Accuracy : 96.29%
Insertion : 94
Deletion : 346
Substitution : 53
Correction : 12872
Reference tokens : 13271
Hypothesis tokens : 13019

(อาจารย์จักรพงศ์)สวัสดีครับสวัสดีพี่ล่ามได้ยินใช่ไหมครับโอเคครับครับสวัสดีครับสวัสดีนักเรียนชั้นม.4/1นะครับครับผมนะครับวันนี้เราจะมาเรียนวิชาภาษาไทยนะครับในภาคเรียนที่2นะครับสำหรับภาคเรียนที่1จะเป็นการเขียนในลักษณะที่แตกต่างกันไปสำหรับภาคเรียนที่2จะเป็นการเขียนในรูปแบบอีกรูปแบบหนึ่งนะครับเดี๋ยวอย่างไรเรามาดูรูปแบบการเขียนความหมายของการเขียนก่อนนะครับนักเรียนดูพี่ล่ามไปด้วยนะครับในลักษณะที่คุณครูกำลังอธิบายให้นักเรียนดูพี่ล่ามใช้ภาษามือสื่อสารกับนักเรียนนะครับนักเรียนจะได้เข้าใจนะการเขียนนะครับเป็นการสื่อสารด้วยตัวอักษรนะครับถ่ายทอดความรู้ความคิดอารมณ์ความรู้สึกแล้วก็ประสบการณ์ของผู้เขียนไปสู่ผู้อ่านทักษะการเขียนเป็นทักษะที่เป็นทั้งศาสตร์และศิลป์นะครับและก็ต้องใช้ภาษาที่ไพเราะปรา(ะ)ณีตนะครับที่สื่อได้ทางอารมณ์ความคิดความรู้และต้องใช้ศิลปะการเขียนก็จะมีวิธีการและหลักการนะครับต่างๆสำหรับความสำคัญของการเขียนนะครับการเขียนมีความสำคัญสำหรับมนุษย์ยิ่งในโลกปัจจุบันนี้นะครับเจริญก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็วการเขียนก็ยิ่งทวีความสำคัญมากเลยนะครับเดี๋ยวสักครู่นะครับภาพหายเดี๋ยวสักครู่นะครับนักเรียนสไลด์มันหายครับทำไมมันไม่ขึ้นโอเคนะครับเรามาต่อกันด้วยความสำคัญของการเขียนนะเดี๋ยวให้นักเรียนเตรียมสมุดขึ้นมานะครับแล้วก็จดตามที่คุณครูขึ้นสไลด์นะนักเรียนจดความสำคัญของการเขียนเดี๋ยวให้คุณครูอธิบายเสร็จก่อนนะเดี๋ยวคุณครูจะบอกให้นักเรียนจดนะครับการเขียนมีความสำคัญนะครับเดี๋ยวต้องรอก่อนนะครับเดี๋ยวรอคุณครูอธิบายเสร็จก่อนนะแล้วก็...แล้วให้นักเรียนเขียนลงในสมุดของนักเรียนโอเคความสำคัญของการเขียนนะครับการเขียนมีความสำคัญสำหรับมนุษย์นะครับเพราะว่าในโลกปัจจุบันมีการเจริญก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็วเลยนะครับการเขียนก็ยิ่งทวีความสำคัญมากขึ้นตามไปด้วยเดี๋ยวคุณครูจะสามารถสรุปความสำคัญของการเขียนได้เป็นข้อๆเดี๋ยวให้นักเรียนจดตามหัวข้อนี้ก่อนนะครับใกล้เสร็จหรือยังครับนักเรียนมองเห็นอยู่ใช่ไหมครับโอเคเสร็จแล้วนะครับล้(รา)มาดูความสำคัญของการเขียนเป็นข้อๆเลยนะครับจะสรุปได้ดังนี้นะครับนักเรียนดูพี่ล่ามนะนักค(เ)-ี-ับ(ยน)ดูพี่ล่ามอธิบายให้นะครับพอคุณครูอธิบายเสร็จปุ๊บเดี๋ยวคุณครูจะอนุญาตให้เรียนจดลงในสมุดนะครับให้ลอกลงในสมุดนะโอเคมาดูข้อที่1กันนะครับความสำคัญของการเขียนนะครับการเขียนเป็นการสื่อสารอย่างหนึ่งโอเคทำไมถึงบอกว่าการเขียนเป็นการสื่อสารอย่างหนึ่งครับเพราะว่าสมมติสมมติว่าถ้านักเรียนนักเรียนๆเล่นfacebookกันไหมครับนักเรียนมีfacebookกันไหมครับมีไหมมีfacebookไหมมีนะเวลานักเรียนคุยกันกับเพื่อนนักเรียนพิมพ์คุยกันใช่ไหมครับใช่ไหมนักเรียนคุยlineคุยfacebookเรียนพิมพ์คุยกันใช่ไหมครับนี่เห็นไหมครับการที่นักเรียนพิมพ์สื่อสารไปก็คือเป็นการสื่อสารชนิดหนึ่งเหมือนกันเวลานักเรียนจะเขียนเขียนจดหมายเขียนอะไรอย่างนี้นักเรียนก็จะเขียนสื่อสารหากันได้อย่างเช่นนักเรียน...เป็นนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการได้ยินนะนักเรียนไม่สามารถพูดออกมาเป็นคำพูดได้แต่นักเรียนใช้ภาษามือในการสื่อสารแล้วถ้านักเรียนไม่ใช้ภาษามือในการสื่อสารนักเรียนจะต้องใช้ภาษาในการสื่อสารก็คือการเขียนนั่นเองนะครับเพราะว่าในอนาคตนักเรียนไม่รู้ว่านักเรียนจะต้องสื่อสารกับคนที่ไม่รู้จักภาษามือเวลาที่นักเรียนไปสื่อสารกับคนที่ไม่รู้จักภาษามือนักเรียนจะต้องเขียนสื่อสารเป็นภาษาเขียนเพื่อที่ให้เขาเข้าใจในเรื่องที่นักเรียนต้องการที่จะต้องสื่อสารกับเขานักเรียนเข้าใจตรงนี้นะครับนะข้อที่2นะครับการเขียนเป็นการแสดงออกซึ่งภูมิปัญญาของมนุษย์เป็นการแสดงออกอย่างไรนักเรียนรู้ไหมครับพอจะรู้ไหมทำไมถึงบอกว่าเป็นการแสดงออกซึ่งภูมิปัญญาของมนุษย์นักเรียนพอจะเข้าใจตรงนี้ไหมไม่ว่าจะเป็นภาษาพูดภาษาเขียนหรือภาษามือต่างเป็นการประดิษฐ์คิดค้นกันขึ้นมาซึ่งเป็นภูมิปัญญาของมนุษย์ที่เกิดขึ้นอย่างเช่นภาษามือของนักเรียนที่ใช้สื่อสารกันมาต้นกำเนิดก็มาจากคนที่มีความบกพร่องทางการได้ยินคิดประดิษฐ์คิดค้นภาษามือขึ้นมาใช่ไหมครับข้อที่3นะครับการเขียนเป็นเครื่องมือถ่ายทอดมรดกทางสติปัญญาข้อที่4นะครับการเขียนเป็นเครื่องมือสร้างความสามัคคีและความเจริญรุ่งเรืองในทางตรงกันข้ามนักเรียนรู้ไหมครับว่าการเขียนก็สามารถเป็นเครื่องบ่อนทำลายได้เช่นกันเหมือนกันทำไมคุณครูถึงบอกว่าการเขียนเป็นบ่อนทำลายถ้านักเรียนเขียนสื่อสารในทางที่ดีมันก็จะเป็นสิ่งที่ดีนะครับแต่ถ้านักเรียนเขียนสื่อสารในสิ่งที่ทำให้คนอื่นเข้าใจผิดหรือทำให้คนอื่นเดือดร้อนมันก็จะเป็นสิ่งที่ทำลายจิตใจของคนอื่นได้อีกเหมือนกันนักเรียนพอจะเข้าใจ4ข้อที่คุณครูอธิบายมาไหมครับมีใครไม่เข้าใจไหมมีใครยังไม่เข้าใจข้อไหนไหมครับมีไหมถ้าไม่มีให้นักเรียนจดข้อที่1ถึงข้อที่4ลงไปในสมุดได้เลยครับโอเคนะครับต่อไปเรามาดูจุดประสงค์ของการเขียนกันเลยครับจุดประสงค์ของการเขียนนะครับการเขียนน่ะจะบรรลุวัตถุประสงค์หรือไม่นั้นสิ่งสำคัญอย่างหนึ่งนะครับจะต้องมีจุดมุ่งหมายซึ่งสามารถจำแนกได้ดังนี้ข้อที่1เลยนะครับการเขียนเพื่อการเล่าเรื่องการเขียนเพื่อการเล่าเรื่องเป็นการนำเรื่องราวที่สำคัญมาถ่ายทอดเป็นข้อเขียนเช่นการเล่าประวัตินะครับข้อที่2นะครับการเขียนเพื่ออธิบายการเขียนเพื่ออธิบายเป็นการเขียนเพื่อชี้แจงอธิบายวิธีใช้วิธีทำขั้นตอนการทำเช่นอธิบายการใช้เครื่องมือต่างๆนักเรียนเข้าใจ2ข้อนี้ไหมครับที่คุณครูอธิบายไปล(อ)-้วเข้าใจไหมการเขียนเพื่อการเล่าเรื่องคืออะไรพอจะเข้าใจไหมครับพอจะเข้าใจไหมไหนมีใครไม่เข้าใจมีไหมครับเข้าใจนะโอเคเข้าใจจะให้คุณครูอธิบายเพิ่มเติมขึ้นมาอีกไหมครับอธิบายอีกไหมโอเคถ้าอย่างนั้นนักเรียนจดลงในสมุดได้เลยครับเป็นอย่างไรบ้างครับใกล้เสร็จหรือยังครับยังไม่เสร็จเหรอครับโอเคโอเคโอเคนะครับต่อกันเลยนะครับต่อไปข้อที่3นะครับการเขียนเพื่อแสดงความคิดเห็นนะครับการเขียนเพื่อแสดงความคิดเห็นเป็นการเขียนเพื่อวิเคราะห์วิจารณ์แนะนำหรือแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องใดเรื่องหนึ่งนะครับนักเรียนดูพี่ล่ามด้วยนะครับเวลาพี่ล่ามอธิบายนะครับอ๋อขอเข้าห้องน้ำเหรอครับโอเคครับถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวเดี๋ยวๆเดี๋ยวอย่างไรพักเข้าห้องน้ำ5นาทีโอเคเรามาต่อกันนะนักเรียนครับในระหว่างที่คุณครูอธิบายให้นักเรียนดูพี่ล่ามด้วยนะพี่ล่ามมีหน้าที่อธิบายภาษามือนักเรียนจะด้เข้าใป(จ)นะครับคุณครูมีหน้าที่พูดเพืแล-้ว(-่อ)ให้พี่ล่ามแปลเป็นภาษามือให้นักเรียนโอเคครับข้อที่3นะครับการเขียนเพื่อแสดงความคิดเห็นนะครับเป็นการเขียนเพื่อวิเคราะห์วิจารณ์แนะนำหรือแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องใดเรื่องหนึ่งนะครับข้อที่4ครับการเขียนเพื่อโน้มน้าวใจนะครับเป็นการเขียนที่ผู้เขียนมีจุดประสงค์ที่จะชักจูงโน้มน้าวใจให้ผู้อ่านยอมรับในสิ่งที่ผู้เขียนเสนอนะครับเช่นการเขียนโฆษณานะครับนักเรียนเคยเห็นการเขียนโฆษณาในหนังสือนิตยสารหรือว่าในใบปลิวต่างๆโบชัวร์ต่างๆไหมครับเคยไหมนักเรียนเห็นโฆษณาตามทีวีไหมครับแบบซื้อสินค้าซื้อ1แถม1อย่างนี้ครับนักเรียนเวลา...เวลาที่นักเรียนซื้อสินค้าสมมติว่าราคา20บาทอย่างนี้ครับกับอีกโฆษณาหนึ่งบอกว่าราคา30บาทซื้อ1แถม1นักเรียนจะเลือกซื้อสินค้าประเภทไหนระหว่างซื้อ1แถม1กับซื้อชิ้นเดียวซื้อ1แถม1ใช่ไหมครับโอเคต่อไปข้อที่5นะครับการเขียนเพื่อกิจธุระนะครับเป็นการเขียนที่ผู้เขียนมีจุดประสงค์อย่างใดอย่างหนึ่งนะครับการเขียนชนิดนี้จะมีรูปแบบการเขียนในลักษณะการใช้ภาษาที่แตกต่างกันตามไปตามประเภทของการเขียนนะครับโอเคให้นักเรียนจดลงในสมุดได้เลยครับใกล้เสร็จหรือยังครับโอเคเหลืออีก1คนโอเคนะครับต่อไปนะครับเราจะมารู้เกี่ยวกับมารยาทในการเขียนนะครับมารยาทในการเขียนนะครับข้อที่1นะครับใช้ถ้อยคำสุภาพไพเราะหลีกเลี่ยงคำหยาบไม่ใช้อารมณ์ความรู้สึกส่วนตนหรืออคติเพื่อวิจารณ์คนอื่นปราศจาก...โดยปราศจากเหตุผลนะครัะ(บ)จนทำให้เกิดความเดือดร้อนเสียหายและกิ(-ัง)วามแตกแยกข้อที่2เขียนข้อความหรืองานเขียนที่เป็นจริงได้ศึกษาค้นคว้าและตรวจสอบความถูกต้องแล้วถ้าเป็นเรื่องส่วนตัวต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าของเสียก่อนนะครับโอเคนะครับให้นักเรียนจดลงในสมุดได้เลยครับโอเคนะครับเดี๋ยวคุณครูจะค่อยๆอธิบายไปทีละข้อนะเมื่อกี้นักเรียนจดไว้แล้วข้อที่1ละ(-ับ)ข้อที่2เดี๋ยวคุณครูจะอธิบายไปตั้งแต่ข้อที่1เลยนะครับมารยาทในการเขียนนะครับนักเรียนครับนักเรียนดูพี่ล่ามนะนักเรียนดูพี่ล่ามนักเรียนดูพี่ล่ามอธิบายนะครับถ้านักเรียนดูคุณครูพูดนักเรียนไม่เข้าใจนะครับนักเรีต้อง(ยน)ต้องดูท(พ)-ี-่ล่ามนะครับเดี๋ยวคุณครูจะอธิบายไปทีละข้อนะตั้งใจดูดีๆนะครับข้อที่1นะครับใช้ถ้อยคำสุภาพไพเราะนะครับทำไมต้องใช้ถ้อยคำสุภาพไพเราะเพราะว่าเวลาที่รา(-ัก)เรียนเขียนสื่อสารสมมติสมมติว่านักเรียนเขียน...เขียนสื่อสารไปในทางที่ใช้ถ้อยคำที่ไม่สุภาพใช้ถ้อยคำหยาบคายนักเรียนมีคนเขียนให้นักเรียนอย่างนี้นักเรียนรู้สึกดีไหมครับนักเรียนรู้สึกดีไหมเวลาที่มีคนด่านักเรียนนักเรียนรู้สึกดีไหมเวลามีคนเขียนด่านักเรียนน่ะครับนักเรียนรู้สึกดีไหมครับเวลานักเรียนอ่านแล้วนักเรียนรู้สึกดีไหมหรือว่ามีคนเขียนด่าปุ๊บอย่างนี-่(-้)นักเรียนรู้สึกดีใจมากเลยมีคนด่านักเรียนอย่างนี้เหรอครับใช้ถ้อยคำสุภาพนะครับเวลาที่นักเรียนจะเขียนสื่อสารอะไรนักเรียนมีอะไรอยากถามไหมครับมีไหมมีไหมถ้ามีอะไรอยากถามเดินออกมาถามพี่ล่ามได้เลยนะเดี๋ยวพี่ล่ะ(า)าที(อธิ)-่-้ยใหน(-้)คุณครูฟังโอเค(ล่าม)ฮัลโหลครับฮัลโหลคร-ับ-ับ(อาจารย์จักรพงศ์)โอเคสรุปเลยนะครัะ(บ)ไม่ว่านักเรียนจะเขียนจะเขียนไม่ว่าจะไปเขียนสื่อสารเขียนอะไรต่างๆนานานักเรียนต้องใช้ถ้อยคำภาษาที่สุภาพไพเราะนะครับหลีกเลี่ยงการใช้คำหยาบคายและไม่ใช้อารมณ์ส่วนตนหรืออคติส่วนตนตัดสินแต่ต้องใช้เหตุผลในการเขียนลงไปนะครับเพื่อไม่ให้เกิดความเดือดร้อนหรือทำให้สังคมแตกแยกต่อไปข้อที่2นะครับต่อไปข้อที่2เขียนข้อความหรืองานเขียนที่เป็นจริงได้ศึกษาค้นคว้าและตรวจสอบความต้องแล้วนะครับว่าเป็นเรื่องส่วนถ้าเป็นเรื่องส่วนตัวของของของใครที่นักเร-ียา(น)จะต้องเอามาเขียนนักเรียนจะต้องได้รับการอนุญาตจากเจ้าของเสียก่อนนะครับอย่างเช่นถ้านักเรียนจะเขียนเล่าเรื่องของคุณครูตัวคุณครูเองนักเรียน…นักเรียนจะต้องมาขออนุญาตคุณครูก่อนว่านักเรียนจะเขียนประวัติของคุณครูแ(เ)-่-้ว(า)เรื่องของคุณครูอย่างนี้ๆๆๆคุณครูโอเคไหมคะอย่างนี้เราต้องขออนุญาตกันก่อนนะครับแล้วถึงจะเขียนออกมาได้นะครับต่อไปเราไปดูข้อที่3กันเลยนะครับข้อที่3นะครับเขียนให้ถูกต้องตามอักขรวิธีนะครับใช้สระใช้สระพยัญชนะวรรณยุกต์ให้ถูกต้องใช้ถ้อยคำที่เหมาะสมกับเนื้อหากาลเทศะของสถานะบุคคลข้อที่4นะครับเขียนสิ่งที่มีคุณค่าอันก่อให้เกิดความสุขเกิดความสงบสุขแก่คนในสังคมและประเทศชาติทำให้องค์ความรู้ใหม่ที่มีต่อการพัฒนาประเทศชาตินะครับทำให้เกิดองค์ความรู้ใหม่นะครับโอเคนักเรียนจดลงในสมุดได้เลยครับโอเคนะครับเดี๋ยวคุณครูจะอธิบายข้อ3ข้อ4ให้ฟังนะครับข้อ3นะครับที่บอกว่าเขียนให้ถูกต้องตามอักขระนะครับทำไมถึงต้องเขียนให้ถูกต้องถ้านักเรียนเขียนสื่อสารนักเรียนฟังนะครับนักเรียนน่ะเวลาที่นักเรียนใช้ภาษาในการเขียนน่ะนักเรียนค่อนข้างที่จะเขียนไม่เข้าใจหลายครั้งเลยที่คุณครูพบเจอที่นักเรียนเขียนนะครับอย่างไรให้นักเรียนพยายามนะครับพยายามดูว่าคำที่ถูกต้องมันควรสะกดอย่างไรนะครับถ้านักเรียนเขียนผิดไปสื่อสารไปผิดพลาดนะครับมันจะทำให้ความหมายที่นักเรียนเขียนตรงนั้นน่ะมันจะเป็นอีกความหมายหนึ่งปเลยนะครับนักเรียนตั้งใจจะสื่อความหมายอีกความหมายนี้แต่คนที่อ่านกลับกลายเป็นว่าเข้าใจในอีกความหมายหนึ่งอย่างนี้นะครับอาจจะเกิดการเข้าใจผิดกันได้นะครับไมหร-ื(-่)ว่าจะเป็นการใส่วรรณยุกต์การใส่สระอย่างนี้ครับผมนักเรียนก็ต้องทำให้มันถูกต้องตามอักขรวิธีการเขียนของภาษาไทยด้วยนะครับสำหรับข้อที่4นะครับเขียนสิ่งที่มีคุณค่าอันก่อให้เกิดความสุขเกิดความสงบสุขแก่สังคมและประเทศชาติทำไมทำไมถึงพูดแบบนี้เพราะว่าถ้าสมมตินักเรียนเขียนในสิ่งที่ไม่ดีเขียนในสิ่งที่ทำลายสังคมทำลายประเทศชาติมันจะส่งผลเสียให้กับตัวนักเรียนที่เขียนเองสังคมอาจจะไม่ยอมรับในสิ่งที่นักเรียนสื่อสารออกมาในสิ่งตรงนั้นไปนะครับนักเรียนพอจะเข้าใจที่ความหมายที่คุณครูอธิบายไปไหมครับเข้าใจนะที-่นี้เราไปดูข้อที่5มารยาทข้อที่5จะเป็นข้อสุดท้ายแล้วนะครับเดี๋ยววันนี้เราจะทิ้งไว้ที่ตรงมารยาทข้อที่5ข้อสุดท้ายสุดท้ายแล้วนะครับสุดท้ายแล้วข้อต(ท)-ี-่5นะเราจะจบกันที่มารยาทในการเขียนข้อที่5ตรงนี้เดี๋ยวชั่วโมงหน้าต่อไปถ้าเราเจอกันเราจะมาเรียนเรื่องการเขียนย่อความกันข้อที่5นะครับการไม่คัดลอกงานเขียนของผู้อื่นโดยอ้างว่าเป็นผลงานของตัวเองเมื่อยกข้อความหรืองานเขียนของคนอื่นมาประกอบจะต้องให้เกียรติเจ้าของงานด้วยโดยการเขียนอ้างอิงที่มาของเรื่องและชื่อผู้เขียนทุกครั้งนะครับโอเคนักเรียนจดลงในสมุดได้เลยครับ(ล่าม)ฮัลโหลสวัสดีครับได้ยินไหมครับ(อาจารย์จักรพงศ์)เสร็จแล้วนะครับโอเคเดี๋ยววันนี้ของเราก็จบตรงที่ตัวอย่างข้อที่5แล้วกันนะครับแล้วก็เดี๋ยวชั่วโมงหน้าเรามาต่อกันด้วยการเขียนย่อความนักเรียนรู้ไหมครับว่าการเขียนที่คุณครูสอนไปนี่มันสำคัญมากเลยกับนักเรียนเพราะตัวนักเรียนเองจะต้องสื่อสารกับคนอื่นๆเวลาที่นักเรียนจะไปเรียนต่อหรือนักเรียนไปทำงานที่อื่นอย่างนี้เวลาที่นักเรียนจะไปเรียนต่อหรือทำงานที่อื่นอย่างนี้นักเรียนจะต้องไปพบเจอคนที่ไม่เข้าใจภาษามือที่นักเรียนพูดแน่นอนและที่สำคัญนักเรียนต้องทำอย่างไรนักเรียนต้องเขียนสื่อสารนะครับนักเรียนจะต้องเขียนสื่อสารเพื่อที่จะให้คนที่นักเรียนจะสื่อสารด้วยน่ะให้เข้าใจสิ่งที่นักเรียนถ้านักเรียนเขียนผิดถ้านักเรียนเขียนผิดน่ะความหมายทุกอย่างก็จะเปลี่ยนไปเลยจะทำให้คนเข้าใจในสิ่งที่นักเรียนได้สื่อสารออกไปพูดว่า...สมมติว่านักเรียนบอกเขาว่าจะชวนเขาไปกินข้าวนักเรียนเขียนบอกเขาว่า"ไปกินข้าวกันไหม"อย่างเ(น)-ี้นักเรียนจะชวน…จะชวนเพื่อนไปกินข้าวอย่างนี้นักรียเข-ี-่ไปกิว่า"ไปกินข้าวกันไหม"ถ้านักเรียนเขียนถูกเขาจะเข้าใจว่าอ๋อนักเรียนชวนไปกินข้าวน-่ะเขาก็จะตอบตกลงไปหรือไม่ไปมันขึ้นอยู่ที่เขาแต่ถภ(-้)เมื่อไหร่ที่นักเรียนเขียนสื่อสารเป็นถ้านักเรียนเข้าใจว่าคำว่า"ไปกินข้าวกันไหม"นักเรียนเขียนว่า"ไปเตะบอลกันไหม"อย่างนี้นักเรียนเขียนสื่อสารผิดคนที่อ่านอาจจะเข้าใจผิดได้นี่คือสิ่งที่นักเรียนจะต้องฝึกฝนบ่อยๆเลยนะครับก็คือการเขียนถ้ารา(-ัก)เรียนไม่เข้าใจหรือว่านักเรียนมีข้อสงสัยนักเรียนไปเห็นป้ายเห็นอะไรที่เดินตามถนนหรือว่าเห็นป้ายเวลานักเรียนกลับบ้านนักเรียนไปพบเจออย่างนี-้นักเร-้แล้วจะ(-ียน)มีโทรศัพท์มือถือนักเรียนสามารถถ่ายภาพตรงนั้นเอามาถามคุณครูได้หน่อยว่าความหมายมันคืออะไรมันอ่านว่าอะไรทำไมเขาต้(ถึ)งเขียนเป็นแบบนี้นักเรียนสามารถเอามาถามคุณครูได้หมดเลยไม่ว่านักเรียนจะไปเจอป้ายนิเทศป้ายที่คุณครูติดตามบอร์-่(ด)ตามห้องเรียนต่างๆถ้านักเรียนดูแลนักเรียนไม่เข้าใจนักเรียนสามารถเอามาถามคุณครูได้ทุกคนเลยครับเพราะอย่างไรคุณครูเชื่อแน่นอนว่านักเรียนทุกคนที่นั่งอยู่ตรงนี้นักเรียนจะต้องไปเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัยแน่นอนและสิ่งสำคัญที่สุดก็คือการเขียนนักเรียนพอที่จะเข้าใจคุณครูอธิบายไปไหมครับไหนใครเข้าใจยกมือหน่อยใครเข้าใจยกมือขึ้นโอเคถือว่านักเรียนเข้าใจนะครับนักเรียนมีอะไรอยากจะสอบถามไหมครับมีไหมมีอะไรอยากจะสอบถามพี่ล่ามไหมครับมีไหมไม่มีนะถ้าไม่มีย่างไรเดี๋ยวคุณครูก็พอแล้วนะโอเคนักเรียนมีอะไรครับถ้านักเรียนมีอะไรสงสัยเดินมาถามพี่ล่ามข้างหน้าได้เลยนะครับนักเรียนสงสัยอะไร(ล่าม)เขาบอกว่าถ้าเกิดสมมติสื่อสารไม่เข้าใจกันอย่างไรเดี๋ยวเขาใช้บริการผ่านล่ามttra(s)ที่เป็นapplicationในมือถือน่ะค่ะ(อาจารย์จักรพงศ์)อีกครั้งหนึ่งนะครับผมไม่ค่อยได้ยินเลย(ล่าม)เขาบอกว่าถ้าเกิดไม่เข้าใจอย่างไรเดี๋ยวเขาก็เปิดคำส(ศ)-ัพท์ที-่ถูกต้องในอินเต(ท)อร์เน็ตดูค่ะ(อาจารย์จักรพงศ์)อ๋อโอเครับผมเผื่อคำไหนที่เขียนสลับกันแล้วไม่เข้าใจ-่-ั(า)งไง(ร)เขาจะหาคำศัพท์ที่ถูกต้องในอินเทอร์เน็ตน่ะค่ะแล้วก็เรียบเรียงจากนั้นอีกทีค่ะ(อาจารย์จักรพงศ์)อ๋อโอเคครับถ้า-่-ั(า)งไง(ร)ถ้ายังไม่เข้าใจอยู่ก็สามารถสอบถามคุณครูได้ทุกคนเลยนะครับ(ล่าม)โอเคค่ะเข้าใจค่ะเ(()าจรย์จักรพงศร(-์))โอเ-ีม(ค)มีอะไรจะถามอีกไหมครับไม่มีะโอเคอย่างง(ร)เราเจอกันในวันอังคารหน้านะโอเคครับสำหรับวันนี้ขอบคุณพี่ล่ามนะครับขอบคุณนักเรียนทุกคนครับเวลาหมดแล้วครับสวัสดีครับ[สิ้นสุดการถอดความ]

More information
- compare(ans and test) :
- ans: file reference
- test: file test
- export datetime : 2023-12-13 18:14:49
- exported from : Accuracy Worker
- version :develop
- lib :character
- your normalize config
-IsFilter :true
-ToLower :true
-ToArabicNumber :true
-WordToNumber :true
-OrderAndSimilar :true
-ListRemove :
- alignment method :Hirschberg
- score weight :{"Match":5,"Mismatch":-1,"PartialMatch":2,"GapPenalty":-1}