(บรรยาย) นี่คือนายสมหวัง ซึ่งเป็นคนพิการ ชื่อสมหวัง แต่ก็ต้องผิดหวังตลอด เพราะไม่ว่าจะไปสมัครงานที่ไหน ทำไม่ได้หรอก จากข้อมูลสถานการณ์คนพิการในประเทศไทยปี 2565 มีคนพิการทั่วประเทศ 2,000,000 คน อยู่ในวัยทำงาน 852,096 คน สามารถทำงานได้ แต่ว่างงานอยู่ 81,502 คน ไม่ประสงค์ให้ข้อมูล และไม่ระบุอาชีพมีมากถึง 404,822 คน ทั้ง ๆ ที่ประเทศไทยมีพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ มาตรา 33 ระบุว่านายจ้างที่มีพนักงาน 100 คนต้องจ้างคนพิการ 1 คน และหากเกิน 50 คน ต้องจ้างเพิ่มอีก 1 คน โดยมีมาตรา 34 ระบุเป็นทางออกไว้ว่า หากนายจ้างไม่ต้องการจ้างงานคนพิการ ให้ส่งเงินเข้ากองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการทดแทนได้ และอีกทางเลือกหนึ่ง คือการใช้มาตรา 35 ส่งเสริมอาชีพให้คนพิการใน 7 กิจกรรม ได้แก่ ให้สัมปทาน หาสถานที่จัดจำหน่ายสินค้าบริการ จัดจ้างเหมาช่วง ฝึกอาชีพ จัดหาสิ่งอำนวยความสะดวก จัดหาล่ามภาษามือ ให้ความช่วยเหลืออื่น ๆ นี่คือหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้นายสมหวังต้องผิดหวังตลอด ไม่ใช่เพราะสมหวังทำไม่ได้หรอก แต่นายจ้างเลือกทำตามมาตรา 34 มากกว่าการจ้างงานคนพิการนั่นเอง นำมาสู่ 4 โจทย์ใหญ่ของสังคมแห่งการอยู่ร่วมกัน ที่ต้องรวมพลังช่วยกันระดมไอเดียคิดหาทางออก 1. เพิ่มอัตราจ้างงานในภาคเอกชน 2. ส่งเสริมการมีงานทำโดยภาครัฐ 3. ลดการจ่ายเงินเข้ากองทุนคนพิการ และเพื่อให้ครอบคลุมทุกกลุ่มอาชีพ 4. สร้างการพัฒนาโอกาสทางเลือกในการประกอบอาชีพอิสระ ช่วยกันขับเคลื่อนวิธีการให้คนพิการมีงานทำ สามารถเข้าถึงสิทธิ์ได้อย่างเท่าเทียม เพื่อความสุขร่วมกันของทุกคนในสังคม [เสียงดนตรี] (คุณพิชญาพร) สวัสดีทุกท่านนะคะ สวัสดีทุกท่านค่ะ ต้อนรับทุกท่านเข้าสู่ช่วง HACK HUG HUG Hackathon เพื่อคนพิการนะคะ ดิฉัน พิชญาพร โพธิ์สง่า ในนามของ Thai PBS ค่ะ รับหน้าที่เป็นพิธีกรในช่วงนี้นะคะ เมื่อสักครู่นี้ หลายท่านน่าจะเห็นวีดิทัศน์คะ ที่สะท้อนให้เห็นว่าคนพิการอีกจำนวนมากที่ยังไม่มีงานทำ และนั่นก็คือโอกาสที่เราจะได้ขับเคลื่อนให้คนพิการในประเทศนี้มีงานทำ แล้วก็ได้ใช้ศักยภาพของพวกเขาอย่างเต็มที่ เพื่อส่งเสริมเรื่องของคุณค่าของคนพิการ และก็ลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมด้วยนะคะ สำหรับ HACK HUG HUG Hackathon เพื่อคนพิการค่ะ เป็นโครงการที่ Thai PBS นั้น ตั้งใจที่จะจัดทำขึ้นในวันที่ 28-30 กันยายนที่ผ่านมานะคะ ถึงวันนี้นี่ 2 เดือนแล้วค่ะ เราจะมาติดตามกันนะคะ ว่าจากวันนั้น ถึงวันนี้มีการขับเคลื่อนเรื่องการจ้างงานคนพิการอย่างไรบ้าง ขออนุญาตเกริ่นก่อนนะคะ โครงการของเราค่ะ มีหลายหน่วยงานเดียวกันนะคะ ที่ร่วมขับเคลื่อนด้วยกัน เพื่อสนับสนุนให้หน่วยงานสถานประกอบการมีการจ้างงานคนพิการมากขึ้น ให้สังคมได้ตระหนักรู้ เข้าใจปัญหา แล้วก็ยอมรับคนพิการค่ะ เป็นแรงบันดาลใจให้หน่วยงานต่าง ๆ นะคะ เห็นว่าทุกคนสามารถมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาเรื่องนี้ได้ แล้วก็ส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพชีวิตให้กับคนพิการด้วย เพื่อสุดท้ายค่ะ เราจะทำให้คนพิการมีงานทำ สร้างงาน สร้างอาชีพให้กับพวกเขานะคะ งานของเราจึงมีโจทย์สำคัญในการ Hackathon ค่ะ เรียกว่าเป็นนวัตกรรมในการแก้ปัญหารูปแบบใหม่นะคะ 4 โจทย์นี้ค่ะ อย่างแรกก็คือ การเพิ่มอัตราการจ้างงานในภาคเอกชน ตามมาตรา 33 การส่งเสริมมีงานทำในภาครัฐหรือว่ามาตรา 35 ลดการจ่ายเงินเข้ากองทุนตามมาตรา 34 แล้วก็สร้างทางเลือกอาชีพอิสระให้แก่คนพิการค่ะ สำหรับหน่วยงานที่เราเป็นภาคีเครือข่าย แล้วก็ร่วมงานกันมา ขออนุญาตเอ่ยนาม กิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ กิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือว่า กสทช. ค่ะ UNDP นะคะ กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ สำนักสนับสนุนสุขภาวะประชากรกลุ่มเฉพาะ สสส. ค่ะ มูลนิธินวัตกรรมทางสังคม สมาคมสภาคนพิการทุกประเภทแห่งประเทศไทย สมาคมเพื่อผู้บกพร่องทางจิตแห่งประเทศไทย สมาคมผู้ปกครองคนพิการทางสติปัญญา สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล depa และสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติองค์การมหาชน หรือว่า NIA นะคะ ทั้งหมดนี้คือหน่วยงานที่ร่วมกันขับเคลื่อนกับ Thai PBS เพื่อสนับสนุนการจ้างงานคนพิการค่ะ จากวันนั้นถึงวันนี้ 2 เดือนพอดีเป๊ะเลยนะคะ เรามีตัวแทนจากทั้งหมด 8 ทีม เพื่อมาเล่าให้เราฟังบนเวทีว่า พวกเขาขับเคลื่อนเรื่องนี้อย่างเป็นรูปธรรมอย่างไรบ้างค่ะ วันนี้เราได้รับเกียรติจากหลายท่านทีเดียวนะคะ เป็นทั้งระดับผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้อำนวยการ เจ้าหน้าที่อาวุโสค่ะ ขอเรียนเชิญท่านท่านบนเวทีนะคะ [เสียงดนตรี] (คุณพิชญาพร) สลับตำแหน่งกันดีไหมคะ เรียนเชิญนะคะ จริง ๆ Thai PBS เองแล้วก็หน่วยงานภาคีต้องเรียกว่าได้รับเกียรตินะคะ สำหรับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ที่ให้เกียรติเราในเวทีด้วยค่ะ ขออนุญาตแนะนำนะคะ ท่านแรกค่ะ ใกล้ชิดกับพรีนนะคะ คุณมนัส ประสงค์งาน ผู้จัดงานฝ่ายบริหารงานบุคคล ตัวแทนภาคเอกชนค่ะ ถัดไปคุณบุญนำ ลองกระโทก นักทรัพยากรบุคคลชำนาญการพิเศษ สำนักงานปลักกระทรวงสาธารณสุขค่ะ คุณสุชนา สินธวถาวร ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาคุณภาพชีวิตและความมั่นคง depa นะคะ คุณรัชกภพ ธาตุสุวรรณ ค่ะ ผู้อำนวยการสำนักทรัพยากรมนุษย์ Thai PBS ตัวแทนจากมูลธินินวัตกรรมทางสังคม คุณอภิชาติ การุณกรสกุล นะคะ ประธานมูลนิธินวัตกรรมทางสังคมค่ะ และคุณจินรัตน์ เทียมอริยะ ที่ปรึกษามูลนิธินวัตกรรมทางสังคม สวัสดีทุกท่านอีกครั้งนะคะ สวัสดีค่ะ ก็กว่าจะมาถึงวันนี้นะคะ 30 วันผ่านไป เชื่อว่าหลายท่านนี่ พยายามขับเคลื่อนงานในองค์กรของตนเองเพื่อสนับสนุนการจ้างงานคนพิการ ตามที่เราได้ตั้งโจทย์เอาไว้เยอะแยะเลยทีเดียวค่ะ ก่อนที่เราจะพูดคุยในรายละเอียดนะคะ เดี๋ยวเชิญทุกท่านรับชมคลิปสั้น ๆ เป็นการสรุปงานแล้วก็จะได้เห็นบรรยากาศว่า HACK HUG HUG ที่พรีนเกริ่นไปนี่ เป็นอย่างไรบ้าง ขอเชิญรับชมค่ะ สักครู่นะคะ โอเค โอเค ก็พรีนอนุญาต Run ต่อเลยนะคะ HACK HUG HUG ของเรานี่ค่ะ 8 ทีม เรามี 4 โจทย์นะคะ นี่เป็นหนึ่งในตัวแทนที่วันนี้จะมาช่วยกันเล่านะคะ ว่าท่านนี่ไปขับเคลื่อนอย่างไรบ้าง เริ่มที่คุณมนัสก่อนเลยค่ะ (คุณมนัส) ก็วันนั้นก็ได้มีโอกาสเข้าไปร่วมงาน Hackathon นะครับ ก็ได้รับโจทย์เรื่องของการจ้างงานผู้พิการเข้าสู่มาตรา 33 นะครับ เราจะมีวิธีการกันทำอย่างไร วันนั้นทีมก็วิเคราะห์ ตีโจทย์ รวมหัวกันนำเสนอโครงการออกมานะครับ ก็ทั้งสนุก ทั้งได้ความรู้ แล้วก็คิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์เหมือนกันครับ ครับผม (คุณพิชญาพร) ค่ะ เรียกว่าวันนั้นนี่ อยู่กัน 2-3 วัน นะคะ คุยกันเรื่องว่า เอ๊ะ จะจ้างกันกันอย่างไร แต่ละกลุ่มนี่ก็จะมี เรียกว่าส่วนผสมนะคะ เป็นทีมเวิร์กมาก ๆ จากหลายหน่วยงาน พี่มนัสคะ เราเรียกว่าเมื่อกี้พี่มนัสบอกว่า เวลาที่เรา Brainstrom นี่ เข้มข้นจริง ๆ หลังจากนั้นพี่มนัสนี่ ไปขับเคลื่อนในหน่วยงานของตัวเองอย่างไรคะ (คุณมนัส) ก็หลังจากวันนั้นก็กลับไปน่ะนะครับ บังเอิญว่ามันเป็นช่วงปลายปีพอดี แต่สิ่งที่เราเตรียมการก็คือเตรียมการในส่วนของปีหน้า คือ ปี 2567 ถามว่าเราทำอะไร แน่นอนครับ ก็คือ เราไม่จ่ายเงินเข้ามาตรา 34 แล้ว เราจ่ายเงินเข้ามาตรา 35 ทั้งหมดโควตาที่เราทำอยู่ครับ (คุณพิชญาพร) ค่ะ เห็นว่ามีโอกาสที่จะขยับมาเป็น 33 ด้วยถูกต้องไหมคะ วางแนวทางอย่างไรบ้างคะ (คุณมนัส) ใช่ครับ ก็เราได้างมูลนิธินวัตกรรมนะครับ เดี๋ยวท่านสุดท้าย ซึ่งเป็นตัวแทนจากมูลนิธินวัตกรรมอาจจะมาเล่าบางส่วนให้ฟัง ของเราก็คือแต่เดิมนี่ เราจ้างงานในส่วนของโครงการอาชีพและก็เชิงสังคมเป็นหลัก แต่ปีนี้หลังจาก Hackathon มา เรามีโครงงานการจ้างงานเพิ่มเข้ามาเป็นกลุ่มทดลอง ถามว่ากลุ่มทดลองตรงนี้ก็คือ กลุ่มที่เป็นนักศึกษา ที่เรียนในระดับอุดมศึกษา ซึ่งเป็นผู้พิการนะครับ ที่กำลังเรียนอยู่ ให้เขาได้เรียนไปด้วย แล้วก็มีโอกาสทำงานเพื่อรับเงินในส่วนของมาตรา 35 ไปด้วย แล้วเราก็จะพัฒนาต่อยอดกันต่อ ก็คือในเรื่องของการฝึกทักษะ การเตรียมความพร้อมก่อนที่จะเข้าสู่การจ้างงานมาตรา 33 ซึ่งตรงนั้นต้องบอกว่าต้องเป็นแผนที่เราวางกันต่อไป ก็คือในระยะ 3 ปีนี้สิ่งแรกที่เราต้องทำ ก็คือพัฒนาทักษะผู้พิการที่กำลังเรียนก่อน ให้เขามีความสามารถได้ด้านต่าง ๆ ไม่ว่าเป็นเรื่องอะไรที่สถานประกอบการต้องการ หรือเป็นสิ่งที่จำเป็นในการที่จะประกอบอาชีพ หรือเข้าไปทำงานในสถานประกอบการให้ได้ หลังจากพัฒนาทักษะเรียบร้อยแล้ว อาจจะเปิดโอกาสในส่วนของเรื่องของ การเปิดโอกาสให้เขาได้ศึกษาดูงานนะครับ หรือเข้าไปฝึกงาน สุดท้ายจบแล้ว อาจจะจ้างงานเป็นมาตรา 33 ก็ได้ เพราะระหว่างที่เราเห็นเขาตั้งแต่ฝึกทักษะเรื่องของการฝึกอาชีพ เรื่องของพัฒนาตัวเอง เรื่องของการดูงาน หรือกระทั่งฝึกงาน เราเห็น Profile เขาแน่ ๆ เราเห็นประวัติเขาแน่ ๆ แล้ว เขาเหมาะกับงานด้านไหน อันนั้นก็คือ ทางผู้ประกอบการก็จะพิจารณาอีกครั้ง ก็คือจะนำเข้าสู่การจ้างงานมาตรา 33 นั่นเองครับ (คุณพิชญาพร) ค่ะ โอ้โห เรียกว่าคืบหน้านะคะ เปลี่ยนหรือว่ายกเลิกการสมทบทุนเข้ากองทุนในมาตรา 33 แล้ว ตอนนี้กำลังจ้างในมาตรา 35 อยู่ แล้วก็สนับสนุนเรื่องของเงินอุดหนุนให้กับน้อง ๆ ที่กำลังเรียนอยู่ พร้อม ๆ กับการพัฒนาศักยภาพของเขา พอเรียนจบแล้ว มีความพร้อมแล้วก็อาจจะจ้างในมาตรา 33 ได้ต่อด้วยนะคะ (คุณมนัส) ถูกต้องครับ (คุณพิชญาพร) ค่ะ ขอบคุณนะคะ อันนี้เป็นตัวแทนของภาคเอกชนค่ะ ลองฟังเสียงของภาครัฐบ้างนะคะ คุณบุญนำค่ะ เป็นอย่างไรบ้างคะ ตอนนี้ มีความคืบหน้าอย่างไรจะเล่าให้พวกเราฟังบ้างคะ (คุณบุญนำ) ตอนนี้นะครับ กระทรวงสาธารณสุขของเรานะครับ ก็มีการจ้างงานคนพิการอยู่แล้วนะครับ ทั้งมาตรา 33 และก็ 35 จำนวน 700 กว่าคนนะครับ (คุณพิชญาพร) ค่ะ คิดเป็นกี่เปอร์เซ็นต์คะ ถึง 1 ไหมคะ (คุณบุญนำ) ถึง 1 เปอร์เซ็นต์ เกิน 1 เปอร์เซ็นต์ คราวนี้ มีประเด็นว่า ของเราจะเป็นส่วนราชการน่ะนะครับ ซึ่งมีความซับซ้อนเรื่องระเบียบมากน่ะนะครับ คราวนี้เราก็มาคิดว่า เราก็ไปดูงานด้วยนะครับ เราไปดูงานอย่างของ กทม. นี่เราก็ไปดูว่าทำอย่างไร กทม. ถึงประสบความสำเร็จ (คุณพิชญาพร) ค่ะ ทำไมถึงจ้างได้เยอะ (คุณบุญนำ) ใช่ ทำไมถึงจ้างได้เยอะ เราก็ไปดูงานแล้วเมื่อเดือนที่แล้วน่ะนะครับ เราก็เอามาปรับปรุง ว่า 1. เราต้องเปลี่ยนแผนนี่นะครับ โดยหลังจากที่ไปงาน HACK HUG HUG น่ะนะครับ แล้วก็มา 1. เราจะดำเนินการโดยตั้งคณะกรรมการน่ะนะครับ โดยเสนอให้ผู้บริหารระดับกระทรวงนี่ครับ ได้รับทราบและรับรู้เรื่องนี้ วากระทรวงสาธารณสุขเราต้องขับเคลื่อนตาม ซึ่งต้องสอดคล้องกับนโยบายท่านปลัดฯ น่ะนะครับ ที่ใช้คำว่า “ททท” ทำทันที นะครับ พวกนั้นนะ ทำต่อเนื่องน่ะนะครับ คราวนี้ เราก็ตั้งคณะกรรมการนะครับ แล้วเราก็จะจัดประชุมน่าจะเดือนหน้านะครับ แล้วก็มีแผนงาน จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2567 เป็นต้นไป ซึ่งที่คิดไว้จะเป็นลักษณะเป็นช่วง ๆ น่ะนะครับ คิดไว้เป็น 5 ช่วง น่าจะช่วงละประมาณสัก 20 เปอร์เซ็นต์ ที่จะอัปจำนวนที่จะจ้างคนพิการขึ้นมาได้ในระบบนะครับ (คุณพิชญาพร) ค่ะ ตั้งเป้าไว้ ว่าจะจ้างในมาตรา 33 ถูกต้องไหมคะ (คุณบุญนำ) ทั้ง 2 มาตราเลยครับ ถ้าส่วนไหนที่จ้างในมาตร 33 ได้ เราก็จะจ้างน่ะนะครับ แต่ว่าต้องคนคนนั้นต้องมีคุณสมบัติที่จะมีความใกล้เคียงกับที่จะทำงานในกระทรวงสาธารสุขน่ะนะครับ ซึ่งเป็นกระทรวงให้บริการด้านสุขภาพน่ะนะครับ (คุณพิชญาพร) ค่ะ ก็อาจจะตั้งคณะกรรมการพิจารณาในการเปิดรับต่อไป แบบนั้นถูกต้องไหมคะ (คุณบุญนำ) ใช่ครับ ถูกต้องครับ (คุณพิชญาพร) ก็เป็นโอกาสนะคะ ที่ต่อไปเราจะไปกระทรวงแล้ว ได้รับบริการจากคนพิการก็ได้ (คุณบุญนำ) ใช่ครับ อาจจะเห็นมากขึ้นนะครับ อาจจะเห็นผู้พิการที่มาให้บริการผู้ป่วยปกติหรือผู้ป่วยพิการด้วยกันเองมากขึ้นครับ (คุณพิชญาพร) ค่ะ ขอบคุณมากนะคะ คุณบุญนำ ถัดมาค่ะ คุณน้ำหวานนะคะ จาก depa ค่ะ เดิมทีนี่ก่อนหน้านี้ เราได้เห็นว่า depa เองก็เป็นหน่วยงานที่พยายามส่งเสริมองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีดิจิทัลให้กับคนทั่วไปเลย และโดยเฉพาะคนพิการด้วยเพื่อเสริมศักยภาพของพวกเขาค่ะ ในส่วนของการจ้างงานเป็นอย่างไรบ้างคะ (คุณสุชนา) โจทย์ที่ทาง depa ได้รับนะคะนี่ เป็นเรื่องของการส่งเสริมอาชีพอิสระค่ะ ก็ตั้งแต่เข้าร่วมโครงการ HACK HUG HUG มานี่ ทุกคนก็ไป Hack น้อง ๆ ในทีมนะคะ ไป Hack ร่วมกันและก็มีคนพิการอยู่ในทีมด้วย คำตอบหรือว่า Solution ที่ได้มา ก็คือคนพิการนี่ มีศักยภาพ แต่ว่ายังรู้สึกว่าตัวเองขาดพื้นที่ หรือว่ายังไม่มีความกล้าเพียงพอที่จะโชว์ศักยภาพของตัวคนพิการเองนะคะ หลังจากที่เราร่วมโครงการเรียบร้อยแล้วนี่ ก็มีนโยบายจากทางผู้บริหารมาชัดเจน ว่าอย่างไรก็ตามเราจะต้องส่งเสริมคนพิการมีงานทำค่ะ ก็มีโจทย์ในเรื่องของการที่จะต้องทำแพลตฟอร์มเพื่อให้เป็นพื้นที่ที่จะให้คนพิการนี่ สามารถที่จะเข้ามา Upskill, Reskill หรือ Find New Skill นะคะ สำหรับคนพิการได้ แล้วก็แพลตฟอร์มนี้นี่ จะเป็นแพลตฟอร์มที่จะช่วยในเรื่องของ Job Matching ถ้าพูดถึงบางทีนี่ บริษัทก็คืออาจจะเคยบอกว่าเราจะหาคนพิการที่มีศักยภาพได้ที่ไหน แพลตฟอร์มนี้ก็จะเป็น 1 ในตัวที่จะตอบโจทย์นั้นน่ะนะคะ ว่าสามารถที่จะมาหาคนพิการที่มีศักยภาพต่าง ๆ ได้ในนี้ รวมไปถึงคนพิการก็จะสามารถที่จะเอา Profile ของตัวเองนี่ เข้าไปแสดง หรือว่าไปโชว์เป็นพื้นที่ที่ให้คนพิการสามารถที่จะเอา Profile ตัวเองนี่ เข้าไปในนั้นได้ด้วย นอกจากนั้น depa นี่ก็จะมีบริษัท Startup น่ะค่ะ ที่เราส่งเสริมและสนับสนุนอยู่หลากหลายมากมาย ก็มีการพูดคุยกับบริษัท Startup ในเรื่องของที่จะหาหลักสูตรที่จะช่วยส่งเสริมให้คนพิการนี่ หา Future Skill หรือ New Skill ได้ ซึ่งมีเป้าหมายที่จะส่งเสริมให้คนพิการได้มีการเรียนรู้เหล่านั้น 500 คนนะคะ ในปีนี้ ประมาณนี้ก่อนค่ะ (คุณพิชญาพร) แพลตฟอร์มที่ว่านี้ เปิดให้บริการแล้วถูกต้องไหมคะ (คุณสุชนา) ยังค่ะ ๆ เราเพิ่งจบ HACK HUG HUG 2 เดือน เราต้องใช้เวลาในการหาส่วนร่วม (คุณพิชญาพร) รีบไปหน่อย (คุณสุชนา) ตอนนี้ก็มีการพูดคุยกับภาคีเครือข่าย และก็จริง ๆ ต้องขอขอบคุณงาน HACK HUG HUG มาก ๆ ที่ทำให้เจอเพื่อน ๆ ที่จะร่วมเดินทางไปหลากหลายมากนะคะ ก็หลาย ๆ ท่านในที่นี้ก็หวังจะได้มีโอกาสได้พูดคุย แล้วก็ยังมีบริษัทที่ทำในเรื่องของ Influencer ด้วย ที่กะว่าทำโครงการนำร่องร่วมกัน ว่าคนพิการก็สามารถเป็น Influencer รีวิวสินค้า ซึ่งถือเป็นหนึ่งในอาชีพอิสระที่ในยุคดิจิทัลที่ปัจจุบันนะคะ สามารถที่จะทำได้ (คุณพิชญาพร) ค่ะ ก็แพลตฟอร์มนี้น่าจะเปิดให้ใช้งานในเร็ว ๆ นี้ ปีหน้าใช่ไหมคะ เอ่ย (คุณสุชนา) วางแผนอยู่ค่ะ (คุณพิชญาพร) วางแผนไว้ปีหน้า (คุณสุชนา) ปีหน้า ปีหน้าต้องเกิดขึ้นค่ะ (คุณพิชญาพร) ค่ะ เดี๋ยวติดตามกันนะคะ วันนี้เอง เราก็มีคนพิการที่ให้เกียรติเข้ามาร่วมงานของเราเยอะแยะเลยใช่ไหมคะ พี่ ๆ น้อง ๆ ปกติเล่นออนไลน์ TikTok อะไรอย่างนี้อยู่แล้วไหมคะ ไม่ค่อยได้เล่นเหรอ ค่ะ ก็จริง ๆ เรื่องของการจ้างงานคนพิการนี่ บางทีนายจ้างก็อยากจะจ้างนะคะ คนพิการก็อยากมีงานทำ แต่ว่าบางครั้งก็ไม่ได้เจอกัน ถ้าเกิดว่ามีแพลตฟอร์มดี ๆ แบบนี้นี่ ก็อาจจะเชื่อม ทำให้ช่วยจ้างงานสามารถทำได้สะดวกมากขึ้นนะคะ และ depa เองมีการสามารถจ้างงานคนพิการในมาตรา 33 หรือว่า 35 อย่างไรได้บ้างไหมคะ (คุณสุชนา) มีอยู่ค่ะ มาตรา 33 ก็แต่ว่าอันนี้ เนื่องจากเป็นโจทย์ทางเลือก แล้วเป็นยุคดิจิทัลนี่ เราก็จะพยายามที่จะค้นหา หรือว่าคุยกับหลาย ๆ ท่านทุกภาคส่วนน่ะนะคะ ว่าอาชีพอะไรที่อาจจะเป็นอาชีพทางเลือกได้ เพราะว่าในยุคสมัยนี้บางทีเรา การที่มีอาชีพทางเลือกหรือทำอะไรหลาย ๆ ทางที่เป็นการนำรายได้เข้ามาได้ ก็น่าจะเป็นสิ่งค่อนข้างเปิดกว้าง แล้วก็ไม่ว่าจะทำงานจากที่ไหน สามารถสร้างรายได้ได้ค่ะ (คุณพิชญาพร) ค่ะ พรีนเคยไป F สินค้า ที่ริวิวโดยคนพิการหลายครั้งอยู่เหมือนกันนะคะ ก็เป็นอีกหนึ่งช่องทางที่น่าสนใจค่ะ ถัดมาพี่ยอร์ชนะคะ ผอ.ยอร์ช ของเราจาก Thai PBS ค่ะ ก็จริง ๆ ฝ่ายพรีนนี่ ก็มีคนพิการทำงานอยู่ด้วยเช่นเดียวกัน และเราก็แอบเห็นว่ามีเพื่อน ๆ คนพิการที่มาทำงานที่ Thai PBS เยอะเลย หากหลายท่านได้ติดตาม TV Digital หมายเลข 3 นะคะ เร็ว ๆ นี้เราก็เพิ่งมีนักข่าวที่รายงานสดมาจากต่าง ๆ ประเทศ ซึ่งเวลาดูผ่านทางหน้าจออาจจะไม่รู้เลยว่าเขาเป็นคนพิการ นี่ล่ะค่ะ คือการเปิดโอกาสของ Thai PBS ซึ่งจริง ๆ นี่ อยากให้ ผอ.ยอร์ช เล่าให้ฟังนะคะว่าเรามีความคืบหน้าเรื่องนี้อย่างไรบ้างคะ (คุณรัชกภพ) ครับ ได้ครับ ก็ในนาม Thai PBS นะครับ ก็อยากจะเล่าให้ผู้มีเกียรติฟังในลักษณะที่ว่าตัว Thai PBS เองนี่ เราเป็นเจ้าบ้านสำหรับในโครงการ HACK โครงการนี้น่ะนะครับ ทีนี้พอด้วยความเป็นเจ้าบ้าน เราก็ต้องมีส่วนร่วมด้วยเหมือนกันนะ แม้ว่าจะไม่ได้อยู่ในกลุ่ม หรือว่าไม่ได้ทำ Workshop ร่วมกัน แต่สามารถเข้ามาร่วมกิจกรรมตรงนี้ได้นะครับ ทีนี้ถามว่ากิจกรรมตรงนี้นี่ จริง ๆ แล้วนี่ เราเริ่มต้นมาจากนโยบายของผู้บริหารสูงสุดนะครับ เพราะว่าผู้บริหารสูงสุดเราเองนี่ มีนโนบายชัดเจนนะครับ ตั้งแต่ต้นปีในปีนี้เลยนะครับ ว่าเราต้องการที่จะเพิ่มสัดส่วนของบุคลากรในหลายมิตินะครับ ในองค์กรของเรานะครับ ทั้งในสัดส่วนของบุคลากรที่เป็นผู้พิการนะครับ บุคลากรที่เป็นผู้สูงวัยอายุเกิน 60 ปีนะครับ รวมถึงบุคลากรอยู่ในกลุ่มที่เป็น LGBTQ นะครับ ทีนี้ถามว่า ด้วย Thai PBS เองนี่นะครับ ขอโทษนะครับ Thai PBS เองนะครับ เนื่องจากว่าเราเข้ามามีส่วนร่วมในกิจกรรม HACK HUG HUG น่ะครับ เราก็เลยกลับมามองตัวเองว่า แล้วเราน่ะพร้อมแค่ไหนนะครับ ความพร้อมทางด้านสิ่งอำนวยความสะดวกของเรานี่ ที่เรามองว่ามันคือฮาร์ดแวร์นี่ เราคิดว่าเราพร้อมแล้วนะ แต่ว่าเรายังขาดตัวอื่น ที่เรายังไม่สามารถเพิ่มจำนวนเพื่อน ๆ ผู้พิการเข้ามาทำงานกับเราได้นะครับ เราก็เลยกลับมามองโจทย์ตัวเราเองเหมือนกันนะ จากนโยบายของทางผู้บริหารสูงสุดของเรา เราก็มาแยกแยะนะครับ ว่าบุคลากรของเราตอนนี้เป็นอย่างไรบ้างนะครับ เราก็มองแล้วว่าในสัดส่วนของบุคลากรในทางด้านมิติทางเพศนะครับ LGBTQ นี่ เรามีเยอะแล้ว เพราะว่าเราก็จะค่อนข้างผสมผสานการทำงานนะครับ มีวัฒนธรรมองค์กรที่ทำงานร่วมกันโดยไม่ได้แตกแยกออกมานะครับ ทางด้านกลุ่ม Silver Aging หรือว่าบุคลากรที่มีอายุเกิน 60 ปี เราก็มีพอแล้วแหละนะครับ เหลือแต่บุคลากรทางด้านที่เป็นกลุ่มเพื่อน ๆ ผู้พิการน่ะครับ ซึ่ง ณ ปัจจุบันนะครับ ในช่วงเริ่มต้นปีนี่ เรามีบุคลากรผู้พิการน่ะครับ ที่เราจ้างมีอยู่แค่ 5 คนเท่านั้นเองนะครับ เราก็เลยมองว่า แล้วจะทำอย่างไรที่เราจะเพิ่มเติมได้ ในฐานะที่เราเป็นเจ้าของงานงานนี้นะครับ ทีนี้เราก็เลยมามองในเชิงกลยุทธ์แล้วว่า เอ๊ย สิ่งที่เราขาดอยู่นะ ที่เราขาดอยู่ก็คือว่า เรายังขาด Network นะครับ เพราะว่าสิ่งที่ผ่านมาในการจ้างงานของเรานี่ เรามองว่า เราก็ให้ HR นี่เป็นคนทำ จ้างกันไปจ้างกันมา หาได้ หาไม่ได้ ออกไปบ้างนะครับ ทีนี้ถ้าเรามี Network ที่ดีนะครับ จากโครางการ HACK นี่นะครับ เราก็จะมีพันธมิตรเพิ่มขึ้น ก็จะทำให้เรามีแหล่งในการสรรหาบุคลากรที่เป็นกลุ่มผู้พิการมากขึ้น มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวข้องกับการทำงานร่วมกันกับเพื่อน ๆ ผู้พิการมากขึ้นนะครับ แล้วก็ท้ายสุดก็คือว่า เราจะทำอย่างไรที่จะทำให้เพื่อน ๆ ผู้พิการที่มาทำงานกับ Thai PBS นี่ สามารถยังคงทำงานต่อนะครับ แล้วก็ยังคงอยู่กับองค์กรเราได้ยาวนานมากขึ้นนะครับ อันนี้คือสิ่งที่เรามองไว้นะครับ ทีนี้ถามว่าด้วยตัวโครงการของเรานี่นะครับ ด้วยตัวโครงการของเรานี่ Timeline ของเรานี่ เราเริ่มประมาณในช่วงเดือนเมษายนนะครับ ก็จริง ๆ แล้วก็เกิดขึ้นก่อนการจัดงาน HACK นี่แหละนะครับ เพียงแต่ว่าด้วยความที่เป็นนโยบายของผู้บริหารสูงสุดนี่ เพราะฉะนั้น เราก็ต้องรีบรับมาทำก่อน เพราะว่าเราก็ไม่แน่ใจว่าปลายปีจะทันไม่ทันนะครับ เพราะฉะนั้น พอเราเริ่มโครงการตั้งแต่เมษายนนี่ เราก็จะเริ่มมีกิจกรรมนะครับ แล้วเราก็มองว่า HR นี่แหละตัวดีนะครับ ก็คือจะต้องเป็นคนที่ต้องรู้เรื่องราวพวกนี้ให้ดีที่สุด ก่อนที่จะมาเป็นคนขับเคลื่อนนะครับ การทำงานในเรื่องผู้พิการ การเพิ่มผู้พิการในการทำงานในองค์กร Thai PBS ให้ได้นะครับ หลังจากนั้นนี่เราก็ไปร่วมงานนะครับ ที่มีเกิดขึ้นทั้งปีในปีนี้เลยนะครับ แล้วก็ท้ายสุดนะครับ พอเราเตรียมความพร้อมของทาง HR เรียบร้อยแล้วนี่ เราก็ไปร่วมงานที่ทางเครือข่ายจัดนะครับ ก็คืองาน Job Fair สำหรับผู้พิการนะครับ เราก็คาดหวังว่าเรานี่จะสามารถไป Screen บุคลากรที่มีอยู่ในงาน Job fair ก็สัมภาษณ์กันเบื้องต้นเลยนะครับ แล้วเราก็ดึงบุคลากรกลุ่มนี้นะครับ จะมีอยู่ประมาณ 20 ท่านนะครับ แล้วก็นำมาเข้ากระบวนการสรรหาของเรานะครับ แล้วก็ในระหว่างที่เราดึงบุคลากรกลุ่มนี้มานะครับ เราก็ต้องทำหน้าที่ประสาน ทำความเข้าใจกับหน่วยงานภายในเราด้วยนะครับ ซึ่งการทำความเข้าใจตรงนี้เราก็ใช้วิธีการทำ Job Matching นะครับ ก็คือเราก็ดูว่าหน่วยงานภายในของเรานี่ มี Job อะไรบ้างที่ต้องการทักษะที่เราต้องการนะครับ แล้วเราก็ดึงจากงาน Job Fair นี่กลับเข้ามา ประมาณ 20 คนนะครับ จาก 20 ตรงนี้นี่เราก็นำมาเข้ากระบวนการสรรหา แล้วก็พยายามโน้มน้าวเพื่อน ๆ ที่อยู่ในหน่วยงานภายในของเรานะ ว่าเอ๊ย เรามีงบประมาณให้นะ เรามีอัตรากำลังให้นะนะครับ แล้วก็เพื่อน ๆ ที่สมัครเข้ามานี่ 20 คน กับเรานี่ก็มีทักษะพร้อม เรามาสัมภาษณ์กันไหมนะครับ แล้วก็หลังจากนี้นี่ เราก็จะเริ่มเข้าสู่กระบวนการสัมภาษณ์ แล้วมีน้องกลุ่มนี้เท่านั้นนะครับ ไม่ได้ไปสัมภาษณ์ร่วมกับคนอื่นข้างนอกนะครับ เพราะฉะนั้น เราก็จะได้บุคลากรเพิ่มเติมมาประมาณอีก 6 ท่านนะครับ เพราะฉะนั้น ถามว่าได้เพิ่มมาอีก 6 ท่านภายในปีนี้นี่ เราคิดว่าเราก็ยินดีแล้วแหละ สำหรับปีนี้ เพราะว่าก่อนหน้านี้เรามี 5 ได้มาปีนี้อีก 6 ท่าน ก็คิดว่าน่าจะมาช่วยเติมเต็มนะครับ เพิ่มมิติในการทำงานร่วมกันภายใน Thai PBS มากขึ้นนะครับ ที่เรา Happy มากขึ้น ก็คือว่า แต่เดิมนี่ เรามีผู้พิการที่มีสภาวะทางร่างกายนะครับ ทางด้านสภาวะทางร่างกายเท่านั้นเองนะครับ ทั้ง 5 คนนะครับ แต่ว่าในปีนี้นี่ เราได้เพิ่มมานะครับ ก็จะมีผู้ที่มีความพิการทางด้านการมองเห็นเพิ่มขึ้นนะครับ แล้วก็มีทางด้านการได้ยินเพิ่มขึ้น รวมถึงทางด้านจิตใจด้วยนะครับเพิ่มขึ้น เราก็คิดว่าจากจำนวนที่เพิ่มขึ้นขึ้นมานี้ เราได้ผู้พิการที่มีประเภทอื่นเข้ามาด้วย ก็คิดว่าเราก็ค่อนข้าง Happy กับการทำงานในปีนี้นะครับ แล้วก็ท้ายสุดนะครับ สิ่งที่ได้จากเครือข่ายที่เราทำงาน HACK ร่วมกันมานะครับ ก็คือทำความเข้าใจนะครับ ในการทำงานร่วมกันกับเพื่อน ๆ ที่จะเข้ามาใหม่นะครับ เพราะเราก็เคยเจอประสบการณ์แล้วว่า จากเพื่อนผู้พิการที่มาทำงานใน Thai PBS นี่เองนี่ เพื่อนที่อยู่ก่อนนี่ หน่วยงานที่รับเข้ามาก็เริ่มรู้สึกว่าจะทำความเข้าใจเขาอย่างไร จะปรับตัวเข้ากับเขาอย่างไร จะทำอย่างไรที่ทำให้เพื่อนท่านนี้สามารถผลิตงานออกมาได้นะครับ แล้วเราก็คาดหวังว่าเพื่อน ๆ ผู้พิการที่เข้ามาร่วมงานกับ Thai PBS ก็จะมีเส้นทางในการเติบโตในสายวิชาชีพ ในอาชีพการงานของเขาต่อไปนะครับ เราก็เลยมีการจัดทำ Workshop กับหน่วยงานที่รับผู้พิการในปีนี้เข้ามาร่วมงานด้วยนะครับ อันนี้ก็จะเป็นเรื่องราวของ Thai PBS ครับผม (คุณพิชญาพร) ค่ะ ขอบคุณนะคะ ก็ 5 + 6 เป็น 11 ตำแหน่งแล้วนะคะ ตอนนี้ที่มีคนพิการเข้ามาเป็นเพื่อนร่วมงานของพวกเราชาว Thai PBS ค่ะ ทำงานหลากหลายนะคะ หน้างานด้วยเช่นเดียวกันนะคะ แล้วก็เป็นผู้พิการจากหลากหลายประเภทด้วย พวกเราในฐานะที่เป็นพนักงานนะคะ พรีนเองก็ยินดีมาก ๆ นะคะ ที่ได้ร่วมงานกับคนพิการ และก็บุรุษแวดล้อมหลาย ๆ ท่านในที่ทำงานก็ตื่นเต้นที่มีเพื่อน ๆ ผู้พิการมาร่วมงานกับเราด้วยเช่นเดียวกัน อีก 2 ท่านนะคะ จากมูลนิธินวัตกรรมทางสังคมค่ะ เรียกว่าเป็นหน่วยงานที่ช่วยเชื่อมประสานการทำงานตั้งแต่การก่อเกิด HACK HUG HUG นะคะ เพื่อคนพิการ แล้วก็ยังทำงานร่วมกันต่อ เพื่อที่จะให้เกิดการจ้างงานจริง ๆ ค่ะ ก็อยากฟังเสียงนะคะ จากทางมูลนิธิฯ ค่ะ พี่อภิชาติก่อนก็ได้ค่ะ ช่วยเล่าให้ฟังหน่อยนะคะ ว่า เอ๊ะ เรามีการทำงานหลังบ้านกันอย่างไร เพื่อสนับสนุนให้อีกหลายหน่วยงานที่อาจจะไม่ได้มาวันนี้ แต่เขายังคงพยายามที่จะจ้างงานให้เกิดขึ้นจริงน่ะค่ะ (คุณอภิชาติ) เดี๋ยวข้ามไปจุ๋มเลยดีกว่า เพราะเดี๋ยวผมพูดอีกเรื่องหนึ่งนะ (คุณพิชญาพร) อ๋อ ได้ ได้ค่ะ ได้เลยค่ะ เชิญพี่จุ๋มก่อนเลย (คุณอภิชาติ) เดี๋ยวจะใช้แอร์ไทม์เยอะเกินไป (คุณพิชญาพร) ได้ค่ะ (คุณจินรัตน์) ค่ะ ก็จริง ๆ ต้องเรียนว่า เรียนท่านประธานในพิธี แล้วก็ท่านผู้มีเกียรติทุกท่าน ก่อนอื่นต้องบอกว่าการที่เรามีกิจกรรมสำคัญ คือ HACK HUG HUG นี่ สิ่งหนึ่งถ้าเกิดท่านได้เห็นและก็ได้ยินสิ่งที่แลกเปลี่ยน ก็คือว่าเราสามารถจัดให้คนที่มีความต้องการมาเจอกัน และก็มาทำโจทย์ร่วมกัน จนเป็นโจทย์ที่เขาไปดำเนินการต่อได้ แล้วได้ทำแล้วจริง ๆ เพราะฉะนั้น มันเกิดผลลัพธ์ที่เกิด Impact เลย สิ่งหนึ่งที่จะเรียนก็คือว่า การจ้างงานน่ะ เราคุยกันมานานแล้ว กฎหมายเราก็มีนานแล้วนะคะ แต่ประเด็นคือมันยังมีความท้าทายอยู่ ความท้าทายมี 3 เรื่องหลัก ๆ จากที่เราทำงานในหลายปีน่ะ 1. คือ หาคนพิการไม่เจอ เมื่อกี้พี่ยอร์ชก็พูดนะคะ หาคนพิการไม่เจอ เพราะอะไรคะ คนพิการน่ะค่ะ 80 เปอร์เซ็นต์อยู่ต่างจังหวัด แต่ว่ากลุ่มจ้างงานน่ะอยู่ในเมืองใหญ่อยู่ในกรุงเทพฯ ดังนั้นการเจอกันก็น้อยมากไปแล้ว นอกจากนั้น อันที่ 2 ก็คือว่า 80 เปอร์เซ็นต์ของคนพิการน่ะค่ะ เข้าถึงการศึกษา เคยได้รับการศึกษาอยู่ในชั้นระดับประถมหรือต่ำกว่า ดังนั้น โอกาสที่จะเจอคนพิการที่มีศักยภาพ มีคุณสมบัติตรงตามโจทย์นายจ้าง ก็น้อยลงไปอีก ดังนั้น สิ่งที่เราทำ ก็คือว่า ทำให้เขามาเจอกัน ตัวช่วยที่ทำให้เจอกันนี่สำคัญมาก กิจกรรมเมื่อกี้ อย่างเช่นตัว Job Fair แต่ว่าเราทำมากกว่านั้นน่ะค่ะ ในงาน HACK HUG HUG นี่ค่ะ เราให้แหล่งผลิตคนพิการ ฝั่งที่เป็น Supply น่ะค่ะ มาเจอกันกับฝั่งที่เป็นนายจ้าง คือ Demand แล้ว Pack โจทย์ร่วมกัน ดังนั้นนี่ ความเป็นไปได้ที่หน่วยงานบอกว่าจะสามารถจ้างได้ ก็เจอแหล่งผลิตเลย มหาวิทยาลัยน่ะค่ะ ในระบบน่ะค่ะ ผลิตคนพิการออกมาแต่ละปีน่ะ 200 กว่าคนถึง 300 คน ยังไม่รวมอาชีวะอีกเกือบ 200 คน ดังนั้นที่บอกว่าหาไม่เจอน่ะค่ะ เป็นเพราะยังไม่รู้จักกัน การมีตัวเชื่อมจึงสำคัญมาก นั่นคือจุดที่ 1 คราวนี้บอกว่าต้องการคุณสมบัติ เราเรียนกันอยู่นะคะ น้อง ๆ กว่าจะมาถึงตรงจุดนี้ได้นี่ ถูกพัฒนามาก อย่างเมื่อกี้ที่ depa ว่า เราต้องมาช่วยกันทั้ง Upskill Reskill ต่าง ๆ ที่เป็นความต้องการของนายจ้าง ดังนั้นนี่ สิ่งที่จะเกิดขึ้นก็คือว่านายจ้างก็จะมี Job Host มา แล้วก็บอกว่าต้องการคนพิการ สถาบันการศึกษาก็ผลิตออกมา มันมีช่องว่างค่ะ นวัตกรรมการจ้างงานกระแสหลักที่เมื่อกี้พี่ ๆ เล่าให้ฟัง คือ เราเอาทั้ง 2 ฝั่งมาเจอกัน โจทย์ของนายจ้างจะเป็นคนบอกว่าต้องการอะไร และเข้าไปร่วมด้วยช่วยกันกับการพัฒนาทักษะนั้นในมหาวิทยาลัย ส่วนมหาวิทยาลัยก็ไม่ใช่แค่ว่าผลิตมาแล้วก็จบเฉย ๆ จบมาอย่างมีคุณภาพ จบมาอย่างทำงานได้ ขอโอกาส ถ้าน้องกำลังเรียนอยู่ใช้มาตรา 33 ได้ไหมคะ ไม่ส่งเงินกันแล้วแต่ว่าสามารถให้น้องทำงานระหว่างเรียน มีความรับผิดชอบมากยิ่งขึ้น ตื่นตัวมากยิ่งขึ้น มุ่งหวังว่าจะไปทำงานมากยิ่งขึ้น แล้วเมื่อจบแล้ว อาจจะยังทำงานไม่ได้ ก็ให้มาเป็น Trainee โดยใช้มาตรา 35 ที่เรามีเครื่องมือที่สำคัญนี้ช่วย หลังจากนั้นมาปั๊บ บริษัทก็มั่นใจขึ้น จ้างง่ายขึ้น นี่คือสิ่งหนึ่งที่เห็นอย่างเป็นรูปธรรม ในงาน HACK HUG HUG นี่ มีแค่ 2 บริษัท แค่ 4 มหาวิทยาลัย แต่ตอนนี้อยากจะรายงานว่า เรามี 8 บริษัทแล้วค่ะ และมีทั้งหมด 18 มหาวิทยาลัยที่มีการจ้างในมาตรา 35 เพื่อสู่ 33 นี่ 60 กว่าอัตราแล้วค่ะ (คุณพิชญาพร) ปรบมือได้นะคะ [เสียงปรบมือ] (คุณจินรัตน์) สิ่งสุดท้าย ที่เมื่อกี้เราบอกมี 2 อย่างไปแล้ว จุ๋มบอกว่า 3 อย่างนะคะ สิ่งสุดท้าย ก็คือว่าจ้างหาเจอแล้วค่ะ มีคุณสมบัติแล้วค่ะ อยู่กันให้ได้ การออกแบบงาน ที่ตอบโจทย์องค์กรนายจ้างอย่างพี่ ๆ ว่า โดยคำนึงถึงความพิการเป็นสิ่งที่สำคัญ เราจะมีงานอยู่แล้วเอาคนจับไปใส่ แต่ว่ากรณีของคนพิการเราอาจจะต้องบวกอีกด้านหนึ่ง คือ มีงานอยยู่แล้วออกแบบให้คนพิการทำงานได้ มันจะต้องเป็นคนฟิตคน งานฟิตคนด้วยเหมือนกัน ดังนั้นนี่ อันนี้เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ต้องช่วยสนับสนุน ถ้าเรามีตัวกลางที่เข้ามาช่วย ทั้งหาให้เจอ และช่วยสนับสนุนให้เข้าอกเข้าใจคนพิการ Disability Awareness การเข้าใจว่าคนกับความพิการแตกต่างกันอย่างไร และคนทุกคนแม้กระทั่งคนพิการก็แต่งต่างกันด้วย จะทำให้องค์กรนายจ้างเข้าใจเพื่อนร่วมงานที่เป็นคนพิการที่มีความหลากหลาย และสามารถเข้าอกเข้าใจกันได้ Retention ก็จะสูง ขอแอบบอกสำหรับนายจ้างนะคะ คนพิการนี้ค่ะ อาจจะให้เวลานิดหนึ่งในการฝึกในการพัฒนา แต่ว่าเขาจะครองงาน อยู่ในที่ทำงาน และก็รักองค์กรอย่างดีมาก ดังนั้น นี่เป็นคุณสมบัติของพนักงานที่เราต้องการใช่ไหมคะ ดังนั้นใช้เวลานิดหนึ่งในการพัฒนาเขา แล้วก็เข้าใจเขา เขาก็จะเป็นคนที่เสริมสร้างองค์กรของเรา บรรลุเป้าหมายภารกิจได้หลายประเด็นเลยค่ะ (คุณพิชญาพร) ค่ะ ถูกต้องที่สุดเลยนะคะ อยากให้ทุกคนนี่ จ้างงานคนพิการกันเยอะ ๆ แต่ไม่ใช่จ้าง โดยเพราะมีโควตา แต่คือการจ้างเพื่อที่จะเสริมศักยภาพให้กับตัวทั้งองค์กร แล้วก็ให้ตอบโจทย์กับความต้องการงานที่คนพิการอยากจะทำจริง ๆ ด้วย จะได้ Win/Win ทั้ง 2 ฝ่ายนะคะ เชิญพี่อภิชาติค่ะ ต่อได้เลย มีอยากจะเพิ่มเติมในหัวข้อนี้ไหมคะ (คุณอภิชาติ) ในหัวข้อนี้ไม่ได้มีอะไรเพิ่มเติมครับ (คุณพิชญาพร) ค่ะ ไม่อยากเพิ่มเลยเหรอ ได้ค่ะ ก็เมื่อสักครู่นะคะ เราข้ามไปนะคะ มีบรรยากาศจากงาน HACK HUG HUG Hackathon เพื่อคนพิการนะคะ ที่จัดขึ้นที่ Thai PBS ในวันที่ 28-30 กันยายนที่ผ่านมานะคะ อยากให้ท่านได้ดูบรรยากาศนะคะ แล้วก็ดูว่ากว่าจะมาเป็นวันนี้ ที่เราได้มาติดตามความคืบหน้าแบบนี้ มีที่มาที่ไปอย่างไร ขอเชิญรับชมได้เลยค่ะ (บรรยาย) นี่คือการรวมตัวครั้งสำคัญ ของกลุ่มคนที่รวมตัวกัน เพื่อสร้างนวัตกรรม เสนอไอเดียใหม่ที่ต้องทำให้ได้ตามเวลาที่กำหนด ครั้งแรกของประเทศไทย ที่กลุ่มคนกว่า 80 ชีวิต จาก 9 ภาคีเครือข่ายคนพิการทั่วประเทศ เติมใจ คิดค้นไอเดียสร้างสรรค์ Hackathon เพื่อคนพิการ เปิดใจให้งาน เพื่อคนพิการมีงานทำ HACK HUG HUG 2 วันเต็มกับการระดมความคิดเพื่อหาทางออก // ฉะนั้นที่คือแนวทางหนึ่ง // สถานประกอบการนี้ได้คิดตัวโมเดล // ต้องทำงานแล้วนี่ ต้องมีพี่เลี้ยง // ไม่ต้องคำนึงแล้วว่าฉันมีสถานประกอบการในนั้นไหม // ใน 1 หน่วยงานนี้มี Champion สัก 1 คน // ไปถึงจุดนั้นได้มัน Awareness มัน Raise อย่างไร (บรรยาย) จนในที่สุดก็ถึงเวลาของการนำเสนอสุดยอดนวัตกรรม ที่ถูกผลักดันด้วยพลังแห่งความเข้าใจ จนกลายเป็นรูปธรรม // ถ้าพร้อมแล้ว จับเวลาครับ // เราจะเปลี่ยนจาก Disability Employment ไปสู่ Ability Employment ครับ มหาวิทยาลัยตามสั่ง (บรรยาย) ส่งผลให้บริษัทเอกชนพร้อมพิจารณารับนักศึกษาพิการเข้าไปฝึกงานเพื่อเพิ่มโอกาสการจ้างงานคนพิการในอนาคต // เราจะมีหน่วยงาน ชื่อว่า DSD Disability Support & Development ค่ะ สนับสนุนและพัฒนาคนพิการให้ทำงานอย่างประสิทธิภาพและมีความสุขค่ะ (บรรยาย) โดยในปี 2567 อีกหนึ่งภาคเอกชน ผลึกกำลังกับมูลนิธินวัตกรรมทางสังคม ส่งเสริมการจ้างงานคนพิการตามมาตรา 35 ได้ 78 ราย // เราขอนำเสนอกระบวนการในการขับเคลื่อนที่ภาครัฐสามารถใช้ คือ เราต้องสร้างเครือข่ายร่วมกันครับ สร้าง Disability Awareness ปรับมุมมองทัศนคติครับ ให้ความรู้ครับ ในมาตรา 35 (บรรยาย) ขณะนี้ หน่วยงานกระทรวงสาธารณสุขประชุมวางแผนจ้างงานตามมาตรา 33 จำนวน 409 ราย มาตรา 35 จำนวน 298 ราย ภายในเดือนมกราคม 2567 // เรามากับภารกิจที่ชื่อว่า เคาะประตู ทอดสะพาน เพิ่มการจ้างงานคนพิการ 4,000 อัตรา เรียกสิ่งนี้ว่ายุทธการมื้อเช้ากับเจ้าสำนัก (บรรยาย) วันที่ 8 ธันวาคมนี้ จัดการประชุมวางแผนจ้างงานคนพิการในหน่วยงานรัฐให้ครบตามอัตราส่วน โดยเริ่มที่ 4 กระทรวงหลักก่อน // ซึ่งผู้พิการทั้งหมดนี่ครับ เราทำให้เขาสวามารถมีพื้นที่ในการแสดงออก มีโอกาส มีงาน มีรายได้ รวมถึงอาชีพที่ยั่งยืนด้วยครับ (บรรยาย) ส่งเสริมการจ้างงาน โดยสนับสนุนและจัดสร้างแพลตฟอร์มดิจิทัล เพื่อรองรับการเข้าถึงคนพิการแต่ละประเภท และสำหรับ Thai PBS ในฐานะสื่อกลางการจัด Hackathon ครั้งนี้ การจ้างงานคนพิการเพิ่มขึ้น การจ้างงานคนพิการ 1 คน ไม่ใช่แค่การทำให้คน 1 คนมีรายได้และความสุข จุดประกายพลังของสังคมในทุกภาคส่วน ให้เกิดการขยับ ขับเคลื่อน และเป็นจริง สร้างความเปลี่ยนแปลงสู่ความเท่าเทียม ให้เกิดขึ้นในสังคมอย่างยั่งยืน ด้วยแรงผลักดันที่พร้อมเติมใจให้กันอย่างต่อเนื่อง (คุณพิชญาพร) ขอเสียงปรบมือดัง ๆ อีกครั้งหนึ่งนะคะ สำหรับความทุ่มเทของทั้ง 8 ทีมเลยค่ะ รวมถึงทุกท่านที่นั่งอยู่ ณ ที่นี้ด้วยนะคะ เรายังมาคุยกันต่อนะคะ ว่าเห็นแล้ว ความคืบหน้า ความตั้งใจของทุก ๆ ท่านที่อยากจะขับเคลื่อนเรื่องนี้ค่ะ แต่พอทำจริง ๆ นี่ในหน้างานคิดว่ามันมีความยากง่ายอย่างไรบ้างไหมเอ่ย มีอะไรที่รู้สึกว่า เอ๊ะแบบ โอ๊ย ไม่ง่ายเลยนะ กว่าจะสามารถผ่านเรื่องนี้หรือว่าทำสิ่งนี้ให้เกิดขึ้นจริง มีท่านใดอยากจะอาสาเล่าเรื่องนี้ให้เราฟังบ้างไหมคะ เชิญพี่มนัสก่อนก็ได้ค่ะ (คุณมนัส) คนแรกเลยนะครับ ในฐานะตัวแทนภาคเอกชน ถามว่ายากไหม ยากครับ แต่ไม่ใช่เรื่องยากที่สุด แต่มันสามารถทำให้ง่ายขึ้นได้นะครับ มันขึ้นอยู่ที่วิธีการ กระบวนการ แล้วก็ใช้ระยะเวลานิดหนึ่ง ณ วันนี้เราอาจจะมองภาพไม่ออก ว่าเราจะจ้างงานคนพิการอย่างไร แต่หลังจากที่มา Hackathon แล้ว เราเห็นแนวทาง เราเห็นวิธีการที่จะปฏิบัติแล้วก็นำไปสู่การจ้างงานคนพิการได้มากขึ้นครับ (คุณพิชญาพร) ต่อให้ยาก แต่เราเห็นจุดเป้าหมายนี้นะคะ จึงเดินต่อ เชิญทางด้านหน่วยงานภาครัฐต่อเลยค่ะ (คุณบุญนำ) ถ้าถามว่าภาครัฐยากไหม ก็ยากน่ะนะครับ เนื่องจากว่าเราไม่มีคู่คิด ไม่มีมิตรคู่บ้าน ที่จะมาให้ความรู้ตอนที่ยังไม่มีโครงการ HACK HUG HUG น่ะนะครับ พอได้มีโครงการนี้ แล้วเข้าโครงการนี้ เราก็เริ่มมองเห็นช่องทางว่าเราจะไปสู่ที่จะให้คนพิการเข้ามาได้รับการจ้างงาน แล้วก็ส่งเสริมคุณภาพชีวิตคนพิการได้อย่างไร มัน… ถ้าถามว่ายากไหม ก็ยากครับ แต่ว่ามันเป็นความท้าทายของส่วนราชการภาครัฐอย่างหนึ่งเหมือนกัน (คุณพิชญาพร) ค่ะ พอมาได้พบปะกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้มาแชร์ไอเดีย มีความสร้างสรรค์เกิดขึ้นนะ เราก็เห็นความเป็นไปได้ที่มากขึ้นด้วยถูกต้องไหมคะ (คุณบุญนำ) ถูกต้องครับ (คุณพิชญาพร) ค่ะ เชิญคุณน้ำหวานค่ะ (คุณสุชนา) อาจจะเป็นการเอาคำตอบของทั้ง 2 ท่านมาปนกันนิดหนึ่งนะคะ ไม่ได้รู้สึกว่ายากหรือง่าย แต่รู้สึกว่าเป็นสิ่งที่จะต้องพูดคุยและทำความเข้าใจเยอะค่ะ ก็คืออย่างในโจทย์ของทางที่ depa ได้ ก็คือในเรื่องของอาชีพอิสระ และต้องเกี่ยวข้องกับดิจิทัล เนื่องจาก depa เป็นสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลนะคะ รู้สึกว่าต้องทำความเข้าใจ แล้วก็พูดคุยกับเพื่อน ๆ เยอะ อย่างมูลนิธินวัตกรรมเพื่อสังคมที่ทำงานด้านคนพิการมานานกว่านะคะ นานแบบมาก ๆ แล้วก็ภาคีเครือข่ายท่านอื่น ๆ นี่ ทาง depa ก็มีการเข้าไปทำความเข้าใจ เข้าไปพูดคุย รวมถึงมีการพูดคุยกับน้อง ๆ คนพิการว่าเหมือนศักยภาพที่เขาต้องการ หรือสิ่งที่เขาคิดว่าเขาจะทำได้นี่คืออะไร ได้เริ่มมีการพูดคุยกับทาง พก. เพิ่มมากขึ้นนะคะ ก็ต้องทำความเข้าใจเพิ่มมากขึ้นค่ะ เพราะว่าไม่ได้อยากจะทำอะไรขึ้นมา แล้วไม่ได้ตอบโจทย์ อยากให้โครงการ หรือสิ่งที่จะทำนี่ เป็นการที่จะเพิ่มทักษะและเชื่อมโยงไปถึงการจ้างงานจริง ๆ เพราะฉะนั้น อาจจะใช้เวลานิดหนึ่ง แต่ตอนนี้นี่มีเพื่อน ๆ ที่จะจูงมือและเดินไปเพิ่มมากขึ้น ก็คือถ้าพูดคุยกับเพื่อน ๆ มากขึ้น มีความเข้าใจมากขึ้น ไม่คิดว่ายากค่ะ คิดว่าทำได้ (คุณพิชญาพร) ปัญหานี่มันมีอยู่อยู่แล้วน่ะนะ เป็นเรื่องธรรมดาถูกต้องไหมคะ แต่ทางออกนี่แหละ ที่เราจะมาช่วยกันและนี่ก็คือเรื่องราวที่เกิดขึ้นในการเชื่อมโยงแพลตฟอร์ม หรือว่าส่วนประสานแบบบูรณาการของ Hackathon ของเรานะคะ อีก 3 ท่าน มีท่านใดอยากจะเพิ่มเติมในหัวข้อนี้บ้างไหมคะ (คุณรัชกภพ) ครับ สำหรับ Thai PBS เองนี่ ด้วยความที่เราเป็นองค์กรกึ่งภาครัฐนะครับ แต่ทีนี้นี่ จากนโยบายที่ชัดเจนของ CEO ของเรานี่ เราก็รู้แล้วล่ะว่าเราสามารถไปได้นะครับ พอผู้บริหารระดับสูงให้ไฟเขียวปุ๊บ ก็แสดงว่าเราก็มีความเป็นไปได้ที่จะเกิดขึ้นกับการจ้างงานเพื่อน ๆ ผู้พิการเพิ่มมากขึ้นนะครับ สิ่งที่เป็นความยากในระดับสูงนี่ก็จะค่อย ๆ ลดลงนะครับ จากไฟเขียวที่ผู้บริหารระดับสูงให้นะครับ ความยากถัดมา ก็คือว่าแล้วเราจะไปหาเพื่อน ๆ ที่ Matching กับเรานี่ได้อย่างไร ซึ่งเราก็ได้โจทย์แล้วล่ะว่าเรามี Network เรามีเครือข่ายที่สามารถช่วยเราได้นะครับ ความยากถัดมาก็คือว่า แล้วมีงบประมาณไหม แล้วมีงบประมาณไหม ซึ่งเรื่องนี้ ความยากก็อยู่ที่ว่า เราน่ะต้องสื่อสารกับผู้บริหารระดับสูงนี่บ่อย ๆ เพราะว่าท่านเกริ่นไว้แล้วไง พอเกริ่นเสร็จปุ๊บ แล้วก็กลับไป พอกลับไปปุ๊บ ก็เริ่มมีคำตอบกลับมานะครับ เพราะฉะนั้นถามว่ารูปแบบของการมอบหมายของผู้บริหารระดับสูง การมอบหมายทางด้านงบประมาณ ทางด้านอัตรากำลัง ตัวนี้ก็เลยทำให้เราก็จะมีกำลังใจในการทำงานมากขึ้น ในการที่เราจะไปขายของกับหน่วยงานภายในนะครับ รวมทั้งไปดึงน้อง ๆ นะครับ ที่มีคุณสมบัติตรงนะครับ ทักษะตรงกับที่เราต้องการ เข้ามาร่วมงานกับเรานะครับ ความยากก็จะมีอยู่ประมาณนี้ครับ (คุณอภิชาติ) ครับ จากมุมของมูลนิธินะครับ ซึ่งขับเคลื่อนเรื่องนี้มา 9 ปี เพราะฉะนั้น ถ้าพูดย้อนไปนี่ ยากไหมนี่ ถ้าบอกเมื่อ 9 ปีที่แล้วนี่มันยากมากเลยนะครับ ยากมาก ๆ แล้วความจริง ความยากนั้นน่ะ เป็นความยากของสถานประกอบการกับคนพิการเองโดยตรง เพราะว่าสิ่งเหล่านั้นนี่ ก็ถูกมองว่าเป็นเรื่องของนายจ้าง จะภาครัฐ ภาคเอกชนก็ว่าไป และคนพิการที่จะต้องหากันให้เจอนะครับ หากันจนเจอนะครับ แล้วก็จ้างกันให้ได้ เพราะฉะนั้น ณ วันนั้นนี่ กรอบมันมีอยู่แค่นั้น มันก็ยากจริง ๆ นะครับ แล้วก็การมองภาพในวันนั้น ก็คือจ้างเพื่อไปทำงานโดยตรงให้กับตัวสถานประกอบการเอง เพราะจริง ๆ เจตนารมณ์ของกฎหมายก็เขียนมาแบบนั้นนั่นแหละครับ แต่ 9 ปีผ่านไปนี่ ผมคิดว่าระดับของความยากนั้นเปลี่ยนไปนะครับ ลดระดับลงเรื่อย ๆ เพราะว่า มีทางเลือกที่ถูกพัฒนาขึ้นมา มีนวัตกรรมใหม่ ๆ การจ้างงานคนพิการเชิงสังคมเกิดขึ้น การสนับสนุนอาชีพ ก็เป็นทางเลือก เป็นทางเลือกซึ่งมีการทดลองทำกันจนเป็นที่เห็นคุณค่า เห็นประโยชน์ เป็นที่ยอมรับ แล้วก็ภาคีหลากหลายมากมาย จากภาคคนพิการเอง ภาคองค์กรของคนพิการ องค์กรเพื่อคนพิการ แล้วก็ภาคีเยอะแยะนะครับ ร่วมกันขับเคลื่อนเรื่องนี้จนโอกาสงานไปสู่คนพิการนี่ ปีหนึ่งอีกหลายพันอัตราจนถึงเฉียดหมื่นอัตรานี่ที่เพิ่มขึ้นมา มูลนิธินวัตกรรมทางสังคมก็เป็นหนึ่งภาคีนั้นแหละครับ ช่วยกันมะรุมมะตุ้มทำโดยการสนับสนุนของภาครัฐ ซึ่งก็มีมากขึ้นเรื่อย ๆ พก. เอง องค์การจัดหางานเอง องค์การจัดหางานเอง ก็ดูแลเรื่องนี้ เพราะฉะนั้น จริง ๆ ระดับความยากมันลดลง ตัวช่วยมันเพิ่มขึ้นนะครับ แต่สิ่งสำคัญผมคิดว่าความท้าทายอยู่ที่ตรงนี้ครับ คงจะมี 2 อย่าง ถามว่าการจ้างงานคนพิการอย่างไรเสียก็มีระดับความยากกว่าจ้างงานคนทั่วไปเวลาเข้าองค์กรนะครับ ต้องยอมรับ แต่ความยากมันไม่ได้เท่ากับว่ามันทำไม่ได้นะ มันไม่ใช่คำเดียวกันนะ ผมว่าข้อกับดักใหญ่ ก็คือ พอเห็น พอรู้สึก ฟังพูดว่ามันยาก ก็เลยไปเท่ากับว่ามันทำไม่ได้ แต่ผมว่าอันนี้เป็นกับดักสำคัญ ถ้าไม่หลุดจากตรงนี้ ความยากนี่ จะยากแค่ไหนก็เป็นปัญหา กับอันที่ 2 ผมว่าเมื่อสักครู่หลายท่านสะท้อนมาแล้ว อยู่ที่จะทำจริงหรือเปล่านะครับ จะทำจริงนี่ ยากไม่ได้เป็นปัญหานะครับ จะทำจริงก็ดูเหมือนว่าเบอร์ 1 ต้องส่งสัญญาณแรง ๆ หน่อยนะครับ ตั้งเป้า แต่บางทีก็อาจจะอยู่ที่ เบอร์ 2 เบอร์ 3 เบอร์ 4 ชงขึ้นไปอย่างไรด้วยนะครับ ผมว่าก็จะอยู่ที่ตรงนั้น ผมว่านั่นเป็นประสบการณ์ที่เราเรียนรู้ เพราะฉะนั้น ความยากไม่ใช่ปัญหานะครับ จะทำจริงหรือเปล่า แล้วตอนนี้ตัวช่วยเยอะนะ หนทางเยอะ ผมว่าไปได้ครับในเรื่องนี้ (คุณพิชญาพร) ค่ะ ขอบคุณนะคะ อีก 4 ท่าน อาจจะให้ เชิญ ๆ ๆ ค่ะ พี่จุ๋มค่ะ (คุณจินรัตน์) นิดเดียวค่ะ เล็ก ๆ เท่านั้นเอง ก็คิดว่ามีความหวังค่ะ มีความหวัง เพราะว่ามีทั้งภาคี มีทั้งทางเลือก ไม่ว่าจะนวัตกรรมการจ้างงานเชิงสังคม นวัตกรรมโครงการทางอาชีพ และตอนนี้ที่กำลังคุยกันอยู่ก็เป็นนวัตกรรมการจ้างงานกระแสหลัก ดังนั้นนี่ค่ะ มีทางเลือกมีตัวช่วย แล้วก็มีทีมทำงานที่เป็นทรัพยากรที่เราสามารถเชื่อมต่อกันได้ ดังนั้น ยาก ไม่ต้องกลัวค่ะ เรามีความหวัง และก็สามารถทำได้ (คุณพิชญาพร) ที่สำคัญ ก็คือว่าวันนี้นี่ เราพยายามทำงานโดยการร่วมมือกัน แปลว่าที่เคยยากแบบโดดเดี่ยว จะไม่เกิดขึ้นอีกต่อไป ลองมาสอบถามพวกเราได้ใช่ไหมคะ พร้อมที่จะเปิดรับ เพราะว่า Hackathon เพื่อคนพิการเรา แม้ว่าอีเวนต์นี่ จะจัดขึ้นไปแล้ว แต่เรายังคงทำงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อที่จะขยายผลให้มีการจ้างงาน เพิ่มขึ้นด้วยนะคะ อีก 4 ท่านเดี๋ยวขออนุญาตช่วยทิ้งท้ายนิดหนึ่งค่ะว่า เราเจอความยาก เราเจอความง่าย แต่ว่าด้วยเป้าหมายที่เรายังทำงานด้านนี้ต่อนี่ ทำให้ท่านได้ค้นพบอะไรจากการจ้างงานคนพิการบ้าง อาจจะเป็นแรงบันดาลใจให้กับหน่วยงานอื่น ๆ ที่ฟังอยู่ด้วยค่ะ ท่านใดก่อนก็ได้นะคะ จะถัด… เรียงมาทางนี้บ้างก็ได้ เชิญพี่ยอร์ชค่ะ (คุณรัชกภพ) ครับ ได้ครับ ของ Thai PBS นี่ ในปีนี้ ที่เรามีการจ้างเพื่อนผู้พิการเพิ่มขึ้นนี่ Candidate ของเรานี่ บางคนนี่ ก็มีความยากลำบากในการเดินทางนะครับ เนื่องจากว่ามีความพิการทางด้านการมองเห็นนะครับ เราก็เลยต้องช่วยหาทางออกให้ได้ว่าแล้วจะทำอย่างไร ที่เขาจะร่วมงานกับ Thai PBS ได้ โดยที่สามารถส่งมอบงานได้นะครับ แล้วก็ไปต่อกับเราได้ในระยะยาวนะครับ เราก็ต้องพยายามหาวิธีการปรับรูปแบบการทำงานเขานะครับ ก็คือหลังจากที่ได้มีการพูดคุยกันชัดเจนนะครับ เราก็ให้น้องเขากลับบ้านนะครับ แล้วก็สามารถดีลงานผ่านรูปแบบการสื่อสารทางอิเล็กทรอนิกส์ ส่งงานนะครับ โดยไม่จำเป็นต้องพาตัวมาถึงที่สถานที่ทำงาน Thai PBS นะครับ เพื่อลดความยากลำบากในการเดินทาง แล้วก็เกี่ยวกับเรื่องการมองเห็นของน้องเขานะครับ ก็เป็นการแก้ปัญหาเป็นราย ๆ ไปนะครับ ที่จะช่วยให้สามารถทำงานได้นะครับ และก็ไปต่อด้วยกันได้ครับ (คุณพิชญาพร) ค่ะ เชิญพี่น้ำหวานค่ะ (คุณสุชนา) ก็อยากจะฝาก คือ ตอนนี้สังคมเปิดกว้าง และในโลกยุคดิจิทัลนี่ อยากให้เหมือนข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ หรือไม่ว่าจะเป็นผู้ผลิตเว็บหรือแพลตฟอร์มอะไรนี่ ให้นึกถึงคนพิการทุกประเภท ก็คือให้เห็นว่าคิดตั้งแต่เริ่มต้นน่ะค่ะ ว่าทำอย่างไรให้คนทุกประเภทสามารถที่จะเข้าถึงข้อมูลข่าวสารหรือเข้าถึงเว็บไซต์หรือแพลตฟอร์มตัวเองได้ ก็คืออยากให้ทำเป็นเหมือน Inclusive ทุกคนเข้าถึงได้เท่าเทียมกัน (คุณพิชญาพร) ค่ะ ขอบคุณค่ะ อีก 2 ท่านค่ะ ท่านพบอะไรจากการทำงานกับคนพิการบ้างคะ (คุณบุญนำ) อาจจะเป็นการฝากมากกว่านะครับ ก็คือตอนนี้ที่เรามองหาอยู่ คือ คนพิการ เราพบว่าข้อมูลที่เราอยากรู้ว่ามีใครประสงค์จะเข้ามาทำงานกับกระทรวงสาธารณสุขบ้างนี่ครับ เราไม่มีข้อมูลเลยนะครับ แล้วเราก็ไม่มีข้อมูลว่าคนพิการแต่ละคนนี่ มีความสามารถทักษะอะไรบ้าง แต่มาฟังวันนี้น่าจะพอมีช่องทาง แล้วก็เรื่องการ Upskill Reskill ก็เหมือนจะเริ่ม เหมือนจะมีแผนอยู่นะครับ อันนั้นเราก็โอเค เราเริ่มมีช่องทางแล้ว แล้วอีกประเด็นหนึ่งก็คือเรื่องของสถานที่ของเรานี่ อย่างโรงพยาบาลนี่นะครับ บางทีอาจจะไม่สะดวกนักสำหรับคนพิการ อันนี้นักนะ แต่ไม่เยอะ [เสียงหัวเราะ] ก็ตอนนี้ก็เราพยายามจะมองว่าถ้ามีงบประมาณ ถ้าได้งบประมาณมาปรับปรุงพื้นที่น่ะนะครับ ซึ่งอาจ… ก็อจะดีขึ้น สำหรับคนพิการเข้ามา ทั้งคนพิการที่มาทำงานกับเราก็ดี หรือว่าผู้มารับบริการก็ดีก็จะสะดวกสบายมากขึ้นนะครับ (คุณพิชญาพร) ค่ะ เรื่องการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน (คุณบุญนำ) ใช่ครับ (คุณบุญนำ) Universal Design ทำนองนี้นะคะ เชิญทางพี่มนัสค่ะ (คุณมนัส) ก็พูดในแง่ของได้ไปหมดแล้ว ผมพูดจากฐานะคนทำงานแล้วกันนะครับ ต้องบอกว่าสิ่งที่ได้นะครับ รู้สึกอิ่มบุญ อิ่มใจ ไม่ต้องหวังอะไรแล้วครับ ทำแล้วมีความสุขตรงนี้ อย่างน้อยได้เห็นผู้พิการได้มีโอกาส สร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ ไม่ได้เลี้ยงตัวเขาเองคนเดียวนะครับ คนที่อยู่รอบข้างเขา ครอบครัวเขาอย่างน้อย ๆ ก็ช่วยทำให้ชีวิตเขาดีขึ้น แค่นั้นก็เพียงพอแล้วครับ มีโอกาสก็ ได้มีโอกาสเข้ามาทำงานตรงนี้ หรือทุกท่านที่นั่งตรงนี้มีโอกาสเข้ามาทำตรงนี้ เรียนเชิญทุกท่านนะครับ เข้ามาทำเถอะครับ อย่างน้อย ๆ เราก็อิ่มอกอิ่มใจกับตัวเองครับ ในสิ่งที่เราทำ ขอบคุณนะครับ (คุณพิชญาพร) ขอบคุณนะคะ เรายังคงขับเคลื่อนเรื่องนี้กันต่อ แล้วเดี๋ยวในเดือนมีนาคม ปีหน้า 2567 นะคะ ก็มีนัดกันอีกค่ะ เพื่อจะติดตามความคืบหน้า ว่าแต่ ในช่วงนั้นเราจะมีอะไรเป็นพิเศษบ้างคะ (คุณอภิชาติ) ก่อไปมีนาคมนี่ ผมเติมอะไรอีกสักนิดหนึ่งได้ไหมครับ (คุณพิชญาพร) ได้ค่ะ ๆ (คุณอภิชาติ) ขออนุญาตเอากราฟขึ้นนิดเดียว (คุณพิชญาพร) ค่ะให้ 3 นาที ได้ไหมคะ (คุณอภิชาติ) พอครับ ๆ กราฟขึ้นได้ไหมครับ เพราะว่าก็เป็น... คือเนื่องจากการขับเคลื่อนนี้ทำมาตลอด ผมคิดว่าภาพนี้สะท้อนได้ดี ถึงสิ่งที่เกิดขึ้นใน 9 ปีที่ผ่านมา แล้วนี่ก็เป็นข้อมูลที่มาจากทางการรวบรวมข้อมูลของ พก. เอง อันนี้เป็นข้อมูลการจ้างงานคนพิการภาคเอกชนเป็นตัวอย่างนะครับ เราจะเห็นว่าเมื่อปี 2557 คือซ้ายสุดนี่นะครับ สีเหลืองนี่คือการจ้างงานมาตรา 33 คือการจ้างเข้าสถานประกอบการ สีแดง คือ มาตรา 35 ส่งเสริมอาชีพนะครับ สีเทานะครับ 43 เปอร์เซ็นต์ 24,690 อัตรา คือเงินที่ส่ง จำนวนอัตราที่ส่งเข้ากองทุน ปีละ 2,500 ล้านบาทนะครับ 9 ปีของการเดินทาง การจ้างงานคนพิการ ด้วยนวัตกรรมการจ้างงานคนพิการเชิงสังคม และสิ่งต่าง ๆ ที่เรา ภาคีต่าง ๆ ช่วยกันทำนี่ พามาถึงปี 2565 นะครับ การส่งเงินเข้ากองทุนนี่ ลดจาก 24,000 อัตรานี่ เหลือครึ่งเดียว ประมาณ 11,900 อัตรา ส่วนการจ้างงานกระแสหลักนะครับ มาตรา 33 นี่ เพิ่มขึ้นจาก 27,000 เป็นประมาณ 37,000 อัตรา แล้วก็การจ้างงานเชิงสังคม เพิ่มจาก 5,000 อัตรา เป็นประมาณเกือบ ๆ 15,000 อัตรา ฉะนั้นจุดนี้ เป็นจุดสำคัญที่เราเห็นการสานพลังร่วมกันนี่ ทำให้คนพิการเข้าถึงโอกาสงานมากขึ้นนะครับ การส่งเงินเข้ากองทุนน้อยลงอย่างมาก ก้าวกระโดดขึ้นมา แต่ก็อีกนั่นแหละ ยังเหลืออยู่เกือบ ๆ 12,000 อัตรา หมายถึงเงินปีละ 1,300 ล้านบาท คราวนี้นี่ ไอ้เงินก้อนนี้ โดยสถานการณ์ปัจจุบันนี้ มันอยู่ในความสุ่มเสี่ยง ผมเข้าใจสถานการณ์ยังเป็นอย่างนั้นอยู่ เพราะว่าทุกปีที่มีการส่งเงินเข้ากองทุนนี่ก็ไปสะสมรวมกัน คราวนี้มันก็จะมีลิมิตของมัน เข้าใจว่าเกินลิมิตกันอยู่และมีกติกาของภาครัฐ พอเกินลิมิตเงินก้อนนี้ก็จะต้องถูก ส่วนหนึ่งที่เกินลิมิตนี่ส่งเข้าคลังนะครับ ไปดำเนินการอย่างอื่น เพราะเราใช้ไม่ทัน เพราะฉะนั้นนี่ ทุก ๆ บาทในอนาคตที่ยังส่งเข้ากองทุนมาตรา 34 อยู่นี่ มีความสุ่มเสี่ยงที่เข้าไปแล้ว (คุณพิชญาพร) จะไม่ได้นำมาใช้ประโยชน์กับคนพิการโดยตรงค่ะ (คุณอภิชาติ) กับคนพิการโดยตรงครับ ฉะนั้น ผมว่านี่เป็นโจทย์สำคัญว่าทำอย่างไร 10,000 กว่าอัตราที่เหลือจึงจะเกิดกับคนพิการเต็มที่อย่างรวดเร็ว เพราะว่าสถานการณ์นี้ยังมีอยู่ ผมว่าโจทย์นี้เป็นโจทย์ใหญ่ที่จำเป็นจะต้องไปฝากไปถึงท่านที่ใหญ่ที่สุดของเรื่องนี้นะครับ ท่านรัฐมนตรีนะครับ ว่าท่านจะทำอย่างไรกับเรื่องนี้ดีนะ จะสัญญากับคนพิการว่า 12,000 โอกาสงานนี่ (คุณพิชญาพร) จะทำให้ได้ (คุณอภิชาติ) จะทำให้ได้ ภายในอายุรัฐบาลนี้ หรืออะไรอย่างไรก็แล้วแต่ (คุณพิชญาพร) 3 ปีค่ะ (คุณอภิชาติ) ผมว่าน่าจะเป็นความท้าทาย เพราะว่าทุกฝ่ายนี่ก็พร้อม แล้วจริง ๆ ภาคประชาสังคมก็ช่วยกันขับเคลื่อนมา 9 ปี เดินทางจาก... มาแล้วครึ่งทาง แต่จากนี้ไปนี่ ต้องท่านรัฐมนตรีนำทัพนะครับ ถึงจะสำเร็จได้ อย่างที่ทุกคนบอกว่าเบอร์ 1 ต้องเอา เดี๋ยวที่เหลือก็เดินตาม ผมว่านี่น่าจะเป็นเรื่องสำคัญ ที่เราจะต้องดูกันนะครับขับเคลื่อนกันต่อไปครับ ขอบคุณครับ (คุณพิชญาพร) ค่ะ แล้วก็วาดหวังว่าเราจะตั้งใจทำงานร่วมกันต่อ พร้อม ๆ กับนโยบายที่ดี ที่จะส่งเสริมเรื่องนี้อย่างจริงจังด้วยนะคะ วันนี้ก็ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สละเวลามาร่วมพูดคุยในวันนี้ค่ะ ขอบคุณนะคะ (คุณเพลงรบ) ขอบคุณครับ ขอบคุณครับ (คุณพิชญาพร) เรามี ช่วงงานนี้จะเป็นการมอบของที่ระลึกใช่ไหมเอ่ย (คุณเพลงรบ) ใช่ครับผม ขอบพระคุณนะครับ เรียกว่าเป็นอีก 1 การขยายผลรวมถึงข้อมูลดี ๆ นะครับ ที่จะส่งต่อไปให้พี่น้องคนพิการนะครับ เอาล่ะครับ ในโอกาสเดียวกันนี้นะครับ ผมขออนุญาตกราบเรียนเชิญนะครับ ท่านสนธยา บุณยภูษิต นะครับ รองอธิบดีกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการนะครับ ได้กรุณาขึ้นมามอบของที่ระลึกนะครับ ให้กับทุกท่านบนเวทีเลยนะครับ ขอเรียนเชิญครับ (คุณพิชญาพร) เดี๋ยวเรียงกันเลยก็ได้ค่ะ ค่ะ (คุณเพลงรบ) ท่านแรกเลยนะครับ ขอเรียนเชิญมูลนิธินวัตกรรมทางสังคม ทั้ง 2 ท่าน ขอเรียนเชิญครับ สำหรับของที่ระลึกของเราในวันนี้นะครับ เป็นดอกแก้วกัลยานะครับ ซึ่งดอกไม้นี้นะครับ ผลิตจากผ้าลายดอกแก้วกัลยานะครับ ซึ่งเป็นดอกไม้พระราชทานพระอนุญาตให้ใช้เป็นสัญลักษณ์ของคนพิการ ผลิตโดยสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ครับ ขอเสียงปรบมือด้วยครับ และแน่นอนนะครับ ว่าดอกไม้สวย ๆ นี้นะครับ ผลิตจากกลุ่มแม่เลี้ยงเดี่ยวนะครับ ที่มีลูกเป็นคนพิการนะครับ ก็ได้ผลิตดอกไม้สวย ๆ นี้ขึ้นมา เพื่อสร้างรายได้สำหรับการเลี้ยงดูครอบครัวครับ ขอเรียนเชิญผู้แทนจาก Thai PBS ครับ ขอเรียนเชิญครับ และสีชมพูที่เห็นนะครับ เป็นกระเป๋าสวย ๆ นะครับ เป็นกระเป๋าผ้ารักษ์โลกนะครับ ฝีมือคนพิการที่ได้รับการพัฒนาในศูนย์ส่งเสริมอาชีพคนพิการภายใต้การดูแลของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ครับ และขอเรียนเชิญนะครับ ผู้แทนจาก depa ครับ ขอเรียนเชิญผู้แทนจากกระทรวงสาธารณสุขครับ ครับและขอเรียนเชิญท่านผู้แทนจากบริษัทเอกชนครับ ในภาคส่วนเอกชนครับ แน่นอนนะครับ ว่าทุกงานที่เกิดขึ้นนะครับ จะต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นรัฐ เอกชน ประชาชน และรวมถึงใจของพวกเราทุก ๆ คนด้วยนะครับ และอีก 1 ท่านนะครับ พิธีกรที่สวยที่สุดในเวทีนี้ มอบตำแหน่งนี้ให้เลยนะครับ คุณพรีน พิชญาพร นะครับ จาก Thai PBS ครับ ขออนุญาตถ่ายภาพรวมนะครับ ทุกท่านนะครับ ขอเรียนเชิญเลยนะครับ ขอเรียนเชิญท่านรองอยู่บนเวทีตรงกลางเลยนะครับ พวกเราก็ได้ทราบถึงการขยายผล Hackathon เพื่อคนพิการแล้วนะครับ ว่า HACK HUG HUG เติมใจให้งาน โดยสำนักงานใหญ่องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย หรือ Thai PBS ได้ดำเนินโครงการอย่างไร มีเป้าหมายอย่างไร และแน่นอนนะครับ ว่าเป็นเป้าหมายเดียวกัน ที่เราอยากให้ทุกองค์กรนั้น ได้จ้างงานคนพิการ จากความสามารถคนพิการครับ และขอเรียนเชิญท่านผู้บริหารทั้ง 2 แถวหน้านะครับ แถวหน้านะครับ เรียนเชิญถ่ายภาพบนเวที ขอเรียนเชิญนะครับ ขอเรียนเชิญอาจารย์ครับ วันนี้แน่นอนนะครับ ว่าทุกท่านได้เต็มอิ่มไปกับข้อมูลในการขยายผลต่อเนื่องของโครงการดี ๆ โครงการนี้นะครับ โครงการที่รวมถึงการดำเนินงานว่ามีที่มาที่ไปอย่างไร และในอนาคตเราจะร่วมกันขับเคลื่อนเป็นส่วนหนึ่งของโครงการนี้อย่างไร เพื่อคุณภาพที่ดีของคนพิการ คุณภาพชีวิตที่ดีของคนพิการ และคนพิการก็จะเป็นหนึ่งในพลังที่ร่วมกันสร้างสรรค์สังคม ให้เป็นพลังที่เข้มแข็งต่อไปนะครับ วันนี้นอกจากจะเป็นการแสดงศักยภาพ และการที่ได้เปิดโอกาสให้คนพิการได้ทำกิจกรรมร่วมกันแล้ว คนพิการเองก็ยังได้รับฟังข้อมูลดี ๆ นะครับ ว่าทุกองค์กร ทุกภาคส่วนมีความตั้งใจมุ่งมั่นที่จะร่วมกันพัฒนาคุณภาพชีวิต เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของพวกเราทุกคนครับ โดยที่ไม่ได้แบ่งแยกว่าจะเป็นคนพิการหรือบุคคลทั่วไป แต่พวกเราทุกคนคือคนไทยที่มีศักยภาพ และพร้อมที่จะพัฒนาไปด้วยกันนะครับ ครับ ขอขอบพระคุณท่านผู้บริหารทุกท่านนะครับ ที่ได้กรุณาขึ้นมาบันทึกภาพเป็นที่ระลึกว่า เราได้ทำงานร่วมกันดี ๆ สร้างสรรค์ผลงานดี ๆ เช่นนี้ครับ และแน่นอนครับ ว่าพิธีกรของเรายังคงต้องอยู่ต่อนะครับโชว์ความสวย ความสดใสและส่งท้ายมอบให้ Thai PBS ต่อเลยนะครับ (คุณพิชญาพร) ขอบคุณนะคะ ชมเกินไปค่ะ ค่ะ ก็ Thai PBS ของเรานะคะ รวมไปถึงโครงการ HACK HUG HUG Hackathon เพื่อคนพิการยังคงทำงานต่อค่ะ เพื่อที่จะขับเคลื่อนทำสิ่งดี ๆ ร่วมกันนะคะ เราเชื่อว่าวันนี้ที่เรามีภาคีกว่า 10 องค์กรนี่นะคะ ก็เป็นหนึ่งในก้าวแรกของเรานะคะ เรายังพร้อมที่จะเปิดรับแล้วก็สร้างความร่วมมือกับพาร์ตเนอร์ในอีกหลาย ๆ องค์กร เพื่อทำให้สังคมนี้น่าอยู่นะคะ ลองจินตนาการดูสิคะ ว่าถ้าเกิดว่ามีการจ้างงานคนพิการมากขึ้น จากตัวเลขแนวโน้มที่ดีขึ้นแล้ว เราจะจ้างเพิ่มอีก 10,000 อัตราทั่วประเทศ สังคมเราก็คงจะน่าอยู่มากขึ้นด้วยนะคะ แล้วก็มีความหลากหลายในสถานที่ทำงานด้วยค่ะ เราอยากให้ประเทศของเรานะคะ มีความรัก ความเข้าใจกันมากขึ้นนะคะ เพราะว่าความพิการบางทีมันเปลี่ยนแปลงไม่ได้จริง ๆ ค่ะ แต่เราสามารถที่จะเปลี่ยนมุมมองให้คนพิการนั้นเห็นศักยภาพของตัวเองได้ เปลี่ยนความสงสารเป็นโอกาสให้คนพิการมีงานทำได้นะคะ ดิฉัน พิชญาพร โพธิ์สง่า ในนามของ ThaiPBS งาน HACK HUG HUG Hackathon เพื่อคนพิการ ขออนุญาตลาไปก่อน ขอบพระคุณ และสวัสดีค่ะ [เสียงปรบมือ] (บรรยาย) ทำงานในตำแหน่งอะไรคะ // เดินเอกสารค่ะ // ออฟฟิศ // เก็บ Job // Store ครับ // ลงโฆษณาประชาสัมพันธ์ // IT ครับ // ช่วยเขายกของ // เก็บงาน Job // เก่งจังเลย // เก่งมาก // มีคนบอกกับพี่สามารถไหมว่าทำไม่ได้หรอก // ไม่มีครับ เฉย ๆ // เฉย ๆ ไม่แคร์ ไม่คิดมากครับ // ไม่คิดมาก อืม // เคยได้ยินคำนี้ไหม ทำไม่ได้หรอก // อ๋อ เก็บไว้ในใจแต่เราเป็นออทิสติก เราทำได้ // เราก็ต้องทำให้ได้ // ไม่ต้องเสียใจ ไม่ต้องท้อ เพราะว่าเราทำได้ // ตอนเด็ก ๆ น่ะโดนเยอะ ไอ้ที่หนักที่สุด คือ เด็กเอ๋อ // ทำไมถึงเขาต้องว่าเราด้วย แล้วทำไมถึงไม่ว่าตัวเองมั่ง // ทำได้ไหม // ทำได้ครับ // เธอคงไม่ซึ้งถึงความปวดร้าว ช้ำในใจปวดร้าว เศร้าเป็นอย่างไร // ทำงานได้เงินเดือนไหม // ได้เงินเดือนครับ เฮ่ // เยอะไหม // เยอะครับ // รวยเลยสิ // รวยครับ เฮ่ // มีอะไรจะพูดอีกไหม // ไม่พูดแล้วนะ [เสียงดนตรี]