(คุณเพลงรบ) สวัสดีครับ สวัสดีครับ โอ้โห เงียบแบบนี้ ต้องสวัสดีอีกรอบหนึ่งนะครับ สวัสดีครับ โอ้โห มีกำลังใจขึ้นมาเลยครับ ผมเพลงรบ ฐิติกุลดิลก นะครับ จากช่อง 7HD นะครับ วันนี้รับหน้าที่เป็นพิธีกรในวันคนพิการสากลในวันนี้นะครับ อย่างที่ทุกท่านได้ทราบกันดีนะครับ ว่าทุกวันที่ 3 ธันวาคมของทุกปีนะครับ องค์การสหประชาชาตินะครับ ได้ประกาศให้วันที่ 3 เป็นวันคนพิการสากลนะครับ ทำไมถึงต้องประกาศวันนี้ เนื่องจากว่าเป็นวันที่เราให้ความสำคัญเป็นพิเศษนะครับ สำหรับวันนี้กับคนพิการ เพื่อให้คนพิการทุกคนได้มาร่วมพบปะพูดคุยพบเจอแสดงความสามารถ แสดงศักยภาพ ได้ทำกิจกรรมสังคมร่วมกันเพื่อความเสมอภาคและความเท่าเทียมนั่นเองนะครับ และแน่นอนนะครับ ว่าประเทศไทย เป็นประเทศหนึ่งในสมาชิกขององค์การสหประชาชาตินะครับ และเราเองก็มีการจัดงานวันคนพิการมาตลอด ๆ เลย ซึ่งในปีนี้ครับ ปี 2566 ครับ เราได้จัดขึ้น ณ ศูนย์ราชการฯ แจ้งวัฒนะ แห่งนี้นะครับ ก็เป็นอีกหนึ่งภาพบรรยากาศที่ทางรัฐบาลไทย รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สมาคมที่เกี่ยวข้องกับคนพิการ ได้เล็งเห็นความสำคัญและจัดขึ้นมาทุก ๆ ปี และแน่นอนนะครับ ว่านอกจากส่วนกลางแล้ว เรายังคงมีส่วนภูมิภาค ที่อีกสักพักเราจะเห็นตามช่องทางโซเชียลต่าง ๆ นะครับ ว่าจังหวัดไหนจัดกิจกรรมอะไร มีอะไรบ้าง แน่นอนว่าส่วนกลางได้เริ่มขึ้นแล้ว นับจากนี้เดือนธันวาคมก็จะมีการจัดงานวันคนพิการ ซึ่งวันนี้นะครับ วันที่ 30 พฤศจิกายนนะครับ เราจะจัดเป็นวันแรก และวันพรุ่งนี้นะครับ เป็นวันที่ 2 วันที่ 1 ธันวาคมครับ ปีนี้จัด 2 วันเต็มนะครับ เริ่มเวลา 08.00 น. ถึง 16.00 น. หรือ 8 โมงเช้า ถึง 4 โมงเย็นนั่นเองนะครับ แน่นอนนะครับ ว่ากระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์นะครับ ร่วมกับสมาคมสภาคนพิการทุกประเภทแห่งประเทศไทย จัดขึ้นเป็นประจำทุก ๆ ปี เป็นการจัดขึ้นอย่างที่บอกไปว่า ให้คนพิการได้มามีกิจกรรมร่วมกัน และแน่นอนนะครับ ไฮไลท์อยู่ที่คนพิการต้นแบบ บุคคลที่ได้รับรางวัล เราจะมาดูความสำเร็จของแต่ละท่าน ว่าในแต่ละท่านมีความตั้งใจ มุ่งมั่น และเป็นพลังที่สำคัญของสังคมอย่างไร บุคคลทั่วไปนำเป็นแบบอย่างได้ด้วยนะครับ วันนี้นอกจากจะทำให้มาโชว์ความสามารถแล้วนะครับ ยังให้เห็นถึงแนวทางการใช้ชีวิต และการต่อสู้เพื่อเศรษฐกิจที่ดีของเราด้วยนะครับ แน่นอนนะครับ ว่าภายในงานวันนี้นะครับ เป็นอีก 1 กิจกรรม อย่างที่ได้นำเรียนไปว่า โชว์ความสามารถและทักษะแล้ว ยังมีสินค้าและผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ จากฝีมือคนพิการ องค์กรคนพิการ หรือบุคคลที่มีความเกี่ยวข้องกับคนพิการได้มาจัดบูธด้านหลังนะครับ ด้านหลังของท่าน ด้านหน้าของผมนะครับ มากกว่า 200 ร้านค้า 200 ร้านค้านะครับ เยอะเลยทีเดียว ทุกท่านที่อยู่ ณ ศูนย์ราชการฯ แห่งนี้ รวมถึงบุคคลที่ตั้งใจเดินทางมาร่วมกิจกรรม สามารถ ชอป ชิม และแน่นอนครับ มีบูธนิทรรศการและก็จุดแชะด้วย สามารถถ่ายภาพเป็นที่ระลึก และอย่าลืมนะครับ แชะแล้ว ต้องแชร์นะครับ ทีมงานบอกว่าลืมสวัสดีทางไลฟ์สดด้วยนะครับ ที่กำลังชมถ่ายทอดสดอยู่ในขณะนี้นะครับ ถ้าท่านกำลังชมถ่ายทอดสดอยู่ในขณะนี้นะครับ อย่าลืมแชร์ด้วยนะครับ แชร์แล้วบอกคนที่คุณรักให้มาดูกิจกรรมดี ๆ เพราะว่าแน่นอนนะครับว่า นอกจากร้านค้าที่มีในงานแห่งนี้แล้ว บนเวทียังคับคั่งไปด้วยเนื้อหาความรู้ดี ๆ รวมถึงเทคโนโลยีต่าง ๆ ที่จะนำมาให้ทุกท่านได้รับชมกันนะครับ ว่าด้วยเรื่องเทคโนโลยีแล้วนะครับ อย่างที่ทุกท่านได้เห็นนะครับ นี่ เป็นแถบสีดำและมีตัวหนังสือที่เกิดขึ้นบนจอนะครับ ก็เป็นอีกหนึ่งเทคโนโลยีที่ปรากฏบนจอด้านหลังของผมนะครับ เรียกว่า “ระบบบริการคำบรรยายแทนเสียงทางไกลแบบทันเวลาจริง” วงเล็บคำว่า "จริง" ด้วยนะ ที่ผมพูดทุกคำนะครับ ตอนนี้ได้ขึ้นอยู่บนหน้าจอเรียบร้อยแล้วเห็นไหมครับ หรือเราจะเรียกกันสั้น ๆ ว่า Real-Time Captioning นะครับ สนับสนุนโดย สำนักงานพัฒนาวิทยาศาตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ขอเสียงปรบมือให้ผู้สนับสนุนที่น่ารักด้วยครับ วันนี้เป็นวันคนพิการเป็นวันดี ๆ เราจะปรบมือนะครับ เอะอะเราจะปรบมือ เราจะปรบมือ แล้วเราจะยิ้มแย้มกันตลอดทั้งงานเลยนะครับ ว่าด้วยเทคโนโลยีแล้วนะครับ ผมเหลือบไปเห็นมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ที่เราจะต้องเชิญเลย Session ต่อไป กลัวครับ ผู้ประกาศทุกคนก็กลัวเพราะว่ามหาวิทยาลัยแห่งนี้นะครับ มีการพัฒนาเทคโนโลยี นวัตกรรมตลอดเลย มีการพัฒนาตลอดเวลา จนกลัวว่า เอ๊ะ วันหนึ่งจะมีพิธีกรหุ่นยนต์หรือมีล่ามภาษามือหุ่นยนต์หรือเปล่านะครับ ก็หวั่น ๆ จะตกงานนะครับ เอาล่ะครับ แต่วันนี้คือวันคนพิการ เป็นวันของคนพิการ เพราะฉะนั้น เทคโนโลยีที่เรากำลังจะพูดถึงนะครับ เป็นเทคโนโลยีสำหรับคนพิการ ใน Society 5.0 เอ๊ะ จะเป็นอย่างไร แน่นอนนะครับว่าผมไม่สามารถอธิบายได้แน่นอน เพราะว่าเป็นเทคโนโลยีก้าวล้ำมาก ๆ ขอเชิญพบกับ รองศาสตราจารย์ ดร.สยาม เจริญเสียง รองอธิการบดีอาวุโสฝ่ายวิชาการ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ขอเสียงปรบมือด้วยครับ ขอเรียนเชิญอาจารย์ครับ และขอมอบเวทีนี้ให้กับทางมหาวิทยาลัยและทางอาจารย์เลยนะครับ [เสียงดนตรี] (รองศาสตราจารย์ ดร.สยาม) สวัสดีครับ เดี๋ยววันนี้เรา… ผมอาจจะพูดน้อยลง แต่เพียงว่าอยากให้ดูผลงานที่ทางทีมนี่ ตั้งใจจะเอา… นำมาโชว์และให้เห็นว่าในยุคถัดไปนี่ เราจะอยู่กับเทคโนโลยีอย่างไรนะครับ คือมันไม่ใช่แค่เฉพาะกลุ่มคนพิการเท่านั้น ผู้สูงวัยนะ แล้วก็พวกเราด้วย ที่จะต้องได้ใช้เทคโนโลยีตรงนี้นะ ให้ความคุ้นเคยนะ อันนี้ก็จะเป็นเทคโนโลยีที่อาจจะยังไม่ค่อย… คือในประเทศนี่ยังไม่มีใครทำลักษณะนี้ ระดับโลกก็เป็นระดับแรก ๆ นะครับ เดี๋ยวเราลองดูก่อนนะครับ หัวข้อนี่เป็นเรื่องเกี่ยวกับเทคโนโลยีที่เราจะนำมาใช้นี่ เกี่ยวข้องสำหรับผู้พิการใน Society 5.0 ซึ่ง แล้ว Society 5.0 นี่มันคืออะไรนะ ก็เราต้องรู้ก่อน แล้ว เทคโนโลยีที่มันมาเกี่ยวข้องคืออะไร แล้วหลังจากนั้นนี่ เราก็โชว์เทคโนโลยีจริง ๆ ก็ประมาณนี้ครับ Outline เราคร่าว ๆ นะครับ ก็ตรงนี้นะครับ ก็คือถ้าเกิดมองนี่ Society 5.0 นี่ มันจะไปสัมพันธ์กับ เราได้ยิน คำว่า "Industrial 4.0" อยู่เรื่อย ๆ ใช่ไหมครับ ที่เวลาอยู่ในอุตสาหกรรม เอาหุ่นยนต์มา เอาเครื่องจักรมาแล้วก็ทำให้มันคุยกัน เราจะคุ้น ๆ คำว่า IoT นะ คำพวกนี้มันมา สั่งเปิดไฟปิดไฟจากระยะไกลอะไรต่าง ๆ ได้ แต่ต่อไปมันไม่ใช่อย่างนั้นแล้ว ก็คือว่าสามารถควบคุมอุปกรณ์ต่าง ๆ ในโรงงานได้จากระยะไกล ซึ่งปกติก็ทำได้แล้วก็ให้อุปกรณ์ต่าง ๆ นี่ สายพาน หุ่นยนต์ต่าง ๆ นี่ คุยกัน และเราก็เป็นคนแค่ดูว่าควบคุมคุณภาพ เพราะฉะนั้น ของเรานี่ก็จะเป็น เขาเรียกว่าหน้าที่เปลี่ยนไป อย่างที่พิธีกรบอกว่ากลัวจะตกงาน ไม่ต้องกลัวครับ เพราะเราจะทำฟังก์ชันอีกระดับหนึ่งที่สูงขึ้น ก็ให้หุ่นยนต์ทำฟังก์ชันที่เราอาจจะไม่อยากจะทำ แต่เราน่ะ ไปพัฒนาที่ศักยภาพที่สูงขึ้น ทีนี้ ไอ้ Society 5.0 สัมพันธ์จริง ๆ ลิงก์กับ Industrial 4.0 แล้วการที่เอาคนเข้ามาลิงก์ต่อไปนี่มันคือ Concept ของที่ญี่ปุ่น 5.0 นี่ ไอ้ตั้งแต่ 1.0 นี่ ตั้งแต่ทางขวามือนี่ มันจะเป็น Hunting หาตั้งแต่สมัยก่อนโบราณยุคเก่า ๆ เลย พอมาถึง Society 2.0 นี่ก็ทำการเกษตรนะ 3.0 ก็เริ่มเข้ามาในอุตสาหกรรม พอ Society 4.0 นี่จะมา Information จริง ๆ ยุคนี้ เราก็ถือว่าไปอยู่ในช่วงของ Industrial… ไม่ใช่ Society 4.0 แล้วนะครับ แต่ญี่ปุ่นนี่ เนื่องจากเป็นสังคมผู้สูงวัยนี่ เขาก็เตรียมตัวที่ว่าในยุคถัดไป เขาจะอยู่อย่างไรนะ สภาวะเป็นอย่างไร ซึ่งเราต้องเตรียมความพร้อม มันจะวิ่งเข้าไป Society 5.0 ไม่จะไม่ใช่แค่ 4.0 แค่ Information ด้านซ้ายมือจะเห็นว่าคำว่า "Cyberspace" นี่ ก็คือพวกระบบพวก Cloud พวก Internet พวกอะไรต่าง ๆ นี่ ที่มันเป็นแบบ Virtual ต่าง ๆ นะ แต่ของจริง ๆ น่ะอยู่ข้างล่าง Physical space ก็คือเราเป็นคนอยู่ แล้วเราจะใช้ Service ใช้บริการอะไรต่าง ๆ ก็อยู่ตรงนี้ แต่ 4.0 นี่มันจะเป็นที่เรายังควบคุมอยู่ พอ 5.0 นี่จะมี AI เข้ามาเยอะมากขึ้นนะ ทีนี้เราสบายมากขึ้นนะ เราแค่บอกว่าเราอยากจะได้ทานอะไร จะหยิบของอะไร หรืออะไรต่าง ๆ นี่ ก็จะมีทั้งหุ่นยนต์นะ ระบบ AI ไปคำนวณอะไรต่าง ๆ มาให้นะ ซึ่งจะเห็นภาพทางขวามือนี่นะครับ คือก็จะมีระบบที่มาช่วยผู้สูงวัยในการที่จะอยู่ในบ้านนะ อยู่ในออฟฟิศ หรือว่าในโรงพยาบาลอะไรก็แล้วแต่ ดีขึ้นนะ ช่วยเดินแล้วก็สภาพแวดล้อมเราก็จะดีขึ้นนะ อันนี้คือใช้เทคโนโลยีที่จะวิ่งเข้าไปสู่ Society 5.0 แล้วทีนี้ ถ้าเกิดมันเป็นส่วนที่สำหรับผู้พิการล่ะ ซึ่งมันเป็นงานนะ เป็นพระเอกนางเอกวันนี้เลยน่ะ เราจะช่วยเขาได้อย่างไร แน่นอนเราเห็นเทคโนโลยีอยู่แล้วนะ มันมี Assistive Technology เดี๋ยวก็จะมีงานในนี้จะโชว์ หรือที่เป็น Hackathon ที่มานี่ เขาก็จะมีการประกวดที่จะทำให้เทคโนโลยีต่าง ๆ มาช่วย อย่างเช่น ช่วยในการเดิน ช่วยในการที่จะอยู่ในบ้านที่ดีขึ้น ก็จะทำอุปกรณ์สิ่งประดิษฐ์ต่าง ๆ นวัตกรรมนะ ช่วยในการสื่อสารนะ ทำอย่างไรให้สะดวกมากยิ่งขึ้นสำหรับคนตาบอดหรือว่าหูหนวกต่าง ๆ แล้วก็การศึกษา รวมไปถึงการทำงานนะ หัวข้อสุดท้ายนี่ประเด็นสำคัญ เพราะว่ามันจะมีข้อมูลอยู่ว่า เรานี่เขาสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์แล้ว ทางด้านซ้ายเห็นข้อมูลใช่ไหม แล้วก็ในช่วงอีก 10 ปีข้างหน้านี่ เราจะกลายเป็นช่วงสังคมสูงวัยระดับสุดยอดเลย ทีนี้นี่ พอเป็นอย่างนั้นปุ๊บนี่ ไม่ใช่แค่ผู้พิการแล้ว เราก็จำเป็นที่จะต้องมีเทคโนโลยีเข้ามาช่วยเรานะครับ ซึ่งเทคโนโลยี 1 ในนั้นน่ะ มันก็จะเป็นเทคโนโลยีทางด้านวิทยาการหุ่นยนต์ หรือระบบอัตโนมัติ หรือว่า AI นี่เข้ามาช่วยอยู่แล้วนะ ซึ่งเดี๋ยวเราจะสาธิตให้ดู และอีกส่วนหนึ่ง คือ ความเสี่ยงของการที่แรงงาน แน่นอนเราไม่อยากทำงานที่มันเป็น Low Skill ต้องใช้แรงเยอะ ๆ อะไรต่าง ๆ นี่ เราก็อยากจะทำงานที่สบายขึ้น เพราะฉะนั้นนี่ แรงงานก็ขาด เพราะฉะนั้น เราจะทำอย่างไรที่เอามาช่วยเสริมได้นะ ทีนี้ ที่เกี่ยวข้องกับผู้พิการนี่ สถิติที่เห็นอยู่ทางขวามือ จะเห็นว่ามีผู้พิการอยู่ในช่วงประมาณ 2 ล้านกว่านะ 2.18 ล้านคนนี่ ในช่วงวัยทำงานนี่ อยู่ประมาณ 800,000 ใช่ไหม 8.57 แสนนี่ แต่อาชีพนี่ ทำได้ประมาณแค่ ที่ทำอาชีพนี่ 3.11 คือแค่ 36.29 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นเอง เพราะฉะนั้น อาชีพตรงนี้ ก็ยังส่วนใหญ่จะเป็น Low Skill อยู่นะ ก็ใช้แรงงาน ใช้อะไรต่าง ๆ ทำอย่างไรล่ะ ให้ผู้พิการนี่ มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น มีงานที่มีค่าตอบแทนที่สูงขึ้น เอาเทคโนโลยีเข้ามาช่วยอย่างไร อันนี้คือเป้าหมายของเรานะครับ ทีนี้ อย่างเช่นตัวอย่างอันนี้ในช่วงโควิดนี่ ทีญี่ปุ่นนี่ เขาก็เริ่มว่าผู้พิการที่นอนติดเตียงนี่ สามารถที่จะทำงานได้ด้วยไหม หรือมี Social Life มีคุณภาพชีวิตที่ดี ไม่ใช่ว่านอนติดเตียง แล้วก็ไม่มีคุณภาพชีวิตที่ดี เขาก็เลยเปิดคล้าย ๆ เป็น คล้าย ๆ Robot Cafe เล็ก ๆ นะ ที่โตเกียว แล้วก็ให้ผู้พิการมาควบคุมหุ่นยนต์แบบง่าย ๆ นะ ซึ่งตรงนั้นก็จะเป็นหุ่นยนต์ที่วิ่ง Track ตามเส้น ซึ่งจะบอกว่าเด็กเรานี่ ที่แข่งขันกันอยู่นี่ ก็สามารถทำตรงนั้นได้อยู่แล้วนะ แต่ตอนนี้นี่ที่เราจะสาธิตให้ดูวันนี้นี่ ก็คือจะซับซ้อนมากกว่านั้นนะ เดี๋ยวก็จะเล่าให้ฟังว่าเราจะทำอะไรนะครับ คือที่ตอนที่เราเปิดงานที่ 10 ปีการพัฒนาคนพิการที่ มจธ. ที่บางมดนี่ แล้วตอนนั้นท่านวราวุธก็ไปเปิด เป็นประธานที่เปิดงานด้วยนี่ เราทำพัฒนาระบบนะ ร้อยเรียงอย่างมากเลย เพราะเป็นสิ่งที่เรายังไม่เคยทำ แล้วในโลกก็ยังไม่ค่อยมีใครทำลักษณะนี้ ก็คือ งานนี่มันอยู่ที่ 2 ตึกนะครับ ห่างกันประมาณมากกว่า 200 เมตร แล้วเสร็จแล้วก็ทางด้านซ้ายนี่ ก็ไปเชิญผู้พิการนี่ อันดับแรกนี่ให้เขาไปออกแบบชิ้นงาน 3 มิติก่อน แล้วก็ให้มาพรินต์ ชิ้นงาน 3 มิตินี่ ที่มาพรินต์ เดี๋ยวผมขอให้ดูตัวอย่างนิดหนึ่ง ก็จะเป็นเวลาออกแบบ 3 มิติมา เราให้บริษัทนี่เข้ามา Train ในการออกแบบ เพราะฉะนั้น ก็พรินต์เป็น… ใช้ 3D Print ซึ่งเดี๋ยวนี้เราจะเห็นมากขึ้นแล้วนี่พรินต์ ต่อไปมัน… ตอนนี้มันมีพรินต์เป็นโลหะก็ได้นะ พรินต์เป็นพลาสติก แล้วก็พรินต์เป็นชิ้นส่วนอวัยวะเราก็ยังมีนะครับ แล้วก็หลังจากนั้นนี่ เขาก็เอาไปลงสีอย่างนี้ เพราะฉะนั้นนี่ งานประเภทอย่างนี้นี่ มันเป็นงานที่ Unique มาก ๆ แล้วถ้าเกิดเอามาร้อยเรียงกับภูมิปัญญาชาวบ้านอะไรต่าง ๆ มันสามารถที่จะทำ Repeat งานออกมาได้เยอะเลย เพราะฉะนั้นนี่ ตรงนี้สร้างมูลค่าให้กับผลงาน แล้วก็อาชีพของผู้พิการ แต่อันนี้ราทำเสร็จ เราก็ไปตั้งไว้ที่ตึก ๆ หนึ่งนะ เรียกว่าตึก LS หลังจากนั้นก็ให้ผู้พิการนี่ควบคุม โดยเหมือนในหนังเลย ก็คือเอาเหมือนใส่ VR เข้ามา พอมองข้างหน้า ข้างหน้านี่เหมือนเล่นเกม แต่จริง ๆ ไม่ใช่ คือ ก็จะเห็นภาพหุ่นยนต์อีกทีหนึ่ง แล้วก็เหมือนไปสิงน่ะ Avatar ก็คือไปสิงหุ่นยนต์ตัวนั้นที่เราพัฒนาขึ้นด้วย ก็คือเป็น 2 แขนให้ไปหยิบของบนชั้น ทีนี้มันต้องมีการ Train ที่ดี เพราะว่าถ้าเกิด Train ไม่ดีนี่ หุ่นยนต์มันอาจจะไปชนชั้นต่าง ๆ พังได้ เพราะฉะนั้นก็ต้องมีการต้องระวัง แล้วหยิบมาปุ๊บ แล้วก็จะส่งมาให้หุ่นยนต์อีกตัวหนึ่งนะครับ หุ่นยนต์อีกตัวหนึ่งนี่จะเป็นหุ่นยนต์ที่มีแขนสีเขียว ๆ นี่ครับ ข้างล่างตัวนี้ มันก็จะวิ่ง หยิบของ หยิบตะกร้ามา แล้วก็ลงจากชั้น 7 ของตึก ลงมาชั้น 1 ทีนี้ เนื่องจากหุ่นยนต์ประเภทนี้ออกแบบไว้สำหรับใช้ในบ้าน ใน ออฟฟิศ มันจะวิ่งออกท้องถนนไม่ได้ อย่าลืมนะตึกมันห่างกัน เพราะฉะนั้น ก็เลยต้องส่งไปให้หุ่นยนต์อีกตัวหนึ่ง ไอ้หุ่นยนต์ตัวที่ 3 ตัวนั้นนะครับ ก็ให้ผู้พิการอีกท่านหนึ่งนี่นะ น้องผู้ชายนี่เขาก็จะควบคุมไอ้เจ้าตัวนี้ แต่เขาจะมองเห็นเส้นทางถนนด้วยว่าจะวิ่งไป เพราะฉะนั้น เรามองว่าถ้าเกิดเปลี่ยน ขณะที่หยิบของออกจาก… ลงจากตึกได้แล้วส่งไปไหนได้นี่ ในอนาคตพัฒนาระบบหุ่นยนต์ หรือระบบอัตโนมัติเยอะแยะนี่ คนผู้พิการนี่สามารถที่จะอยู่ที่บ้านก็ได้ ไม่จำเป็นต้องเข้ามาที่กรุงเทพฯ นะ ก็สามารถจะทำงานได้ ลักษณะนั้น ทีนี้ โอเค เราก็ไปต่อนะครับ ทีนี้ก็คือจากระบบตรงนี้นี่ เราก็ยังมีสิ่งที่ต้องรองรับด้วยนะครับ คือไม่ใช่แค่พัฒนาเทคโนโลยีเท่านั้น เส้นทางของการพัฒนาเทคโนโลยีนี่ มันไปเพื่อพัฒนาคน เพราะฉะนั้น สิ่งหนึ่งที่เราต้องพัฒนาก็คือว่า อาจจะมีลักษณะของสมรรถนะที่เป็น List ของสมรรถนะที่ว่าต้องรู้อะไร แล้วก็ทำทักษะอะไรได้บ้างนะ อันนี้เราก็เริ่มต้นจากเรื่องเกี่ยวกับวิทยาการหุ่นยนต์นะ ผู้พิการสามารถเรียนรู้เรื่องวิทยาการหุ่นยนต์ได้ สามารถผลิตแล้วสร้างเทคโนโลยีตรงนี้ได้ ซึ่งก็เป็น Challenge ของเรามาก ๆ เลยว่า ทำอย่างไรถึงให้เขามีศักยภาพที่สูงได้ เรามีระบบที่ตาม Track สมรรถนะด้วยนะครับ สมมติท่านท่านหนึ่งเทียบกับคุณวุฒิก็ได้ กับวิชาชีพว่าเราอยู่ขั้นไหนนะ เราพัฒนาถึงขั้นไหนอะไรต่าง ๆ ก็ประกอบอาชีพได้ ก็หวังเป็นอย่างนั้น แล้วก็เราก็มี Premium Course เราก็จัดนะ เราจัดตรงนี้ จัดให้กับเด็กมัธยมด้วยนะครับ มัธยมและอาชีวะ ให้เข้ามา เพราะฉะนั้น เขาก็อาจจะเป็นกำลังสำคัญที่ช่วยให้สังคมของผู้พิการนี่ ดีมากยิ่งขึ้น สร้างความตระหนักตรงนี้นะครับ ทีนี้สุดท้ายนี่ ทั้งการพัฒนาเทคโนโลยีนะ เราก็จะได้ประโยชน์ คือ เราจะได้ต้นแบบของ Society 5.0 ของไทย เราต้องยอมรับว่าจริง ๆ แล้ว เราที่ทราบน่ะ เข้าสังคมสูงวัยอย่างเร็วมากเลย แต่การเตรียมความพร้อมน่ะ ของไทยเราน่ะ ยังไม่เตรียมความพร้อมที่ดีเหมือนญี่ปุ่น อย่างญี่ปุ่นเขาเตรียมตัวมาอย่างมากเลย เพราะฉะนั้น แต่คนไทยเรามีศักยภาพนะครับ อย่างวันนี้ เดี๋ยวจะมีหลาย ๆ มหาวิทยาลัยเข้ามาร่วมกัน ผลึกกำลังกัน เพื่อจะช่วยสังคมของผู้สูงวัยนะ คนพิการ หรือกลุ่มเปราะบางต่าง ๆ นี่ เพื่อให้มีคุณภาพชีวิต และมีรายได้ที่สูงขึ้นด้วยนะครับ เพราะฉะนั้นนี่ ต้นแบบตรงนี้ก็จะมาโดยใช้เทคโนโลยีหุ่นยนต์ทั้งภาครัฐแล้วก็ภาคเอกชน ส่วนถัดไปนี่ ก็คือองค์ความรู้ที่ได้นี่ เราต้องถ่ายทอด คืออย่าง ไม่ใช่ถ่ายทอดแค่คนพิการเท่านั้น ถ่ายทอดให้กับผู้สูงวัย นักเรียน นักศึกษา และพนักงานต่าง ๆ ได้ เพื่อให้เขาตระหนักว่าเรามีสังคมผู้พิการอยู่ ต้องช่วยกันดูแล อยู่ใน Society นะ ให้พร้อมกันอย่างนี้นะ แล้วก็ส่วนเรื่องเกี่ยวกับการเทียบคุณวุฒิต่าง ๆ นี่ มันก็คือ By Product ก็คือคุณก็สามารถไปประกอบอาชีพ เป้าหมาย คือ ที่มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นนะครับ เพราะฉะนั้นนี่ จากภาพรวมต่าง ๆ นี่ อันนี้คือภาพที่เราจัดงาน 10 ปี ที่การพัฒนาบุคลากรที่ของคนพิการที่ มจธ. นะครับ ครบรอบ 10 ปีเราทำมา 10 ปีแล้วนะ 27 ตุลาคมนี่ ท่านวราวุธก็ไปเปิด ก็จะมีงานตรงนี้เอามาให้ดูผลงานนะ วันนี้ก็เอามาส่วนหนึ่งนะ ก็ไปเยี่ยมชมได้ที่บูธข้างหลังของ มจธ. นะครับ แล้วก็ไปดู ทีนี้เราก็เนื่องจากตรงส่วนนั้นโชว์ไปแล้ว คราวนี้เราเอางานตรงนั้นมาโชว์ให้ดูด้วย แต่เพิ่มฟังก์ชันขึ้นมากกว่านะ จากที่เคยโชว์ในงานนั้นนะ เพราะแต่ละรอบเราต้องพัฒนาขึ้นเรื่อย ๆ อย่างหุ่นยนต์อย่างนี้ ก็จะเป็น 2 แขนอย่างนี้ เดี๋ยวน้องผู้หญิงนี่ก็จะใส่ VR ไปควบคุม เหมือนดูในหนังเลยนะ แต่เขาควบคุมจริง เพราะฉะนั้น ก็ส่งให้หุ่นยนต์ตัวที่มีแขนสีเขียว แล้วก็สั่งออกมา แล้วก็วันนี้เราอาจจะให้น้องผู้ชายนี่ ควบคุมรถนี่ วิ่งรอบตึก FIBO สัก 1 รอบ ดูสิว่าจะไปได้ไหม แต่ Key สำคัญนะครับ มาช่วยกันลุ้นคือ Network ต้องผ่าน แล้วต้องดีนะ ถ้าเกิด Network ดี มันก็เป็นพื้นฐานที่ดี เพราะฟังก์ชันหุ่นยนต์มันไปได้อยู่แล้ว ทีนี้ วันนี้จะลองที่ยาวที่ไกลขึ้น วันนั้นแค่ประมาณสัก 200-300 เมตร วันนี้คือเราให้น้องเขาลองทำก็คือ 32.9 กิโลเมตรนะ ถ้าเกิดขับรถไป ก็อันนี้เอามาจาก Google Maps เลย จากที่ศูนย์ราชการฯ นี่ จุดควบคุมจากศูนย์ราชการฯ ไปที่ตึก FIBO ที่บางมด แล้วทำฟังก์ชันดู ก็คือหยิบของ ใส่ตะกร้า หุ่นยนต์มาหยิบ ลงจากชั้น 7 นะ แล้วก็ลงมาส่งให้หุ่นยนต์อีกตัวหนึ่ง แล้วก็ส่งให้น้องอีกท่านหนึ่งนี่ ควบคุมวิ่งรอบตึก FIBO เป็นอันจบพิธี แต่อันนี้ มันก็มีความต้องลุ้นทุกครั้งนะครับว่า อันนี้เป็นครั้งที่ 2 แล้วนะครับนะ แต่ก็เป็นโจทย์ที่น่าสนใจอยู่ เดี๋ยวเรามาลองดูกันนะว่า ในนี้จะเป็นอย่างไร ส่วนข้อมูลต่าง ๆ ติดต่อ Search ใน Facebook ก็ได้นะ FIBO KMUTT เดี๋ยวก็กระจายไป หรือว่าเรื่องโครงการคนพิการของ มจธ. ก็จะมีข้อมูลตอนนี้เราก็ Live ไปด้วยนะครับ Facebook Live เอาล่ะ นี่ผมประหยัดเวลาแล้ว เดี๋ยวดูตามเวลา ยังพอมีเวลาอีกครึ่งชั่วโมง จะทำเวลา เดี๋ยวเราจะโชว์ให้ดูว่ามันทำแล้ว Run ได้อย่างไร น้ำพร้อมไฟพร้อมไหมครับ น้องอิ่มนะ พร้อมนะ ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวลองดูเลยครับ มาลุ้นกันว่าจะควบคุมเรื่องของห่างไป 30 กว่ากิโลเมตรนี่ จริง ๆ Network นะ แล้วก็สภาพแวดล้อมมันได้หรือเปล่านะ อันนี้ จะเห็นว่าจอทางด้านซ้ายมือนี่คือจะเป็นจอของที่น้องอิ่มนี่ เขามองเห็น แต่อันนี้ ภาพนี่พอเป็น VR สามารถทำให้เกิดความลึกได้ เพราะฉะนั้น เราก็จะเห็นว่ามันต้องหยิบเข้าไปลึกขนาดไหน แล้วก็หุ่นยนต์ 2 แขนนนี่นะ ก็ทำขึ้นโดยเฉพาะเพื่อให้ตรงนี้ แน่นอนฐานนี่เป็น UR Robot นะ ที่มันมีอยู่ทั่ว ๆ ไปในอุตสาหกรรมต่าง ๆ แต่เราก็มาประกอบเพื่อมาทำให้… Integrate เพื่อให้ทำงานและหยิบ อย่างนี้เขาก็มาหยิบชิ้นแรก เรามาลุ้นดูนะครับ ตอนนี้ก็อยากแจ้งว่าหุ่นยนต์มันเคลื่อนที่ได้เร็วกว่านี้นะ แต่เพื่อ Safety First เราก็ค่อย ๆ ขยับนะ ในเมื่อเราต่อไปนี่ มีความคล่องตัวก็จะสามารถที่ใช้ผู้พิการหรือว่าคนสูงวัย หรือใครก็แล้วแต่นี่ ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เข้ามาควบคุมแล้วทำงานได้ ที่ญี่ปุ่นก็เริ่มมีแล้วนะครับ ในบริษัทบางบริษัท คือหาแรงงานยากพอสมควร เพราะฉะนั้น เขาจะเอาหุ่นยนต์ตัวหนึ่งนี่ ไปวางไว้ที่ตามไซต์ต่าง ๆ ในร้านที่เป็นต้องหยิบของ เรียงของน่ะ แล้วก็ให้คนนี่ เข้าไปสิง เข้าไปควบคุมนะ ก็เป็นอะไรที่ต้องยอมรับครับ ว่ามันเทคโนโลยีมันมาอย่างนี้นะ เราก็ต้องอยู่กับเขา ทีนี้หยิบไป กี่ตัวแล้วนี่ 2 ตัวไหม ได้แล้ว โอเคแล้ว ทีนี้เขาก็สั่งกดให้สายพานนี่ เคลื่อนที่ด้วยจากที่นี่ได้นะครับ โอเค เสร็จแล้วเอาหุ่นยนต์ตัวที่ 2 นี่ ก็จะที่ Integrate ก็จะเป็นตัวที่ จริง ๆ แล้วอยู่ในอุตสาหกรรม สามารถ... เขาก็จะมีตัวเซนเซอร์เคลื่อนที่ได้ต่าง ๆ นะครับ ทำ Map ในแผนที่ในอาคารได้นะ เขาก็จะต้องเอามีตัวมาตรวจเช็กว่าเซนเซอร์เป็นอย่างไรนะครับ อันนี้อยู่ที่ชั้น 7 ที่ตึกหุ่นยนต์นะ มีโอกาสก็เรียนเชิญไปเยี่ยมชมได้ เรามีแพลตฟอร์มที่เกี่ยวกับวิทยาการหุ่นยนต์ในโรงงานกับวิทยาการหุ่นยนต์ที่ใช้ในบ้าน ในออฟฟิศ และโรงพยาบาลนะครับ ก็นะครับ อันนี้ก็ Session ส่วนนี้ก็จะเป็นการที่ทำโดยอัตโนมัตินะ แต่บางส่วนก็คือเราก็ต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญช่วยด้วยนะ พอหลังจากนี้นี่ก็จะมีทีมนี่ จะช่วยควบคุมหุ่นยนต์นะ ก็จะเป็น… เพราะว่ามันต้องลงลิฟต์อะไรต่าง ๆ และก็อันนี้ก็เป็นทีมที่ เพราะฉะนั้นคนปกติ ผู้พิการนี่ สามารถร่วมกันได้นะ โดยที่ใช้เทคโนโลยีมาทำให้ไม่มีเกิด คือ หรือไร้รอยต่อนะครับ สามารถเชื่อมโยงกันได้ อันนี้เราก็พัฒนาเองนะครับ ไอ้แขนกลอะไรสวย ๆ ก็อาจจะเป็นส่วนหนึ่งที่มาตรฐานเข้ามา แต่เราก็ทำ Platform ตัวนี้ก็พัฒนา ก็เป็นผลงานของคนไทยที่พัฒนาขึ้นมานะ ระบบแพลตฟอร์มตรงนี้ ทีนี้เราก็ขึ้นอยู่ว่าเราอยากจะจัดให้มันเป็นรูปแบบอย่างไรก็ได้ แต่อันนี้ก็เอาไปใช้ในอุตสาหกรรมได้อยู่นะ ข้างล่าง ฐานข้างล่างสามารถติดเซนเซอร์ ก็สามารถสร้าง Map ได้ เราเห็นคุ้นเคย หุ่นยนต์ที่ดูดฝุ่นอะไรต่าง ๆ นี่ ก็มีเทคโนโลยีที่ทำแผนที่ลักษณะนั้นได้ไม่ยากนะ ทีนี้ก็จะต้องมาที่ลิฟต์แล้วนะครับ ก็... เดี๋ยวนี้จริง ๆ น่ะเทคโนโลยีการที่จะควบคุมลิฟต์ มันก็จะมีเทคโนโลยีที่เป็น IoT ได้เหมือนกันนะครับ ก็คือสามารถสั่งได้ ว่าจากชั้นไหน ลงไปชั้นไหน ถ้าเกิดไม่ได้ก็จะมีแบบเล็ก ๆ ก็เป็นหุ่นยนต์แบบ เขาเรียกว่า Finger Bot เป็นตัวเล็ก ๆ สามารถกดเปิด-ปิดที่ตำแหน่งต่าง ๆ นะ เราสามารถปรับสภาพแวดล้อมได้ เอาเทคโนโลยีมาช่วยได้นะ แต่ตรงนี้จะยาก ต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญมาช่วยหน่อยในการควบคุมเพื่อให้เข้าไปนะ Session นี้ ก่อนที่ลิฟต์จะปิดตัวลง อันนี้จากชั้น 7 โอเค มีตัวเลข มีเลข 0 ด้วยนะ แล้วก็กดลิฟต์ลงมา มาไหม มีกดหรือยัง กดลงมา อ๋อ รอลิฟต์อยู่ ล็อกไว้เหรอ โอเค โอเค ล็อกลิฟต์เอาไว้ อันนี้ แล้วก็ไปรอลุ้นดูนะ แต่ตัวหุ่นยนต์ตัวเดียวนะครับ ออกมาไม่ได้ตัดต่อ ตัวเดียวกัน ระหว่างนี้ก็จินตนาการว่า ถ้าเกิดเราสามารถที่จะควบคุมหุ่นยนต์แต่ละตัวได้โดยอิสระนะ ก็แน่นอนอาจจะไม่จำเป็นต้องใช้ VR เพราะ VR อาจจะ… ทำคล่องตัว ใช้จอทีวีก็ได้ใช้ Tablet ก็ได้ ฉะนั้นมันก็จะค่อนข้างจะคล่องตัว เพราะเดี๋ยวนี้อุปกรณ์พวกนี้ก็ราคาไม่แพงแล้ว ก็ให้… แต่ต้อง Train เขา แต่ถ้าเกิดมัน VR ไม่สะดวกนี่ เหมือนเสมือนเราเลยนะ ขยับแขน ทำนู่น กดขึ้นไปอะไรต่าง ๆ ก็จะดีนะครับ คราวนี้ลงมาที่ชั้น 1 นะ ชั้น 1 ที่ตึกนี้ จะต้องเอาหุ่นยนต์ตัวนี้นี่ เอาตะกร้าตัวนี้ไปส่งให้กับ... ส่งให้กับหุ่นยนต์ตัวที่ 3 ที่จะต้องวิ่งออกไปข้างน้อง แล้วเดี๋ยวน้องผู้ชายนะ ก็จะต้องควบคุมหุ่นยนต์ตัวนี้ วิ่งรอบตึก FIBO ไปนะครับ แล้วก็วิ่งมา นี้ก็ต้องอยู่ในสภาพแวดล้อมตรงนั้นจริง ๆ ก็เป็นลานจอดรถด้วย ในที่ตึกก็จะมีลานจอดรถ ก็รถจะต้องวิ่งด้วยเหมือนกัน เพราะฉะนั้นก็ต้องดูเรื่อง Safety ด้วยเหมือนกัน ไม่ให้เขาชนเรา และเราไปชนเขาด้วย รถ อะไรอย่างนี้ อันนี้จะเป็นตัวที่ 3 แล้ว รถตัวนี้ ปกติก็จะเป็น AGV คำศัพท์ก็คือแบบให้มันวิ่งได้อัตโนมัติ อยู่ในโรงงานก็ได้ แตอันนี้เราออกแบบเพื่อออกนอกอาคารนะ ตอนที่ทดลองตอนที่งาน 10 ปี มจธ. นี่ เราออกและข้ามสะพานด้วย และหลังเต่าต่าง ๆ ก็วิ่งมาเรื่อย ๆ นะ อันนี้เราจะเอาวิ่งรอบ ๆ ไป ทีนี้เขาก็ต้องมาเช็ก ใช้เซนเซอร์เช็กก่อนว่าตำแหน่งไหนที่เขาควรจะต้องมาวางนะ ยิ่งมีเซนเซอร์หลาย ๆ ตัว แล้วมีการตัดสินใจ มันก็จะช่วยเอา… ทำให้เราสบายขึ้นนะ ก็คือเราไม่จำเป็นที่จะต้องไปคอยควบคุมทีละจุด ๆ ซึ่งถ้าเกิดใครมาลองเล่น เดี๋ยวมีโอกาสไปลองเล่นดู การควบคุมทีละจุดทีละแขนนี่ ทีละองศานี่ มันยากมากนะ เพราะฉะนั้น อะไรที่เซนเซอร์มันตรวจแล้วหุ่นยนต์มันทำได้เองนี่ ก็ให้หุ่นยนต์ทำนะ อันนี้อยู่ในสถานะไหนเอ่ย รอว่า... รอ Grab ส่งของเสร็จก่อนหรือเปล่า หรือว่าอย่างไร ถ้าเกิดจอทางด้านซ้าย จะเห็นจะเป็นจอที่ทางน้องนี่จะเป็นผู้ควบคุม ก็จะมีเส้นบอกแนวทางที่จะวิ่งไปนะครับ ก็จะควบคุมหุ่นยนต์ตัวที่ 3 นั้น แต่ตอนนี้อยู่ใน Stage ที่หุ่นยนต์ตัวที่เป็นแสงสีเขียวนี่ จะต้องหยิบตะกร้าใช่หรือเปล่า ไปวางตำแหน่งนั้นให้ตรงนะครับ คือ ตอนนี้ที่นิ่งอยู่มีอะไรผิดพลาดหรือเปล่า มาดูกัน เรื่องเกี่ยวกับพวกแสงต่าง ๆ กล้อง แสง คือ ของถ้าเกิดเป็นคนนี่ คงไม่น่ามีปัญหามาก ก็คือเราใช้ตาเรามองอะไรต่าง ๆ แต่ถ้าเกิดพวกใช้กล้อง พวกแสงการสะท้อนอะไรต่าง ๆ นี่ มันมีผลกับพวกเซนเซอร์ในการที่จะควบคุม อันนี้ผมก็คิดว่าน่าจะเป็นปัญหาที่แสงที่ไปกระทบนะ มันก็เลยจะหลุดจากตัวนี้ไป แต่ทีนี้ พอหลังจากเอาไอ้ตระกร้านี่มาใส่นะ ใส่แล้วนี่ ก็จะมีการควบคุมต่อแล้วนะครับ ไปได้ไหมนะ Network ไปไหม อะไรอย่างนี้ โอเค เริ่มขยับ ลองดูว่าจะวิ่งรอบตึกสักนิดหนึ่ง ของ FIBO นิดหนึ่งนะ ว่าได้ประมาณไหน จากตำแหน่งตรงนี้ที่เขาควบคุม เพราะฉะนั้นนี่ จอที่เขาเห็นจะเป็นทางด้านซ้ายมือนะ แล้วก็ควบคุมไอ้เจ้าตัวนี้ เพื่อจะไปส่งของอีกจุดหนึ่งเหมือนกับว่าเราต้องการจะมีผู้รับของที่เป็นชิ้นงานไอ้ 3 มิติ ที่เขาพิมพ์มานี่ แล้วมาวางนะครับ อันนี้ก็เป็นบรรยากาศรอบ ๆ นะครับ อ๋อ มีกรวยมากั้นให้เกิดความยากด้วยเหรอ เพราะบางทีกั้นไว้ ไม่ให้จอดรถหรือเปล่า แล้วเอามานะครับ ต้องใช้ทีม Staff เขาไปช่วยเอานะครับ เอากรวยออก ทีนี้ ทางนี้ ก็คือเรามองว่าเทคโนโลยีอะไรที่มันมาเกี่ยวข้องตรงนี้ คือ 1. ก็คือการที่ควบคุมระยะไกลได้ แล้วก็ส่งภาพกลับมา แล้วก็กลไกของการเคลื่อนที่เคลื่อนไหวของหุ่นยนต์นี่ มันตอบสนองกับการที่เราสั่งระยะไกลไป ถ้าเกิดเราจินตนาการว่า มันไม่ใช่เป็นแค่รถที่ควบคุมระยะไกลได้อย่างเดียว มันทำฟังก์ชันอื่นได้ อย่างเช่น นึกถึงที่ดูว่าไม่น่าจะเป็นได้ มันทำได้นะครับ อย่างเช่น การเก็บเกี่ยว รถ ก็คือเราสั่งหุ่นยนต์ ก็คือรถคันนั้นก็เป็นหุ่นยนต์นะ ไปทำเก็บเกี่ยว หรือไปตัดหญ้าอะไรต่าง ๆ หรือว่าจะไปขุดดินหรืออะไรต่าง ๆ นี่ เราไม่ต้องไปลงแรงนะ เพราะฉะนั้น คนที่อยู่ที่ในบ้าน ก็สามารถที่จะควบคุมหุ่นยนต์ในระยะไกลไปทำฟังก์ชันนั้น ๆ ได้นะ หรือว่าเปลี่ยนเป็นอย่างอื่น มีใครมีไอเดียอะไรไหมครับ ไปทำอะไรได้ นอกจาก คือจินตนาการได้เลย อะไรที่มันเป็นเครื่องจักรที่สามารถที่ขยับได้ต่าง ๆ นี่ เราก็แปลงตัวนั้นน่ะเป็นหุ่นยนต์ได้ และให้ควบคุมระยะไกลได้ ตอนนี้อาจจะมองรู้สึกว่า ก็ค่าแรงมันยังถูกอยู่นะ ก็คงจะใช้แรงงานไปก่อน แต่ก็ต้องยอมรับว่า ในอนาคตอันไม่ไกลนะ ก็คือ ถึงแม้ว่ามีเงิน ก็ไม่อาจจะจ้างใครได้แล้ว ก็คือ เพราะว่าเขาก็ไม่อยากจะทำงานที่ต้องใช้แรง แล้วก็ต้องร้อน ต้องเหน็ดเหนื่อย เพราะฉะนั้นก็ต้องใช้หุ่นยนต์ไป หรือขึ้นไปที่สูง ไปหยิบจับอะไรสักอย่างหนึ่ง เอาของมาจากโน่นนี่นั่น ก็เป็นลักษณะหุ่นยนต์ได้หมดเลยนะครับ ก็ต้องมีการลงทุนในการพัฒนา อันนี้ก็วิ่งไประยะใกล้น่าจะครบ ใกล้ 1 รอบ เพราะฉะนั้นนี่ ก็… แล้วก็ไปส่งของนะ ภาพมันก็คือสั่งของ มันเริ่มตั้งแต่ต้นน้ำเลยนะครับ ผู้พิการออกแบบ 3 มิตินะครับ โมเดล 3 มิติ สั่งไปพิมพ์ ขึ้นรูป 3 มิติ อย่าลืมว่าพิมพ์ด้วยเป็นพลาสติกก็ได้ ต่อไปเป็นพิมพ์โลหะได้อยู่แล้วนะ ตอนนี้ก็มีเครื่องพิมพ์โลหะได้เป็น 3 มิติขึ้นมา แล้วตัวนี้ ใส่ไว้บนเชลฟ์ เพื่อให้คนนี่เข้าไปชอปปิงได้ว่าอยากได้อันนั้นอันนี้ แล้วเราน่ะ ให้ผู้พิการนี่ สามารถเข้าไปลองดูว่า ควบคุมจากตั้งแต่เลือกของและหยิบของลงมา หลายท่านอาจจะบอกว่า อ๋อ ก็เป็นอัตโนมัติได้หมดเลยนี่ ไม่จำเป็นต้องมีคนก็ได้นะ ก็ถูกต้องครับ ก็คืออาจจะเป็นอัตโนมัติหมด แต่คุณค่าของการที่เอาคนนี่เข้าไปช่วย ก็จะช่วยในการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้หลาย ๆ อย่าง เพราะว่าบางอย่าง หุ่นยนต์มันก็ถูกโปรแกรมไว้ บางทีมันไม่ฉลาด จนกระทั่งแก้ปัญหาทุก ๆ อย่างได้ ก็ใช้คนนี่ ในการที่ตัดสินใจว่าควรจะต้องทำอย่างไรนะ อันนี้ก็เป็นมุมน่าจะเป็นโค้งสุดท้ายแล้วมั้ง เราวิ่งมานะครับ ก็ยังเชิญชวนนะครับ ไปเยี่ยมชมกันที่บางมดได้นะ เรามีหุ่นยนต์ ถ้าเกิดที่ FIBO ก็จะเป็นสถาบันที่ตั้งมาก็ใกล้จะวิ่งเข้าใกล้ 30 ปีแล้วครับ เราเปิดทั้งปริญญาตรี ปริญญาโท ปริญญาเอกทางวิศวกรรมหุ่นยนต์เลยนะครับ ก็รุ่น ๆ หนึ่ง ก็ประมาณสัก 80 คนนะ 40-80 ก็คือห้องละ 40 นะ ประมาณนั้น ทีนี้ เข้าโค้งสุดท้ายไหม แล้วเราก็ทำหุ่นยนต์ที่ไม่ใช่อยู่ในโรงงานอุตสาหกรรมอย่างเดียว ก็ใช้ในบ้าน ในออฟฟิศด้วย ในช่วงโควิดน่ะ ทำหุ่นยนต์ในลักษณะที่น่ารัก ๆ อย่างนี้ครับ เข้าไปช่วยคุณหมอ ตอนนั้นก็เป็นรายแรก ๆ เลย ก็สั่งระยะไกลไป แล้วก็ไปตรวจวัดอุณหภูมิ ไปคุยกับผู้เจ็บป่วย คนไข้ต่าง ๆ ไปร้องเพลนะ เชียร์เขาอะไรต่าง ๆ พวกนี้ก็เป็นเรื่องเกี่ยวกับทางด้าน Social Interaction ที่ทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้นนะครับ อย่าลืมว่า Speed น่ะ มันวิ่งได้เร็วกว่านี้อยู่แล้วนะ เราก็จัดเอาไว้สักช่วงหนึ่งนะครับ จริง ๆ ก็อยากได้ไอเดียนะครับ เดี๋ยวเวลา เดี๋ยวอาจจะมีเล่นเกมที่บูธ ไปส่งได้นะครับ ว่าถ้าเกิดเราเป็นไม่ใช่แค่ผู้พิการ ผู้สูงวัย เด็ก หรือว่าคนปกติ แล้วสามารถที่จะอยากจะได้หุ่นยนต์สักตัวหนึ่ง ที่เป็นตัวแทนเรา ที่เรียกว่า Avatar นี่ ต่อไปเราต้องมีหุ่นยนต์ตัวหนึ่งไปกับเรานะครับ เป็น Personal Robot เพราะฉะนั้นนี่ ถ้าเกิด 1 ตัวนั้นน่ะ มีไอเดียอะไรบ้าง เดี๋ยวไปเล่นเกมที่บูธได้ เดี๋ยวมีของรางวัลให้นะครับ เพื่อจะได้เป็นหลาย ๆ ความคิดเห็นของท่านนี่ จะเป็นจุดประกายให้กับพวกเราในการพัฒนาเทคโนโลยีช่วยกับพวกเราด้วยนะ ประมาณนั้น ทีนี้ ก็จะมีเจ้าที่ที่เขามารอรับอยู่ใช่ไหม เราจะมีกรวยอีกแล้วเหรอ โอเค ไม่นั่นแล้วนะ ตึกเราอยู่หลังคณะวิทยาศาสตร์นะ ก็เข้ามาดูได้นะครับ ตำแหน่งนี้นะครับ เดี๋ยวเขาจะหยิบให้ดูว่าชิ้นงานที่เลือกไปจากบนเชลฟ์นี่มันมีอย่างไรบ้างนะครับ โอเค หยุดแล้วนะ จริง ๆ แล้ว สัญญาณต่าง ๆ มันสามารถส่งไป-กลับได้ เช่น มีการพูดคุยนะ จากระยะไกลก็ได้ใช่ไหม เพราะทำ Video Conference Streaming ได้นะ ก็มาโชว์ให้ดูว่าได้นะ โอเค ฉะนั้น ก็เป็นอันจบนะของอันนี้ ถือว่าส่งของได้ อันนี้คือเขาก็พิมพ์มา แล้วก็พรินต์มาได้นะครับ โอเค อันนี้ เรียบร้อยครับ ขอบคุณครับคุณดาวนะครับ ทีนี้นี่ ส่วนที่ 2 ที่อยากจะให้เห็น ก็คือ เรามีหุ่นยนต์สุนัขตัวนี้ ซึ่งจริง ๆ แล้ว รากฐานก็คือมาจากของเมืองจีน ลองดูว่าหุ่นยนต์สุนัขตัวนี้นี่ ปกติเราใช้ Joystick Control แต่เราน่ะ ให้นักศึกษานี่ ที่เรียนอยู่ ปี 1 แต่ของปริญญาโทนะครับ ลองเขียนโปรแกรม แล้วเรามาช่วยคนพิการได้อย่างไร เดี๋ยวเชิญทีมเลยครับ เรายังพอมีเวลาอีกนิดหนึ่งนะ 10 นาที ว่าเขาจะเขียนโปรแกรมเพื่อพัฒนาฐานของหุ่นยนต์ที่มันมีอยู่เยอะอย่างนี้ เอามาใช้งานประโยชน์อย่างไรบ้างนะ เชิญได้ ก็จะ... ก็คือจะมีอะไรบ้าง ก็คือ... ลองคุย (นักศึกษา) สวัสดีครับ ก็จะมีท่าแรกคือท่าที่ใช้ให้น้องหมายืนครับ คราวนี้เดี๋ยวจะให้เดินไปหาผู้พิการครับ แล้วเดี๋ยวจะทำภารกิจกันครับ ลองชมกันนะครับ เดี๋ยวภารกิจของเราก็คือจะให้ผู้พิการนะครับ เอา... พอดีเควสปัญหาของเราที่เราพบเจอน่ะครับ ก็คือว่าในกรณีที่ผู้พิการน่ะ ต้องถือของครับ แล้วก็ต้องเข็นรถเข็นด้วย จะทำให้ไม่สามารถเข็นได้สะดวก คราวนี้ เราก็เลยอยากให้หุ่นยนต์หมานี่ เป็นตัวช่วยให้ช่วยผู้พิการให้สะดวกยิ่งขึ้นครับ ขออนุญาตนะครับ (รองศาสตราจารย์ ดร.สยาม) ถ้าเกิดมองตรงนี้ก็เป็น… ถือว่าเป็น Assistive Technology เหมือนกัน ที่ช่วยอำนวยความสะดวก จะสังเกตว่าไม่ใช่แค่ผู้พิการนะครับ คือผู้สูงวัยก็ได้ หรืออาจจะเป็นเรา อาจจะช่วงนั้นบาดเจ็บอยู่อะไรอย่างนี้ ไม่สะดวกก็ใช้ตรงนี้ได้ เพราะฉะนั้น สิ่งที่ต้องทำพัฒนาคืออะไรล่ะ ก็คือตอนนี้ให้จดจำท่าภาษามือ (นักศึกษา) ใช่ครับ (รองศาสตราจารย์ ดร.สยาม) ครับ แล้วโดยผ่าน (นักศึกษา) ผ่านกล้อง (รองศาสตราจารย์ ดร.สยาม) ผ่านกล้องที่เอามาติดเพิ่ม (นักศึกษา) ใช่ครับผม (รองศาสตราจารย์ ดร.สยาม) แล้วก็มีคอมพิวเตอร์เพิ่มเข้าไป เพื่อประมวลผลเหมือนกับ AI เบื้องต้นนะ เอามาใช้เพื่อจำท่า แล้วอย่างไรต่อครับ (นักศึกษา) ครับ เดี๋ยวเริ่มต้นนะครับ เดี๋ยวจะให้ผู้พิการลองสั่งว่าท่าหมานั่งหรือยืนได้ไหมครับ เดี๋ยวมาลองที่ท่านั่งก่อนนะครับ (รองศาสตราจารย์ ดร.สยาม) อันนี้ อย่าลืมนะครับ เหมือนเมื่อกี้ที่เราเห็น เซนเซอร์มันแบบ ก็ต้องดูแสงเสิงอะไรต่าง ๆ นี่ ว่ามันจะจับได้หรือเปล่า อันนี้โอเค อันนี้จับได้ ก็อันนั่นไป แล้วต่อไป (นักศึกษา) ต่อไปท่ายืน (รองศาสตราจารย์ ดร.สยาม) ท่ายืน อันนี้เป็นภาษาที่เขาใช้ Train ด้วยสุนัขใช่ไหม (นักศึกษา) ใช่ครับ โดยตอนแรกก่อนหน้านี้ครับ ครั้งแรกก็คือจะใช้เป็นภาษามือสำหรับสุนัขจริง ๆ เลย แต่ในบางท่าครับ ด้วยการที่เรานั่งอยู่น่ะ กล้องไม่สามารถมองเห็นได้ขณะนั้น ก็เลยเลือกที่จะเปลี่ยนท่าบางท่าครับ (รองศาสตราจารย์ ดร.สยาม) อันนี้ท่า… ท่าไอ้ตัวที่จะลุกขึ้นนี่ มันยากหน่อยไหม (นักศึกษา) ใช่ครับ (รองศาสตราจารย์ ดร.สยาม) ไม่ค่อยเห็น โอเคนะ (นักศึกษา) เดี๋ยว... ใช่ เดี๋ยวทีนี้ท่า... (รองศาสตราจารย์ ดร.สยาม) จะให้อย่างไรต่อ (นักศึกษา) อย่างนั้น เดี๋ยวจะเริ่มจาก เดี๋ยวพี่ไปกับผมเลยครับ เดี๋ยวอาจารย์ยืนตรงนี้ครับ เดี๋ยวพวกผมจะมาหาอาจารย์ (รองศาสตราจารย์ ดร.สยาม) ก็คือจะทำอะไรเอ่ย อันนี้คือโจทย์ตั้งมาเมื่อเช้า ยังไม่ได้เตี๊ยมกัน (นักศึกษา) ใช่ ๆ (รองศาสตราจารย์ ดร.สยาม) ว่าอย่างไร (นักศึกษา) เดินไปหน่อย (รองศาสตราจารย์ ดร.สยาม) หุ่นยนต์ที่เป็นลักษณะขานี่ ข้อดี คือ มันจะไปผ่านกับสถานที่ต่าง ๆ ที่ไม่เรียบได้นะ ถ้าเป็นล้อมันก็ต้องพื้นที่มันต้องเรียบหน่อย แล้วฟังก์ชันของหุ่นยนต์สุนัขนี่มันสามารถจะเดินขึ้นบันไดได้ ทางเรียบได้ เพราะฉะนั้น มองเขาเป็น Personal Robot เป็นหุ่นยนต์ประจำตัวเราสัก 1 ตัวนี่ มันก็คือจะช่วยเหลือเราหลาย ๆ อย่างได้นะครับ อย่างเช่นนี่คือ เขาก็คือจะสั่งให้หุ่นยนต์ตัวนี้ ไปหยิบของ หรือว่าใส่ของ อ๋อ เอาของมา แล้วบอกให้มาส่งที่ผมใช่ไหม (นักศึกษา) ใช่ครับ (รองศาสตราจารย์ ดร.สยาม) โอเค (นักศึกษา) ทีนี้นะครับ ก็จะให้คำสั่งมือว่า จะให้หุ่นถอยหลังเพื่อจะไปดูที่ QR Code ครับ แล้วหุ่นก็จะเดินตาม QR Code (รองศาสตราจารย์ ดร.สยาม) สมมติว่าจินตนาการว่าของนั้นมันหนักมากเลย ก็ใส่ในหลังของหุ่นยนต์ (นักศึกษา) ใช่ ๆ ๆ (รองศาสตราจารย์ ดร.สยาม) เพราะฉะนั้น ผู้พิการนี่ ก็แค่เคลื่อนที่ของรถนี่ ให้ในตอนนี้มันก็เริ่มมา Track แล้ว (นักศึกษา) ถอยหลังหน่อยครับ (รองศาสตราจารย์ ดร.สยาม) Track ไหม มันก็จะมี QR Code อยู่หลังวีลแชร์ เพราะฉะนั้น มันก็หุ่นยนต์หมาจะต้อง Track ไอ้เจ้า QR Code นี้ แล้วก็วิ่งมาได้นะครับ เจอไหม QR Code มันเฉียง ๆ อยู่ อันนี้มันบอกโอเคแล้ว พอได้ไหม เพราะฉะนั้นนี่ ตรงนี้ สื่ออีกอันหนึ่งที่น้องจะต้องพัฒนา เราเห็นเลยว่าคือ การมีเสียง ว่าตอนนี้ฉันรับคำสั่งแล้วใช่ไหม อันนี้ยังขาดอยู่ มีฉันรับคำสั่งแล้ว อันนี้ฉันเห็นป้ายนะ ตอนนี้ฉันไม่เห็นป้ายอะไรอย่างนี้ เพราะตอนนี้ ก็คือ เราไม่รู้เลยว่า เอ๊ย ตกลงไอ้เจ้าหุ่นยนต์หมามันคืออะไร มันกำลังคิดว่า ตอนนี้มันคือจะ Track แล้ว เพราะฉะนั้น Track อย่างนี้คือ คุณต้องชู Joystick ด้วยว่าคุณไม่ได้ควบคุม Joystick นะ อันนี้เราไม่ได้ใช้นะ ก็คือมันจะ Track ตามตัวนี้ เราเขียนโปรแกรม แล้วพัฒนา แล้วก็ให้มัน Track นะ ก็อย่าแกล้งมันเยอะนะ เดี๋ยวมันจะหลุดจากไอ้เจ้า QR Code นั้นใช่ไหม อันนี้ก็คือสมมติจินตนาการว่าของหนักมากเลย แล้วเขาจะเอาของมาให้ผมนะ แล้วก็มาไหม มาไหม (นักศึกษา) ทีนี้สมมติ สมมติเราเดินมาระยะทางหนึ่งแล้ว ระยะที่จะเอาของให้แล้ว เราก็ใช้ท่าครับ (รองศาสตราจารย์ ดร.สยาม) ก็ Detect ท่า (นักศึกษา) ใช่ครับ (รองศาสตราจารย์ ดร.สยาม) ก็คือปิด QR Code นั้น แล้วเสร็จเรียบร้อยปุ๊บ ก็... แล้วก็ปิด QR Code นั้น เพื่อไม่ให้มัน Track ตรงวีลแชร์ แล้วให้มัน Track ตรงมือแทน ตอนนี้แสงมันมาอย่างนี้ก็ (นักศึกษา) ด้วยแสงปกติจะได้ครับ แต่พอมีแสงก็เลยจะ (รองศาสตราจารย์ ดร.สยาม) มันไม่ได้ Calibratt ข้างหน้านี้ แต่เพียงว่าก็ลองดูสิว่าอาจจะเจอก็ได้ตรงนี้ เพราะแสงมันมา โดนมือผม มาเจอผมแทน ได้ไหม เจอไหม ถ้าเกิดเจอมันต้องบอกนะ หุ่นยนต์หมามันต้องบอกสัญญาณหน่อย เทคโนโลยีมันยังใหม่อยู่นะ (นักศึกษา) ต้องเห็น QR Code ด้วยครับ ถึงจับได้ (รองศาสตราจารย์ ดร.สยาม) ต้องเห็น QR Code มาถึงตรงข้าง ๆ นะ ถอยหลังไปนิดหนึ่ง (นักศึกษา) ครับ ตอนนี้เราก็จะหยิบของแล้ว จะเห็นว่าคำว่า Left Right นี่คือ ที่เขา Track ภาษามือด้วยนะ ก็ประมาณนั้น เพราะฉะนั้นก็ต้อง นี่ คือ พยายาม เขาเรียกสร้างให้เห็นว่าในอนาคต เทคโนโลยีจะมาเป็นลักษณะอย่างนี้ เป็นหุ่นยนต์อยู่กับเรา Personal Robot แล้วก็เอาของมาให้ ซึ่งก็จินตนาการว่าเป็นของที่หนัก ของที่ต้องระวัง แล้วก็เอาตัวนี้มาเป็นทาสเรา Robot รากศัพท์มันคือเป็นทาสเรานะ Slave ตัวนี้ โอเคครับ ขอบคุณมาก ปรบมือให้น้องด้วยครับ น้องอิ่ม [เสียงปรบมือ] (รองศาสตราจารย์ ดร.สยาม) เพิ่งได้โจทย์ตอน 8 โมงเช้า ก็ลองทำดูก่อน โอเค ทีนี้ อีกส่วนหนึ่งนี่ สุดท้าย ผมยังมีเวลาอีกนิดหนึ่ง ก็คือหุ่นยนต์อีกตัวหนึ่งก็คือ ขอบคุณมากนะ เดี๋ยวเราอยู่แถวนี้ด้วย ก็คือ Journey หุ่นยนต์ Journey นี่เป็นหุ่นยนต์ที่ทางกลุ่มของวิศวกรของที่ FIBO นี่พัฒนาขึ้น ก็เอามาใช้งานหลาย ๆ อย่างนะครับ ก็เป็นต้นแบบในการที่จะเอามาสื่อสาร ทีนี้ผมก็… ดูสิว่าฟังก์ชันที่เราสร้างมาได้นี่ ออกแบบมา ก็คือสวย ๆ นี่ ต้องไป Co กับคณะอื่นนะ Coกับสถาปัตย์ฯ Co กับใคร เราทำเป็นฟังก์ชันได้ ืทีนี้ทำอะไรได้บ้างอันนี้ โอเคได้ ทำอะไรได้บ้าง เดี๋ยวบอกให้ ได้ไหม ดูเหมือน Network หลุดนะ เหมือน Network หลุดแล้วอย่างไรต่อคุณทำ ผมว่าบอกอธิบายไปก่อน มีเวลาอีกนิดเดียว คุณก็ลองเซตดู ก็คือว่าหุ่นยนต์ตัวนี้นี่ก็คือการเคลื่อนที่ แล้วก็มีแขนที่ทำงานเป็นหุ่นยนต์ที่ประชาสัมพันธ์ได้ แต่จินตนาการว่า ไอ้นี้ก็เป็นหุ่นยนต์ เพราะฉะนั้นนี่ เราก็สามารถให้ผู้พิการหรือว่าผู้สูงวัย หรือคนอื่นนี่ เข้ามาสิงมันได้นะ ก็คือ โอ้โหใช้คำว่า "สิง" ก็คือ เข้ามาควบคุมมันได้จากระยะไกลเหมือนกัน อาจจะทำลักษณะเป็นจอ Video Conference ก็เข้าไปคุยกับอีกที่หนึ่ง กับคนในบ้าน ในออฟฟิศต่าง ๆ ก็ยังได้ แล้วก็ด้วยฟังก์ชันของเขานี่ มีแขน มีอะไรต่าง ๆ ก็จะมีท่าทางที่น่าจะทำให้คนทั่วไป ๆ น่ะ เข้าใจได้ง่าย แล้วก็มันค่อนข้างน่ารักนะครับ ก็เหมือนเซนเซอร์ก็จะมีทั้งส่วนที่เป็นตรงกล้องที่อยู่ข้างบนนี้ แล้วก็สามารถติดข้างล่างได้ ตอนแรกนี่เขาจะอยากจะโชว์ว่า จะทำ Video Conference นะ จากบูธอีกบูธหนึ่งแล้ววิ่งเข้ามาที่นี่นะแต่ Network มีปัญหา (Journey) สวัสดีค่ะ หนูชื่อ Journey เป็นหุ่นยนต์บริการที่ถูกพัฒนาโดยสถาบันวิทยาการหุ่นยนต์ภาคสนาม FIBO มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี สวัสดีค่ะ หนูชื่อ Journey เป็นหุ่นยนต์บริการที่ถูกพัฒนา (รองศาสตราจารย์ ดร.สยาม) แต่จริง ๆ ตรงนี้ มันก็เป็น Video Conference แล้วนะ ถ้าเกิดกล้องจะเห็น ลองส่องที่นี่ดูก็ได้นะครับ ใครที่เป็นกล้องนี่ ก็คือ ตอนนี้ที่หน้าของเขานี่ หน้าจอตรงนี้ มันก็คือตำแหน่งของที่บูธที่ FIBO นะ เพราะฉะนั้น เขาจะสามารถสั่งคำสั่งมาที่หุ่นยนต์ตัวนี้ได้อยู่แล้ว ให้เคลื่อนที่ต่าง ๆ นะ นี่ Video Cenference อยู่นี้ เห็นไหม ได้ยินไหมครับ นิคได้ยินไหมครับ วิดีโอทางนั้นน่าจะไม่ได้ยิน สัญญาณไม่ค่อยเสถียรเท่าไร (รองศาสตราจารย์ ดร.สยาม) ครับ ก็คือ ก็คงต้องใช้ Network ที่ดีขึ้นกว่านี้นะ ก็มาใส่… โอเคแล้วทำฟังก์ชันอะไรได้อีก ขยับแขนลองดู เพราะฉะนั้นก็เป็นท่าทางต่าง ๆ ขยับหัว ร้องเพลงอะไรได้ไหม (Journey) เพื่อช่วยคนพิการที่บูธ FIBO กันค่ะ (รองศาสตราจารย์ ดร.สยาม) โอเค อันนี้ก็เป็นพื้นฐาน เพราะว่าเวลาจำกัด เพราะฉะนั้นนี่ อันนี้เดี๋ยวไปดูที่บูธ FIBO ได้ มาลองเล่นดู มาถ่ายรูปกับเขาได้นะ แล้วก็จะเห็นว่า ตัวนี้ก็เป็นตัวแทน Avatar เหมือนกัน ก็คือเป็นตัวแทนของเราที่จะเอาไปใช้งาน แล้วก็อาจจะเป็นส่วนหนึ่งของเป็น Personal Robot ได้ ก็คือว่าอาจจะมีคนที่มาควบคุมตัวนี้เพื่อมาช่วยอำนวยความสะดวกคนพิการอีกที่หนึ่ง มันก็จะเกิดอาชีพใหม่ ๆ ซึ่งเราอาจจะจินตนาการยากอยู่ ก็ไปคุยกันได้ว่าคนคนนี้มาช่วยผ่านทางหุ่นยนต์อีกทีหนึ่งก็เป็นไปได้ครับ โอเค ผมว่าตามเวลาที่ให้มานะครับ ก็ประมาณชั่วโมงหนึ่งพอดี ก็เดี๋ยวเราก็ อย่างไรดี ก็เอาทีม... ทีมมา คุณอิ่มมานี่ไหม กับหุ่นยนต์หมามาได้ไหม แบตเตอรี่หมดหรือยังเอ่ย หุ่นยนต์หมา เอาหุ่นยนต์หมามาไหม เดี๋ยวเราลาท่านผู้ชมโดยมายืนกันตรงนี้ ตรงนี้ก็มาได้ใช่หรือเปล่า Journey โอเค มาถ่ายรูปตรงนี้แป๊บหนึ่ง และเดี๋ยวไปชมของจริงที่บูธ มจธ. ตรงนู้น แล้วก็จะมีงานเรื่องคนพิการด้วยนะครับ โอเค แล้วก็เราก็อาจจะ... เราตอนช่วงเช้า Promotion พิเศษ ไอ้ระบบเมื่อสักครู่นี้มันยัง Run อยู่ ที่อยู่ที่ FIBO ใครสนใจ โห มันจะเสียงดังตึก ๆ ๆ ๆ หน่อย ใครสนใจไปลองเล่น VR และควบคุมไอ้รถต่าง ๆ หรือว่าแขนกลต่าง ๆ ไปดูสิว่ามีความยากแค่ไหน แล้วมาลองเล่นดู เรามีหุ่นยนต์หลากหลายแบบไปอยู่ที่บูธของ FIBO บูธของ มจธ. ตรงนั้นนะครับ โอเคนะ เดี๋ยวเราก็จะ... ทั้งเท่าไรนะ 4 คนแล้วกันนะ 1 2 3 4 เราก็จะลากันตรงนี้นะ แล้วก็เดี๋ยวไปชมกันที่บูธ FIBO ก็แล้วกันครับ ครับ ขอบคุณมากครับ [เสียงปรบมือ] อยากให้ขยับหุ่นยนต์ตรงนี้ อยากให้ขยับหุ่นยนต์ โอเค อย่าลืมนะครับ อะไรที่มันควบคุมได้จากรีโมต จากอะไรต่าง ๆ ก็ควบคุมจากอีก Network ได้นะ แต่ขอให้ Network ดี ก็ยังรับ ใครที่ทำเรื่อง Network มาคุยได้นะครับ ขยับมาอีกหน่อยหนึ่ง (คุณเพลงรบ) ครับ ขอเสียงปรบมือให้กับ รองศาสตราจารย์ ดร.สยาม เจริญเสียง นะครับ รองอธิการบดีอาวุโสฝ่ายวิชาการ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรีนะครับ น่ารักมาก ๆ นะครับ เมื่อกี้ น้องหายไปไหนแล้ว น้องไปแล้วนะครับ ในโอกาสเดียวกันนี้นะครับ ขอเรียนเชิญนะครับ ท่านรองอธิบดี สนธยา บุญภูษิต มอบของที่ระลึกให้กับทางอาจารย์นะครับ ขอกราบเรียนเชิญนะครับ ท่านรองอธิบดีกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการครับ ขอเรียนเชิญ และขอเสียงปรบมือด้วยครับ [เสียนดนตรี] (คุณเพลงรบ) ถือว่าเป็นอีกหนึ่งเทคโนโลยีที่สำคัญสำหรับคนพิการเลยนะครับ ในยุค 5.0 แบบนี้นะครับ ก็เรียกได้ว่าเป็นการพัฒนาอย่างต่อเนื่องนะครับ เพื่อคนไทย และคนพิการไทย ขอเสียงปรบมือให้ทั้ง 2 หน่วยงานด้วยครับ เอา... โอเคครับ นะครับ และสำหรับท่านใดนะครับ ที่มีความประสงค์ที่ต้องการข้อมูลเพิ่มเติมนะครับ ก็สามารถติดต่อได้ที่บูธของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรีนะครับ ที่อยู่ภายในงานของเรานี่เองนะครับ ก็จะอยู่บริเวณบูธด้านล่างนะครับ ท่านใดที่ฟังท่านอาจารย์ไปแล้วยังไม่เข้าใจหรืออยากได้ข้อมูลเพิ่มเติม หรือมีข้อสงสัยอื่นใดนะครับ ก็สามารถติดต่อที่บูธได้นะครับ เพื่อที่จะรับข้อมูลนะครับ แล้วเราก็จะมาเรียนรู้ไปพร้อม ๆ กันนะครับ ขอบพระคุณทั้ง 2 ท่านนะครับ ขอบคุณท่านรองฯ นะครับ และขอบพระคุณท่านอาจารย์เป็นอย่างสูงนะครับ ที่ได้กรุณามามอบความรู้และปาฐกถาพิเศษในครั้งนี้ครับ และแน่นอนนะครับ ว่าเวทีของเรายังไม่หมดเพียงแค่นี้นะครับ เรายังมีอีก... บ๊ายบาย ไปแล้วนะครับ ก่อนที่จะนำเข้าสู่อีก 1 เวที 1 Session นะครับ ขออนุญาตประกาศนะครับ คุณดอลเลย์ วงเรือน นะครับ อ่านผิดขออภัยนะครับ มารับบัตรประชาชนพร้อมใบขับขี่ของท่านด้วยนะครับ บริเวณด้านขวามือของผมนะครับ หรือขวามือเวที หรือซ้ายมือของท่านนะครับ มารับบัตรประชาชนพร้อมกับใบขับขี่นะครับ มาครบเลยนะครับผม โอเคครับ เอาล่ะครับ เดี๋ยวเราจะขยายผล Hackathon สำหรับคนพิการ เพื่อคนพิการก่อนนะครับ ว่า HACK HUG HUG จะเป็นอย่างไร แต่วันนี้ แน่นอนนะครับ ว่าสำนักงานใหญ่มาเอง เราจะต้องมอบเวทีแล้วนะครับ เพราะว่าขวามือผมนี่พร้อมแล้ว พร้อมแล้วนะครับ ขอเสียงปรบมือให้กับสำนักงานใหญ่องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (Thai PBS) ครับ ขอมอบเวทีนี้ให้กับ Thai PBS เลยครับ (บรรยาย) นี่คือนายสมหวัง ซึ่งเป็นคนพิการ ชื่อสมหวัง แต่ก็ต้องผิดหวังตลอด เพราะไม่ว่าจะไปสมัครงานที่ไหน ทำไม่ได้หรอก จากข้อมูลสถานการณ์คนพิการในประเทศไทยปี 2565 มีคนพิการทั่วประเทศ 2,000,000 คน อยู่ในวัยทำงาน 852,096 คน สามารถทำงานได้ แต่ว่างงานอยู่ 81,502 คน ไม่ประสงค์ให้ข้อมูล และไม่ระบุอาชีพมีมากถึง 404,822 คน ทั้ง ๆ ที่ประเทศไทยมีพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ มาตรา 33 ระบุว่านายจ้างที่มีพนักงาน 100 คนต้องจ้างคนพิการ 1 คน และหากเกิน 50 คน ต้องจ้างเพิ่มอีก 1 คน โดยมีมาตรา 34 ระบุเป็นทางออกไว้ว่า หากนายจ้างไม่ต้องการจ้างงานคนพิการ ให้ส่งเงินเข้ากองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการทดแทนได้ และอีกทางเลือกหนึ่ง คือการใช้มาตรา 35 ส่งเสริมอาชีพให้คนพิการใน 7 กิจกรรม ได้แก่ ให้สัมปทาน หาสถานที่จัดจำหน่ายสินค้าบริการ จัดจ้างเหมาช่วง ฝึกอาชีพ จัดหาสิ่งอำนวยความสะดวก จัดหาล่ามภาษามือ ให้ความช่วยเหลืออื่น ๆ นี่คือหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้นายสมหวังต้องผิดหวังตลอด ไม่ใช่เพราะสมหวังทำไม่ได้หรอก แต่นายจ้างเลือกทำตามมาตรา 34 มากกว่าการจ้างงานคนพิการนั่นเอง นำมาสู่ 4 โจทย์ใหญ่ของสังคมแห่งการอยู่ร่วมกัน ที่ต้องรวมพลังช่วยกันระดมไอเดียคิดหาทางออก 1. เพิ่มอัตราจ้างงานในภาคเอกชน 2. ส่งเสริมการมีงานทำโดยภาครัฐ 3. ลดการจ่ายเงินเข้ากองทุนคนพิการ และเพื่อให้ครอบคลุมทุกกลุ่มอาชีพ 4. สร้างการพัฒนาโอกาสทางเลือกในการประกอบอาชีพอิสระ ช่วยกันขับเคลื่อนวิธีการให้คนพิการมีงานทำ สามารถเข้าถึงสิทธิ์ได้อย่างเท่าเทียม เพื่อความสุขร่วมกันของทุกคนในสังคม [เสียงดนตรี] (คุณพิชญาพร) สวัสดีทุกท่านนะคะ สวัสดีทุกท่านค่ะ ต้อนรับทุกท่านเข้าสู่ช่วง HACK HUG HUG Hackathon เพื่อคนพิการนะคะ ดิฉัน พิชญาพร โพธิ์สง่า ในนามของ Thai PBS ค่ะ รับหน้าที่เป็นพิธีกรในช่วงนี้นะคะ เมื่อสักครู่นี้ หลายท่านน่าจะเห็นวีดิทัศน์คะ ที่สะท้อนให้เห็นว่าคนพิการอีกจำนวนมากที่ยังไม่มีงานทำ และนั่นก็คือโอกาสที่เราจะได้ขับเคลื่อนให้คนพิการในประเทศนี้มีงานทำ แล้วก็ได้ใช้ศักยภาพของพวกเขาอย่างเต็มที่ เพื่อส่งเสริมเรื่องของคุณค่าของคนพิการ และก็ลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมด้วยนะคะ สำหรับ HACK HUG HUG Hackathon เพื่อคนพิการค่ะ เป็นโครงการที่ Thai PBS นั้น ตั้งใจที่จะจัดทำขึ้นในวันที่ 28-30 กันยายนที่ผ่านมานะคะ ถึงวันนี้นี่ 2 เดือนแล้วค่ะ เราจะมาติดตามกันนะคะ ว่าจากวันนั้น ถึงวันนี้มีการขับเคลื่อนเรื่องการจ้างงานคนพิการอย่างไรบ้าง ขออนุญาตเกริ่นก่อนนะคะ โครงการของเราค่ะ มีหลายหน่วยงานเดียวกันนะคะ ที่ร่วมขับเคลื่อนด้วยกัน เพื่อสนับสนุนให้หน่วยงานสถานประกอบการมีการจ้างงานคนพิการมากขึ้น ให้สังคมได้ตระหนักรู้ เข้าใจปัญหา แล้วก็ยอมรับคนพิการค่ะ เป็นแรงบันดาลใจให้หน่วยงานต่าง ๆ นะคะ เห็นว่าทุกคนสามารถมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาเรื่องนี้ได้ แล้วก็ส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพชีวิตให้กับคนพิการด้วย เพื่อสุดท้ายค่ะ เราจะทำให้คนพิการมีงานทำ สร้างงาน สร้างอาชีพให้กับพวกเขานะคะ งานของเราจึงมีโจทย์สำคัญในการ Hackathon ค่ะ เรียกว่าเป็นนวัตกรรมในการแก้ปัญหารูปแบบใหม่นะคะ 4 โจทย์นี้ค่ะ อย่างแรกก็คือ การเพิ่มอัตราการจ้างงานในภาคเอกชน ตามมาตรา 33 การส่งเสริมมีงานทำในภาครัฐหรือว่ามาตรา 35 ลดการจ่ายเงินเข้ากองทุนตามมาตรา 34 แล้วก็สร้างทางเลือกอาชีพอิสระให้แก่คนพิการค่ะ สำหรับหน่วยงานที่เราเป็นภาคีเครือข่าย แล้วก็ร่วมงานกันมา ขออนุญาตเอ่ยนาม กิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ กิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือว่า กสทช. ค่ะ UNDP นะคะ กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ สำนักสนับสนุนสุขภาวะประชากรกลุ่มเฉพาะ สสส. ค่ะ มูลนิธินวัตกรรมทางสังคม สมาคมสภาคนพิการทุกประเภทแห่งประเทศไทย สมาคมเพื่อผู้บกพร่องทางจิตแห่งประเทศไทย สมาคมผู้ปกครองคนพิการทางสติปัญญา สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล depa และสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติองค์การมหาชน หรือว่า NIA นะคะ ทั้งหมดนี้คือหน่วยงานที่ร่วมกันขับเคลื่อนกับ Thai PBS เพื่อสนับสนุนการจ้างงานคนพิการค่ะ จากวันนั้นถึงวันนี้ 2 เดือนพอดีเป๊ะเลยนะคะ เรามีตัวแทนจากทั้งหมด 8 ทีม เพื่อมาเล่าให้เราฟังบนเวทีว่า พวกเขาขับเคลื่อนเรื่องนี้อย่างเป็นรูปธรรมอย่างไรบ้างค่ะ วันนี้เราได้รับเกียรติจากหลายท่านทีเดียวนะคะ เป็นทั้งระดับผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้อำนวยการ เจ้าหน้าที่อาวุโสค่ะ ขอเรียนเชิญท่านท่านบนเวทีนะคะ [เสียงดนตรี] (คุณพิชญาพร) สลับตำแหน่งกันดีไหมคะ เรียนเชิญนะคะ จริง ๆ Thai PBS เองแล้วก็หน่วยงานภาคีต้องเรียกว่าได้รับเกียรตินะคะ สำหรับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ที่ให้เกียรติเราในเวทีด้วยค่ะ ขออนุญาตแนะนำนะคะ ท่านแรกค่ะ ใกล้ชิดกับพรีนนะคะ คุณมนัส ประสงค์งาน ผู้จัดงานฝ่ายบริหารงานบุคคล ตัวแทนภาคเอกชนค่ะ ถัดไปคุณบุญนำ ลองกระโทก นักทรัพยากรบุคคลชำนาญการพิเศษ สำนักงานปลักกระทรวงสาธารณสุขค่ะ คุณสุชนา สินธวถาวร ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาคุณภาพชีวิตและความมั่นคง depa นะคะ คุณรัชกภพ ธาตุสุวรรณ ค่ะ ผู้อำนวยการสำนักทรัพยากรมนุษย์ Thai PBS ตัวแทนจากมูลธินินวัตกรรมทางสังคม คุณอภิชาติ การุณกรสกุล นะคะ ประธานมูลนิธินวัตกรรมทางสังคมค่ะ และคุณจินรัตน์ เทียมอริยะ ที่ปรึกษามูลนิธินวัตกรรมทางสังคม สวัสดีทุกท่านอีกครั้งนะคะ สวัสดีค่ะ ก็กว่าจะมาถึงวันนี้นะคะ 30 วันผ่านไป เชื่อว่าหลายท่านนี่ พยายามขับเคลื่อนงานในองค์กรของตนเองเพื่อสนับสนุนการจ้างงานคนพิการ ตามที่เราได้ตั้งโจทย์เอาไว้เยอะแยะเลยทีเดียวค่ะ ก่อนที่เราจะพูดคุยในรายละเอียดนะคะ เดี๋ยวเชิญทุกท่านรับชมคลิปสั้น ๆ เป็นการสรุปงานแล้วก็จะได้เห็นบรรยากาศว่า HACK HUG HUG ที่พรีนเกริ่นไปนี่ เป็นอย่างไรบ้าง ขอเชิญรับชมค่ะ สักครู่นะคะ โอเค โอเค ก็พรีนอนุญาต Run ต่อเลยนะคะ HACK HUG HUG ของเรานี่ค่ะ 8 ทีม เรามี 4 โจทย์นะคะ นี่เป็นหนึ่งในตัวแทนที่วันนี้จะมาช่วยกันเล่านะคะ ว่าท่านนี่ไปขับเคลื่อนอย่างไรบ้าง เริ่มที่คุณมนัสก่อนเลยค่ะ (คุณมนัส) ก็วันนั้นก็ได้มีโอกาสเข้าไปร่วมงาน Hackathon นะครับ ก็ได้รับโจทย์เรื่องของการจ้างงานผู้พิการเข้าสู่มาตรา 33 นะครับ เราจะมีวิธีการกันทำอย่างไร วันนั้นทีมก็วิเคราะห์ ตีโจทย์ รวมหัวกันนำเสนอโครงการออกมานะครับ ก็ทั้งสนุก ทั้งได้ความรู้ แล้วก็คิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์เหมือนกันครับ ครับผม (คุณพิชญาพร) ค่ะ เรียกว่าวันนั้นนี่ อยู่กัน 2-3 วัน นะคะ คุยกันเรื่องว่า เอ๊ะ จะจ้างกันกันอย่างไร แต่ละกลุ่มนี่ก็จะมี เรียกว่าส่วนผสมนะคะ เป็นทีมเวิร์กมาก ๆ จากหลายหน่วยงาน พี่มนัสคะ เราเรียกว่าเมื่อกี้พี่มนัสบอกว่า เวลาที่เรา Brainstrom นี่ เข้มข้นจริง ๆ หลังจากนั้นพี่มนัสนี่ ไปขับเคลื่อนในหน่วยงานของตัวเองอย่างไรคะ (คุณมนัส) ก็หลังจากวันนั้นก็กลับไปน่ะนะครับ บังเอิญว่ามันเป็นช่วงปลายปีพอดี แต่สิ่งที่เราเตรียมการก็คือเตรียมการในส่วนของปีหน้า คือ ปี 2567 ถามว่าเราทำอะไร แน่นอนครับ ก็คือ เราไม่จ่ายเงินเข้ามาตรา 34 แล้ว เราจ่ายเงินเข้ามาตรา 35 ทั้งหมดโควตาที่เราทำอยู่ครับ (คุณพิชญาพร) ค่ะ เห็นว่ามีโอกาสที่จะขยับมาเป็น 33 ด้วยถูกต้องไหมคะ วางแนวทางอย่างไรบ้างคะ (คุณมนัส) ใช่ครับ ก็เราได้างมูลนิธินวัตกรรมนะครับ เดี๋ยวท่านสุดท้าย ซึ่งเป็นตัวแทนจากมูลนิธินวัตกรรมอาจจะมาเล่าบางส่วนให้ฟัง ของเราก็คือแต่เดิมนี่ เราจ้างงานในส่วนของโครงการอาชีพและก็เชิงสังคมเป็นหลัก แต่ปีนี้หลังจาก Hackathon มา เรามีโครงงานการจ้างงานเพิ่มเข้ามาเป็นกลุ่มทดลอง ถามว่ากลุ่มทดลองตรงนี้ก็คือ กลุ่มที่เป็นนักศึกษา ที่เรียนในระดับอุดมศึกษา ซึ่งเป็นผู้พิการนะครับ ที่กำลังเรียนอยู่ ให้เขาได้เรียนไปด้วย แล้วก็มีโอกาสทำงานเพื่อรับเงินในส่วนของมาตรา 35 ไปด้วย แล้วเราก็จะพัฒนาต่อยอดกันต่อ ก็คือในเรื่องของการฝึกทักษะ การเตรียมความพร้อมก่อนที่จะเข้าสู่การจ้างงานมาตรา 33 ซึ่งตรงนั้นต้องบอกว่าต้องเป็นแผนที่เราวางกันต่อไป ก็คือในระยะ 3 ปีนี้สิ่งแรกที่เราต้องทำ ก็คือพัฒนาทักษะผู้พิการที่กำลังเรียนก่อน ให้เขามีความสามารถได้ด้านต่าง ๆ ไม่ว่าเป็นเรื่องอะไรที่สถานประกอบการต้องการ หรือเป็นสิ่งที่จำเป็นในการที่จะประกอบอาชีพ หรือเข้าไปทำงานในสถานประกอบการให้ได้ หลังจากพัฒนาทักษะเรียบร้อยแล้ว อาจจะเปิดโอกาสในส่วนของเรื่องของ การเปิดโอกาสให้เขาได้ศึกษาดูงานนะครับ หรือเข้าไปฝึกงาน สุดท้ายจบแล้ว อาจจะจ้างงานเป็นมาตรา 33 ก็ได้ เพราะระหว่างที่เราเห็นเขาตั้งแต่ฝึกทักษะเรื่องของการฝึกอาชีพ เรื่องของพัฒนาตัวเอง เรื่องของการดูงาน หรือกระทั่งฝึกงาน เราเห็น Profile เขาแน่ ๆ เราเห็นประวัติเขาแน่ ๆ แล้ว เขาเหมาะกับงานด้านไหน อันนั้นก็คือ ทางผู้ประกอบการก็จะพิจารณาอีกครั้ง ก็คือจะนำเข้าสู่การจ้างงานมาตรา 33 นั่นเองครับ (คุณพิชญาพร) ค่ะ โอ้โห เรียกว่าคืบหน้านะคะ เปลี่ยนหรือว่ายกเลิกการสมทบทุนเข้ากองทุนในมาตรา 33 แล้ว ตอนนี้กำลังจ้างในมาตรา 35 อยู่ แล้วก็สนับสนุนเรื่องของเงินอุดหนุนให้กับน้อง ๆ ที่กำลังเรียนอยู่ พร้อม ๆ กับการพัฒนาศักยภาพของเขา พอเรียนจบแล้ว มีความพร้อมแล้วก็อาจจะจ้างในมาตรา 33 ได้ต่อด้วยนะคะ (คุณมนัส) ถูกต้องครับ (คุณพิชญาพร) ค่ะ ขอบคุณนะคะ อันนี้เป็นตัวแทนของภาคเอกชนค่ะ ลองฟังเสียงของภาครัฐบ้างนะคะ คุณบุญนำค่ะ เป็นอย่างไรบ้างคะ ตอนนี้ มีความคืบหน้าอย่างไรจะเล่าให้พวกเราฟังบ้างคะ (คุณบุญนำ) ตอนนี้นะครับ กระทรวงสาธารณสุขของเรานะครับ ก็มีการจ้างงานคนพิการอยู่แล้วนะครับ ทั้งมาตรา 33 และก็ 35 จำนวน 700 กว่าคนนะครับ (คุณพิชญาพร) ค่ะ คิดเป็นกี่เปอร์เซ็นต์คะ ถึง 1 ไหมคะ (คุณบุญนำ) ถึง 1 เปอร์เซ็นต์ เกิน 1 เปอร์เซ็นต์ คราวนี้ มีประเด็นว่า ของเราจะเป็นส่วนราชการน่ะนะครับ ซึ่งมีความซับซ้อนเรื่องระเบียบมากน่ะนะครับ คราวนี้เราก็มาคิดว่า เราก็ไปดูงานด้วยนะครับ เราไปดูงานอย่างของ กทม. นี่เราก็ไปดูว่าทำอย่างไร กทม. ถึงประสบความสำเร็จ (คุณพิชญาพร) ค่ะ ทำไมถึงจ้างได้เยอะ (คุณบุญนำ) ใช่ ทำไมถึงจ้างได้เยอะ เราก็ไปดูงานแล้วเมื่อเดือนที่แล้วน่ะนะครับ เราก็เอามาปรับปรุง ว่า 1. เราต้องเปลี่ยนแผนนี่นะครับ โดยหลังจากที่ไปงาน HACK HUG HUG น่ะนะครับ แล้วก็มา 1. เราจะดำเนินการโดยตั้งคณะกรรมการน่ะนะครับ โดยเสนอให้ผู้บริหารระดับกระทรวงนี่ครับ ได้รับทราบและรับรู้เรื่องนี้ วากระทรวงสาธารณสุขเราต้องขับเคลื่อนตาม ซึ่งต้องสอดคล้องกับนโยบายท่านปลัดฯ น่ะนะครับ ที่ใช้คำว่า “ททท” ทำทันที นะครับ พวกนั้นนะ ทำต่อเนื่องน่ะนะครับ คราวนี้ เราก็ตั้งคณะกรรมการนะครับ แล้วเราก็จะจัดประชุมน่าจะเดือนหน้านะครับ แล้วก็มีแผนงาน จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2567 เป็นต้นไป ซึ่งที่คิดไว้จะเป็นลักษณะเป็นช่วง ๆ น่ะนะครับ คิดไว้เป็น 5 ช่วง น่าจะช่วงละประมาณสัก 20 เปอร์เซ็นต์ ที่จะอัปจำนวนที่จะจ้างคนพิการขึ้นมาได้ในระบบนะครับ (คุณพิชญาพร) ค่ะ ตั้งเป้าไว้ ว่าจะจ้างในมาตรา 33 ถูกต้องไหมคะ (คุณบุญนำ) ทั้ง 2 มาตราเลยครับ ถ้าส่วนไหนที่จ้างในมาตร 33 ได้ เราก็จะจ้างน่ะนะครับ แต่ว่าต้องคนคนนั้นต้องมีคุณสมบัติที่จะมีความใกล้เคียงกับที่จะทำงานในกระทรวงสาธารสุขน่ะนะครับ ซึ่งเป็นกระทรวงให้บริการด้านสุขภาพน่ะนะครับ (คุณพิชญาพร) ค่ะ ก็อาจจะตั้งคณะกรรมการพิจารณาในการเปิดรับต่อไป แบบนั้นถูกต้องไหมคะ (คุณบุญนำ) ใช่ครับ ถูกต้องครับ (คุณพิชญาพร) ก็เป็นโอกาสนะคะ ที่ต่อไปเราจะไปกระทรวงแล้ว ได้รับบริการจากคนพิการก็ได้ (คุณบุญนำ) ใช่ครับ อาจจะเห็นมากขึ้นนะครับ อาจจะเห็นผู้พิการที่มาให้บริการผู้ป่วยปกติหรือผู้ป่วยพิการด้วยกันเองมากขึ้นครับ (คุณพิชญาพร) ค่ะ ขอบคุณมากนะคะ คุณบุญนำ ถัดมาค่ะ คุณน้ำหวานนะคะ จาก depa ค่ะ เดิมทีนี่ก่อนหน้านี้ เราได้เห็นว่า depa เองก็เป็นหน่วยงานที่พยายามส่งเสริมองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีดิจิทัลให้กับคนทั่วไปเลย และโดยเฉพาะคนพิการด้วยเพื่อเสริมศักยภาพของพวกเขาค่ะ ในส่วนของการจ้างงานเป็นอย่างไรบ้างคะ (คุณสุชนา) โจทย์ที่ทาง depa ได้รับนะคะนี่ เป็นเรื่องของการส่งเสริมอาชีพอิสระค่ะ ก็ตั้งแต่เข้าร่วมโครงการ HACK HUG HUG มานี่ ทุกคนก็ไป Hack น้อง ๆ ในทีมนะคะ ไป Hack ร่วมกันและก็มีคนพิการอยู่ในทีมด้วย คำตอบหรือว่า Solution ที่ได้มา ก็คือคนพิการนี่ มีศักยภาพ แต่ว่ายังรู้สึกว่าตัวเองขาดพื้นที่ หรือว่ายังไม่มีความกล้าเพียงพอที่จะโชว์ศักยภาพของตัวคนพิการเองนะคะ หลังจากที่เราร่วมโครงการเรียบร้อยแล้วนี่ ก็มีนโยบายจากทางผู้บริหารมาชัดเจน ว่าอย่างไรก็ตามเราจะต้องส่งเสริมคนพิการมีงานทำค่ะ ก็มีโจทย์ในเรื่องของการที่จะต้องทำแพลตฟอร์มเพื่อให้เป็นพื้นที่ที่จะให้คนพิการนี่ สามารถที่จะเข้ามา Upskill, Reskill หรือ Find New Skill นะคะ สำหรับคนพิการได้ แล้วก็แพลตฟอร์มนี้นี่ จะเป็นแพลตฟอร์มที่จะช่วยในเรื่องของ Job Matching ถ้าพูดถึงบางทีนี่ บริษัทก็คืออาจจะเคยบอกว่าเราจะหาคนพิการที่มีศักยภาพได้ที่ไหน แพลตฟอร์มนี้ก็จะเป็น 1 ในตัวที่จะตอบโจทย์นั้นน่ะนะคะ ว่าสามารถที่จะมาหาคนพิการที่มีศักยภาพต่าง ๆ ได้ในนี้ รวมไปถึงคนพิการก็จะสามารถที่จะเอา Profile ของตัวเองนี่ เข้าไปแสดง หรือว่าไปโชว์เป็นพื้นที่ที่ให้คนพิการสามารถที่จะเอา Profile ตัวเองนี่ เข้าไปในนั้นได้ด้วย นอกจากนั้น depa นี่ก็จะมีบริษัท Startup น่ะค่ะ ที่เราส่งเสริมและสนับสนุนอยู่หลากหลายมากมาย ก็มีการพูดคุยกับบริษัท Startup ในเรื่องของที่จะหาหลักสูตรที่จะช่วยส่งเสริมให้คนพิการนี่ หา Future Skill หรือ New Skill ได้ ซึ่งมีเป้าหมายที่จะส่งเสริมให้คนพิการได้มีการเรียนรู้เหล่านั้น 500 คนนะคะ ในปีนี้ ประมาณนี้ก่อนค่ะ (คุณพิชญาพร) แพลตฟอร์มที่ว่านี้ เปิดให้บริการแล้วถูกต้องไหมคะ (คุณสุชนา) ยังค่ะ ๆ เราเพิ่งจบ HACK HUG HUG 2 เดือน เราต้องใช้เวลาในการหาส่วนร่วม (คุณพิชญาพร) รีบไปหน่อย (คุณสุชนา) ตอนนี้ก็มีการพูดคุยกับภาคีเครือข่าย และก็จริง ๆ ต้องขอขอบคุณงาน HACK HUG HUG มาก ๆ ที่ทำให้เจอเพื่อน ๆ ที่จะร่วมเดินทางไปหลากหลายมากนะคะ ก็หลาย ๆ ท่านในที่นี้ก็หวังจะได้มีโอกาสได้พูดคุย แล้วก็ยังมีบริษัทที่ทำในเรื่องของ Influencer ด้วย ที่กะว่าทำโครงการนำร่องร่วมกัน ว่าคนพิการก็สามารถเป็น Influencer รีวิวสินค้า ซึ่งถือเป็นหนึ่งในอาชีพอิสระที่ในยุคดิจิทัลที่ปัจจุบันนะคะ สามารถที่จะทำได้ (คุณพิชญาพร) ค่ะ ก็แพลตฟอร์มนี้น่าจะเปิดให้ใช้งานในเร็ว ๆ นี้ ปีหน้าใช่ไหมคะ เอ่ย (คุณสุชนา) วางแผนอยู่ค่ะ (คุณพิชญาพร) วางแผนไว้ปีหน้า (คุณสุชนา) ปีหน้า ปีหน้าต้องเกิดขึ้นค่ะ (คุณพิชญาพร) ค่ะ เดี๋ยวติดตามกันนะคะ วันนี้เอง เราก็มีคนพิการที่ให้เกียรติเข้ามาร่วมงานของเราเยอะแยะเลยใช่ไหมคะ พี่ ๆ น้อง ๆ ปกติเล่นออนไลน์ TikTok อะไรอย่างนี้อยู่แล้วไหมคะ ไม่ค่อยได้เล่นเหรอ ค่ะ ก็จริง ๆ เรื่องของการจ้างงานคนพิการนี่ บางทีนายจ้างก็อยากจะจ้างนะคะ คนพิการก็อยากมีงานทำ แต่ว่าบางครั้งก็ไม่ได้เจอกัน ถ้าเกิดว่ามีแพลตฟอร์มดี ๆ แบบนี้นี่ ก็อาจจะเชื่อม ทำให้ช่วยจ้างงานสามารถทำได้สะดวกมากขึ้นนะคะ และ depa เองมีการสามารถจ้างงานคนพิการในมาตรา 33 หรือว่า 35 อย่างไรได้บ้างไหมคะ (คุณสุชนา) มีอยู่ค่ะ มาตรา 33 ก็แต่ว่าอันนี้ เนื่องจากเป็นโจทย์ทางเลือก แล้วเป็นยุคดิจิทัลนี่ เราก็จะพยายามที่จะค้นหา หรือว่าคุยกับหลาย ๆ ท่านทุกภาคส่วนน่ะนะคะ ว่าอาชีพอะไรที่อาจจะเป็นอาชีพทางเลือกได้ เพราะว่าในยุคสมัยนี้บางทีเรา การที่มีอาชีพทางเลือกหรือทำอะไรหลาย ๆ ทางที่เป็นการนำรายได้เข้ามาได้ ก็น่าจะเป็นสิ่งค่อนข้างเปิดกว้าง แล้วก็ไม่ว่าจะทำงานจากที่ไหน สามารถสร้างรายได้ได้ค่ะ (คุณพิชญาพร) ค่ะ พรีนเคยไป F สินค้า ที่ริวิวโดยคนพิการหลายครั้งอยู่เหมือนกันนะคะ ก็เป็นอีกหนึ่งช่องทางที่น่าสนใจค่ะ ถัดมาพี่ยอร์ชนะคะ ผอ.ยอร์ช ของเราจาก Thai PBS ค่ะ ก็จริง ๆ ฝ่ายพรีนนี่ ก็มีคนพิการทำงานอยู่ด้วยเช่นเดียวกัน และเราก็แอบเห็นว่ามีเพื่อน ๆ คนพิการที่มาทำงานที่ Thai PBS เยอะเลย หากหลายท่านได้ติดตาม TV Digital หมายเลข 3 นะคะ เร็ว ๆ นี้เราก็เพิ่งมีนักข่าวที่รายงานสดมาจากต่าง ๆ ประเทศ ซึ่งเวลาดูผ่านทางหน้าจออาจจะไม่รู้เลยว่าเขาเป็นคนพิการ นี่ล่ะค่ะ คือการเปิดโอกาสของ Thai PBS ซึ่งจริง ๆ นี่ อยากให้ ผอ.ยอร์ช เล่าให้ฟังนะคะว่าเรามีความคืบหน้าเรื่องนี้อย่างไรบ้างคะ (คุณรัชกภพ) ครับ ได้ครับ ก็ในนาม Thai PBS นะครับ ก็อยากจะเล่าให้ผู้มีเกียรติฟังในลักษณะที่ว่าตัว Thai PBS เองนี่ เราเป็นเจ้าบ้านสำหรับในโครงการ HACK โครงการนี้น่ะนะครับ ทีนี้พอด้วยความเป็นเจ้าบ้าน เราก็ต้องมีส่วนร่วมด้วยเหมือนกันนะ แม้ว่าจะไม่ได้อยู่ในกลุ่ม หรือว่าไม่ได้ทำ Workshop ร่วมกัน แต่สามารถเข้ามาร่วมกิจกรรมตรงนี้ได้นะครับ ทีนี้ถามว่ากิจกรรมตรงนี้นี่ จริง ๆ แล้วนี่ เราเริ่มต้นมาจากนโยบายของผู้บริหารสูงสุดนะครับ เพราะว่าผู้บริหารสูงสุดเราเองนี่ มีนโนบายชัดเจนนะครับ ตั้งแต่ต้นปีในปีนี้เลยนะครับ ว่าเราต้องการที่จะเพิ่มสัดส่วนของบุคลากรในหลายมิตินะครับ ในองค์กรของเรานะครับ ทั้งในสัดส่วนของบุคลากรที่เป็นผู้พิการนะครับ บุคลากรที่เป็นผู้สูงวัยอายุเกิน 60 ปีนะครับ รวมถึงบุคลากรอยู่ในกลุ่มที่เป็น LGBTQ นะครับ ทีนี้ถามว่า ด้วย Thai PBS เองนี่นะครับ ขอโทษนะครับ Thai PBS เองนะครับ เนื่องจากว่าเราเข้ามามีส่วนร่วมในกิจกรรม HACK HUG HUG น่ะครับ เราก็เลยกลับมามองตัวเองว่า แล้วเราน่ะพร้อมแค่ไหนนะครับ ความพร้อมทางด้านสิ่งอำนวยความสะดวกของเรานี่ ที่เรามองว่ามันคือฮาร์ดแวร์นี่ เราคิดว่าเราพร้อมแล้วนะ แต่ว่าเรายังขาดตัวอื่น ที่เรายังไม่สามารถเพิ่มจำนวนเพื่อน ๆ ผู้พิการเข้ามาทำงานกับเราได้นะครับ เราก็เลยกลับมามองโจทย์ตัวเราเองเหมือนกันนะ จากนโยบายของทางผู้บริหารสูงสุดของเรา เราก็มาแยกแยะนะครับ ว่าบุคลากรของเราตอนนี้เป็นอย่างไรบ้างนะครับ เราก็มองแล้วว่าในสัดส่วนของบุคลากรในทางด้านมิติทางเพศนะครับ LGBTQ นี่ เรามีเยอะแล้ว เพราะว่าเราก็จะค่อนข้างผสมผสานการทำงานนะครับ มีวัฒนธรรมองค์กรที่ทำงานร่วมกันโดยไม่ได้แตกแยกออกมานะครับ ทางด้านกลุ่ม Silver Aging หรือว่าบุคลากรที่มีอายุเกิน 60 ปี เราก็มีพอแล้วแหละนะครับ เหลือแต่บุคลากรทางด้านที่เป็นกลุ่มเพื่อน ๆ ผู้พิการน่ะครับ ซึ่ง ณ ปัจจุบันนะครับ ในช่วงเริ่มต้นปีนี่ เรามีบุคลากรผู้พิการน่ะครับ ที่เราจ้างมีอยู่แค่ 5 คนเท่านั้นเองนะครับ เราก็เลยมองว่า แล้วจะทำอย่างไรที่เราจะเพิ่มเติมได้ ในฐานะที่เราเป็นเจ้าของงานงานนี้นะครับ ทีนี้เราก็เลยมามองในเชิงกลยุทธ์แล้วว่า เอ๊ย สิ่งที่เราขาดอยู่นะ ที่เราขาดอยู่ก็คือว่า เรายังขาด Network นะครับ เพราะว่าสิ่งที่ผ่านมาในการจ้างงานของเรานี่ เรามองว่า เราก็ให้ HR นี่เป็นคนทำ จ้างกันไปจ้างกันมา หาได้ หาไม่ได้ ออกไปบ้างนะครับ ทีนี้ถ้าเรามี Network ที่ดีนะครับ จากโครางการ HACK นี่นะครับ เราก็จะมีพันธมิตรเพิ่มขึ้น ก็จะทำให้เรามีแหล่งในการสรรหาบุคลากรที่เป็นกลุ่มผู้พิการมากขึ้น มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวข้องกับการทำงานร่วมกันกับเพื่อน ๆ ผู้พิการมากขึ้นนะครับ แล้วก็ท้ายสุดก็คือว่า เราจะทำอย่างไรที่จะทำให้เพื่อน ๆ ผู้พิการที่มาทำงานกับ Thai PBS นี่ สามารถยังคงทำงานต่อนะครับ แล้วก็ยังคงอยู่กับองค์กรเราได้ยาวนานมากขึ้นนะครับ อันนี้คือสิ่งที่เรามองไว้นะครับ ทีนี้ถามว่าด้วยตัวโครงการของเรานี่นะครับ ด้วยตัวโครงการของเรานี่ Timeline ของเรานี่ เราเริ่มประมาณในช่วงเดือนเมษายนนะครับ ก็จริง ๆ แล้วก็เกิดขึ้นก่อนการจัดงาน HACK นี่แหละนะครับ เพียงแต่ว่าด้วยความที่เป็นนโยบายของผู้บริหารสูงสุดนี่ เพราะฉะนั้น เราก็ต้องรีบรับมาทำก่อน เพราะว่าเราก็ไม่แน่ใจว่าปลายปีจะทันไม่ทันนะครับ เพราะฉะนั้น พอเราเริ่มโครงการตั้งแต่เมษายนนี่ เราก็จะเริ่มมีกิจกรรมนะครับ แล้วเราก็มองว่า HR นี่แหละตัวดีนะครับ ก็คือจะต้องเป็นคนที่ต้องรู้เรื่องราวพวกนี้ให้ดีที่สุด ก่อนที่จะมาเป็นคนขับเคลื่อนนะครับ การทำงานในเรื่องผู้พิการ การเพิ่มผู้พิการในการทำงานในองค์กร Thai PBS ให้ได้นะครับ หลังจากนั้นนี่เราก็ไปร่วมงานนะครับ ที่มีเกิดขึ้นทั้งปีในปีนี้เลยนะครับ แล้วก็ท้ายสุดนะครับ พอเราเตรียมความพร้อมของทาง HR เรียบร้อยแล้วนี่ เราก็ไปร่วมงานที่ทางเครือข่ายจัดนะครับ ก็คืองาน Job Fair สำหรับผู้พิการนะครับ เราก็คาดหวังว่าเรานี่จะสามารถไป Screen บุคลากรที่มีอยู่ในงาน Job fair ก็สัมภาษณ์กันเบื้องต้นเลยนะครับ แล้วเราก็ดึงบุคลากรกลุ่มนี้นะครับ จะมีอยู่ประมาณ 20 ท่านนะครับ แล้วก็นำมาเข้ากระบวนการสรรหาของเรานะครับ แล้วก็ในระหว่างที่เราดึงบุคลากรกลุ่มนี้มานะครับ เราก็ต้องทำหน้าที่ประสาน ทำความเข้าใจกับหน่วยงานภายในเราด้วยนะครับ ซึ่งการทำความเข้าใจตรงนี้เราก็ใช้วิธีการทำ Job Matching นะครับ ก็คือเราก็ดูว่าหน่วยงานภายในของเรานี่ มี Job อะไรบ้างที่ต้องการทักษะที่เราต้องการนะครับ แล้วเราก็ดึงจากงาน Job Fair นี่กลับเข้ามา ประมาณ 20 คนนะครับ จาก 20 ตรงนี้นี่เราก็นำมาเข้ากระบวนการสรรหา แล้วก็พยายามโน้มน้าวเพื่อน ๆ ที่อยู่ในหน่วยงานภายในของเรานะ ว่าเอ๊ย เรามีงบประมาณให้นะ เรามีอัตรากำลังให้นะนะครับ แล้วก็เพื่อน ๆ ที่สมัครเข้ามานี่ 20 คน กับเรานี่ก็มีทักษะพร้อม เรามาสัมภาษณ์กันไหมนะครับ แล้วก็หลังจากนี้นี่ เราก็จะเริ่มเข้าสู่กระบวนการสัมภาษณ์ แล้วมีน้องกลุ่มนี้เท่านั้นนะครับ ไม่ได้ไปสัมภาษณ์ร่วมกับคนอื่นข้างนอกนะครับ เพราะฉะนั้น เราก็จะได้บุคลากรเพิ่มเติมมาประมาณอีก 6 ท่านนะครับ เพราะฉะนั้น ถามว่าได้เพิ่มมาอีก 6 ท่านภายในปีนี้นี่ เราคิดว่าเราก็ยินดีแล้วแหละ สำหรับปีนี้ เพราะว่าก่อนหน้านี้เรามี 5 ได้มาปีนี้อีก 6 ท่าน ก็คิดว่าน่าจะมาช่วยเติมเต็มนะครับ เพิ่มมิติในการทำงานร่วมกันภายใน Thai PBS มากขึ้นนะครับ ที่เรา Happy มากขึ้น ก็คือว่า แต่เดิมนี่ เรามีผู้พิการที่มีสภาวะทางร่างกายนะครับ ทางด้านสภาวะทางร่างกายเท่านั้นเองนะครับ ทั้ง 5 คนนะครับ แต่ว่าในปีนี้นี่ เราได้เพิ่มมานะครับ ก็จะมีผู้ที่มีความพิการทางด้านการมองเห็นเพิ่มขึ้นนะครับ แล้วก็มีทางด้านการได้ยินเพิ่มขึ้น รวมถึงทางด้านจิตใจด้วยนะครับเพิ่มขึ้น เราก็คิดว่าจากจำนวนที่เพิ่มขึ้นขึ้นมานี้ เราได้ผู้พิการที่มีประเภทอื่นเข้ามาด้วย ก็คิดว่าเราก็ค่อนข้าง Happy กับการทำงานในปีนี้นะครับ แล้วก็ท้ายสุดนะครับ สิ่งที่ได้จากเครือข่ายที่เราทำงาน HACK ร่วมกันมานะครับ ก็คือทำความเข้าใจนะครับ ในการทำงานร่วมกันกับเพื่อน ๆ ที่จะเข้ามาใหม่นะครับ เพราะเราก็เคยเจอประสบการณ์แล้วว่า จากเพื่อนผู้พิการที่มาทำงานใน Thai PBS นี่เองนี่ เพื่อนที่อยู่ก่อนนี่ หน่วยงานที่รับเข้ามาก็เริ่มรู้สึกว่าจะทำความเข้าใจเขาอย่างไร จะปรับตัวเข้ากับเขาอย่างไร จะทำอย่างไรที่ทำให้เพื่อนท่านนี้สามารถผลิตงานออกมาได้นะครับ แล้วเราก็คาดหวังว่าเพื่อน ๆ ผู้พิการที่เข้ามาร่วมงานกับ Thai PBS ก็จะมีเส้นทางในการเติบโตในสายวิชาชีพ ในอาชีพการงานของเขาต่อไปนะครับ เราก็เลยมีการจัดทำ Workshop กับหน่วยงานที่รับผู้พิการในปีนี้เข้ามาร่วมงานด้วยนะครับ อันนี้ก็จะเป็นเรื่องราวของ Thai PBS ครับผม (คุณพิชญาพร) ค่ะ ขอบคุณนะคะ ก็ 5 + 6 เป็น 11 ตำแหน่งแล้วนะคะ ตอนนี้ที่มีคนพิการเข้ามาเป็นเพื่อนร่วมงานของพวกเราชาว Thai PBS ค่ะ ทำงานหลากหลายนะคะ หน้างานด้วยเช่นเดียวกันนะคะ แล้วก็เป็นผู้พิการจากหลากหลายประเภทด้วย พวกเราในฐานะที่เป็นพนักงานนะคะ พรีนเองก็ยินดีมาก ๆ นะคะ ที่ได้ร่วมงานกับคนพิการ และก็บุรุษแวดล้อมหลาย ๆ ท่านในที่ทำงานก็ตื่นเต้นที่มีเพื่อน ๆ ผู้พิการมาร่วมงานกับเราด้วยเช่นเดียวกัน อีก 2 ท่านนะคะ จากมูลนิธินวัตกรรมทางสังคมค่ะ เรียกว่าเป็นหน่วยงานที่ช่วยเชื่อมประสานการทำงานตั้งแต่การก่อเกิด HACK HUG HUG นะคะ เพื่อคนพิการ แล้วก็ยังทำงานร่วมกันต่อ เพื่อที่จะให้เกิดการจ้างงานจริง ๆ ค่ะ ก็อยากฟังเสียงนะคะ จากทางมูลนิธิฯ ค่ะ พี่อภิชาติก่อนก็ได้ค่ะ ช่วยเล่าให้ฟังหน่อยนะคะ ว่า เอ๊ะ เรามีการทำงานหลังบ้านกันอย่างไร เพื่อสนับสนุนให้อีกหลายหน่วยงานที่อาจจะไม่ได้มาวันนี้ แต่เขายังคงพยายามที่จะจ้างงานให้เกิดขึ้นจริงน่ะค่ะ (คุณอภิชาติ) เดี๋ยวข้ามไปจุ๋มเลยดีกว่า เพราะเดี๋ยวผมพูดอีกเรื่องหนึ่งนะ (คุณพิชญาพร) อ๋อ ได้ ได้ค่ะ ได้เลยค่ะ เชิญพี่จุ๋มก่อนเลย (คุณอภิชาติ) เดี๋ยวจะใช้แอร์ไทม์เยอะเกินไป (คุณพิชญาพร) ได้ค่ะ (คุณจินรัตน์) ค่ะ ก็จริง ๆ ต้องเรียนว่า เรียนท่านประธานในพิธี แล้วก็ท่านผู้มีเกียรติทุกท่าน ก่อนอื่นต้องบอกว่าการที่เรามีกิจกรรมสำคัญ คือ HACK HUG HUG นี่ สิ่งหนึ่งถ้าเกิดท่านได้เห็นและก็ได้ยินสิ่งที่แลกเปลี่ยน ก็คือว่าเราสามารถจัดให้คนที่มีความต้องการมาเจอกัน และก็มาทำโจทย์ร่วมกัน จนเป็นโจทย์ที่เขาไปดำเนินการต่อได้ แล้วได้ทำแล้วจริง ๆ เพราะฉะนั้น มันเกิดผลลัพธ์ที่เกิด Impact เลย สิ่งหนึ่งที่จะเรียนก็คือว่า การจ้างงานน่ะ เราคุยกันมานานแล้ว กฎหมายเราก็มีนานแล้วนะคะ แต่ประเด็นคือมันยังมีความท้าทายอยู่ ความท้าทายมี 3 เรื่องหลัก ๆ จากที่เราทำงานในหลายปีน่ะ 1. คือ หาคนพิการไม่เจอ เมื่อกี้พี่ยอร์ชก็พูดนะคะ หาคนพิการไม่เจอ เพราะอะไรคะ คนพิการน่ะค่ะ 80 เปอร์เซ็นต์อยู่ต่างจังหวัด แต่ว่ากลุ่มจ้างงานน่ะอยู่ในเมืองใหญ่อยู่ในกรุงเทพฯ ดังนั้นการเจอกันก็น้อยมากไปแล้ว นอกจากนั้น อันที่ 2 ก็คือว่า 80 เปอร์เซ็นต์ของคนพิการน่ะค่ะ เข้าถึงการศึกษา เคยได้รับการศึกษาอยู่ในชั้นระดับประถมหรือต่ำกว่า ดังนั้น โอกาสที่จะเจอคนพิการที่มีศักยภาพ มีคุณสมบัติตรงตามโจทย์นายจ้าง ก็น้อยลงไปอีก ดังนั้น สิ่งที่เราทำ ก็คือว่า ทำให้เขามาเจอกัน ตัวช่วยที่ทำให้เจอกันนี่สำคัญมาก กิจกรรมเมื่อกี้ อย่างเช่นตัว Job Fair แต่ว่าเราทำมากกว่านั้นน่ะค่ะ ในงาน HACK HUG HUG นี่ค่ะ เราให้แหล่งผลิตคนพิการ ฝั่งที่เป็น Supply น่ะค่ะ มาเจอกันกับฝั่งที่เป็นนายจ้าง คือ Demand แล้ว Pack โจทย์ร่วมกัน ดังนั้นนี่ ความเป็นไปได้ที่หน่วยงานบอกว่าจะสามารถจ้างได้ ก็เจอแหล่งผลิตเลย มหาวิทยาลัยน่ะค่ะ ในระบบน่ะค่ะ ผลิตคนพิการออกมาแต่ละปีน่ะ 200 กว่าคนถึง 300 คน ยังไม่รวมอาชีวะอีกเกือบ 200 คน ดังนั้นที่บอกว่าหาไม่เจอน่ะค่ะ เป็นเพราะยังไม่รู้จักกัน การมีตัวเชื่อมจึงสำคัญมาก นั่นคือจุดที่ 1 คราวนี้บอกว่าต้องการคุณสมบัติ เราเรียนกันอยู่นะคะ น้อง ๆ กว่าจะมาถึงตรงจุดนี้ได้นี่ ถูกพัฒนามาก อย่างเมื่อกี้ที่ depa ว่า เราต้องมาช่วยกันทั้ง Upskill Reskill ต่าง ๆ ที่เป็นความต้องการของนายจ้าง ดังนั้นนี่ สิ่งที่จะเกิดขึ้นก็คือว่านายจ้างก็จะมี Job Host มา แล้วก็บอกว่าต้องการคนพิการ สถาบันการศึกษาก็ผลิตออกมา มันมีช่องว่างค่ะ นวัตกรรมการจ้างงานกระแสหลักที่เมื่อกี้พี่ ๆ เล่าให้ฟัง คือ เราเอาทั้ง 2 ฝั่งมาเจอกัน โจทย์ของนายจ้างจะเป็นคนบอกว่าต้องการอะไร และเข้าไปร่วมด้วยช่วยกันกับการพัฒนาทักษะนั้นในมหาวิทยาลัย ส่วนมหาวิทยาลัยก็ไม่ใช่แค่ว่าผลิตมาแล้วก็จบเฉย ๆ จบมาอย่างมีคุณภาพ จบมาอย่างทำงานได้ ขอโอกาส ถ้าน้องกำลังเรียนอยู่ใช้มาตรา 33 ได้ไหมคะ ไม่ส่งเงินกันแล้วแต่ว่าสามารถให้น้องทำงานระหว่างเรียน มีความรับผิดชอบมากยิ่งขึ้น ตื่นตัวมากยิ่งขึ้น มุ่งหวังว่าจะไปทำงานมากยิ่งขึ้น แล้วเมื่อจบแล้ว อาจจะยังทำงานไม่ได้ ก็ให้มาเป็น Trainee โดยใช้มาตรา 35 ที่เรามีเครื่องมือที่สำคัญนี้ช่วย หลังจากนั้นมาปั๊บ บริษัทก็มั่นใจขึ้น จ้างง่ายขึ้น นี่คือสิ่งหนึ่งที่เห็นอย่างเป็นรูปธรรม ในงาน HACK HUG HUG นี่ มีแค่ 2 บริษัท แค่ 4 มหาวิทยาลัย แต่ตอนนี้อยากจะรายงานว่า เรามี 8 บริษัทแล้วค่ะ และมีทั้งหมด 18 มหาวิทยาลัยที่มีการจ้างในมาตรา 35 เพื่อสู่ 33 นี่ 60 กว่าอัตราแล้วค่ะ (คุณพิชญาพร) ปรบมือได้นะคะ [เสียงปรบมือ] (คุณจินรัตน์) สิ่งสุดท้าย ที่เมื่อกี้เราบอกมี 2 อย่างไปแล้ว จุ๋มบอกว่า 3 อย่างนะคะ สิ่งสุดท้าย ก็คือว่าจ้างหาเจอแล้วค่ะ มีคุณสมบัติแล้วค่ะ อยู่กันให้ได้ การออกแบบงาน ที่ตอบโจทย์องค์กรนายจ้างอย่างพี่ ๆ ว่า โดยคำนึงถึงความพิการเป็นสิ่งที่สำคัญ เราจะมีงานอยู่แล้วเอาคนจับไปใส่ แต่ว่ากรณีของคนพิการเราอาจจะต้องบวกอีกด้านหนึ่ง คือ มีงานอยยู่แล้วออกแบบให้คนพิการทำงานได้ มันจะต้องเป็นคนฟิตคน งานฟิตคนด้วยเหมือนกัน ดังนั้นนี่ อันนี้เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ต้องช่วยสนับสนุน ถ้าเรามีตัวกลางที่เข้ามาช่วย ทั้งหาให้เจอ และช่วยสนับสนุนให้เข้าอกเข้าใจคนพิการ Disability Awareness การเข้าใจว่าคนกับความพิการแตกต่างกันอย่างไร และคนทุกคนแม้กระทั่งคนพิการก็แต่งต่างกันด้วย จะทำให้องค์กรนายจ้างเข้าใจเพื่อนร่วมงานที่เป็นคนพิการที่มีความหลากหลาย และสามารถเข้าอกเข้าใจกันได้ Retention ก็จะสูง ขอแอบบอกสำหรับนายจ้างนะคะ คนพิการนี้ค่ะ อาจจะให้เวลานิดหนึ่งในการฝึกในการพัฒนา แต่ว่าเขาจะครองงาน อยู่ในที่ทำงาน และก็รักองค์กรอย่างดีมาก ดังนั้น นี่เป็นคุณสมบัติของพนักงานที่เราต้องการใช่ไหมคะ ดังนั้นใช้เวลานิดหนึ่งในการพัฒนาเขา แล้วก็เข้าใจเขา เขาก็จะเป็นคนที่เสริมสร้างองค์กรของเรา บรรลุเป้าหมายภารกิจได้หลายประเด็นเลยค่ะ (คุณพิชญาพร) ค่ะ ถูกต้องที่สุดเลยนะคะ อยากให้ทุกคนนี่ จ้างงานคนพิการกันเยอะ ๆ แต่ไม่ใช่จ้าง โดยเพราะมีโควตา แต่คือการจ้างเพื่อที่จะเสริมศักยภาพให้กับตัวทั้งองค์กร แล้วก็ให้ตอบโจทย์กับความต้องการงานที่คนพิการอยากจะทำจริง ๆ ด้วย จะได้ Win/Win ทั้ง 2 ฝ่ายนะคะ เชิญพี่อภิชาติค่ะ ต่อได้เลย มีอยากจะเพิ่มเติมในหัวข้อนี้ไหมคะ (คุณอภิชาติ) ในหัวข้อนี้ไม่ได้มีอะไรเพิ่มเติมครับ (คุณพิชญาพร) ค่ะ ไม่อยากเพิ่มเลยเหรอ ได้ค่ะ ก็เมื่อสักครู่นะคะ เราข้ามไปนะคะ มีบรรยากาศจากงาน HACK HUG HUG Hackathon เพื่อคนพิการนะคะ ที่จัดขึ้นที่ Thai PBS ในวันที่ 28-30 กันยายนที่ผ่านมานะคะ อยากให้ท่านได้ดูบรรยากาศนะคะ แล้วก็ดูว่ากว่าจะมาเป็นวันนี้ ที่เราได้มาติดตามความคืบหน้าแบบนี้ มีที่มาที่ไปอย่างไร ขอเชิญรับชมได้เลยค่ะ (บรรยาย) นี่คือการรวมตัวครั้งสำคัญ ของกลุ่มคนที่รวมตัวกัน เพื่อสร้างนวัตกรรม เสนอไอเดียใหม่ที่ต้องทำให้ได้ตามเวลาที่กำหนด ครั้งแรกของประเทศไทย ที่กลุ่มคนกว่า 80 ชีวิต จาก 9 ภาคีเครือข่ายคนพิการทั่วประเทศ เติมใจ คิดค้นไอเดียสร้างสรรค์ Hackathon เพื่อคนพิการ เปิดใจให้งาน เพื่อคนพิการมีงานทำ HACK HUG HUG 2 วันเต็มกับการระดมความคิดเพื่อหาทางออก // ฉะนั้นที่คือแนวทางหนึ่ง // สถานประกอบการนี้ได้คิดตัวโมเดล // ต้องทำงานแล้วนี่ ต้องมีพี่เลี้ยง // ไม่ต้องคำนึงแล้วว่าฉันมีสถานประกอบการในนั้นไหม // ใน 1 หน่วยงานนี้มี Champion สัก 1 คน // ไปถึงจุดนั้นได้มัน Awareness มัน Raise อย่างไร (บรรยาย) จนในที่สุดก็ถึงเวลาของการนำเสนอสุดยอดนวัตกรรม ที่ถูกผลักดันด้วยพลังแห่งความเข้าใจ จนกลายเป็นรูปธรรม // ถ้าพร้อมแล้ว จับเวลาครับ // เราจะเปลี่ยนจาก Disability Employment ไปสู่ Ability Employment ครับ มหาวิทยาลัยตามสั่ง (บรรยาย) ส่งผลให้บริษัทเอกชนพร้อมพิจารณารับนักศึกษาพิการเข้าไปฝึกงานเพื่อเพิ่มโอกาสการจ้างงานคนพิการในอนาคต // เราจะมีหน่วยงาน ชื่อว่า DSD Disability Support & Development ค่ะ สนับสนุนและพัฒนาคนพิการให้ทำงานอย่างประสิทธิภาพและมีความสุขค่ะ (บรรยาย) โดยในปี 2567 อีกหนึ่งภาคเอกชน ผลึกกำลังกับมูลนิธินวัตกรรมทางสังคม ส่งเสริมการจ้างงานคนพิการตามมาตรา 35 ได้ 78 ราย // เราขอนำเสนอกระบวนการในการขับเคลื่อนที่ภาครัฐสามารถใช้ คือ เราต้องสร้างเครือข่ายร่วมกันครับ สร้าง Disability Awareness ปรับมุมมองทัศนคติครับ ให้ความรู้ครับ ในมาตรา 35 (บรรยาย) ขณะนี้ หน่วยงานกระทรวงสาธารณสุขประชุมวางแผนจ้างงานตามมาตรา 33 จำนวน 409 ราย มาตรา 35 จำนวน 298 ราย ภายในเดือนมกราคม 2567 // เรามากับภารกิจที่ชื่อว่า เคาะประตู ทอดสะพาน เพิ่มการจ้างงานคนพิการ 4,000 อัตรา เรียกสิ่งนี้ว่ายุทธการมื้อเช้ากับเจ้าสำนัก (บรรยาย) วันที่ 8 ธันวาคมนี้ จัดการประชุมวางแผนจ้างงานคนพิการในหน่วยงานรัฐให้ครบตามอัตราส่วน โดยเริ่มที่ 4 กระทรวงหลักก่อน // ซึ่งผู้พิการทั้งหมดนี่ครับ เราทำให้เขาสวามารถมีพื้นที่ในการแสดงออก มีโอกาส มีงาน มีรายได้ รวมถึงอาชีพที่ยั่งยืนด้วยครับ (บรรยาย) ส่งเสริมการจ้างงาน โดยสนับสนุนและจัดสร้างแพลตฟอร์มดิจิทัล เพื่อรองรับการเข้าถึงคนพิการแต่ละประเภท และสำหรับ Thai PBS ในฐานะสื่อกลางการจัด Hackathon ครั้งนี้ การจ้างงานคนพิการเพิ่มขึ้น การจ้างงานคนพิการ 1 คน ไม่ใช่แค่การทำให้คน 1 คนมีรายได้และความสุข จุดประกายพลังของสังคมในทุกภาคส่วน ให้เกิดการขยับ ขับเคลื่อน และเป็นจริง สร้างความเปลี่ยนแปลงสู่ความเท่าเทียม ให้เกิดขึ้นในสังคมอย่างยั่งยืน ด้วยแรงผลักดันที่พร้อมเติมใจให้กันอย่างต่อเนื่อง (คุณพิชญาพร) ขอเสียงปรบมือดัง ๆ อีกครั้งหนึ่งนะคะ สำหรับความทุ่มเทของทั้ง 8 ทีมเลยค่ะ รวมถึงทุกท่านที่นั่งอยู่ ณ ที่นี้ด้วยนะคะ เรายังมาคุยกันต่อนะคะ ว่าเห็นแล้ว ความคืบหน้า ความตั้งใจของทุก ๆ ท่านที่อยากจะขับเคลื่อนเรื่องนี้ค่ะ แต่พอทำจริง ๆ นี่ในหน้างานคิดว่ามันมีความยากง่ายอย่างไรบ้างไหมเอ่ย มีอะไรที่รู้สึกว่า เอ๊ะแบบ โอ๊ย ไม่ง่ายเลยนะ กว่าจะสามารถผ่านเรื่องนี้หรือว่าทำสิ่งนี้ให้เกิดขึ้นจริง มีท่านใดอยากจะอาสาเล่าเรื่องนี้ให้เราฟังบ้างไหมคะ เชิญพี่มนัสก่อนก็ได้ค่ะ (คุณมนัส) คนแรกเลยนะครับ ในฐานะตัวแทนภาคเอกชน ถามว่ายากไหม ยากครับ แต่ไม่ใช่เรื่องยากที่สุด แต่มันสามารถทำให้ง่ายขึ้นได้นะครับ มันขึ้นอยู่ที่วิธีการ กระบวนการ แล้วก็ใช้ระยะเวลานิดหนึ่ง ณ วันนี้เราอาจจะมองภาพไม่ออก ว่าเราจะจ้างงานคนพิการอย่างไร แต่หลังจากที่มา Hackathon แล้ว เราเห็นแนวทาง เราเห็นวิธีการที่จะปฏิบัติแล้วก็นำไปสู่การจ้างงานคนพิการได้มากขึ้นครับ (คุณพิชญาพร) ต่อให้ยาก แต่เราเห็นจุดเป้าหมายนี้นะคะ จึงเดินต่อ เชิญทางด้านหน่วยงานภาครัฐต่อเลยค่ะ (คุณบุญนำ) ถ้าถามว่าภาครัฐยากไหม ก็ยากน่ะนะครับ เนื่องจากว่าเราไม่มีคู่คิด ไม่มีมิตรคู่บ้าน ที่จะมาให้ความรู้ตอนที่ยังไม่มีโครงการ HACK HUG HUG น่ะนะครับ พอได้มีโครงการนี้ แล้วเข้าโครงการนี้ เราก็เริ่มมองเห็นช่องทางว่าเราจะไปสู่ที่จะให้คนพิการเข้ามาได้รับการจ้างงาน แล้วก็ส่งเสริมคุณภาพชีวิตคนพิการได้อย่างไร มัน… ถ้าถามว่ายากไหม ก็ยากครับ แต่ว่ามันเป็นความท้าทายของส่วนราชการภาครัฐอย่างหนึ่งเหมือนกัน (คุณพิชญาพร) ค่ะ พอมาได้พบปะกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้มาแชร์ไอเดีย มีความสร้างสรรค์เกิดขึ้นนะ เราก็เห็นความเป็นไปได้ที่มากขึ้นด้วยถูกต้องไหมคะ (คุณบุญนำ) ถูกต้องครับ (คุณพิชญาพร) ค่ะ เชิญคุณน้ำหวานค่ะ (คุณสุชนา) อาจจะเป็นการเอาคำตอบของทั้ง 2 ท่านมาปนกันนิดหนึ่งนะคะ ไม่ได้รู้สึกว่ายากหรือง่าย แต่รู้สึกว่าเป็นสิ่งที่จะต้องพูดคุยและทำความเข้าใจเยอะค่ะ ก็คืออย่างในโจทย์ของทางที่ depa ได้ ก็คือในเรื่องของอาชีพอิสระ และต้องเกี่ยวข้องกับดิจิทัล เนื่องจาก depa เป็นสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลนะคะ รู้สึกว่าต้องทำความเข้าใจ แล้วก็พูดคุยกับเพื่อน ๆ เยอะ อย่างมูลนิธินวัตกรรมเพื่อสังคมที่ทำงานด้านคนพิการมานานกว่านะคะ นานแบบมาก ๆ แล้วก็ภาคีเครือข่ายท่านอื่น ๆ นี่ ทาง depa ก็มีการเข้าไปทำความเข้าใจ เข้าไปพูดคุย รวมถึงมีการพูดคุยกับน้อง ๆ คนพิการว่าเหมือนศักยภาพที่เขาต้องการ หรือสิ่งที่เขาคิดว่าเขาจะทำได้นี่คืออะไร ได้เริ่มมีการพูดคุยกับทาง พก. เพิ่มมากขึ้นนะคะ ก็ต้องทำความเข้าใจเพิ่มมากขึ้นค่ะ เพราะว่าไม่ได้อยากจะทำอะไรขึ้นมา แล้วไม่ได้ตอบโจทย์ อยากให้โครงการ หรือสิ่งที่จะทำนี่ เป็นการที่จะเพิ่มทักษะและเชื่อมโยงไปถึงการจ้างงานจริง ๆ เพราะฉะนั้น อาจจะใช้เวลานิดหนึ่ง แต่ตอนนี้นี่มีเพื่อน ๆ ที่จะจูงมือและเดินไปเพิ่มมากขึ้น ก็คือถ้าพูดคุยกับเพื่อน ๆ มากขึ้น มีความเข้าใจมากขึ้น ไม่คิดว่ายากค่ะ คิดว่าทำได้ (คุณพิชญาพร) ปัญหานี่มันมีอยู่อยู่แล้วน่ะนะ เป็นเรื่องธรรมดาถูกต้องไหมคะ แต่ทางออกนี่แหละ ที่เราจะมาช่วยกันและนี่ก็คือเรื่องราวที่เกิดขึ้นในการเชื่อมโยงแพลตฟอร์ม หรือว่าส่วนประสานแบบบูรณาการของ Hackathon ของเรานะคะ อีก 3 ท่าน มีท่านใดอยากจะเพิ่มเติมในหัวข้อนี้บ้างไหมคะ (คุณรัชกภพ) ครับ สำหรับ Thai PBS เองนี่ ด้วยความที่เราเป็นองค์กรกึ่งภาครัฐนะครับ แต่ทีนี้นี่ จากนโยบายที่ชัดเจนของ CEO ของเรานี่ เราก็รู้แล้วล่ะว่าเราสามารถไปได้นะครับ พอผู้บริหารระดับสูงให้ไฟเขียวปุ๊บ ก็แสดงว่าเราก็มีความเป็นไปได้ที่จะเกิดขึ้นกับการจ้างงานเพื่อน ๆ ผู้พิการเพิ่มมากขึ้นนะครับ สิ่งที่เป็นความยากในระดับสูงนี่ก็จะค่อย ๆ ลดลงนะครับ จากไฟเขียวที่ผู้บริหารระดับสูงให้นะครับ ความยากถัดมา ก็คือว่าแล้วเราจะไปหาเพื่อน ๆ ที่ Matching กับเรานี่ได้อย่างไร ซึ่งเราก็ได้โจทย์แล้วล่ะว่าเรามี Network เรามีเครือข่ายที่สามารถช่วยเราได้นะครับ ความยากถัดมาก็คือว่า แล้วมีงบประมาณไหม แล้วมีงบประมาณไหม ซึ่งเรื่องนี้ ความยากก็อยู่ที่ว่า เราน่ะต้องสื่อสารกับผู้บริหารระดับสูงนี่บ่อย ๆ เพราะว่าท่านเกริ่นไว้แล้วไง พอเกริ่นเสร็จปุ๊บ แล้วก็กลับไป พอกลับไปปุ๊บ ก็เริ่มมีคำตอบกลับมานะครับ เพราะฉะนั้นถามว่ารูปแบบของการมอบหมายของผู้บริหารระดับสูง การมอบหมายทางด้านงบประมาณ ทางด้านอัตรากำลัง ตัวนี้ก็เลยทำให้เราก็จะมีกำลังใจในการทำงานมากขึ้น ในการที่เราจะไปขายของกับหน่วยงานภายในนะครับ รวมทั้งไปดึงน้อง ๆ นะครับ ที่มีคุณสมบัติตรงนะครับ ทักษะตรงกับที่เราต้องการ เข้ามาร่วมงานกับเรานะครับ ความยากก็จะมีอยู่ประมาณนี้ครับ (คุณอภิชาติ) ครับ จากมุมของมูลนิธินะครับ ซึ่งขับเคลื่อนเรื่องนี้มา 9 ปี เพราะฉะนั้น ถ้าพูดย้อนไปนี่ ยากไหมนี่ ถ้าบอกเมื่อ 9 ปีที่แล้วนี่มันยากมากเลยนะครับ ยากมาก ๆ แล้วความจริง ความยากนั้นน่ะ เป็นความยากของสถานประกอบการกับคนพิการเองโดยตรง เพราะว่าสิ่งเหล่านั้นนี่ ก็ถูกมองว่าเป็นเรื่องของนายจ้าง จะภาครัฐ ภาคเอกชนก็ว่าไป และคนพิการที่จะต้องหากันให้เจอนะครับ หากันจนเจอนะครับ แล้วก็จ้างกันให้ได้ เพราะฉะนั้น ณ วันนั้นนี่ กรอบมันมีอยู่แค่นั้น มันก็ยากจริง ๆ นะครับ แล้วก็การมองภาพในวันนั้น ก็คือจ้างเพื่อไปทำงานโดยตรงให้กับตัวสถานประกอบการเอง เพราะจริง ๆ เจตนารมณ์ของกฎหมายก็เขียนมาแบบนั้นนั่นแหละครับ แต่ 9 ปีผ่านไปนี่ ผมคิดว่าระดับของความยากนั้นเปลี่ยนไปนะครับ ลดระดับลงเรื่อย ๆ เพราะว่า มีทางเลือกที่ถูกพัฒนาขึ้นมา มีนวัตกรรมใหม่ ๆ การจ้างงานคนพิการเชิงสังคมเกิดขึ้น การสนับสนุนอาชีพ ก็เป็นทางเลือก เป็นทางเลือกซึ่งมีการทดลองทำกันจนเป็นที่เห็นคุณค่า เห็นประโยชน์ เป็นที่ยอมรับ แล้วก็ภาคีหลากหลายมากมาย จากภาคคนพิการเอง ภาคองค์กรของคนพิการ องค์กรเพื่อคนพิการ แล้วก็ภาคีเยอะแยะนะครับ ร่วมกันขับเคลื่อนเรื่องนี้จนโอกาสงานไปสู่คนพิการนี่ ปีหนึ่งอีกหลายพันอัตราจนถึงเฉียดหมื่นอัตรานี่ที่เพิ่มขึ้นมา มูลนิธินวัตกรรมทางสังคมก็เป็นหนึ่งภาคีนั้นแหละครับ ช่วยกันมะรุมมะตุ้มทำโดยการสนับสนุนของภาครัฐ ซึ่งก็มีมากขึ้นเรื่อย ๆ พก. เอง องค์การจัดหางานเอง องค์การจัดหางานเอง ก็ดูแลเรื่องนี้ เพราะฉะนั้น จริง ๆ ระดับความยากมันลดลง ตัวช่วยมันเพิ่มขึ้นนะครับ แต่สิ่งสำคัญผมคิดว่าความท้าทายอยู่ที่ตรงนี้ครับ คงจะมี 2 อย่าง ถามว่าการจ้างงานคนพิการอย่างไรเสียก็มีระดับความยากกว่าจ้างงานคนทั่วไปเวลาเข้าองค์กรนะครับ ต้องยอมรับ แต่ความยากมันไม่ได้เท่ากับว่ามันทำไม่ได้นะ มันไม่ใช่คำเดียวกันนะ ผมว่าข้อกับดักใหญ่ ก็คือ พอเห็น พอรู้สึก ฟังพูดว่ามันยาก ก็เลยไปเท่ากับว่ามันทำไม่ได้ แต่ผมว่าอันนี้เป็นกับดักสำคัญ ถ้าไม่หลุดจากตรงนี้ ความยากนี่ จะยากแค่ไหนก็เป็นปัญหา กับอันที่ 2 ผมว่าเมื่อสักครู่หลายท่านสะท้อนมาแล้ว อยู่ที่จะทำจริงหรือเปล่านะครับ จะทำจริงนี่ ยากไม่ได้เป็นปัญหานะครับ จะทำจริงก็ดูเหมือนว่าเบอร์ 1 ต้องส่งสัญญาณแรง ๆ หน่อยนะครับ ตั้งเป้า แต่บางทีก็อาจจะอยู่ที่ เบอร์ 2 เบอร์ 3 เบอร์ 4 ชงขึ้นไปอย่างไรด้วยนะครับ ผมว่าก็จะอยู่ที่ตรงนั้น ผมว่านั่นเป็นประสบการณ์ที่เราเรียนรู้ เพราะฉะนั้น ความยากไม่ใช่ปัญหานะครับ จะทำจริงหรือเปล่า แล้วตอนนี้ตัวช่วยเยอะนะ หนทางเยอะ ผมว่าไปได้ครับในเรื่องนี้ (คุณพิชญาพร) ค่ะ ขอบคุณนะคะ อีก 4 ท่าน อาจจะให้ เชิญ ๆ ๆ ค่ะ พี่จุ๋มค่ะ (คุณจินรัตน์) นิดเดียวค่ะ เล็ก ๆ เท่านั้นเอง ก็คิดว่ามีความหวังค่ะ มีความหวัง เพราะว่ามีทั้งภาคี มีทั้งทางเลือก ไม่ว่าจะนวัตกรรมการจ้างงานเชิงสังคม นวัตกรรมโครงการทางอาชีพ และตอนนี้ที่กำลังคุยกันอยู่ก็เป็นนวัตกรรมการจ้างงานกระแสหลัก ดังนั้นนี่ค่ะ มีทางเลือกมีตัวช่วย แล้วก็มีทีมทำงานที่เป็นทรัพยากรที่เราสามารถเชื่อมต่อกันได้ ดังนั้น ยาก ไม่ต้องกลัวค่ะ เรามีความหวัง และก็สามารถทำได้ (คุณพิชญาพร) ที่สำคัญ ก็คือว่าวันนี้นี่ เราพยายามทำงานโดยการร่วมมือกัน แปลว่าที่เคยยากแบบโดดเดี่ยว จะไม่เกิดขึ้นอีกต่อไป ลองมาสอบถามพวกเราได้ใช่ไหมคะ พร้อมที่จะเปิดรับ เพราะว่า Hackathon เพื่อคนพิการเรา แม้ว่าอีเวนต์นี่ จะจัดขึ้นไปแล้ว แต่เรายังคงทำงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อที่จะขยายผลให้มีการจ้างงาน เพิ่มขึ้นด้วยนะคะ อีก 4 ท่านเดี๋ยวขออนุญาตช่วยทิ้งท้ายนิดหนึ่งค่ะว่า เราเจอความยาก เราเจอความง่าย แต่ว่าด้วยเป้าหมายที่เรายังทำงานด้านนี้ต่อนี่ ทำให้ท่านได้ค้นพบอะไรจากการจ้างงานคนพิการบ้าง อาจจะเป็นแรงบันดาลใจให้กับหน่วยงานอื่น ๆ ที่ฟังอยู่ด้วยค่ะ ท่านใดก่อนก็ได้นะคะ จะถัด… เรียงมาทางนี้บ้างก็ได้ เชิญพี่ยอร์ชค่ะ (คุณรัชกภพ) ครับ ได้ครับ ของ Thai PBS นี่ ในปีนี้ ที่เรามีการจ้างเพื่อนผู้พิการเพิ่มขึ้นนี่ Candidate ของเรานี่ บางคนนี่ ก็มีความยากลำบากในการเดินทางนะครับ เนื่องจากว่ามีความพิการทางด้านการมองเห็นนะครับ เราก็เลยต้องช่วยหาทางออกให้ได้ว่าแล้วจะทำอย่างไร ที่เขาจะร่วมงานกับ Thai PBS ได้ โดยที่สามารถส่งมอบงานได้นะครับ แล้วก็ไปต่อกับเราได้ในระยะยาวนะครับ เราก็ต้องพยายามหาวิธีการปรับรูปแบบการทำงานเขานะครับ ก็คือหลังจากที่ได้มีการพูดคุยกันชัดเจนนะครับ เราก็ให้น้องเขากลับบ้านนะครับ แล้วก็สามารถดีลงานผ่านรูปแบบการสื่อสารทางอิเล็กทรอนิกส์ ส่งงานนะครับ โดยไม่จำเป็นต้องพาตัวมาถึงที่สถานที่ทำงาน Thai PBS นะครับ เพื่อลดความยากลำบากในการเดินทาง แล้วก็เกี่ยวกับเรื่องการมองเห็นของน้องเขานะครับ ก็เป็นการแก้ปัญหาเป็นราย ๆ ไปนะครับ ที่จะช่วยให้สามารถทำงานได้นะครับ และก็ไปต่อด้วยกันได้ครับ (คุณพิชญาพร) ค่ะ เชิญพี่น้ำหวานค่ะ (คุณสุชนา) ก็อยากจะฝาก คือ ตอนนี้สังคมเปิดกว้าง และในโลกยุคดิจิทัลนี่ อยากให้เหมือนข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ หรือไม่ว่าจะเป็นผู้ผลิตเว็บหรือแพลตฟอร์มอะไรนี่ ให้นึกถึงคนพิการทุกประเภท ก็คือให้เห็นว่าคิดตั้งแต่เริ่มต้นน่ะค่ะ ว่าทำอย่างไรให้คนทุกประเภทสามารถที่จะเข้าถึงข้อมูลข่าวสารหรือเข้าถึงเว็บไซต์หรือแพลตฟอร์มตัวเองได้ ก็คืออยากให้ทำเป็นเหมือน Inclusive ทุกคนเข้าถึงได้เท่าเทียมกัน (คุณพิชญาพร) ค่ะ ขอบคุณค่ะ อีก 2 ท่านค่ะ ท่านพบอะไรจากการทำงานกับคนพิการบ้างคะ (คุณบุญนำ) อาจจะเป็นการฝากมากกว่านะครับ ก็คือตอนนี้ที่เรามองหาอยู่ คือ คนพิการ เราพบว่าข้อมูลที่เราอยากรู้ว่ามีใครประสงค์จะเข้ามาทำงานกับกระทรวงสาธารณสุขบ้างนี่ครับ เราไม่มีข้อมูลเลยนะครับ แล้วเราก็ไม่มีข้อมูลว่าคนพิการแต่ละคนนี่ มีความสามารถทักษะอะไรบ้าง แต่มาฟังวันนี้น่าจะพอมีช่องทาง แล้วก็เรื่องการ Upskill Reskill ก็เหมือนจะเริ่ม เหมือนจะมีแผนอยู่นะครับ อันนั้นเราก็โอเค เราเริ่มมีช่องทางแล้ว แล้วอีกประเด็นหนึ่งก็คือเรื่องของสถานที่ของเรานี่ อย่างโรงพยาบาลนี่นะครับ บางทีอาจจะไม่สะดวกนักสำหรับคนพิการ อันนี้นักนะ แต่ไม่เยอะ [เสียงหัวเราะ] ก็ตอนนี้ก็เราพยายามจะมองว่าถ้ามีงบประมาณ ถ้าได้งบประมาณมาปรับปรุงพื้นที่น่ะนะครับ ซึ่งอาจ… ก็อจะดีขึ้น สำหรับคนพิการเข้ามา ทั้งคนพิการที่มาทำงานกับเราก็ดี หรือว่าผู้มารับบริการก็ดีก็จะสะดวกสบายมากขึ้นนะครับ (คุณพิชญาพร) ค่ะ เรื่องการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน (คุณบุญนำ) ใช่ครับ (คุณบุญนำ) Universal Design ทำนองนี้นะคะ เชิญทางพี่มนัสค่ะ (คุณมนัส) ก็พูดในแง่ของได้ไปหมดแล้ว ผมพูดจากฐานะคนทำงานแล้วกันนะครับ ต้องบอกว่าสิ่งที่ได้นะครับ รู้สึกอิ่มบุญ อิ่มใจ ไม่ต้องหวังอะไรแล้วครับ ทำแล้วมีความสุขตรงนี้ อย่างน้อยได้เห็นผู้พิการได้มีโอกาส สร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ ไม่ได้เลี้ยงตัวเขาเองคนเดียวนะครับ คนที่อยู่รอบข้างเขา ครอบครัวเขาอย่างน้อย ๆ ก็ช่วยทำให้ชีวิตเขาดีขึ้น แค่นั้นก็เพียงพอแล้วครับ มีโอกาสก็ ได้มีโอกาสเข้ามาทำงานตรงนี้ หรือทุกท่านที่นั่งตรงนี้มีโอกาสเข้ามาทำตรงนี้ เรียนเชิญทุกท่านนะครับ เข้ามาทำเถอะครับ อย่างน้อย ๆ เราก็อิ่มอกอิ่มใจกับตัวเองครับ ในสิ่งที่เราทำ ขอบคุณนะครับ (คุณพิชญาพร) ขอบคุณนะคะ เรายังคงขับเคลื่อนเรื่องนี้กันต่อ แล้วเดี๋ยวในเดือนมีนาคม ปีหน้า 2567 นะคะ ก็มีนัดกันอีกค่ะ เพื่อจะติดตามความคืบหน้า ว่าแต่ ในช่วงนั้นเราจะมีอะไรเป็นพิเศษบ้างคะ (คุณอภิชาติ) ก่อไปมีนาคมนี่ ผมเติมอะไรอีกสักนิดหนึ่งได้ไหมครับ (คุณพิชญาพร) ได้ค่ะ ๆ (คุณอภิชาติ) ขออนุญาตเอากราฟขึ้นนิดเดียว (คุณพิชญาพร) ค่ะให้ 3 นาที ได้ไหมคะ (คุณอภิชาติ) พอครับ ๆ กราฟขึ้นได้ไหมครับ เพราะว่าก็เป็น... คือเนื่องจากการขับเคลื่อนนี้ทำมาตลอด ผมคิดว่าภาพนี้สะท้อนได้ดี ถึงสิ่งที่เกิดขึ้นใน 9 ปีที่ผ่านมา แล้วนี่ก็เป็นข้อมูลที่มาจากทางการรวบรวมข้อมูลของ พก. เอง อันนี้เป็นข้อมูลการจ้างงานคนพิการภาคเอกชนเป็นตัวอย่างนะครับ เราจะเห็นว่าเมื่อปี 2557 คือซ้ายสุดนี่นะครับ สีเหลืองนี่คือการจ้างงานมาตรา 33 คือการจ้างเข้าสถานประกอบการ สีแดง คือ มาตรา 35 ส่งเสริมอาชีพนะครับ สีเทานะครับ 43 เปอร์เซ็นต์ 24,690 อัตรา คือเงินที่ส่ง จำนวนอัตราที่ส่งเข้ากองทุน ปีละ 2,500 ล้านบาทนะครับ 9 ปีของการเดินทาง การจ้างงานคนพิการ ด้วยนวัตกรรมการจ้างงานคนพิการเชิงสังคม และสิ่งต่าง ๆ ที่เรา ภาคีต่าง ๆ ช่วยกันทำนี่ พามาถึงปี 2565 นะครับ การส่งเงินเข้ากองทุนนี่ ลดจาก 24,000 อัตรานี่ เหลือครึ่งเดียว ประมาณ 11,900 อัตรา ส่วนการจ้างงานกระแสหลักนะครับ มาตรา 33 นี่ เพิ่มขึ้นจาก 27,000 เป็นประมาณ 37,000 อัตรา แล้วก็การจ้างงานเชิงสังคม เพิ่มจาก 5,000 อัตรา เป็นประมาณเกือบ ๆ 15,000 อัตรา ฉะนั้นจุดนี้ เป็นจุดสำคัญที่เราเห็นการสานพลังร่วมกันนี่ ทำให้คนพิการเข้าถึงโอกาสงานมากขึ้นนะครับ การส่งเงินเข้ากองทุนน้อยลงอย่างมาก ก้าวกระโดดขึ้นมา แต่ก็อีกนั่นแหละ ยังเหลืออยู่เกือบ ๆ 12,000 อัตรา หมายถึงเงินปีละ 1,300 ล้านบาท คราวนี้นี่ ไอ้เงินก้อนนี้ โดยสถานการณ์ปัจจุบันนี้ มันอยู่ในความสุ่มเสี่ยง ผมเข้าใจสถานการณ์ยังเป็นอย่างนั้นอยู่ เพราะว่าทุกปีที่มีการส่งเงินเข้ากองทุนนี่ก็ไปสะสมรวมกัน คราวนี้มันก็จะมีลิมิตของมัน เข้าใจว่าเกินลิมิตกันอยู่และมีกติกาของภาครัฐ พอเกินลิมิตเงินก้อนนี้ก็จะต้องถูก ส่วนหนึ่งที่เกินลิมิตนี่ส่งเข้าคลังนะครับ ไปดำเนินการอย่างอื่น เพราะเราใช้ไม่ทัน เพราะฉะนั้นนี่ ทุก ๆ บาทในอนาคตที่ยังส่งเข้ากองทุนมาตรา 34 อยู่นี่ มีความสุ่มเสี่ยงที่เข้าไปแล้ว (คุณพิชญาพร) จะไม่ได้นำมาใช้ประโยชน์กับคนพิการโดยตรงค่ะ (คุณอภิชาติ) กับคนพิการโดยตรงครับ ฉะนั้น ผมว่านี่เป็นโจทย์สำคัญว่าทำอย่างไร 10,000 กว่าอัตราที่เหลือจึงจะเกิดกับคนพิการเต็มที่อย่างรวดเร็ว เพราะว่าสถานการณ์นี้ยังมีอยู่ ผมว่าโจทย์นี้เป็นโจทย์ใหญ่ที่จำเป็นจะต้องไปฝากไปถึงท่านที่ใหญ่ที่สุดของเรื่องนี้นะครับ ท่านรัฐมนตรีนะครับ ว่าท่านจะทำอย่างไรกับเรื่องนี้ดีนะ จะสัญญากับคนพิการว่า 12,000 โอกาสงานนี่ (คุณพิชญาพร) จะทำให้ได้ (คุณอภิชาติ) จะทำให้ได้ ภายในอายุรัฐบาลนี้ หรืออะไรอย่างไรก็แล้วแต่ (คุณพิชญาพร) 3 ปีค่ะ (คุณอภิชาติ) ผมว่าน่าจะเป็นความท้าทาย เพราะว่าทุกฝ่ายนี่ก็พร้อม แล้วจริง ๆ ภาคประชาสังคมก็ช่วยกันขับเคลื่อนมา 9 ปี เดินทางจาก... มาแล้วครึ่งทาง แต่จากนี้ไปนี่ ต้องท่านรัฐมนตรีนำทัพนะครับ ถึงจะสำเร็จได้ อย่างที่ทุกคนบอกว่าเบอร์ 1 ต้องเอา เดี๋ยวที่เหลือก็เดินตาม ผมว่านี่น่าจะเป็นเรื่องสำคัญ ที่เราจะต้องดูกันนะครับขับเคลื่อนกันต่อไปครับ ขอบคุณครับ (คุณพิชญาพร) ค่ะ แล้วก็วาดหวังว่าเราจะตั้งใจทำงานร่วมกันต่อ พร้อม ๆ กับนโยบายที่ดี ที่จะส่งเสริมเรื่องนี้อย่างจริงจังด้วยนะคะ วันนี้ก็ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สละเวลามาร่วมพูดคุยในวันนี้ค่ะ ขอบคุณนะคะ (คุณเพลงรบ) ขอบคุณครับ ขอบคุณครับ (คุณพิชญาพร) เรามี ช่วงงานนี้จะเป็นการมอบของที่ระลึกใช่ไหมเอ่ย (คุณเพลงรบ) ใช่ครับผม ขอบพระคุณนะครับ เรียกว่าเป็นอีก 1 การขยายผลรวมถึงข้อมูลดี ๆ นะครับ ที่จะส่งต่อไปให้พี่น้องคนพิการนะครับ เอาล่ะครับ ในโอกาสเดียวกันนี้นะครับ ผมขออนุญาตกราบเรียนเชิญนะครับ ท่านสนธยา บุณยภูษิต นะครับ รองอธิบดีกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการนะครับ ได้กรุณาขึ้นมามอบของที่ระลึกนะครับ ให้กับทุกท่านบนเวทีเลยนะครับ ขอเรียนเชิญครับ (คุณพิชญาพร) เดี๋ยวเรียงกันเลยก็ได้ค่ะ ค่ะ (คุณเพลงรบ) ท่านแรกเลยนะครับ ขอเรียนเชิญมูลนิธินวัตกรรมทางสังคม ทั้ง 2 ท่าน ขอเรียนเชิญครับ สำหรับของที่ระลึกของเราในวันนี้นะครับ เป็นดอกแก้วกัลยานะครับ ซึ่งดอกไม้นี้นะครับ ผลิตจากผ้าลายดอกแก้วกัลยานะครับ ซึ่งเป็นดอกไม้พระราชทานพระอนุญาตให้ใช้เป็นสัญลักษณ์ของคนพิการ ผลิตโดยสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ครับ ขอเสียงปรบมือด้วยครับ และแน่นอนนะครับ ว่าดอกไม้สวย ๆ นี้นะครับ ผลิตจากกลุ่มแม่เลี้ยงเดี่ยวนะครับ ที่มีลูกเป็นคนพิการนะครับ ก็ได้ผลิตดอกไม้สวย ๆ นี้ขึ้นมา เพื่อสร้างรายได้สำหรับการเลี้ยงดูครอบครัวครับ ขอเรียนเชิญผู้แทนจาก Thai PBS ครับ ขอเรียนเชิญครับ และสีชมพูที่เห็นนะครับ เป็นกระเป๋าสวย ๆ นะครับ เป็นกระเป๋าผ้ารักษ์โลกนะครับ ฝีมือคนพิการที่ได้รับการพัฒนาในศูนย์ส่งเสริมอาชีพคนพิการภายใต้การดูแลของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ครับ และขอเรียนเชิญนะครับ ผู้แทนจาก depa ครับ ขอเรียนเชิญผู้แทนจากกระทรวงสาธารณสุขครับ ครับและขอเรียนเชิญท่านผู้แทนจากบริษัทเอกชนครับ ในภาคส่วนเอกชนครับ แน่นอนนะครับ ว่าทุกงานที่เกิดขึ้นนะครับ จะต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นรัฐ เอกชน ประชาชน และรวมถึงใจของพวกเราทุก ๆ คนด้วยนะครับ และอีก 1 ท่านนะครับ พิธีกรที่สวยที่สุดในเวทีนี้ มอบตำแหน่งนี้ให้เลยนะครับ คุณพรีน พิชญาพร นะครับ จาก Thai PBS ครับ ขออนุญาตถ่ายภาพรวมนะครับ ทุกท่านนะครับ ขอเรียนเชิญเลยนะครับ ขอเรียนเชิญท่านรองอยู่บนเวทีตรงกลางเลยนะครับ พวกเราก็ได้ทราบถึงการขยายผล Hackathon เพื่อคนพิการแล้วนะครับ ว่า HACK HUG HUG เติมใจให้งาน โดยสำนักงานใหญ่องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย หรือ Thai PBS ได้ดำเนินโครงการอย่างไร มีเป้าหมายอย่างไร และแน่นอนนะครับ ว่าเป็นเป้าหมายเดียวกัน ที่เราอยากให้ทุกองค์กรนั้น ได้จ้างงานคนพิการ จากความสามารถคนพิการครับ และขอเรียนเชิญท่านผู้บริหารทั้ง 2 แถวหน้านะครับ แถวหน้านะครับ เรียนเชิญถ่ายภาพบนเวที ขอเรียนเชิญนะครับ ขอเรียนเชิญอาจารย์ครับ วันนี้แน่นอนนะครับ ว่าทุกท่านได้เต็มอิ่มไปกับข้อมูลในการขยายผลต่อเนื่องของโครงการดี ๆ โครงการนี้นะครับ โครงการที่รวมถึงการดำเนินงานว่ามีที่มาที่ไปอย่างไร และในอนาคตเราจะร่วมกันขับเคลื่อนเป็นส่วนหนึ่งของโครงการนี้อย่างไร เพื่อคุณภาพที่ดีของคนพิการ คุณภาพชีวิตที่ดีของคนพิการ และคนพิการก็จะเป็นหนึ่งในพลังที่ร่วมกันสร้างสรรค์สังคม ให้เป็นพลังที่เข้มแข็งต่อไปนะครับ วันนี้นอกจากจะเป็นการแสดงศักยภาพ และการที่ได้เปิดโอกาสให้คนพิการได้ทำกิจกรรมร่วมกันแล้ว คนพิการเองก็ยังได้รับฟังข้อมูลดี ๆ นะครับ ว่าทุกองค์กร ทุกภาคส่วนมีความตั้งใจมุ่งมั่นที่จะร่วมกันพัฒนาคุณภาพชีวิต เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของพวกเราทุกคนครับ โดยที่ไม่ได้แบ่งแยกว่าจะเป็นคนพิการหรือบุคคลทั่วไป แต่พวกเราทุกคนคือคนไทยที่มีศักยภาพ และพร้อมที่จะพัฒนาไปด้วยกันนะครับ ครับ ขอขอบพระคุณท่านผู้บริหารทุกท่านนะครับ ที่ได้กรุณาขึ้นมาบันทึกภาพเป็นที่ระลึกว่า เราได้ทำงานร่วมกันดี ๆ สร้างสรรค์ผลงานดี ๆ เช่นนี้ครับ และแน่นอนครับ ว่าพิธีกรของเรายังคงต้องอยู่ต่อนะครับโชว์ความสวย ความสดใสและส่งท้ายมอบให้ Thai PBS ต่อเลยนะครับ (คุณพิชญาพร) ขอบคุณนะคะ ชมเกินไปค่ะ ค่ะ ก็ Thai PBS ของเรานะคะ รวมไปถึงโครงการ HACK HUG HUG Hackathon เพื่อคนพิการยังคงทำงานต่อค่ะ เพื่อที่จะขับเคลื่อนทำสิ่งดี ๆ ร่วมกันนะคะ เราเชื่อว่าวันนี้ที่เรามีภาคีกว่า 10 องค์กรนี่นะคะ ก็เป็นหนึ่งในก้าวแรกของเรานะคะ เรายังพร้อมที่จะเปิดรับแล้วก็สร้างความร่วมมือกับพาร์ตเนอร์ในอีกหลาย ๆ องค์กร เพื่อทำให้สังคมนี้น่าอยู่นะคะ ลองจินตนาการดูสิคะ ว่าถ้าเกิดว่ามีการจ้างงานคนพิการมากขึ้น จากตัวเลขแนวโน้มที่ดีขึ้นแล้ว เราจะจ้างเพิ่มอีก 10,000 อัตราทั่วประเทศ สังคมเราก็คงจะน่าอยู่มากขึ้นด้วยนะคะ แล้วก็มีความหลากหลายในสถานที่ทำงานด้วยค่ะ เราอยากให้ประเทศของเรานะคะ มีความรัก ความเข้าใจกันมากขึ้นนะคะ เพราะว่าความพิการบางทีมันเปลี่ยนแปลงไม่ได้จริง ๆ ค่ะ แต่เราสามารถที่จะเปลี่ยนมุมมองให้คนพิการนั้นเห็นศักยภาพของตัวเองได้ เปลี่ยนความสงสารเป็นโอกาสให้คนพิการมีงานทำได้นะคะ ดิฉัน พิชญาพร โพธิ์สง่า ในนามของ ThaiPBS งาน HACK HUG HUG Hackathon เพื่อคนพิการ ขออนุญาตลาไปก่อน ขอบพระคุณ และสวัสดีค่ะ [เสียงปรบมือ] (บรรยาย) ทำงานในตำแหน่งอะไรคะ // เดินเอกสารค่ะ // ออฟฟิศ // เก็บ Job // Store ครับ // ลงโฆษณาประชาสัมพันธ์ // IT ครับ // ช่วยเขายกของ // เก็บงาน Job // เก่งจังเลย // เก่งมาก // มีคนบอกกับพี่สามารถไหมว่าทำไม่ได้หรอก // ไม่มีครับ เฉย ๆ // เฉย ๆ ไม่แคร์ ไม่คิดมากครับ // ไม่คิดมาก อืม // เคยได้ยินคำนี้ไหม ทำไม่ได้หรอก // อ๋อ เก็บไว้ในใจแต่เราเป็นออทิสติก เราทำได้ // เราก็ต้องทำให้ได้ // ไม่ต้องเสียใจ ไม่ต้องท้อ เพราะว่าเราทำได้ // ตอนเด็ก ๆ น่ะโดนเยอะ ไอ้ที่หนักที่สุด คือ เด็กเอ๋อ // ทำไมถึงเขาต้องว่าเราด้วย แล้วทำไมถึงไม่ว่าตัวเองมั่ง // ทำได้ไหม // ทำได้ครับ // เธอคงไม่ซึ้งถึงความปวดร้าว ช้ำในใจปวดร้าว เศร้าเป็นอย่างไร // ทำงานได้เงินเดือนไหม // ได้เงินเดือนครับ เฮ่ // เยอะไหม // เยอะครับ // รวยเลยสิ // รวยครับ เฮ่ // มีอะไรจะพูดอีกไหม // ไม่พูดแล้วนะ [เสียงดนตรี] (คุณเพลงรบ) ขอเสียงปรบมือให้กับ VTR ชุดนี้ด้วยนะครับ และต้องขอขอบพระคุณทางทีม Thai PBS อีกสักหนึ่งรอบนะครับ ที่ได้มาฉายภาพให้เราได้เห็นกันนะครับ ว่า ณ ขณะนี้ ทั้งหน่วยงานภาครัฐ เอกชน สื่อมวลชน กำลังทำอะไรอยู่ และเป็นภาพที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น ทำให้เราเองที่เป็นส่วนหนึ่งของสังคม เป็นส่วนหนึ่งของคนพิการ ก็รู้สึกอิ่มใจและดีใจไปด้วยนะครับ ว่าการจ้างงานของคนพิการ จะเป็นการจ้างงานทั่วไปแล้ว เพราะทุกคนมีความเท่าเทียม และทุกศักยภาพสามารถแสดงได้ผ่านผลงานและชิ้นงานนะครับ แน่นอนนะครับว่าวันนี้อย่างที่ได้นำเรียนไปครับ ว่าบนเวทีของเรานอกจากมีสาระ ความรู้ และสิ่งที่ดี ๆ แล้ว ด้านล่างมีบูธนิทรรศการอีกมากมายที่เป็นการโชว์ฝีไม้ลายมือ ผลิตภัณฑ์ ผลิตผล รวมถึงการแสดงศักยภาพในการผลิตชิ้นงานของคนพิการ คนดูแลคนพิการ องค์กรคนพิการ และบุคคลที่มีความเกี่ยวข้องกับคนพิการนะครับ ทุกส่วนได้รังสรรค์เป็นผลิตภัณฑ์ออกมา เราสามารถอุดหนุนได้ การอุดหนุนนอกจากเราจะได้สินค้าที่มีคุณภาพแล้ว ยังเป็นการให้กำลังใจ ให้รอยยิ้ม แบ่งปันกันและกันอีกด้วยนะครับ เพราะว่าการสร้างรายได้ หรือการที่เราได้แลกเปลี่ยนเงินกับสินค้า เป็นการแลกเปลี่ยนความรู้สึกที่ดี ๆ เป็นการแลกเปลี่ยนและส่งต่อกำลังใจที่ดี ๆ และแน่นอนนะครับ ว่าวันนี้นอกจากสาระความรู้บนเวทีแล้ว เรายังมีการแสดง ที่เรียกว่าเป็นการแสดง Skill หรือศักยภาพความสามารถของคนพิการอีกด้วย สำหรับการแสดงชุดนี้ผมบอกเลยว่าจะเป็นครั้งแรกเหมือนกัน ที่ผมจะได้เห็นนะครับ นี่ ตอนนี้เซตฉากเรียบร้อยแล้ว นักแสดงพร้อมไหมครับ พร้อมไหมครับ พร้อมแล้ว ขอเสียงปรบมือ แต่วันนี้เราจะปรบมือเป็นเสียงไม่ได้ เราจะต้องปรบมือแบบนี้ครับ 2 มือยกขึ้นมาเหมือนเชียร์ลีดเดอร์จุฬาฯ-ธรรมศาสตร์ แบบนี้นะครับผม เพราะการแสดงชุดต่อไปนี้ครับ เป็นการแสดงจากน้อง ๆ จากโรงเรียนโสตศึกษาทุ่งมหาเมฆ กรุงเทพมหานคร (คุณวรางคณา) เรียนท่านผู้มีเกียรติทุกท่าน ดิฉัน นางสาววรางคณา รามฤทธิ์ รองผู้อำนวยการโรงเรียนโสตศึกษาทุ่งมหาเมฆ กรุงเทพมหานคร ในวันนี้ทางโรงเรียนของเรา ได้นำนักเรียนในระดับประถมศึกษาตอนต้น จากโรงเรียนโสตศึกษาทุ่งมหาเมฆ กรุงเทพมหานคร ซึ่งผู้แสดงทั้งหมดเป็นผู้ที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน จำนวนนักแสดงทั้งสิ้น 9 คน ครูผู้ควบคุม 4 คน อำนวยการฝึกซ้อมโดยท่าน ดร.ภิรญา กาลพัฒน์ ผู้อำนวยการโรงเรียนโสตศึกษาทุ่งมหาเมฆ กรุงเทพมหานคร ในวันนี้ พวกเราจะมาเล่านิทานในแบบฉบับของการใช้ภาษามือในการสื่อสาร ในเนื้อเรื่องเด็กเลี้ยงแกะ ขอเชิญทุกท่านรับชมได้เลยค่ะ (ล่าม) สวัสดีครับ ผมชื่อ ด.ช. ธนพัส วิวัฒนานนท์ ครับ หนูชื่อ ด.ญ. วิกานดา เดชดวง ค่ะ หนูชื่อ ด.ญ. ศิริกุล เกิดบัณฑิต ค่ะ ผมชื่อ ด.ช. ยะฮ์ยา ขยันหา ผมชื่อ ด.ช. จิรายุ จันทร์กอง ครับ ผมชื่อ ด.ช. พีรพัฒน์ ถนอมสิทธิ์ ผมชื่อ ด.ช. คามิน บุญประเสริฐ ครับ ผมชื่อ ด.ช. สุทธิพัฒน์ และผมชื่อ ด.ช. ธีรพัฒน์ เดือน ครับ ตอนนี้ผม 2 คนก็จะมาเล่านะครับ เรื่องย่อ ๆ ให้ทุกคนฟังนะครับ ผมจะมาเล่าเรื่อง เด็กผู้ชายเลี้ยงแกะครับ ก็มีเด็กผู้ชายคนหนึ่งนะครับ ไปเลี้ยงแกะนะครับ ก็ไปชมธรรมชาติ ในสถานที่ที่เลี้ยงแกะก็จะมีแม่น้ำลำธารนะครับ มีสิ่งต่าง ๆ ดูสวยงามมากเลย แล้วก็เกิดไอเดียปิ๊งขึ้นมาว่าจะต้องแกล้งชาวบ้านแล้ว 2 คนที่มาขุดดิน จากนั้นผมก็ตะโกนให้คนช่วย ช่วยด้วย ๆ ช่วยด้วย ๆ ชาวบ้านได้ยินก็รีบมาดู ถามว่าเกิดอะไรขึ้น มีแกะครบนี่ ไม่เห็นมีหมาป่ามากินแกะเลย หลอกนี่หน่า ไม่เชื่ออีกแล้ว แบบนี้ไม่เชื่ออีกแล้ว เด็กผู้ชายก็หัวเราะชอบใจ หัวเราะชอบใจเลย ได้แกล้งคนแล้ว เอาใหม่เป็นครั้งที่ 2 ดีกว่า แอบไปดู เห็นชาวบ้านกำลังขุดดินอยู่เหมือนเดิม คราวนี้ ช่วยด้วย ๆ ช่วยด้วย ๆ มีหมาป่ามากินแกะ ช่วยด้วย ๆ ชาวบ้านที่ขุดดินก็ได้ยินอีก ครั้งที่ 2 แล้ว เอ๊ะ ออกไปดูดีกว่า เอ้า ไม่เห็นมีหมาป่ามากินแกะเลย แกะก็อยู่ครบนี่ 5 ตัวเหมือนเดิมเลย ไม่มีเลย ไม่สนใจอีกแล้ว โกหกแบบนี้นี่หน่า ไม่ไหวเลย แล้วชาวบ้านก็ไป เด็กเลี้ยงแกะชอบใจ ฉันได้หลอกอีกแล้ว สนุกจังเลย ฉันได้หลอกอีกแล้ว ฉันมีความสุข ได้หลอกคนอื่น มีความสุข พอแล้ว ตอนนี้จะพักแล้ว หลังจากนั้น เด็กเขาก็นอนหลับพักไป และแล้วหมาป่าก็เดินย่องเข้ามาเห็นแกะ ตะครุบแกะกิน มองไปมองมา ไม่มีใคร หวานแล้วแหละ ฉันจะกินแกะให้หมดเลย จากนั้นก็ตะครุบแกะกินหมดเลย เอร็ดอร่อยมาก อิ่มแล้วเอาใหม่ เอาอีกตัวดีกว่า อีกตัวดีกว่า ตัวที่ 2 โอ้โหย เอร็ดอร่อยดีจังเลย ยังไม่อิ่มเลย เอาอีก ตัวที่ 3 โอ้โห เอร็ดอร่อยดีจังเลย อื้มหืม หวานด้วย เอาอีกตัวดีกว่าตัวที่ 4 ตัวนี้คงอร่อยน่าดูแหละ ตะครุบกินอีก อื้มหืม อร่อยมากเลย ตัวที่ 4 นี่ก็อร่อย ทำอย่างไรดีละ อิ่มหรือยัง ยัง ตัวสุดท้าย ตัวสุดท้ายดีกว่า ตัวสุดท้าย ตัวนี้ต้องหวานมันอร่อยแน่นอน อืม เอาอย่างไรดี ตะครุบกินอีกตัว สุดท้าย อิ่ม อิ่มแล้ว อิ่มแล้ว อิ่มแล้ว อิ่มแล้ว เอาอย่างไรดี เด็กก็ยังนอนหลับอยู่ เอาอย่างไรดี จะไป จะไปแล้วจะกลับแล้ว อ๋อ เดี๋ยวหันมาดูเด็กสิ กำลังนอนหลับใช่ไหม นี่แหละ นี่แหละนอนหลับอยู่ ไม่ดู ไม่เลี้ยงแกะ ไม่สนใจแล้ว ไปดีกว่า เด็กเลี้ยงแกะตื่นขึ้นมา ตกใจ ตกใจ แกะฉันหายไปไหน แกะฉันหายไปไหน ตกใจ เมื่อกี้ยังอยู่นี่หน่า หายไปไหน ทำอย่างไรดี หรือหมาป่ามากินแกะ ทำอย่างไรดี แปลก ช่วยด้วย ๆ ๆ หมาป่ามากินแกะฉันหมดแล้ว ช่วยด้วย ๆ ชาวบ้านที่ขุดดิน ก็ได้ยินอีก คราวนี้ไม่เชื่อแล้ว ไม่สนใจอีกแล้ว หลอก คราวที่แล้วก็หลอกมาตั้ง 2 ครั้ง ไม่เชื่ออีกแล้ว ไม่เชื่อแล้ว หลอกตั้งครั้งที่ 2 แล้ว ไม่เอาแล้ว เหนื่อยแล้ว ทำงานเองดีกว่า ทำงานต่อไปดีกว่า ไม่เชื่อแล้ว ปล่อย ๆ ให้เลย ปล่อยเลย โกหกแล้วนี่ ไม่เชื่อว่าหมาป่ามากินแกะแล้ว สุดท้าย เด็กเลี้ยงแกะ ก็ขอร้องให้ชาวบ้านมาช่วย ชาวบ้านก็ไม่มาช่วย แล้วไม่มีใครสนใจอีกเลย เพราะว่า เขาหลอก 3 ครั้งแล้ว แกะก็ตายไปหมดแล้ว เขารู้สึกเสียใจมาก ร้องไห้ คร่ำครวญเพราะว่าไม่มีใครเชื่อ ไม่มีใครสนใจ จบค่ะ วันนี้อากาศดีจังเลย อากาศดีจังเลยวันนี้ โอ้โห ดูสิ มองไปนี่เห็นนกบิน สวยมากเลย มีลมพัดต้นไหมสวย ภูเขา สายน้ำ ลำธาร ช่างสวยงามเหลือเกิน ธรรมชาติอย่างนี้สดใสจริง ๆ มองไปสุดลูกหูลูกตาก็เห็นแต่นกบิน ต้นไม้ ก็ขึ้นเยอะแยะ เหมาะแก่การเลี้ยงแกะตรงนี้ มีความสุขจังเลย ลุงไปไหน ไปขุดดิน ทำงานกันเรา ตรงไหนล่ะ ตรงนู้นดีกว่าไหม ตรงนั้นน่ะ ขุด ๆ ปลูกต้นไม้ด้วย ขุด ขุด ทำนาทำสวนกันนะ เรา 2 คน ไม่เหนื่อยหรอก ไม่เหนื่อย ขุดไป ๆ ฮึบ ๆ ๆ ๆ ฮึบ ๆ ๆ ๆ ๆ ไม่เหนื่อยเลย ปาดเหงื่อแล้ว เด็กเลี้ยงแกะเดินมา แถวนี้นะต้นไม้สวยงาม บรรยากาศดีจังเลย ไม่มีใครเลย อ้าว เห็นลุง 2 คนทำอะไรกันอยู่ สวัสดีครับ ๆ สบายดีนะ // สบายดี ทำอะไร // อ๋อ ผมน่ะมาเลี้ยงแกะ ส่วนลุงมาทำอะไร // อ๋อ มาขุดดินทำสวน ใช่ ๆ ๆ ผมน่ะมาเลี้ยงแกะอยู่แถวนี้ ดูแลอยู่บริเวณนี้แหละลุง // ส่วนลุงก็มาขุดดินอยู่แถวนี้แหละ เป็นอย่างไรสบายดีนะ เอาไว้เจอกัน ไว้เจอกัน ไปล่ะ บ๊ายบาย // บรรยากาศดีจริง ๆ โอเคตรงนี้แหละ เหมาะ ๆ เดี๋ยวจะต้องไปเอาแกะมาแล้ว มีนก มีแกะ ได้บรรยากาศดีจริง ๆ เดี๋ยวไปตามแกะมาดีกว่าให้มากินตรงนี้ หญ้าก็เยอะ ต้นไม้ก็แยะ // และเขาก็ต้อนแกะออกมา 5 ตัว [เสียงแกะร้อง] // ไป ๆ ๆ ไปกินหญ้า ไปกินหญ้า ไป ๆ ๆ [เสียงแกะร้อง] // ดีแล้ว กินหญ้าไป หญ้าก็เยอะแยะไปหมด แกะกำลังเคี้ยวหญ้าอยู่ อย่างมีความสุข กินไป กินไป หญ้าเยอะดี อุดมสมบูรณ์ด้วยหญ้าแถวนี้ เหนื่อยแล้ว เหนื่อยแล้ว เลี้ยงแกะนี่ก็เหนื่อยแล้ว เอาอย่างไรดี เบื่อก็เบื่อ เอาอย่างไรดี พักก่อนดีกว่า เฮ่อ เหนื่อย พัก คิดอะไรแปลก ๆ ดีกว่าไหม เลี้ยงแกะเฉย ๆ นี่ ไม่เอาแล้ว ปิ๊งไอเดียขึ้นใหม่ เอ้า คราวนี้แหละฉันจะแกล้งแล้ว แกล้งใครดี อย่าบอกใครเลยนะ ฉันจะแกล้งชาวบ้าน 2 คนนั้นน่ะ ที่ฉันเห็นเมื่อเช้านี้น่ะ ไหนอยู่ไหนล่ะ ชาวบ้านอยู่ไหนล่ะ ฉันจะต้องแกล้งชาวบ้าน 2 คนนั้น ช่วยด้วย ๆ ช่วยด้วย ๆ ช่วยด้วยหมาป่ามันมากินแกะ ช่วยด้วย ๆ // เฮ่ย เสียงอะไรน่ะ ลองไปดูกันสิ เกิดอะไรขึ้น // หมาป่ามันมากินแกะของฉัน // จริงหรือเปล่า // ใช่กินแกะของฉันหมดเลย // ไหนดูสิ อ้าว แกะยังอยู่นี่ 1 2 3 4 5 เอ้า ทำไมล่ะ แกะก็ยังอยู่เหมือนเดิมนี่ ไม่ไหว หลอกกันแบบนี้ ไม่ไหว // [เสียงหัวเราะ] ฉันหลอกสำเร็จแล้ว ๆ สนุกจังเลย ฉันหลอกสำเร็จแล้วสนุกจังเลย [เสียงหัวเราะ] ฉันหลอกสำเร็จแล้ว สนุกจังเลย อุ๊ย อีกครั้งดีกว่า สนุกจังเลย คราวนี้แหละ ฉันจะหลอกเป็นครั้งที่ 2 แล้ว ช่วยด้วย ๆ ช่วยด้วย ๆ หมาป่ามากินแกะแล้ว ช่วยด้วย ๆ มีใครอยู่นี่ ช่วยด้วย เอ้าลุง ลุงช่วยหน่อย หมาป่ามันมากินแกะผมหมดแล้ว // เอ้า จริงเหรอ ๆ อย่าหลอกอีกนะ // ผมไม่หลอกครับ // พวกเราไปนับแกะสิ 1 2 3 4 5 แกะก็อยู่ครบนี่ เหมือนเดิม ไม่น่าหลอกกันเลย ไม่เชื่ออีกแล้วลุง เราไม่เชื่อกันอีกแล้ว ไปเถอะ เราไปเถอะ ไปขุดดินต่อเถอะเรา // เด็กชายหัวเราะชอบใจ พอใจกับการโกหก คนอื่น มีความสุข ล้อเล่นกับ... ล้อเล่นกับคนอื่น หลอก แล้วก็ไปว่าคนอื่นว่าหลงเชื่อ หัวเราะชอบใจ // [เสียงหัวเราะ] หลอก 2 ครั้งพอแล้ว คราวนี้เมื่อย เมื่อยตัวแล้ว เอาอย่างไรดี อยากพักแล้ว ขอพักหน่อย บรรยากาศดีจังเลย ลมเย็นสบายขอหลับสักงีบหนึ่งนะ // และแล้ว หมาป่าที่หิวโซก็ได้ออกมาจากพุ่มไม้ มองซ้าย มองขวา // หวานฉันแล้ว ฉันเห็นแกะอยู่ 5 ตัว หวานฉันแล้ว เด็กน้อยก็นอนหลับอยู่ เด็กชายที่เลี้ยงแกะนอนหลับอยู่ ฉันหิวมาก เอาล่ะ หลับใช่ไหม อย่าบอกใครเชียวนะ ฉันจะกินแกะแล้ว แกะตัวนี้ตัวใหญ่ เอร็ดอร่อยมากเลย ยัง ๆ ๆ ฉันยังไม่อิ่ม ฉันยังไม่อิ่ม ยังมีแกะเหลืออยู่ ยัง เอาใหม่ดีกว่า เอาใหม่ดีกว่า แกะตัวที่ 2 เอาแล้วตัวนี้ดีกว่า ตัวนี้ อื้มหืม ตัวนี้ตัวเล็ก เนื้อแน่น หวานมัน เอร็ดอร่อยจริง ๆ ยังไม่อิ่ม ๆ เอาใหม่ เอาอีกตัวดีกว่า เอาตัวไหนดี ตัวนี้แหละ ตัวเล็กสุด โอ้โห ตัวนี้เนื้อหวานมัน อื้มหืม เอร็ดอร่อยจริง ๆ เอร็ดอร่อยจริง ๆ ยัง ๆ ไม่อิ่มเอาอีกตัวดีกว่าตัวไหนดี ตัวไหนดี ตัวไหนดี เอาตัวนี้ดีกว่า ตัวใหญ่ ไม่มีใครเห็น โอ้โห ตัวนี้ตัวใหญ่ อื้มหืม อร่อยหวานหอม ยัง ๆ เหลือตัวสุดท้าย ต้องกินให้หมด ต้องกินให้หมด ตัวสุดท้ายแล้ว ฉันจะกินให้หมดเลย ยัง ๆ เหลือตัวสุดท้าย เด็กยังหลับอยู่ใช่ไหม ตัวนี้แหละ โอ้โหย อร่อยจริง ๆ อร่อยจริง ๆ อื้มหืม คราวนี้อิ่มจริง ๆ อิ่มแล้ว ๆ ไม่มีแกะเหลืออยู่แล้ว ไปดีกว่า แต่ เอ๊ะ ยัง ๆ ๆ ๆ เด็กเลี้ยงแกะนอนหลับอยู่นี่ ขอเยาะเย้ยหน่อยสิ ขอไปเยาะเย้ยหน่อยสิ นอนหลับอยู่ใช่ไหม เห็นไหมน่ะ เขานอนหลับอยู่ อย่าบอกใครนะครับ อย่าบอกใครว่าผมมากินแกะ ผมไปแล้วครับ อย่าบอกใครนะครับ ไม่มีใครเห็นใช่ไหม ไปดีกว่า // เด็กเลี้ยงแกะตื่นขึ้นมา // ตกใจ แกะฉันหาย แกะฉันหาย ช่วยด้วย แกะฉันหาย แกะหายไปไหนนี่ แกะหายไปไหน มีแต่ซาก มีแต่ขนแกะ มีแต่ซากแกะ แกะฉันหายไปไหน อยู่ตรงนี้นี่ตอนนั้นน่ะ [เสียงร้องไห้] แกะฉันหายไปไหน // เด็กชายสะอึกสะอื้น // แกะฉันหายไปไหน แกะฉันหายไปไหน ไม่มีแกะเหลืออยู่เลย เสียใจมาก เสียใจมาก เสียใจจริง ๆ เกิดอะไรขึ้น แค่หลับไปแป๊บเดียวจริง ๆ มันต้องมีหมาป่านี่มากินแกะแน่นอนเลย ทำอย่างไรดี ช่วยด้วย ๆ ช่วยด้วย ๆ ช่วยด้วย มีใครช่วยด้วยหมาป่ามากินแกะจริง ๆ แล้ว // เอ้า เกิดอะไรขึ้นน่ะ หนู ไม่ต้องมาโกหก ไม่ต้องมาโกหก หลอกไปตั้ง 2 ครั้งแล้ว ไม่เชื่อแล้ว ไม่เชื่อ ไม่เชื่ออีกแล้ว หลอกฉัน ฉันไม่เชื่อเธอแล้ว ฉันไม่เชื่อแล้ว ไม่เชื่อแล้ว // จริง ๆ ครับ ผมไม่ได้โกหกครับ ผมไม่ได้โกหก // เอ้า ไม่เชื่อแล้ว ไม่เชื่อแล้ว ไป ไม่สนใจ // จริง ๆ ครับ ผมขอร้องแหละ จริง ๆ ครับ จริง ๆ ครับ ผมไม่โกหก [เสียงร้องไห้] ไม่น่าเลย ไม่น่าโกหกเขาเลย เสียใจมาก ดูสิแกะก็ตายไปหมดแล้ว กรรมจริง ๆ เลย ไปแกล้งเขา ไปหลอกเขา ไปโกหกเขา เสียใจจริง ๆ นี่ไม่น่าเลย ต่อไปจะไม่ทำแบบนี้อีกแล้ว [เสียงร้องไห้] // เด็กชายร้องไห้คร่ำครวญ ขอบคุณครับ // การแสดงก็จบเพียงเท่านี้ค่ะ สวัสดีค่ะ (คุณเพลงรบ) ขอบคุณครับ (อาจารย์) ขอบคุณค่ะ (คุณเพลงรบ) มีฟินาเล่ตอนจบด้วยนะครับ ขอบคุณครับ ๆ ขอบคุณน้อง ๆ นะครับ จากโรงเรียนโสตศึกษาทุ่งมหาเมฆ เราปรบมือสำหรับคนพิการทางการได้ยินหรือสื่อความหมายไปแล้ว อย่างนั้น ขอเสียงปรบมือดัง ๆ ให้กับคุณครูผู้ฝึกสอนด้วยนะครับ เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งภาษาภาพ ภาษาร่างกาย ภาษาท่าทาง บวกกับภาษามือ ก็เรียกได้ว่าเป็นการสื่อสาร นี่ เวลาที่ผมไปฝึกสอนนะครับ ก็จะมีเด็ก ๆ พิการหูหนวกแบบนี้นะครับ เราก็จะมีการเล่านิทานให้ฟังก่อนนอนด้วยนะ เพราะว่าคนพิการเองก็ต้องการความละมุนทางภาษา ต้องการอรรถรส และความละมุน ความรัก ความอ่อนช้อยนะครับ ให้กับน้อง ๆ ได้ซึมซับในสิ่งที่ดี ๆ ในสิ่งที่อบอุ่นนั่นเองนะครับ เอาล่ะครับจากโสตศึกษาไปแล้ว มาสู่การแสดงชุดต่อไปนะครับ จากสมาคมผู้ปกครองคนพิการทางสติปัญญาแห่งประเทศไทย (ดาวน์ซินโดรมทุกคน) ขอเชิญพบกับชุดการแสดงรำเชิญพระขวัญ ขอเสียงปรบมือด้วยครับ [เสียงดนตรี] (เพลง) ขวัญเจ้าเอย ขวัญเอย มาสู่องค์เอย ขวัญเจ้าเอย ขวัญเอย มาสู่องค์เอย ขอเชิญพระขวัญ เมื่อวันเดือนเพ็ญ ให้อยู่ร่มเย็น อย่าหนีไปไหน ขวัญเจ้าเอย ขวัญเอย ขวัญเจ้าอย่าเลยไปไกล อย่าเที่ยวจนเพลิน อย่าระเหินระหก อย่ามัวชมนก อย่ามัวชมไม้ ขอเชิญขวัญเจ้า รีบเข้าสู่กาย อย่าลี้หนีหาย เลยพระขวัญเจ้าเอย [เสียงดนตรี] ขวัญเจ้าเอย ขวัญเอย มาสู่องค์เอย ขวัญเจ้าเอย ขวัญเอย มาสู่องค์เอย ขอเชิญพระขวัญ เมื่อวันเดือนเพ็ญ ให้อยู่ร่มเย็น อย่าหนีไปไหน ขวัญเจ้าเอย ขวัญเอย ขวัญเจ้าอย่าเลยไปไกล อย่าเที่ยวจนเพลิน อย่าระเหินระหก อย่ามัวชมนก อย่ามัวชมไม้ ขอเชิญขวัญเจ้า รีบเข้าสู่กาย อย่าลี้หนีหาย เลยพระขวัญเจ้าเอย [เสียงดนตรี] (คุณเพลงรบ) ขอบคุณครับ โอ้โห สวยมาก ๆ เลย สวยมาก ๆ เลย ต้องขอขอบคุณน้องนะครับ ที่เป็นนักแสดงนะครับ รวมถึงแน่นอนนะครับ ว่าผู้ฝึกสอนนะครับ จากสมาคมผู้ปกครองคนพิการทางสติปัญญาแห่งประเทศไทยนะครับ เอาล่ะครับ ชุดการแสดงต่อไป ยังไม่หมดเพียงแค่นี้นะครับ เราจะเพิ่มความระทึกขึ้นเรื่อย ๆ เรื่อย ๆ ขึ้นนะครับ เราชมการรำที่อ่อนช้อยสวยงามกันไปแล้ว ชุดการแสดงต่อมา ของพร้อม อุปกรณ์เยอะมาก เป็นการแสดงมายากลนะครับ เป็นการแสดงมายากลจากสมาคมผู้ปกครองคนพิกรทางสติปัญญาแห่งประเทศไทย เช่นกันนะครับ ชื่อชุดการแสดงว่า มายากล มายากล พร้อมไหมคะ พร้อม นอกจากจะพร้อมแล้ว ชุดก็สวยอีกนะ ถ้าจะออกมาได้น้องบอกว่าขอเสียงปรบมือดัง ๆ [เสียงปรบมือ] (คุณเพลงรบ) ขอบคุณครับ สวัสดีค่ะ สวัสดีค่ะ ชื่อน้องอะไรคะ (น้องบัวบุญ) พี่บัวบุญค่ะ (คุณเพลงรบ) พี่บัวบุญ ไหน FC พี่บัวบุญ ขอเสียง FC หน่อย โอ้โห วันนี้พี่บัวบุญ มากับใครครับ (น้องบัวบุญ) มากับพี่ไนน์ค่ะ (คุณเพลงรับ) ใครครับ (น้องนายน์) No. No. (คุณเพลงรบ) คนนี้เขาเป็นเซเลบ เขาเป็นคนดัง ใช่ไหม คนดังใช่ไหม (น้องบัวบุญ) คนดังค่ะ (คุณเพลงรบ) คนดัง แนะนำตัวหน่อยเร็ว เมื่อกี้ ๆ แฟนคลับพี่บัวไปแล้ว แฟนคลับเราบ้าง ขอเสียงแฟนคลับเราบ้าง (น้องนายน์) สวัสดีนะครับ ผมชื่อ พี่นายน์ ครับ (คุณเพลงรบ) ขอเสียงปรบมือด้วย โอ้โห แถวหน้าที่กระโดด ๆ นี่ FC เราใช่ไหม (น้องนายน์) หนูเจี๊ยบ ขายเสื้อครับ ขายเสื้อ (คุณเพลงรบ) อ๋อ เยี่ยม จ้างมาเท่าไรครับ (น้องใบบัว) 100 บาท (คุณเพลงรบ) 100 บาท มาด้วยใจ FC เขามาด้วยใจ เพราะว่าน้องไมอามี่บอกว่าพูดแล้วนะ 100 ต้องจ่ายนะ ได้ค่ะ ใช่ไหมคะ น้องไมอามี่บอกว่าถ้าไม่จ่ายเป็นสตางค์ อุดหนุดน้ำปลาร้าที่บูธหลังได้นะครับ (น้องนายน์) โอน ๆ (คุณเพลงรับ) โอน ได้มี QR Code ไหมล่ะ โอเค วันนี้เรามาในชุดการแสดง มายากล (น้องนายน์) ไม่ใช่ เป็น Magic Dance (คุณเพลงรบ) แดนซ์ก่อน ต้องแดนซ์ด้วย (น้องนายน์) เป็น Magic Dance (คุณเพลงรบ) พร้อมไหม (น้องใบบัว) พร้อมแล้วค่ะ (คุณเพลงรบ) ถ้าพร้อมแล้ว ทำอย่างไร (น้องนายน์) Magic Dance (น้องใบบัว)ขอให้ทุกคนเสียงดัง ๆ ด้วยค่ะ (น้องนายน์) สนใจทางนี้หน่อย [เสียงดนตรี] [การแสดง Magic Dance ประกอบเพลงสุดฤทธิ์สุดเดช] (คุณเพลงรบ) ขอเสียงปรบมือด้วยครับ โอ้โห สุดยอดจริง ๆ พี่นายน์ ๆ เก็บงูด้วย เก็บงูด้านล่างด้วย ขอเสียงปรบมือให้กับชุดการแสดง เก่งมาก ๆ เลยครับ สุดยอด ๆ โอ้โห เรียกได้ว่านะครับ อายเลยนะ อายน้อง ๆ เลยนะครับ เดี๋ยวต้องไปเรียนแล้ว เดี๋ยวต้องเรียกน้อง ๆ ว่าอาจารย์แล้วนะครับ ให้น้อง ๆ สอนบ้างแล้วครับ เอาล่ะครับ การแสดงชุดนี้จบลงไปแล้วครับ เป็นมายากลนะครับ โห แสดง เอ้า แดนซ์เซอร์ก็หาย จะขอบคุณแดนซ์เซอร์ สงสัยเต้นหนักไปหน่อยนะครับ เต้นหนักไปหน่อย สนุกไปหน่อย หายไปแล้วนะครับ และการแสดงชุดต่อไปนะครับ แน่นอนว่าเต้นไปแล้ว มายากลไปแล้ว รำไปแล้ว ชุดการแสดงต่อไปเป็นการแสดงความสามารถประเภทการดีดบ้างแล้วครับ เป็นการดีดนะครับ แต่ดีดของเขามีทีมด้วยนะ เขามีทั้งทีมดีด และทีมแดนซ์นะครับ เป็นทีมนี้นะครับ ทีมนี้จะมาในบทเพลงไหน ชุดการแสดงเป็นอย่างไร มีใครบ้าง เราเคยคุ้นหน้าคุ้นตากันไหม แต่บอกได้เลยนะครับ ในทีมนี้ จากการเล็งโดยสายตาผ่านเครื่อง CTX นะครับ บอกว่ามี Celebrity อีกแล้ว มีดารานะครับ มีดาราใหม่ด้วย มีดาราของเราด้วยนะครับ เป็นน้อง ๆ นะครับ จากสมาคมผู้ปกครองคนพิการทางสติปัญญาแห่งประเทศไทย (ดาวน์ซินโดรมทุกคน) เลยนะครับ ตอนนี้มาพร้อมกันอยู่แล้ว พร้อมไหมครับ ฝั่งนั้น พร้อมไหมครับ โอ้โห พร้อมมากแล้ว แล้วคุณผู้ชมพร้อมไหมครับ เสียงเบาไหมคะ เสียงเบานะ มาแล้ว ขอเสียงปรบมือด้วย ช่อแก้ว มอส น้ำหวาน อะไรนี่ พอสซี่ ไมอามี่ วิว ออย และ ยังไม่และมีอีก 1 คน พี่ พี่นายน์ใช่ไหมครับ โอเค คิดถึงค่ะ ๆ อีก 1 คน พี่ไม่เห็นชื่อ น้องวายุครับ ขอเสียงปรบมือให้กับทีมนักแสดง (น้องช่อแก้ว) มาแสดงขิมนะคะ [การแสดง:บรรเลงขิมเพลงแพ้ใจ โดยน้องช่อแก้วและขับร้องประสานเสียงโดย DBK-T21] (น้องไมอามี่) คิดถึงพี่ม่อนนะคะ (คุณเพลงรบ) ค่า จีบพิธีกรด้วย คิดถึง คิดถึงไมอามี่นะคะ (น้องไมอามี่) ขอบคุณค่ะ (คุณเพลงรบ) มีชุดการแสดงอีกใช่ไหมครับ (น้องไมอามี่) มีค่ะ (คุณเพลงรบ) มีอีก อย่างนั้นพี่ม่อนจะให้เวลา 1 นาที พอไหม ๆ เตรียมตัวพอไหมคะ เอาใจไปเก็บในลิ้นชักก่อนนะ เดี๋ยวเรากลับมาเจอกันบนเวทีอีกรอบหนึ่ง โอเคไหมคะ โอเคค่ะ นะครับ ก็ขอเสียงปรบมือให้กับชุดการแสดงนี้ด้วยนะครับ แหม เป็นอย่างไรครับ เสียงขิมกับเสียงร้องเพลงนะครับ ตอนนี้เขาบอกว่าจะเพิ่ม เพิ่มดีกรีความร้อนแรงขึ้นอีก จากเพลงเบา ๆ ฟังสบาย ๆ เพลงอมตะนะคะ เมื่อสักครู่ข้างเวทีผมก็มีนักร้องอมตะด้วย นักร้องอมตะ เราฟังเพลงอมตะไปแล้วแต่ชุดต่อไปเขาเรียกว่าเพิ่มอุณหภูมิความสนุกขึ้นมา จากเพลงเบา ๆ สบาย ๆ เป็นเพลงแดนซ์กันบ้าง น้อง ๆ พร้อมไหมครับ น้อง ๆ บอกว่ารอก่อน รอก่อนพี่ม่อนขา รอก่อน ชช. บอกรอได้ ชช. บอกว่าโอเค รอ ทั้งวันก็รอได้ใช่ไหมครับ วันนี้เป็นวันที่เรามอบให้คนพิการทั้ง 2 วันเลย ใช่ครับ ชช. บอกว่าเป็นวันของเขา ทำอะไรทำได้เต็มที่เลย เพราะฉะนั้นแล้วนะครับ ถ้าเพลงสนุกฟังแล้วมันดูคึกคัก ด้านหน้านะครับ Floor ด้านหน้า สามารถออกมาโยกย้ายส่ายสะโพกได้เลย ไม่อยากจะขิงนะครับ ปีที่แล้วนี่ ด้านหน้านี่ คึกคักมาก ๆ นะครับ เรียกได้ว่าเป็น Floor เต้นเลยนะครับ โอเค เพราะฉะนั้น เรามา... เรามาบอกกันอีกสักครั้งหนึ่งนะครับว่า Floor ด้านหน้า เต้นได้ โยกได้ ขยับได้นะครับ ท่านใดที่อยากเต้นมาเลยนะครับ พร้อม วันนี้เป็นวันของท่านแล้ว เอาล่ะครับ พร้อมแล้ว ชุดการแสดงของเรา โอ้โห อย่างรวดเร็วนะครับ เหมือนแดนซ์เซอร์มืออาชีพเลยนะ เวลาแบบเราไปดูคอนเสิร์ตตามต่างจังหวัดนี่นะครับ แวบ ๆ ชุด มาแล้ว พร้อมไหมคะ ๆ พร้อมหรือยัง พี่ม่อนหยุดพูดได้หรือยังคะ หยุดได้แล้วค่ะ น้องบอกว่าหยุดได้แล้วค่ะ ถ้าหยุดได้แล้ว มอบเวทีนี้ให้กับน้อง ๆ เลย [การแสดง: Cover Dance Inspiration Show by DBK-T21] (คุณเพลงรบ) ขอบคุณครับ ขอบคุณชุดการแสดงน่ารักมาก ๆ นะครับ ขอบคุณครับ ขอบคุณอีก 1 ครั้ง พร้อม ๆ กัน 3 4 ไป ขอบคุณครับ น่ารักมาก ๆ เลยนะครับ เป็นการแสดงนะครับ Cover Dance Cover Dance ของน้อง ๆ นะครับ ขอบคุณมาก ๆ นะครับ ขอบคุณครับ อย่างที่นำเรียนไป... บ๊ายบายคะ นี่ น้องไมอามี่เคยบอกผมไว้นะครับ วันนี้เป็นกระบอกเสียงให้กับสื่อมวลชนเลยว่าเวลาน้อง ๆ มาแสดงความสามารถทักษะพิเศษ ไม่ต้องเบลอหน้าหนูค่ะ หนูไม่ได้ทำความผิดนะคะ น้องบอกน้องฝากบอกมา เวลาหลาย ๆ ช่องนะครับ ก็อาจจะมองในเรื่องของสิทธิใช่ไหม ก็เลยกลายเป็นว่าเบลอหน้าทุกคนหมดเลย แต่วันนี้เป็นการแสดงศักยภาพและความสามารถของน้อง ๆ อยู่ได้นะ อยู่เป็นเพื่อนพี่โดราเอมอนได้นะ ไปแล้ว โอเคครับผม ชุดการแสดงต่อมานะครับ เป็น 1 อีกชุดการแสดงจากสถาบันจิตเวชศาสตร์สมเด็จเจ้าพระยานะครับ ชื่อชุดการแสดง คือ การแสดงประกอบเพลง เพลงอะไรไม่รู้ เดี๋ยวเรามาดูกันนะครับ เป็นชมรม Social Club สถาบันจิตเวชศาสตร์สมเด็จเจ้าพระยานะครับ ตอนนี้พร้อมไหมครับ พร้อมแล้ว โห คนนี้เสื้อม่วงนี่ เขาสวยทุกปีเลยนะะ ใช่ไหม นี่ แล้วเวลาพูดก็จะเขินหน่อย เพราะว่าเราสวยน่ะ เราเถียงไม่ได้จริง ๆ หลักฐานมันฟ้อง พร้อมแล้วเชิญเลยครับ [การแสดงประกอบเพลง “เอาป่าว”] (คุณเพลงรบ) ขอบคุณครับ เอาไหมคนหล่ออย่างอ้าย ตอนนี้ โอเคถ่ายภาพอยู่ ถ่ายภาพอยู่ อย่าขัดจังหวะ ไม่ให้ขัดจังหวะ โอเค ขอเสียงปรบมือให้กับชุดการแสดงด้วยนะครับ เป็นชมรม Social Club สถาบันจิตเวชศาสตร์สมเด็จเจ้าพระยานะครับ เรียกได้ว่าเพลงคึกคัก สนุกสนานนะครับ ทำให้บรรยากาศคึกขึ้นมาอีกระดับหนึ่งเลยนะ จากฟังแดนซ์ไปแล้ว มาอยู่ในโซนอีสานกันบ้าง มาเป็นหมอลำกันบ้างนะครับ ส่วนการแสดงชุดต่อไปนะครับ แน่นอนว่าเรายังมีการแสดงอย่างต่อเนื่องเป็นการแสดงความสามารถและศักยภาพของผู้พิการนะครับ จากสมาคมผู้ปกครองบุคคลออทิซึม (ไทย) เอ๊ะ เขามาอีก 1 ชุดการแสดง และมีอุปกรณ์สีเหลือง ๆ บนเวทีด้วย เดี๋ยวเราจะมาชมกันนะครับ ว่าชุดการแสดงต่อไปนี้ คือชุดการแสดงอะไร ตารางมีเป็นตาราง 9 ช่อง ตาราง 9 ช่อง จะเชื่อมโยงกับการแสดงชุดนี้ได้อย่างไร เอ๊ะ มี แต่เอ๊ะ กับเอ๊ะ กับเอ๊ะ เดี๋ยวเราจะมาอ๋อไปพร้อม ๆ กันนะครับ เอาล่ะครับ ตอนนี้ ก่อนที่เราจะชมการแสดงนะครับ ผมขอส่งต่อให้กับพี่เต้ย ผู้ดูแลชุดการแสดงชุดนี้ ขอเสียงปรบมือให้พี่เต้ยด้วยครับ (คุณเต้ย) สวัสดีครับ สวัสดีครับ พวกเราสมาคมผู้ปกครองออทิสซึมไทยนะครับ วันนี้ได้นำน้อง ๆ ออทิสติก มาโชว์การแสดงกิจกรรมตาราง 9 ช่องนะครับ เชิญรับชมการแสดงได้เลยครับ ท่าเริ่มต้นนะครับ ท่าเริ่มต้นจะเป็นเลข 1 กับ 2 นะครับ เป็นการย่ำเท้าอยู่กับที่ เพื่อวอร์มร่างกายครับ ท่าที่ 2 นะครับ จะเป็น เลข 1 2 3 และ 4 ครับ เป็นการเคลื่อนที่แบบด้านข้างครับ ให้รู้จักเรื่องซ้ายและขวาครับ ท่าที่ 3 นะครับ จะเป็นเลข 1 2 7 และ 8 ครับ เป็นการเคลื่อนที่เป็นรูปตัว v เล็กครับ ท่าที่ 4 นะครับ จะเป็นเลข 3 4 5 และ 6 ครับ เป็นการเคลื่อนที่เป็นตัว v คว่ำครับ และท่าที่ 5 ท่าสุดท้ายนะครับ จะเป็นเลข 3 4 5 6 11 และ 12 เป็นการเคลื่อนที่รูปแบบกาง-หุบ-กางครับ เป็นการใช้ระบบประสาทสัมผัสความจำค่อนข้างมากครับ เพราะใช้ตัวเลขจำนวนมาก และสลับขึ้น-ลงจำนวนหลายครั้ง เป็นการฝึกและสมาธิความจำให้กับเด็กได้ดีครับ ตาราง 9 ช่องนะครับ เป็นกิจกรรมที่เน้นร่างกายได้มีการเคลื่อนไหวซ้าย ขวา หน้า หลัง (คุณเพลงรบ) ขอบคุณครับ ขอบคุณครับ ขอบคุณพี่เต้ยก่อนนะ ต้องขอบคุณพี่เต้ยก่อนนะครับ ที่ดูแลชุดการแสดง และขอบคุณน้อง ๆ น้องแสดงด้วย จากการแสดงตาราง 9 ช่องนะครับ ขอเสียงปรบมือด้วยครับ ขอบคุณครับ ขอบคุณครับ และชุดการแสดงต่อไปนะครับ ต่อเนื่องเลยนะครับ ต่อเนื่องเลยนะครับ เป็นชุดการแสดงจากชมรมเติมฝันเพื่อผู้บกพร่องทางจิตนะครับ การแสดงนี้มาแถบ ๆ แถวบ้านผมอีกแล้วนะครับ ชุดการแสดงนี้ พร้อมแล้ว ยิ้มสวย ชุดสวยเลยนะครับ ถ้าพร้อมแล้วขอเสียงปรบมือชุด... ต้อนรับกับชุดการแสดงชุดต่อไปนะครับ จากชมรมเติมฝันเพื่อผู้บกพร่องทางจิต ขอเสียงปรบมือด้วยครับ [การแสดง: รำเซิงเพลงอีสานบ้านเฮา] (คุณเพลงรบ) ขอบคุณครับ ขอบคุณนะครับ ชุดการแสดงจากชมรมเติมฝันเพื่อผู้บกพร่องทางจิตนะครับ เอาล่ะครับ ตอนนี้เราได้รับชมการแสดงไปแล้วนะครับ จากผู้พิการหลากหลายประเภทเลยทีเดียวนะครับ เราได้เห็นศักยภาพความสามารถของผู้พิการหลากหลายท่านเลยทีเดียวเลยนะครับ และเสียงปรบมือทุกเสียงปรบมือนั้น เป็นอีก 1 กำลังใจ พลังใจที่ดีให้กับนักแสดงทุกคนเลยนะครับ ในช่วงนี้นะครับ เรายังมีชุดการแสดงอย่างต่อเนื่องนะครับ แต่ผมจะขออนุญาตพักเวทีสักครู่หนึ่งนะครับ เพื่อให้มีการจัดเตรียมอุปกรณ์ด้านบนเวทีนะครับ แล้วก็เราจะนำทุกท่านเข้าสู่การแสดงจากสถานคุ้มครองและพัฒนาคนพิการบ้านนนทภูมิ จังหวัดนนทบุรี นะครับ ตอนนี้เดี๋ยวจะ จะยกเวทีนี้ให้น้อง ๆ นะครับ ได้เซตอุปกรณ์กันก่อนนะครับ ขอบคุณครับ [เสียงดนตรี] (คุณเพลงรบ) เอาล่ะครับ และตอนนี้บนเวทีนะครับ ก็ได้ Set Up เครื่องดนตรีเรียบร้อยแล้วนะครับ เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลานะครับ เราจะมารับชมการแสดงการขับร้องใช่ไหมครับ ใช่หรือไม่ จะใช่หรือไม่ ดนตรีเพลงอะไร เขาบอกว่ามาลุ้นไปพร้อม ๆ กันนะครับ จากการแสดงจากสถานคุ้มครองและพัฒนาคนพิการบ้านนนทภูมิ จังหวัดนนทบุรี ขอเสียงปรบมือด้วยครับ [การแสดงจากสถานคุ้มครองและพัฒนาคนพิการบ้านนนทภูมิ] [การแสดง: ขับร้องเพลง “หมอกหรือควัน”] (คุณเพลงรบ) ขอบคุณครับ ขอบคุณเพลงเพราะ ๆ ดนตรีเพราะ ๆ นะครับ เรียกว่า ทุกอย่างละมุนไปหมดเลยนะครับ จากสถาน... อยากพูดเองไหม จากสถานบ้านนนทภูมิ พูดเองไหมคะ พูดเองไหมคะ จากไหนคะ (นักแสดงหญิง) จากบ้านนนทภูมิค่ะ (คุณเพลงรบ) จากบ้านนนทภูมิ ขอเสียงปรบมือด้วยครับ เดี๋ยวเราจะขออนุญาตพักเวทีสักครู่หนึ่งนะครับ เพื่อที่เราจะได้เตรียมตัวมาดูกันนะครับ ว่ามีองค์กรใด หน่วยงานใด และบุคคลใดบ้าง ที่ได้รับรางวัลเชิดชูเกียรติโล่รางวัลในปีนี้ครับ วันคนพิการสากลประจำปี 2566 ครับ แล้วเราจะมาพบกันบ่ายโมงตรงนะครับ และก็ขออนุญาตประชาสัมพันธ์ไปถึงผู้ที่ต้องเข้ารับรางวัลด้วยนะครับ ผู้ที่ต้องเข้ารับรางวัล ท่านลงทะเบียนเสร็จเรียบร้อยแล้วตามเวลาที่กำหนดนะครับ ท่านก็จะได้ลำดับนะครับ แล้วก็อย่าหนีไปไหนนะครับ เพราะว่าหากข้ามชื่อไปแล้ว เราจะดึงโล่ออก ส่วนท่านใดที่รายชื่อถูกข้ามไปแล้วนะครับ จะไม่สามารถขึ้นมารับได้อีกนะครับ ให้ติดต่อขอรับโล่รางวัลจากทีมงานทางด้านขวามือของเวที หรือของผมเองนี่นะครับผม เอาล่ะครับ ช่วงบ่ายนี้นะครับ ขอพักเวทีไว้ก่อน เดี๋ยวพบกันตอนบ่ายโมงตรง สวัสดีครับ [เสียงดนตรี] [สิ้นสุดการถอดความ]