[เสียงดนตรี] [เสียงโฆษณารายการ สด ข่าวเที่ยงจากที่จริง] (คุณอุมาพร) สวัสดีค่ะ (คุณกิตติกรณ์) สวัสดีครับ ข่าวเที่ยงสดจากที่จริงนะครับ วันนี้พบกัน 20 พฤศจิกายน 2566 ทีนี้อยู่ด้วยกันนะครับ กับผมเบนซ์ กิตติกรณ์ครับ (คุณอุมาพร) และลูกตาล อุมาพรค่ะ ทันความเคลื่อนไหวไวทุกกระแสข่าวกับเรื่องราวที่สีคิ้ว นครราชสีมา เมื่อคืนนี้มีตำรวจกลุ่มหนึ่งมากัน 4 คนเขาบอกเขาเป็นตำรวจนะ มาแสดงตัวที่บ้านขอเจอเจ้าของบ้านฝ่ายหญิงบอกว่าเธอมีคดีฟอกเงินติดตัวแล้วมีหมายค้นมาให้ดูด้วยแต่เป็นหมายค้นแบบออนไลน์นะ เปิดให้ดูจากมือถือแล้วนี่ค่ะ เข้าไปในบ้านเอาปืนไปจี้เจ้าของบ้านซึ่งเจ้าของบ้านฝ่ายหญิงที่เขาอ้างบอกว่ามีคดีฟอกเงินน่ะ ไม่อยู่ อยู่แต่คุณพี่ผู้ชายซึ่งเป็นสามีนี่นะคะ ดูนะคะ ในกล้องวงจรปิดจะเห็นว่าฝั่งของผู้ก่อเหตุนี่มีแค่ 3 คน (คุณกิตติกรณ์) คนที่อ้างเป็นตำรวจ (คุณอุมาพร) ใช่จริง ๆ มากัน 4 คน แสดงหมายค้นแล้วเข้าไปข้างในนะคะ ชักอาวุธปืนข่มขู่แล้วก็รื้อค้นข้าวของในบ้าน เอาเซิร์ฟเวอร์กล้องวงจรปิดเข้าไปชุดหนึ่งโทรศัพท์มือถืออีก 1 เครื่อง แล้วก็กุญแจมอเตอร์ไซค์ ทีนี้ในระหว่างนั้นนี่คุณสมปราชญ์เจ้าของบ้านก็เลยโทรศัพท์บอกภรรยาตัวเองนะคะ ว่ามีตำรวจมาที่บ้านแล้วเขาบอกว่าเธอมีคดีฟอกเงิน ซึ่งตอนนั้นน่ะภรรยา ก็คือคุณจารุวรรณนี่ ไม่ได้อยู่บ้านที่สีคิ้วที่นครราชสีมาเธอทำงานอยู่ที่ปราจีนบุรีนะคะ เธอก็เลยเป็นฝ่ายโทรแจ้งตำรวจสะเองเลยนะคะ ว่ามีใครก็ไม่รู้อ้างตัวเป็นตำรวจเข้ามาที่บ้านนะคะ คุณสมปราชญ์เขาบอกอย่างนี้ว่าตอนที่ 4 คนนี้แสดงหมายค้นออนไลน์ในโทรศัพท์มือถือแล้วบุกเข้ามาตรวจค้นในบ้านนี่ ควักปืนออกมาจี้เขา ถามหาภรรยาเขา ขู่บอกว่าภรรยาเขาเป็นผู้ต้องหาทำผิดกฎหมายคดีฟอกเงินนะคะ นี่ ๆ ในกล้องวงจรปิดเห็นชัดเจนเลยว่าเอาปืนออกมาขู่จริง ๆ เหตุการณ์เพิ่งจะเกิดเมื่อคืนนี้เลยนะคะ ช่วงค่ำของวันที่ 19 พฤศจิกายนค่ะ (คุณสมปราชญ์) ก็เดินมาเปิดไฟแล้วเขาก็เดินเข้ามาหน้าบ้าน (ผู้สื่อข่าว) เขามากันกี่คนครับ (คุณสมปราชญ์) ก็มา 4 คน (ผู้สื่อข่าว) ครับ แล้วเขาบอกอย่างไรกับเราบ้าง (คุณสมปราชญ์) เขาก็บอกว่ามันเป็นมา มีหมายมาอะไรมาค้นมา หมายไอ้มาฟอกงงฟอกเงินอะไรนั่นน่ะ (ผู้สื่อข่าว) ครับ แล้วหมาย… (คุณสมปราชญ์) เขาก็ปีนขึ้นมานี่เอาปืนจี้ (คุณอุมาพร) นี่นะคะ ส่วนภรรยาของคุณสมปราชญ์ คุณจารุวรรณที่ถูกถามหาถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้ต้องหาคดีฟอกเงินนี่อย่างที่บอกว่าเธอทำงานอยู่ปราจีนบุรีพอสามีโทรมาบอกมีตำรวจบุกมา จะมาจับเธอ เธอตัดสินใจกลับบ้านแล้วระหว่างทางเปิดกล้องวงจรปิดในบ้านดูถึงเห็นพฤติกรรมน่าสงสัยของตำรวจเก๊ทั้ง 4 รายนั้นนะคะ เอาปืนจี้สามีเธออยู่เอาปืนจี้คนในครอบครัวเธอ เธอเลยโทรแจ้งตำรวจจริง ๆ ในพื้นที่ให้เข้าไปที่บ้าน แล้วที่น่าตกใจคุณเบนซ์คุณผู้ชม ปรากฏว่าพอคุณจารุวรรณกลับมาถึงบ้านนี่เจอกับตำรวจจริงใช่ไหมคะ เพราะว่าตำรวจเก๊นี่หนีไปหมดแล้วนี่ ตำรวจจริงเขาตรวจสอบทั้งในตัวบ้านแล้วก็รถยนต์ของคุณจารุวรรณ ไปเจอเครื่องดักฟังกับ GPS ติดอยู่ใต้ท้องรถยนต์ของเธอ น่าจะเป็นฝีมือของกลุ่มมิจฉาชีพที่อ้างตัวเป็นตำรวจแล้วเข้ามาตรวจค้นในบ้านนะคะ ซึ่งเธอยืนยันบอกว่าเธอทำธุรกิจถูกต้องตามกฎหมายไม่เคยมีปัญหากับใคร แต่มันแปลกไหมว่าทำไมมี GPS กับเครื่องดักฟังติดอยู่ที่รถยนต์ของคุณจารุวรรณ แล้วมีคนปลอมเป็นตำรวจบุกเข้าไปที่บ้านเอาเซิร์ฟเวอร์กล้องวงจรปิดกับโทรศัพท์มือถือไป ต้องการอะไรกันแน่ คนร้ายกลุ่มนี้นะคะ ทีนี้ทางผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา ทางพลตำรวจตรี ณรงค์ฤทธิ์ ด่านสุวรรณ์ บอกว่าถ้าเป็นตำรวจจริงเขาไม่มาแสดงหมายค้นขอเข้าตรวจค้นตอนกลางคืน ปกติมีหมายค้นเขาต้องมาตอนกลางวันนะคะ แล้วก็ต้องมีตำรวจยศร้อยตำรวจเอกขึ้นไปเป็นผู้นำการตรวจค้น ต้องแนะนำตัวอ่านข้อหาและให้เจ้าของบ้านน่ะเซ็นรับทราบก่อน เขาถึงจะเข้าไปตรวจค้นภายในบ้านได้ ถ้าเขาจะเข้าไปในบ้านตอนกลางคืนอย่างนี้มันต้องเป็นเหตุซึ่งหน้าหรือแบบเป็นเหตุจำเป็นจริง ๆ ไม่ใช่แบบคดีอย่างนี้แน่นอน ก็น่าจะเป็นตำรวจเก๊ค่ะ (คุณกิตติกรณ์) นี่นะครับ คุณผู้ชมครับ ส่วนที่สงขลานี่มีคุณแม่ท่านหนึ่งนะครับ มีลูก 5 คน แล้วก็จะมีอยู่ 2 คนนี่ที่เป็นฝาแฝดกัน แฝดพี่กับแฝดน้อง ปรากฏก็ว่าแฝดพี่แฝดน้องนี่ เพื่อนเขาไปมีปัญหากับคู่กรณีเรียกแบบนี้แล้วกันนะครับ แล้วก็มีการนัดเคลียร์กัน น้องทั้ง 2 คน แฝดพี่แฝดน้องคู่นี้น้องเตยกับน้องตองนี่ อาสาไปเป็นคนกลางเพื่อไม่ให้เหตุการณ์มันบานปลายนะครับ แต่ปรากฏว่าพอถึงเวลาไปเคลียร์จะไปเป็นคนกลางจริง ๆ นี่ ฝั่งตัวเองน่ะ ไม่ยอมมาทำให้ฝั่งคู่กรณีโมโหนะครับ ก็เลยมาลงที่น้องทั้ง 2 คนเอง แต่ปรากฏว่าแฝดคู่พี่ ก็คือน้องเตยนะครับ น้องเตยนี่กลายเป็นไปต่อสู้กับทางฝั่งคู่กรณี เป็นผู้หญิงเหมือนกันนะครับ แต่ฝั่งนู้นน่ะพาผู้ชายมาด้วย น้องเตยสู้ได้ ทำให้ฝ่ายผู้ชายที่เป็นแฟนของผู้หญิงน่ะ ที่สู้กับน้องเตยอยู่นี่เลยไม่พอใจ เดินกลับไปที่รถมอเตอร์ไซค์เอามีดออกมาแล้วแทงน้องเตยเสียชีวิตนะครับ เหตุการณ์นี้จากการที่จะเป็นคนกลางกลายเป็นคนที่ถูกทำร้ายจนตายเลยทีเดียว ล่าสุดคุณแม่ของน้อง น้องเตยผู้เสียชีวิตนะครับ หรือว่านางสาวสุดารัตน์ อายุแค่ 16 ปีเอง คุณแม่คือแม่ฝ้าย อายุ 39 นะครับ ล่าสุดเอาหลักฐานชิ้นหนึ่งมามอบให้กับผู้สื่อข่าวเนื่องจากฝั่งตรงข้ามนี่ ตอนนี้หลบหนีนะครับ โดยเฉพาะมือมีดที่เป็นผู้ชายแทงผู้หญิงตาย เดี๋ยวให้ดูคลิปวันที่เกิดเหตุหน่อย 19 พฤศจิกายนที่ผ่านมาตอน 3 ทุ่มครึ่งครับ [เสียงคลิปวิดีโอ] (คุณกิตติกรณ์) คือพูดง่าย ๆ ว่าเตยกับตองจะไปเป็นคนกลางแต่ฝั่งตัวเองไม่มาฝั่งนู้นเลยโมโห ฝั่งนู้นน่ะมาผู้หญิง 1 นะครับ ที่เหลือผู้ชายหมดเลย แล้วพอฝั่งตองกับเตยไม่มานี่ เลยกลายเป็นว่าเตยกับตองต้องไปสู้แทน นี่คุณผู้ชมครับ แล้วสุดท้ายเตยนี่ดันไปสู้กับเขาได้ฝ่ายผู้หญิงฝั่งนู้นที่มาคนเดียวน่ะ แฟนหนุ่มเขาเห็น เขาเลยไปเอามีดมาแทงน้องเตยตาย แทงเข้าอกเลยนะครับ คุณผู้ชมเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นบริเวณสวนสาธารณะพรุค้างคาว ในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลานะครับ คุณแม่ของน้องเตยผู้เสียชีวิตนะครับ เจอกับผู้สื่อข่าวเลยเล่าให้ฟังบอกว่าเหตุการณ์ทั้งหมดเอาจริง ๆ นี่ลูกสาวไม่ได้เป็นคู่กรณีโดยตรงเพียงแค่จะไปเคลียร์ไปเป็นคนกลางให้ก็เท่านั้นเอง แต่ก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมฝ่ายชายของฝั่งนู้นที่มาด้วยกันน่ะเป็นผู้ชายแท้ ๆ ทำไมเอามีดนี่มาแทงลูกสาวแม่จนถึงขั้นเสียชีวิตนะครับ นี่นะครับ คุณผู้ชมครับ ขออภัยแก้ไขข้อมูลนิดหนึ่งผู้ชายเป็นคนหยิบมีดมาให้ผู้หญิงอีกคนแทง (คุณอุมาพร) ก็คือเห็นแฟนตัวเองสู้เขาไม่ได้น่ะแหละ ก็เลยเอามีดยัดมือแฟนตัวเอง (คุณกิตติกรณ์) เอามีดยัดมือแฟนตัวเองให้แทงนะครับ เดี๋ยวมีเสียงน้องตองด้วยนะครับ น้องตอง ก็คือแฝดคนน้องที่อยู่ในเหตุการณ์แล้วเห็นพี่สาวตัวเองนี่ถูกแทงต่อหน้าต่อตานะครับ ฟังนิดหนึ่ง (น้องตอง) สู้ไปสู้มาพอหนูเหนื่อยแล้วก็แฟนเขาน่ะจะเอาช้างดาวมาตบ แล้วพี่หนูก็เข้าไประหว่างกลาง แล้วก็ได้ตบกับพี่หนูอีกรอบหนึ่ง แฟนเขาเข้ามาแล้วก็ส่งมีดแล้วก็ให้เมียเขาแทง เขาจะแทงหนูด้วยแต่หนูวิ่ง โดนปลายมีดเพราะเขาจี้จะแทงอีก แทงแบบทุกคนที่ยืนตรงนั้นน่ะ เขาจ้วงคือสุดแรงแล้วพอจ้วงเสร็จเขาเห็นเลือดพี่หนูร้องเขาก็โดนขึ้นรถหนีไปเลย (คุณกิตติกรณ์) โดนแทงเข้าอกซ้ายนะครับ ทีเดียวเลย แล้วน้องก็มีอาการชักเกร็งแล้วก็หมดสติไปอันนี้ตัวของน้องสาว ก็คือน้องตองนี่เล่าให้ฟังนะครับ ว่าเตยนี่มีลักษณะอาการแบบนั้น คุณผู้ชมครับ คุณแม่เล่าให้ฟังบอกว่าตัวเองนี่ มีลูก 5 คน เลิกรากับสามีไปแล้ว เอาจริง ๆ ตัวเองก็ป่วยเป็นโรคไตต้องไปฟอกไตเป็นประจำอยู่แล้วนี่ ถ้าเป็นไปได้นี่อยากจะตายแทนลูกสะมากกว่า ไม่ใช่ให้ลูกสาวตัวเองนี่ ต้องมาเจอกับเหตุการณ์แบบนี้ ตอนนี้ตำรวจตามตัวอยู่นะครับ สำหรับมือมีด ก็คือทั้งผู้หญิงแล้วก็แฟนหนุ่มที่ยื่นมีดให้หลบหนีทั้งคู่นะครับ พยายามจะประสานทางครอบครัวให้เอาตัวนี่ มามอบมาส่งตำรวจเถอะ ยังเป็นเยาวชนอยู่ด้วยนะครับ คุณผู้ชมครับ ประมาณนี้นะครับ นี่เป็นเรื่องวัยรุ่นแล้วก็สุดท้ายนี่ ถึงขั้นแทงกันเลยนะครับ แล้วแทงกันตายด้วย (คุณอุมาพร) แล้วน้องที่ตายก็อุตส่าห์จะไปเคลียร์ให้เขาแท้ ๆ (คุณกิตติกรณ์) บอกว่าอยากเป็นคนกลางนะครับ (คุณอุมาพร) ไม่ได้เกี่ยวเลยนะ ที่สวนหลวง กรุงเทพฯ ก็มีเรื่องของเยาวชนอีกกลุ่มหนึ่งนะคะ ที่บรรดาผู้ปกครองเขาร้องเรียนมาว่าลูกเขาไปโรงเรียนเลิกเรียนจะเดินกลับบ้านดี ๆ กลับไปเจอเด็กวัยวัยแบบอายุไม่เกิน 15 ค่ะ อีกกลุ่มหนึ่งนี่ดักอยู่ตรงสะพานข้ามคลองนี้ แล้วเอาเงิน ดักไถเงินน่ะ ไม่ให้ ไม่มี ก็ต่อยอย่างนี้ เสยเข้าหน้าอย่างนี้ 4 รุม 1 นะคะ ในภาพเด็กเสื้อขาวที่สะพายเป้นี่ น้องอยู่ ม.3 อายุ 14 คุณผู้ชม โดนอีกกลุ่มหนึ่งซึ่งอายุไล่เลี่ยกันน่ะค่ะ อายุ 15 3 คน แล้วก็ตัวเล็กนี่ อายุ 12 เองนะ นี่วิ่งตามเขามานี่ โดนต่อยเกือบตกคลองน่ะดูแม้แต่คนที่ไปซ้อมเขา ไอ้แก๊งนี้ตัวเองก็เกือบตกเหมือนกัน จะเอาเงินแล้วมาดักอยู่ตรงนี้โดนกันหลายกลุ่มแล้วนะคะ ในภาพกล้องวงจรปิดนี่ คือเกิดขึ้นเมื่อเย็นวันศุกร์ที่ 17 พฤศจิกายนที่ผ่านมา จุดเกิดเหตุคือซอยอ่อนนุช 17 แยก 24 ล่าสุดตำรวจโรงพักคลองตันตามจับกุมเยาวชนผู้ก่อเหตุได้แล้ว 3 คนนะคะ แล้วก็ทางฝั่งครอบครัวของเด็กผู้เสียหายนี่ ไปชี้ตัวที่โรงพักเรียบร้อย มันน่าตกใจตรงที่ว่าไม่ใช่คนเดียวที่โดน ม.3 อายุ 14 คนนั้นน่ะ ไปเจอนี่ค่ะ ครอบครัวของเด็กอายุ 7 ขวบ กับ 10 ขวบเป็นพี่ชายน้องชายคู่หนึ่งโดนเหมือนกัน คุณอรพิณ คุณแม่ของน้องที่อายุ 10 ขวบกับ 7 ขวบนี่นะคะ บอกว่าลูกชายคนเล็ก 7 ขวบเล่าให้ฟังบอกว่าเห็นรุ่นพี่รวมกลุ่มนั่งดูดบุหรี่อยู่หน้าปากซอยใกล้โรงเรียนนั่งกันที ก็คือ 5 คน 7 คน แล้วพวกพี่นี่เขามีมีดมีเคียวขนาดใหญ่ด้วย น้อง 7 ขวบนี่บอกว่าถูกพี่กลุ่มนี้เดินเข้ามาขอเงิน 5 บาท ขอ 5 บาทจากเด็ก 7 ขวบค่ะ ตอนนั้นเดินน้องเดินกลับบ้านพร้อมพี่ชายที่อายุ 10 ขวบแหละ พอตอบไปว่าไม่มีก็โดนจับตัวไว้ แล้วรุ่นพี่กลุ่มนั้นก็ค้นตามกระเป๋าเสื้อ กระเป๋ากางเกง ปรากฏว่าได้จากกระเป๋าพี่ชายไป 5 บาท ทั้งนั้นแบบคือตอนแรกขอ 5 บาทแล้วไม่ให้น่ะ แล้วพอค้นแล้วเจอจริง ๆ 5 บาทก็เลยเงื้อมือแบบจะทำร้ายจะต่อยอย่างนี้ปรากฏว่ามีหนึ่งในกลุ่มนั้นบอกว่าปล่อยไป ๆ มันยังเด็กอยู่ แต่น้อง 2 คนนี้ ก็เจออย่างนี้ 2 ครั้งแล้วคุณแม่ก็ทราบก็เลยไปแจ้งทางโรงเรียน ทางโรงเรียนกลับปฏิเสธบอกว่าเด็กกลุ่มนี้ที่มานั่งตรงสะพานลาออกจากโรงเรียนไปแล้ว ทำอะไรไม่ได้แถมยังขอร้องคุณแม่อีกบอกว่าคุณแม่อย่าร้องเรียนไปทางกรุงเทพมหานครนะ เดี๋ยวทาง กทม. เข้ามาตรวจสอบแล้วโรงเรียนจะเสียชื่อเสียง แต่เด็กนักเรียนจะเดินกลับบ้านโดนไถเงินอยู่อย่างนี้ช่วยอะไรไม่ได้นะคะ ในขณะที่ผู้ปกครองของน้องอายุ 14 จากภาพกล้องวงจรปิดที่เราเห็นน่ะค่ะ ที่น้องโดนซ้อมนี่ตรงนี้พี่ชายน้องชื่อว่าอานนท์นะคะ ก็บอกว่าพอรู้ว่าตำรวจจับตัวแก๊งนี้ได้ 3 จาก 4 คน ก็เลยมาชี้ตัวที่ สน. คลองตันนะคะ ทางพี่ชายนี่บอกอย่างนี้ว่าน้องชายที่โดนซ้อมในกล้องวงจรปิดเจ็บพอสมควรเลยน่ะ เลือดกำเดาไหล หน้าผาก กกหูเป็นรอยช้ำแล้วก็โดนเตะเข้าไปกลางหลังด้วยนะคะ แล้วก็บอกอย่างนี้ว่าที่โดนจับได้ 3 คนนี่เป็นเยาวชนอายุ 12 1 คน อายุ 15 อีก 2 คน หัวโจกใหญ่อีกคนหนึ่ง อายุ 15 นะคะ ยังจับไม่ได้ แถมคนนี้มีคดีติดตัวเพิ่งจะถูกปล่อยตัวอกมาจากสถานพินิจในคดีฟันผู้อื่นจนได้รับบาดเจ็บสาหัส (คุณกิตติกรณ์) โอ้โหนี่เด็กหมดเลย (คุณอุมาพร) ผู้ปกครองของน้องที่อายุ 14 นี้พี่ชายเขาน่ะเลยตั้งคำถามบอกว่ามันควรจะแก้ปัญหาอย่างจริงจังได้แล้วหรือเปล่า เพราะจุดเกิดเหตุอยู่ใกล้โรงเรียนนิดเดียวค่ะ (คุณกิตติกรณ์) แล้วมีรายงานมาว่ามันมีเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ที่เคยเป็นข่าวนะครับ เขาเชื่อกันว่าน่าจะเป็นกลุ่มนี้ที่เชื่อมโยงกัน เดี๋ยวลองติดตามกันต่อแล้วกันนะครับ กับเรื่องนี้กับกลุ่มเด็กกลุ่มนี้นะครับ แต่อีกกลุ่มหนึ่งที่เมื่อวานนี้นี่มีการพยายามจะไปติดตามแล้วทะลายกันอยู่ ก็คือกลุ่มแก๊งขอทานข้ามชาติ ซึ่งเบื้องต้นนี่เป็นชาวจีนที่เหมือนกับว่ามีการเอามาแล้วก็เอาน้ำกรดสาดให้หน้าเละ ๆ ตัดนิ้วทำอะไรให้มันเหมือนพิการ แล้วคุณกัน จอมพลังนี่บอกว่ากลุ่มนี้ผมได้รับแจ้งมาเยอะมากเลยนะ ว่าเขาจะกระจายอยู่ตามห้างดังในกรุงเทพมหานคร ข้อมูลล่าสุดมีทั้งหมด 7 คนนะครับ แก๊งนี้ แล้วแต่ละคนทำงานวันละ 6 ชั่วโมงรายได้วันละหมื่นกว่าบาท ซึ่งกันแล้วแก๊งนี้ 7 คนนี่ ต่อเดือนนะคุณตาล (คุณอุมาพร) ค่ะ (คุณกิตติกรณ์) 2,000,000 ครับ รายได้ นี่ขอทานนะครับ ช่วงหน้าเดี๋ยวกลับมาครับ [เสียงดนตรี] [เสียงโฆษณารายการ สด ข่าวเที่ยงจากที่จริง] (คุณกิตติกรณ์) นครศรีธรรมราชนะครับ คุณผู้ชมครับ ตำรวจ สภ. ทุ่งสง รับแจ้งเหตุจากชาวบ้านนะครับ ว่ามีการไปเจอร่างร่างหนึ่งถูกน่าจะถูกฆ่าแล้วเอาไปฝังดินอำพรางเอาไว้นะครับ เลยมีการไปตรวจสอบกัน เบื้องต้นนี่จุดตรงนี้ที่ไปเจอศพนะครับ ก็คือบ่อดินร้างในพื้นที่บ้านลำประ ริมถนนสายทุ่งสง-จันดี ในพื้นที่หมู่ 4 ตำบลนาหลวงเสน นี่นะครับ คุณผู้ชมครับ ไปขุดกันแบบนี้เลยหลังจากชาวบ้านมาบอก คุณผู้ชมครับ ขุดไปนี่เจอร่างของผู้ชายแล้วยังไม่รู้ด้วยนะว่าเป็นใคร เนื่องจากว่าน่าจะเสียชีวิตมาแล้วนี่ ประมาณสักครึ่งเดือนคุณตาล 2 สัปดาห์ (คุณอุมาพร) ค่ะ (คุณกิตติกรณ์) คือร่างนี่เริ่มจะเน่าแล้ว เน่าสลายคือดูไม่ออกแล้วครับคุณผู้ชมครับ ผู้ชายคนนี้นี่ลักษณะ ก็คือสูงประมาณสัก 170 เซนติเมตร ถูกฆ่าแล้วเอาไปคว่ำหน้านี่ คว่ำหน้านอนอยู่ในกองดินนะครับ แล้วก็มีการแต่งกายคือนุ่งกางเกงขาสั้นสีดำ สวมเสื้อยืดคอกลมสีดำ แล้วก็มีผ้าใบสีเขียวนี่ คลุมปิดศพเอาไว้อีกทีหนึ่งแล้วก็ถมด้วยดิน (คุณอุมาพร) คือในหลุมนี่เอาศพคว่ำลงไปก่อน (คุณกิตติกรณ์) คว่ำไปก่อน (คุณอุมาพร) แล้วเอาผ้าใบปิดทับ (คุณกิตติกรณ์) ผ้าใบสีเขียวทับแล้วถมดิน นี่ฆ่าแล้วฝังดินแบบนี้นะครับ โดยศพนี่เจ้าหน้าที่บอกว่าใบหน้าจำไม่ได้เลย ดูไม่ออกครับ ว่าเป็นใคร ศีรษะเหลือแต่หัวกะโหลกแล้ว แล้วพอจะเห็นว่ามีบาดแผลนี่ ถูกฟันบริเวณแขนขวาจนขาด ผิวหนังแห้งเหลือแต่โครงกระดูกนะครับ แล้วก็มีร่องรอยที่ถูกสัตว์นี่กัดแทะไป ก็เบื้องต้นอย่างที่เรียนให้ทราบตอนต้นนะครับ ว่าน่าจะเสียชีวิตมาอย่างน้อย ๆ นี่ 2 สัปดาห์แล้ว 14-15 วัน ชาวบ้านที่เจอศพคนแรกนะครับ เขาบอกว่าเดินผ่านเข้ามาในบริเวณที่เจอศพนี่ แล้วได้กลิ่นเหม็นเหมือนซากสัตว์เน่า ก็เลยไปตามคนมาช่วยดูนะครับ แล้วก็หากันจนเจอว่าไอ้กลิ่นเน่าที่ว่านี่ มันมาจากรอยเหมือนกับเอาดินกลบน่ะ เหมือนหลุมที่เพิ่งจะฝังกลบใหม่ ๆ ก็ไม่แน่ใจว่าข้างล่างเป็นอะไรก็เลยเอาล่ะเราไม่ขุดเองดีกว่า แจ้งเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบนะครับ คุณผู้ชมครับ ตอนนี้ผู้กำกับ สภ. ทุ่งสงบอกว่ายังไม่พบหลักฐานที่ชี้ชัดได้ว่าเขาเป็นใครนะครับ เดี๋ยวให้ชุดสืบลงพื้นที่เพื่อตามหาคนในหมู่บ้านก่อนว่ามีใครหายไปไหม หรืออาจจะเป็นคนที่อยู่นอกหมู่บ้านถูกฆ่าแล้วเอามาฝังดินอำพรางที่นี่ก็เป็นไปได้เหมือนกัน (คุณอุมาพร) โอ้โหน่าจะนอกพื้นที่แล้วนะคะ ทีนี้ที่บ้านค่ายระยองคุณผู้ชมคะ มีชาวเมียนมา 3 คนซึ่งต้องบอกว่าซวยมากจริง ๆ ขี่มอเตอร์ไซค์ซ้อน 3 กันออกไปจะไปซื้อไก่ รถล้มก่อนรอบหนึ่ง ก็เลยขี่กลับมาแล้วก็ตั้งใจว่า ซ้อน 3 กันไปใหม่จะไปซื้อยามาทาแผล ครั้งนี้โดนหนักกว่าเดิมอีกเพราะไปเจอกระบะแต่งซิ่งคันหนึ่ง ดูภาพจากกล้องนะคะ เหยียบมาแล้วชนท้ายมอเตอร์ไซค์จนกระเด็นลอยกันไปทั้ง 3 คนค่ะ [เสียงคลิปวิดีโอ] (คุณอุมาพร) กระเด็นกลิ้งกันอยู่กลางถนนแล้วกระบะขาวที่แต่งซิ่งคันนั้นก็ไปเลยค่ะ คือ ได้ยินเสียงเบรกแหละแต่เบรกไม่อยู่ก็ชนอยู่ดี แล้วพอชนปุ๊บตัวเองก็ซิ่งไปต่อเลยนะคะ นี่เหตุการณ์เกิดขึ้นตรงถนน 3371 ตำบลหนองละลอก บ้านค่าย ระยองนะคะ ชาวเมียนมาทั้ง 3 คนเป็นชาย 1 หญิง 2 บาดเจ็บทั้งหมด เจ้าของร้านขายอาหารตามสั่งที่รู้จักกับชาวเมียนมาทั้ง 3 รายนี่เจ๊พิมเล่าให้ฟังบอกว่าทั้ง 3 คน ชาวเมียนมาขี่รถจะไปซื้อไก่ ยังไม่ทันจะได้ซื้อรถล้มก็เลยซ้อน 3 ขี่กันกลับมา นั่งพักสักครู่หนึ่งก็จะออกไปซื้อยาทาแผลที่รถล้มเมื่อครู่ ปรากฏว่าพอมาถึงจุดเกิดเหตุเจอกระบะขาวแต่งซิ่งโหลดเตี้ยคันนั้นน่ะค่ะ แบบเร่งเครื่องเบิร์นเครื่องมาจนแบบควันดำเต็มถนนนะคะ พุ่งเข้าชนด้านท้ายอย่างจัง จนร่างของเมียนมาทั้ง 3 คน ลอยกระเด็นกันไปคนละทิศละทาง พลเมืองดีคนอื่นที่เห็นเหตุการณ์บอกว่ากระบะแต่งซิ่งสีขาวคันนั้นขับมาจากทางบ้านค่ายพอถึงแยกไฟแดงก็เหยียบคันเร่งจนควันดำน่ะพุ่งออกมาเต็มถนน จนทำให้กล้องหน้ารถของเขามองไม่เห็นทะเบียนคันนั้นนะคะ ทะเบียนของกระบะซิ่งน่ะค่ะ แต่พอขับมาได้อีกสักพักหนึ่งก็เห็นกระบะแต่งซิ่งที่เมื่อกี้เพิ่งจะพ่นควันดำโขมงน่ะค่ะ ชนท้ายมอเตอร์ไซค์ของเมียนมาที่ซ้อน 3 จนพังยับไปแล้ว แถมพอชนเสร็จหนีเลยไม่ลงมาดูคนเจ็บด้วยนะคะ ทำอย่างไรน่ะทีนี้คือกล้องหน้ารถเขาก็มองไม่เห็นน่ะคือกล้องมันก็ไม่ค่อยชัดมันกลางคืนด้วยใช่ไหมคะ แถมยังแบบเร่งเครื่องสะจนควันดำออกมาปิดทะเบียนตัวเองอีก ตำรวจก็เลยต้องไปไล่ดูกล้องวงจรปิดตามถนนเส้นต่าง ๆ เพื่อหาป้ายทะเบียนของกระบะซิ่งคันนั้นมารับผิดชอบให้ได้ค่ะ (คุณกิตติกรณ์) ครับ จากระยองมาสมุทรปราการนะครับ อันนี้เป็นเหตุที่หลายคนถ้าเห็นภาพแล้วอาจจะงงว่า เอ๊ะ ขี่รถเข้าไปในลักษณะแบบนี้ได้อย่างไรนะครับ มอเตอร์ไซค์ของผู้ชายคนหนึ่งนะครับ ขี่มาเข้าวงเวียนทางตรงเลย แล้วตรงกลางนี่ มีพระวิษณุอยู่ คุณผู้ชม ไม่มีเบรก ไม่มีชะลอ ตรงพุ่งเข้าไป แล้วชนกับศาลพระวิษณุ ตายคาที่ครับ นี่ คุณผู้ชมครับ จะเห็นภาพตอนที่เขาขี่เข้ามา แล้วขึ้นไปเลย เห็นไหมครับ ขึ้นไป แล้วชนเข้าศาลนี่ ดูอีกที แล้วมาเร็วมาก ไม่เบรกนะครับ นี่คือภาพตอน 21.33 น. เมื่อวานนี้ ที่บริเวณวงเวียนท้ายซอยนิคมเอ็มไทย นี่ ในพื้นที่บางเสาธง สมุทรปราการนะครับ คุณผู้ชมครับ เดี๋ยวให้ดูภาพที่จุดเกิดเหตุหน่อย หลังจากที่หนุ่มคนนี้ขี่พุ่งตรงเข้าไปชนศาลพระวิษณุที่ตั้งอยู่ด้านในวงเวียน นายโชคชัย ฉายแสง อายุ 27 นะครับ สภาพนี่ คือ บาดแผลฉกรรจ์บริเวณหน้าอกด้านขวาฉีกขาดนะครับ คิ้ว แขน คิ้ว แขน ขาขวานี่ หักนะครับ แล้วก็มีเลือดนองเต็มหน้าเลย เสียชีวิตคาที่นะครับคุณผู้ชมครับ แล้วในขณะเดียวกันนี่ ให้ดูบริเวณตรงศาล ก็มีร่องรอยถูกพุ่งชน เศษปูนแตกออกมาในลักษณะแบบนี้ คนที่เขาเห็นเหตุการณ์ คือ รปภ. ที่เขาอยู่ตรงนั้น เขาบอกว่า เขาเห็นคนตาย ก็คือคุณโชคชัยนี่ ขี่มอเตอร์ไซค์มาคนเดียวด้วยความเร็วสูง มาถึงวงเวียน ไม่มีการเบรก ไม่มีการชะลอรถ พุ่งชนรั้วกั้น แล้วดิ่งตรงเข้ามาในวงเวียน แล้วชนเข้ากับศาลพระวิษณุ ตายครับ ตายเลยนะครับคุณผู้ชม ในขณะเดียวกันนี่ แฟนสาวรีบมาที่จุดเกิดเหตุ แล้วเล่าให้กับผู้สื่อข่าวฟัง คุณวลัยลักษณ์ คุณวลัยลักษณ์บอกว่าตอนแรกนี่ ตัวคุณโชคชัย คนตาย ไปหาพี่สาวมา กลับจากหาพี่สาวก็แวะมาหาเธอ ซึ่งตอนนั้นเธออยู่ห้างบริเวณหน้าปากซอยที่เกิดเหตุ พอแฟนหนุ่มมาหาปั๊บ ก็หลังจากนั้นจะกลับบ้าน ขี่รถมอเตอร์ไซค์ตามกัน แต่คนละคัน อยู่ดี ๆ แฟนหนุ่มขี่ออกไปเลย หายไปเลยครับ แล้วมารู้อีกที ก็คือนี่แหละครับ มาพุ่งชนศาลพระวิษณุ เสียชีวิต เขาบอกเขายังงงเหมือนกันว่าเกิดอะไรขึ้น ก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าแฟนหนุ่มดื่มมาก่อนหน้านี้หรือเปล่านะครับ ยังไม่ทราบสาเหตุที่ชัดเจน แต่ที่แน่ ๆ เกิดอุบัติเหตุแล้ว มีคนเสียชีวิตนะครับ (คุณอุมาพร) ค่ะ แล้วก็วันนี้ 20 พฤศจิกายน เป็นฤกษ์งามยามดี ที่มีบ้านที่เขาจะต้องจัดงานแต่ง งานวิวาห์ เตรียมงาน เตรียมพิธีกันไว้เรียบร้อยแล้ว แต่สุดท้ายงานวิวาห์นั้นต้องยกเลิก ต้องเลื่อนไปก่อนนะคะ เพราะว่าต้องจัดงานศพให้กับคุณแม่ของเจ้าสาวแทน คุณแม่ขี่มอเตอร์ไซค์ออกมาจะซื้อของงานแต่งลูกสาวนี่แหละ แต่ไปประสบอุบัติเหตุ เฉี่ยวชนกับรถบัสรับ-ส่งพนักงานนะคะ จนเสียชีวิต คุณผู้ชม เช้าวานนี้นะคะ ตรงบริเวณสะพานข้ามคลองด่าน พื้นที่ของอำเภอบางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการ เป็นรถบัสรับ-ส่งพนักงานขนาดประมาณ 45 ที่นั่งค่ะ ที่เกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชนกับมอเตอร์ไซค์ของคุณป้าสังวร สัมพันธ์ วัย 64 ปี ตอนที่เจ้าหน้าที่เข้าไปเก็บกู้ตรงจุดเกิดเหตุนี่นะคะ นี่ มอเตอร์ไซค์ที่คุณป้าสังวรขี่มานะ แต่ว่าร่างของคุณป้านี่ คือ ถูกล้อรถบัสทับกลางอก จนร่างนี่ เกือบจะขาดแยกออกจากกัน แล้วไม่สามารถที่จะเก็บศพได้ทันที ต้องใช้เครื่องตัดถ่าง นำแม่แรงยกตัวรถบัสให้ล้อลอยสูงขึ้น ถึงจะดึงร่างของคุณป้าสังวรออกมาได้ เพราะว่าล้อรถทับ ติดคาอยู่อย่างนั้นเลยนะคะ แล้วลูกสาวของคุณป้าก็บอกว่าแม่นี่ ขี่มอเตอร์ไซค์ออกจากบ้านตั้งแต่ 6 โมงเช้าน่ะค่ะ จะไปซื้อของที่ตลาดคลองด่าน ก็คือวันรุ่งขึ้นลูกสาวจะแต่งงานน่ะ ก็เตรียมข้าวของอะไรทั้งหลายทั้งแหล่ แต่มาประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตเสียก่อนนะคะ ในขณะที่ฝั่งของคนขับรถบัสรับ-ส่งพนักงานคันนี้ นายสุขสันต์ ภูมิพนา วัย 31 ปี เจ้าหน้าที่นี่ต้องคุมตัวไปนั่งในรถของตำรวจ ป้องกันไม่ให้ญาติของคุณป้าสังวรนี่เข้ามาประชาทัณฑ์ เพราะว่าอารมณ์บ้านเขากำลังจะมีงานมงคล (คุณกิตติกรณ์) กำลังจะแต่งงาน (คุณอุมาพร) แล้วมาเกิดอุบัติเหตุอย่างนี้เสียก่อนนี่ ต้องแยกมาคุมตัวอยู่ตรงนี้นะคะ นายสุขสันต์เขาบอกว่าขับมาจากปากน้ำ สมุทรปราการ ตอนที่อยู่กลางสะพานข้ามคลองด่าน มอเตอร์ไซค์ของคุณป้าขี่อยู่ด้านซ้ายเขา จู่ ๆ เบี่ยงกินเลนออกมา เข้าหาตัวรถบัส เขาเห็นแล้ว พยายามจะเบี่ยงหลบแล้ว แต่มันไม่พ้นจริง ๆ มอเตอร์ไซค์ของคุณป้าก็เลยชนเข้ากับด้านข้างของรถบัส แล้วล้มลง ล้อหน้าซ้ายของรถบัสก็เลยเหยียบทับร่างคุณป้าสังวรทันทีค่ะ แล้วทางฝั่งบ้านลูกเขยค่ะ ก็คือคุณแม่ของว่าที่ลูกเขยน่ะ ก็บอกตกใจจริง ๆ นะ เพราะว่าจริง ๆ กำหนดงานวิวาห์นี่ ก็คือวันนี้ เตรียมของจัดงานเอาไว้เสร็จสรรพเรียบร้อยทุกสิ่งแล้ว แต่มาเกิดเหตุเศร้าสลดกับทางฝั่งบ้านเจ้าสาวเสียก่อนนะคะ แม่เจ้าบ่าวก็เลยบอกว่าอย่างนั้นคงต้องเลื่อนงานแต่งแล้วล่ะ ให้ทางฝั่งบ้านเจ้าสาวเขาได้จัดงานศพให้คุณแม่ตัวเองก่อนนะคะ ทีนี้ตำรวจโรงพักคลองด่านค่ะ ก็คุมตัวนายสุขสันต์ คนขับรถบัส ไปสอบสวนเพิ่มเติมที่โรงพักเรียบร้อยนะคะ ดำเนินการตามกฎหมายน่ะ จะบอกว่ามอเตอร์ไซค์คุณป้าเบี่ยงเข้ามาหาเขาเอง จะอย่างไรก็ตาม ก็คงต้องไปไล่ดูว่ามีภาพจากกล้องวงจรปิด หรือว่ากล้องหน้ารถคันอื่นไหม เพื่อยืนยันว่าใครถูกใครผิดในคดีนี้นะ (คุณกิตติกรณ์) แต่เขากำลังจะมีงานมงคลนะครับ ที่บ้านเขา กลายเป็นแม่เจ้าสาวนี่มาเสียชีวิตเสียก่อน วันเดียวกันเลยนะครับ คุณผู้ชม ส่วนอีกเหตุการณ์ให้ดูที่ชลบุรีนะครับ อันนี้เป็นเรื่องของหนุ่มต่างชาติ เป็นหนุ่มชาวตุรกีนะครับ เขามาเที่ยวที่ไทยนะครับ แล้วก็เล่นแอปพลิเคชันหาคู่ แล้วก็ไปเจอกับหญิงไทยคนหนึ่ง เขาบอกว่าเขาอยู่ที่ภูเก็ตนะ แต่หนุ่มตุรกีคนนี้เขาชื่อรูฮาน รูฮาน นี่ เขามาเที่ยวอยู่ที่พัทยา ทีนี้พอไปเจอแอปหาคู่ ไปแมตช์กับผู้หญิงที่อยู่ภูเก็ต ก็คุยกัน 3 วัน คุณตาล 3 วันนะ ชวนผู้หญิงภูเก็ตน่ะ มาเที่ยวพัทยาได้ แล้วมาเจอกันจริง ๆ เขาบอกมาเจอกันปั๊บนี่ ก็ชวนกันไปเที่ยวครับ ไปเที่ยวที่สถานบันเทิง ย่าน Walking Street พัทยาใต้ เสร็จปั๊บน่ะ ตามขั้นตอน ไปไหนต่อ ขอไปห้องฝ่ายผู้หญิงหน่อย ไปเที่ยวห้องผู้หญิงนะครับ ไปถึงปั๊บ ผู้หญิงก็น่ะ ตาม Step เหมือนเดิม อยากให้รูฮานนี่ อาบน้ำ รูฮานก็ด้วยความที่ว่า โอเค ฉันโอเค เดี๋ยวฉันไปอาบน้ำ ก็เข้าห้องน้ำไปอาบน้ำ คุณผู้ชม อาบเสร็จ ออกมาด้วยความอารมณ์ดี ปรากฏว่า รูฮานหาผู้หญิงไทยคนนี้ไม่เจอแล้วครับ ทิ้งห้องเอาไว้กับรูฮานที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จ คุณผู้ชมครับ นอกจากไม่เจอผู้หญิงแล้ว เงิน 2,100 ดอลลาร์ ไม่เจอด้วย โทรศัพท์ iPhone 14 Pro ประมาณ 30,000 บาท ก็ไม่เจอด้วย มูลค่าทั้งหมดที่หายไป คือ ประมาณ 100,000 กว่าบาท เลยตัดสินใจไปแจ้งความที่โรงพักนะครับคุณผู้ชม สภ. เมืองพัทยา ไปเปิดโรงแรมนะครับ แถวพัทยา สาย 2 นี่แหละครับ ตอนนี้เห็นบอกว่าทางตำรวจนี่ กำลังจะไปตรวจสอบในพื้นที่ที่ไปนัดเจอกันก่อนนะครับ โรงแรมนั่นน่ะ ว่าตัวผู้หญิงนี่ เขา หลังจากให้รูฮานอาบน้ำนี่ เขาไปไหนต่อ เดี๋ยวตำรวจจะตามตัวนะครับ คุณผู้หญิงทางขวานี้นะครับ ขออนุญาตเบลอหน้าเอาไว้ก่อน (คุณอุมาพร) เอาทรัพย์สินเขาไปเสียขนาดนี้ (คุณกิตติกรณ์) 2,100 ดอลลาร์ คือ 73,000 บาท (คุณอุมาพร) คุ้มไหม จากภูเก็ตขึ้นมาพัทยา แล้วเอาเงินเข้าไปขนาดนี้ (คุณกิตติกรณ์) ได้อาบน้ำฟรี (คุณอุมาพร) ส่วนเรื่องของคุณลุงลำยวงค่ะ ที่เป็นผู้ป่วยอัลไซเมอร์ แล้วหายตัวออกจากบ้านไปน่ะ 3 วัน ในที่สุดเจอตัวแล้ว นี่ เดินหลงอยู่ในไร่มันนี่ คุณ ห่างจากบ้านไป 12 กิโลเมตรเลยนะคะ คุณลุงนี่ บ้านอยู่ที่ตำบลโบสถ์ อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา แล้วก็เดินหลง หายเข้าไปในป่าบ้านหนองแสวง ที่ตำบลโบสถ์ พลัดหลงอยู่ในป่ารอยต่อพื้นที่อำเภอห้วยแถลง 3 วันน่ะ ตั้งแต่วันศุกร์ที่ 17 พฤศจิกายนน่ะ จนกระทั่งเย็นวานนี้ มีกลุ่มชาวบ้านในเขตพื้นที่ตำบลหลุ่มตะเคียน บอกว่าเจอตัวคุณลุงแล้วค่ะ อยู่กลางไร่มัน ห่างจากบ้านไป 12 กิโลเมตร สภาพอิดโรยเลย เพราะว่าขาดอาหาร ขาดน้ำมาตั้ง 3-4 วัน ชาวบ้านที่เจอตัวนะคะ ก็คือนางปรารถนา นาคพะเนา บอกว่ากำลังเก็บมันสำปะหลังอยู่ ก็เห็นคุณลุงนี่เดินอยู่กลางไร่มัน ตอนแรกนึกว่าคนบ้าน่ะ ว่ากันตรง ๆ ใครอยู่ ๆ จะมาเดินวนไปวนมาอยู่ในไร่มันแบบนี้นะคะ จนกระทั่งตอนหลังคุยกันแหละ ถามไปถามมาถึงรู้ว่ามีคนประกาศตามหาอยู่นี่นา ลักษณะใช่เลย ญาติของคุณลุงลำยวงนะคะ ลงประกาศในออนไลน์ เป็นข่าวด้วย ก็เลยรีบติดต่อเจ้าหน้าที่ แล้วก็นำตัวคุณลุงนี่ซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์ออกจากไร่มันมาจนถึงริมทาง ส่งตัวให้เจ้าหน้าที่ พาตัวคุณลุงกลับถึงบ้านได้อย่างปลอดภัย ดูสภาพแขน ขา นะคะ ในที่สุดก็เจอตัวสักที ปลอดภัยกลับบ้านได้ค่ะ (คุณกิตติกรณ์) นี่นะครับ คุณผู้ชมครับ มีรายงานมาว่าเมื่อช่วงสายที่ผ่านมานะครับ ย่านดุสิตนี่ มีเหตุการณ์ที่น้องนักเรียนช่างคนหนึ่งนะครับ โดนกลุ่มคู่กรณีนี่ยิงจนเสียชีวิตเลยนะครับ นี่เป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์ที่ยิงกันในเมือง แล้วก็เป็นเด็กนักเรียน เด็กช่างอีกแล้วนะครับ คุณผู้ชมครับ ตำรวจ สน. ดุสิต รับแจ้งเหตุนะครับ บอกว่าจุดเกิดเหตุนี่ อยู่บริเวณซอยระนอง 2 ไปตรวจสอบแล้ว เจอร่างของน้องนักศึกษาชั้นปีที่ 2 วิทยาลัยเทคนิคแห่งหนึ่งย่านดุสิตแล้วกัน น้องพงษ์พีระ อายุ 16 เองนะครับ นี่คุณแม่มา หลังจากทราบข่าวว่าลูกชายถูกยิง คุณผู้ชม หัวอกคนเป็นแม่นะ ลูกเพิ่ง 16 เองน่ะ ใจแทบสลายเลยนะครับ คุณผู้ชมครับ เบื้องต้นนี่ มีภาพวงจรปิดนะครับ ทีมข่าวเราได้มาตอนที่เกิดเหตุ จะเห็นว่าน้องพี… พงษ์พีระ คนตายนี่ น้องมาที่จุดเกิดเหตุเพียงลำพัง ด้วยท่าทางที่ดูแล้วปกติทั้งหมดเลย ทันไหมเอ่ย เดี๋ยวให้ดูนะครับ นี่คือภาพน้อง คุณผู้ชมครับ น้องมาตรงนี้ แล้วหลังจากนั้นมีกลุ่มที่ก่อเหตุ 3 คน ขี่มอไซค์มา 2 คัน อาจจะไกลนิดหนึ่งนะครับ ประกบน้อง ประกบน้องเสร็จปั๊บนี่ ปรากฏว่าถ้าตามภาพนะครับ จะเห็นน้องนี่ โดนปรี่เข้าหาตัวแล้วเหมือนโดนทำร้ายร่างกาย แล้วหลังจากนั้นน้องล้มลงแน่นิ่งไป ก่อนที่เหมือนกับจะมีเพื่อนน้องนี่ตามมาอีกคนหนึ่ง แล้วพยายามจะมาช่วยน้อง แต่ปรากฏว่าเหมือนกับจะโดนไอ้กลุ่มก่อเหตุกลุ่มเดียวกันนี่ จะทำร้ายเขาอีก แต่หลังจากนั้นก็มีการแยกย้ายกันไป แต่บทสรุป คือ คุณผู้ชมครับ ที่น้องพงษ์พีระแน่นิ่งไปตอนต้นนี่ ตามวงจรปิดนี้นะครับ น้องนี่ถูกทำร้ายไม่พอ คือ ถูกเอาปืนปากกายิงเข้าบริเวณใต้อกน่ะ นิดหนึ่ง คุณผู้ชมครับ แล้วแผลใหญ่มาก กว้างประมาณสัก 5 เซนติเมตรน่ะ เสียชีวิตคาที่นะครับคุณผู้ชมครับ นอกจากนี้เพื่อนของน้องนะครับ หลังจากเกิดเหตุแล้ว พยายามจะมาช่วยน้องนี่ ก็ให้ข้อมูลกับผู้สื่อข่าวนะครับ บอกว่าตอนที่มาถึงจุดเกิดเหตุนี่ มีกลุ่มคนร้ายเป็นผู้ชายวัยรุ่น เอาจริง ๆ น่าจะประมาณ 3-4 คนน่ะ ไม่รู้เหมือนกันว่าแต่งตัวนี่อยู่สถาบันไหน อะไรอย่างไรหรือเปล่า มอเตอร์ไซค์ Honda Wave สีดำ-แดง แล้วก็มอเตอร์ไซค์ NMAX สีขาว ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนมาทั้ง 2 คัน แล้วก็เอาปืนปากกานี่มายิงใส่น้องพงษ์พีระ 1 นัด แล้วหลังจากนั้นก็หลบหนีไปตามถนนพระราม 5 นี่ น้องบอกเห็นทันแค่นี้เท่านั้นนะครับ แล้วที่จุดเกิดเหตุนี่ เจอปืนปากกา ขนาดความยาว 25 เซนติเมตร ตกเอาไว้ในที่เกิดเหตุอีกอย่างหนึ่งด้วย ฟังเสียงเพื่อนหน่อยนะครับ ที่มานี่ ช่วยเพื่อนไม่ทันแล้วครับ หลังเกิดเหตุ นอกจากคุณแม่ของน้องพงษ์พีระจะมานี่ ก็มีคุณพ่อด้วยนะครับ คุณพ่อชาญณรงค์ ก็เล่าให้กับผู้สื่อข่าวฟังหลังจากมาจุดเกิดเหตุนี่ บอกว่าเมื่อเช้านี้ ก่อนลูกจะออกจากบ้านก็ยกมือไหว้พ่อตามปกติ ปกติลูกชายจะเดินทางมาที่สถาบันนี่ ด้วยการขึ้นรถเมล์จากบ้านที่ดินแดง แต่จะใส่ชุดปกติ ชุดธรรมดามาเรียน แล้วพอจะเข้าที่วิทยาลัยปึ๊บ ค่อยเปลี่ยนเป็นชุดเครื่องแบบ คือ น้องน่าจะมีการ Save ตัวเองพอสมควรนะครับ ว่าทำอย่างไรก็ได้ให้เขาไม่รู้ว่าเราเป็นเด็กช่าง แล้วพอจะเข้าเรียนปั๊บ เข้าสถาบันปึ๊บนี่ ค่อยเปลี่ยนเสื้อผ้าตามเครื่องแบบ น้องพยายามจะป้องกันมาโดยตลอดนะครับ แต่ปรากฏว่าก็มาเกิดขึ้นกับลูกชายคุณพ่อจนได้ คุณพ่อบอกว่าที่ผ่านมาลูกชายตั้งใจเรียนมาโดยตลอด ก่อนหน้านี้นี่ เป็นห่วงเรื่องความปลอดภัย เพราะว่าเพิ่งจะดูข่าวเรื่องครูเจี๊ยบ กับน้อง… น้องหยอด ที่ถูกยิง ณ วันนั้นนะครับ คุณผู้ชมครับ บอกเพิ่งจะดูข่าวนี้มา ก็อยากให้ลูกลาออกนะ เพราะกลัวจะเกิดเหตุแบบนี้กับลูก แต่สุดท้าย ลูกไม่ยอมลาออกครับ อยากจะเรียนให้จบ และก็ดันมาเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นจนได้ ฟังคุณพ่อหน่อยนะครับ (คุณชาญณรงค์) ก็มารถเมล์ 117 ครับ ก็มากับเพื่อนแล้วก็รุ่นน้อง คือ ขึ้นรถเมล์มาด้วยกันครับ แต่มาเปลี่ยนเสื้อผ้าอยู่แยกระนองก็เสร็จ แล้วก็ใส่เสื้อผ้าโรงเรียน แล้วก็เดินจะเข้าโรงเรียนแล้วครับ อีก 500 เมตรครับ ออกจากบ้านก็สวัสดีพ่อ แม่ รักพ่อ รักแม่ครับ (ผู้สื่อข่าว) ปกติเขาเรียนดีไหมครับ (คุณชาญณรงค์) ก็ไม่ได้เกเรอะไรหรอกครับ ถือว่ารุนแรงมากเลยล่ะครับ ผมก็ไม่คิดไม่ฝันว่าจะเกิดกับลูกผมครับ ผมก็ไม่ค่อยได้ถามเขาแหละ ให้เขาใช้ชีวิตเขาเองครับ ลูกคนเดียวครับ (ผู้สื่อข่าว) ลูกคนเดียวด้วยนะ (คุณชาญณรงค์) ครับ มีแค่นี้แหละ (คุณกิตติกรณ์) คุณผู้ชมครับ ในขณะเดียวกันนี่ ทางโรงเรียนต้นสังกัดของน้องพงษ์พีระ ผู้เสียชีวิตนะครับ ทางผู้อำนวยการของวิทยาลัยนี่ ก็มีการออกมาให้ข้อมูลว่า เอาจริง ๆ นี่ ที่ผ่านมานานแล้วนะครับ เด็กในสังกัดที่วิทยาลัยน่ะ ไม่เคยมีปัญหา ทะเลาะตบตีอะไรกับสถาบันอื่นเลยนะ แต่กลายเป็นว่าก็มามีเหตุการณ์นี้อีก แล้วเด็กในโรงเรียนของตัวเองไม่เคยพกอาวุธอีก ส่วนเรื่องที่เด็กนำชุดมาเปลี่ยนนี่ คือ เป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว คือ เด็กอาจจะมีการ Save ตัวเองก็ได้ แต่ว่าตัวของ ผอ. นี่ มองว่าก็อาจจะไม่ได้เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็ได้ ส่วนตอนนี้ตำรวจกำลังเร่งติดตามตัวก่อนนะครับ พฤติการณ์เบื้องต้น เท่าที่ตรวจสอบจากวงจรปิด เห็นบอกว่า กลุ่มคนร้ายนี่มีการขี่วกไปเวียนมา ดูลาดเลามาก่อนหน้านี้อยู่แล้ว แล้วค่อยมาก่อเหตุกับน้องพงษ์พีระคนนี้นะครับ เดี๋ยวรอติดตามความคืบหน้าคดี เพราะว่าคดีเก่าของครูเจี๊ยบกับน้องหยอดนี่ น้องหยอดเสียชีวิตแล้วนะครับ ล่าสุด ยังจับไม่ได้เลย ที่ยิงกันตรงคลองเตยน่ะ นะครับ นี่มาอีกแล้ว (คุณอุมาพร) ขยายวงตรวจสอบกันทั่วพื้นที่กรุงเทพฯ แล้วค่ะ แล้วก็ขยายไปถึงปริมณฑลด้วย ใครมีข้อมูล ใครเห็นแก๊งขอทานข้ามชาติ แจ้งข้อมูลกับเจ้าหน้าที่หน่อยนะคะ เพราะว่าลักษณะมันทารุณ โหดร้ายเหลือเกินค่ะ อันนี้ ก็คือกรณีที่คุณกัน จอมพลัง เขารับแจ้งใช่ไหม ว่ามีผู้หญิงนะคะ ลักษณะแบบพิกลพิการ นิ้วมือทั้ง 2 ข้างน่ะ กุดหมดเลย แล้วก็ช่วงใบหน้าน่ะค่ะ เหมือนถูกน้ำกรดรถราดมา จนกระทั่งเนื้อมันละลาย ยุ่ย จำเค้าโครงเดิมของหน้าไม่ได้ ไม่รู้เลยว่าหน้าตาแต่เดิมเป็นอย่างไร ดูลักษณะแล้วน่าสงสาร แล้วใส่ชุดนักเรียนบ้าง อันนี้ชุดนักเรียนนะคะ บางคนก็ใส่ชุดนักศึกษา มานั่งอยู่ตามจุดชุมชน หน้าห้างสรรพสินค้าต่าง ๆ ที่คนเดินผ่านเยอะ ๆ แล้วคนเห็นสภาพพิกลพิการแบบนี้ ก็สงสาร ก็ให้เงิน นี่ กรณีที่คุณกันเขาลงพื้นที่ไปตรงบริเวณหน้าห้าง ย่านปิ่นเกล้าใช่ไหมคะ แล้วปรากฏว่าพอเจ้าหน้าที่เดิน ๆ กันมา เหมือนเธอจะไหวตัว หนีเข้าไปอยู่ในห้องน้ำของห้าง จนต้องไปพาตัวออกมา ค้นตัว เจอเงินสดติดตัวอยู่น่ะ 10,000 กว่าบาท 10,700 บาท นี่นะ ในกระเป๋าเธอนะคะ น่าจะเป็นเงินที่ได้จากการนั่งขอทานตลอดทั้งวัน แล้วตอนแรกเจ้าหน้าที่พยายามสอบถาม คือ นิ้วกุด ใบหน้าเหมือนถูกน้ำกรดราดมาก็จริง แต่ก็น่าจะยังพูดได้หรือเปล่า ปรากฏเธอทำท่าเหมือนเป็นคนใบ้ มันแปลกตรงที่ว่า สุดท้าย ดูลักษณะไป ๆ มา ๆ แล้ว เจ้าหน้าที่ตามล่ามมาคุยกับเธอ ล่ามภาษาจีน พูดได้นะ (คุณกิตติกรณ์) พูดจีนนะครับ (คุณอุมาพร) พูดจีนนะคะ แล้วก็เลยได้ข้อมูลว่านี่ ผู้หญิงคนนี้นะ อายุ 40 ปี เดิม มีสามี แต่งงานแล้วน่ะ ที่จีนน่ะค่ะ แล้วก็เลิกรากัน เธอก็เลยเดินทางมาหาช่องทางทำกินที่เมืองไทย มานั่งขอทาน ด้วยสภาพร่างกายแบบนี้ เธอก็เลยมาขอทาน ไม่รู้ว่าผิดกฎหมายไทย เจ้าหน้าที่เลยถามว่าแล้วทำไมนิ้วกุด หน้าตาเป็นอย่างนี้ เธอบอกว่ามันเป็นแผลตั้งแต่เธอสมัยเด็ก ๆ เล่นกับเพื่อน แล้วเหมือนกับเธอบอกว่าไปเล่นวัตถุอะไรก็ไม่รู้แหละ แล้วมันระเบิดใส่ตัว ก็เลยกลายเป็นแผล อยู่ในไทยก็ไม่มีที่อยู่เป็นหลักเป็นแหล่ง ก็คือเป็นขอทานน่ะ พูดง่าย ๆ แต่พอค้นกระเป๋าน่ะ นอกจากเงิน 10,000 กว่าบาท ที่เจอแล้ว มีกุญแจห้อง มีคีย์การ์ดเข้าตึก เจ้าตัวก็อ้างบอกว่ามีคนทำตกไว้ที่พื้นก็เลยเก็บเอาไว้ (คุณกิตติกรณ์) แต่มันแปลกตรงที่ว่ามันไม่ได้มีแค่ผู้หญิงคนนี้คนเดียวนะครับ ที่มีลักษณะเหมือนกัน จะไปเล่นอะไรบางอย่างแล้วมันระเบิดเหมือนกัน ตั้ง 5-6 คน เลยเหรอ (คุณอุมาพร) แผลเหมือนกันหมดเลย นิ้วกุด หน้าเละแบบนี้ (คุณกิตติกรณ์) คุณผู้ชมครับ มีข้อมูลจากคุณกัน จอมพลัง บอกว่า ที่จริงแล้วขบวนการนี้น่าจะมีถึง 7 คน ตามที่มีข้อมูลแจ้งมา แล้ว 7 คนนี้ จะทำงานเป็นขอทานวันละ 6 ชั่วโมงเท่านั้นเอง 6 ชั่วโมงได้ 10,000 กว่าบาท 1 เดือนนี่ ถ้ามี 7 คนจริงๆ คือ กลุ่มนี้กลุ่มเดียวนะครับ 2,000,000 กว่า ๆ ต่อเดือนครับ คุณผู้ชม วันนี้เลยกลายเป็น เขากำลังจะโยงกันไปถึงว่ากลุ่มนี้ 7 คนนี่ ถูกทำให้เป็นลักษณะแบบนี้ เพื่อมานั่งขอทาน ใช่หรือไม่ และมีใครที่อยู่เบื้องหลัง (คุณอุมาพร) เพราะว่า เพราะว่ามีคนไทยอ้างตัวเป็นล่ามของขอทานจีน ที่ตอนนี้ถูกคุมตัวได้แล้ว ประมาณ 3 คน จากทั้งแก๊งที่เขาได้เบาะแสว่าน่าจะมี 7 คน (คุณกิตติกรณ์) คือ เขามาขอ บอกทำอย่างไรก็ได้น่ะ คือ ไม่ต้องจับน่ะ ต้องจ่ายเงินเท่าไร ถึงจะปล่อยตัวออกมา (คุณอุมาพร) คือ มันแปลกว่าคนที่มานี่ มีเอกสาร ก็คือมี Passport น่ะ ของกลุ่มหญิงขอทานเหล่านี้มา ทำไมถึงเก็บ Passport เอาไว้ล่ะ แล้วมาขอเคลียร์กับตำรวจ มาจ่ายเงินขอประกันตัว มันแปลกเกินไปนะคะ แล้วก็อย่างที่คุณเบนซ์บอกว่า ทางคุณกันเองก็ตั้งข้อสังเกตว่า 3 คนที่คุมตัวมาล่าสุดน่ะ ลักษณะพิกลพิการ มันเหมือนกันทุกคน (คุณกิตติกรณ์) มันเป็นเหมือนกัน (คุณอุมาพร) มันเล่นแล้วเจอระเบิดพร้อมกันหรือไง มันก็ไม่ใช่ใช่ไหมคะ เพราะว่าลักษณะมือสองข้างเหมือนถูกจุ่มลงไปในของ ร้อน เพราะที่มือมีรอยเป็นเส้น ๆ ใบหน้าเหมือนถูกเอาโหลแก้วมาครอบที่ศีรษะ ให้มีบาดแผลแค่ที่ใบหน้า คือ ถ้าน้ำกรดมันรดราดมา (คุณกิตติกรณ์) อาจจะโดนตัวด้วย (คุณอุมาพร) มันต้องไหลลงมาโดนตัว ใช่ไหม แต่อันนี้มันเป็นเฉพาะที่หน้า ลักษณะ คือ มันไม่น่าจะเป็นอุบัติเหตุ มันเหมือนตั้งใจให้เป็น แต่ไม่รู้ว่าขอทานเหล่านี้นี่ เต็มใจให้เขาทำหรือถูกบังคับ (คุณกิตติกรณ์) นี่อีกคนหนึ่งนะครับ เป็นผู้ชาย (คุณอุมาพร) นี่คือหลายจุดเลยนะคะ ที่ไปรวบตัวมาได้ จากหน้าห้างย่านปิ่นเกล้าก็มี แล้วก็จากแถวสยามสแควร์ก็มี (คุณกิตติกรณ์) หน้าพญาไทก็มี (คุณอุมาพร) ใช่ ๆ แล้วก็ล่าสุด ตรงแถว ๆ สวนลุมฯ มีอีก (คุณกิตติกรณ์) ลุมพินี วันนี้คุณกันให้ข้อมูลมานะครับ ว่าจะเดินทางไปเข้าพบผู้กำกับ สน. ลุมพินี ประสานขอกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ไปตรวจเบาะแสหน่อย ตามที่ประชาชนให้ข้อมูลมา ว่าไปเจออีกจุดหนึ่ง แถวลุมพินี อันนี้เป็นชาวจีนใส่ชุดนักเรียน แล้วก็นั่งขอทานเหมือนกัน คุณผู้ชมครับ เลยกลายเป็นว่าตอนนี้เขากำลังหาตัวกันอยู่นะ แล้วก็มีการประสานไปยังที่ DSI แล้ว กรมสอบสวนคดีพิเศษ ให้เข้ามามีส่วนร่วมในการตรวจสอบ เพราะว่าไอ้ 3 คน ที่เจอเมื่อวานนี้ กับวันนี้ที่จะหาแถวสวนลุมอีกคนหนึ่งนี่ ถ้ามันเป็นขบวนการจริง ๆ เหมือนที่คุณกันบอกว่าได้ข้อมูลมาทั้งหมด 7 คนนี่ มันเข้าข่ายการค้ามนุษย์ไหม (คุณอุมาพร) แล้วกระทำทารุณเขาด้วย (คุณกิตติกรณ์) มันเข้าข่ายค้ามนุษย์หรือเปล่านะครับ เดี๋ยวตอนนี้ตำรวจจะมีการสอบปากคำขอทานจีนทั้งหมดนะครับ ว่าเข้าไทยมาได้อย่างไร มีใครอยู่เบื้องหลัง หลังจากพวกเขาอีก 7 คนไหม ฟังคุณกันหน่อยนะครับ (คุณอุมาพร) เราจะลงพื้นที่ไปตรวจสอบนะคะ เราจะลงพื้นที่ไปตรวจสอบกัน โดยเฉพาะจุดล่าสุด แถว สน. ลุมพินี ที่บอกว่าได้เบาะแสว่าน่าจะมีแถวนี้อีก 2 คน ตามที่มีคนแจ้งข้อมูลเข้ามา คุณชินลงพื้นที่ไปตรวจสอบนะคะ ตามติดเรื่องนี้ ขยี้พร้อมกับคุณกันแล้วนะคะ สดจากที่จริงค่ะ (คุณกิตติกรณ์) ครับ [เสียงดนตรี] (คุณอุมาพร) เอาล่ะ ได้เบาะแสจะจับเพิ่มได้อีก 2 คน หรือเปล่า คุณชินเชิญค่ะ (คุณกิตติกรณ์) เชิญครับ (คุณชิน) ขอบคุณครับคุณผู้ชมครับ อย่างที่ทราบกันดี ตอนนี้ต้องตามกันก่อนนะครับ ทั้งหมดนี่ 7 คน ที่มีการได้เบาะแสไปนะครับ แต่ว่าชาวบ้านย่าน สน. ลุมพินี เขาให้ข้อมูลว่าเขาพบกลุ่มขอทานคนจีนลักษณะเดียวกันเลย 2 ราย ตอนนี้อยู่ระหว่างการติดตามตัวนะครับ คือ ตั้งแต่ช่วงเช้านี่ คุณกัน จอมพลัง ลงพื้นที่ไปประสานหน่วยงานทั้ง สน. ลุมพินี ทั้งเจ้าหน้าที่ พม. นะครับ ลงไปเพื่อตรวจสอบลาดเลา ที่มีชาวบ้านเขาแจ้งเบาะแส หนึ่งในนั้น ก็คือจุดที่เรายืนรายงานสดกันอยู่ตรงนี้คุณผู้ชม คือ ที่แยกอโศกนะครับ แล้วเวลานี้นี่ ก็จะมีข้อมูลว่าชาวบ้าน วิน จยย. รวมถึงประชาชนนี่ เขาเคยพบเห็นนะครับ ขอทานคนจีน แต่งชุดจีน หน้าตาลักษณะมีบาดแผล ตามมือกุด นิ้วเท้ากุดนี่ อยู่ตรงจุดนี้ อยู่เป็นระยะ ๆ นะครับ ก็เลยให้ข้อมูลกันไป ทีนี้หน่วยงานด้านหน้านี่ เขาก็มีการลงพื้นที่ตรวจสอบ แต่คุณกันบอกว่า เอาล่ะ ไม่เป็นอะไร เพราะว่าจะต้องลงไปดูลาดเลา และมีความคืบหน้าล่าสุดที่ สน. ลุมพินี ณ เวลานี้คุณผู้ชม มีรายงานเข้ามาสด ๆ ในหูผมเลยนะครับ เขาบอกว่าตอนนี้นี่ ทีมงานของตำรวจ แล้วก็กัน จอมพลังนี่ ได้ตัว 1 ใน 2 ชาวจีนนะครับ ที่กำลังตามหานี่ ได้ตัวแล้วนะครับ อยู่ระหว่างการนำตัวไปที่ สน. ลุมพินี เพื่อสอบปากคำกันเพิ่มเติม ไปดูความคืบหน้าเมื่อช่วงเช้ากันหน่อยนะครับ เพราะว่ากัน จอมพลัง ให้ข้อมูลเพิ่มเติมเสริมมาว่า เขาจะต้องประสาน DSI หน่อยนะครับ เพราะว่าขบวนการนี้น่าจะเป็นขบวนการใหญ่ 3 เคสที่ผ่านมา ให้การนี่น่าจะไม่เป็นความจริง เพราะว่าเขาบอกว่านี่ ไม่ได้พก Passport ติดตัว ถูกจับ ก็มีล่ามจีนนี่เข้ามาเคลียร์ เอา Passport มาให้ แล้วสังเกตด้วยนะครับ ว่าล่ามนี่นั่งรถหรูมากับสามีชาวจีน เอาเงินมาเคลียร์ตำรวจ 10,000 บาท ด้วย 1. อันนี้เอ๊ะแรกนะครับ สำหรับขบวนการนี้ ส่วนเอ๊ะที่ 2 นี่ ตำรวจสอบปากคำขอทานชาวจีน เขาบอกว่าเขาสมัครใจมาไทย ไม่เคยถูกบังคับ มองว่าพิรุธ หนักแน่นเลยนะครับ เชื่อว่าทั้งหมดนี่พูดไม่เป็นความจริง แล้วมีการสอบถามเพิ่มเติมว่า นี่ เคยเคลียร์กับตำรวจไหม ขอทานยอมรับนะครับ ว่าก็เคลียร์ได้บ้าง เคลียร์ไม่ได้บ้างนะครับ ตอนนี้ก็เลยจะอยากให้ทาง DSI นี่ เข้ามารับลูก เพื่อตรวจสอบขบวนการของคนจีนที่มาเอาคนมาขอทานกันหน่อยนะครับ ไปฟังเสียงของคุณกันนี่ เล่าเมื่อช่วงเช้านี้หน่อยครับ (คุณกันฐัศว์) 3 ครั้ง ที่มันเกิดขึ้นมานี่ พฤติกรรมมันเหมือนกันน่ะ มันมีคนไทยมาเคลียร์ให้ มาขอยัดเงิน เคลียร์เงินแบบนี้ มันจะบอกว่ามันไม่เกี่ยวข้องน่ะ มันฟังแล้วมันดูแปลก ๆ นะ ผมตั้งคำถาม อันนี้สงสัยเองนะ ว่าพฤติกรรมเขาน่ะ ไปเข้าจากมาเลย์มา แล้วเข้าประเทศไทยมาหลายครั้ง ทุกครั้งที่เขาออกไปนี่ เขาออกไปเพราะอะไร 1. VISA… Passport มันเกินหรือเปล่า Over Stay หรือเปล่า หรือเขาถูกจับแบบนี้ แล้วเขาเคลียร์ เหมือนพวกเขาพูดเลย เขาพูดเป็นแบบ Pattern เดียวกันเลยน่ะ ว่าเขาขอกลับเอง ทำไม 3 คนถึงพูดคำว่าเขาขอกลับเอง แล้วเขาขอเคลียร์เงินตำรวจ เพราะอะไร หรือว่าทุกครั้งที่ผ่านมา เขาโดนแบบนี้ แล้วเขาเคลียร์ได้ (คุณชิน) คุณผู้ชมครับ ต้องติดตามกันต่อนะครับ อันนี้มีความคืบหน้าต่าง ๆ เกิดขึ้นนะครับ คือ ตอนนี้นี่ ใน สน. ลุมพินีนี่ ตามตัว 2 คน ตอนนี้ มีรายงานระบุว่า กำลังเอาตัวมาโรงพักนี่ 1 คน ได้แล้วนะครับ ต้องตรวจสอบกันหน่อย เพราะว่าพฤติกรรมต่าง ๆ นี่ พบว่าชาวจีนที่ถูกจับกุมตัวได้นี่ล่ะครับคุณผู้ชม มีการเข้า-ออกไทยนี่ 4-5 ครั้ง แต่ไม่เคยมี Blacklist เลย แล้วก็พบว่าทุกคนนี่มาจากประเทศมาเลเซียนะครับ การเข้ามาประเทศไทย โดยไม่มี Blacklist หรือว่าเกิดอะไรขึ้นนี่ ต้องตรวจสอบกันว่ามีเจ้าหน้าที่เอื้อผลประโยชน์ให้กับกลุ่มทุนจีนเทาแบบนี้หรือไม่ ก็อยากให้ตรวจสอบกันหน่อยนะครับ ส่วนที่จับกุมได้ 3 คนนั้น มีการดำเนินคดีเป็นที่เรียบร้อยนะครับ ในเรื่องของ พรบ. ขอทาน แล้วก็การเข้าเมืองมานี่ ล่ะครับ เดี๋ยวต้องติดตามกันต่อไป เพราะว่ายังคงต้องมีการลงพื้นที่กันตั้งแต่ช่วงเที่ยงหลังจากนี้เพิ่มเติมกันด้วยนะครับ เดี๋ยวมีความคืบหน้ารายงานกลับไปสด ๆ อย่างแน่นอนนะครับ ช่วงนี้กลับไปที่สถานีครับ (คุณอุมาพร) ขอบคุณคุณชินด้วยนะคะ อันนี้ก็ไปอยู่ตรงแถว BTS อโศก ซึ่งมันก็เป็นย่านที่ผู้คนพลุกพล่านอีกนะคะ ก็เลยต้องฝากประชาชนช่วยกันเป็นหูเป็นตา ถ้าเห็นลักษณะบุคคลแบบนี้ นิ้วกุด ๆ แล้วหน้าเหมือนถูกน้ำกรดมา แจ้งข้อมูลเพิ่มเติม เพราะว่าตอนนี้ข้อมูลเขาบอกว่าแก๊งเขามี 7 คน อาจจะมากกว่านี้ก็ได้ (คุณกิตติกรณ์) 7 คนเมื่อวาน ตามเจอ 3 วันนี้ได้อีก 1 ก็จะเป็น 4 นะครับ แต่ทั้งหมดทั้งมวลนี้ 7 คน เท่าที่มีข้อมูล คือ เขาได้เงินไปเดือนละ 2,000,000 กว่าบาท มันไม่น้อยเลยนะครับ นี่นะครับ ส่วนอีกที่หนึ่งครับ คือ ห้างย่านหนองจอก เมื่อคืนนี้นะครับ มีคนร้าย เอาอาวุธปืนบุกเข้าไป แล้วจี้ชิงทอง 2 ถาดด้วยกันนะครับ แล้วหลังจากนั้น วิ่งออกหน้าห้าง ขึ้นแท็กซี่สีส้มหนีนะครับ เดี๋ยวตามคดีนี้ต่อช่วงหน้าครับ [เสียงคลิปวิดีโอ] (ผู้อยู่ในเหตุการณ์) ช่วยด้วย ช่วยด้วย [เสียงกรี๊ด] [เสียงดนตรี] [เสียงโฆษณา] [รายการข่าวเที่ยงสดจากที่จริง] (บรรยาย) สนับสนุนโดยเยลลี่ปีโป้ Gen ไหนยังไงก็ปีโป้ ปีโป้อร่อยได้หลากอารมณ์ (คุณกิตติกรณ์) คุณผู้ชมเมื่อค่ำคืนที่ผ่านมานะครับ ที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งย่านหนองจอกนะครับ ถูกคนร้ายนี่ มีการใช้อาวุธปืนบุกเข้าไปที่ร้านทองภายในห้างนะครับ แล้วหลังจากนั้นชักอาวุธปืนขึ้นมาจี้ชิงทอง กวาดทองนี่ไป 2 ถาดด้วยกันนะครับ เบื้องต้นเห็นบอกประมาณ 23 เส้น ก็เกือบล้าน (คุณอุมาพร) เส้นละบาท (คุณกิตติกรณ์) เส้นละบาท เส้นละบาท 23 เส้นด้วยกัน 2 ถาดนะครับ แล้วหลังจากนั้นคนร้ายรีบวิ่งออกไปหน้าห้าง ขึ้นแท็กซี่สีส้มหลบหนีนะครับ เดี๋ยวให้ดูคลิปที่คนในห้างถ่ายเอาไว้ได้ตอนเกิดเหตุครับ [เสียงคลิปวิดีโอ] (ผู้อยู่ในเหตุการณ์) ช่วยด้วย ช่วยด้วย [เสียงกรี๊ด] (คุณกิตติกรณ์) นี่ คุณผู้ชมครับ กรี๊ดกันลั่นแบบนี้เลยนะครับ ตำรวจ สน. หนองจอกนี่ ไปตรวจสอบหลังจากเกิดเหตุนะครับ คุณผู้ชมครับ เบื้องต้นนี่มีการปิดบริเวณปากทางเข้า-ออกของห้างสรรพสินค้าเลยเมื่อคืนนี้นะครับ แล้วก็มีการตรวจสอบว่ามีสร้อยคอทองคำนี่ถูกคนร้ายเอาไปได้เท่าไร มีรายงานว่าเป็น 23 เส้น เส้นละ 1 บาทนะครับ ตอนนี้ก็สนนมูลค่าประมาณสักเกือบ 800,000 760,000 โดยประมาณนะครับคุณผู้ชมครับ โดยพนักงานของร้านทองนี่ บอกว่าคนร้ายเป็นชายอายุประมาณ 23 ปีนะครับ รู้ขนาดนั้นเลย อายุ 23 คือ 20 ต้น ๆ แล้วกัน สูงประมาณ 175 เซ็นติเมตรนะครับ สวมเสื้อกันหนาวแขนยาวแบบมีฮุูดสีดำ กางเกงยีนส์สีน้ำเงินนะครับ ก่อนเกิดเหตุเดินวนเวียนอยู่บริเวณรอบห้างตั้งแต่ตอนเย็น แล้วมาก่อเหตุตอนเกือบ ๆ 2 ทุ่มนี่นะครับ หาจังหวะการก่อเหตุแล้วจู่โจมในการชักอาวุธปืนคล้ายกับปืนลูกโม่ขึ้นมา แล้วก็ปีนเข้าไปยกถาดทองออกมา 2 ถาด กวาดทองทั้งหมดคือประมาณ 23 เส้น ประเด็นคือว่าหลังจากวิ่งออกไปนี่ คุณผู้ชมครับ มีแท็กซี่จอดรอ เดี๋ยวต้องดูกันต่อว่าแท็กซี่จะเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นี้หรือไม่นะครับ คุณผู้ชมครับ ทีมข่าวเราไปตรวจสอบเหตุการณ์นี้ด้วยนะครับ ล่าสุดมีคนเห็นเหตุการณ์เล่าให้ฟังอีกเช่นเดียวกันนะครับ บอกว่าตอนเกิดเรื่องนี่พนักงานในร้านตะโกนว่ามีโจรนะครับ ตัวเองก็เลยรีบยกโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายคลิป นี่อันนี้เป็นคนถ่ายคลิปนะครับ แล้วหลังจากนั้นก็วิ่งตามคนร้ายออกมาด้วย ตัวเองเป็นคนเห็นว่าคนร้ายวิ่งหนีขึ้นแท็กซี่คันสีส้ม ก็เลยถ่ายเอาไว้เป็นหลักฐานอีก นี่ ระหว่างก่อเหตุเห็นว่าถือปืนอยู่ข้างหนึ่ง ส่วนมืออีกข้างหนึ่งเอาไปรวบทองที่อยู่ในถาด 2 ถาดด้วยกัน คิดว่าคนร้ายนี่มันหนีเพราะว่าตัวพวกเขาน่ะตะโกน อ๋อ แสดงว่าเสียงตะโกนในคลิปนี่คือนี่ พี่คนนี้กับคนถ่ายคลิปนี่นะครับ ตอนที่ตะโกนแล้ววิ่งกันช่วยถ่ายคลิปนี่ ไม่กลัวคนร้ายเลย เห็นว่าตอนนั้นทุกคนวิ่งหนีกันหมด แต่เขา 2 คน คนหนึ่งถ่าย คนหนึ่งกรี๊ด แล้ววิ่งไล่โจรอีก นี่นะครับ เอาจริง ๆ แล้ว มันต้องคิดนะว่าปืนจริงหรือปืนปลอมนะครับ (คุณอุมาพร) ก็นี่แหละพี่เขาถึงบอกว่าหลังเหตุการณ์ผ่านไปแล้วถึงได้มานึกกลัวปืนที่คนร้ายถืออยู่ในมือ คือ ถ้าเกิดว่าตอนนั้นแบบว่าคิดมากกว่านี้อีกสักนิดหนึ่ง คงไม่กล้าวิ่งตามไป (คุณกิตติกรณ์) ไม่ทันช่างใจ เกิดเหตุจี้ชิงทองปั๊บ Adrenaline มันหลั่งนี่นะครับ นี่นะครับ แต่ว่าเบื้องต้น เดี๋ยวต้องไปตามกันต่อว่าแท็กซี่คันสีส้ม จะเกี่ยวกับเหตุการณ์จี้ชิงทองไหม (คุณอุมาพร) ซึ่งคนเห็นเหตุการณ์น่ะเขาบอกว่าตอนแรกที่คนร้ายขึ้นไปนั่งบนแท็กซี่แล้วน่ะ แท็กซี่ไม่ได้ขับออกไปทันที เพราะเหมือนกับงง ๆ ว่า เอ๊ะ มีเสียงตะโกนดัง ๆ แล้วสุดท้ายก็ค่อย ๆ เคลื่อนออกไป (คุณกิตติกรณ์) ก็อาจจะโดนใช้ปืนกระบอกเดียวกันบังคับหรือเปล่านะครับ เดี๋ยวตามกันต่อ ยังหลบหนีอยู่นะครับ (คุณอุมาพร) ส่วนที่เสลภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ดค่ะ มีผู้ชายคนหนึ่ง มาจากระยอง กลับบ้านตัวเองที่ร้อยเอ็ด เขาบอกว่าเขากลับไปบ้านพร้อมด้วยความเครียด เขาเครียดหนักมาก อ้างบอกเครียดเสียจนกระทั่งฆ่าหมาที่ตัวเองอุ้มกลับมาจากระยองไปถึงร้อยเอ็ดด้วยน่ะ ฆ่าหมาตายไปตัวหนึ่งแล้วไม่พอ ไปฆ่าเพื่อนบ้านที่เขานอนอยู่ตรงเถียงนา (คุณกิตติกรณ์) เดี๋ยวนะ เครียดแล้วไปฆ่าหมา แล้วก็ไปฆ่าคนต่ออีก (คุณอุมาพร) ทั้ง ๆ ที่ไม่เคยทะเลาะกันมาก่อนนะคะ พี่พิฑูรย์ จำปาทอง ค่ะ วัย 53 ปีที่เสียชีวิตอยู่บนแคร่ไม้ตรงเถียงนานี่ค่ะ อยู่ตรงกลางทุ่งเลยนะครับ หมู่ 4 บ้านท่าม่วง ในอำเภอเสลภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด สภาพศพพี่พิฑูรย์นี่คือถูกฟันด้วยของมีคมทั้งตัว ที่น่ากลัวที่สุด คือ ตรงแผ่นหลัง แผ่นหลังพี่เขาเป็นรอยสัก ถูกปาดออกเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าค่ะ เหมือนปาดรอยสักนั้นออกมา (คุณกิตติกรณ์) เหมือนเอาหนังไปน่ะ เหมือนถ้าเคยดูหนังเกี่ยวกับพวกแบบคุณไสยอะไรน่ะ ประมาณอย่างนั้นน่ะ (คุณอุมาพร) ดึงหนังที่กลางหลังพี่เขามา ส่วนอันนี้คือซากหมา หมาของนายต้น คนก่อเหตุน่ะ ที่อุ้มกลับมาจากระยองด้วยกันน่ะ (คุณกิตติกรณ์) ก็คือเอาหมามาฆ่าที่ร้อยเอ็ด (คุณอุมาพร) หมาที่ตัวเองเลี้ยงน่ะ เอากลับมาถึงร้อยเอ็ดแล้วเอามาฆ่าตายแล้วค่อยไปฆ่าคนอีกคนหนึ่งนะคะ อาวุธเป็นมีดทำครัวกับมีดพร้า ทิ้งอยู่ตรงข้าง ๆ ศพพี่พิฑูรย์นี่แหละ แล้วนายต้นก็ไม่ได้หนีไปไหนนะคะ ก่อคดีทั้งฆ่าหมาฆ่าคน ทิ้งมีดเอาไว้ตรงนั้นแล้วก็นั่งรอมอบตัวเลย แล้วก็เล่าให้ตำรวจฟังบอกว่าเมื่อวานนี้ภรรยาเป็นคนไปรับเขากลับมาจากระยอง ก็มาพักอยู่ในห้องเก็บของของน้าสาว พอ 1 ทุ่มคืนที่ผ่านมาตัดสินใจฆ่าหมาที่พากลับมาจากระยองด้วยกัน แล้วก็เดินไปตรงเถียงนา เจอนายพิฑูรย์นอนอยู่ ก็เลยฆ่าเขาด้วยนะคะ แล้วก็ไม่คิดจะหนีไปไหน ตำรวจถามบอกทำทำไมนี่ ฆ่าทั้งหมาฆ่าทั้งคน เขาบอกว่าเครียดจากปัญหาหนี้สิน ปัญหาครอบครัว เครียดมากจนเกิดอาการหลอน ผมก็เลยทำแบบนี้ โดนรวบตัวไปเรียบร้อยแล้วนะคะ ยังไม่รู้ว่ามียาเสพติดหรือมีล่งมีเหล้าอะไรเข้ามาเกี่ยวข้องหรือเปล่า แต่ว่าเจ้าตัวสามารถให้การกับตำรวจได้อย่างละเอียดทุกขั้นตอน (คุณกิตติกรณ์) ครับ นี่นะครับ คุณผู้ชมครับ อีกเหตุการณ์หนึ่งให้ดูนะครับ ถ้าเป็นเราขับรถอยู่จอดติดไฟแดง ไฟเขียวพอดี แต่ตอนไฟเขียวเราจะออกตัวนี่ มีไรเดอร์มอเตอร์ไซค์นะ ขี่ปาดฟัดมาข้างหน้า เราตกใจเกือบชน บีบแตรแป๊น หลังจากนั้นโดนทุบหน้ารถ ดูคลิปนี้จะทำอย่างไรต่อเดี๋ยวว่ากัน [คลิปวิดีโอ] (คุณอุมาพร) คือ ว่ามันเป็นจังหวะที่รถเขาออกตัวแล้วคุณพี่ก็คือแทรกมาแบบ… แค่แทรกมาตรงนี้ก็น่าตีแล้วน่ะ (คุณกิตติกรณ์) คำถามคือเป็นอะไรน่ะ เสียงแตรมันทำให้แบบ พี่ทุบรถโดยที่ไม่คิดเลยเหรอ คือ มันบีบปั๊บทุบปึ๊บเลย (คุณอุมาพร) ทั้งทุบทั้งถีบเลย ทั้ง ๆ ที่ตัวเองผิดนะ (คุณกิตติกรณ์) แล้วก็เหมือนกับรู้สึกว่าเดี๋ยวจะมีปัญหาต่อก็เลยย้อนศรออกทางขวาเลย (คุณอุมาพร) หนีเลย (คุณกิตติกรณ์) นี่ดูนะครับ คำถาม คือ ป้ายทะเบียนก็ไม่ติด แล้วถ้าเป็นคุณผู้ชม ถ้าเราขับรถอยู่แล้วเจออย่างนี้จะทำอย่างไรต่อ ส่งข้อความมาคุยกันได้นะ (คุณอุมาพร) แต่ว่าไม่ตามไปก็อาจจะดีกว่า (คุณกิตติกรณ์) ดีกว่า เดี๋ยวยาว เดี๋ยวยาว (คุณอุมาพร) เดี๋ยวยาว มีอีก 1 ถีบค่ะ อันนี้มาจากที่มหาสารคาม คลิปครูสาวถีบนักเรียนแล้วไล่ออกจากห้องด้วย ครูผู้หญิงนะคะ แต่ถีบนักเรียน แต่คุณครูเขาออกมาอ้างทีหลังบอกว่าเหลืออดกับการกระทำของนักเรียนจนลืมตัว ดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหน่อยค่ะ [คลิปเหตุการณ์] (อาจารย์) ไปอยู่ข้างนอก ไปสิ ไปเลย ไปอยู่ข้างนอก ไปสิ (คุณอุมาพร) 2 คนเป็นแก๊งหลังห้องนะคะ คุณครูนี่คือเดินเข้ามานี่ ถีบขานักเรียนคนแรกก่อน แล้วก็ถอยกลับมา ใช้เท้าถีบนักเรียนชายอีกคนที่นั่งอยู่ใกล้กัน จากนั้นก็ไล่ออกจากห้องไปทั้งคู่เลย ก็คนนี้อยู่ในห้องเดียวกันนั่นแหละค่ะ ถ่ายคลิปไว้ แล้วก็ตั้งข้อสังเกตว่า เด็กผิดจริงที่คุยกันเสียงดัง แต่ครูถึงขั้นถีบแล้วไล่ออกจากห้องนี่มันก็เกินกว่าเหตุไปหรือเปล่า โรงเรียนย่านตำบลหัวเรือ อำเภอวาปีปทุม จังหวัดมหาสารคาม เจ้าของคลิปเขา อธิบายเพิ่มเติมว่า คือ ในห้องตอนนั้นน่ะมีเด็กคุยกันเสียงดังจริง ๆ ครูนี่ให้ออกจากห้องไปก่อนหน้านี้แล้ว 2 คน ส่วนเด็กคู่นี้ที่ถูกถีบ ก็คือก็ยังคุยกันเสียงดังต่ออีก คุณครูก็เลยเดินมาถีบแล้วก็ไล่ออกจากห้อง ไปทั้ง 2 คนนะคะ แล้วก็บอกว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกของครูคนนี้ ผู้สื่อข่าวก็เลยตามไปจนถึงที่โรงเรียน แล้วก็เจอกับรองนายก อบจ. มหาสารคาม คุณธัญวัฒน์ โชคชัยวัฒนากร คือ ที่ไปเจอกับคุณธัญวัฒน์ เพราะว่าโรงเรียนแห่งนี้นี่กำกับดูแลโดย อบจ. มหาสารคาม ทางผู้บริหารโรงเรียนเรียกให้ครูหญิงคนนั้นกับผู้ปกครองได้มาพูดคุยไกล่เกลี่ยกันแล้ว ขอโทษกันแล้ว ไม่มีการร้องเรียนอะไรใด ๆ ทั้งสิ้น ดังนั้น คณะผู้บริหารโรงเรียนก็เลยไม่ได้มีการตั้งกรรมการสอบสวนนะคะ ส่วนคุณครูในคลิป สมมติว่าชื่อครูติ๋มแล้วกัน ก็ครูติ๋มบอกว่าในเวลาที่สอนเด็กนักเรียนนี่ มีบางครั้งจริง ๆ ที่ในฐานะครูนะคะ เหลืออดเหลือทนกับการกระทำของเด็กนักเรียน ครูบอกว่ามันก็อาจจะลืมตัวไป (คุณกิตติกรณ์) ก็เลยถีบ (คุณอุมาพร) ก็คือโมโหที่เด็กน่ะคุยกันเสียงดัง ให้ออกจากห้องไปแล้ว 2 คน ไอ้ที่เหลือแทนที่จะเงียบ มันดันคุยกันอีก ไม่มีความเกรงใจครูเลย ครูบอกเหลืออดจริง ๆ ก็เลยถีบไปน่ะ ถีบขาเด็กน่ะ แล้วก็ไล่ออกจากห้อง ก็ทีนี้ได้คุยกับผู้ปกครองของเด็กนักเรียนแล้วแหละ ก็รับปากแล้วว่าจะไม่ทำแบบนี้อีกแล้วนะคะ บอกว่าจะปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการสอนค่ะ (คุณกิตติกรณ์) ครับนี่นะครับ หลายคนพิมพ์เข้ามาบอกเสี่ยแป้งจับยัง จับยัง (คุณอุมาพร) กี่วันแล้วนะ (คุณกิตติกรณ์) สักนิดหนึ่ง (คุณอุมาพร) กี่วันแล้วนะ (คุณกิตติกรณ์) 29 วัน 29 วันนะครับ ไม่นับที่ปิดเขานะ ประมาณ 13 วันนะครับ วันนี้ล่าสุดยังตรึงกำลังอยู่นะครับ เจ้าหน้าที่ตามแนวเขาบรรทัด เพราะว่าต้องการหาตัวเสี่ยแป้ง แล้วช่วงบ่ายวันนี้ นี่เห็น ฮ. ไหมครับ วันนี้จุดปฏิบัติการหลัก คือ อ่างเก็บน้ำคลองหัวช้างนะครับ ช่วงเช้าสภาพอากาศไม่ค่อยดี ฟ้าปิด แต่บ่ายนี้ถ้าอากาศเปิดปั๊บ จะ ฮ. บินสำรวจนะครับ แล้วส่งเจ้าหน้าที่ชุดแดนไทย 54 จำนวน 12 นาย กับพรานในพื้นที่อีก 2 ราย โรยตัวลงไปตามจุดต่าง ๆ แต่ทั้งหมดทั้งมวลนี้เขาบอกว่าร่องรอย ร่องรอยของคนน่ะ อย่างเสี่ยแป้งน่ะ มันหาไม่ค่อยเจอ ก็เลยเป็นไปได้นะครับ ว่าอาจจะลงจากเขาทางพัทลุงไปแล้ว แต่ทีนี้ทั้งหมดทั้งมวลของการปฏิบัติการปิดเขานี่ 10 กว่าวันที่ผ่านมา คุณผู้ชมครับ ล่าสุดตัวแทนชาวบ้านชุมชนบ้านตระ ตำบลปะเหลียน อำเภอปะเหลียน จังหวัดตรัง 30 กว่าคนรวมตัวกันขอคุยกับนักข่าวครับ บอกว่าถ้ายุติธรรมนี่ ไม่ปล่อยให้เสี่ยแป้งหลบหนีจากโรงพยาบาลมาได้นี่ พวกเขาจะไม่ลำบากเลย ที่จริงอยากให้ฟังเสียงนะ แต่เวลามันน้อย ก็บอกตอนนี้นอกจากหากินกันลำบากแล้วนี่ เส้นทางหลักที่ใช้เข้า-ออกบ้านตระ ที่บอกว่ามี 4 เส้นทางน่ะ แต่ไอ้ทางที่เป็นถนนที่ชาวบ้านใช้กันเยอะน่ะ (คุณอุมาพร) ที่ขี่มอเตอร์ไซค์เข้าไปได้น่ะ (คุณกิตติกรณ์) เดี๋ยวให้ดูภาพไอ้ทางขี่มอเตอร์ไซค์ได้ ตอนนี้สภาพคือเละมาก เละคือแบบเป็นโคลนเป็นเลน คือ มันมีแต่รถเจ้าหน้าที่วิ่งเข้าวิ่งออก นึกออกไหมครับ (คุณอุมาพร) อ๋อ อันนี้คือภาพวันแรกที่ขึ้นไป (คุณกิตติกรณ์) อันนี้ยังดีอยู่ แต่ล่าสุดแบบคือแบบเขาบอกลำบากมากครับ แล้วเจ้าหน้าที่ก็ต้องทุ่มงบสรรพกำลังเป็น 10 ล้านแล้วน่ะ ประมาณนี้ล่ะครับ ก็ยังจับไม่ได้ ก็อัปเดตว่ายังจับไม่ได้ (คุณอุมาพร) 29 วันเข้าไปแล้วค่ะ คุณผู้ชมปิดท้ายกันด้วย Gold Double Cap By จำดี ผลิตภัณฑ์ดี ๆ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนะคะ ที่มีส่วนผสมดี ๆ ถึง 17 ชนิด ไม่ว่าจะเป็น น้ำมันงาขี้ม้อน สารสกัดจากพรหมมิ ฟาร์มา กาบา สารสกัดจากขมิ้นชัน จากเมล็ดองุ่น จากเปลือกองุ่น โปรตีนถั่วเหลือง วิตามินบีรวม สารสกัดจากใบบัวบก จากปั๊กคี้ อัดแน่นอยู่ในแคปซูล 2 ชั้น ที่ผ่านเกณฑ์การตรวจสอบขององค์การอาหารและยาแล้วนะคะ สั่งมาทานกันได้เลยค่ะ ตอนนี้ 1 กล่องจากราคาปกติ 2,490 บาท เหลือ 1,490 บาท 3 กล่องจาก 7,770 เหลือ 3,990 บาท คุ้มที่สุด ที่โปรโมชัน 5 กล่องนะคะ 5 กล่องปกติ 12,450 จะเหลือเพียง 5,500 บาทเท่านั้น และราคาพิเศษแบบนี้ วันละ 100 ชุดเท่านั้นนะคะ สั่งซื้อโทร. ตามหมายเลขที่ขึ้นหน้าจอ หรือว่าสแกน QR Code ได้เลยค่ะ ผลิตภัณฑ์ Gold Double Cap By จำดี ค่ะ (คุณกิตติกรณ์) ส่วนใครที่ยังคงจิตใจอยู่ที่เอลซัลวาดอร์ มิสยูนิเวิร์สนะครับ วันนี้คุยทะลุดรามา 16.00 น. นะครับ วันนี้เดี๋ยวจะมาพูดคุยเรื่องชุดประจำชาติที่เขาไปใช้แข่งขันนะครับ 15.15 น. นะ ตอนแรกนึกว่าเปลี่ยนเวลา 15.15 น. มาว่ากันด้วยเรื่องชุดประจำชาติที่ตราตรตรึงใจหลาย ๆ คน สำหรับแอนโทเนีย โพซิ้ว ที่มาที่ไปเป็นอย่างไร เดี๋ยวมาติดตามนะครับ 15.15 น. ย้ำอีกทีเดี๋ยวลืม (คุณอุมาพร) เจอกับน้องปอเปี๊ยะนะคะ สวยพอกันเลยนะ แล้วก็คนนี้สวยที่สุดของเราในห้องข่าวบันเทิงเที่ยง พี่ตุ๊กกี้สวัสดีค่ะ (คุณสุดารัตน์) น้องตาล น้องเบนซ์ สวัสดีดีค่ะ วันนี้มีเรื่องราวของบี น้ำทิพย์ ค่ะ ที่ล่าสุดเหมือนเตรียมตัวจะเป็นเจ้าสาว ชาวเน็ตจับพิรุธ เรื่องราวของดินเนอร์และแหวนเพชรเม็ดโต เล่าในห้องข่าวบันเทิงเที่ยงจ้า (คุณอุมาพร) ค่ะ รอฟังกันต่อเลยนะคะ ส่วนเรา 2 คนลาคุณผู้ชมไปก่อน สวัสดีค่ะ (คุณกิตติกรณ์) สวัสดีครับ [เสียงดนตรี] (คุณสุดารัตน์) คุณผู้ชมคะ สวัสดีค่ะ คัดเรื่องแซ่บ ล้วงลึกข่าวดัง ทันทุกเทร็นด์บันเทิง ในห้องข่าวบันเทิงเที่ยง สด ๆ แบบนี้ ทุกวันจันทร์ถึงวันศุกร์ค่ะ ร่วมพูดคุยแสดงความคิดเห็นอักษรย่อใด ๆ พิมพ์เข้ามาในเพจห้องข่าวบันเทิงค่ะ อย่างที่บอก เรื่องราวเรื่องนี้บอกเลยว่าหลายคนจับตามอง แล้วก็ส่งกำลังใจให้เธอว่าจะเป็นเจ้าสาวหรือว่าที่หรือ อย่างไร สำหรับบี น้ำทิพย์ นักแสดงสาวที่พักหัวใจกับสถานะโสดมาได้สักพักใหญ่ ๆ บี น้ำทิพย์ เรามักจะเห็นเธอใช้ชีวิตสาวโสดแบบสวย ๆ ไร้เงาผู้ชายข้างกายหนุ่มข้างตัวนี่มานานแล้วนะ สักพักหนึ่งแล้วล่ะ เห็นมีเพียงก็จะจิ้นคนนั้น จิ้นคนนี้ กระชุ่มกระชวยหัวใจไป แต่ล่าสุด บี น้ำทิพย์ สร้างความฮือฮา และแฟนคลับต่างก็กรี๊ดรัว ๆ เมื่อเจ้าตัวได้ลงภาพขณะกำลังทานดินเนอร์ พร้อมกับกุหลาบช่อสวย ท่ามกลางเสียงแบบบรรยากาศโรแมนติกมาก ๆ เลยนะคะ ที่ทุกคนก็แห่โฟกัส ก็คืออย่างที่บอก คือ ในเฟรมนั้น ก็คือแหวนเพชรเม็ดโตที่นิ้วนางข้างซ้าย พร้อมกับที่เธอเขียนนี่ Caption นี่ “Forever” นะคะ “and over” นะคะ บอกเลยว่า Forever and over นี่ ทำให้หลาย ๆ คนมีวันที่ด้วย 18/11/23 น่ะ งานนี้เมื่อเธอโพสต์ภาพดังกล่าว เพื่อน ๆ คนสนิทในวงการบันเทิงเข้ามาแสดงความยินดีกันอย่างล้นหลาม ไม่ว่าจะเป็นน้องจอย รินลณี เข้ามาบอกว่า “น้องบี กรี๊ด ยินดีด้วยนะคะ” คุณวุ้นเส้นนะคะ “Congratulations จ้ะบี” หรือว่าจะเป็นคริส หอวัง นะคะ “Yaayyyyy congrats” และอีกหลายคนที่ร่วมยินดีในครั้งนี้ ทำเอาชาวเน็ตลือหึ่งค่ะ สงสัยว่า เอ๊ะ หรือว่างานนี้คุณบี น้ำทิพย์ จะสละโสดแล้วหรือเปล่าอย่างไรไม่รู้ อย่างไรคงต้องรอให้เจ้าตัว ออกมาให้คำตอบด้วยตัวเองดีที่สุดค่ะ ไปกันต่อเรื่องราวนี้ มีเรื่องราวเม้าท์มอยสุดแซ่บนะคะ ของคนในวงการบันเทิง แล้วสำคัญ คือ ในเรื่องราวของชาวเน็ตต้องสวมบทบาทโคนันนะคะ ตามสืบนะคะ ว่ารอบนี้เพจขี้เมาท์ มาดามกุ๊งกิ๊งน่ะ เขาหมายถึงใครอย่างไรนะคะ เมื่อพูดถึงนักร้องหนุ่มท่านหนึ่ง โดยระบุว่ามีนักร้องหน้าหล่อคนหนึ่ง หล่อชนิดที่เรียกว่าหน้าเป๊ะ หน้าปัง ซึ่งนักร้องคนนี้มีแฟน ๆ ติดตามจำนวนมาก เพราะความหล่อ พูดเก่ง นี่แหละค่ะ โดยเฉพาะเรื่องความเจ้าชู้ มักมาก มีให้ได้ยินอยู่บ่อยครั้งแล้วมาโดยตลอดค่ะ เพราะความหล่อนะก็เลยมีข่าวกับคนทั่วไป อันจริงบ้าง อันไม่จริงบ้าง อันจิ้นบ้าง อันไม่จิ้นบ้าง จนหลายคนแยกไม่ออกว่า เอ๊ะ คบใครอยู่นี่ คบใครบ้างนี่ แต่ก็มีนะ หลายคนที่เปิดตัว ซึ่งคบ ๆ ไปก็เลิกรา ส่วนใหญ่เลิกไม่ดีหรอก เลิกกันแบบสะบัดบ๊อบ ล่าสุดเดี๊ยน หมายถึง มาดามกุ๊งกิ๊งนะ เขาบอกว่า อุ๊ย มีสาวน้อยผู้หนึ่ง อายุ 24 ปี เป็นสาวสวย อ่อนหวาน หน้าหวาน ตรงสเปกนักร้องหน้าหล่อ งานนี้นักร้องหน้าหล่อเลยไม่กั๊ก ขอเดินหน้ารุกจีบ จีบแบบทุกทางเลย จนในที่สุดก็ได้สถานะคบหากัน ซึ่งก็หวานกันไปค่ะ จนวันหนึ่งนักร้องหน้าหล่อไปส่งสาวน้อยคนนี้ และขอขึ้นคอนโดมิเนียม สาวน้อยเลยถามว่าพี่คะ พี่มาส่งหนูนี่พี่จะกินหนูใช่ไหม คือ ถามตรง ๆ ไปเลยนะ นักร้องหนุ่มก็บอกคนเก่ง คิดแบบนี้ได้ไง สาวน้อยก็บอกว่าก็พี่แสดงท่าทางน่ะ ก่อนที่เขาจะพยักหน้ารับ และบอกว่าวันนี้บอกเลยจากใจพี่นะ พี่ขอ One Night Stand นะ เพราะ ไม่แน่ใจว่าน้องจะมีคนอื่นหรือไม่ น้องจะเบื่อพี่หรือเปล่า ลอง ๆ ดูกันไปก่อนนะ นัก… บอกจากใจว่าน้องสาวคนนี้ตกใจสิคะ แล้วก็บอกเลยพูดตรง ๆ ว่าไม่ปฏิเสธไปก่อน หรือบล็อกทุกช่องทางดีกว่าไหม หรือว่าอย่างไร ตอนนี้บอกเลยว่านักร้องหนุ่มติดต่อน้องคนนี้ไม่ได้แล้วค่ะ เพราะเขาบล็อกทุกช่องทาง One Night Stand เหรอ ไม่รู้ว่าเป็นใคร ไปสืบมาให้หน่อยสิ 1. คือ หน้าตาดีนะ 2. นักร้องหนุ่มนะ ไม่รู้อย่างไรนะ ก็บอกตรง ๆ นะ เขาว่า He ทำแบบนี้มา 2 รอบแล้ว ไปสืบเองแล้วกันนะว่าเป็นผู้ใดนะ และสำคัญกว่านั้น คือ กินดาราเช่นกันก็ชิว ๆ แหละ แต่น้องคนนี้ขอไม่ปล่อยผ่าน เราไม่เล่าถึงว่าใครนะ แต่บอกเลยว่าไปหามาสิ ทำหน้าที่โคนันหน่อยค่ะ ไปกันต่อเรื่องราวนี้ เป็นดรามานะคะ จากเรื่องราวประเด็นดรามานิด ๆ แล้วกันนะคะ มันไม่ได้ใหญ่โตมากมาย แต่ว่าบอกเลยว่าการอ่านข่าวนี้ก็มาย้อนนึกถึงตัวเอง ประสบการณ์มีกับทุกคน พี่อั๋นเช่นเดียวกันค่ะ พี่อั๋น ภูวนาท นะคะ ไปเที่ยวกับพี่จ๋า ไปเที่ยวนิวยอร์ก พี่อั๋นนี่ได้โพสต์รูปคู่ ได้ชมบรรยากาศในเมือง แต่ก็มีผู้หญิงคนหนึ่งเดินผ่านหลังมา แต่ก็มองที่กล้องเจ้าตัวทุกภาพเลย มีประมาณ 6-7 ช็อตค่ะ ก็พี่อั๋นก็โพสต์ลงเป็นภาพนี่แหละค่ะ แล้วก็มี Caption ว่า อียัยผู้หญิงนี้คุณพี่แกจะมองกล้องขโมยซีนพวกฉันทุกรูปไปแบบนี้ไม่ได้นะ ดูสิ ไม่มีใครเห็นพี่อั๋นกับพี่จ๋าในรูปเลย เวรน่ะ นี่คือหน้าห้าง หน้าห้าง Saks Fifth บนถนน 5th Avenue ที่นิวยอร์ก หนึ่งในถนนที่แพงที่สุดของโลกมนุษย์ ด้วยทำเลที่ตั้ง และเป็นที่ที่ร้านแบรนด์เนมชื่อดังต้องมาเปิดร้านเบียดกันให้ได้ ตอนนี้บรรยากาศคริสต์มาสเริ่มมาแล้วครับ อากาศ ประมาณนี่ -8… 8 องศานะคะ ดีมาก ๆ เลย สวยไปหมดเลย พี่อั๋น พี่จ๋า แอบตื่นเต้นเพราะไม่ได้มานานเกือบ 10 ปีแล้ว รู้สึกเป็นนักท่องเที่ยวมาก ๆ เอาบรรยากาศและความสุข มาฝากจากอีกมุมของโลกนะครับ การโพสต์ครั้งนี้เกิดประเด็นดรามานะคะ เพราะว่ามีคนเข้ามาคอมเมนต์ในเรื่องราวการใช้ศัพท์ เรียกคนคนนี้ของพี่อั๋นนี่แหละค่ะ ประมาณว่าไม่ควรใช้คำว่า “อียัยผู้หญิงคนนี้” แล้วทั้งที่นี้นะพี่อั๋นก็ได้บอกเลยว่าก็ออกมาโพสต์แก้ไข ลบคำ “อียัยผู้หญิงคนนี้” ออก พร้อมเพิ่ม Hashtag ว่าคนรู้จักกันจ้ะ เข้าไปแต่ไม่วาย ยังมีการถกเถียงกันในโพสต์เยอะแยะมากมายนะคะ ล่าสุดพี่อั๋นก็ได้แคปโพสต์ดังกล่าวมาโพสต์ขอโทษแล้ว ด้วยเจตนาแห่งอารมณ์ขัน ที่มีคนรู้สึกว่ามันไม่ตลก ซึ่งผมเข้าใจจริง ๆ เพราะมันเป็นเรื่องละเอียดอ่อน และเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีของอารมณ์ขัน ที่ดูไม่เคารพผู้อื่นจริง ๆ เลยตั้งใจอยากจะมาแสดงความขอโทษตรง ๆ สำหรับโพสต์ดังกล่าว ขอบคุณสำหรับคำเตือนเจตนาที่ดีมาในหลากหลายช่องทาง ขอบคุณสำหรับคนที่เข้าใจในเจตนาและความไม่เจตนาของพี่ การใช้โซเชียลมีเดียเป็นเรื่องละเอียดอ่อน และพี่อั๋นคิดว่านี่เป็นหนึ่งในสิ่งที่โลกเราต้องเรียนรู้ไปด้วยกัน ผิดเป็นครู เรียนรู้ไปเป็นนักเรียนไปด้วยกัน ขอโทษความตั้งใจไม่อยากปล่อยผ่านครับ เอาอย่างนี้แล้วกันนะคะ เรื่องราวพี่อั๋นเอาสั้น ๆ ย่อ ๆ เลย ผู้หญิงคนนี้เป็นคนรู้จักกันกับพี่อั๋น เขาคงหยอกเอินกันในการโพสต์ของพี่อั๋น แต่ทีนี้เราไม่ได้ระบุไงพี่อั๋น ว่าใช่หรือไม่ใช่อย่างไร คนก็มีสิทธิ์วิพากษ์วิจารณ์ สิ่งหนึ่งคือนอกจากพี่อั๋นแสดงตน ขอโทษแล้ว ตัวเราก็เรียนรู้กันไปในเรื่องราวของโซเชียลมีเดียจ้า ไป ๆ เปลี่ยนเรื่องดีกว่า ศิลปินคนนี้ขึ้นเวทีเยอะแยะมากมายค่ะ แล้วเป็นคนที่ทุ่มสุดตัว ไปไหนมาไหนคนจะจดจำในเรื่องราวการออกลีลาต่าง ๆ นานา ไม่ว่าจะเป็นการร้องเพลงเอย หรือว่าสรีระร่างกาย พี่เจ๋ง Big Ass ค่ะ ได้เจอเจ้าตัว อัปเดตเรื่องราวสุขภาพหน่อยพี่ เพราะพี่แกน่ะทุ่มทุน… ทุ่มตัวสุดในการทำงาน เจอพฤติกรรมแปลก ๆ บ้างไหม เวลาพี่ไปทัวร์คอนเสิร์ต ว่าในเรื่องแฟนคลับนะ อะไรแปลก ๆ ต้องเล่าสู่กันฟัง เชิญค่ะ (คุณเดชา) เอาจริง ๆ ตอนนี้คือก็หลายอย่างมากเลย ใช่ เพราะว่าผมก็หวัดลงคอ แล้วก็ล่าสุดก็หลังเจ็บอีก มันก้มไปจับมือแล้วโดนกระชากน่ะครับ อย่างรอบนู้นที่เป็นหนัก ๆ ก็เวทีทะลุ (ผู้สื่อข่าว) เคยเจอแฟนคลับเข้ามาจู่โจมแปลก ๆ ไหมพี่ (คุณเดชา) ก็เยอะครับ ไม่รู้ทำทำไม ก็คือเล่นอยู่บนคอนเสิร์ตนี่โดนจับเท้า ผมยืนอยู่ขอบเวทีอย่างนี้ แล้วเขาก็แก้มัดเชือก แล้วเขาจะพยายามจะเอารองเท้าผม อะไรนี่ พอดีทีมงานเห็นก็เลยต้องเข้ามารวบ คือ มันมีหลากหลายมาก บางทีก็มีแบบเข้ามาด้านหลังแล้วก็มาล็อกคอเราอย่างนี้ แล้วก็ตื๊ดขอเสื้อ ขอกางเกง ขอทุกอย่าง อะไรที่ขอได้อะไรพวกนี้ พอเรามาพูดตอนนี้เราขำ แต่ความบาง… หน้างานมันบางทีมันไม่ได้ขำ บางทีใส่แหวนไปก็โดนรูดไปก็มีอะไรพวกนี้ รูดแหวน ผมก็เข้าใจว่าเขาคงแบบอยากแบบถ่ายรูปกับเรา อยากจะเข้ามา แฟนเพลงที่เขาแบบชื่นชอบ (คุณสุดารัตน์) อย่าว่าแต่พี่เจ๋งเลย ใครหลาย ๆ คนก็มีประสบการณ์ทั้งนั้นแหละค่ะ ในเรื่องราวของแฟนคลับ แต่ทั้งในนั้น คือ อย่างที่บอกว่าใด ๆ เลย เรียนรู้กันไปในเรื่องราวของศิลปินแล้วก็แฟนคลับ แฟนคลับมีทั้งแฟนเพลง แฟน Support ต่าง ๆ นานา แต่คนเหล่านี้เป็นกำลังใจให้เรานะคะ เจอกันแบบนี้