(อาจารย์พัชญา) นักเรียนสวัสดีคุณครูล่ามด้วยค่ะ สวัสดีครับ สวัสดีค่ะ วันนี้นะคะ วันนี้เป็นวันศุกร์นะ ชั่วโมงเรียนของเรา ก็คือ วิชาชีวิตกับสังคมไทยนะคะ นักเรียนอย่าเพิ่งไปไหนเด้อ นะคะ จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับหลักธรรมเพื่อพัฒนางานนะคะ พัฒนาคนและพัฒนาสังคม สาระการเรียนรู้ในหน่วยที่ 5 นะคะ จะเป็นเกี่ยวกับความหมายนะคะ ของหลักธรรมและหลักธรรมของชาวพุทธเรานะคะ อันที่ 2 นะคะ หลักธรรมเพื่อพัฒนางานนะคะ ข้อที่ 3 หลักธรรมเพื่อพัฒนาคน หัวข้อที่ 4 หลักธรรมเพื่อพัฒนาสังคม หัวข้อที่ 5 หลักธรรมการทำงานในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อครองคนและครองงาน หัวข้อที่ 6 พระจริยวัตรในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวสู่ค่านิยมหลักของคนไทย หัวข้อที่ 7 คติพจน์ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เป็นเข็มทิศเพื่อชีวิตนะคะ สาระการเรียนรู้ในหน่วยนี้นะคะ จะมี 8 สาระด้วยกันนะคะ สาระที่ 1 จะเป็นการอธิบายความหมายของคำว่า “หลักธรรม” นะ หัวข้อที่ 2 นะคะ ระบุหลักธรรมของชาวพุทธได้ หัวข้อที่ 3 สรุปหลักธรรมเพื่อพัฒนางานได้ หัวข้อที่ 4 ยกตัวอย่างหลักธรรมเพื่อพัฒนาคนได้ หัวข้อที่ 5 สรุปหลักธรรม เพื่อพัฒนางาน พัฒนาสังคมได้ หัวข้อที่ 6 วิเคราะห์หลักการทรงงานในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเพื่อครองคนและครองครองงานได้ ข้อที่ 7 บอกความสัมพันธ์ระหว่างพระจริยวัตรนะคะ ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวกับค่านิยมของคนไทยได้ ข้อที่ 8 วิเคราะห์คติพจน์ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ นะคะ สมรรถนะประจำหน่วย… แสดงความรู้เกี่ยวกับหลักธรรมสำคัญของพระพุทธศาสนา เพื่อนำไปพัฒนางาน พัฒนาคน และพัฒนาสังคมให้มีประสิทธิภาพ ความหมายของ “หลักธรรม”นะคะ หลักธรรม หมายถึง การมีธรรมหลัก… ธรรมเป็นหลักในการดำรงชีวิต เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ประสบแต่ความสุขความเจริญนะคะ มนุษย์เรานะคะ เกิดมานะคะ คงไม่มีใครที่จะปฏิเสธว่า รักสุข เกลียดทุกข์ และจะทำอย่างไรถึงจะเป็นสุข ก็จะต้องมีหลักธรรมประจำใจ ซึ่งเปรียบเสมือนเป็นเข็มทิศนำพาชีวิตไปสู่ความสุขและความเจริญ โดยมีหลักธรรมสำคัญ 3 ด้านด้วยกันนะคะ ก็จะเป็นด้านที่ 1 นะ เกี่ยวกับหลักธรรมเพื่อพัฒนาตนเอง เช่น เราเป็นฆราวาสธรรมนะคะ หลักสัปปุริสธรรม และหลักความสุขของคฤหัสถ์ เป็นต้นนะคะ ทุกคนนะคะ ต้องประกอบอาชีพการงาน ต้องมีเจ้านาย มีลูกน้อง และเพื่อนร่วมงาน จึงจำเป็นจะต้องมีหลักธรรมในการทำงาน เช่น หลักพรหมวิหาร 4 หลักคฤหัสถ์วัตถุ สังคหวัตถุนะคะ และหลักธรรม 6 ทิศ เป็นต้น นอกจากนี้ คนจะต้องอยู่รวมกันเป็นสั่งคม จึงต้องมีหลักธรรมเพื่อพัฒนาสังคม เช่น หลักธรรมกุศลกรรม หลักธรรมสาราณียธรรม และหลักธรรมเบญจศีลนะคะ ที่สำคัญก็คือ หลักธรรมในการทำงานในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อครองคนและครองงาน จากพระจริยวัตรในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ สู่ค่านิยมหลักธรรมของคนไทย รวมทั้งคติพจน์ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ นะ เพื่อเป็นเข็มทิศของชีวิตด้วย ส่วนหลักธรรมของชาวพุทธนะคะ ชาวพุทธนะคะ ไม่ใช่ถ้อยคำที่เรียกกันอย่างเลื่อนลอย แต่เป็นเพราะบุคคลที่จะเรียกว่าเป็นชาวพุทธจะต้องมีคุณสมบัติประจำตัว และมีมาตรฐานทางด้านความประพฤตินะคะ ที่รองรับและยืนยันจนแสดงถึงความเป็นชาวพุทธ ทีนี้มาดูหลักธรรม หลักธรรมและการปฏิบัติเรียกว่าชาวพุทธเป็นผู้กระทำขั้นพื้นฐานของชาวพุทธนะคะ ที่เราจะต้องยึดถือปฏิบัติ มีอะไรบ้างนะคะ 1. หลักธรรมเกี่ยวกับการฝึกฝน แล้วคือมาเกิดเป็นมนุษย์นี่เห็นไหม ชาวพุทธจะต้องเป็นผู้ประเสริฐได้ก็เพราะการฝึกฝนตนเองนะคะ ด้วยการสิกขา ก็คือการศึกษาตลอดชีวิต อันที่ 2 ใฝ่พุทธคุณเป็นสรณะ ชาวพุทธต้องฝึกฝนตนให้มีปัญญา มีจิตใจบริสุทธิ์ และมีความเมตตากรุณาต่อพระพุทธศาสนานะคะ หัวข้อที่ 3 ถือธรรมะเป็นใหญ่ ชาวพุทธเราจะต้องมีธรรมะ ก็คือความจริง ความถูกต้อง ความดีงามเป็นใหญ่ เป็นตัวชี้วัดการกระทำ ข้อที่ 4 สร้างสังคมให้เยี่ยงสังฆะ ก็คือ ชาวพุทธจะต้องสร้างสังคม ตั้งแต่ครอบครัว ให้มีความสามัคคี เกื้อกูลกัน และร่วมมือกันสร้างสังคมให้เจริญ ข้อที่ 5 สำเร็จด้วยการทำดี ชาวพุทธเราจะต้องมีการสร้างความสำเร็จด้วยการกระทำความดี โดยใช้การเพียรพยายาม และไม่ประมาทในชีวิต ทีนี้เรามาดูหลักธรรมนะคะ ก็คือ 1. เกี่ยวกับฝนก็คือการความมนุษย์เป็นเลิศ ใฝ่คุณธรรม พระพุทธคุณเป็นสรณะ ถือธรรมเป็นใหญ่ สร้างสังคมให้เหมือนพระ สำเร็จด้วยการทำความดี ทีนี้ การปฏิบัติการ ชาวพุทธเรา จะต้องนำชีวิต และมีส่วนร่วมในการนำสังคมและประเทศชาติสู่ความดีงาม และความเจริญรุ่งเรืองด้วยการปฏิบัตินะคะ มีอยู่ 3 หัวข้อด้วยกันนะคะ ข้อที่ 1 มีศีลวัตรประจำตนนะคะ คืออะไร บูชาปูชนีย์นะคะ ก็คือการกราบไหว้ การแสดงความเคารพต่อพระรัตนตรัย บิดา มารดา ครูบาอาจารย์ ผู้มีพระคุณ และบุคคลที่เราควรเคารพบูชาอยู่เป็นนิจ อันนี้เราเป็นชาวพุทธนะคะ เมื่อเราตอนเช้าเรามา เราก็มาปฏิบัติตนนะคะ มาเข้าแถวตามจริยวัตรของเราทุกวันนะคะ ทำความเคารพกัน ทำความรู้จักกันนะคะ ตอนเช้านะคะ อันที่ 2 มีศีล ห่างอุบายนะคะ ก็คือการสมาทานเบญจศีลเป็นประจำนะคะ คือการประพฤติตน ไม่มัวเมาอยู่กับอบายมุขนะคะ ไม่มัวเมากับสิ่งอบายมุขต่าง ๆ นะคะ สาธยายพุทธมนต์นะคะ ก็คือการสวดมนต์โดยเข้าใจความหมาย อย่างน้อยก่อนนอนทุกวันนะคะ อันนี้เราก็ยึดถือปฏิบัตินะคะ ใครเคยสวดมนต์ก่อนนอนบ้าง แต่ละคนนะคะ ก่อนนอนนะคะ เราชาวพุทธนะคะ นำลูกนำหลานสวดมนต์ก่อนนอนทุกวันนะคะ ฝึกฝนจิตด้วยภาวนา ฝึกฝนจิตด้วยภาวนาอย่างไรนะคะ ก็คือการทำสมาธินั่นเอง เพื่อให้มีจิตใจที่สงบและผ่องใส อย่างน้อยวันละ 5 นาทีนะคะ อันนี้ ฝึกจิตก็คือ นั่งหลับตาทำสมาธิ 5 นาทีนะคะ เพื่อจิตใจเราจะได้ไม่ว้าวุ่นนะคะ การปฏิบัติการข้อ 2 เจริญกุศลเนืองนิตย์ เจริญกุศลเนืองนิตย์มีอะไรบ้าง 1. ทำกิจวัตรประจำวันนะคะ เช่น การทำกิจกรรมในวันพระ ด้วยการไปวัดฟังธรรม ไปตักบาตร ฟังธรรม อ่านหนังสือธรรมะ และก็แผ่เมตตานะคะ วันละประมาณ 15 นาทีนะคะ อันที่ 2 พร้อมและแบ่งปัน แบ่งเงินและสิ่งของมาบำเพ็ญทานนะคะ เพื่อบรรเทาทุกข์ของผู้อื่น และสนับสนุนกรรมดี อย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้งนะคะ ข้อที่ 3 หมั่นทำคุณประโยชน์นะคะ ทำคุณประโยชน์ บำเพ็ญประโยชน์ต่อผู้อื่น อุทิศแด่พระรัตนตรัย บรรพบุรุษ และผู้มีพระคุณของสังคม อย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง ได้ปราโมทย์ด้วยไปวัด ได้ปราโมทย์ด้วยไปวัด ทำอย่างไร ไปชมความงามของวัด และไปร่วมกิจกรรมทุกวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา และวันสำคัญของสมาชิกในครอบครัว เช่น วันเกิด วันครบรอบงานมงคลสมรสนะคะ อันนี้เป็นกิจกรรมที่พวกเราควรทำนะคะ หัวข้อที่ 3 ทำชีวิตให้งามประณีตนะคะ ก็คือการกินดีอยู่ดีนะคะ รู้จักประมาณตนนะคะ ในการบริโภค บริโภคด้วยปัญญา กินอยู่อย่างพอดี หลักกินเพื่ออยู่ ไม่ใช่อยู่เพื่อกินนะคะ อันนี้ให้พวกเราถือหลักธรรมตรงนี้นะคะ ให้รู้จักประมาณตนเอง หลักธรรมที่มีชีวิตที่งดงามนะคะ งดงามอย่างไร งดงามโดยการปฏิบัติภารกิจส่วนตัว ดูแลเครื่องใช้ และการทำงานด้วยตนเอง ทำได้ ทำเป็น ทำได้ดี แล้วก็น่าภูมิใจนะคะ ตัวนี้นะคะ หลักธรรมต่อไปนะคะ ไม่ตามใจจนหลง อ้าว ไม่ตามใจจนหลง ทำอย่างไรนะคะ ชมรายการบันเทิงพอสมควร ไม่ใช่ชมทั้งวัน และมีวันปลอดการบันเทิง อย่างน้อยเดือนละ 1 วัน เพื่อความสงบจิตสงบใจนะคะ มีสัก 1 วันนะคะ ไม่ต้องดูงานบันเทิงนะคะ ทำจิตใจให้งาม มีองค์พระคุ้มครองใจนะคะ มีเครื่องบูชาประจำตัว เพื่อระลึกถึงพระคุณของพระรัตนตรัยและยึดมั่นในหลักของชาวพุทธนะคะ หากผู้ใดปฏิบัติตามหลักชาวพุทธได้ จึงจะเป็นชาวพุทธที่แท้จริง อันนี้เป็นหลักการปฏิบัติตนการเป็นชาวพุทธนะคะ ต่อไปจะเป็นหลักธรรมเพื่อพัฒนางาน เราพัฒนางานอย่างไรนะคะ หลักธรรมเพื่อพัฒนางาน หลักธรรมในการพัฒนางานนะคะ เป็นการทำงานให้ดีขึ้น เจริญก้าวหน้าขึ้น ฉะนั้น การพัฒนางานให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลจะต้องมีหลักธรรมนะคะ ดังต่อไปนี้นะคะ มีหลักธรรมอะไรบ้างนะคะ เดี๋ยวคุณครูก็จะพูดให้นักเรียนฟังนะคะ 1. หลักธรรมพรหมวิหาร 4 พรหมวิหาร 4 ก็คือการธรรมประจำใจ ผู้นำธรรมะประจำใจของผู้ประเสริฐ หรือธรรมะประจำใจของผู้ที่มีจิตใจยิ่งใหญ่ดุจพระพรหม มี 4 ประการด้วยกัน 1. จะต้องมีความเมตตา ความรักนะคะ ความปรารถนาดี มีไมตรีจิตต่อกัน ต้องการช่วยเหลือให้ทุกคนได้รับประโยชน์และความสุข กรุณา ความสงสาร คือ อยากช่วยเหลือผู้อื่นให้พ้นทุกข์ ตั้งใจที่บำบัดความทุกข์ยาก ความเดือดร้อนของคนและสัตว์ อันนี้คือให้เรารู้จักความสงสารนะคะ รู้จักบำบัดทุกข์ บำรุงสุขของตัวเองนะคะ แล้วก็ไม่ไปเบียดเบียนสัตว์ให้เดือดร้อนนะคะ ต่อไป มุทิตา ความเบิกบาน ก็คือ ความพลอยยินดีเมื่อเห็นผู้อื่นหรือสัตว์อื่นมีความสุข ก็รู้สึกเบิกบานนะคะ เมื่อเห็นเขาประสบความสำเร็จ เราก็พลอยยินดีไปด้วยเป็นสุขไปด้วย เมื่อเขาเรียนจบนะคะ เราก็ประสบความสำเร็จนะ เราก็พลอยยินดีไปด้วย เป็นสุขไปด้วย เมื่อเราเรียนจบนะคะ ประสบความสำเร็จนะคะ เราก็แสดงความยินดีกับเพื่อนด้วยนะคะ อุเบกขา ความมีใจเป็นกลางนะคะ ก็คือการมองโลกตามความเป็นจริง โดยทำจิตใจให้เรียบ สม่ำเสมอ มีจิตใจที่มั่นคง มีความเที่ยงตรงดั่งตราชั่ง เมื่อเห็นคนหรือสัตว์ได้รับผลกรรมที่เขาประสบ ก็พร้อมที่จะวินิจฉัย วางตน และปฏิบัติตามหลักการเหตุผลและความเที่ยงธรรมนะคะ ทีนี้หลักธรรมข้อที่ 2 หลักธรรมสังคหวัตถุ 4 สังคหวัตถุ 4 มีอะไรบ้างนะคะ สังคหวัตถุ 4 เป็นคำยอดมหาเสน่ห์ หรือเครื่องที่ทำให้ผู้อื่นรัก เป็นธรรมที่เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจคน ในที่นี้ ก็คือเพื่อนร่วมงานนะคะ ในองค์กร การที่เรามีคนมารัก ย่อมทำให้เกิดความสุขและความสมัครสมานสามัคคีในหมู่คณะ จะมี 4 ประการด้วยกันด้วยกันนะคะ ก็คือทานนะคะ ทาน ก็คือการแบ่งปัน การให้ปันนะคะ การมีจิตใจที่เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ช่วยเหลือ แบ่งปัน สงเคราะห์ตัว ด้วยปัจจัย 4 ก็คืออาหารนะคะ เครื่องนุ่งห่ม ยารักษาโรค ที่อยู่อาศัย รวมถึงเงินทอง สิ่งของ ความรู้ แลกเปลี่ยนประสบการณ์และเทคนิคต่าง ๆ ในการทำงานนะคะ อันนี้… อันนี้เป็นทานนะคะ ทานที่เราจะต้องช่วยเหลือเกื้อกูลกันนะคะ รู้จักแบ่งปันกันนะคะ ต่อไปนะคะ ปิยวาจานะคะ ปิยวาจา ก็คือพูดอย่างรักกัน พูดจาสุภาพ ไพเราะ น่าฟัง ชี้แจงและแนะนำในสิ่งที่มีประโยชน์ มีเหตุมีผล พูดจูงใจไปในทางที่ดี พูดเพื่อสมัครสมานสามัคคี มีไมตรีจิตต่อกันนะคะ อันนี้ ปิยวาจานะคะ อัตถจริยา อัตถจริยา ก็คือ การทำประโยชน์ให้เขา คือ ขวนขวาย ช่วยเหลือในกิจกรรมต่าง ๆ บำเพ็ญสาธารณประโยชน์ ช่วยแก้ปัญหาและช่วยส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม สมานัตตานะ สมานัตตตา สมานัตตตา ก็คือการเอาตัวเราเข้าสมานะคะ เข้าสมาน ก็คือทำตัวให้เข้ากับคนอื่นเขาได้ วางตนเสมอต้นเสมอปลาย ปฏิบัติกับทุกคนเท่าเทียมกัน ไม่เอาเปรียบคนอื่นนะคะ ยินดีร่วมทุกข์ร่วมสุข ร่วมรับรู้และร่วมแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นให้มีความสุขร่วมกันนะคะ สรุปแล้ว สังคหวัตถุ 4 ก็คือการช่วยต้นทุน ก็คือเงิน ทอง สิ่งของ ความรู้ ศิลปวิทยา ช่วยด้วยถ้อยคำ ช่วยด้วยกำลังงาน และช่วยด้านการร่วมแก้ปัญหากันนะคะ อันนี้จะมีหัวข้อเยอะนะคะ หลักธรรมเพื่อพัฒนางานนะคะ เพื่อพัฒนางาน อันที่ 3 นะคะ หลักที่ 6 หลักที่ 6 มีอะไรบ้าง หลักที่ 6 เป็นการปฏิบัติงานที่ต่อบุคคล ที่สำคัญกับตน ให้ถูกต้องเหมาะสมตามฐานะ ในที่นี้ก็คือ ข้อเสนอเฉพาะทิศ 5 ในฐานะของนายจ้างพึงปฏิบัติต่อลูกจ้าง หรือคนงานหรือคนรับใช้ ซึ่งเปรียบเสมือนทิศเบื้องล่าง ก็คือทิศ 5 นั่นเอง ทิศเบื้องต่ำ ก็คือคนรับใช้ ผู้ใต้บังคับบัญชา ก็คือ 1. จัดหางานให้ทำตามความเหมาะสมกับกำลัง เพศ วัย องค์ความรู้ และความสามารถ อันที่ 2 นะคะ ให้ค่าจ้างและรางวัลได้เหมาะสมกับผลงานและความเป็นอยู่ ข้อที่ 3 จัดสวัสดิการที่ดีให้ และช่วยรักษาพยาบาลในยามเจ็บป่วยนะคะ อันที่ 4 นะคะ ได้อะไรพิเศษก็เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่แบ่งปัน ซึ่งกันและกัน อันที่ 5 ให้มีวันหยุดและวันพักผ่อนหย่อนใจตามโอกาสอันสมควร อันนี้สำหรับส่วนลูกจ้างหรือคนงานนั้น หรือคนรับใช้นั้น ควรแสดงน้ำใจต่อนายจ้างอย่างไรนะคะ 1. เมื่อเลิกงานแล้วนะคะ เริ่มทำงาน ทำงานก่อนเวลาที่นายจ้างกำหนด เลิกงานทันที หยุดงานหรือเลิกปฏิบัติงานหลังเวลาเลิกงานแล้ว เอาแต่ของที่นายให้ มีมารยาท ไม่ถือวิสาสะ เอาของของเจ้านายโดยไม่ได้รับอนุญาต นำความดีของนายจ้างและกิจการไปเผยแพร่ พูดแต่เฉพาะข้อดีของนายจ้างให้คนอื่นฟัง และเผยแพร่ผลงานและชื่อเสียงขององค์กรนะคะ หลักธรรมข้อที่ 4 นะคะ หลักทศพิธราชธรรม หลักธรรมนี้นะคะ ก็คือธรรมะของผู้ปกครอง ธรรมะของผู้นำ หรือธรรมะของพระราชา มี 10 ประการด้วยกัน หากผู้ใด ที่จะกระทำให้ผู้อื่นนะคะ อยู่ใต้การปกครอง มีแต่ความสุขกาย สุขใจ มีความมั่นคง และปลอดภัยะคะ ก็คือทานนะคะ ก็คือการให้ สละสินทรัพย์ สิ่งของ เงินทอง เพื่อบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ หรือประโยชน์ให้ผู้อื่น ศีลนะคะ ศีลคืออะไร ศีลก็คือมีความประพฤติปฏิบัติอันดีงาม ทั้งกาย วาจา และก็ใจนะคะ ปริจจาคะ ก็คือความเสียสละความสุขของตนเพื่อผู้อื่น อาชวะนะคะ ก็คือความซื่อสัตย์สุจริตทั้งต่อตนเองต่อผู้อื่น ทั้งต่อหน้าและลับหลัง มัททวะ ก็คือการมีกิริยาอ่อนโยน วาจาสุภาพ นุ่มนวล ตบะ ก็คือการละกิเลสและตัณหาไม่ให้ครอบงำ ไม่หมกมุ่นอยู่กับความสุขสำราญ อักโกธะ ก็คือความโกรธ เป็นคนใจเย็นนะคะ ความไม่โกรธ เป็นคนใจเย็นนะคะ อวิหิงสา ก็คือ ความไม่เบียดเบียนผู้อื่น ไม่กดขี่ผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาหรือลูกจ้าง ขันติ ขันติก็คือความอดทนต่อหน้าที่ของตนนะคะ ตรากตรำ หรืออดทนต่อปัญหาหรืออุปสรรค หลักธรรมข้อที่ 5 เป็นหลักธรรมละเว้นจากอคตินะคะ นักเรียนดูหลักธรรมนะคะ หลักธรรมข้อที่ 5 หลักธรรมละเว้นจากอคติ ผู้บริหาร หรือผู้นำทีดี ควรปฏิบัติงานที่ดีด้วยความรับผิดชอบ และความเที่ยงธรรม ไม่ลำเอียง รักฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งนะคะ มีธรรมะ 4 ประการด้วยกันนะคะ คือ ฉันทาคติ คืออะไร ความลำเอียงเพราะความชอบ โทสาคติ คือ ความลำเอียงเพราะเกลียดชัง โมหาคติ ก็คือ ความลำเอียงเพราะหลงหรือโง่เขาลา ภยาคติ ก็คือ มีความลำเอียงเพราะความกลัว หลักธรรมข้อที่ 6 หลักธรรมรรค 8 มีอะไรบ้าง หลักธรรมมรรค 8 ก็คือ บุคคลไม่ประมาทมัวเมาจนตกเป็นทาสของโลกและชีวิต เรียกว่าหลงโลกเมาชีวิต แต่ควรมองโลกตามความเป็นจริง หรือรู้ทันโลก โลกธรรม แบ่งออกเป็น 2 ฝ่ายก็คือสิ่งที่น่าชื่นชมยินดี เรียกว่า อิฏฐารมณ์ ส่วนอีกฝ่ายหนึ่ง คือ ไม่ชื่นชอบ ไม่น่ายินดี เรียกว่า อนิฏฐารมณ์ ฉะนั้น ผู้บริหารหรือผู้นำจึงควรยอมรับความจริงและไม่ยึดติดกับตำแหน่งหน้าที่ จะส่งผลให้ชีวิตมีความสุขตามโลกธรรมนะคะ ให้เปรียบเทียบนะคะ สุขนะคะ ก็คือยินดี ถ้าไม่ยินดีก็คือทุกข์นะคะ ได้ยศ เสื่อมยศ ได้ลาภ เสื่อมลาภ สรรเสริญ นินทานะคะ หลักธรรมข้อที่ 7 เป็นหลักธรรมกัลยาณมิตรธรรมนะคะ หมายถึง คุณสมบัติของมิตรแท้ ผู้ใดคบหาสมาคม หรือเข้ามาหาแล้วจะทำให้เกิดความสุขความเจริญ มีคุณสมบัติ 7 ประการด้วยกัน มีอะไรบ้าง 7 ประการนี้นะคะ ปิโย ปิโย ก็คือความรัก ความสนิทสนม ทำให้อยากเข้าใกล้ เข้าไปปรึกษาหรือซักถาม ครุ หมายถึง ความน่าเคารพ รู้สึกปลอดภัย เกิดความอบอุ่น เป็นที่พึ่งพาได้ ภาวนีโย ก็คือความน่ายกย่องในฐานะผู้ทรงคุณ มีความรู้ พัฒนาตนอยู่เสมอ วัตตา จะหมายถึง การเป็นผู้รู้จักกาลเทศะ รู้ว่าอะไรควรทำ อะไรไม่ควรทำ เมื่อไรและอย่างไร วจนักขโม หมายถึงเป็นผู้ฟังที่ดี มีความอดทนในการฟัง มีข้อสงสัยจึงซักถาม คัมภีรัญจะ กถัง กัตตา หมายถึง สามารถอธิบายเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่ายได้ โน จัฏฐาเน นิโยชเย หมายถึง ไม่แนะนำไปในทางเสื่อมเสีย แต่แนะนำไปในทางที่ดี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชฯ มีพระราชดำรัสถึงความสำคัญของเพื่อนตอนหนึ่งว่า เพื่อนใหม่คือของขวัญที่ให้กับตนเอง ส่วนเพื่อนเก่าคืออัญมณีที่นับว่ามันจะเพิ่มค่า อาจารย์ปริญญา ตันสกุล แห่งสถาบันส่งเสริมจิตตปัญญาให้ทัศนะไว้ว่าหลักธรรม 7 ประการ ของผู้นำ ได้แก่ ความรัก ความซื่อตรง ความซื่อสัตย์ ความเป็นธรรมมะ ความกล้า ความมั่นคงของอารมณ์ และความรับผิดชอบ อันนี้เป็นหลักธรรมะนะคะ เกี่ยวกับการพัฒนาคนนะคะ มาพูดให้เราฟังนะคะ ต่อไป หลักธรรมเกี่ยวกับการพัฒนาคนนะคะ หลักธรรมนะคะ ที่นำมาพัฒนาเพื่อสร้างคนให้มีความเข้มแข็ง มี 3 ประการด้วยกัน 1. ความเข้มแข็งทางพฤติกรรม เช่น ความขยัน ความอดทน พากเพียรพยายามในกิจการต่าง ๆ ความเข้มแข็งทางจิต เช่น การพึ่งตนเอง ไม่ต้องรอให้ผู้อื่นยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ ความเข้มแข็งทางปัญญา เช่น พยายามทำสิ่งต่าง ๆ ด้วยตนเอง ด้วยสติปัญญา เป็นเครื่องมือในการแก้ปัญหา จะเกิดภาวะผู้นำทางปัญญาได้ คนเป็นทรัพยากรที่ทรงคุณค่า เพราะคนมีคุณภาพ จะเป็นไปในการพัฒนาทรัพยากรอื่นได้อีกมากมายนะคะ ฉะนั้น หลักธรรมเพื่อพัฒนาคน หลักธรรม 4 ประการด้วยกันนะคะ ก็คือหลักธรรมสำหรับชีวิตของคฤหัสถ์หรือบุคคลทั่วไป ประกอบไปด้วย 4 ประการด้วยกัน ก็คือ สัจจะ สัจจะ คือ ความจริงนะคะ ก็คือการตั้งมั่นอยู่ในสัจจะ ความจริง ซื่อสัตย์ พูดจริง ทำจริง ทำสิ่งใดจะต้องเป็น ให้คนอื่นเขาเชื่อถือไว้วางใจได้นะ จริงต่องาน จริงต่อหน้าที่ จริงต่อเวลา จริงต่อบุคคล แล้วก็จริงต่อความดีนะคะ ธรรมะ ธรรมะ ก็คือการฝึกตน ให้เรารู้จักควบคุมจิตใจ ตัดสินใจ การข่มใจ การรู้จักบังคับตนเองรู้จัก รู้จักฝึกฝนปรับปรุง และแก้ไขตนเองให้ดีขึ้น ส่วนขันตินะคะ ขันติ คือ ความอดทน การมีจิตใจเข้มแข็ง หนักแน่น ไม่ย่อท้อ มี 4 ลักษณะด้วยกัน อดทนต่อความยากลำบากนะคะ อดทนต่อความทุกขเวทนา อดทนต่อความเจ็บปวด อดทนต่อความเจ็บใจ และอดทนต่ออำนาจใฝ่ต่ำหรือกิเลส จาคะ จาคะคืออะไร จาคะ คือ ความเสียสละ การตัดสินใจหรือกรรมสิทธิ์ของตน ตัดความยึดมั่นถือมั่น ความเสียสละ มีอยู่ 2 อย่างด้วยกัน เสียสละวัตถุ กับเสียสละทางอารมณ์ ไม่ดุด่า ว่าใคร ไม่โกรธ และไม่คิดอาฆาตจองเวรจองกรรมเขานะคะ ต่อไปหลักธรรมข้อที่ 2 นะคะ หลักธรรมสัปปุริสธรรม 7 หลักธรรมสัปปุริสธรรม 7 คือธรรมของสัตบุรุษ ก็คือคนที่มีความประพฤติดี คนที่สมบูรณ์จะประกอบไปด้วยหลักธรรมคุณสมบัติ 7 ประการด้วยกัน หลักธรรมข้อที่ 1 ธัมมัญญุตา ผู้รู้จักเหตุ คือรู้จักว่าสิ่งใดดี สิ่งใดไม่ดี สิ่งใดเป็นทุกข์ สิ่งใดเป็นสุขนะคะ แต่ละสิ่งเป็นเหตุแห่งความทุกข์ อัตถัญญุตา รู้จักผล ก็คือรู้จักว่าความสุขเป็นผลแห่งอันนี้ ทุกข์เป็นผลแห่งอันนี้นะคะ อัตตัญญุตา ผู้รู้จักตน คือ การรู้ตามความจริง ว่าเรามีฐานะ กำลัง ความรู้ ความสามารถ ความถนัด และความมีคุณธรรมอย่างไรแล้วนำไปปฏิบัติให้เหมาะสม มัตตัญญุตา ผู้รู้จักประมาณ ก็คือรู้จักความพอดี เช่น การบริโภค การใช้จ่ายเงิน การพูด การปฏิบัติกิจกรรมต่าง ๆ การพักผ่อนสนุกสนานต่าง ๆ การเลี้ยงชีพในทางสุจริต กาลัญญุตา ก็คือผู้รู้จักกาล รู้จักเวลาที่เหมาะสม ระยะเวลาในการปฏิบัติงานอย่างเหมาะสม รู้ว่าเวลาไหนควรทำอะไร อย่างไร ทำให้ทันเวลา ให้ถูกต้อง และรู้จักวางแผนการใช้เวลาอย่างมีประสิทธิภาพ รู้จักการใช้เวลาอันสมควร แล้วก็รู้จักกาลเทศะด้วย ปริสัญญุตา คือ ผู้รู้จักชุมชน รู้จักชุมชนหรือท้องถิ่น อยู่ร่วมกันเป็นหมู่คณะการกระทำที่ต้องปฏิบัติในชุมชนนั้นต่อกัน ต่อไป หลักธรรมข้อที่ 4 หลักทิฏฐธัมมิกัตถประโยชน์ 4 นะคะ หลักธรรมนี้สู่เศรษฐีเป็นวิธีสร้างฐานะให้ร่ำรวย หรือขจัดความยากจน เรียกว่า “หัวใจเศรษฐี” มี คำย่อว่า “อุ อา กะ สะ” ต่อไป หลักธรรมที่ 5 นะคะ หลักธรรมที่ 5 อิทธิบาท 4 อิทธิบาท 4 นะคะ ก็คือคุณธรรมที่ประสบความสำเร็จ บางท่านเรียกว่าสูตรสำเร็จนะคะ อิทธิบาท 4 นะคะ หมายถึง ผู้ใดประพฤติตนตามสูตรนี้จะประสบความสำเร็จทุกคนนะ ต้องการความสำเร็จ ไม่ต้องการความผิดหวัง ดังนั้น จึงควรยึดหลักอิทธิบาท 4 ไว้นะคะ มีอะไรบ้างนะคะ มี 1. ฉันทะ ฉันทะคืออะไรคะ ฉันทะ คือ การมีใจรัก มีความพอใจในสิ่งที่ตนมี ทำงานด้วยความพึงพอใจ ต้องการให้งานสำเร็จไปอย่างดี ไม่ใช่ทำแบบขอไปทีนะคะ เหมือนพวกเราทำงานนะคะ บางคนลอกแต่ของเพื่อนนะคะ ขอเพื่อนลอกนะคะ ให้ทำด้วยตนเองนะคะ มีใจรักที่จะทำงานตรงนั้นนะคะ วิริยะ วิริยะ คืออะไร ความพากเพียร ความพากเพียรพยายาม ทำความ… ทำด้วยความเข้มแข็ง อดทน ไม่ทิ้งงาน ไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคต่าง ๆ อดทนต่อความยากลำบากนะคะ ต้องทำให้สำเร็จ จิตตะ จิตตะ คือการอะไร จิตตะก็คือการเอาใจใส่ ฝักใฝ่ ตั้งสติ รับรู้งานที่เราทำ ปฏิบัติกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อให้เกิดความคิด ไม่ใจลอย แต่มุ่งใช้ความคิดอยู่เสมอ วิมังสา ก็คือการใช้สติปัญญานั่นเองนะคะ ใคร่ครวญตรวจสอบ หาเหตุผล หาข้อบกพร่องต่าง ๆ เพื่อช่วยให้ตัวเรา ตัว… การชีวิตอย่างมีความสุข หาเทคนิคใหม่ ๆ มาเพื่อปรับปรุงแก้ไขให้ดีขึ้น ต่อไปหลักธรรมข้อที่ 6 หลักแสวงเงินแสวงทองของชีวิตที่ดีงาม อันนี้เป็นหลักประกันของชีวิตเรานะคะ เพื่อการพัฒนาพระพุทธเจ้าตรัสไว้ว่า "เป็นเด็กควรศึกษาเล่าเรียน เพื่อเอาเป็นต้นทุนในตัวเอง จะทำให้พร้อมที่จะก้าวหน้า เพื่อพัฒนาชีวิตของตน และเป็นทรัพยากรมนุษย์ที่ดี มีคุณภาพ" นะคะ มีประกอบไปด้วยหลักธรรม 7 ประการด้วยกันนะคะ ข้อแรกเป็นการแสวงหาปัญญาและเป็นแบบอย่างที่ดี อันที่ 2 มีวินัย เป็นรากฐานของการพัฒนาชีวิต ข้อที่ 3 มีจิตใจใฝ่รู้อย่างสร้างสรรค์ ข้อที่ 4 มุ่งมั่น ฝึกฝนตนเองอย่างเต็มความสามารถเท่าที่ตนเองจะทำได้ ข้อที่ 5 ยึดหลักเหตุปัจจัย มองอะไรตามเหตุและผล ข้อที่ 6 ตั้งตนอยู่ในความไม่ประมาท ข้อที่ 7 ฉลาดคิดอย่างแยบคาย เพื่อให้ได้รับประโยชน์ที่แท้จริงนะคะ ทีนี้ หลักธรรมข้อที่ 7 มีอะไรบ้าง หลักธรรมข้อที่ 7 คือ การมองโลกตามความเป็นจริง มองโลกในแง่บวก มองอะไรดี ๆ ไปทั้งนั้น เราทุกคนจึงควรอยู่อย่างมีสติ มีครอบครัวที่ดี มีเพื่อนบ้านที่ดี มีเพื่อนร่วมงานที่ดี รอบ ๆ ตัวเราต้องคิดว่าทำอะไรแล้ว ตัวเราสามารถเข้ากับคนอื่นได้ ต่อไป หลักธรรมเพื่อพัฒนาสังคมนะคะ หลักธรรมเพื่อพัฒนาสังคม ที่เราจะต้องปฏิบัติตามนะคะ เพื่อให้เรามีความสุข อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข และพัฒนาสังคมให้เจริญรุ่งเรือง มีอยู่ 10 นะคะ 1. หลักกุศลกรรมบถ มี 10 นะคะ หมายถึง หลักของความเป็นคนดี หลักของอารยชนนะคะ มีทั้งประพฤติ ปฏิบัติชอบ ทั้งกาย วาจา และก็ใจ ข้อแรกนะคะ กายสุจริต ทำอย่างไร กายสุจริต มี 3 อย่าง 1. ละเว้นจากการฆ่าสัตว์นะคะ ฆ่าคน ฆ่าสัตว์ ไม่สังหาร ไม่เบียดเบียนชีวิตของผู้อื่น มีความเมตตากรุณา 2. ละเว้นจากการลักทรัพย์ ไม่แย่งชิงลักขโมยของคนอื่น ไม่เอาเปรียบผู้อื่น ต้องเคารพในทรัพย์สินของกันและกัน เว้นจากการประพฤติผิดในกามนะคะ มีวจีสุจริต ก็คือการพูดจาในสิ่งที่ดีงาม ถูกต้อง ประพฤติชอบทางกาย วาจา ใจนะคะ เว้นจากการพูดปด เว้นจากการพูดส่อเสียด เว้นจากการพูดคำหยาบ เว้นจากการพูดเหลวไหลเพ้อเจ้อ หลักธรรมข้อที่ 3 มโนสุจริต อันนี้เป็นการคิดสิ่งที่ดีงาม ที่ถูกต้อง ประพฤติทางใจนะคะ ไม่ละโมบนะ ไม่คิดแต่จะเอาของฝ่ายเดียวนะคะ มีความเสียสละ และเอื้อเฟื้อแก่ผู้อื่น หลักธรรมข้อที่ 6 นะคะ หลักธรรมข้อที่ 2 นะคะ ไม่ใช่ข้อที่ 6 หลักธรรมข้อที่ 2 หลักสาราณียธรรม 6 หมายถึง ธรรมที่เป็นเหตุให้ระลึกถึงกันและกันนะคะ คิดถึงกันเสมอ มี 6 ประการด้วยกัน มี 1. เมตตากายกรรมนะคะ ก็คือการที่เรามีไมตรีจิตต่อกัน มีความหวังดีต่อกันนะคะ ที่ 2 เมตตาวจีกรรม ก็คือ การพูดต่อกันด้วยการมีความเมตตา ช่วยบอกสิ่งที่เป็นประโยชน์ สั่งสอน แนะนำ การตักเตือนด้วยความหวังดี พูดจาสุภาพ นับถือกันทั้งต่อหน้าและลับหลัง ข้อที่ 3 เมตตามโนกรรม ก็คือคิดต่อกันด้วยความเมตตา มองกันในแง่ดี ยิ้มแย้มแจ่มใสต่อกัน และก็คิดสิ่งที่ดีมีประโยชน์ต่อกัน สาธารณโภคิตา ก็คือ การแบ่งปันการกินและใช้ การแบ่งปันลาภผลที่ได้มาโดยชอบธรรม แม้มีน้อยก็แบ่งนะคะ ให้ทุกคนมีส่วนร่วมในการบริโภคและใช้สอยร่วมกัน ข้อที่ 5 สีลสามัญญตา ประพฤติให้ดีเหมือนเขา ก็คือมีความประพฤติสุจริต รักษาระเบียบวินัยในส่วนรวม ไม่ทำตนในหมู่คณะให้เสื่อมเสียชื่อเสียง ข้อที่ 6 ทิฏฐิสามัญญตา ก็คือการปรับความคิดให้เข้ากันได้ ก็คือการร่วมฟังความคิดเห็นของคนอื่นนั่นเองนะคะ หลักธรรมข้อที่ 3 นะคะ หลักธรรมใหญ่ข้อที่ 3 หลักธรรมเบญจศีล 5 อันนี้เป็นหลักธรรมของคนดีมีศีลธรรม เป็นสมาชิกในหมู่อารยชน เป็นข้อห้ามขั้นพื้นฐานของสังคม มีอยู่ 5 หลักด้วยกันนะคะ ข้อ 1 เว้นจากปาณาติบาต ก็คือเว้นจากการฆ่าสัตว์ สังหารสัตว์ ไม่ประทุษร้ายผู้อื่น ข้อที่ 2 เว้นจากการอทินนาทาน ก็คือเว้นจากการลักทรัพย์ลักขโมยนะคะ แย่งชิงเบียดบังของผู้อื่น ข้อที่ 3 เว้นจากกาเมสุมิจฉาจาร ก็คือเว้นจากการประพฤติผิดในกามนั่นเองนะคะ ข้อที่ 4 เว้นจากการมุสาวาทนะคะ วาทะ ก็คือ เว้นจากการพูดปด ไม่หลอกลวง ไม่ประทุษร้ายคนอื่น อันที่ 5 เว้นจากสุราเมรัย ก็คือไม่เสพสุรายาเสพติด อันเป็นเหตุให้ของความประมาท ก่อให้เกิดความผิดพลาดและเสียสติ หรือขาดสติ ต่อไปหลักอธิปไตยนะคะ หลักอธิปไตย 3 ก็คือ หลักความเป็นใหญ่ของพลเมืองของประเทศ มีส่วนร่วมในสังคมประชาธิปไตย มีอยู่ 3 ประการด้วยกัน ก็คือ อัตตาธิปไตย ก็คือถือตนเป็นใหญ่ การถือสถานะศักดิ์ศรี ข้อที่ 2 โลกาธิปไตย ถือโลกเป็นใหญ่ ก็คือถือเอาความนิยมของชาวโลกเป็นใหญ่เปลี่ยนแปลงไปตามเสียงสรรเสริญหรือนินทา ต่อไป หลักธรรมาธิปไตย ก็คือหลักความถูกต้อง ความดีงาม มีเหตุผล มีความเป็นใหญ่นะคะ หลักข้อที่ 5 นะคะ หลักอปริหานิยธรรม 7 ก็คือหลักการมีส่วนร่วมในการปกครอง หลักการร่วมกันรับผิดชอบเพื่อป้องกันความเสื่อมนะคะ มีอยู่ 7 ข้อด้วยกันนะคะ มีมหมั่นประชุมกันอยู่เป็นประจำ การประชุมโดยพร้อมเพียงกัน ไม่ถือตามอำนาจใจในการบัญญัติกฎเกณฑ์ต่าง ๆ ด้วยตนเอง ให้เกียรติเคารพผู้อื่นที่มีประสบการณ์ ให้เกียรติและคุ้มครองสตรี แสดงความเคารพบูชาพระเจดีย์ ปูชนียสถาน อนุสาวรีย์ประจำชาติ ให้การอารักขา ทำนุบำรุงคุ้มครองนักบวช ผู้ทรงศีล อันนี้เป็นหลักธรรมในการพัฒนาสังคมนะคะ ต่อไปเป็นหลักธรรม หลักธรรมสุดท้ายนะคะ ก็คือ หลักการทรงงานในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อครองคนและครองงาน ก็ระยะเวลานะคะ ในการครองราชย์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงอุทิศพระองค์และทรงงานมากมาย โดยเฉพาะทรงที่ริเริ่มโครงการต่าง ๆ ตามพระราชดำรินะ กว่า 4,000 โครงการ โดยมีหลักการโครงงาน ทรงงานที่น่าสนใจ ที่จะนำมาให้พวกเราได้รู้นะคะ มีอยู่ด้วยกัน 7 หลักนะคะ 1. ขาดทุนคือกำไร ขาดทุนคือกำไรอย่างไรนะคะ ก็คือการลงทุนโครงการใหญ่ ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงแนะนำให้มองที่ผลสำเร็จของงาน มองผลสำเร็จ ต่อผลที่จะส่งผลต่อความอยู่ดีมีสุขของราษฎร มากกว่าผลกำไรที่เป็นตัวเงิน ซึ่งเป็นหลักของการทรงงานที่เรียกว่า ขาดทุนคือกำไรนะคะ ข้อที่ 2 เข้าใจเข้าถึงหลักพัฒนา เกิดจากเหตุการณ์ความไม่สงบภายใน 3 จังหวัดภาคใต้นะคะ เข้าใจคืออย่างไร เข้าใจก็คือทำความเข้าใจข้อมูลพื้นฐานขององค์กร ให้ความรู้ในทุกมิติ พัฒนา พัฒนาก็คือการพัฒนาศักยภาพของคนในชุมชนให้เจริญยิ่งขึ้น เข้าถึง เข้าถึงอย่างไร เข้าถึงก็คือให้การสื่อสาร สร้างความเข้าใจ และสร้างความร่วมใจในการพัฒนาคนในพื้นที่ หัวข้อที่ 3 นะคะ การปลูกป่าในใจ ปลูกป่าในใจทำอย่างไรคะ ก็คือทำให้… ไม่ทำลายป่าไม้นะคะ ก็คือคน เนื่องจากคนเป็นเหตุส่วนตัวนะคะ ฉะนั้น การรักษาป่าไม้ได้สำเร็จ จำเป็นจะต้องปลูกจิตสำนึกให้คนไทยเรารักต้นไม้ เจ้าหน้าที่ป่าไม่ควรปลูกต้นไม้ลงในใจคนเสียก่อน ล้วนแล้วคนเหล่านั้นก็จะพากันปลูกต้นไม้ลงบนแผ่นดิน และรักษาต้นไม้ไว้ด้วยตนเอง อันนี้พระองค์ทรงดำรัสไว้นะคะ หลักการทรงงานดังกล่าวสอดคล้องกับหลักธรรมาธิปไตย ก็คือการปกครองมาโดยธรรมะเป็นใหญ่ หัวข้อที่ 4 ระเบิดจากข้างใน ในการพัฒนาประเทศนั้น พระองค์ทรงเน้นการพัฒนาจากรากฐาน ก็คือการให้คนในชุมชนที่พร้อมจะพัฒนาตนเองก่อน แล้วนำหน่วยงานภายนอก นำความเจริญจากภายนอกเข้าไปพัฒนา เพราะถ้าคนในชุมชนพร้อม ก็สามารถระเบิดความคิดความร่วมมือ ความสมัครสมานสามัคคี ในการนำไปพัฒนาให้ชุมชนได้เข้มแข็งนะคะ ข้อที่ 5 เป็นเกี่ยวกับเศรษฐกิจพอเพียง ก็คือ เป็นพระราชดำรัสของในหลวงรัชกาลที่ 9 เพื่อขยายความหมายปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ว่าถ้าเราพอใจในความต้องการ ก็มีความโลภน้อย เมื่อมีความโลภน้อย ก็เบียดเบียนคนอื่นน้อย ถ้าทุกประเทศมีความคิด ว่าทำอะไรต้องพอเพียง หมายความว่าพอประมาณ ไม่สุดโต่ง ไม่โลภมาก คนเราก็จะอยู่เป็นสุข ข้อที่ 6 ธรรมะปราบอธรรมนะคะ ข้อที่ 6 อันนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระราชดำริ ทรงใช้ผักตบชวาบำบัดน้ำเสีย โดย อาจารย์ ดร. … โดย ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เล่าว่า หลักการทรงงานอันนี้สอดคล้องกับหลักหนามยอกเอาหนามบ่งนะ หลักสุดท้ายนะคะ หลักสุดท้ายของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ก็คือ หลักการรู้รัก รู้สามัคคี ใช้กับการทำงาน ก็คือรู้คนก่อน ทำงานต้องรู้ปัจจัยทั้งหมด รู้ปัญหาและรู้วิธีแก้ปัญหา รัก… และรักคุณค่าของงานที่ทำ ศรัทธาในงานที่ทำนั้น สามัคคี ต้องรำลึกทำงานเสมอว่างานทำคนเดียวไม่ได้ จะต้องอาศัยบุคคลร่วมมือกันเป็นหมู่คณะ ถึงจะต้องมีความสมัคร… มีความสามัคคีเป็นสำคัญ อันนี้เป็นหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในรัชกาลที่ 9 นะคะ แล้วก็จบนะคะ ในหน่วยที่ 5 นะคะ ให้นักเรียนไปอ่านเพิ่มเติมนะคะ จากหนังสือเรียนที่ครูให้ไปนะคะ แล้วนักเรียนก็ทำใบงานคำถามท้ายหน่วยนะ พร้อมกับตอบคำในช่องว่างนะคะ แล้วก็ในตอนที่ 1 กับตอนที่ 2 นะคะ ให้นักเรียนทำให้เรียบร้อยนะคะ มีนักเรียนคนไหนจะซักถามอะไรอีกไหม อ้อม ถามเพื่อนสิอ้อม ไม่ใช่หลับหมดแล้วบ่ ถามเพื่อนหน่อย จะได้ให้ทำงานต่อ ให้นักเรียนทำงานจนหมดเวลานะคะ นักเรียนขอขอบคุณล่ามภาษามือ สวัสดีค่ะ ขอขอบคุณท่านวิทยากรภาษามือนะคะ สำหรับวันนี้นะคะ ก็เรียนในหน่วยที่ 5 นะคะ เพราะว่าคุณครูจะเรียนควบไปสัปดาห์ละ 2 หน่วยนะคะ สัปดาห์ละ… 2 หน่วยต่อ 1 สัปดาห์นะคะ แล้วก็ให้เด็กทำงานค่ะ ค่ะ ขอขอบคุณค่ะ ขอจบการบรรยายเพียงเท่านี้ค่ะ [สิ้นสุดการถอดความ]