(อาจารย์ธิดารัตน์) สวัสดีค่ะ ได้ยินไหมคะ ฮัลโหล โอเค สวัสดีค่ะ โอเค ได้ยินแล้วค่ะ ค่ะ ก็วันนี้เดี๋ยวเราก็จะมาเรียนเกี่ยวกับตัวมาตรฐานตัวที่ 2 ของเรานะคะ ก็คือมาตรฐาน IEEE ของเรานั่นเองนะคะ ก็จะเป็นบทที่ 2 นะคะ เดี๋ยวเราจะมาดูเกี่ยวกับตัวมาตรฐาน IEEE นะคะ ดูตัวความหมายนะคะ แล้วก็ดูเกี่ยวกับตัวมาตรฐาน IEEE ที่เราจะเลือกมาทำความรู้จักกันนะคะ ว่าตัวมาตรฐานที่เราน่าจะได้ใช้งานแล้วก็พบนะคะ ในชีวิตประจำวันของเรา ส่วนมากนี่จะเป็นมาตรฐานตัวไหนบ้างนั่นเองนะคะ อย่างที่กล่าวไปแล้วนะคะ สำหรับสัปดาห์ก่อน ๆ นะคะ เกี่ยวกับตัวมาตรฐานรวมถึงตัวมาตรฐาน IEEE ของเรานะคะ ก็จะเป็นมาตรฐานเกี่ยวกับตัวสถาบันวิศวกรรมไฟฟ้าแล้วก็วิศวกรรมอิเล็กทรอนิกส์นะคะ ที่ทำการร่วมมือแล้วก็พัฒนานะคะ โดยตัวชื่อมาตรฐานนี่ก็มาจากตัว IEEE หรือว่า I แล้วก็ E 3 ตัวนั่นเองนะคะ ตัวมาตรฐานของเรานะคะ ก็ย่อมาจาก Institute of Electrical and Electronic Engineers นั่นเองนะคะ โดยตัวนี้ก็จะเป็นองค์กรนะคะ หรือว่าหน่วยงานที่ร่วมมือกันระหว่างวิศวกรไฟฟ้าแล้วก็วิศวกรอิเล็กทรอนิกส์นะคะ ทำการวิจัยพัฒนานะคะ เกี่ยวกับไฟฟ้านะคะ ทางโทรคมนาคม แล้วก็เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์นั่นเองนะคะ ตัวสถาบันตัวมาตรฐาน IEEE ตัวนี้ก็จะเป็นตัวมาช่วยพัฒนานั่นเองให้ทำการวิจัยที่ดีขึ้นนะคะ แล้วก็สามารถที่จะเผยแพร่ความรู้นะคะ ให้กับหน่วยงานอื่น ๆ นะคะ ที่ใช้งานเกี่ยวกับพวกไฟฟ้านะคะ คอมพิวเตอร์นะคะ หรือจะเป็นพวกระบบอิเล็กทรอนิกส์ และก็การวัดคุมนั่นเองนะคะ ซึ่งนะคะ ก็จะมีผู้นะคะ ทำการวิจัยเหล่านี้นี่อยู่ทั่วทุกที่นั่นเองนะคะ ตามความสามารถ แล้วก็ความเชี่ยวชาญนั่นเองนะคะ โดยตัวมาตรฐานตัวนี้ก็จะเป็นที่ยอมรับของนานาประเทศนั่นเองนะคะ ว่าเป็นสถาบันที่ให้การรองรับนั่นเองในการควบคุม แล้วก็ดูแลเกี่ยวกับพวกระบบไฟฟ้าด้านนี้นั่นเองนะคะ คราวนี้นะคะ เราก็จะมาดูตัวมาตรฐาน IEEE ของเราด้วยนะคะ ที่อาจารย์ยกมาเป็นตัวอย่าง ก็จะเป็นตัวมาตรฐานที่นักศึกษาน่าจะเข้าใจนะคะ แล้วก็น่าจะได้ใช้งานกันนะคะ เริ่มตั้งแต่นะคะ ตัวมาตรฐานนะคะ IEEE 802.11 นะคะ ก็จะเป็นตัวมาตรฐานนะคะ เกี่ยวกับการบริหารการจัดการระบบเครือข่าย อย่างเช่น การตรวจสอบนะคะ การรับรองผู้ใช้งานนะคะ เหมือนที่เราใช้ระบบเครือข่ายของมหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนครของเราเช่นเดียวกันนะคะ เวลาเราจะเข้ามาใช้งานระบบเครือข่ายหรือว่าระบบอินเทอร์เน็ตของมหาวิทยาลัยนี่ ก็ต้องมีการตรวจสอบถูกไหมคะ ว่าคนที่จะมาใช้งานนี้ก็ต้องเป็นสมาชิกนะคะ ไม่ว่าจะเป็นบุคลากรนะคะ หรือว่าจะเป็นนักศึกษานะคะ ของมหาวิทยาลัยราชภัฏเท่านั้นที่จะสามารถใช้งานระบบเครือข่ายของมหาวิทยาลัยได้ ก็จะมีการตรวจสอบนะคะ คุณสมบัตินะคะ รวมถึงการยืนยันตัวตนเพื่อเข้ามาใช้งานตัวระบบเครือข่ายนั่นเองนะคะ นี่ก็จะอยู่ในตัวมาตรฐานของ IEEE 802.1 หรือว่าที่รองรับผู้ใช้งาน หรือว่าที่ Authentication นั่นเองนะคะ ก็คือมาตรวจสอบสิทธิ์ของผู้ใช้งานนั่นเอง ว่าสามารถใช้งานตัวระบบเครือข่ายของตัวระบบอินเทอร์เน็ตได้ ก็คือตัวระบบของมหาวิทยาลัยก็จะรองรับสำหรับสมาชิกนะคะ ของมหาวิทยาลัยนั่นเองนะคะ ถัดมา คราวนี้ ก็จะพูดถึงตัวมาตรฐาน IEEE 802.2 นะคะ ก็จะเป็นมาตรฐานที่ควบคุมการเชื่อมนะคะ เชื่อมโยงของตรรกะ ก็คือลักษณะในรูปแบบการส่งข้อมูล หรือเวลาเราต้องการสื่อสารไม่ว่าจะเป็นการส่งข้อมูล รูปภาพ ไฟล์เสียง หรือว่าอะไรก็แล้วแต่นะคะ เกี่ยวกับตัวระบบเครือข่ายนะคะ เวลาเราค้นหาข้อมูลหรือว่าการ Download ข้อมูล หรือว่าการส่งข้อความหากันระหว่างเพื่อนนี่ ก็จะมีการเชื่อมโยงนะคะ ระหว่างอุปกรณ์นะคะ การเชื่อมโยงเหล่านี้ก็จะมีการส่งข้อมูลระหว่างตัวอุปกรณ์ที่ 1 กับอุปกรณ์ที่ 2 นั่นเองนะคะ ของเพื่อนกับของเรานั่นเองนะคะ ตัวนี้ก็จะเป็นรูปแบบการควบคุมการเชื่อมโยงว่ากรณีที่เราส่งข้อมูลหากันนะคะ ระหว่างอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์นี่ สามารถที่จะเชื่อมโยงและมีการควบคุมอย่างไรนั่นเองนะคะ ถัดมา อันที่ 3 ของเรา ก็จะเป็นตัวมาตรฐาน IEEE 802.3 นะคะ ก็จะเป็นรูปแบบของระบบเครือข่าย Ethernet นั่นเองนะคะ ก็จะเป็นระบบการส่งข้อมูลนะคะ ในระบบเครือข่ายที่มีการส่งข้อมูลในอัตราการส่งข้อมูลที่ 10 Mbps นั่นเองนะคะ อันนี้ก็จะเป็นรูปแบบเครือข่ายภายในนั่นเองนะคะ ถัดมามาตรฐาน 802.4 ก็จะเป็นรูปแบบการส่งข้อมูลแบบ Token Bus นั่นเองนะคะ เดี๋ยวเราก็จะมาดูว่าการส่งข้อมูลแบบ Token Bus มีรูปแบบการส่งข้อมูลอย่างไรนั่นเองนะคะ ถัดมามาตรฐาน IEEE 802.5 นะคะ ก็จะเป็นรูปแบบเครือข่ายมาตรฐานแบบ Token Ring นั่นเองนะคะ เราก็จะมาพูดถึงอีกว่าเขาจะมีรูปแบบการเชื่อมต่ออย่างไร การวางอุปกรณ์ การต่อสายนะคะ การเชื่อมต่อระหว่างอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ของเรานี่ มีการเชื่อมต่ออย่างไร มีการส่งข้อมูลอย่างไร มีข้อดีข้อเสียอย่างไร เดี๋ยวเขาก็จะมาพูดถึงรายละเอียดต่อไปนะคะ ในสัปดาห์หน้า ๆ นั่นเองนะคะ เพื่อจะได้เข้าใจถึงกระบวนการทำงานแต่ละมาตรฐานย่อย ๆ ลงไปนั่นเองนะคะ ถัดมานะคะ ก็จะเป็นตัวมาตรฐาน 802.6 นะคะ กรณีที่เราใช้งานตัวระบบเครือข่ายของมหาวิทยาลัยนี่ก็จะเป็นพื้นที่ภายในหน่วยงานหรือภายในองค์กรของเรา กรณีที่เรามีการเพิ่มพื้นที่ในการให้บริการนะคะ อย่างตัวมาตรฐาน 802.6 ก็จะเป็นมาตรฐานการให้บริการเครือข่ายนะคะ ในรูปแบบระดับเขต หรือว่าระดับเมืองของเราก็จะเป็นเมืองสกลนครของเรานี่ มีการใช้ระบบเครือข่ายในรูปแบบไหนนั่นเองนะคะ เราสามารถส่งข้อมูลนะคะ หากันนะคะ ระหว่างบุคคลที่อยู่ภายในตัวอำเภอเมืองของเรานี่ มีรูปแบบอย่างไรนั่นเองนะคะ ถัดมาก็จะเป็นมาตรฐาน 802.7 นะคะ ก็จะเป็นการส่งสัญญาณในรูปแบบ Broadband นะคะ ว่ามีการส่งข้อมูลนะคะ ในรูปแบบ Broadband นี่ ใช้อุปกรณ์แบบไหนในการส่งข้อมูลนะคะ ทุกตัวมาตรฐานก็จะมีรูปแบบแล้วก็รายละเอียดนะคะ ที่ค่อนข้างแตกต่างกันนิดหนึ่งนะคะ Broadband ก็จะเป็นลักษณะสายส่งสัญญาณประเภทอีกประเภทหนึ่งนั่นเองนะคะ ถัดมา ก็จะเป็นตัวมาตรฐาน 802.8 นะคะ หรือว่าเทคโนโลยีใยแก้วนำแสงของเรานะคะ ก็จะใช้อุปกรณ์ที่ในการเชื่อมระหว่างอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์นะคะ ในการส่งข้อมูลของเรา ซึ่ง ณ ปัจจุบันนี่ ก็จะค่อนข้างถูกนำมาใช้งานค่อนข้างเยอะนะคะ แล้วก็ราคาก็ค่อนข้างถูกลงนะคะ ณ ปัจจุบัน อินเทอร์เน็ตนะคะ ที่ติดตั้งนะคะ ภายในหอพักหรือว่าในตามครัวเรือนนี่ ก็จะเป็นรูปแบบของเคเบิลใยแก้วนำแสงค่อนข้างเพิ่มมากขึ้น เพราะว่ารูปแบบนะคะ ในการจัดส่งข้อมูลนี่ก็ค่อนข้างมีประสิทธิภาพมากขึ้นก็เลยนิยมปรับมาใช้นะคะ แล้วก็เนื่องจากอุปกรณ์ในการใช้ในการเชื่อมต่อหรือว่าอุปกรณ์ต่าง ๆ นะคะ ของตัวระบบก็จะมีราคาที่ค่อนข้างถูกลงนั่นเองนะคะ ถัดมา ก็จะเป็นตัวมาตรฐาน IEEE 802.9 นะคะ ก็จะเป็นการรวมเทคโนโลยีของการส่งข้อมูลนะคะ ของตัว ISDN นะคะ แล้วก็เทคโนโลยีเครือข่ายนะคะ ตัวระบบเครือข่าย ใช้สายอินเทอร์เน็ตนะคะ ที่เราใช้งาน ณ ปัจจุบันนั่นเองนะคะ เดี๋ยวเราจะมาดูว่าการรวมเทคโนโลยีแบบนี้นี่ เขามีการเชื่อมต่ออย่างไรนั่นเองนะคะ ถัดมานะคะ ก็จะเป็นมาตรฐาน IEEE 802.10 นะคะ ก็จะเป็นการรักษาความปลอดภัยในระบบเครือข่ายนะคะ อย่างเราใช้ระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต เหมือนตอนนี้นะ ใช้ของตัวเครือข่ายมหาวิทยาลัยอาจจะ Connect เข้าสู่ตัว SNRU Connect ของเรานะคะ แล้วก็เข้ามาใช้งานตัวระบบเครือข่ายนะคะ ก็ตัวมาตรฐานตัวนี้ ก็จะมาเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับผู้ใช้งาน อาจจะเป็นบุคลากรหรือว่านักศึกษาก็แล้วแต่นะคะ ว่าตัวระบบเครือข่ายที่เราใช้งานนี่ จะค่อนข้างมีความปลอดภัยในตัวระบบเครือข่าย ไม่มีการจะทำให้ข้อมูลที่เราใช้งานอยู่นี่ เกิดการรั่วไหล หรือว่าไปให้ผู้อื่นดึงข้อมูลของเราไปได้นะคะ อันนี้ก็จะเป็นระบบการรักษาความปลอดภัยนะคะ ของตัวระบบเครือข่ายนั่นเอง ถัดมาก็จะเป็นมาตรฐานของเทคโนโลยีนะคะ สำหรับ Wireless Lan นะคะ ก็คือ ตัวระบบเครือข่ายของเราในมหาวิทยาลัยของเราก็จะมีรูปแบบการใช้สายและก็ไร้สายนะคะ ตัว 802.11 ก็จะเป็นรูปแบบการให้บริการนะคะ รูปแบบไร้สาย หรือกรณีที่นักศึกษาใช้มือถือนะคะ ณ ตอนนี้อยู่ หรือว่าจะเป็นตัว Tablet นะคะ หรือว่าอุปกรณ์นะคะ ที่เป็นรูปแบบไร้สายต่าง ๆ มาทำการเชื่อมต่อนะคะ กับตัวระบบเครือข่ายนะคะ ตัวนี้ก็จะเป็นมาตรฐานที่มาควบคุมดูแลนะคะ เกี่ยวกับการใช้งานในรูปแบบไร้สายนั่นเองนะคะ ถัดมา มาตรฐาน 802.12 นะคะ ก็จะเป็นการจัดลำดับนะคะ ในการเข้าไปใช้งานของตัวระบบเครือข่ายนั่นเองนะคะ ว่าความสำคัญนะคะ ว่าใครนะคะ จะมีความสำคัญมากที่สุดในการใช้งานตัวระบบเครือข่ายนะคะ ว่าใครจะมีความสำคัญนั่นเองนะคะ ตามลำดับนะคะ ความต้องการใช้งาน ถัดมามาตรฐาน IEEE 802.14 ก็จะเป็นลักษณะการเชื่อมต่อของมาตรฐานของตัวโมเด็ม ซึ่งมาตรฐานนี้ก็จะเป็นมาตรฐานที่ค่อนข้างถูกใช้งานมาตั้งแต่เริ่มต้นแล้วนะคะ ว่ากรณีที่เราจะส่งสัญญาณนะคะ ระหว่างอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ หรือว่าอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ระหว่างอุปกรณ์ 2 ตัวนี่สามารถทำการเชื่อมต่อแล้วก็ส่งข้อมูลได้อย่างไรนะคะ แล้วก็จะมาดูการใช้งานในรูปแบบ Modem นี่ ก็จะเป็นการแรกเริ่มนะคะ ในการเชื่อมต่อทำการส่งข้อมูลนั่นเอง ถัดมา มาตรฐาน IEEE 802.5 นะคะ ก็จะเป็นมาตรฐานที่ใช้กำหนดพื้นที่ของตัวเครือข่ายไร้สายส่วนบุคคลนั่นเองนะคะ ก็สามารถที่จะกำหนดพื้นที่ให้บริการนั่นเอง สำหรับอุปกรณ์ไร้สายส่วนบุคคลนะคะ ว่าสามารถที่จะให้บริการถึงระดับตรงไหนนะคะ แล้วก็มีการใช้งานอย่างไรบ้างนั่นเองนะคะ ถัดมามาตรฐาน 802.16 นะคะ ก็จะเป็นการกำหนดมาตรฐานของตัวเชื่อมต่อในรูปแบบ Broadband ในรูปแบบไร้สายหรือจะเป็น WiMAX นั่นเองนะคะ รูปแบบไร้สาย หรือว่าจะเป็น WiMAX นั่นเองนะคะ กรณีให้บริการนะคะ ในรูปแบบไร้สายนะคะ อันนี้จะเพิ่มนะคะ ตัวการให้บริการขึ้นมานั่นเอง คราวนี้จะขอยกตัวอย่างเอามาตรฐานที่นักศึกษาน่าจะใกล้ตัวมากที่สุด ก็คือตอนนี้นะ เราใช้งานอยู่นะคะ แล้วก็มี Smart Phone นะคะ มีมือถือที่สามารถเชื่อมต่อระบบตวระบบเครือข่าย ตัวระบบอินเทอร์เน็ตได้นะ เข้ามหาวิทยาลัยมาก็ทำการ Login นะคะ เข้าสู่ระบบนะคะ ซึ่งในการใช้งานนี้ เราก็ใช้ตัวระบบเครือข่ายในรูปแบบไร้สายอยู่ ถูกไหมคะ เพื่อทำการเปิดนะคะ ตัว Wifi ขึ้นมาเชื่อมต่อกับตัวระบบมหาวิทยาลัยแล้วก็ทำการ Login มาใช้งานนั่นเอง ซึ่งตัวมาตรฐานนี้ก็จะเป็น 802.11 นะคะ ซึ่งจะมีตัวมาตรฐานหลายรูปแบบนะคะ ก็คือมาตรฐานไร้สายที่หลายตัวที่มาถูกนำมาใช้งานนั่นเองนะคะ ตัว 802.11 ก็จะมีนะคะ มาตรฐานไร้สาย โดยกำหนดเป็นตัวเลขขึ้นมาแล้วก็ตามด้วยตัวอักษรซึ่งเดี๋ยวเราก็จะมาดูว่า 802.11 แล้วก็ตามด้วย a 802.11b 802.11g 802.11n แล้วก็ 802.11ac เขามีความแตกต่างในการให้บริการอย่างไร แล้วก็จะเป็นอุปกรณ์ที่ให้บริการในรูปแบบของไร้สายนะคะ ในการกำหนดควบคุมของตัวมาตรฐานการให้บริการตรงนี้นั่นเองนะคะ ซึ่งส่วนมากอุปกรณ์นะคะ ที่สามารถรองรับนะคะ เกี่ยวกับตัวอุปกรณ์ไร้สายก็จะมีสัญลักษณ์เหล่านี้นะคะ คล้าย ๆ นักศึกษาอาจจะเคยเห็นตามพวกกล่องนะคะ ของอุปกรณ์นะคะ หรือว่าบริษัท หรือว่าหน่วยงานที่ให้บริการในรูปแบบนี้นั่นเองนะคะ ก็จะมีสัญลักษณ์พวกนี้ขึ้นมา เดี๋ยวเรามาดูในสไลด์ถัดไป นี่ก็จะเป็นตัวพูดถึงนะคะ ตัวมาตรฐาน 802.11 ว่าเป็นรูปแบบมาตรฐานไร้สายนะคะ ตามตัวมาตรฐาน IEEE นะคะ ตัวไร้สายของเรานะคะ ก็อาจจะเรียกนะคะ กันจนคุ้นชินอยู่แล้วก็จะเป็นรูปแบบของตัว Wi-Fi นะคะ Wi-Fi หรือว่าในรูปแบบของตัว Wireless LAN นะคะ ก็จะเป็นอันเดียวกันว่าเวลาเราต้องการเชื่อมโยงนะคะ อุปกรณ์ไร้สายเข้ากับตัวระบบเครือข่ายอย่างนี้ อย่างเวลาต้องการคุยกับเพื่อนที่ใช้ Smart Phone ด้วยกัน อันนี้ก็ใช้ระบบรูปแบบเครือข่ายไร้สายเช่นเดียวกันในการส่งข้อมูลระหว่างกันนั่นเองนะคะ ถูกไหมคะ ในปกติแล้วนี่ เวลาเราใช้อุปกรณ์รูปแบบไร้สายนี่ 1 ที่นะคะ ก็จะต้องมีตัวกลางที่เข้ามาเชื่อมต่อระหว่าง Smart Phone ของเรากับตัว Smart Phone ของเพื่อน แล้วก็ต้องมีระบบเครือข่าย อุปกรณ์ที่จะมาเชื่อมโยงระหว่างตัว Smart Phone ทั้ง 2 ตัว ก็จะเป็นแบบของตัว Access Point ที่ให้บริการ ครอบคลุมพื้นที่ว่า ตัว Access Point 1 ตัวนี่ จะให้บริการพื้นที่ในบริเวณไหนบ้างนั่นเองนะคะ อย่างตามตึกตามอาคารนะคะ ก็อาจจะมีติดตามห้องเรียน ยกตัวอย่างนะ ห้องเรียนของเรา หรือว่าตามทางเดินนะคะ ก็คือการที่จะติด Access Point ตัวหนึ่งนี่ ก็จะมีการคำนวณพื้นที่การให้บริการด้วยว่า ทำอย่างไร Access Point ตัวหนึ่งจะรองรับผู้ใช้งานให้ครอบคลุม ก็คือตามพื้นที่ที่ต้องการ แล้วก็จำนวนผู้ที่จะเข้ามาใช้งานนั่นเอง กรณีที่ สมมติว่าพื้นที่ของอาคาร สมมติอาคาร อาคารไหนนะที่มีการใช้งานเยอะ ๆ อาคาร 10 ก็ได้ ถ้ามีอาคาร 10 กรณีที่มีการใช้งานของบุคลากรรวมถึงนักศึกษาเข้าไปเรียนนี่ ค่อนข้างเยอะนะคะ ตัว Access Point ก็ต้องคำนวณแล้วว่าสามารถให้บริการผู้ใช้บริการจำนวนนี้นี่ เพียงพอไหมต่อ Access Point ที่เรานำมาติดนะคะ แล้วก็ครอบคลุมทุกพื้นที่ไหมนะคะ อันนี้ก็จะเป็นการคำนวณเพื่อจะได้ติดอุปกรณ์นี่ ให้บริการได้อย่างครบถ้วนและก็สมบูรณ์มากที่สุดนะคะ ซึ่งตัว Access Point แต่ละตัวนี่ก็จะมีพื้นที่ให้บริการรวมถึงจำนวนที่สามารถ Login เข้ามาใช้งานพร้อมกันได้จำนวนกี่คนนั่นเองนะคะ เพราะว่าเราจะสังเกตได้ ถ้าอยากเปรียบเทียบง่าย ๆ มองภาพง่าย ๆ กรณีเหมือนเวลาเราไปใช้งานพวกตามที่มันมีเทศกาล คนเยอะ ๆ งานปีใหม่ หรือว่าที่ผ่านมาใกล้ ๆ เราก็จะมีพวกอะไร ไหลเรือไฟถูกไหมคะ พวก... ไปดูพญานาคอะไรอย่างนี้นะคะ คนก็จะค่อนข้างเยอะ ดังนั้น การใช้บริการตัวระบบเครือข่าย อันนี้มองภาพให้มันง่าย ๆ ที่สุด ก็คือระบบเครือข่ายแล้วก็มีโทรศัพท์เครื่องหนึ่งนะ เราอยากใช้ตัวอินเทอร์เน็ต บางทีอาจจะเกิดพลัดหลงกับเพื่อนนะคะ ต้องการที่จะสื่อสารหรือว่าต้องการหาข้อมูลอะไรอย่างนี้ ตัวระบบเครือข่ายตรงพื้นที่นั้นนี่ เขาก็ต้องหาอุปกรณ์มารองรับให้เพียงพอนั่นเองนะคะ ว่าสามารถที่จะให้บริการจำนวนคนที่เข้ามาใช้บริการตรงนี้ กี่คน แน่นอนในเทศกาลหรือว่ามองภาพง่าย ๆ ที่ผ่านมา ก็คือการรับปริญญาของมหาวิทยาราชภัฏฯ ของเรานะ ก็จะมีจำนวนคนค่อนข้างมาเยอะ การให้บริการตรงนี้ก็จะมีการเพิ่มการให้บริการแก่ผู้เข้ามาใช้บริการนั่นเอง ก็จะเห็นว่าจะมีลักษณะของรถ Mobile หรือว่ารถเกี่ยวกับตัวเครือข่าย AIS True Dtac ต่าง ๆ มาให้บริการเพื่อให้ผู้ที่ใช้งานในพื้นที่เดียวกัน อยู่ดี ๆ มารวม แล้วก็เกิดใช้งานอินเทอร์เน็ตพร้อมกันนี่ สามารถที่จะเข้ามาใช้บริการได้ ไม่ทำให้ตัวระบบเครือข่ายล่ม แล้วก็สามารถให้บริการ รวมถึงความเร็วที่จะให้บริการพร้อมกันด้วยนั่นเองนะคะ ลักษณะก็จะคล้าย ๆ ตัว Access Point ของเรา อันนั้นเป็นระบบเครือข่ายมือถือนะ แต่ Access Point ก็จะเป็นลักษณะรูปแบบเดียวกัน ก็จะเป็นตัวกลางที่จะให้บริการเกี่ยวกับการให้บริการมือถือเช่นเดียวกันนั่นเองนะคะ ก็คืออาจจะเป็นรูปแบบไร้สาย ตามอุปกรณ์ที่เราจะมาเชื่อมต่อนั่นเองนะคะ เดี๋ยวย้อนกลับมา พูดไปถึงมือถือ แล้วย้อนมาถึง 802.11 ของเราก็จะเป็นการกำหนด Access Point นะคะ ที่ใช้เชื่อมตัวกลางระหว่างติดต่อรับส่งข้อมูลนะคะ ตัวนี้ก็จะเป็นมาตฐานที่เข้ามานะคะ ดูแลนะคะ เกี่ยวกับตัวผลิตภัณฑ์ รวมถึงการเข้าถึงของเทคโนโลยีด้วยนั่นเองนะคะ ว่าตัว Access Point ตัวนี้สามารถรองรับการให้บริการนะคะ ในรูปแบบไหน เป็นตัว Access Point ตัวเก่า หรือว่าตัวใหม่ ก็มาเช็กว่าสามารถให้บริการกับอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อทั้งหมดได้หรือเปล่านั่นเอง มันก็จะมีคุณสมบัติต่าง ๆ ที่ต้องเข้ามาเช็กแล้วก็เชื่อมต่อนั่นเองนะคะ มาดูตัวแรกของเรานะคะ เกี่ยวกับตัวมาตรฐาน IEEE 802.11a นะคะ ตัวนี้ก็จะใช้ตัวเทคโนโลยี OFDM นะคะ ในการพัฒนานะคะ การให้บริการไร้สารในการส่งและก็รับข้อมูล โดยเริ่มต้นนี่ถือว่าเป็นตัวมาตรฐานตัวแรก ๆ นะคะ ที่ออกมานะคะ ที่ความเร็วอยู่ที่ 54 Mbps ต่อวินาทีนะคะ โดยใช้ย่านคลื่นวิทยุที่ 5 กิกะเฮิรตซ์ ตัวนี้ก็จะเป็นรูปแบบ OFDM นี่ก็จะใช้เกี่ยวกับพวกตัวดาวเทียมนะคะ ที่ในการส่งข้อมูลนะคะ ในรูปแบบไร้สาย ดาวเทียมของเราก็จะเป็นการรับส่งข้อมูลระหว่างภาคพื้นนะคะ ส่งข้อมูลไม่ว่าจะเป็นภาพถ่ายทางอากาศ เป็นพวกธรณีวิทยานะคะ ข้อมูลที่นำส่งนะคะ เพื่อมาเก็บข้อมูลนั่นเองนะคะ อันนี้ก็จะเป็นมาตรฐานตัวแรกนะคะ ที่เริ่มเข้ามา ตัวมาตรฐาน 802.11a นี่ก็จะเป็นมาตรฐานที่เชื่อมต่อนะคะ แล้วก็รับส่งข้อมูลในระยะอาจจะไม่ค่อยไกลมากเท่าไรนะคะ อยู่ที่ 35 เมตรนะคะ ถ้าเป็นในตึกในอาคารก็สามารถอยู่ที่ระดับ 35 เมตรนั่นเองนะคะ ในกรณีที่เป็นพื้นที่โล่งแจ้งก็จะสามารถที่จะเพิ่มระยะทางมากขึ้นเป็น 120 เมตรนะคะ เนื่องจากเราเป็นเทคโนโลยีที่เกิดก่อนนะคะ แรก ๆ เลย ตัวนี้ก็จะมีราคาค่อนข้างสูง ตอนแรกนะ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ออกมาใหม่นี่ ราคาก็จะค่อนข้างสูงนะคะ แล้วก็เนื่องจากนโยบายก็จะมีตัวมาตรฐานตัวอื่น ๆ นี่เกิดขึ้นมาเรื่อย ๆ ตามมาค่อนข้างเยอะ ตัวนี้ก็จะถูกการ... ความต้องการ หรือว่าความนิยมของการใช้งานก็จะลดลงนะคะ และอาจจะมีตัวที่มาทดแทน ไม่ว่าจะเป็นคุณสมบัติหรือว่าราคาก็จะถูก… ถูกมานำใช้งานทดแทนไปเองนั่นเองนะคะ ซึ่งเนื่องจากเป็นมาตรฐานที่เกิดก่อนนะคะ มันก็เลยยังไม่มีความสามารถที่จะใช้งานกับตัวมาตรฐานตัวอื่นได้ เช่น ไม่สามารถใช้กับตัวมาตรฐาน ตัว 802.11b แล้วก็ตัวมาตรฐาน 802.11g ด้วยนั่นเองนะคะ มาดูมาตรฐานตัวที่ 2 ของ 802.11b ตัวนี้ก็ถูกสร้างขึ้นนะคะ พร้อม ๆ กันกับตัวมาตรฐานของ 802.11a นะคะ แล้วก็ใช้ในรูปแบบของเทคโนโลยีนะคะ ในการรับส่งความถี่อยู่ที่ 11 Mbps นะคะ อยู่ที่ 2.4 กิกะเฮิรตซ์นะคะ ตัวนี้ก็จะค่อนข้างเป็นที่นิยมในการใช้งานมากยิ่งขึ้นนั่นเองนะคะ เนื่องจากใช้ความถี่ต่ำนะคะ จึงทำให้การส่งนะคะ ข้อมูลนะคะ ก็เพิ่มระยะทางมากขึ้น ก็คือครอบคลุมพื้นที่ เมื่อกี้อยู่ 35 ถูกไหมคะ อันนี้ก็เพิ่มขึ้นเป็น 38 เมตร ในโครงสร้างปิด อาจจะเป็นตึก ในอาคาร อาคารเรียนของเราอย่างนี้ แล้วก็กรณีพื้นที่โล่งแจ้งก็เพิ่มระยะทางจาก 120 ก็จะเป็น 140 เมตรนั่นเองนะคะ ตัว 802.11b นี่ จะเป็นตัวกำหนดเครื่องหมายทางการค้าที่เป็นคำว่า Wi-Fi ขึ้นมา ที่เราได้เรียก ณ ปัจจุบันนี่ ก็เริ่มมาจาก 802.11b นั่นเองนะคะ ที่ใช้ในการเชื่อมต่ออุปกรณ์รูปแบบไร้สายของเรานะคะ เมื่อกี้ 802.11a 802.11b แล้วก็ถัดมาของเราก็จะเป็น IEEE 802.11e นั่นเองนะคะ ตัวนี้ก็จะเป็นมาตรฐานที่มารองรับเกี่ยวกับการใช้งานนะคะ รูปแบบเสียงที่ไปกับตัวระบบเครือข่ายของเราหรือว่าตัวอินเทอร์เน็ต หรือที่เรียกว่า Voice Over IP นะคะ หรือ VoIP ของเรานั่นเองนะคะ แต่แรก ๆ ของเรานี่ การเชื่อมต่ออุปกรณ์ระหว่างส่งข้อมูลระหว่างอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ไม่ว่าจะเป็นคอมพิวเตอร์ระหว่างคอมพิวเตอร์ เริ่มแรกเราก็จะส่งแค่ข้อมูลนะคะ คราวนี้เพิ่ม มีการพัฒนาเพิ่มมากขึ้น ก็สามารถที่จะส่งในรูปแบบของเสียงเข้าไปได้นะคะ คราวนี้ การส่งข้อมูลระหว่างเสียงกับข้อมูลนี่ก็จะค่อนข้างแตกต่างกัน ถูกไหมคะ ถ้าเป็นรูปแบบของข้อมูลนี่ มันก็จะสามารถที่จะส่งข้อมูลนะคะ ค่อนข้างที่จะง่ายมากกว่าเสียง เพราะเสียงถ้าส่งไปในรูปแบบไม่พร้อมกัน หรือว่าข้อมูลไปถึงปลายทาง แล้วไม่สามารถรับเป็นสารที่สามารสื่อสารระหว่างปลายทางได้มันก็จะค่อนข้างมีปัญหา อย่างตัวอย่างนะคะ การส่งเสียงนะคะ ระหว่างต้นทางกับปลายทางเพื่อให้คุณมีคุณภาพ ก็ต้องมีการวัดคุณภาพการให้บริการตรงนี้ ก็จะเป็น Quality of Service นั่นเอง ว่าเวลาเราส่งข้อมูลที่เป็นเสียง ระหว่างต้นทางกับปลายทาง เราจะทำอย่างไรให้ปลายทางรับได้หมด แล้วก็ฟังแล้วก็สื่อสารได้รู้เรื่อง เวลาเราคุยโทรศัพท์ สมมติเสียงมันแบบเป็นแบบขาด ๆ หาย ๆ อย่างนั้นก็จะทำให้การรับข้อมูลอาจจะเกิดการผิดพลาดได้ การตรวจคุณสมบัตินะคะ ก็คือจะเป็น QOS นี่ที่จะมาตรวจคุณสมบัติการให้บริการตรงนี้นั่นเองนะคะ ถัดมา มาตรฐาน IEEE 802.11f นะคะ ก็จะมาเป็นมาตรฐานที่ใช้ในการจัดการกับผู้ใช้งานที่ใช้อุปกรณ์ข้ามเขตนะคะ หรือการใช้จาก Access Point หนึ่ง ไปยัง Access Point หนึ่งนะคะ หรือในรูปแบบ Roming ระหว่างกัน การ Roaming ก็คือการย้ายตัว Access point หนึ่ง ไปยังกับตัว Access Point หนึ่งให้บริการ ถ้าจะมองภาพให้ง่าย ๆ ก็คือเหมือนเราย้าย ขับรถนะคะ แล้วใช้โทรศัพท์คุยไประหว่างทาง จากพื้นที่อำเภอหนึ่งไปอีกอำเภอหนึ่ง หรือจากจังหวัดหนึ่งไปอีกจังหวัดหนึ่ง ก็คือตัวสัญญาณนี่ มันก็จะถูกย้ายไปเกาะการให้บริการของตัว Access Point ที่มีกำลัง หรือว่าเข้าสู่พื้นที่นั้นนั่น... รายละเอียด ถัดมา ตัวมาตรา IEEE 802.11g ก็จะเป็นมาตรฐานนะคะ ที่มารองรับนะคะ คลื่นความถี่ พูดง่าย ๆ ก็คือ มันพัฒนานะคะ มาจากตัวมาตรฐาน 802.11b นะ ตัว a เป็นตัวเริ่มแรก แล้วก็ b แล้วก็รู้จักคำว่า Wi-Fi ขึ้นมา แล้วคราวนี้เราพัฒนาให้มันดีขึ้น ก็คือทำอย่างไรมันส่งข้อมูลได้เยอะ และก็มีระยะทางที่เพิ่มมากขึ้นนั่นเองนะคะ เขาก็จะเพิ่มนะคะ การส่งข้อมูลนะคะ เป็น 54 Mbps ก็คือให้มันมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม แล้วก็สามารถที่จะส่งนะคะ โดยเทคโนโลยีนะคะ ในรูปแบบกับมาตรฐาน 802.11a นั่นเอง แล้วก็สามารถใช้งานร่วมกับมาตรฐานตัวเดิมได้นะคะ ตัวนี้เนื่องจากเราเป็นคลื่นความถี่นะคะ ที่คลื่นความถี่สาธารณะนะคะ ดังนั้น คลื่นรบกวนก็จะเกิดขึ้นนะคะ ในการใช้ตัวคลื่นความถี่พวกนี้นั่นเอง ถัดมา มาตรฐานนะคะ เครือข่ายการใช้งานย่านความถี่ 5 GHz นะคะ ตัวนี้ก็จะเป็นมาตรฐานที่ไม่ได้ใช้ในบ้านเรา ก็จะเป็นพวกต่างประเทศนะคะ ในโซนยุโรปนะคะ เพราแต่ละประเทศก็จะมีคลื่นความที่ในการใช้งานค่อนข้างแตกต่างกันนั่นเองนะคะ ถัดมา มาตรฐานนะคะ 802.11i นะคะ ก็จะเป็นมาตรฐานการรักษาความปลอดภัยนะคะ ไร้สายนะคะ ของตัวมาตรฐาน ตัวนี้ก็จะมีรูปแบบของปัญหาที่เกิดขึ้นมานะคะ ตัวนี้ก็จะมาเพิ่มความปลอดภัยนะคะ ในการสื่อสารนะคะ ของตัวมาตรฐาน 802.11i นะคะ โดยใช้นะคะ เทคนิคนะคะ ของ AES หรือว่า Advanced Encryption Standard นะคะ ก็คือแต่ก่อนนี่ก็จะเป็นในรูปแบบของการเข้ารหัส WEP ในการส่งข้อมูลนะคะ อาจจะมีช่องโหว่นะคะ ทำให้เกิดข้อมูลรั่วไหล หรือว่าการส่งข้อมูลไปนี่ สามารถที่จะมาดึงข้อมูลระหว่างทางนะคะ ตัวนี้ออกไปได้ มันก็จะมาช่วยนะคะ ในการรักษาความปลอดภัยในการส่งข้อมูลของเรานั่นเอง ตัวนี้ก็จะเป็นมาตรฐานของ 802.11 นะคะ แล้วก็ตามด้วยตัวอักษร ซึ่งแต่ละตัวก็จะมีรูปแบบนะคะ การใช้งานที่ยิบย่อยลงไปนะคะ ว่าแต่ละมาตรฐานนี่ ใช้ทำอะไรบ้างนะคะ แล้วก็ดูแลความปลอดภัย หรือว่าเป็นการให้บริการนะคะ ของตัวมาตรฐาน 802 .11 นั่นเอง ถัดมาก็จะเป็นมาตรฐาน 802.11k นะคะ อันนี้ก็จะเป็นมาตรฐานที่จัดการนะคะ เกี่ยวกับการทำงานของระบบเครือข่าย ไม่ว่าจะเป็นคลื่นวิทยุนะคะ การเลือกช่องสัญญาณ การ Roaming นะคะ รวมถึงการควบคุมกำลังส่งนะคะ ว่าทำอย่างไรนี่ให้เหมาะสมนะคะ ในการส่งข้อมูลระหว่างกันนะคะ หรือนะคะ การหารัศมีนะคะ หรือหาตัวส่งข้อมูลนะคะ ที่มีประสิทธิภาพสูงที่สุดในการส่งนะคะ เพื่อสามารถจัดการทำงานนะคะ ของตัว Client ระหว่างการส่งข้อมูลได้นั่นเองนะคะ อันนี้ก็จะเป็นมาตรฐานการจัดการการทำงานของระบบเครือข่ายไร้สายนะคะ ในรูปแบบของมาตรฐาน IEEE 802.11k นั่นเอง มันก็จะมีมาตรฐาน 802.11 นี่ค่อนข้างเยอะ แล้วก็มีตัวอักษรค่อนข้างเยอะเช่นเดียวกันนะคะ เดี๋ยวเราฟังไปเรื่อย ๆ แล้วกันนะ นะคะ ก็จะมีหลัก ๆ ประมาณนี้นะคะ ของตัวมาตรฐาน 802.11 ถัดมามาตรฐาน 802.1x นะคะ ตัวนี้ก็จะเป็นมาตรฐานการรักษาความปลอดภัยเช่นเดียวกันนะคะ โดยการตรวจสอบสิทธิ์ในการใช้งานนะคะ รองรับนะคะ ตรวจสอบความปลอดภัยนะคะ ที่จะเข้ามาการใช้งานของตัว Server นั่นเองนะคะ เดี๋ยวฟังเป็นแบบคร่าว ๆ ไปก่อนนะคะ เพราะแต่ละตัวนี่จะค่อนข้างละเอียดนิดหนึ่งนะ นะคะ แล้วก็มาตรฐาน 802.11n ตัวนี้ก็จะเป็นมาตรฐานค่อนข้างใหม่นะคะ ที่มาทดแทนตัวมาตรฐานตัวเดิม ๆ ไม่ว่าจะเป็นมาตรฐาน 802.11a 802.11b แล้วก็ 802.11g นะคะ ตัวนี้ก็จะค่อนข้างมีประสิทธิภาพที่มากขึ้น ใช้กำลังในการส่งน้อยนะคะ ส่งพื้นที่ในระยะที่ไกลมากขึ้นและก็ครอบคลุมมากยิ่งขึ้นนั่นเองนะคะ อย่างที่บอกไปว่าความเร็วนี่ มันก็จะเพิ่มขึ้นนะคะ เป็น 300 Mbps อย่างที่บอกว่ากำลังส่งมากขึ้น รองรับพื้นที่ได้มากขึ้นนั่นเองนะคะ แต่จะเห็นว่าตัว Wi-Fi นี่ 802.11n นี่ ความเร็วในการส่งข้อมูลนี่ค่อนข้างเยอะ หรือจะมากกว่าการใช้สายที่เราใช้อยู่ ณ ปัจจุบันของเรานะคะ ตัวนี้ เราก็สามารถใช้คลื่นความถี่นะคะ ก็คือสามารถใช้รองรับกับตัวอุปกรณ์เก่า ๆ นะคะ ไม่ว่าจะเป็นความถี่ที่เป็น 802 ที่เป็นมาตรฐาน 2.4 GHz แล้วก็ที่ 5 GHz เช่นเดียวกันนั่นเองนะคะ ไม่ว่าจะเป็นย่านความถี่ไหน ก็สามารถที่จะมาใช้บริการของตัว 802.11n ตัวนี้ได้นั่นเองนะคะ พูดง่าย ๆ เขาพัฒนาเพื่อให้รองรับ ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์ตัวเก่าก็สามารถใช้ร่วมกันได้ แล้วก็สามารถส่งในข้อมูลปริมาณที่มากขึ้นนะคะ ระยะเวลาที่น้อยลง แล้วก็พื้นที่หรือว่าระยะทางในการส่งข้อมูลค่อนข้างไกลมากยิ่งขึ้นนั่นเองนะคะ คราวนี้จาก 802.11n เมื่อกี้ คิดว่าน่าจะเป็นล่าสุดแล้ว แต่ตอนนี้ก็จะมีการพัฒนาที่เพิ่มมากขึ้นนั่นเองนะคะ เพื่อให้มีคุณสมบัติที่ดีขึ้นนะคะ ก็สามารถส่งความเร็วของข้อมูลได้ถึงระดับ Gigabit นั่นเองนะคะ รองรับจำนวนผู้ใช้ต่อ Access Point มากขึ้น อย่างที่บอกว่า ตัว Access Point 1 ตัว ก็สามารถรองรับจำนวนผู้ใช้บริการนะคะ จากแต่ก่อน 10 คน อาจจะเพิ่มเป็น 100 หรือแล้วแต่ว่าความสามารถของตัว Access Point ตัวนี้ สามารถที่จะให้บริการนะคะ ของผู้เข้ามาใช้บริการพร้อมกันได้จำนวนเท่าไรนั่นเอง ใช้พร้อมกัน คนมากขึ้น ก็ต้องระบบก็ต้องเสถียร ไม่ใช่ว่าใช้มาพร้อมกันแล้วเกิดระบบล่มนั่นเองนะคะ คราวนี้ เดี๋ยวเราจะมาดูรูปภาพตัวนี้นิดหนึ่งนะคะ ตัวนี้ก็จะเป็นลักษณะตัวโมเดลนะคะ ที่ใช้ในการสื่อสารในตัวระบบเครือข่ายของเรา โดยจะมีการเปรียบเทียบระหว่าง OSI Model กับตัว TCP/IP นะคะ ตัวนี้น่าจะเคยเรียนกันมาบ้างแล้ว แต่ว่าอาจารย์ขอเอามาเปรียบเทียบกันแล้วกันนะคะ ตัว OSI Model ตัวนี้นะ ก็จะเห็นว่ามันจะมีทั้งหมด 7 Layer ก็คือ 7 ชั้นนะคะ ตัวนี้ก็จะเป็นการส่งข้อมูลระหว่างกันนะคะ ว่าแต่ละ Layer นี่เขาส่งข้อมูลอะไรบ้าง ถัดมา มาดูที่ TCP/IP Model ของเรา ตัวนี้ก็จะเป็นรูปแบบการส่งข้อมูลเช่นเดียวกันนะคะ แต่ว่าโมเดลมันก็จะแตกต่างกัน แต่ว่าสามารถดูได้ว่าแต่ละชั้นนะคะ ของตัว Model นี่เขาเปรียบเทียบนะคะ กับตัวโมเดล OSI ตัว TCP นี่ ตัวไหนที่เปรียบเทียบเป็นชั้นชนิดเดียวกันนั่นเอง สมมตินะคะ ในตัวระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตนะคะ ในการเชื่อมต่อระบบอินเทอร์เน็ตนะ ตัว OSI ก็จะมีตัวเริ่มตั้งแต่ Physical นะคะ ก็คือ ตั้งแต่อุปกรณ์ที่เอามาเชื่อมต่อนะคะ การส่งข้อมูลที่จะเชื่อมมาถึง Physical ก็คืออุปกรณ์ Hardware ของเรานะคะ แล้วก็เป็นชั้น Data Link นะคะ มันก็จะไล่ไปเรื่อย ๆ นะคะ อันนี้จะเป็นแบบคร่าว ๆ นะคะ ก็ขอให้นักศึกษามองภาพออกนั่นเอง ในการส่งข้อมูลนะคะ ถ้าเป็น TCP/IP นะคะ ในตัวระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตของเรา ก็จะเป็น Network Interface ของเรานะคะ เดี๋ยวเราก็จะมาท่องตัว OSI Model ของเรานะคะ มันก็จะมี Physical Layer Data Link Layer นะคะ Network Layer มันจะมีทั้งหมด 7 ชั้นนะ แล้วก็มี Transport Layer นะคะ Session Layer Presentation Layer แล้วก็ Application Layer ก็จะดูทั้งหมด 7 ชั้นตัวนี้นะคะ ซึ่งเวลาเราท่องจำตัวชั้นนะคะ ของตัว OSI Model ของเรา ก็จะใช้ตัวแรกในการท่องจำนะคะ ก็คือ ถ้าเป็นการท่องจำก็จะเป็นใช้ตัวอักษรตัวแรก ก็จะเป็น PDNTSPA นะคะ อาจารย์ก็ท่องว่าไปดื่มน้ำที่สปา มันก็สามารถที่จะไล่ลำดับของชั้น Layer นะคะ P ก็จะแทนด้วย Physical นะคะ และก็ไล่ไปเรื่อย ๆ นะคะ คราวนี้นะคะ ฝั่งนี้ของ TCP/IP Model นี่ก็จะค่อนข้างมีจำนวนชั้น ค่อนข้างน้อยกว่าตัว OSI Model โมเดลของเรานะคะ อันนี้ก็จะง่ายขึ้นนะคะ ก็จะมี Network Interface Internet Layer Transport จะเห็นว่าถ้าเปรียบเทียบระหว่างตัว OSI Model กับตัว TCP/IP Model นะคะ เดี๋ยวมาดูในรูปภาพตัวนี้ จะเห็นว่าตัว Network Interface Layer ก็จะเป็นการรวมกัน 2 ชั้นนะคะ ของตัว OSI Model นั่นเองนะคะ ก็จะเป็น Physical กับ Data Link นะคะ ก็จะเป็น Network Interface นะคะ ถัดมา ของ TCP/IP Model ก็จะเป็นอินเทอร์เน็ต กับตัว OSI ก็จะเป็นอินเทอร์เน็ตเช่นเดียวกันในการส่งข้อมูลนะ ก็จะเป็น Package Package ซึ่งไม่เหมือนกันนะคะ Transport ก็จะเป็นการส่งข้อมูลเป็นชื่อ ชั้น ที่เหมือนกันทั้งของ OSI แล้วก็ TCP/IP Model นั่นเอง แล้วก็อันสุดท้ายก็จะเป็น Application Layer ก็จะเป็นการรวมกัน 3 ชั้นนะคะ ของฝั่ง OSI Model ที่มาส่งข้อมูล พวก HTTP กรณีที่เราเข้าอินเทอร์เน็ต แล้วก็พิมพ์ HTTP เว็บไซต์โน่นนี่นั่นนะคะ พวกนี้ก็จะเป็นข้อมูลที่เราส่งระหว่างกันนั่นเองนะคะ Applicatoin Layer Presentation Layer แล้วก็ Session Layer ก็จะอยู่ในตัว Application Layer ของตัว TCP/IP Model ด้วยนั่นเองนะคะ ฝั่งซ้ายขวานะคะ ด้านริมสุดก็จะเป็นข้อมูลที่ถูกนำมาส่งนะคะ ระหว่างแต่ละชั้นนะคะ ของแต่ละ Model นะคะ พวกนี้นั่นเอง ตรงกลางนี่ก็จะเป็นรูปแบบในการเชื่อมต่อของข้อมูล เราใช้เครือข่ายอินเทอร์เน็ตนะคะ IP TCP UDP แล้วก็ HTTP ตัว HTTP นี่น่าจะคุ้นชินมากที่สุดแล้วนะคะ อันนี้ให้ดูเอาไว้ในกรณีที่เราเรียนเกี่ยวกับตัวมาตรฐานการเชื่อมต่อแล้วก็การส่งข้อมูลนะคะ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบของระบบไร้สาย หรือว่าระบบมีสายก็จะมีการส่งข้อมูลในรูปแบบนี้เช่นเดียวกันนั่นเองนะคะ และแน่นอน พวกนี้ก็จะไปใช้ในการเรียนในวิชาพวกเครือข่ายนะคะ Network ต่าง ๆ หรือว่า Security นะคะ เช่นเดียวกันนั่นเองนะคะ ดังนั้น เดี๋ยวอาจารย์จะให้เราจำนะคะ เกี่ยวกับ Layer หรือว่าชั้นต่าง ๆ ของแต่ละตัวโมเดลนั่นเองนะคะ วันนี้ก็จะเป็นตัว OSI และก็ TCP/IP นะคะ หลัก ๆ วันนี้จะพูดถึงมาตรฐาน IEEE นะคะ ก็จะยกมาบางตัว และก็จะเป็นรูปแบบของตัว Wireless LAN นี่ค่อนข้างเยอะนะคะ แล้วก็จะเป็นตัวมาตรฐานนะคะ พวกความปลอดภัย การจัดลำดับนะคะ แล้วก็อุปกรณ์นะคะ รูปแบบสายที่ใช้ในการเชื่อมต่อนั่นเอง คาบนี้ก็จะเป็นตัวมาตรฐาน IEEE นะคะ ที่ยกมานะคะ บางส่วนเพื่อจะให้มองภาพออกและเข้าใจว่า เออ ตัวระบบเครือข่ายที่เราใช้นะคะ ณ ปัจจุบันนี่ มันมีต้นกำเนิดหรือว่ามีมาตรฐานตัวไหนที่มันมารองรับ หรือเราเคยเห็นสัญลักษณ์รูปแบบคล้าย ๆ แบบนี้ มันหมายความว่าอย่างไร คำว่า "Wi-Fi" แล้วก็มีตัว a b c นะคะ e n ที่มาต่อท้ายตัวมาตรฐานตัวนี้ ที่เป็นรูปสัญลักษณ์ Wi-Fi ที่เป็นขีด ๆ ขึ้นมานี่ เขาแบ่งแต่ละประเทศ แล้วก็รองรับกับอุปกรณ์แบบไหนบ้าง แล้วมันมีคุณสมบัติในการให้บริการอย่างไรนั่นเองนะคะ อันนี้ใครมีข้อสงสัยหรือว่าฟังไม่ทันที่อาจารย์พูด มันจะค่อนข้างเยอะนิดหนึ่งนะ เพราะว่าตัวมาตรฐานมันมีหลายตัว แต่ว่าเราก็จะฟังไปนะคะ เกี่ยวกับตัวรายละเอียดเบื้องต้นไปก่อน รวมถึงตัว Layer นะคะ ก็คือตัวโมเดลเมื่อกี้ที่เป็น OSI และก็ TCP/IP นะคะ ตัวนี้ขึ้นมา ใครมีข้อคำถามหรือว่าข้อสงสัยอะไรหรือเปล่านะคะ ถามได้นะ มีไหมคะ อาจารย์พูดเร็วไป ช้าไปนะคะ หรือว่าตรงไหนสงสัย ให้ถามได้นะคะ มีสงสัยอะไรไหมคะ ศัพท์มันจะเยอะนิดหนึ่งนะ ยังไม่มีนะ อย่างนั้นก็เดี๋ยวอาจารย์จะมีงานให้ทำนะ ก็คือเดี๋ยวจะให้เขียนตัว Layer 2 อันเมื่อกี้นะคะ แล้วก็เดี๋ยวจะให้ส่งนะคะ ก็จะมีงานท้ายบท 2 อันนะคะ ก็จะมีการเขียน OSI Layer นะคะ การเขียน OSI Layer นี่ เพื่อจะให้ทุกคนนี่ งานเดี่ยว เพราะว่า นี่ มันก็จะให้มาดูตรงนี้เลย ตัว OSI Layer นะคะ ฝั่งนี้มีอะไรบ้าง ก็จะมีทั้งหมด 7 ชั้นนะ จะได้จำได้ ซึ่งที่จริงน่ะ ถ้าเรียนเกี่ยวกับตัวรายวิชาเกี่ยวกับเครือข่ายนะคะ ก็จะรูปว่าแต่ละ Layer นี่เขาทำงานอะไรบ้างนะ แล้วก็ตัว TCP/IP Model อีกนะคะ ก็จะมีตัวชั้น หรืออะไรบ้างนั่นเองนะคะ จะได้รู้ว่าเขามีอะไรบ้าง แล้วก็ทำงานแบบไหนบ้างนั่นเองนะคะ อันนี้ อันที่ 1 นะคะ ตัวอันนี้น่าจะไม่มีข้อสงสัยนะ เพราะว่าเราจะแค่เขียนมาให้นั่นเองนะคะ แล้วก็เอามาส่งอาจารย์เพื่อจะได้จำได้ว่าแต่ละ Layer ของตัว Model แต่ละตัวนี่ มีอะไรบ้างนะคะ พอ ๆ วาดรูปเฉย ๆ นะคะ คนละแผ่นก็น่าจะได้ ส่วนอันที่ 2 คราวนี้นะคะ อาจารย์จะไปให้หานะคะ เกี่ยวกับตัวมาตรฐานที่อาจารย์พูดไปนั่นแหละนะคะ เมื่อกี้พูดถึง 802.11 ถูกไหมคะ คราวนี้มันตัวมาตรฐาน IEEE นี่ จะค่อนข้างมีเยอะ ไม่ต้องห่วงนะคะ ข้อมูลในตัวอินเทอร์เน็ต หรือว่าในการสืบค้นไม่ว่าจะเป็น Google หรือว่า Wikipedia ต่าง ๆ นี่ มีหมดนะคะ กับตัวมาตรฐานพวกนี้นะคะ ก็คือให้นักศึกษาเลือกนะคะ ว่าเราจะใช้ตัวมาตรฐานตัวไหน แล้วก็หาข้อมูล แล้วก็เอามาส่งอาจารย์นะคะ แล้วก็จะมีหัวข้อที่ให้เลือก แล้วก็จะมีตัวมาตรฐาน 802.6 นะคะ ก็จะเป็นการพูดถึงมาตรฐานการให้ระบบเครือข่ายในระบบเมือง 802.7 นะคะ การส่งสัญญาณแบบ Broadband 802.8 นะคะ เคเบิลใยแก้วนำแสง 802.9 นะคะ การรวมเสียงแล้วก็ข้อมูลในระบบเครือข่าย 802.10 ความปลอดภัยของระบบเครือข่ายแล้วก็ 802.14 ก็จะเป็นมาตรฐสานของตัว Modem แล้วก็ 802.15 ก็จะเป็นเครือข่ายไร้สายส่วนบุคคล แล้วก็ 802.16 นะคะ ก็จะเป็นการกำหนดมาตรฐานของ Broadband ไร้สาย หรือว่าตัว WIMAX นั่นเองนะคะ อันนี้คือให้นักศึกษาเลือกหัวข้อที่นักศึกษาสนใจที่จะไปศึกษา หรือว่าหาข้อมูลนั่นเองนะคะ อันนี้ก็คือจะให้ทำคนละ 1 หัวข้อนั่นเองนะคะ เพราะว่าข้อมูลนี่หาสามารถสืบค้นได้ค่อนข้างง่ายนะคะ เราก็จะได้เข้าใจตัวมาตรฐานแต่ละตัวนะคะ ว่าเขามีตัวมาตรฐานนี่ รองรับการให้บริการแบบไหนนะคะ มีอุปกรณ์อะไร มีข้อจำกัด มีข้อดีข้อเสียอย่างไรบ้างนั่นเองนะคะ ก็จะมี 2 อย่าง ง่าย ๆ ส่วนตัวนี้นะคะ ก็เดี๋ยวให้ส่งในตัว Classroom นะคะ เดี๋ยวอาจารย์แปะ Link ไว้ให้ งานมีข้อสงสัยตรงไหนไหม เริ่มแรกเดี๋ยวเรามาทำตัวท้ายบทของตัว OSI ตรงนี้นะคะ เดี๋ยวให้ทำแล้วก็ให้ส่งในคาบเลยตัวนี้ จะได้จำได้ว่าตัว Layer ของเรา OSI Layer มีทั้งหมดกี่ชั้นอะไรบ้าง แล้วก็ TCP/IP นะคะ มีทั้งหมดกี่ชั้นอะไรบ้าง เช่นเดียวกันนั่นเองนะคะ อันนี้ทำเสร็จแล้วก็ส่ง ส่วนอีกอันหนึ่ง ตัวนี้นะคะ ก็จะเป็นการบ้านให้ไปทำ แล้วก็ส่งใน Calssroom นะคะ ไปเลือกเอาว่าเราสนใจในหัวข้อของตัวมาตรฐานตัวไหน เราจะเอาเกี่ยวกับอะไร Modem ไหม หรือว่าใยแก้วนำแสง หรือว่าจะเป็นระบบเครือข่ายไร้สายระหว่างเมืองหรือเปล่า ก็ไปเลือกเอา แล้วก็ไปหาข้อมูลนะคะ สืบค้นนะคะ ทำความเข้าใจกับตัวมาตรฐานแต่ละตัวมา แล้วก็ทำมาแล้วก็ส่งนะคะ มาให้อาจารย์ดูนั่นเองนะคะ งงไหม ถามได้นะคะ สงสัยไหมคะ อันนี้เลือกหัวข้อเอา แล้วก็ไปหาข้อมูล แล้วก็เอามาส่ง ให้ไปทำเป็นเดี่ยวหมดน่ะค่ะ เพราะว่าไม่น่ามีติดปัญหาตรงไหนนะอันนี้น่ะ ขอบคุณพี่ล่ามนะคะ ก็เดี๋ยวหลังจากนี้เดี๋ยวจะให้น้องนักศึกษานี่ ทำงานแล้วก็เอามาส่งนะคะ ขอบคุณนะคะ สวัสดีค่ะ [สิ้นสุดการถอดความ]