(อาจารย์จักรพงศ์) สวัสดีครับ สวัสดีครับ สวัสดีนักเรียนชั้นม. 4/2 นะครับ แล้วก็สวัสดีพี่ล่ามนะครับ นะครับ ครั้งที่แล้วนะครับ คุณครูก็ได้สอนความสำคัญของการเขียนไปแล้วนะครับ ค้างไว้ที่ตรงมารยาทในการเขียน เดี๋ยววันนี้ เราจะมาเริ่มที่มารยาทในการเขียนนะครับ ก่อนอื่นขอทบทวนก่อนนะครับ นักเรียนครับ เวลาที่คุณครูอธิบายนะครับ ให้คุณครู... ให้นักเรียนดูพี่ล่ามนะครับ ดูพี่ล่ามนะ นักเรียนจะได้เข้าใจนะครับ คุณครูจะพูด ความสำคัญในการเขียนนะครับ ทบทวนกันก่อน ก็คือ การเขียนมีความสำคัญมากในชีวิตประจำวันของนักเรียน ไม่ว่าจะเป็นการสื่อสารกับคนที่ไม่รู้จักภาษามือ นักเรียนจะต้องเขียนสื่อสารอย่างไรครับ ให้ถูกต้อง ให้สื่อสารโดยที่ไม่ทำให้คนอื่นเดือดร้อน เพราะว่าอะไร เพราะว่าในอนาคตนักเรียนน่ะจะต้องไปเจอคนที่ไม่รู้จักภาษามือเยอะแยะเลยนะครับ นักเรียนจะต้องเขียนสื่อสารกับกลุ่มคนที่ไม่รู้จักภาษามือ โอเคนะครับ เรามาเริ่มที่มารยาทในการเขียน ข้อที่ 1 เลย สมมติว่าคุณครูอธิบายเสร็จแล้วนะครับ เดี๋ยวคุณครูจะอนุญาตให้นักเรียนเขียนลงในสมุดเหมือนเดิม โอเคไหมครับ ระหว่างที่คุณครูอธิบาย นักเรียนดูพี่ล่ามนะ มารยาทในการเขียนข้อที่ 1 นะครับ ต้องใช้ถ้อยคำสุภาพ ไพเราะ หลีกเลี่ยงคำหยาบนะครับ ไม่ใช้อารมณ์ ความรู้สึกส่วนตนหรืออคติ วิจารณ์ผู้อื่นอย่างปราศจากเหตุผล จนทำให้เกิดความเดือดร้อนเสียหาย และสังคมแตกแยก ทำไมนักเรียนเวลาเขียนนักเรียนต้องใช้ถ้อยคำที่สุภาพด้วยครับ มีใครสามารถบอกคุณครูได้ไหม เวลาเขียนทำไมเขาถึงบอกว่ามารยาทในการเขียนต้องเขียนคำที่สุภาพ หลีกเลี่ยงคำหยาบ เพราะอะไร มีใครอธิบายคุณครูได้ไหม มีไหมครับ มีไหม เพราะอะไร เพราะอะไรเวลาเขียนสื่อสารกับคนที่เราจะสื่อสารไป สมมติว่า นักเรียนไปเจอคนอื่นที่ห้าง นักเรียนอยากสอบถามเขาว่าห้องน้ำไปทางไหน นักเรียนจะต้องเขียนสื่อสารถามเขานะครับ นักเรียนจะพูดคำเขียนเป็นคำหยาบคายไปถามเขาได้ไหมครับ ได้ไหม ขอโทษนะครับ สมมติว่า มึง ห้องน้ำไปทางไหนอย่างนี้ได้ไหม คำว่า "มึง" นี่สุภาพไหมครับ ไม่สุภาพนะครับ เราต้องใช้คำที่สุภาพถามเขา เขาจะได้ตอบดี ๆ นะครับ ถ้าอยู่ดี ๆ นักเรียนเขียนไปถามโดยไม่สุภาพ นักเรียนอาจจะเจ็บหนักก็ได้นะครับ อาจจะโดนเขาด่าเอาให้นะครับ โอเค มาตอบข้อที่ 2 นะครับ ข้อที่ 2 นะครับ เขียนข้อความหรืองานเขียนที่เป็นจริง ได้ศึกษาค้นคว้า และตรวจสอบว่าถูกต้องแล้ว และถ้าเป็นเรื่องส่วนตัวนะครับ ต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าของเสียก่อน งานเขียนที่นักเรียนจะเขียนออกไปสื่อสารให้คนอื่นได้รับรู้นะครับ นักเรียนต้องคำนึงถึงเสมอว่าเรื่องที่นักเรียนเขียนนั้นเป็นเรื่องจริงนะครับ ไม่ใช่ว่าเขียนโกหก เขียนหลอกลวง แล้วจะทำให้ผู้รับสารของเราน่ะ คนอ่านน่ะ เขาจะเข้าใจผิดได้นะครับ นักเรียนต้องศึกษาให้เป็นอย่างดีเลย เวลานักเรียนจะเขียนเรื่องอะไรสักอย่างหนึ่ง นักเรียนต้องศึกษา ต้องอ่านค้นคว้า แล้วก็ตรวจสอบว่าสิ่งที่นักเรียนเขียนน่ะ มันถูกต้อง สมบูรณ์ไหม แล้วก็อีกเรื่องหนึ่ง ถ้าสมมติว่า นักเรียนเอาเรื่องส่วนตัวของใครมาพูดในสิ่งที่นักเรียนจะเขียนสื่อสารไปน่ะ นักเรียนจะต้องขออนุญาตเขาก่อน ทำไมต้องขออนุญาต สมมติว่านักเรียน น้องอายจะเขียนประวัติของน้องขิง สมมติว่าน้องอายจะเขียนประวัติของน้องขิง อยู่ดี ๆ น้องอายเขียนไปเลยว่าน้องขิงชอบกินส้มตำไก่ทอดอย่างนี้ จริง ๆ แล้วน้องขิงไม่ได้ชอบส้มตำไก่ทอด จริง ๆ แล้วน้องขิงไม่ได้ชอบเลยอย่างนี้ อยู่ดี ๆ น้องขิงมาเจอ มาเจอสิ่งที่น้องอายเป็นคนเขียนน่ะ น้องขิงรู้สึกอย่างไร อ้าว มันไม่ใช่ความจริงนี่หน่า จริง ๆ เราไม่ได้ชอบส้มตำไก่ทอด จริง ๆ แล้วเราชอบก๋วยเตี๋ยวอย่างนี้ แสดงว่าน้องอายเป็นคนที่เขียนสื่อสารออกมาโดยที่น้องอายไม่ได้ขออนุญาตน้องขิงเลย เป็นข้อมูลที่ผิดพลาดทั้งหมด แล้วถ้าสมมติว่าคนคนนั้นไม่ใช่น้องขิงเป็นคนมาอ่าน อย่างเช่น น้องวิว อุ๊บอิ๊บเป็นคนมาอ่านอย่างนี้ ก็เข้าใจผิดไปเลยว่า อ้าว น้องขิงชอบส้มตำไก่ทอด นี่เป็นการเขียนที่ผิดแล้วนะครับ เพราะว่าน้องอายไม่ได้ขออนุญาตน้องขิงก่อนแสดงว่างานเขียนที่นายเขียนตรงนั้นน่ะ ไม่มีคุณภาพและไม่มีประสิทธิภาพ ไม่มีข้อมูล ข้อเท็จจริง ไม่ได้ศึกษาค้นคว้าแต่อย่างใดเลย เขียนโกหกทุกคน อย่างนี้ครับ เพราะฉะนั้น เวลาจะเขียนข้อมูลจากคนอื่นน่ะ เราต้องขออนุญาตเขาก่อน เราต้องได้รับอนุญาตจากเขา ให้ได้ข้อมูลจากเขามาก่อน ให้เขาตรวจสอบดูว่า นี่คือสิ่งที่เราจะไปเขียนนะ คุณโอเคหรือเปล่า ถ้าเขียนแบบนี้ออกมา คุณโอเคหรือเปล่าอย่างนี้ครับ จะเป็นลักษณะอย่างนี้ นักเรียน นักเรียนคุณครูอธิบายเสร็จแล้วนักเรียนเขียนลงในสมุดได้เลยนะครับ โอเค ครับ เสร็จแล้วนะ เดี๋ยวเรามาต่อข้อที่ 3 กันนะครับ ข้อที่ 3 นะครับ เขียนให้ถูกต้องตามอักขรวิธี ใช้สระ พยัญชนะ และวรรณยุกต์ให้ถูกต้อง ใช้ถ้อยคำที่เหมาะสมกับเนื้อหา กาละเทศะ และสถานะบุคคล ข้อนี้นี่สำคัญมากเลยนะครับ ทำไมคุณครูถึงบอกว่าสำคัญ เพราะว่า เขาบอกว่าเขียนให้ถูกต้องตามอักขรวิธี ใช้สระ พยัญชนะ และวรรณยุกต์ให้ถูกต้อง นี่แหละครับ คือสิ่งสำคัญเลย คุณครูมักจะเห็นนักเรียนเขียนผิดอยู่บ่อย ๆ เลย นักเรียนจะชอบใช้วรรณยุกต์ผิด คำที่ใช้ไม้โท นักเรียนกลับใช้ไม้เอก คำที่ใช้ไม้เอก นักเรียนกลับใช้ไม้โทอย่างนี้ นักเรียนจะชอบสลับเขียนผิดกันบ่อย ๆ นักเรียนอย่าลืมนะครับ ว่า ตอนนี้นักเรียนมีโทรศัพท์มือถือ สมมติว่าถ้านักเรียนไม่มั่นใจในการเขียนคำไหน และนักเรียนไม่ได้อยู่กับคุณครู นักเรียนจะต้องออกไปอยู่ข้างนอกอย่างนี้ นักเรียนมีโทรศัพท์มือถือ ถ้านักเรียนไม่มั่นใจ นักเรียนหยิบโทรศัพท์มือถือนักเรียนขึ้นมา แล้วค้นหาคำที่มันถูกต้อง เขียนให้ถูกต้อง เพื่อที่จะสื่อสารกับคนอื่น จะได้เข้าใจ สมมติว่าถ้านักเรียนเขียนผิด ความหมายอาจจะผิดไปเลยนะครับ สำคัญมากเลยนะตรงนี้ แล้วก็ต้องใช้ถ้อยคำที่มันเหมาะสมกับสถานะบุคคลด้วยนะครับ ไม่ใช่ว่านักเรียนไปคุยกับรุ่นพี่ นักเรียนจะใช้ถ้อยคำที่เป็นแบบสนิทเหมือนน้อง เฮ่ย ๆ อะไรอย่างนี้ได้ไหม ไม่ได้นะครับ ข้อที่ 4 เขียนสิ่งที่มีคุณค่าอันจะก่อให้เกิดความสุข ให้เกิดความสงบสุขแก่คนในสังคมและประเทศชาติ ทำให้เกิดองค์ความรู้ใหม่ที่มีผลต่อการพัฒนาประเทศชาติ ข้อนี้ก็เป็นสิ่งสำคัญ เวลาที่นักเรียนจะเขียนอะไรน่ะ นักเรียนต้องคำนึงถึงคนอื่นก่อน ว่าสิ่งที่เรียนเขียนน่ะ มันทำให้คนอื่นเป็นทุกข์หรือเปล่า ถ้ามันทำให้คนอื่นเสียความรู้สึกหรือเป็นทุกข์ นักเรียนก็ไม่ต้องเขียนสิ่งนั้นออกไป โอเค ให้นักเรียนเขียนลงในสมุดได้เลยนะครับ โอเคนะครับ เรามาต่อข้อที่ 5 กันเลยนะครับ เดี๋ยว ๆ ครับ สำหรับข้อที่ 5 นะครับ ก็คือ การไม่คัดลอกงานเขียนของคนอื่นนะครับ โดยอ้างว่าเป็นผลงานของตนเอง เมื่อเราเอาข้อความ หรืองานเขียนของคนอื่นมาประกอบ จะต้องให้เกียรติเจ้าของงานเขาด้วย โดยการเขียนอ้างอิงที่มาเรื่อง… ของเรื่องนะครับ แล้วก็ชื่อผู้เขียนทุกครั้งเวลาที่เราอ้างถึง หรือเราเอางานเขียนของคนอื่นมาอย่างนี้ครับ เราต้องเขียนชื่อของเขาประกอบเข้าไปด้วย เพื่อจะให้เกียรติเจ้าของงานนะครับ สมมติ สมมตินะครับ ว่าคุณครูเขียนหนังสืออยู่เล่มหนึ่ง อธิบายการใช้ชีวิตที่มีความสุข อธิบายการใช้ชีวิตที่มีความสุขในการใช้ชีวิตประจำวันของเรา ว่าจะต้องทำแบบไหน ชีวิตของเราถึงจะได้มีความสุข ทีนี้ ทีนี้ นักเรียนจะนำงานเขียนของครูมาพูดถึงในสิ่งที่นักเรียนเขียนลงไป นักเรียนจะต้องเขียนชื่อของครูลงไปในงานเขียนตรงนั้นเพื่อให้เกียรติครูด้วย เพราะว่าคุณครูเป็นเจ้าของของสิ่งที่เขียน ถ้อยคำข้อความที่เขียนลงไปตรงนั้น โอเคไหมครับ โอเค ถ้านักเรียนโอเคแล้ว นักเรียนคัดลอกลงในสมุดได้เลยครับ โอเคนะครับ เพื่อน ๆ ไปเข้าห้องน้ำมาหรือยัง เดี๋ยวเราจะไปต่อด้วยการเขียนย่อความ แล้วก็เดี๋ยวก็จะได้พักกินข้าวแล้ว เดี๋ยวรอเพื่อน ๆ มาจากห้องน้ำก่อนนะครับ เดี๋ยวคุณครูจะอธิบายทีเดียว ในระหว่างนี้นักเรียนก็ลอกในสมุดรอก่อนก็ได้ครับ ครับ นักเรียนดูพี่ล่ามนะ การเขียนย่อความนะครับ การเขียนย่อความ ประกอบไปด้วยทักษะสำคัญ 2 ประการนะครับ 1. ก็คือการอ่านนะครับ แล้วก็การอ่านน่ะ เพื่อการย่อความ เป็นการอ่านแบบสรุปความ หรือการอ่านจับใจความสำคัญของเรื่อง ซึ่งมีขั้นตอนดังนี้ เดี๋ยวคุณครูจะอธิบายเป็นข้อ ๆ นะ ข้อที่ 1 นะครับ อ่านเรื่องที่จะเขียนย่อความทั้งหมดอย่างละเอียด เพื่อให้ทราบว่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับใคร ทำอะไร ที่ไหน เมื่อไร อย่างไร ทำไมคุณครูถึงบอกว่าให้อ่านอย่างละเอียด เวลาคุณครูอธิบายนักเรียนดูพี่ล่ามนะ นักเรียนจะได้เข้าใจนะครับ เวลานักเรียนจะเขียนย่อความน่ะ เวลานักเรียนจะอ่านเรื่อง เรื่องใดเรื่องหนึ่งนักเรียนต้องอ่านอย่างละเอียด ทำไมถึงอ่านอย่างละเอียด ถ้านักเรียนอ่านไม่ละเอียด นักเรียนก็จะไม่รู้เลยว่าจุดประสงค์ของเรื่องที่นักเรียนจะมาเขียนน่ะมันคืออะไร แล้วตัวละครในเรื่องที่จะมาเขียนมันมีใครบ้าง มันเกิดขึ้นที่ไหน มันเกิดขึ้นตอนไหน ข้อที่ 2 แยกอ่านทำความเข้าใจเรื่องแต่ละย่อหน้าอย่างละเอียด ในเรื่องที่นักเรียนจะอ่าน มันจะมีหลายย่อหน้า แต่ละย่อหน้าก็จะมีเหตุการณ์แตกต่างกันออกไป สมมติว่าย่อหน้าที่ 1 บอกว่า สมมติว่าย่อหน้าที่ 1 จะพูดถึงตัวละคร 3 ตัวละคร และย่อหน้าที่ 2 พูดถึง 2 ตัวละครอย่างนี้ ย่อหน้าแรกพูดถึง 3 ตัวละคร ก็จะบอกว่าใคร 3 ตัวละครนี้ทำอะไร ที่ไหน ทำตอนไหนส่วนย่อหน้าที่ 2 พูดถึง 2 ตัวละคร ก็จะบอกว่า 2 ตัวละครที่ทำอะไร ที่ไหน อย่างไรเหมือนกัน แต่ละย่อหน้าจะมีความละเอียดที่แตกต่างกันตามสถานการณ์ของแต่ละย่อหน้า นักเรียนเข้าใจใช่ไหมครับ นักเรียนเข้าใจแล้วนักเรียนเขียนลงในสมุดเลยนะ โอเคนะครับ เดี๋ยววันนี้คุณครูจะหยุดไว้ตรงนี้ก่อน เพราะว่าดูหน้านักเรียนหิวข้าวมากแล้ว โอเคนะครับ เดี๋ยวเราจะค้างไว้ตรงนี้ก่อนนะ จะค้างไว้ตรงข้อที่ 2 ก่อนนะ แล้วก็เดี๋ยวคาบต่อไป เราก็มาต่อข้อที่ 3 ต่อนะ นักเรียน นักเรียนอย่าลืมทบทวนนะครับ สิ่งที่ครูสอนไปในวันนี้นะ ครั้งหน้าอาจจะมีการสอบเก็บคะแนนในเรื่องที่เรียนผ่านมาแล้วนะครับ อย่างไรก็พักกลางวัน ขอให้นักเรียนรับประทานอาหารอย่างมีความสุขนะครับ สำหรับวันนี้ สวัสดีครับ ครับ ขอบคุณพี่ล่ามนะครับ [สิ้นสุดการถอดความ]