﻿WEBVTT

1
00:00:00.000 --> 00:00:04.000

2
00:00:04.002 --> 00:00:08.002

3
00:00:08.007 --> 00:00:12.007

4
00:00:12.011 --> 00:00:16.011

5
00:00:16.015 --> 00:00:20.015

6
00:00:20.016 --> 00:00:24.016

7
00:00:24.022 --> 00:00:28.022

8
00:00:28.024 --> 00:00:32.024

9
00:00:32.028 --> 00:00:36.028

10
00:00:36.030 --> 00:00:40.030
(อาจารย์ชุติมณฑน์) ได้ยินไหมคะ

11
00:00:40.032 --> 00:00:44.032
เห็นพี่ล่ามไหมคะ

12
00:00:44.037 --> 00:00:48.037
วันนี้นะคะ ครูจะ

13
00:00:48.038 --> 00:00:52.038
พา ก็คือ ครูจะให้ทำกิจกรรมแหละ

14
00:00:52.039 --> 00:00:56.039
แต่ว่าวันนี้จะมาอธิบายให้ฟังเฉย ๆ

15
00:00:56.040 --> 00:01:00.040
นะคะ ขอเวลาพี่ล่ามสักประมาณ 15

16
00:01:00.043 --> 00:01:04.043
นาที

17
00:01:04.044 --> 00:01:08.044
ฮัลโหล พี่เชอร์

18
00:01:08.045 --> 00:01:12.045
ได้อยู่ คุยกับล่าม

19
00:01:12.047 --> 00:01:16.047
ฮัลโหลพี่เชอ

20
00:01:16.048 --> 00:01:20.048

21
00:01:20.051 --> 00:01:24.051

22
00:01:24.053 --> 00:01:28.053
ได้ยิน ได้ยิน

23
00:01:28.054 --> 00:01:32.054
พี่เชอหนุคุยกับล่ามอยู่ น่าจะไม่มีปัญหา

24
00:01:32.055 --> 00:01:36.055
อันนี้ก็ได้

25
00:01:36.057 --> 00:01:40.057

26
00:01:40.059 --> 00:01:44.059

27
00:01:44.065 --> 00:01:48.065
ได้ ๆ รีบมานะ อย่าเพิ่ง

28
00:01:48.068 --> 00:01:52.068
ไปก็ได้ ครูขอเวลา

29
00:01:52.069 --> 00:01:56.069
15 นาที นะคะ เพราะว่าวันนี้เรามีโคงงานที่เรา

30
00:01:56.070 --> 00:02:00.070
จะต้องปฏิบัตินะ เป็นโครงงานวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับ

31
00:02:00.071 --> 00:02:04.071
อาหาร ให้เราประกอบอาหารนะ ดำทำโครงงานอะไรนะ

32
00:02:04.072 --> 00:02:08.072
ซอส คาโบนาราต้มยำ

33
00:02:08.073 --> 00:02:12.073
โอเค ก็คือโครงงาน

34
00:02:12.074 --> 00:02:16.074
หลัก ๆ เลย ที่จะ... ที่มันอยู่ในหัวข้อการวิจัยของเรานะคะ

35
00:02:16.075 --> 00:02:20.075
ก็จะเป็นปัญหา

36
00:02:20.076 --> 00:02:24.076
หลัก ๆ 1. ฟังครู ฟังครูก่อน

37
00:02:24.076 --> 00:02:28.076
ครูอธิบายให้นักเรียนเข้าใจก่อนนะคะ ทุกคนจะต้องเข้าใจ

38
00:02:28.078 --> 00:02:32.078
นะคะ ไม่อย่างนั้นมันจะทำไม่ได้ อันดับแรก

39
00:02:32.079 --> 00:02:36.079
ก่อนที่เราจะทำโครงงานนะคะ

40
00:02:36.081 --> 00:02:40.081
เราจะต้องระบุ 1. ก็คือปัญหา

41
00:02:40.085 --> 00:02:44.085
ก่อน ปัญหานี่ มันมี 3 ส่วนหลัก ๆ

42
00:02:44.086 --> 00:02:48.086
ก็คือปัญหาของเราคืออะไร เวลา

43
00:02:48.087 --> 00:02:52.087
เราทำระบุเป็นความสำคัญ ที่มา ปัญหา

44
00:02:52.088 --> 00:02:56.088
ของปัญหาที่เราจะโครงงานนี่

45
00:02:56.090 --> 00:03:00.090
มันจะต้องมีอะไรบ้าง สมมติโครงงานของเราใช่ไหม โครงงาน

46
00:03:00.091 --> 00:03:04.091
เกี่ยวกับด้านอาหารใช่ไหม ดำ

47
00:03:04.093 --> 00:03:08.093
จะพัฒนาผลิตภัณฑ์บะหมี่สำเร็จรูป

48
00:03:08.095 --> 00:03:12.095
ซอสคาโบนาร่า เราก็จะต้องระบุก่อน

49
00:03:12.096 --> 00:03:16.096
ว่าปัญหาของโครงงานของเรานี่

50
00:03:16.098 --> 00:03:20.098
มันคืออะไรนะคะ ก่อนที่เราจะไปทดลอง

51
00:03:20.100 --> 00:03:24.100
ทดลองทำนะคะ 1 ปัญหาของเราคืออะไร

52
00:03:24.101 --> 00:03:28.101
ใน 1 ปัญหาจะต้องมี 3 ส่วนนะคะ

53
00:03:28.102 --> 00:03:32.102
ส่วนที่ 1 ก็คือปัญหาคืออะไร

54
00:03:32.107 --> 00:03:36.107
ส่วนที่ 2 ปัญหานี้มีความสำคัญอย่างไร

55
00:03:36.108 --> 00:03:40.108
ถ้าสมมติมันเกิดปัญหา มันจะกระทบต่อเรา ต่อผู้อื่น

56
00:03:40.109 --> 00:03:44.109
อย่างไรนะคะ ปัญหาที่ 3 ส่วนที่ 3

57
00:03:44.111 --> 00:03:48.111
ก็คือเราจะแก้ไขปัญหานี้อย่างไรนะคะ

58
00:03:48.112 --> 00:03:52.112
ระบุปัญหาแล้ว ใครไม่เข้าใจไหม

59
00:03:52.114 --> 00:03:56.114
ครูยกตัวอย่างคร่าว ๆ นะคะ อย่างเช่น ดำ

60
00:03:56.118 --> 00:04:00.118
ทำบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป

61
00:04:00.120 --> 00:04:04.120
เพื่อนไปไหน เมื่อไหร่เพื่อนจะขึ้นมา

62
00:04:04.121 --> 00:04:08.121
ไปเข้าห้องน้ำ อีกคนหนึ่งโดนถ่ายรูป

63
00:04:08.125 --> 00:04:12.125

64
00:04:12.130 --> 00:04:16.130
รออาร์ตเข้าห้องน้ำ

65
00:04:16.132 --> 00:04:20.132
เดี๋ยวทีนี้ ครูน่ะ จะขึ้นมาให้ ก็ให้อาร์ต

66
00:04:20.133 --> 00:04:24.133
เข้าใจ บีมเข้าใจ แต่พวกนั้นก็ไม่ขึ้นมา

67
00:04:24.138 --> 00:04:28.138
เพราะว่ามีธุระต้องถ่ายรูปกับคุณครู

68
00:04:28.139 --> 00:04:32.139
ถ่ายแค่บีม

69
00:04:32.140 --> 00:04:36.140
โอเค นี่ ระบุปัญหาแล้ว สมมติครูยกตัวอย่าง

70
00:04:36.143 --> 00:04:40.143
ให้ฟังคร่าว ๆ ปัญหาของเรา ก็คือ

71
00:04:40.146 --> 00:04:44.146
จะทำเรื่องบะหมี่ใช่ไหม บะหมี่กหึ่งสำเร็จรู)

72
00:04:44.147 --> 00:04:48.147
ซอสคาโบนาร่า ทีนี้ปัญหาของ

73
00:04:48.148 --> 00:04:52.148
โครงงานอันนี้ ก็คือปัจจุบันนี่

74
00:04:52.151 --> 00:04:56.151
คนนิยมบริโภคบะหมี่กันมากขึ้นนะ

75
00:04:56.152 --> 00:05:00.152
เพราะว่าคน ผู้คนทั่วไป ส่วนใหญ่

76
00:05:00.153 --> 00:05:04.153
มีกิจกรรมที่ค่อนข้างหลากหลาย

77
00:05:04.154 --> 00:05:08.154
ทำให้วิถีชีวิตนี่ จะต้องดำเนินไปอย่างเร่งรีบนะคะ

78
00:05:08.155 --> 00:05:12.155
การรับประทานอาหารสำเร็จ

79
00:05:12.156 --> 00:05:16.156
รูปถือเป็นตัวเลือกที่มีความสำคัญ

80
00:05:16.157 --> 00:05:20.157
อย่างหนึ่งในชีวิตประจำวัน ที่ทุกคนจะต้องบริโภค

81
00:05:20.158 --> 00:05:24.158
เพื่อนมาแล้ว เพื่อนมาแล้ว มาทางนี้ มาทางนี้

82
00:05:24.159 --> 00:05:28.159
เร็ว ๆ ครูรอ ครูรอค่ะ

83
00:05:28.160 --> 00:05:32.160
ตะกี้คุณครูบอกว่า

84
00:05:32.162 --> 00:05:36.162
ให้พวกหนูยกเก้าอี้ ไม่มีใครยกเลย

85
00:05:36.162 --> 00:05:40.162

86
00:05:40.164 --> 00:05:44.164
เมื่อกี้

87
00:05:44.168 --> 00:05:48.168
ครูอธิบายไปคร่าว ๆ แล้วว่า โครงงาน

88
00:05:48.170 --> 00:05:52.170
เพื่อนที่ขึ้นมาที่หลัง จะให้ทำโครงงาน

89
00:05:52.173 --> 00:05:56.173
ว่าโครงงานมันมีความสำคัญอย่างไร เวลาเราเขียนโครงงา

90
00:05:56.174 --> 00:06:00.174
อันดับแรก ๆ ก็คือมันมีส่วนประกอบอะไรบ้าง อันดับแรกของโครงงานเลย

91
00:06:00.175 --> 00:06:04.175
ต้องระบุปัยหาก่อน เข้าใจไหมอาร์ต

92
00:06:04.176 --> 00:06:08.176
อาร์ตเข้าใจไหม อาร์ตต้องระบุปัญหา

93
00:06:08.177 --> 00:06:12.177
ก่อนนะคะ ว่าปัญหามันคืออะไร แล้วปัญหา

94
00:06:12.179 --> 00:06:16.179
มันก็ประกอบด้วย 3 ส่วน ส่วนที่ 1 ปัญหาคืออะไร ส่วนที่ 2

95
00:06:16.180 --> 00:06:20.180
ปัญหามีความสำคัญอย่างไร ส่วนที่ 3 เราจะแก้ไข

96
00:06:20.181 --> 00:06:24.181
ปัญหาอย่างไรบ้าง

97
00:06:24.182 --> 00:06:28.182
ใช่ บีมก็ไปถ่ายรูปค่ะพี่เฌอ

98
00:06:28.182 --> 00:06:32.182
ปัญหามีความสำคัญอย่างไรบ้างในดโครงงาน

99
00:06:32.184 --> 00:06:36.184
มันก็จะระบุหลัก ๆ  3 ส่วน

100
00:06:36.185 --> 00:06:40.185
อันที่ 2 ก็คือระบุ

101
00:06:40.186 --> 00:06:44.186
วัตถุประสงค์ สมมติ เมื่อกี้คร่าว ๆ ครูยกตัวอย่างนะ

102
00:06:44.188 --> 00:06:48.188
ปัญหาก่อน ปัญหาครูยกตัวอย่างให้

103
00:06:48.189 --> 00:06:52.189
พวกดำฟังแล้ว

104
00:06:52.190 --> 00:06:56.190
ว่ามันมี 3 ส่วน สมมติระบุคร่าว ๆ นะ อย่างเช่น

105
00:06:56.192 --> 00:07:00.192
จะทำเรื่องการศึกษาบะหมี่กึ่งสําเร็จรูป

106
00:07:00.192 --> 00:07:04.192
ผลิตภัณฑ์บะหมี่กึ่งสําเร็จรูปซอสคาโบนาร่า

107
00:07:04.196 --> 00:07:08.196
ดำก็จะระบุปัญหาไปว่า ปัจจุบันนี่ คนนิยมรับประทาน

108
00:07:08.196 --> 00:07:12.196
บะหมี่กึ่งสําเร็จรูปมากขึ้น เพราะผู้บริโภคนี่

109
00:07:12.199 --> 00:07:16.199
นิยมรับประทานอาหารที่มีความเร่งรีบ

110
00:07:16.200 --> 00:07:20.200
เหมาะสม สะดวก สบายต่อชีวิตประจำวัน ทำให้การ

111
00:07:20.203 --> 00:07:24.203
รับประทานบะหมี่กึ่งสําเร็จรูปได้รับความนิยมใน

112
00:07:24.207 --> 00:07:28.207
ปัจจุบัน ปัญหาอย่างที่ 2 ส่วนที่ 2 ก็คือ

113
00:07:28.209 --> 00:07:32.209
แต่บะหมี่กึ่งสําเร็จรูปในปัจจุบันนี่ มีปริมาณ

114
00:07:32.212 --> 00:07:36.212
น้ำตาล โซเดียม คาร์โบไฮเดรตสูง

115
00:07:36.214 --> 00:07:40.214
อันนี้เป็นปัยหา ทำให้ผู้บริโภค

116
00:07:40.215 --> 00:07:44.215
มีสุขภาพ

117
00:07:44.217 --> 00:07:48.217
ที่แย่ลงใช่ไหม เพราะว่าทานโซเดียมสูง ก็มีผลกระทบต่อ

118
00:07:48.219 --> 00:07:52.219
ระบบทางเดินอาหาร มันก็มีผลต่อปฏิกิริยาร่างกาย

119
00:07:52.224 --> 00:07:56.224
ปฏิกิริยา ทำให้เกิดปัญหาโรคไต

120
00:07:56.228 --> 00:08:00.228
ใช่ไหม อันนี้คือปัญหาและคือความสำคัญ

121
00:08:00.229 --> 00:08:04.229
ของปัญหาแล้ว มันมีผลต่อสุขภาพ อันนี้หนูก็ต้อง

122
00:08:04.231 --> 00:08:08.231
อธิบาย อย่างที่ 3 เราจะแก้ ส่วนที่ 3 เราจะแก้

123
00:08:08.232 --> 00:08:12.232
วิธี จะแก้ปัญหาอย่างไรนะคะ เราก็

124
00:08:12.234 --> 00:08:16.234
อาจจะระบุไปว่าเราจึงนำบะหมี่กึ่งสําเร็จรูป

125
00:08:16.235 --> 00:08:20.235
ที่มีอยู่ทั่วไป ตามท้องตลาด นำมา

126
00:08:20.235 --> 00:08:24.235
พัฒนาเป็นบะหมี่กึ่งสําเร็จรูปที่ลดโซเดียม

127
00:08:24.237 --> 00:08:28.237
ลดปริมาณแป้ง เราก็เลย

128
00:08:28.241 --> 00:08:32.241
นำแป้งที่มีใยอาหารสูง อย่างเช่น แป้งข้าวโอ๊ต

129
00:08:32.243 --> 00:08:36.243
มาผสมในผลิตภัณฑ์บะหมี่กึ่งสําเร็จรูป

130
00:08:36.245 --> 00:08:40.245
ของเรา แล้วทำการลดโซเดียมลงในซอส

131
00:08:40.246 --> 00:08:44.246
กึ่งสำเร็จรูป ตะกี้เพื่อนจะทำซอสคาโบนาร่าใช่ไหม

132
00:08:44.247 --> 00:08:48.247
เราจะทำการลดโซเดียมและลด

133
00:08:48.250 --> 00:08:52.250
ตัดขั้นตอน

134
00:08:52.251 --> 00:08:56.251
ที่ทำให้เกิดผลเสียต่อผู้บริโภค

135
00:08:56.254 --> 00:09:00.254
อย่างเช่น ปกติบะหมี่กึ่งสําเร็จรูปเราจะนำไป

136
00:09:00.255 --> 00:09:04.255
ทอดใช่ไหม เราก็เปลี่ยนจากทอดเป็นอบ

137
00:09:04.256 --> 00:09:08.256
เราใช้เกลือ เราใช้น้ำปลา

138
00:09:08.257 --> 00:09:12.257
ในการปรุงรส เราอาจจะเปลี่ยนเป็น...

139
00:09:12.259 --> 00:09:16.259
อาจจะเปลี่ยนเป็นผงหมู ผงหมูสด ที่มันจะ

140
00:09:16.260 --> 00:09:20.260
มีความเป็นรสอูมามิอยู่ในตัว เราก็ต้องไปดู

141
00:09:20.262 --> 00:09:24.262
วัตถุประสงค์ตัวไหน มีสารอุมามิเยอะ อย่างเช่น

142
00:09:24.263 --> 00:09:28.263
ในมะเขือเทศในอะไรอย่างนี้ ที่มันมีอูมามิเยอะ

143
00:09:28.264 --> 00:09:32.264
อูมามิจะมีวัตถุดินทางธรรมชาติ

144
00:09:32.264 --> 00:09:36.264
รสอูมามิมันเป็น... คือคน

145
00:09:36.266 --> 00:09:40.266
อาจจะคิดว่าลิ้นเรานี่ มีแค่ 4 รส

146
00:09:40.268 --> 00:09:44.268
เปรี้ยว เค็ม หวาน เผ็ด ที่จริงมันมี 5 รสนะ

147
00:09:44.270 --> 00:09:48.270
มันมีรสอูมามิ เป็นรสนั้นด้วย เป็นหนึ่ง

148
00:09:48.271 --> 00:09:52.271
ในรสชาตินั้นด้วยนะคะ โอเค พอเรารู้

149
00:09:52.272 --> 00:09:56.272
ว่าเรามีปัญหาอะไรแล้ว เราเขียนมาแล้ว ตีปัญหาคร่าว ๆ

150
00:09:56.273 --> 00:10:00.273
3 ส่วน รู้วิธีการแก้ปัญหาแล้วว่าเราจะแก้ทางไหน

151
00:10:00.274 --> 00:10:04.274
จากนั้น เราก็มา

152
00:10:04.276 --> 00:10:08.276
ดูว่าเราจะศึกษาอะไรนะคะ

153
00:10:08.277 --> 00:10:12.277
ก็คือวัตถุประสงค์ของโครงงานนะคะ

154
00:10:12.277 --> 00:10:16.277
ว่าเราจะศึกษาอะไรในผลิตภัณฑ์ อย่างเช่น

155
00:10:16.279 --> 00:10:20.279
ดำทำเรื่องบะหมี่กึ่งสําเร็จรูปนะคะ

156
00:10:20.280 --> 00:10:24.280
1. ดำจะศึกษาอะไรบ้าง อาจจะศึกษา 3 อย่าง 3 ประเภท

157
00:10:24.282 --> 00:10:28.282
นักเรียนอย่าเพิ่งง่วงนะ อันนี้จะให้ทำความเข้าใจก่อน

158
00:10:28.283 --> 00:10:32.283
เดี๋ยวเราจะไปทำกิจกรรมด้วยกันนะคะ ครูจะให้ทำโครงงาน

159
00:10:32.284 --> 00:10:36.284
อันนี้ก็ไปดูสูตรบะหมี่ที่

160
00:10:36.286 --> 00:10:40.286
เหมาะสมมา นักเรียนอาจจะศึกษาจากงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง

161
00:10:40.288 --> 00:10:44.288
หรือไปศึกษาตาม YpuTube ตามอะไรอย่างนี้

162
00:10:44.292 --> 00:10:48.292
พื้นฐานที่เหมาะสม

163
00:10:48.293 --> 00:10:52.293
ศึกษาอันดับแรกเลย หนุอาจจะศึกษา

164
00:10:52.293 --> 00:10:56.293
สมมติวัตถุประสงค์ของเราศึกษา 1. ศึกษา

165
00:10:56.298 --> 00:11:00.298
สูตรพื้นฐานที่เหมาะสม ในการทำผลิตภัณฑ์

166
00:11:00.298 --> 00:11:04.298
เส้นบะหมี่กึ่งสําเร็จรูป

167
00:11:04.299 --> 00:11:08.299
พื้นฐานไหน

168
00:11:08.302 --> 00:11:12.302
สูตรไหนเป็นสูตรที่เหมาะสมสำหรับการทำบะหมี่ สูตรไหนใช้

169
00:11:12.303 --> 00:11:16.303
แป้งน้อยที้สุดใช่ไหม เรา

170
00:11:16.304 --> 00:11:20.304
ลดปริมาณแป้งสาลีลง แล้วอาจจะใช้แป้งข้าวโอ๊ตแทน

171
00:11:20.305 --> 00:11:24.305
เพราะว่าแป้งข้าวโอ๊ตมีเส้นใยอาหารสูง

172
00:11:24.307 --> 00:11:28.307
ใช้แป้งข้าวโอ๊ตแทน เพื่อให้มีประโยชน์ต่อผู้บริโภค

173
00:11:28.311 --> 00:11:32.311
มากกว่าเดิมนะคะ 1. พื้นฐานที่เหมาะสมในการทำเส้นบะหมี่แล้ว

174
00:11:32.312 --> 00:11:36.312
2. ดูว่า

175
00:11:36.313 --> 00:11:40.313
เส้นบะหมี่นี่ มันใช้สารตัวไหนบ้าง ในการทำ

176
00:11:40.316 --> 00:11:44.316
ให้เส้นมันเหนี่ยว หนึด ติดกัน อย่างเช่น

177
00:11:44.318 --> 00:11:48.318
แตงโมที่ครูให้หนูไปดูอะไรนะ

178
00:11:48.319 --> 00:11:52.319
โซเดียมคาร์บอเนต 2. ศึกษาปริมาณโซเดียม

179
00:11:52.320 --> 00:11:56.320
คาบอเนต ในผลิตภัณฑ์ซอสคาโบนาร่า

180
00:11:56.322 --> 00:12:00.322
คาโบนาร่า เราไปศึกษา เราอาจจะไปดูงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง

181
00:12:00.323 --> 00:12:04.323
เขาใส่ 0.2 เปอร์เซ็นต์ 0.5 เปอร์เซ็นต์

182
00:12:04.328 --> 00:12:08.328
0.8 เปอร์เซ็นต์ เราไปดูงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ไปดู

183
00:12:08.328 --> 00:12:12.328
ว่าเขาใส่ประมาณเท่าไร แล้วเราก็เอามาอ้างอิงงานวิจัย

184
00:12:12.330 --> 00:12:16.330
เรา ว่าทำเท่านี้นะ โอเคนะ เข้าใจไหม

185
00:12:16.332 --> 00:12:20.332
พอเข้าใจไหม เดี๋ยวครูจะให้หนูไปเขียน

186
00:12:20.333 --> 00:12:24.333
ลองเขียนดู แล้วให้ทดลองทำสูตร

187
00:12:24.339 --> 00:12:28.339
ดูว่าเขาใส่เท่าไร แล้วก้ศึกษาโดยใช้

188
00:12:28.340 --> 00:12:32.340
โซเดียมคาร์บอเนต ทำไมเราต้องศึกษา

189
00:12:32.342 --> 00:12:36.342
เพราะว่าโซเดียมคาร์บอเนตมีผลต่อผลิตภัณฑ์ มีผลต่อ

190
00:12:36.343 --> 00:12:40.343
เส้นบะหมี่กึ่งสําเร็จรูป ทำให้เส้นบะหมี่กึ่งสําเร็จรูปมันมีความ

191
00:12:40.345 --> 00:12:44.345
เหนียวนุ่มมากขึ้น หรือถ้าใครไม่อยากศึกษา

192
00:12:44.348 --> 00:12:48.348
บะหมี่กึ่งสําเร็จรูป ไม่อย่างศึกษาโซเดียมคาร์บอเนต นักเรียนอาจจะศึกษา

193
00:12:48.349 --> 00:12:52.349
แซนแทนกัม

194
00:12:52.350 --> 00:12:56.350
กัวกรัมที่มันมีผลแต่เส้นบะหมี่

195
00:12:56.350 --> 00:13:00.350
หรืออันนั้น ทำ... ทำเรื่องอะไรนะ

196
00:13:00.351 --> 00:13:04.351
ขนมดอกจอกใช่ไหม ขนมดอกจอก

197
00:13:04.353 --> 00:13:08.353
คาร์โบไฮเดรต

198
00:13:08.356 --> 00:13:12.356
โปรตีน ไขมัน หนูอยากศึกษาอะไร ปริมาณไขมัน

199
00:13:12.360 --> 00:13:16.360
หนุก็ศึกษาได้ถูกไหม เพราะว่าในขนมดอกจอก

200
00:13:16.361 --> 00:13:20.361
มันต้องมีไข่

201
00:13:20.363 --> 00:13:24.363
แป้งข้าวจ้าว ถูกไหม

202
00:13:24.364 --> 00:13:28.364
แล้วก็ไข่ เพราะว่าไข่นี่เวลาเติมเข้าไป

203
00:13:28.365 --> 00:13:32.365
มันก็มีผลต่อโครงสร้าง ของผลิตภัณฑ์

204
00:13:32.377 --> 00:13:36.377
เราอาจจะศึกษาว่าไข่ 1 ฟอง มันส่งผลอย่างไร

205
00:13:36.381 --> 00:13:40.381
พอไข่ 2 ฟอง เวลาเราเอาไปขึ้นรูป

206
00:13:40.386 --> 00:13:44.386

207
00:13:44.387 --> 00:13:48.387
ผลิตภัณฑ์เกิดลักษณะอย่างไร อันนี้

208
00:13:48.389 --> 00:13:52.389
เกิดการกับผู้บริโภคมากที่สุด

209
00:13:52.391 --> 00:13:56.391
นะคะ แล้วก็อันที่ 3 เส้นบะหมี่แล้ว

210
00:13:56.393 --> 00:14:00.393
อันที่ 3 เลยที่เราจะต้องศึกษา ก็คือ

211
00:14:00.400 --> 00:14:04.400
อันนี้มันมีซอส มันมีเส้นบะหมี่ด้วยนะ

212
00:14:04.401 --> 00:14:08.401
แล้วก็ตัวซอส เราก็ศึกษาตัวเส้น แล้วก็ตัวซอส

213
00:14:08.403 --> 00:14:12.403
ศึกษาเส้น อาจจะ 2

214
00:14:12.404 --> 00:14:16.404
วัตถุประสงค์ ศึกษาซอสอีกวัตถุประสงค์ อาจจะศึกษา

215
00:14:16.405 --> 00:14:20.405
ปริมาณซอสคาโบนาร่า

216
00:14:20.407 --> 00:14:24.407
ที่เหมาะสมที่ใส่ในผลิตภัณฑ์อย่างนี้

217
00:14:24.408 --> 00:14:28.408
อันที่ 4 แล้วก็ต้องศึกษาที่สุดเลย ศึกษา

218
00:14:28.412 --> 00:14:32.412
ความพึงพอใจของผู้บริโภคที่มีต่อผลิตภัณฑ์

219
00:14:32.414 --> 00:14:36.414
เราต้องศึกษาความพึงพอใจของผู้บริโภค

220
00:14:36.416 --> 00:14:40.416
ต่อผลิตภัณฑ์นะคะ อันนี้เป็นสิ่งสำคัญมาก

221
00:14:40.417 --> 00:14:44.417
เพราะว่าเราทำอาหาร พัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์แล้ว

222
00:14:44.420 --> 00:14:48.420
ความ... สิ่งสำคัญที่สุดอยู่ที่คนซื้อ

223
00:14:48.421 --> 00:14:52.421
ผลิตภัณฑ์เราไหม ลูกค้าชอบใน Product เ

224
00:14:52.421 --> 00:14:56.421
เราไหม ลูกค้าชอบในอาหารที่เราทำไหม

225
00:14:56.423 --> 00:15:00.423
ถ้าผู้บริโภคไม่...

226
00:15:00.423 --> 00:15:04.423
เราน่ะยังไม่เป็นที่ยอมรับ

227
00:15:04.425 --> 00:15:08.425
ถ้าผลิตภัณฑ์เรา ยังไม่เป็นที่

228
00:15:08.426 --> 00:15:12.426
ยอมรับนะคะ เราก็ต้องไป...

229
00:15:12.427 --> 00:15:16.427
ซึ่ง

230
00:15:16.429 --> 00:15:20.429
เวลาทดสอบนี่มันจะทดสอบแบบฮิโดนิก

231
00:15:20.430 --> 00:15:24.430
Skill ก็คือทดสอบความพึงพอใจ

232
00:15:24.432 --> 00:15:28.432
ส่วนใหญ่มันจะเป็น 5 ระดับ ระดับ 1 ระดับ 2 ระดับ 3 ระดับ 4

233
00:15:28.432 --> 00:15:32.432
ระดับ 5 นะคะ มันจะมี 5 ระดับ

234
00:15:32.433 --> 00:15:36.433
นะคะ ก็ให้ผู้บริโภคดูนะคะ

235
00:15:36.433 --> 00:15:40.433
ว่าสมมติแล้วแต่ผลิตภัณฑ์

236
00:15:40.436 --> 00:15:44.436
บางคนทำผลิตภัณฑ์ ยกตัวอย่าง บะหมี่กึ่งสําเร็จรูป เราต้องศึกษา

237
00:15:44.437 --> 00:15:48.437
อะไรบ้าง ศึกษาอะไรบ้าง

238
00:15:48.438 --> 00:15:52.438
ความเหนียวนุ่มใช่ไหม ความเหนียวนุ่ม

239
00:15:52.439 --> 00:15:56.439
รสชาตินะคะ แล้วก็การยอมรับโดยรวม

240
00:15:56.443 --> 00:16:00.443
ใช่ไหม หนูจะไปศึกษาความกรอบได้ไหม

241
00:16:00.445 --> 00:16:04.445
ของเส้นบะหมี่ คนนิยมกินบะหมี่กรอบ ๆ ไหม

242
00:16:04.446 --> 00:16:08.446
อาจจะเป็นบะหมี่ดิบใช่ไหม แต่ส่วนใหญ่ก็เอาไปต้มก่อน

243
00:16:08.447 --> 00:16:12.447
วิธีกินบะหมี่กึ่งสําเร็จรูป เพราะมันยังไม่สำเร็จรูปไง มัน

244
00:16:12.448 --> 00:16:16.448
กึ่งสำเร็จรูป เราก็ต้องเอาไปต้มก่อนถูกไหม เราต้องศึกษา

245
00:16:16.449 --> 00:16:20.449
รสชาติ สี ลักษณะของสีผลิตภัณฑ์

246
00:16:20.450 --> 00:16:24.450
ลักษณะของกลิ่นของผลิตภัณฑ์ แล้วก็รสชาติของผลิตภัณฑ์

247
00:16:24.451 --> 00:16:28.451
แล้วก็ความชอบโดยรวม ว่าผู้บริโภคชอบ

248
00:16:28.452 --> 00:16:32.452
สูตรไหนมากที่สุด เราก็ต้องเอาสูตรนั้นน่ะมากพัฒนาต่อ

249
00:16:32.453 --> 00:16:36.453
อย่างเช่น สูตร 1 สูตร 2 สูตร 3 สูตร 1 ปริมาณ

250
00:16:36.454 --> 00:16:40.454
แซนแทนกรัม 0.5 เปอร์เซ็นต์ สูตร 2

251
00:16:40.457 --> 00:16:44.457
1 เปอร์เซ็นต์ สูตร 3 อาจจะ

252
00:16:44.458 --> 00:16:48.458
แซนแทนกัม 5 เปอร์เซ็นต์อย่างนี้ มันก็อยู่ที่เรื่อง

253
00:16:48.461 --> 00:16:52.461
ที่เราจะศึกษา โอเคนะ ถ้า

254
00:16:52.461 --> 00:16:56.461
น้อยหน่าทำขนมดอกจอก

255
00:16:56.463 --> 00:17:00.463
น้อยหน่าก็อาจจะศึกษา

256
00:17:00.467 --> 00:17:04.467
มันดูอะไรบ้าง ดูลักษณะของดอกจอกที่เหมาะสม

257
00:17:04.469 --> 00:17:08.469
ที่มีความเหมาะสม อาจจะถามถึงผู้บริโภคถึงความกรอบ

258
00:17:08.470 --> 00:17:12.470
มันต้องใช้ความกรอบ สีใช่ไหม สีผลิตภัณฑ์

259
00:17:12.471 --> 00:17:16.471
ช้ำไปไหม ซีดไไปก็ไม่น่ากินนะ สีดอกจอก

260
00:17:16.479 --> 00:17:20.479
ใช่ไหม มันต้องมีสีที่เหมาะสม กลิ่นเป็นอย่างไร

261
00:17:20.481 --> 00:17:24.481
ถ้าเราเติมกลิ่น กลิ่นนมแมว บางคน

262
00:17:24.481 --> 00:17:28.481
อาจจะเติมกลิ่นกล้วยอย่างนี้ หรือบางคนกลิ่นทุเรียน

263
00:17:28.482 --> 00:17:32.482
บางคนก็

264
00:17:32.483 --> 00:17:36.483
หลากหลายสี ใช่ ก็ขึ้นอยู่กับ

265
00:17:36.484 --> 00:17:40.484
ความพึงพอใจของผู้บริโภค

266
00:17:40.485 --> 00:17:44.485
ขนมดอกจอกกลิ่นอะไร กลิ่นทุเรียนอย่างนี้ ใส่ทุเรียนไป

267
00:17:44.487 --> 00:17:48.487
5 ช้อนโ

268
00:17:48.489 --> 00:17:52.489
อาจจะไม่ชอบ เราก็ต้องดูปริมาณที่เหมาะสมของผู้บริโ

269
00:17:52.491 --> 00:17:56.491
นิยมกินขนมดอกจอกแบบไหน ลักษณะไหน

270
00:17:56.492 --> 00:18:00.492
ความชอบโดยรวมและเราไปหา X Bar

271
00:18:00.495 --> 00:18:01.649
ภค

272
00:18:04.500 --> 00:18:08.500
สมมติ x...

273
00:18:08.507 --> 00:18:12.507
3 คิม

274
00:18:12.508 --> 00:18:16.508
ชอบ 2 เอา 3 + 4 + 2 มารวมกัน

275
00:18:16.511 --> 00:18:20.511
3 + 4 + 2 ได้เท่าไร

276
00:18:20.512 --> 00:18:24.512
3 + 4 + 2

277
00:18:24.513 --> 00:18:28.513
ได้ 9 ได้ 9 แล้วเราก็

278
00:18:28.515 --> 00:18:32.515
เอามาหาร 3

279
00:18:32.519 --> 00:18:36.519
3 ความพึงพอใจของผู้บริโภคมีค่าเฉลี่ย

280
00:18:36.520 --> 00:18:40.520
เป็น 3 ซึ่งไม่เกิน 5 ส่วนใหญ่เขาจะใช้ไม่เกิน 5 นะคะ

281
00:18:40.524 --> 00:18:44.524
Skel ก็คือไม่เกิน 5

282
00:18:44.525 --> 00:18:48.525
วัตถุประสงค์ไปแล้ว วัตถุประสงค์

283
00:18:48.526 --> 00:18:52.526
ว่าจะศึกษาอะไรบ้าง อันที่ 3 ก็วิธีการทดลอง

284
00:18:52.527 --> 00:18:56.527
วิธีการทดลองว่าเราน่ะจะทดลองอย่างไร มี

285
00:18:56.530 --> 00:19:00.530
ผู้ทดลองกี่คน กำหนดผู้ทดลองกัี่คน

286
00:19:00.532 --> 00:19:04.532
ก็คือวิธีที่ 1 ตั้งแต่

287
00:19:04.535 --> 00:19:08.535
วิธีการทดลองนี่ จะอ้างอิงตามวัตถุประสงค์

288
00:19:08.537 --> 00:19:12.537
ที่ 1 นี่ศึกษาอะไรบ้าง ศึกษา

289
00:19:12.543 --> 00:19:16.543
สูตรที่เหมาะสม เราใช้อะไรเป็นเครื่องมือ

290
00:19:16.545 --> 00:19:20.545
ในการวัด เราใช้อะไรเป็น

291
00:19:20.547 --> 00:19:24.547
สถิติที่เราใช้คืออะไร

292
00:19:24.549 --> 00:19:28.549
ค่าเฉลี่ยหรืออะไร เราจะต้องระบุให้ชัดเจน ว่ามีผู้ทดสอบ

293
00:19:28.550 --> 00:19:32.550
ทั้งหมดกี่คนที่มาชิมผลิตภัณฑ์เรา ที่มา

294
00:19:32.551 --> 00:19:36.551
ผลิตภัณฑ์เรา มันคือแบบทดสอบ เราก็ต้องสร้าง

295
00:19:36.554 --> 00:19:40.554
เครื่องมือขึ้นมา ก็คือแบบสอบถาม มันเป็ฯ

296
00:19:40.556 --> 00:19:44.556
แบบสอบถามนะคะ เดี๋ยวครูจะพาไปดูนะคะ แล้วก็

297
00:19:44.557 --> 00:19:48.557
สร้างเครื่องมือเสร็จแล้ว ต่อไปก็

298
00:19:48.561 --> 00:19:52.561
เอาไปให้ผู้ทดลองนะคะ ทำการทดสอบ เราทำผลิตภัณฑ์ก่อน

299
00:19:52.561 --> 00:19:56.561
ที่...

300
00:19:56.563 --> 00:20:00.563
จากนั้นเราก็เอา

301
00:20:00.566 --> 00:20:04.566
ข้อมูลน่ะ ที่เขาติ๊กคะแนนมาใช้ เอามารวบรวมข้อมูล

302
00:20:04.571 --> 00:20:08.571
นะคะ แล้วก็นำมาสรุปผล ว่าวัตถุประสงค์ข้อที่ 1

303
00:20:08.573 --> 00:20:12.573
แบบสรุปผลนี่ อ้างอิงตามวัตถุประสงค์

304
00:20:12.573 --> 00:20:16.573
วัตถุประสงค์ข้อที่ 1 ศึกษาอะไร ศ

305
00:20:16.576 --> 00:20:20.576
ศึกษาสูตรที่เหมาะสมในเส้น เราก็มาดู

306
00:20:20.578 --> 00:20:24.578
วัตถุประสงค์ที่ 1 วิธีการทดสอบ

307
00:20:24.580 --> 00:20:28.580
มันเป็นอย่างไร ผลการทดสอบที่ได้มา มันเป็นอย่างไร

308
00:20:28.580 --> 00:20:32.580
สมมติว่าอาจจะชอบสูตรที่ 2 มากที่สุด

309
00:20:32.582 --> 00:20:36.582
เราก็เลือกสุตรที่ 2 เป็นสูตตรที่เหมาะสม เราก็

310
00:20:36.583 --> 00:20:40.583
มาทำการทดลอง เอาสูตรที่ 2 มาทดลอง

311
00:20:40.584 --> 00:20:44.584
ในวัตถุประสงค์ข้อที่ 3 เราก็ทำแบบนี้

312
00:20:44.584 --> 00:20:48.584
สรุปไปให้มันครบวัตถุประสงค์ และ

313
00:20:48.586 --> 00:20:52.586
บทสุดท้าย คือบทที่ 4 เราก็เอามาสรุปผล

314
00:20:52.587 --> 00:20:56.587
ว่าทั้งหมดทั้งมวลที่เราทำมามันเป็นอย่างไรบ้าง ผู้บริโภค

315
00:20:56.589 --> 00:21:00.589
ชอบสูตรไหนมากที่สุด แล้วควรปรับปรุงเรื่องใดบ้าง

316
00:21:00.590 --> 00:21:04.590
เราก็เอามาอภิปราย แล้วก็เอามาเป็นข้อเสนอแนะ

317
00:21:04.591 --> 00:21:08.591
ในการศึกษาต่อไป เดี๋ยวครูจะให้

318
00:21:08.594 --> 00:21:12.594
พาทำแล้วก็พาดูนะคะ มันจะต้องปฏิบัติ

319
00:21:12.595 --> 00:21:16.595
ซึ่งดำก็จะต้องไปเตรียม

320
00:21:16.597 --> 00:21:20.597
วัตถุดิบใช่ไหม ในการชั่งตวงแป้ง

321
00:21:20.598 --> 00:21:24.598

322
00:21:24.604 --> 00:21:28.604
ในขนมดอกจอก แล้วสูตรอยู่ไหน

323
00:21:28.606 --> 00:21:32.606
อยู่กับเอิร์น แล้วไม่ถ่ายรูปไว้นะคะ มันจะหาย

324
00:21:32.607 --> 00:21:36.607
ได้ถ่ายรูปไว้ไหมลูก ครูบอกแล้วว่าทำอะไรต้องถ่ายรูป

325
00:21:36.612 --> 00:21:40.612
ไว้ ไม่อย่างนั้นจะหาย แล้วเราก็ไม่รู้วว่าจต้องทำอย่างไร

326
00:21:40.614 --> 00:21:44.614
เราได้สูตรที่เหมาะสมไปแล้ว แล้วสูตรหายน่ะ

327
00:21:44.614 --> 00:21:48.614
แล้วเราจะต้องทำอย่างไรต่อ มันจะต้องมาทดลองใหม่

328
00:21:48.618 --> 00:21:52.618
มันเสียเวลานะลูก โอเค

329
00:21:52.619 --> 00:21:56.619
เดี๋ยวครูให้เราไปลงมือทำข้างล่างนะคะ ที่ห้อง

330
00:21:56.620 --> 00:22:00.620
ปฏิบัติการแปรรูปอาหาร

331
00:22:00.621 --> 00:22:04.621
โอเค เดี๋ยวครูตามไปนะคะ

332
00:22:04.622 --> 00:22:08.622
เดี๋ยวขอบคุณพี่ล่ามก่อน

333
00:22:08.625 --> 00:22:12.625
(นักศึกษาหญิง)  ขอบคุณค่ะ (อาจารย์)  ขอบคุณค่ะ

334
00:22:12.626 --> 00:22:16.626

335
00:22:16.627 --> 00:22:20.627
[สิ้นสุดการถอดความ]

336
00:22:20.628 --> 00:22:24.628

337
00:22:24.634 --> 00:22:28.634

338
00:22:28.636 --> 00:22:32.636

339
00:22:32.638 --> 00:22:36.638

340
00:22:36.639 --> 00:22:40.639

341
00:22:40.642 --> 00:22:44.642

342
00:22:44.643 --> 00:22:48.643

343
00:22:48.644 --> 00:22:52.644

344
00:22:52.646 --> 00:22:56.646

345
00:22:56.647 --> 00:23:00.647

346
00:23:00.648 --> 00:23:04.648

347
00:23:04.650 --> 00:23:08.650

348
00:23:08.651 --> 00:23:12.651

349
00:23:12.652 --> 00:23:16.652

350
00:23:16.655 --> 00:23:20.655

351
00:23:20.656 --> 00:23:24.656

352
00:23:24.658 --> 00:23:28.658

353
00:23:28.659 --> 00:23:32.659

354
00:23:32.660 --> 00:23:36.660

355
00:23:36.663 --> 00:23:40.663

356
00:23:40.665 --> 00:23:44.665

357
00:23:44.666 --> 00:23:48.666

358
00:23:48.668 --> 00:23:52.668

359
00:23:52.670 --> 00:23:56.670

360
00:23:56.672 --> 00:24:00.672

361
00:24:00.675 --> 00:24:04.675

362
00:24:04.676 --> 00:24:08.676

363
00:24:08.679 --> 00:24:12.679

364
00:24:12.681 --> 00:24:16.681

365
00:24:16.685 --> 00:24:20.685

366
00:24:20.690 --> 00:24:24.690

367
00:24:24.693 --> 00:24:28.693

368
00:24:28.696 --> 00:24:32.696

369
00:24:32.698 --> 00:24:36.698

370
00:24:36.699 --> 00:24:40.699

371
00:24:40.702 --> 00:24:44.702

372
00:24:44.704 --> 00:24:48.704

373
00:24:48.706 --> 00:24:52.706

374
00:24:52.708 --> 00:24:56.708

375
00:24:56.711 --> 00:25:00.711

376
00:25:00.713 --> 00:25:04.713

377
00:25:04.714 --> 00:25:08.714

378
00:25:08.716 --> 00:25:12.716

379
00:25:12.718 --> 00:25:16.718

380
00:25:16.722 --> 00:25:20.722

381
00:25:20.724 --> 00:25:24.724

382
00:25:24.729 --> 00:25:28.729

383
00:25:28.731 --> 00:25:32.731

384
00:25:32.736 --> 00:25:36.736

385
00:25:36.742 --> 00:25:40.742

386
00:25:40.746 --> 00:25:44.746

387
00:25:44.748 --> 00:25:48.748

388
00:25:48.751 --> 00:25:52.751

389
00:25:52.752 --> 00:25:56.752

390
00:25:56.753 --> 00:26:00.753

391
00:26:00.755 --> 00:26:04.755

392
00:26:04.757 --> 00:26:08.757

393
00:26:08.758 --> 00:26:12.758

394
00:26:12.759 --> 00:26:16.759

395
00:26:16.761 --> 00:26:20.761

396
00:26:20.763 --> 00:26:24.763

397
00:26:24.765 --> 00:26:28.765

398
00:26:28.768 --> 00:26:32.768

399
00:26:32.770 --> 00:26:36.770

400
00:26:36.771 --> 00:26:39.773

401
00:26:44.776 --> 00:26:43.776

402
00:26:48.778 --> 00:26:51.778

403
00:26:52.778 --> 00:26:55.779

404
00:26:56.780 --> 00:26:56.781

405
00:27:00.782 --> 00:27:00.786

406
00:27:08.789 --> 00:27:08.791

407
00:27:04.787 --> 00:27:04.788


