาตบไหมเบนซ์ นอน ๆ อยู่ ต้องเหมือนเป็นการสะกิดนะคะ ใช่ อันนี้ก็คือการคิด ใช่ คนปกติเขาได้ยินเสียง ได้ยินประกาศ ได้ยิน เขาเรียกว่าอะไรล่ะ เวลาประกาศนี่ เสียงเตือนภัยนี่เขาได้ยินเลยนะคะ ที่ต่างประเทศนี่ แผ่นดินไหว พวกสึนามิ พวกภูเขาไฟระเบิดพวกนี้นะลูก เขาจะมีสัญญาณเตือนภัย แล้วก็มีการซ้อม การฝึกซ้อมการหนีภัยตลอดเลยนะคะ แต่ว่าประเทศไทยของเรานี่ อย่างไรล่ะ เจอน้ำท่วมทีก็มาวิเคราะห์ ถอดบทเรียนทีหนึ่ง ซึ่งมันก็ไม่ค่อยได้นำมาเรียนอย่างจริงจังนะคะ มันก็เลยแบบเวลาเกิดปัญหาทีก็ตื่นตัวขึ้นมาครั้งหนึ่งนะคะ แล้วก็ลืมไป ลืม พอมาเจอใหม่อีกทีหนึ่งก็ตื่นตระหนกใหม่อีกครั้งหนึ่ง ก็เอานำมาคิดใหม่ ก็เหมือนเดิม แต่ไม่ได้นำมาใช้ ไม่ได้นำมาฝึกจริง ๆ ในขั้นตอนกระบวนการเรียนรู้นะคะ อันนี้คือโครงงานประเภทที่ 4 เป็นอย่างไรคะ โครงงานมีทั้งหมดกี่ประเภท ที่ครูปิ๊กเล่ามา เทอมนี้ที่เราจะเรียน ก็คือเรื่องของโครงงานนั่นเอง มีทั้งหมดอยู่ 4 ประเภทด้วยกัน โครงงานแรกโครงงานอะไร โครงงานทดสอบนะคะ โครงงานแบบทดสอบ อันที่ 2 โครงงานแบบทฤษฎีนะคะ เชิงทฤษฎีนะคะ อันที่ 3 โครงงานแบบสำรวจ รวบรวมข้อมูลนะคะ อันที่ 4 ก็คือโครงงานสิ่งประดิษฐ์นะคะ ลูกสนใจโครงงานแบบไหน เดี๋ยวค่อยมาคุยกันว่าเราจะเรียนแบบไหนนะคะ ลูกสนใจจะทำโครงงานประดิษฐ์ ทำได้ แต่ลูกจะต้องมีปัญหาขึ้นมาก่อน ว่าเราอยากแก้ปัญหาเรื่องอะไร แล้วก็สร้างตัวสิ่งประดิษฐ์นี้ขึ้นมา เพื่อที่จะแก้ปัญหานั้นนะคะ กลุ่มนี้ 3 คนนี้อาจจะสนใจเรื่องอาหารใช่ไหมลูก เรื่องอาหาร สนใจไหม อยากทำไหม กลุ่มนี้สนใจเรื่องอาหารใช่ไหมคะ ลูกก็อาจจะทำเรื่องของการทำอาหารนะคะ อันนี้ง่าย เหมาะมากเลยกับกลุ่มนี้ พี่เรย์นี่ไปคิดก่อนนะจะแก้ปัญหาอะไร เรย์ ทีนี้ ครูจะให้ลูก ๆ ได้แลกเปลี่ยนกันในกลุ่มนะคะ เดี๋ยวมาคุยกัน ว่าในชีวิตของเรานี่ เราพบปัญหาอะไรบ้างนะคะ เราพบปัญหาอะไรบ้าง เดี๋ยวเขียนออกมาเป็นข้อ ปัญหาตรงไหน 1. ปัญหาในเรื่องของการใช้ชีวิตประจำวันในโรงเรียน 2. ปัญหาในเรื่องการรับประทานอาหาร เป็นอย่างไรบ้าง ตอนนี้ ลูก ๆ ทานข้าวที่โรงเรียนนี่ เช้า เที่ยง เย็น ถูกไหมคะ ชอบหรือไม่ชอบ ชอบอาหารไหม ที่โรงเรียนทำให้ หรือไม่ชอบ ทำไม ทำไมถึงไม่ชอบ หรือทำไมถึงชอบ ลูกให้มาแลกเปลี่ยนกัน เพราะว่าอันนี้มันจะเป็นเชิงระบบนะคะ ครูจะให้เด็ก ม.6 ลองทดสอบก่อน โครงงานแรกเลย โครงงานสำรวจนะคะ ง่ายมาก อันนี้เดี๋ยวเราทำด้วยกัน ครูจะให้นักเรียนสำรวจว่าโรงเรียนของเรานะคะ ที่ทำเมนูอาหาร เช้า เที่ยง เย็น ที่ให้ลูกได้รับประทานนี่ ครูจะให้ลูกไปดูว่าน้อง ๆ นะคะ แล้วก็เพื่อน ๆ ของเรา ชอบหรือไม่ชอบอาหารที่โรงเรียนจัดนะคะ ชอบขนาดไหน ชอบอาหารอะไรมากที่สุด ครูจะให้เวลาในการเก็บข้อมูลอยู่ 1 สัปดาห์ 1 สัปดาห์นะคะ วันจันทร์ อังคาร พุธ พฤหัส ศุกร์ ให้อยู่ 5 วัน ให้เก็บด้วยกัน เก็บรวบรวมข้อมูลด้วยกัน โดยครูจะแบ่งนักเรียนนะคะ ออกเป็นระดับ เรามีกี่คนนะ 6 ใช่ไหมลูก 6 คนนะ 6 คน ตอนนี้เราอยู่นี่ 6 คน เพื่อนยังไม่มาอีก 4 คนใช่ไหมคะ ไม่เป็นไร ทีนี้ 6 คนนี้ มีทั้งหมดอยู่ 6 ระดับนะลูก เราจะไปเลือกตัวแทนของแต่ละระดับนะคะ ป.1 สุ่มนักเรียนมา เลือกนักเรียนนะคะ ไม่ใช่เดินไปแล้ว อันนี้สนิทกัน แล้วไปหยิบน้องเขามาเลย ไม่เอานะลูก ลูกจะต้องทำการสุ่ม สุ่มทำอย่างไร สุ่มอย่างง่ายค่ะ เด็ก ป.1 ป.1 มีทั้งหมดอยู่ 7 คน 7 คน สุ่มมา 3 คน สุ่มมา 3 คน เขียนหมายเลขเลย 1 2 3 4 ถึง 7 นะคะ แล้วก็หยิบสลากขึ้นมา อันนี้คือการสุ่ม เพราะฉะนั้น เราจะต้องไปถามความคิดเห็นของเด็ก 3 คนนี้ที่เราจับขึ้นมาได้ ทุกวัน ถามทุกวัน เมนูที่เรากินตอนเช้า ลูกจะต้องมีข้อมูลใช่ไหมคะ แม่ครัวเขาเขียนไว้อยู่แล้ว ว่าวันจันทร์ตอนเช้าทานอะไรนะคะ ถูกไหม ตอนเที่ยงทานอะไร แล้วตอนเย็นทานอะไร ลูกแค่ไปทำตารางขึ้นมา วันที่ รายการอาหาร เสร็จแล้วลูกไปถาม เก็บข้อมูลกับน้อง ป.1 ใช่ไหมคะ ชอบขนาดไหน ชอบอาหาร ตอนเช้าชอบ ไม่ชอบ ชอบมาก ถามน้องแค่นี้พอ เพราะว่าเด็กประถม เด็กเขาจะรู้แค่ว่าชอบ ไม่ชอบ อร่อย ไม่อร่อย เอาแค่นี้ เอานิดเดียวลูก ยังไม่ต้องไปถามควมคิดเห็นของน้องมากเท่าไร ได้นะคะ ทีนี้ อีกคนหนึ่ง ก็ไปทำเหมือนกัน ลักษณะเดียวกัน ต้น ป.1 เบนซ์ ป.2 ป.2 ก็เหมือนกัน ป.2 นี่มีจำนวนเยอะหน่อย มีอยู่ 13-14 คน เพราะฉะนั้น อาจจะสุ่มมา 6 คน สุ่มเด็กมาอยู่ 6 คน ในระดับ ป.2 นะคะ วิธีการทำเหมือนกัน ตั้งแต่วันจันทร์ถึงวันศุกร์นะคะ ไปเก็บข้อมูลว่าเด็กที่เราสุ่ม ป.2 มานะลูก ที่เราหยิบสลากขึ้นมานี่ ไปถามเขา วันจันทร์ตอนเช้าลูกชอบหรือเปล่า อาหารเมนูนี้ ชอบ ไม่ชอบ เหมือนกันนะคะ ชอบ ไม่ชอบ ชอบพอดี ชอบปานกลาง ชอบมาก ชอบน้อยอย่างไรนะคะ โอเคนะ เข้าใจนะ พี่เรย์ก็เหมือนกัน แต่พี่เรย์จะต้องไปเก็บข้อมูล ป. ไหนลูก เลือกค่ะ ป.3 เรย์อาจจะเป็น ป.3 ที่ทำนะคะ เรย์ ป.3 อรวรรณ ป.4 กิติยาภา ป.5 พี่เมย์ ป.6 เดี๋ยวเราจะมารวมกันแล้วก็วางแผนในการเก็บข้อมูลตัวนี้ โอเคไหม สัญญาณล่ามมันไม่ชัดอีกแล้วค่ะ ภาพเบลอค่ะ ได้แล้วนะ โอเค นี่คือสิ่งที่ลูก ๆ จะต้องทำ พอเราทำข้อมูลมาแล้วนะคะ อันนี้คือไปเก็บข้อมูลมา 1 อาทิตย์ ก็คืออาทิตย์หน้า วันนี้ยังไม่เอานะ วันนี้ยังไม่เริ่มนะคะ ครูจะให้เริ่มวันจันทร์ สัปดาห์ต่อไป วันจันทร์ สัปดาห์ต่อไป ให้ไปเก็บข้อมูล วันจันทร์ อังคาร พุธ พฤหัส ศุกร์นะคะ โอเคนะ เดี๋ยววันนี้เราจะมาวางแผนในการทำนะคะ เราจะออกแบบ ใบการเก็บข้อมูลนะคะ ว่าเราจะไปเก็บข้อมูลอย่างไร จะไปสุ่มแบบไหน น้องที่เราเลือกคือใครนะคะ น้องที่เราเลือกคือใคร แล้วนักเรียน ตอนที่นักเรียนไปเก็บข้อมูลนี่ น้อง… นักเรียนจะต้องบริหารจัดการเวลาของลูก ๆ ให้ดีนะคะ ลูกจะไปถามตอนไหน ที่สำคัญ กินวันนี้ กินเสร็จปุ๊บ ลูกต้องไปถามน้องปั๊บเลย เพราะอะไร น้องจะลืม น้องจะลืมว่าเขากินอะไรน่ะวันนี้ ตอนเช้าเขากินอะไร เขาชอบหรือเปล่า กินเสร็จปุ๊บ ทานเสร็จปุ๊บ อย่างตอนเช้าปุ๊บ เล็งไว้เลย เล็งน้องที่จะไปเก็บข้อมูลไว้เลย ทานเสร็จปุ๊บ หลังจากทานเสร็จ ให้ถามน้องได้เลย ลูกจะต้องมีแบบบันทึกที่ติดกับตัวเองไว้ ทำเป็นสมุดบันทึกเก็บข้อมูล คนละเล่ม คนละเล่ม โอเคไหม อันนี้คือวันนี้เดี๋ยวเราจะมาคุยกัน แล้วก็วางแผนในการออกแบบการทำสมุดในการเก็บข้อมูลกัน โอเคนะคะ พร้อมไหม พร้อมไหม เข้าใจอยู่ใช่ไหม เข้าใจงานที่ครูปิ๊กบอกไหมคะ โอเค เดี๋ยวเรามาร่วมกันทำ เดี๋ยวเอาเก้าอี้มานั่งติด ๆ กันเลยนะคะ โครงงานเรื่องนี้เป็นโครงงานประเภทสำรวจนะลูก โครงงานประเภทสำรวจ เรื่อง หัวเรื่องก็คือ อาหารที่หนูชอบ อาหารที่หนูชอบนะคะ ครูถามว่าเราจะเก็บข้อมูลกับระดับไหน กลุ่มแรก ประชากร ประชากร ก็คือนักเรียนทั้งหมดในโรงเรียนของเรา คุณครู บุคลากรทั้งหมด อันนี้คือกลุ่มประชากรที่อยู่ในโรงเรียนของเรา แต่กลุ่มตัวอย่างนะคะ กลุ่มตัวอย่าง ก็คือกลุ่มของนักเรียน เพราะตอนนี้ครูจะให้นักเรียนสำรวจความคิดเห็นของนักเรียนนะคะ ว่านักเรียนชอบอาหารประเภทไหนนะคะ ทีนี้นักเรียน นักเรียนในโรงเรียนของเรามีทั้งหมด ตอนนี้ 190 คน ตั้งแต่อนุบาลจนถึงม.6 เลยนะคะ เราจะไปเก็บทั้งหมดเลย 190 คน ไหวไหมลูก ไหวไหม เรามีแค่ 6 คน เราจะไปถามน้องทุกคนเลย ไหวไหม ไหวไหมคะ ถามก่อน ไหวไหม ไหวเหรอ ไม่เหนื่อยเหรอ เหนื่อยไหม มันเยอะลูก มันเยอะนะคะ แล้วก็ไปเก็บนานด้วย อ๋อ เห็นไหม เบนซ์บอกวิธีการ ก็คือ เอาน้องมารวมกันใช่ไหมลูก แล้วก็ยกมือ ง่ายเลยใช่ไหม ใช่ไหม อันนี้ก็เป็นวิธีการที่เบนซ์คิด ดีมากนะคะ ดีมาก อันนี้เป็นอีก 1 วิธีการหนึ่ง ใช่ โอเค โอเค ถ้าลูกทำได้ ลูกก็สามารถไปเก็บข้อมูลกับน้องทั้งหมดได้เลยนะคะ อันนี้ตอนเช้าที่เราทานข้าว โอเค รู้แล้ว วิธีการ เอาเรื่องของวิธีการก่อนนะ สรุป ลูกจะเก็บข้อมูลกับน้อง ป.1 จนถึง ม.5 ใช่ไหม ป.1 จนถึง ม.5 ถูกไหมลูก อนุบาลตัดออกนะคะ อนุบาลตัดออก กลุ่มตัวอย่าง ป.1 ถึง ม. ... ถึง ป.6 ครูถาม กลุ่มตัวอย่างที่เป็นนักเรียนทั้งหมดนี่ ลูกคิดว่าแบบสำรวจนี่ ลูกจะใช้อันเดียวกันไหม ถ้าเป็นน้องล่ะลูก น้องยังไม่ค่อยเข้าใจใช่ไหม อ่านข้อความยังไม่ค่อยได้ แล้วก็ระดับความชอบนี่ เขาอาจจะบอกได้แค่ว่าชอบ ชอบ ไม่ชอบ หรือเฉย ๆ มีอยู่แค่ 3 ความรู้สึกของเขาเท่านั้น เพราะฉะนั้น เด็กนะคะ เด็ก ป.1 จนถึง ป.6 การสำรวจความคิดเห็นให้แบ่งเป็น 3 ระดับพอ 3 ระดับพอนะลูก ไม่ต้องไปเยอะ ไม่ต้องไปเยอะนะคะ ไม่ชอบ อันแรกไม่ชอบ อันที่ 2 เฉย ๆ เฉย ๆ อันที่ 3 ชอบ มีอยู่ 3 อันพอ อันนี้ก็คือระดับความคิดเห็นนะคะ ทีนี้ ม.1 จนถึง ม.6 ลูก ม.1 จนถึง ม.6 เราโตแล้วใช่ไหมคะ ม.1 ถึง ม.6 เพราะฉะนั้น ระดับความคิดเห็นเราเพิ่มเป็น 5 ระดับ เพิ่มมาเลยนะคะ เป็น 5 ระดับ ไม่ชอบ ชอบน้อยที่สุด ชอบน้อย… น้อยที่สุด ระดับต่อมา ก็คือชอบน้อย ชอบปานกลาง เดี๋ยวนะ ชอบปานกลาง ชอบมาก และชอบมากที่สุด โอเคนะ 5 ระดับ เดี๋ยวเราจะไปทำแบบเก็บข้อมูลกันนะคะ 5 ระดับแล้วนะลูก สิ่งที่เรารู้ตอนนี้ ก็คือกลุ่มตัวอย่างที่เราจะไปเก็บข้อมูลนะคะ ระยะเวลาในการเก็บข้อมูล เพิ่มลงไป ระยะเวลาในการเก็บข้อมูล วันที่เท่าไรคะ วันจันทร์สัปดาห์ต่อไปคือวันที่เท่าไรลูก วันที่ 20 นะคะ วันที่ 20 20-24 พฤศจิกายน 2566 อันนี้คือวันที่ที่เราจะเก็บข้อมูล วันจันทร์จนถึงวันศุกร์นะลูก ใช่ ๆ สัปดาห์ต่อไป เบนซ์ไม่อยู่ไปราชการ ไปจัดนิทรรศการกับครูปิ๊ก เพราะฉะนั้น ลูก เพื่อนในห้องจะต้องวางแผน ใครจะมาช่วยเบนซ์เก็บข้อมูลในช่วงเบนซ์ไม่อยู่นะคะ ไม่อยู่ไม่เป็นไร แต่เพื่อนจะต้องทำงาน อันนี้คือความสามัคคี การช่วยเหลือซึ่งกันและกันนะคะ แต่ตอนนี้ เบนซ์ยังอยู่ในสัปดาห์นี้ สัปดาห์นี้เบนซ์ยังอยู่ เพราะฉะนั้นเบนซ์จะต้องช่วยออกแบบ ทำแบบบันทึกข้อมูลนะคะ ทำแบบบันทึกข้อมูล แบบเก็บข้อมูลตัวนี้ที่เราไปสำรวจ โอเคนะ ตอนช่วงเก็บข้อมูลไม่เป็นไร ก็คือฝากเพื่อนเก็บได้นะคะ โอเคไหม โอเคไหมคะ สงสัยอะไรไหมคะ สงสัยไหม ทีนี้ แบบสำรวจนะคะ แบบสำรวจข้อมูล จะทำแบบไหน ทำเป็นตารางสำรวจข้อมูลนะคะ วันที่ เดี๋ยวครูจะให้ลูก ๆ เป็นคนออกแบบดีไหม ให้ลูกเป็นคนออกแบบการสำรวจตารางการเก็บข้อมูลดีไหมคะ นักเรียนเคยเห็นแบบสำรวจไหม จะเป็นวันก่อน วันที่ เดือน พ.ศ. นะคะ ครูให้ไปสำรวจอาหารเช้า กลางวัน เย็น ก็จะมีรายการอาหาร เช้า กลางวัน เย็น จำนวนนักเรียน จะต้องบอกว่า จำนวนนักเรียนด้วยนะคะ ตัวที่จะมาเป็นตัวสรุป แต่ตอนที่เราจะไปเก็บข้อมูล เบนซ์บอกว่าอย่างไร เบนซ์บอกว่าเราจะไม่ไปถามทีละคนถูกไหม เราจะให้ลูกมานั่ง ตอนเช้าที่เราเข้าแถว ตอนที่รอเข้าแถว ลูกจะต้องมานั่ง แล้วก็ให้ถามว่าชอบหรือเปล่า ใครชอบ ไม่ชอบ ให้ยกมือแล้วนับนะคะ ข้อควรระวัง ข้อมูลตรงนี้ ข้อมูลตรงนี้นะ ลูกน่ะจะต้องนับให้ถูก เอาข้อมูลมารวมกันแล้วจะต้องเท่ากับกับจำนวนของกลุ่มตัวอย่างของเรานะลูก ไม่ใช่ว่ายกมือ 2 ครั้งเป็นอย่างไร ยกมือความชอบ 2 ครั้ง ซ้ำแล้ว ใช่ไหม มันก็เกินมาแล้วลูก ไม่ได้ ลูกจะต้องให้น้อง… อธิบายให้น้องฟังดี ๆ ว่ายกได้แค่ครั้งเดียว ความรู้สึกของตัวเองจริง ๆ ไม่ต้องไปตามเพื่อน อาหารวันนี้ ชอบหรือไม่ชอบ หรือเฉย ๆ นะคะ สำหรับน้อง ป.1 จนถึง ป.6 นะคะ แต่ถ้าเป็นมัธยม ชอบนิดเดียว ชอบน้อยมากเลยน่ะ หรือว่าไม่ชอบเลยนะคะ ชอบมากที่สุด อันนี้ลูกไปถาม แล้วให้เขายกมือ แล้วใส่จำนวนลงไปนะคะ ของแต่ละวัน ลูกก็จะสามารถเก็บข้อมูลได้แล้ว แบบบันทึกนี้ จะให้เป็นสมุดนะคะ ให้เป็นสมุด แล้วให้ลูกไปทำเป็นตารางบันทึกข้อมูลมา โอเคนะ ที่สำคัญ ที่สำคัญเลยนะคะ การเก็บข้อมูลนี้ ข้อควรระวัง ต้องทำทันทีหลังจากที่เด็กทานข้าวเสร็จนะคะ ตอนเช้า ลูกทานข้าว 7 โมงใช่ไหมคะ 7 โมงเสร็จปุ๊บ ตอนที่ลูก ๆ มารอเข้าแถวใช่ไหม ตอนที่ยังไม่ถึง 8 โมงเช้า ลูกมารอเข้าแถวแล้วตรงนี้ ลูกจะต้องเอากลุ่มตัวอย่างที่ลูกได้ไปสุ่มมานะคะ สุ่มมาหรือเลือกนี่ ชอบ ให้มาถามเลย ก่อนเสร็จกิจกรรมเข้าแถวหน้าเสาธงนะคะ เสร็จแล้ว ตอนเที่ยง ลูกทานข้าวเสร็จปุ๊บ ลูกทานข้าวเสร็จปุ๊บใช่ไหมคะ รวมน้อง นัดน้องเลย ทานข้าวเสร็จนัดน้องอยู่ใต้อาคาร 1 แล้วมาามน้อง ทำอย่างนี้อยู่ 5 วัน แล้วตอนเย็น ทานข้าวเสร็จ แล้วรวมก่อนที่จะแยกไปหอนอนใช่ไหมคะ อันนี้คือการที่ลูก ๆ ได้นัดเก็บข้อมูลได้ วิธีการง่าย แต่ลูกจะต้องทำเป็นอย่างไร ต้องมีวินัย ต้องมีวินัยในตัวเองนะ ไม่ใช่ฉันลืม ฉันไปช้า ก็เลยเก็บข้อมูลไม่ได้ อันนี้ ข้อมูลนี้ก็จะไม่สมบูรณ์ ข้อมูลนี้มันจะไม่สมบูรณ์ มันก็จะขาดหายไป เพราะฉะนั้น การทำโครงงานที่เราจะต้องนั่นจริง ๆ ก็คือการรักษาวินัยนะคะ การรักษาวินัย ความตรงต่อเวลา เมื่อเรากำหนดเวลาแล้ว เราจะต้องทำให้ตรงตามกำหนด กำหนดการที่เรากำหนดเอาไว้ เพราะอะไร เวลาฐานข้อมูลไม่สมบูรณ์ เราก็ไม่สามารถที่จะเอามาวิเคราะห์แล้วก็สรุปได้นะคะ มันก็จะกลายเป็นข้อมูลที่ไม่สมบูรณ์ ไม่เรียบร้อย เอามาทำประโยชน์ไม่ได้นั่นเอง โอเคนะ สงสัยอะไรไหมคะ ลูกมีสงสัยไหม ไม่มีนะคะ ไม่มี เดี๋ยวเราจะนั่งทำนะคะ แล้วก็ให้ลูกเขียนแบบสำรวจ โอเคค่ะ ขอบคุณล่ามนะคะ เดี๋ยวพี่ให้ลูกเขาทำกิจกรรมค่ะ ลูก ๆ คะ มองกระดานนะ ดู ครูจะทวนความเข้าใจของลูกอีกครั้งหนึ่งนะคะ ก่อนหมดเวลานะคะ ก่อนหมดเวลา ลูกดูนะคะ อันนี้คือแบบสำรวจข้อมูลที่เราช่วยกันออกแบบนะคะ จากที่ครูบอกว่าจะให้เก็บข้อมูลนะคะ ป.1 จนถึง ม.6 นี่ ลูกบอกมันติดปัญหา ติดปัญหาในการเก็บข้อมูล ลูกก็เลยให้ครูนะคะ ช่วยกันคิดกับเพื่อนแล้วว่าเราจะเก็บเป็นเรือนนอนนะคะ เก็บเป็นเรือนนอน อันนี้บริหารจัดการง่าย เพราะว่าตอนเช้าเราก็ไปเจอกันเข้าแถวเป็นเรือนนอนอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นเช้า เที่ยง เย็น ใช่ไหมคะ ทีนี้ ความรับผิดชอบของแต่ละเรือนนอน ก็ให้แต่ละคนรับผิดชอบไปคนละ 1 เรือนนอนนะคะ เขียนตามแบบนี้ เป็นแบบสำรวจความคิดเห็นเรื่องอาหารที่หนูชอบนะคะ ให้ใส่ชื่อเรือนนอนลงไปด้วยนะคะ มีวัน ตารางแรก ช่องแรกเลย คอลัมน์แรก ก็คือวัน เดือน ปี ที่เราไปเก็บข้อมูล วัน เดือน ปี ที่เราไปเก็บข้อมูลนะคะ เริ่มวันจันทร์หน้า ก็คือวันที่ 20 นะคะ ลูกเขียนลงไป 20, 21, 22, 23, 24 เก็บอยู่ 5 วัน แล้วรายการในคอลัมน์ต่อไป คือ รายการอาหารนะคะ เว้นไว้อยู่ 3 แถวด้วยกัน เพราะว่าตอนเช้าเรากินอาหารอยู่ 3 มื้อใช่ไหมคะ ตอนเช้า ให้นักเรียนไปดูที่โรงอาหาร ตอนเช้านี่ แม่ครัวเขาจะเขียนรายการอาหารเอาไว้ ลูกจะต้องไปเขียนรายการให้ตรงกับวันที่นะคะ เขียนรายการให้ตรงกับวันที่ ตอนเช้าอะไร เขียน อาจจะเป็นวาดภาพเพิ่มเข้ามาหน่อยนะคะ วาดภาพ ถ้าน้อง ๆ เขาไม่... สะกดคำ อะไรต่าง ๆ นี่ไม่ได้ อ่านแล้วไม่เข้าใจ ลูกอาจจะเป็นวาดภาพด้วย คำศัพท์ด้วย รายการอาหาร แล้วอาจจะเป็นภาพวาดของรายการอาหารประเภทนั้นนะคะ เพิ่มเข้ามา เสร็จแล้ว คอลัมน์ต่อไป ก็คือระดับความคิดเห็นนะคะ ทีนี้ ให้ใช้เหมือนกันหมดเลย ก็คือ จากตอนแรกเราว่าเราจะแบ่งเป็น 3 ระดับ ในระดับประถม 5 ระดับ ในระดับมัธยม ทีนี้เราเปลี่ยนนะคะ เราเปลี่ยนเป็นแค่ 4 ระดับหมดทุกคนเลยที่เราจะไปเก็บตัวอย่างนะคะ 4 ระดับนี้ คืออะไร 1. ไม่ชอบ 2. ปานกลาง 3. ชอบ 4. ชอบมากนะคะ นักเรียนจะต้องไปถามแต่ละเรือนนอนที่นักเรียนแบ่งกันแล้ว ว่าลูกจะไปเก็บตัวอย่างจากกลุ่มเรือนนอนอะไรนะคะ โอเคนะ วิธีการทำอย่างไร ให้ลูกมารวมกัน เตือนนะคะ ข้อควรระวัง ตอนที่ลูกไปเก็บข้อมูลนี่ ลูกบอกว่าจะให้น้องเขายกมือ ลูกจะต้องนับจำนวนข้อมูลก่อน เด็กที่มาหอนี้มีทั้งหมดกี่คนนะคะ มีทั้งหมดกี่คน ลูกจะต้องให้ได้ข้อมูลให้ครบ ไม่ใช่ว่าน้องยังมาไม่ครบแล้วลูกเก็บข้อมูลเลย ข้อมูลมันจะหายไปนะคะ นับจำนวนก่อน ว่าเขามาครบหรือยังนะคะ ถ้าเขามาครบแล้ว เริ่มเลย เมนูวันนี้ตอนเช้าคือเรากินอะไร ไหนใครไม่ชอบเลย อาหารวันนี้ตอนเช้า ไม่ชอบ ยกมือนะคะ ให้ลูกนับจำนวน นับจำนวนว่ามีกี่คน สมมติไม่ชอบ 5 คน ลูกก็เขียน 5 นะคะ เขียน 5 ลงไปในช่องที่ไม่ชอบ เขียนเลข 5 ลงไปในช่องจำนวนที่เราตีตารางเอาไว้ว่าไม่ชอบนี่ เขียนลงไปเลย 5 เสร็จแล้ว ถามน้องอีก ใครชอบปานกลาง ระดับความชอบใครปานกลาง พอดี ๆ ยกมือขึ้น แล้วลูกก็นับจำนวน นับจำนวนเสร็จ ก็เอามาเขียนตรงช่องปานกลางนะคะ เขียนให้ตรงช่องนะลูก เขียนให้ตรงช่อง ไปนับอีก น้อง ๆ คะ ใครชอบ… ชอบอาหารวันนี้บ้างยกมือ น้องเขาก็จะยกมือ แล้วใครที่ชอบมากที่สุดนะคะ เสร็จแล้วลูกจะต้องเอาข้อมูล 4 ช่องนี้ จำนวน 4 ช่องนี้ มารวมกัน สมมติว่าหอเด็กเล็กทั้งหมด เด็กเล็กมีคนเท่าไรลูก หอนอนเด็ก ๆ มีอยู่ 22 คน มีอยู่ 22 คน เวลาลูก... เวลาลูกนับ ให้น้องเขายกมือนะลูก ให้น้องเขายกมือนี่ เอามารวมกันทั้งหมด 4 ช่องนี้ จะต้องเท่ากับ 22 คนนะคะ 22 คนนะลูก ไม่ใช่ว่าหายไป เอามารวมกันได้ 25 หรือว่าเอามารวมกันได้ 18 อันนี้ไม่ถูกนะคะ ลูกจะต้อง Recheck ด้วย ก่อนที่จะเสร็จในการถามการเก็บข้อมูล อันนี้คือข้อควรระวัง มีใครสงสัยไหมคะ มีใครสงสัยไหม เราจะทำแบบนี้เช้า เที่ยง เย็น อยู่ 5 วันนะคะ อยู่ 5 วัน สิ่งที่เราจะพบในสัปดาห์หน้า อันนี้คือกระบวนการของการเก็บข้อมูลทำโครงงานแบบสำรวจข้อมูลนะคะ ในชีวิตประจำวันของเรานี่แหละ โอเคนะ สงสัยไหมคะ ถามอะไรไหมคะ เข้าใจนะ ไม่ถามใช่ไหม ถามไหม ไม่ถามนะคะ โอเค แสดงว่าเข้าใจกันหมดทุกคน ในสัปดาห์หน้าจะต้องไปทำ เวลาที่เราทำ ใช้เวลานอกเวลาเรียนนะคะ ก็คือตอนเช้า ทานข้าวเสร็จ เป็นอย่างไรคะ เข้าแถวใช่ไหม เดี๋ยวตอนเที่ยงกินเสร็จ เข้าแถวอีก เรือนนอน ลูกก็ไปถามได้เลยนะคะ โอเค สำหรับวันนี้ ถ้าไม่สงสัยอะไรแล้ว เราก็เรียนคณิตศาสตร์พอแล้วนะคะ ในวันนี้ จบแล้ว ตัวแทนขอบคุณพี่ล่ามด้วยนะคะ โอเค ลูกมาเร็ว ค่ะ ขอบคุณมากนะคะ [สิ้นสุดการถอดความ]