(อาจารย์วิภาพร) ฮัลโหล ๆ Test Test (เจ้าหน้าที่) ฮัลโหลครับ ล่ามได้ยินไหมครับ ทดสอบครับ ล่ามได้ยินไหมครับ (ล่าม) ค่ะ ได้ยินไหมคะ ได้ยินเสียงล่ามไหมคะ ได้ยินเสียงล่ามไหมคะ (อาจารย์วิภาพร) เกือบถูก ๆ Accomodation นะคะ ของ เหมือนจะยาวนิดหนึ่ง ทีนี้ต่อไป ทีนี้ เมื่อวานน่ะเราเรียนกันไปแล้วนิดหนึ่ง แต่ว่าครูจะเพิ่มคำศัพท์ให้เรานะคะ เราจะได้เข้าใจเยอะมากขึ้น เพราะว่าเราเป็น ปวส. นะ อาจจะต้องจำเยอนิดหนึ่งนะ ทีนี้ เวลาเราเช่าที่พักเราคิดถึงอะไรบ้าง หรือเงินนี่ 100,000 บาท จะไปเช่าบ้านนี่ คิดว่าอยากได้อะไรบ้างในนั้น เมื่อวาน มีคนบอกว่า อยากได้อะไรนี่ รูปแรกคืออะไร รูปแรกคืออะไร คมกฤช อยากได้เกรด A เกรด 4 ไม่ได้เกี่ยวกับเช่าบ้านนะคะ อันนั้นน่าจะเกี่ยวกับการสอบ บางคนบอกว่าต้องไปเช่าที่พักนี่ ก็คือต้องมีอินเทอร์เน็ตให้เรา ใช่ไหม บางคนบอกว่าต้องอะไรอยากได้แบบไหนน่ะ มีระเบียง หอพักของเรามีไหม ของนักศึกษาพิการมีไหมคะ ห้องเราน่ะ มีไหม ๆ มีหรือเปล่า มี ๆ นึกไม่ออกอีก มี มีอะไรอีก ห้องเราน่ะ มีเยอะนะ นี่ 3 คนนี้ 3 คนข้างหน้าน่ะค่ะ มีอีก มีพัดลมไหม พัดลม มีไหม ไม่มีได้ไง มี ๆ พัดลมมี พัดลมเพดาน เอ้า เราไม่มีเหรอ อ๋อ พัดลมหมุน พัดลมหมุน มันคนละคำ ใช้คนละคำ แต่พัดลมตั้งโต๊ะไม่มี โอเค ๆ ถัดไปนะคะ หยุดเม้าท์มอย คำแรกอันนี้เป็นคำที่เมื่อวานเราไม่ได้สอนนะคะ คำนี้อ่านว่าอะไรคะ มีใครอ่านได้บ้าง มี 2 พยางค์ ถูกต้องอ่านว่า ‘เท-แนนทฺ’ นะคะ นักเรียนเปิดหน้าสุดท้าย แล้วนักเรียนก็จดคำศัพท์ไปด้านหลังภาษาไทยด้วยนะคะ ในใบงานที่คุณครูแจกให้นะคะ หน้าสุดท้าย หน้าสุดท้ายที่เป็น Crossword น่ะค่ะ ที่เป็นตารางน่ะ นี่ เออ นั่นล่ะ ๆ ถูกแล้ว ๆ ไม่ ๆ ๆ เออใช่ ๆ เห็นไหม จดไปด้วยนะคะ ตรงไหนตรงกับคำภาษาไทยเราก็ให้จดคำภาษาอังกฤษไปด้วยนะคะ เพราะฉะนั้น tenant นี่แปลว่าคนเช่า ก็คือตัวเราที่จะไปเช่าห้องแหละ เขาเรียก tenant นะคะ ผู้อยู่อาศัย ผู้เช่าพัก อยู่ตรงไหนเอ่ย คำที่เท่าไร คำที่ 1 ใช่ไหม เขียนหรือยัง เขียนหรือยัง เขียนแล้ว เขียนแล้ว ถ้าใครทำแล้วหาคำแปลหรือว่าแปลไม่ถูกนี่ นักเรียนเขียนคำที่ถูกลงไปด้วยนะคะ มันมีหลายคำแหละ แต่ว่าครูให้คำนี้ไว้ ด้านหลังแสดงว่าหาถูกใช่ไหม ผู้เช่า เดี๋ยวรอเพื่อนแป๊บหนึ่ง ยิ้มคืออะไร เกศกนก รอเพื่อนแป๊บหนึ่ง อะไร คำไหนใครเขียนผิดหรือว่าใช้คำไม่เหมือนครู ก็ให้ใช้คำของครูนะคะ เพราะว่าบางทีอันเราไปหาใน Google มาแล้วมันแบบมันไม่ใช่นะ เมื่อกี้ครูให้ลองทำ จะได้หาดูเพราะว่า โอเค พร้อมหรือยัง ไปคำใหม่แล้วนะ รอกิฟต์กับชลธีแป๊บหนึ่งนะคะ คำที่ 2 ให้เดาว่าคำว่าอะไร มีคนเช่าก็ต้องมีอะไร มีเจ้าของนะคะ ซึ่งเจ้าของ เราใช้คำว่าอะไร มีใครเขียนคำว่าอะไรลงไปบ้าง Owner แบบ o-w-n-e-r อย่างนี้ ใช่ไหม ซึ่งคำนี้แปลว่าเจ้าของก็ได้นะคะ แต่ว่าถ้าเราต้องการจะให้แปลว่า “ผู้ให้เช่านี่” มันจะต้องใช้คำนี้นะคะ รอแป๊บนึงนะ โปรแกรมครูค้าง โอเคนี่เลยค่ะ คำว่า landlord l-a-n-d-l-o-r-d นะคะ แปลว่า landlord landlord นี่ก็คือเจ้าของบ้านที่เราไปเช่า เจ้าของที่ก็ได้นะ สมมติเราจะไปเช่าที่พัก เช่าแบบบร้านค้าในตลาดอะไรอย่างนี้ ก็ใช้คำว่า landlord เจ้าของที่ได้เลย ถูกไหม มีใคร มีใครใช้เขียนคำนี้ไหม ไม่มีเลย เพราะว่าทุกคนน่ะจะ Search ใน Google ว่าคำว่า “เจ้าของ” ถูกไหม ไม่ถูก ถ้าไม่ถูก เขียนคำที่ถูกลงไปเลยนะคะ ทีนี้ครูเสริมให้ ถ้าทีนี้นี่ ครูคะ แล้วคำว่า "Owner" ใช้กับอะไรได้บ้าง ก็ใช้ได้กับเจ้าของทุกอย่างเลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นเจ้าของ… เจ้าของสิ่งของนะคะ หรือว่าเราจะบอกว่าเราเป็นเจ้าของธุรกิจนะ ก็คือใช้คำว่า Owner ได้หมดเลย อะไรก็ได้นะคะ แต่ถ้าพูดถึงสถานที่ ว่าเป็นเจ้าของสถานที่ไหน ๆ นี่ เราจะใช้คำว่า “landlord” landlord คือผู้ให้เช่า จะต่างกันนะคะ นิดนึง อย่างเช่นเจ้าของธุรกิจ คำว่า “ธุรกิจ” คือคำว่าอะไร business มันก็จะเป็นคำว่า "business owner" แบบนี้เป็นต้น เจ้าของรถก็ใช้ car owner ก็ได้นะคะ แต่ถ้าเจ้าของที่อย่างนี้ เราใช้คำว่า “landlord” ต่อไปค่ะ สิ่งที่เราต้องคำนึงถึงที่พัก คือคำว่า location นั่นเอง บางคนนี่ ใช้บ่อยมาก นี่ส่ง… ส่งโลฯ มาให้หน่อย นี่ชอบพูด แต่รู้ไหมว่าคำเต็มของมันน่ะก็คือคำนี้ นี่ ๆ ส่งโลฯ ส่งโลฯ นี่ นี่เลยค่ะ คำนี้อ่านว่า ‘โล-เค-เชิน’ นะคะ คำนาม ‘โล-เค-เชิน’ บางคนเขียนคำว่าตำแหน่งที่ แปลว่าตำแหน่งงานมา ไม่ถูกนะคะ ต้องใช้คำนี้ที่แปลว่าตำแหน่งสถานที่ ทำไมเราต้อง… ทำไมการเช่าที่พักต้องพูดถึงตำแหน่งสถานที่คะ section ของเมื่อวานน่ะเหรอ กลับมา กลับมานะคะ ตำแหน่ง ตำแหน่ง ทำไมเราต้องพูดถึงตำแหน่ง เพราะว่าอะไร บางสถานที่ติดถนนใหญ่ใช่ไหม บางที่ติดห้างสรรพสินค้า บางที่ติด BTS ราคาจะเป็นอย่างไร ราคาเป็นอย่างไรคะ มันก็จะ เออมันแพง ราคามันก็จะแพงนะคะ ก็จะแพงขึ้น ถ้าตรงไหนที่อยู่แถบ ๆ เรา อาจจะอยู่ไกลจากตัวเมือง ราคาก็อาจจะถูกลงมาหน่อย แบบบ้านเช่าอยู่ติดป่าช้าอย่างนี้ มันก็จะถูกนะ คำต่อไปนะคะ อันนี้ เป็นคำเดียวกับเมื่อวาน ที่ครูสอนไปแล้วนะคะ อ่านว่าอะไรนะคำนี้ เออ section นะคะ อ่านว่า ‘เซ็ก-เชิน’ แปลว่า สัดส่วน แปลว่าโซน หรือแปลว่าห้อง ถูกกันไหมเอ่ย ใน Crossword ในใบงานอาจจะไม่ได้มีคำศัพท์ทุกคำนะคะ ถ้าคำไหนไม่มีในใบงาน ให้เขียนลงไปด้วยนะคะ section คำว่า ห้อง ห้องอยู่ข้อไหนคะในใบงาน ข้อที่เท่าไร ข้อที่ 4 เจอไหม ข้อ 4 ค่ะ ข้อ 4 มันจะมีแนวขวางกับแนวตั้งนะ ของ Crossword ดูดี ๆ ต่อไป คำต่อไป อันนี้ก็เป็นคำใหม่ค่ะ คำนี้อ่านว่า storey ‘สตอ-รี’ เป็น storey คนละคำกับใน IG นะเคยเห็นไหม Story IG น่ะ Story อันนั้นแปลว่าเรื่องราว แต่ว่าถ้ามีตัว e แบบนี้ แปลว่า ชั้นนะ จำนวนชั้นของบ้านน่ะ ชั้นของตึกน่ะ เพราะฉะนั้น ตึกนี้มีกี่ storey ใช่เหรอ ตึกที่อาคารที่เราเรียนนะ มีกี่ storey 4 storey นะคะ เวลาเราใช้อันนี้คือตัวอย่างนะ เราก็จะบอกว่านนท์นี่ Non has a 3-storey house. คือแปลว่า นนท์มีบ้าน 3 ชั้น 1 หลังนะคะ นี่ คนนี้ชื่อนนท์ ธนนท์ชัยนี่ นนท์มี อันนี้แปลว่าบ้าน แล้วตรงนี้แปลว่า 3 ชั้นนะคะ ภาษาอังกฤษมันจะแปลกลับหลังนิดหนึ่ง เพราะฉะนั้น ตึกนี้เราก็จะเรียกว่าเป็น 4-storey ก็คือมี 4 ชั้น บ้านเรามีกี่ชั้น มีบ้านใครเป็นบ้าน 3 ชั้นไหมคะ เป็น 3-storey มีไหม ตึกหอพักมีกี่ชั้น มาแล้วนะคะ ได้ยินไหมคะ สวัสดีค่ะ โอเค ได้ยินอยู่นะ ได้ยิน ได้ยินแล้ว โอเค แต่ว่าทางเราไม่ได้ยินล่าม ไม่เป็นไร ไปต่อ อันนี้ก็คือห้องที่นี่ไม่มีเฟอร์นิเจอร์นะคะ อันนี้คือห้องที่มีเฟอร์นิเจอร์ก็จะใช้คำนี้มีตัว u กับ n ข้างหน้า un มีความหมายว่าอะไร มีความหมายว่า “ไม่” นะคะ มีความหมายว่า “ไม่” ย้อนไปมันเป็นคำว่ามีเฟอร์นิเจอร์ใช่ไหม คือคำนี้ อันนี้คือมี เพราะว่า เฟอร์นิเจอร์ สะกดอย่างไรคะทุกคน fur อะไร ช่วยกันสะกดสิ fur อะไรคะ แล้วอะไรต่อ ni แล้วคำว่า เจอร์ สะกดอย่างไร t-u-r-e นี่เขาใช้กัน คำนี้ คือคำว่า เฟอร์นิเจอร์ ก็คือ พวก โซฟา โต๊ะ ตู้ของทุกอย่างในห้องเรา ของเครื่องใช้นั้นเองนะ เรียกว่า “เฟอร์นิเจอร์” เพราะฉะนั้น ถ้าไม่มีก็นี่เลยค่ะ unfurnished (‘อัน-เฟอร์-นิชทฺ’) ก็คือไม่มีอะไรเลยนะคะ วิธีการใช้ก็เช่น This room is unfurnished. ก็คือห้องนี้นะคะ ไม่มีเฟอร์นิเจอร์นั่นเอง เป็นห้องว่างนะคะ เหมือนเวลาเราจะไปเช่าใช่ไหม มันก็จะไปห้องที่ทั้ง furnished ก็คือมีเฟอร์นิเจอร์ แล้วก็ห้องที่ unfurnished ก็คือไม่มีของเลยนะคะ สคริปต์ไม่ขึ้นไม่เป็นไร ต่อ ห้องนอน อันนี้ไปแล้วเมื่อวานจำได้ไหม จำได้หรือเปล่า จำได้อยู่นะ ห้องนอน bedroom นะคะ ใครที่เมื่อวานจำแล้วยังงง ๆ นะคะ วิธีการจำก็คือจำคำนี้ไว้ room แปลว่าอะไร room แปลว่า ห้อง แปลว่า ห้อง ห้อง ห้อง นี่ ห้อง r-o-o-m เพราะฉะนั้น เธออยากให้เป็นห้องอะไร เธอก็เอาคำนั้น วางข้างหน้าคำว่า room ห้องนอน มันมีเตียงใช่ไหม เราก็ต้องเอาคำว่าเตียงวางไว้หน้าคำว่า room เป็น bedroom นะ ห้องที่มีเตียง bed คือคำว่าเตียง ต่อไปนะคะ ห้องน้ำ ห้องน้ำ มีคำว่า room เหมือนกัน room แปลว่าห้อง แต่ว่าเราไม่ได้เอาคำว่า น้ำนี่ มันคำว่า water นะคะ water แต่เราไม่เอาคำนี้มานะคะ ไม่เอา ห้องน้ำก็คือเป็นห้องที่ใช้อาบน้ำใช่ไหมคะ ก็จะใช้คำว่า bath bath เพราะว่า bath นี่แปลว่าอาบน้ำใช่ไหมคะ bathroom ก็คือห้องน้ำนั่นเอง ไวไปไหมคะ มีไหม ในแบบฝึกหัดมีไหม คำว่า bathroom ห้องน้ำ ข้ออะไรคะ ข้อ 8 ข้อ 8 แล้วนะ ต่อไป living room ห้องนั่งเล่น อยู่ข้ออะไร ข้อ 10 อันนี้ข้อ 10 นะคะ ถูกไหม ถูกต้องอยู่หรือเปล่า ข้อ 10 ห้องนั่งเล่น ของเรามีไหม ห้องนั่งเล่น ไม่มีนะ ส่วนใหญ่ไม่มี ถูกไหม ศรศักดิ์ living room อยู่ข้ออะไร รออาทิตย์แป๊บหนึ่ง ต่อไป dining room ก็คือห้องทานอาหาร อยู่ข้ออะไรคะ มีไหมน่ะ dining room ก็คือห้องกินข้าว ข้อ 9 นะ อันนี้ข้อ 9 ห้องกินข้าว เขาเรียก dining room ถูกไหม ถูกนะ ถ้าไม่เห็นก็ขยับมาข้างหน้านะคะ ต่อไป รอเพื่อนแป๊บ ต่อไป kitchen ห้องทำกับข้าว ห้องครัว ข้ออะไร มีไหม ไม่มี ไม่มี ไม่มี ถ้าไม่มี จดลงไป จดเพิ่ม จดในพื้นที่ว่างในกระดาษนะคะ จดเพิ่มลงไป อย่าไปสลับกับคำว่า chicken ที่แปลว่าไก่นะคะ ไปแล้วนะ ๆ ต่อไป คำนี้ มาอีกแล้ว คำว่า terrace ก็คือชานบ้าน ถูกไหม ข้ออะไร ข้ออะไร ถูก ชานบ้าน ชานบ้านก็คือส่วนที่ยื่นออกจากตัวบ้านนะคะ เป็นลานนะคะอย่างนี้ ส่วนใหญ่จะอยู่ที่ชั้น 1 แต่ ถ้าไม่ได้อยู่ชั้น 1 เขาจะเรียกว่าอะไร ระเบียงใช่ไหม ถ้าระเบียงก็คือคำว่า เมื่อวานที่เราเรียนไปคำว่า balcony balcony คือระเบียง ก็จะเป็นส่วนที่ยื่นออกมา แต่ว่าอยู่ชั้น 2 อย่างนี้ ต่อไป ห้องใต้หลังคา คำนี้ศัพท์ใหม่ คำนี้อ่านว่า attic ‘แอต-ทิก’ ห้องใต้หลังคานะคะ ‘แอต-ทิก’ บ้านใครมีบ้าง ด้านหลังมีไหมห้องใต้หลังคา บ้านใครมีบ้างน่ะ ส่วนใหญ่เราไม่ค่อยมีนะบ้านไทย attic นี่อยู่ข้อไหนคะมีไหม 12 อยู่ข้อ 12 นะคะ ถูกไปแล้ว ต่อไป อันนี้ balcony ระเบียง มีไหม อยู่ข้อไหนคะ 14 fourteen นี่อันนี้เขาเรียก “ระเบียง” ต่อไป parking มีไหม ข้อไหนคะ 10 11 11 ถูกไหม ๆ parking ที่จอดรถ เราก็ต้องคำนึงถึงเรื่องนี้ด้วยนะคะ ถ้าเราจะไปเช่าบ้านหรือเช่าหอพัก มีที่จอดรถมอเตอร์ไซต์ให้ไหม นี่ เดี๋ยวปีหน้าเราจะไปฝึกงานแล้วนี่ หอพักที่เราจะไปอยู่ มีที่จอดรถให้ไหม มีกล้องให้หรือเปล่า ใช่ไหม ต่อไป คำนี้คำใหม่ ก็ไม่ใหม่ที่จริงมีแล้วนะ คำนี้อ่านว่า equipped (‘อี-ควิพทฺ’) นะคะ ถ้าใครจำไม่ได้ คำอ่านนะ เขียนคำอ่านลงไปด้วยนะคะ คำนี้อ่านว่า ‘อี-ควิพทฺ’ equipped ก็คือแปลว่ามีอุปกรณ์ติดตั้งแล้วนะ เช่น ดูอย่างรูปนี้ ห้องครัวนี่ค่ะ มีเตาใช่ไหม มีไมโครเวฟ นี่มีอ่างซิงก์ ให้ ตกแต่งสวยงาม แบบนี้เขาเรียกว่า equipped นะคะ equipped อยู่ข้อไหน มีไหม ไม่มี .ในตารางไม่มีนะคะ แต่ก็จดไว้ จดเพิ่ม อันไหนไม่มีให้กดเพิ่มนะคะ เดี๋ยวเราจะลืมนะ เพราะว่ามันค่อนข้างเยอะ ต้องปูก่อน เดี๋ยวไม่อย่างนั้นทำใบงานหน้าแรกไม่ได้ ไปแล้วนะ คำต่อไปในกระดาษของนักเรียนคือคำว่าอะไร เหลือคำว่าอะไรบ้าง เครื่องปรับอากาศ เยอะอยู่นะคะ อ๋อ คำต่อไปที่ครูจะเอาไปให้ ก็คือคำนี้ เครื่องปรับอากาศ อ่านว่าอะไร คำนี้ air (‘แอร์’) คำนี้อ่านว่า conditioner (‘คอน-ดิ-ชัน-เนอร์’) ใครจำไม่ได้ เขียนคำอ่านใส่ไปด้วยนะคะ นักเรียนหูดี air condtioner นะคะ หรือคนไทยชอบเรียกแค่คำแรกใช่ไหม แอร์ เรียกแอร์นี่ แต่ว่าคำย่อของต่างประเทศนะคะ เขาจะย่อว่า air con air con ก็คือ air condtioner เขาจะไม่เรียก air เฉย ๆ นะ air con นี่ใช้หลายประเทศมากเลยนะคะ ในแถบเอเชียของเราก็ใช้กันอยู่หลายประเทศ แต่บ้านเรานี่ ย่อให้สั้นกว่าที่อื่นเขาเลย เหลือแค่ air อย่างเดียว ติดตั้งแอร์เป็นหรือยัง ช่างไฟ เป็นหรือยัง ทำเป็นไหม เรียนหรือยัง ครูภูมิสอนหรือยัง เรียนแล้ว เพื่อนด้านหลังบอกเรียนแล้ว ติดแอร์ ห้ามลืมนะ ปีหน้าไปฝึกงานแล้วนะ ไม่ได้ทำ เรียนรู้เอา เดี๋ยวค่อย ๆ ฝึก เดี๋ยวก็ได้ ต่อไป นี่เลยค่ะ กล้องวงจรปิดหรือว่า CCTV นะคะ ในนั้นจะมีแค่ CCTV นะ เราไม่จำเป็นต้องมีคำว่า camera ก็ได้ camera ที่แปลว่ากล้อง คำนี้แปลว่ากล้องนะคะ กล้อง camera นี่ นี้กล้องในมือถือที่เราเปิดกันก็ใช้คำนี้นะคะ c-a-m-e-r-a เหมือนกันเลย camera แปลว่ากล้อง แต่ถ้ากล้องวงจรปิดใช้คำว่า CCTV ในใบงานของเราก็จะเป็นแค่คำว่า CCTV อย่างเดียวนะคะ จะไม่มีคำว่า camera นะอยู่ข้อไหน กล้องวงจรปิด 15 ถูกไหม ถูกไหม ต่อไป ใกล้หมดแล้วนะคะ นี่ล่ะ เตาทำอาหาร หรือคำว่า stove stove เตาทำอาหาร อันนี้กลาง ๆ นะคะ จะเป็นเตาแก๊สหรือเตาไฟฟ้าก็แล้วแต่ บางทีในห้องบางห้องนี่ เขาจะมีเตาให้เราเลยนะคะ มีไหม อยู่ข้อไหน ข้อ 5 ทีนี้มาดูบทสนทนาค่ะ ก่อนจะไปบทสนทนาเรามาช่วยกันทำใบงานหน้าแรก พลิกกลับมาหน้าแรกเลยค่ะ เมื่อกี้เราเรียนคำศัพท์ไปแล้วนะคะ ซ้ายมือนี่ กล่องสีนี้นี่ เป็นประกาศนะคะ House For Rent ก็คืออะไรทุกคน บ้านให้อะไร บ้านว่างให้เช่านะคะ นี่ตรงตัวเลย บ้านให้เช่า ซึ่งค่าเช่าเท่าไร มีใครหาเจอไหม ค่าเช่าเท่าไรคะ ลองดูในนี้ เออ นี่ไง ทีนี้ วิธีการทำ เวลานักเรียนเจออะไรยาว ๆ แบบนี้ นักเรียนไม่ต้องไปไล่อ่านให้เข้าใจทุกคำนะคะ ให้เรามาที่ฝั่งคำถาม ฝั่งนี้เขาถามว่าอะไร เขาถามว่า How big big แปลว่า “ใหญ่” นะคะ ก็คือ คำนี้ แปลว่า “ใหญ่” big how ก็คืออย่างไร ใหญ่อย่างไร ก็คืออะไร ถามอะไรคะ ขนาดเท่าไรนั่นเอง คือขนาดบ้านนี้ คือขนาดเท่าไร พื้นที่เขาเท่าไร มีใครหาเจอแล้วบ้าง อ่านว่าอะไร เมื่อวานกลุ่มใครนะเป็นคนหา หาเจอไหมด้านหน้า หาขนาดบ้านเจอไหม นี่ ลองดู มี นี่เลยค่ะ 180 ตารางเมตรนะคะ คำนี้แปล m กำลัง 2 นี่แปลว่าตารางเมตร นี่อ่านว่าอะไร ตารางเมตร m กำลัง 2 อ่านว่าอะไร m กำลัง 2 อ่านว่าอะไรคะ square square meter นะคะ เด็กที่อ่านได้ อ่านออก พูดได้นะคะ ก็คือคำว่า square square meter นะคะ สแควร์มิเตอร์นั่นแหละ ไหนลองพูด ‘สแควร์-มีต-เทอร์’ ตารางเมตรนะคะ รู้ไหมว่าทำไมต้องใช้คำว่า square เพราะว่า คำว่า “ยกกำลัง 2” น่ะค่ะ ยกกำลัง 2 เขาใช้คำว่า square นะคะ นักเรียนจดเพิ่มไปเลย คำนี้อ่านว่า ‘สแควร์’ เมาท์มอยอะไรธนนท์ชัย ทุกอย่างที่เธอทำ ถูกอัดและบันทึกไว้หมดนะ รวมถึงฝั่งนี้ด้วยนะ ต่อไป ข้อ 2 sections แปลว่าอะไรคะ sections แปลว่าห้อง ห้องหรือโซน are there ก็คือแปลว่ามีนะคะ What แปลว่าอะไรใช่ไหม คำแรก ก็คือบ้านนี้มีห้องอะไรบ้าง โอ้โหยาวมาก มีห้องอะไรบ้าง นี่ไง มี bathroom มีห้องนอน ห้องน้ำ ห้องนั่งเล่น ที่เราสอนไปเมื่อกี้นะคะ เราก็เขียนไปเลยมี 2 bed… มี bedrooms มีกี่ห้องนี่ 3 ห้องนะคะ เขียนตัวเลขไว้ก็ได้ ห้องน้ำกี่ห้องคะ How many 2 แล้วก็มีห้องนั่งเล่นห้อง living room นะคะห้องนั่งเล่น 1 ห้อง อะไรอีก นี่ ห้องกินข้าวนะคะ ห้องกินข้าวอีก 1 ห้อง เธอก็เขียนไป 1 dining room มีอะไรอีก ห้องครัวอีก 1 ห้อง kitchen นะคะ มี terrace แล้วก็มี parking garage ก็คือโรงจอดรถนะคะ เขียนพอไหม ครูเขียนไม่พอ เดี๋ยวครูเติมไปด้านข้าง เดี๋ยวครูแยกสีให้ How much ข้อ 3 แปลว่าอะไร How much แปลว่า “เท่าไร” ใช่ไหม นี่ คำนี้แปลว่า “เท่าไร” เพราะฉะนั้น ประโยคนี้ก็แปลว่า “ค่าเช่าเท่าไร” นะคะ ค่าเช่าเท่าไรนะคะ 10,000 เท่าไรน่ะ ภาษาอังกฤษอ่านอย่างไร 16,000 16 พันน่ะ 16 พันอ่านว่าอะไร sixteen thousand sixteen thousand five hundred ค่ะ อย่าลืมว่าภาษาอังกฤษน่ะ มันจะเป็นหลักหน่วย หลักสิบ หลักร้อย หลักพัน แล้วก็ข้ามไปหลักล้านเลยนะคะ เพราะฉะนั้น หลักหมื่นกับหลักแสนนี่ เราจะใช้ว่า ถ้า 16,000 มันก็จะเป็น 16 พันอย่างนี้นะ ภาษาอังกฤษ 16 พันกับอีก 500 นะคะ เขียนให้เต็มนะว่าต่อเดือน ข้อ 4 เขาถามว่าอะไร Is there Is there ก็เหมือน are there เหมือนข้อ 2 เลยนะคะ แล้ว มีไหม มี มีอะไร มีโรงจอดรถไหม parking เป็นคำที่สอนไปเมื่อกี้นะคะ มีไหม มี มีก็ตอบ Yes ในนี้มีนะคะ ใครเสร็จแล้วลงไปทำข้อ 2 ด้านล่างเลยนะ เสร็จหรือยัง ต่อไปนะคะ ข้อที่ 2 มาเลย เขาถามว่าอะไร Where is the apartment? ก็คือ Where แปลว่า “ที่ไหน” ที่ไหน ก็คือ apartment ก็คือ อพาร์ตเมนต์ที่เป็นตึก ๆ น่ะนะคะ ก็คือ อยู่ที่ไหนนั่นแหละ คำถามนี้คือเขาถามว่าอพาร์ตเมนต์ตรงนี้อยู่ที่ไหน ไหนในโจทย์เขาบอกอยู่ไหน อยู่ไหน ๆ เขาบอกไหม ชั้นไหนคะ นี่เลยค่ะ เขาบอกว่า แปลก ๆ นะข้อนี้ อยู่ชั้น 3 นะคะ ก็คือตึกนี้ มีห้องอพาร์ตเมนต์น่ะอยู่ที่ชั้น 3 เราก็บอกไปว่า on… on the third floor นี่ชั้น 3 คำนี้แปลว่า “ชั้น” นะคะ f-l-o-o-r แปลว่าชั้นที่เท่าไร third นี่แปลว่า 3 ก็คืออยู่ชั้นที่ 3 นะคะ ต่อไปข้อ 2 What size What size size ตรงนี้ก็คือ size แปลว่าอะไรคะ ขนาดก็คือเขาถามว่าอะไรขนาด living space ก็คือ living space คือ พื้นที่นั่นล่ะ พื้นที่ก็คือเขาจะถามว่า ห้องนี้ขนาดเท่าไร ขนาดเท่าไรคะ ห้องนี้ หาสิ เจอไหม เท่าไร ขนาดเท่าไร เราก็จะต้องหาตัวเลขใช่ไหมล่ะ ถูกต้อง 85 นะคะ 85 เราก็เขียนไปนี่ 85 m2 square meter นะคะ 85 ตารางเมตร ถือว่ากว้างนะคะ เราจะไม่อ่านทุกคำนะ เลื่อนลงมาต่อ ข้อ 3 apartment นี้ equipped เขาถามว่าอพาร์ตเมนต์นี้มีอะไรติดตั้งมาด้วยบ้างนะคะ มีอะไรติดตั้งให้บ้าง มีอะไรบ้างนะ รู้ได้อย่างไร อยู่ไหน อยู่บรรทัดไหน นี่ อยู่บรรทัดล่างสุดใช่ไหมนี่ นี่เลยค่ะ นี่ equipped with ก็คือติดตั้งมากับ internet นะคะ อันนี้ก็คืออินเทอร์เน็ต คำนี้คืออินเทอร์เน็ต เราก็เขียนไป มีอินเทอร์เน็ต มีอะไรอีก cable TV ก็คือมีทีวี คำนี้คือทีวี แล้วก็มีแอร์นะคะ เราก็เขียนไป เขียนย่อ ๆ ก็ได้ 2 air cons อย่างนี้ 2 air cons ค่าเช่าเท่าไร 14,500 อ่านว่าอะไร สรศักดิ์ 14 พันคืออะไร fourteen fourteen thousand แล้วก็ five hundred ค่ะ 14 พัน 500 นะคะ เวลาอ่าน เจอไหม เท่าไร ข้อ 4 ตอบอะไร ค่าเช่ากี่บาท อืม นี่ ๆ ๆ ทีนี้เรากลับมาดูที่ประโยค มีใครยังไม่เสร็จไหม ครูไปแล้วนะ ทีนี้มาดูบทสนทนานะคะ ประโยคของ Landlord นักเรียนเปิดไปที่หน้า 2 ค่ะ เปิดเอกสารไปที่หน้า 2 นะคะ หน้า 2 เรามาดูสิ่งนี้กันก่อน ให้นักเรียนจดประโยคของ Landlord ก็คือประโยคของของที่พักไปในพื้นที่ว่างด้านล่างนะ ใช่ ใช่ค่ะ จดเลย ๆ แต่ว่า 3 คนด้านหน้าไม่ต้องจดตัวสีแดงนะคะ คนด้านหลังต้องจดนะ คำอ่าน อันแรกประโยคแรก อ่านว่า What kind of room are you looking for? ก็คือคุณกำลังหาห้องแบบไหนอยู่นะคะ อันนี้เป็นประโยคของเจ้าของห้องแล้วกัน คิดว่าเราเป็นอาม่าอย่างนี้ เป็นคุณยายเปิดห้องเช่า ขายคอนโดนะคะ เราก็ต้องถามลูกค้าก่อนว่าเออแล้วคุณอยากได้ห้องแบบไหน ให้เวลาจดก่อนนะคะ นักเรียนอย่าจดตัวใหญ่นะ มันมีอีกหน้าหนึ่ง เดี๋ยวประโยคที่ให้จดวันนี้นะคะ ท้ายคาบ เหมือนเดิม เหมือนครั้งที่แล้วเลย ก็คือ ครูจะทำสลากแล้วก็ม้วนไว้ แล้วก็หยิบขึ้นมา แล้วก็แปลให้ครูฟัง เด็กหูก็เหมือนกันนะ เหมือนครั้งที่แล้วเลย แปลเป็นภาษามือให้ครูฟังนะคะ อ่านประโยคให้ครูฟัง ให้ครูดูสิภาษามือ ใช่ ครูดูออกนะ ถึงแม้คุณจะไม่รู้คำ แต่ว่าครูดูออกนะ ว่ารู้หรือไม่รู้ ตัวสีแดงเด็กหูไม่ต้องจดนะคะ จดแล้ว จดไปแล้ว สีแดงไม่ต้องจดค่ะ เด็กหู สีแดงไม่ต้องจดนะคะ จดไปแล้ว เพิ่มให้ก็คือว่า kind kind ตรงนี้ไม่ได้แปลว่าคาย เคี้ยวแล้วคายออก แปลว่า… แปลว่า “ชนิด” นะคะ ก็คือห้องชนิดแบบไหนที่คุณกำลังมองหาอยู่ look for คือหา อืม ประโยคที่ 2 ใช้ตอนไหน It's still available. นี่ นี่ยังว่างอยู่ค่ะ ยังเปิดให้เช่าอยู่ค่ะ ใช้ตอนที่ลูกค้าถามใช่ไหมว่าห้องเต็มหรือยัง ห้องนี้มีคนเช่าไปหรือยัง อย่างนี้นะคะ เราก็จะตอบว่าโอเคถ้ายังว่างอยู่นะคะ ก็ It's still available. คำนี้เราเคยเรียนไปแล้วนะ ในเรื่องของการนัดหมายใช่ไหม ว่าถ้าเราว่าง เราก็พูดว่า I am available. ได้เลย ก็คือใช้คำนี้ได้ ใช้คำนี้ได้เลย เสร็จแล้วนะ เสร็จแล้ว เสร็จแล้ว เสร็จแล้ว เสร็จจริงหรือเปล่า จริงหรือเปล่า ไปแล้วนะ ต่อไป เพิ่มนะคะ นี่ มีอีกหน้าหนึ่ง ราคากี่บาทต่อเดือน ก็ใช้ประโยคนี้เลยนะคะ It’s ... แล้วก็ Baht a month. เดือนน่ะ a month นะคะ month ไม่รวมบิลค่าน้ำค่าไฟ แน่นอนค่าเช่าไม่รวมนะคะ คำนี้อ่านว่าอะไร จำคำนี้ได้ไหม include เราจะเจอคำว่า Not including ก็คือคำว่า คำว่าอะไรคะ Ex อะไร เจอบ่อยมาก สอนไปแล้ว Excluding ก็คือไม่รวมนะคะ ไม่รวม ค่าน้ำค่าไฟ บิลต่าง ๆ รวมกันเขาเรียกว่า เขาใช้คำนี้ค่ะ นี่คำนี้คำที่ครูไฮไลท์ไว้นะคะ utility bills บิลค่าน้ำค่าไฟ เขาใช้คำนี้ ความหมายเหมือนกันนะ เพราะฉะนั้น เราก็จะพูดว่า Excluding utility bills สมมุติว่าห้องนี้ราคา 2,000 บาทต่อเดือนนะคะ ครูก็จะพูดว่า It’s 2,000 Baht a month, excluding utility bills. อันนี้คือตัวอย่างการรวมประโยค ห้องพัดลม It’s a fan room. แค่นี้เลยค่ะ ถ้าห้องแอร์พูดว่าอะไร เออ ถ้าเป็นห้องแอร์ ก็คำนี้แปลว่าพัดลมใช่ไหม เป็นพัดลม ถ้าจะเปลี่ยนเป็นห้องแอร์ล่ะ เราก็พูด เราต้องเขียนอย่างไร It is an อะไรคะ air… air conditioning room. air condition ก็ได้ ห้องแอร์ค่ะ เอาง่าย ๆ ก็คือเราเปลี่ยนคำว่า fan น่ะ fan นี่ ให้เป็นคำนี้ อยากให้มันเป็นห้องอะไร ก็เอาคำนั้นมาใส่นะคะ It’s a fan room. It’s an air condition room. ทีนี้ ตัวอย่างถ้าเราจะบอกว่า เราจะ... ห้องนี้คือมีอะไรติดตั้งบ้างนะคะ ก็จะใช้คำว่า It’s equipped with แล้วก็ตามด้วยของที่เราต้องการติดตั้งนะคะ ก็คือในไฮไลท์ว่ามันมีอะไรอยู่ในนั้นแล้วนะ เช่น ข้อนี้ ตัวอย่างนี้ก็จะเป็นมีเครื่องทำน้ำอุ่นติดตั้งให้แล้วเราก็จะพูดว่า It’s equipped with water heater. ถ้าเราจะบอกว่ามีกล้องวงจรปิดให้ เราก็แค่เปลี่ยน water heater ให้เป็นคำว่า CCTV นะคะ นี่ กล้องวงจรปิด ก็เอามาใส่แทน รักษาพื้นที่นิดหนึ่งนะคะ เพราะว่าอย่าลืมว่าอันนี้เป็นแค่ประโยคของเจ้าของที่ ยัง… ครูยังไม่ได้เริ่มประโยคของลูกค้าเลยนะ แต่ประโยคของลูกค้ามีไม่เยอะ มีไม่เยอะ ข้อสอบปลายภาคอยากได้แบบไหน อยากได้แบบกึ่งเรื่องการเช่าหรือว่าจะเอาเรื่องซื้อของด้วย เน็ตหลุดอีกแล้วเหรอ มาแล้วนะคะ ข้อสอบปลายภาค 20 คะแนนนะคะ สอบวันที่ สัปดาห์หน้านะ วันที่ 7 ธันวาคม เพราะฉะนั้น เตรียมตัวด้วยนะคะ อยากได้ถึงเรื่องนี้ เรื่องการเช่าหรือว่าการเรียนเรื่องซื้อของอีกเรื่องหนึ่งด้วย เอาอย่างไร ทันไหม อย่างนั้นถึงแค่เรื่องเช่านะ 20 คะแนนค่ะ ไม่เยอะ ๆ แต่ว่า 20 คะแนน นี่คือคะแนน เขาเรียกว่าคะแนนดิบไม่หารแล้วนะคะ 20 คะแนนก็คืออาจจะมีแบบ 20 ข้อ 20 ข้อ 20 คะแนน จบ มีทั้งกากบาท โยงเส้น จับคู่อะไรแบบนี้ คล้าย ๆ ข้อสอบกลางภาคนั่นแหละ มีโจทย์มาให้นะคะ แล้วก็มีเว้นว่างให้เรานี่นำประโยคมาเติมให้ถูกต้องอย่างนี้ ถ้าใครจดเสร็จแล้ว เปิด พลิกไปที่หน้า 3 เลยนะคะ หน้า 3 หน้า 3 หน้า 3 หน้า 3 นี่ จะเป็นประโยคของลูกค้าแล้วนะ จะเป็นคำถามนะคะ เราจะถือเงินไปเช่าห้องเขานี่ เราก็จะต้องทำไม ถามเยอะหน่อยใช่ไหม เปิดไปเลยค่ะ รออาทิตย์แป๊บหนึ่ง รอเพื่อนแป๊บนึงนะคะ นี่ ประโยคของ นี่ ผู้เช่านะคะ อ่านว่าอะไรนะที่ t-e-n-a-n-t อ่านว่าอะไรนะ ยังดีที่จำได้ tenant นะคะ tenant ผู้เช่า ฉันต้องการเช่าบ้าน 1 หลัง คล้าย ๆ ไหม เหมือนเช่ารถไหม คล้ายนะ ก็คือ I’d like to rent a house. หรือถ้านักเรียนไม่ได้อยากเช่าบ้าน อยากเช่าห้องพัก นักเรียนก็เปลี่ยนคำนี้ h-o-u-s-e ที่แปลว่าบ้านนี่นะคะ เปลี่ยนเป็นคำอื่นที่นักเรียนอยากได้นะคะ ทีนี้ ประโยคที่ขอสอบถามเพิ่มเติมอ่านว่าอะไร ทุกคนอ่านให้ครูฟังหน่อย Could อะไรคะ Could I ask you some questions? นะคะ ‘อาสคฺ’ ไม่ใช่ ‘อ๊าก’ แบบนี้ มีแบบ มีเสียงแบบ s ด้วย ‘อาสคฺ’ ถูกต้องCould I ask you some questions? questions ตัวนี้แปลว่าคำถามนะคะ มีในชีตไหม มีในชีตให้ไหม อันไหนไม่มีให้นักเรียนจดเข้าไปนะคะ จดไว้เลยทั้งหน้านะคะ จะได้ไม่ไอ้นี่ Could I ask you some questions? ก็คือขอสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ไหม หรือเราจะใช้ประโยคนี้ก็ได้ I need need แปลว่า “ต้องการ” information ก็คือ คำนี้แปลว่า “ข้อมูล” นะคะ I need more information. ฉันขอข้อมูลเพิ่มเติมหน่อย นักเรียนเคยเห็นสัญลักษณ์นี้ไหม บนมือถือหรือบนหน้าเว็บอะไรอย่างนี้ เคยเห็นไหม มันจะเป็นตัว i แล้วถ้าเรากดเข้าไปน่ะ มันจะขึ้นข้อมูลมาให้เรา เคยเห็นไหมคะ นี่แหละ มันย่อมาจากคำนี้เลย information นะคะ หรือเราจะชอบเขียนย่อว่า info. เหมือนกันนะคะ info. ก็ย่อมาจาก information แปลว่า “ข้อมูล” จดถึงแค่ประโยคที่ 3 พอนะคะ ประโยค 2 อันด้านล่างน่ะมีในชีตแล้ว นักเรียนหาเจอไหม อยู่ในไหน อยู่ฝั่งซ้าย ฝั่งซ้ายนักเรียนเห็นไหมคะ 2 ประโยคน่ะ อีก 2 ประโยคอยู่ฝั่งซ้าย ฝั่งซ้ายล่าง ประโยคที่ ประโยคที่ 1 กับประโยคที่สามนะคะ นักเรียนมองเห็นไหม ถ้านักเรียนเจอแล้ว ก็เขียนคำแปลเข้าไป นักเรียนเผื่อที่ว่างไว้ด้วยนะคะ ยังไม่หมดนะ หมดหรือยัง ยัง เหมือนเดิมนะคะ ตัวสีแดงคำอ่านไม่ต้องจดนะคะ ต่อไป อันนี้ก็มีอยู่ในหน้าที่เราใช้จดแล้วนะคะ คือหน้านี้ ๆ เราอยู่หน้านี้ใช่ไหม เจอไหม นี่ อยู่ในนี้แล้วนะคะ นักเรียนเห็นประโยคนี้ไหม ถ้านักเรียนเห็นคำนี้อยู่ในประโยค ก็คือเขาจะถามว่า ห้องหรือว่าบ้านของเราน่ะ หรือบ้านของคุณนั่นแหละ มี … ติดตั้งไว้ไหม ยกตัวอย่างเช่น Is the bathroom equipped with a water heater? คืออะไร คือ ห้องน้ำน่ะ มีเครื่องทำน้ำอุ่นติดตั้งไว้ไหมนี่ คำนี้คือห้องน้ำใช่ไหมคะ ห้องน้ำ คำนี้คือไปแล้วใช่ไหมเมื่อกี้ เครื่องทำน้ำอุ่นนะคะ เครื่องทำน้ำอุ่น มีหมดแล้วนะ ที่ครูให้จดไปเมื่อกี้ มีหมดแล้ว นี่ ประโยคอันนี้คือประโยคข้างบน ประโยคตรงนี้ เมื่อกี้จดไปแล้วใช่ไหม อันนี้ก็คือการถามขนาด พื้นที่เท่าไร How many rooms ก็คืออะไรคะ ถามว่ามีกี่ห้องนะ คือเราไม่จำเป็นต้องแบบแปลหมดทุกคำนะคะ เราเห็น How many rooms น่ะ รู้เลยว่า r-o-o-m น่ะ แปลว่า “ห้อง” How many น่ะคือ แปลว่า “มีเท่าไร” นะคะ “จำนวนเท่าไร” เพราะฉะนั้น รวมกันประโยคนี้ก็จะแปลว่ามีกี่ห้องนั่นเอง ต่อไป How much is the rent? อันนี้เหมือนเรื่องเช่ารถเลยใช่ไหม ที่เราเรียนไปแล้วนะคะ How much is the rent? ก็คือแปลว่าอะไร ค่าเช่าเท่าไร หรือว่าค่าเช่ากี่บาทนั่นเอง How will you pay? ก็คือ pay แปลว่า “จ่าย” นะคะ ก็คือจ่ายอย่างไร จ่ายอย่างไรหมายความว่าอย่างไร จะจ่ายเป็นเงินสดหรือว่ารูดบัตรนะคะ ซึ่งลูกค้าเขาก็ตอบ cash มา cash ตรงนี้แปลว่า “เงินสด” นะ อันนี้เรียนไปหมดแล้วนะคะ ส่วนฝั่งขวา ฝั่งซ้ายนี่ คือคำถามนะ คำถามที่เราใช้ถาม ฝั่งขวา ฝั่งขวาคือคำถามเหมือนถามเพื่อความแน่ใจว่า ใช่แบบนี้จริง ๆ ไหมนะคะ เพราะฉะนั้น คำตอบที่ออกมานี่ มันจะมีแค่ Yes กับ No เป็น Yes/No question ก็คือคำถามที่ถามใช่กับไม่ใช่ อย่างข้อ 1 เอาง่าย ๆ ถ้า Is อยู่อย่างนี้ … จะแปลว่า เป็น ... ใช่ไหมนะคะ Is it นะ แต่ถ้า Is there นะคะ Is there คำนี้อ่านว่า ‘อีส-แฑร์’ … คำนี้แปลว่า “มี” ค่ะ there ตัวนี้ แปลว่า “มี” ก็คือ มี … ใช่ไหม เช่น นี่ประโยคนี้นะคะ balcony แปลว่าระเบียงใช่ไหม Is there a balcony? ก็คือแปลว่า “มีระเบียงใช่ไหม” Is there a parking garage? ก็คือแปลว่าอะไรนะ parking parking ที่จอดรถ ถูกต้อง ก็จะแปลว่า “มีที่จอดรถใช่ไหม” นะคะ นี่มาดูประโยคสุดท้ายน่าสนใจมาก It the house located on Major Road? ก็คือ house แปลว่า “บ้าน” โอเคบ้าน นักเรียนเมื่อกี้ location แปลว่าอะไร ตำแหน่ง อันนี้มันเป็นคำกริยาแปลว่า “ตั้งอยู่” ที่ไหน นะคะ locate นี่แปลว่า “อยู่” นะ อยู่ที่ไหนนี่ ตั้งอยู่ที่ไหน Major Road Road แปลว่า “ถนน” Major Road ก็คือ “ถนนใหญ่” or near the road ก็คือน่ะ “บ้านอยู่ติดถนนใหญ่หรือเปล่า” ประมาณนี้นะคะ ทันไหม อันนี้ถ้าใครยังไม่ได้จดอันไหน จดลงไปด้วยนะคะ มองออกหรือเปล่า เดี๋ยวครูซูมให้ ถ้าใครเสร็จแล้วให้ทำแบบฝึกหัดหน้า 2 เลยนะคะ แบบฝึกหัดหน้า 2 ถ้าใครจดเสร็จแล้วทำแบบฝึกหัดหน้า 2 แล้วก็เดี๋ยวจะเข้าสู่ความตื่นเต้นท้ายคาบ เห็นนั่งง่วงกันมา 2 ชั่วโมงแล้ว เดี๋ยวก็จะมาตื่นเต้นนะคะ จับสลากสอบ แล้วพรุ่งนี้เดี๋ยวก็จะมีอย่างอื่นให้ทำเพิ่ม วันนี้ วันนี้ทดสอบความจำประโยคก่อน เดี๋ยวพรุ่งนี้ครูมีห้องมาให้นะคะ พรุ่งนี้นี่ ฟังนะ เราเอาแค่เรื่องเช่าใช่ไหมล่ะ ตอนสอบน่ะ เพราะฉะนั้นพรุ่งนี้ ครูจะมีภาพห้อง แล้วก็ข้อมูลมาให้นะคะ แล้วก็มาสนทนากัน สลับกันเป็นผู้เช่า แล้วก็ผู้ให้เช่านะคะ ไม่ได้สนทนากับเพื่อนนะคะ มาสนทนากับครูนะคะ ส่วนอีก 3 คนเดี๋ยวครูมีแบบทดสอบให้ ไม่ต้องกลัวนะคะ ไม่ต้องกลัวจะไม่ได้สอบ มีให้ มีให้ อันนี้จดเสร็จหรือยังคะ เสร็จแล้วนะ เสร็จแล้วนะ จดเสร็จแล้วนะ โอเค ทีนี้ มาดูแบบฝึกหัดค่ะ แบบฝึกหัดข้างบน ข้อ 1 ไม่ตอบเลยนะ อุ๊ย ค้าง โอเค What are you talking about? ก็คือเขาคุยกันเรื่องอะไรอันนี้ เราไม่ต้องพูดแล้วนะ ข้อ 1 เขียนก็ได้ เขาคุย นี่นะเขาคุย เขาคุยเรื่องอะไรนะคะ ก็คือเขา นักเรียนให้นักเรียน scan ว่า เขาเช่าอะไร ระหว่างเช่าบ้านกับเช่าอพาร์ตเมนต์ เขาเช่าอะไร นี่ ลองดูในบทสนทนา เช่าอะไรคะ อพาร์ตเมนต์ ถูกต้อง นี่ นี่เลยค่ะ เราก็เขียนไปเลยว่า There are renting an apartment. ก็คือเขานี่กำลังจะเช่าอพาร์ตเมนต์อยู่ ข้อ 2 How many ครูบอกไปแล้วว่า How many แปลว่าอะไร แปลว่า “จำนวนเท่าไร” sections แปลว่าอะไรคะ ห้อง มีห้องกี่ห้อง ช่วยกันนับหน่อยสิ มีอะไรบ้างนี่ โอเค an an ก็คือ 1 ใช่ไหม มีห้องนอน 1 ห้องนั่งเล่น 1 sitting room ก็คือห้องนั่งเล่นนะคะ ห้องอาบน้ำกี่ห้องคะ 1 นี่ แปลว่า 1 นะตัว a a ตัวเดียวคือแปลว่า 1 นะ เท่ากับ 1 โอเคไหม เท่ากับ 1 ระเบียง ระเบียงนับเป็นห้องไหมน่ะ แต่มันก็เป็น section นะ นับ นับไว้ก่อน ช่างมัน ครูก็ไม่ได้จบสถาปัตย์มานะ ระเบียง dinette ทีนี้ dinette คืออะไรล่ะ คืออะไรนะ เลื่อนลงมาดูค่ะ อันนี้มันเป็นตัวเทียบนะคะ ภาษาอังกฤษแบบซ้ายคือแบบอังกฤษแบบ British หรือว่าอังกฤษแบบอังกฤษ ของประเทศอังกฤษแล้วกัน อันนี้เป็นของอเมริกานะคะ dinette นี่ dinette ก็คือห้องทานข้าวนั่นแหละ ความหมายเดียวกันเห็นไหม ด้านล่าง ถ้าใครนึกไม่ออกว่า เอ๊า คำนี้คืออะไร ครูไม่เห็นสอน ให้นักเรียนเลื่อนลงมาดูด้านล่างนะคะ เขามีเทียบให้ ค่ะ สรุปมีกี่ห้อง บวกสิ 1 2 3 4 5 6 7 7 นะคะ เธอก็เขียนไป seven sections มีอะไรบ้าง นักเรียนก็ลอกมาหมดเลยค่ะ ทั้งหมดนี่วาร์ปลอกมาหมดเลย เอามาใส่ให้หมดเลยนะคะ ห้องอะไรบ้าง ต่อไป เงยหน้าดูพร้อมกันก่อนนะคะ อย่าเพิ่งจด เดี๋ยวครูให้เวลาจด ต่อไปข้อ 3 ค้นหาคำว่าอะไร equipped แปลว่าอะไรนะ “ติดตั้ง” แล้วอย่างไรล่ะ ติดตั้งเตียง ไม่ใช่ bedroom แปลว่าอะไร “ห้องนอน” คือเขาจะถามว่าห้องนอนมีอะไรติดตั้งให้นะคะ นักเรียนก็ขึ้นไปดูในห้อง ไอ้นี่ชื่อห้อง เขามีอะไรให้ลูก เออ นี่ เขามีแอร์ให้นะคะ air conditioning นักเรียนก็ตอบไปเลย an air conditioning ข้อ 4 ถามว่าอะไร bathroom คืออะไรคะ bathroom แปลว่า “ห้องน้ำ” ใช่ไหม bathroom แปลว่า ห้องน้ำ เพราะฉะนั้น เขาก็จะถามว่าห้องน้ำมีอะไรติดตั้งให้บ้างนะคะ เออ เราก็ต้องย้อนกลับไปดูในบทสนทนานะ เราก็ต้องย้อนกลับไปดูในบทสนทนาว่ามีอะไรติดตั้งให้บ้างนะคะ เขามีอะไรติดตั้งให้ เครื่องทำน้ำอุ่น เครื่องทำน้ำอุ่นคือคำว่าอะไร w-a-t-e-r นี่แหละ water heater นะคะ ใครจำไม่ได้ก็จดคำแปลไปด้วยนะคะ เครื่องทำอุ่น ต่อไปข้อ 5 How much? How much? How much? แปลว่าอะไร แปลว่ากี่บาทใช่ไหม ก็คือเขาจะถามว่า เอ้า แล้ว tenant แปลว่าอะไร แปลว่าอะไรนะ tenant น่ะ ลืมอีกแล้ว ผู้อะไรคะผู้อะไร เออ ผู้เช่า ก็คือเขาจะถามว่าแล้วผู้เช่านี่ต้องจ่ายเงินกี่บาท อืม คนเช่าจ่ายเงินกี่บาท ก็คือ 8,500 บาท ต่ออะไรคะ ต่อปีหรือต่อเดือนหรือต่ออะไร 8,500 อ่านอย่างไร ทุกคน eight… eight thousand five hundred ถูกต้อง แล้วข้อ 6 ค่ะ how how แปลว่า “อย่างไร” เขา… tenant แปลว่า “ผู้เช่า” ใช่ไหม ผู้เช่าจะจ่ายอย่างไร pay แปลว่า “จ่าย” ผู้เช่าจ่ายอย่างไรนะคะ เขาจ่ายอย่างไรคะ เราก็ต้องหันมาดูค่ะ นี่ หันมาดูฝั่งซ้าย อันนี้คือค่าเช่าใช่ไหม Do you accept cash? แปลว่าอะไรคะ คุณรับเงินสดไหม c-a-s-h นะคะ แปลว่า “เงินสด” สอนไปแล้ว คุณรับเงินสดไหม นี่ก็ตอบ Yes. เรารับทั้งคู่นะคะ รับทั้งเงินสดแล้วก็บัตรเครดิต เวลาตอบเราก็ตอบนิดหนึ่ง By cash. จบ แค่นี้เลย เพราะฉะนั้น บทสนทนาของในวันพรุ่งนี้ที่เราจะสอบนี่ ก็คือประมาณนี้เลยนะคะ เราจะเป็นแม่ค้า เป็น landlord คือนักเรียนจะต้องเป็น landlord เป็นเจ้าของที่ ตามรูปภาพที่นักเรียนสุ่มได้นะคะ ครูจะพรินต์มาเลย แล้วก็แปะไว้แล้วครูนี่จะเป็นลูกค้าเข้าไปถาม จะเอาสอบคู่หรือสอบเดี่ยวถ้าสอบเดียว ก็รูป 1 รูป แต่ถ้าสอบคู่ ก็ 2 รูป ตามความสมัครใจ ไม่เอา ปวดหัว ด้านหน้าเอาสอบแบบไหน เราจะสอบด้วยกันไหม เหมือนเมื่อวาน ส่ายหัว สอบ พรุ่งนี้สอบ No Idea ไม่เป็นไรนะคะ เดี๋ยวพรุ่งนี้ เดี๋ยวพรุ่งนี้ เดี๋ยวครูทำให้ นี่แหละ ทีนี้ ทบทวนกันนิดหนึ่งก่อนที่จะสอบประโยคนะคะ มา เรามีคำศัพท์เยอะแยะมากมายเลย ตอนนี้ 11 โมงแล้วนะ เรามีคำศัพท์เยอะแยะมากมายเลยนะคะ ก็ พรุ่งนี้อาจจะมีคำศัพท์ที่นอกเหนือจากตรงนี้นิดหน่อย แต่ว่าไม่ใช่คำศัพท์ยากนะคะ balcony attic นี่มีแน่นอนพรุ่งนี้ balcony ระเบียง ที่จอดรถ มีอะไรอีก คำว่า “ติดตั้ง” นี่ มีแน่นอนนะคะ แอร์ก็มีแน่นอน มาช่วยกันดูประโยคก่อน เราเป็น landlord เพราะฉะนั้นมาช่วยกันทวนค่ะ ประโยคแรกอ่านว่าอะไรนะคะ What อะไร What kind of room are you looking for? แปลว่า “คุณกำลังหาห้องแบบไหน” ต่อไป There are 6 rooms. แปลว่าอะไร There are 6 rooms. คือ ประโยคข้อไหนอยู่ในหน้านี้แหละ มีห้อง 6 ห้อง ถูกต้อง It’s still available. ห้องยังว่างอยู่นะคะ พรุ่งนี้ก็จะถามประมาณนี้ แต่ว่าตอนนี้ให้เตรียมพร้อมเลยนะคะ เพราะว่าครูจะสุ่ม โอเคไหม ตอนนี้ก็ไม่มีอะไรแล้วนะ โอเค เดี๋ยวจะเข้าสู่ช่วงสอบให้นักเรียนเตรียมตัวเลยค่ะ เดี๋ยวครูจะทำสลาก แล้วก็มาเรียงคนนะคะ ตอนนี้มีเวลา 1 ชั่วโมง ให้มาสอบ ถ้าสมมติรอบแรกไม่ผ่าน ก็ให้โอกาสได้อีก 1 รอบนะคะ โอเคไหม ตอนแรกครูจะทำ Kahoot มา แต่ว่าทำไม่ทัน ก็จะเป็นในรูปแบบของจับสลากแทนนะคะ ของ 3 คนข้างหน้าก็สอบเหมือนกันนะคะ จับสลากเหมือนเพื่อนเลย ข้างในจะเป็นประโยคภาษาอังกฤษนะคะ เรา 3 คนช่วยกันจับขึ้นมา แล้วเราก็ต้องอธิบายให้ครูดูเป็นภาษามือนี่แหละ ว่ามันแปลว่าอะไร โอเคไหม 10 ประโยคนะคะ เหมือนเมื่อวาน ทำกันสด ๆ ตรงนี้เลยนะ ขอเลือกสีแป๊บ ครูชอบแบบพาสเทล เอาสีนี้ มันพาสเทลตรงไหนนี่ เอาใหม่ เดี๋ยวมีประโยคผสมกับคำศัพท์แล้วกัน เดี๋ยวจะแบบ เออเครียดไปนะคะ ข้อ 2 กับข้อ 3 แล้วกันเดี๋ยวจะแบบ เออ เครียดไปนะคะ ตัวอย่าง เข้ามาแล้วก็ต้องจิ้ม พอขึ้นมาปุ๊บ นี่ ประโยคนี้ขึ้นมา เธอก็จะต้องอ่าน แล้วเธอก็จะต้องแปลให้ครูนะคะ อันนี้ก็สมมติ ขอตั้งค่าแป๊บหนึ่งนะ ตั้งค่าอย่างไร Customize During spin Volume ไม่ต้องมีนะคะ Spin time 4 seconds After spin ไม่มี ไม่มีอะไรเลย เลือกนะคะ ให้นักเรียนเลือกนะคะ เลือก 10 คำทีละ10 คำ ก็คนละ 10 คำ ใช่แต่ว่า 3 คน ด้านล่าง ด้านหน้าคือช่วยกัน 3 คน 10 คำนะคะ ใครพร้อมแล้วมาเลย คำศัพท์มันก็มีในชีตหมดแล้วน่ะ อะไรนะคะ ถ้า… หมายถึงว่าอ่านได้แต่แปลผิด ก็เหมือนเดิมค่ะ ก็คือ 0.5 แต่ว่าถ้าอ่านไม่ได้ แล้วก็แปลไม่ได้เลย ก็คือ 0 ลองดู ของเรา 3 คนก็ให้ใช้ชีตได้นะคะ ข้างหน้า ให้เพื่อนถือ ถึงขนาดต้องถ่ายโพย ไม่เห็น มันหรือว่าครูต้องซูมน่ะ ข้างหน้าคืออะไร ถอดใจ ถอดใจแล้วเหรอ กิฟต์เราต้องสู้สิ สูสิ กิฟต์ต้องสู้สิ สู้ ภาษามือเราชี้ตรงที่ต้องคอเรา อ๋อนี่ นี่ใช่หรือเปล่า ตรงนี้หมดเลย นี่เหรอ ตรงนะนี่ แล้วครูไปเอาอันนี้มาจากไหนน่ะ จำไม่ได้ อ๋อ อย่างนี้นี้หรือเปล่า เรา… เราอย่างนี้ หรืออย่างนี้ อันนี้… อ๋อ แสดงว่าครูไปจำชื่อผิด ไม่พร้อมสอบ แต่ก็ต้องพร้อม แป๊บหนึ่งนะ เก็บภาพใหม่ ภาพที่บันทึก อลงกรณ์มาเก็บ เอ๊ย อนุสรณ์มาเก็บภาพให้เพื่อนเร็ว ดูตัวอย่าง ตัวอย่าง ดูตัวอย่างเพื่อนว่าทำอย่างไรนะคะ ประโยคแรก 10 คำนะคะ section คือ... โอเคครูไม่กด remove แล้วกัน ครูขี้เกียจ คนต่อไป แปลถูก แต่อ่านผิดนิดหนึ่ง ให้โอกาสอีกรอบหนึ่ง อ่านใหม่ ใช่ dining นะคะ ถูกต้อง คำต่อไปช้า ๆ ช้า ๆ แปลว่าอะไรนะคะ คิดตามด้วยนะคะข้างหน้า สมอง สมองหลุดไปละ เกศกนกอะไร เป็นอะไร ชื่อเราอยู่ในวีดีโอ 2 รอบแล้วนะ ต้นคลิปก็รอบหนึ่งแล้วนะ ทำไมได้แต่คำง่าย ๆ น่ะ ไม่ ๆ ๆ มันยังอยู่ที่เดิมค่ะ ครูจำคำได้ ตอนนี้ 4 คำแล้วนะคะ โอเค How big is the apartment? ต่อไป attic แปลว่าอะไรคะ อนุสรณ์บอกเพื่อนหรือเปล่านี่ ทำไมยืนอยู่ตรงนั้นน่ะ ถูกต้อง ๆ ๆ คำที่ 7 ค่ะ equipped 2 คำแรกแปลว่า “ติดตั้ง” จำด้วยนะ แปลว่า “ติดตั้ง” นะนี่ 2 คำนี้ เออ คำที่ 8 นะคะ ไปแล้ว เอาใหม่ ไปแล้วเหมือนกัน ครูไม่อยาก remove ออก ครูขี้เกียจ เฮ้ย อดิเรก ถูกต้อง ทำอย่างไรดีทุกคนรู้สึกหมั่นไส้นะ ไม่ใช่ผู้ค้าค่ะ คนเช่า ผู้เช่าค่ะ ไม่ใช่คนซื้อ คำนี้แปลว่า “คนเช่า” คำสุดท้าย ไปแล้ว คำนี้ไปแล้ว ไปแล้ว เอ๊ะทำไมมันไม่น่ะ มันซ้ำ มันซ้ำ เอ้าสู landlord ไปแล้ว ทำไมมันซ้ำเยอะจัง อืม ตำแหน่งอะไร ถูกต้อง ตำแหน่งสถานที่นะคะ ไม่ใช่ตำแหน่งงานนะ ไป อันนี้คือตัวอย่างนะคะ อันนี้คือตัวอย่างใช่ไหม ยังไม่เก็บคะแนน พอได้ไหม ได้หรือเปล่า ได้อยู่ ได้ เมื่อวานเรายังทำได้เลย 3 คนรวมพลัง ให้เวลา พี่ป๊อปเอาอะไรหรือเปล่า ไม่มั่นใจ ไม่เก่งอะไร ครูเห็นตอบครูทั้งคาบ ไม่เก่งอะไร มา มาลองก่อน มาลองก่อน อุ๊ย ครูเผลอไปกด ครูรู้สึกว่าคำศัพท์มันน้อยไป เดี๋ยวครูใส่ก่อน เอาอีก มันซ้ำน่ะ ทีอย่างนี้มาโหยหวน ที่ถามน่ะไม่เคยตอบเลย ตอบเบ๊าเบา แต่ว่าตอนนี้น่าจะ ไม่น่ามีอะไรแล้วใช่ไหม เหมือนจะไม่ต้องล่ามแล้วก็ได้นะคะ เราสามารถจบ Session ก่อนได้ไหมคะพี่ ล่ามได้ ๆ ใช่ไหม อย่างนั้นเดี๋ยวนักเรียนขอบคุณคุณครูล่ามนะคะ ที่มาช่วยแปลภาษามือให้เพื่อน ๆ หน่อย ขอบคุณพร้อมกันหน่อย 1 2 3 ขอบคุณค่ะ สวัสดีค่ะ เจอกันสัปดาห์หน้าค่ะ [สิ้นสุดการถอดความ]