(คุณสิราสมินธิ์) กราบสวัสดีค่ะ ท่านอนุกูล ปีดแก้ว ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ท่านสราญภัทร อนุมัติราชกิจ อธิบดีกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ท่านผู้บริหาร ท่านสื่อมวลชน และแขกผู้มีเกียรติทุกท่านค่ะ ขอต้อนรับทุก ๆ ท่านค่ะ เข้าสู่งานวันคนพิการสากล ประจำปีพุทธศักราช 2565 ในครั้งนี้ ซึ่งจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 1-2 ธันวาคม 2565 ณ อาคาร รัฐประศาสนภักดี ซึ่งในปีนี้ค่ะ ทางด้านของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดยกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ร่วมกับทางด้านของสมาคม สภาคนพิการทุกประเภท แห่งประเทศไทย และภาคีเครือข่าย ได้ร่วมกันนะคะ ในการจัดงานคนพิการสากล ภายใต้แนวคิด “ปฏิรูปสู่การพัฒนาเพื่อคนทั้งมวล พลังนวัตกรรมสู่โลกที่เข้าถึงได้และเป็นธรรม” ด้วยนั่นเองค่ะ ซึ่งการจัดงานในครั้งนี้ก็ได้รับความร่วมมือนะคะ จากหลากหลายภาคีเครือข่ายที่เข้ามาร่วมงานกันอย่างคับคั่งกันเลยทีเดียวล่ะค่ะ และแน่นอนว่ารายละเอียดของงานในครั้งนี้จะเป็นอย่างไรนั้น ขอเรียนเชิญทุกท่านค่ะ ได้พบกับ ท่านสราญภัทร อนุมัติราชกิจ อธิบดีกรมส่งเสริมพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ให้เกียรติกล่าวรายงานในโอกาสนี้ ขอเสียงปรบมือต้อนรับท่านด้วยค่ะ [เสียงดนตรี] (คุณสราญภัทร) เรียนท่านปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์นะคะ ท่านอนุกูล ปีดแก้ว ดิฉันในนามของสมาคมสภาคนพิการทุกประเภทแห่งประเทศไทย และกรมส่งเสริม และพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ขอกราบขอบพระคุณท่านปลัดกระทรวงฯ เป็นอย่างสูง ที่กรุณาให้เกียรติมาเป็นประธานในการรับฟัง สมัชชาเครือข่ายคนพิการระดับชาติครั้งที่ 2 ประจำปี 2565 ถึง 2567 ในวันนี้นะคะ ซึ่งกิจกรรมนี้เป็น 1 ในกิจกรรมที่ทางกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ร่วมกับสมาคมคนพิการทุกประเภทแห่งประเทศไทยได้จัดขึ้นนะคะ เป็นงานวันคนพิการสากล ประจำปี 2565 ซึ่งจะจัดในวันนี้ และในวันพรุ่งนี้ ซึ่งท่านนายกรัฐมนตรีจะมาเป็นประธานนะคะ สำหรับการจัดงานในวันนี้นะคะ จะเป็นการนำเสนอและก็แลกเปลี่ยนความคิดเห็น การรับฟังสมัชชาเครือข่ายคนพิการระดับชาติ ซึ่งกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ได้ให้ความสำคัญในการมีส่วนร่วมของคนพิการ ทั้งนี้นะคะ เราได้มีการรับฟังจำนวน 4 ครั้ง จากตัวแทนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม เครือข่ายองค์กรคนพิการที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งสิ้น 803 คนทั่วประเทศนะคะ โดยมีการกำหนดประเด็นข้อเสนอเชิงนโยบายในการจัดสมัชชาเครือข่ายจำนวน 8 ประเด็น คือ ประเด็นแรกนะคะ เป็นเรื่องของการเข้าถึงสิทธิ สวัสดิการ และการใช้ประโยชน์จากสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับคนพิการ ในประเด็นที่ 2 เป็นเรื่องของการพัฒนาและเชื่อมโยงระบบฐานข้อมูลด้านคนพิการ หรือ Big Data ประเด็นที่ 3 ในเรื่องของการพัฒนามาตรการคุ้มครองแรงงานคนพิการและส่งเสริมการทำงานและอาชีพอิสระสำหรับคนพิการ ประเด็นที่ 4 ได้ยกระดับบทบาทหน้าที่ศูนย์บริการคนพิการระดับจังหวัดและทั่วไป ประเด็นที่ 5 เป็นการสร้างเจตคติที่ดีของสังคมที่มีต่อคนพิการ ประเด็นที่ 6 การเข้าถึงระบบการศึกษาของคนพิการ ประเด็นที่ 7 เป็นการเข้าถึงระบบการรักษาพยาบาลและการฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการ และในประเด็นสุดท้าย ประเด็นที่ 8 คือ เป็นประเด็นในเรื่องของการคุ้มครองและพิทักษ์สิทธิคนพิการ ซึ่งถูกกระทำความรุนแรงและคดีทางเพศ โดยจากการรับฟังประเด็นที่ได้รับความสำคัญเป็นอันดับ 1 ก็คือการเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับคนพิการ รองลงมาเป็นอันดับ 2 ก็ได้แก่ ประเด็นในเรื่องของการพัฒนามาตรการคุ้มครองแรงงานคนพิการ และส่งเสริมการทำงานและอาชีพอิสระสำหรับคนพิการนะคะ ประเด็นที่ 3 เป็นเรื่องของการพัฒนาและเชื่อมโยงระบบฐานข้อมูลด้านคนพิการ สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการอย่างแท้จริงของคนพิการ ซึ่งกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการจะได้นำข้อคิดความเห็นเหล่านี้ ไปผนวกรวมในแผนปฏิบัติการด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติ ฉบับที่ 6 ประจำปี 2566-2570 ซึ่งเป็นการแสดงถึงการมีส่วนร่วมของคนพิการอย่างแท้จริง และในวันนี้นะคะ จะเป็นการรับฟังและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นของทุกภาคส่วน ในประเด็นสมัชชาเครือข่ายคนพิการระดับชาติ ซึ่งผู้เข้าร่วมประกอบไปด้วยภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐ ภาคประชาสังคม ครอบครัว และผู้ดูแลคนพิการจำนวน 1,500 คน โดยมีท่านอาจารย์ปัณรส มาลากุล ณ อยุธยา นะคะ มาเป็นวิทยากรในวันนี้ด้วย และในวันนี้นะคะ ก็ขอกราบขอบพระคุณท่านปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์อีกครั้งนะคะ ที่จะได้มากล่าวนำบทบาทของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กับการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของคนพิการไทยในปัจจุบันนะคะ แล้วก็กราบขอบพระคุณท่านแขกผู้มีเกียรติ ไม่ว่าจะเป็นท่านอาจารย์วิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ ท่าน สว. มณเฑียร บุญตัน แล้วก็ท่านนายกสมาคมคนพิการทุกประเภท รวมถึงท่านพัฒนาสังคมความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด และคนพิการ รวมถึงผู้สนใจทุกท่านนะคะ และผู้บริหารของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ทุกระดับที่ได้ให้เกียรติมาร่วมงานในวันนี้ด้วยนะคะ ขอกราบขอบคุณ แล้วก็ขอเรียนเชิญท่านปลัดกระทรวงฯ ได้ให้เกียรติมากล่าวนำถึงบทบาทของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กับการมีส่วนร่วมของคนพิการไทยค่ะ ขอกราบเรียนเชิญค่ะ (คุณสิราสมินธิ์) ในโอกาสนี้นะคะ ดิฉันขอเรียนเชิญท่านอนุกูล ปีดแก้ว ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้กล่าวนำในงานครั้งนี้ค่ะ ขอเรียนเชิญค่ะ [เสียงดนตรี] (ท่านอนุกูล) กราบเรียนท่านอธิบดีกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ท่านสราญภัทร อนุมัติราชกิจ ท่านผู้ช่วยศาสตราจารย์ปัณรส มาลากุล ณ อยุธยา ที่ปรึกษาโครงการสมัชชาเครือข่ายคนพิการระดับชาติครั้งที่ 2 ท่านอาจารย์มณเฑียร บุญตัน สมาชิกวุฒิสภา ท่านศาสตราจารย์วิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ กรรมการกิตติมศักดิ์มูลนิธิสากลเพื่อคนพิการ นายกสมาคมเครือข่ายคนพิการ ผู้บริหารกระทรวง พม. ท่าน พมจ. นะครับ หลายจังหวัด แขกผู้มีเกียรติทุกท่าน สื่อมวลชน วันนี้ต้องขอบคุณนะครับ ที่เครือข่ายคนพิการ กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ได้จัดงานในวันนี้ และพรุ่งนี้เป็นวันสำคัญ ที่เป็นวันแห่งเกียรติยศประจำปีของคนพิการอีกวาระในรอบปีหนึ่ง ในบทบาทของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ก็เป็นความภาคภูมิใจไปกับงานของคนพิการในภาพรวม ซึ่งมีภารกิจไปเชื่อมโยงกับการขับเคลื่อนคนทุกช่วงวัย ไปสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของกระทรวงฯ ซึ่งกำหนดขึ้น ประชาชนเข้าถึงโอกาส และการคุ้มครองทางสังคม มีความมั่นคงในชีวิต มีประเด็นยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนใน 4 ด้าน ซึ่งผมคิดว่าจะสอดรับกับการขับเคลื่อนงานของคนพิการที่ท่านอธิบดีกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการได้กล่าวแต่ต้น ประเด็นแรกเป็นเรื่องของการเสริมสร้างศักยภาพคนและความเข้มแข็งของสถาบันครอบครัว ในประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 2 เป็นเรื่องของการคุ้มครองทางสังคมอย่างเท่าเทียม ประเด็นที่ 3 เป็นเรื่องของการเป็นหุ้นส่วนอย่างยั่งยืนนะครับ เป็นหุ้นส่วนการพัฒนาที่ยั่งยืน และประเด็นที่ 4 ผมคิดว่าก็ประเด็นสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กร ว่าด้วยเรื่องธรรมาภิบาลและเทคโนโลยี การขับเคลื่อนงานของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ก็มีกลไกที่จะเชื่อมร้อยไปในระดับพื้นที่ ที่อยากจะให้พี่น้องเครือข่ายคนพิการ สมาคมต่าง ๆ ได้เชื่อมโยงการทำงานทุกช่วงวัยร่วมกัน เรามีเรื่องของ ศูนย์ช่วยเหลือสังคม ที่อยู่ในระดับตำบล ต้องการให้เป็นศูนย์ทุกช่วงวัยร่วมดูแลสังคมร่วมกัน นั่นหมายความว่า ต้องมีความสะดวก และการเข้าถึงของคนพิการเป็นสำคัญอยู่ด้วย เรื่องของอาสาสมัคร ที่เรามีอาสาสมัครทั่วประเทศประมาณ 300,000 คนเศษ ในนั้นก็มีอาสาสมัครที่ดูแลพี่น้องคนพิการ เรื่องของสภาเด็กและเยาวชน นี่ก็เป็นช่วงวัยต้นที่ต้องเข้ามาดูแลสังคม ในอนาคตจำเป็นต้องเข้ามามีส่วนร่วม รับรู้การทำงานในสังคมร่วมกัน นี่ก็เป็นเครือข่ายในการดูแล และร่วมมือกับคนพิการเช่นเดียวกัน นอกจากนี้ เรามีกลไกที่เป็นหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กระทรวงคาดหวังว่าทุกหมวดการทำงานที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มเป้าหมายทุกช่วงวัย จะต้องเข้าใจ จะต้องเปิดพื้นที่ให้คนพิการได้เข้าถึง ต้องยอมรับว่าการพัฒนาคุณภาพชีวิตหรือการยกระดับคุณภาพชีวิตคนพิการในห้วงเวลาหลายปีที่ผ่านมา ประเทศไทยก็มีความก้าวหน้าในลำดับต้น ๆ ของเอเชีย และผมคิดว่าความท้าทายของงานคนพิการในระดับพื้นที่ก็ยังคงมีอยู่ อันนี้เป็นข้อจำกัดเสมอเหมือนกันทั่วโลก ก็ยังคงเป็นเรื่องของการเข้าถึงสิทธิ โอกาส ต้องการให้สังคมเข้าใจ ให้โอกาสเพื่อคนพิการได้แสดงศักยภาพ ผมคิดว่าคนพิการไม่ได้ต้องการความช่วยเหลืออื่นใดเลย นอกจากโอกาสจากคนในสังคม แค่เพียงเข้าใจ คนพิการก็สามารถแสดงศักยภาพ ผมเข้าใจว่าคนที่อยู่ในห้องประชุมแห่งนี้ เป็นคนที่เข้าใจคนพิการ อย่างไรก็ตามเรายังมีภาคีเครือข่ายที่อาจจะยังไม่เข้าใจ การเปิดพื้นที่ให้คนพิการเขาจัดการตนเอง จัดการครอบครัว ชุมชน ในบริบทของความเข้าใจความพิการ เพราะฉะนั้น ก็น่าจะเป็นบทบาทสำคัญในโอกาสต่อ ๆ ไปของท่านทั้งหลาย ที่จะต้องเปิดพื้นที่ความเข้าใจสำหรับคนพิการ อย่างไรก็ตามผมก็เชื่อมั่นว่า ประเด็นที่ 2 ที่ท่านอธิบดีกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการได้กล่าวถึง ก็คือเรื่องการเข้าถึงโอกาสการจ้างงานของคนพิการ นี่เป็น 2 เรื่องแรกนะครับ ที่ข้อมูลสมัชชาคนพิการได้พูดถึงไว้ว่าเป็นเรื่องสำคัญ เพราะฉะนั้น การจ้างงานคนพิการ เป็นการเพิ่มโอกาสการแข่งขันในการพัฒนาประเทศ ต้องยอมรับนะครับ ว่าผลิตภาพทางแรงงานไม่พอสำหรับแรงงานปกติ ต้องมามองที่แรงงานที่เป็นสังคมสูงวัย ผู้สูงอายุ คนพิการ ซึ่งมีศักยภาพ ในเรื่องแรงงานเป็นอย่างยิ่ง ต้องชื่นชมคนพิการนะครับ ที่ยืนหยัด กล้าหาญ จนเป็นที่ยอมรับ และสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนในสังคม ถ้าท่านทั้งหลายได้ติดตามในสื่อทั้งหลาย จะเห็นว่าคนพิการนั้นสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนพิษปกติได้เป็นอย่างดียิ่ง ต้องชื่นชมคนที่เคียงข้างคนพิการ ผู้ดูแลคนพิการ ครอบครัวคนพิการ คนที่เข้าใจคนพิการ นี่ก็อีกกลุ่มสำคัญ ที่ควรจะได้รับคำชื่นชม ก็อย่างที่ผมกราบเรียนครับ อย่างไรก็ตามก็ยังมีความท้าทาย ที่จะให้คนพิการได้มีโอกาส ซึ่งตามข้อเสนอที่อธิบดีกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการได้กราบเรียนว่ามีเรื่องสำคัญ ๆ อีกหลายเรื่อง ผมกราบเรียนไปแล้ว 2 เรื่อง แต่ว่าเรื่องของเทคโนโลยีก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ไปลดช่องว่างของการอยู่ร่วมกันของคนทุกช่วงวัย ผมกำลังพูดถึงการอยู่ร่วมกันกับคนพิการ ที่จะใช้เทคโนโลยีเข้ามาลดช่องว่างของการอยู่ร่วมกัน ลดข้อจำกัดของการอยู่ร่วมกัน สร้างความเท่าเทียมในระบบการสื่อสารต่อกันในสังคมของคนทุกช่วงวัย ก็หวังอย่างยิ่งว่าการจัดงานสมัชชาเครือข่ายคนพิการครั้งที่ 2 ในครั้งนี้ ก็จะมีมติสมัชชาหรือข้อเสนอใหม่ ๆ ข้อเสนอเพิ่มเติมที่เป็นการก้าวล้ำในการทำงานเพื่อคนพิการ หรือเราอาจจะได้แนวคิดใหม่ ๆ ของเครือข่ายพี่น้องคนพิการ มาขับเคลื่อนการพัฒนาคนทุกช่วงวัยตามทิศทางของรัฐบาล ก็หวังว่าเวทีนี้จะเป็นเวทีที่เปิดกว้าง ที่มองไปเรื่องของโอกาส การเข้าถึงของคนพิการ สิทธิต่าง ๆ ของคนพิการ และมากไปกว่านั้นก็หวังว่าเครือข่ายคนพิการหรือผู้ร่วมงานในวันนี้ จะได้แสดงออกถึง ความเท่าเทียมกัน ในข้อเสนอที่บ่งไปถึงคนพิการกับคนทั่วไปสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างไร้รอยต่อ บัดนี้ได้เวลาอันสมควร ผมขอเปิดงานสมัชชาเครือข่ายคนพิการระดับชาติ ครั้งที่ 2 พ.ศ. 2565-2567 ณ บัดนี้ และขอเป็นกำลังใจนะครับ ให้การจัดงานครั้งนี้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดีครับ ขอบพระคุณครับ (คุณสิราสมินธิ์) ขอเสียงปรบมือดัง ๆ ด้วยนะคะ ต้องขอกราบขอบพระคุณค่ะ ท่านอนุกูล ปีดแก้ว นะคะ ขอเรียนเชิญท่านยังคงอยู่ด้านบนเวทีสักครู่หนึ่งก่อนนะคะ เพื่อให้เกียรติถ่ายภาพร่วมกัน ณ โอกาสนี้เองนะคะ ดิฉันขอเรียนเชิญท่านสราญภัทร อนุมัติราชกิจ อธิบดีกรมส่งเสริมพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ให้เกียรติขึ้นถ่ายภาพร่วมกันนะคะ ด้านบนเวที ณ ขณะนี้นะคะ พร้อมทั้งนะคะ อีกสักครู่เดียวค่ะ เดี๋ยวเราจะขอเรียนเชิญทางด้านของท่านผู้บริหารนะคะ ที่นั่งโซฟาแถวหน้าทุกท่านเลยนะคะ ให้เกียรติขึ้นถ่ายภาพร่วมกันด้านบนเวทีกันอีกสักครู่เดียวค่ะ เอาล่ะค่ะ ตอนนี้เดี๋ยวเรียนเชิญนะคะ ทางด้านของทีมสื่อมวลชน แล้วก็ทางพี่ ๆ ช่างภาพทุกท่านนะคะ ได้เก็บภาพนะคะ ระหว่างทั้ง 2 ท่านกันก่อนเลยนะคะ เรียนเชิญค่ะ เอาล่ะค่ะ พร้อมทั้ง ณ ขณะนี้ ขอเรียนเชิญนะคะ ทางทีมผู้บริหารนะคะ ซึ่งได้แก่ ทางด้านของกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ร่วมกับสมาคมสภาคนพิการทุกประเภทแห่งประเทศไทยค่ะ พร้อมทั้งภาคีเครือข่ายที่เป็นตัวแทนนะคะ ในการร่วมกันการจัดงานคนพิการสากลในครั้งนี้ค่ะ ซึ่งอย่างที่ทางด้านของท่านอนุกูลได้กล่าวไว้เมื่อสักครู่นี้นะคะ ว่าวันนี้ค่ะ เราอยากให้สังคมในประเทศไทยของเราแล้วก็ทั่วโลกนะคะ ได้เปิดโอกาสให้กับทางด้านของคนพิการของเราค่ะ ได้สามารถที่จะทำงาน รวมไปถึงแล้วก็ยังสามารถที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ และก็เท่าเทียมนะคะ กับคนทั่วไปทุกท่านด้วยนั่นเองนะคะ ซึ่งในงานครั้งนี้ค่ะ เราก็มีทางด้านของร้านค้า รวมไปถึงนะคะ สำหรับตัวแทนจากทางสมาคมคนพิการนะคะ ที่ได้นำผลงานต่าง ๆ นะคะ ที่ทางคนพิการค่ะ ก็ได้นำมาจัดแสดงโชว์กันไว้ สวยงามมาก ๆ ค่ะ และน่าทึ่งเลยทีเดียวนะคะ ซึ่งอยากจะเรียนเชิญทุก ๆ ท่านค่ะ ได้ไปร่วมรับชมกันด้วยกัน พร้อมทั้งวันนี้เราก็มีทางด้านของภาคีเครือข่ายนะคะ จากหลากหลายหน่วยงาน ไม่ว่าจะเป็นทางด้านของภาครัฐเองก็สนับสนุนอย่างเต็มที่ พร้อมทั้งภาคเอกชนค่ะ วันนี้ก็ได้มาร่วมในการจัดงานในครั้งนี้ด้วยอย่างยิ่งใหญ่เลยทีเดียวนะคะ ซึ่งวันคนพิการสากล ประจำปีพุทธศักราช 2565 ในครั้งนี้ ก็เรียกได้ว่าเริ่มต้นขึ้นแล้วนะคะ ซึ่งในวันนี้ก็ต้องขอเสียงปรบมือดัง ๆ ค่ะ ให้กับผู้ร่วมจัดงานของเราด้านบนเวทีทุก ๆ ท่านในวันนี้ด้วยนั่นเองนะคะ และต้องขอกราบขอบพระคุณค่ะ ท่านอนุกูล ปีดแก้ว ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์นะคะ ที่ได้ให้เกียรตินะคะ ในการกล่าวนำถึงบทบาทของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กับการส่งเสริมและการมีส่วนร่วมของคนพิการในครั้งนี้ พร้อมทั้งต้องขอขอบพระคุณค่ะ ท่านสราญภัทร อนุมัติราชกิจ อธิบดีกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการค่ะ ที่ได้กล่าวรายงานถึงวัตถุประสงค์การจัดงานในครั้งนี้อีกด้วยนั่นเองนะคะ พร้อมทั้งนะคะ สำหรับในช่วงนี้ขอเรียนเชิญทุก ๆ ท่านเลยนะคะ ท่านผู้บริหารของเราได้ให้เกียรติในการเยี่ยมชมนะคะ นิทรรศการค่ะ ซึ่งอยู่บริเวณด้านหน้าการจัดงานของเราในครั้งนี้นะคะ จากหลากหลายบูธของเราค่ะ วันนี้ต้องบอกว่ามีทางด้านของผลงานจากทางคนพิการค่ะ ที่ได้จัดทำขึ้นมานะคะ พร้อมทั้งนะคะ ยังมีร้านค้าต่าง ๆ อีกมากมายเลยทีเดียวค่ะ ที่วันนี้ได้มาร่วมออกบูธอีกด้วย และเราก็ยังจะมีกิจกรรมอย่างต่อเนื่องกันเลยทีเดียวนะคะ ซึ่งวันนี้วันที่ 1 ธันวาคม 2565 ของเราเริ่มต้นกันเป็นวันแรกนะคะ เนื่องด้วยโอกาสวันคนพิการสากล ประจำปี 2565 ซึ่งวันคนพิการสากลของเรานั้นนะคะ ก็เรียกได้ว่าถือว่าเป็นการประกาศนะคะ ให้วันที่ 3 ธันวาคม ของทุก ๆ ปีค่ะ ก็เป็นวันคนพิการสากล ซึ่งแน่นอนค่ะ หลังจากนี้เรายังจะมีการเชิญชวนนะคะ ให้กับประเทศแล้วก็สมาชิก ร่วมกันในการจัดกิจกรรมต่าง ๆ อีกด้วยนั่นเองนะคะ พร้อมทั้งสำหรับการจัดงานในวันนี้ ซึ่งทุก ๆ ท่านที่เดินทางมาร่วมภายในงานนั้นนะคะ ก็สามารถที่จะได้พบนะคะ กับการทำงานร่วมกัน ทั้งทางด้านของภาครัฐแล้วก็ภาคประชาสังคมนะคะ แล้วก็ภาคเอกชนต่าง ๆ ค่ะ ในงานของเรานั้นนะคะ ก็จะมีภาคีเครือข่ายทางด้านของคนพิการนะคะ มากมายเลยทีเดียวค่ะ ที่มาร่วมจัดแสดงนะคะ นิทรรศการ และก็แสดงนวัตกรรมด้านคนพิการค่ะ รวมไปถึงเวทีแสดงศักยภาพนะคะ ของคนพิการอย่างแท้จริงค่ะ ซึ่งแน่นอนว่าออยเองนะคะ ร่วมเป็นส่วนหนึ่งค่ะ ที่จะส่งเสริมแล้วก็ให้กำลังใจนะคะ สำหรับทางคนพิการของเราค่ะ ซึ่งแน่นอนว่าในวันนี้นะคะ ทางด้านของสิ่งสำคัญในการร่วมสร้างเจตคติที่ดีนะคะ ที่ยอมรับนะคะ คนพิการเป็นหุ้นส่วนหนึ่งในสังคม โดยการจัดงานในครั้งนี้นะคะ ก็เป็นความคาดหวังนะคะ ของคนพิการค่ะ ที่จะได้แสดงศักยภาพ แล้วก็รวมไปถึงนะคะ ได้ให้สังคมของเราได้เห็นถึงศักยภาพและการพัฒนานวัตกรรมต่างๆ นะคะ อีกมากมาย และเกิดเป็นสังคมนะคะ ที่อยู่ร่วมกัน อย่างเป็นสุขอีกด้วยนั่นเองค่ะ ซึ่งแน่นอนว่าวันนี้ทางด้านขององค์กรคนพิการเข้มแข็ง เกิดการปฏิรูปสังคมแบบผสมผสานสู่โลกที่เท่าเทียม เพื่อคนพิการต่อไปอีกด้วยนั่นเองนะคะ ซึ่งหลังจากนี้นะคะ ทางด้านของทีมผู้บริหารนะคะ ก็จะเดินทางไปร่วมเยี่ยมชมนะคะ สำหรับบริเวณบูธการจัดงานต่าง ๆ ที่บริเวณด้านหน้า รวมไปถึงแขกผู้มีเกียรติทุก ๆ ท่านนะคะ ที่นั่งอยู่ ณ ขณะนี้ แน่นอนค่ะ สำหรับในช่วงต่อจากนี้ไปนะคะ ยังสามารถที่จะรับฟังนะคะ การนำเสนอสำหรับการเปิดเวทีในครั้งนี้ พร้อมกับการพูดถึงนะคะ ด้านของการนำแนวทางการขับเคลื่อนประเด็นสมัชชาเครือข่ายคนพิการระดับชาติครั้งที่ 2 นี้ อีกสักครู่เดียวเดี๋ยวเราจะได้พบกันด้านบนเวทีอีกด้วยนั่นเองนะคะ ซึ่งตอนนี้นะคะ สำหรับท่านใดที่บอกว่ามาร่วมงานของเราแล้วนะคะ อยากจะร่วมรับฟัง แล้วก็อยากจะหาแนวทางร่วมในครั้งนี้แล้วล่ะก็ เรียนเชิญได้เลยที่ด้านหน้าเวที ส่วนสำหรับท่านใดที่สนใจอยากจะไปแวะชมนะคะ สำหรับนิทรรศการการจัดงานของเรา ไม่ว่าจะเป็นบูธร้านค้าภาคีเครือข่ายนะคะ ทางสมาคมคนพิการของเราก็สามารถที่จะพบกันได้นะคะ ตลอดทั้งวันนะคะ จนถึงช่วงเวลาประมาณ 16.00 น. 4 โมงเย็นในวันนี้อีกด้วยนั่นเองค่ะ เอาล่ะค่ะ แขกผู้มีเกียรติทุกท่านคะ สำหรับในช่วงนี้ก็ถึงเวลาแล้วนะคะ ที่เราจะเข้าสู่ในช่วงที่ 2 ของเรา หลังจากมีการเปิดเวทีกันไปเมื่อสักครู่นี้เรียบร้อยแล้วนะคะ เรากำลังจะนำพาทุก ๆ ท่านค่ะ เข้าสู่การนำเสนอแนวทางการขับเคลื่อนตามประเด็นสมัชชาเครือข่ายคนพิการระดับชาติครั้งที่ 2 ค่ะ ประจำปีพุทธศักราช 2565-2567 ในครั้งนี้นั่นเองนะคะ ซึ่งได้รับเกียรติค่ะ จากทางผู้ช่วยศาสตราจารย์ปัณรส มาลากุล ณ อยุธยา ค่ะ ที่ปรึกษาโครงการสมัชชาเครือข่ายคนพิการระดับชาติครั้งที่ 2 นะคะ โดยท่านนั้นนะคะ ก็ถือได้ว่าเป็นอดีตอาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยอีกด้วยนั่นเองค่ะ และตอนนี้ท่านพร้อมแล้วนะคะ ขอเสียงปรบมือ ต้อนรับผู้ช่วยศาสตราจารย์ปัณรส มาลา ณ อยุธยา ด้านบนเวทีด้วยค่ะ [เสียงดนตรี] (ผู้ช่วยศาสตราจารย์ปัณรส) ครับ ขอสวัสดีนะครับ ท่านผู้มีเกียรติทุกท่านนะครับ ในโอกาสที่ เข้าใกล้วันคนพิการสากลนะครับ ก็รู้สึกยินดีแล้วก็เป็นเกียรติที่ได้มา พบปะพูดคุยแล้วก็จะได้มีโอกาสรับฟังความคิดเห็นจากทุกท่านนะครับ สำหรับสิ่งที่ผมได้รับมอบหมายให้มานำเรียนทุกท่านในวันนี้นะครับ ก็เป็นการนำเสนอแล้วก็แลกเปลี่ยนความคิดเห็นนะครับ เกี่ยวกับผลการรับฟังสมัชชาเครือข่ายคนพิการระดับชาติครั้งที่ 2 นะครับ 2565-2567 นี่นะครับ ซึ่งก็คงจะมีประเด็นคร่าว ๆ ที่จะคุยในวันนี้ก็คงจะเป็นเรื่องของที่มาก่อนนะครับ ว่าประเด็นขับเคลื่อนสำหรับสมัชชาคนพิการนี่ในอดีตมีเป็นอย่างไรบ้าง แล้วก็จะนำเสนอผลการรับฟังนะครับ ความคิดเห็น เพื่อที่จะสรุปออกมาเป็นประเด็นขับเคลื่อนนะครับ สำหรับสมัชชาเครือข่ายคนพิการในช่วงที่ 2 นี่นะครับ ก็คือปี 65-67 นะครับ แล้วก็จากนั้นก็จะขออนุญาตเปิดเวทีให้ทุกท่านได้ร่วมแสดงความคิดเห็นนะครับ อย่างนั้นตรงนี้ก็คงจะนำเสนอสักประมาณส่วนหนึ่งนะครับ ประมาณชั่วโมงหนึ่งนะครับ แล้วก็จะขออนุญาตเปิดช่วงหลังให้เป็นการนำ… รับฟังความคิดเห็น ซึ่งหวังว่าเราคงจะได้เสร็จกันตอนเที่ยงนะครับ แล้วจะได้รับประทานอาหารกลางวันกันนะครับ ครับ ก็ขออนุญาตเริ่มไปสไลด์แรก เรามาดูความเป็นมาสักนิดนะครับ ก็ความเป็นมาของเรา ก็คือเรามี สมัชชาเครือข่ายคนพิการระดับชาตินี่ ครั้งแรกเมื่อปี 2562 นะครับ ก็นับเป็นการรวมตัวกันขององค์กรเพื่อคนพิการ องค์กรคนพิการ และก็ภาครัฐ ภาคต่าง ๆ นะครับ แล้วก็ในครั้งนั้นนี่ก็ได้มีการกำหนดประเด็นที่จะขับเคลื่อนสมัชชาแห่งนี้ทั้งหมด 5 ประเด็นด้วยกันนะครับ ขอสไลด์ด้วยครับ ประเด็นแรกนะครับ ก็จะเป็นเรื่องของการเข้าถึงและการใช้ประโยชน์จากสิ่งอำนวยความสะดวกนะครับ ก็มีภาคีเครือข่ายที่จะต้องเข้ามามีส่วนร่วมต่าง ๆ มากมายนะครับ เช่น ตัวคณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการนี่ ก็จะต้องผลักดันเรื่อง Accessibility for All Act นะครับ พ.ร.บ. ตรงนี้ออกมานะครับ มีกระทรวงสาธารณสุข สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ กระทรวงศึกษาธิการ ก็จะมีประเด็นขับเคลื่อนเพื่อให้ผู้พิการสามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ได้นะครับ ประเด็นที่ 2 ที่เป็นประเด็นขับเคลื่อนในช่วงสมัชชาครั้งแรกนี่ ก็คือเรื่องการพัฒนาและเชื่อมโยงระบบฐานข้อมูลด้านคนพิการนะครับ ก็มีการริเริ่มที่จะต้องรวบรวมจัดทำฐานข้อมูลคนพิการนะครับ ถ้าทำได้เป็น Big Data มีแผนที่สารสนเทศได้นี่ ก็จะทำให้การให้ความช่วยเหลือ การวางแผน การกำหนดงบประมาณต่าง ๆ นี่ ก็จะเป็นไปได้ดียิ่งขึ้นนะครับ ประเด็นที่ 3 ในตอนนั้น ก็คือเรื่องของการพัฒนามาตรการการคุ้มครองแรงงาน และส่งเสริมการทำงานและอาชีพอิสระให้แก่คนพิการนะครับนะ ก็จะมีเรื่องการพัฒนาหลักสูตร การจัดหาช่องทางการตลาดนะครับ การจัดการทรัพยากร การสนับสนุนเงินทุนต่าง ๆ นะครับ มากมาย ถัดมาเป็นประเด็นที่ 4 นะครับ ประเด็นที่ 4 ก็คือเรื่องของการยกระดับบทบาทของศูนย์บริการคนพิการระดับจังหวัด แล้วก็ศูนย์บริการคนพิการอื่น ๆ ทั่วไปนะครับ ก็เริ่มมีการกำหนดมาตรฐานของศูนย์นะครับ มีการเสริมพลังอนุกรรมการระดับจังหวัดให้สามารถที่จะขับเคลื่อน เรื่องศูนย์ต่าง ๆ ได้ดียิ่งขึ้นนะครับ แล้วก็ประเด็นสุดท้าย จากสมัชชาในช่วงแรกนะครับ อันนี้ก็คือการสร้างเจตคติที่ดีของสังคมนะครับ ที่มีต่อคนพิการนะครับ ซึ่ง 5 ประเด็นนี้ก็เป็น 5 ประเด็นแรกที่เราพยายามขับเคลื่อน โดยอาศัยองค์กรที่เรียกว่า “สมัชชาคนพิการ” นะครับ ทีนี้ผลจากสมัชชารอบแรกครั้งแรกนี่เป็นอย่างไรบ้างนะครับ ก็จะขอนำเสนอในเรื่องของผลการประเมินความสำเร็จนะครับ ขอสไลด์ถัดมาด้วยครับ ครับ ผลการประเมินความสำเร็จ… ย้อนกลับไปอันหนึ่งครับ ครับ ผลการประเมินความสำเร็จในการขับเคลื่อนมติสมัชชาเครือข่ายคนพิการในรอบแรกนี่ มันได้ผลเป็นอย่างไรบ้างนะครับ ตัวอักษรอาจจะเล็กหน่อยนะครับ แต่เดี๋ยวก็คงจะพยายามสรุปให้ฟังนะครับ ขอเชิญสไลด์ถัดไปครับ ในด้านแรกนี่นะครับ ผลการประเมินในส่วนแรกนี่ เป็นการที่ผู้วิจัยไปศึกษาจากเอกสารหลักฐาน ไปสัมภาษณ์เชิงลึก ไปจัดการประชุมกลุ่มย่อยนะครับ เก็บข้อมูลดูว่าประเด็นขับเคลื่อนทั้ง 5 ประเด็นนี่นะครับ เราสามารถขับเคลื่อนไปสำเร็จลุล่วงไปได้มากน้อยแค่ไหนนะครับ ซึ่งข้อมูลที่อยู่บนจอนะครับ ก็จะเห็นว่าประเด็นที่เราขับเคลื่อนไปได้ไกลมากที่สุดนะครับ มีความสำเร็จตามตัวชี้วัดมากที่สุด ก็คือประเด็นที่ 5 นะครับ คือ เรื่องของการสร้างเจตคติที่ดีของสังคมที่มีต่อคนพิการนะครับ ตรงนี้เราทำได้ดีมาก แต่ว่าประเด็นที่เราทำได้ยังไม่สำเร็จเท่าที่ควร ก็คือเรื่องการยกระดับบทบาทหน้า ของศูนย์บริการคนพิการระดับจังหวัด แล้วก็ในระดับทั่วไปนะครับ อันนี้เป็นผลจากการวิจัยเชิงลึกนะครับ ทีนี้นอกจากมีผลจากการวิจัยเชิงลึกแล้วนี่ เราก็ยังมีการประเมินผลนี่ โดยการรับฟังสอบถามความคิดเห็นนะครับ ของผู้พิการและผู้ที่เกี่ยวข้องนี่ ว่าใน 5 ประเด็นนี่นะครับ อะไรที่มันสำเร็จ อะไรที่มันไม่สำเร็จนี่ ก็ขอสไลด์ต่อไปด้วยครับ ฉะนั้น ในสไลด์นี้นะครับ ก็จะมีประเด็นการขับเคลื่อนนี่ เป็นคอลัมน์ต่าง ๆ นะครับ แล้วก็จากการทำ Focus group การสำรวจแบบสอบถามนะครับ ผู้ตอบ 150 คนนี่นะครับ ก็พบว่าคะแนนที่ออกมานี่ ก็จะเป็นประมาณนี้นะครับ คะแนนข้อที่ 5 นะครับ ประเด็นที่ 5 ก็จะมาคะแนนสูงที่สุดนะครับ เป็นอันดับ 1 คือเรื่องการเสริมสร้างเจตคตินะครับ แล้วก็ประเด็นที่คะแนนน้อยกว่าเพื่อน ก็จะมีประเด็นที่ 2 คือ เรื่องฐานข้อมูล แล้วก็ประเด็นที่ 3 คือ เรื่องมาตรการคุ้มครองแรงงานนะครับ ทีนี้มีข้อสังเกตที่อยากจะให้ที่ประชุมท่านลองดูนิดหนึ่ง ก็คือ ผลสำรวจจากการวิจัยเก็บข้อมูลเชิงลึก กับผลจากการรับฟังความคิดเห็นนี่ ก็มีบางส่วนนะครับ ที่ผลออกมาตรงกัน อย่างเช่น การที่ข้อ 5 นี่ คือ เรื่องการเสริมสร้างเจตคตินี่ ได้คะแนนมาเป็นอันดับ 1 นี่นะครับ อันนี้ก็จะเป็นส่วนที่เหมือนกัน แต่ถ้าท่านดูรายละเอียดในคะแนน ในข้ออื่น ๆ ในประเด็นอื่น ๆ ท่านจะพบว่ามันมีคะแนนที่สวนกันบ้างเป็นส่วนใหญ่นะครับ ไม่ค่อยจะเหมือนกันเท่าไรนักนะครับ เพราะฉะนั้น มันก็จะมีความแตกต่างกันระหว่างสิ่งที่มันเกิดขึ้นจริงที่มีเอกสาร มีหลักฐานรับรอง กับสิ่งที่เป็นความคิดเห็นนะครับ ของผู้ที่เกี่ยวข้องนี่ ซึ่งการมีสมัชชาแบบนี้มันก็จะช่วยประสานความเข้าใจของทั้ง 2 ฝั่งนี่ ให้เข้าหากันได้มากขึ้นนะครับ แต่อย่างไรก็ดีนะครับ จากการรับฟังความคิดเห็นในรอบที่ผ่านมานี่ครับ ขอสไลด์ถัดมาด้วยครับ สิ่งที่เราได้จากความคิดเห็นในลักษณะข้อเสนอแนะจากผู้เข้าร่วมประชุมนี่นะครับ สิ่งที่อยากจะให้ขับเคลื่อนในช่วงต่อไปนี่ ขึ้นมาเป็นอันดับ 1 นะครับ คนตอบประมาณร้อยละ 28.97 เกือบหนึ่งใน 3 ขออภัยนะครับ จะเห็นว่าเรื่องการพัฒนาฐานข้อมูลสำหรับงานเกี่ยวกับเรื่องคนพิการนี่ ก็จะเป็นเรื่องที่สำคัญเป็นอันดับหนึ่งนะครับ เพราะฉะนั้น ก็เป็นไปได้ว่าในสมัชชารอบใหม่ของเราปี 2565-2567 นี่นะครับ เรื่องของฐานข้อมูลนี่ อาจจะเป็นธีมที่สำคัญก็ได้นะครับ ที่เราจะต้องขับเคลื่อนต่อไป ครับ ขอสไลด์ถัดมานะครับ ฉะนั้น สำหรับการที่จะกำหนดประเด็นขับเคลื่อนนะครับ สำหรับสมัชชาคนพิการนี่ในระยะต่อไปนี่นะครับ หลักคิดอันแรกที่คณะผู้วิจัยเห็นว่าสำคัญนะครับ ก็คือเรื่องของการทำให้สมัชชาในรอบต่อไปนี่ โทษนะครับ 1. ควรจะต้องเน้นหนักเรื่องการมีฐานข้อมูลเกี่ยวกับคนพิการนี่ ที่มันเป็นระบบ ครบถ้วน ชัดเจนนะครับ เพราะฉะนั้น ทั้งนี้ทั้งนั้นนี่ การมีฐานข้อมูลครบถ้วนเป็น Big Data เป็นยุคดิจิทัลนี่นะครับ 1. ก็คือด้วยเทคโนโลยีปัจจุบันนะครับ มันอาจจะช่วยให้เราทราบสถานการณ์เกี่ยวกับคนพิการนะครับ ที่มันเป็นปัจจุบันนะครับ จะมีโรงเรียนที่เรียนร่วมกี่แห่งนะครับ มีศูนย์อยู่ที่ไหน มีล่ามภาษามืออยู่ที่ไหน ติดต่ออย่างไรบ้างนะครับ และเมื่อเราเห็นภาพรวมเห็นภูมิทัศน์เรื่องของคนพิการชัดเจนขึ้นนี่นะครับ เราก็จะสามารถหยิบข้อมูลเหล่านี้มาใช้ประโยชน์ในการจัดสรรแผนงาน จัดสรรงบประมาณ หรือขับเคลื่อนงานคนพิการในระดับพื้นที่ต่าง ๆ ได้ ได้อย่างชัดเจนเป็นระบบมากขึ้นนะครับ แล้วก็นอกจากตรงนี้นี่ ข้อมูลปัจจุบันนี่ มันมีทั้งบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ มันมีไอ้นู่นนี่นั่นนี่ ข้อมูลเหล่านี้มันจะป้อนเข้ามาสู่ Big Data นี่ครับ เพื่อที่จะเอาไปใช้ในการวางแผนระยะยาว นะครับ เกี่ยวกับคนพิการได้ เพราะเราคงไม่อยากทำงานคนพิการด้วยวิธีเดิม ๆ ยุทธศาสตร์เดิม ๆ ซ้ำกันทุกปี ๆ จนกระทั่งสิ้นยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีนะครับ เราคงจะอยากทำให้ยุทธศาสตร์มันขับเคลื่อนเปลี่ยนไปได้ด้วย แต่นั่นมันก็ต้องใช้ข้อมูลเป็นฐานนะครับ แล้วก็อีกส่วนหนึ่งที่ทำให้เราเน้นหลักคิดเรื่องของดิจิทัลนี่ ก็เพราะว่าสมัชชาเรานี่ครับ ประเด็นต่าง ๆ ในสมัชชานี่ มันจะมีอายุประมาณ 2-3 ปีนี่ครับ ผมคิดว่าเรื่องดิจิทัลนี่ ถ้าเราทำฐานข้อมูลกันจริง ๆ จัง ๆ ช่วยกันร่วมมือกันทำนี่ มันเป็นเรื่องที่อาจจะทำให้เห็นผลเกิดผลได้ภายในระยะเวลา 2 ปีนะครับ แล้วนอกจากนั้น ก็คือการมีข้อมูลตรงนี้ครับ มันจะช่วยให้เราติดตามความก้าวหน้า เราสามารถมองเห็นปัญหาอุปสรรคที่เกิดขึ้น แล้วเราสามารถที่จะ เป็นฐานที่จะวัด ความสำเร็จนะครับ ของแผนปฏิบัติการด้านคนพิการต่าง ๆ ของเรานี่ ได้อย่างชัดเจนขึ้น เพราะฉะนั้น หลักคิดหนึ่งที่ทางทีมวิจัยได้เสนอไว้ในงานวิจัยนะครับ ก็คือเรื่องของการสร้าง Big Data นี่ครับ น่าจะเป็นธีมที่สำคัญธีมหนึ่งนะครับ ทีนี้ธีม ต่อมาหรือหลักคิดต่อมานะครับ ขอสไลด์ต่อไปด้วยนะครับ อันนี้ก็มาจากแนวคิดของผู้วิจัยหลักนะครับ คือ รองศาสตราจารย์ ดร.ปกรณ์ ศิริประกอบ นะครับ ก็เป็นหัวหน้าโครงการวิจัยนี่ ท่านบอกว่าในการทำสมัชชาในรอบต่อไปนี่นะครับ บทบาทนี่มันน่าจะขยับจากข้างขวาสุดนะครับ ข้างขวาสุดนี่เขาเรียก “การจัดการภาครัฐแบบดั้งเดิม” นะครับ แบบที่เคยทำมา ก็คือภาคราชการ ภาครัฐ เป็นพระเอก แล้วก็ทำไปหมดทุกอย่าง แล้วเป็นคนคอยให้บริการนี่ ซึ่งวิธีแบบนี้ครับ ภาครัฐมีงบประมาณเท่าไร มีคนเท่าไร ก็จะทำได้แค่นั้นล่ะครับ ซึ่งบางทีปัญหาเรื่องความพิการนี่มันมีกว้างใหญ่ไพศาลกว่าขีดความสามารถของภาครัฐ ที่จะเอื้ออำนวยตอบโจทย์ได้ทั้งหมดนะครับ ฉะนั้น มันก็มาสู่ยุคที่ 2 ครับ ยุคที่ 2 ทางด้านนู้นนะครับ ก็เรียกว่า “” ใช่ไหมครับ ทางด้านซ้ายมือ New Public Management หรือการจัดการภาครัฐแนวใหม่ อันนี้ก็จะเป็นการจัดการเรื่องคนพิการโดยที่ภาครัฐกับภาคประชาชนนะครับ มาร่วมกันคนละครึ่งแล้วนะครับ ท่านจะเห็นว่าน้ำหนักแท่งสีเหลืองกับสีฟ้านี่ มันจะเข้ามาใกล้กัน นั่นก็คืออะไรที่ภาครัฐทำได้ดีนะครับ ภาครัฐก็ทำไป ส่วนอะไรที่ภาครัฐทำแล้วสู้ภาคประชาชน ภาคองค์กรเอกชนไม่ได้นะครับ ภาครัฐก็ควรจะเป็นหุ้นส่วนนะครับ กับภาคประชาชน ภาคประชาสังคมนะครับ ในการดำเนินงานต่าง ๆ นะครับ เพราะฉะนั้น แทนที่กรมคนพิการจะต้องไปนั่งทำโรงเรียนคนตาบอด ทำศูนย์อะไรครับ ผู้พิการทางได้ยินให้ครบ 77 จังหวัดทุกอัน ซึ่งมันไม่ไหวนะครับ ถ้าเราได้การมีส่วนร่วมจากพลังสังคม จากภาคประชาสังคมนี่นะครับ แล้วกรมคนพิการคอยเป็นคนกระตุ้น คอยเป็นคนสนับสนุนนี่ ตรงนี้ งานขับเคลื่อนเรื่องประเด็นสมัชชาคนพิการ มันก็ไปได้ดีขึ้น ไม่ใช่รัฐทำไปหมดทุกอย่าง ทั้งที่บางเรื่องตัวเองไม่ถนัด หรือบางเรื่องเอกชนมีศักยภาพอยู่แล้วนี่ ก็น่าจะปล่อยให้ภาคเอกชนหรือภาคประชาชนเป็นคนทำนะครับ ทีนี้หลักคิดสำหรับ สมัชชาในรอบที่ 2 นี่ ที่ทางผู้วิจัยเสนอ ก็คืออยากให้มันเป็นการขับเคลื่อนในแนวของที่เรียกว่า “การบริการสาธารณะแนวใหม่” นะครับ หรือว่า “New Public Service” แปลว่าอะไร แปลว่าการที่เราทำสมัชชาแห่งนี้ขึ้นมานี่ เราหวังว่าสมัชชาซึ่งเป็นประชาคมแบบหนึ่ง เป็นประชาสังคมแบบหนึ่ง จะเป็นพระเอกในการขับเคลื่อนนะครับ ประเด็นเรื่องของการพัฒนาส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ โดยภาครัฐนี่ท่านจะเห็นขีดสีเหลือง ๆ มีนิดเดียวนี่นะครับ ภาครัฐจะมีบทบาทน้อยลง แต่ใช้พลังทางสังคมนี่ พลังชุมชนซึ่งมีอยู่มหาศาลนะครับ แล้วถ้าพลังชุมชนตื่นขึ้นมามีการ Empower ตื่นขึ้นมานี่ มันจะทำให้การขับเคลื่อนประเด็นสมัชชาคนพิการนี่ มันเกิดผล มันก้าวหน้า มันกว้างขวางไปได้มากกว่าเดิมเยอะเลยนะครับ ฉะนั้น ตรงนี้ก็จะเป็นหลักคิดที่ 2 ครับ ถัดมาก็จะเป็นหลักคิดที่ 3 นะครับ อย่างไรก็ตามนี่นะครับ ในหลักคิดที่ 3 นี่ครับ ที่สำคัญ คือ เราคงต้องยึดยุทธศาสตร์นะครับ ของแผนพัฒนาคนพิการของเรานะครับ แผนชาติ คือ ยึดเรื่อง EQUAL เป็นสำคัญใช่ไหมครับ นะครับ ไม่อย่างนั้นกรม(ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนพิการ) ก็จะไม่สามารถจะจัดสรรงบประมาณได้ เพราะมันจะออกมานอกยุทธศาสตร์มันก็ทำไม่ได้ ซึ่งในภาพนี้ครับ อาจจะดูยากนิดหนึ่งนะ แต่ถ้าท่านลองนึกถึงประเด็นแรกของเราที่เราอยากจะขับเคลื่อนเรื่อง Big Data นะครับ ที่เมื่อกี้เป็นหลักคิดที่ 1 นี่ เรื่องหลัก… เรื่อง Big Data นี่ มันก็จะไปสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนพิการนะครับ ซึ่งแต่ก่อนนี้ยุทธศาสตร์เขามีตัว DEP ใช่ไหมครับ D คือ Development นะครับ การพัฒนา E คือ Empowerment คือ การเสริมพลังสร้างพลังนะครับ และ P คือ Participation ก็คือการมีส่วนร่วม ถ้าในรุ่นใหม่ในยุทธศาสตร์รอบใหม่ของกรมฯ นี่ เขาเปลี่ยนเป็น DEP กำลัง 2 แล้ว ตัว D ไม่ได้มีแต่ Development นะครับ แต่ต้องมีเรื่องดิจิทัลและ Data นะครับ อันนี้ก็จะสอดคล้องกันกับประเด็นที่เราเสนอว่าเป็นหลักคิดสำหรับประเด็นขับเคลื่อนสมัชชาในรอบใหม่นี้นะครับ E เขาก็มี 2 E นะครับ ก็คือ E Empowerment กับ E Excellence นะครับ ถ้าเรามีฐานข้อมูลดี ๆ มีระบบข้อมูลดี ๆ นี่ เราจะมีข้อมูลเพื่อจะดูได้ว่าที่จังหวัดไหน พื้นที่ไหน องค์กรไหนทำได้ดี เป็น Best Practice นะครับ เหมาะที่จะแชร์แบ่งปันต่อไปให้พื้นที่อื่น ๆ นี่นะครับ ถ้ายกตัวอย่างอาจจะโบราณนิดหนึ่งนะ สมัยก่อนลำสนธิโมเดลที่ลพบุรีใช่ไหมครับ ทำขึ้นมาเป็น Best Practice ในการดูแลผู้ป่วยติดเตียงอยู่ตามบ้านนี่นะครับ ถ้าเรามีข้อมูลตรงนี้ เราขยายผลตรงนี้ต่อไปนี่ มันก็จะทำให้การขับเคลื่อนประเด็นนี่ มันเป็นไปได้อย่างกว้างขวางแล้วก็รวดเร็ว แล้วก็จะมีพลังความรู้อยู่ในนั้นมากขึ้นนะ เพราะฉะนั้น ประเด็นขับเคลื่อนสำหรับสมัชชาคนพิการรอบใหม่นี่นะครับ ทางทีมวิจัยได้นำเสนอว่าทางกรมฯ นะครับ และทางสมัชชานี่ ถ้าโฟกัสที่เรื่องดิจิทัลที่เรื่อง Big Data ให้ได้นี่ ก็เชื่อว่าเราจะทำให้มันเกิดผลสำเร็จได้มากขึ้น ทีนี้ไอ้ดิจิทัลหรือ Big Data นี่นะครับ มันไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะประเด็นที่ 2 ที่ 3 อะไรอยู่เรื่องเดียว แต่ประเด็นเรื่องดิจิทัล Big Data มันอาจจะช่วยในเรื่องของการสร้างการเข้าถึงก็ได้ มันช่วยในเรื่องของการคุ้มครองแรงงานก็ได้ มันช่วยในด้านอื่น ๆ ได้น่ะครับ ถ้าเรามี Big Data ตรงนี้นะครับ ฉะนั้น ตรงนี้ครับ ก็จะขอไปในส่วนต่อไป ก็คือแล้วสมัชชาครั้งที่ 2 นี่ ที่เรากำลังจะมาฟังกัน มาคุยกันในวันนี้นะครับ มันได้มาอย่างไร แล้วมันมีประเด็นเป็นมาอะไรอย่างไรบ้างนะครับ เพื่อที่จะให้ท่านได้เห็นภาพเป็นตุ๊กตาที่ชัดเจนขึ้นนะครับ ก็ขออนุญาตนำเรียนความเป็นมานิดหนึ่งนะครับ สำหรับสมัชชาครั้งที่ 2 นี่ มันมาจากการประชุมรับฟังความคิดเห็นนะครับ ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเป็นทางออนไลน์นะครับ เพราะว่าก็เป็นช่วง COVID แล้วก็การเดินทางต่าง ๆ ก็จะลำบาก ก็มีทั้งหมดหนึ่ง 2, 3, 4, 5, 6 ครั้งนะครับ 6 รอบทั่วทั้งทุกภูมิภาค แล้วก็ มาอีก 2 ขยับนะครับ ก็เรียกว่าก็เป็นการรับฟังนะครับ ผู้ที่สนใจแล้วก็มีส่วนเกี่ยวข้องจริง ๆ แล้วก็จากการรับฟังนี่ครับ ขอสไลด์ต่อไปด้วยครับ ทำให้เราได้ประเด็นเพิ่มขึ้นจากเดิมมี 5 ประเด็นเดิมทางซ้ายนะครับ ที่เป็นสีชมพู ๆ นี่นะครับ ก็จะมีประเด็นเพิ่มมาอีก 3 ประเด็นนะครับ ก็คือเรื่องการเข้าถึงระบบการศึกษาของคนพิการ การเข้าถึงระบบการรักษาพยาบาล การคุ้มครอง และพิทักษ์สิทธิคนพิการที่ถูกกระทำความรุนแรงและคดีทางเพศนะครับ ก็จะได้ประเด็นเพิ่มขึ้นมานะครับ แต่ว่าต้องการ Scope ประเด็นให้มันชัดเจนขึ้นนะครับ ก็มีการรับฟังความคิดเห็นโดยการลงคะแนนเพื่อจะ Scope ให้เหลือ 5 ประเด็นนะครับ เพราะฉะนั้น ก็จะมีประเด็นเดิมที่คะแนนอาจจะน้อยตกลงไปลดความสำคัญลงไป เพราะทำได้ดีแล้วบ้าง หรือความสำคัญเร่งด่วนอาจจะไม่ชัดบ้าง แล้วก็มีการโหวตเอาประเด็นใหม่เหล่านี้เข้ามานี่นะครับ ลงท้าย ก็ถ้าจะสรุปให้เหลือ 5 ประเด็นนี่นะครับ ประเด็นการขับเคลื่อนสำหรับสมัชชาคนพิการในรอบนี้นะครับ ข้อที่ 1 ยังเป็นเรื่องของการเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากสิ่งอำนวยความสะดวกนะครับ ก็เป็นเรื่อง Accessibility ข้อที่ 2 นะครับ เลื่อนขึ้นมาก็จะเป็นเรื่องการพัฒนามาตรการการคุ้มครองแรงงานคนพิการ ส่งเสริมการทำงานและอาชีพอิสระสำหรับคนพิการ ประเด็นที่ 3 จะเป็นเรื่องของการพัฒนาและเชื่อมโยงฐานข้อมูลคนพิการหรือว่า Big Data นะครับ แล้วก็ 4. คือ การเข้าถึงระบบการรักษาพยาบาล และการฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการนะครับ อันนี้ก็จะถูกยกมาเป็นประเด็นที่ 4 และประเด็นที่ 5 คือ การเข้าถึงระบบการศึกษาของคนพิการนะครับ ซึ่งตรงนี้ท่านจะสังเกตว่าเรื่องดิจิทัล เรื่อง Big Data นี่ มันอยู่ในประเด็นที่ 3 นะครับ แต่อยากจะนำเรียนว่าจริง ๆ แล้วเรื่อง Big Data เรื่องดิจิทัลนี่ มันจะไปแทรกเป็นยาดำอยู่ในประเด็นอื่น ๆ ด้วยนะครับ เพราะมันจะต้องมี Big Data เกี่ยวกับการเข้าถึงการใช้ประโยชน์จากสิ่งอำนวยความสะดวก มันต้องมี Big Data เกี่ยวกับมาตรการคุ้มครองแรงงานคนพิการ มันต้องมีมาตรการ มี Big Data ที่เกี่ยวกับเรื่องของการรักษาพยาบาลใช่ไหมครับ เดี๋ยวนี้มี Health Link มีอะไรต่ออะไร มันต้องมีการเข้าถึงระบบการศึกษาคนพิการ ตรงนี้ก็ต้องมี Big Data มารองรับด้วย เพราะฉะนั้น ตรงนี้ถึงได้พยายามเรียนเน้นว่าเรื่อง Big Data น่าจะเป็นธีมหลักในการที่จะขับเคลื่อน 5 ประเด็นเหล่านี่ครับ ให้มันเกิดผลนะครับ เพราะฉะนั้น ก็ขอเขยิบมาว่าแล้วนะครับ อันนี้คือหน้าจอ เพราะฉะนั้น ตรงนี้นะครับ ก็คือคนพิการนะครับ น่าจะต้องมี Big Data เข้ามารองรับนะครับ ทีนี้ขอสไลด์ถัดมาด้วยครับ ทีนี้ เพราะฉะนั้น ในข้อเสนอเชิงนโยบายที่บอกว่าเราจะเอา Big Data มาเป็นฐานรองรับนี่ แล้วในแต่ละประเด็นขับเคลื่อนนี่ เราจะขับเคลื่อนกันอย่างไรบ้างนะครับ เราจะขับเคลื่อนกันอย่างไรบ้าง ประเด็นที่ 1 ครับ ในสมัชชารอบที่ 2 นี่ เรื่องอันดับ 1 คือ การเข้าถึงและการใช้ประโยชน์จากสิ่งอำนวยความสะดวกนะครับ ซึ่ง Big Data ที่จะเข้ามาช่วยตรงนี้นะครับ เราก็อยากเห็นกรม พก. นี่นะครับ ร่วมมือกับองค์กรอื่น ๆ นี่นะครับ อย่างน้อยมีฐานข้อมูลเกี่ยวกับตัวแทนคนพิการที่มีความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับการออกแบบ Universal Design นี่นะครับ อย่างน้อยให้มีสักจังหวัดละ 10 คนนะครับ ใครต้องการออกแบบปรับปรุงอะไรตรงไหน ก็จะสามารถที่จะไปหาข้อมูลได้ว่าคนเหล่านี้อยู่ที่ไหนอย่างไรบ้างนะครับ แล้วก็อยากให้มีการรวบรวมผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบ แล้วก็จะมีล่ามภาษามือด้วยนะครับ ถ้าเรามีฐานข้อมูล มีระบบข้อมูลตรงนี้ก็จะดี นอกจากนั้นก็จะมีฐานข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องผู้ช่วยคนพิการ แล้วก็สถานที่ต่าง ๆ ว่าที่ไหนมีสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับคนพิการประเภทไหนอย่างไรบ้างนะครับ เพราะฉะนั้น ตรงนี้ก็จะเป็นประเด็นในเชิงนโยบายในข้อเสนอแนะ แล้วก็ทางทีมวิจัยนะครับ ก็ได้เสนอตัวชี้วัดความสำเร็จไว้ให้ด้วยนะครับ ขอสไลด์ถัดมานะครับ ฉะนั้น อย่างเรื่องของการส่งเสริมให้คนพิการนี่ มาร่วมตรวจสอบ ร่วมออกแบบการใช้งานระบบอำนวยความสะดวก UD ทั้งหลายนี่นะครับ ก็ทุกจังหวัดนี่จะต้องมีตัวแทนคนพิการที่มีความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับ การออกแบบเพื่อคนทั้งมวลนี่ ไม่น้อยกว่า 5 คนนะ แล้วก็มีชื่อมีอะไรเผยแพร่บนเว็บไซต์ด้วยนะครับ หรือว่าอย่างเช่น การเข้าถึงบริการล่ามภาษามือนี่ ได้อย่างมีประสิทธิภาพนี่นะครับ ก็อยากจะให้มีข้อมูล ฐานข้อมูลล่ามภาษามือของทุกจังหวัด ที่เป็นปัจจุบัน แล้วอยู่ในเว็บไซต์ และอาจจะมีแอปพลิเคชันสำหรับจองล่ามภาษามือได้นะครับ อันนี้ก็มันก็จะช่วยให้การเข้าถึงนี่เป็นไปได้ดีขึ้นนะครับ ขอสไลด์ถัดไปแล้วกันนะครับ เดี๋ยวจะได้มีเวลารับฟังความคิดเห็นมาก ๆ นะครับ ประเด็นขับเคลื่อน อันดับที่ 2 นะครับ เรื่องการพัฒนามาตรการการคุ้มครองแรงงานคนพิการ และการส่งเสริมการทำงานและอาชีพอิสระของคนพิการ ในประเด็นนี้นี่ เราก็ถ้ามาดูในเรื่องของการขับเคลื่อนนี่ แล้วก็อยากให้มีการขับเคลื่อนนะครับ ในการรวบรวมข้อมูล จัดทำฐานข้อมูลแล้วก็เผยแพร่บนเว็บไซต์นี่ อย่างเช่น ข้อมูลคนพิการที่ต้องการประกอบอาชีพในแต่ละจังหวัดนี่นะครับ คนพิการใครอยากทำงานอะไรบ้างนะครับ ข้อมูลสถานประกอบการที่ต้องการรับคนพิการเข้ามาทำงานในแต่ละจังหวัดนะครับ ตรงนี้ก็อาจจะต้องร่วมกับกระทรวงแรงงาน กรมการจัดหางานต่าง ๆ เพื่อข้อมูลด้าน Demand กับ Supply มันจะได้มาเจอกันนะครับ มีข้อมูล Job Coach ของแต่ละจังหวัดด้วยนะครับ เพราะว่าการที่คนพิการจะเข้าไปทำงานในสถานประกอบการบางที่มันอาจจะต้องมีโค้ชอยู่นะครับ ข้อมูลตรงนี้ก็จะช่วยให้คนพิการหางานทำได้ดีขึ้นนะครับ รวมถึงข้อมูลแหล่งทุนต่าง ๆ นะครับ แล้วก็ข้อ 2 นี่ ก็อยากจะเห็นกองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการนี่ สนับสนุนให้หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม จัดทำสื่อวิดีโอที่จะเผยแพร่ให้ผู้จ้างงานนะครับ หรือว่าคนพิการที่เข้าทำงานได้สะท้อนถึงเรื่องเกี่ยวกับการทำงานของคนพิการนะครับ เพราะคนพิการทำงานหลาย ๆ อย่างได้ดีกว่าคนปกตินะครับ หรือบางอย่างก็ใกล้เคียงไม่ต่างกันนะครับ เพราะฉะนั้น ตรงนี้ก็อยากให้มีสื่อเยอะ ๆ ซึ่งในข้อเสนอนโยบายแบบนี้ เราก็มีตัวชี้วัดความสำเร็จของมาตรการต่าง ๆ นะครับ ขอสไลด์ถัดมาด้วยครับ เพราะฉะนั้น อย่างเรื่องการส่งเสริมการประกอบอาชีพคนพิการนี่ เมื่อกี้ก็พูดถึงแล้ว ฐานข้อมูลความต้องการการมีงานทำ กับฐานข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องของการเปิดตำแหน่งเพื่อรับจ้างงาน ฐานข้อมูล Job Coach ต่าง ๆ นะครับ หรือการเรื่องดิจิทัลต่าง ๆ ก็อาจจะมีการทำสื่อวิดีโอนะครับ รวมถึงสร้างให้เป็นเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับเรื่องการจ้างงานคนพิการ หรือการไปทำงานของคนพิการต่าง ๆ นะครับ ตรงนี้ก็จะช่วยสร้างความตระหนักรู้มากขึ้นนะครับ ขอขยับไปประเด็นถัดมาเลยครับ สำหรับประเด็นอันดับที่ 3 นะครับ ก็จะเป็นเรื่องของการพัฒนาและเชื่อมโยงระบบฐานข้อมูลด้านคนพิการนะครับ นะครับ ความจริงจะเรียก “Big Data” นี่ทางวิชาการไม่ใช่ มันน่าจะเป็นเรื่อง Data Network มากกว่านะครับ ก็คือให้กรมฯ นี่นะครับ ได้ร่วมกับองค์กรของคนพิการหรือองค์กรเพื่อคนพิการนี่ เชื่อมโยงข้อมูลต่าง ๆ นี่ เข้าด้วยกัน เหมือนว่าเราโต๊ะกลางที่ทุกคนสามารถที่จะเข้าถึงข้อมูลตรงนี้นะครับ เพราะฉะนั้น อย่างเช่น ข้อมูลสภาคนพิการทุกประเภท ชมรมต่าง ๆ นะครับ ข้อมูลมูลนิธิ สมาคมในแต่ละจังหวัดนะครับ ข้อมูลสรุปผลการสำรวจข้อมูลคนพิการในรายปีในแต่ละจังหวัด ซึ่งมันต้องอัปเดตนะครับ แล้วก็ข้อมูลงานวิจัยเกี่ยวกับด้านคนพิการแบบนี้ มันน่าจะมีถังข้อมูลกลางหรือโต๊ะ ข้อมูลกลางที่ทุกคนจะเข้ามาร่วมแชร์ร่วมใช้นะครับ แล้วก็อยากจะเห็นกรมฯ นี่ครับ จัดทำเว็บไซต์นะครับ ของศูนย์บริการคนพิการจังหวัดต่าง ๆ นี่ ให้เป็นปัจจุบัน แล้วก็เหมือนกับเป็นหน้าต่างที่จะเผยแพร่ข้อมูลต่าง ๆ เกี่ยวกับคนพิการด้วยนะครับ ขอขยับไปสไลด์ตัวชี้วัดเลยครับ ฉะนั้น ตรงนี้ก็จะมีตัวชี้วัดนะครับ อย่างเช่น ข้อมูลอะไรบ้างที่จะต้องเอาขึ้นจอ เอาขึ้นอัปเดต อัปเดตนะครับ ข้อมูลแกนนำนะครับ และประเภทของแต่ละจังหวัด ที่เผยแพร่บนเว็บไซต์นะครับ เพราะฉะนั้น ตรงนี้เราก็จะเช็กได้นะครับ มันมีข้อมูลเหล่านี้โผล่ขึ้นมาหรือเปล่า ภายในปี 2567 นะครับ ซึ่งเราต้องมาช่วยกันด้วยนะครับ ไม่ใช่ให้กรมฯ อยู่คนเดียวนะครับ ถ้ากรมฯ อยู่คนเดียวก็คงจะได้ไม่ถึงครึ่งนะครับ ของโจทย์ทั้งหลายแหล่ เพราะฉะนั้น ใครมีศักยภาพตรงไหนก็ช่วยกันนะครับ เพราะฉะนั้น อย่างเช่น ผมเคยไป… ผมเคยดูแลหลักสูตรของสถาบันพระปกเกล้านี่ ก็จะมีงานกลุ่มของนักศึกษาสถาบันพระปกเกล้านี่ ช่วยกันพัฒนา Chat Bot ชื่อน้องปันกันนะครับปันกัน เพื่อที่จะทำให้การบริจาคช่วยเหลือคนพิการตามศูนย์พัฒนาหรือศูนย์บริการต่าง ๆ นี่ มันมีทั่วถึงมากขึ้น เพราะไม่อย่างนั้นเราจะเลี้ยงวันเกิดคนกรุงเทพฯ ก็จะเลี้ยงเฉพาะศูนย์ที่กรุงเทพนะ แต่ศูนย์ในต่างจังหวัดนี้อาจจะไม่ได้ของบริจาค อาจจะไม่ได้ Pampers ไม่ได้อะไรอย่างนี้ แอป(พลิเคชัน)ตรงนี้ก็ทำให้เกิดการเชื่อมโยงกันเกิดขึ้น ฉะนั้น ผมอยู่กรุงเทพฯ ผมอยากเลี้ยงอาหารคนพิการที่กรุงเทพฯ ทุกบ้านเต็มหมดแล้ว อาจจะไปกดเพื่อที่จะไปที่จังหวัดสกลนคร นครพนมอะไรก็ได้นะครับ แล้วก็สั่งซื้ออาหาร ไปเลี้ยงคนพิการที่นั่นก็ได้ เพราะฉะนั้น ตรงนี้ก็จะเป็นเรื่องการเชื่อมโยงข้อมูลนะครับ โอเคครับ เพราะฉะนั้น ถัดมาเมื่อกี้ประเด็นที่ 4 แล้ว ขอประเด็นที่ 5 เลยครับ ครับ ประเด็นที่ 5 นี่ก็จะเป็นเรื่องของการส่งเสริมการเข้าถึงระบบการศึกษาของคนพิการนี่นะครับ เราก็ถ้านึกถึงเรื่องดิจิทัลเรื่อง Big Data นี่ เราก็อยากเห็นมีการรวบรวมข้อมูลและเผยแพร่บนเว็บไซต์นี่ เกี่ยวกับศูนย์การเรียนสำหรับเด็กเจ็บป่วยในโรงพยาบาล ข้อมูลโรงเรียนเรียนรวม โรงเรียนเรียนร่วม แล้วก็ห้องเรียนคู่ขนานต่าง ๆ นะครับ ข้อมูลทุนการศึกษา… โทษครับ ข้อมูลทุนการศึกษานี่ ตรงนี้ก็จะช่วยให้เราเอาดิจิทัลมาใช้ประโยชน์เพื่อทำให้คนพิการได้มีโอกาสทางการศึกษาที่ดีขึ้นได้นะครับ แล้วก็หน้าถัดไปก็จะเช่นเคยนะครับ เป็นตัวชี้วัดนะครับ นะครับ ก็นะครับ จะมีศูนย์ข้อมูลอะไรบ้างนะครับ มีข้อมูลอะไรที่ Report ได้บ้าง ตรงนี้ก็จะตัวชี้วัดที่ค่อนข้างชัดเจน เพราะฉะนั้น เราก็อาจจะใช้ตรงนี้เป็นหมุดหมายนะครับ ที่เราจะขับเคลื่อนกันใน 3 ปีข้างหน้านะครับ เพราะฉะนั้น ก็ในประเด็นขับเคลื่อนนะครับ สำหรับ ในปี 2565-2567 นี่ อย่างที่เรียนให้ทราบมันจะเน้นเรื่องดิจิทัลเป็นฐาน แล้วถ้าเราขับเคลื่อนตรงนี้มันจะเห็นผลชัดเจนนะครับ บางเรื่องมันขึ้นจอให้เราดูได้เลย แล้วเราก็เรียนรู้วิธีการใช้ ปรับปรุงฐานข้อมูลให้มันดีขึ้นไปเรื่อย ๆ นี่นะครับ ผมคิดว่าถ้าเรามีฐานข้อมูลที่แน่นแล้วนี่ ไอ้มาตรการอื่น ๆ เช่น เรื่องการศึกษา การคุ้มครองแรงงาน การสร้างระบบการเข้าถึงนี่ มันจะตรงเป้ามากขึ้นนะครับ แล้วมันจะประเมินผลได้ วัดผลได้มากขึ้น ตรงนี้ก็อยากฝากไว้เป็นประเด็นด้วยนะครับ ทีนี้ก่อนที่จะเปิดให้มีการรับฟังความคิดเห็นนี่นะครับ น่าจะมีเวลาเยอะเลยนะครับ ก็จะขอเขยิบไปที่แนวทางการติดตามประเมินผลนะครับ ว่าในการขับเคลื่อนสมัชชาตรงนี้นะครับ มันจะมีแนวทางไหมที่เราจะวัดผลสำเร็จว่าเราสำเร็จก้าวหน้าไปถึงไหน อะไรทำได้ดีแล้ว อะไรที่ยังต้องมานั่งคิดปรับปรุงกันอีกนะครับ ตรงนี้ก็คิดว่าอยากเสนอให้กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการนี่นะครับ เป็นเหมือนคนจัดให้มีผู้ที่จะรับผิดชอบนะครับ ที่จะเป็นหน่วยที่จะประสานรวบรวมข้อมูลต่าง ๆ นี่ ให้มันไหลมาเข้าฐานข้อมูลกลางแล้วก็เอาเผยแพร่ออกไปยังเว็บไซต์ต่าง ๆ อย่างต่อเนื่องนะครับ แล้วก็เป็นไปได้นะครับ ตรงนี้มันอาจจะมาจากการต้องมาระดมความคิดว่าไอ้ Dashboard นี่นะครับ ปรอทวัดเรื่องของคนพิการนี่ มันน่าจะมีหน้าปัด มันน่าจะมีตัวชี้วัดเรื่องอะไรบ้าง ตรงนี้ก็อาจจะต้องมานั่งคิดกันดู แล้วถ้ามันเป็นดิจิทัลนี่ การติดตามข้อมูลต่าง ๆ นี่ มันก็จะสามารถทำได้ง่ายขึ้น สะดวกขึ้น อาจจะเป็นรายวัน รายสัปดาห์ หรือบางเรื่องอาจจะเป็น Real Time ได้เลยนะครับ ซึ่งตรงนี้มันก็จะนำไปสู่การวิเคราะห์การคิดอย่างมีเหตุผลมากขึ้นนะครับ ขอสไลด์ถัดมานะครับ ครับ สไลด์ถัดมาที่ 2 นี่นะครับ ก็คือเราอยากเห็นทางกองทุนนะครับ ให้สนับสนุนงบประมาณนี้นะครับ ในการที่จะพัฒนาระบบหรือพัฒนาโปรแกรมสื่อต่าง ๆ นี่ขึ้นมานะครับ ก็อาจจะเปิดเป็นทุนวิจัย ทุนสำหรับ Startup ต่าง ๆ นะครับ เข้ามาช่วยพัฒนาก็ได้นะครับ ตรงนี้ก็จะเป็นส่วนหนึ่ง ข้อที่ 3 คือ กองทุนนี่นะครับ ให้นำเสนอความคืบหน้าของผลการดำเนินงานตามข้อ 2 นี่นะครับ ก็มีรายงานความก้าวหน้านะครับ ต่อคณะกรรมการนี่ ได้รับทราบเป็นระยะ ๆ นะครับ เพราะฉะนั้น ตรงนี้ก็เหมือนกันนะครับ ก็เป็นการทำให้เราต้องมีฐานข้อมูลที่ดีนะครับ ไม่อย่างนั้นจะรายงานผลไม่ได้นะครับ ก็จะเป็นงูกินหางกันหน่อยนะครับ ข้อที่ 4 ก็คือกรมฯ นะครับ อยากให้มีการจัดประชุมนะครับ เพื่อที่จะขายไอเดียครับ นำเสนอเพื่อให้หน่วยงานที่เป็นเจ้าของข้อมูลนะครับ องค์กรคนพิการประเภทต่าง ๆ หรือเครือข่ายต่าง ๆ นี่ ได้เข้ามามีส่วนร่วมนะครับ Input ข้อมูลใส่เข้าไปใช้ประโยชน์จากข้อมูลให้ได้มากขึ้นนะครับ นั่นก็คือจะขับเคลื่อนให้เราเป็นการทำงานแบบ Database Everdent Base นะครับ ตรงนี้ก็จะได้ชัดเจนขึ้น แล้วก็ข้อที่ 5 นะครับ เราอยากเห็นหน่วยงานเจ้าของข้อมูลนี่ องค์กรคนพิการประเภทต่าง ๆ เครือข่ายนี่นะครับ ก็ร่วมกันใช้ ร่วมกันตรวจสอบความถูกต้อง ร่วมกันอัปเดตนะครับ เพราะฉะนั้น ตรงนี้ก็จะเป็นสมบัติของสมัชชา ก็คือเป็นสมบัติที่ทุกคนจะร่วมเข้ามามีส่วนร่วม ทั้งร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมใช้ประโยชน์นะครับ โดยทางกรมฯ ก็คงจะเป็นเหมือนกับแกนที่จะเป็นผู้สนับสนุนหลักในส่วนหนึ่งด้วยนะครับ เพราะฉะนั้น ทั้งนี้ทั้งหมดนี้นะครับ ก็เป็นการสรุปนะครับ งานวิจัยเกี่ยวกับเรื่องของประเด็นขับเคลื่อนสำหรับสมัชชานะครับ เครือข่ายคนพิการระดับชาติครั้งที่ 2 นะครับ ปี 2565-2567 นะครับ ท่านคงเห็นความเป็นมา ท่านคงเห็นประเด็นสำคัญนะครับ ที่เราจะขับเคลื่อนกัน แล้วก็เราก็มีตัวชี้วัดอยู่ในเอกสารให้ด้วย ที่เราจะได้ร่วมกันติดตาม ร่วมกันขับเคลื่อนนะครับ ฉะนั้น ในช่วงนี้คิดว่าอยากจะเปิดโอกาสให้ทางทุกท่านได้ ส่วนร่วมซักถามหรือแสดงความคิดเห็นได้อย่างเต็มที่นะครับ ผมได้คุยกับทาง Organizer เห็นบอกว่าเดี๋ยวจะมีคนวิ่งไมค์ไปให้นะครับ เพราะฉะนั้น ถ้าท่านจะเห็นคนวิ่งไมค์จะยืนอยู่ 2 มุมนะครับ ท่านที่ต้องการจะร่วมเสนอความคิดเห็นขอเชิญยกมือเลย อาจารย์มณเฑียรยกมืออยู่ข้างหน้าแล้วครับ ครับ ขออนุญาตทางกรมฯ ช่วยจดโน้ตไว้ด้วยนะครับ ประเด็นความคิดเห็นต่าง ๆ นะครับ เรียนเชิญครับ ท่านอาจารย์มณเฑียรครับ (คุณมณเฑียร) ครับ กราบเรียนท่านอาจารย์ปัณรสนะครับ อาจารย์ผมเองนะครับ ตั้งแต่อยู่… ตั้งแต่เรียนพระปกเกล้านะครับ ไม่ได้เจออาจารย์มาหลายปีนะครับ ผมมณเฑียร บุญตัน ครับ จากสมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย แล้วก็สภาคนพิการทุกประเภทแห่งประเทศไทยนะครับ มันมีอยู่ 2 เรื่องที่ผมคิดว่าเป็นเรื่องสำคัญนะครับ เรื่องที่ 1 ก็คือสิ่งที่อาจารย์ได้กรุณาประมวลสรุปมาทั้งหมดนี่ อันนี้ก็คงเป็นเรื่องที่พวกเราคงพอจะเข้าใจกันอยู่ไม่มากก็น้อยอยู่แล้วนะครับ แต่ประเด็นที่ผมอยากจะหยิบยกขึ้นมาว่ามันเป็นเจตนารมณ์ แล้วก็ได้ถูกถ่ายทอดไว้ในแผนการปฏิรูปประเทศอยู่ 3 ข้อ ซึ่งก็ปรากฏอยู่ในข้อสรุปของอาจารย์ด้วยเมื่อสักครู่นี้นะครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ Big Rock ก็คือประเด็นการขึ้นทะเบียนคนพิการแล้วก็การจัดทำฐานข้อมูล ซึ่งอันนี้เราเชื่อว่าจะเป็นพระเอกของทุกเรื่อง เพราะเหตุว่าถ้าเรามีคนพิการนี่ ตามความเป็นจริงมากที่สุดเท่าไร เรามีฐานข้อมูลที่ดีที่สุด เข้าถึงได้ด้วยนี่ เข้าถึงได้โดยสะดวกด้วยนี่เท่าไร เราก็จะสามารถพัฒนางานด้านคนพิการได้ดีขึ้นเป็นเงาตามตัว ปัญหาของเรา ก็คือว่าตอนนี้นี่คนพิการของเราที่จดทะเบียนมันมีอยู่แค่ 2 ล้านคนเศษ ก็คือประมาณ 3 เปอร์เซ็นต์ของประชากร สำนักงานสถิติแห่งชาติสำรวจเมื่อประมาณ 2-3 ปีที่ผ่านมา แล้วบอกว่ามีอยู่ 3.7 ล้านคน อันนี้เอาแค่ตามนิยามของเรานะครับ ซึ่งยังเป็นนิยามที่มองความพิการนี่อิงเชิงการแพทย์มากไปหน่อยนะครับ ที่บอกว่ามากไปหน่อย ก็เพราะว่าเรายังให้ความสำคัญกับลักษณะความบกพร่องของบุคคล เพราะฉะนั้น ถ้าแพทย์วินิจฉัยว่าความบกพร่องไม่ถึงขั้นเขาก็ไม่ออกใบรับรองให้ เมื่อไม่ออกใบรับรองให้ก็ไม่สามารถไปจดทะเบียนคนพิการได้ ซึ่งประเทศในโลกนี้นี่ หลายประเทศนี่ยังคงติดกับดักอยู่ที่ Medical Model ก็คือความพิการเชิงการแพทย์อยู่ พ.ร.บ. ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการฉบับปี 2550 แล้วที่แก้ไขเพิ่มเติมปี 2556 นี่ พยายามไปไกลกว่านั้นแล้ว แต่ว่า Mindset ของฝ่ายนโยบายก็ดี ฝ่ายบริหาร แล้วก็ฝ่ายปฏิบัติของเรานี่ ยังคงติดกับดักอยู่ที่ Medical Model หรือ Medical Model นี่ เพราะฉะนั้น เวลาเราไปเขียนประกาศที่จะวินิจฉัยและขึ้นทะเบียนคนพิการนี่ เราจึงกรองเอาเฉพาะคนที่อาการหนัก ๆ ร่อแร่แล้วครับอาจารย์ครับ ถ้าเราสามารถขยายนะครับ คนพิการนี่ให้ใกล้เคียงกับที่องค์การอนามัยโลกและธนาคารโลกได้ประเมินไว้เมื่อปี 2001 ในรายงานระดับโลกว่าด้วยคนพิการนะครับ เขาทำรายงานร่วมกัน WHO แล้วก็ World Bank นะครับ เขาเรียกว่า “World Disability Report 2011” ประมาณการว่าน่าจะมีคนพิการประมาณ 15 เปอร์เซ็นต์ของประชากร 15 เปอร์เซ็นต์นี่ เป็นไปได้ถ้าเราสามารถเปลี่ยนวิธีการประเมินความพิการเสียใหม่นะครับ ก็คือประเมินความพิการโดยเอาอุปสรรคนะครับ ที่เกิดขึ้นจากภายนอก ก็คือสิ่งที่สังคมสร้างขึ้นนี่เป็นปัจจัยสำคัญ แม้ว่าจะสอบไม่ผ่านจากใบรับรองแพทย์ เราก็ใช้ตัวคนพิการเองก็คือ Self Accessment กับประชาคมรอบข้างชุมชน ผู้เชี่ยวชาญสาขาต่าง ๆ รวมกันนี่ เอามา Weight แล้วก็สามารถขึ้นทะเบียนเป็นคนพิการได้โดยที่ไม่ต้องเอาคำวินิจฉัยหรือใบรับรองแพทย์นี่ เป็นตัว Yes หรือ No เป็นแค่องค์ประกอบหนึ่งในการขึ้นทะเบียนคนพิการ เราจะเห็นได้ว่าจะสามารถมีคนพิการนี่ ตามกฎหมายนี่ อัปฯ ขึ้นไปเป็น 10 ล้านคนได้ทันที 10 ล้านคนนี่ อาจจะต้องการบริการเฉพาะสำหรับคนพิการนี่ 3 ล้านคนเศษ เหมือนที่สำนักงานสถิติสำรวจไว้ แต่ว่า 10 ล้านนี่ จะเป็นปัจจัยสำคัญในการนำไปคำนวณเพื่อออกแบบนโยบายสาธารณะ ที่ครอบคลุมและไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังมากขึ้น ก็คือจะต้องเป็น Inclusive Development มากขึ้นนั่นเอง นี่เป็นประการที่ 1 นะครับ ประการที่ 2 ครับ ในแผนปฏิรูปประเทศนี่ กำหนดให้ปฏิรูปกองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ เพื่อให้คนพิการเข้าถึงได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งศูนย์บริการคนพิการนะครับ คำตอบที่ไม่มีอยู่ในกระดาษ แต่พวกเราปรารถนามานาน ก็คือกองทุนต้องเป็นนิติบุคคลครับอาจารย์ครับ ถ้ากองทุนยังเป็นส่วนราชการเหมือนในปัจจุบันนี่ มันถึงก็ช่างไม่ถึงก็ช่างนะครับ เพราะฉะนั้น เราต้องใจกล้า ต้องทำให้กองทุนเป็นนิติบุคคลให้ได้นะครับ แล้วมันจะมีอะไรตามมาอีกเยอะนะครับ เรื่องที่ 3 ก็คือเรื่องของ Accessibility ซึ่งอันนี้นี่ก็อีกแล้วนะครับ ว่าถ้าเรายังอยู่ติดกับดักอยู่กับคำว่า “สิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับคนพิการ” นี่ นักการเมืองเขาไม่ซื้อครับ แต่ถ้าเมื่อใดมันเป็นสภาพแวดล้อมเพื่อทุกคนหรือเพื่อคนทั้งมวล โดยมีคนพิการเป็นเพียงตัวชี้วัด เป็นเพียง Benchmark เท่านั้นเองนะครับ เมื่อสภาพแวดล้อมเพื่อทุกคนนี่ มีคนพิการเป็นตัวชี้วัดเป็น Benchmark นี่ มันจะทำให้ Volume ในการขับเคลื่อนนี่สังคม เพื่อให้มันเกิดการอยู่ดีมีสุขร่วมกัน หรืออยู่เย็นเป็นสุขร่วมกันนี่ มันมีความเป็นไปได้สูงนะครับ 3 เรื่องนี่กำลังจะหมดอายุเดือนธันวาคมนี้แล้วครับอาจารย์ครับ แต่ว่าคณะอนุกรรมาธิการกิจการคนพิการในวุฒิสภานี่ ได้ประสานไปยัง พก. แล้วว่าขอช่วยสืบชะตาสาระสำคัญในแผนการปฏิรูปทั้ง 3 ข้อนี่ โดยเอาไปอยู่ในอารัมภบท หรือเอาไปอยู่ไว้ในสาระสำคัญของแผนพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการฉบับที่ 6 ผมก็เลยต้องตามมาเสนอในงานสรุปนะครับ สมัชชาเครือข่ายคนพิการระดับชาติแห่งนี้ เพื่อสืบต่ออายุ สืบต่อเจตนารมณ์นะครับ จริง ๆ มันมีอีก 2 เรื่องนะครับ ก็คือเรื่องการผนวกรวมประเด็นคนพิการเข้ากับการพัฒนากระแสหลักหรือ Disability Inclusive Development เพราะว่าเวลาเราเสนองบประมาณแต่ละปีนี่ ทุกคนก็จะบอกว่าไปที่ พก. สิ ทั้ง ๆ ที่ พก. เป็นกรมขนาดเล็ก พก. นี่เป็นองค์กรประสานงาน เป็น Follow point ไม่ใช่องค์กรปฏิบัติการ แท้ที่จริงแล้วเรื่องคนพิการควรจะอยู่ในทุกกระทรวง ทบวง กรม แต่บ้านเราไม่เข้าใจเรื่อง Inclusive Development ครับ ไปคิดว่าถนนทุกสายต้องมา พก. อันนี้มันผิดที่ผิดทางจริง ๆ เพราะฉะนั้นนี่ การผนวกรวมหรือบูรณาการเรื่องของคนพิการเข้าไปในการพัฒนากระแสหลักทุกกระทรวง ทบวง กรม จึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง สุดท้ายครับ ที่จะเสนอและต้องถามด้วยนะครับ ว่ามีข้อเสนอแนะที่จะทำอย่างไรที่ทำให้หน่วยงานของรัฐจ้างงานคนพิการอย่างมีนัยสำคัญ รัฐบาลทั้งท่านพลเอก ประยุทธ์ นี่ ท่านอุตส่าห์มีมติ ครม. 2 รอบ ปี 2558 1 ครั้ง ปี 2560 อีก 1 ครั้ง ปี 2558 บอกว่าต้องทำให้ครบถ้วนตามกฎหมายภายในปี 2561 ปี 2560 บอกว่าการจ้างงานคนพิการเป็น KPI สำหรับผู้บริหารหน่วยงานของรัฐทุกแห่ง แต่ตอนนี้ปรากฏว่าหน่วยงานของรัฐติดหนี้จ้างงานคนพิการถึง 14,000 ตำแหน่งครับอาจารย์ เพราะฉะนั้นนี่ มันย้อนแย้งกับบทบัญญัติของกฎหมาย มันย้อนแย้งกับมติ ครม. ของท่านรัฐบาลท่านพลเอก ประยุทธ์ 1. ตอนนี้รัฐบาลพลเอก ประยุทธ์ 2. กำลังจะหมดอายุแล้วในไม่กี่เดือนนี้แล้วนี่ แต่ปรากฏว่าหน่วยงานของรัฐยังติดหนี้จ้างงานคนพิการถึงหมื่นกว่าตำแหน่ง ทั้ง ๆ ที่บังคับเอกชนให้จ้างงานนี่ แล้วเอกชนทำตามตั้ง 90 เปอร์เซ็นต์ อันนี้เป็นปัญหาหนักอกเลยครับ นะครับ ต้องสามารถบังคับ หรือสามารถจูงใจให้หน่วยงานของรัฐจ้างงานคนพิการให้ได้ ถ้าไม่จ้างอาจจะต้องถึงขนาดหั่นเอางบประมาณของหน่วยงานภาครัฐมาเข้ากองทุนแบบเดียวกับที่เราหั่นให้เอกชนเสียค่าปรับเข้ากองทุนด้วย อาจจะหั่นโดยวิธีการเอามาผูกนะครับ รัฐบาลจะต้องจ่ายเงินเข้ากองทุนเท่าจำนวนตำแหน่งงานที่หน่วยงานของรัฐ ไม่จ้างงานคนพิการ สมมติติดหนี้ 14,000 ก็ต้องเอา 14,000 คูณ 100,000 เศษต่อปี แล้วจ่ายเงินสมทบกองทุน เอาไหมล่ะครับ นะครับ ผมคิดว่าอันนี้ 3 4 5 ประเด็นนี่นะครับ ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าโดยเฉพาะ 4 กับ 5 นี่นะครับ อยู่ในสรุปแล้วหรือยัง ผมได้ยินอาจารย์พูด 3 ประเด็นที่ผ่านมา ก็คือประเด็นในแผนการปฏิรูปนี่ อยู่ในรายงานฉบับนี้แล้ว แต่ว่าอาจจะยังไม่ถูกไฮไลท์ แต่อาจารย์พูดทั้ง 3 ประเด็นนี่บ่อย เพราะผมคิดว่าอาจารย์ก็น่าจะได้รับเสียงสะท้อนมาเยอะอยู่แล้ว แต่ประเด็นที่ 4 กับที่ 5 ก็คือการผนวกรวมหรือบูรณาการเรื่องคนพิการเข้ากับแผนพัฒนากระแสหลักทุกมิตินี่ ยังไม่ค่อยได้รับการพูดถึง เราพูดสั้น ๆ ว่า DID ครับ Disability Inclusive Development และอันที่ 5 การจ้างงานคนพิการโดยหน่วยงานของรัฐนี่ พูดไปก็มันเป็นที่อับอายนะครับ รัฐสภาของผมก็ไม่มีเลย ไม่ได้จ้างเลยสักตำแหน่ง ทั้งที่ต้องจ้างอย่างน้อย 30 ตำแหน่งนะครับ อันนี้ก็จะต้องไปหาท่านชวนนี่นะ ไป ยื่นหนังสือไป 2 รอบแล้วนะครับ ก็คงได้เวลาได้ต้องไปเยี่ยมท่าน ไปคารวะท่านอีกแล้วนะครับ ครับ ก็เรียนทั้งฝากทั้งถามไปในคราวเดียวกันครับ ขอบพระคุณครับอาจารย์ครับ (ผู้ช่วยศาสตราจารย์ปัณรส) ครับ ขอบพระคุณมากนะครับ เชิญนะครับ มีท่านไหนยกมืออีกไหมครับ ที่จะซักถามแลกเปลี่ยน ท่านอาจารย์มณเฑียรก็ได้เพิ่มประเด็นที่สำคัญนะครับ กำลังสงสัยว่าข้อ 5 นี่ใช้ 157 ได้ไหมครับ (คุณเผชิญโชค) ครับ สวัสดีครับ ผมเผชิญโชค เสนากาล นะครับ จากชมรมเพื่อผู้บกพร่องทางจิต เขตหลัก 4 นะครับ ก็อยากจะเรียนถามท่านวิทยากรว่าเกี่ยวกับวันคนพิการสากลนะครับ ว่ามีที่ไปที่มาอย่างไรนะครับ แล้วประเทศไทยนี้ เริ่มเข้าร่วม กิจกรรมนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ครับ ขอบคุณครับ (ผู้ช่วยศาสตราจารย์ปัณรส) ขออภัยนะครับ เรื่องนี้น่าจะต้องถามทางกรมฯ นะครับ พอดีก็ไม่ได้รู้ประวัติศาสตร์มากเท่าไรนะครับ ก็มาช่วยงานวิจัยนี้ก็ครั้งนี้แหละครับ นะครับ (คุณเผชิญโชค) ครับ ขอบคุณมาก ๆ ครับ พอดีชมรมเราก็เพิ่งตั้งไม่ถึง 6 เดือนครับ ขอบคุณครับ (ผู้ช่วยศาสตราจารย์ปัณรส) ครับผม ขอบคุณครับ เดี๋ยวอย่างไรเดี๋ยวจะให้เจ้าหน้าที่ Google มาให้นะครับ เชิญนะครับ เผื่อท่านจะมีข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับประเด็นขับเคลื่อนของเรานี่ ความจริงมีอีกหลายประเด็นนะครับ แล้วก็ท่านจะเห็นว่าบางประเด็นนี่ คนที่จะต้องไปขับเคลื่อนนี่ อาจจะต้องเป็นตัวกรมฯ แต่ไม่ใช่ทุกประเด็นที่กรมฯ จะต้องเป็นพระเอก เป็นตัวหลักในการขับเคลื่อนนะครับ อะไรที่เราขับเคลื่อนด้วย ด้วยพลังชุมชนได้นี่ ผมว่ามันก็มีพลังอยู่พอสมควร นะครับ โดย ๆ ความคิดเห็นส่วนตัวนี่ อย่างเช่น อุบัติเหตุบนท้องถนน การกู้ภัยทั้งหลายแหล่ ทุกวันนี้เราก็มีพลังชุมชนใช่ไหมครับ ในการเก็บศพจากท้องถนน ในการกู้ภัยต่าง ๆ เยอะแยะนี่ อันนี้ก็เป็นตัวอย่างของพลังชุมชนนะครับ แล้วก็ผมคิดว่าการดูแลสนับสนุนส่งเสริมคนพิการนี่นะครับ ก็พลังชุมชนน่าจะเป็นเรื่องที่สำคัญเหมือนกัน เป็นพลังสำคัญนะครับ ที่เราต้องช่วยกัน ทีนี้พลังชุมชนมันจะเกิดขึ้นได้นี่ เราต้องรู้ข้อมูล รู้ข้อเท็จจริงนะครับ แล้วก็เราต้องมาร่วมกันคิดนะครับ นะครับ เป็นโจทย์ของเรา เพราะอย่างเช่น ที่ท่านอาจารย์มณเฑียรได้กรุณาเรียนประเด็นที่ 4 นี่นะครับ ที่ผมคิดว่าข้อ 4 กับข้อ 5 นี่ มันพันกันหน่อย ก็คือถ้ากระทรวงต่าง ๆ 20 กระทรวงนี่ ยังไม่เข้าใจเรื่องของคนพิการ เรื่องความพิการนี่นะครับ เช่น กระทรวงเกษตรนี่นะครับ ลูกค้าเขา คือ เกษตรกร แต่ว่าเกษตรกรที่พิการกับไม่พิการนี่ การส่งเสริมการเกษตรมันอาจจะใช้คนละวิธีกันก็ได้ใช่ไหมครับ หรือว่ากระทรวงศึกษาธิการ อันนี้ก็ดีหน่อย ก็เริ่มมีการรับคนพิการเข้าไปเรียนแล้ว แต่อีกหลายกระทรวงก็ยังมองไม่เห็นนะครับ แล้วยังไม่มีมาตรการอะไรตรงนี้ ทีนี้พอเมื่อมองไม่เห็น ก็เลยไม่ได้มีมาตรการ อย่างเช่น เรื่องของการจ้างงานคนพิการนะครับ เพราะฉะนั้น บางทีสมัชชาเรานี่ ถ้าเรารวบรวมข้อมูลอย่างเมื่อกี้ครับ นายจ้างที่จ้างคนพิการนี่ เขาทำอะไรกันบ้าง เซ็นทรัลพัฒนาใช่ไหมครับ ใครต่อใครที่จ้างคนพิการนะ แล้วก็คนพิการที่เข้าไปทำงานนี่ ทำอะไรได้บ้างนะครับ ผมเคยเห็นในต่างประเทศ ที่ประเทศเดนมาร์กนี่ บริษัทซอฟต์แวร์น่ะครับ โปรแกรมเมอร์เขาไปจ้างเด็กออทิสติกเป็นโปรแกรมเมอร์ให้ เขียน Coding ให้นะครับ ปรากฏว่าเก่งกว่าคนปกติอีกนะครับ เพราะว่าน้องมีความสามารถมากอะไรอย่างนี้ แล้วก็เขียนโปรแกรมนี้ก็เขียนจากบ้านได้ ไม่ต้องเดินทาง ไม่ต้องมาที่ออฟฟิศอะไรอย่างนี้ครับ ก็เป็นอะไรที่น่าสนใจเหมือนกันครับ เชิญนะครับ เวทีเปิดแล้วนะครับ เพื่อจะรับฟังความคิดเห็นครับ มีไหมครับ มีท่านไหนต้องการซักถามแลกเปลี่ยนแสดงความคิดเห็นอีกไหมครับ เรียนเชิญนะครับ เขาให้เวลาผมถึงเที่ยงนี่ ผมก็เปิดให้ท่านเกือบ เท่าไรนะครับ 50 นาทีนะครับ เต็มที่เลยนะครับ ถ้าอย่างนั้นจะขอเรียนถามทางท่านผู้จัดครับ ว่าถ้าไม่มีท่านใดแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติมนะครับ ในเวทีวันนี้นะครับ อยากจะเรียนว่าท่านสามารถที่จะเสนอความคิดเห็นต่อไปที่กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการได้นะครับ จะโทร. ไปแสดงความคิดเห็น จะส่งเป็นจดหมาย เป็นอีเมล เป็นอะไรก็ตามนะครับ ก็คงเข้าไปถึงทางกรมฯ ด้วย ก็เป็นการทดสอบขีดความสามารถด้านฐานข้อมูลของกรมฯ เหมือนกันนะครับ ว่าสามารถที่จะจัดการความคิดเห็นจากท่านได้มากน้อยแค่ไหนนะครับ แล้วก็ถ้าไม่มีอะไรนะครับ ผมก็ขออนุญาตจบการบรรยายแล้วก็รับฟังความคิดเห็นเพียงเท่านี้นะครับ ท่านจะได้ไปชอปปิงต่อนะครับ ครับ ขอบพระคุณครับ (คุณสิราสมินธิ์) ค่ะ ต้องขอกราบขอบพระคุณนะคะ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ปัณรส มาลากุล ณ อยุธยา เป็นอย่างสูงนะคะ และแน่นอนนะคะ สำหรับในช่วงนี้ค่ะ ทุกท่านก็ได้รับฟังนะคะ สำหรับทางด้านของหัวข้อการนำเสนอแนวทางการขับเคลื่อนในประเด็นสมัชชาเครือข่ายคนพิการระดับชาติ ครั้งที่ 2 กันไปเรียบร้อยแล้วนะคะ สำหรับในช่วงนี้แน่นอนค่ะ ทุก ๆ ท่านคะ ยังสามารถที่จะพบกันได้นะคะ กับด้านหน้าเวทีของเราอีก 1 ช่วงเวลา นั่นก็คือ 13.30 น. หรือว่าบ่ายโมงตรงค่ะ ซึ่งแน่นอนว่าเรายังจะมีหัวข้อที่น่าสนใจค่ะ กับการวางแผนเพื่อออมพร้อมสร้างอนาคตนะคะ ซึ่งวันนี้เราได้รับเกียรติค่ะ จากทางท่านเลขาธิการคณะกรรมการกองทุนการออมแห่งชาตินะคะ ที่จะมาให้เกียรติในการพูดคุยแล้วก็แนะแนวทางนะคะ สำหรับในโอกาสการออมเงินในปี 2565 ก่อนที่เราจะก้าวเข้าสู่ปี 2566 อีกด้วยนั่นเองค่ะ พร้อมทั้งในช่วงของเวลาประมาณ 14.00-15.00 น. นะคะ ก็จะมีการเปิดเวทีแสดงศักยภาพคนพิการค่ะ ด้านหน้าเวทีของเราด้วย จะเป็นอย่างไรนั้นเดี๋ยวรอติดตามกันได้ในช่วงภาคบ่ายนะคะ อย่างไรก็ตามเรียนเชิญทุก ๆ ท่านค่ะ กลับมารับฟังนะคะ สำหรับการเสวนาแล้วก็การพูดคุยกันด้านหน้าเวที ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นโอกาสดี ๆ นะคะ ที่เราไม่ได้พบกันบ่อย ๆ ดังนั้นนี่ อยากให้ทุกท่านค่ะ ได้กลับมาเจอะเจอกันอีกสักครู่หนึ่งในช่วงหน้า เวลา 13.30 น. ในช่วงนี้เรียนเชิญทุก ๆ ท่านค่ะ สามารถไปแวะ ชอป ชิม ชิว กันก่อนได้เลยนะคะ กับร้านอาหาร หรือว่าจะเป็นของฝากนะคะ หรือจะเป็นบูธนะคะ ที่มาแสดงศักยภาพของทางคนพิการนะคะ ที่วันนี้ได้นำผลงานค่ะ มาให้กับทุก ๆ ท่านได้รับชมนะคะ ร่วมเป็นกำลังใจเปิดโอกาสให้กับทางด้านของคนพิการค่ะ ได้มอบนะคะ สำหรับความสวยงามในครั้งนี้ให้กับทุก ๆ ท่านได้อีกด้วย อย่างไรเรียนเชิญเลยนะคะ สามารถเดินทางไปรับชมกันได้ในแต่ละจุดแต่ละโซนของเรา รวมไปถึงค่ะ สำหรับในวันพรุ่งนี้ ศุกร์ที่ 2 ธันวาคม นะคะ ซึ่งเราจะมีการเปิดงานอย่างเป็นทางการนะคะ โดยทางด้านของท่าน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีค่ะ จะเป็นประธานในพิธี พร้อมคณะผู้บริหารเดินทางมาถึงเข้าสู่บริเวณงานของเราอีกด้วยนั่นเองนะคะ ช่วงเวลาประมาณตั้งแต่ 9.45 น. ค่ะ ก็ขอเรียนเชิญทุก ๆ ท่านพร้อมเพรียงกันได้ในวันพรุ่งนี้อีกครั้งหนึ่งด้วยนั่นเองนะคะ เอาล่ะค่ะ ตอนนี้เดี๋ยวเราให้ทุกท่านได้พักเบรกกันสักครู่ รับประทานอาหารกลางวันนะคะ อิ่มท้องอิ่มอร่อย และเดี๋ยวเรากลับมาพบกันอีกครั้งหนึ่ง ช่วงเวลา 13.30 น. เรามีนัดกันแล้วนะคะ ด้านหน้าเวที อย่าลืมกลับมาเจอะเจอกันค่ะ ช่วงนี้พักกันสักครู่ ขอบคุณค่ะ [เสียงดนตรี] [สื่อวีดิทัศน์]